46
ยำวของคันนำ เช่น นำ 1 ไรม่ ีขนำด 1,600 ตร.ม. เม่ือยกคันนำสูง 1 เมตร จะ สำมำรถเก็บน้ำได้ 1,600 ลบ.ม.
แต่น้ำท่ีเก็บไว้ในนำจะค่อย ๆ ซมึ ลงดินอย่ำงน้อย 50 % จงึ เหลือน้ำที่อยู่ 24 บนผิวดิน ครง่ ึ หนึ่งของปรมิ ำณน้ำ
ท้งั หมด คือ 800 ลบ.ม. แต่น้ำที่ซมึ หำยไปจะชว่ ยสรำ้ งควำมชุม่ ชน่ื และเก็บน้ำไวเ้ ป็นนำ้ ใต้ดิน นอกจำกน้ีกำรสรำ้ ง
คันนำทใี่ หญ่จะทำหน้ำทเี่ หมือนเข่ือนชว่ ยเก็บน้ำไวใ้ นนำและสำมำรถปลูก พืช ผักหรอื ไม้ผล ได้อีกด้วย
คลองไส้ไก่ ควรขุดคลองไส้ไก่ให้คดเคี้ยวทั่วพ้ืนท่ีเพื่อเป็นทำงน้ำบนดินส่งควำมชุม่ ชนื่ ไปทวั่ พื้นท่ี โดยไม่
ต้องเสียค่ำใชจ้ ำ่ ยสำหรบั กำรติดต้ังท่อส่งน้ำหรอื สปรงิ เกอร์ ซงึ่ ตลอดแนวคลองไส้ไก่ก็สำมำรถปลูกพืชผัก ผลไม้
ต่ำง ๆ ได้อีกด้วย ในแนวคลองไส้ไก่ควรขุดบ่อพักน้ำหรอื หลุมขนมครกไว้เป็นระยะเพื่อดักเก็บน้ำไว้ซงึ่ บ่อพักนำ้
จะชว่ ยเพิ่มควำมชน่ื สัมพัทธใ์ นพ้ืนที่ และลดภำระที่ต้องคอยรดน้ำพืชอยู่ตลอด อย่ำงไรก็ตำมเพื่อให้กำรคำนวณ
ออกแบบพื้นทโี่ คก หนอง นำ ง่ำยต่อกำรเรยี นรตู้ ่อผู้อบรม แยกกำร คำนวณเป็น 3 ส่วนดังน้ี
1) หำปรมิ ำณนำ้ ฝนทีต่ กทั้งปีในพื้นทีข่ องตัวเอง มีสูตรกำรคำนวณ ดังนี้
2) กำรคำนวณหำพ้ืนท่ีกำรทำนำ เป็นกำรคำนวณหำพ้ืนท่ีกำรทำนำเพ่ือกำรบรโิ ภคตลอดท้ังปี โดย
อ้ำงอิงจำกจำนวนสมำชกิ ในครอบครวั ที่มีกำรบรโิ ภคข้ำวตลอดทัง้ ปี มีสูตรกำรคำนวณ 2 สูตร ดังนี้
1. สูตรจำนวนข้ำวสำรทบี่ รโิ ภคทง้ั ปี
พื้นท่ีนำ = จำนวนข้ำวสำรที่บรโิ ภคทงั้ ปี/ (จำนวนข้ำวเปลือกท่ีผลิตได้ต่อไร่ × 45 %)
100
2. สูตรกำรคำนวณหำพื้นท่นี ำ
วทิ ยำกรยกตัวอย่ำงในกำรคำนวณกำรหำปรมิ ำณน้ำฝนเพ่ือทำโคกหนองนำ ดังน้ี ครอบครวั หน่ึงมีพื้นที่
ทงั้ หมด 90 ไร่ 2 งำน ปรมิ ำณนำ้ ฝนท่ีตกตลอดทั้งปอี ยู่ท่ี 1,100 มิลลิเมตร/ปี ครอบครวั มีสมำชกิ ทั้งหมด 25 คน
จงคำนวณหำปรมิ ำณน้ำฝนท่ีต้องกักเก็บ จำนวนพ้ืนที่นำท่ีเพียงพอต่อกำรบรโิ ภคทั้งปี และพื้นที่ขุดสระเพ่ือกัก
เก็บน้ำ
พ้ืนที่ขนำด 90 ไร่ 2 งำน คิดเปน็ ตำรำงเมตรได้ ดังนี้ 1 ไร่ = 1,600 ตร.ม.
ดังน้ัน 90 ไร่ 2 งำน = (90 × 1,600) + 800= 144,800 ตร.ม.
ปรมิ ำณน้ำฝนที่ตกทั้งปใี นพื้นท่ี = 144,800 ตร. × 1.1 ม.= 159,280 ลูกบำศ์เมตร
พื้นท่ที ำนำ = 25 คน × 110 กก./คน/(ปี 600 กก./ไร่ × 45)
100
= 2,750 กก. (คิดเป็น 3,000 กก.) 270 กก./ไร่
ปรมิ ำณนำ้ ฝนทต่ี ้องกักเก็บ = จำนวนไร่ × ขนำดพื้นที่จำนวน 1 ไร่ × ปรมิ ำณน้ำฝน/ปี
= 3,000 /270
= 11.11 คิดเป็น 11 ไร่ 1 งำน
พื้นที่ จำนวน 11 ไร่ 1 งำน สำมำรถกักเก็บน้ำฝนได้ 100 %
พื้นท่ีนำมีขนำด = 11.1 ไร่ × 1,600 ตร.ม.
= 17,600 (คิดเป็น 18,000 ตร.ม.)
47
ดังนั้นนำ 11 ไร่ 1 งำน กักเก็บน้ำได้ = 18,000 ตร.ม. × 1.1 ม.
= 19,800 ลูกบำศ์เมตรต่อปี
3. กำรคำนวณหำพ้ืนทข่ี องสระน้ำหรอื บอ่ น้ำ
กำรขุดแบบคดเคี้ยวมีตะพักน้ำตำมโคก หนอง นำ โมเดล เพ่ือรองรบั ปรมิ ำณน้ำท่ีตกในพื้นที่ทั้งปี ต้อง
ขุดสระขนำด เทำ่ ใด
พื้นท่ีขนำด 1 งำน มีเส้นระยะขอบสระยำว 80 ม. และมีส่วนที่เปน็ ตะพักลำดชนั ไม่ได้ขุด ยำว 16.5 ม.
ดังนั้น พื้นที่ขนำด 1 งำน ไม่ถูกขุด = 80 × 16.5
= 1,320 ตร.ม.
เม่ือพื้นท่ขี นำด 1 งำน ขุดลึก 5 เมตร = 400 ตร.ม. × ควำมลึก 5 ม. = 2,000 ตร.ม.
ดังนั้น พื้นท่ีขนำด 1 งำน ขุดลึก 5 เมตร = 2,000 – 1,3200
= 680 ตร.ม.
พื้นที่ขนำด 1 ไร่ มีเส้นระยะขอบสระยำว 160 ม. และมีส่วนทีเ่ ป็นตะพักลำดชนั ไม่ได้ขุด ยำว 16.5 ม.
ดังน้ัน พื้นที่ขนำด 1 ไร่ ไม่ถูกขุด = 160 × 16.5
= 2,640 ตร.ม.
เมื่อพื้นทข่ี นำด 1 ไร่ ขุดลึก 5 เมตร = 1,600 ตร.ม. × ควำมลึก 5 ม. = 8,000 ตร.ม.
ดังนั้น พ้ืนที่ขนำด 1 ไร่ ขุดลึก 5 เมตร = 8,000 – 2,640 = 5,360 ตร.ม.
ซงึ่ เม่ือขุดดินขนำด 1 ไร่ ควำมลึก 5 เมตร สำมำรถถมทีใ่ นระดับควำมสูง 1 เมตร ได้ 3.25 (คิดเปน็ 3 ไร่
1 งำน) ดังนั้น พ้ืนท่ที ใ่ี ชจ้ รงิ ไปแล้ว คือ ขุด 1 ไร่ + ถม 3 ไร่ 1 งำน = 4 ไร่ 1 งำน (คิดเป็น 4.25)
ฉะน้ัน พื้นที่ทตี่ ้องขุดและถม 90 ไร่ 2 งำน = 90.50/4.25
= 21.29 (คิดเปน็ 21 ไร่ 1 งำน)
ดังนั้น พ้ืนทขี่ ุดบอ่ นำ้ 21 ไร่ 1 งำน รองรบั ปรมิ ำณน้ำฝน = 21.25 × 1,600 ×1.1 = 37,400 ลบ.ม.
และ พ้ืนที่โคกมีขนำด = 21.25 × 3.25 = 69.06 (คิดเปน็ 70 ไร)่
ซง่ึ พื้นทโี่ คกสำมำรถรองรบั ได้ 50 % = 70 × 1,600 × 1.1
= 123,200/2
= 61,600 ลบ.ม.
ดังนั้นสรุปได้ดังนี้
1) พ้ืนท่ี 90 ไร่ 2 งำน รองรบั นำ้ ฝนได้ปรมิ ำณ 159,280 ลูกบำศ์เมตร/ปี
2) พ้ืนท่ีทำนำสำหรบั คน 25 คน ท่ีต้องบรโิ ภคทั้งปี จำนวน 3,000 กก. คิดเป็น 11 ไร่ 1 งำน รองรบั
น้ำฝนได้ 19,800 ลบ.ม./ปี
3) พื้นทข่ี ุดสระนำ้ จำนวน 21 ไร่ 1 งำน รองรบั นำ้ ฝนได้ 37,400 ลบ.ม./ปี
4) พ้ืนทโี่ คก จำนวน 70 ไร่ รองรบั นำ้ ฝนได้ 61,600 ลบ.ม.
48
3. หลักควำมสัมพันธต์ ำมภูมิสังคม กำรออกแบบพ้ืนท่ีแปลงเพ่ือจัดเก็บน้ำในระดับไรน่ ำ ใชห้ ลักกำร
ออกแบบตำมหลักภูมิสังคมมำประยุกต์กับกำรออกแบบผังแปลง โดยหลักกำรมีปัจจัยหลักท่ีสำ คัญของกำร
ออกแบบพ้ืนท่ีภูมิ คือ สภำพทำงกำยภำพ เช่น สภำพดิน น้ำ ลม ไฟ(แสงแดด) สังคม วัฒนธรรม ควำมเช่ือ
ภูมิปัญญำดั้งเดิมที่อยูใ่ นพื้นท่ี ซง่ึ ในกำรออกแบบจะให้ควำมสำคัญกับ “สังคม” มำกกว่ำ “ภูมิ” คือต้อง ออกแบบ
ตำมสังคมและวัฒนธรรมของคนท่ีอยู่ แม้ว่ำภูมิประเทศจะเหมือนกันก็ตำม หำกสังคมต่ำงกันกำรออกแบบก็จะ
ต่ำงกันออกไปมีหลักพิจำรณำ ดังนี้ 1) ปรมิ ำณน้ำฝนเฉล่ียต่อปีท่ีตกในพื้นที่ 2) ควำมสูง – ต่ำของพ้ืนท่ีและทิศ
ทำงกำรไหลของน้ำในแปลง 3) กำรวำงองค์ประกอบของพ้ืนที่ให้มีควำมสัมพันธ์สอดคล้องภูมิสังคม ดังนี้
น้ำ : สระน้ำควรวำงในตำแหน่งที่ลมรอ้ นพัดผ่ำน (จำกทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) และขุด
เลียนแบบธรรมชำติ ดิน : เรำต้องรูจ้ ักลักษณะของดินเพ่ือท่ีจะวำงแผนขุดสระน้ำอย่ำงหมำะสมหรอื ต้องปรบั
สภำพดินอย่ำงไร ซงึ่ ตำแหน่งของโคกควรวำงในตำแหน่งทำงทิศตะวันตกเพ่ือให้ต้นไม้ใหญ่บังแสงแดดในตอน
บ่ำย เป็นต้น ลม : ควรศึกษำทิศทำงลมว่ำลมรอ้ น ลมหนำว และลมฝนพัดมำทำงทิศใด โดยท่ัวไปลมฝนหรอื ลม
มรสุมจะพัดมำทำงทิศตะวันตกเฉียงใต้ส่วนลมหนำวหรอื ลมข้ำวเบำจะพัดมำทำงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น
กำรวำงตำแหน่งอำคำรบ้ำนเรอื นไม่ควรวำงขวำงทิศทำงลมหนำว นอกจำกน้ีกำรออกแบบบ้ำนให้มีทิศทำงของ
ชอ่ งลมสอดรบั กับลมที่พัดมำแต่ละฤดูกำล ซ่งึ จะช่วยเรอ่ ื งของกำรลดใชพ้ ลังงำนในบ้ำนช่วยทำให้บ้ำนเย็นอยู่
สบำยมำกข้ึน ไฟ (แสงแดด) : สำรวจทิศทำงแสงแดด ทิศทำงกำรขึ้นและลงของดวงอำทิตย์ในแต่ละฤดูกำล
เพื่อให้กำรวำงตำแหน่งของแต่ละกิจกรรมเหมำะสมที่สุด เช่น บ้ำนให้หน้ำต่ำงบ้ำนรบั แสงตอนเช้ำ กำรวำง
ตำแหน่งให้เงำต้นไม้บงั แดดในยำมบ่ำย กำรวำงตำแหน่งแปลงนำให้วำงในแนวทิศตะวนั ออก - ตะวันตก เป็นต้น
คน : ถือเป็นตัวแปรที่สำคัญ ควรจะออกแบบให้เหมำะสมกับฐำนะและกำลังของเจำ้ ของท่ีดินและประโยชน์ใช้
สอยเป็นหลัก
4. หลักกำรเขียนแบบ เป็นกำรถ่ำยทอดควำมคิดสรำ้ งสรรค์ด้วยกำรเขียนหรอื วำดเส้น รูปภำพ สัญลักษณ์ และ
รำยกำรประกอบแบบลงบนกระดำษเขียนแบบหรอื คอมพิวเตอรเ์ พ่ือใชเ้ ป็นแนวทำงในกำรสรำ้ งหรอื กำรซอ่ มแซม
ชน้ิ งำนต่ำง ๆ เป็นไปอย่ำงถูกต้อง โดยแบบจะแสดงรำยละเอียดหรอื ข้อกำหนดของงำนที่ช่ำงหรอื ผู้ปฏิบัติงำน
ต้องเข้ำใจตรงกันกับผู้ออกแบบสำมำรถอ่ำนแบบได้ถูกต้องและปฏิบัติตำมรูปแบบรำยกำรท่ีกำ หนดไว้ได้
ลักษณะของแบบโดยท่ัวไปมี 3 ลักษณะ ได้แก่ รูปแปลนและรูปด้ำน รูปตัด และรูปขยำย ซึ่งกำรเขียนแบบ
สำมำรถเขียนได้ 2 ลักษณะคือ กำรเขียนแบบด้วยมือเปล่ำและเขียนแบบด้วยเคร่อื งมือและอุปกรณ์
ผลกำรเรยี นรูข้ องผู้เข้ำรว่ มกำรอบรม : ผู้เข้ำอบรมมีส่วนรว่ มในกำรเรยี นรู้ เนื่องจำกวทิ ยำกรได้ยกตัวอย่ำงกำร
คำนวณเพ่ือออกแบบพ้ืนทตี่ ำม โมเดล โคก หนอง นำ ทำให้ผู้เข้ำอบรมทรำบวำ่ กำรออกแบบต้องคำนวณหำพ้ืนท่ี
แบ่งเป็น 3 ส่วน คือพื้นท่ีของ โคก ของหนอง และนำ ซ่ึงทำให้ผู้เข้ำอบรมสำมำรถคำนวณอย่ำงครำ่ ว ๆ ได้
หลังจำกฟังบรรยำยมีกำรให้ใบงำน ให้แต่ละกลุ่มชว่ ยกันคิดคำนวณและออกแบบพื้นที่ที่โครงกำรจดั เตรยี มไว้
49
กำรจดั กำรพื้นท่ี Work Shop จำลองกำรจดั กำรพ้ืนท่ี
วทิ ยำกรกลุ่ม : ทีมครพู ำทำประจำจุดกำรฝกึ อบรม
วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อให้ผู้เข้ำอบรมสำมำรถคำนวณหำปรมิ ำณนำ้ ฝนในพ้ืนท่ีของตนเองได้
1. ผู้เข้ำอบรมมีหลักคิดในกำรออกแบบพื้นทข่ี องตนเองตำมควำมสัมพันธข์ อง ดิน นำ้ ป่ำและคน
เวลำสอน : 15.00 – 18.00 น.
รูปแบบกำรสอน : กำรบรรยำย และแบ่งกลุ่มฝกึ ปฏิบัติตำมจุดของแต่ละอำเภอ
ขอบเขตเน้ือหำวชิ ำท่ีสอน : เน้ือหำวชิ ำน้ีเป็นควำมต่อเนื่องจำกวชิ ำกำรออกแบบเชงิ ภูมิสังคมไทยตำม
หลักกำรพัฒนำอยำ่ งยัง่ ยนื เพื่อรองรบั ภัยพิบตั ิ ซง่ึ ผู้เข้ำอบรมต้องคำนวณหำปรมิ ำณต่ำง ๆ ตำมที่ได้รบั มอบหมำย
โดยมีกำรออกแบบเบื้องต้นในกระดำษฟลิตชำรต์ จำกน้ันแต่ละกลุ่มต้องลงไปออกแบบในพื้นท่ีที่จัดไว้ นั้นคือ
ถำดพ้ืนที่ส่ีเหล่ียมและดินน้ำมันซึ่งใช้ในกำรป้ ันแต่งให้เป็นพื้นท่ีที่ต้องกำรตำมที่กลุ่มรว่ มกันออกแบบและ
วทิ ยำกรผู้สอนมีโจทย์แก่ผู้เข้ำอบรมเพ่ือฝึกกำรคำนวณหำพ้ืนท่ใี นกำรออกแบบโคก หนอง นำ ดังน้ี
พื้นท่ี 12 ไร่ มีปรมิ ำณน้ำฝนเฉลี่ยต่อ/ปี 1300 ลูกบำศ์เมตร/ปี ครอบครวั อำศัยอยู่ 7 คน (ต้องเก็บ
น้ำฝนให้ได้ มำกกวำ่ 120 %) และต้องทำโคก หนอง นำ ให้เป็นศูนยเ์ รยี นรู้ ต้องมีฐำนเรยี นรู้ 9 ฐำน โดยทศิ เหนือ
ติดไรม่ ันสำปะหลัง ทิศใต้ติดท่อี ยูอ่ ำศัย ทศิ ตะวนั ออกและทศิ ตะวนั ตก ติดนำข้ำวเคมี
ผลกำรเรยี นรูข้ องผู้เข้ำรว่ มกำรอบรม : 1) ผู้เข้ำอบรมสำมำรถคำนวณปรมิ ำณน้ำฝนทต่ี กลงมำในพ้ืนที่ได้
2) ผู้เข้ำอบรมสำมำรถออกแบบพื้นท่ี โคก หนอง นำ ตำมแบบทก่ี ลุ่มรว่ มกันระดมควำมคิดได้
วชิ ำ กำรบรหิ ำรโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงและ Work Shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำน
เศรษฐกิจพอเพียง
วทิ ยำกรผู้สอน : นำยทองคณู บุญศร ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครรำชสีมำ
วัตถุประสงค์ : 1) เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมมีทักษะในกำรดำรงชวี ติ แบบพ่ึงพำตนเอง สำมำรถปฏิบตั ิ
ได้มีกำรปรบั เปล่ียนวถิ ีชวี ติ และนำไปสู่กำรใชช้ วี ติ แบบพอเพียง
2) เพื่อกำหนดแนวทำง/เป้ำหมำยในกำรขับเคลื่อนหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง
ทส่ี อดคล้องกับบรบิ ทพ้ืนท่ีของตนเอง
3) เพื่อให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมตระหนักถึงควำมสำคัญของสถำบันพระมหำกษัตรยิ ์ พระบำทสมเด็จ
พระบรมชนกำธเิ บศรมหำภูมิพลอดุลยเดชมหำรำช บรมนำถบพิตร ที่ทรงงำนหนักเพ่ือประชำชนและประเทศไทย
4) เพื่อให้ผู้เข้ำรว่ มประชุมสำมำรถนำเสนอแผนยุทธศำสตรก์ ำรขับเคล่ือนของหลักปรชั ญำเศรษฐกิจ
พอเพียงของตัวเองได้
เวลำสอน : 10.00 – 12.00 น.
รูปแบบกำรสอน : กำรบรรยำยให้ควำมรู้ และใชส้ ่ือกำรสอน
1. กำรกำหนดเป้ำหมำยของชวี ติ บนวถิ ีชวี ติ เศรษฐกิจพอเพียง
50
1) กำรใชช้ วี ติ บนพ้ืนฐำนของกำรรูจ้ กั ตนเอง และทำส่ิงต่ำง ๆ ตำมควำมสำมำรถของตนเอง รูจ้ กั พัฒนำ
ตนเองด้วยกำรทำจติ ใจให้ผ่องใส พัฒนำควำมรคู้ วำมสำมำรถของตนด้วยกำรเข้ำรบั กำรศึกษำอบรมใฝ่หำควำมรู้
2) สำมำรถพ่ึงพำตนเองและพ่ึงพำซง่ึ กันและกันในกำรดำเนินชวี ติ ประจำวัน เมื่อต้องประสบกับปัญหำ
ให้ใชส้ ติปัญญำไตรต่ รองหำสำเหตุและแก้ไขปัญหำบนพื้นฐำนของเหตุและผลด้วยตนเองก่อนท่ีจะพ่ึงพำคนอื่น
และเมื่อต้องพึ่งพำผู้อื่น ก็ให้เป็นคนท่ีมีเหตุผลรบั ฟังควำมคิดเห็นของผู้อื่น มีกำรปรกึ ษำหำรอื ชว่ ยเหลือซงึ่ กัน
และกันโดยจะต้องยึดหลักกำรพึ่งตนเองในครอบครวั ก่อน สมำชิกจะต้องรูร้ ำยรบั – รำยจ่ำยของครอบครวั
สำมำรถบรหิ ำรกำรเงนิ ในครอบครวั ได้ หลีกเลี่ยงกำรเปน็ หน้ีและใชศ้ ักยภำพของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3) ใชช้ วี ติ อย่ำงพอเพียง รูจ้ กั ยับย้ังใจตนเอง ลดควำมต้องกำรของตนเองลงโดยคำนึงถึงควำมมีอยู่ของ
ตนเอง เชน่ คำนึงถึงรำยรบั หรอื รำยได้ของตนเองก่อนทจี่ ะตัดสินใจซอื้ สิ่งของ ยดึ ทำงสำยกลำงในกำรดำเนินชวี ติ
ให้ตนเองอยู่อย่ำงสมดุลเพ่ือกำรมีควำมสุขอย่ำงแท้จรงิ ไม่รูส้ ึกขำดแคลนและต้องไม่เบียดเบียนผู้อ่ืนหรอื
ส่ิงแวดล้อม ตัวอย่ำงเชน่ ในสังคมชนบทซ่งึ มีที่ดินที่สำมำรถทำกำรเพำะปลูกได้ ก็ทำเกษตรแบบพออยู่พอกิน
ปลูกผักไว้กินเองก่อน ถ้ำหำกเหลือก็นำไปขำย แจกจ่ำยเพ่ือนบ้ำน ทำให้เรำสำมำรถลดค่ำใช้จ่ำยลงได้ และ
สำมำรถสรำ้ งรำยได้ให้กับครอบครวั ได้อีกด้วย
จงึ กล่ำวได้ว่ำ เปำ้ หมำยของปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง ก็เพ่ือให้คนไทยอยูใ่ นสังคมไทยได้อยำ่ งมีควำมสุข
ทุกระดับ
- ระดับครอบครวั สมำชิกในครอบครวั มีควำมเป็นอยู่ที่ดี พ่ึงพำตนเองได้ มีควำมสุขทั้งทำงกำยและใจ
ดำเนินชวี ติ โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ไม่เป็นหนี้ท่ีไม่สำมำรถชำระคืนได้ มีเงนิ เหลือเป็นเงนิ ออมสำหรบั
ครอบครวั
- ระดับชุมชน รวมกลุ่มในกำรสรำ้ งงำนสรำ้ งอำชพี เพื่อสรำ้ งควำมเข้มแข็งทำงด้ำนเศรษฐกิจของชุมชน
รวมกลุ่มทำประโยชน์เพ่ือส่วนรวม สำมำรถนำทรพั ยำกรซงึ่ เป็นทนุ ของชุมชนมำใชอ้ ยำ่ งมีประสิทธภิ ำพเพ่ือให้เกิด
ควำมเป็นอยูท่ ่ีพอเพียง
- ระดับสังคม สังคมเข้มแข็ง มีกำรสรำ้ งงำนสรำ้ งอำชพี ที่มั่นคง สมำชกิ ในสังคมมีควำมเป็นอยู่ที่ดี มีกำร
แลกเปลี่ยนควำมรู้ เข้ำรบั กำรศึกษำอบรม รว่ มกันสืบทอดภูมิปัญญำและรว่ มกันพัฒนำตำมแนวทำงเศรษฐกิจ
พอเพียงเพื่อสรำ้ งเป็นเครอื ข่ำยทั้งในและนอกสังคม
2. ออกแบบพ้ืนท่ีชวี ติ กำรดำรงอยู่บนพื้นฐำนของกำรพ่ึงพำตนเอง
หลักกำรพ่ึงตนเอง ต้องมีควำมพอดี 5 ประกำร
1) ควำมพอดีด้ำนจติ ใจ ต้องเข็มแข็ง พึ่งตนเองได้ มีจติ สำนึกทีด่ ี เอื้ออำทร และนึกถึงประโยชน์ส่วนรวม
2) ควำมพอดีด้ำนสังคม ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สรำ้ งควำมเข้มแข็งให้ชุมชน รูจ้ ักผนึกกำลังและมี
กระบวนกำรเรยี นรทู้ ี่เกิดจำกรำกฐำนท่ีมั่นคงและแข็งแรง
3) ควำมพอดีด้ำนทรพั ยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดล้อม รูจ้ กั ใช้และจดั กำรอย่ำงฉลำดรอบคอบเพื่อให้
เกิดควำมยงั่ ยนื สูงสุด และใชท้ รพั ยำกรในประเทศเพื่อพัฒนำประเทศให้ม่ันคงอยูเ่ ปน็ ขั้นเป็นตอนไป
51
4) ควำมพอดีด้ำนเทคโนโลยี รูจ้ กั ใช้เทคโนโลยีที่เหมำะสมและสอดคล้องกับควำมต้องกำร และควร
พัฒนำเทคโนโลยีจำกภูมิปัญญำชำวบ้ำนของเรำเอง เพ่ือสอดคล้องและเปน็ ประโยชน์ต่อสภำพแวดล้อมของเรำ
เอง
5) ควำมพอดีด้ำนเศรษฐกิจ เพ่ือรำยได้ ลดรำยจำ่ ย ดำรงชวี ติ อย่ำงพอเพียง
3. กำรปฏิบัติตนตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง
1) ยึดควำมประหยัด ตัดทอนค่ำใช้จ่ำยในทุกด้ำน ลดละควำมฟุ่มเฟือยในกำรดำรงชีพอย่ำงจรงิ จัง
ดังพระรำชดำรสั ว่ำ . . . ควำมเปน็ อยู่ทต่ี ้องไม่ฟุ้งเฟ้อ ต้องประหยัดไปในทำงท่ีถูกต้อง. . .
2) ยึดถือกำรประกอบอำชพี ด้วยควำมถูกต้อง สุจรติ แม้จะตกอยู่ในภำวะขำดแคลนในกำรดำรงชพี ก็
ตำม ดังพระรำชดำรสั ที่ว่ำ . . . ควำมเจรญิ ของคนทั้งหลำยย่อมเกิดมำจำก กำรประพฤติชอบและกำรหำเลี้ยงชพี
ของตนเปน็ หลักสำคัญ. . .
3) ละเลิกกำรแก่งแย่งผลประโยชน์ และแข่งขันกันในทำงกำรค้ำขำยประกอบอำชพี แบบต่อสู้กันอย่ำง
รุนแรงดังอดีต ซง่ึ มีพระรำชดำรสั เรอ่ ื งนี้ว่ำ “…ควำมสุขควำมเจรญิ อันแท้จรงิ นั้น หมำยถึงควำมสุขควำมเจรญิ ที่
บุคคลแสวงหำมำได้ด้วย ควำมเป็นธรรมท้ังในเจตนำและกำรกระทำ ไม่ใชไ่ ด้มำด้วยควำมบังเอิญ หรอื ด้วยกำร
แก่งแยง่ เบยี ดบงั มำจำกผู้อ่ืน…”
4) ไม่หยุดนิ่งท่จี ะหำทำงในชวี ติ หลุดพ้นจำกควำมทุกข์ยำกครงั้ น้ี โดยต้องขวนขวำยใฝ่หำควำมรูใ้ ห้เกิดมี
รำยได้เพิ่มพูนข้ึนจนถึงขั้นพอเพียงเปน็ เป้ำหมำยสำคัญ พระรำชดำรสั ตอนหน่ึงท่ีให้ควำมชดั เจนว่ำกำรทต่ี ้องกำร
ให้ทุกคนพยำยำมท่ีจะหำควำมรู้ และสรำ้ งตนเองให้ม่ันคงนี้เพ่ือตนเองเพื่อท่ีจะให้ตัวเองมีควำมเป็นอยู่ท่ีก้ำว
หน้ำท่ีมีควำมสุข พอมีพอกินเปน็ ข้ันหน่ึงและขั้นต่อไป ก็คือให้มีเกียรติวำ่ ยืนได้ด้วยตัวเอง
5) ปฏิบัติตนในแนวทำงท่ีดีลดละสิ่งย่ัวกิเลสให้หมดสิ้นไป ทั้งน้ีด้วยสังคมไทยที่ล่มสลำยลงในครง้ั น้ี
เพรำะยังมีบุคคลจำนวนมิใช่น้อยท่ีดำเนินกำรโดยปรำศจำกละอำยต่อแผ่นดิน พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว
ได้พระรำชทำนพระรำโชวำทวำ่ พยำยำมไม่ก่อควำมชวั่ ให้เปน็ เครอ่ ื งทำลำยตัว ทำลำยผู้อื่น พยำยำมลด พยำยำม
ละควำมชว่ั ท่ีตัวเองมีอยู่ พยำยำมก่อควำมดีให้แก่ตัวอยูเ่ สมอ พยำยำมรกั ษำและเพ่ิมพูนควำมดี ทม่ี ีอยู่น้ันให้งอก
งำมสมบูรณ์ข้ึน
๓. กำหนดยุทธศำสตรก์ ำรขับเคลื่อนปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติสถำนที่จรงิ หลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียง ท่ีพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวพระรำชทำนไว้เพื่อเป็นแนวทำงกำรดำเนินชวี ติ ที่เน้นกำร
พึ่งพำตนเองและสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้กับกำรพัฒนำและกำรบรหิ ำรจัดกำรในภำคส่วนต่ำง ๆ ได้อย่ำง
เหมำะสม จึงมีหน่วยงำนทั้งภำครฐั ภำคเอกชน และประชำชนท่ัวไป นำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงไป
ประยุกต์ใชใ้ นแนวทำงและวธิ กี ำรต่ำง ๆ แตกต่ำงกันไปตำมบรบิ ทของแต่ละหน่วยงำนแต่ละพื้นท่ี ในลักษณะที่
ต่ำงคนต่ำงทำ ขำดกำรบูรณำกำรในกำรปฏิบัติกำรแลกเปล่ียนข้อมูลหรอื กำรแลกเปลี่ยนเรยี นรรู้ ะหวำ่ งกัน ส่งผล
ให้มีควำมเข้ำใจและกำรปฏิบัติที่หลำกหลำย สำนักงำนปลัดสำนักนำยกรฐั มนตรไี ด้ตระหนักถึงควำมสำคัญและ
ควำมจำเป็นทจี่ ะต้องมีกำรจดั ทำแผนยุทธศำสตรก์ ำรบูรณำกำร กำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำตำมปรชั ญำของ
52
เศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือใช้เป็นกรอบและแนวทำงในกำรบูรณำกำรกำรปฏิบัติงำนรว่ มกันและส่งเสรมิ กำร
ขับเคล่ือนกำรพัฒนำตำมปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียงด้ำนต่ำง ๆ ให้บรรลุเป้ำหมำยและเป็นไปในทศิ ทำงเดียวกัน
แผนยุทธศำสตร์กำรบูรณำกำรกำรขับเคล่ือนกำรพัฒนำตำมปรัชญำของเศรษฐกิ จพอเพียง
(พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๖๐) เป็นแผนระยะ ๔ ปี ท่ีสำนักงำนปลัดสำนักนำยกรฐั มนตรรี ว่ มกับหน่วยงำนที่เก่ียวข้อง
จัดทำข้ึนเพื่อกำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่กำรปฏิบัติให้สำมำรถบรรลุ
เปำ้ หมำยแลเป็นไปในทศิ ทำงเดียวกัน ยุทธศำสตรก์ ำรขับเคลื่อนในกำรขับเคล่ือนแผนยุทธศำสตรก์ ำรบูรณำกำร
กำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง (พ.ศ. ๒๕๕๗ – ๒๕๖๐) มียุทธศำสตรค์ ือ “บูรณำกำร
กำรขับเคล่ือนกำรพัฒนำตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงของทุกภำคส่วน” โดยมียุทธศำสตรท์ ี่ต้องบูรณำกำร
กำรปฏิบตั ิ
งำนรว่ มกันรวม ๗ ด้ำน ดังนี้
ยุทธศำสตรท์ ่ี 1. ส่งเสรมิ กำรขับเคล่ือนกำรพัฒนำตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในภำคกำรเกษตร
และชนบทเน้นพ้ืนที่ (Area Approach) เป็นหลัก โดยบูรณำกำรกำรทำงำนในพ้ืนที่เพ่ือรบั ทรำบปัญหำและควำม
ต้องกำรทแ่ี ท้จรงิ ของเกษตรกร ประชำกรชุมชนหรอื หมู่บำ้ นต่ำง ๆ ซงึ่ จะดำเนินกำรรว่ มกันทุกภำคส่วน ทง้ั ภำครฐั
ภำคชุมชน และภำควชิ ำกำร เพ่ือสรำ้ งกระบวนกำรเรยี นรูใ้ ห้ประชำชนในพื้นที่ทรำบปัญหำและควำมต้องกำรที่
แท้จรงิ ของตนเอง โดยใชเ้ ครอ่ ื งมือต่ำง ๆ เช่น บัญชคี รวั เรอื น ข้อมูลชุมชนข้อมูลน้ำและควำต้องกำรกำรใชน้ ้ำ
เพ่ือนำไปสู่กำรจดั ทำแผนชุมชนหรอื แผนพัฒนำเชงิ พ้ืนท่ีและกำหนดพ้ืนท่ีเป้ำหมำยโดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นกลุ่ม
มีเป้ำหมำยรวมอยูท่ ี่ ๒๕ % ของหมู่บำ้ นในประเทศ มีกำรนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้
ยุทธศำสตรท์ ่ี 2. ส่งเสรมิ กำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในภำคกำรศึกษำ
มุ่งพัฒนำกำรจดั กำรศึกษำตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือปลูกฝังให้เด็ก เยำวชนและประชำชน
มีคุณลักษณะอยู่อย่ำงพอเพียง กำรพัฒนำแบบอย่ำงที่เป็นเลิศ กำรพัฒนำศูนย์กำรเรยี นรูต้ ำมหลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงด้ำนกำรศึกษำกำรพัฒนำหลักสูตรปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในวชิ ำชีพครู กำรพัฒนำ
คุณภำพกำรจดั กำรเรยี นรูเ้ พ่ือปลูกฝังปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับปฐมวัยและสรำ้ งเครอื ข่ำยแหล่ง
เรยี นรตู้ ำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพ้ืนที่
ยุทธศำสตรท์ ี่ 3. ส่งเสรมิ กำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในภำคธรุ กิจบรกิ ำร
กำรท่องเที่ยว อุตสำหกรรม และผู้ประกอบกำรรำยย่อย มุ่งส่งเสรมิ และสนับสนุนให้ธุรกิจภำคเอกชน
อุตสำหกรรมและผู้ประกอบกำรรำยย่อย ดำเนินธุรกิจตำมแนวทำงหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง โดยกำร
พัฒนำเครอ่ ื งมือสนับสนุน กำรสรำ้ งควำมรูค้ วำมเข้ำใจ กำรสรำ้ งภำคีเครอื ข่ำยให้เกิดกำรขับเคลื่อนอย่ำงมี
ประสิทธภิ ำพ รวมทั้งสนับสนุนให้ภำคธุรกิจเอกชน อุตสำหกรรม และผู้ประกอบกำรท่ีมีควำมพรอ้ ม ในกำรเข้ำไป
มีส่วนรว่ มจดั กิจกรรมกำรพัฒนำในชุมชนต่ำง ๆ ตำมบรบิ ทของแต่ละพื้นที่
ยุทธศำสตรท์ ่ี 4. ส่งเสรมิ กำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำตำมปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงด้ำนกำร
ต่ำงประเทศ มุ่งเผยแพรอ่ งค์ควำมรตู้ ำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว
53
ให้แก่ประเทศต่ำง ๆ มีควำมเข้ำใจในหลักปรชั ญำน้ีอย่ำงถูกต้อง และสำมำรถนำไปปรบั ใชใ้ นประเทศนั้น ๆ ได้
อยำ่ งเหมำะสม เพ่ือเสรมิ สรำ้ งควำมสัมพันธแ์ ละสรำ้ งควำมรว่ มมือเพ่ือกำรพัฒนำระหวำ่ งประเทศในด้ำนต่ำง ๆ
ยุทธศำสตรท์ ี่ 5. เพ่ิมบทบำทกำรประชำสัมพันธ์ในเชิงรุก เพื่อเผยแพรห่ ลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ
พอเพียงสู่สำธำรณชนในวงกว้ำง มุ่งให้หน่วยงำนกำรประชำสัมพันธแ์ ละส่ือสำรมวลชนสำมำรถประชำสัมพันธ์
สรำ้ งควำมรูค้ วำมเข้ำใจท่ีถูกต้อง เพ่ือส่งเสรมิ กำรน้อมนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ภำคปฏิบัติ ทั้ง
ภำยในประเทศและต่ำงประเทศรวมทงั้ กำรประชำสัมพันธเ์ ผยแพรข่ ้อมูลข่ำวสำรผลกำรพัฒนำหรอื กำรขับเคล่ือน
กำรพัฒนำตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงของทุกยุทธศำสตรแ์ ละของภำคส่วนต่ำง ๆ ให้สำธำรณชนได้รบั
ทรำบในวงกว้ำง
ยุทธศำสตรท์ ี่ 6. กำรพัฒนำตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพีย งด้ำนควำมมั่นคงมุ่งบูรณำกำรกำร
ขับเคล่ือนระหว่ำงกองทัพกับหน่วยงำนอื่น ๆ เพื่อให้สำมำรถนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้
ในกำรแก้ไขปัญหำให้ประชำชนในพ้ืนท่ีได้อย่ำงบรรลุวัตถุประสงค์ โดยเฉพำะประชำชนในพ้ืนท่ีตำมแนวบรเิ วณ
ชำยแดนซงึ่ มีผลต่อควำมมั่นคง เพ่ือส่งเสรมิ คุณภำพชวี ติ ของประชำชนให้ดีข้ึนมีรำยได้เพ่ิมข้ึน มีรำยจำ่ ยลดลง
อันจะนำมำซงึ่ ควำมมีเสถียรภำพด้ำนควำมมั่นคงในภำพรวมของประเทศ
ยุทธศำสตรท์ ี่ 7. สรำ้ งกลไกกำรบรหิ ำรจดั กำร ในกำรขับเคล่ือนหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่
ภำคปฏิบัติให้เกิดประสิทธภิ ำพสูงสุด เพ่ือให้กำรพัฒนำตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในทุกด้ำน มีกำร
บูรณำกำรกำรปฏิบัติรว่ มกัน โดยมีกำรจดั ต้ังศูนย์ปฏิบัติกำรรว่ มข้ึนในสำนักงำนปลัดสำนักนำยกรฐั มนตรเี พ่ือ
ขับเคลื่อนกำรบูรณำกำรกำรพัฒนำตำมหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง โดยเป็นศูนย์กลำงกำรประสำนติดตำม
และส่งเสรมิ ให้กำรปฏิบัติงำนของหน่วยงำนต่ำง ๆ มีกำรเช่ือมโยงและสนับสนุนกันและกัน มีกำรแลกเปล่ียน
เรยี นรแู้ ละข้อมูลระหว่ำงกัน
ผลกำรเรยี นรูข้ องผู้เข้ำรว่ มกำรอบรม
1. ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมมีทักษะในกำรดำรงชวี ติ แบบพึ่งพำตนเองสำมำรถปฏิบัติได้มีกำรปรบั เปล่ียนวถิ ี
ชวี ติ และนำไปสู่กำรใชช้ วี ติ แบบพอเพียง
2. ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมสำมำรถกำหนดแนวทำง/เป้ำหมำยในกำรขับเคล่ือนหลักปรชั ญำเศรษฐกิจ
พอเพียงที่สอดคล้องกับบรบิ ทพ้ืนท่ีของตนเอง
3. เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมตระหนักถึงควำมสำคัญของสถำบันพระมหำกษัตรยิ ์ พระบำทสมเด็จพระ
บรมชนกำธเิ บศรมหำภูมิพลอดุลยเดชมหำรำช บรมนำถบพิตร ท่ีทรงงำนหนักเพ่ือประชำชนและประเทศไทย
4. เพ่ือให้ผู้เข้ำรว่ มประชุมสำมำรถนำเสนอแผนยุทธศำสตรก์ ำรขับเคลื่อนของหลักปรชั ญำเศรษฐกิจ
พอเพียงของตัวเองได้
54
วชิ ำ สุขภำพพ่ึงตน พัฒนำ 3 ขุมพลัง “พลังกำย พลังใจ พลังปัญญำ”
วทิ ยำกร นำงสำวเมธยำ ขะจวง นักทรพั ยำกรบุคคล
วัตถุประสงค์ เพื่อเตรยี มควำมพรอ้ มให้ผู้รบั กำรฝึกอบรมก่อนเข้ำสู่บทเรยี นในแต่วัน
ระยะเวลำ 1.00 ชว่ั โมง (ภำคเชำ้ ก่อนเข้ำรำยวชิ ำในแต่ละวันของกำรฝกึ อบรม)
ขอบเขตเน้ือหำ เพ่ือเตรยี มควำมพรอ้ ม ของพลังกำย พลังใจ พลังปญั ญำ
เทคนิควธิ กี ำร 1. พลังกำย (ออกกำลังกำย ท่ำทำงประกอบ)
2. พลังใจ (ฝกึ สมำธิ สรำ้ งสติในกำรรบั ร)ู้
3. พลังปญั ญำ (ชมคลิป VDO สรำ้ งแรงบนั ดำลใจในกำรใชช้ วี ติ )
ผลกำรเรยี นรู้
กำรสรำ้ งพลังกำย เปล่ียนท่ำทำงและกำรเคล่ือนไหวรำ่ งกำยให้เป็นสิ่งที่ทรงพลังมำกๆ แต่คน
ส่วนใหญ่ก็ไม่เข้ำใจและไม่ได้ใชป้ ระโยชน์จำกรำ่ งกำยของตนเองอย่ำงเต็มท่ี กำรออกกำลังกำยคือยำวเิ ศษในกำร
ทำให้รำ่ งกำยแข็งแรง และไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ทำให้มีควำมสุขมำกยง่ิ ขึ้น
กำรสรำ้ งพลังใจ คิดอย่ำงมีสติ อะไรก็ตำมท่ีคิดหรอื ทำแล้วให้พลังใจกับชวี ติ ให้ควำมเบิกบำนใจ
ให้ควำมสุข เห็นคณุ ค่ำในตนเอง จติ วญิ ญำณสูงส่งขึ้น นั้นคือปลุกพลังในตัวเอง เมื่อเปรยี บเทียบศักยภำพมนุษย์
เหมือนรถยนต์ ก็เหมือนกับยกระดับเครอ่ ื งยนต์ให้มีสรรถนะสูงขึ้นน้ันเอง เช่น เม่ือต้ังเป้ำหมำยที่จะทำ โคก
หนอง นำ ให้ประสพควำมสำเรจ็ ภำยใน 5 ปี อำจกลำยเป็นแค่ 3 ปี ก็ประสพควำมสำเรจ็ แล้ว และอีกอย่ำงหนึ่ง
คนเรำต่ืนมำไม่เคยนึกถึงตัวเองเลย ลองสักเกตุดูเชน่ คนเป็นแม่เป็นพ่อ ตื่นมำ คิดถึงเรอ่ ื งๆอ่ืนๆก่อน วันนี้จะกิน
อะไร ลูกจะไปโรงเรยี นอย่ำงไร พ่ีน้องเขำอยูอ่ ย่ำงไร เป็นต้น เรำมำลองคิดถึงตัวเองก่อน หำกตื่นนอนก่อนลุกขึ้น
ไปทำภำรกิจให้นอนดูลมหำยใจเข้ำออก สัก 3 – 5 นำที ก่อนลุก หรอื คิดอย่ำงอื่นจะทำให้ทำงำนอยำ่ งมีสติในวัน
นั้นทั้งวนั
กำรสรำ้ งพลังปัญญำ ให้ผู้เข้ำอบรมเกิดกำรปรบั เปรยี นกระบวนกำรคิด มีควำมคิดที่สอดคล้อง
กับหลักเหตุและผล หลักวทิ ยำศำสตรแ์ ละภูมิปัญญำท้องถิ่น นำควำมรูท้ ่ีได้ไปแก้ปัญหำได้จรงิ เป็นรูปธรรม ต่อ
ยอดไปสู่กำรขับเคลื่อนในกำรสรำ้ งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมท่ีสมดุล ดำเนินชวี ติ ตำมหลักปรชั ญำเศรษฐกิจ
พอเพียงเพ่ือควำมสุขท่ียั่งยืนให้กับชวี ติ และชมคลิป VDO สรำ้ งแรงบันดำบใจเพื่อสรำ้ งพลังบวกให้กับชวี ติ ได้
มองโลกได้กวำ้ งขึ้น ชดั เจนข้ึน และนำแนวคิดมำปรบั ใชก้ ับชวี ติ ตนเอง
ส่วนที่ 3
กำรประเมินผลโครงกำร
กำรประเมินผลโครงกำรฝึกอบรมโครงกำรพัฒนำหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปงี บประมำณ 2565
กิจกรรมที่ 1 สรำ้ งและพัฒนำกลไกขับเคล่ือนในระดับพื้นที่ กิจกรรมท่ี 1.1 อบรมแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้ำน
เศรษฐกิจพอเพียง ฝึกอบรมกำรพัฒนำวถิ ีชีวติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบัติ) ใช้
แบบสอบถำมออนไลน์ผ่ำน Google form เป็นแบบประเมินผลโครงกำร จำนวน 1 ชุด ผลกำรจดั เก็บข้อมูล
พบวำ่ มีผู้เข้ำอบรมที่ตอบแบบสอบถำมจำนวน 664 คน ตำมจำนวนกลุ่มเป้ำหมำยทเี่ ข้ำรบั กำรฝึกอบรม
3.1 ระเบียบวธิ กี ำรประเมิน
กำรประเมินผลโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ 2565 กิจกรรมท่ี 1
สรำ้ งและพัฒนำกลไกขับเคล่ือนในระดับพื้นท่ี กิจกรรมที่ 1.1 อบรมแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง
ฝึกอบรมกำรพัฒนำวถิ ีชีวติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบัติ) ผู้ประเมินได้ประเมินโดยยึด
จุดมุ่งหมำย (Goal Based Model) กำรประเมินในรูปแบบนี้เป็นกำรประเมินผลโดยยึดวัตถุประสงค์ของ
โครงกำรครอบคลุมถึงหลักสูตรกำรฝึกอบรมด้ำนเน้ือหำ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน – หลัง ด้ำน
ควำมพึงพอใจ ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ควำมรูค้ วำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้
ประโยชน์ ของผู้เข้ำรว่ มโครงกำร ข้อเสนอแนะ วธิ กี ำรประเมินได้กล่ำวถึงวธิ กี ำรและอุปกรณ์ แนวคิดในกำร
วเิ ครำะห์กลุ่มเป้ำหมำย เครอ่ ื งมือที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล และสถิติในกำรวเิ ครำะห์
ข้อมูล
3.2 วธิ กี ำรและเครอ่ ื งมือ
3.2.1 กลุ่มเป้ำหมำยในกำรประเมิน เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมฯ จำนวน 664 คน จำนวน 2 รนุ่
3.2.2 เครอ่ ื งมือที่ใชใ้ นกำรเก็บรวมรวมข้อมูล ใชแ้ บบสอบถำมออนไลน์ (Google Form)
3.3 กำรเก็บรวมรวมข้อมูล ส่งแบบสอบถำมทำงออนไลน์ให้กับผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมฯ จำนวน 664 คน
3.4 กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล
สถิติในกำรใชว้ เิ ครำะห์ข้อมูล ดำเนินกำรวเิ ครำะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใชโ้ ปรแกรม IBM SPSS
for Windows 23 (Statistical Package for the Sciences) วเิ ครำะห์หำค่ำร้อยละ ค่ำเฉลี่ย X ทั้งนี้
ผู้ประเมินได้กำหนดคะแนน เพื่อจดั หำระดับควำมเห็นในแต่ละคำถำม ตำมแบบของลิเคอรท์ ดังน้ี
กำรประเมินควำมคิดเห็นแบ่งออก 5 ระดับจำก มำกทส่ี ุด มำก ปำนกลำง น้อย และน้อยทส่ี ุด แปรข้อมูล
ทไ่ี ด้รบั กำรวเิ ครำะห์ ดังนี้
- ค่ำเฉล่ียท่ไี ด้รบั กำรวเิ ครำะห์ระหว่ำง 4.50 – 5.00 มีค่ำเท่ำกับ มำกทส่ี ุด
- ค่ำเฉลี่ยทไี่ ด้รบั กำรวเิ ครำะห์ระหวำ่ ง 3.50 – 4.49 มีค่ำเท่ำกับ มำก
- ค่ำเฉลี่ยที่ได้รบั กำรวเิ ครำะห์ระหว่ำง 2.50 – 3.49 มีค่ำเท่ำกับ ปำนกลำง
- ค่ำเฉลี่ยที่ได้รบั กำรวเิ ครำะห์ระหว่ำง 1.50 – 2.49 มีค่ำเท่ำกับ น้อย
- ค่ำเฉลี่ยท่ไี ด้รบั กำรวเิ ครำะห์ระหว่ำง 1.00 – 1.49 มีค่ำเท่ำกับ น้อยทส่ี ุด
56
กำรประเมินผลรำยวชิ ำเป็นกำรประเมินควำมคิดเห็นในด้ำนกำรบรรลุตำมวัตถุประสงค์ของรำยวชิ ำ
ระยะเวลำและเนื้อหำในรำยวชิ ำ ประโยชน์และคุณค่ำของกำรฝึกอบรมต่อกำรนำไปใชก้ ำรปฏิบัติงำน ควำมรู้
ควำมเข้ำใจในรำยวชิ ำก่อนกำรฝึกอบรมและหลังกำรฝึกอบรม ควำมคิดเห็นเกี่ยววทิ ยำกร แบ่ง เป็น 5 ระดับ
คือ มำกที่สุด มำก ปำนกลำง น้อย น้อยทสี่ ุด แปรข้อมูลท่ไี ด้รบั กำรวเิ ครำะห์ ดังนี้
3.5 ผลกำรประเมิน
กำรประเมินผลโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ 2565 กิจกรรมที่ 1
สรำ้ งและพัฒนำกลไกขับเคลื่อนในระดับพ้ืนที่ กิจกรรมท่ี 1.1 อบรมแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง
ฝกึ อบรมกำรพัฒนำวถิ ีชวี ติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบัติ) จำนวน 2 รนุ่ มีดังน้ี
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถำม
จำแนกตำมปจั จยั ส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อำยุ กำรศึกษำ (รำยละเอียดแสดงตำมตำรำงที่ 1)
ตำรำงท่ี 1 แสดงข้อมูลท่ัวไปของผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรม
รนุ่ ที่ 1 จำนวนผู้ตอบแบบสอบถำม จำนวน 333 คน
ข้อมูล จำนวน(คน) รอ้ ยละ
1. เพศ
177 53.2
ชำย 156 46.8
หญิง
2. อำยุ --
ต่ำกว่ำ 30 ปี 40 12
30 - 39 91 27.3
40 - 49 144 43.2
50 - 59 58 17.4
มำกกวำ่ 60 ปี
32 9.6
3. กำรศึกษำ 201 60.4
ระดับประถมศึกษำ 89 26.7
ระดับมัธยมศึกษำ 11 3.3
ระดับปรญิ ญำตร ี
ระดับปรญิ ญำโท --
ระดับปรญิ ญำเอก
57
จำกตำรำงพบว่ำ
ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นเพศชำย จำนวน 117 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 53.2 และหญิง จำนวน
156 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 46.8 ส่วนใหญ่มีอำยุระหว่ำง 50 – 59 ปี จำนวน 114 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 43.2
รองลงมำตำมลำดับคืออำยุระหว่ำง 40 – 49 ปี จำนวน 91 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 27.3 อำยุมำกกว่ำ 60 ปี จำนวน
58 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 17.4 และอำยุระหวำ่ ง 30 – 39 ปี จำนวน 40 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 12 ส่วนใหญ่กำรศึกษำ
ระดับมัธยมศึกษำ จำนวน 201 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 60.4 รองลงมำระดับปรญิ ญำตร ี จำนวน 89 คน คิดเป็นรอ้ ย
ละ 26.7 ระดับประถมศึกษำ จำนวน 32 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 9.6 และระดับปรญิ ญำโท จำนวน 11 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 3.3
ตำรำงที่ 2 ควำมคิดเห็นต่อกำรบรหิ ำรโครงกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทสี่ ุด กลำง ทส่ี ุด
ส่วนท่ี 2 ควำมคิดเห็นต่อกำรบรหิ ำรโครงกำร
2.1 กำรประสำนงำนของเจำ้ หน้ำท่ี 165 117 35 16 - 4.29 มำก
โครงกำร 49.5% 35.1% 10.5% 4.8%
2.2 กำรอำนวยควำมสะดวกของ 202 76 36 19 - 4.38 มำก
เจำ้ หน้ำท่ีโครงกำร 60.7% 22.8% 10.8% 5.7%
2.3 ควำมเหมำะสม สอดคล้องของ 127 151 55 - - 4.22 มำก
เน้ือหำหลักสูตร 38.1% 45.4% 16.5%
2.4 เน้ือหำหลกั สูตรเป็นปจั จุบนั ทัน 134 144 53 2 - 4.23 มำก
ต่อกำรเปล่ียนแปลง 40.3% 43.2% 15.9% 0.6%
2.5 ระยะเวลำกำรฝกึ อบรม 103 177 51 2 - 4.14 มำก
30.9% 53.2% 15.3% 0.6%
2.6 เอกสำรประกอบกำรฝกึ อบรม 140 92 83 18 - 4.06 มำก
42.1% 27.6% 24.9% 5.4%
2.7 กำรมีส่วนรว่ มในกำรแสดง 136 102 78 17 - 4.07 มำก
ควำมคิดเห็น 40.9% 30.6% 23.4% 5.1%
2.8 ควำมค้มุ ค่ำของกำรฝึกอบรม 216 62 55 - - 4.48 มำก
64.9% 18.6% 16.5%
58
ส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะ
3.1 หัวข้อ / หลักสูตรที่ท่ำนต้องกำรเรยี นรูเ้ พ่ิมเติม
- เพำะพันธสุ์ ัตว์นำ้
- กำรออกแบบแปลง
3.2 ข้อเสนอแนะเพื่อปรบั ปรุงในครง้ั ต่อไป
- ควรสอนกำรออกแบบทเ่ี ข้ำใจง่ำย
- กระชบั เน้ือหำบำ้ งรำยวชิ ำข้ึน
- อยำกให้ลงแปลงจรงิ
จำกตำรำงส่วนที่ 2 (รนุ่ ท่ี 1) พบวำ่
ด้ำนควำมคิดเห็นต่อกำรบรหิ ำรโครงกำร เมื่อพิจำรณำพบว่ำประเด็นควำมคุ้มค่ำของกำรฝึกอบรม
ค่ำเฉล่ีย 4.48 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นกำรอำนวยควำมสะดวกของเจำ้ หน้ำท่ีโครงกำร ค่ำเฉล่ีย 4.38
อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นกำรประสำนงำนของเจำ้ หน้ำทโ่ี ครงกำร ค่ำเฉล่ีย 4.29 อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นเนื้อหำ
หลักสูตรเป็นปัจจุบนั ทันต่อกำรเปล่ียนแปลง ค่ำเฉล่ีย 4.23 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นควำมเหมำะสม สอดคล้อง
ของเนื้อหำหลักสูตร ค่ำเฉลี่ย 4.22 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นระยะเวลำกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.14 อยู่ในระดับ
มำก ประเด็นกำรมีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย 4.07 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นเอกสำร
ประกอบกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.06 อยูใ่ นระดับ มำก
59
ตำรำงที่ 3 แสดงข้อมลู ทวั่ ไปของผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรม รนุ่ ที่ 2 จำนวนผู้ตอบแบบสอบถำม จำนวน 331 คน
ข้อมูล จำนวน(คน) รอ้ ยละ
1. เพศ
171 51.7
ชำย 160 48.3
หญิง
2. อำยุ --
ตำ่ กวำ่ 30 ปี 46 13.9
30 - 39 104 31.4
40 - 49 130 39.3
50 - 59 51 15.4
มำกกว่ำ 60 ปี
3. กำรศึกษำ 49 14.8
ระดับประถมศึกษำ 176 53.2
ระดับมัธยมศึกษำ 93 28.1
ระดับปรญิ ญำตร ี 13 3.9
ระดับปรญิ ญำโท
ระดับปรญิ ญำเอก --
จำกตำรำงพบวำ่
ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นเพศชำย จำนวน 171 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 51.7 และหญิง จำนวน
160 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 48.3 ส่วนใหญ่มีอำยุระหว่ำง 50 – 59 ปี จำนวน 130 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 39.3
รองลงมำตำมลำดับคืออำยุระหว่ำง 40 – 49 ปี จำนวน 104 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 31.4 อำยุมำกกวำ่ 60 ปี จำนวน
51 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 15.4 และอำยุระหว่ำง 30 – 39 ปี จำนวน 46 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 13.9 ส่วนใหญ่
กำรศึกษำระดับมัธยมศึกษำ จำนวน 176 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 53.2 รองลงมำระดับปรญิ ญำตร ี จำนวน 93 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 28.1 ระดับประถมศึกษำ จำนวน 49 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 14.8 และระดับปรญิ ญำโท จำนวน 13
คน คิดเป็นรอ้ ยละ 3.9
ตำรำงท่ี 4 ควำมคิดเห็นต่อกำรบรหิ ำรโครงกำร 60
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก ปำน น้อย
มำก น้อย X แปรผล
กลำง
ทสี่ ุด ทสี่ ุด
ส่วนท่ี 2 ควำมคิดเห็นต่อกำรบรหิ ำรโครงกำร - 4.29 มำก
2.1 กำรประสำนงำนของเจำ้ หน้ำที่ 151 137 31 12 - 4.39 มำก
41.4% 9.4% 3.6%
โครงกำร 45.6% 30 14 - 4.27 มำก
99 9.1% 4.2%
2.2 กำรอำนวยควำมสะดวกของ 188 29.9% 44 - 4.30 มำก
154 13.3% -
เจำ้ หน้ำทโ่ี ครงกำร 56.8% 46.5% 43 - 4.14 มำก
144 13% 1
2.3 ควำมเหมำะสม สอดคล้องของ 133 43.5% 55 0.3% - 4.11 มำก
170 16.6%
เนื้อหำหลักสูตร 40.2% 51.4% 67 1 - 4.12 มำก
116 20.2% 0.3%
2.4 เนื้อหำหลักสูตรเป็นปจั จุบนั ทัน 143 35% 66 15 - 4.50 มำก
121 19.9% 4.5% ที่สุด
ต่อกำรเปลี่ยนแปลง 43.2% 36.6% 44 13
13.3% 3.9%
2.5 ระยะเวลำกำรฝกึ อบรม 105 76
23% -
31.7%
2.6 เอกสำรประกอบกำรฝึกอบรม 133
40.3%
2.7 กำรมีส่วนรว่ มในกำรแสดง 131
ควำมคิดเห็น 39.6%
2.8 ควำมค้มุ ค่ำของกำรฝกึ อบรม 211
63.7%
ส่วนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
3.1 หัวข้อ / หลักสูตรท่ีท่ำนต้องกำรเรยี นรูเ้ พ่ิมเติม
-
3.2 ข้อเสนอแนะเพื่อปรบั ปรุงในครง้ั ต่อไป
-
61
จำกตำรำงส่วนที่ 4 (รนุ่ ที่ 2) พบวำ่
ด้ำนควำมคิดเห็นต่อกำรบรหิ ำรโครงกำร เม่ือพิจำรณำพบว่ำประเด็นควำมคุ้มค่ำของกำรฝึกอบรม
ค่ำเฉล่ีย 4.50 อยู่ในระดับ มำกที่สุด รองลงมำประเด็นกำรอำนวยควำมสะดวกของเจำ้ หน้ำท่ีโครงกำร ค่ำเฉลี่ย
4.39 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นเน้ือหำหลักสูตรเป็นปัจจุบันทันต่อกำรเปลี่ยนแปลง ค่ำเฉล่ีย 4.30 อยู่ในระดับ
มำก ประเด็นกำรประสำนงำนของเจ้ำหน้ำที่โครงกำร ค่ำเฉล่ีย 4.29 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นควำมเหมำะสม
สอดคล้องของเน้ือหำหลักสูตร ค่ำเฉล่ีย 4.27 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นระยะเวลำกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.14
อยู่ในระดับ มำก ประเด็นกำรมีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย 4.12 อยู่ในระดับ มำก และประเด็น
เอกสำรประกอบกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉล่ีย 4.11 อยู่ในระดับ มำก
ส่วนท่ี 2 . ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผเู้ ข้ำอบรม
รุน่ ที่ 1
วชิ ำ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่
บรรยำยโดย สิบตำรวจโทสุรยิ ำ บุญเรอื ง นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
แปรผล
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X
ทีส่ ุด ปำน
ทส่ี ุด กลำง 2.91 กลำง
19 4.04 มำก
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง 5.7%
4.30 มำก
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 35 40 138 101 - 3.91 มำก
4.46 มำก
10.5% 12% 41.4% 30.4% 1 4.33 มำก
0.3%
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 70 208 54 1
-
21% 62.6% 16.2% 0.3%
-
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
1
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 136 165 29 2 0.3%
วตั ถปุ ระสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 40.9% 49.5% 8.7% 0.6%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มสี ่วนรว่ มในกำร 57 195 76 5
แสดงควำมคิดเห็น 17.1% 58.6% 22.8% 1.5%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 185 117 30 1
ในกำรปฎิบตั ิงำนของทำ่ น 55.6% 35.1% 9% 0.3%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 160 128 40 4
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 48.1% 38.4% 12% 1.2%
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น 62
มำก ปำน น้อย ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก
กลำง น้อย X แปรผล
ท่ีสุด
ท่สี ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
- 4.26 มำก
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 130 164 36 3
จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เปน็ 39.1% 49.2% 10.8% 0.9%
อย่ำงดี
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ี 110 167 50 5 1 4.14 มำก
50.2% 15% 1.5% 0.3% 4.08 มำก
เอ้ือต่อกำรเรยี นรู้ 33% 168 58
50.5% 17.4% 7 -
3.3 มกี ำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม 100 2.1%
หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ ง 30%
กำรสอน
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เปน็ อย่ำงดี 87 181 58 7 - 4.05 มำก
54.4% 17.4% 2.1% - 4.34 มำก
และชดั เจน 26.1% 156
46.8% 26 4
3.5 ให้คำแนะนำที่เปน็ ประโยชน์ 147 7.8% 1.2%
สำมำรถนำไปปฎิบัติได้จรงิ 44.1%
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- จดั ให้อบรมแก่เกษตรกรผู้มำใหม่ให้มำก
- อยำกให้ส่งคลิปกำรอบรมไวด้ ู ทบทวน
- เพิ่มเอกสำรกำรอบรมของอำจำรย์แต่ละท่ำน
- ให้ผู้นำชุมชนกล้ำแสดงผลกิจกรรมที่ดำเนินกำรปจั จุบัน ที่ส่วนของผู้นำ เพ่ือแสดงวำ่ ได้นำไปเรยี นรแู้ ละได้
ประโยชน์และถ่ำยควำมรใู้ ห้ลูกบำ้ นได้ และเชญิ หัวส่วนรำชกำรเข้ำไปในส่วนของผู้นำ
- เวลำจำกัดเกินไป ควรเพ่ิมระยะเวลำอบรม
- ควรทจี่ ะกระชบั เนื้อหำให้สั้นและมีประสิทธภิ ำพมำกข้ึน
- เป็นโครงกำรท่ีดีมำก เข้ำถงึ เกษตรกร เปน็ ศำสตรท์ ี่ดี นำมำปฏิบัติได้ดีมำกครบั
- กิจกรรมก่อนกำรอบรมควรกระชบั เพื่อให้ได้เน้ือหำวชิ ำกำรทมี่ ำกขึ้น
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ของผู้เขำ้ อบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 2.91 อยูใ่ นระดับ ปำน
กลำง และหลักกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉล่ีย 4.04 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เมื่อพิจำรณำพบว่ำประเด็นเป็น
63
ประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ในกำรปฎิบัติงำน ค่ำเฉลี่ย 4.46 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นสำมำรถนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.33 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับวัตถุประสงค์ใน
กำรจดั ฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.30 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำมคิดเห็น
ค่ำเฉล่ีย 3.91 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เม่ือพิจำรณำพบว่ำประเด็นให้คำแนะนำที่
เป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฎิบัติได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.34 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้
ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.26 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ ง
บรรยำกำศทเี่ อ้ือต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉล่ีย 4.14 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำมหรอื แสดงควำม
คิดเห็นระหว่ำงกำรสอน ค่ำเฉล่ีย 4.08 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน
ค่ำเฉลี่ย 4.05 อยูใ่ นระดับ มำก
วชิ ำ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่
บรรยำยโดย นำยทองคณู บุญศร ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครรำชสีมำ
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทส่ี ุด กลำง ทส่ี ุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 12 25 137 125 34 2.57 ปำน
3.6% 7.5% 41.1% 37.5% 10.3% กลำง
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 56 204 64 9 - 3.92 มำก
16.8% 61.3% 19.2% 2.7%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 100 173 56 4 - 4.11 มำก
วตั ถปุ ระสงค์ในกำรจดั ฝกึ อบรม 30% 52% 16.8% 1.2%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มสี ่วนรว่ มในกำร 47 163 105 18 - 3.72 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 14.2% 48.9% 31.5% 5.4%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 96 199 30 8 - 4.15 มำก
ในกำรปฎิบตั ิงำนของทำ่ น 28.8% 59.8% 9% 2.4%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 84 197 48 4 - 4.08 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 25.2% 59.2% 14.4% 1.2%
64
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก ปำน น้อย
มำก น้อย X แปรผล
กลำง
ท่ีสุด ท่ีสุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร - 4.11 มำก
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 92 188 49 4
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เปน็ 27.6% 56.5% 14.7% 1.2%
อยำ่ งดี
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่ 71 171 87 4 - 3.93 มำก
51.4% 26.1% 1.2%
เอ้ือต่อกำรเรยี นรู้ 21.3% 157 21
47.2% 96 6.3%
3.3 มกี ำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม 57 28.8% 2 3.74 มำก
0.6%
หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ ง 17.1%
กำรสอน
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอยำ่ งดี 54 186 75 18 - 3.83 มำก
55.9% 22.5% 5.4%
และชดั เจน 16.2% 210 10
63.1% 42 3%
3.5 ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ 71 12.6% - 4.03 มำก
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ 21.3%
จำกตำรำงพบว่ำ
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 2.57 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลักกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉล่ีย 3.92 อยูใ่ นระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบว่ำประเด็น
เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบัติงำน ค่ำเฉล่ีย 4.15 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นหัวข้อหลักสูตร
ตรงกับวัตถุประสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.11 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้
ในกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.08 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นกำรเปิดโอกำสให้ซักถำมหรอื แสดงควำม
คิดเห็นระหว่ำงกำรสอน ค่ำเฉล่ีย 3.91 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เม่ือพิจำรณำ
พบว่ำประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.11 อยู่ในระดับ
มำก รองลงมำประเด็นให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ ค่ำเฉล่ีย 4.03 อยู่ในระดับ มำก
ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่เอื้อต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉลี่ย 3.93 อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นตอบข้อซกั ถำม
ได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉลี่ย 3.83 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน
ค่ำเฉลี่ย 3.74 อยู่ในระดับ มำก
65
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- ถ้ำอบรมทศ่ี ูนย์ศึกษำฯน่ำจะได้รบั ควำมรแู้ บบเต็มท่มี ำกกวำ่
รุน่ ท่ี 2
วชิ ำ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎใี หม่
บรรยำยโดย นำยทองคณู บุญศร ผู้อำนวยกำรศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครรำชสีมำ
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ที่สุด กลำง ที่สุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผเู้ ข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝึกอบรม 19 32 140 110 30 2.70 ปำน
3.98 กลำง
5.7% 9.7% 42.3% 33.2% 9.1% มำก
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 65 199 62 5 -
19.7% 60.1% 18.7% 1.5%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวขอ้ หลักสูตรตรงกับ 97 169 62 3 - 4.09 มำก
วัตถุประสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 29.3% 51.1% 18.7% 0.9%
2.2 ผเู้ ขำ้ อบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร 61 157 99 13 1 3.80 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 18.5% 47.4% 29.9% 3.9% 0.3%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ น 114 172 37 8 - 4.18 มำก
กำรปฎิบัติงำนของทำ่ น 34.4% 52% 11.2% 2.4%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นกำร 99 176 53 3 - 4.12 มำก
ดำเนนิ ชวี ติ ได้ 29.9% 53.2% 16% 0.9%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จน 100 176 51 4 - 4.12 มำก
ทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เปน็ อยำ่ งดี 30.2% 53.2% 15.4% 1.2%
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่ 78 166 85 2 - 3.97 มำก
เอื้อต่อกำรเรยี นรู้ 23.6% 50.1% 25.7% 0.6%
3.3 มีกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื 66 158 90 15 2 3.82 มำก
แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ งกำรสอน 19.9% 47.8% 27.2% 4.5% 0.6%
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและ 69 177 71 13 1 3.91 มำก
ชดั เจน 20.8% 53.5% 21.5% 3.9% 0.3%
66
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
X แปรผล
มำก มำก ปำน น้อย น้อย
ทีส่ ุด กลำง ทสี่ ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.5 ให้คำแนะนำท่เี ปน็ ประโยชน์ 81 199 42 9 - 4.06 มำก
สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ 24.5% 60.1% 12.7% 2.7%
จำกตำรำงพบว่ำ
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 2.70 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลักกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 3.98 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบวำ่ ประเด็น
เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบัติงำน ค่ำเฉล่ีย 4.18 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นสำมำรถนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉล่ีย 4.12 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับวัตถุประสงค์ใน
กำรจดั ฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.09 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื แสดงควำมคิดเห็น
ระหว่ำงกำรสอน ค่ำเฉลี่ย 3.80 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เม่ือพิจำรณำพบว่ำ
ประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.12 อยู่ในระดับ มำก
รองลงมำประเด็นให้คำแนะนำท่ีเป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.06 อยู่ในระดับ มำก
ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่เอื้อต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉลี่ย 3.97 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อ
ซกั ถำมได้เปน็ อย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉล่ีย 3.91 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและ
ชดั เจนค่ำเฉลี่ย 3.82 อยูใ่ นระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
- กำรประชุมยำวนำนเกิน
- รำยกำรเอกสำร ในกำรอบรมควรมีเอกสำรให้ครบตำมวชิ ำท่เี รยี น
- กำรเตรยี มควำมพรอ้ มของอุปกรณ์สำรสนเทศ
- ได้รบั ควำมรแู้ ละจะนำไปปฏิบตั ิอย่ำงเต็มที่
67
รุน่ ที่ 1
วชิ ำ ถอดรหัสพระมหำชนก บรรยำยโดย นำยสัญชยั แชจอหอ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทีส่ ุด กลำง ท่ีสุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 39 52 143 84 15 3.05 ปำน
11.7 15.6 42.9 25.3% 4.5% กลำง
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 122 183 27 1 - 4.28 มำก
36.6% 55% 8.1% 0.3%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 138 165 28 2 - 4.32 มำก
วตั ถปุ ระสงค์ในกำรจดั ฝกึ อบรม 41.4% 49.5% 8.4% 0.6%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร 107 165 53 8 - 4.11 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 32.2% 49.5% 15.9% 2.4%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 155 159 16 3 - 4.40 มำก
ในกำรปฎิบตั ิงำนของทำ่ น 46.5% 47.8% 4.8% 0.9%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 146 164 21 2 - 4.36 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 43.8% 49.3% 6.3% 0.6%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 147 153 31 2 - 4.34 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เปน็ 44.2% 45.9% 9.3% 0.6%
อย่ำงดี
3.2 มเี ทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศ 131 168 31 3 - 4.28 มำก
ทเ่ี อ้ือต่อกำรเรยี นรู้ 39.3% 50.5% 9.3% 0.9%
3.3 มกี ำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม 117 139 63 12 2 4.07 มำก
หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ ง 35.1% 41.8% 18.9% 3.6% 0.6%
กำรสอน
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เปน็ อยำ่ งดี 109 166 49 6 3 4.12 มำก
และชดั เจน 32.7% 49.9% 14.7% 1.8% 0.9%
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น 68
มำก ปำน น้อย ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก
กลำง น้อย X แปรผล
ที่สุด
ที่สุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
- 4.29 มำก
3.5 ให้คำแนะนำท่เี ป็นประโยชน์ 132 166 33 2
49.9% 9.9% 0.6%
สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ 39.6%
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลงั โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 3.05 อยู่ในระดับ ปำน
กลำง และหลักกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.28 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เมื่อพิจำรณำพบว่ำประเด็นเป็น
ประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ในกำรปฎิบัติงำน ค่ำเฉล่ีย 4.40 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นสำมำรถนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.36 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับวัตถุประสงค์ใน
กำรจดั ฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.32 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำมคิดเห็น
ค่ำเฉลี่ย 4.11 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เม่ือพิจำรณำพบว่ำประเด็นถ่ำยทอด
ควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอยำ่ งดี ค่ำเฉลี่ย 4.32 อยูใ่ นระดับ มำก รองลงมำประเด็นให้
คำแนะนำทเ่ี ป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.29 อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ ง
บรรยำกำศที่เอ้ือต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉล่ีย 4.28 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน
ค่ำเฉล่ีย 4.12 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เปน็ อย่ำงดีและชดั เจนค่ำเฉลี่ย 4.07 อยู่ในระดับ
มำก
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- เป็นวชิ ำที่มีประโยชน์อย่ำงมำกครบั
- บรรยำยได้ดี
69
รุน่ ที่ 2
วชิ ำ ถอดรหัสพระมหำชนก บรรยำยโดย นำยสัญชยั แชจอหอ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทสี่ ุด กลำง ท่ีสุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 16 42 153 107 13 2.82 ปำน
4.8% 12.7% 46.2% 32.4% 3.9% กลำง
1.2 หลังกำรฝกึ อบรม 104 198 29 - - 4.23 มำก
31.4% 59.8% 8.8%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 119 179 33 - - 4.26 มำก
วตั ถุประสงค์ในกำรจดั ฝกึ อบรม 36% 54% 10%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มสี ่วนรว่ มในกำร 106 177 46 2 - 4.17 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 32% 53.5% 13.9% 0.6%
2.3 เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 144 169 16 2 - 4.37 มำก
ในกำรปฎิบตั ิงำนของทำ่ น 43.5% 51.1% 4.8% 0.6%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 124 185 22 - - 4.31 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 37.5% 55.9% 6.6%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 132 176 23 - - 4.33 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เปน็ 39.9% 53.2% 6.9%
อย่ำงดี
3.2 มเี ทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศ 126 168 35 2 - 4.26 มำก
ท่ีเอ้ือต่อกำรเรยี นรู้ 38.1% 50.7% 10.6% 0.6%
3.3 มกี ำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม 121 155 52 3 - 4.19 มำก
หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ ง 36.6% 46.8% 15.7% 0.9%
กำรสอน
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เปน็ อยำ่ งดี 110 178 42 1 - 4.20 มำก
และชดั เจน 33.2% 53.8% 12.7% 0.3%
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น 70
มำก ปำน น้อย ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก
กลำง น้อย X แปรผล
ทสี่ ุด
ท่สี ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
- 4.31 มำก
3.5 ให้คำแนะนำทเ่ี ป็นประโยชน์ 129 175 27 -
52.8% 8.1%
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ 39%
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 2.82 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลักกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉลี่ย 4.23 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบวำ่ ประเด็น
เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบัติงำน ค่ำเฉล่ีย 4.47 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นสำมำรถนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.31 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับวัตถุประสงค์ใน
กำรจดั ฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.26 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำมคิดเห็น
ค่ำเฉล่ีย 4.17 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เมื่อพิจำรณำพบว่ำประเด็นถ่ำยทอด
ควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.33 อยูใ่ นระดับ มำก รองลงมำประเด็นให้
คำแนะนำท่ีเปน็ ประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.31 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ ง
บรรยำกำศที่เอ้ือต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉลี่ย 4.26 อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน
ค่ำเฉลี่ย 4.20 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอยำ่ งดีและชดั เจนค่ำเฉลี่ย 4.19 อยู่ในระดับ
มำก
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
- บรรยำยดีมำก ๆ ซำบซง้ึ
- อยำกให้มีต่อเนื่องค่ะ
71
รุน่ ที่ 1
วชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ แผ่นดินวกิ ฤติ บรรยำยโดย นำงสำวศิรนิ ุช ศิรสิ ุรยิ ะ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำกที่สุด มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
กลำง ทีส่ ุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 27 38 80 121 67 2.51 ปำน
8.1% 11.4% 24.1% 36.3% 20.1% กลำง
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 125 167 41 - - 4.25 มำก
37.5% 50.2% 12.3%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 122 184 26 1 - 4.28 มำก
วตั ถุประสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 36.6% 55.3% 7.8% 0.3%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มสี ่วนรว่ มใน 118 182 31 2 - 4.25 มำก
กำรแสดงควำมคิดเห็น 35.4% 54.7% 9.3% 0.6%
2.3 เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 147 152 29 5 - 4.32 มำก
ในกำรปฎิบัติงำนของท่ำน 44.2% 45.6% 8.7% 1.5%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 129 179 20 5 - 4.30 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 38.7% 53.8% 6% 1.5%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ 138 175 14 6 - 4.34 มำก
ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจใน 41.4% 52.6% 4.2% 1.8%
เน้ือหำได้เปน็ อย่ำงดี
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ ง 125 163 40 5 - 4.23 มำก
บรรยำกำศท่เี อ้ือต่อกำรเรยี นรู้ 37.6% 48.9% 12% 1.5%
3.3 มีกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม 133 148 52 - - 4.24 มำก
หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ ง 39.9% 44.5% 15.6%
กำรสอน
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอยำ่ งดี 149 152 32 - - 4.35 มำก
และชดั เจน 44.7% 45.7% 9.6%
72
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทสี่ ุด กลำง ทีส่ ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.5 ให้คำแนะนำที่เปน็ ประโยชน์ 143 134 52 4 - 4.25 มำก
สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ 42.9% 40.3% 15.6% 1.2%
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผ้เู ข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 2.51 อยูใ่ นระดับ ปำน
กลำง และหลักกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.25 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบวำ่ ประเด็นเป็น
ประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ในกำรปฎิบัติงำน ค่ำเฉล่ีย 4.32 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นสำมำรถนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉล่ีย 4.30 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับวัตถุประสงค์ใน
กำรจดั ฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.28 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำมคิดเห็น
ค่ำเฉลี่ย 4.25 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เมื่อพิจำรณำพบว่ำประเด็นตอบข้อ
ซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉลี่ย 4.24 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.34 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นให้คำแนะนำท่ีเป็นประโยชน์
สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.25 อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นมีกำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม หรอื แสดงควำม
คิดเห็นระหว่ำงกำรสอน ค่ำเฉลี่ย 4.24 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศทเ่ี อื้อต่อกำร
เรยี นรู้ ค่ำเฉลี่ย 4.23 อยู่ในระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
- คลิปกำรสอนยำวเกินไป
- เวลำไม่เหมำะสม
- ได้เรยี นรอู้ ย่ำงมำก
73
รุน่ ท่ี 2
วชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ แผ่นดินวกิ ฤติ บรรยำยโดย นำงสำวศิรนิ ชุ ศิรสิ ุรยิ ะ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำกที่สุด มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
กลำง ทีส่ ุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 กอ่ นกำรฝึกอบรม 17 37 83 123 71 2.41 ปำน
5% 11.2% 25.1% 37.2% 21.5% กลำง
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 129 164 38 - - 4.27 มำก
39% 49.5% 11.5%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวขอ้ หลักสูตรตรงกับ 129 174 28 - - 4.31 มำก
วัตถปุ ระสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 39% 52.5% 8.5%
2.2 ผ้เู ข้ำอบรมได้มสี ่วนรว่ มในกำร 119 182 30 - - 4.27 มำก
แสดงควำมคดิ เห็น 36% 55% 9%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ น 148 155 28 - - 4.36 มำก
กำรปฎิบัติงำนของทำ่ น 44.7% 46.8% 8.5%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นกำร 142 169 20 - - 4.37 มำก
ดำเนินชวี ติ ได้ 42.9% 51.1% 6%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 138 176 17 - - 4.37 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เปน็ อยำ่ ง 41.7% 53.2% 5.1%
ดี
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ี 132 167 31 1 - 4.30 มำก
เอื้อต่อกำรเรยี นรู้ 39.9% 50.5% 9.3% 0.3%
3.3 มกี ำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื 141 141 49 - - 4.28 มำก
แสดงควำมคิดเห็นระหว่ำงกำรสอน 42.6% 42.6% 14.8%
3.4 ตอบขอ้ ซกั ถำมได้เปน็ อยำ่ งดี 152 152 26 1 - 4.37 มำก
และชดั เจน 45.9% 45.9% 7.9% 0.3%
74
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทสี่ ุด กลำง ทสี่ ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.5 ให้คำแนะนำทเ่ี ป็นประโยชน์ 147 137 43 4 - 4.29 มำก
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ
44.4% 41.4% 13% 1.2%
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 2.41 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลักกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.27 อยูใ่ นระดับ มำก ด้ำนควำมพงึ พอใจ เม่ือพิจำรณำพบว่ำประเด็น
สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.37 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นเป็นประโยชน์
ต่อกำรนำไปใช้ในกำรปฎิบัติงำนของท่ำน ค่ำเฉล่ีย 4.36 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับ
วัตถุประสงค์ในกำรจัดฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.31 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร
แสดงควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย 4.27 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เมื่อพิจำรณำพบว่ำ
ประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอย่ำงดีและประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็น
อย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉล่ีย 4.37 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ีเอ้ือต่อกำร
เรยี นรู้ ค่ำเฉลี่ย 4.30 อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นให้คำแนะนำท่ีเปน็ ประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ ค่ำเฉล่ีย
4.29 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นมีมีกำรเปิดโอกำสให้ซักถำม หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหว่ำงกำรสอน
ค่ำเฉลี่ย 4.28 อยู่ในระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- สะท้อนปญั หำได้ดี
- ขอให้มีกำรอบรมอีก
75
รุน่ ที่ 1
วชิ ำ ทฤษฎีบนั ได 9 ข้ัน บรรยำยโดย นำยสัญชยั แชจอหอ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำกที่สุด มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
กลำง ที่สุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 32 34 114 102 51 2.68 ปำน
9.6% 10.2% 34.2% 30.7% 15.3% กลำง
1.2 หลังกำรฝกึ อบรม 114 170 48 1 - 4.19 มำก
34.2% 51.1% 14.4% 0.3%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 138 174 21 - - 4.35 มำก
วตั ถปุ ระสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 41.4% 52.3% 6.3%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มใน 110 148 61 14 - 4.06 มำก
กำรแสดงควำมคิดเห็น 33% 44.5% 18.3% 4.2%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำร 138 170 25 - - 4.34 มำก
นำไปใชใ้ นกำรปฎิบัติงำนของ 41.4% 51.1% 7.5%
ทำ่ น
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 131 181 21 - - 4.33 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 39.3% 54.4% 6.3%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 128 175 28 2 - 4.29 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอยำ่ ง 38.4% 52.6% 8.4% 0.6%
ดี
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ี 122 161 50 - - 4.22 มำก
เอ้อื ต่อกำรเรยี นรู้ 36.6% 48.4% 15%
3.3 มกี ำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื 103 150 64 16 - 4.02 มำก
แสดงควำมคิดเห็นระหว่ำงกำรสอน 30.9% 45.1% 19.2% 4.8%
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดี 96 172 55 10 - 4.06 มำก
และชดั เจน 28.8% 51.7% 16.5% 3%
76
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำรแปร
มำก ปำน น้อย
มำก น้อย X ผล
กลำง
ทีส่ ุด ทส่ี ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.5 ให้คำแนะนำทเ่ี ปน็ ประโยชน์ 122 180 31 - - 4.27 มำก
54.1% 9.3%
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ 36.6%
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 2.68 อยูใ่ นระดับ ปำน
กลำง และหลังกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.19 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบว่ำประเด็น
หัวข้อหลักสูตรตรงกับวัตถุประสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.35 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นเป็น
ประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบัติงำนของท่ำน ค่ำเฉล่ีย 4.34 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อสำมำรถนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชีวติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.33 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร
แสดงควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย 4.06 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เมื่อพิจำรณำพบว่ำ
ประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.29 อยู่ในระดับ มำก
รองลงมำประเด็นให้คำแนะนำท่ีเป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ ค่ำเฉล่ีย 4.27 อยู่ในระดับ มำก
ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศทเ่ี อื้อต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉล่ีย 4.22 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อซกั ถำม
ได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉล่ีย 4.06 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นมีกำรเปิดโอกำสให้ซักถำม หรอื แสดง
ควำมคิดเห็นระหว่ำงกำรสอน ค่ำเฉลี่ย 4.02 อยู่ในระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
- เน้ือหำกำรบรรยำยดีมำก
77
รุน่ ที่ 2
วชิ ำ ทฤษฎีบนั ได 9 ขัน้ บรรยำยโดย นำยสัญชยั แชจอหอ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำกที่สุด มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
กลำง ทส่ี ุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 17 24 120 112 58 2.49 น้อย
5.1% 7.3% 36.3% 33.8% 17.5%
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 104 186 41 - - 4.19 มำก
31.4% 56.2% 12.4%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 140 175 16 - - 4.37 มำก
วตั ถุประสงค์ในกำรจดั ฝกึ อบรม 42.3% 52.9% 4.8%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มใน 100 154 68 9 - 4.04 มำก
กำรแสดงควำมคิดเห็น 30.2% 46.6% 20.5% 2.7%
2.3 เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 139 166 26 - - 4.34 มำก
ในกำรปฎิบตั ิงำนของทำ่ น 42% 50.2% 7.8%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 140 162 29 - - 4.34 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 42.3% 48.9% 8.8%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 124 181 26 - - 4.30 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เปน็ อยำ่ ง 37.5% 54.7% 7.8%
ดี
3.2 มเี ทคนคิ กำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ี 144 168 49 - - 4.20 มำก
เออื้ ต่อกำรเรยี นรู้ 34.4% 50.8% 14.8%
3.3 มกี ำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม หรอื 91 163 67 10 - 4.01 มำก
แสดงควำมคดิ เห็นระหว่ำงกำรสอน 27.5% 49.3% 20.2% 3%
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดี 87 185 52 7 - 4.06 มำก
และชดั เจน 26.3% 55.9% 15.7% 2.1%
78
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำรแปร
มำก ปำน น้อย
มำก น้อย X ผล
กลำง
ทส่ี ุด ทส่ี ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.5 ให้คำแนะนำท่เี ป็นประโยชน์ 126 174 31 - - 4.29 มำก
52.6% 9.4%
สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ 38%
จำกตำรำงพบว่ำ
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผ้เู ข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 2.49 อยู่ในระดับ น้อย
และหลังกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉลี่ย 4.19 อยูใ่ นระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เมื่อพิจำรณำพบวำ่ ประเด็นหัวข้อหัวขอ้
หลักสูตรตรงกับวัตถปุ ระสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.37 อยูใ่ นระดับ มำก รองลงมำประเด็นเป็นประโยชน์
ต่อกำรนำไปใช้ในกำรปฎิบัติงำนของท่ำนและประเด็นสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ในกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉล่ีย
4.34 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย 4.04 อยูใ่ นระดับ
มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เม่ือพิจำรณำพบว่ำประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้
เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.30 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นให้คำแนะนำท่ีเป็นประโยชน์
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.29 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่เอ้ือต่อกำร
เรยี นรู้ ค่ำเฉลี่ย 4.20 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉลี่ย 4.06 อยู่ใน
ระดับ มำก และประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอยำ่ งดีและชดั เจน ค่ำเฉล่ีย 4.01 อยูใ่ นระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- เอกสำรและวดี ีโอกำรอบรม ควรส่งต่อให้ผเู้ ข้ำรว่ มอบรมเพ่ือใชป้ ระโยชน์ในกำรสอนต่อผู้เรยี นรตู้ ่อยอด
- ขอขอบคุณทมี่ ีกำรเปดิ อบรม
79
รุน่ ที่ 1
วชิ ำ หลักกสิกรรมธรรมชำติ
บรรยำยโดย นำยทองคูณ บุญศร ผู้อำนวยกำรศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครรำชสีมำ
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำกทีส่ ุด มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
กลำง ที่สุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 12 35 169 103 14 2.78 ปำน
3.6% 10.5% 50.8% 30.9% 4.2% กลำง
1.2 หลังกำรฝกึ อบรม 118 171 44 - - 4.22 มำก
35.4% 51.4% 13.2%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 127 168 38 - - 4.27 มำก
วัตถุประสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 38.1% 50.5% 11.4%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มสี ่วนรว่ มใน 98 150 70 15 - 3.99 มำก
กำรแสดงควำมคิดเห็น 29.4% 45.1% 21% 4.5%
2.3 เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 150 150 33 - - 4.35 มำก
ในกำรปฎิบัติงำนของท่ำน 45% 45% 10%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 142 157 34 - - 4.32 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 42.6% 47.2% 10.2%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 128 167 38 - - 4.27 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอยำ่ ง 38.4% 50.2% 11.4%
ดี
3.2 มีเทคนคิ กำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ี 118 155 58 2 - 4.17 มำก
เอือ้ ต่อกำรเรยี นรู้ 35.4% 46.6% 17.4% 0.6%
3.3 มีกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื 100 133 79 12 - 3.94 มำก
แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ งกำรสอน 30% 39.9% 23.7% 3.6%
3.4 ตอบขอ้ ซกั ถำมได้เปน็ อยำ่ งดี 103 139 79 12 - 4.00 มำก
และชดั เจน 30.9% 41.8% 23.7% 3.6%
80
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำรแปร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X ผล
ที่สุด กลำง ทส่ี ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.5 ให้คำแนะนำท่ีเปน็ ประโยชน์ 146 138 47 2 - 4.29 มำก
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ 43.8% 41.4% 14.2% 0.6%
จำกตำรำงพบว่ำ
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 2.78 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลังกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.22 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบวำ่ ประเด็น
เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบัติงำนของท่ำน ค่ำเฉล่ีย 4.35 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นเป็น
สำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ในกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.32 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับ
วัตถุประสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.27 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร
แสดงควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย 3.99 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เม่ือพิจำรณำพบว่ำ
ประเด็นให้คำแนะนำท่ีเป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.29 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำ
ประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.27 อยู่ในระดับ มำก
ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่เอื้อต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉลี่ย 4.17 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อ
ซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉลี่ย 4.00 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นมีกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื
แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ งกำรสอน ค่ำเฉลี่ย 3.94 อยู่ในระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- เนื้อหำกำรบรรยำยดีทำให้เข้ำใจงำ่ ย
81
รุน่ ที่ 2
วชิ ำ หลักกสิกรรมธรรมชำติ
บรรยำยโดย นำยทองคูณ บุญศร ผู้อำนวยกำรศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครรำชสีมำ
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทส่ี ุด กลำง ที่สุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 กอ่ นกำรฝึกอบรม 34 69 127 82 21 3.04 ปำน
10.2% 20.7% 6.3% กลำง
38.2% 24.6%
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 127 167 39 - - 4.26 มำก
38.1% 50.2% 11.7%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวขอ้ หลักสูตรตรงกับ 156 149 28 - - 4.38 มำก
วัตถุประสงคใ์ นกำรจดั ฝึกอบรม 46.8% 44.8% 8.4%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร 128 150 54 1 - 4.22 มำก
แสดงควำมคดิ เห็น 38.5% 45% 16.2% 0.3%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ น 173 134 26 - - 4.44 มำก
กำรปฎิบัติงำนของทำ่ น 52% 40.2% 7.8%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นกำร 168 136 23 6 - 4.40 มำก
ดำเนินชวี ติ ได้ 50.5% 40.8% 6.9% 1.8%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จน 148 156 25 4 - 4.35 มำก
ทำให้เข้ำใจในเนอ้ื หำได้เปน็ อยำ่ งดี 44.5% 46.8% 7.5% 1.2%
3.2 มเี ทคนคิ กำรสรำ้ งบรรยำกำศที่ 123 173 33 3 1 4.24 มำก
เอือ้ ต่อกำรเรยี นรู้
36.9% 52% 9.9% 0.9% 0.3%
3.3 มีกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื 120 162 46 5 - 4.19 มำก
แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ งกำรสอน 36.1% 48.6% 13.8% 1.5%
3.4 ตอบขอ้ ซกั ถำมได้เป็นอยำ่ งดีและ 140 149 40 4 - 4.28 มำก
ชดั เจน 42.1% 44.7% 12% 1.2%
3.5 ให้คำแนะนำทเ่ี ปน็ ประโยชน์ 151 154 26 2 - 4.36
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ
45.3% 46.3% 7.8% 0.6%
82
จำกตำรำงพบว่ำ
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉล่ีย 3.04 อยู่ในระดับ ปำน
กลำง และหลังกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉล่ีย 4.26 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบวำ่ ประเด็นเป็น
ประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบตั ิงำนของทำ่ น ค่ำเฉล่ีย 4.44 อยูใ่ นระดับ มำก รองลงมำประเด็นเป็นสำมำรถ
นำไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉล่ีย 4.40 อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับวตั ถปุ ระสงค์
ในกำรจัดฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.38 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำม
คิดเห็น ค่ำเฉลี่ย 4.22 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เม่ือพิจำรณำพบว่ำประเด็นให้
คำแนะนำที่เปน็ ประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.36 อยูใ่ นระดับ มำก รองลงมำประเด็นถ่ำยทอด
ควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉลี่ย 4.35 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อ
ซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉลี่ย 4.28 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่เอ้ือต่อ
กำรเรยี นรู้ ค่ำเฉล่ีย 4.24 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉล่ีย 4.19
อยูใ่ นระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- ไม่ได้อบรมรมที่ศูนย์ศึกษำฯทำให้กำรซกั ถำมไม่สำมำรถทำได้เต็มที่
- ถ้ำได้นำเข้ำสู่กระบวนกำรเรยี นรูใ้ นโรงเรยี นโดยมีกำรเรยี นกำรสอนให้เห็นวดี ีทัศน์ที่ชดั เจนจะปลูกฝัง
แนวคิดเด็กได้ดีมำก
- อินเตอรเ์ น็ตหลุดบำงชว่ ง เสนอให้มี wi-fi ให้ผู้อบรมด้วย
- มีประโยชน์ ได้ควำมรมู้ ำก กำรอบรมดีมำก
- ขอเพิ่มเวลำให้มำกข้ึน เนื้อหำอัดแน่นเกินไป
- บำงครงั้ พูดเรว็ จบั ใจควำมไม่ค่อยทัน
83
รนุ่ ท่ี 1
วชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ วถิ ีภมู ิปัญญำไทยกับกำรพ่ึงตนเอง
บรรยำยโดย นำงสำวกำญจนำ เชดิ สูงเนิน นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทีส่ ุด กลำง ทสี่ ุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝึกอบรม 24 39 158 96 16 2.88 ปำน
7.2% 11.7% 47.5% 28.8% 4.8% 4.28 กลำง
มำก
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 122 183 27 1 -
36.6% 55% 8.1%1 0.3%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวขอ้ หลักสูตรตรงกับ 145 163 21 1 3 4.34 มำก
วัตถุประสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 43.6% 48.9% 6.3% 0.3% 0.9%
2.2 ผ้เู ขำ้ อบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร 113 160 56 4 - 4.15 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 33.9% 48.1% 16.8% 1.2%
2.3 เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ น 163 153 17 - - 4.44 มำก
กำรปฎิบัติงำนของทำ่ น 48.9% 45.9% 5.2%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นกำร 162 161 10 - - 4.46 มำก
ดำเนินชวี ติ ได้ 48.6% 48.3% 3.1%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จน 152 158 23 - - 4.39 มำก
ทำให้เข้ำใจในเนอื้ หำได้เป็นอยำ่ งดี 45.6% 47.5% 6.9%
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่ 138 149 46 - - 4.28 มำก
เอ้อื ต่อกำรเรยี นรู้ 41.5% 44.7% 13.8%
3.3 มีกำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม หรอื 138 127 60 8 - 4.19 มำก
แสดงควำมคิดเห็นระหว่ำงกำรสอน 41.4% 38.1% 18.1% 2.4%
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เปน็ อย่ำงดีและ 122 164 40 4 3 4.20 มำก
ชดั เจน 36.4% 49.2% 12% 1.2% 0.9%
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น 84
มำก ปำน น้อย ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก
กลำง น้อย X แปรผล
ทสี่ ุด
ทส่ี ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.5 ให้คำแนะนำทเ่ี ปน็ ประโยชน์ 149 162 22 - - 4.38 มำก
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ 44.8% 48.6% 6.6%
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 2.88 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลังกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.28 อยูใ่ นระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบวำ่ ประเด็น
สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉล่ีย 4.46 อยูใ่ นระดับ มำก รองลงมำประเด็นเปน็ ประโยชน์ต่อ
กำรนำไปใช้ในกำรปฎิบัติงำนของท่ำน ค่ำเฉล่ีย 4.44 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับ
วัตถุประสงค์ในกำรจัดฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.34 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร
แสดงควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย 4.15 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เมื่อพิจำรณำพบว่ำ
ประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.39 อยู่ในระดับ มำก
รองลงมำประเด็นให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.38 อยู่ในระดับ มำก
ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ีเอื้อต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉล่ีย 4.28 อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นตอบข้อซกั ถำม
ได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉลี่ย 4.20 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน
ค่ำเฉล่ีย 4.19 อยู่ในระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- เรยี นรผู้ ่ำนระบบ Zoom Cloud Meetings ทำให้ไม่สำมำรถซกั ถำมทำได้เต็มที่
85
รนุ่ ท่ี 2
วชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ วถิ ีภมู ิปัญญำไทยกับกำรพึ่งตนเอง
บรรยำยโดย นำงสำวกำญจนำ เชดิ สูงเนิน นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทีส่ ุด
ท่สี ุด กลำง 17
5.1%
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
-
1.1 ก่อนกำรฝึกอบรม 24 37 158 95 2.87 ปำน
- 4.28 กลำง
7.3% 11.2% 47.7% 28.7% - มำก
-
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 121 183 27 - -
36.6% 55.3% 8.1% -
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ -
-
2.1 หัวขอ้ หลักสูตรตรงกับ 144 166 21 - 4.37 มำก
4.15 มำก
วตั ถปุ ระสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 43.5% 50.2% 6.3% 4.44 มำก
4.46 มำก
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร 122 160 55 4
แสดงควำมคิดเห็น 33.8% 48.4% 16.2% 1.2%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 163 151 17 -
ในกำรปฎิบตั ิงำนของท่ำน 49.3% 45.6% 5.1%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 162 160 9 -
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 48.9% 48.4% 2.7%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 151 158 22 - 4.39 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เป็นอยำ่ ง 45.7% 47.7% 6.6%
ดี
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ี 137 149 45 - 4.28 มำก
เอือ้ ต่อกำรเรยี นรู้ 41.4% 45% 13.6%
3.3 มีกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื 137 128 62 4 4.20 มำก
แสดงควำมคดิ เห็นระหว่ำงกำรสอน 41.4% 38.7% 18.7% 1.2%
3.4 ตอบขอ้ ซกั ถำมได้เปน็ อยำ่ งดี 121 164 42 4 4.21 มำก
และชดั เจน 36.6% 49.5% 12.7% 1.2%
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น 86
มำก ปำน น้อย ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก
กลำง น้อย X แปรผล
ทส่ี ุด
ท่ีสุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
- 4.38 มำก
3.5 ให้คำแนะนำท่เี ปน็ ประโยชน์ 148 162 21 -
48.9% 6.3%
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ 44.8%
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 2.87 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลังกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉลี่ย 4.28 อยูใ่ นระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เมื่อพิจำรณำพบว่ำประเด็น
สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.46 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นเปน็ ประโยชน์ต่อ
กำรนำไปใช้ในกำรปฎิบัติงำนของท่ำน ค่ำเฉล่ีย 4. 44 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับ
วัตถุประสงค์ในกำรจัดฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.37 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร
แสดงควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย 4.15 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เมื่อพิจำรณำพบว่ำ
ประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉลี่ย 4.39 อยู่ในระดับ มำก
รองลงมำประเด็นให้คำแนะนำท่ีเป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.38 อยู่ในระดับ มำก
ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่เอื้อต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉล่ีย 4.28 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อซกั ถำม
ได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉลี่ย 4.21 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นมีกำรเปิดโอกำสให้ซักถำม หรอื แสดง
ควำมคิดเห็นระหวำ่ งกำรสอน ค่ำเฉล่ีย 4.20 อยูใ่ นระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
-
87
รนุ่ ที่ 1
วชิ ำ ฐำนกำรเรยี นรู้ (ฐำนฅนรกั ษ์สุขภำพ , ฐำนฅนมีน้ำยำ , ฐำนฅนหัวเห็ด , ฐำนฅนรกั ษ์แม่ธรณี , ฐำนฅนเอำถ่ำน)
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทสี่ ุด กลำง ทส่ี ุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 22 39 150 101 21 2.82 ปำน
6.6% 11.7% 45.1% 30.3% 6.3% กลำง
1.2 หลังกำรฝกึ อบรม 131 187 15 - - 4.35 มำก
39.3% 56.2% 4.5%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 137 179 17 - - 4.36 มำก
วตั ถปุ ระสงค์ในกำรจดั ฝกึ อบรม 41.1% 5.8% 5.1%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มสี ่วนรว่ มในกำร 135 165 33 - - 4.31 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 40.6% 49.5% 9.9%
2.3 เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 150 180 3 - - 4.44 มำก
ในกำรปฎิบตั ิงำนของทำ่ น 45% 54.1% 0.9%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 138 181 14 - - 4.37 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 41.4% 54.4% 4.2%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 151 172 10 - - 4.42 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เปน็ 45.3% 51.7% 3%
อยำ่ งดี
3.2 มเี ทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศ 141 180 12 - - 4.39 มำก
ท่ีเอ้ือต่อกำรเรยี นรู้ 42.3% 54.1% 3.6%
3.3 มกี ำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม 143 158 32 - - 4.33 มำก
หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ ง 42.9% 47.4% 9.7%
กำรสอน
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอยำ่ งดี 147 170 16 - - 4.39 มำก
และชดั เจน 44.1% 51.1% 4.8%
88
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทส่ี ุด กลำง ทส่ี ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.5 ให้คำแนะนำท่เี ป็นประโยชน์ 146 178 9 - - 4.41 มำก
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ 43.8% 53.5% 2.7%
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 2.82 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลังกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉล่ีย 4.35 อยูใ่ นระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบวำ่ ประเด็น
เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบัติงำนของท่ำน ค่ำเฉล่ีย 4.44 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นสำมำรถ
นำไปประยุกต์ใช้ในกำรดำเนินชีวติ ได้ ค่ำเฉล่ีย 4.37 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับ
วัตถุประสงค์ในกำรจัดฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.36 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร
แสดงควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย 4.31 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เมื่อพิจำรณำพบว่ำ
ประเด็นถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉลี่ย 4.42 อยู่ในระดับ มำก
รองลงมำประเด็นให้คำแนะนำท่ีเป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.41 อยู่ในระดับ มำก
ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ีเอ้ือต่อกำรเรยี นรู้ และประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน
ค่ำเฉล่ีย 4.39 อยูใ่ นระดับ มำก และประเด็นมีกำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ งกำรสอน
ค่ำเฉล่ีย 4.33 อยูใ่ นระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
-
89
รนุ่ ท่ี 2
วชิ ำ ฐำนกำรเรยี นรู้ (ฐำนฅนรกั ษ์สุขภำพ,ฐำนฅนมีน้ำยำ,ฐำนฅนหัวเห็ด,ฐำนฅนรกั ษ์แม่ธรณี, ฐำนฅนเอำถ่ำน)
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทสี่ ุด กลำง ที่สุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 17 43 153 100 18 2.82 ปำน
5.1% 13% 46.2% 30.2% 5.5% กลำง
1.2 หลังกำรฝกึ อบรม 123 192 16 - - 4.32 มำก
37.2% 58% 4.8%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 137 174 20 - - 4.35 มำก
วตั ถปุ ระสงค์ในกำรจดั ฝกึ อบรม 41.4% 52.6% 6%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มสี ่วนรว่ มในกำร 121 167 41 1 1 4.23 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 36.6% 50.4% 12.4% 0.3% 0.3%
2.3 เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 151 166 14 - - 4.41 มำก
ในกำรปฎิบตั ิงำนของท่ำน 45.6% 50.2% 4.2%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 137 176 18 - - 4.36 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 41.4% 53.2% 5.4%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 141 177 13 - - 4.39 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เปน็ 42.6% 53.5% 3.9%
อยำ่ งดี
3.2 มเี ทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศ 125 179 27 - - 4.30 มำก
ทเี่ อื้อต่อกำรเรยี นรู้ 37.8% 54% 8.2%
3.3 มกี ำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม 128 160 43 - - 4.26 มำก
หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ ง 38.7% 48.3% 13%
กำรสอน
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เปน็ อยำ่ งดี 128 172 30 1 - 4.29 มำก
และชดั เจน 38.7% 52% 9% 0.3%
90
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ท่สี ุด กลำง ที่สุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.5 ให้คำแนะนำท่เี ป็นประโยชน์ 140 176 15 - - 4.38 มำก
สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ 42.3% 53.2% 4.5%
จำกตำรำงพบว่ำ
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 2.82 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลังกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉลี่ย 4.32 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เมื่อพิจำรณำพบวำ่ ประเด็น
เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบัติงำนของทำ่ น ค่ำเฉล่ีย 4.41 อยูใ่ นระดับ มำก รองลงมำประเด็นสำมำรถ
นำไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉล่ีย 4.36 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับวตั ถปุ ระสงค์
ในกำรจัดฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.35 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำม
คิดเห็น ค่ำเฉล่ีย 4.23 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เม่ือพิจำรณำพบว่ำประเด็น
ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉล่ีย 4.39 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำ
ประเด็นให้คำแนะนำท่ีเป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ ค่ำเฉลี่ย 4.38 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นมี
เทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่เอื้อต่อกำรเรยี นรู้ ค่ำเฉลี่ย 4.30 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อซกั ถำมได้เป็น
อย่ำงดีและชัดเจน ค่ำเฉล่ีย 4.29 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นมีกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื แสดงควำม
คิดเห็นระหว่ำงกำรสอน ค่ำเฉลี่ย 4.26 อยูใ่ นระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- ควำมรทู้ ไี่ ด้สำมำรถนำไปใชป้ ระโยชน์ได้จรงิ ดีมำก ๆ
- สัญญำณบำงครง้ั หำย
91
รนุ่ ที่ 1
วชิ ำ หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคกหนองนำเบื้องต้นและ Work Shop กำรออกแบบพ้ืนที่ โดย
นำยปรเมศวร์ สิทธวิ งศ์ ผู้อำนวยกำรศูนย์กำรศึกษำกำรพัฒนำ ตำมหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง เขำใหญ่ พำ
โน รำม่ำ ฟำรม์
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ท่สี ุด กลำง ท่สี ุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 24 55 121 110 23 2.84 ปำน
7.2% 16.5% 36.3% 33.1% 6.9% กลำง
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 101 175 57 - - 4.13 มำก
30.3% 52.6% 17.1%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 131 172 30 - - 4.30 มำก
วัตถุประสงค์ในกำรจดั ฝกึ อบรม 39.3% 51.7% 9%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร 108 181 38 6 - 4.17 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 32.4% 54.4% 11.4% 1.8%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 159 148 26 - - 4.40 มำก
ในกำรปฎิบัติงำนของทำ่ น 47.8% 44.4% 7.8%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 147 156 30 - - 4.35 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 44.1% 46.9% 9%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 144 159 30 - - 4.34 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เปน็ 43.3% 47.7% 9%
อย่ำงดี
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศ 188 173 40 2 - 4.22 มำก
ท่เี อ้ือต่อกำรเรยี นรู้ 35.4% 52% 12% 0.6%
3.3 มกี ำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม 112 169 46 6 - 4.16 มำก
หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ ง 33.6% 50.8% 13.8% 1.8%
กำรสอน
92
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทส่ี ุด กลำง ท่สี ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เปน็ อยำ่ งดี 138 145 44 6 - 4.25 มำก
และชดั เจน 41.5% 43.5% 13.2% 1.8%
3.5 ให้คำแนะนำที่เปน็ ประโยชน์ 157 144 32 - - 4.38 มำก
สำมำรถนำไปปฏิบัติได้จรงิ 41.2% 43.2% 9.6%
จำกตำรำงพบวำ่
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 2.84 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลังกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.13 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบวำ่ ประเด็น
เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบตั ิงำนของท่ำน ค่ำเฉลี่ย 4.40 อยูใ่ นระดับ มำก รองลงมำประเด็นสำมำรถ
นำไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.35 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับวัตถุประสงค์
ในกำรจัดฝึกอบรม ค่ำเฉล่ีย 4.30 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำม
คิดเห็น ค่ำเฉล่ีย 4.17 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เมื่อพิจำรณำพบว่ำประเด็นให้
คำแนะนำทเ่ี ปน็ ประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ ค่ำเฉล่ีย 4.38 อยูใ่ นระดับ มำก รองลงมำประเด็นถ่ำยทอด
ควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉลี่ย 4.34 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อ
ซกั ถำมได้เป็นอย่ำงดีและชดั เจน ค่ำเฉลี่ย 4.25 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศทเ่ี อ้ือต่อ
กำรเรยี นรู้ ค่ำเฉล่ีย 4.22 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นมีกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม หรอื แสดงควำมคิดเห็น
ระหวำ่ งกำรสอน ค่ำเฉล่ีย 4.16 อยู่ในระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
- ควรเพิ่มระยะเวลำในกำรอบรม
- อยำกไปมีอบรมเพ่ิมเติม
- ถ้ำเรยี นที่ศูนย์ฯน่ำจะดี
93
รนุ่ ที่ 2
วชิ ำ หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคกหนองนำเบ้ืองต้นและ Work Shop กำรออกแบบพ้ืนท่ี โดย นำย
ปรเมศวร์ สิทธวิ งศ์ ผู้อำนวยกำรศูนย์กำรศึกษำกำรพัฒนำ ตำมหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง เขำใหญ่ พำโน
รำม่ำ ฟำรม์
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ทสี่ ุด กลำง ทสี่ ุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 17 38 142 113 21 2.75 ปำน
5.1% 11.5% 42.9% 34.2% 6.3% กลำง
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 90 184 57 - - 4.10 มำก
27.2% 55.6% 17.2%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 120 180 31 - - 4.27 มำก
วัตถุประสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 36.3% 54.3% 9.4%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำร 98 191 35 7 - 4.15 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 29.6% 57.7% 10.6% 2.1%
2.3 เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 157 153 21 - - 4.41 มำก
ในกำรปฎิบตั ิงำนของท่ำน 47.4% 46.2% 6.4%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 138 169 24 - - 4.34 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 41.6% 51.1% 7.3%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 133 168 30 - - 4.31 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เปน็ 40.2% 50.8% 9%
อย่ำงดี
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศ 111 181 37 2 - 4.21 มำก
ทีเ่ อื้อต่อกำรเรยี นรู้ 33.5% 54.7% 11.2% 0.6%
3.3 มกี ำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม 98 179 54 - - 4.13 มำก
หรอื แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ ง 29.6% 54.1% 16.3%
กำรสอน
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น 94
มำก ปำน น้อย ค่ำเฉลี่ย กำร
มำก
กลำง น้อย X แปรผล
ท่ีสุด
ทีส่ ุด
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
- 4.24 มำก
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เป็นอยำ่ งดี 128 156 47
47.1% 14.2% - 4.35 มำก
และชดั เจน 38.7% 158
47.7% 28
3.5 ให้คำแนะนำท่เี ป็นประโยชน์ 145 8.5% -
สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ 43.8%
จำกตำรำงพบว่ำ
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อนและหลัง โดยก่อนกำรฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 2.75 อยู่ในระดับ
ปำนกลำง และหลังกำรฝกึ อบรม ค่ำเฉล่ีย 4.10 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมพึงพอใจ เม่ือพิจำรณำพบวำ่ ประเด็น
เปน็ ประโยชน์ต่อกำรนำไปใชใ้ นกำรปฎิบัติงำนของท่ำน ค่ำเฉลี่ย 4.41 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นสำมำรถ
นำไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ ได้ ค่ำเฉลี่ย 4.34 อยูใ่ นระดับ มำก ประเด็นหัวข้อหลักสูตรตรงกับวตั ถุประสงค์
ในกำรจัดฝึกอบรม ค่ำเฉลี่ย 4.27 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มในกำรแสดงควำม
คิดเห็น ค่ำเฉล่ีย 4.15 อยู่ในระดับ มำก ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร เมื่อพิจำรณำพบว่ำประเด็นให้
คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ สำมำรถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ ค่ำเฉล่ีย 4.35 อยู่ในระดับ มำก รองลงมำประเด็นถ่ำยทอด
ควำมรู้ ประสบกำรณ์จนทำให้เข้ำใจในเน้ือหำได้เป็นอย่ำงดี ค่ำเฉลี่ย 4.31 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นตอบข้อ
ซกั ถำมได้เป็นอยำ่ งดีและชดั เจน ค่ำเฉล่ีย 4.24 อยู่ในระดับ มำก ประเด็นมีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศที่เอ้ือต่อ
กำรเรยี นรู้ ค่ำเฉล่ีย 4.21 อยู่ในระดับ มำก และประเด็นมีกำรเปิดโอกำสให้ซักถำม หรอื แสดงควำมคิดเห็น
ระหวำ่ งกำรสอน ค่ำเฉล่ีย 4.13 อยูใ่ นระดับ มำก
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
- ควรเพิ่มระยะเวลำในกำรอบรม
- อยำกไปมีอบรมอีกครง้ั
95
รนุ่ ท่ี 1
วชิ ำ กำรบรหิ ำรโครงกำรพัฒนำหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียงและWork Shop กระบวนกำรพัฒนำหม่บู ้ำนเศรษฐกิจ
พอเพียง โดย นำยทองคูณ บุญศร ผู้อำนวยกำรศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครรำชสีมำ
ประเด็น ระดับควำมคิดเห็น ค่ำเฉล่ีย กำร
มำก มำก ปำน น้อย น้อย X แปรผล
ท่สี ุด กลำง ทส่ี ุด
1. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ของผู้เข้ำอบรม ก่อน - หลัง
1.1 ก่อนกำรฝกึ อบรม 1 7 175 117 33 2.48 น้อย
0.3% 2.1% 52.6% 35.1% 9.9%
1.2 หลังกำรฝึกอบรม 124 195 14 - - 4.33 มำก
37.2% 58.6% 4.2%
2. ด้ำนควำมพึงพอใจ
2.1 หัวข้อหลักสูตรตรงกับ 145 169 19 - - 4.38 มำก
วัตถุประสงค์ในกำรจดั ฝึกอบรม 43.5% 50.8% 5.7%
2.2 ผู้เข้ำอบรมได้มสี ่วนรว่ มในกำร 129 164 38 2 - 4.26 มำก
แสดงควำมคิดเห็น 38.8% 49.2% 11.4% 0.6%
2.3 เป็นประโยชน์ต่อกำรนำไปใช้ 160 166 7 - - 4.46 มำก
ในกำรปฎิบตั ิงำนของทำ่ น 48% 49.9% 2.1%
2.4 สำมำรถนำไปประยุกต์ใชใ้ น 146 175 12 - - 4.40 มำก
กำรดำเนินชวี ติ ได้ 43.8% 52.6% 3.6%
3. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำมำรถของวทิ ยำกร
3.1 ถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ 153 165 15 - - 4.41 มำก
จนทำให้เข้ำใจในเนื้อหำได้เป็นอยำ่ ง 45.9% 49.6% 4.5%
ดี
3.2 มีเทคนิคกำรสรำ้ งบรรยำกำศท่ี 143 165 25 - - 4.35 มำก
เอื้อต่อกำรเรยี นรู้ 42.9% 49.6% 7.5%
3.3 มีกำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม หรอื 140 150 38 5 - 4.28 มำก
แสดงควำมคิดเห็นระหวำ่ งกำรสอน 42% 45% 11.5% 1.5%
3.4 ตอบข้อซกั ถำมได้เปน็ อย่ำงดี 138 170 22 3 - 4.33 มำก
และชดั เจน 41.4% 51.1% 6.6% 0.9%