8. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูผู้สอนนำบัตรภาพมาให้นักเรียนดูทีละภาพ ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. หลังจากครูผู้สอนนำบัตรภาพแต่ละภาพให้นักเรียนดูเสร็จแล้ว ครูผู้สอนถามคำถามดังนี้ - นักเรียนคิดว่าภาพเหล่านี้เกี่ยวของกับนาฏศิลป์หรือไม่ เพราะอะไร -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน - นักเรียนคิดว่าภาพการละเล่นจะสามารถนำมาทำการแสดงได้หรือไม่ -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน - นักเรียนคิดว่า จากภาพที่ครูนำมาให้ดูทั้งหมดนี้ ภาพไหนบ้างที่เกี่ยวของกับนาฏศิลป์ เพราะอะไร -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน -ถ้านักเรียนมีโอกาสได้ทำการแสดงนึกชุด จากภาพเหล่านี้ นักเรียนจะเลือกภาพใดมาทำ การแสดง เพราะอะไร -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน 4. ครูผู้สอนให้ความรู้ผู้เรียน เรื่อง ที่มาของนาฏศิลป์ไทย เกี่ยวกับแหล่งที่มาของนาฏศิลป์ ความสำคัญของนาฏศิลป์ผ่านโปรแกรม Microsoft PowerPoint ขั้นที่3 สรุป 5. หลังจากที่ครูผู้สอน ให้ความรู้ เรื่อง ที่มาของนาฏศิลป์ไทย เสร็จแล้ว ครูผู้สอนถามคำถาม เพื่อสรุปผลการเรียน ดังนี้ - ในจังหวัดที่นักเรียนอาศัยอยู่ มีสิ่งใดเป็นเอกลักษณ์ -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน - ถ้าครูนำดอกบัวมาทำการแสดง นั่นแสดงว่าแหล่งที่มาของการแสดงนี้ ครู เลียนแบบมาจากสิ่งใด -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน/การเลียนแบบธรรมชาติ 6. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่อง ที่มาของนาฏศิลป์ไทย โดยครูผู้สอน คอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ พร้อมทำใบงานที่ได้รับ
9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1. ผู้เรียนสามารถบอกที่มาของ นาฏศิลป์ไทย ได้ถูกต้อง (K) สังเกตจากการถามและการแสดง ความคิดเห็น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 2. จำแนกประเภทของการแสดง นาฏศิลป์(A) สังเกตจากพฤติกรรมในการทำงาน เป็นรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 3. ตระหนักและเห็นคุณค่าของ การแสดงนาฏศิลป์ไทย (P) สังเกตจากการมีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนสาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชานาฏศิลป์ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - โปรแกรม Microsoft PowerPoint - บัตรภาพ - ใบงานที่ 4 - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
บัตรภาพ
ใบงานที่ 4เรื่อง ที่มาของนาฏศิลป์ ไทย ค าสั่ง : ให้นักเรียนเลือกค ำตอบที่ถูก เขียนลงใต้รูปภำพให้ถูกต้อง การเลียนแบบธรรมชาติ การละเล่นของชาวบ้านในท้องถิ่น การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้า ………………………………………………… ……………………………………………… …………………………………………………… ………………………………………………… …………………………………………………. ………………………………………………… ชื่อ……………………………………………………………………..………… ช้นั ……………. เลขที่…………..
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 นาฏศิลป์ไทยน่ารู้ เวลา 2 ชั่วโมง เรื่อง สิ่งที่เคารพในนาฏศิลป์ไทย ครูผู้สอน นางสาวอริสา อิ่มกระโทก 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล 2. ตัวชี้วัด ศ 3.2 ป.3/3 อธิบายความสำคัญของการแสดงนาฏศิลป์ได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ผู้เรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่เคารพในนาฏศิลป์ไทย ได้ถูกต้อง (K) 3.2 ผู้เรียนสามารถสรุปความมุ่งหมายของสิ่งที่เคารพในนาฏศิลป์ไทย (A) 3.3ตระหนักและเห็นคุณค่าของสิ่งที่เคารพในนาฏศิลป์ไทย (P) 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การไหว้ครูนาฏศิลป์ เป็นขนบธรรมเนียมอันดีงามที่แสดงถึงความเคารพต่อสิ่งที่เคารพทางการแสดง นาฏศิลป์หรือครูบาอาจารย์ ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชานาฏศิลป์ พิธีกรรมการไหว้ครูเป็นพิธีกรรมที่ทำสืบเนื่อง กันมาแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยศิษย์ทุกคนจะมาเข้าร่วมพิธีไหว้ครูกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อแสดงความกตัญญูต่อ ครูผู้ให้ความรู้และเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ตนเองในภายหน้า 5. สาระการเรียนรู้ - สิ่งที่เคารพในการแสดงนาฏศิลป์ไทย - จุดมุ่งหมายของพิธีไหว้ครู - พิธีสำคัญของการไหว้ครู - หัวโขนเทพเจ้าหรือศีรษะครู 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการคิด 6.2 ความสามารถในการสื่อสาร 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.1 มีวินัย 7.2 รับผิดชอบ
8. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูผู้สอนนำบัตรภาพพิธีไหว้ครูมาให้นักเรียนดู ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. หลังจากครูผู้สอนนำบัตรภาพให้นักเรียนดูเสร็จแล้ว ครูผู้สอนถามคำถามดังนี้ - นักเรียนคิดว่าภาพนี้เป็นภาพอะไร -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน - นักเรียนคิดว่าภาพนี้เกี่ยวข้องกับนาฏศิลป์อย่างไร -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน - นักเรียนรู้จักหัวโขนเทพเจ้าหรือศีรษะครูหรือไม่ -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน 4. ครูผู้สอนให้ความรู้ผู้เรียน เรื่องความมุ่งหมายของพิธีไหว้ครูและพิธีสำคัญของการไหว้ครู ผ่านโปรแกรม Microsoft PowerPoint หลังจากที่ครูผู้สอน ให้ความรู้ เรื่องความมุ่งหมายของพิธีไหว้ครูและ พิธีสำคัญของการไหว้ครูเสร็จแล้ว ครูผู้สอนเขียนสรุปเนื้อหาเป็น Mind Map แล้วให้นักเรียนเขียนตาม ขั้นที่3 สรุป 5. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่อง ความมุ่งหมายของพิธีไหว้ครูและพิธี สำคัญของการไหวครูโดยครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การ เรียนรู้ ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูผู้สอนทบทวนบทเรียนเดิม ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูผู้สอนให้ความรู้ผู้เรียน เรื่อง หัวโขนเทพเจ้าหรือศีรษะครูผ่านโปรแกรม Microsoft PowerPoint โดยมีรูปภาพหัวโขนเทพเจ้าหรือศีรษะครู พร้อมชื่อเรียน โดยเปิดให้นักเรียนชมพร้อมทั้งอธิบาย แต่ละภาพให้นักเรียนฟัง
ขั้นที่3 สรุป 4. หลังจากที่ครูผู้สอน ให้ความรู้ เรื่อง หัวโขนเทพเจ้าหรือศีรษะครูเสร็จแล้วครูผู้สอนถาม นักเรียนว่า นักเรียนจำได้หรือไม่ ว่าหัวโขนเทพเจ้าหรือศีรษะครูมีอะไรบ้าง 5. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่อง หัวโขนเทพเจ้าหรือศีรษะครูโดย ครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1. ผู้เรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่เคารพ ในนาฏศิลป์ไทย ได้ถูกต้อง (K) สังเกตจากการถามและการตอบ คำถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 2. ผู้เรียนสามารถสรุปความมุ่ง หมายของสิ่งที่เคารพใน นาฏศิลป์ไทย (A) สังเกตจากพฤติกรรมในการทำงาน เป็นรายบุคคล การแสดงความ คิดเห็น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 3. ตระหนักและเห็นคุณค่าของ สิ่งที่เคารพในนาฏศิลป์ไทย (P) สังเกตจากการมีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนสาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชานาฏศิลป์ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - โปรแกรม Microsoft PowerPoint - บัตรภาพ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
บัตรภาพ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 นาฏศิลป์ไทยน่ารู้ เวลา 1 ชั่วโมง เรื่อง ลักษณะเด่นและความสำคัญของนาฏศิลป์ไทย ครูผู้สอน นางสาวอริสา อิ่มกระโทก 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล 2. ตัวชี้วัด ศ 3.2 ป.3/2 ระบุสิ่งที่เป็นลักษณะเด่นและเอกลักษณ์ของการแสดงนาฏศิลป์ได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ผู้เรียนรู้และเข้าใจลักษณะเด่นและความสำคัญของนาฏศิลป์ไทย ได้ถูกต้อง (K) 3.2 ผู้เรียนรู้ความสำคัญของนาฏศิลป์ไทย (A) 3.3ตระหนักและเห็นคุณค่าของสิ่งที่เคารพในนาฏศิลป์ไทย (P) 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด นาฏศิลป์ไทยได้รับการสร้างสรรค์ให้มีเอกลักษณ์ที่งดงาม น่าสนใจ น่าชม และมีวิวัฒนาการมาอย่าง ต่อเนื่องจากอดีตจนมาถึงปัจจุบัน 5. สาระการเรียนรู้ - เข้าใจลักษณะเด่นและความสำคัญของนาฏศิลป์ไทย - เอกลักษณ์ของนาฏศิลป์ไทย - ความสำคัญของนาฏศิลป์ไทย 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการคิด 6.2 ความสามารถในการสื่อสาร 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.1 มีวินัย 7.2 รับผิดชอบ
8. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 2. ครูผู้สอนถามคำถาม ดังนี้ - นักเรียนรู้จักคำว่าเอกลักษณ์หรือไม่ -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน -ลักษณะเด่นของนาฏศิลป์ไทยมีอะไรบ้าง นักเรียนรู้หรือไม่ -ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของผู้เรียน 3. ครูผู้สอนให้ความรู้ผู้เรียน เรื่องลักษณะเด่นและความสำคัญของนาฏศิลป์ไทย ผ่าน โปรแกรม Microsoft PowerPoint หลังจากที่ครูผู้สอน ให้ความรู้ เรื่อง เข้าใจลักษณะเด่นและความสำคัญ ของนาฏศิลป์ไทย เสร็จแล้ว 4. ครูผู้สอนถามคำถามนักเรียนอีกครั้ง ดังนี้ - เอกลักษณ์ของนาฏศิลป์ไทยมีอะไรบ้าง - ตัวอย่างคำตอบ ท่ารำ การแต่งกาย เนื้อร้องและธรรมนองเพลง ขั้นที่3 สรุป 5. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่อง ลักษณะเด่นและความสำคัญของ นาฏศิลป์ไทย โดยครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้
9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1. ผู้เรียนรู้และเข้าใจลักษณะ เด่นและความสำคัญของ นาฏศิลป์ไทย ได้ถูกต้อง (K) สังเกตจากการถามและการตอบ คำถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 2. ผู้เรียนรู้ความสำคัญของ นาฏศิลป์ไทย (A) สังเกตจากพฤติกรรมในการทำงาน เป็นรายบุคคล การแสดงความ คิดเห็น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 3. ตระหนักและเห็นคุณค่าของ สิ่งที่เคารพในนาฏศิลป์ไทย (P) สังเกตจากการมีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนสาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชานาฏศิลป์ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - โปรแกรม Microsoft PowerPoint - แหล่งการเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 นาฏศิลป์ไทยน่ารู้ เวลา 1 ชั่วโมง เรื่อง ทดสอบหลังเรียน (Post-test) ครูผู้สอน นางสาวอริสา อิ่มกระโทก 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล 2. ตัวชี้วัด ศ 3.2 ป.3/2 ระบุสิ่งที่เป็นลักษณะเด่นและเอกลักษณ์ของการแสดงนาฏศิลป์ได้ ศ 3.2 ป.3/3 อธิบายความสำคัญของการแสดงนาฏศิลป์ได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน (Post-test) เรื่องความเป็นมาของนาฏศิลป์ไทย ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การทดสอบหลังเรียน (Pre-test) เป็นการประเมินผลผู้เรียนหลังจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใน เนื้อหานั้นๆ เพื่อตรวจสอบผลการเรียนของผู้เรียน ด้านทักษะความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ จากการเรียนรู้และร่วมกิจกรรมของผู้เรียน 5. สาระการเรียนรู้ - แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชานาฏศิลป์ เรื่องความเป็นมาของนาฏศิลป์ไทย 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการคิด 6.2 ความสามารถในการสื่อสาร 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.1 มีวินัย 7.2 รับผิดชอบ
8. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสม 2. ครูผู้สอนทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่องความเป็นมาของนาฏศิลป์ไทย หลังจากที่เรียนรู้และ ร่วมกิจกรรม เป็นข้อสอบแบบปรนัย 3ตัวเลือก จำนวน 10ข้อ (10คะแนน) โดยครูผู้สอนชี้แจงให้ผู้เรียนทราบ ถึงจุดมุ่งหมายของการทดสอบและวิธีการตอบแบบทดสอบอย่างแจ่มแจ้ง และไม่กังวลกับการทำแบบทดสอบ 4. ครูผู้สอนให้ผู้เรียนตรวจสอบความถูกต้องจากการทำแบบทดสอบหลังเรียน โดย เปลี่ยนกันตรวจ ขั้นที่3 สรุป 5. ครูผู้สอนตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกคะแนนผลการทดสอบหลังเรียน 9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1. ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลัง เรียน (Post-test) เรื่องความ เป็นมาของนาฏศิลป์ไทย ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลัง เรียน (Post-test) เรื่องความ เป็นมาของนาฏศิลป์ไทย แบบ ปรนัย 3 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ/ ตรวจสอบความถูกต้องจากการทำ แบบทดสอบ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน (Post-test) เรื่องความเป็นมาของนาฏศิลป์ไทย - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 นาฏศิลป์ไทยน่ารู้ เวลา 1 ชั่วโมง เรื่อง นาฏศิลป์ท้องถิ่น ครูผู้สอน นางสาวอริสา อิ่มกระโทก 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล 2. ตัวชี้วัด ศ 3.2 ป. 3/1 เล่าการแสดนาฏศิลป์ที่เคยเห็นในท้องถิ่น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนอธิบายเกี่ยวกับลักษณะการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองได้ (K) 3.2 จำแนกเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองแต่ละภาคได้ (P) 3.3 เห็นคุณค่าและชื่นชมในการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง (A) 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้าน เป็นการแสดงที่คิดค้นประดิษฐ์ขึ้นจากภูมปัญญาของค้นในท้องถิ่นซึ่งมี ลักษณะแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นนั้นๆ 5. สาระการเรียนรู้ - การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการคิด 6.2 ความสามารถในการสื่อสาร 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.1 มีวินัย 7.2 รับผิดชอบ
8. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูผู้สอนถามผู้เรียนว่า นักเรียนรู้จักนาฏศิลป์พื้นเมืองหรือไม่ ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูผู้สอนให้ความรู้ผู้เรียน เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมือง เกี่ยวกับความหมายของนาฏศิลป์ พื้นเมือง แหล่งที่มา ผ่านโปรแกรม Microsoft PowerPoint 4. ครูผู้สอนเปิดวีดีทัศน์การแสดงแต่ละภาคให้นักเรียนดู พร้อมทั้งถามคำถามดังนี้ - นักเรียนคิดว่าการแสดงนี้ เป็นนาฏศิลป์ภาคใด เพราะเหตุใด - ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของนักเรียน - เพราะเหตุใดนักเรียนจึงคิดว่าการแสดงนี้ เป็นการแสดงของทางภาคเหนือ - ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของนักเรียน - การแสดงภาคใต้มีลักษณะเป็นอย่างไร - ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของนักเรียน - การแสดงใดเป็นการแสดงของทางภาคกลาง - ตัวอย่างคำตอบ ตามความเข้าใจของนักเรียน 5. ครูผู้สอนสรุปการแสดงในคลิปวีดีทัศน์อีกครั้ง ขั้นที่3 สรุป 6. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่องนาฏศิลป์พื้นบ้าน โดยครูผู้สอนคอยให้ ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้
9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1. นักเรียนอธิบายเกี่ยวกับ ลักษณะการแสดงนาฏศิลป์ พื้นเมืองได้ (K) สังเกตจากการถามและการแสดง ความคิดเห็น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 2. จำแนกเกี่ยวกับการแสดง นาฏศิลป์พื้นเมืองแต่ละภาคได้ (P) สังเกตพฤติกรรม มีความพร้อม มีความสามัคคีมีความรับผิดชอบ ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 3. เห็นคุณค่าและชื่นชมในการ แสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง (A) แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ กิจกรรมการเรียน/ประเมินและ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - โปรแกรม Microsoft PowerPoint - วีดิทัศน์ชุด ท่านาฏยศัพท์ส่วนมือและส่วนเท้า - ใบงาน - ใบจับสลาก - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 นาฏศิลป์ไทยน่ารู้ เวลา 2 ชั่วโมง เรื่อง นาฏศิลป์ท้องถิ่น ภาคเหนือ ครูผู้สอน นางสาวอริสา อิ่มกระโทก 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล 2. ตัวชี้วัด ศ 3.2 ป. 3/1 เล่าการแสดนาฏศิลป์ที่เคยเห็นในท้องถิ่น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ผู้เรียนอธิบายลักษณะเด่นและเอกลักษณแของนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือได้ (K) 3.2 จำแนกเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือได้ (P) 3.3 เห็นคุณค่าและชื่นชมในการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ (A) 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด นาฏศิลป์พื้นเมือง คือศิลปะการแสดงระบำ รำ ฟ้อน ประกอบดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในท้องถิ่น นั้นซึ่งเป็นการแสดงถึงวิถีชีวิตของคนในแต่ละท้องถิ่น นาฏศิลป์พื้นเมืองเป็นการแสดงที่เน้นความสนุกสนาน รื่นเริงและสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ซึ่งแบ่งตามลักษณะภูมิประเทศ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ เป็นการแสดงประเภทฟ้อน มีลีลาท่ารำ อ่อนช้อย นุ่มนวล สวยงาม เช่น ฟ้อนเทียน ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนเล็บ เป็นต้น 5. สาระการเรียนรู้ - การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการคิด 6.2 ความสามารถในการสื่อสาร 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.1 มีวินัย 7.2 รับผิดชอบ
8. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคเหนือ พร้อมใบงานที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูอธิบายให้ผู้เรียนฟังเกี่ยวกับเนื้อหาทั้งหมดในใบความรู้ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคเหนือ พร้อมยกตัวอย่างนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ เช่น ฟ้อนเทียน ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนเล็บ 4. ครูยกตัวอย่าง ฟ้อนเล็บ พร้อมอธิบายความเป็นมาและการฟังจังหวะของห้องเพลงเพื่อ การรำที่ตรงจังหวะ โดยครูผู้สอนเปิดคลิปวีดีโอให้นักเรียนได้ดู พร้อมทั้งอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ 5. ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ พร้อมทำใบงาน ขั้นที่3 สรุป 6. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่องนาฏศิลป์พื้นบ้าน ภาคเหนือ โดย ครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูผู้สอนทบทวนบทเรียนเดิม ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูผู้สอนยกตัวอย่างการแสดงภาคเหนือ ฟ้อนเล็บ แหล่งที่มาของการแสดงมาจากที่ใด ลักษณะท่ารำ ผู้แสดง เนื้อร้องทำนองเพลง และการแต่งกายและอุปกรณ์ประกอบการแสดง 4. ครูผู้สอนให้นักเรียนได้ฝึกทำอุปกรณ์ประกอบการแสดง คือ ฝึกทำเล็บ โดยครูผู้สอน อธิบายวิธีการทำพร้อมทั้งสาธิตวิธีการทำให้นักเรียนได้ทราบ ก่อนให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติเอง โดยมีครูผู้สอน คอยให้คำแนะนำ ขั้นที่3 สรุป 5. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นบ้าน ภาคเหนือ โดย ครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้
9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1. ผู้เรียนอธิบายลักษณะเด่น และเอกลักษณแของนาฏศิลป์ พื้นเมืองภาคเหนือได้ (K) สังเกตจากการถามและการแสดง ความคิดเห็น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 2. จำแนกเกี่ยวกับการแสดง นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือได้ (P) สังเกตพฤติกรรม มีความพร้อม มีความสามัคคีมีความรับผิดชอบ ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 3. เห็นคุณค่าและชื่นชมในการ แสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ (A) แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ กิจกรรมการเรียน/ประเมินและ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - วีดิทัศน์ การแสดงพื้นบ้าน ภาคเหนือ - ใบงานที่ 5 - ใบความรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ การแสดงพื้นเมือง หมายถึง การแสดงที่เกิดขึ้นตามท้องถิ่นและตามพื้นที่ต่างๆ ของแต่ละ ภูมิภาค โดยอาจมีการพัฒนา ดัดแปลงมาจากการละเล่นพื้นเมืองของท้องถิ่นนั้นๆ การแสดง พื้นเมือง เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่บรรพบุรุษไทยได้สั่งสม สร้างสรรค์ และสืบทอดไว้ เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้เรียนรู้และรักในคุณค่าในศิลปะไทยในแขนงนี้ เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และพร้อมที่จะช่วยสืบทอด จรรโลง และธำรงไว้เป็นสมบัติ ของชาติสืบไป นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ ภาคนี้มีการแสดงหรือการร่ายรำที่มีจังหวะช้า ท่าหยาบ นุ่มนวล เพราะมีอากาศเย็นสบาย ทำให้จิตใจของผู้คนมีความนุ่มนวล อ่อนโยน ภาษาพูดก็นุ่มนวล ไปด้วย เพลงมีความไพเราะ อ่อนหวาน ผู้คนไม่ต้องรีบร้อนในการทำมาหากิน สิ่งต่างๆ เหล่านั้นมี อิทธิพลต่อการแสดงนาฏศิลป์ของภาคเหนือ นาฏศิลป์ของภาคเหนือเช่น ฟ้อนเมือง (ฟ้อนเล็บ ฟ้อนก๋ายลาย) ฟ้อนเทียน ฟ้อนจ้อง ฟ้อน วี ฟ้อนขันดอก ฟ้อนดาบ ฟ้อนเชิง (ฟ้อนเจิง )ตีกลองสะบัดไชย ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนน้อยไจยา ฟ้อน หริภุญชัย ฟ้อนล่องน่าน ฟ้อนแง้น เป็นต้น นอกจากนี้ นาฏศิลป์ของภาคเหนือยังได้รับอิทธิพลจาก ประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า ลาว จีน และวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย เช่น ไทยใหญ่ เงี้ยว ชาว ไทยภูเขา ยอง เป็นต้น ดังนั้น นาฏศิลป์พื้นเมืองของภาคเหนือนอกจากมีของที่เป็น “คนเมือง” แท้ๆ แล้วยังมี นาฏศิลป์ที่ผสมกลมกลืนกับชนชาติต่างๆ และของชนเผ่าต่างๆ อีกหลายอย่าง เช่น อิทธิพลจาก พม่า เช่น ฟ้อนกำเบ้อ ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา นาฏศิลป์ของชนเผ่าต่างๆ เช่น ฟ้อนนก (กิงกาหล่า – ไทยใหญ่) ฟ้อนเงี้ยว (เงี้ยว) ระบำซอ ระบำเก็บใบชา(ชาวไทยภูเขา) ฟ้อนไต ฟ้อนไตอ่างขาง ฟ้อน นกยูง เป็นต้น ฟ้อนเทียน ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเงี้ยว ใบความรู้
ใบงานที่5 คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. นาฏศิลป์พื้นเมืองมีความหมายว่าอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ลักษณะเด่นการฟ้อนภาคเหนือมีลักษณะอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ให้นักเรียนยกตัวอย่างการแสดงของภาคเหนือมา 4 ชุดการแสดง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณแทางภาคเหนือโดยเฉพาะรูปแบบการฟ้อนมีกี่รูปแบบอะไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ฟ้อนเล็บสวมเล็บมือยาวทั้งหมดกี่นิ้วและเว้นนิ้วใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อ……………………………………………………………………………………………… ชั้น……………… เลขที่……………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 นาฏศิลป์ไทยน่ารู้ เวลา 2 ชั่วโมง เรื่อง นาฏศิลป์ท้องถิ่น ภาคกลาง ครูผู้สอน นางสาวอริสา อิ่มกระโทก 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล 2. ตัวชี้วัด ศ 3.2 ป. 3/1 เล่าการแสดนาฏศิลป์ที่เคยเห็นในท้องถิ่น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ผู้เรียนอธิบายลักษณะเด่นและเอกลักษณแของนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลางได้ (K) 3.2 จำแนกเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลางได้ (P) 3.3 เห็นคุณค่าและชื่นชมในการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง (A) 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด นาฏศิลป์พื้นเมือง คือศิลปะการแสดงระบำ รำ ฟ้อน ประกอบดนตรีที่เป็นเอกลักษณแเฉพาะใน ท้องถิ่นนั้นซึ่งเป็นการแสดงถึงวิถีชีวิตของคนในแต่ละท้องถิ่น นาฏศิลป์พื้นเมืองเป็นการแสดงที่เน้นความ สนุกสนาน รื่นเริงและสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ซึ่งแบ่งตามลักษณะภูมิประเทศ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิต การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง เป็นศิลปะการรำ และการละเล่นของชาวพื้นบ้านภาคกลาง ซึ่งส่วนใหญ่มี อาชีพเกษตรกรรม ศิลปะการแสดงจึงมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิต และเพื่อความบันเทิง สนุกสนาน เป็นการ พักผ่อนหย่อนใจจากการทำงาน เช่น ลำตัด เพลงฉ่อย เพลงพวงมาลัย เพลงเรือ เพลงเกี่ยวข้าว เต้นกำรำเคียว เพลงอีแซว เพลงปรบไก่ เพลงเหย่อย รำเถิดเทิง ฯลฯ ใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น กลองยาว กลองโทน ฉิ่ง ฉาบ กรับ และ โหม่ง 5. สาระการเรียนรู้ - การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคกลาง 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการคิด 6.2 ความสามารถในการสื่อสาร 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.1 มีวินัย 7.2 รับผิดชอบ
8. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคกลาง พร้อมใบงานที่ 2 ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูอธิบายให้ผู้เรียนฟังเกี่ยวกับเนื้อหาทั้งหมดในใบความรู้ เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง ความเป็นมา วิถีชีวิตของคนภาคกลางตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แหล่งที่มาของนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง 4. ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง ขั้นที่3 สรุป 5. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นบ้าน ภาคกลาง โดย ครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูทบทวนบทเรียนเดิม ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูผู้สอนยกตัวอย่างการแสดงภาคกลาง รำกลองยาว แหล่งที่มาของการแสดงมาจากที่ใด ลักษณะท่ารำ ผู้แสดง เนื้อร้องทำนองเพลง และการแต่งกาย 4. ครูผู้สอนให้นักเรียนลุกขึ้นปฏิบัติตาม ขั้นที่3 สรุป 5. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นบ้าน ภาคกลาง โดย ครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้
9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1. ผู้เรียนอธิบายลักษณะเด่น และเอกลักษณแของนาฏศิลป์ พื้นเมืองภาคกลางได้ (K) สังเกตจากการถามและการแสดง ความคิดเห็น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 2. จำแนกเกี่ยวกับการแสดง นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลางได้ (P) สังเกตพฤติกรรม มีความพร้อม มีความสามัคคีมีความรับผิดชอบ ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 3. เห็นคุณค่าและชื่นชมในการ แสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง (A) แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ กิจกรรมการเรียน/ประเมินและ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - วีดิทัศน์ การแสดงพื้นบ้าน ภาคกลาง - ใบความรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
นาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคกลาง การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง เป็นศิลปะการรำ และการละเล่นของชาวพื้นบ้านภาคกลาง ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพ เกษตรกรรม ศิลปะการแสดงจึงมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิต และเพื่อความบันเทิง สนุกสนาน เป็นการพักผ่อนหย่อน ใจจากการทำงาน หรือเมื่อเสร็จจากฤดูเก็บเกี่ยว ส่วนมากเป็นการละเล่นประเภทการร้องโต้ตอบกันระหว่าง ฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงโดยใช้ปฏิภาณไหวพริบในการร้องด้นกลอนสด เช่น ลำตัด เพลงฉ่อย เพลงพวงมาลัย เพลงเรือ เพลง เกี่ยวข้าว เต้นกำรำเคียว เพลงอีแซว เพลงปรบไก่ เพลงเหย่อย รำเถิดเทิง ฯลฯ ใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น กลองยาว กลองโทน ฉิ่ง ฉาบ กรับ และ โหม่ง การละเล่นพื้นเมืองภาคกลาง ภาคกลางมีภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำหลายสาย เหมาะแก่การกสิกรรม ทำนา ทำสวน ประชาชนอยู่ อย่างอุดมสมบูรณ์ จึงมีการเล่นรื่นเริงในโอกาสต่าง ๆ มากมาย ทั้งตามฤดูกาล ตามเทศกาล และตามโอกาสที่มีงานรื่น เริง ภาคกลางเป็นที่รวมของศิลปะวัฒนธรรม การแสดงจึงมีการถ่ายทอดสืบต่อกัน และพัฒนาดัดแปลงขึ้นเรื่อยๆ จนบางอย่างกลายเป็นการแสดงนาฏศิลป์แบบฉบับไปก็มี เช่น รำวง และเนื่องจากเป็นที่รวมของศิลปะนี้เอง ทำให้คน ภาคกลางรับการแสดงของท้องถิ่นใกล้เคียงเข้าไว้หมด แล้วปรุงแต่งตามเอกลักษณ์ของภาคกลาง คือการร่ายรำที่ใช้มือ แขนและลำตัว เช่นการจีบมือ ม้วนมือ ตั้งวง การอ่อนเอียง และยักตัว การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง ได้แก่ รำวง รำ เหย่ย เต้นกำรำเคียว เพลงเกี่ยวข้าว รำชาวนา เพลงเรือ เถิดเทิง เพลงฉ่อย รำต้นวรเชษฐ์ เพลงพวงมาลัย เพลง อีแซว เพลงปรบไก่ รำแม่ศรี ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ได้แก่ วงปี่พาทย์ การแสดงพื้นเมืองของภาคกลาง ภาคกลางเป็นภาคที่มีความอุดมสมบูรณ์ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบ อาชีพด้านกสิกรรม และเกษตรกรรม ทำให้เป็นภาคที่มีความสมบูรณ์ ประชาชนมีความเป็นอยู่สุขสบาย การแสดงหรือ การละเล่น ที่เกิดขึ้นจึงเป็นไปในลักษณะที่สนุกสนาน หรือเป็นการร้องเกี้ยวพาราสีกัน เช่น เพลงเรือ เพลงเกี่ยวข้าว หรือเป็นการแสดงพื้นเมืองที่สื่อให้เห็นการประกอบอาชีพ การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง ได้แก่ - รำโทน เป็นการรำ และการร้องของชาวบ้าน โดยมีโทนเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ เป็นการร้อง และ การรำไปตามความถนัด ไม่มีแบบแผนหรือท่ารำที่กำหนดแน่นอน - รำกลองยาว เป็นการแสดงเพื่อความรื่นเริง ในขบวนแห่ต่างๆ ของไทยมีผู้แสดงทั้งชาย และหญิง ออกมรำ เป็นคู่ๆ โดยมีผู้ตีกลองประกอบจังหวะ พร้อม ฉิ่ง ฉาบ กรับ และโหม่ง - ระบำชาวนา เป็นวิถีชีวิตความเป็นมาที่พากันออกมาไถนาหว่าน และเก็บเกี่ยวเมื่อข้าวเจริญงอกงาม หลังจากนั้นพากันร้องรำเพลงด้วยความสนุกสนาน - เต้นกำรำเคียว เป็นการแสดงพื้นเมืองของจังหวัดนครสวรรค์ นิยมเล่นกันตามท้องนา ผู้แสดงทั้งชายและ หญิงถือเคียวมือหนึ่งถือถือรวงข้าว ร้องเกี้ยวพาราสีกันอย่างสนุกสนาน - รำเหย่อย หรือรำพาดผ้า เป็นการละเล่นที่แสดงวิธีชีวิตอันสนุกของชาวบ้านหมู่บ้านเก่า ตำบลจระเข้เผือก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการร้องรำ เกี้ยวพาราสีระหว่างชาย-หญิง เริ่มการแสดงด้วยการประโคมกลองยาว จบแล้วผู้แสดงชาย-หญิง ออกรำทีละคู่ ใบความรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 นาฏศิลป์ไทยน่ารู้ เวลา 1 ชั่วโมง เรื่อง นาฏศิลป์ท้องถิ่น ภาคใต้ ครูผู้สอน นางสาวอริสา อิ่มกระโทก 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของ นาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล 2. ตัวชี้วัด ศ 3.2 ป. 3/1 เล่าการแสดนาฏศิลป์ที่เคยเห็นในท้องถิ่น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ผู้เรียนอธิบายลักษณะเด่นและเอกลักษณแของนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ได้ (K) 3.2 จำแนกเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ได้ (P) 3.3 เห็นคุณค่าและชื่นชมในการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ (A) 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด นาฏศิลป์พื้นเมือง คือศิลปะการแสดงระบำ รำ ฟ้อน ประกอบดนตรีที่เป็นเอกลักษณแเฉพาะใน ท้องถิ่นนั้นซึ่งเป็นการแสดงถึงวิถีชีวิตของคนในแต่ละท้องถิ่น นาฏศิลป์พื้นเมืองเป็นการแสดงที่เน้นความ สนุกสนาน รื่นเริงและสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ซึ่งแบ่งตามลักษณะภูมิประเทศ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิต การแสดงของภาคใต้มีลีลาท่ารำคล้ายกับการเคลื่อนไหวของร่างกายมากกว่าการฟ้อนรำ ซึ่งจะออกมา ในลักษณะกระตุ้นอารมณ์ให้มีชีวิตชีวาและสนุกสนาน เช่น โนรา หนังตะลุง รองเง็ง ตารีกีปัส เป็นต้น 5. สาระการเรียนรู้ - การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคใต้ 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการคิด 6.2 ความสามารถในการสื่อสาร 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.1 มีวินัย 7.2 รับผิดชอบ
8. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคใต้พร้อมใบความรู้ที่ 3 ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูอธิบายให้ผู้เรียนฟังเกี่ยวกับเนื้อหาทั้งหมดในใบความรู้ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคใต้ พร้อมยกตัวอย่างนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้เช่น ตารีกีปัส มโนรา 4. ครูยกตัวอย่าง ตารีกีปัส พร้อมอธิบายความเป็นมาและการฟังจังหวะของห้องเพลงเพื่อ การรำที่ตรงจังหวะ โดยครูผู้สอนเปิดคลิปวีดีโอให้นักเรียนได้ดู พร้อมทั้งอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ 5. ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้พร้อมทำใบงาน ขั้นที่3 สรุป 6. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นบ้าน ภาคใต้โดย ครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1. ผู้เรียนอธิบายลักษณะเด่น และเอกลักษณแของนาฏศิลป์ พื้นเมืองภาคใต้ได้ (K) สังเกตจากการถามและการแสดง ความคิดเห็น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 2. จำแนกเกี่ยวกับการแสดง นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ได้ (P) สังเกตพฤติกรรม มีความพร้อม มีความสามัคคีมีความรับผิดชอบ ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 3. เห็นคุณค่าและชื่นชมในการ แสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ (A) แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ กิจกรรมการเรียน/ประเมินและ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - วีดิทัศน์ การแสดงพื้นบ้าน ภาคใต้ - ใบความรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
การแสดงพื้นเมืองภาคใต้ โดยทั่วไปภาคใต้มีอาณาเขตติดกับทะเลฝั่งตะวันตกและตะวันออก ทางด้านใต้ติดกับมลายู ทำให้รับ วัฒนธรรมของมลายูมาบ้าง ประชากรจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณีและบุคลิกบางอย่างที่ คล้ายคลึงกันคือ พูดเร็ว อุปนิสัยว่องไว ตัดสินใจ รวดเร็ว เด็ดขาด มีอุปนิสัยรักพวกพ้อง รักถิ่นที่อยู่อาศัย และ ศิลปวัฒนธรรมของตนเอง จึงมีความพยายามที่จะช่วยกันอนุรักษ์ไว้จนสืบมาจนถึงทุกวันนี้ การแสดงของภาคใต้มีลีลาท่ารำคล้ายกับการเคลื่อนไหวของร่างกายมากกว่าการฟ้อนรำ ซึ่งจะออกมาใน ลักษณะกระตุ้นอารมณ์ให้มีชีวิตชีวาและสนุกสนาน เช่น โนรา หนังตะลุง รองเง็ง ตารีกีปัส เป็นต้น ระบำตาลีกีปัส รำตารีกีปัส เป็นระบำที่ต้องอาศัยพัดเป็นองค์ประกอบสำคัญ คำว่าตารี แปลว่า รำ คำว่า กีปัส แปลว่า พัด เป็นการแสดงที่แพร่หลายในหมู่ชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะในจังหวัดปัตตานี และได้ทำชื่อเสียงให้กับจังหวัด ปัตตานี เมื่อคัดเลือกการแสดงชุดนี้ใช้แสดงในงานเปิดกีฬาเขต ครั้งที่ 14 ซึ่งจังหวัดปัตตานีเป็นเจ้าภาพ ลีลา ของการแสดง อาจจะมีพลิกแพลงแตกต่างกันไป สำหรับการแสดงชุดนี้ ได้ปรับปรุงท่ารำ เพื่อให้เหมาะสมกับ การแสดงที่เป็นหญิงล้วน เครื่องดนตรีประกอบการแสดง ได้แก่ ไวโอลิน แมนตาลิน ขลุ่ย รำมะนา ฆ้อง มาลากัส บทเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง เพลงตารีกีปัส เป็นเพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง บรรเลงดนตรีล้วนๆ มีท่วง ทำนองไพเราะอ่อนหวาน สนุกสนานเร้าใจ ความไพเราะของเพลงตารีกีปัส อยู่ที่การโซโล่ เสียงดนตรีทีละชิ้น รำโนรา รำโนรา หรือบางคนเรียกว่า มโนห์รา เป็นศิลปะการแสดงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในภาคใต้ ลักษณะการเดินเรื่อง และรูปแบบของการแสดงคล้ายละครชาตรีที่นิยมเล่นกันแพร่หลายในภาคกลาง เดิมการ แสดงโนราจะใช้เนื้อเรื่องจากวรรณคดีเรื่องพระสุธน-มโนห์รา โดยตัดตอนแต่ละตอนตั้งแต่ต้นจนจบมาแสดง เช่น ตอนกินรีทั้งเจ็ดเล่นน้ำในสระ ตอนพรานบุญจับนางมโนห์รา ตอนพรานบุญจับนางมโนห์ราไปถวายพระสุ ธน ฯ ปกติการแสดงโนราจะเริ่มจากนายโรงหรือโนราใหญ่ซึ่งเป็นตัวเอกหรือหัวหน้าคณะอออกมารำ "จับบท สิบสอง" คือ การรำเรื่องย่อต่าง ๆ สิบสองเรื่อง เช่น พระสุธน-มโนห์ราพระรถ-เมรี ลักษณวงศ์ เป็นต้น แต่หาก ผู้ว่าจ้างไปแสดงขอให้จับตอนใดให้จบเป็นเรื่องยาว ๆ ก็จะแสดงตามนั้น ผู้แสดง เป็นชายล้วน คณะหนึ่ง ๆ จะมีประมาณ 15-20 คน แล้วแต่ขนาดของคณะ อาจมีถึง 25 คน ก็ ได้ ประกอบด้วย หัวหน้าคณะหรือนายโรงหรือโนราใหญ่ 1 คน หมอไสยศาสตร์ 1 คน ผู้รำอย่างน้อย 6 คน อย่างมาก 10 คน นายพราน (พรานบุญ) 1 ทาสี (คนใช้ ตัวประกอบ ตัวตลก) 1 คน นักดนตรี และลูกคู่จำนวน 5-6 คน ตาเสือ (ผู้ช่วยขนเครื่องและช่วยดูแลทั่วไป) 1-2 คน ใบความรู้
เครื่องดนตรี วงโนรา ประกอบด้วย กลองโนรา หรือทับโนรา โหม่ง ฉิ่ง ฉาบการแสดง โนราแต่เดิมจะ แสดงบนพื้นดิน โดยใช้เสื่อปู ตัวโรงเป็นสี่เหลี่ยม มีหลังคามุงด้วยจาก มีเสากลาง 1 ต้น มีแต่ไม้ไผ่สูงราว 50 เซนติเมตร สำหรับตัวแสดงนั้น เรียกว่า "นัก" ด้านซ้ายและขวาของนักเป็นที่สำหรับดนตรีและลูกคู่นั่ง การแต่งกาย แบบดั้งเดิมจะแต่งกายเลียนแบบเครื่องทรงของกษัตริย์ ประกอบด้วย เทริด (ชฎา) สังวาล ปีกนกแอ่น หางหงส์ ทับทรวง สนับเพลา ชาวไหว ผ้าห้อยข้าง กำไลต้นแขน กำไลข้อมือ และสวมเล็บยาวไม่ สวมเสื้อ เทริดจะสวมเฉพาะตัวนายโรงหรือโนราใหญ่เท่านั้น ส่วนนายพรานจะสวมหน้ากากเปิดคาง หน้ากาก สีแดงสำหรับใช้ "ออกพราน" ส่วนหน้ากากพรานสีขาว จะใช้สำหรับนายพรานทาสี ตามความเชื่อและพิธีกรรม ในการแสดง ถือว่าเป็นหน้าศักดิ์สิทธิ์ รองเง็ง การแสดงรองเง็ง เป็นการแสดงที่นิยมอยู่ในแถบสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าใจว่าจะเป็นการแสดงที่ ได้รับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตก ในยุคของการเริ่มติดต่อการค้าขายกับชาวสเปนหรือชาวโปรตุเกสที่มาติดต่อ ค้าขายกับชาวมาลายู แต่ดั้งเดิมการแสดงรองเง็งจัดแสดงเฉพาะในบ้านของขุนนางหรือเจ้าผู้ครองเมืองเท่านั้น โดยฝึกหัดข้าทาสบริวารเอาไว้อวดหรือเอาไว้ต้อนรับแขกเมือง ต่อมาค่อย ๆ แพร่หลายออกไปสู่ชาวบ้านโดย ผ่านทางการแสดงมะโย่งของชาวบ้าน เมื่อหยุดพักก็นำการเต้นรองเง็งออกมาแสดงคั่นเวลา ผู้แสดงมะโย่งก็ อาจมาร่วมเต้นด้วย ทำให้การแสดงรองเง็งแพร่หลายขึ้น ต่อมาการเต้นและธรรมเนียมก็เปลี่ยนไปเปิดโอกาสให้ ผู้ชมที่เป็นผู้ชายขึ้นไปเต้นคู่ด้วยได้เช่นเดียวกับรำวงของภาคกลาง เป็นต้น จำนวนผู้แสดงแต่ละคนไม่จำกัดผู้เต้น แต่นักดนตรีจะมี 4-5 คนผู้แสดงอาจจะมากกว่า 4 คู่ก็ได้ เครื่องดนตรี ประกอบด้วยรำมะนา 1-2 ลูก ฆ้อง 1 ลูก ไวโอลิน 1 ตัว โอกาสที่ใช้แสดง ไม่จำกัด ใช้เฉพาะงานมงคลเท่านั้น สถานที่อาจจะเป็นลานกว้าง บริเวณบ้าน หรือ บนเวที ตามแต่ความเหมาะสมการแต่งกาย เหมือนกับการแสดงซัมเปง แต่อาจจะประณีตบรรจงและใช้ผ้าที่ดู จะมีราคาและสวยงามมากกว่าการแต่งกายของซัมเปง ท่าเต้นรองเง็ง แต่เดิมมีลีลาค่อนข้างปานกลาง ต่อมานำเอาจังหวะเต้นรำเข้าไปปะปน เช่น รุมบ้า แซม บ้า กัวลาซ่า เป็นต้น และใช้เครื่องดนตรีสากลเข้าไปผสมด้วยเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน การเต้นหรือแสดงรองเง็ง จะไม่มีพิธีหรือขนบธรรมเนียมอื่น ๆ แต่จะเริ่มเมื่อดนตรีบรรเลงฝ่ายชายจะ เข้าไปโค้งฝ่ายหญิง เพื่อเชื้อเชิญให้ออกเต้น ไม่มีการจับมือกัน เมื่อจบเพลงหนึ่ง ๆ ก็จะโค้งให้กัน ฝ่ายชายและ ฝ่ายหญิงจะยืนคนละฝั่งของเวที หันหน้าเข้าหากัน ทั้ง 2 ฝ่ายจะรักษาแถวให้ขึ้นลงอย่างมีจังหวะและลีลาที่ นุ่มนวลเหมือนเต้นลอยอยู่บนอากาศอย่างแผ่วเบา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 นาฏศิลป์ไทยน่ารู้ เวลา 2 ชั่วโมง เรื่อง นาฏศิลป์ท้องถิ่น ภาคอีสาน ครูผู้สอน นางสาวอริสา อิ่มกระโทก 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและ สากล 2. ตัวชี้วัด ศ 3.2 ป. 3/1 เล่าการแสดนาฏศิลป์ที่เคยเห็นในท้องถิ่น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ผู้เรียนอธิบายลักษณะเด่นและเอกลักษณแของนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคอีสานได้ (K) 3.2 จำแนกเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคอีสานได้ (P) 3.3 เห็นคุณค่าและชื่นชมในการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคอีสาน (A) 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด นาฏศิลป์พื้นเมือง คือศิลปะการแสดงระบำ รำ ฟ้อน ประกอบดนตรีที่เป็นเอกลักษณแเฉพาะใน ท้องถิ่นนั้นซึ่งเป็นการแสดงถึงวิถีชีวิตของคนในแต่ละท้องถิ่น นาฏศิลป์พื้นเมืองเป็นการแสดงที่เน้นความ สนุกสนาน รื่นเริงและสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ซึ่งแบ่งตามลักษณะภูมิประเทศ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิต ลักษณะการแสดงนาฏศิลป์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะแบ่งออกเป็นกลุ่มวัฒนธรรม คือ กลุ่ม อีสานเหนือ กลุ่มอีสานใต้ และกลุ่มอีสานเฉพาะเมืองโคราช ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน ดังนี้กลุ่มอีสานเหนือ จะ ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากประเทศลาว ซึ่งได้แก่ เซิ้ง ฟ้อน และลำ กลุ่มอีสานเฉพาะเมืองโคราช เป็น กลุ่มวัฒนธรรมเฉพาะในเขตจังหวัดนครราชสีมามีลักษณะการแสดงที่โดดเด่น คือ การเล่นเพลงโคราช 5. สาระการเรียนรู้ - การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคอีสาน 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการคิด 6.2 ความสามารถในการสื่อสาร 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.1 มีวินัย 7.2 รับผิดชอบ 8. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคอีสาน ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูอธิบายให้ผู้เรียนฟังเกี่ยวกับเนื้อหาทั้งหมดในใบความรู้ เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมือง ภาค อีสาน วัฒนธรรมทางสังคมคนในภาคอีสาน การรับอิทธิพลทางวัฒนธรรม ลักษณะการแสดง เครื่องแต่งกาย ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง เป็นต้น 4. ครูผู้สอนให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคอีสาน ขั้นที่3 สรุป 5. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่องนาฏศิลป์พื้นบ้าน ภาคอีสาน โดย ครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ พร้อมแจกใบงานที่8 ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนกล่าวทักทายผู้เรียนพร้อมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ 2. ครูทบทวนบทเรียนเดิม ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูผู้สอนยกตัวอย่างการแสดงภาคอีสาน เซิ้งแหย่ไข่มดแดง แหล่งที่มาของการแสดงมา จากที่ใด ลักษณะท่ารำ ผู้แสดง เนื้อร้องทำนองเพลง และการแต่งกาย และอุปกรณ์ประกอบการแสดง 4. ครูผู้สอนให้นักเรียนได้ทดลองปฏิบัติท่ารำ ตามเพลงตัวอย่างที่ครูนำมาประกอบการสอน โดยมีครูผู้สอนได้ทำให้นักเรียนได้ดุเป็นตัวอย่างและพาฝึกปฏิบัติตามทีละท่า 5. เมื่อนักเรียนปฏิบัติตามได้แล้ว ครูผู้สอนลองให้นักเรียนได้ปฏิบัติเองอีกครั้ง โดยมีครูคอย ให้คำแนะนำ ขั้นที่3 สรุป 6. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาร่วมกันกับผู้เรียนเกี่ยวกับ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นบ้าน ภาคอีสาน โดย ครูผู้สอนคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้
9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1. ผู้เรียนอธิบายลักษณะเด่น และเอกลักษณแของนาฏศิลป์ พื้นเมืองภาคอีสานได้ (K) สังเกตจากการถามและการแสดง ความคิดเห็น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 2. จำแนกเกี่ยวกับการแสดง นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคอีสานได้ (P) สังเกตพฤติกรรม มีความพร้อม มีความสามัคคีมีความรับผิดชอบ ยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 3. เห็นคุณค่าและชื่นชมในการ แสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคอีสาน (A) แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ กิจกรรมการเรียน/ประเมินและ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 10. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ - วีดิทัศน์ การแสดงพื้นบ้าน ภาคอีสาน - ใบความรู้ที่ - ใบงานที่ 8 - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด