๔๗
๔๘
๔๙
๓.๒.โครงการและกิจกรรมอบรมนกั เรียนแกนนาหอ้ งเรียนสขี าว โรงเรียนไดด้ าเนนิ การจัดทา
โครงการอบรมนกั เรียนแกนนาเพือ่ เสริมสรา้ งภูมคิ ุ้มกันในการป้องกนั ยาเสพตดิ อบายมุข และบหุ รี่แก่
นักเรียน เพ่ือรณรงค์และป้องกันการแพรร่ ะบาดของยาเสพติด อบายมุข และบุ หรี่ในสถานศึกษา
สรา้ งความเข้มแข็งของสถานศกึ ษาในการป้องกันปัญหายาเสพติดอบายมุข และบุหร่ี สถานศึกษา
เปน็ “สถำนศกึ ษำสขี ำวปลอดยำเสพติดอบำยมุข และบุหร่ี”เพื่อรณรงคแ์ ละป้องกันการแพร่ระบาด
ของยาเสพตดิ อบายมุข และบุหรีใ่ นชุมชนจาการดาเนินงานตามโครงการดังกล่าวสง่ ผลใหน้ ักเรยี น
ไดร้ บั การดแู ลอย่างทว่ั ถึงและใกล้ชดิ และไดม้ ีการประสานงานระหวา่ งบา้ นกับโรงเรยี นในการป้องกัน
และแก้ไขปัญหาของนักเรยี น ผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทหนา้ ท่ใี นการดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน และ
เปน็ ทพี่ ึ่งพาของบุตรหลาน ให้หา่ งไกลยาเสพตดิ
๕๐
๕๑
๓.๓. โครงการและกิจกรรม To Be Number One โรงเรียนมโี ครงการและกจิ กรรม To Be
Number One เพือ่ ลดจานวนผ้เู สพ/ผ้ตู ดิ หรือนักเรียนท่ีมพี ฤตกิ รรมเส่ยี งตา่ งๆ และควบคมุ จานวน
ไมใ่ หเ้ พิ่มข้นึ เพอ่ื ลดระดับความรุนแรงปญั หายาเสพตดิ และปัญหาอืน่ ๆ ใหล้ ดน้อยลง เป็นการพัฒนา
เยาวชนใหม้ ีคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม สร้างเครือข่าย
เยาวชนแกนนาในการปอ้ งกันแก้ไขปญั หายาเสพติดเสรมิ สร้างพลงั ให้เยาวชนและครอบครวั สามารถ
แกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ ในครอบครัวได้เตม็ ศักยภาพ และไดด้ าเนนิ กจิ กรรมเพือ่ เป็นการสร้างกำร
เสริมสร้ำงภูมิคุ้มกันทำงจิตใจใหแ้ ก่นกั เรยี นและเยำวชนดังนี้
กำรเสริมสร้ำงภูมิคุ้มกนั ทำงจติ ใจให้แก่เยำวชน
หลกั กำรและเหตผุ ล
เด็กและเยาวชนถือเปน็ ทรัพยากรบุคคลของประเทศ และเป็นกาลังสาคญั ท่ีมีคุณคา่ ยิง่ ต่อการ
พฒั นาประเทศชาติ แต่โดยธรรมชาตเิ ด็กและเยาวชน ถือเปน็ กลมุ่ ที่มีโอกาสเสี่ยงตอ่ การติดยาเสพติได้
มากท้ังน้ีเนื่องจากเป็นวัยที่มีความตอ้ งการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆแต่ยังขาดวุฒภิ าวะทางอารมณ์และการ
ตัดสินใจท่ีดีพอ รวมท้ังต้องเผชิญกบั การเปลี่ยนแปลงท้ังทางร่างกายและจิตใจตามวัย โดยเฉพาะ
เยาวชนในสถานศึกษาถือเป็นกาลังสาคัญของประเทศชาตใิ นการรณรงค์ป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา
ยาเสพติดจงึ จาเปน็ อย่างยิ่งท่ีสมาชกิ ชมรมTO BE NUMBER ONE ต้องไดร้ ับการเสริมสรา้ งภูมิคมุ้ กัน
ทางจิตใจใหเ้ ข้มแข็งย่ิงขึ้น
วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพื่อให้สมาชิกชมร มฯ ร่วมเสริมสร้า งภูมิคุ้มกัน ทา งจิตใจให้แก่เพื่อน สมา ชิกชมรมฯ
ซ่ึงจะช่วยป้องกันปญั หายาเสพติดในโรงเรียน และในชุมชน
๒. เพื่อใหส้ มาชิกชมรมฯ รว่ มจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ สขุ ภาพจติ ได้อย่างเหมาะสม
๓. เพอ่ื ให้สมาชิกชมรมมีทักษะการชว่ ยเหลอื เพ่ือนสมาชกิ ที่มีปญั หาและช่วยให้เยาวชนปลอดภัย
จากยาเสพติด
๕๒
“เยาวชนส่วนใหญท่ ่ีเขา้ ไปย่งุ เก่ยี วกับยาเสพติด มักมปี ญั หาทางด้านจติ ใจ
ทีไ่ ม่สามารถช่วยเหลือตนเองในทางทเี่ หมาะสมได้
ดังน้ันการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กันทางจติ ใจใหแ้ ก่เยาวชน
จงึ เป็นการป้องกนั ปญั หายาเสพตดิ ท่ตี รงทส่ี ดุ ”
จากพระดารัสข้างต้น ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม จึงได้
ดาเนินการถา่ ยทอดองค์ความรู้และฝึกทกั ษะใหแ้ ก่สมาชิก เพื่อใหส้ ามารถจัดกจิ กรรมพัฒนาความ
ฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ใหแ้ ก่เพื่อนสมาชิกชมรมTO BE NUMBER ONE ให้มีสขุ ภาพจิตทด่ี ี มีจิตใจ
เขม้ แข็งอันเป็นการป้องกนั ปญั หายาเสพติดในอนาคต ซ่ึงมกี ารดาเนนิ กิจกรรม ดังนี้
๑. กจิ กรรมคนทูบีเก่งและดดี ้วย ๓ ฮกั
๒. กจิ กรรมค่ายพุทธธรรมนาชีวีชาวทูบหี ่างไกลยาเสพติด
๓. กจิ กรรมทบู ีทบทวนจติ ชีวิตสดใส
๔. กิจกรรมTo Be Give Blood for life
๕. กจิ กรรมต้นกล้าความดี ทูบรี กั ษ์สง่ิ แวดล้อม
๖. กจิ กรรมขับขีป่ ลอดภัย รบั ปใี หม่เมาไม่ขับ
๗. กจิ กรรมครอบครัวสีขาวทบู ีนัมเบอรว์ นั
๘. กจิ กรรมเสรมิ คนเด่นสร้างคนดชี าวทบู ศี รีกระนวน
๙. กิจกรรมเยาวชนทบู ีทาความดถี วายพอ่ หลวง
๑๐. กิจกรรมศูนยเ์ พอ่ื นใจ ปรบั ทกุ ข์ สรา้ งสุข แกป้ ญั หา พฒั นา EQ
๑๑. กจิ กรรมลกู สาวแผน่ ดิน
๑๒. กจิ กรรมลกู ชายนายอาเภอ
๑๓. กิจกรรมอบรมเทคนิคการใหค้ าปรกึ ษาแกนนา
๕๓
๑. กิจกรรมคนทบู ีเก่งและดีด้วย ๓ ฮัก
วตั ถุประสงค์
เพอื่ ส่งเสรมิ ให้นักเรียนสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE มภี ูมิคุ้มกันดา้ นร่างกายและ
จิตใจ โดยอาศัยกจิ กรรมคนทูบีเกง่ และดดี ว้ ย ๓ ฮกั
เป้ำหมำย
สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรยี นศรีกระนวนวิทยาคมทกุ คน
ระยะเวลำดำเนินงำน
ทกุ สปั ดาห์ ตลอดปีการศึกษา
ผลลัพธ์
นักเรยี นโรงเรยี นศรกี ระนวนวิทยาคมมภี มู ิคุ้มกันทางจติ ใจ มคี วามรัก และศรทั ธาในสถานบนั
ต่างๆ
กิจกรรมคนทบู ีเก่งและดีด้วย ๓ ฮกั ซึ่งเปน็ กจิ กรรมหนงึ่ ของชมรม เพอื่ ให้สมาชิกชมรม มีการ
สร้างเสริมภมู คิ ุม้ กนั ทางจิตใจให้แก่สมาชิกในชมรม โดยยดึ ถึง การแสดงออกถงึ ความรัก ๓ รูปแบบ คือ
๑.ฮักเจ้าของ คือ ส่งเสริมให้สมาชิกรักและเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยการทากจิ กรรมและการปลูกฝงั การ
มองเห็นคุณค่าในตนเอง ๒.ฮกั กัน คือ สนับสนุนใหส้ มาชกิ ส่งเสริม เตมิ เตม็ ปันน้าใจให้แกก่ ัน โดยการ
ทากิจกรรมสาธารณะประโยชน์ ช่วยเหลือสังคม ทาให้สมาชิกในชมรม มีความเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่
ตอ่ บุคคลทตี่ อ้ งการความชว่ ยเหลือ และ๓. ฮักสถาบนั ไดแ้ ก่ สถาบันครอบครัว สง่ เสริมใหส้ มาชิกใน
ชมรมมคี วามรักต่อครอบครัว การดูแลชว่ ยเหลืองานบ้านการ และการเวลาว่างให้เกิดประโยชน์
สถาบันการศกึ ษาสมาชิกในชมรมรว่ มทากิจกรรมที่เป็นการพฒั นาตนเองดา้ นต่างๆ ทงั้ วชิ าการ ดนตรี
และกฬี า จนนาไปสกู่ ารสร้างช่ือเสียงให้แกโ่ รงเรียน และสถาบันพระมหากษตั ริย์ ส่งเสริมใหส้ มาชกิ ใน
ชมรมมคี วามจงรักภกั ดีตอ่ สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ผา่ นกจิ กรรมตา่ งๆ เชน่ การศกึ ษาดูงานโครงการ
ตามพระราชดาริ การถวายความเคารพในพิธกี าร การปลกู ฝงั ความรักสามคั คีผา่ นกิจกรรมหนา้ เสาธง
ตอนเชา้ มีการดาเนินกจิ กรรมตามหลัก ๓ ฮัก ดังน้ี
๕๔
๑. ฮกั เจำ้ ของ
๒. ฮกั กนั
๓. ฮกั สถำบัน
๕๕
๒. กิจกรรมค่ำยพทุ ธธรรมนำชวี ีชำวทูบหี ำ่ งไกลยำเสพติด
วัตถุประสงค์
เพ่อื เปิดโอกาสให้สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ได้มีการพฒั นาตนเอง เพ่ือไมไ่ ปยุ่ง
เกย่ี วกับยาเสพติด โดยการบรรพชาสามเณร เพื่อปฏิบัตธิ รรม
เปำ้ หมำย
นกั เรยี นโรงเรยี นศรกี ระนวนวิทยาคม กลุ่มเปา้ หมาย
ระยะเวลำดำเนินงำน
เดอื นกุมภาพนั ธข์ องทกุ ปี
ผลลพั ธ์
นกั เรยี นท่ีเขา้ รว่ มโครงการ ได้พฒั นาตนเองและไมก่ ลับไปยงุ่ เก่ียวกับยาเสพตดิ
๕๖
๓. กิจกรรมทบู ที บทวนจติ ชวี ิตสดใส
วัตถปุ ระสงค์
เพือ่ เปดิ โอกาสให้สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ไดม้ ีการพัฒนาตนเอง เพ่ือไมไ่ ปยุ่ง
เก่ียวกับยาเสพติด โดยการสวดมนต์ ไหว้พระ และนงั่ สมาธิ
เป้ำหมำย
นักเรยี นโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม กลมุ่ เปา้ หมาย
ระยะเวลำดำเนินงำน
เดอื นกุมภาพนั ธข์ องทกุ ปี
ผลลพั ธ์
นักเรยี นทเี่ ขา้ ร่วมโครงการ ไดพ้ ฒั นาตนเองและไมก่ ลบั ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพตดิ
๕๗
๔. กิจกรรมTo Be Give Blood for life
วัตถปุ ระสงค์
เพือ่ ปลกู จิตสานึกเร่อื ง การช่วยเหลือผอู้ ่นื ดว้ ยการบรจิ าคโลหิต
เปำ้ หมำย
นกั เรยี นโรงเรยี นศรีกระนวนวทิ ยาคม กลมุ่ เป้าหมาย
ระยะเวลำดำเนินงำน
เดือนกมุ ภาพันธ์ของทุกปี
ผลลัพธ์
นักเรียนโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคมและบคุ คลทั่วไปรว่ มบรจิ าคโลหิต เปน็ การรว่ มแรงร่วมใจ
ชว่ ยเหลอื บุคคลอืน่ และการทากจิ กรรมเพ่อื หา่ งไกลยาเสพติด
๕๘
๕. กจิ กรรมตน้ กลำ้ ควำมดี ทูบีรักษส์ งิ่ แวดลอ้ ม
วตั ถุประสงค์
เพอื่ ปลูกจติ สานึกเรอื่ ง การช่วยกนั รกั ษาและพฒั นาสิง่ แวดล้อม
เปำ้ หมำย
นักเรียนแกนนาโรงเรยี นศรีกระนวนวิทยาคมทุกคนและประชาชนทว่ั ไป
ระยะเวลำดำเนนิ งำน
ตลอดปีการศึกษา
ผลลัพธ์
นักเรียนโรงเรยี นศรีกระนวนวทิ ยาคม และบคุ คลทั่วไปชว่ ยกนั รักษาและพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม
๕๙
๖. กจิ กรรมตน้ กลำ้ ควำมดี ทูบีรักษ์สิ่งแวดล้อม
วตั ถุประสงค์
เพื่อปลกู จิตสานึกเร่ือง การขับข่ีปลอดภัยช่วงเทศกาล ปลอดจากการแอลกอฮอล์และ
สารเสพติด
เปำ้ หมำย
นักเรยี นแกนนาโรงเรียนศรีกระนวนวทิ ยาคมทกุ คนและประชาชนทั่วไป
ระยะเวลำดำเนินงำน
ตลอดปกี ารศกึ ษา
ผลลัพธ์
นักเรยี นโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม และบุคคลทวั่ ไปรว่ มกนั รณรงค์การขบั ขี่ปลอดภยั ช่วง
เทศกาล ปลอดจากการแอลกอฮอล์และสารเสพติด
๖๐
๗. กจิ กรรมครอบครวั สขี ำวทบู นี ัมเบอร์วัน
วัตถปุ ระสงค์
เพื่อปลกู จิตสานกึ เรื่อง การชว่ ยกันรักษาและพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ ม
เปำ้ หมำย
นกั เรียนแกนนาโรงเรยี นศรีกระนวนวิทยาคมทุกคนและประชาชนท่วั ไป
ระยะเวลำดำเนนิ งำน
ตลอดปกี ารศกึ ษา
ผลลพั ธ์
นกั เรียนโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม และบุคคลทัว่ ไปชว่ ยกันรกั ษาและพัฒนาส่ิงแวดลอ้ ม
๖๑
๘. กิจกรรมเสริมคนเด่นสร้ำงคนดชี ำวทบู ศี รีกระนวน
วัตถุประสงค์
เพื่อสง่ เสริมใหน้ กั เรยี นมีการพฒั นาตนเองในดา้ นตา่ งๆ ตามความถนดั ของตนเอง
เปำ้ หมำย
นักเรียนแกนนาโรงเรยี นศรกี ระนวนวทิ ยาคมทุกคน
ระยะเวลำดำเนินงำน
ตลอดปกี ารศกึ ษา
ผลลัพธ์
นักเรียนโรงเรียนศรกี ระนวนวิทยาคม การพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ตามความถนดั ของตนเอง
๖๒
๙. กจิ กรรมเยำวชนทบู ที ำควำมดถี วำยพอ่ หลวง
วัตถปุ ระสงค์
เพื่อส่งเสริมให้คุณครูที่ปรกึ ษาชมรมและนักเรียนแกนนา ได้มีโอกาสได้พัฒนา
ความรูค้ วามขอนแก่น
เปำ้ หมำย
คุณครูทีป่ รึกษาชมรม นักเรยี นแกนนาโรงเรยี นศรีกระนวนวทิ ยาคมทุกคนเขา้ รว่ มทาความดี
ถวายพ่อหลวง
ระยะเวลำดำเนินงำน
เดอื นมกราคมตลอดปีการศึกษา
ผลลพั ธ์
ครูทีป่ รึกษาและนกั เรยี นแกนนาของชมรมรว่ มทากจิ กรรมทาความดีถวายพ่อหลวง
๖๓
๑๐. ศูนยเ์ พื่อนใจ TO BE NUMBER ONE
วตั ถปุ ระสงค์
เพอ่ื ส่งเสริมใหน้ ักเรียนสมาชกิ ชมรม TO BE NUMBER ONE ไดใ้ ช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์
ผา่ นกิจกรรมตามแนวคิด “ปรับทุกข์ สรา้ งสขุ แกป้ ญั หา พฒั นา EQ”
เป้ำหมำย
สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรยี นศรกี ระนวนวทิ ยาคมทกุ คน
ระยะเวลำดำเนนิ งำน ตลอดปีการศกึ ษา
ผลลัพธ์
นักเรยี นโรงเรยี นศรีกระนวนวิทยาคมได้รบั คาปรกึ ษาทถี่ กู ต้องและสามารถแก้ปญั หาได้
และผู้ใชบ้ ริการมคี วามพงึ พอใจต่อการใหบ้ ริการ
๖๔
กจิ กรรมศูนย์เพอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE ซงึ่ เป็นกิจกรรมหนงึ่ ของชมรม เพ่ือให้สมาชิก
ชมรม ที่ต้องการความช่วยเหลือ ได้รับคาปรึกษาแนะนาท่ีถูกตอ้ งเหมาะสม จากผู้เชียวชาญและ
อาสาสมัครท่ีผ่านการอบรม ตามแนวคิด ปรับทกุ ข์ สร้างสขุ แก้ไขปัญหา พฒั นา EQ โดยยดึ หลัก
เพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งแกนนาอาสาสมคั รศนู ยเ์ พอื่ นใจ จะได้รบั การถ่ายทอดความร้จู ากรนุ่ พี่และครูท่ี
ปรึกษา โดยชมรมจัดค่าย“ค่ำยอบรมอำสำสมัครศูนย์เพ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE”ซ่ึงจัดขึ้น
เพ่อื อบรมให้ความรู้ ให้แกนนาอาสาสมัครศูนย์เพื่อนใจ รุ่นต่อไปท่ีจะสืบทอดความรู้ ทกั ษะและรับ
นโยบาย แนวปฏิบัติต่างๆจากรุ่นพ่ี เพือ่ ใหม้ ีความตอ่ เน่อื ง อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
การจดั กิจกรรมศูนย์เพื่อนใจเปน็ หน้าท่ีความรบั ผิดชอบของแกนนาอาสาสมัครประจาศูนย์
ซง่ึ มจี านวน๕๐ คน โดยจัดตารางเวรผลัดเปล่ยี นหมุนเวยี นกัน ปฏิบตั ิหนา้ ที่ในศนู ยว์ ันละ ๔-๕ คน โดย
ศูนยเ์ พื่อนใจTO BE NUMBER ONE จะเปิดใหใ้ ช้บรกิ าร ๓ เวลา คือ ชว่ งเช้า เวลา ๐๗.๐๐ – ๐๗.๕๐
น. ช่วงเท่ียง เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. และช่วงหลงั เลกิ เรียน เวลา ๑๖.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. โดยแบ่ง
เวรปฏบิ ตั หิ นา้ ที่เป็นนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตน้ และชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย
กจิ กรรมใหบ้ รกิ ารในศนู ย์เพ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE แกนนาอาสาสมัครประจาศูนย์ จะ
เป็นผู้บริการตามท่ีจัดแบ่งหน้าท่ีกันไว้ โดยมีผู้จัดการศูนย์เป็นผู้นาในการวางแผนกิจกรรม และ
มอบหมายงานแตแ่ กนนาในทีม โดยอยู่ภายใตก้ ารดูแลของครูที่ปรกึ ษา ซงึ่ เป็นครูแนะแนว และครผู ู้มี
ความรู้ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น
ศูนย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE โรงเรยี นศรีกระนวนวทิ ยาคม ดาเนนิ งานตามแนวทาง
“ปรบั ทกุ ข์ สรา้ งสุข แก้ไขปญั หา พัฒนา EQ”ดงั น้ี
๑. กจิ กรรมปรบั ทกุ ข์ สรำ้ งสุข
ปรับทุกข์ โดยการใหค้ าปรึกษาเป็นรายบุคคล แบบ Walk in จากผลการสารวจการใช้
บริการของสมาชกิ ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนศรกี ระนวนวทิ ยาคมพบวา่ การใหค้ าปรกึ ษา
เป็นรายบุคคลในรปู แบบ Walk in มกี ารใหค้ าปรกึ ษาไดด้ แี ละสามารถให้คาปรกึ ษาแก่สมาชกิ ได้
สรำ้ งสุข โดยการจัดกจิ กรรมนันทนาการต่างๆให้สมาชิกได้สรา้ งสุขภาพกาย ได้สุขภาพจิต
ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลง เต้นบาสโลบ Cover Dance โยคะสร้างชีวิต พิชิตโรคร้ายวาดภาพ ศิลปะ
ประดิษฐ์ มีท้งั ดนตรี รอ้ ง เลน่ เตน้ รา
๖๕
๒. กิจกรรมนักเรยี นเพอ่ื นท่ปี รกึ ษา YC
(YมoีหuลthักกCาoรuแnกs้eปlัญorห)การรโดมยแใกช้ป้ทญั ักษหะำการให้คาปรึกษา จากนักเรียนเพ่ือนที่ปรึกษา YC
(Youth Counselor) เข้าแกไ้ ขปัญหาทัง้ เชิงรกุ คือ การเข้าใหค้ าปรกึ ษาแก่สมาชกิ ที่มีปญั หา และการ
แก้ไขปญั หาเชงิ รบั คือ การที่สมาชิกท่มี ปี ญั หาเขา้ มาขอรับคาปรึกษาจากนกั เรียนเพ่ือนทปี่ รึกษา YC
๓. กิจกรรมพัฒนำ EQ
จัดกิจกรรมกลุ่มพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ท่ีช่วยเสริมสร้างสติ สมาธิ โดยใช้
กจิ กรรมกลุ่ม ทงั้ ดา้ นเก่ง ด้านดี ด้านสุข อาทิเชน่ กิจกรรมรอ้ ง เต้น เล่นดนตรีและการออกกาลังการ
เพ่ือสุขภาพ
๖๖
FLOW CHART กำรทำดำเนินงำนของศูนย์เพื่อใจ
TO BE NUMBER ONE โรงเรียนศรกี ระนวนวทิ ยำคม
๖๗
วนั เวลำ ๐๗.๐๐-๐๗.๔๕ ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ ๑๖.๐๐-๑๗.๐๐
กิจกรรมพัฒนาEQ กจิ กรรมเพ่อื สงั คม
วนั จนั ทร์ daily talk
(จติ สาธารณะ)
กจิ กรรมกลุม่ แลกเปล่ียน
ข่าวสาร
วนั อังคำร กจิ กรรมพ่รี อ้ ง นอ้ งเต้น กิจกรรมพัฒนาEQ งานศิลป์ฟินเวอร์
(สนั ทนาการ)
(สันทนาการ)
วนั พธุ daily talk
กิจกรรมศูนยเ์ พ่อื ใจ กจิ กรรมพฒั นา
กจิ กรรมกลมุ่ แลกเปลี่ยน
ข่าวสาร ใชค้ าปรึกษา บุคคลกิ ภาพ
วัน Daily news กิจกรรม กจิ กรรมพฒั นาEQ กิจกรรมพ่รี อ้ ง นอ้ งเต้น
พฤหสั บดี (สนั ทนาการ)
วนั ศุกร์ daily talk กิจกรรมพฒั นาEQ กจิ กรรมพ่ีสอนน้อง
กิจกรรมกลมุ่ แลกเปลยี่ น (วิชาการ)
ขา่ วสาร
วันเสำร์- กิจกรรม ร้อง เต้น เลน่ ดนตรี
อำทติ ย์
๖๘
แบบสรุปกำรเขำ้ รว่ มกิจกรรม “ศูนยเ์ พอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE”
ปีกำรศึกษำ ๒๕๖๑
ท่ี เดอื น / ปี ให้คำปรกึ ษำ แกป้ ญั หำ สรำ้ งสขุ รวม /
เดอื น
พฒั นำ EQ ๑,๐๘๐
๑,๖๘๕
๑ พฤษภาคม ๖๗ ๒๗๐ ๗๓๔ ๑,๔๔๐
๒,๑๖๐
๒ มถิ ุนายน ๖๓ ๗๑๐ ๙๑๒ ๑,๘๐๐
๓๔๕
๓ กรกฎาคม ๕๕ ๓๐๙ ๑๐๗๖ ๑,๙๘๒
๑,๓๓๖
๔ สิงหาคม ๔๔๔ ๔๑๗ ๑๒๔๕ ๑,๒๔๘
๒๐๒
๕ กนั ยายน ๑๗๐ ๔๙๖ ๑๑๓๔ ๒๒๐
๖๐
๖ ตลุ าคม ๑๑ ๕๖ ๔๗๘ ๕๘
๑๓,๖๑๖
๗ พฤศจกิ ายน ๔๖ ๖๔๗ ๑๒๘๙
๘ ธนั วาคม ๑๐๘ ๔๙๑ ๘๒๗
๙ มกราคม ๑๙๒ ๒๖๑ ๗๙๕
๑๐ กุมภาพันธ์ ๕๒ ๖๗ ๘๓
๑๑ มีนาคม ๔๕ ๕๖ ๑๑๙
๑๒ เมษายน - ๓๕ ๒๕
๑๓ พฤษภาคม ๑๐ ๒๐ ๒๘
รวม ๑,๒๖๓ ๓,๗๙๙ ๘,๕๕๔
รวมจำนวนผู้เข้ำรับบรกิ ำรตลอดปี ๑๓,๖๑๖ คน
แผ นภู มิ แส ดงสถิ ติ กำรใช้บริ กำรศูนย์ เพื่ อนใจ T O B E N UM B ER O N E
โ รงเ รี ยนศรี กระนวนวิทยำคม ปี 59 61
1346
1281
1263
4209
7962
8554
2935
3220
3799
3284
3507
3799
ป รั บ ทุ ก ข์ สร้ำง สุข แ ก้ ปั ญ ห ำ พัฒนำ E Q
๖๙
๑๑. กจิ กรรมลูกสำวแผ่นดิน
วัตถปุ ระสงค์
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนท่เี ป็นแกนนา ไดม้ สี ่วนชว่ ยเหลอื สงั คม
เปำ้ หมำย
สมาชกิ ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรยี นศรีกระนวนวทิ ยาคมทุกคนและประชาชน
ทัว่ ไป
ระยะเวลำดำเนนิ งำน
ทุกวนั ศุกร์ ตลอดปกี ารศึกษา
ผลลพั ธ์
นกั เรยี นและบุคคลภายนอกได้รบั การพัฒนาดา้ นอาชพี และการพัฒนาชมุ ชน
๗๐
๑๒. กิจกรรมลกู ชำยนำยอำเภอ
วัตถุประสงค์
เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้นักเรียนทเี่ ป็นแกนนา ไดม้ สี ่วนชว่ ยเหลอื สังคม
เป้ำหมำย
สมาชกิ ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคมทุกคนและประชาชน
ทัว่ ไป
ระยะเวลำดำเนินงำน
ทุกวันศุกร์ ตลอดปีการศกึ ษา
ผลลัพธ์
นักเรยี นและบคุ คลภายนอกได้รับการพฒั นาด้านอาชพี และการพัฒนาชุมชน
๗๑
๑๓. กจิ กรรมเลิกยำขอขมำแม่
วตั ถปุ ระสงค์
เพอื่ ให้นกั เรยี นกล่มุ เปา้ หมายได้ แสดงความรกั ต่อมารดาและให้คาสญั ญาจะไม่ยงุ่ เกยี่ วกับยา
เสพตดิ
เปำ้ หมำย
นักเรยี นกลุม่ เป้าหมาย โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม
ระยะเวลำดำเนินงำน
เดือนสิงหาคม ของทกุ ปี
ผลลัพธ์
นักเรียน กลุ่มเป้าหมายได้ แสดงความรักต่อมารดาและให้คาสัญญาจะไม่ยุ่งเก่ียวกับ
ยาเสพติด
๗๒
๑๔. กจิ กรรมอบรมเทคนิคกำรใหค้ ำปรกึ ษำแกนนำ
วัตถุประสงค์
เพื่อขยายเครือข่ายและพฒั นานกั เรียนการให้คาปรกึ ษาสาหรบั สมาชิกเขา้ ร่วมกิจกรรมของ
ชมรม และพัฒนาตนเองตามศักยภาพ
เปำ้ หมำย
แกนนา สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรยี นศรีกระนวนวิทยาคม
ระยะเวลำดำเนนิ งำน
เดือนสงิ หาคม
ผลลัพธ์
สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคมเขา้ ร่วมโครงการคดิ เป็น
๑๐๐%
๗๓
ผลลพั ธจ์ ำกกำรทำกิจกรรมเสรมิ สรำ้ งภูมคิ ุ้มกนั ทำงจติ ใจให้แกส่ มำชกิ ของชมรมฯ
กำรจดั กจิ กรรมเสริมสร้ำงภมู ิคุ้มกนั ทำงจิตใจให้แก่สมำชกิ ของชมรมฯ
๑. สมาชิกได้ใชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ เกิดความรักสามคั คีในหมู่คณะ เกิดภาวะผู้นาและผู้
ตามทด่ี ี มคี วามภาคภมู ใิ จในตนเอง
๒. สมาชกิ มีเจตคติที่ดตี ่อการจดั กิจกรรม รู้ภยั ยาเสพติดเพิ่มข้ึน
๓. สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนดีของผู้ปกครอง ครู
ชุมชน
๔. นักเรียนมีจิตอาสา และมีความกล้าแสดงออกในทางที่ดี เป็นประโยชน์ ต่อตนเองและ
สว่ นรวม
๕. นักเรยี นกลุ่มเสย่ี งและกลุ่มมีปญั หาได้รับการดูแลช่วยเหลือ เสริมสร้างทักษะชวี ิตและทกุ คน
สมัครเป็นสมาชิกชมรมTO BE NUMBER ONE โรงเรียนศรีกระนวนวทิ ยาคม
๗๔
๓.๔. โครงการปลกู ฝังสรา้ งเสริมคณุ ธรรมจริยธรรม
โครงการอบรม "คา่ ยพุทธธรรม" โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม เป็นโครงการท่ีช่วยพัฒนา
นกั เรียน โดยการพัฒนาจติ และปลกู ฝงั จริยธรรม คณุ ธรรม และศีลธรรม ตามหลกั พุทธศาสนาอันเป็น
แนวทางการประพฤติตนท่ีดี ให้มีทักษะในการดาเนินชีวติ “เก่ง ดี และมีความสุข” เพอื่ ให้เด็กและ
เยาวชนท่ี นาธรรมะ นาหลักคาสอนท่ไี ด้รบั ไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั คอื การพัฒนากาย โดย
การแสดงออกทางกริ ยิ ามารยาทชาวพุทธ มีพฤติกรรมทีด่ ีงามเหมาะสม การพัฒนาศีล โดยการอยู่
ร่วมกบั ครอบครวั และบคุ คลในสังคม ด้วยความเก้ือกลู และประกอบอาชพี ท่ีสจุ ริต การพัฒนาจติ ให้
เปน็ จิตท่ีสมบูรณ์ทงั้ คณุ ภาพจติ พลงั จิตและสุขภาพจิต และสุดทา้ ย การพัฒนาปญั ญา ให้เกิดปัญญา
ในการรู้จรงิ ร้เู ท่าทันทางเจริญทางเสอ่ื มปจั จัยทเ่ี ก่ียวข้อง รูว้ ิธีการป้องกัน ร้วู ิธแี กไ้ ขปัญหา สร้างภูมิ
ตา้ นทานให้กบั ตนเองด้วยคณุ ธรรม ให้เปน็ ผู้มชี วี ิตอย่อู ย่างรู้เท่าทนั โลก นาพาชีวติ สู่ความสาเร็จ เพื่อ
เกื้อกูลแก่ตนเองและประเทศชาติในทส่ี ุด จากการดาเนนิ งานโครงการปลูกฝังสร้างเสรมิ คุณธรรม
จริยธรรมส่งผลให้โรงเรยี น ได้รับโล่และเกียรติบัตร โครงการ “The heat of Giving” ประจาปี
๒๕๖๑ โรงเรียนแบบอยา่ งการพฒั นา คุณธรรมจรยิ ธรรม ให้กับนักเรียน รว่ มแบ่งปนั น้าใจช่วยเหลือ
เดก็ ในครอบครัวยากไรใ้ นสังคม จัดโดยมลู นิธศิ ุภนิมิต แหง่ ประเทศไทย
๗๕
๗๖
๓.๕. โครงการประชาธิปไตยในโรงเรียน การส่งเสริมประชาธปิ ไตยทเี่ ปดิ โอกาสให้
นักเรียนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มมากข้ึน เช่นการเลอื กตัง้ ประธานนกั เรียน การเลือกตั้งประธานคณะสี เปน็
ตน้ จะสามารถสรา้ งความตระหนัก จิตสานกึ และบทบาทหนา้ ที่ตามรฐั ธรรมนญู ใหก้ ับนักเรียนซง่ึ ถือ
เป็นรากฐานสาคัญของระบอบประชาธิปไตยท่มี ่นั คงต่อไป ด้วยตระหนกั ในปัญหาความจาเป็นและ
ความสาคญั ดังกล่าวโรงเรียนจงึ จดั ให้มโี ครงการสภานักเรยี นไทย หวั ใจสมานฉันท์ ยึดม่ันธรรมาภบิ าล
ขึน้ เพื่อเสนอแนวทางในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนให้สอดคลอ้ งกบั วถิ ชี วี ติ แบบประชาธปิ ไตย
ของสังคมไทยอยา่ งแทจ้ ริง จากการดาเนนิ การจดั กจิ กรรมสง่ เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน สง่ ผลให้
นกั เรียนมคี วามเข้าใจในกระบวนการแบบประชาธิปไตยนากระบวนการประชาธปิ ไตย ไปใชใ้ นการ
ทางานและจดั การเรียน การสอน มีการทางานในระบบประชาธปิ ไตยในรูปสภานักเรียนทถ่ี กู ต้อง
รู้จกั วางแผนการทางานร่วมกนั ชว่ ยกันคดิ ชว่ ยกันทาและแก้ปญั หาตามระบอบประชาธิปไตย
คุณลกั ษณะความเป็นผู้นา และการปฏิบตั ติ นใหเ้ ป็นประโยชน์เพื่อสว่ นรวม ส่งเสริมใหน้ กั เรยี นนา
หลักธรรมาภิบาลมาใชใ้ นการทางานและการดารงชวี ติ ประจาวนั
๗๗
๗๘
๓.๖. โครงการเพ่มิ เวลารู้ Active Learning
แนวทำงกำรจัดกจิ กรรมตำมโครงกำร“ลดเวลำเรยี น เพิ่มเวลำรู้ : Active Learning”
โรงเรียนศรีกระนวนวทิ ยาคม เปน็ โรงเรยี นขนาดใหญพ่ ิเศษท่ีจัดการเรียนการสอนสนอง
นโยบายพระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาตจิ ัดการเรียนการสอนโดยใชห้ ลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้น
พน้ื ฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ และหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากลที่มุ่งให้ผู้เรียนมีศักยภาพเป็น
“พลโลก” คือ เป็นเลิศทางวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้าหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่าง
สรา้ งสรรค์ รว่ มกนั รับผิดชอบตอ่ สังคม มีการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพและการจัดการเรยี น
การสอนเทียบเคยี งมาตรฐานสากล
การดาเนิน งานกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้” ตามน โยบายกระทรวงศึกษาธิการ
โดยการลดเวลำเรียนในภาควิชาการและเพ่ิมเวลำรู้ ด้วยการจัดกจิ กรรมที่มีความหลากหลายเพ่ือ
ส่งเสรมิ และเปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนไดส้ ร้างองคค์ วามรู้ทักษะการคดิ ข้นั สงู การทางานเปน็ ทีมผ่านการลง
มือปฏิบัตแิ ละสามารถนาความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ได้ในชีวิตประจาวัน เน้นการประเมนิ ตามสภาพจริง
และการประเมินความพึงพอใจของผู้มสี ่วนรว่ ม โดยการนาของทา่ นผู้อานวยการธนัท ไชยทิพย์
ประชุมรบั หลักการจากหน่วยงานตน้ สังกัด แลว้ มอบหมายให้กลุ่มบริหารงานวิชาการ โดยงานพัฒนา
หลักสูตรสถานศกึ ษา เป็นผู้รบั ผดิ ชอบ มขี ้ันตอนการดาเนินงานดังน้ี
๑. กำรสร้ำงควำมเข้ำใจในกำรนำนโยบำยสู่กำรปฏิบัติแก่ครูและผเู้ กี่ยวข้อง ดาเนินการ
โดย
- ออกคาส่ังแตง่ ตัง้ ผรู้ ับผดิ ชอบเพอ่ื มอบหมายงาน สง่ เจ้าหน้าท่ีงานพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษาไป
รว่ มประชุม อบรม โดยมที ีม สมาร์ท เทรนเนอร์ ของ สพม.เขต ๒๕ ดูแลให้คาปรึกษามีการ
ประชุมหวั หนา้ กลุ่มสาระตลอดจนครผู ูส้ อนเพื่อการสร้างความเข้าใจในการนานโยบายสู่การปฏิบัตแิ ละ
การวางแผนการจัดกิจกรรม
- สร้างความเข้าใจในการจัดกิจกรรมให้กับครู นักเรียน และผู้เก่ียวข้องโดยการจัดประชุม
คณะกรรมการสถานศึกษา ประชุมครแู ละบุคลากรในโรงเรียนตลอดการประชุมผู้ปกครองเครือขา่ ย
และการประชุมผู้ปกครองนักเรียนกอ่ นเปดิ เรียน เผยแพร่ขอ้ มูลผ่านเวบ็ ไซต์โรงเรียน ระดมความคิด
พร้อมท้ังปรบั โครงสร้างหลกั สูตรและจัดตารางสอนใหส้ อดคลอ้ งกับเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้
๗๙
๒. จัดทำคมู่ ือบริหำรจดั กำรเวลำเรยี น และแนวทำงกำรจดั กจิ กรรมเรียนรู้ “ลดเวลำเรียน
เพ่ิมเวลำรู้”เพื่อเป็นแนวทางการดาเนินงาน ซึ่งโรงเรียนมีข้อจากัดในเร่ืองปริมาณนกั เรียน และ
อัตรากาลังของครูโรงเรยี นจึงเลอื กจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารู้ โดยทุกกลุม่ สาระการเรยี นรู้
ดาเนินการจัดกิจกรรมอยา่ งหลากหลายให้ผเู้ รียนไดเ้ ข้าร่วมกิกรรมตามฐานตา่ ง ๆ ที่สอดคลอ้ งกบั การ
พัฒนาผเู้ รียนอย่างรอบด้านทงั้ ดา้ นร่างกาย (Health) ด้านสมอง(Head)ด้านจติ ใจ (Heart)และดา้ น
ทกั ษะการทางาน(Hand)ตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน สมรรถนะสาคญั ๕ ประการ คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค์ และค่านิยม ๑๒ ประการ
๓. วิธีดำเนนิ กำร เกย่ี วกับกำรจดั กิจกรรม โรงเรียนไดด้ าเนินการโดย
๓.๑มีคาสั่งแต่งตง้ั ครูผ้สู อนในการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารู้” กาหนดวัน เวลา
ในการสอนโดยจดั ใหน้ กั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑-๓ เข้ารว่ มกิจกรรมนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
เข้ารว่ มกจิ กรรมทกุ วันพุธช่วั โมงท่ี ๔-๖ และวนั ศุกรช์ ัว่ โมงที่ ๕-๗
๓.๒กำรกำหนดกำรจัดกิจกรรมกลุม่ สาระการเรยี นรู้ร่วมกันกาหนดการจัดกิจกรรมโดยให้
สอดคลอ้ งกับการพฒั นาของนักเรียนท้ัง ๔ ด้าน คอื ด้านการพัฒนาสมอง (HEAD) การพฒั นา
ทักษะการทางาน (HAND) การพฒั นาจิตใจ (HEART )และการพฒั นาร่างกาย (HEALTH)
๔. รปู แบบและวิธกี ำรจัดกิจกรรม โรงเรียนจดั กิจกรรมแบ่งเป็นด้านต่าง ๆ ดงั น้ี
ดำ้ นกำรพฒั นำสมอง (HEAD) มจี านวน ๕๔ กิจกรรม อาทิ ประดษิ ฐ์ดอกไม้จากใบเตย
สานตะกร้าจากกล่องนม กุ๊กข้นั เทพ สูตรคูณเรขาคณติ เส้นแปลงรูป เกมส์ตัวเลขมหัสจรรย์ ปรศิ นา
พิมพ์ใจ ภาษาฮ าเฮ ฟุดฟิดฟอไฟ เกมส์หร รษา ชื่อต้นไม้สุดหรรษา เรียงความจากภา พ
การละเล่นของเด็กไทย เกมส์ปริศนาอักษ รไขว้สานวน ไทย บิงโก้เขียน ถูกเรียงไว้ได้ร างวัล
การเขยี นคาคมเกมปรศิ นา ระบบนเิ วศหอคอยจดหมายลพั ธก์ ารหาความสงู ของต้นไม้ เครอ่ื งร่อนเรือ
พลังยางโยน ไข่ไม่แตก กิจกรรมขับขานประสาน เสียงกิจ กรร มสนุกรู้สนุกคิดกับโยธวาทิต
ศรกี ระนวนวิทยาคมและกิจกรรมอนื่ ๆ
กำรพัฒนำทักษะกำรทำงำน (HAND) มจี านวน ๔๐ กิจกรรม อาทิ ดูวีดทิ ัศนเ์ ก่ียวกับ
การสรา้ งสรรค์งานเทคนิคการพับกระดาษรูปสตั ว์ตา่ งๆ เทคนิคการพับผ้าบนโตะ๊ อาหารแบบต่างๆ
๘๐
สร้างสรรค์งานพบั กระดาษสสี นั หรรษามาสนกุ กบั ศลิ ปะต่อภาพสร้างสรรคศ์ ิลปะพาสุขใจและ
กจิ กรรมอื่น ๆ
กำรพฒั นำจติ ใจ (HEART )มีจานวน ๓๐ กจิ กรรม อาทิกราบเบญจางคประดิษฐก์ ารถวาย
ความเคารพการไหว้การรับส่งของผูใ้ หญ่ยนื การประเคนของพระสงฆ์และกิจกรรมอื่น ๆ
กำรพัฒนำร่ำงกำย(HEALTH)มีจานวน ๑๒ กิจกรรม อาทนิ นั ทนาการและเกมส์ นักตบ
เทวดา ไอ้หนูแข้งทองนกั เตะเสยี้ วลม้ิ ย่ีและกิจกรรมอ่ืน ๆ (ภาพกจิ กรรมแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรยี นรู้)
๕. กำรกำกบั ติดตำม นเิ ทศ ประเมนิ ผลกำรดำเนนิ งำน
โรงเรยี นได้แต่งต้งั คณะกรรมการตดิ ตาม นิเทศ ประเมินผลการดาเนินงาน และจดั ประชมุ เสวนา
ทบทวนหลงั การปฏิบตั ิงาน (After Action Review) ในระดบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้สัปดาหล์ ะ ๑ คร้ัง
และในระดบั โรงเรียน เดือนละ ๑ ครง้ั เพอื่ นาผลไปใชใ้ นการพัฒนาอย่างตอ่ เน่ือง
สรปุ ผลกำรดำเนินงำน
ในการขับเคลื่อน นโยบาย“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Active Learning”สู่การปฏิบัติมี
ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายตั้งแต่กระทรวงศึกษาธกิ ารสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐานสา
นกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาและสถานศึกษาดังนั้นการดาเนินงานจะเน้นการมีส่วนรว่ มของทุกฝ่ายท่ี
เกย่ี วขอ้ งทง้ั น้โี รงเรยี นศรกี ระนวนวิทยาคมซึ่งเป็นหน่วยงานในระดับสถานศกึ ษาที่มีหนา้ ทีแ่ ละบทบาท
ในการจัดโครงการและกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพิม่ เวลารู้” ได้ดาเนินโครงการตามแนวทางของสา
นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานโดยมีผลการดาเนนิ งานพอสรุปได้ดังนี้
๑. ตัวช้ีวดั ภำพควำมสำเรจ็ ควำมพร้อมในกำรดำเนนิ งำนของสถำนศกึ ษำสรุปไดด้ ังน้ี
๑.๑ สถำนศกึ ษำ
๑. มีแนวทางการขับเคลอ่ื นและตวั ชี้วัดความสาเรจ็ ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้”
ระดับสถานศกึ ษาท่ีชัดเจนและสามารถนาไปส่กู ารปฏิบตั ไิ ด้
๒. มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการขับเคล่อื นนโยบายสู่การปฏิบัติ
๓. ครแู ละบุคลากรของโรงเรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจและสามารถนานโยบายไปสู่การปฏิบตั ิ
๔. มีตารางเรยี นที่เออื้ ตอ่ การบริหารจัดการเวลาเรียน
๘๑
๕. ครูมแี ผนการจัดการเรยี นรู้สื่อแหลง่ เรยี นร้กู ารวัดและประเมินผลที่เอ้อื ต่อการจัดการเรยี นรู้
“ลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้”
๖. มีกิจกรรมการเรียนร้แู ละกิจกรรมที่สรา้ งสรรค์
๗. มกี ารนาผลการพัฒนานักเรยี นแลกเปลี่ยนเรียนรแู้ ละพฒั นานกั เรยี นอย่างตอ่ เนอื่ ง
๘. มรี ะบบการนเิ ทศกากบั ติดตามและประเมินผลอยา่ งต่อเนอ่ื งและมีประสทิ ธิภาพ
๗. มกี ารประชุมแลกเปลยี่ นเรียนรู้และการนาเสนอผลงานทป่ี ระสบผลสาเร็จ
๘. มีการสรปุ และรายงานผลการดาเนินงาน
๙. ผู้ปกครอง และชุมชนเข้าใจใหค้ วามร่วมมือสนับสนนุ การบริหารจัดการเวลาเรียนของ
โรงเรียน
๑.๒ นักเรียน
๑. ได้เรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมสร้างสรรค์โดยใชเ้ วลาเรียนทั้งดา้ นวิชาการและการปฏิบัติ
กจิ กรรมอยา่ งเหมาะสม
๒. มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์มีทักษะชีวิตและมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วย
ตนเองตามความถนดั ความสนใจตามศักยภาพของตนเองแต่ละคน
๓. มกี ารประเมินตนเองและนาผลการประเมินไปพฒั นาการเรียนร้ขู องตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง
๔.นักเรียนมีความสุขมคี วามตื่นตัวตอ้ งการเข้าร่วมกิจกรรมและนักเรียนและครรู ่วมกจิ กรรม
ได้อย่างมคี วามสุขตามเวลาที่กาหนดมีการปรบั ตารางเรยี นให้นักเรยี นได้เรียนตามกิจกรรมที่กาหนด
โดยชุมชน/หน่วยงานอ่ืนและภาคส่วนต่างๆมีความต่ืนตัวและให้ความสนใจในกิจกรรมท่ีโรงเรียน
ดาเนินการเข้ามามีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรม มีการสารวจความพึงพอใจของนกั เรียนและครู โดยใช้
แบบประเมนิ ความพึงพอใจ ในการจดั กิจกรรม “ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้ : Active Learning”ดังน้ี
- นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาตอนต้น จากกลุม่ ตวั อย่างจานวน ๓๐๐ คน ปรากฏว่า ภาพรวม
นักเรียนมีความพึงพอใจในกิจกรรม ร้อยละ ๘๐.๖๐ นักเรียนพึงพอใจมากที่สุด คือ มีความสุข
สนุกสนาน ในขณะทากจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้รอ้ ยละ ๘๙ รองลงมาคือ นักเรียนไดแ้ ลกเปลย่ี น
เรียนรู้ในขณะทากิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้กับเพื่อนๆ รอ้ ยละ ๘๒และนักเรียนพึงพอใจท่ีได้
บรู ณาการความรหู้ ลากหลายวิชามาเชอื่ มโยงความสมั พนั ธก์ นั เหน็ ความสาคญั ของแตล่ ะศาสตร์
๘๒
สาขาวิชาที่เรยี นมา หลังจากทากิจกรรมลดเวลาเรียนเพมิ่ เวลารู้ ร้อยละ ๘๑.๖๐ นักเรียนพึงพอใจ
น้อยท่ีสดุ คือ ไดฝ้ ึกใช้เทคโนโลยใี นขณะทากิจกรรมลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้ รอ้ ยละ ๗๐.๖๐ และมี
ขอ้ เสนอแนะ คอื ต้องการใหม้ ีอุปกรณด์ า้ นเทคโนโลยเี พิ่มมากขึน้
- การสารวจความพึงพอใจของครู ในการจดั กิจกรรม“ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารู้ : Active
Learning”จากการตอบแบบสอบถามครูผสู้ อนนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนตน้ ทั้ง ๓ ระดบั จานวน
๖๐ คนปรากฏว่า โดยภาพรวมครมู ีความพึงพอใจที่มีตอ่ กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ร้อยละ ๗๙
มีความพึงพอใจ มากที่สุดคอื คือ นักเรียนได้ฝกึ ทักษะการทา งานเป็นทีม เกดิ การเรียนรู้รว่ มกัน
รอ้ ยละ ๘๔.๒๕ รองลงมาคือ ส่งเสรมิ ให้นักเรยี นไดแ้ สดงออกและคิดอยา่ งสร้างสรรค์ ร้อยละ ๘๒
และสง่ เสริมให้นักเรียนเกดิ ความสนใจในการเรยี นรู้ และมีกาลงั ใจในการเรียนรู้ รอ้ ยละ ๘๑.๒๕
ตามลาดับข้อท่ีมีความพึงพอใจน้อยท่ีสดุ คือ ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ทุกเวลาทุกสถานที่
จากการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและชมุ ชน รอ้ ยละ ๗๕.๗๕ และมีข้อเสนอแนะ ใหม้ ีการ
ตดิ ตามนกั เรยี นบางสว่ นท่ไี ม่เข้าร่วมกิจกรรม
๑.๓. กำรมีส่วนร่วมจำกหนว่ ยงำนอน่ื
หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามามสี ่วนร่วมในการสง่ เสริม สนับสนุนการดาเนินงานตาม
นโยบายฯ ดงั ต่อไปนี้
๑ หน่วยงำนภำครฐั
-สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๕ จัดการประชุมเชิงปฏบิ ัติการช้ีแจงทา
ความเข้าใจกับคณะกรรมการดาเนินงานใหก้ ับโรงเรยี นท่ีเข้าร่วมโครงการเก่ยี วกับนโยบาย การจัดทา
โครงสรา้ งหลกั สตู ร ตารางเรยี น และรูปแบบของกิจกรรม “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารู้”
-คณะกรรมการสถานศึกษา ไดอ้ นุมัติให้ความเหน็ ชอบหลกั สตู รสถานศึกษา นเิ ทศ กากบั และ
ติดตามผลการดาเนนิ กิจกรรม“ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารู้”
-หน่วยงานภาครัฐอ่ืน ๆ มีส่วนร่วมโดยการให้ความอนุเคราะห์บุ คลากรมาให้ความรู้กับ
บุคลากร และนักเรยี น อาทิเช่น องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดขอนแก่น อาเภอกระนวน เทศบาลเมอื ง
กระนวน องค์การบริหารสว่ นท้องถน่ิ เป็นต้น
๘๓
-สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษามรี ะบบการนิเทศ กากับ ติดตาม การดาเนนิ งานของโรงเรียน
โดยการ นิเทศ กากับติดตาม จากสรุปผลหลังการดาเนินงาน (After Action Review: AAR) จาก
คณะกรรมการดาเนินโครงการ “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้ : Active Learning”
-ทมี Smart Trainer ให้คาแนะนา ชว่ ยเหลอื สนับสนุนในการจัดการเรียนรดู้ ว้ ยการ นิเทศ
กา กับ ติดตาม ให้คา แน ะนา สรุปผลหลังกา รดาเนิน งาน ( After Action Review: AAR) กับ
คณะกรรมการดาเนนิ โครงการ “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารู้”ของโรงเรยี น เดือนละ ๑ ครั้ง
๒ หน่วยงำนภำคเอกชน/ชมุ ชน/บคุ คลมสี ่วนร่วมโดยการให้ความอนเุ คราะหบ์ คุ ลากรมาให้
ความรกู้ ับบุคลากร และนักเรยี น อาทเิ ช่น สโมสรฟตุ บอลขอนแก่น สโมสรฟุตบอลอาเภอกร ะนวน
เป็นตน้
๒. ปญั หำอปุ สรรคและวิธีกำรแก้ไขสรปุ ได้ดงั น้ี
๒.๑ ปัญหาด้านการจัดทาแผนการจดั การเรียนรโู้ ดยเฉพาะการจดั ทาแผนท่ีใช้ในกจิ กรรมท่ีมี
ความแตกต่างระหว่างอายขุ องนักเรียนและการบรู ณาการหรือแผนการจัดกจิ กรรมยังไมล่ ะเอียด
ครอบคลุมเป้าหมายและวัตถุประสงค์และยังไม่ครบสมบูรณ์ในบางกจิ กรรมแต่ได้ดาเนินการนิเทศ
กากับติดตาม ดาเนินการแก้ไขได้และมผี ลทาให้การจัดกิจกรรมเป็นไปตามเป้าหมายและนักเรียน
สามารถรว่ มกจิ กรรมได้อย่างมคี วามสขุ
๒.๒ ปญั หาด้านการดาเนินการจดั กจิ กรรม
พบว่ามีจานวนอุปกรณ์ไม่เพียงพอบางกจิ กรรมต้องใช้เวลาตดิ ต่อกันกันหลายชั่วโมงทาให้
สถานศึกษาต้องปรบั เปล่ยี นรูปแบบและหรอื ขยายเวลาในการจดั กิจกรรมและจัดให้มีความยืดหยุน่ มาก
ขนึ้ รวมถึงผปู้ กครองครผู สู้ อนและผู้บริหารในโรงเรียนที่มีการแข่งขนั สูงมีความกงั วลว่าการจดั กิจกรรม
ตามนโยบายอาจส่งผลใหผ้ ลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นและผลการทดสอบ O-NET ของนกั เรียนลดลง
๒.๓ ปญั หาด้านผเู้ รยี นและครูพบวา่ ยงั มีนกั เรยี นบางคนทางานช้าไม่ทันเพื่อนหรือนักเรียนมี
ความแตกต่างระหว่างวยั ในการทากิจกรรมท่คี ละชั้นทาให้นักเรียนบางคนขาดความกระตือรอื ร้นใน
การร่วมกจิ กรรมโดยครมู ีแนวทางแกไ้ ขและทาให้นกั เรยี นมโี อกาสการช่วย เหลือกันให้เพ่ือนคนที่เก่ง
ช่วยสอนอกี ทงั้ มีการปรบั กิจกรรมให้สอดคลอ้ งกบั ความแตกตา่ งทางดา้ นรา่ งกายและสตปิ ัญญาเพ่ือให้
๘๔
นักเรียนได้เรยี นรู้รว่ มกนั ได้นอกจากน้ีโรงเรยี นบางแห่งยังมีครูทข่ี าดทักษะ/ความชานาญในการจัด
กิจกรรมทีห่ ลากหลาย
๒.๔ ปัญหาอ่ืนๆไดแ้ ก่งบประมาณไม่เพียงต่อกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นและดูแลนักเรยี นไดไ้ ม่
ทว่ั ถึงซ่งึ เป็นปัญหาทส่ี ถานศึกษาได้ดาเนินการแก้ไขโดยปรับเปลย่ี นกิจกรรมทาใหส้ ามารถดาเนินการ
กิจกรรมเป็นไปตามเป้าหมายและสถานศึกษาบางแห่งตั้งอยู่หา่ งไกลแหล่งเรียนรู้ตอ้ งใช้เวลาในการ
เดินทางมากและในการจัดกิจกรรมนอ้ ย
๓. ขอ้ เสนอแนะ
๓.๑ ระดับสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
- ควรมกี ารทบทวนเงินอดุ หนนุ รายหัวและแนวทางการจัดสรรงบประมาณให้แกส่ ถานศกึ ษา
ในการดาเนินงานตามนโยบายโดยคานึงถึงสภาพบริบทและสอดคล้องกับความตอ้ งการจาเป็นของ
สถานศกึ ษา
- ควรมีการนิเทศ กากับ ติดตามจา กสานักงาน คณะกรร มการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐา น
ปกี ารศกึ ษาละ ๑ ครงั้ เป็นอยา่ งน้อย
๓..๒ ระดบั เขตพ้ืนท่ีการศึกษา
- ผู้ปฏิบัติและ Smart Trainers ต้องมีความเข้าใจและชัดเจนในหลักการทั้ง ๔H เพื่อให้
สนองตอบต่อหลักการเรียนรู้ตามธรรมชาติการเรยี นของนั กเรียนและกระบวนการจัดกิจกรรมเพื่อ
พฒั นานักเรียนมยี ุทธศาสตรใ์ นการส่งเสริมช่วยเหลือสถานศกึ ษาและครูผู้สอนอย่างต่อเนื่องเนน้ การ
นิเทศ กากบั ตดิ ตามให้ขวญั และกาลังใจกบั โรงเรียนท่ีเข้ารว่ มโครงการเป็นประจาแบบกัลยาณมิตร
-ใหก้ ารสนบั สนนุ ด้านความรู้ วสั ดุ อปุ กรณ์ ในการจดั กจิ กรรมกบั โรงเรยี นท่ีเข้ารว่ มโครงการ
- มรี ปู แบบการพัฒนาครสู อนที่หลากหลายไมเ่ น้นการพัฒนาครูผสู้ อนโดยการอบรมสัมมนาแต่
เพียงอยา่ งเดียว
๓.๓ ระดบั โรงเรยี น
- ผบู้ ริหารตอ้ งมภี าวะผู้นาการเปล่ยี นแปลงและมแี รงบันดาลใจในการขับเคลอ่ื นการบริหาร
จัดการอย่างเป็นระบบและตอ่ เนอื่ ง
๘๕
- สร้างความตระหนักให้เกิดข้ึนกับครูผู้สอนและผู้มีสว่ นเกย่ี วข้องทุกภาคส่วนควรมีการ
ดาเนินการอยา่ งต่อเน่ืองกอ่ ให้เกิดวฒั นธรรมองค์กรใหเ้ ป็นองค์กรแห่งการเรยี นรู้
-มกี ารบริหารจดั การและการดาเนินงานที่เปน็ ระบบ
-มียทุ ธศาสตรใ์ นการขบั เคล่ือนตามบรบิ ทของสถานศึกษา
- ครผู ้สู อนต้องส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจดั กจิ กรรมที่สามารถพฒั นานักเรียนใหพ้ รอ้ มดารงชีวิตใน
ศตวรรษที่ ๒๑ โดยครูผู้สอน มีความต่ืนตัวเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการเรียนการสอนและ
เตรยี มพรอ้ มในการจดั การเรียนร้เู พอ่ื เตรียมความพร้อมใหน้ ักเรียนมที กั ษะการเรียนรู้ (Learning Skill)
และทักษะจาเปน็ ในการดารงชวี ิต
- ครูผ้สู อนตอ้ งมีทักษะในการเช่ือมโยงหรอื บูรณาการการจัดกิจกรรมตามนโยบายสกู่ ารเรยี น
การสอนตามปกตใิ นกลมุ่ สาระการเรียนรู้ตา่ งๆสามารถออกแบบการจัดการเรียนรดู้ ้วยกิจกรรมท่ีจะ
พฒั นานกั เรียนให้เกิดทักษะทัง้ ๔ H
-นิเทศกากับตดิ ตามและประเมินความก้าวหน้าในการทากิจกรรมความพึงพอใจของนกั เรยี น
อย่างต่อเนื่องโดยมอบหมายให้ครูทุกคน เป็นท่ีปรึกษาการทากิจกรรมเพื่ออานวยความสะดวก
ประสานงานให้ข้อเสนอแนะและดูแลความปลอดภัยของนกั เรียน
-จดั นาเสนอผลงานของนักเรยี นประชุมแลกเปลี่ยนเรีย นรู้ภายในโรงเรยี นโดยการประชุม
เสวนาทบทวนหลังการปฏิบัตงิ าน (After Action Review : AAR) เพื่อนาผลการทบทวนไปใช้ในการ
พฒั นาอย่างต่อเนอื่ ง
-สรุปและรายงานผลการดาเนนิ งาน
- ควรจัดให้ครูศึกษา ดงู าน แลกเปล่ียนในโรงเรียนท่ีประสบผลสาเร็จในการจัดกิจกรรม
“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
๘๖
๓.๗. กจิ กรรมชุมนุม/ศิลปะ/ ดนตร/ี กฬี า/สขุ ภาพอนามยั /ทกั ษะชีวิต โรงเรยี นไดด้ าเนินการ
การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนของโรงเรยี นศรกี ระนวนวทิ ยาคม นอกจากจะมกี ารเรยี น
การสอนทางด้านวิชาการแลว้ ทางโรงเรียนก็ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมทางด้าน ดนตรี กีฬาทกุ ประเภท
รวมทั้งการสรา้ งทักษะชีวิต เพอ่ื เป็นการส่งเสริมใหน้ กั เรียนหลีกไกลยาเสพติดตามนโยบายการปอ้ งกัน
และแก้ไขส่ิงเสพติด สนองนโยบายของรฐั บาลทปี่ ระกาศสงครามข้ันแตกหักเพื่อเอาชนะยาเสพติด
เพื่อให้รู้จักกฎกติกา มารยาท และรู้จักการใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ มีน้าใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้รู้
ชนะ รู้อภยั และยงั เปน็ การจัดนนั ทนาการให้กบั นกั เรยี นอีกดว้ ย จากการจัดกิจกรรมดงั กล่าวส่งผล
ให้นักเรยี น เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมสนบั สนุน นักเรยี นท่ีมคี วามรู้ความสามารถในด้านดนตรี กีฬา
ได้รบั ประสบการณ์โดยตรง และมีทกั ษะกฬี าที่สูงขึ้น และใช้เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชนแ์ ละห่างไกลยา
เสพติด
๘๗
๘๘
๘๙
๓.๘ กจิ กรรมลกู เสอื /ยุวกาชาด/นักศกึ ษาวิชาทหาร/ลกู เสอื ตา้ นยาเสพติด(ปปส.)
เนอ่ื งด้วยการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ดาเนินการจดั กจิ กรรมท่ี
ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาสามารถพัฒนาตนเอง ตามธรรมชาติ และเตม็ ศักยภาพ โดย
คานงึ ถึงความแตกต่างระหวา่ งบุคคล และพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสาคัญ ทั้งความรูแ้ ละ
คณุ ธรรม จริยธรรม จัดกิจกรรมโดยให้ผู้เรียนคิดสร้างสรรค์ ออกแบบกิจกรรมเพ่ือสังคม และ
สาธารณประโยชน์ อย่างหลากหลายรูปแบบ เพือ่ แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในลกั ษณะจติ อาสา
จากการดาเนินการจัดกจิ กรรมดังกล่าวส่งผลให้นกั เรียนปลูกฝังและสรา้ งจิตสานกึ ให้แกผ่ เู้ รียนในการ
บาเพญ็ ตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ และผู้เรียนมี
ความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรคใ์ นการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ตามความถนัดและความ
สนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร มีความรู้ คุณธรรมจริยธรรมตามคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ให้ผู้เรียนมีจิต
สาธารณะและใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนกั เรียนผา่ นการคดั เลอื กเข้ารว่ มงานชุมนุมลูกเสอื โลก
คร้ังที่ ๒๔ ณ ประเทศสหรัฐอเมรกิ า จานวน ๒ คน และเข้าร่วมระหว่างวันที่ ๒๐ กรกฏาคม –
๔ สิงหาคม ๒๕๖๒
๙๐
๙๑
๙๒
๙๓
๓.๙ กิจกรรมรณรงคว์ นั สาคัญตอ่ ต้านยาเสพติดและบหุ ร่ี ปัญหายาเสพติดได้แพรข่ ยายเขา้ สู่
สถานศึกษา ซึ่งเปน็ แหลง่ ให้การอบรมศกึ ษาแก่เยาวชน อย่างรวดเร็วและเป็นปรมิ าณมาก เนอ่ื งจาก
ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเยาวชน จึงตกเป็นเป้าหมายในการถูกล่อลวงจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด
ประเภทต่าง ๆ ทาให้นักเรียนที่ติดสารเสพติดไม่สามารถเล่าเรียนได้ และนาไปสู่การก่อปัญหา
อาชญากรรม ปัญหาการลกั ทรัพย์ และปญั หาสงั คมอืน่ ๆ ตามมาอีกมากมาย จึงส่งผลใหเ้ ป็นการบั่น
ทอนทรพั ยากรมนุษย์ ซ่ึงเปน็ เยาวชนทจ่ี ะเปน็ กาลังในการพฒั นาประเทศชาตติ อ่ ไป และยงั ส่งผลต่อ
การทาลายประเทศชาติในอนาคต เพอ่ื เปน็ การหยุดยั้งการแพรข่ ยายของยาเสพตดิ และแกไ้ ขปัญหายา
เสพติดที่มีสถานศึกษา ซึงถือวา่ เปน็ ภาระกจิ เร่งด่วนในปจั จบุ ัน หน่วยงานและบุคลากรในชุมชนท่ี
จะต้องรว่ มกันและถอื เป็นหน้าท่ที ีจ่ ะตอ้ งบาบดั ฟื้นฟูนักเรียนทกุ คนท่ใี ช้สารเสพติด ด้วยการจดั ให้เข้า
รับการรักษาที่ถกู ต้องตามหลักวชิ าการและการจดั อบรมเครือขา่ ยนักเรียนแกนนาเพ่ือเป็นการเฝา้ ระวัง
ปอ้ งกนั ไม่ใหเ้ ยาวชนเข้าไปใช้สารเสพติด จากการดาเนนิ กจิ กรรมดังกล่าว สง่ ผลให้ลดจานวนผเู้ สพ/ผู้
ตดิ หรือนักเรียนท่ีมีพฤติกรรมเส่ียงตา่ งๆ และควบคมุ จานวนไม่ให้เพ่ิมข้ึน ลดระดบั ความรุนแรง
ปัญหายาเสพติดและปัญหาอืน่ ๆ ให้ลดน้อยลง พัฒนาเยาวชนให้มีคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ทั้งทาง
รา่ งกาย จิตใจ อารมณ์และสงั คม สรา้ งเครือข่ายเยาวชนแกนนาในการป้องกนั แก้ไขปัญหายาเสพ
ตดิ เสริมสร้างพลังให้เยาวชนและครอบครัวสามารถแก้ไขปัญหายาเสพตดิ ใน ครอบครัวได้เต็ม
ศกั ยภาพ
๙๔
๙๕
๓.๑๐ กิจกรรมชมรมถนนปลอดภยั ในสถานศึกษา ในสภาพปัจจุบัน พบวา่ นกั เรยี นและ
เยาวชนท่ัวไปได้เกิดอุบตั ิเหตุเกีย่ วกบั การจราจรจานวนมาก เน่ืองจากความประมาท และการขาด
ระเบียบวนิ ัยในการปฏิบัตติ ามกฎจราจรทั้งในและนอกสถานศึกษา โรงเรยี นจึงต้องส่งเสรมิ ปลูกฝัง
คา่ นิยมในการปฏิบัตติ ามกฎจราจรท่ถี ูกต้อง เพื่อลดอุบตั ิเหตุและเพื่อส่งเสริมใหน้ ักเรียนจะได้เป็น
พลเมืองทดี่ ีของชาติต่อไป ประกอบกบั การส่งเสริมให้นักเรยี นใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการเป็น
อาสาสมัครจราจรประจาโรงเรียน เพอื่ ให้เปน็ ตัวแทนในการรณรงคใ์ หบ้ ุคลากรทุกคนปฏบิ ัติตามกฎ
จราจรท่ีถูกต้อง จำกกำรดำเนินกำรจัดกิจกรรมดังกล่ำว ส่งผลให้นกั เรียนนักเรียนได้ปฏิบัติเป็น
อำสำสมัครจรำจรในโรงเรยี น เพื่อจะได้นำไปใช้ในสงั คมภำยนอกต่อไป นักเรียนปฏบิ ัตติ ำมกฎ
จรำจรทถี่ ูกต้องท้ังในและนอกโรงเรียน ลดปัญหำจรำจรภำยในโรงเรียน และได้รับรำงวัลระดับ
จงั หวดั และโล่รำงวัลระดบั ประเทศทมี ป้องกันอุบตั ิเหตทุ ำงถนน(DHS-RTI) ยอดเยย่ี ม
๙๖