97
98
99
แผนการจดั การเรียนรท.ู ่ี 8 กล:ุมสาระการเรยี นรวู@ ิทยาศาสตร-
วิชา วิทยาศาสตรพ- น้ื ฐาน รหสั วิชา ว 22101
โรงเรียนมธั ยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ชน้ั มธั ยมศึกษาปLที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปLการศึกษา 2565
หนว: ยการเรยี นรทู@ ่ี 2 การแยกสารผสม เรื่อง การนำความรูเ@ ร่ืองการแยกสารไปใช@ประโยชน- เวลา 2 ช่วั โมง
ครผู @ูสอน นางสาวญาตาวี นสิ ยันต- วันที่สอน : วนั ที่ ..............เดือน ..............................พ.ศ………….…….
มาตรฐานการเรยี นรู/. ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ว 2.1 เข@าใจสมบัติของสสาร องค-ประกอบของสสาร ความสัมพันธ-ระหว:างสมบัติของ
สสารกับโครงสร@างและแรงยึดเหนี่ยวระหว:างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี
ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.2/3 นำวิธีการแยกสารไปใช@แก@ปjญหาในชีวิตประจำวันโดยบูรณาการวิทยาศาสตร-
คณติ ศาสตร- เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร-
สาระสำคญั
ความรู@ดา@ นวทิ ยาศาสตรเ- กยี่ วกับการแยกสารบูรณาการกบั คณิตศาสตร- เทคโนโลยี โดยใช@
กระบวนการทางวิศวกรรม สามารถนำไปใช@แกป@ ญj หาในชีวติ ประจำวนั หรอื ปjญหาทพ่ี บในชุมชนหรือสรา@ ง
นวัตกรรม โดยมีขนั้ ตอน ดังนี้
- ระบปุ jญหาในชวี ิตประจำวันที่เกย่ี วกบั การแยกสารโดยใชส@ มบตั ิทางกายภาพ หรือนวตั กรรมที่
ตอ@ งการพัฒนา โดยใชห@ ลักการดงั กลา: ว
- รวบรวมข@อมูลและแนวคิดเกี่ยวกับการแยกสารโดยใช@สมบัติทางกายภาพที่สอดคล@องกับปjญหา
ทีร่ ะบุ หรอื นำไปส:ูการพัฒนานวัตกรรมนน้ั
- ออกแบบวิธีการแก@ปjญหา หรือพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวกับการแยกสารในสารผสม โดยใช@สมบัติ
ทางกายภาพ โดยเชื่อมโยงความรู@ด@านวิทยาศาสตร- คณิตศาสตร- เทคโนโลยี และกระบวนการทางวิศวกรรม
รวมทั้งกำหนดและควบคมุ ตัวแปรอยา: งเหมาะสม ครอบคลมุ
- วางแผนและดำเนินการแก@ปjญหา หรือพัฒนานวัตกรรม รวบรวมข@อมูล จัดกระทำข@อมูลและ
เลอื กวิธีการสอ่ื ความหมายทเี่ หมาะสมในการนำเสนอผล
- ทดสอบ ประเมนิ ผล ปรบั ปรงุ วธิ ีการแก@ปjญหาหรือนวตั กรรมทีพ่ ฒั นาขึ้น โดยใชห@ ลกั ฐานเชิง
ประจักษท- ่ีรวบรวมได@
- นำเสนอวธิ ีการแก@ปญj หา หรอื ผลของนวัตกรรมทีพ่ ฒั นาขึ้น และผลทีไ่ ด@ โดยใช@วิธีการส่ือสารท่ี
เหมาะสมและน:าสนใจ
สาระการเรียนรูแ. กนกลาง
การแยกสารผสมให@เป^นสารบริสุทธิ์ทำได@หลายวิธี ขึ้นอยู:กับสมบัติของสารนั้น ๆ การระเหยแห@งใช@
แยกสารละลายซึ่งประกอบด@วยตัวละลายที่เป^นของแข็งในตัวทำละลายที่เป^นของเหลว โดยใช@ความร@อนระเหย
100
ตัวทำละลายออกไปจนหมด เหลือแต:ตัวละลาย การตกผลึกใช@แยกสารละลายที่ประกอบด@วยตัวละลายที่เป^น
ของแข็งในตัวละลายที่เป^นของเหลว โดยทำให@สารละลายอิ่มตัว แล@วปล:อยให@ตัวทำละลายระเหยออกไป
บางส:วน ตวั ละลายจะตกผลกึ แยกออกมา การกลน่ั อยา: งง:ายใชแ@ ยกสารละลายทีป่ ระกอบด@วยตวั ละลายและตวั
ทำละลายที่เป^นของเหลวที่มีจุดเดือดต:างกันมาก วิธีนี้จะแยกของเหลวบริสุทธิ์ออกจากสารละลายโดยให@ความ
ร@อนกับสารละลาย ของเหลวจะเดือดและกลายเป^นไอแยกจากสารละลายแล@วควบแน:นกลับเป^นของเหลวอีก
ครั้ง ขณะที่ของเหลวเดือด อุณหภูมิของไอจะคงที่ โครมาโทกราฟLแบบกระดาษเป^นวิธีการแยกสารผสมที่มี
ปริมาณน@อยโดยใช@แยกสารที่มีสมบัติการละลายในตัวทำละลายและการถูกดูดซับด@วยตัวดูดซับแตกต:างกัน ทำ
ให@สารแต:ละชนิดเคลื่อนที่ไปบนตัวดูดซับได@ต:างกัน สารจึงแยกออกจากกันได@ อัตราส:วนระหว:างระยะทางที่
สารองค-ประกอบแตล: ะชนิดเคลื่อนทไี่ ด@บนตัวดดู ซบั กับระยะทางทตี่ ัวทำละลายเคล่ือนทีไ่ ด@เปน^ คา: เฉพาะตัวของ
สารแต:ละชนิดในตัวทำละลายและตัวดูดซับหนึ่ง ๆ การสกัดด@วยตัวทำละลายเป^นวิธีการแยกสารผสมที่มีสมบัติ
การละลายในตัวทำละลายที่ต:างกัน โดยชนิดของตัวทำละลายมีผลต:อชนิดและปริมาณของสารที่สกัดได@ การ
สกัดโดยการกลั่นด@วยไอน้ำใช@แยกสารที่ระเหยง:าย ไม:ละลายน้ำ และไม:ทำปฏิกิริยากับน้ำออกจากสารที่ระเหย
ยากโดยใช@ ไอน้ำเป^นตวั พา
ความรู@ด@านวิทยาศาสตร-เกี่ยวกับการแยกสาร บูรณาการกับคณิตศาสตร- เทคโนโลยี โดยใช@
กระบวนการทางวิศวกรรม สามารถนำไปใช@แก@ปjญหาในชีวิตประจำวันหรือปjญหาที่พบในชุมชน หรือสร@าง
นวตั กรรม โดยมขี นั้ ตอน ดังนี้
- ระบุปjญหาในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับการแยกสารโดยใช@สมบัติทางกายภาพ หรือนวัตกรรมท่ี
ตอ@ งการพัฒนา โดยใชห@ ลักการดงั กลา: ว
- รวบรวมข@อมูลและแนวคิดเกี่ยวกับการแยกสาร โดยใช@สมบัติทางกายภาพที่สอดคล@องกับปjญหาท่ี
ระบุ หรือนำไปส:ูการพฒั นานวตั กรรมนั้น
- ออกแบบวิธีการแก@ปjญหา หรือพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวกับการแยกสารในสารผสม โดยใช@สมบัติ
ทางกายภาพ โดยเชื่อมโยงความรู@ด@านวิทยาศาสตร- คณิตศาสตร- เทคโนโลยี และกระบวนการทางวิศวกรรม
รวมท้งั กำหนดและควบคุมตัวแปรอย:างเหมาะสมครอบคลุม
- วางแผนและดำเนินการแก@ปjญหา หรือพัฒนานวัตกรรม รวบรวมข@อมูล จดั กระทำข@อมูล และเลือก
วิธีการสือ่ ความหมายทเ่ี หมาะสมในการนำเสนอผล
- ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงวิธีการแก@ปjญหา หรือนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยใช@หลักฐานเชิง
ประจักษ-ท่ีรวบรวมได@
- นำเสนอวิธีการแก@ปjญหา หรือผลของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น และผลที่ได@ โดยใช@วิธีการสื่อสารที่
เหมาะสมและน:าสนใจ
101
จุดประสงคกE ารเรยี นรู.
ด.านความร.ู (K)
1. นักเรียนสามารถนำวธิ ีการแยกสารไปใชแ@ ก@ปjญหาในชวี ติ ประจำวันโดยบูรณาการ
วทิ ยาศาสตร- คณติ ศาสตร- เทคโนโลยี และวศิ วกรรมศาสตร-ได@อย:างถกู ต@อง
ด.านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. นักเรยี นสามารถออกแบบช้ินงานหรือผลติ ภณั ฑท- ีใ่ ชแ@ ก@ปjญหาในชีวติ ประจำวันโดยบรู ณา
การวทิ ยาศาสตร- คณติ ศาสตร- เทคโนโลยี และวิศวกรรมได@
ดา. นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคE (A)
1. มคี วามสนใจใฝรg ู@
2. มีสว: นร:วมแสดงความคดิ เหน็ และยอมรับความคิดเหน็ ของผ@ูอ่นื
3. มคี วามรบั ผิดชอบในภาระงานท่ีครมู อบหมาย
สมรรถนะสำคัญของผ.ูเรียน C
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการสือ่ สาร
3. ความสามารถในการแก@ปjญหา
กจิ กรรมการเรยี นรู.
& วิธีการสอนโดยเนน. รูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความร.ู 5Es (5Es Instructional Model)
ขั้นท่ี 1 กระตุน. ความสนใจ (Engage)
1. ครนู ำเข@าส:ูบทเรยี น โดยกลา: วถงึ สารทพี่ บในชีวิตประจำวนั บางชนดิ ต@องผา: นกระบวนการแยกสาร
เพื่อใหส@ ารบริสทุ ธ์มิ ากขึน้ หรอื มสี ิ่งเจือปนนอ@ ยลง โดยผา: นวธิ ีการแยกสารตา: ง ๆ ยกตัวอยา: งเช:น
การทำน้ำตาลมะพร@าว ทำไดโ@ ดยการระเหยแหง@ การทำนาเกลอื ใช@วธิ ีการตกผลกึ การทำนำ้ .
เกก‹ ฮวยซง่ึ ใชว@ ิธีการสกดั ด@วยตัวทำละลาย เป^นตน@ ซ่งึ ขึ้นอย:กู ับวตั ถุประสงค-ของการนำไปใช@ เพอ่ื
เช่อื มโยงเขา@ กบั เนือ้ หาทีจ่ ะทำการสอนวันน้ี
2. ครใู ชค@ ำถามถามนกั เรียนว:า “นกั เรียนคิดวา: วนั นี้ เราจะมาเรยี นเรอ่ื งอะไร”
(แนวคำตอบ : การนำความรู@เรื่องการแยกสารไปใช@ประโยชน-)
ข้นั ที่ 2 สำรวจค.นหา (Explore)
1. ครใู หค@ วามร@ูเกย่ี วกบั เรอ่ื ง “การนำความร@ูเรอื่ งการแยกสารไปใช@ประโยชน-” แกน: ักเรยี น โดยใชส@ ือ่
คลปิ วดี โี อ เร่อื ง “การนำความรเ@ู รอื่ งการแยกสารไปใชป@ ระโยชน- (วทิ ยาศาสตร- ม. 2 เลม: 2)”
(ทีม่ า: https://proj14.ipst.ac.th/m2/m2-sci-book2/sci-m2b2-011/) ใหน@ กั เรียนฟjง และใช@
หนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน (ชุดสัมฤทธม์ิ าตรฐาน) วทิ ยาศาสตร- ม.2 เล:ม 1 หน:วยการเรยี นรู@
ท่ี 2 เร่ือง การสกดั ดว@ ยทำละลาย
102
2. ครูใหน@ ักเรยี นดกู ิจกรรมออกแบบวิธีการแยกสาร (จากคลปิ วิดโี อ) ซึ่งมีข้ันตอนดังต:อไปนี้
สถานการณ- : คนในชมุ ชนแห:งหนึ่งตอ@ งการแยกสจี ากขมน้ิ ชัน เพ่ือนำสีทไ่ี ด@มาทำสยี @อมผ@า แต:ไม:ร@ู
ว:าจะแยกสีออกจากพืชไดอ@ ยา: งไร ใหน@ ักเรยี นหาวิธชี ว: ยคนในชมุ ชนแหง: นีพ้ ฒั นาวิธีการแยกสจี าก
ขมิ้นชันใหไ@ ดส@ ีทมี่ ีความเข@มมากท่สี ุด ปริมาตรอยา: งนอ@ ย 50 ลูกบาศก-เซนติเมตร หลงั จากแยกสไี ด@
แลว@ ให@นำเสนอวธิ กี ารแยก เพ่ือให@คนในชมุ ชนสามารถนำไปใช@ต:อไป
2.1 ปญj หา → คนในชมุ ชนแห:งหนง่ึ ต@องการแยกสจี ากขมิ้นชนั แต:ไม:รว@ู :าจะแยกสีออกจากพชื ได@
อยา: งไร
2.2 วธิ กี ารแยกสารมกี ีว่ ิธี → มี 9 วธิ ี ในการแยกสารผสมทเ่ี ปน^ เนอ้ื เดียว ไดแ@ ก: การระเหยแหง@
การตกผลกึ การกล่นั โครมาโทกราฟแL บบกระดาษ และการสกัดด@วยตวั ทำละลาย ส:วนการ
แยกสารผสมท่เี ป^นเนอ้ื ผสม ได@แก: การหยิบ การรอ: น การกรอง และการดึงดูดด@วยแม:เหล็ก
2.3 วธิ ีที่เหมาะสมกับการแยกมากทีส่ ดุ → การสกัดดว@ ยตวั ทำละลาย
2.4 ขั้นตอนการแยกสีจากขม้นิ ชนั → เลือกตวั ทำละลายท่ีสกดั สีจากขมนิ้ ชนั ไดเ@ ขม@ ทส่ี ุด ตัดหรือ
บดใหเ@ ปน^ ชนิ้ เล็ก ๆ ใส:ลงไปในภาชนะแลว@ เติมตัวทำละลายลงไป จากนั้นแยกเศษขม้นิ ชันออก
จากสที ี่ต@องการแยกด@วยวธิ ีการกรอง จะไดน@ ำ้ สีจากขมน้ิ ชัน
2.5 ครูสรุปผลการทำกิจกรรมออกแบบวิธกี ารแยกสาร
ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความร.ูและลงข.อสรุป (Explanation)
1. ครูใหน@ ักเรยี นสงั เกตผลการทดลองจากคลปิ วิดีโอ “การแยกสารสอี อกจากขมนิ้ ชนั ”
ในนาทที ี่ 10.19 (ทีม่ า: https://proj14.ipst.ac.th/m2/m2-sci-book2/sci-m2b2-011/)
1.1 ครถู ามนกั เรยี นวา: “ในการแกป@ jญหาในกิจกรรมน้ี มีขน้ั ตอนในการดำเนนิ งานอย:างไรบ@าง”
(แนวคำตอบ : ระบปุ ญj หา → สบื คน@ และรวบรวมข@อมูล → ออกแบบวธิ ีการแกไ@ ข →
ดำเนนิ การแก@ปjญหา → ประเมินผลและปรบั ปรุง เปน^ สว: นหนงึ่ ของกระบวนการออกแบบ
เชิงวิศวกรรม)
2. ครสู รปุ เน้อื หาการนำความร@เู รอ่ื งการแยกสารไปใช@ประโยชนใ- หน@ ักเรียนฟjง
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเข.าใจ (Elaborate)
1. ครใู ห@นกั เรยี นทำใบกิจกรรมท่ี 2.6 นำความรเู@ รอ่ื งการแยกสารไปใชป@ ระโยชน-
ขั้นท่ี 5 ประเมนิ (Evaluation)
1. ใหน@ กั เรียนแต:ละคนพิจารณาว:าจากหัวข@อทเ่ี รยี นมาในคาบน้ีมจี ดุ ใดบา@ งทย่ี ังไม:เข@าใจหรือยงั มี
ข@อสงสัย ถา@ หากนักเรียนมขี @อสงสัย ครชู ว: ยอธบิ ายเพิ่มเตมิ
2. ครปู ระเมนิ ผลการเรยี นร@ูจากใบกจิ กรรมที่ 2.6 และแบบประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
103
สื่อ / แหลqงเรียนรู.
1. คลิปวดิ โี อ “การนำความรูเ@ รื่องการแยกสารไปใช@ประโยชน- (วทิ ยาศาสตร- ม. 2 เล:ม 2)”
(ที่มา: https://proj14.ipst.ac.th/m2/m2-sci-book2/sci-m2b2-011/)
2. หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐาน (ชดุ สัมฤทธมิ์ าตรฐาน) วิทยาศาสตร- ม.2 เล:ม 1 หน:วยการเรียนรู@
ท่ี 2 เรื่อง การสกัดดว@ ยทำละลาย
3. ใบกิจกรรมท่ี 2.6 การนำความรูเ@ รือ่ งการแยกสารไปใชป@ ระโยชน-
ภาระงาน
1. ใบกิจกรรมท่ี 2.6 เร่ือง การนำความรู@เรือ่ งการแยกสารไปใช@ประโยชน-
การวัดและประเมนิ ผลความรู. วธิ ีการวัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑEท่ใี ช. ผู.
ตรวจจากใบกิจกรรมท่ี ใบกิจกรรมท่ี 2.6 นำ ประเมิน ประเมิน
รายการวดั 2.6 การนำความรูเ@ รอ่ื ง ความร@เู ร่อื งการแยก
สารไปใช@ประโยชน- รอ@ ยละ 60 ครู
นกั เรียนสามารถนำวธิ กี าร การแยกสารไปใช@ ผ:านเกณฑ-
แยกสารไปใชแ@ กป@ jญหาใน ประโยชน- (ข@อ 1-3)
ชวี ติ ประจำวันโดยบรู ณาการ ระดับคณุ ภาพ ครู
วิทยาศาสตร- คณติ ศาสตร- ตรวจจากใบกจิ กรรมท่ี ใบกจิ กรรมท่ี 2.6 นำ พอใช@ ผ:านเกณฑ-
เทคโนโลยี และ 2.6 การนำความรเู@ ร่อื ง ความรู@เร่อื งการแยก
วิศวกรรมศาสตร-ได@อยา: ง สารไปใชป@ ระโยชน- ระดับคณุ ภาพ ครู
ถกู ตอ@ ง การแยกสารไปใช@ พอใช@ ผ:านเกณฑ- ครู
นกั เรียนสามารถออกแบบ ประโยชน- (ขอ@ 4) ครู
ชน้ิ งานหรอื ผลติ ภัณฑ-ที่ใช@ ระดับคณุ ภาพ
แกป@ ญj หาในชีวิตประจำวัน สังเกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤตกิ รรม พอใช@ ผา: นเกณฑ-
โดยบรู ณาการวิทยาศาสตร- ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล ระดับคณุ ภาพ
คณิตศาสตร- เทคโนโลยี และ สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม พอใช@ ผ:านเกณฑ-
วิศวกรรมศาสตรไ- ด@ การทำงานรายกล:มุ การทำงานรายกลมุ:
พฤติกรรมการทำงาน ตรวจจากการส:งงานใบ แบบบนั ทกึ การสง: งาน
รายบคุ คล งานท่ี 2.6 และสมุดจด
พฤติกรรมการทำงานรายกลมุ: นกั เรียน
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค-
นักเรยี นมีความรับผดิ ชอบใน
ภาระงานที่ครูมอบหมาย
104
เกณฑEการประเมินดา. นความร.ู (K)
ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคุณภาพ 0
21
นักเรียนไม:สามารถ
นักเรยี นสามารถนำ นกั เรียนสามารถนำ นักเรียนสามารถนำ นกั เรยี นสามารถนำ นำวิธีการแยกสาร
ไปใช@แก@ปญj หาใน
วธิ กี ารแยกสารไปใช@ วิธกี ารแยกสารไป วิธีการแยกสารไป วธิ กี ารแยกสารไปใช@ ชีวิตประจำวันโดย
แก@ปjญหาในชวี ติ ใช@แกป@ jญหาใน ใช@แกป@ jญหาใน แก@ปญj หาใน บูรณาการ
ประจำวนั โดย ชีวิตประจำวนั โดย ชวี ิตประจำวนั โดย ชีวติ ประจำวันโดย วิทยาศาสตร-
คณติ ศาสตร-
บูรณาการวิทยาศาสตร- บรู ณาการ บูรณาการ บูรณาการ เทคโนโลยี และ
คณิตศาสตร- วทิ ยาศาสตร- วทิ ยาศาสตร- วทิ ยาศาสตร- วศิ วกรรมศาสตร-
เทคโนโลยี และ คณิตศาสตร- คณติ ศาสตร- คณติ ศาสตร- ในใบกิจกรรมท่ี 2.6
ไดอ@ ยา: งถูกตอ@ ง
วิศวกรรมศาสตร-ได@ เทคโนโลยี และ เทคโนโลยี และ เทคโนโลยี และ
อย:างถกู ต@อง วิศวกรรมศาสตร- วิศวกรรมศาสตร- วิศวกรรมศาสตร- ใน
(3 คะแนน) ในใบกิจกรรมท่ี 2.6 ในใบกิจกรรมท่ี 2.6 ใบกิจกรรมท่ี 2.6 ได@
ได@อย:างถกู ตอ@ งทง้ั ไดอ@ ย:างถกู ต@อง อย:างถูกต@อง
3 ขอ@ 2 ข@อ 1 ข@อ
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช@
0-1 ปรับปรุง
105
เกณฑEการประเมินด.านความร.ู (P)
ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
นกั เรยี นสามารถ 3 210
ออกแบบชน้ิ งานหรอื
ผลติ ภณั ฑ-ท่ีใช@แก@ปjญหา นักเรยี นสามารถ นักเรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ นกั เรยี นไม:
ในชวี ติ ประจำวันโดย ออกแบบช้ินงาน
บรู ณาการวิทยาศาสตร- หรือผลิตภัณฑท- ี่ใช@ ออกแบบชนิ้ งาน ออกแบบชน้ิ งาน สามารถออกแบบ
คณติ ศาสตร- เทคโนโลยี แกป@ ญj หาในชีวิต หรอื ผลติ ภณั ฑ-ทีใ่ ช@ หรอื ผลติ ภณั ฑ-ที่ใช@ ชิ้นงานหรอื
และวศิ วกรรมศาสตร-ได@ ประจำวันโดย แกป@ ญj หาในชีวติ แก@ปญj หาในชีวิต ผลติ ภัณฑท- ่ีใชแ@ ก@
(3 คะแนน) บรู ณาการ
วิทยาศาสตร- ประจำวันโดย ประจำวันโดย ปjญหาในชวี ติ
คณิตศาสตร- บูรณาการ บูรณาการ ประจำวันโดย
เทคโนโลยี และ วิทยาศาสตร- วิทยาศาสตร- บูรณาการ
วศิ วกรรมศาสตร-
ในใบกิจกรรมที่ คณติ ศาสตร- คณิตศาสตร- วิทยาศาสตร-
2.6 ได@ท้ัง 3 ข@อ เทคโนโลยี และ เทคโนโลยี และ คณติ ศาสตร-
- แปลกใหม: วศิ วกรรมศาสตรใ- น วศิ วกรรมศาสตรใ- น เทคโนโลยี และ
- สวยงาม
- ใช@ได@จริง ใบกจิ กรรมที่ 2.6 ใบกิจกรรมที่ 2.6 วิศวกรรมศาสตร-
ได@ 2 ข@อ ได@ 1 ขอ@ ได@ในใบกจิ กรรมท่ี
(ขอ@ ใดก็ได)@ (ข@อใดก็ได@) 2.6 ได@
- แปลกใหม: - แปลกใหม:
- สวยงาม - สวยงาม
- ใชไ@ ดจ@ ริง - ใช@ได@จริง
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คุณภาพ
3 ดี
2 พอใช@
0-1 ปรบั ปรุง
เกณฑEการประเมนิ ดา. นความร.ู (A) 106
ประเดน็ การประเมิน 3 ระดับคุณภาพ 0
ส:งงานชา@ กว:า
นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบใน ส:งงานตรงตามที่ 21 กำหนดมากกว:า
สง: งานชา@ กว:า สง: งานช@ากว:า 3 วนั หรอื ไม:ส:ง
ภาระงานท่ีครมู อบหมาย กำหนด กำหนด 1-2 วนั กำหนด 3 วัน งานเลย
และส:งงานไดใ@ นระยะเวลาท่ี
กำหนด (3คะแนน)
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช@
0-1 ปรบั ปรงุ
107
ใบงานที่ 2.8 เรื่อง การนำความรูเ. รอ่ื งการแยกสารไปใชป. ระโยชนE
คำชี้แจง : ให@นกั เรียนอา: นปjญหาให@เขา@ ใจและตอบคำถามให@ถูกตอ@ ง
ครูตอ@ งการให@นกั เรยี นสร@างชน้ิ งานหรอื ผลิตภัณฑท- เี่ กดิ ประโยชน-จากหัวข@อต:อไปนี้
ใบเตยหอมมสี เี ขียวและหอม ใช@ผสมทำขนมได@หลายชนิด ทำใหข@ นมมสี เี ขียวสวยและมกี ลิ่น
หอมนา: รับประทาน ถา@ ต@องการผงใบเตยหอมไวใ@ ช@เพื่อความสะดวกหรอื อาจจำหน:ายได@
1. ชอื่ ของชิ้นงานหรือผลิตภณั ฑ…- …………………………………………………………………………………………………………..
2. จุดประสงค- (ทีส่ รา@ งช้ินงานขนึ้ ) เพ่อื ……………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. นกั เรียนเลอื กใชว@ ธิ ีการแยกสารผสมดว@ ยวธิ ีการใด มีขนั้ ตอนอยา: งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. จงวาดรปู ออกแบบชิ้นงานหรือผลิตภณั ฑ-
ชือ่ ........................................................................................................ชั้น.......................เลขท.ี่ ..................
108
109
110
111