The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ฝ่ายการพยาบาล โรวพยาบาลวชิรพยาบาล
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สร้อยอรุณ สองนวน, 2023-08-10 23:52:14

onewardoneproject2566

ฝ่ายการพยาบาล โรวพยาบาลวชิรพยาบาล
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566


CNEU 13 หน่วย


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ฝ่ายการพยาบาล วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566


งานการพยาบาลเป็นงานที่ต้องกระท าภายใต้ความรับผิดชอบความคาดหวังสูง ต้องเผชิญกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดความเครียด มีความคิดอยาก ลาออกหรือเปลี่ยนงาน การพัฒนาให้บุคลากรทางการพยาบาล เก่ง ดี และมีสุข สอดคล้องกับนโยบายของฝ่ายการพยาบาล เผชิญกับปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมีสติ การติดต่อกับทีมงาน : ฝ่ายการพยาบาล E-mail : [email protected] โทรศัพท์ : 02-2443504-5 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 “สุนทรียสนทนาวงน าชา :ศิลปะแห่งความสุขในการท างาน (บริการเพื่อเอาบุญ )” โดยใช้สุนทรียสนทนา (dialogue) เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ของกลุ่มที่ได้ผล ทั งในด้านความเข้าใจผู้อื่น เข้าใจตนเอง ก่อให้เกิดความสุขและมีพลังใน การที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า กิจกรรมชาภาวนา เป็นเครื่องมือในการฝึกการสังเกต ผ่านขั นตอนตั งแต่เตรียมชา รินน า ชงชา แจกจ่ายถ้วยชา เป็นขั นตอนแห่ง การภาวนา ด้วยการมีสติจดจ่ออยู่ทุกขณะ รับรู้สัมผัสต่าง ๆ ทางประสาทสัมผัสทั ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ น กาย และจิตใจ ที่รับรู้รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสต้องกาย และ ธรรมะที่กระทบใจ เรียนรู้อยู่กับภาวะธรรมที่เกิดขึ นตามความเป็นจริงขณะ ปัจจุบัน ด้วยการมีสติจดจ ่ออยู ่ทุกขณะ นอกจากนี กิจกรรมยัง สอดแทรกความรู้ด้านจริยธรรม จรรณยาบรรณวิชาชีพ และการ พัฒนาบุคลิกภาพและพฤติกรรมบริการ โครงการสุนทรียสนทนาวงน ้าชา : ศิลปะแห่งความสุขในการท้างาน (บริการเพื่อเอาบุญ) เพื่อให้บุคลากรทางการพยาบาล ได้เจริญสติภาวนา ไปกับกระบวน การดื่มชา และสนุทรียสนทนา เพื่อปลูกฝังให้บุคลากรมีความตระหนักและเข้าใจในการ สร้างคุณภาพ จริยธรรม จรรยาบรรณ และวัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนการน าหลักธรรมมาเป็นพื นฐานในการท างาน เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพ และพัฒนาพฤติกรรมบริการ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ ส้าคัญ : สุนทรียสนทนาวงน ้าชา : ศิลปะแห่งความสุขในการท้างาน สรุปผลงานโดยย่อ เป้าหมาย (Purpose) กิจกรรมการพัฒนา (Process) บทเรียนที่ได้รับ (Lesson learned) กิจกรรมที่ 1 สุนทรียสนทนา : ชาภาวนา และลมหายใจเพื่อสุขภาพ (อานาปานสติ) กิจกรรมที่2 จริยธรรม, จรรยาวิชาชีพ แบบง่ายๆ กิจกรรมที่ 3 พัฒนาพฤติกรรมบริการ และบุคลิกภาพ อัตราความพึงพอใจของบุคลากร โดยรวมต่อกิจกรรม ร้อยละ 86.71 ประโยชน์ ได้ฝึกสมาธิ ได้ทบทวนตนเอง รู้สึกมีแรง มีพลัง ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้เข้าใจผู้อื่น สอนให้มีสติในการท างาน สอนให้คิดบวก มีเหตุมีผล การปล่อยวาง และให้อภัย มีจิตบริการ พร้อมรับสิ่งใหม่ ประโยชน์ พัฒนาบุคลิกภาพให้สง่างาม ได้ความรู้ด้านบุคลิกภาพ การไหว้ การแต่งกาย ที่เหมาะสม ทราบวิธีการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมในการดูแลคนไข้เพื่อลด การฟ้องร้องและข้อร้องเรียน ได้เคล็ดลับการพัฒนาบุคลิกภาพที่มีแบบแผน กิจกรรมที่ส่งเสริมให้บุคลากรมีการฝึกสติ หรือการรู้สึกตัว การคิดบวก ผสมผสานกับการปรับบุคลิกภาพ น าไปสู่พฤติกรรมการท างานที่ดี และก่อให้เกิดความสุข การประเมินการเปลี่ยนแปลง (Performance)


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ศูนย์ออสโตมี และบาดแผล วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566


โครงการนี้ดา เนินการโดยจดัทา แนวทางการจดัการขยะมูลฝอย มีการให้ความรู้ บุคลากรในหน่วยงานในการคดัแยกขยะในชนิดต่างๆ จัดระบบคัดแยกขยะมูลฝอยและขยะติดเชื้อใน หน่วยงาน จดัหาเครอื่งชงั่น ้าหนักขยะ สรา้งแบบบนัทึกตารางขยะของหน่วยงาน และแบบรายการตรวจสอบ การทา งานของบุคลากรในการคดัแยกขยะและทิ้งขยะ จดัเตรียมถงัขยะตามประเภทของขยะ และจดั Zone การจดัการเมื่อได้ขยะในแต่ละประเภทต่างๆ น าผ้าห่อของปราศจากเชื้อที่ใช้งานแล้วที่มีสภาพดีมาแปรรูป เพื่อน ากลบัมาใช้ใหม่มาตดัเยบ็เป็นถงุผ้าเอนกประสงค์(Eco bag By ET Nurse) แล้วแจกให้กับผู้ที่มารับ บริการแทนการใช้ถงุพลาสติก ✓ ปริมาณขยะติดเชื้อของหน่วยงานมีจ านวนมาก ✓ ค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะติดเชื้อมีราคาสูง ✓ ขยะจากผ้าห่ออุปกรณ์ปราศจากเชื้อที่ใช้แล้วในหน่วยงานมีจ านวนมาก ✓ ปริมาณการใช้ถุงพลาสติกของผู้รับบริการในการใส่วัสดุปิดแผลจ านวน มาก ✓ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจดัการขยะติดเชื้อใน หน่วยงาน ✓ เพื่อลดปริมาณขยะติดเชื้อ ✓ เพื่อลดการใช้ถงุหิ้วพลาสติก เป้าหมาย (purpose) การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง(performance) บทเรียนที่ได้รับ : การใช้ความสามารถของบุคลากรในหน่วยงานที่หลากหลายในการทา งานเป็นทีม ชื่อและที่อยู่ศนูยค์วามเป็นเลิศทางการพยาบาลบาดแผลและออสโตมี สมาชิกทีม : นางสาวนงลักษณ์ ขวัญละมูล ชั้น 4 อาคารทีปังกรรศัมีโชติโรงพยาบาลวชิรพยาบาล นางกาหลง เบญจชย การติดต่อทีมงาน 02-244-3000 ต่อ 5427 นายธีร สิน ลอยแก้ว [email protected] และบุคลากรศูนย์ฯบาดแผลและออสโตมี ศูนย์ฯบาดแผลและออสโตมี รพ.วชิระ งานประชุมวิชาการพยาบาลประจา ปีพ.ศ. 2565 ครั้งที่ 30 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล มหาวิทยาลยันวมินทราธิราช ศูนยค ์ วามเป็ นเลิศทางการพยาบาล บาดแผลและออสโตมี โครงการ ขยะ “LIKE ค่า” สถานการณ์ขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทย ปี2559 -2566 พบว่ามีปริมาณการเกิดขยะรวมกนัเฉลี่ย ทั้งประเทศ 27.06 ล้านตนัต่อปีคิดเป็นประมาณ 74,130 ตัน/วัน รฐับาลได้ดา เนินการแก้ไขปัญหาขยะโดยใช้แนวคิด 3R คือ Reduce Reuse และ Recycle จัดท า Roadmap จัดการขยะมูลฝอยของประเทศ พ.ศ. 2559 – 2566 เพื่อเป็นกรอบและ ทิศทางการดา เนินการแก้ไขปัญหาการจดัการขยะ โดยวางโครงสร้างให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมกนั จัดการปัญหา ศนูยค์วามเป็นเลิศทางการพยาบาลบาดแผลและออสโตมีให้บริการผ้ปู่วยที่มีบาดแผลและออสโตมีเฉลี่ย 80-100 ราย/วัน ทา ให้เกิดขยะติดเชื้อเฉลี่ย 18 กก./วัน จากปัญหาดงักล่าวทางหน่วยงานจึงหาวิธีการแก้ไขและเพื่อ ตอบสนองยทุธศาสตรช์าติและองคก์รที่กา หนดให้มีการดา เนินงานเพื่อดแูลสิ่งแวดล้อมภายในโรงพยาบาล ภายใต้ โครงการ GREEN & CLEAN Hospital จัดท าโครงการ “ขยะ LIKE ค่า” ขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจดัการขยะ มูลฝอยในพื้นที่ และลดค่าใช้จ่ายในการจดัการขยะมลูฝอยและบรูณาการความร่วมมือในการจดัการสิ่งแวดล้อมของ หน่วยงานเพื่อให้หน่วยงานน่าอย่อูย่างยงั่ยืน ค าส าคัญ : Reduce , Recycle, Biohazard Waste หลักการและเหตุผล ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ สรปุผลงานโดยย่อ กิจกรรมการพฒันา(process)


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล สาขาการพยาบาลผู้ป่วยนอก หนส.เลิศศิลป เอี่ยมพงษ์ วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 1 •งานควบคุมโรคติดเชื้อ 2 •งานสุขภาพชุมชนและ ดูแลต่อเนื่อง


บทเรียนที่ได้รับ: 1. ควรคัดเลือกผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบ IT 2) กลุ่มที่สามารถเข้าถึงระบบ IT 2. ควรจัดกลุ่ม อสค.กทม. ตามล าดับคะแนน 3. ควรน าบุคคลต้นแบบร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปผลงานโดยย่อ: อาสาสมัครประจ าครอบครัว (อสค.) เป็นการ เสริมสร้างศักยภาพการดูแลสุขภาพตนเองระดับครอบครัว เพื่อให้ บุคคลในครอบครัวมีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตน หากก าลังคนด้านสุขภาพภาคประชาชนเข้มแข็ง จะส่งเสริมระบบ บริการสุขภาพและส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวเกิดสุขภาวะดี สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ค าส าคัญ: อาสาสมัครประจ าครอบครัวกรุงเทพมหานคร (อสค.กทม.) ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ: จากชุมชนรอบคณะแพทย์ฯ พบว่า 1. ประชาชนกลุ่มป่วยด้วยโรคเรื้อรังในชุมชนคอนเซ็ปชัญ ร้อยละ 56.84 และหมู่บ้านนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ร้อยละ 50.37 2. โรคเรื้อรังส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ ต่อผู้ป่วยและครอบครัว 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และ ชุมชน เป้าหมาย: 1. เพื่อสร้าง อสค.กทม. ในชุมชน 2. เพื่อให้ อสค.กทม. มีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพผู้ป่วย โรคเรื้อรังที่บ้าน การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน ....งานสุขภาพชุมชนและดูแลต่อเนื่อง....E-mail…[email protected]…เบอร์โทร...02-244-3273-5... ประชุมวิชาการพยาบาลครงั้ที่31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสต์วชิรพยาบาล โครงการ : อ ่ น ุ ใจ ใกล ้ คณ ุ งานสุขภาพชุมชนและดูแลต่อเนื่อง วันที่ 22 –23 พฤษภาคม 2566 การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : กิจกรรมการพัฒนา (Process) : 38.20 89.85 0 20 40 60 80 100 กราฟแสดงร้อยละความรู้ในการดูแลผู้ป่วย ก่อน หลัง 96.5 100 100 100 100 98.4 0 20 40 60 80 100 การวัดชีพจร การเจาะน้ าตาลปลายนิ้ว การฉีดยา Insulin การอาบน้ าบนเตียง กราฟแสดงร้อยละทักษะในการดูแลผู้ป่วย


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล สาขาการพยาบาลออร์โธปิดิกส์ โสต ศอ นาสิก และ จักษุ หนส.ชูเนตร นัยจิต วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 1 •หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 5A 2 •หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 7A 3 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 11A 4 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 17A 5 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 17B


ที่มาของปัญหา ผลการด าเนินงาน เป้าหมาย เอกสารอ้างอิง แผนการน าผลงานไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ขั้นตอนการด าเนินงาน ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลมีผู้ป่วย ภาวะวิกฤติ ที่ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจเป็นจ านวนมาก เพื่อ ป้องกันการเกิดท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดจึงมีการก าหนดแนวทาง โดยยึดตรึงท่อช่วยหายใจและสายเครื่องช่วยหายใจด้วยพลาสเตอร์ บริเวณมุมปากเหนือริมฝีปากบน-ล่าง และเปลี่ยนต าแหน่งการยึด ตึงด้วยพลาสเตอร์ทุกวัน ท าให้เกิดผิวหนังเปิดตามรอยพลาสเตอร์ ที่ลอกออก (MARSI) ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม เศรษฐกิจ และเสี่ยงต่อการฟ้องร้อง จากปัญหาที่ พบจึงได้พัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยไม่ให้เกิดผิวหนังถูกท าลาย จากการใช้วัสดุยึดติดทางการแพทย์ สอดคล้องกับยุทธ H : Health care Excellenceบริการเพื่อความเป็นเลิศเพิ่ม ประสิทธิภาพประสิทธิผลและความปลอดภัยของระบบบริการ เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการใส่ท่อช่วยหายใจ และ ภาวะแทรกซ้อนจากการใส่ท่อช่วยหายใจ ลดการเกิด (Medical Adhesive Related Skin Injury) MARSI ในผู้ป่วยที่ ใส่ท่อช่วยหายใจ จาก 35% เป็น 0% ภายในระยะเวลา 2 เดือนในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป S T R M A Measurable ลดการเกิด (Medical Adhesive Related Skin Injury) MARSI เป็น 0 % Specific ลดการเกิด(Medical Adhesive Related Skin Injury) MARSI ในผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ Achievable ปฏิบัติตามแนวทางที่ก าหนด Realistic ปฏิบัติทุกครั้งที่ขึ้นเวร Time Bound ภายในระยะเวลา 2 เดือน ➢ หา Solution(วิธีการแก้ไข) วิธีการเตรียมผิวหนัง วิธีการติดพลาสเตอร์ และวิธีการลอกพลาสเตอร์ ไม่ให้เกิด MARSI ในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ ➢ ขั้นตอนที่1. ส ารวจปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานที่จริง และสร้างตารางเก็บรวบรวมข้อมูล หาสาเหตุของการเกิด MARSI ในผู้ป่วยที่ใส่ Endotracheal tube พบว่าผู้ป่วยไม่ได้รับการเตรียมผิวหนังก่อนการติดพลาสเตอร์ ➢ ขั้นตอนที่2. รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันการเกิด MARSI ได้แก่ 1.วิธีการเตรียมผิวหนัง 1.1 เตรียมผิวหนังบริเวณโดยรอบให้แห้ง สะอาด ไม่ติดพลาสเตอร์บนผิวหนังที่ชื้นหรือ เปียก 1.2 การป้องกันผิวหนังด้วยสารปกป้องผิวหนัง alcohol free barrier film ต้องรอให้ แห้งก่อนติด พลาสเตอร์ ไม่ควรเตรียมผิวหนังด้วยสารที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ เพราะท าให้ผิวหนังแห้ง 1.3 ควรตัดขนออกเพื่อป้องกันรูขุมขนอักเสบ ก่อนปิดพลาสเตอร์ทุกครั้ง 2.วิธีการติดพลาสเตอร์ 2.1 ไม่ควรยืดพลาสเตอร์ ขณะที่ปิดลงบนผิวหนังของผู้ป่วย เพราะอาจท าให้เกิดแรง เฉือนใต้ผิวหนังท าให้เกิดตุ่มน้ าได้ และไม่ใช้พลาสเตอร์ที่ยืดได้ (stretch) ในบริเวณที่บวมหรือบริเวณที่ต้องเคลื่อนไหว 3.วิธีการการลอกพลาสเตอร์ 3.1 ประคับประคองผิวหนังบริเวณแนวที่ลอก (peel line) ด้วยวิธี 2 finger (ใช้นิ้วกด ผิวหนังบริเวณข้างๆที่จะลอกพลาสเตอร์พร้อมกับใช้อีกมือลอกพลาสเตอร์ออก) ไม่ลอกพลาสเตอร์เร็วเกินไป ไม่ควรดึง ย้อนแนวขนของผู้ป่วย และการดึงควรดึงในแนวระนาบขนานกับผิวหนังท ามุมไม่เกิน 45 องศา ไม่ลอกแบบท ามุมสูง กับผิวหนัง ➢ ขั้นตอนที่3. สร้างตารางการเก็บข้อมูลอย่างง่าย เพื่อเก็บข้อมูล โดยการสังเกตทุกครั้งที่ตนเองขึ้นเวร 1.เพิ่มแนวทางการเตรียมผิวหนัง การติดพลาสเตอร์ และการลอกพลาสเตอร์ในข้อก าหนดของการ ปฏิบัติงานพยาบาล (work instruction) เรื่องแนวทางในการป้องกันท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุด เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ เดียวกัน 2.เผยแพร่โครงการให้กับบุคลากรภายในหน่วยงาน ให้มีความรู้และปฏิบัติตามแนวทางการเตรียม ผิวหนัง การติดพลาสเตอร์ และการลอกพลาสเตอร์ในผู้ป่วยทุกรายที่ใส่ท่อช่วยหายใจ 3.น าเสนอแนวทางกระบวนการใหม่ใน Cop ของโรงพยาบาล เรื่องการป้องกันท่อช่วยหายใจเลื่อน หลุด วงจรบริหารงานคุณภาพ PDSA Farris MK, et. al. Medical adhesive-related skin injury prevalence. Journal of Wound Ostomy and Continence Nursing. 2015;42(6):589-598 McNichol L, Lund C, Rosen T, Gray M, Medical Adhesive and Patient Safety: State of the science, Consensus Statements for the Assessment, Prevention, and Treatment of Adhesive-Related Skin Injuries. Journal of Wound, Ostomy and Continence, 2013; July/August 2013: 365-379. รอบ1.ก าหนดแนวทางเตรียมผิวหนัง และใช้พลาสเตอร์ชนิดเดียวกัน สิ่งที่ได้ผู้ป่วยทุกรายใช้พลาสเตอร์ชนิดเดียวกันทุกคน คือ Omefix ปัญหาที่พัฒนาต่อผู้ป่วยไม่ได้รับการเตรียมผิวหนังทุกราย เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤติ จึงต้องให้การ พยาบาลด้วยความรวดเร็ว รอบ2.ก าหนดการเตรียมผิวหนัง และการติดพลาสเตอร์ สิ่งที่ได้ผู้ป่วยได้รับการเตรียมผิวหนังทุกราย เมื่อประเมินพบว่าผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะวิกฤติและจ าเป็นที่ต้อง ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ ทางทีมจะเตรียมผิวหนังรอก่อนที่แพทย์ก าลังจะเดินทางมาใส่ท่อช่วยหายใจให้ ผู้ป่วย ปัญหาที่พัฒนาต่อ เกิด MARSI 1/3 ของผู้ป่วยทั้งหมด (33.33%) รอบ3.สอนการเตรียมผิวหนัง การติดพลาสเตอร์ และการลอกพลาสเตอร์ สิ่งที่ได้ไม่เกิด MARSI (จ านวนครั้ง) ปัญหาที่พัฒนาต่อเนื่องจากเป้าหมายของโครงการคิดเป็นจ านวนราย แต่การเก็บข้อมูลครั้งนี้ ทางทีมได้จัดท าเป็นจ านวนครั้ง รอบ4.สอนการเตรียมผิวหนัง การติดพลาสเตอร์ และการลอกพลาสเตอร์ สิ่งที่ได้ไม่เกิด MARSI (จ านวนคน) ปัญหาที่พัฒนาต่อต้องใช้กระบวนการ QI Project ในการพัฒนาต่อไป เพื่อน า ผลงานไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ติดต่อทีม พ.ว.ฐิตินันท์ เชื้อพราหมณ์ หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ 5A โทร 02244-3384 ,02244-5427 E-mail thitinun_nmu.ac.th Case ลักษณะของ ผิวหนัง เตรียมผิวหนัง=0 ไม่เตรียมผิวหนัง=1 ลักษณะ/ชนิดของ พลาสเตอร์ Case 1 มีหนวด ไม่มีรอยแดง 1 Omefix. Case 2 ไม่มีหนวด ไม่มีรอยแดง 0 Omefix. Case 3 ไม่มีหนวด ไม่มีรอยแดง 0 Omefix. Case ลักษณะของผิวหนัง เกิดMARSI=1 ไม่เกิดMARSI=0 Case1 ผิวหนังมีรอยแดง และแผล เปิดขนาด 0.3 cm. 1 Case2 ไม่มีรอยแดง 0 Case3 ไม่มีรอยแดง 0 Case ลักษณะของผิวหนัง เกิดMARSI=1 ไม่เกิดMARSI=0 Case1 ไม่มีผิวหนังถลอก 0 Case2 ไม่มีผิวหนังถลอก 0 Case3 ไม่มีผิวหนังถลอก 0 ตารางเก็บข้อมูลการเตรียมผิวหนัง และการใช้พลา สเตอร์ ตารางเก็บข้อมูลการเตรียมผิวหนัง และการติดพลา สเตอร์ ตารางเก็บข้อมูลการเตรียมผิวหนัง การติดพลาสเตอร์และการลอกพลาสเตอร์ อัตราการเกิด MARSI ในผู้ป่วยที่ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ ที่มาของปัญหา ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ5A วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 ค าส าคัญ : บทบาทพยาบาล, พยาบาลเฉพาะทางดูแลบาดแผล ออสโตมี และควบคุมการขับถ่าย, การบาดเจ็บที่ผิวหนัง, การใช้วัสดุยึดติดทางการแพทย์ บทเรียนที่ได้รับ วิธีการเตรียมผิวหนัง วิธีการติดพลาสเตอร์ และวิธีการลอกพลาสเตอร์ที่ถูกต้องสามารถป้อง กัน การเกิดMARSI ในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุได้


บุคลากรในหอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 7A ปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยกระดูกรอบข้อสะโพกหัก ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ส่งผลกระทบให้การส่งปรึกษาต่างแผนก ล่าช ้า บุคลากรปฏิบัติไม่เป็ นไปในแนวทางเดียวกัน 1.บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตามแนวทาง HIP List ได้ถูกต้องจาก 31.25% เพิ่มข้ึนเป็น 100% 2.ความพึงพอใจของบุคลากรที่ใช้นวัตกรรม HIP List (แบบone page) จาก 47.5% เพิ่มข้ึนเป็น 92.5% บทเรยีนที ่ไดร้บั :บุคลากรมีความรู้ความเขา้ใจข้นัตอนการดูแลผป่ วยกระดูกรอบข้อ ู้ สะโพกหัก สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องครบถ้วน และเพิ่มความสะดวกสบายในการ ปฏิบัติงาน การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงานหอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ 7A, [email protected], เบอร ์โทร 02-2443382-3 เป้ าหมาย ค าส าคัญ: - กระดูกโรคข้อสะโพกหัก - HIP FAST TRACK - นวัตกรรม - ONEPAGE ชือ่ผลงาน: แนวทางการดูแลผู้ป่วย HIP FAST TRACK โดยใช ้นวัตกรรม HIP LIST แบบ ONE PAGE หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ7A สรุปผลงานโดยย่อ เพิม่ความรคู้วามความเขา้ใจของบคุลากรในกระบวนการและ ขัน้ตอนการดแูลผูป้่วยกระดกูรอบขอ้สะโพกหกัตั ้งแต่แรกรับ จนถึงจ าหน่ายผู้ป่วยกลับบ้าน • ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลปัญหาในการดูแลผู้ป่วยกระดูกรอบข้อสะโพก หักตามแนวทางการดูแลผู้ป่วย Hip fast track • น าเสนอโครงการและเมือ่ ไดร้บัอนุมตั โิครงการ จัดท านวัตกรรมและ เริม่ เก็บขอ้มูล เดือน มิถุนายน2566 - ธันวาคม 2566 • หลงัจากเก็บขอ้มูลตามเวลาทีก่า หนด น าปัญหาที ่ เกดิ จากการท า นวตักรรมในครั ้งแรกมาปรบั ปรงุขอ้มูลแนวทางการปฏบิตัเิป็นครั ้งที ่ 2 • ท าแบบประเมินความรู ้ก่อนและหลังใช ้นวัตกรรม HIP List • น าเสนอขอ้มูลที ่ไดก้บัหวัหนา้หอผูป้่วยมหาวชริาวุธ 7A และเผยแพร่ นวตักรรมไปสหู่น่วยงานอืน่ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ นวัตกรรม Hip list : แนวทาง HIP FAST TRACK เน้ือหาเริ่มต้งัแต่ Inclusion criteria, ข้นัตอนการรับ ผู้ป่วยเข้าหอผู้ป่วย: การลงข้อมูลในline group HFT , การใช ้standing order เฉพาะของ HIP fast tract, การส่งปรกึษาที ่ เป็นรปูแบบเฉพาะของ HFT. การส่งปรึกษา แพทย์ต่างแผนก เฉพาะ HFT, การส่งนัด F/U กิจกรรมพัฒนา (Process) ครั ้งที ่1 เดือนมิถุนายน 2565 พบว่า สามารถใช ้เป็ นแนวทางในการท างานได้ แต่เน้ือหายงัไม่ครอบคลุม ครั ้งที ่ 2 เดือนธันวาคม 2565 พบว่า มกีารปรบั ปรงุเนือ้หาใหค้รอบคลมุ กระชบัเขา้ใจง่ายมากข้ึน ประเมนิผลการเปลีย่นแปลง ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31


ประสิทธิภาพการตรวจเช็คเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ การติดต่อกับทีมงาน (CONTACT INFORMATION) : เป้ าหมาย: ค าส าคัญ: กิจกรรมการพัฒนา ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ สรุปผลงานโดยย่อ บทเรียนที ่ไดรับ้ ชือ่ผลงาน:โครงการเพิม่ประสทิธภิาพการจดัการขอ้มูล การตรวจเชค็เครือ่งมอืและอปุกรณท์างการแพทย ์ หอผู้ป่วยเพรรัตน์11A การจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบโดยการนา เทคโนโลยีมาใช้ในการบริหาร จัดการเพ่ิมความพร้อมใช้งานของเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ค้นหาได้ สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และ ท าให้เกิดความปลอดภัยจากการท่ีผู้ป่วยและผู้ใช้งาน ได้ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพทั้งยังตอบสนอง O(Organization Strength) การน าเทคโนโลยีมาใช้ ในการบริหาร จัดการ ผลลัพธ ์ หน่วยงาน หอผู้ป่วย พร 11A เบอร ์โทร 02-244-3386 :EMAIL [email protected] 1 มีการตรวจเช็คและส่งทวนสอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่เป็ นระบบและ ตรวจสอบได้ 2 บุคลากรหอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 11A เข้าถึงขอมูลของการบริหาร จัดการเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ของหน่วยงานและให้ความ ร่ วมมือ เครื่ องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์มีมากมายหลายชนิด เครื่ องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ การค้นหาข้อมูล เช่น การส ารวจพัสดุ อุปกรณ์รายปี การค้นหาข้อมูลต้องใช้เวลานาน และเมื่อมีการใช้งานพัสดุอุปกรณ์มักมี โอกาสชา รุดเสียหายต้องส่งซ่อม อุปกรณ์บางชนิดน าไปใช้ในห้องผู้ป่ วย ส่งไปห้องผ่าตดัพร้อมผูป้่วย หรือในบางคร้ังหน่วยงานข้างเคียงยืมเครื่ องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทยไ์ ปจากหน่วยงาน เมื่อมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ จึง มกัมีโอกาสที่อุปกรณ์ต่าง ๆสูญหายและจากการทบทวนรายงานความเสี่ยง ของหน่วยงานพบอุปกรณ์ทางการแพทยบ์างชนิดสูญหาย การค้นหาข้อมูล พัสดุอุปกรณ์เวลาส ารวจวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ค้นหายากใช้เวลานาน จึงมี ความจา เป็นที่ต้องจดัการข้อมูลอย่างเป็น ระบบ เข้าถึงได้ง่าย เพื่อความ สะดวก รวดเร็ว ในการค้นหาข้อมูล การประเมินผลการเปลี ่ยนแปลง (PERFORMANCE) โครงการนี้เป็ นโครงการที่จัดท าขึ้นเพื่อเป็ นการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจเช็ค เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เกี่ยวกับการช ารุด สูญหาย และทวนสอบ ตามก าหนด เพื่อให้บุคลากรภายในหน่วยงานหอผู้ป่วย เพชรัตตน์๑๑ A มี เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เพียงพอ พร้ อมใช้ ซึ่งตอบสนองเข็มมุ่ง ของโรงพยาบาล ในเรื่อง Lean ซึ่งเป็ นการ จัดการระบบความพร้ อมใช้งาน ของเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และ Safety ท าให้ เกิดความปลอดภัยจากการที่ผู้ป่วยได้ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ มีประสิทธิภาพ ทั้งยังตอบสนอง O (Organization Strength) โดย น าเทคโนโลยีมาใช้ ในการบริหารจัดการ เพื่อจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย สะดวก ท าให้ การค้นหาข้อมูลสะดวกรวดเร็วการป้องกันการสูญหายของอุปกรณ์ต่างๆ ในหน่วยงาน จึงจัดท าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูลความ สะดวกการตรวจเช็คเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมีการ ตรวจสอบความครบถ้วนของเครื่องมือทุกเวรเพื่อท าให้เกิดความพร้ อมใช้ ลดการเกิดการสูญหายและเพื่อสร้างความตระหนักถึงความส าคัญในการ ตรวจเช็คความครบถ้วนอุปกรณ์ 1.จ านวนคร้ังของการสูญหายของเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เท่ากับ 0 ครั้ง 2.บุคลากรภายในหน่วยงานหอผู้ป่วยเพชรรัตน์11A พึงพอใจในการ ใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ ร้ อยละ 95 Contex t Criteria Concepts ประชุมวชิาการพยาบาล ครั้งที่ 31


บทเรียนที่ได้รับ: มีการตรวจสอบผู้ป่วยผ่าตัดตาตั้งแต่ระยะแรกรับ ระยะเตรียมผ่าตัด และระยะส่งผ่าตัด ตามแนวทางที่ได้จัดท าไว้ ส่งผลให้ ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดถูกคนถูกข้าง และปลอดภัย สรุปผลงานโดยย่อ: การบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการผ่าตัด ถือว่าเป็นสิ่งที่ส าคัญต่อความ ปลอดภัยและความไว้วางใจในคุณภาพของผู้รับบริการ โรงพยาบาลวชิรพยาบาลได้มีเป้าหมายในการ ดูแลผู้ป่วยโดยใช้ Vajira 2P safety Goal : ZERO EVENT ซี่งเป็นความเสี่ยงส าคัญที่ต้องเฝ้าระวัง ระดับโรงพยาบาล (Hospital Wide Safety Goal) การป้องกันการผ่าตัดผิดคน ผิดข้าง ผิดต าแหน่ง ผิดหัตถการ (Goal๑) เป็นความเสี่ยงที่ส าคัญ หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 17A ดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาทางจักษุ และ มากกว่าร้อยละ ๙๐ เป็นการรักษาด้วยการผ่าตัดทางตา เห็นความส าคัญของการบริหารความเสี่ยงใน การป้องกันการเตรียมผ่าตัดผิดคนผิดข้างจึงได้จัดท าโครงการพัฒนาคุณภาพเพื่อป้องกันการผ่าตัดผิด คนผิดข้าง ค าส าคัญ: ผ่าตัดจักษุผิดคน ผิดข้าง ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ: - ผู้ป่วยส่วนใหญ่สูงอายุตรวจสอบจากการสอบถามหลงลืมไม่ตรงตามแผนการรักษา เป้าหมาย: ผ่าตัดผิดคน ผิดข้าง = 0 กิจกรรมการพัฒนา (Process) : การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : 1. จ านวนครั้งของการผ่าตัดผิดคนผิดข้าง=0 2. ผู้ป่วยปลอดภัยและพึงพอใจจากการได้รับบริการ 3. พยาบาลวิชาชีพมีแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการผ่าตัดผิดคนผิดข้าง การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน หอผู้ป่วยเพชรรัตน์17A E-mail [email protected] เบอร์โทร 02-2443791-2 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล โครงการพัฒนาคุณภาพเพื่อป้องกันการผ่าตัดผิดคนผิดข้างในผู้ป่วยจักษุ หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 17A วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 Concepts/Core value ยึดหลักI : Integration Accessibility Appropriateness Effectiveness Safety Context หาแนวทางการป้องกนัผา่ตดัผิดคนผิดขาง้ Criteria -Vajira 2P Safety Goale Gole : 1 SSC & Mark site -ZERO EVENT การผา่ตดัผิดคน ผิดขา้ง เป้าหมาย (Popose) 1. ผู้ป่วยปลอดภัยพึงพอใจในการ รับบริการ 2. ผู้ป่วยได้รับผ่าตัดถูกคน ถูกข้าง Process - ประชุมในทีม -จัดท าแนวทางและนวัตกรรม - น านวัตกรรมไปทดลองใช้ - ประเมินผลและพัฒนานวัตกรรม ผลการประเมิน -ผา่ตดัผิดคน น าไปใช้ในหอผู้ป่วย ผิดข้าง=0 ที่รับคนไขผ้า่ตดตา หู ั คอ และจมูก นวัตกรรมและแนวทาง ระยะแรกรับ ระยะเตรียมผ่าตัด ระยะส่งผ่าตัด


บทเรียนที่ได้รับ: บุคลากรในหน่วยงานตระหนกัถึงความสา คญัของการเตรียมความพร ้ อมผปู้่วยที่ตอ ้ งไดร ้ับการผา่ตดั เจาะคอ ท้งัดา ้ นร่างกายจิตใจและสังคม ส่งผลใหผ ้ ปู้่วยใหค ้ วามร่วมมือในการผา่ตดัเจาะคอและสามารถน าไป ประยกุตใ์ ชใ้ นการเตรียมผปู้่วยผา่ตดัอื่นๆได ้ สรุปผลงานโดยย่อ: เป็ นโครงการที่จัดท าสื่อ VDO เพื่อนา มาใชใ้ นการใหค ้ วามรู้ ผปู้่วยเกี่ยวกบัการเตรียมผา่ตดัเจาะคอ, การปฏิบตัิตวัก่อน-หลงัการผา่ตดัเพื่อใหผ ้ ปู้่วยมีความพร ้ อมในการผา่ตดัเจาะคอคลายความวติกกงัวลและให้ความ ร่วมมือในการผา่ตดั ค าส าคัญ: การผา่ตดัเจาะคอ(Tracheostomy) ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ:หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์17B ไดม ้ีการรับผปู้่วยที่มีภาวะอุดก้นัทางเดินหายใจส่วนบนโดยเฉพาะใน ผปู้่วยมะเร ็ งศีรษะและลา คอที่จา เป็ นจะตอ ้ งไดร ้ับการรักษาดว ้ ยการผา่ตดัเจาะคอ ส่วนใหญ่ผปู้่วยมักจะมีความกลัวและ วติกกงัวลเกี่ยวกบัการผา่ตดั,ข้นัตอนการปฏิบตัิตวัก่อนและหลงัผา่ตดัเนื่องจากการไดร ้ับขอ ้ มูลที่ไม่เพียงพอ ทา ใหผ ้ ปู้่วย บางรายปฏิเสธการรักษาโดยการผา่ตดัเจาะคอ เป้าหมาย: กิจกรรมการพัฒนา (Process) : การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 17B E-mail [email protected] โทร 02-244-3398-9 ประชุมวช ิ าการพยาบาลคร้ังท ี่31 ฝ่ ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสต์วชิรพยาบาล การเตร ี ยมความพร ้ อมผ ้ ู ป่ วยก ่ อนได ้ ร ั บการผ ่ าตด ั เจาะคอ(Tracheostomy) หอผ ้ ู ป่ วยเพชรร ั ตน ์ 17B วันที่ 22 –23 พฤษภาคม 2566 ผปู้่วยมีความรู้ ความเขา ้ใจเกี่ยวกบัความสา คญัของการผา่ตดัเจาะคอ, การปฏิบตัิตวัก่อนและหลงัการผา่ตดั เจาะคอและคลายความวติกกงัวลเกี่ยวกบัการผา่ตดั ระยะเตรียมการ ระยะด าเนินการ 1.วิเคราะห์สาเหตุและปัญหาของผู้ป่ วยที่ต้องได้รับการผา่ตดัเจาะคอ 1. จัดท าสื่อ VDO การเตรียมผปู้่วยก่อนการผา่ตดัเจาะคอ 2.นา ปัญหาที่พบมาประชุมวางแผนกา หนดแนวทางในการแกป้ัญหา 2. น าสื่อ VDO ไปทดลองใชใ้นการเตรียมผปู้่วยก่อนการผา่ตดเจาะคอั 3.คน้ควา้ขอ้มูลเพิ่มเติม 3. เก็บรวบรวมขอ้มูลและประเมินผลโครงการ


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล สาขาการพยาบาลอายุรกรรม หนส.มณฑิชา วิไลกิจ วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 1 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 12B 2 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 13B 3 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 14B 4 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 15B 5 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 16B


บทเรียนที่ได้รับ เราสามารถป้องกันการเกิดแผลกดทับได้ หากมีอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่เหมาะสม และการ ส่งเสริมให้มีการคิดนวัตกรรมเพื่อช่วยในการดูแลจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย สรุปผลงานโดยย่อ ในผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ มักจะเกิดปัญหาแผลกดทับบริเวณปุ่มกระดูกต่างๆของ ร่างกายได้ง่าย ซึ่งส่งผลกระทบอันไม่พึงประสงค์เช่น ความเจ็บปวด การติดเชื้อ และค่าใช้จ่ายส่วนเกินเป็นต้น การป้องกัน ไม่ให้เกิดแผลกดทับ จึงเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของการดูแล พร.12B จึงได้จัดท านวัตกรรมการป้องกันการเกิดแผลกดทับ บริเวณส้นเท้า หมอนรองเท้าห่วงใย ค าส าคัญ : Pressure Injury # ส้นเท้า = 0 ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ ☺สถิติการเกิดแผลกดทับ พร.12B ปีงบประมาณ 2565 = 4.99 : 1000 วันนอน และสถิติเกิดแผลกดทับไตรมาส แรกปีงบประมาณ 2566=3.64:1000 วันนอน ☺การเกิดแผลกดทับท าให้ระยะเวลานอนในโรงยาบาลนานขึ้น ☺หากมีแผลกดทับเกิดขึ้น อาจท าให้มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากการที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการรักษาแผล ☺หากเกิดแผลกดทับใหม่ อาจท าให้เกิดการฟ้องร้องจากญาติได้ เป้าหมาย การเกิดแผลกดทับบริเวณส้นเท้า 2 ข้างของผู้ป่วย= 0 : 1000 วันนอน กิจกรรมการพัฒนา (Process) ♣ ประเมินผลจากโครงการหมอนรองเท้าห่วงใยปี2565 พบว่าอุปรณ์มีปัญหาการเลื่อนหลุดง่าย ไม่ Fix ♣ คิดต่อยอดนวัตกรรมใหม่ร่วมกับหน่วยออสโตมี เพื่อให้อุปกรณ์ success มากขึ้น มีประสิทธิภาพในการป้องกันการ เกิดแผล การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : ※ เริ่มใช้นวัตกรรมหมอนรองเท้าห่วงใยปีงบประมาณ 2565 ตลอดมา พบว่าการเกิดแผลกดทับบริเวณส้นเท้า=0:1000 วัน นอน การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) หน่วยงาน ....เพชรรัตน์ 12B...............E-mail…[email protected]……เบอร์โทร..3492.......... การประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช หมอนรองเท้าห่วงใย หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 12B วันที่ 22-23 พฤษภาคม 2566


บทเรียนทไี่ด้รับ 1. การน าวัสดุ/บรรจุภัณฑ์ผ้าห่อ Set Sterile มา Reuse ใช้ซ ้า เป็นสิ่งประดิษฐ์ และสามารถน าไปใช้กับผู้ป่ วยได้จริง 2. จากการใช้จริงพบว่า จากวัสดุที่ไม่ซึมซับน ้ามีการไหลของของเหลวออกมาได้จึงมีการปรับรูปแบบเพื่อป้องกันการไหลของของเหลว สรุปผลงานโดยย่อ ค าส าคัญ เสื้อกันเปื้อน คือ เครื่องแต่งกายที่ใช้สวมใส่ทับชั้นนอกสุด เพื่อป้องกันความสกปรกที่จะเกิดขึ้น ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ เนื่องจากผู้ป่ วยที่หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์13B มีผู้ป่ วย ช่วยเหลือตนเองไม่ได้และช่วยเหลือตนเองได้น้อย ในรายที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้บ้างบนเตียง บุคลากรจะช่วยจัดท่านั่งให้ผู้ป่ วยนั่ง รับประทานอาหารด้วยตนเอง พบว่าบางครั้งมีเศษอาหารหกเลอะเทอะ เปื้อนเสื้อผ้าต้อง เปลี่ยนเสื้อใหม่และขณะที่มีกิจกรรมส่งผลให้ผู้ป่ วยบางรายมีอาการหอบเหนื่อยได้ ผู้จัดท า ได้น าปัญหาที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์และมีแนวคิดที่จะจัดท าเสื้อกันเปื้อนให้กับผู้ป่ วยเพื่อลด กิจกรรรมการท าความสะอาด/การเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ พบว่าที่หอผู้ป่ วยมีผ้าห่อ Set Sterile ที่ไม่ได้ใช้แล้วซึ่งเป็นวัสดุที่กันน ้าได้สามารถน ามาประดิษฐ์เป็นเสื้อกันเปื้อนแบบใช้แล้วทิ้ง และเป็นการ Reuse น าวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้วมาใช้ซ ้า เพื่อน าเสื้อกันเปื้อนที่ท าจากผ้าห่อ Set Sterile ไปใช้กับผู้ป่ วยในรายที่นั่งรับประทานอาหารได้บนเตียงแต่มี โอกาสที่จะมีเศษอาหารหกเลอะเทอะ ซึ่งผู้จัดท าได้ก าหนดตัวชี้วัดดังนี้ 1.อัตราความพึงพอใจของผู้ป่ วยที่ได้ใช้เสื้อกันเปื้อน มากกว่าร้อยละ 80 2.อัตราความพึงพอใจของบุคลากรที่น าเสื้อกันเปื้อนไป ใช้กับผู้ป่ วย มากกว่าร้อยละ 80 1.น าเสนอนวัตกรรมกับหัวหน้าหอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 13B 2.อธิบายขั้นตอนการท าให้แก่สมาชิกทุกคนทราบ 3.ขอความร่วมมือให้สมาชิกเก็บผ้าห่อSET หลังแกะออกจาก Set sterile 4.ออกแบบตัดเย็บเป็นเสื้อกันเปื้อน 5.น าเสื้อกันเปื้อนมาทดลองใช้จริงกับผู้ป่ วยในรายที่นั่งรับประทาน อาหารได้บนเตียงแต่ยังมีเศษอาหารหกเลอะเทอะ การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงานเพชรรัตน์ 13B mail : [email protected] เบอร์โทร 3496-7 จากการประเมินความพึงพอใจของผู้ป่ วยที่ได้ใช้ผ้ากันเปื้อน ระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 95ข้อที่ 1และ 3 ระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 80 ข้อที่ 2และ 4 ระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 70ข้อที่ 5 จากการประเมินความพึงพอใจของบุคลากรที่ได้ใช้ผ้ากันเปื้อน ระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 100ข้อที่ 3และ 5 ระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 80 ข้อที่ 4 ระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 70ข้อที่ 1และ 2 จากการน าเสื้อกันเปื้อนมาใช้จริงกับผู้ป่ วยใน รายที่นั่งรับประทานอาหารได้บนเตียง พบว่า กรณีที่เป็นอาหารประเภทน ้า อาทิ เช่น ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว แกงต่างๆ เสื้อกันเปื้อนไม่ซึมซับน ้าได้ ท าให้ของเหลวไหลออกจากเสื้อได้ ดังนั้นผู้จัด จึงได้พัฒนาเสื้อกันเปื้อนให้มีที่รองรับส าหรับ อาหารประเภทน ้า เพื่อไม่ให้เกิดการไหลออก จากเสื้อกันเปื้อน เป้าหมาย กิจกรรมการพัฒนา (Process) การประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล วันที่ 22-23 พฤษภาคม 2566 มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ชื่อผลงาน “ เสื้อกันเปื้อนจาก set sterile ” หอผู้ป่วย/หน่วยงาน เพชรรัตน์13B


กิจกรรมการพฒันา (Process) : หน่วยงานเหน็ความสา คญัของปัญหา ระดมสมอง เพื่อค้นหาวิธีเพื่อให้ผ้ปู่วยได้รบัยาถกูต้อง ครบถ้วน ดังนี้ 1.น า evident base practice จากโรงพยาบาลสมุทรสาคร กรณี drip ยาและยาเหลือ dose 2.วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม(กรณีผู้ป่ วยได้รับยาทุก 6 ชั ่วโมง) T-way ราคา 27.00 บาท/วัน Syringe 10 ml. ราคา 2.75 บาท/ครงั้เป็นเงิน 11 บาท Syringe 5 ml. ราคา 2.00 บาท/ครงั้เป็นเงิน 8 บาท NSS 5 ml. ราคา 2.75 บาท/ครงั้เป็นเงิน16.5บาท (หรือ sterile water 5 ml.ราคา2.75 บาท/ครั้ง 3. เมื่อแพทย์มีค าสั ่งการรักษา -รับค าสั ่งการรักษาลง MAR และตรวจสอบข้อมูลใน MAR กับ DOS ผ้ตูรวจสอบลงนามกา กบัยาทุกตวัก่อนให้ยาตรวจสอบยาตามหลกั 6R อย่างเคร่งครดั - การบริหารยาโดยน า MAR ใช้ตรวจสอบก่อนให้ยา แล้วลงนามตามเวลาจริง กรณียาdrip ทางสายน ้าเกลือ ต้องต่อ T-way ที่สายน ้าเกลือบริหารยาตามเวลา 4. เมื่อยาฉีดแบบ drip หมดขวด มียาค้างที่สายน ้าเกลือ น า syringe 10 ml. ดูด NSS หรือ sterile water 5 ml. ขึ้น กบัชนิดของสารน ้าที่ใช้ผสมกบัยา ต่อ T-way แล้วดึงปริมาณยาที่ค้างอยู่ในสายน ้าเกลือ ออกมาทั้งหมดเพื่อเจือจางยา แล้ว slow push จนหมด จากนั้น NSS 5 ml. หรือ sterile water สรปุผลงานโดยย่อ oWI การให้สารน ้าทางหลอดเลือดด า oการบริหารยาตาม ตารางความเข้ากนัของยาเมื่อบริหารผา่นทาง Y site (Y site compatibility Charts) จัดท าโดยหน่วยเภสัชกรรมผู้ป่ วยใน ร่วมกับคณะกรรมการการให้สารน ้าทางหลอดเลือดด า ตุลาคม 2562 oสหสาขาวิชาชีพ oTeam IV Care Rapid Assessment 100 ครั้ง ผู้ป่ วยทุกราย ได้รับยาทางหลอดเลือดด าถูกต้อง ครบถ้วน ทุก 1 เดือน ปี 2562 100% ปี 2563 100% ปี 2566 กา หนดเป็นว ปี 2564 100% ิธีปฏิบตัิ กรณีผู้ป่ วย Lactate’s Ringer และได้รับ Ceftriaxone หรือ Piperacillinwith Tazobactam ห้าม Y site เพราะ Incompatible ปี 2565 พบ Phlebitisgrade I-II ศึกษาข้อมูลย้อนหลังผู้ป่ วยSepsis พบว่า ส.ค.65 พบ 5ราย ในผู้ป่ วย 18ราย ก.ย.65 พบ 3ราย ในผู้ป่ วย 13ราย T-way” for Administration Medication Safety (Right dose) : “การบริหารยา” (Drug administration) ในหอผ้ปู่วยพบความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะในหอผ้ปู่วย ดงันี้ 1. มียาปฏิชีวนะเหลือค้างในสายให้น ้าเกลือ 2. ไม่เป็นที่ยอมรบัของแพทยผ์ ้รูกัษาเนื่องจากผ้ปู่วยได้รบัยาไม่ครบตามแผนการรกัษา 3. ทบทวนขนาดของยาที่เหลือค้าง ดังนี้ 3.1 ยาเหลือตงั้แต่กระเปาะนับหยดจนถึงปลายสายน ้าเกลือมาตรฐาน ปริมาณ 10 ml. 3.2 ยาเหลือตงั้แต่คอกระเปาะนับหยดจนถึงปลายสายน ้าเกลือมาตรฐาน ปริมาณ 7 ml. 3.3 ยาเหลือตงั้แต่ครึ่งสายน ้าเกลือมาตรฐาน ปริมาณ 5 ml. หน่วยงานเหน็ความสา คญัของการบริหารยาเพื่อให้ผ้ปู่วยได้รบัยา “Right dose” และเป็นไปตามที่แพทย์ต้องการจึงเป็ นที่มาของโครงการ “T-way for Administration Medication Safety ” เป้าหมาย 1. ผู้ป่ วยได้รับยา “Rightdose” ตามค าสั ่งการรักษา 2. เกิดความปลอดภยัและป้องกนัความผิดพลาดจากการบริหารยา ผลลัพธ์ (results) จากการท า Rapid Assessment 100 ครั้ง/เดือน ผู้ป่ วยทุกรายได้รับยา drip ทางหลอดเลือดด า ถูกต้อง ครบถ้วน การติดตาม Rapid Assessment 100 ครั้ง/เดือน ผู้ป่ วยทุกรายได้รับยาทางหลอดเลือดด าถูกต้อง ปี 2562 100% / ปี 2563 100% / ปี 2564 100% ปี 2565 พบ Phlebitisgrade I-II ศึกษาข้อมูลย้อนหลังผู้ป่ วยSepsis พบว่า ส.ค.65 พบ 5ราย ในผู้ป่ วย 18ราย / ก.ย.65 พบ 3ราย ในผู้ป่ วย 13ราย สิงหาคม -กันยายน พ.ศ. 2565 พบในผู้ป่ วย Sepsis เกิด Phlebitis grade I-II ศึกษาข้อมูลย้อนหลงัผ้ปู่วยที่เกิด Phlebitisgrade ดังนี้ 1.เดิมผ้ปู่วยอายุรกรรม ส่วนใหญ่on IVF ด้วย 0.9%NSS ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น Lactate’s Ringer ซึ่งผ้ปู่วยที่เกิด Phlebitisได้ on Lactate’s Ringer 2.ผ้ปู่วยยาปฏิชีวนะยงัเริ่มต้นด้วย Ceftriaxone หรือ step up ยาเป็น Piperacillin with Tazobactam 3.ตารางความเข้ากนัของยาเมื่อบริหารผ่านทาง Y site (Y site compatibility Charts) จดัทา โดยหน่วยเภสชักรรมผ้ปู่วยในร่วมกบัคณะกรรมการการให้สารน ้าทางหลอดเลือดดา ตุลาคม 2562 ไม่ มีข้อมูลของ Lactate’s Ringer 4.ปรึกษาเภสชับริบาลแจ้งข้อมูลว่า Lactate’s Ringer กับ Ceftriaxone และ Piperacillin with Tazobactam มีผล Incompatible ถ้าบริหารร่วมกนัทาง Y site ประชุมวิชาการพยาบาลครงั้ที่31 T-way” for Administration Medication Safety (Right dose) หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 14B วันที่ 22 –23 พฤษภาคม 2566 ฝ่ ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล Drug administration Right Patient Right Drug Right Dose Right Time Right Route Right Technique ปี 2566 กา หนดเป็นวิธีปฏิบตัิ กรณีผู้ป่ วย Lactate’s Ringer และได้รับ Ceftriaxone หรือ Piperacillin with Tazobactam ห้าม Y site เพราะ Incompatible สมาชิกทีม : พยาบาลวิชาชีพ หอผ้ปู่วยเพชรรตัน์14B / อาคารเพชรรัตน์ ชั้น 14 การติดต่อทีม : 0-244-3494-5 / [email protected] บทเรียนที่ได้รับ: ติดตามต่อเนื่อง และเมื่อเกิดปัญหา อย่าปล่อยผ่าน หรือ ชินกบัปัญหา ค าส าคัญ: ความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา (Administrationerror) หมายถึง การให้ยาที่แตกต่างไปจากคา สงั่การรกัษาของผ้ทูี่สงั่ใช้ยา ที่เขียนไว้ในบนัทึกประวตัิการรกัษาของผ้ปู่วย หรือความคลาดเคลื่อนที่ทา ให้ผ้ปู่วยได้รบัยาผิดไปจากการสงั่ใช้ยาประกอบด้วย 6R การบริหารยา(Drug administration) การเตรียมยา การจัดเก็บยา และการบริหารโดยใช้หลกั 6R ตามแนวทางการป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยา


บทเรี ยนที่ได้รับ: หน่วยงานที่มีบริบทคล้ายกัน สามารถน าชุดอุปกรณ์ส าหรับท า C-line ไปใช้ได้ และสามารถน าไปปรับใช้ในการจัดเตรียมชุดอุปกรณ์ ที่ส าคัญอื่นได้ สรุปผลงานโดยยอ่ : หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 15 B เป็นหอผปู้่วยก่ึงวกิฤติอายรุกรรม การท า central line เป็ นหัตถการที่มีความจ าเป็นในกระบวนการรักษา ผปู้่วยวกิฤติจึงมีความจา เป็นเร่งด่วน การทา หตัถการแต่ละคร้ังใชเ้วลาในการเตรียมอุปกรณ์ประมาณ 15นาที หน่วยงานจึงทา โครงการ “ 1 set 1 minute ” เพื่อให้มีอุปกรณ์พร้อมใช้ลดระยะเวลาในการเตรียมอุปกรณ์ส่งผลต่อคุณภาพการดูแลรักษาและการช่วยชีวิต ผูป้่วยที่มีประสิทธิภาพ นอกจากน้ียงัเป็นการตรวจเช็คอุปกรณ์ไม่ให้สูญหาย หลงัทา โครงการพบว่าเวลาในการจัดเตรียมอุปกรณ์ ลดลงจาก 15 นาที เหลือ 1 นาที สอดคลอ้งกบัเขม็มุ่งของคณะแพทยฯ์ LEAN และยุทธศาสตร์H : Health care Excellence ค าส าคัญ : Central line, C - line ปัญหาและสาเหตุโดยยอ่ : - ใช้เวลาในการเตรียมอุปกรณ์นาน - เตรียมอุปกรณ์ไม่ครบ - อุปกรณ์ไม่พร้อมใช้ เป้าหมาย: ลดระยะในการเตรียมอุปกรณ์ส าหรับ C-line และ มีอุปกรณ์พร้อมใช้ การติดต่อกบัทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 15 B E-mail [email protected] เบอร์โทร 02-2443498-9 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล 1 set 1 minute หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 15 B วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 Design Action Learning Improve Purpose Process deployment Performance measurement Performance improvement Process design S ปลอดภัย L รวดเร็ว ระยะเวลาในการจัดเตรียม Set C-line จาก 15 นาที เหลือ 1 นาที (เกณฑ์ 3 นาที) แพทย์พยาบาลที่ร่วมทา หัตถการมีความพึงพอใจ ในอุปกรณ์ ร้อยละ 98 (เกณฑ์ ร้อยละ 85) 15 10 5 3 1 เกณฑ์ 3 -2 0 2 4 6 8 10 12 14 16 ต.ค.65 พ.ย.65 ธ.ค.65 ม.ค.66 มี.ค.66 เวลา(นาที) KPI เกณฑ์ เชิงเส้น (KPI) ดี จัดอุปกรณ์ตาม WI เพมิ่อุปกรณ์ตามความ จ าเป็ นต่อการใช้งานจริง เพมิ่อุปกรณ์ ส าหรับต่อ C-line จัด เต รียม ชุด อุป กรณ์ที่ ส าคัญอื่น เช่น ชุดหัตถการ Double lumen กิจกรรมการพัฒนา (Process): การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance)


บทเรียนที่ได้รับ : การสื่อสารระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพ ที่ร่วมกันดูแลผู้ป่วย รวมทั งการสื่อสารกับญาติให้เข้าใจตรงกันเป็นสี่งส้าคัญ การประเมินความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม ควรประเมินทุกรายตั งแต่แรกรับและการใช้Visual Management ช่วยให้การ สื่อสาร รวดเร็วและสะดวกขึ น สรุปผลงานโดยย่อ : โครงการสื่อชัด เข้าใจ ปลอดภัย Falling จัดท้าขึ นเพื่อตอบสนองนโยบายเรื่อง ความปลอดภัยและสอดคล้องกับ จุดเน้นองค์กร โดยหลักส้าคัญของโครงมุ่งเน้นเรื่องการสื่อสารภายในทีมสุขภาพเกี่ยวกับ Fall Risk ในผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อลดและ ป้องกันอบัติเหตุ พลัดตก หกล้ม ตกเตียง โดยใช้อุปกรณ์แผ่นป้ายสัญลักษณ์รูปภาพ แสดงประเภทและความสามารถในการเคลื่อนไหว ของผู้ป่วย เช่น สามารถเดินเองได้ ต้องช่วยเหลือในการเดิน และไม่สามารถเดินเองได้ ค้าส้าคัญ : อุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม, Fall Risk ปัญหาและสาเหตุ : ❖ การสื่อสารเรื่อง Fall Risk ในทีมสหสาขาวิชาชีพที่ร่วมดูแลผู้ป่วย ไม่ชัดเจน ไม่สะดวก และรวดเร็วพอ ❖ เกิดอุบัติการณ์ อุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม จากการไม่ได้เฝ้าระวัง เพราะไม่ทราบว่ามีความเสี่ยง ❖ การท า Fall Risk assessment ไม่ครอบคลุมผู้ป่วยทุกราย กรณีที่มีภาระงานมาก เป้าหมาย : เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม (Fall Risk) และระดับผลกระทบ ≥ E เท่ากับ๐ กิจกรรมการพัฒนา (Process) : - ประเมิน Fall Risk Score ตั งแต่แรกรับโดยมีญาติหรือผู้ดูแลมีส่วนร่วมในการประเมินสภาพผู้ป่วยตามจริง ณ ปัจจุบัน - ประเมินโดยแบ่งผู้ป่วยเป็น ๓ กลุ่ม ตามความสามารถในการเคลื่อนไหว หรือข้อห้ามตามแผนการรักษา ได้แก่ กลุ่มเดินได้ กลุ่มต้องช่วยเดิน และกลุ่มห้ามลุกเดิน โดยแขวนป้ายสื่อสารความสามารถในการเคลื่อนไหวตามรูปภาพและติดคะแนน Fall Risk Score ตามสีของคะแนน ได้แก่ เขียว ไม่มีความเสี่ยง (Fall Risk Score = ๐ ) เหลือง มีความเสี่ยงต่้า (Fall Risk Score = ๑-๔ ) แดง มีความเสี่ยงสูง (Fall Risk Score > ๕ ) เพื่อสื่อสารได้เข้าใจตรงกัน การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : การน้าโครงการสื่อชัด เข้าใจ ปลอดภัย Falling มาใช้ ท้าให้การสื่อสารเรื่อง Fall Risk ในผู้ป่วยแต่ละรายมีประสิทธิภาพมากขึ น เกิดความเข้าใจตรงกัน ภายในทีมสหสาขาวิชาชีพที่ร่วมดูแล ท้าให้มีการเฝ้าระวังผู้ป่วยมากขึ น อัตราการเกิดอุบัติเหตุพลัดตก หกล้มภายในหน่วยงาน ตั งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.๒๕๖๕ จนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๖ ดังกราฟแสดงผล การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงานเพชรรัตน์ ๑๖B E-mail [email protected] เบอร์โทร ๓๑๑๒ “โครงการสื่อชัด เข้าใจ ปลอดภัย Falling” ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสต์วชิรพยาบาล วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ ๑๖B


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล สาขาการพยาบาลสูตินรีเวชกรรม หนส.กชกร ไพรัตน์ วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 1 • หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 6A 2 • หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 6B 3 • หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 8A 4 • หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 8A 5 • ห้องคลอด 6 • ห้องตรวจครรภ์ 7 • ห้องตรวจนรีเวช


1.การน าเทคโนโลยี่เข้ามาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยในช่วงสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการให้บริการสุขภาพ ที่สามารถน ามาปรับใช้ได้ในทุกสถานการณ์ 2.ผู้ป่วยบางรายไม่มีอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถใช้แอปพลิเคชันไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคานท์ได้ ท าให้ไม่ได้ รับการดูแลในโครงการนี แต่จะได้รับการประเมินและการดูแลในทุกครั งที่มาหอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ6A การดูแลด้านความผาสุกทางจิตวิญญาณ , แอปพลิเคชันไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคานท์ 1.ผู้ป่วยมะเร็งในหอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ6A ที่มีค่าคะแนนความรุนแรงของอาการความไม่ สบายกายและใจ ≤6 คะแนน ที่ได้รับการดูแลด้านความผาสุกทางจิตวิญญาณ มีค่าคะแนน ความรุนแรงของอาการความไม่สบายกายและใจ เพิ่มขึ นอย่างน้อย 1 คะแนน 2. อัตราความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการดูแลด้านความผาสุกทางจิตวิญญาณ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคานท์ ≥ ร้อยละ 85 การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน : หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ6A E-mail : [email protected] เบอร์โทร : 3323-4 ประชุมวิชาการพยาบาลครั งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสต์วชิรพยาบาล ชื่อผลงานโครงการ การพัฒนารูปแบบการดูแลด้านความผาสุกทางจิตวิญญาณ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคานท์ ในผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบ าบัด:“TELE RAK JAI” หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ6A/หน่วยงานเคมีบ้าบัด วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 ค้าส้าคัญ การพัฒนารูปแบบการดูแลด้านความผาสุกทางจิตวิญญาณผ่านแอปพลิเคชันไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคานท์ โดยใช้กระบวนการ TIR model ในผู้ป่วยมะเร็งรับยาเคมีบ าบัดที่หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ 6 A ที่ได้รับการประเมินโดยการประยุกต์ใช้แบบประเมินESASพบมีค่าคะแนนความรุนแรง ของอาการ ความไม่สบายกายและใจ ≤ 6 มีค่าคะแนนความรุนแรงของอาการ ความไม่สบายกายและใจ เพิ่มขึ นอย่างน้อย 1 คะแนน ก่อให้เกิดประโยชน์และโอกาสในการให้การดูแล เสริมสร้างพลัง สามารถปรับตัวอยู่กับภาวะเจ็บป่วยและข้อจ ากัดได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ในด้านเวชศาสตร์เขต เมืองและ Smart Medicine Faculty สรุปผลงานโดยย่อ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ จากการส ารวจผู้ป่วยมะเร็ง เป้าหมาย ที่มารับการรักษาที่หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ6A โดยการประยุกต์ใช้แบบประเมิน ESAS การสอบถามเรื่อง ความสบายดีทั งกายและใจ พบว่าร้อยละ 20 ของผู้ป่วย มีภาวะทุกข์กายและใจ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย สภาพปัญหา ภาวะแทรกซ้อนทางกายผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ แต่ยังต้องการการดูแล สนับสนุนทางด้านจิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยอยู่ได้อย่างมี คุณภาพชีวิตที่ดี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19ท าให้ไม่สามารถท า กิจกรรม “ธรรมะรักษาใจ” ที่หน่วยงานได้ จึงพัฒนารูปแบบการดูแลด้านความ ผาสุกทางจิตวิญญาณ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคานท์ ก่อนช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ตั งแต่ ตุลาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน TELE RAK JAI บทเรียนที่ได้รับ หลักธรรม พุทธจิตวิทยาการปรึกษา โดยใช้หลักพุทธธรรม เรื่อง ไตรลักษณ์ อริยสัจ ๔ และ กัลยาณมิตร + จิตวิทยา แนวคิดจิตวิทยา รายบุคคล 97 100 100 99 100 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 110 120 ต.ค 65 พ.ย 65 ธ.ค65 ม.ค66 ก.พ 66 มี.ค66 ร้อยละ เดือน อัต รา ค วา มพึง พ อ ใ จ ข อ ง ผู้ป่ว ย ต่อ ก าร ดูแ ล ด้า น ค ว า ม ผ า สุ ก ท า ง จิ ต วิ ญ ญ า ณ ผ่ า น แ อ ป พ ลิ เ ค ชั น ไ ล น์อ อ ฟ ฟิ เ ชีย ล แ อ ค เ ค า น ท์ อัตราความพึงพอใจของผู้ป่ วย เกณฑ์ ≥ 85 ดี การ ทดสอบ M SD t df P-value ก่อนเข้าร่วม 2.50 1.36 21.809 39 <.001 หลังเข้าร่วม 7.05 1.28 สรุปและอภิปรายผล จากการพัฒนาโครงการพบว่า ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการมีค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังเข้าร่วม โครงการแตกต่างกัน โดยที่คะแนนเฉลี่ยหลังเข้าร่วมโครงการมี ค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.001 อีกทั งผลการศึกษามีความสอดคล้องกับการศึกษา ของ Onanong et al. (2020) พบว่าผู้ป่วยมะเร็งเมื่อเข้าร่วม โครงการวิจัยนี แล้วเกิดความผาสุกทางจิตใจวิญญาณ และสามารถ ยอมรับความตายว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติอันน ามาสู่การยอมรับ ความตาย (good death) ได้อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 สามารถสรุปได้ว่าโครงการศึกษาน าร่องนี สามารถบรูณาการต่อยอด (CQI) ผลของโครงการน าไปสู่การพัฒนาเป็นงานวิจัยได้ต่อไป


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสต์วชิรพยาบาล “ดูแลนมแม่เพื่อสุขภาพลูกด้วยสมุนไพรไทย” หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 8A วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 ค้าส้าคัญ สมุนไพรไทย,อาหารเพิ่มน ้านม เป็นโครงการอาหารเพิ่มน ้านม เพื่อเผยแพร่เกี่ยวกับอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะสมุนไพรที่หาได้ในชุมชนและ เป็นภูมิปัญญาไทยที่สามารถหารับประทานได้ และให้มีปริมาณน ้านมที่เพียงพอเพื่อให้ประสบผลส้าเร็จในการ เลี ยงลูกด้วยนมแม่ จะเห็นได้ว่าปริมาณน ้านมที่เพียงพอเป็นปัจจัยของความส้าเร็จในการเลี ยงลูกด้วยนมแม่อย่าง เดียว 6 เดือน ซึ่งการได้รับสารอาหารของมารดาจะช่วยส่งเสริมให้มารดามีระดับน ้านมที่เพียงพอ สรุปผลงานโดยย่อ มารดามีความรู้ในเรื่องการเพิ่มปริมาณน ้านมจากอาหารสมุนไพรไทย ได้ถูกต้อง ≥ ร้อยละ 80 มารดาหลังคลอดมีความพึงพอใจต่อโครงการ ≥ ร้อยละ 80 อัตรามารดาเลี ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจ้าหน่าย ≥ ร้อยละ 60 เป้าหมาย อัตราการเลี ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน คิดเป็น 28.87% ปัญหาและ เกิดจากการที่มารดามีน ้านมไม่เพียงพอ หัวนมแตก จ้านวนวันลาคลอด สาเหตุโดยย่อ มารดาหลังคลอดที่หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 8A ต้องท้างานนอกบ้าน และ ปริมาณน ้านมที่ไม่เพียงพอเมื่อกลับไปท้างาน บทเรียนที่ได้รับ 1. บุคลากรในหน่วยงานให้ความร่วมมือและเห็นถึงความส้าคัญของ การให้ความรู้เรื่องอาหารสมุนไพรไทย 2. การใช้แนวคิด People center ผู้ป่วยเกิดความพึงพอใจ 3. ส่งเสริมภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรพื นบ้านในการดูแลสุขภาพของคน ไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด แบบประเมินความรู้ หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 8A ฝ่ายการพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช E-mail: [email protected] โทร: 02-244-3447 การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) - มารดามีความรู้ในเรื่องการเพิ่มปริมาณ น ้านมจากอาหารสมุนไพรไทยได้ถูกต้อง ร้อยละ 81.5 - มารดาหลังคลอดมีความพึงพอใจต่อ โครงการ ร้อยละ 96 - อัตรามารดาเลี ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างเดียวก่อนจ้าหน่าย ร้อยละ.48.. 81.5 96 48 ร้อยละ แบบประเมินความรู้ ความพึงพอใจต่อ โครงการ อัตรามารดาเลี ยงลูก ด้วยนมแม่ กิจกรรมการพัฒนา (Process) Concepts -People center Criteria -มีความรู้ ≥ 80% -มีความพึงพอใจ ≥ 80% -เลี ยงลูกด้วยนมแม่ ≥ 60% Context มารดามีน ้านมไม่เพียงพอ หัวนม แตก จ้านวนวันลาคลอด ท้างาน นอกบ้าน และปริมาณน ้านมที่ไม่ เพียงพอเมื่อกลับไปท้างาน Purpose -มารดาหลังคลอดมี ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร ที่สามารถช่วยกระตุ้นการ สร้างน ้านม -เพื่อให้มีปริมาณน ้านม อย่างเพียงพอ น้าไปสู่ ความส้าเร็จของการเลี ยง ลูกด้วยนมแม่ -เพื่อส่งเสริมความพึงพอ ใจของมารดาหลังคลอด Design ออกแบบชิ นงาน Action น้าชิ นงานมาใช้กับ มารดาหลังคลอด Learning เมื่อน้าบุตรมาเลี ยง มารดาไม่มีสมาธิใน การเรียนรู้ Improve ปรับปรุงโดยปรับน้า ชิ นงานให้มารดา ศึกษาก่อนคลอด


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล โปรแกรมเพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในคู่ (สามี) ของสตรีตั้งครรภ์ที่มารับบริการที่ห้องคลอด ห้องคลอด (Labor Room) วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 การค้นหาคู่เสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ➢ ค้นหาคู่เสี่ยงในหญิงตั งครรภ์ หรือคู่ (สามี)ของหญิงตั งครรภ์ที่ไม่ฝากครรภ์ หรือฝากครรภ์ที่อื่นที่ไม่เคยได้รับการ ตรวจเลือด ให้ได้รับการตรวจเลือดเอชไอวีและซิฟิลิส หากพบผลเลือดผิดปกติ ส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาและติดตาม เพื่อลดการติดเชื อรายใหม่ (New Case) และลดการแพร่กระจาย ค้นหาผู้ติดเชื อรายใหม่ ในคู่(สามี)หญิงตั งครรภ์ที่ไม่ฝากครรภ์ หรือฝากครรภ์ที่อื่น ที่ไม่ได้รับการเจาะเลือดเอชไอวีและซิฟิลิส เพื่อให้ได้รับ การดูแลและรักษาหากรู้ตัวเร็วและเริ่มรักษาได้เร็ว การคงสถานะผลเอชไอวีและ ซิฟิลิสเป็นลบ การยุติเอดส์ (Getting to Zero) 2030 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เอดส์ชาติและกรุงเทพมหานคร มุ่งสู่เป้าหมายที่เป็นศูนย์ (Getting to Zero) ในการยุติเอดส์ มีการก าหนด เป้าหมายเพื่อผลการดูแลที่ส าคัญ ได้แก่ รู้ผลเลือดตัวเอง เข้าสู่ระบบการรักษา รับประทานยาต่อเนื่อง (ร้อยละ 95-95-95) คู่ (สามี) ของหญิงตั งครรภ์ที่ไม่ฝากครรภ์/ไม่เคยได้รับการตรวจเลือด ได้รับการให้ค าปรึกษาก่อนตรวจเลือด ตรวจเลือดหาการติดเชื อ เอชไอวีและซิฟิลิส ถ้าผลเลือดผิดปกติได้รับการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษา การบริการที่มีคุณภาพ มีผลลัพธ์การดูแลที่ดีแบบองค์รวม การติดเชื อเอชไอวีและโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์ หากไม่รู้สถานการณ์ของโรคและของตนเอง ไม่ป้องกัน โดยเฉพาะการติด เชื อเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus) เมื่อเชื อเข้าสู่ร่างกายจะท าลาย ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายท าให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เกิดการเจ็บป่วย เกิดการ ติดเชื อโรคอื่น ๆ ที่เป็นโรคฉวยโอกาสได้ง่ายขึ น ผู้ที่ติดเชื อเอชไอวีทราบผลและเริ่ม รักษาได้เร็ว จะท าให้มีอายุยืนยาวไม่ต่างจากผู้ที่ไม่ติดเชื อเอชไอวี สามารถกลับมาใช้ ชีวิตได้ตามปกติ สถิติหญิงตั งครรภ์ที่ไม่ฝากครรภ์ ปีงบประมาณ 2562, 2563, 2564 จ านวน 63, 94, 46 ราย ตามล าดับ พบติดเชื อเอชไอวีรายใหม่ร้อยละ 0, 1.06, 0 ติดเชื อซิฟิลิสรายใหม่ ร้อยละ 1.59,1.94, 4.35 ในคู่ (สามี) ของหญิงตั งครรภ์ที่ไม่ ฝากครรภ์ หรือฝากครรภ์ที่อื่นไม่เคยได้รับการตรวจเลือดเลย ท าให้ผู้ที่ติดเชื อเอชไอวี หรือโรคโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่รู้ตัวและขาดโอกาสเข้าสู่ระบบการรักษา การให้ค าปรึกษารายบุคคล (pre-test counselling) ในสตรีตั งครรภ์ มีระยะเวลาในการให้บริการปรึกษาที่ใช้เวลานานและคู่ (สามี) ของสตรีตั งครรภ์ต้องรอฟังผลเลือดนาน 2-3 ชั่วโมง ท าให้บางรายที่มารับบริการไม่สะดวก ทีมจึงวางแผนให้ค าปรึกษาเป็นรายกลุ่ม (pre-test couple counselling) เพื่ออ านวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการ ค้าส้าคัญ สรุปผลงานโดยย่อ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ เป้าหมาย กิจกรรมการพัฒนา (Process) & การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) บทเรียนที่ได้รับ การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน : ห้องคลอด E-mail : [email protected] เบอร์โทร 02-244-3452-3


บทเรียนที่ได้รับ:การคัดกรองภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในหญิงตั้งครรภ์ที่ยังมีอาการแพ้ท้องเป็น ปัจจัยที่ท าให้โครงการไม่ประสบความส าเร็จเนื่องจากพยาธิสภาพของหญิงตั้งครรภ์ สรุปผลงานโดยย่อ: -เป็นโครงการพัฒนางานในการเตรียมน ้าตาลกลูโคสรสกระเจี๊ยบพร้อมดื่มเพื่อใช้ในการคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ลด ภาวะแทรกซ้อนขณะดื่มตอบสนองเข็มมุ่งของโรงพยาบาลในเรื่อง Green เพิ่มความพึงพอใจของหญิงตั้งครรภ์และLean ลดระยะเวลา ในการเตรียมของบุคลากร : กระเจี๊ยบแดง น้ าตาลกลูโคส คัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ: -จากเดิมการเตรียมน้า ตาลกลูโคส 50 กรัม 1 ซองชงโดยใชน้ ้า ร้อนเป็นตวัทา ละลาย ทา ใหเป็ น ้ เครื่องดื่มอุ่นที่มีรสชาติหวานมาก ทา ใหห้ญิงต้งัครรภไ์ม่ชอบรสชาติพะอืดพะอม คลื่นไส้อาเจียน ทา ใหก้ารตรวจคดักรองไม่สา เร็จอีกท้งั ระยะเวลาในการเตรียมน้า ตาลกลูโคสในการคดักรองใชเ้วลา 3-4 นาที / คนโดยจา นวนหญิงต้งัครรภต์อ้งตรวจคดักรองประมาณ 5-10คน / วนับุคลากรตอ้งใชเ้วลาค่อนขา้งมากในการเตรียมทา ใหสู้ญเสียอตัรากา ลงั เป้าหมาย -ความพึงพอใจของหญิงตั้งครรภ์ต่อการดื่มน้ าตาลกลูโคส ≥ 95% -ลดภาวะแทรกซอ ้ นจากการดื่มกลูโคส ไดร ้ับปริมาณน้า ตาลกลูโคสครบถว ้ น -ลดระยะเวลาในการใหบ ้ ริการตรวจคดักรองภาวะเบาหวานขณะต้งัครรภ ์ - กิจกรรมการพัฒนา (Process) : การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน ...ห้องตรวจครรภ์.................E-mail…[email protected]……เบอร์โทร...3433......... ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ชื่อผลงาน Roselle Glucose Ready to Drink หอผู้ป่วย/หน่วยงาน ห้องตรวจครรภ์ ตึกผู้ป่วยนอก3 วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 ค าส าคัญ Criteria แนวทางการคัดกรอง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ Concept :Customer focus : Management by fact Context:น ้าตาลกลูโคสรสชาติหวานมาก หญิงตั้งครรภ์หลังดื่มน ้าตาล คลื่นไส้ไม่ชอบรสชาติ 0 98 100 0 100 200 1 ความพึงพอใจต่อการดื่มกลูโคสและกลูโคสรสกระเจี๊ยบ ความพึงพอใจต่อการดื่มกลูโคส ความพึงพอใจต่อการดื่มกระเจี๊ยบ เกณฑ์ % ตัวชี้วัด เกณฑ์ ผลลัพธ์ สาเหตุ การเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดื่มน าตาลกลูโคสรส กระเจี๊ยบ ≤5 0.05 มีผื่นคัน 1 ราย/50 ราย ก่อนกิจกรรม หลังท ากิจกรรม ระยะเวลา 120-180 10-20 (วินาที) 1.ค้นหาข้อมูลประโยชน์และผลเสียของกระเจี๊ยบแดงต่อหญิงตั้งครรภ์และ ปรึกษานักโภชนาการของโรงพยาบาล 2.จัดซื้อกระเจี๊ยบแดงและกระบอกส าหรับบรรจุน ้ากลูโคสกระเจี๊ยบแดง 3.มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในการต้มน ้ากระเจี๊ยบเป็นตัวท าละลาย100ccในการ เตรียมกลูโคส 50กรัมบรรจุในกระบอก1 กระบอก และน ้ากระเจี๊ยบ200cc ส าหรับกลูโคส 100กรัมแช่ในตู้เย็นในช่วงบ่ายของทุกวัน 3.ติดตามอาการภายหลังการดื่มกลูโคสเช่นN/V ผื่นคัน เวียนศีรษะ


ผลการประเมนิการใช้นวตักรรมต้งัแต่ตุลาคม 2565-มีนาคม 2566 สรุปผลงานโดยย่อ: เป็นนวตักรรมสิ่งประดษิฐ์เบาะรองตรวจภายในส าหรับ อา นวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการ ที่ช่ วยเหลือตัวเองไม่ได้ และในการออกหน่วยเยี่ยมบ้านที่จ าเป็ นต้องมีการตรวจภายใน ประกอบการตรวจวนิิจฉัยรักษาพยาบาลโดยยึดเข็มมุ่งขององค์กรเกี่ยวกับแนวคิดLean Safety ให้ผู้รับบริการและบุคลากรปลอดภัย ค าส าคัญ : เบาะรองตรวจภายใน ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ: การตรวจวนิิจฉัยทางนรีเวชต้องใช้การตรวจภายในและการตรวจอลัตร้าซาวด์การตดัชิ้นเนื้อทปี่ากมดลูกการดูดชิ้นเนื้อจากโพรงมดลูกหรือการฉีด น า้เข้าโพรงมดลูกเพื่อค้นหาสาเหตุของโรคและน าไปสู่การรักษาอย่างเหมาะสม แต่ผู้รับบริการบางส่วนไม่สามารถทา การตรวจวนิิจฉัยดังกล่าวได้ เนื่องจาก 1. ผู้รับบริการช่วยตวัเองไม่ได้หรือเคลื่อนย้ายลงเตยีงตรวจภายในไม่ได้ 2. ผู้รับบริการอยู่ในภาวะเจบ็ ปวดไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย เป้าหมาย : 1. อตัราความพงึพอใจของผู้ป่วย ≥ ร้อยละ 90 2. อัตราความพึงพอใจของแพทย์/บุคลากร ≥ ร้อยละ 90 3. จา นวนอุบัตกิารณ์การเกดิอุบัตเิหตุ จากการใช้เบาะรองตรวจภายใน = 0 กิจกรรมการพัฒนา (Process) : ผลลัพธ์ที่ได้: การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน ห้องตรวจนรีเวชกรรม E-mail [email protected] เบอร์โทร 02-244-3437 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ชื่อผลงาน : LADY MOBILE หน่วยงาน : ห้องตรวจนรีเวชกรรม วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 ตัวชี้วัด เกณฑ์ ผลลัพธ์ 1. อตัราความพงึพอใจของผู้ป่วยต่อการใช้เบาะรองตรวจภายใน ≥ 90% 97% 2. อตัราความพงึพอใจของแพทย์และบุคลากรต่อการใช้เบาะรองตรวจภายใน 3. จา นวนอุบัตกิารณ์การเกดิอุบัตเิหตุจากการใช้เบาะรองตรวจภายใน ≥ 90% 0 100% 0 Concept Context Criteria 1.Safety 1.ผู้รับบริการไม่สะดวก 2P-Safety 2.Lean ในการเคลื่อนย้ายลงเตียงตรวจภายใน ผู้รับบริการได้รับการตรวจภายใน โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายลงเตียงตรวจภายใน PDCA Propose บทเรียนที่ได้รับ : -การแก้ปัญหาในการให้บริการต้องค านึงถึงผู้รับบริการเป็นส าคัญ -การทา งานเป็นทมีต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกคนในทมีและช่วยกนัแก้ปัญหาจนบรรลุเป้าหมาย


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล สาขาการพยาบาลกุมารกรรม หนส.พัชรี ประไพพิณ วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 1 • ห้องตรวจ OPD8 2 • หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 8B 3 • หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 8C 4 • หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 9A 5 • หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 10A 6 • หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 10B 7 • หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 10C


บทเรียนที่ได้รับ: บุคลากรเพิ่มพูนความรู้และมีทักษะในการท าหัตถการที่ส าคัญจ าเป็น และมีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง สรุปผลงานโดยย่อ: โครงการเพิ่มสมรรถนะบุคลากรพยาบาลในการท าหัตถการเป็นโครงการในการพัฒนาบุคลากรพยาบาลเพื่อให้มี ความรู้ ความสามารถและทักษะในการปฏิบัติการพยาบาลได้ตามมาตรฐาน ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของ องค์กรHEROESยุทธศาสตร์ที่ ๑ การบริการเพื่อความเป็นเลิศ (Health Care Excellent) H๑. เพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลและความปลอดภัยของระบบบริการ ค าส าคัญ:สมรรถนะ หัตถการส าคัญ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ: บุคลากรทางการพยาบาลยังขาดความช านาญและทักษะใน การท าหัตถการที่ส าคัญ เป้าหมาย:1.อัตราบุคลากรทางการพยาบาลมีความรู้และทักษะในการท าหัตถการ ๘๐ % 2.บุคลากรทางการพยาบาลสามารถปฏิบัติหัตถการได้ ๑๐๐% กิจกรรมการพัฒนา (Process) : การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : 1.อัตราบุคลากรทางการพยาบาลมีความรู้และทักษะในการท าหัตถการ 85% 2. บุคลากรพยาบาลมีความรู้และทักษะในการท าหตัถการเพิ่มข้ึน การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน ห้องตรวจกุมารเวชกรรม ตึกผู้ป่ วยนอก8 E-mail [email protected] เบอร์โทร 02-2443105-6 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ชื่อผลงาน โครงการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรพยาบาล หอผู้ป่วย/หน่วยงาน ห้องตรวจกุมารเวชกรรม ตึกผู้ป่วยนอก 8 วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 Context เพิ่มสมรรถนะในท าหัตถการ Concepts ขาดความรู้ความสมารถใน การท าหัตถการ Criteria เพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผล และความปลอดภัยของระบบ บริการ Purpose 1.อัตราบุคลากรทางการ พยาบาลมีความรู้และทกัษะ ในการท าหัตถการ 80% 2.บุคลากรพยาบาลสามารถ ปฏิบัติหัตถการได้100% PDCA 1.จัดท าโครงการเสนออนุมัติ 2.ท าแผนพัฒนาสมรรถนะบุคลากร 3.ด าเนินการตามแผนพัฒนาสมรรถนะ 4.ติดตามประเมินผล 5.สรุปผลการด าเนินงาน 6.ปรับปรุงแก้ไข P D C ขอบคุณค่ะ


ประวิชาการพยาบาลครั้ง ที่31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล วันที่22 –23 พฤษภาคม 2566 ชื่อผลงาน : สื่อวิดีโอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บสิ่งส่งตรวจปัสสาวะในเด็ก หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ 8B ค าส าคัญ : การเก็บปัสสาวะส่งตรวจ หมายถึง การตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะของผู้ป่วยเพื่อน าไปใช้วินิจฉัยโรค โดยการแปลผลต้องประเมินร่วมกับประวัติผู้ป่วยและการตรวจร่างการเสมอซึ่งควรส่งตรวจทันที ที่เก็บปัสสาวะ ได้ภายใน 2 ชั่วโมง สรุปผลงานโดยย่อ : เป็นสื่อวิดีโอวิธีการเก็บปัสสาวะส่งตรวจ (Step by Step) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ใน การเก็บสิ่งส่งตรวจปัสสาวะในเด็กโดยจัดท าเป็น QR Code ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างปัสสาวะทั้ง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ : - การเก็บสิ่งส่งตรวจปัสสาวะจากแหล่ง / วิธีการที่ไม่ถูกต้อง พบว่ามีจ านวน 1-2 รายต่อเดือน - ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการมีความคลาดเคลื่อน - ขั้นต้อนการวินิจฉัย/ การรักษาอาจไม่ถูกต้อง เป้าหมาย : -อัตราของผู้ป่วยเด็กและญาติ/ผู้ปกครองสามารถเก็บตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ≥๙o% -อัตราของผู้ป่วยเด็กและญาติ/ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการใช้สื่อวิดีโอขั้นตอนการเก็บตัวอย่างปัสสาวะในเด็ก≥ ๘o% กิจกรรมการพัฒนา(Process) : การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง(Performance) : 1.อัตราของผู้ป่วยเด็กและญาติ/ผู้ปกครองสามารถเก็บตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจด้วย วิธีการที่ ถูกต้องเท่ากับ ๙๗.๕% (๑๖๕/๑๖๑) 2. อัตราของผู้ป่วยเด็กและญาติ/ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการใช้สื่อวิดีโอขั้นตอน การเก็บตัวอย่างปัสสาวะในเด็ก เท่ากับ ๘๖.๑%(๑๖๕/๑๔๒) บทเรียนที่ได้รับ: 1. ผู้ปกครองที่ดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในวัยสูงอายุไม่มีความถนัดในการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในที่นี้ไม่ทราบถึงวิธีการสแกน QR code เพื่อดูวิดีโอ ทางพยาบาลผู้ให้การพยาบาลจึงต้องช่วยเหลือในการสแกนพร้อมทั้งอธิบายประกอบเพื่อเพิ่มความเข้าใจมากขึ้น 2. การเปลี่ยนญาติ/ผู้ปกครองเฝ้าผู้ป่วย ท าให้ไม่ได้ท าความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเก็บตัวอย่างจากวิดีโอ การติดต่อกับทีมงาน(Contact Information): หน่วยงานหอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ 8B E-mail : [email protected]เบอร์โทร : 3174


ประชุมวิชาการพยาบาลคร้งัที่31 วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 ชื่อผลงาน พัฒนาการดูแลผู้ป่ วยเด็กผ่าตัด หอผู้ป่ วย มหาวชิราวุธ9A การดูแล, ผู้ป่วยเด็กผ่าตัด เป็นการจัดท าแนวทางการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วย เด็กและผู้ปกครองที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วย ปลอดภัยและได้รับการผ่าตัดตามแผนการรักษา โดยจัดท า เอกสารการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยเด็กที่ต้องรับการ รั กษ า ด้ ว ย ก า ร ผ่ า ตัด ใ น รูป แบบ แ ผ่นพับ แ ล ะ QR Code จัดท า Visual management คือ ป้ายงดน างดอาหาร ที่มีสัญญาณไฟแดง และเสื อ NPO ❖ พบสถิติการรับผู้ป่วยเด็กศัลยกรรมที่มารับการผ่าตัด เพิ่มมากขึ น ❖ การเตรียมเอกสารไม่ครบถ้วน ❖ การเตรียมผู้ป่วยไม่พร้อมก่อนการผ่าตัด ❖ ผู้ป่วยเด็กถูกเลื่อน และบางรายถูกยกเลิกการผ่าตัด ❑ อัตราผู้ป่วยเด็กได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนการ ผ่าตัด 100% ❑ ผู้ป่วยปลอดภัยและได้รับการผ่าตัดตามแผนการ รักษา 100% ค้าส้าคัญ เป้าหมาย (purpose) กิจกรรมการพัฒนา (process) สรุปผลงานโดยย่อ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (performance) บทเรียนที่ได้รับ Concept •SAFETY Criteria •WI • 2P-SAFETY Context •การเตรียมผู้ป่วยเด็กไม่ พร้อมก่อนการผ่าตัด Purpose มีแนวทางการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วย เด็กและผู้ปกครองที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด PDCA ➢ ผู้ปกครองบางรายมีความจ ากัดในเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่มีสมาร์ทโฟน และไม่ช านาญในการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ➢ ขนาดของเสื อ NPO ที่ไม่พอดีกับขนาดตัวผู้ป่วย การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) หน่วยงาน: หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ 9A (3172-3) E-mail: [email protected] ✓ อัตราผู้ป่วยเด็กได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนการ ผ่าตัด เท่ากับ 100 (100%) ✓ ผู้ป่วยปลอดภัยและได้รับการผ่าตัดตามแผนการ รักษา เท่ากับ 100 (100%)


บทเรียนที่ได้รับ : การค้นหาและการรายงานการคลาดเคลื่อนอุบัติกาณ์อย่างจริงจัง เป็นพื้นฐานและแรง ขับเคลื่อนสู่ Patient safety ในที่สุด ค าส าคัญ : Peripherally inserted central venous catheterization (PICC) การใส่สายสวนหลอดเลือดด าส่วนปลาย เป้าหมาย : • อัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใส่ PICC เท่ากับ 0% • อัตราการเกิด CLABSI จากการใส่สายสวน PICC ≤ 2/1000 วันใส่ กิจกรรมการพฒันา(Process) : ปี พ.ศ. 2563 – 2564 • สร้างแนวปฏิบัติจากผลงานเชิงประจักษ์ • จัดท า Video แนวทางการดูแล PICC ผ่าน Google classroom ของหน่วยงาน • ฝึกทักษะและสอบประเมินการดูแล PICC รายบุคคล ปี พ.ศ. 2565 • ปรับปรุง Video การดูแล โดยเน้นรายละเอียดในแต่ละ ขั้นตอนที่เป็นปัญหา • จัด Risk owner ติดตาม เก็บข้อมูลตัวชี้วัดของ หน่วยงาน การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง(Performance) : การติดต่อกบัทีมงาน (Contact Information) : หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ 10A E-mail [email protected] เบอร์โทร. 02-244-3176,7 ประชุมวิชาการพยาบาลครงั้ที่31 Safety PICC Care in Preterm Newborn หอผปู้่วยมหาวชิราวธ ุ 10A วันที่ 22 –23 พฤษภาคม 2566 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ปัญหาและสาเหตโุดยย่อ : • การให้สารน ้า สารอาหารทาง PICC มีความส าคัญมากในทารกเกิดก่อนก าหนดที่มีน ้าหนัก ตัวน้อย เนื่องจากสามารถให้สารน ้าสารอาหารและยาทางหลอดเลือดด าได้เป็นระยะเวลานาน และสามารถให้สารน ้าสารอาหารที่มีความเข้มข้นสูง หรือมีความเป็นกรด – ด่างมาก ๆ • ปีงบประมาณ 2563 มีจ านวนผู้ป่วยได้รับการใส่ PICC เพิ่มขึ้น 2 เท่า และพบปัญหาภาวะ แทรกซ้อนในการดูแล ได้แก่ การอุดตัน, สายเลื่อนหลุด, บวม, แผลกดทับ และการติดเชื้อ จึง สร้างแนวปฏิบัติในปีงบประมาณ 2563 และฝึกทักษะในปีงบประมาณ 2564 จน ภาวะแทรกซ้อนเป็น 0 • ปีงบประมาณ 2465 พบปัญหาภาวะแทรกซ้อน 3 ครั้ง ในผู้ป่ วย 10 ราย จึงน าปัญหามา วิเคราะห์ และวางแผนพัฒนาต่อ สรปุผลงานโดยย่อ : หน่วยงานพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่ วยทารกแรกเกิดที่ได้รับการใส่ PICC ให้ เกิดประสิทธิผลสูงสุดในด้านความปลอดภัย สามารถลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดูแล โดยใช้ค่านิยมและแนวคิดหลักของการพัฒนาคุณภาพ โดยในปี 2563 - 2564 ได้ผลลัพธ์ที่ดี ขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อพบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในปี 2565 ยังคงมีการหมุนวงล้อพัฒนา คุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายสวน PICC ในปี 2565 เท่ากับ 0 Incident = 0% (ปี 2565 = 0/45) (2563) Develop PICC nursing guideline ก าหนดทีมให้สร้าง guideline 3 เดือน และน ามาใช้ 6 เดือนโ โดยให้ทีมทีสร้างควบคุมการใช้แนวปฏิบัติ Incident ลดลง 23% (จาก 39% เหลือ 16.6%) Spread Action Improve Design Learning Context พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จาก ผู้ป่วยที่ได้รับการใส่ PICC Criteria แพทย์ใส่ PICC มีประสิทธิภาพ พยาบาลมีทักษะและปฏิบัติตาม แนวทางการดูแล PICC Purpose • Incident 0 • อัตราการเกิด CLABSI < 2/1000 วันใส่ Concepts Patient Safety Develop video และปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในการ Dressing + coaching + test ปี 2565 พบภาวะแทรกซ้อน 9% (3/33) ภาวะแทรกซ้อน = 0 Develop video ครั้งที่ 2 โดยเน้นรายระเอียดในส่วนที่เป็นปัญหา 39.1% 16.60% 9% 16.6% 0.0% 0.0% 0% 20% 40% 2563 2564 2565 จ านวนภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจาก PICC Care ก่อน Intervention หลัง Intervention 10/23 ราย 4/12 ราย


บทเรียนที่ได้รับ : มีความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ สรปุผลงานโดยย่อ : การตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยและญาติ ในการรับรู้ข้อมูล การติดต่อกับทีมบุคลากรที่ให้ การดูแลรักษา application Line เป็นการใช้ digital ในการสื่อสารที่ทุกคนสามารถใช้งานง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่าย ในการใช้บริการ สามารถส่งข้อมูลได้ทั้งตัวอักษร ภาพ และเสียง ได้ประโยชน์และความพึงพอใจด้านการรับรู้ข่าวสาร ด้านอารมณ์ และด้านการสร้างความเชื่อมั่น ค าส าคัญ : PICU VAJIRA ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ : การระบาดของ COVID-19 นโยบายและข้อก าหนดในการงด เยี่ยมผู้ป่วย ท าให้เกิดความวิตกกังวลทั้งผู้ป่วยและญาติ ที่ไม่สามารถพูดคุยกันได้อย่าง ใกล้ชิด หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้สะดวก เป้าหมาย : เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สะดวกระหว่างผู้ป่วย ญาติ และทีมบุคลากรที่ให้การดูแลรักษา ในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 กิจกรรมการพฒันา(Process) : ➢ สร้างกลุ่มไลน์Official PICU VAJIRA ➢ อัพเดตข้อมูล นโยบาย ความรู้เรื่องโรควิด สม ่าเสมอ ➢ มี QR code การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ ➢ ติดตามประเมินผลการใช้บริการทุกเดือน การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง(Performance) : การติดต่อกบัทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน : หอผู้ป่วยมหาวชิราวุธ 10B. E-mail : [email protected] เบอร์โทร : 3178 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยา บาล ชื่อผลงาน PICU VAJIRA CONECT หอผู้ป่วย มหาวชิราวุธ 10 B วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 ตัวชี้วัด 1. ความพึงพอใจของญาติต่อการสื่อสารผ่าน application Line ≥ 85% 2. อัตราความพึงพอใจต่อการรับบริการของ มว.10B ≥ 85 % 3. คะแนน NPS ≥ 65%


บทเรียนที่ได้รับ: - การกระตุน ้ ทีมใหก ้ ลา ้ ทดลองไอเดียใหม่ๆ เรียนรู้ ที่จะ ลม ้ เหลวเริ่มใหม่และปรับปรุง - การช้ีแจงรายละเอียด เมื่อมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็ นสิ่ง ส าคัญ - การพัฒนาโปรแกรมที่สามารถเชื่อมโยงและดึงข้อมูลจาก ฐานขอ ้ มูลผปู้่วยมาใชช ้่วยลดภาระงาน เวลาและขอ ้ ผดพลาดิ ในการส่งต่อขอ ้ มูล สรุปผลงานโดยย่อ:พฒันาระบบสารสนเทศออกแบบการรจดัเกบ ็ ขอ ้ มูลหน่วยงานที่เป็ นระบบ ตามมาตรการลดการใช้ กระดาษ ตอบสนองเขม ็ มุ่ง Green & Digital สามารถใชป้ ระโยชนจ ์ ากขอ ้ มูลในการวเิคราะห ์ สถิติตวัช้ีวดัพฒนาการั จดัการผปู้่วยรายกรณีในกลุ่มโรคสา คญัที่หน่วยงานมุ่งเนน ้ และเป็ นฐานขอ ้ มูลสา คญัต่อยอดงานวิจัย ค าส าคัญ : Data Management การจัดการข้อมูล สารสนเทศ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ: - ขาดระบบการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ใชพ ้ ้ืนที่เยอะเอกสารชา รุดเสียหาย - การสืบคน ้ ขอ ้ มูลใชเ ้ วลานานและไม่ครอบคลุม เป้าหมาย : การจดัเกบ ็ ขอ ้ มูลอยา่งเป็ นระบบ จดัหมวดหมู่ด้วย ระบบอตัโนมตัิเพื่อง่ายต่อการคน ้ หาการนา ขอ ้ มูลไปสรุป วเิคราะห ์ วางแผนปรับปรุงแกป้ัญหาในงานที่ทา อยใู่หด ้ีข้ึน กิจกรรมการพัฒนา (Process) : - รวบรวมขอ ้ มูลวเิคราะห ์ สกดัขอ ้ มูลที่ใช้ ประโยชน์ - ออกแบบการบันทึกข้อมูล การแปลความหมาย และรายงานข้อมูล - แจง ้ หน่วยงานทราบทดลองปฏิบตัิลงขอ ้ มูล คน ้ หาปัญหา ปรับแกไ้ ขขอ ้ มูล - น าเสนอแนวทางการใช้ข้อมูล เพื่อพัฒนา รายงานสถิติขอ ้ มูลหน่วยงาน ต่อยอดการ จัดการรายกรณี งานวิจัย การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : - ลดการทา งานซ้า ซอ ้ นในการลงขอ ้ มูลสรุปผลการวางแผน จา หน่าย Lean Project - ลดระยะเวลาค้นหาข้อมูลซึ่งสามารถเชื่อมโยง link เช่น link รายชื่อผู้ป่ วยรายเดือน - การใช้งานระบบดึงข้อมูลได้ถูกต้อง ครบถ้วน สามารถมอง ภาพรวม และเฉพาะรายบุคคลได้ การติดต่อกบัทีมงาน (Contact Information) หน่วยงาน .หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 10 c E-mail [email protected] เบอร์โทร 3168-9 ประชุมวชิาการพยาบาลคร้ังที่31 ฝ่ ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล VJR 10 C Smart Data Management หอผู้ป่วย มหาวชิราวุธ 10 c วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล สาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต หนส.รุ่งทิพย์ พงษ์เจริญวรัญญู วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 1 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 4A 2 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 4B 3 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 4C 4 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 4D 5 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 4E 6 •หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 7B 7 •หอผู้ป่ วยแยกโรค 3B


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล นวัตกรรม “ Alarm CLABSI ” หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์4A วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 สรุปผลงานโดยย่อ ปัญหาและ สาเหตุโดยย่อ เป้าหมาย กิจกรรมการพัฒนา การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง บทเรียนที่ได้รับ หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 4A คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช Email : [email protected] เบอร์โทรศัพท์ : 02-244-3511-2 หอผู้ป่วยเพชรรัตน์4A ให้การดูแลผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินที่จ าเป็นต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือพิเศษต่างๆ มีการใส่ Central Line เป็นหัตถการที่ส าคัญ ในปีงบประมาณ 2562-2564 จ านวนครั้งของการท า Central line 90, 76, 157 ครั้ง ตามล าดับ ซึ่งการใส่ Central line มีความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อจาการใส่สายสวนทางหลอดเลือดด าส่วนกลาง (CLABSI) และจากการเก็บข้อมูล พบอัตราการเกิด CLABSI ปีงบประมาณ 2562-2564 พบ 3.22, 3.38, 2.06 ต่อ 1,000 วันใส่ ตามล าดับ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์(< 2:1,000 วันใส่) จากการทบทวนพบว่ามีปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ ผู้ป่วย อายุมากว่า 60 ปี ให้ยาทางหลอดเลือดด าหลายชนิด ต าแหน่งที่ใส่สาย สภาพผิวหนัง ระยะเวลาในการใส่สายนาน จ านวนครั้งการใส่สายสวน และการปฏิบัติตาม CLABSI buddle ไม่ครบถ้วน จากปัจจัยดังกล่าวนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ จึงจัดท าแบบประเมิน “CLABSI checklist” แต่ยังคงพบการเกิด CLABSI อยู่ ดังนั้นในปีงบประมาณ 2565 จึงจัดท านวัตกรรม “Alarm CLABSI” โดยใช้ป้ายสะท้อนแสงระบุวันครบเปลี่ยน Three ways, IV set, transducer, tegaderm CHG และเวลาในการ scrub the hub เพื่อใช้เป็น visual management ส าหรับบุคลากรในการเฝ้าระวัง การเกิด CLABSI อย่างสม่ าเสมอและต่อเนื่อง ➢ลดอัตราการเกิด CLABSI < 2:1,000 วันใส่ CLABSI CLABSI bundle ค าส าคัญ เป็นโครงการพัฒนาคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแลผู้ป่วยที่ใส่สายสวนหลอดเลือดด าส่วนกลาง โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ➢ ปีงบประมาณ 2664 จัดท าโครงการ CLABSI checklist ท าใบบันทึกการตรวจเช็ค การเตรียมและการท าหัตถการ ใส่สาย central line ทุกขั้นตอน ➢ ปีงบประมาณ 2565 จัดท าโครงการ Alarm CLABSI ท านวัตกรรมป้ายเตือน (visual management) วันครบ เปลี่ยน dressing ทุก 7 วัน เปลี่ยน T way, IV set, transducer ทุก 3 วัน และ scrub the hub ทุก 8 ชั่งโมง ➢ ในปีงบประมาณ 2566 วางแผนจัดท าโครงการ Catheter Round CLABSI checklist Alarm CLABSI การน าปัญหาที่เกิดขึ้นไปสู่โอกาสพัฒนาและปรับเปลี่ยนกระบวนการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยที่ดีขึ้น


กระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจนจะช่วยลดการส่งตรวจ Lab ผิดพลาดได้ เป็นนวัตกรรมส าหรับการตรวจสอบการส่งตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ เพื่อลดความผิดพลาดในการส่งตรวจผิดคน และป้องกันการระบุตัวผู้ป่ วยผิดพลาด โดยใช้แนวคิด safety ในการพัฒนางานบริการ ค าส าคัญ ➢ พบการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการผิดพลาด - พิมพ์ใบส่งตรวจผิดคน - ใส่ tube เลือดผิดคน ➢ บุคลากรไม่ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติและขาดการตรวจสอบซ ้า ➢ ผลกระทบ - ผู้ป่ วยถูกเจาะเลือดซ ้า ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ได้รับการรักษาล่าช้า - การวินิจฉัยผิดพลาด - เพิ่มภาระงานพยาบาลในการเจาะเลือดซ ้า - เสี่ยงต่อข้อฟ้องร้อง ร้องเรียน เป้าหมาย กิจกรรมการพัฒนา (Process) เกณฑ์ ร้อยละการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการถูกต้อง ≥ 95% การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 4B E-mail [email protected] เบอร์โทร 022443347-9 ประชุมวิชาการพยาบาล ครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ผู้ป่วยปลอดภัย Lab ไม่ผิดคน หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 4B วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 concept - people center -2P safety context - ส่งตรวจ Lab ไม่ถูกต้อง criteria - SD-NUR00-020 - M-Lab-01 purpose ส่งตรวจ Lab ถูกต้อง Design ออกแบบนวัตกรรม - พิมพ์ใบขอตรวจโดยพยาบาลเจ้าของไข้ -จัดเตรียม tube เลือดวางไว้บริเวณ จุดเตรียมส่ง lab - พยาบาลเจ้าของไข้เป็นผู้เจาะเลือด Action Learning - ใส่ tube เลือดผิดคน 5.31% - ไม่มีการ double check 8.26% Improve - ปรับจุดวาง tube ใส่เลือดและ ใบขอตรวจที่เตียงผู้ป่ วย - Double check ใบขอตรวจ 94.69 91.74 100 98.7 85 90 95 100 105 ใส่ tube เลือดถูกต้อง พิมพ์ใบถูกต้อง ก่อน หลัง เพื่อป้องกันการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการผิดพลาด ผู้ป่ วยปลอดภัย, Lab ไม่ผิดคน สรุปผลงานโดยย่อ การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ บทเรียนทไี่ด้รับ


ผู้ป่วยดึงinvasive line เท่ากับ 0 ครั้ง ค าส าคัญ QUICK LIMB RESTRAINS 022443513-4 การติดต่อทีมงาน ชื่อและที่อยู่: หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์4C อาคารเพชรรัตน์ชั้น4 คณะแพทยศ์าสตรว์ ชิรพยาบาล มหาวิทยาลยันวมิทราธิราช เป้าหมาย(Purpose) การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Perfomance) กิจกรรมพฒันา E mail : [email protected] อัตราความพึงพอใจต่อการใช้นวตกรรม อัตราการดึง invasive line (ตค.65- เมย.66) =0 ครั้ง สมาชิกทีม • นางสาวณฐภัทร ดีเลิศพิพฒัน์กลุ • นางจ านงค์วรรณศิริ • นางสาวอรวรรณระดารุตน์ • นางสาวปริญากร ขา จิตร การดึง invasive line ต่างๆ โดยเฉพาะ การดึงท่อช่วย หายใจออกเอง (Self Extubation) ในขณะที่ยังอยู่ในภาวะ วิกฤต ส่งผลกระทบท าให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย ต่อผู้ป่วย เช่น การบาดเจ็บของกล่องเสียงสายเสียงและ หลอดลม เกิดภาวะพร่องออกซิเจน และหัวใจหยุดเต้นและ เสียชีวิตได้รวมถึงเสี่ยงต่อปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้ เครื่องช่วยหายใจ ( VAP) เพิ่มมากขึ้น ท าให้ระยะเวลา ในการใช้เครื่องช่วยหายใจนานขึ้น น าไปสู่จ านวนวันนอนใน หอผู้ป่วยหนักและโรงพยาบาลนานขึ้น สูญเสียงบประมาณใน การดูแลรักษามากขึ้น ซึ่งอุปกรณ์เดิมที่ใช้อยู่มีสายเป็นจ านวนมาก ใช้ระยะเวลา ในการผูกยึดนาน รวมทั้งอุปกรณ์เดิมช ารุดเป็นจ านวนมาก บางชิ้นไม่มีฟองน ้าไว้ป้องกันการบาดเจ็บข้อมือของผู้ป่วย ทางคณะผู้จัดท าจึงคิดค้นนวตกรรมQuick limb restrains มาทดลองใช้และพัฒนามาจนถึงปัจจุบันเป็น Version ที่4 เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและลดระยะเวลาการผูกยึด ลดการบาดเจ็บที่ข้อมือผู้ป่วย และความเพียงพอของ นวตกรรมต่อการใช้งาน ปัญหาและสาเหตโุดยย่อ 1. การพัฒนาอุปกรณ์ควรตระหนักในเรื่องความสะดวกมีประสิทธิภาพ และลดระยะเวลาในใช้ของผู้ปฏิบัติงาน 2. ทุกข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานจริงมีประโยชน์เสมอ สามารถน ามา พัฒนาชิ้นงานให้เหมาะสมกับทุกคนและใช้งานได้จริง 3.นวตกรรมบางชิ้นอาจจะเหมาะสมในบางช่วงเวลา จึงจ าเป็นต้องมี การพัฒนาอยู่เสมอ 4.นวตกรรมมีประโยชน์ที่ช่วยในการดูแลผู้ป่วย ถ้าชิ้นงานมากเพียงพอ ก็จะสามารถจะแบ่งปันผู้อื่นได้ เป็นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ อุปกรณ์ในการผูกยึด (Quick limb restraints) ใช้ส าหรับผู้ป่วยใส่ invasive line ที่มีภาวะสับสนและไม่ให้ความร่วมมือในการรักษาพยาบาล เพื่อป้องกันผู้ป่วยดึง invasive line โดยออกแบบให้สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อการใช้งานของผู้ปฏิบัติ ป้องกันการบาดเจ็บข้อมือของผู้ป่วย โดยเน้นความปลอดภัย ตามหลัก VAJIRA safety goal สรปุผลงานโดยย่อ อุปกรณ์ผูกยึด invasive line เลื่อนหลุด บทเรียนที่ได้รับ ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล นวัตกรรม “QUICK LIMB RESTRAINS” หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์4C วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566


บทเรียนที่ได้รับ: งานพฒันาสา เร็จไดด้ว้ยความร่วมมือจากบุคคลากรในหน่วยงานทุกท่าน สรุปผลงานโดยย่อ : พฒันาการดูแลผปู้่วยที่มีภาวะอุณหภูมิในร่างกายสูงดว้ยนวตักรรม เส้ือลดไข้(COOL FEVER) เพื่อช่วยลด อุณหภูมิร่างกาย ผปู้่วยสุขสบายข้ึน สอดคลอ้งกบัยทุธศาสตร์ปี2565-2568 HEROES (H : Health care excellence) ค าส าคัญ: เส้ือลดไข้COOL FEVER ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ : อุณหภูมิร่างกายสูงส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย มีการใชอ้อกซิเจนเพิ่มข้ึน อาจเกิด ภาวะแทรกซอ้น และไม่สุขสบายจากอุณหภูมิร่างกายที่สูงข้ึน เป้าหมาย : 1.ร้อยละอุณหภูมิร่างกายของผปู้่วยลดลง (5% อุณหภูมิเดิม) หลงัใชเ้ส้ือลดไข้≥ 80 2.ร้อยละความพึงพอใจของพยาบาลต่อการใชน้วตักรรมเส้ือลดไข้≥ 80 กิจกรรมการพัฒนา (Process) : การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 4D [email protected] 3572-3 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล นวัตกรรมเสื้อลดไข้ COOL FEVER หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 4D วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 Concept : HEROES H :Healt care excellence Context : อุณหภูมิ ร่างกายสูง ท าให้ร่างกายมี การใช้ออกซิเจนมากขึ้น เกิดผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ Criteria : 2P safety, WI Action : น าไปปฏิบัติ Learning : ติดตามความเปลี่ยนแปลง ของอุณหภูมิร่างกายหลงัใชน้วตกรรมั Action : น าไปปฏิบัติ Improve : ใช้เป็ นนวัตกรรมใน การลดอุณหภูมิร่างกายผป่ วยู้ Spread : นา นวตักรรมมาเผยแพร่ใน หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 4D Purpose : ลดอุณหภูมิ ในร่างกายผปู้่วย Design : ออกแบบ เส้ือลดไข้ การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : ติดตามประเมินผลหลงัการใชน ้ วตักรรมเส้ือลดไข ้ (COOL FEVER) ทุก 1 เดือน 90 100 100 74 65 70 0 50 100 มค 66 กพ 66 มีค 66 ร้อยละ ใช้เสื้อลดไข้ ไม่ใช้เสื้อลดไข้ อุณภูมิร่างกายลดลง (5%) หลังใช้เสื้อลดไข้ 86 90 95 80 85 90 95 100 มค 66 กพ 66 มีค 66 ความพึงพอใจใช้เสื้อลดไข้


บุคลากรมีความรู้ในการดูแลผู้ป่ วยวิกฤตที่ได้รับการใส่สายสวนวัดความดันโลหิตทางหลอดเลือดแดง สายสวนหลอดเลือดด า ส่วนกลางและสายระบายทรวงอก มากกว่า ร้อยละ 80 บุคลากรมีความพึงพอใจต่อการใช้คู่มือ SICU INVASIVE LINE CARE GUIDEBOOK มากกว่า ร้อยละ 80 1.หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์4E มีผู้ป่ วยที่ได้รับการใส่ invasive line มากกว่าร้อยละ 80 ได้รับการใส่สายสวนวัดความดันโลหิตทางหลอดเลือดแดง ร้อยละ60 ได้รับการใส่สายสวนหลอดเลือดด าส่วนกลาง ร้อยละ 10 ได้รับการใส่สายระบายทรวงอก (สถิติปีพ.ศ. 2565) 2.มีบุคลากร ระดับ Novice 0-2 ปี= 11.1% ระดับ Advance beginner = 37.0% 3.เป็ นการทบทวนความรู้ให้กับบุคลากรพยาบาล เพิม่ความมั ่นใจในการปฏบิตังิานมากขึน้ SICU invasive line care guidebook เป็ นคู่มือที่ใช้ดูแลผู้ป่ วยที่ได้รับการใส่สาย invasive line ที่มีเน้ือหาทนัสมยั การเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายในทุกสถานที่ที่มีinternet เนื่องจากไดจ้ดัทา ท้งแบบรูปเล่ม ัและ Electronic book มีการสร้างห้องเรียน online ที่รวบรวมเน้ือหา, สื่อ video เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้รวมถึง มีแบบทดสอบเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจผู้เรียน และUp date ข้อมูลให้เป็ นปัจจุบันเสมอ ข้อเสนอแนะควรมีการแชร์ห้องเรียน online ให้กับหน่วยงานอื่นที่ดูแลผู้ป่ วยที่ได้รับการใส่สาย invasive line เช่น HDU, SEMI-ICU, และ ICU อื่นๆ SICU INVASIVE LINE CARE GUIDEBOOK SICU, INVASIVE LINE, GUIDEBOOK ค าส าคัญ สรุปผลงานโดยย่อ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ เป้ าหม าย บ ท เ รีย น ที ่ไ ด้รับ SICU INVASIVE LINE CARE GUIDEBOOK เป็ นคู่มือที่ใช้ส าหรับดูแลผู้ป่ วยวิกฤตที่ใส่สายสวนวัดความดัน โลหิตทางหลอดเลือดแดง สายสวนหลอดเลือดด าส่วนกลางและสายระบายทรวงอก เพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานมีความรู้ในการ ดูแลผู้ป่ วยที่ถูกต้อง สร้างความมนั่ใจในการปฏิบตัิงาน รวมถึงผู้ป่ วยปลอดภัยได้รับการดูแลตามมาตรฐาน และพัฒนากระบวนการ ดูแลผู้ป่ วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยงาน :หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์4E ฝ่ ายการพยาบาลโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช E-mail :[email protected] เบอร ์ติดต่อ :022443344-5 ระดับความสามารถ ของพยาบาล SICU กิจกรรมพัฒนา Process การประเมนิผลการเปลีย่นแปลง (Performance) ความรู ้พยาบาล SICU ความพึงพอใจต่อการใช ้คู่มือ ติดต่อทีมงาน หอผู้ป่วยเพชรรัตน์4E ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566


บทเรียนที่ได้รับ: • จัดท าขึ้น เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดท่อเลื่อนหลุดในผู้ป่วยระบบประสาทหอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 7B • วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์ผูกยึดที่ใช้อยู่เดิม • สอดคล้องกับจุดเน้นขององค์กรในหัวข้อ Safety :ลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย ในทุกจุด ทุกขั้นตอน • ปฏิบัติงานตามประเด็นความปลอดภัยอย่างเป็นระบบในส่วนของ Patient Safety Goals : L (Line, Tube and Catheter & Laboratory) หัวข้อ L1 : Catheter, Tubing Connection, and Infusion ป้องกนัท่อช่วยหายในเลื่อนหลดุ , อบุตัิการณ ์ ท่อช่วยหายใจเลื่อนหลดุ สถิติท่อหายใจเลื่อนหลดุปีงบประมาณ 2562-2564 • ความรุนแรงระดับ A-D (เกณฑ์≤ 4: 1,000 วันใส่) 5.02, 6.28, 2.98 ต่อ 1000 วันใส่ตามล าดับ • ความรุนแรงระดับ E –I (เกณฑ์ 0 : 1,000 วันใส่) ทั้งหมด 1 ราย คิดเป็น 0, 0.63, 0.76 : 1000 วันใส่ตามล าดับ • จากการทบทวน : อุบัติการณ์เกิดขึ้นในผู้ป่วยหลังผ่าตัด ที่มีอาการสับสน/กระสับกระส่าย/วุ่นวาย ได้รับการ ผูกยึด แขนและขาทั้งสองข้าง แต่ยังสามารถโน้มตัวมาดึงท่อช่วยหายใจได้ ผู้ป่วยเสี่ยงต่ออันตรายจากภาวะ สมองขาดออกซิเจน การติดต่อกบัทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน หอผู้ป่ วยเพชรรัตน์ 7B E-mail [email protected]เบอร์โทร022443350-1 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ชื่อผลงาน : ปลอกแขนเสริมแรงยึด (Elbow pad for safe patient) หอผู้ป่วย/หน่วยงาน : หอผู้ป่วยเพชรรัตน์ 7B วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 ค าส าคัญ สรปุงานโดยย่อ เป้าหมาย ปัญหาและสาเหตโุดยย่อ ลดอุบัติการณ์การเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจ ระดับ E –I เหลือ 0 : 1,000 วันใส่ การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) Purpose •ลดอุบัติการณ์การเลื่อนหลุดของท่อช่วย หายใจ(สาเหตุจากผู้ป่วยดึง) •ผู้ป่วยปลอดภัย ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน จากการผูกยึด •พัฒนานวัตกรรมการผูกยึดจากนวัตกรรมเดิม ปัญหาที่พบจากการใช้งาน • การตัดเย็บไม่แน่นหนาพอในกรณีที่ผู้ป่วยมีแรงมาก ๆ • หาร้านตัดเย็บยาก PDSA รอบ 3 ตัวชี้วัดโครงการ • ร้อยละการเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจระดับ A-D (น้อยกว่า 4: 1,000 วันใส่) ผลลัพธ์ = 0 : 1,000 วันใส่ • ร้อยละการเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจระดับ E –I (เท่ากับ 0 : 1,000) ผลลัพธ์ = 0 : 1,000 วันใส่ • ร้อยละความพึงพอใจของผู้ป่วยหรือญาติ ต่อ นวัตกรรม ≥ ร้อยละ 8 ผลลัพธ์ = ร้อยละ 90 • ความพึงพอใจของผู้ใช้นวัตกรรม (บุคลากร) มากกว่า หรือเท่ากับร้อยละ 8 ผลลัพธ์ = ร้อยละ 95 • การสร้างนวตักรรมควรมีการพฒันาอย่างต่อเนื่อง • มีการติดตามผลการน านวตักรรมไปใช้และมีน าปัญหาที่พบจากการใช้งานมาพฒนาั กิจกรรมการพฒันา(Process) ป้องกนัไม่ให้ผปู้่วยงอแขนดึงท่อช่วยหายใจได้ประสิทธิภาพจะดีขึน้ถ้าใช้ร่วมกบันวตกรรมผูกยึดอื่น ๆ ั Plan : วางแผนเพิ่มประสิทธิโดยการเพิ่มเชือกผกูยึดตา แหน่งตามภาพเพิ่มความแขง็แรง ลดการกดบริเวณต้นแขนด้านใน • มีแรงกดบริเวณต้นแขนด้านในกรณีผ้ปู่วยออกแรงงอแขนต้าน


บทเรียนที่ได้รับ: การจดัเตรียมอุปกรณ์ใหค้รบ สะดวกต่อการนา ไปใช้ สรุปผลงานโดยย่อ:นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่ วยตาม Vajira 2P safety goal Goal 2 การป้องกันผู้ป่ วย ติดเชื้อในกระแสโลหิตจากการใส่สายสวนหลอดเลือดด า (CLABSI Prevention) ค าส าคัญ: CLABSI , CLABSI toolkit ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ: ผู้ป่ วยวิกฤตต้องได้รับการใส่C-line เพื่อให้ยาและสารน ้าแต่เกิด CLABSI มากขึ้น เนื่องจาก 1) อุปกรณ์ไม่พร้อมใช้ 2) บุคลากรไม่ปฏิบัติตาม CLABSI bundle scrub the hub 15 sec เป้าหมาย: ลดอัตราการเกิด CLABSI < 2:1,000 วันใส่ กิจกรรมการพัฒนา (Process) : การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หออภิบาลแยกโรค 3B e-mail: [email protected] เบอร์โทร: 5952-3, 064-5870798 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ชื่อผลงาน : Prevent CLABSI toolkit หออภิบาลแยกโรค 3B วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 Concept effectiveness Appropriate safety Context ผู้ป่ วยวิกฤตจ าเป็นต้องใส่สาย C-line เพื่อให้ยาความเข้นข้น สูง/ยาความเสี่ยงสูง และประเมิน สารน ้าในร่างกาย Criteria แนวทางปฏิบัติในการดูแล ผู้ป่ วยที่ใส่สาย C-line รู้โจทย์ ก าหนด เป้าหมาย Effective efficient safety People centered Propose เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่ วย วิกฤต เพื่อให้ผู้ป่ วยปลอดภัย จากการติดเชื้อ CLABSI outcome อัตราการติดเชื้อCLABSI เท่ากับ 0 action learning improve design ขยายผล Process design พัฒนาสืบค้นข้อมูลการป้องกัน CLABSIจาก EVB และ CDC guideline Process deployment ใช้แนวทางการป้องกันการเกิด CLABSI bundleของ ICN ใช้ตราปั๊มกระตุ้นเตือนในnurse note ทุกเวร KPI อัตราการติดเชื้อ CLABSI < 2:1,000 วันใส่ นวัตกรรม prevent CLABSI toolkit ใช้ในผู้ป่ วยทุกรายที่ใส่ c-line ล้างมือและ CLABSI bundle ต่า กว่าเกณฑ์ กระตุ้นล้างมือและใช้CLABSI bundle ให้ความรู้และกระตุ้นการล้างมือ +ตราป้ัม CLABSI bundle CLABSI bundle scrub the hub ไม่ครบ อุปกรณ์ไม่พร้อมใช้ 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 10.00 ตค.65 พย.65 ธค.65 มค.66 กพ.66 มีค.66 อตัราการเกิด CLABSI หลังการใช้ CLABSI toolkit จ านวนครั้งของการติดเชื้อในกระแสเลือด (CLABSI) หลังมีการน านวัตกรรม Prevent CLABSI toolkit มาใช้ตาม bundle ไม่พบอัตราการติดเชื้อ CLABSI


ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล สาขาการพยาบาลผ่าตัด - วิสัญญี หนส.ทิพวรรณ เชาว์สุโข วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 32 •ตึกผ่าตัด 1 33 •ตึกผ่าตัด 2 34 •ตึกผ่าตัด 3 35 •หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 5B (RR) 36 •หน่วยระงับความรู้สึก (วิสัญญี) 37 •ศูนย์หัตถการสวนหัวใจและหลอดเลือด 38 •ศูนย์ส่องกล้อง 39 • หน.ศูนย์ระบบปัสสาวะ


- น าไปใช้กับการผ่าตัดอื่นๆ ที่ต้องเก็บแขนได้ เช่น sleeve gastrectomy ผ่าตัดทางสูติกรรม - พัฒนานวัตกรรมที่สามารถเช็ดท าความสะอาดได้ - ต่อยอดนวัตกรรมให้เหมาะสมกับผู้ป่วยที่มี A-Line - ผู้ป่วยมีอาการชาบริเวณข้อมือทั ง 2 ข้างหลังผ่าตัด (3 กันยายน 2563) - เกิดสายน าเกลือหลุดหรือเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดหลุดออกจากนิ วของผู้ป่วยขณะผ่าตัด - การผ่าตัดบางหัตถการใช้ระยะเวลานานและผู้ป่วยต้องเก็บแขนสองข้างตลอดการผ่าตัด 1. อัตราการเกิดการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือจากการจัดท่าผ่าตัด = 0 % 2. อัตราการหลุดของสายน าเกลือและเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด = 0 % 3. อัตราความพึงพอใจในการใช้ FOREARM SUPPORT ในการจัดท่าผ่าตัด Lithotomy เก็บแขนสองข้าง ≥ 80 % การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน : ตึกผ่าตัด 1 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช E-mail : [email protected] เบอร์โทร : 022443364-5 ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล Forearm support ตึกผ่าตัด 1 วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 creativity and innovation, safety and people centerness เกิดการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ, การหลุด ของสายน าเกลือและเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด 2P safety ขาดความแข็งแรง เกิดการ เลื่อนหลุดของนวัตกรรม มีขนาดใหญ่เกินไป ค้าส้าคัญ forearm support, นวัตกรรม สรุปผลงานโดยย่อ forearm support เป็นนวัตกรรมที่ช่วยในการจัดท่าผ่าตัด Lithotomy เก็บแขนทั งสองข้าง เพื่อป้องกันการเกิด การกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการชาบริเวณข้อมือและเพื่อป้องกันสายน าเกลือหลุดและ เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดหลุดออกจากนิ วมือของผู้ป่วย ส่งผลให้การดูแลผู้ป่วยเกิดความปลอดภัยตลอด ระยะเวลาของการผ่าตัดได้ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ เป้าหมาย กิจกรรมการพัฒนา (Process) การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) บทเรียนที่ได้รับ


บทเรียนที่ได้รับ: สรุปผลงานโดยย่อ: เป็นการพฒันาแนวทางปฏิบตัิการพยาบาลผปู้่วยผา่ตดัผา่นกลอ้งและต่อยอดการประดิษฐน์วตักรรมหมอนรองหวัไหล่,คอ และแขน น าเครื่องบีบ ไล่เลือดเป็นจงัหวะ(SCD) มาใช้ในผู้ป่ วยทุกราย เป็ นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ค าส าคัญ: Advance , Safety ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ: อุปกรณ์เสริมสา หรับการจดัท่าผปู้่วย สามารถพฒันาต่อยอดเพื่อความปลอดภยัใหม้ีประสิทธิภาพมากข้ึน บุคลากรไม่ปฏิบตัิตามแนวทางการดูแลผปู้่วยผา่ตดัผา่นกลอ้งส่องช่องทอ้งจากการเก็บขอ้มูล50รายเกิดภาวะแทรกซอ้นไม่รุนแรงจ านวน 3ราย ไดแ้ก่ปวดเมื่อยหวัไหล่2ราย และปวดเมื่อยแขน 1ราย เป้าหมาย: 1. ผปู้่วยผา่ตดัผา่นกลอ้งส่องช่องทอ้งไม่เกิดการบาดเจ็บเน้ือเยอื่และเสน้ ประสาทจากการจดัท่า 2. บุคลากรปฏิบัติตามแนวทางถูกต้อง 100% กิจกรรมการพัฒนา (Process) : การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) : การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) : หน่วยงาน ....ตึกผา่ตดั 2............E-mail [email protected]…เบอร์โทร 02-244-3457............ ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล Advance Laparo so Safety ตึกผ่าตัด 2 วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 อุบัตกิารณ์ผู้ป่วยได้รับอนัตรายจากการใช้เครื่องมือ/ อุปกรณ์ผ่าตัดผ่านกล้อง= 0 อุบัตกิารณ์ผู้ป่วยบาดเจบ็จากการจดัท่า ในการผ่าตดัผ่านกล้องไม่ถูกต้อง = 0 อตัราการเยยี่มและประเมนิสภาพผู้ป่วยผ่าตดัผ่านกล้องได้ครอบคลุม = 97% อตัราความพงึพอใจของผู้ใช้บริการผ่าตดัผ่านกล้อง= 94% อตัราผู้ป่วยเกดิภาวะลมิ่เลือดอุดก้นัหลอดเลือดดา = 0% การพฒันาคุณภาพจะส าเร็จลงได้ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ขยนัทบทวนในการทา งานเป็นทมีสหสาขาก่อให้เกดินวตักรรม และพัฒนาคุณภาพ อย่างต่อเนื่องจะน ามาซึ่งคุณภาพและความปลอดภัยของผู้รับบริการ การกา หนดแนวทางปฏิบัติและการให้ความรู้ความเข้าใจบุคลากรถือเป็นสิ่งส าคญั ในการทา งาน สามารถน าไปสู่การลดอุบัตการณ์ความเสี่ ิ ยงได้


บทเรียนที่ได้รับ อุปกรณ์เสริมหน้าอกระหว่างผ่าตัด ใช้ส าหรับป้องกัน ไม่ให้เจลกลิ้งหรือหลุดจากเตียงในระหว่างผ่าตัด โดยใช้ เจลขนาดใหญ่วางบนฐานไม้ขนาด7 21 3นิ้ว ค าส าคัญ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ เป้าหมาย อัตราความเสี่ยงของการหลุดหรือล้มของเจลรองระหว่างการผ่าตัด = % อัตราลดระยะเวลาการจัดท่าคว่ า ไม่เกิน 2 นาที = % อัตราความพึงพอใจแก่แพทย์ และทีมผ่าตัด = 10 % กิจกรรมการพัฒนา (Process) การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง (Performance) การติดต่อกับทีมงาน (Contact Information) หน่วยงาน ตึกผ่าตัด 3 อาคารเพชรรัตน์ ชั้น คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เบอร์โทร: 086-0181608 E-mail: [email protected] [email protected] อุปกรณ์เสริมที่รองหน้าอกระหว่างผ่าตัด (Chest rolls protective device) ตึกผ่าตัด 3 ประวิชาการพยาบาลครั้งที่ 3 1 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสต์วชิรพยาบาล วันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 สรุปผลงานโดยย่อ อุปกรณ์เสริมที่รองหน้าอกระหว่างผ่าตัด คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดท่าคว่ า ที่มีน้ าหนักตัวมากเกินกว่าขนาดของเจลที่รองรับ ได้ ท าให้บริเวณท้องของคนไข้นั้นจะติดกับเตียงและความดันในช่องท้องสูงขึ้นซึ่ง มีผลต่อการดมยาสลบและการผ่าตัด ✓ พัฒนางานนวัตกรรมจากปัญหางาน ประจ า เพื่อให้เกิดผลลัพท์การดูแล ผู้ป่วยที่มีคุณภาพและปลอดภัย ✓ หน่วยงานอื่นสามารถน าไปใช้ได ้ ✓ นวัตกรรมมีน้ าหนักมากเนื่องจากวัสดุ ท าจากไม้ อาจต้องพัฒนาต่อเป็นฐาน ที่ท ามาจากหนังPVC หรือ ซิลิโคนที่มี น้ าหนักเบา ➢ ผู้ป่วยที่มีน้ าหนักมาก ผ่าตัดท่าคว่ าท้องติดเตียงอาจมีปัญหาการดมยาสลบ และการผ่าตัด ➢ ใช้ผ้ารองใต้เจลเพื่อยกตัวผู้ป่วยขึ้น พบว่าท้องยังยุบลงเนื่องจากผ้านิ่ม ❖ ออกแบบขนาดของวัตถุที่รองรับเจลขนาด 21 3 นิ้ว 2 ชิ้น ❖ วางเจลลงบนฐานไม้ ❖ ใช้ผ้ารองบริเวณฐานไม้ก่อนวางเจล พบปัญหาขอบไม้อาจท าให้เกิดแผลกดทับ พบว่าการใช้ผ้าท าให้มั่นใจว่าไม่มีผลต่อการเคลื่อนของเจลและ ไม่พบแผลกดทับหลังผ่าตัด 0% 20% 40% 60% 80% 100% 120% อัตราความเสี่ยงการหลุดล้มของเจลอัตราลดระยะเวลาการจัดท่าไม่เกิน นาที อัตราความพึงพอใจของศัลยแพทย์ ครั้งที่ ครั้งที่ เป้าหมาย


ประชมุวชิาการพยาบาลครั ้งที ่ 31 ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร ์วชิรพยาบาล Scan me Scan medicine หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 5B วนัที ่ 22 – 23 พฤษภาคม 2566 ค าส าคัญ : ยา , E-Book สรุปผลงานโดยย่อ เป็นโครงการทีม่กีารจดัท าสือ่การเรยีนรู้ในรปูแบบ E-Book โดย Scan QR Code ส าหรับศึกษาข้อมูลและรายละเอียดของการใช ้ยาแต่ ละชนิด ทีม่สี ารองในหอผูป้่วยมหาวชริาวุธ 5B โดยมีการทดสอบ ความรเู้บือ้งตน้เกีย่วกบัการใชย้าแต่ละชนิดกอ่นและหลังจัดท า โครงการ เพือ่ ใหบุ้คลากรในหอผูป้่วยมคีวามรใู้นเรือ่งการใช ้ยาแต่ละ ชนิด มกีารใชย้าอย่างถกูตอ้ง ไม่เกดิความคลาดเคลือ่น ในการ บรหิารยา และไม่เกดิอนัตรายต่อผูป้่วย ซึ ่งสอดคลอ้งกับ ยุทธศาสตร ์ HEROES ของคณะแพทยศาสตร ์ วชิรพยาบาล คือ Smart Medical faculty (S) ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ - มกีารเพิม่อตัราพยาบาลจบใหม่จา นวน 11 คน - พยาบาลจบใหม่ยังขาดทักษะ และประสบการณ์ในการบริหารยา เป้ าหมาย 1. เพือ่ ใหบุ้คลากรทุกคนในหอผูป้่วยมหาวชริาวุธ 5B มี ความรใู้นเรือ่งการใชย้าแต่ละชนิดทีม่สีา รองในหอผูป่วย มหา ้ วชิราวุธ 5B ≥ 80 % 2. เพือ่ ใหบุ้คลากรในหอผูป้่วยมหาวชริาวุธ 5B มีความ พึง พอใจในสือ่การเรยีนรู้โครงการ Scan Me Scan Medicine ≥ 80 % กิจกรรมการพัฒนา (Process) 1. รวบรวมข้อมูลยา 2. จัดท า E-Book & QR Code 3. จัดท า Pre-test & Post-test 4. จัดท าแบบประเมินความพึงพอใจ 5. ด าเนินการทดลองใช ้ และติดตามผลการด าเนินโครงการ การประเมนิผลการเปลีย่นแปลง (Performance) บทเรยีนทีไ่ดร้บั - สือ่การเรยีนรสู้ะดวกสบาย ง่ายต่อการคน้หาขอ้มูล - บุคลากรในหน่วยงานมคีวามรเู้รือ่งยาเพิม่มากขึน้ - ผู้ป่วยปลอดภัยจากการใช ้ยา การติดต่อกับทีมงาน หอผู้ป่ วยมหาวชิราวุธ 5B โทรศัพท์ 3270-1 จากตารางแผนภมูแิสดงผลค่าเฉลีย่ของจา นวนบุคลากร ที ่ ตอบแบบทดสอบก่อนเรียนรู ้ (pre-test) ถูกต้องและผ่านเกณฑ์ ตามตวัชี ้วดัของโครงการมากกว่า 80% มีจ านวน 5 คน ซึ ่งคิดเป็ น 23.80% และแสดงผลค่าเฉลีย่ของจา นวนบุคลากรทีต่อบ แบบทดสอบหลังเรียนรู ้ (post-test) ถูกต้องและผ่านเกณฑ์ตาม ตวัชี ้วดัมจีา นวน 20 คน คิดเป็ น 95.24% จากผลการประเมินความพึงพอใจของบุคลากรในหอ ผูป้่วยต่อการใชส้ือ่การเรยีนรู้E-Book มีจ านวนทั ้งหมด 21 คน พบว่า มีผลคะแนนความพึงพอใจ คิดเป็ นร ้อยละ 97.72 อยู่ในเกณฑพ์งึพอใจมากทีส่ดุ


Click to View FlipBook Version