The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศาสนาฯ ม.3 หน่วยที่ 3 พระสงฆ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by TigSpwd Maroengsit, 2021-10-10 09:32:00

ศาสนาฯ ม.3 หน่วยที่ 3 พระสงฆ์

ศาสนาฯ ม.3 หน่วยที่ 3 พระสงฆ์

คลิกเพ่อื แก้ไขสไตล์ช่ือเรื่องต้นแบบ

• แก้ไขสไตลข์ องขอ้ ความต้นแบบ

• ระดบั ทีส่ อง

• ระดับที่สาม

• ระดับที่ส่ี
• ระดบั ทห่ี ้า

10/10/64 1 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ1ละวฒั นธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

คลิกเพ่อื แกไ้ ขสไตลช์ อ่ื เร่ืองตน้ แบบ

ช•าดแกก•้ไเขรรส๒๑อ่ืะได•ง.ต.ับเลววทรล์ขะิเสี่ิเ่าดคอ•อคบั งงรทแรขร่ีสาะลอ้าาดะมับคะะหทวศห่ีส์แาี่ า์หมลสตนะนน้ ป้ากิแรทบชะ่ีแบนพลตฤะวั ตบอิตยทนา่ บตงาตาทมามแขทบอกี่บงาสอหายนว่าดงกก(แาสรลด๑ะาป.๑เนฏินมิบช.ัต๓ีวิต/ิต๕นแ)ตล่อะสขา้อวคกิดตจาากมปทร่ีกะาวหัตนิสดาวไดก้
ถกู ตอ้ ง (ส ๑.๒ ม.๓• /ร๑ะดับ)ที่หา้

๓. ปฏิบตั ิหนา้ ทีข่ องศาสนกิ ชนที่ดี (ส ๑.๒ ม.๓/๓)
๔. ปฏบิ ัตติ นในศาสนพิธี พิธกี รรมได้ถูกตอ้ ง (ส ๑.๒ ม.๓/๔)
๕. แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ
(ส ๑.๒ ม.๓/๖)
๖. นาเสนอแนวทางในการธารงรักษาศาสนา ทต่ี นนบั ถอื (ส ๑.๒ ม.๓/๗)

10/10/64 2 สังคมศึกษา ศาสนา แ2ละวฒั นธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓

คลิกเพื่อแก้ไขสไตลช์ ื่อเรื่องต้นแบบ

• แกไ้ ขสไตลข์ องขอ้ ความตน้ แบบ

• ระดับที่สอง

• ระดบั ทส่ี าม

• ระดับท่สี ่ี
• ระดบั ท่ีห้า

10/10/64 3 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ3ละวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓

คลกิ เพอื่ แกไ้ ขสไตลช์ อ่ื เรื่องตน้ แบบ

• แกไ้ ขสไตลข์ องขอ้ ความตน้ แบบ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓• ระดับท่ีสอง
• ระดับท่ีสาม
• ระดบั ท่สี ี่
• ระดบั ท่ีห้า พระสงฆ์

10/10/64 4 สงั คมศึกษา ศาสนา แ4ละวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

คลกิ เพื่อแกไ้ ขสไตล์ชอื่ เร่ืองต้นแบบ

๑. พุทธสาวก พุทธสาวกิ า และพุทธศาสนิกชนตัวอยา่ ง

• แกไ้ ขสไตลข์ องข้อความตน้ แบบ

• ระพดับุ ทท่สีธอสง า ว ก พุ ท ธ ส า วิ ก า แ ล ะ
พุทธศาส•นริกะดช•ับทนรีส่ ะตาดมบั ัวท่ีสอี่ ย่าง เป็นผู้ประพฤติดี
ปฏิบัติชอบ ที่ค•วรระดคับท่าหี่ ้าแก่การศึกษาและ
นามาเป็นแบบอย่างในการดาเนินชวี ิต

10/10/64 พทุ ธศาสนิกชนตัวอยา่ ง

5 สังคมศกึ ษา ศาสนา แ5ละวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คลกิ เพือ่ แก้ไขสไตลช์ ื่อเร่อื งต้นแบบ

• แก้ไขสไตล์ของข้อความตน้ แบบ ๑.๑ พุทธสาวก

• ระดับที่สอง ๑) พระอัญญาโกณฑัญญะ
พระอัญญาโกณฑัญญะมีช่ือเดิมว่า โกณฑัญญ-
• ระดับทสี่ าม พราหมณ์ เป็นหนึง่ ในพราหมณ์ ๑๐๘ คน ทไี่ ด้รับเชญิ ให้เขา้
ร่วมพิธีถวายพระนามเจ้าชายสิทธัตถะ และทานาย
• ระดับทส่ี ี่ พระลักษณะ เมอ่ื คราวพระองคป์ ระสตู ไิ ด้ ๕ วนั โกณฑัญญะ
• ระดับที่ห้า ทานายว่า เจ้าชายสิทธัตถะจะเสด็จออกผนวช และตรัสรู้
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เม่ือเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออก
10/10/64 ผนวช ท่านโกณฑัญญะได้ชักชวนให้ลูกชายของพราหมณ์
อีก ๔ คน คือ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ เรียกว่า

6“ปญั จวัคคีย์ทั้ง ๕” ออกบวชตาม
สงั คมศึกษา ศาสนา แ6ละวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓

คลิกเพือ่ แกไ้ ขสไตล์ชอ่ื เร่ืองต้นแบบ

• แก้ไขสไตล์ของข้อความตน้ แบบ ขณะที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงบาเพ็ญทุกรกิริยา และ
ทรมานตนให้บรรลุนิพพาน แต่เห็นว่าไม่ใช่หนทางหลุดพ้น
• ระดับท่สี อง จึงหันมาเสวยพระกระยาหารและบาเพ็ญเพียรทางจิต
บรรดาปัญจวัคคีย์จึงหมดศรัทธาและพากันหนีไปอยู่ ณ
• ระดับที่สาม อสิ ปิ ตนมฤคทายวนั เมอื งพาราณสี

• ระดับที่ส่ี
• ระดับท่ีหา้

10/10/64 7 สังคมศึกษา ศาสนา แ7ละวฒั นธรรม ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓

คลกิ เพื่อภแากยห้ไลขังสเมไอื่ตพลรช์ ะอือ่ งเคร์ต่ือรงัสตรู้เน้ป็นแพบรบะสัมมาสัมพุทธเจา้ แล้ว ได้เสด็จไปแสดงธรรม

แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ พระธรรมเทศนากัณฑ์แรกท่ีพระองค์ทรงแสดง เรียกว่า
• “พเแหกธร•็้ไนมั ะขรมธพสะไจรดุท•ตับรักลธทรมกข์ะเีส่ ดัปจออบั บง้งาทปขี่สรไว้อาดรมัตค้ปลวตุราโนมสะสตทด้นูตาาแรนปบ”อัตบุปเตมสิผอ่ื มลพบเรปทะ็นพใหพุท้ดธร้วเะจยโ้าวสทิธดรีกางาบแรันสอดุปแงสธลมระรบขมทอจแอบบุปลบสงมโ“กบเอณทหฑจิภาัญิกกญขพุอะรุปกะ็ไสพดัมุท้ดปวธทงเตจา้”าา

นับเป็นพร• ะระสดับงทฆส่ี ี่ ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา หลังจากน้ันอีก ๔ ท่านก็ได้บรรลุ
พระโสดาบันแล• ะรขะดอับทอ่ีหุ้าปสมบทภายหลังเม่ือฟังพระธรรมเทศนาท่ีเรียกว่า “อนัตตลักขณ-
สูตร” และปญั จวัคคียก์ ไ็ ด้บรรลอุ รหตั ตผลเป็นพระอรหันตต์ ่อมา

10/10/64 8 สงั คมศึกษา ศาสนา แ8ละวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓

คลิกเพื่อแกไ้ ขสไตลช์ ่ือเร่อื งตน้ แบบ

๓. การเลอื กรับแพละรใะชอ้ขัญ้อมญลู าขโา่กวณสาฑรัญท่เีญหมะาไดะส้รัมบการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่า
• แก้ไขสไตลข์ องข้อความ“ตน้มแีคบวบามเป็นเลิศทางรัตตัญญู” คือ เป็นผู้มีประสบการณ์มาก

• ระดบั ทส่ี ขอ้อง มูลข่าวสแาลระทเี่ถป่าน็ ยทอีเ่ คดาหรรพือนนาอเสบนนอ้อมมาขจาอกงแพหรละ่งภขกิ้อษมูลทุ ตง้ั ่าหงลๆายท่ีมีอยู่มากมาย และมีวิธีการ
นาเส•นอรทะด่ีห•บั ลทรีส่าะากดม•บั หท่ีสลรี่ะาดยับทส่ีหิ่ง้าสาค๑คัญุณ. ทเธปีค่ รวน็ รรผมนู้มาขมีปอารงพพะิจสารบระณอกาัญาใรนญณกาา์ รโรเกอลณอืบกรฑรู้มญัับาแญกละะทใชค่ี ข้ วอ้ รมนลู ขา่ามวาสเาปร็นมแีดบงั นบ้ี อยา่ ง คือ

๒. เป็นผมู้ คี วามสนั โดษ ยนิ ดีในเสนาสนะป่า
๓. เป็นผู้มปี ัญญาแกก่ ลา้ สามารถร้ธู รรม ได้ดวงตาเห็นธรรม
๔. เปน็ ผ้มู ีเหตุผล
๕. เป็นผทู้ ี่วางตนอยา่ งเหมาะสม

10/10/64 9 สังคมศกึ ษา ศาสนา แ9ละวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

คลกิ เพ๒ือ่ )แพกร้ไะขเจสา้ ปไตเสลน์ชทิโอื่ กเศรลือ่ งตน้ แบบ

พระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ามหาโกศล กษัตริย์เมืองสาวัตถี
แคว้นโกศล แต่เดิมพระองค์ทรงนับถือพวกนิครนถ์ และเชื่อถือในการบูชายัญ ต่อมา
•พพแรรกะะ•ไ้เเขจจรสา้้ะาไปด•พตบั เลิมทรส์ขะีส่ ดนพออับงทงิทสขี่สิโา้อากมรคศผวลาู้เมปซต็น้น่งึ มพแิบตรบระทนาี่ดงีไเดป้ย็นกผพ้ทู รี่มะคี นวาางมมเัลฉลลียิกวาฉพลราะดกสนาิษมฐาภรถคเินปีใน็ หท้เปี่ปร็นกึ พษราะเปมเน็ หอสยีขา่ องดงี
ในหลายด้า•นระดแบั ลทีส่ ะี่ แนะนาให้พระเจ้าปเสนทิโกศลไปฟังธรรมและทูลปรึกษาปัญหา
กับพระพุทธเจ้า• อระยดับู่เทส่ีห้ามอ หลังจากได้สดับตรับฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้า
พระองคท์ รงยกเลิกการบูชายัญ และปฏญิ าณตนเปน็ อบุ าสกนบั ถอื พระพุทธศาสนา

10/10/64 10 สังคมศึกษา ศาสนา แ1ล0ะวัฒนธรรม ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

คลกิ เพอื่ แก้ไขสไตลช์ ่ือเร่ืองต้นแบบ

• แก•ไ้ ขรสะได•ตบั ลทรข์ะี่สดอขอบั ง้องท๓ขีส่ม้อา.ูลมคกขวา่าารวมเสตลา้นอื รแกทบรี่ถ๒๑คบับ่าุณ..ยแทเเลธปปอะร็นน็ดรใชหผผม้ขรู้ท้ทูขือ้อีร่ย่ีอนม้จูองาลูักพมเสขครรน่าบบัะวอเหฟสจมางัาา้าบครจปทาวณั เกสเ่ีาหฑแนมหมติคทลาดิโิ ่งะกเขสหศ้อมน็ลมขูทลตอีค่ ่างวงผรๆู้อนน่ืาทมแ่ีมาลีอเ้วยปู่มป็นาฏแกิบมบตัาบยใิ อนแยสลา่ ิ่งะงทม่ถีคีวิธกูือีกตา้อรง
นาเสนอทหี่• ลราะกด•ับหทส่ีลรี่ะาดยับทส่ีหิง่ ้าสาค๔๓ัญ.. ทเเปปคี่ ว็็นนรผผนทูู้ท้าม่เม่ีี คาคี พาวจิราาพรมพณเลราใือ่ะนพมกใทุาสรธเใลเนจอื พา้กอรรับยะรา่ แัตงลยนะ่งิใตชร้ขยั้ออมูลยขา่ า่งวยสิง่ าร มดี ังน้ี

10/10/64 11 สังคมศึกษา ศาสนา แ1ล1ะวัฒนธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คล๑กิ .๒เพพือ่ ุทแธกสไ้าขวิกสาไตล์ชือ่ เร่อื งต้นแบบ

๑) พระมหาปชาบดโี คตมเี ถรี

• แก้ไขสไพตลรข์ ะอมงหข้อาคปวชามาตบน้ ดแีโบคบตมีเถรี มีพระนามเดิมว่า “โคตมี” เป็นพระกนิษฐภคินี (น้องสาว)
ข•องรพะดรบั ะที่สนอางงสิริมหามายา เม่ือพระนางสิริมหามายาประสูติเจ้าชายสิทธัตถะได้ ๗ วันก็
สิ้นพร•ะรชะดนบั มทีส่ ์พามระมหาปชาบดีโคตมีจึงได้รับการแต่งต้ังเป็นอัครมเหสี และเป็นผู้ท่ีเลี้ยงดู
เจา้ ชายสิท•ธรตั ะดถ•บั ทะสี่รอี่ะดยับท่าี่หงา้ ดยี ง่ิ เรื่อยมา
ค รั้ น เ มื่ อ เ จ้ า ช า ย สิ ท ธั ต ถ ะ เ ส ด็ จ อ อ ก ผ น ว ช แ ล ะ ต รั ส รู้ เ ป็ น พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า แ ล้ ว
และได้เสด็จมาโปรดพระพุทธบิดาและพระประยูรญาติ ซึ่งประทับอยู่ ณ นิโครธาราม
ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์พระมหาปชาบดีโคตมีได้เสด็จมาเข้าเฝ้าและกราบทูลขออุปสมบท ใน
คราวแรกพระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต แต่พระนางก็มิได้ย่อท้อ ทรงมีพระทัยมุ่งม่ันท่ีจะ
อุปสมบทอย่างแนว่ แน่

10/10/64 12 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ1ล2ะวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คลิกเพือ่ แพกรไ้ะขอสานไนตทล์จ์ชึง่ือกเรราอื่บทงตูลถ้นาแมบว่าบ“สตรี

เมื่ออุปสมบทแล้วจะสามารถบรรลุเป็นพระ
• แกบอ•้ไรขรรสหระไดันลตับลุไตท์ขดส่ี์ไออ้ด”งง้หขพ้อรคืรอวะไามอม่”ตา้นนเแนมบื่อทบต์จรึงัสทตูลอขบอวใ่าห้อ“ุสปาสมมาบรทถ

ให้พ•ระระนดับาทงส่ี ามด้วยเห็นแก่ท่ีพระนางทรงเล้ียงดู
วพ่าระถอ้างหคา์ต•ก้ังพรแะดรต•ับะท่ทสี่รม่ีะรดหงบั ทาพ่ีหปา้รชะเายบาดวีโ์ คพตรมะพที รุทงธรเับจา้คจรึงุธตรรรมัส
๘ ประการได้ ก็จกั ทรงอนุญาตให้อุปสมบทได้

พระมหาปชาบดีโคตมที รงตง้ั พระทัยมน่ั
ในการทูลขออปุ สมบทจากพระพทุ ธเจา้

10/10/64 13 สังคมศึกษา ศาสนา แ1ล3ะวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คลิกเพอื่ แครกธุ ร้ไรขมส๘ไปตรละก์ชารอ่ื คเรืออื่ งต้นแบบ

๑. ภิกษุณีแม้อุปสมบทแล้วได้ ๑๐๐ พรรษา ก็พึงเคารพกราบไหว้พระภิกษุแม้เป็นพระภิกษุ
• แทก•ี่พ้ไขง่ึรสอะไดปุ•ตับสลทรมข์ะ๓๒ี่สดอบอ..บั งงททภภขส่ี กิิกอ้ามษษคุณุณวาีจจีมะะตตต้น้ออ้ แงงบทอบยาอูจ่ โุาบพสรถรษกรารใมนแวลัดะทรมี่ ับพี ฟรงัะโภอิกวษาทุ จากภิกษสุ งฆท์ ุกคร่งึ เดือน

๔•. รภะิดกบั ษทส่ี ุณี่ ีอยู่จาพรรษาแล้ว วันออกพรรษาต้องทาปวารณาในสานักสงฆ์ท้ังสองฝ่าย
(ทัง้ ฝ่ายภิกษสุ งฆ• ์แรละดะับภที่หกิ า้ ษุณสี งฆ)์

๕. ภิกษณุ ตี ้องอาบตั ิสังฆาทิเสส ตอ้ งปลดเปล้อื งอาบตั นิ ้ันในสงฆท์ ้งั สองฝ่าย
๖. ภิกษุณีต้องเป็นสิกขมานา คือ หญิงที่อายุ ๑๘ ปีขึ้นไปและถือศีล ๖ ข้อ อย่างเคร่งครัด
นาน ๒ ปี ก่อนขออุปสมบทในสงฆส์ องฝา่ ย
๗. ภกิ ษุณีไมบ่ ริภาษด่าว่าภิกษุ ไมว่ า่ กรณใี ด ๆ
๘. ภิกษุณวี ่ากล่าวตกั เตอื นภิกษไุ ม่ได้ แตภ่ กิ ษสุ ามารถวา่ กล่าวตักเตอื นภิกษณุ ไี ด้

10/10/64 14 สงั คมศึกษา ศาสนา แ1ล4ะวัฒนธรรม ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

คลิกเพ่ือแกไ้ ขสไตล์ชือ่ เรอื่ งตน้ แบบ

พ ร ะ น า ง พ ร้ อ ม ด้ ว ย ค ณ ะ ทั้ ง ห ม ด
• แกยไ้ อขสมไรตับล์ขคอรงุธขอ้รครวมามแตลน้ แะบจบึงได้รับการอุปสมบท

น•ั บระเด•ปบั ทร็ นะส่ี ดอับคงทส่ีราั้มง แ ร ก ที่ มี ภิ ก ษุ ณี เ กิ ด ขึ้ น ใ น
พระพุทธ•ศราะดสบั นที่สา่ี ต่อมาก็ได้บาเพ็ญเพียรจน
สาเร็จเป็นพ•ระระอดบั รทหี่ห้าันต์ และทรงได้รับการ
ยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเอตทัคคะ คือ
“ เ ป็ น เ ลิ ศ ก ว่ า ภิ ก ษุ ณี ท้ั ง ห ล า ย ใ น ฝ่ า ย
รัตตญั ญู”

10/10/64 15 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ1ล5ะวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

คลิกเพื่อแกไ้ ขสไตล์ช่อื เรือ่ งต้นแบบ

๓. การเลอื กรคับณุ แลธะรรใชมข้ ข้ออมงลูพขรา่ ะวมสหาารปท่ีเชหามบาดะโีสคมตมีเถรที ี่ควรนามาเป็นแบบอย่าง คือ
• แกไ้ ขสไตลข์ องขอ้ ความต้นแบ๑บ. เป็นผู้ท่มี ีความตงั้ ใจแน่วแน่

• ระดบั ทสี่ ขอ้อง มูลข่าวสารที่ถ๒่า.ยทเปอ็ดนหผรู้ทือ่ีมนีาคเวสานมอมอา่อจนากนแ้อหมลอ่งยข้อ่ามงูลยติ่ง่าถง ึงๆแทม่ีม้พีอรยะู่มนากามงาจยะมแลีฐะามนีวะิธเีกปา็นร ถึง
นาเส•นอรทะดี่ห•บั ลทร่สีาะากดมบั หทพี่สล่ี ารยะสมิง่ สาารคดัญาทเี่คลวี้รยนงาขมอาพงจิ พารรณะาพในุทกธาเรจเล้าือกก็รตบั ามและแใตช้ข่พ้อรมะลู ขนา่ าวงสการ็ไมมีด่ทงั รนงี้ เย่อหยิ่งถือ

• พระดรับะทอี่ห้างคแ์ ตป่ ระการใด
๓. เปน็ ผู้ทเ่ี พยี บพร้อมด้วยคณุ สมบตั ขิ องแม่ที่ดี

10/10/64 16 สงั คมศึกษา ศาสนา แ1ล6ะวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๓

คลิกเพ๒)ื่อพแรกะ้ไเขขมสาไเถตรลี ์ชือ่ เรื่องต้นแบบ

พระเขมาเถรีเป็นพระราชธดิ าของกษตั ริย์เมืองสาคละ
• แแกคไ้ วข้นสไมตัทลท์ขอะงขท้อรคงวมาีพมรตะ้นสแิรบิโบฉมงดงามยิ่งนัก เมื่อเจริญวัยได้

อภ•ิเษระกดสบั ทมสี่ รอสงเป็นพระมเหสีองค์หน่ึงของพระเจ้าพิมพิสาร
แห่งเมอื•งรระาดชบั คท่ีสฤาหม ์

เม•ื่อคระรด้ังบั ทที่ส่ีพ่ี ระพุทธเจ้าเสด็จประกาศพระพุทธศาสนา
ณ พระเวฬุวนั มห•าวระิหดบัาทรห่ี ้าพระเจ้าพิมพิสารไดช้ ักชวนให้พระนาง
เขมาตามเสด็จไปฟังธรรมด้วย แต่พระนางก็ปฏิเสธเพราะเป็น
ผู้ที่หลงใหลแต่ในรูปโฉมที่สวยงามของตน พระเจ้าพิมพิสาร
จึงทรงคิดอุบายให้กวีแต่งคาประพันธ์ขับร้องความงดงามของ
พระวิหารเวฬวุ ันจนพระนางอยากจะไปเทย่ี วชม

10/10/64 17 สังคมศึกษา ศาสนา แ1ล7ะวัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓

คลกิ เพ่อื แกไ้ ขสไตล์ชื่อเรอ่ื งตน้ แบบ

เม่ือเสด็จไปถึงพระวิหารเวฬุวัน และไปถึงท่ีประทับของพระพุทธเจ้า ทรง
ทอดพระเนตรเห็นพระพุทธเจ้าและสตรีรูปงามที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตไว้ พระพุทธเจ้าก็
• แทกร้ไงขเสนไตรลม์ขิตอใงหขอ้้สคตวราีมนตา้นงแนบ้ันบมีร่างกายท่ีเปลี่ยนไปตามวัย จนกระท่ังถึงวัยท่ีมีผิวหนังเห่ียวย่น
ผม• หระงดอบั กที่สอฟงันหัก แก่หง่อมแล้วล้มลงส้ินใจตาย พระนางเขมาทอดพระเนตรเห็นความ
เปล่ียน•แรปะด•ลับทงร่สี ะดาดมบัังทกส่ี ี่ล่าว ทรงนึกย้อนถึงพระวรกายของตน พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงธรรมให้
พระนางเขมาฟ•งั ระนดับาทงห่ี กา้ ็บรรลสุ าเรจ็ เป็นพระอรหันต์

ครั้นเสด็จกลับมาพระตาหนัก ได้ทูลขอพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าพิมพิสาร
อุปสมบทเป็นภิกษุณี พระเขมาเถรีได้บาเพ็ญกิจให้เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา
เป็นอันมาก จึงทรงได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นภิกษุณีท่ีเป็นเลิศในทางปัญญา
และถือเป็น “อคั รสาวกิ าเบ้อื งขวา”

10/10/64 18 สังคมศกึ ษา ศาสนา แ1ล8ะวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คลกิ เพือ่ แก้ไขสไตล์ชอื่ เรือ่ งต้นแบบ

๓. การเลือกรบั แคลณุ ะใธชรข้ รอ้มมขลู อขง่าพวรสะาเรขทมีเ่ าหเมถาระที ส่คี มวรนามาเปน็ แบบอย่าง คอื
• แกไ้ ขสไตลข์ องข้อความต้นแบบ ๑. เป็นผู้ที่มีปัญญามาก ได้รับการยกย่องว่าเป็นภิกษุณีที่เป็น

• ระดับท่สี ขอ้อง มูลข่าวสเลาศิรทในี่ถ่าทยาทงอปดัญหรญือานาเสนอมาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมาย และมีวิธีการ
นาเส•นอรทะด่ีห•ับลทรี่สาะากดม•ับหท่สีลรี่ะาดยับดทสหี่ว้ ิง่ ้ายสาปคัญัญญท๒่คี .าวเรปน็นามผาู้ทพจิี่มาีเรหณตาุผในลกาพรเิจลือากรรณับาแสลิ่งะทใชั้ง้ขห้อลมลูาขยา่ ตวสาามรคมวดี างั มน้ีเป็นจริง

๓. เป็นผู้ที่มีปฏิภาณ เป็นกาลังสาคัญในการเผยแผ่
พระพทุ ธศาสนาฝา่ ยภกิ ษณุ ี

10/10/64 19 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ1ล9ะวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๓

คล๑กิ .๓เพพอ่ื ุทแธกศไ้าขสนสิกไตชนลตช์ ัว่ืออเยร่าอ่ื งงต้นแบบ

๑) หม่อมเจา้ หญงิ พนู พิศมัย ดศิ กลุ
• แก้ไขสไตลหข์ อมง่อขมอ้ คเจวา้ามหตญน้ แิงบพบูนพิศมัย ดิศกุล ประสูติเมื่อวันท่ี ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๘

เป•น็ รธะิดดบัาทข่สี อองงสมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ กับหมอ่ มเฉ่ือย ดิศกลุ
เมื่อยัง•ทรระงดับพท่สีราะมเยาว์ได้ตามเสด็จพระบิดาไปตรวจราชการ และยังตามเสด็จไปยุโรปหลาย
ประเทศ ไ•ดร้ระัดบ•ับทคี่สร่ีะวดาับทม่หี ้ารู้และประสบการณ์เกี่ยวกับต่างประเทศ และทรงนามาใช้ให้เป็น
ประโยชน์ตอ่ พระองคเ์ องและประเทศชาติ

ห ม่ อ ม เ จ้ า ห ญิ ง พู น พิ ศ มั ย ท ร ง ส น พ ร ะ ทั ย แ ล ะ บ า เ พ็ ญ ก ร ณี ย กิ จ เ กี่ ย ว กั บ

พระพุทธศาสนามากมาย เช่น ทรงเป็นวิทยากรบรรยายพระพุทธศาสนา เป็นท่ีปรึกษาของ

กลมุ่ พุทธศาสน์ ทรงนิพนธ์หนงั สือเก่ียวกับพระพทุ ธศาสนา

10/10/64 20 สงั คมศึกษา ศาสนา แ2ละ0วฒั นธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓

คลิกเพอื่ แกไ้ ขสไตลช์ อื่ เร่ืองต้นแบบ

• แกไ้ ขสไตลข์ อง๓ขอ้. คกวาารมเตลน้ือแกบรบบัหแมล่อะมใเชจ้ข้า้อหมญลู ิงขพ่าวูนสพาิรศทมเี่ยั หถมึงาแะกส่ชมีพิตักษัย เมอื่ วันท่ี ๑๑ สิงหาคม
• ระด•ับทระ่สี ดขอับ้องทส่ีมาูลมข่าพว.สศา.ร๒ท่ีถ๕่าค๓ยุณ๓ทธอรดรวรหมมรพือขนรอาะงเชสหันนมอษ่อมามาไจเดจา้ ้กา๙แห๕หญลพิง่งรขพร้อูนษมพูาลติศ่ามงัยๆดทิศ่ีมกีอุลยู่มทากี่คมวารยนแาลมะามเีวปิธ็นีการ
นาเสนอท่ีห• ลราะกด•บั หที่สลรแ่ีะาดบยบั ทสบห่ี ่ิง้าอสยาค่าญังทค่ีคอื วรนามาพิจารณาในการเลือกรับ และใชข้ ้อมูลข่าวสาร มีดงั นี้
๑. เป็นผทู้ ใี่ ฝ่เรียนรู้
๒. เปน็ ผู้ท่เี อาพระทยั ใส่ในพระพุทธศาสนาอยา่ งแท้จริง

10/10/64 21 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ2ละ1วฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓

คลิกเพือ่ ๒แ)กศ้ไาขสสตรไาตจลารช์ ยอื่์สัญเรญ่อื างตธรน้ รมแศบกั บดิ์

ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักด์ิ เกิดเม่ือวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๐ เป็นบุตร
• แขกอ้ไขงสมไหตลา์ขออางมขาอ้ ตควยา์ตมรตี ้นพแรบะบยาธรรมสารเวทย์วิเศษภักดี (ทองดี ธรรมศักดิ์) และคุณหญิงช้ืน

ธร•รมระศดับกทด่สี ์ิ อรงับการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ โดยจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๖
สจาากเรโ็รจ•งเเปรระ็นยีด•ับนเทนรอี่สะาดตสัม•ับิทบสีส่รมัี่ัะณดชับฑทัญห่ี ิ้าตไจทากยนแั้นลเขะ้าไดศ้ึสกษอบาวชิชิงาทกุนฎเหลม่าาเรยียทน่ีโรรงพเรีบียุญนกนฎิธหิไปมาศยึกกษราะวทิชรวากงยฎุตหิธมรารมย
ที่ The Middle Temple ประเทศอังกฤษ

ก่อนท่ีจะเดินทางไปศึกษาต่อท่ีต่างประเทศ ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
ได้อุปสมบทท่ีวัดเบญจมบพิตร เป็นเวลา ๑ พรรษา ระหว่างน้ีได้ศึกษาธรรมและสามารถ
สอบไดน้ ักธรรมช้ันตรี

10/10/64 22 สังคมศึกษา ศาสนา แ2ละ2วฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คลกิ เพ๒)อื่ ศแากสต้ไขราสจไาตรยลส์ ์ชัญอ่ื ญเารื่อธรงรตมศ้นกั แดบิ์ (ตบ่อ)

เม่ือสาเร็จได้เป็นเนติบัณฑิตอังกฤษแล้ว ได้กลับมารับราชการเป็นผู้พิพากษาใน
• แแกกรล•ไ้ ะขะรทสจะไรดุฬตับวลาทง์ขล่ีสยอองุตงงกขิธอ้รรคณรวมา์มมหแตลา้นวะแบไิทดบย้ราับลเัชยิญจในหเ้เกปษ็นียอณาจอาารยยุ ์สเมอื่อนกพฎ.หศม. า๒ย๕ใน๑ม๐หแาลวิทะตย่อาลมัยาธยรังรไมดศ้รับาสกตารร์

แต่งตง้ั•ใหระเ้ดปับทน็ ี่สาอมงคมนตรีและนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย จนได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
แ ต่ ง ตั้ ง ใ•ห้รเะดปับท็ นี่ส่ี ศ า ส ต ร า จ า ร ย์ เ ม่ื อ พ . ศ . ๒ ๕ ๑ ๑ ซึ่ ง ไ ด้ รั บ ย ก ย่ อ ง จ า ก ส ภ า
มหาวิทยาลัย•ธรระรดมับทศีห่ า้ าสตร์ให้ดารงตาแหน่ง “ธรรมศาสตราจารย์” เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗
เนื่องจากเป็นผทู้ ีม่ ีความเสียสละ และมคี วามซือ่ สตั ยส์ จุ รติ

ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ สนใจศึกษาธรรมะ มีความเล่ือมใสศรัทธาใน
พระพุทธศาสนาและเป็นผู้หน่ึงท่ีได้ร่วมก่อตั้งพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ได้รับคัดเลือกให้
เป็นประธานองคก์ ารพทุ ธศาสนิกสมั พนั ธ์แหง่ โลก ซ่ึงดารงตาแหนง่ นยี้ าวนานถงึ ๑๔ ปี

10/10/64 23 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ2ละ3วัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

คลกิ เพือ่ แก้ไขสไตล์ช่ือเรือ่ งต้นแบบ

• แก้ไขสไตลข์ อง๓ขอ้. คกวาารมเตลน้ือแกบรบบัศแาลสะตใรชาข้ จ้อามรลู ยข์สา่ ัญวสญาราทธี่เหรมรมาะศสักมด์ิ ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันท่ี ๖
• ระด•บั ทระีส่ ดขอับ้องท่ีสมาูลมข่ามวกสราารคท่ีมถ่าคพยุณท.ศธอ.ดรร๒หมร๕ือข๔นอ๕างเสศสนาิรอสริ มวตามรจาอาจากยาแรหไุ ดยล้่์สง๙ขัญ้๕อมญปูลาตี ่าธงรๆรมทศี่มักีอดยู่ม์ิ ทาก่ีคมวารยนแาลมะามเีวปิธ็นีการ
นาเสนอทหี่• ลราะกด•บั หที่สลรแี่ะาดบยบั ทสบ่หี ิ่งา้อสยาคา่ ัญงทคีค่ ือวรนามาพิจารณาในการเลือกรบั และใช้ขอ้ มูลขา่ วสาร มีดงั นี้
๑. เปน็ ผู้ที่ใฝ่เรียนรแู้ ละมคี วามขยันหมน่ั เพียร
๒. เป็นผู้ที่ทรงคุณธรรม ท่านดารงตนอยู่ในศีลธรรม ท้ังในการ
ประกอบอาชีพและการดาเนินชวี ติ

10/10/64 24 สังคมศกึ ษา ศาสนา แ2ละ4วัฒนธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

คลกิ เพอื่ แกไ้ ขสไตล์ชอื่ เรอื่ งตน้ แบบ

๒. หน้าที่และบทบาทของสาวกและการปฏิบตั ิตนต่อสาวก

• แก•้ไขรสะไดต๒ับลท.์ขสี่๑อองงขหอ้ นค้าวาทมี่ขตอน้ แงบพบระภิกษุในการปฏิบัติตาม
หลักพร•ะธรระดรับมทีส่วาินม ยั และจรยิ วัตรอย่างเหมาะสม
ก•ษุ
ภิ คื อ ช า ยระดับทีส่ ี่ ที่ ไ ด้ รั บ ก า ร อุ ป ส ม บ ท แ ล้ ว
• ระดบั ทห่ี า้
เป็นผู้ศึกษา ปฏิบัติ และสืบทอดหลักธรรมคาสอน

ของพระพุทธเจ้า

10/10/64 ชายที่ได้รับการอปุ สมบทแล้ว

25 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ2ละ5วฒั นธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

คลกิ เพอื่ แกไ้ ขสไตลช์ ื่อเรอื่ งตน้ แบบ

หลกั ปฏบิ ัตทิ ี่พระภิกษพุ งึ ยึดถือปฏิบตั ิ มี ๓ ประการ ได้แก่

๑) ปริยัติ คือ การศกึ ษาเลา่ เรยี นพระธรรมวินัย แบง่ เปน็ ๓ แผนก คอื
• แกไ้ ขสไตล์ของข้อความต้นแบบ
แ•ผนระกดธบั รทรีส่ มองเป็นการศึกษา แผนกบาลี เป็นการศึกษา
ห ลั ก ธ ร ร•มรคะดาับสทีส่ อามน จั ด เ ป็ น ต า ม ห ลั ก สู ต ร ภ า ษ า บ า ลี เ พื่ อ แผนกปริยัติสามัญ หรือ
ชห้ัลนกัโทสูตแรนลกัะนธรักรธ•มรชรระน้ั ดม•บัตชทร่ีสรั้นี่ะี นดเับอกั ทกห่ีธา้ รซรม่ึง ศึกษาคาสอนท่ีมีการบันทึกเป็น อุดมศึกษา ซึ่งมีมหาวิทยาลัยท่ี
ต้องศึกษาวิชาพุทธประวัติ วิชา ภ า ษ า บ า ลี ใ น พ ร ะ ไ ต ร ปิ ฎ ก จั ด ใ ห้ พ ร ะ ภิ ก ษุ ไ ด้ ศึ ก ษ า ต า ม
ธรรมวิภาค วิชาวินัยมุข (หลัก แบง่ เปน็ ระดับประโยค ๑-๒ และ หลักสูตรอุดมศึกษา ๒ แห่ง คือ
เบ้ืองต้นแห่งวินัย) และวิชา ป.ธ.๓ ไปจนถึงระดับสูงสุด ม ห า วิ ท ย า ลั ย ม ห า ม กุ ฏ ร า ช -
กระทธู้ รรม (หัวข้อหลกั ธรรม) คือ ป.ธ.๙ ซึ่งมีช่ือเรียกว่า วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหา-
เปรยี ญธรรม จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั

10/10/64 26 สงั คมศึกษา ศาสนา แ2ละ6วฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓

คลกิ เพื่อแกไ้ ขสไตล์ช่ือเรือ่ งต้นแบบ การศกึ ษาเลา่ เรียนพระธรรมวินยั
เป็นหลักปฏบิ ัติทีพ่ ระภิกษพุ งึ กระทา
๒) ปฏิบัติ คือ การประพฤติปฏิบัติตน
ตกมาาี•๒รมแปพปกฏ•รไ้รขิบะะรห๓สธัตะกไรดน•)ิตาบัร้ลารปทรม์ขะทสี่ ดคฏวอ•อ่ีบัขนิืองิเงทขวรอี่สยัะ้อาดธงม•บัคพทวคีส่รรา่ีะือดมะับตทภกห่ีน้ ิก้าาแษรบบุตบารมรลพุมรระรธครผรมลวจินาักย

๑. คันถธุระ หมายถึง การศึกษาเล่า
เรยี นปริยัตธิ รรมหรือพระธรรมวนิ ยั

๒. วิปัสสนาธุระ หมายถึง การเจริญ
วิปัสสนากรรมฐาน

10/10/64 27 สังคมศึกษา ศาสนา แ2ละ7วัฒนธรรม ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓

คนลอกกิ จเาพกนอ่ื ้ี พแรกะภไ้ ขกิ ษสพุ ไงึ ตหลม่นัช์ พื่อจิ เารรอื่ณงาเตตือ้นนแสบติตบนเอง ตามหลกั “ปัพพชติ อภณิ หปจั จเวกขณ์”

ซง่ึ หมายถึง ธรรมท่ีบรรพชติ ควรพิจารณาเนอื ง ๆ มี ๑๐ ประการ คือ

• ๑แก. ้ไขบสัดไนตเ้ีลรข์ าอมงเีขพอ้ ศคตวา่ามงตจ้นากแบคบฤหสั ถแ์ ล้ว เราต้องทาอาการกิรยิ าของสมณะ
๒.•กราะรดเบั ลที้ยี่สงอชง ีวติ ของเราเนื่องด้วยผอู้ ื่น ควรทาตวั ใหเ้ ขาเลย้ี งงา่ ย
๓. เรา•มอี ระาดกบั ัปที่สกามริ ิยาอยา่ งอน่ื ทพี่ ึงจะทา

๔. ตใัวคเรร่คารเอว•ญงยรแะงั ดล•ตบั ท้วเิ ีส่รต่ีะยดยี ับงันทต่ีหตา้เิ ัวตเียรนาเเรอางโโดดยยศมลีีศไลี ดไ้หดร้หือรไอื มไ่ม่
๕.

๖. เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจท้งั สิ้น

๗. เรามีกรรมเปน็ ของตน ซ่ึงจะต้องทาให้ดีขน้ึ ไปกวา่ นี้ยังมีอยอู่ กี

๘. วันคืนล่วงไป ๆ บัดนีเ้ ราทาอะไรอยู่

๙. เรายนิ ดีในทีส่ งดั อย่หู รอื ไม่

๑๐. คณุ วเิ ศษท่ีเราบรรลแุ ลว้ มอี ยหู่ รือไม่ เมือ่ ถกู เพื่อนบรรพชิตถามในกาลภายหลัง

10/10/64 28 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ2ละ8วฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓

คลกิ เจพากื่อธแรรกม้ไดขังกสลไ่าตวลขา้ช์ งอ่ื ตเ้นรท่อื าใงหตพ้ น้ ระแภบิกบษุมีจริยวัตรหรอื กิจทต่ี อ้ งกระทา ดงั นี้

๑. การดาเนินชีวิตโดยอาศัยปัจจัย ๔ โดยปฏิบัติ
ต•นแกไไ้ดข้แสไกต่ล์ขบอิณงขฑ้อคบวาามตต้นในแบตบอนเช้า นุ่งห่มผ้าบังสุกุล
อยู่เส•นาระสดนับทะี่สปอง่า และการฉันยารักษาโรคด้วยสมุนไพร
ตามทห่ี าม•าไรดะด้บั ทีส่ าม
เกย่ี วกบั ก๒า.มลาะร•เมวรณะ้นด•ับ์สทไส่ีร่ิมง่ีะดท่ลบั ที่กัพ่ีหทา้รระพัภยิก์ษไมุไม่อ่ควดวครกุณรวะิเทศษา คือ ไม่ยุ่ง
๓. ไหวพ้ ระกอ่ นนอนและตน่ื นอน
๔. ฉันภัตตาหารที่ได้จากการบิณฑบาตหรือ
มีผู้นามาถวาย
๕. ทาวัตรเชา้ และทาวตั รเย็น การบณิ ฑบาตเปน็ จรยิ วัตรหรอื

๖. ฟงั เทศนใ์ นวันธรรมสวนะหรือวนั พระ กจิ ท่ีต้องกระทาอยา่ งหนง่ึ ของพระภิกษุ
๗. ฟังสวดพระปาฏโิ มกข์

10/10/64 29 สังคมศกึ ษา ศาสนา แ2ละ9วฒั นธรรม ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คลิกเพ่อื แก้ไขสไตล์ชอ่ื เรือ่ งตน้ แบบ

๘. ศึกษาพระธรรมวนิ ัย
๙. ทากจิ วัตรพเิ ศษ หรือกจิ นิมนต์
๑•๐แ.กปไ้ ขฏสิบไตตั ลกิ์ขิจองวขัตอ้ รคสว่วามนตต้นัวแบบ
๑๑. •ดูแระลดรบั ทักสี่ษอาง บูรณปฏิสังขรณ์วัดและบริเวณ
ภายในวดั • รระวด•มับทถร่ีสะางึดมบักทิจี่ส่ี การต่าง ๆ ของวัด
๑๒. ปลงปริวาส•กรระรดับมทหี่แ้าละปลงอาบัติหรือการ
สารภาพผิดต่อหน้าพระภิกษุด้วยกันเม่ือทาผิด
วินยั

10/10/64 30 พระสงฆ์มหี น้าที่ทากจิ นิมนต์
เม่ือมผี ู้นิมนตไ์ ปประกอบศาสนพิธตี ่าง ๆ

สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ3ละ0วัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓

คลิกเพอ่ื แก้ไขสไตลช์ อ่ื เรอ่ื งตน้ แบบ

๒.๒ การปฏบิ ตั ติ นตอ่ พระภกิ ษใุ นงานศาสนพธิ ที ่ีบ้าน

การประกอบศาสนพิธีที่บ้าน อาจเป็น
ง•านแกมไ้ ขงสคไลตลเข์ ชอ่งนขอ้ งคาวนามทตาน้ บแบุญบ หรืองานอวมงคล
เเจช้า่นข•องงาระบนด•้าบัสนทรวะีส่ หดด•อบั รงทพรืส่ีอะาดรเมบั จะท่ีส้าอ่ี ภภาิธพรจระมตศ้อพงนงิมานนตท์พารบะุญภิกอษัฐุิ
มาที่บ้านเพื่อประ• กระอดบับที่หพ้า ิธี การนิมนต์พระภิกษุ

เจ้าภาพจะต้องแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจน และ

นิมนตจ์ านวนพระภกิ ษุให้ถกู ต้องตามโอกาสนั้น ๆ

(งานมงคลนิยมนิมนต์ ๕, ๗, ๙ รูป ส่วนงาน การประกอบศาสนพธิ ที บี่ า้ น
อวมงคลนมิ นต์ ๔, ๘, ๑๐ รูป)

10/10/64 31 สงั คมศึกษา ศาสนา แ3ละ1วฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

คลิกเพอื่ แกไ้ ขสไตล์ช่ือเร่อื งตน้ แบบ

๒.๒ การปฏบิ ตั ิตนตอ่ พระภกิ ษใุ นงานศาสนพธิ ีที่บ้าน (ตอ่ )

• แกไ้ ขสไจตัดล์ขเอตงรขีย้อคมวสามถตา้นนแบทบ่ีให้สะอาดเรียบร้อย
จัดอ•าสระนดบัสทงี่สฆอง์ให้แยกต่างหากจากฆราวาสและ
เตรียมเค•รื่อระงดรับับที่สรามอง เม่อื พระภิกษุมาถึงบริเวณพิธี
ผู้เป็นเจ้าของ• บระ้าด•นับทหส่ีร่ีะดรบั ือที่หเ้าจ้าภาพพึงให้การต้อนรับ
คอยปรนนิบัติพระภิกษุ จัดถวายเคร่ืองรับรอง
การประเคนของถวายพระภิกษุควรปฏิบัติด้วย
ความเคารพ

จัดเตรียมสถานท่ใี ห้สะอาดเรียบรอ้ ย

10/10/64 32 สังคมศกึ ษา ศาสนา แ3ละ2วฒั นธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

คนลอกิกจเาพกือ่นี้เแจกา้ ภ้ไาขพสแไลตะผล้เู ช์ข้าอ่ื รเ่วรม่อื ศงาสตนน้ พแธิ บีพงึบปฏบิ ัติตน ดังน้ี

๑) การแต่งกาย

• แก้ไขสไตกลา์ขรอแงขต้อ่งคกวามยตม้นาแรบ่วบมงานศาสนพิธีท่ีบ้านควร
ปฏิบ• ัตระิเดชบั ่นทเสี่ ดองียวกับการแต่งกายไปวัด คือแต่งกายให้
เรียบร้อ•ยถระูกด•บักทราส่ี ะาลดมับเทท่ีสี่ ศะ หากเป็นงานมงคลจะนิยมแต่ง
ให้สวยงาม สบา•ยรตะดาบั ทสีห่ ้าตรีไม่ควรนุ่งกระโปรงส้ัน หรือ

สวมเส้ือผ้าที่บางและรัดรูปจนเห็นสัดส่วนของร่างกาย

จนเกินไป ควรแต่งกายให้สุภาพ สวมใส่เคร่ืองประดับ

แต่พองาม หากเป็นงานอวมงคลนิยมแต่งกายเป็น
ชุดดา หรือสีขาวท่ีสุภาพ ไม่ใช้สีฉูดฉาด เพื่อเป็น แต่งกายให้เรียบรอ้ ยถกู กาลเทศะ

การให้เกยี รตแิ ก่ผ้ทู ี่เสียชีวิตและสถานที่

10/10/64 33 สังคมศึกษา ศาสนา แ3ละ3วฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

คลกิ เพ่อื แก้ไขสไตลช์ ื่อเรอ่ื งตน้ แบบ

๒) มรรยาทการสนทนากับพระภิกษุ
•ตาแมกฐไ้ ขาสนไตะลข์ องขอ้ ความต้นแบบ
• ประอด•กับยาทร่ะารสี่ ด•องับปงทสรฏสี่ ะาาดิมบบั รทัตสี่ว่ี ิตมนแตล่อะ
เ ป็ พระภิก ษุ จะต้อง
นไ ด้วยคว ามเคารพ

ไม่ว่าจะเป็นการ•น่ังระดกับทาี่หร้า เดิน การยืน ขณะอยู่

ต่อหน้าทา่ น รวมถงึ การพูดจาสนทนากับท่านก็

จะต้องเป็นไปอย่างสารวม อ่อนน้อม ใช้วาจา

สุภาพ และถูกต้องตามกาลเทศะ สตรีไม่พึง การปฏิบตั ติ นต่อพระภิกษุ

สนทนากบั พระภิกษใุ นทลี่ ับตาสองต่อสอง

10/10/64 34 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ3ละ4วฒั นธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๓

คลิกเพ่อื แกไ้ ขสไตลช์ ื่อเรื่องต้นแบบ

คาพดู ที่ใช้ในการสนทนากบั พระภกิ ษุ ควรใช้ใหถ้ ูกต้องเหมาะสมตามฐานะ ดงั น้ี

• แก้ไขสไตล์ของข้อความตน้ แบบ

• ระดบั ทสี่ อง

• ระดับท่สี าม

• ระดบั ท่สี ี่
• ระดับทห่ี า้

10/10/64 35 สงั คมศึกษา ศาสนา แ3ละ5วัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

คลิกเพอ่ื แกไ้ ขสไตลช์ อ่ื เรอ่ื งตน้ แบบ

• แก้ไขสไตลข์ อง๓ข้อ. คกวาารมเตล๓้นอื .แกบกรบับาแรลปะฏใชบิ ้ขอ้ัตมิหลู นขา่้าวทสาี่ขรอทงเ่ี หชมาาวะสพมทุ ธตามพุทธปณธิ าน ๔

• ระด•ับทระส่ี ดขอบั ้องท่ีสมาูลมข่าวสารที่ถ่ายพทุทอดธหปรณือนิธาาเนสน๔อมหาจมาากยแถหึงล่งคขว้อามมูลตป่ารงาๆรถทน่ีมาีอขยู่มอางกพมราะยพแุทละธมเจีวิ้ธาีการ
นาเสนอทีห่• ลราะกดับหท่ีสลี่ าทยสี่ติง่ ้อสางคกญั าทร่ีคใวหร้พนาุทมธาพบิจราิษรณัทาทในั้งกา๔รเลคอื ือกรภับิกแษลุะภใชิก้ขษ้อมุณลู ีขอา่ วุบสารสมกดี อังนุบ้ี าสิกา

• ระดเับขที่หา้ ้าใจหลักธรรมและสามารถปฏิบัตติ ามได้ถูกต้อง
ดังนน้ั พระองคจ์ งึ ทรงมพี ระประสงคใ์ ห้พุทธบรษิ ทั ปฏบิ ัติตาม

ดงั นี้

10/10/64 36 สังคมศึกษา ศาสนา แ3ละ6วฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คลกิ เพอ่ื แก้ไขสไตลช์ ื่อเรือ่ งตน้ แบบ

ดังนนั้ พระองค์จึงทรงมพี ระประสงคใ์ ห้พทุ ธบรษิ ัทปฏิบตั ติ าม ดงั น้ี

• แก้ไขสไต๑ลข์ .อศงขึกอ้ ษคาวามพตรน้ ะแพบุทบธวจนะในพระไตรปิฎกให้เข้าใจหลักคาสอนและสาระสาคัญ
ขอ•งพระรดะับพท่ีสทุ อธงศาสนา

• ๒ระ.ดบัปทฏส่ี าิมบัติ ประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในชีวิตประจาวัน
เปน็ แบบอย•่างระทด•ับด่ี ท่ีสีรี่ะพดบัยทาี่หา้ยามหลกี เล่ียง ไม่มวั เมาหมกมุ่นในอบายมุข

๓. ชี้แจง คือ สามารถนาไปถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ร่วมมือทานุบารุงรักษา

ประเพณี วฒั นธรรมและเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาต่อไป

๔. ปกปอ้ ง ถา้ คราวใดมผี ู้จาบจว้ งใหร้ า้ ยพระพทุ ธ พระธรรม และพระสงฆ์ ไมว่ ่าจะ

เกิดจากพุทธบริษัทท่ีหลงผิด หรือเบียดเบียนรังแกจากศัตรูภายนอกก็ตาม พุทธศาสนิกชน

พึงรว่ มมือรว่ มใจกันแก้ไขใหค้ วามเขา้ ใจผดิ นนั้ ๆ หรือความขัดแย้งน้นั ลุลว่ งไป

10/10/64 37 สังคมศึกษา ศาสนา แ3ละ7วฒั นธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓

คลิกเพอ่ื ดแังนกนั้ไ้ ขพสทุ ไธตศาลสช์ น่อืกิ ชเรน่ือทงดี่ ตีคว้นรแปฏบิบบัติ ดังน้ี

๑. การปฏิบตั ใิ นการดาเนินชีวติ ชาวพทุ ธทีด่ ีต้องหมัน่ ศกึ ษาหาความรูอ้ ยู่เสมอ เพอื่
ประโยชน์แก่การดารงชีวติ ของทุกคนที่อยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม
• แก้ไขสไตล๒์ข.องกขา้อรคปวฏามิบตัตน้ ิใแนบทบางธรรม โดยปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่มคี วามรู้ความเข้าใจ
สา•มราะรดถับปทส่ี ฏอบิง ัติได้ถกู ต้องตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้
คงอยู่ส•ืบรตะด่อับไทปี่สาม

• ระดบั ท่สี ่ี
• ระดับท่ีห้า

หนา้ ทข่ี องชาวพทุ ธท่ดี ีตอ้ งปฏิบตั ดิ ีในการดาเนินชวี ิตและปฏบิ ัตดิ ีในทางธรรม
เชน่ การหม่ันศึกษาหาความรู้ การประพฤตติ นเป็นคนดี มเี มตตาตอ่ ผอู้ ่นื

10/10/64 38 สงั คมศึกษา ศาสนา แ3ละ8วฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

คล๔กิ. เกพา่ือรปแฏกิบไ้ ขตั สติ ไนตใลน์ชศือ่ าเสรนือ่ พงตธิ ีน้ แบบ

• แกไ้ ขพสิธไตที ลา์ขอบงุญข้องคาวนามมตงน้ คแบลบและงานอวมงคล พธิ ีทาบุญ

• ระพดับิธทีท่สอางบุญ หรือเรียกอีกอย่างว่า บุญพิธี
ปจัดรเะปเภน็ ศทา•ไสรดนะ้ดแ•พับกทิธรีส่่ะีอาดกม•บั ยุศท่ีสา่รลี่ะงดพับหทนิ่ีหธา้ ีึง่ บในุญจพานิธีวทนาศนาสพนิธพี แิธลี ๔ะ

ปกณิ กพิธี เป็นพิธีที่จัดข้ึนสาหรับการทาความดี

ต า ม ห ลั ก บุ ญ กิ ริ ย า วั ต ถุ ต า ม ค ว า ม เ ชื่ อ

ตามขนบธรรมเนียมประเพณี เพ่ือความเป็น

สริ ิมงคล

10/10/64 39 สังคมศึกษา ศาสนา แ3ละ9วัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓

คลิกเพพธิ ื่อที าแบกญุ ไ้ ใขนสทไาตงพลรช์ะพอื่ ุทเรธศอื่ างสตน้นา แมีบ๒บประเภท ดงั น้ี

๑. พธิ ที าบญุ งานมงคล หมายถงึ การทาบญุ ทีจ่ ัดให้มีขนึ้ เพ่ือความสุข ความเจริญ พิธีกรรม
ท่ีเ•กี่ยแกวไ้ กขับสไงตาลน์ขอมงงขค้อลควเาชม่นตน้ กแบาบรวงด้ายสายสิญจน์ การจุดเทียนทาน้ามนต์ การเจริญพระพุทธมนต์
การอา•รารธะดนับาทพ่ีสอรงะปรติ ร การทาบุญตกั บาตรในวันมงคลตา่ ง ๆ

๒.• พระิธด•ีทับทารส่ี ะบาดมบั ุญท่ีสงี่ านอวมงคล หมายถงึ การทาบญุ ท่ีจัดขึน้ เกี่ยวกับการตาย มี ๒ อย่าง คือ
๒.๑ ก•ารระทดับาท่หี บา้ ุญหน้าศพ หมายถึง การทาบุญขณะตั้งบาเพ็ญกุศลศพ รวมถึง

การทาบญุ ๗ วนั ๕๐ วัน หรอื ๑๐๐ วัน ใหแ้ ก่ผทู้ ถี่ ึงแกก่ รรมด้วย

๒.๒ การทาบุญอัฐิ หมายถึง การทาบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ท่ีถึงแก่กรรมหลังจาก
ทฌ่ี าปนกจิ แล้ว โดยในวันรงุ่ ข้ึนเจา้ ภาพจะนาอัฐิมาทาพธิ ี

พิธีกรรมท่ีเกี่ยวกับงานอวมงคล เช่น การลอยอังคาร การทอดผ้าบังสุกุล สวดอภิธรรม

สวดพระพุทธมนต์ การทาพิธีภูษาโยง

10/10/64 40 สังคมศึกษา ศาสนา แ4ละ0วัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คลกิ เพอื่ กแารกทไ้ าขบสญุ ไมตรี ะลเช์บยีือ่ บเพรธิื่อีปงฏตบิ ้นัตแทิ ี่สบาบคญั ดังนี้

๑. การนมิ นตพ์ ระภิกษุ การนิมนตพ์ ระภกิ ษุ
ก๗เปา•น็รรูปเเแลจกข๙•ร้ไขคิญกรสรู่ะาไูปพด•ตบัรลรทรยน์ขะะส่ีกดอิ•อพมบั เงงทวขรุนที่สะ้นอ้าดมธตบัคงทม์วาพ่สี า่ี นนมรมตตะน้์งภนคแิบิลกยบสมษมเุ ใปรนส็นงหจาราือนนงมวางนนคแคต่ีลเ่งชงเ่นารนี ย๕กนิยวรู่มปา

สาหรับกา• รรนะดบัิมทห่ี นา้ ต์พระภิกษุในงานอวมงคล
เรียกว่า การสวดพระพุ ทธมนต์ ถ้าเป็นการสวด
พระอภิธรรม ๔ รูป สวดมาติกาบังสุกลุ สวดพระพุทธมนต์
นิยมนิมนต์พระภิกษมุ า ๘ รูป หรอื ๑๐ รูป

ก า ร นิ ม น ต์ พ ร ะ ภิ ก ษุ เ จ้ า ภ า พ จ ะ ต้ อ ง แ จ้ ง
รายละเอียด คือ สถานท่ี เวลา และโอกาส ว่านิมนต์ไปเพื่อ
กิจอนั ใดให้พระภกิ ษุทราบ

10/10/64 41 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ4ละ1วัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

คลกิ เพ๒.อ่ื กแารกเตไ้ ขรียสมไทต่ีตลัง้ พ์ชร่อื ะพเรุท่อื ธรงปูตแน้ ลแะเบครบื่องบูชา

การจัดโต๊ะหมู่บูชา นิยมจัดโต๊ะหมู่บูชา

ห•มู่แ๓กไ้ ขหสมไตู่ ๕ลข์ อหงมขอู้่ ๗ควาหมรตือ้นหแบมบู่ ๙ ตามความเหมาะสม

โดยอ•ัญระเดชับิญทสี่ อพงระพุทธรูปและจัดเคร่ืองบูชาซึ่ง
ประกอบด• ้วระยด•บั กทรสี่ ะราดมะับทถส่ี ่ีางธูป เชิงเทียน แจกันดอกไม้
พานพมุ่
• ระดับทหี่ ้า

โต๊ะหมู่บูชาและเครื่องบูชา จัดต้ังไว้ด้านขวา

ของอาสนสงฆ์ หันหน้าไปทางทิศตะวนั ออก ทิศเหนือ

หรือทิศใต้ก็ได้ ถ้าเป็นงานอวมงคลจะมีการตั้งเคร่ือง

ทองนอ้ ยและต้หู รอื หบี บรรจพุ ระอภิธรรมดว้ ย การจดั โต๊ะหมบู่ ชู า

10/10/64 42 สังคมศกึ ษา ศาสนา แ4ละ2วัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓

คลกิ๓เ.พกาื่อรแวงกด้ไา้ ขยสสาไยตสลิญ์ชจนื่อ์เรอ่ื งต้นแบบ สายสิญจน์

การวงด้ายสายสิญจน์เป็นพิธีสืบเน่ืองมาจาก
พน•าิธสแีพการ้ไยขาสสหิญไตมจลณข์นอ์์ งซมขึ่งัก้อนคจิยวะามกมใตรช้นะ้จแทาบานบใวนนงา๙นเมสง้นควลนเจปา็นกกฐาานร
ของพ• รระะดพับทุทสี่ อธงรูป ๓ รอบ โดยเวียนไปทางขวา
แแลล้ะวไโมย่คงไวป•รยเรดังะดินภ•บั ขทาร่ีสชะ้าาดมม•นับทะีส่รพ่ีะทดาับี่ใทนส่หี ้าท่นี่ต้าม้ังสนาตย์ สแิญล้วจวนา์ใงหไ้นว้บามนาพวาานง
ไ ว้ ห น้ า โ ต๊ ะ ห มู่ บู ช า ห รื อ ใ ก ล้ กั บ พ ร ะ ภิ ก ษุ ท่ี เ ป็ น
ประธาน มีขนั นา้ มนตพ์ รอ้ มน้าและเทยี น

สาหรับงานอวมงคลจะไม่มีการต้ังภาชนะ
ใส่น้ามนต์และไม่มกี ารวงด้ายสายสิญจน์ แต่จะมกี าร
ใช้สายสิญจน์เป็นสายโยงต่อจากศพมาถึงอาสนสงฆ์
เช่อื มต่อไปที่พาน เพ่ือใช้บังสุกุล เรียกวา่ “ภษู าโยง”

10/10/64 43 สงั คมศึกษา ศาสนา แ4ละ3วฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓

คลิกเพือ่ แกไ้ ขสไตล์ชอื่ เรอ่ื งตน้ แบบ

๔. การปูลาดอาสนะ
• แกไ้ ขสไตลก์ขาอรงปข้อูลคาวดาอมาตส้นแนบะบเป็นการเตรียมอาสนะไวส้ าหรับพระภิกษุ ซ่ึงอาจทาได้ ๒ วธิ ี คือ

ยก•พร้ืนะดอบั าทสสี่ อนงสงฆ์ให้สูงข้ึน หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ปูลาดอาสนะไปกับพ้ืนธรรมดา แต่มีผ้าขาว
หรืออา•สรนะดะบั รทสี่อางมน่ังอีกช้ันหนึ่งให้แตกต่างจากท่ีนั่งของฆราวาส การจัดอาสนะให้พระภิกษุ
ต้องจัดไวท้ •างระซด•บั้าทย่ีสร่ีะขดบัอทงห่ี ้าโตะ๊ หมู่บชู า

๕. การเตรียมเคร่ืองรบั รอง
การเตรยี มเคร่ืองรบั รองสาหรบั พระภกิ ษุ เปน็ ธรรมเนยี มท่ตี อ้ งปฏบิ ตั ิตามสมควรแก่
ฐานะเครื่องรับรองที่จาเป็น เช่น กระโถน ภาชนะใส่น้าร้อน-น้าเย็น การจัดเครื่องรับรองให้
จดั ไว้ทางขวามือของพระภิกษเุ สมอ

10/10/64 44 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ4ละ4วฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

คลกิ เพอ่ื แก้ไขสไตล์ชื่อเร่ืองต้นแบบ

๖. การจุดธูปเทียน
การจุดธูปเทียนโต๊ะหมู่บูชา เจ้าภาพควรเป็นผู้จุดธูปเทียนเอง โดยเร่ิมจุดเทียน
ด•้ า แนกข้ไขวสไาตขลข์ อองขพอ้ ครวะามพตุ ท้นแธบรบู ป แ ล้ ว จุ ด เ ที ย น ด้ า น ซ้ า ย จ า ก นั้ น จึ ง จุ ด ธู ป ๓ ด อ ก แ ล้ ว
กราบเ•บรญะดจับาทงี่สคองประดษิ ฐแ์ ต่ในงานอวมงคลจะมกี ารจดุ ธปู เทียนบูชาพระธรรมที่หน้าตพู้ ระธรรม
ดว้ ย • ระดบั ทีส่ าม

• ระดับท่ีส่ี

การจุดธูป•บูชระาดับศทหี่พ้า ให้ใช้ธูป ๑ ดอก ไม่ต้องจุดเทียน หากเป็นศพของพระภิกษุจะกราบ
แบบเบญจางคประดษิ ฐ์ แตถ่ า้ เป็นศพของฆราวาสให้กราบครั้งเดียวไม่แบมือ แต่ถ้าผจู้ ุดธูปเป็น
พระภิกษุ ให้กราบศพ ๓ คร้ังสาหรับศพของพระภิกษุ ถ้าหากเป็นศพฆราวาส ไม่ต้องจุดธูป
เพียงแต่ยืนสารวมจิตหน้าศพ ประมาณ ๑-๒ นาที ผู้ท่ีร่วมพิธีจะต้องประนมมือขณะที่เจ้าภาพ
จดุ ธปู เทยี นด้วย

10/10/64 45 สังคมศกึ ษา ศาสนา แ4ละ5วัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓

คลิกเพอื่ แกไ้ ขสไตล์ชอ่ื เรอ่ื งตน้ แบบ

๗. ข้อปฏบิ ัตใิ นวันเล้ยี งพระ
เมื่อพระสงฆ์มาถึงบริเวณพิธี เจ้าภาพลุกข้ึนต้อนรับและนิมนต์ท่านไปยังอาสนสงฆ์
ท•่ีเตแกร้ไียขมสไไตวล้์ขจองาขก้อนควั้นามเจต้น้าแภบาบพจุดเทียนและธูปบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล และรับศีล
หากเป• ็นระงดาับนทส่ีมองงคล เม่ือรับศีลจบแล้วให้อาราธนาพระปริตรและฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
พอถึงบท•สรวะดด•ับวทรี่ส่าะาดมบั “ทสี่ อี่ เสวนา จ พาลาน” เจ้าภาพจุดเทียนทาน้ามนต์ (ถ้าเป็นงานอวมงคล
ไม่ต้องอาราธนา•พรระะดบั ปทห่ี รา้ ิตรและไม่ต้องจุดเทียนทาน้ามนต์ พระสงฆ์จะสวดพระพุทธมนต์)
จากนั้นถวายภัตตาหาร (อาจมีการถวายข้าวพระพุทธด้วยก็ได้) หลังจากพระภิกษุฉันเสร็จแล้ว
เจา้ ภาพถวายเคร่ืองไทยธรรมสาหรับงานมงคล แต่ถ้าเป็นงานอวมงคล เม่ือพระภิกษุฉนั เสร็จจะมี
การบังสุกลุ โดยการทาภูษาโยง แล้วจึงค่อยถวายเครื่องไทยธรรม พระภิกษุรับเคร่ืองไทยธรรมและ
อนโุ มทนา ผู้รว่ มพิธพี งึ กรวดนา้ อทุ ิศส่วนกุศล พระภิกษุประพรมน้าพระพุทธมนต์ เปน็ อันเสรจ็ พิธี

10/10/64 46 สงั คมศึกษา ศาสนา แ4ละ6วัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓

คลิกเพ๗.ื่อขแอ้ กปฏ้ไขบิ ตัสใิ ไนตวลนั เช์ ล่อืย้ี งเพร่ือระงต้นแบบ

เมื่อพระสงฆ์มาถึงบริเวณพิธี เจ้าภาพลุกขึ้นต้อนรับและนิมนต์ท่านไปยังอาสนสงฆ์
หทพ•่ีาเอตกแถเกรึงป•ไ้ียบข็นรมสทะงไดไ•ตาสับวลนทรว้์ขะ่สีมจดดออบั งงาวงทคขส่ี่กาอ้าลมนค“ว้ัเนอมามเเื่อจตสร้น้าวับแภนศบาาีบลพจจจบุดพแเลาท้วลียใาหนน้อแ”าลรเะาจธธ้าูนปภาบาพูพชราจะพุดปเรรทิตะียรรนแัตลทนะาตฟนรัง้าัยพมรอนะาตสร์ ง(าฆถธ์เ้านจเราปิญศ็นีพลงราแะนพลอะุทวรธมับมงศนคีตลล์
ไม่ต้องอาราธ•นระาดพบั ที่สร่ี ะปริตรและไม่ต้องจุดเทียนทาน้ามนต์ พระสงฆ์จะสวดพระพุทธมนต์)
จากน้ันถวายภัตต•าหระาดบัรที่ห(า้ อาจมีการถวายข้าวพระพุทธด้วยก็ได้) หลังจากพระภิกษุฉันเสร็จแล้ว
เจ้าภาพถวายเคร่ืองไทยธรรมสาหรับงานมงคล แต่ถ้าเป็นงานอวมงคล เม่ือพระภิกษุฉันเสร็จจะมี
การบังสุกุลโดยการทาภษู าโยง แล้วจึงค่อยถวายเคร่ืองไทยธรรม พระภิกษุรับเคร่ืองไทยธรรมและ
อนโุ มทนา ผู้ร่วมพิธีพึงกรวดน้าอุทิศส่วนกศุ ล พระภกิ ษุประพรมน้าพระพุทธมนต์ เป็นอันเสร็จพิธี

สาหรับการทาบุญอัฐิเม่ือถวายภัตตาหาร ทอดผ้าบังสุกุล ถวายเคร่ืองไทยธรรมและ
กรวดนา้ แลว้ เจ้าภาพอาจจะนาอฐั ิไปลอยน้าหรือเรยี กว่าลอยองั คาร

10/10/64 47 สังคมศึกษา ศาสนา แ4ละ7วัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

คลกิ เพือ่ ๘แ. กกาไ้ รขถสวาไยตขล้าช์วพอ่ื รเะรพอ่ื ุทงธต้นแบบ
การถวายข้าวพระพุทธเป็นการถวายภัตตาหารแด่พระพุทธรูป เจ้าภาพจะเป็น
ผู้ถวายเมื่อพระภิกษุเจริญพระพุทธมนต์ใกล้จบหรือจบแล้ว โดยจุดธูป ๓ ดอก แล้วกล่าว
• คแากถ้ไขวสาไตยลด์ของั งนขี้ ้อความต้นแบบ

• ระดบั ที่สอง “อมิ งั สูปะพยัญชะนะสัมปนั นัง สาลีนงั

• ระดับท่สี าม โภชะนงั อุทะกัง วะรัง พทุ ธสั สะ ปูเชมิ ”

คา•แประลดับทขี่สา้่ี พเจ้าขอบชู าขา้ วสกุ แห่งข้าวสาลี พร้อมดว้ ยแกง กบั ขา้ ว และน้า อนั ประเสริฐน้ี
แด่พระพุทธเจ้า • ระดบั ที่หา้

กล่าวจบแล้วกราบ ๓ ครั้ง เม่ือพระภิกษุฉันภัตตาหารเสร็จ เจ้าภาพจึงจะกล่าวลา
ข้าวพระพุทธ ดงั นี้

“เสสัง มังคะลัง ยาจามิ ”
คาแปล ข้าพเจา้ ขอส่วนเหลอื อนั เป็นมงคลนี้

กล่าวจบแล้วกราบ ๓ คร้ัง และนาสารบั ออกไป
48 สังคมศึกษา ศาสนา แ4ละ8วัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
10/10/64

คลิกเพอ่ื ๙แ. กกาไ้ รขถสวาไยตไลทย์ชธ่ือรรเรมื่อหรงือตไท้นยแทบานบ เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธถี วายเคร่อื ง
ไทยธรรมหลังจากที่
ไทยธรรม หมายถึง ของทาบุญต่าง ๆ หรือของ
ถ•วาแยกไ้พขสรไะตลเ์ขชอ่นงขแอ้ ปควรางมสตีฟ้นแันบบสบู่ ยาสามัญประจาบ้าน พระภิกษุฉนั ภตั ตาหารเสรจ็ แลว้
นอกจ• ารกะดนับ้ีทย่ีสังอรง วมถึงอัฐบริขาร หรือเครื่องใช้สอย
สาหรับพ•ระระภด•บัิกทรษีส่ ะาดุมับ๘ทส่ี ่ี อย่าง ได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ-
บาตร มีดโกนหร•ือมระีดดบั ทตห่ี ัดา้ เล็บ เข็ม ประคดเอว และ
กระบอกกรองน้า รวมถึงสิง่ จาเป็นสาหรบั พระภกิ ษุ

การถวายไทยธรรมจะกระทาในช่วงสุดท้าย
ของพิธีทาบุญ คือ หลังจากที่พระภิกษุฉันภัตตาหาร
เสรจ็ แลว้

10/10/64 49 สงั คมศกึ ษา ศาสนา แ4ละ9วัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๓

คลิกเ๑พ๐่ือ.แกการไ้ กขรวสดไนตา้ ลช์ ื่อเรื่องตน้ แบบ การกรวดนา้

การกรวดน้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการทาบุญ
กระทาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษและผู้ที่ล่วงลับ
ไป•แแลก้วไ้ ขโสดไตยลก์ขาอรงรขินอ้ คนว้าาใมสต่ภ้นาแชบนบะรองรับซ่ึงการกรวดน้านี้
สามาร•ถรกะรดับะทท่ีสาอไงด้ทั้งในงานมงคลและงานอวมงคล
แล้ว พรกะา•ภรริกกะดรษ•ับวทุจรดส่ี ะะาดนม•บักทา้ สี่ลรจ่ีะ่ดาะับวกท่ีหอรา้ ะนทุโามเทมือ่นถาวเามยื่อเคถรึงื่อบงทไทสยวธดรวรม่า
“ยะถา วาริวะหา...” เจ้าภาพและผู้ที่ร่วมพิธีเริ่มหลั่งน้า
พร้อมกับตั้งใจอุทิศส่วนกุศล เมื่อพระภิกษุสวดว่า
“สัพพีติโย...” ให้ผู้ท่ีกรวดน้าเทน้าลงภาชนะท่ีรองรับ
ให้หมด แล้วประนมมือรับพรจนกว่าพระจะสวดจบ
และกราบ แล้วนาน้าไปเทกลางแจ้งที่มีใบไม้รองหรือ
นาไปรดใตโ้ คนต้นไม้

10/10/64 50 สงั คมศึกษา ศาสนา แ5ละ0วฒั นธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓


Click to View FlipBook Version