ผลงานวจิ ัย นวัตกรรมดเี ดน่
ประจาํ ปี งบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔
โดย กลุ่มพฒั นาวชิ าการปศุสัตว ์
คำนำ
เอกสารเล่มนี้จัดทำข้ึนเพ่ือรวบรวม ผลงานวิจัย นวัตกรรมดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.
๒๕๖๔ จัดทำข้ึนโดย กลุ่มพัฒนาวิชาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ เพ่ือเป็นการรวบรวมผลงานวิจัย นวัตกรรม
ดีเด่นท่ีได้รับรางวัลและผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกผลงานวิจัย นวัตกรรมและ
วิชาการ ซ่ึงเป็นการจัดกิจกรรมที่กลุ่มพัฒนาวิชาการปศุสัตว์ ได้ดำเนินการพิจารณา คัดเลือกผลงานวิจัย
นวัตกรรมและวิชาการ นำไปต่อยอดและนำไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาองค์กรหรืออาชีพเกษตรกรเป็นประจำ
ทุกปี และรวบรวมจัดทำเป็นผลงานของกรมปศุสัตว์ เพ่ือเผยแพร่ให้ผู้สนใจศึกษานำไปใช้ประโยชน์ได้อย่าง
กวา้ งขวาง
กลุ่มพัฒนาวิชาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ หวังเป็นอย่างย่ิงว่า การรวบรวมผลงานวิจัย
นวตั กรรมดีเดน่ ท่ีไดร้ ับรางวัล จำนวน ๕ ผลงานเล่มน้ี คงจะเปน็ ประโยชนใ์ หก้ ับเกษตรกรและท่ีผู้สนใจไม่มากก็
น้อย เพอ่ื การนำไปตอ่ ยอดและนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นการพฒั นาอาชพี ต่อไป
กลุ่มพฒั นาวชิ าการปศุสตั ว์
ผจู้ ัดทำ
สารบญั ๑
๑๓๐
เร่ืองท่ี ๑ การพัฒนาสายพนั ธุ์เพ่ือผลิตสกุ รพันธ์ุ “ หมูดำเชยี งใหม่ ” ๑๔๑
โดย สำนกั พัฒนาพนั ธ์ุสตั ว์ ๑๕๓
เรอ่ื งท่ี ๒ การประเมนิ พันธกุ รรมจีโนมเพอื่ การปรบั ปรุงโคนมทรอปคิ อลโฮลสไตน์ ๑๗๒
โดย สำนกั เทคโนโลยชี ีวภาพการผลิตปศุสัตว์ ๑๗๓
เรอื่ งที่ ๓ ผลของการใชใ้ บมันสำปะหลงั หมกั ในสูตรอาหาผสมครบสว่ นตอ่ สมรรถนะการผลติ
ของโครดี นม โดย สำนกั พัฒนาอาหารสตั ว์
เรอื่ งที่ ๔ การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์โยเกริ ์ตผงเปน็ มาร์คบำรุงผิวหน้าจากโยเกิรต์ สำหรับเกษตรกร
สถาบันเกษตรกร และผูป้ ระกอบการรายยอ่ ย โดย กองผลิตภัณฑป์ ศสุ ตั ว์
เรอื่ งที่ ๕ ทวี่ างแร่ธาตกุ ้อน มแี กนหมุนได้ โดย สำนักพฒั นาพันธ์ุสัตว์
ภาคผนวก
1
รายงานวิจยั ฉบับสมบูรณ
โครงการ “การพัฒนาสายพันธเุ พอ่ื ผลติ สกุ ร พันธหุ มูดาํ เชยี งใหม”'
โดย
นายกมล ฉววี รรณ และคณะ
สนับสนนุ โดยสํานกั งานกองทุนสนับสนุนการวจิ ัย (สกว.)
กนั ยายน 2561
2
สัญญาเลขที่ RDG5920002
รายงานวจิ ยั ฉบับสมบูรณ
โครงการ “การพัฒนาสายพันธเุ พ่อื ผลิตสุกร พันธุหมดู าํ เชยี งใหม”'
คณะผ3วู จิ ัย หนว' ยงาน
1. นายกมล ฉววี รรณ ศนู ยวิจัยและพัฒนาสุกร กรมปศสุ ตั ว
2. นายประภาส มหนิ ชยั ศนู ยวิจัยและบาํ รุงพนั ธสุ ัตวเชียงใหม' กรมปศุสัตว
3. นายศภุ มิตร เมฆฉาย คณะเกษตรศาสตร มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม'
4. นางสาวธนนันท ศุภกจิ จานนท คณะสตั วศาสตรและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยแมโ' จ3
5. นางสายพณิ เจริญสนองกลุ ศนู ยวจิ ยั และบํารงุ พนั ธุสัตวเชยี งใหม' กรมปศสุ ัตว
สนบั สนนุ โดยสํานกั งานกองทุนสนับสนนุ การวิจยั (สกว.)
(ความเหน็ ในรายงานนี้เปนของผูร$ ับทนุ สกว. ไมจ* ําเปนต$องเห็นด$วยเสมอไป)
3
Executive Summary
โครงการ “การพัฒนาสายพันธุเพ่ือผลิตสกุ ร พนั ธุหมูดาํ เชยี งใหม”'
เกษตรกรผู$เล้ียงสุกรในประเทศไทยแบ*งออกเปนเกษตรกรรายย*อย ฟาร6มขนาดเล็ก ฟาร6มขนาดกลาง
และฟาร6มขนาดใหญซ* ่งึ เลีย้ งแบบอุตสาหกรรม เกษตรกรส*วนใหญ*ยังเปนเกษตรกรรายย*อยที่เล้ียงสุกรน$อยกว*า
50 ตัว ที่ขาดความสามารถในการแข*งขัน กรมปศุสัตว6ได$วางนโยบายเพื่อลดต$นทุนการผลิตสุกร โดยเฉพาะใน
ด$านพันธุ6 อาหาร และการจัดการ เพ่ือเพิ่มทางเลือกให$เกษตรกรรายย*อย โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ห*างไกล
และชาวไทยภเู ขา และเปนการพัฒนาพันธุ6สุกรที่ให$เน้ือคุณภาพสูงสําหรับตลาดจําเพาะโดยใช$พันธุกรรมสุกรที่
มีอยู*ในประเทศ โดยกรมปศุสัตว6ได$พัฒนาสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมือง ที่ให$ปริมาณเน้ือแดงมากกว*าสุกร
พ้ืนเมืองสายพันธุ6ด้ังเดิม และลักษณะคุณภาพเนื้อที่ดี เล้ียงง*าย ทนทานต*อโรคและสภาพแวดล$อม ซ่ึงเปนการ
ใช$ประโยชน6จากพันธ6ุสัตว6พ้ืนเมืองของไทย เพ่ือนําไปใช$ส*งเสริมแก*ชาวไทยภูเขา และลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน
ซึ่งเปนสุกรท่ีให$เนื้อคุณภาพสูง และให$ผลผลิตสูงจากคุณสมบัติการให$ลูกดกจากพันธุกรรมสุกรพันธุ6เหมยซาน
ซึ่งเปนพันธสุ6 ตั ว6พระราชทาน เพอ่ื นาํ ไปใช$ส*งเสริมแกช* าวไทยภูเขาและเกษตรกรรายย*อย สุกรทั้งสองกล*ุมน้ีเปน
สุกรท่ีให$เน้ือคุณภาพสูงเหมาะแก*การเลี้ยงในสภาพเกษตรกร คณะผ$ูวิจัยจึงมีแนวคิดในการนําสุกรทั้งสองกลุ*ม
มาวิจัยและพัฒนาให$พันธ6ุสุกรท่ีมีสีดํา และให$คุณภาพเนื้อในระดับสูง มีความน*ากินสูง มีความนุ*ม และมีไขมัน
แทรกในกล$ามเน้ือ โดยคัดเลือกด$วยเทคนิคอณูพันธุศาสตร6 และเทคนิควิทยาศาสตร6เนื้อสัตว6 เพ่ือพัฒนาเปน
สุกรต$นพันธ6ุที่มีคุณภาพซาก คุณภาพเนื้อ คุณภาพการบริโภคสูง และมีลักษณะสีดํา ซ่ึงจะใช$เปนพันธุ6พื้นฐาน
สําหรับนํามาผสมข$ามพันธุ6ได$เปนลูกผสม 4 สายพันธ6ุ เพ่ือใช$เปนสุกรขุน (commercial line) ท่ีมีสีดํา และให$
เนอื้ คณุ ภาพสูง ใหช$ ื่อว*า “หมูดาํ เชียงใหม*”
ในการวิจัยครั้งนี้ ได$นําสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมือง และลูกผสมดูร็อค-เหมยซานร*ุน F2 ของกรม
ปศุสัตว6 ที่ศูนย6วิจัยและบํารุงพันธุ6สัตว6เชียงใหม* มาตรวจสอบด$วยเคร่ืองหมายพันธุกรรมหรือเคร่ืองหมาย
โมเลกุล (genetic marker) ท่ีเก่ียวข$องกับคุณภาพเน้ือ คุณภาพซาก คุณภาพการบริโภค จํานวน 10
เคร่ืองหมาย ได$แก*ยีน LEP LEPR MC4R IGF2 PIT-1 MC5R CRC1 CAST PRKAG3 และ PPAR และ
เคร่ืองหมายโมเลกลุ ที่เกยี่ วข$องกับลกั ษณะสีขนสีดํา คือยีน MC1R และ KIT นําสุกรที่ตรวจสอบแล$วมาทดสอบ
สมรรถภาพการผลติ โดยการทดสอบพันธ6ุดว$ ยอาหารโปรตนี 18 เปอร6เซน็ ต6 เลี้ยงในคอกขังเด่ียวจากน้ําหนัก 30
กิโลกรัม ถึงนํ้าหนัก 90 กิโลกรัม บันทึกข$อมูลอัตราการเจริญเติบโต (ADG) ประสิทธิภาพการเปล่ียนอาหาร
(FCR) ปริมาณอาหารท่ีกนิ (FI) วดั ความหนาไขมันสันหลัง (BF) และความลึกเนื้อสัน (LEA) สุ*มสุกรบางส*วนมา
ศึกษาคณุ ภาพซาก คุณภาพเนอื้ และคุณภาพการบริโภค เช*น เปอร6เซ็นต6ซากเย็น เปอร6เซ็นต6เน้ือแดง ความน*ุม
ของเนอ้ื อุณหภูมิ ความเปนกรด-ด*าง ค*าสีของเนื้อ แรงตัดผ*านเน้ือ และลักษณะไขมนั แทรก เปนตน$
ผลจากการวิจยั พฒั นาได$เปนสกุ รต$นพนั ธ6หุ มดู ําเชยี งใหมใ* นรนุ* F3 ซง่ึ เปนสกุ รพอ* พนั ธุ6 และสุกรแม*พันธ6ุ
เพื่อใชพ$ ฒั นาพนั ธุ6หมดู ําเชยี งใหมต* อ* ไป โดยสุกรลกู ผสมเปยD แตรง-พ้ืนเมอื งเหมาะใช$เปนกล*ุมสายพ*อ (sire line)
และสุกรลูกผสมดรู ็อค-เหมยซานเหมาะใช$เปนกล*ุมสายแม* (dam line) สกุ รลกู ผสมดูร็อค-เหมยซานมีอัตราการ
เจริญเติบโต ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร และอายุเม่ือน้ําหนัก 90 กิโลกรัม ดีกว*าสุกรลูกผสมเปDยแตรง-
พนื้ เมอื ง สว* นลกั ษณะคณุ ภาพเนื้อ คุณภาพซาก และคุณภาพการบริโภคของสุกรท้ังสองกล*ุมไม*แตกต*างกัน ได$
เคร่อื งหมายโมเลกลุ ท่ใี ชส$ าํ หรับคัดเลอื กพนั ธ6ุและพฒั นาพนั ธุห6 มูดาํ เชียงใหม*ที่ให$เน้ือคุณภาพสูง และมีสีดํา โดย
เครื่องหมายโมเลกุลของยีน LEP RYR1 CAST2 MC5R และ IGF2 ใช$สําหรับคัดเลือกลักษณะสมรรถภาพการ
ผลิต ซึ่งเครื่องหมายโมเลกุลของยีน CAST2 MC5R และ IGF2 ใช$คัดเลือกลักษณะพื้นท่ีหน$าตัดเนื้อสัน
4
เคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน LEP และ MC5R ใช$คัดเลือกลักษณะอัตราการเจริญเติบโต และอายุเมื่อน้ําหนัก
90 กิโลกรัม เช*นเดียวกับเคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน LEP และ RYR1 อาจจะใช$คัดเลือกลักษณะอัตราการ
เจริญเติบโต และอายุเมื่อนํ้าหนัก 90 กิโลกรัมได$เคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน LEP LEPR CAST2 RYR1 และ
IGF2 ใช$สําหรับคัดเลือกลักษณะคุณภาพเน้ือและคุณภาพการบริโภค โดยเครื่องหมายโมเลกุลของยีน LEP
LEPR และ IGF2 ใชค$ ดั เลอื กลกั ษณะคณุ ภาพเน้ือในสว* นของค*าแรงตดั เฉอื นช้ินเนื้อ เคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน
RYR1 ใช$คัดเลือกลักษณะไขมันแทรก และเครื่องหมายโมเลกุลของยีน CAST2 สัมพันธ6กับลักษณะค*า pH ท่ี
45 นาทีหลังฆ*า เคร่ืองหมายโมเลกุลของยีนเหล*านี้สามารถนํามาใช$ในการคัดเลือกพันธุ6สุกรเพื่อให$ได$สุกรที่ให$
เนอื้ คุณภาพสูงได$ และเคร่ืองหมายโมเลกุลของยนี MC1R ใช$ในการคัดเลอื กสกุ รใหม$ ขี นสีดาํ ตามตอ$ งการ
สกุ รรุ*น F3 ท่ีได$จากการวิจัยครั้งน้ีจะใช$เปนสุกรต$นพันธุ6เพ่ือพัฒนาเปนหมูดําเชียงใหม*ที่เปนทางเลือก
สําหรับเกษตรกรนาํ ไปใช$ประโยชน6 เปนการเพ่มิ มูลค*าเนื้อสกุ ร สนบั สนุนความต$องการของผบู$ ริโภค สร$างอาชีพ
ที่มีความม่ันคง ย่ังยืน เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง ตลอดจนการพัฒนาระบบการเลี้ยงไปสู*การเลี้ยงแบบ
ปล*อยอิสระ หรือระบบอินทรีย6 สนับสนุนการใช$วัตถุดิบในท$องถ่ิน มีการพัฒนาด$านการตลาดสําหรับเนื้อสุกร
คุณภาพสูง และผลิตภัณฑ6ให$แพร*หลายและเกิดการยอมรับ ลดการนําเข$าเนื้อสุกรคุณภาพสูงจากต*างประเทศ
ตลอดจนผู$บริโภคเองก็มีโอกาสในการเลือกซื้อสินค$าท่ีมีคุณภาพตรงตามความต$องการ และขยายการรับร$ูของ
ผู$บริโภคในด$านคุณภาพของเน้ือต*อไป ซึ่งในช*วงระหว*างการพัฒนาพันธุ6หมูดําเชียงใหม* ได$ดําเนินการส*งมอบ
ให$แกห* น*วยงานราชการ และจาํ หน*ายใหแ$ กเ* กษตรกรฟาร6มเครือข*ายที่ร*วมโครงการ ก*อให$เกิดการรับร$ู กระจาย
พันธ6ุ และพัฒนาต*อยอดการใช$ประโยชน6จากหมูดําเชียงใหม*ท่ีให$เนื้อคุณภาพสูง ในลําดับต*อไปควรดําเนินการ
วิจัยพัฒนาในประเด็นต*างๆอย*างต*อเนื่อง เพื่อให$ได$สุกรต$นพันธ6ุที่มีความผันแปรทางพันธุกรรมของลักษณะท่ี
ต$องการในระดับต่ํา เกิดความนิ่งของลักษณะทางเศรษฐกิจสําคัญเพ่ือใช$ผลิตหมูดําเชียงใหม*ที่มีคุณสมบัติตาม
ต$องการ มีการใชป$ ระโยชน6จากพันธุกรรมท่ีพัฒนาขึ้นมาสูผ* ู$บรโิ ภคอย*างเตม็ ประสิทธภิ าพ
5
กติ ตกิ รรมประกาศ
คณะผวู$ จิ ยั ขอขอบคุณสาํ นักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ท่ีสนับสนุนทุนวิจัย รศ.ดร.จุฑารัตน6
เศรษฐกุล ผู$ประสานชุดโครงการที่ช*วยประสานงานและให$คําแนะนําที่มีคุณค*าย่ิง ขอขอบคุณศูนย6วิจัยและ
บํารุงพันธ6ุสัตว6เชียงใหม* อ.สันปfาตอง จ.เชียงใหม* ภาควิชาสัตวศาสตร6และสัตว6น้ํา คณะเกษตรศาสตร6
มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม* และคณะสตั วศาสตร6และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม*โจ$ ที่ให$ความอนุเคราะห6คณะผู$วิจัย
ไดเ$ ขา$ ดาํ เนินการวิจัยในคร้ังน้ี ขอขอบคุณผู$มีส*วนเกี่ยวข$องทุกคนท่ีเอื้อเฟhgอและช*วยอํานวยความสะดวกในการ
เกบ็ ข$อมูล รวมถึงขอขอบคณุ เจ$าหนา$ ท่ีและนกั ศึกษาทุกท*านท่ีไดช$ *วยงานวจิ ยั คร้งั นี้สําเร็จลุล*วงไดด$ ว$ ยดี
คณะผู$วิจัยหวังเปนอย*างย่ิงว*ารายงานฉบับน้ีจะเปนประโยชน6ต*อองค6กร หน*วยงานผู$ประกอบการ
เกษตรกรผ$เู ลย้ี งสกุ ร ตลอดจนนักวชิ าการทส่ี นใจในการนําผลจากการวจิ ยั คร้ังนี้ไปใชป$ ระโยชนต6 *อไป
คณะผู$วิจัย
กันยายน 2561
6
บทคดั ย'อ
ปkจจุบัน ผ$ูบริโภคมีความต$องการบริโภคเนื้อคุณภาพสูงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเน้ือสุกรบางส*วนต$อง
นําเข$าจากต*างประเทศ ประกอบกับระบบการผลิตสุกรเชิงการค$าในปkจจุบันส*งผลให$เกษตรกรรายย*อยท่ีมี
จาํ นวนมากในประเทศไม*มีทางเลือก และไม*สามารถแข*งขันได$ กรมปศุสัตว6มีนโยบายในการลดต$นทุนการผลิต
สุกร ในด$านพันธุ6 อาหาร และการจัดการ เพ่ือเพ่ิมทางเลือกให$เกษตรกรรายย*อย ให$เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคง
จึงได$มีการพัฒนาพันธุ6สุกรท่ีให$เน้ือคุณภาพสูงสําหรับตลาดจําเพาะโดยใช$พันธุกรรมสุกรที่มีอย*ูในประเทศ ให$
เปนสุกรท่ีมีสีดํา ให$เนื้อมีความน*ากินสูง มีความนุ*ม และมีไขมันแทรกในกล$ามเนื้อ โดยใช$สุกรสองกล*ุมคือ
ลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมือง (Pietrain-Native, PN) ที่ให$ปริมาณเน้ือแดงมากกว*าสุกรพ้ืนเมืองสายพันธุ6ด้ังเดิม
และลกั ษณะคุณภาพเนื้อที่ดี เลย้ี งงา* ย ทนทานต*อโรคและสภาพแวดล$อม ซ่ึงเปนการใช$ประโยชน6จากพันธ6ุสัตว6
พ้ืนเมืองของไทย และลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน (Duroc-Meishan, MS) ซึ่งเปนสุกรท่ีให$เนื้อคุณภาพสูง และ
ให$ผลผลิตสงู จากคณุ สมบตั กิ ารให$ลูกดกจากพันธุกรรมสุกรพันธ6ุเหมยซานซ่ึงเปนพันธุ6สัตว6พระราชทาน นําสุกร
ทั้งสองกลุ*มที่อย*ูในระหว*างการพัฒนาพันธุ6ช่ัวอายุท่ี 2 (F2) และสุกรลูกผสมของท้ังสองกลุ*ม (4-cross) มา
คัดเลือกด$วยเทคนิคอณูพันธุศาสตร6 ทดสอบสมรรถภาพการผลิต และศึกษาคุณภาพเนื้อ คุณภาพการบริโภค
ด$วยเทคนิควิทยาศาสตร6เนื้อสัตว6 เพ่ือศึกษาเคร่ืองหมายโมเลกุลท่ีเก่ียวข$องกับคุณภาพซาก คุณภาพเนื้อ และ
คุณภาพการบริโภค (LEP LEPR MC4R IGF2 PIT-1 MC5R CRC1 CAST PRKAG3 และ PPAR) และ
เคร่อื งหมายโมเลกุลที่เกี่ยวข$องกับสีขน (MC1R และ KIT) เพ่ือพัฒนาสุกรต$นพันธ6ุชั่วอายุท่ี 3 (F3) ที่มีคุณภาพ
เนื้อ และคุณภาพการบริโภคสูง และมีลักษณะสีดํา สําหรับใช$เปนพันธ6ุพ้ืนฐานนํามาผสมข$ามพันธุ6เพื่อสร$างให$
เปนสุกรขุน (commercial line) ทีม่ ีสดี ํา และให$เน้ือคณุ ภาพสูง ใหช$ อ่ื ว*า “หมูดาํ เชียงใหม*”
จากผลการวิจัยได$สุกรต$นพันธ6ุหมูดําเชียงใหม*รุ*น F3 ซึ่งใช$เปนสุกรพ*อพันธ6ุ และสุกรแม*พันธ6ุ โดยสุกร
ลูกผสมดูร็อค-เหมยซานมีจํานวนลูกเกิดมีชีวิตและจํานวนลูกหย*านมมากกว*าสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมือง
(10.79 และ 9.51 ตัว, 10.06 และ 9.03 ตัว ตามลําดับ, P<0.05) สุกรลูกผสมดูร็อค-เหมยซานมีอัตราการ
เจริญเติบโต ประสิทธิภาพการเปล่ียนอาหาร และอายุเมื่อนํ้าหนัก 90 กิโลกรัม ดีกว*าสุกรลูกผสมเปDยแตรง-
พื้นเมือง (674.56 และ 644.43 กรัมต*อวัน, 2.71 และ 2.84, 180.68 และ 185.95 วัน ตามลําดับ, P<0.05)
โดยความหนาไขมันสันหลัง พื้นท่ีหน$าตัดเน้ือสัน ความยาวลําตัว และปริมาณอาหารที่กินไม*แตกต*างกัน (1.42
และ 1.46 ซม., 24.76 และ 25.23 ซม2, 105.15 และ 104.60 ซม., 159.20 และ 168.81 ตามลําดับ)
คณุ ภาพซากของสุกรลกู ผสมดูรอ็ ค-เหมยซานและสุกรลกู ผสมเปยD แตรง-พ้นื เมอื ง และลูกผสม 4-cross ทั้งเพศผู$
และเพศเมีย คือ เปอร6เซ็นต6ซาก เปอร6เซ็นต6เน้ือแดง ดัชนี LSQ และความยาวซากไม*แตกต*างกัน ในส*วนของ
คุณภาพเนื้อและคุณภาพการบริโภค พบว*าอุณหภูมิที่ 45 นาทีหลังฆ*า ค*าความสว*าง (Lightness, L*) และ
เปอร6เซ็นต6โปรตีน ระหว*างสุกรลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน สุกรลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมือง และสุกรลูกผสม 4-
cross แตกต*างกัน (P<0.05) ในขณะที่ค*าความเปนกรดด*าง (pH) ท่ีระยะเวลา 45 นาทีและ 24 ช่ัวโมงหลังฆ*า
อุณหภูมิที่ 24 นาทีหลังฆ*า ค*าความแดง (b*) ค*าความเหลือง (a*) พื้นที่หน$าตัดเนื้อสัน ค*า drip loss ค*า
cooking loss คา* thawing loss แรงตัดเฉอื นชิน้ เนอ้ื เปอร6เซ็นต6ความช้ืน และเปอร6เซ็นต6ไขมัน ไม*แตกต*างกัน
เช*นเดียวกับปริมาณไขมันแทรกในเนื้อของสุกรสายพันธุ6ดูร็อค-เหมยซาน เปDยแตรง-พ้ืนเมือง และลูกผสม 4-
cross ไม*มีความแตกต*างกนั (P>0.05) แตป* รมิ าณไขมันแทรกในสุกรเพศผู$มากกวา* สุกรเพศเมีย (P<0.05)
เคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน LEP RYR1 CAST2 MC5R และ IGF2 มีความสัมพันธ6กับลักษณะ
สมรรถภาพการผลิต (P<0.05) เครื่องหมายโมเลกุลของยีน CAST2 MC5R และ IGF2 ใช$คัดเลือกลักษณะ
พื้นท่ีหน$าตัดเน้ือสัน เคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน LEP และ MC5R ใช$คัดเลือกลักษณะอัตราการเจริญเติบโต
7
และอายเุ มือ่ นํา้ หนัก 90 กิโลกรัม เครอื่ งหมายโมเลกุลของยีน LEP และ RYR1 อาจจะใช$คัดเลือกลักษณะอัตรา
การเจรญิ เติบโต และอายุเม่ือน้ําหนัก 90 กิโลกรัม เคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน LEP LEPR CAST2 RYR1 และ
IGF2 มีความสัมพันธ6กับคุณภาพเน้ือและคุณภาพการบริโภค (P<0.05) โดยเคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน LEP
LEPR และ IGF2 มีความสัมพันธ6กับค*าแรงตัดเฉือนชิ้นเนื้อ เคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน IGF2 ใช$คัดเลือก
ลักษณะไขมันแทรกในสุกรสายพันธุ6ดูร็อค-เหมยซาน (P<0.01) ปฏิกิริยาร*วมของเคร่ืองหมายโมเลกุลดีเอ็นเอ
ของยีน LEP*RYR1 มีความสัมพันธ6กับระดับไขมันแทรกในกล$ามเน้ือ (P<0.01) เครื่องหมายโมเลกุลของยีน
CAST2 มคี วามสัมพนั ธ6กบั ลกั ษณะค*า pH ท่ี 45 นาที แต*ยังพบวา* เครื่องหมายโมเลกลุ หลายค*ูมีปฏิกิริยาร*วมกัน
ต*อคุณภาพซาก คุณภาพเน้ือ และคุณภาพการบริโภค การแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข$องกับชนิดของเส$นใย
กล$ามเนื้อในสุกรลูกผสม 4-cross มีสัดส*วนการแสดงออกของยีนชนิด fast MHC IIa แตกต*างจากกลุ*ม PN
และ DM (P<0.01) ในขณะที่การแสดงออกของยีนชนิด MHC IIx ของสุกรกล*ุม DM สูงกว*าสุกรกลุ*ม PN และ
4-cross (P<0.05) การแสดงออกของยีนชนิด MHC IIb ระหว*างสุกรกล*ุม DM, NP และ 4-cross มีความ
แตกต*างกัน (P<0.01) โดยกลุ*ม PN มีการแสดงออกมากที่สุด รองลงมาคือกล*ุม DM และ 4-cross ตามลําดับ
แต*ยีนชนิด MHC I มีการแสดงออกไม*แตกต*างกันระหว*างสุกรท้ัง 3 กลุ*ม และเคร่ืองหมายโมเลกุลของยีน
MC1R สามารถใช$คดั เลอื กลกั ษณะขนสดี าํ ของประชากรกลุ*มนี้ (P<0.0001)
จากการศึกษาคร้ังน้ี สุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมืองเหมาะใช$เปนกล*ุมสายพ*อ และสุกรลูกผสมดูร็อค-
เหมยซานเหมาะใช$เปนกลุ*มสายแม* สุกรต$นพันธ6ุร*ุน F3 ทั้งสองกลุ*มนี้เปนสุกรให$เน้ือท่ีมีคุณภาพเน้ือและ
คุณภาพการบริโภคสูง ควรมีการวิจัยพัฒนาอย*างต*อเนื่องโดยการคัดเลือกและพัฒนาพันธ6ุเพื่อให$ได$สุกรที่มี
ลักษณะพันธุกรรมที่น่ิงในลักษณะที่กําหนดในวัตถุประสงค6ในการพัฒนาพันธุ6 เพื่อใช$สําหรับผลิตเปนหมูดํา
เชียงใหม*ท่ีให$เน้ือคุณภาพสูงในท$ายท่ีสุด ในการขยายผลไปสู*เกษตรกรเพื่อใช$ประโยชน6 ควรดําเนินการ
ศึกษาวจิ ัยรูปแบบการใช$ประโยชนท6 เ่ี หมาะสม การวิจัยพัฒนาด$านอาหารสัตว6 ระบบการเล้ียง การตัดแต*ง การ
แปรรูปผลิตภัณฑ6 และการตลาด เพื่อให$เกิดการใช$ประโยชน6ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เปนทางเลือกและเกิด
ประโยชนต6 อ* เกษตรกรและผ$บู ริโภคอย*างแทจ$ รงิ
8
Abstract
Nowadays, demanding of high quality meat is increased by consumers. Some of the
high quality pork was imported from abroad. In addition to the large amount of small
farmers can’t compete with commercial farms in swine production system. The Department
of Livestock Development (DLD) has a policy to reduce the productive cost in terms of
breed, feed and management. These may contribute the options for small farmers to have
sustainable career. Then the breeding pigs that provide high quality pork were developed for
the niche market. The pigs were developed by using domestic genetics. Breeding objectives
are black color, high eating quality, tenderness and marbling. Two groups of pigs were used
in breeding program. Pietrain-Native crossbred (PN) that provide more lean meat than native
pigs, high quality of meat, easy to raise, resistance to disease and environmental tolerance.
The indigenous pig was utilized in the program. And Duroc-Meishan crossbred (DM) that
provided high quality of meat from Duroc and Meishan genetics and high proliferation
properties from Meishan pig. The Meishan pig is the livestock breed in the royal project.
The second generation (F2) of both groups and crossbred that was made from two
groups (4-cross) was selected by molecular genetics technique, productive performance
testing and examination of meat quality and eating quality using meat science techniques.
Genetic markers associated to carcass quality, meat quality and eating quality were tested
(LEP, LEPR, MC4R, IGF2, PIT-1, MC5R, CRC1, CAST, PRKAG3 and PPAR). Genetic markers
associated to coat color (MC1R and KIT) were studied. The objectives of the study are
establishment of third generation (F3) parents that provided high meat quality, eating quality
and black coat color. The commercial line will be made by cross breeding between both
genetic groups to contribute black color pigs and high meat quality, so called “Mhoodum
Chiangmai”.
The results showed parent of MooDum Chiangmai (Chiangmai black pigs) in third
generation (F3) were established for using as boar and sow. DM pigs contributed number of
born alive and number of weaned piglets more than PN (10.79 and 9.51, 10.06 and 9.03
respectively, P<0.05). DM has average daily gain (ADG) feed conversion ratio (FCR) and age at
90 kg. body weight (Age90) better than PN (674.56 and 644.43, 2.71 and 2.84, 180.68 and
185.95 respectively, P<0.05). Back fat thickness (BF), loin eye area (LEA), body length (BL) and
feed intake (FI) between two groups were not significantly different (1.42 and 1.46, 24.76 and
25.23, 105.15 and 104.60, 159.20 and 168.81 respectively). The carcass quality; carcass
percentage, lean percentage, LSQ index and carcass length of DM, PN and 4-cross in both
males and females were not significantly different. However, in term of meat quality and
eating quality; the temperature at 45 minutes post mortem, the lightness (L*) and protein
percentage between DM, PN and 4-cross were significantly different (P<0.05). The pH at 45
minutes (pH45) and 24 hours (pH24) post mortem, temperature at 24 minutes post mortem,
9
redness (b *), yellowness (a *), drip loss, cooking loss, thawing loss, Warner-Bratzler shear
force, moisture percentage, fat percentage and intra muscular fat (IMF) between DM, PN and
4-crosss were not different significantly different. However, the IMF of barrows was higher
than female (P<0.05).
The genetic markers of LEP, RYR1, CAST2, MC5R and IGF2 genes were significantly
associated with the productive traits (P<0.05). Genetic markers of CAST2, MC5R and IGF2
genes can be used for selection of the LEA. Genetic markers of LEP and MC5R can be used
for selection ADG and Age90. Genetic markers of the LEP and RYR1 genes may be used for
selection ADG and Age90. Genetic markers of LEP, LEPR, CAST2, RYR1 and IGF2 genes were
associated with meat quality and eating quality (P<0.05). The genetic markers of LEP, LEPR
and IGF2 were associated with Warner-Bratzler shear force. Genetic markers of the IGF2 gene
can be used for selection the IMF of DM pig (P<0.01). The interaction of LEP and RYR1
markers was associated with IMF (P<0.01). The genetic marker of CAST2 gene was associated
with the pH45. Moreover, interaction of multiple genetic markers was found associated with
carcass quality, meat quality and eating quality. The results showed the proportion of
expression of the genes associated with muscle fibers type, fast MHC IIa, in 4-cross were
significantly different from PN and DM (P<0.01). The expression of MHC IIx genes of DM were
higher than PN and 4-cross pigs (P<0.01). The expression of the MHC IIb gene between DM,
NP and 4-cross was significantly different (P<0.01). The expression level from high to low are
following, PN, DM and 4-cross. The expressive MHC I was not significantly different between
DM, PN and 4-cross. The MC1R genetic marker was associated with coat color (P<0.0001) and
can be used for selection coat color in this population.
In conclusion, the PN should be used as sire line and DM as dam line. Both groups in
F3 parent population provided high meat quality and eating quality and should be furthered
selection and development for producing 4-cross (commercial line). In order to have genetic
consistency of target traits in breeding objectives, the researches on breeding and selection
should be performed from generation to generation. As well as the expanding the results to
farmers, the research on appropriate utilization, feed and feeding, farming systems, meat
processing, and marketing should be performed to maximize efficient utilization. These are
valuable and beneficial choices for farmers and consumers.
10
สารบัญ
หน3า
Executive Summary .....................................................................................................................................I
กติ ตกิ รรมประกาศ ..........................................................................................................................................III
บทคดั ย*อ........................................................................................................................................................ IV
Abstract ....................................................................................................................................................... VI
ที่มาและความสําคัญ/หลักการและเหตุผล ...................................................................................................... 1
วตั ถุประสงค6 ................................................................................................................................................... 2
Concept ในการดําเนนิ การตามโครงการ ....................................................................................................... 2
ผลทค่ี าดวา* จะไดร$ บั โครงการท่ี 1..................................................................................................................... 3
ผลท่ีคาดวา* จะได$รับทกุ ชดุ โครงการ (1-5)........................................................................................................ 3
การตรวจเอกสาร ............................................................................................................................................ 6
ระเบียบวธิ ีวจิ ยั .............................................................................................................................................. 19
แผนการผสมพันธ6ุ ..................................................................................................................................... 19
การคดั เลือกดว$ ยเทคนิคอณูพันธศุ าสตร6 .................................................................................................... 20
การทดสอบพนั ธ6ุ ....................................................................................................................................... 20
การศกึ ษาคุณภาพซาก คุณภาพเนอื้ และคุณภาพการบริโภค.................................................................... 21
การวิเคราะห6ข$อมูล ................................................................................................................................... 22
การคดั เลือกสกุ ร ....................................................................................................................................... 22
ผลท่ีคาดว*าจะไดร$ ับเม่ือสน้ิ สดุ การวจิ ัย .......................................................................................................... 23
กระบวนการผลักดันผลงานออกส*ูการใช$ประโยชน6 ........................................................................................ 23
ผลการวจิ ยั และวิจารณ6.................................................................................................................................. 24
1. โครงสรา$ งฝงู พ*อแมพ* นั ธ6ุ และการให$ผลผลิต......................................................................................... 24
2. ขอ$ มูลการทดสอบพันธ6ุ.......................................................................................................................... 26
3. การตรวจสอบจโี นไทป‰ของยีนตาํ แหน*งตา* งๆ ของลักษณะท่ีต$องการคัดเลอื กโดยใช$
genetic markers ................................................................................................................................ 28
4. การศึกษาคุณภาพซาก คณุ ภาพเนอื้ และคุณภาพการบรโิ ภค ของสุกรร*ุน F3....................................... 33
5. การวิเคราะหค6 วามสมั พันธ6ของเครอื่ งหมายโมเลกลุ ดีเอน็ เอเปŠาหมายกับลกั ษณะ
สมรรถภาพการผลติ ในสกุ ร ................................................................................................................... 42
11
6. ผลการวิเคราะหค6 วามสมั พันธ6ของเครื่องหมายโมเลกุลดีเอน็ เอเปŠาหมายกับลักษณะคุณภาพเนื้อ
และคุณภาพการบริโภค ........................................................................................................................ 53
7. อทิ ธิพลของพันธุกรรมต*อสดั สว* นของชนิดเสน$ ใยกล$ามเน้ือในกล$ามเนือ้ สันนอก .................................... 72
8. การศกึ ษาความผนั แปรของเคร่อื งหมายโมเลกลุ ทีเ่ ก่ียวข$องกบั ลักษณะสีขน.......................................... 73
9. ดัชนีการคัดเลือกโดยใช$เครื่องหมายโมเลกลุ (Marker-based EBV Index selection) ........................ 75
10. การใช$ประโยชน6โดยการสร$างเครอื ขา* ยการผลิต และเลีย้ งเพ่ือขยายพันธุ6ในพนื้ ที่................................ 76
11. จํานวนประชากรสกุ รทใี่ ช$เปนพอ* แม*พันธุ6ในรน*ุ F3 และแผนงานท่จี ะทาํ ต*อไป.................................... 76
สรุปผลการวจิ ยั ............................................................................................................................................. 79
ขอ$ เสนอแนะ ................................................................................................................................................. 80
บรรณานกุ รม ................................................................................................................................................ 81
ภาคผนวก ..................................................................................................................................................... 89
12
สารบญั ตาราง
ตารางที่ หน3า
1 แสดงคา* เฉลย่ี ความเปนกรด-ดา* ง (pH) ค*าสี (L* a* b*) และค*าเปอรเ6 ซ็นต6ไขมนั แทรกในกลา$ มเนือ้
(% IMF ) .............................................................................................................................................. 12
2 แสดงคา* เฉลย่ี คุณภาพซากสุกรลูกผสมระหว*างแม*สุกรพ้นื เมืองไทย (Native) และแมส* กุ รพนั ธ6ุ
ดรู อ็ ค (Duroc) โดยใชพ$ *อสุกรสายพนั ธเุ6 ปDยแตรง (Pietrain) ................................................................. 13
3 แสดงค*าเฉลยี่ คุณภาพเนื้อสกุ รลูกผสมระหว*างแมส* ุกรพ้ืนเมืองไทย (Native) และสกุ รพันธุ6
ดูร็อค (Duroc) โดยใชพ$ อ* สกุ รสายพนั ธ6ุเปDยแตรง (Pietrain) ................................................................. 14
4 แสดงคา* เฉลี่ยคุณภาพซากสุกรลกู ผสมระหวา* ง Pietrain × Native และ Duroc × Meishan .............. 15
5 แสดงคา* เฉล่ยี คุณภาพเนื้อสกุ รลกู ผสมระหวา* ง Pietrain × Native และ Duroc × Meishan............... 16
6 ความผนั แปรทางพันธกุ รรมของยนี MC1R ในสกุ ร................................................................................ 17
7 จํานวนสกุ รพ*อแมพ* นั ธเ6ุ ม่ือเร่มิ ตน$ โครงการวิจยั ..................................................................................... 24
8 จํานวนสกุ รพอ* แม*พนั ธุ6ในรุ*นที่ 2 และสกุ รทดแทนรนุ* ที่ 3 ปkจจุบนั ........................................................ 25
9 ผลผลติ ลูกสุกรที่เกดิ จากสุกรแม*พันธลุ6 กู ผสม DM-F2 และ PN-F2........................................................ 26
10 ผลการทดสอบพนั ธส6ุ ุกรลกู ผสมดูร็อค-เหมยซาน สุกรลูกผสมเปยD แตรง-พ้นื เมอื ง และลูกผสม............... 27
11 ผลการทดสอบพนั ธก6ุ รลกู ผสมดรู อ็ ค-เหมยซาน สกุ รลกู ผสมเปยD แตรง-พน้ื เมือง และลูกผสม................. 27
12 ไพรเมอร6และรอบปฏิกริ ิยาลูกโซ*โพลีเมอรเ6 รสของยีนท่เี กย่ี วข$องกบั ลักษณะคณุ ภาพเนือ้ ในสกุ ร............ 29
13 ความถ่ีจโี นไทป‰และความถ่ีอัลลลี ของเคร่ืองหมายโมเลกลุ ดีเอน็ เอทเ่ี กี่ยวข$องกับคณุ ภาพเนอื้
ของสกุ รลูกผสมดูร็อค-เหมยซานรน*ุ F2 และ F3................................................................................... 31
14 ความถ่ีจโี นไทป‰และความถี่อลั ลีลของเคร่ืองหมายโมเลกลุ ดีเอ็นเอทเี่ กยี่ วข$องกับคณุ ภาพเน้ือ
ของสุกรลูกผสมเปยD แตรง-พืน้ เมอื งรุ*น F2 และ F3................................................................................ 32
15 การถ*ายทอดทางพนั ธุกรรมของเครื่องหมายโมเลกลุ ดเี อน็ เอ ................................................................. 33
16 ค*าเฉลย่ี ±สว* นเบีย่ งเบนมาตรฐานคณุ ภาพซากสกุ รลกู ผสมดรู ็อค-เหมยซาน (DM) เปยD แตรง-พนื้ เมือง
(PN) และลกู ผสมระหวา* ง DM และ PN (4-cross)................................................................................ 34
17 คา* เฉลี่ย±สว* นเบ่ียงเบนมาตรฐานคุณภาพเนื้อ และคุณภาพการบริโภค สกุ รลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน
(DM) เปยD แตรง-พน้ื เมอื ง (PN) และลกู ผสมระหวา* ง DM และ PN (4-cross)........................................ 35
18 อิทธิพลของสายพนั ธ6ุ และเพศต*อปรมิ าณไขมนั แทรกของสกุ รลกู ผสมดูร็อค-เหมยซาน (DM)
เปยD แตรง-พื้นเมือง (PN) และลกู ผสมระหว*าง DM และ PN (4-cross) ....................................... 36
19 คา* เฉล่ยี ±สว* นเบี่ยงเบนมาตรฐานของนาํ้ หนักและเปอรเ6 ซน็ ตช6 ้นิ ส*วนก*อนตดั แต*งของหมูดําเชียงใหม* .... 37
20 คา* เฉลี่ย±ส*วนเบย่ี งเบนมาตรฐานของปริมาณเนื้อแดงและเปอร6เซ็นตเ6 น้ือแดงจากชน้ิ สว* นหลกั
หลังตัดแตง* ของหมดู ําเชียงใหม* ............................................................................................................. 38
21 ค*าเฉลย่ี ±ส*วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปรมิ าณเนือ้ แดง และเปอร6เซ็นต6เนื้อแดงจากช้นิ ส*วนรองของ
หมดู าํ เชียงใหม*...................................................................................................................................... 39
22 ค*าเฉลย่ี ปรมิ าณและเปอรเ6 ซ็นตเ6 ครื่องในแดง และผลพลอยไดข$ องหมูดําเชียงใหม*................................. 40
23 ค*าเฉลย่ี ปรมิ าณและเปอรเ6 ซน็ ตเ6 คร่อื งในขาว และผลพลอยไดข$ องหมูดาํ เชียงใหม* ................................. 41
24 ผลการวเิ คราะหค6 วามสัมพันธ6ระหวา* งเครอ่ื งหมายโมเลกุลดีเอน็ เอกบั ลักษณะสมรรถภาพการผลิต....... 42
13
25 ผลการวิเคราะห6เครื่องหมายโมเลกุล MC4R กับลักษณะสมรรถภาพการผลติ ในสุกร ............................ 44
26 ผลการวเิ คราะห6เคร่ืองหมายโมเลกุล LEP กบั ลกั ษณะสมรรถภาพการผลติ ในสุกร ................................ 45
27 ผลการวิเคราะหเ6 คร่ืองหมายโมเลกลุ RYR กับลักษณะสมรรถภาพการผลิตในสุกร................................ 46
28 ผลการวิเคราะหเ6 ครื่องหมายโมเลกุล CAST2 กบั ลกั ษณะสมรรถภาพการผลิตในสุกร ........................... 47
29 ผลการวิเคราะหเ6 ครื่องหมายโมเลกุล MC5R กบั ลกั ษณะสมรรถภาพการผลิตในสุกร ............................ 48
30 ผลการวิเคราะห6เคร่ืองหมายโมเลกุล LEPR กบั ลักษณะสมรรถภาพการผลิตในสุกร.............................. 49
31 ผลการวเิ คราะห6เคร่ืองหมายโมเลกลุ PPARG กบั ลกั ษณะสมรรถภาพการผลิตในสกุ ร........................... 50
32 ผลการวเิ คราะห6เคร่ืองหมายโมเลกุล IGF2 กบั ลกั ษณะสมรรถภาพการผลิตในสุกร............................... 51
33 ผลการวเิ คราะห6ความสัมพันธ6ระหวา* งเครอ่ื งหมายโมเลกุลดีเอน็ เอกบั ลักษณะคุณภาพเนอ้ื และ
คณุ ภาพการบรโิ ภค............................................................................................................................... 53
34 ผลของจีโนไทป‰ของเครื่องหมายโมเลกุล MC4R กับลกั ษณะคุณภาพเนื้อและคุณภาพการบริโภค ......... 56
35 ผลของจโี นไทป‰ของเคร่ืองหมายโมเลกลุ LEP กบั ลักษณะคุณภาพเนื้อและคณุ ภาพการบริโภค............. 57
36 ผลของจีโนไทป‰ของเครื่องหมายโมเลกุล RYR1 กบั ลกั ษณะคณุ ภาพเนื้อและคุณภาพการบริโภค........... 58
37 ผลของจโี นไทป‰ของเครื่องหมายโมเลกลุ CAST2 กบั ลกั ษณะคุณภาพเนือ้ และคุณภาพการบรโิ ภค........ 59
38 ผลของจีโนไทป‰ของเครื่องหมายโมเลกลุ MC5R กับลกั ษณะคุณภาพเน้ือและคณุ ภาพการบริโภค ......... 60
39 ผลของจีโนไทป‰ของเครื่องหมายโมเลกุล LEPR กับลักษณะคณุ ภาพเนื้อและคุณภาพการบริโภค........... 61
40 ผลของจโี นไทป‰ของเคร่ืองหมายโมเลกุล PPARG กับลกั ษณะคณุ ภาพเนอ้ื และคุณภาพการบรโิ ภค........ 62
41 ผลของจโี นไทป‰ของเคร่ืองหมายโมเลกลุ IGF2 กับลกั ษณะคุณภาพเน้ือและคณุ ภาพการบริโภค............ 63
42 ผลการวเิ คราะหส6 มั พนั ธ6ระหวา* งเคร่ืองหมายโมเลกุลดเี อ็นเอกับลักษณะไขมนั แทรกในสุกรลกู ผสม
ดรู อ็ ค-เหมยซาน ................................................................................................................................... 64
43 ผลการวเิ คราะห6สัมพันธร6 ะหว*างเครอ่ื งหมายโมเลกุลดีเอน็ เอกับลกั ษณะไขมนั แทรกในสุกรลกู ผสม
เปDยแตรง-พน้ื เมือง ................................................................................................................................ 65
44 ผลการวิเคราะหส6 ัมพันธร6 ะหว*างเครอื่ งหมายโมเลกุลดเี อ็นเอกบั ลักษณะไขมนั แทรกในสุกรลูกผสม
4-cross (DMxPN)................................................................................................................................ 66
45 ปฏิกิริยาร*วมของเคร่อื งหมายโมเลกลุ ดีเอน็ เอตอ* ระดบั ไขมนั แทรกในกล$ามเน้ือ...................................... 67
46 ปฏิกริ ยิ ารว* มของเคร่อื งหมายโมเลกุลดีเอน็ เอต*อลักษณะเปอร6เซ็นต6ซาก ............................................... 67
47 ปฏกิ ิริยาร*วมของเครื่องหมายโมเลกลุ ดเี อน็ เอต*อลักษณะ Lenden-Speck-Quotient
(fat/muscle quotient) ...................................................................................................................... 68
48 ปฏิกริ ยิ ารว* มของเคร่ืองหมายโมเลกุลดีเอ็นเอต*อค*า pH ที่ 45 นาที....................................................... 68
49 ปฏกิ ิริยารว* มของเครื่องหมายโมเลกุลดเี อน็ เอตอ* ลักษณะค*า pH ที่ 24 ชว่ั โมง ....................................... 68
50 ปฏิกิรยิ าร*วมของเครื่องหมายโมเลกุลดเี อน็ เอต*อลักษณะค*าความสวา* ง (L*) .......................................... 69
51 ปฏกิ ริ ิยารว* มของเครื่องหมายโมเลกลุ ดีเอ็นเอต*อลักษณะค*าความแดง (a*)............................................ 69
52 ปฏกิ ริ ยิ ารว* มของเครอ่ื งหมายโมเลกุลดีเอ็นเอตอ* ลักษณะค*าความเหลือง (b*)........................................ 69
53 ปฏิกิริยาร*วมของเคร่ืองหมายโมเลกลุ ดเี อ็นเอต*อลักษณะพ้ืนท่หี น$าตดั เนื้อสัน........................................ 70
54 ปฏิกริ ยิ าร*วมของเครอ่ื งหมายโมเลกลุ ดีเอ็นเอตอ* ลักษณะค*าแรงตดั เฉือนชิน้ เน้ือ .................................... 70
55 สดั สว* นการแสดงออกของยีนที่ควบคุมชนิดของเสน$ ใยกล$ามเน้อื ในสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้นื เมอื ง
(PN) ดรู อ็ ค-เหมยซาน (DM) และ 4-cross ........................................................................................... 72
56 ไพรเมอรแ6 ละรอบปฏิกิรยิ าลกู โซ*โพลีเมอร6เรสของยีนทเี่ กยี่ วขอ$ งกบั สีขน............................................... 73
14
57 ความถี่จโี นไทป‰และความถอ่ี ลั ลีลของเครื่องหมายโมเลกุลดีเอน็ เอของยีนทเ่ี กยี่ วข$องกบั ......................... 74
58 ความสัมพันธข6 องเครอ่ื งหมายโมเลกลุ ดเี อ็นเอของยีนเปาŠ หมายกับลักษณะสขี นในสุกร.......................... 74
59 อนั ดับสุกรท่ีมคี *า Marker-based EBV index สงู สดุ 10 อันดับแรก..................................................... 75
15
สารบญั ภาพ
ภาพที่ หน3า
1 การพฒั นาสุกรลูกผสมสกุ รพ้ืนเมอื ง-เปDยแตรง และดรู ็อค-เหมยซาน เพ่ือสรา$ งเปนสกุ รต$นพันธุ6 ............ 19
16
สารบญั ภาคผนวก
ตารางผนวกที่ หนา3
1 แผนการดาํ เนินงานตามกจิ กรรมในโครงการ และกจิ กรรมที่ดาํ เนินการจรงิ .......................................... 90
2 การกระจายพันธหุ6 มูดาํ ใหก$ บั หนว* ยงานราชการและฟาร6มเครือข*ายเพื่อใช$ประโยชน6............................. 91
3 สุกรรุน* F3 ทีค่ ดั เลือกเปนพ*อแม*พนั ธทุ6 ดแทน........................................................................................ 91
4 หน*วยงานของกรมปศสุ ัตว6ทร่ี *วมพฒั นาพันธุแ6 ละขยายการผลติ หมูดาํ เชยี งใหม*...................................... 94
ภาพผนวกที่
1 สุกรพันธล6ุ ูกผสมดูรอ็ ค-เหมยซาน (DM) .................................................................................................95
2 สกุ รพันธ6ลุ ูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมือง (PN)...............................................................................................95
3 ตัวอย*างผลผลิต PCR ของยีน.................................................................................................................96
4 ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน LEP ด$วยเอนไซม6ตดั จําเพาะ HinfI.....................................................97
5 ผลการตรวจสอบจโี นไทป‰ของยนี MC4R ด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ TaqI.................................................97
6 ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยนี IGF2 ด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ BcnI....................................................97
7 ผลการตรวจสอบจโี นไทป‰ของยนี MC5R ด$วยเอนไซม6ตดั จําเพาะ Hin1I................................................98
8 ผลการตรวจสอบจโี นไทป‰ของยนี CRC1 (RYR1) ดว$ ยเอนไซม6ตัดจาํ เพาะ Hin6I ....................................98
9 ผลการตรวจสอบจโี นไทป‰ของยนี CAST2 ด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ PvuII ...............................................98
10 ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน PPARG ด$วยเอนไซม6ตัดจาํ เพาะ BsrI................................................99
11 ผลการตรวจสอบจโี นไทป‰ของยนี LEPR ด$วยเอนไซม6ตดั จาํ เพาะ TasI ...................................................99
12 ผลการตรวจสอบจโี นไทป‰ของยีน CAST1 ด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ Hpy188I .........................................99
13 ผลการตรวจสอบจโี นไทป‰ของยนี PRKAG3 ดว$ ยเอนไซม6ตัดจาํ เพาะ BsrBI...........................................100
14 ตวั อยา* งผลผลติ PCR ของยนี (a) MC1R และ (b) KIT.........................................................................100
15 ผลการตรวจสอบจโี นไทป‰ของยนี MC1R ด$วยเอนไซมต6 ัดจําเพาะ Bsh1236I.......................................100
16 ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน KIT ดว$ ยเอนไซม6ตัดจําเพาะ AciI......................................................101
17 การกระจายพนั ธ6ุหมูดาํ เชียงใหม*ใหส$ ุรินทร6ฟาร6ม อ.สันปfาตอง จ.เชียงใหม*...........................................101
18 การกระจายพนั ธหุ6 มูดาํ เชียงใหมใ* หศ$ นู ย6ศึกษาการพฒั นาห$วยฮอ* งไคร$อันเนื่องมาจากพระราชดําริ
อ.ดอยสะเกด็ จ.เชียงใหม*.....................................................................................................................101
19 การกระจายพนั ธ6หุ มดู าํ เชยี งใหม*ให$โครงการฟารม6 ตัวอย*างบา$ นแม*ตุงตงิ อ.สะเมิง จ.เชยี งใหม* .............102
20 การกระจายพันธุ6หมดู ําเชียงใหมใ* ห$โรงเรยี นตาํ รวจตระเวนชายแดนบ$านแมเ* หลอ อ.แมส* ะเรียง
จ.แมฮ* *องสอน ......................................................................................................................................102
21 การกระจายพันธ6ุหมูดาํ เชยี งใหม*ให$ศนู ย6พฒั นาโครงการหลวงหนองหอย อ.แม*ริม จ.เชยี งใหม* .............102
22 การประชาสมั พนั ธ6หมดู าํ เชยี งใหมใ* นงานโครงการหลวง ปD พ.ศ. 2558 ................................................103
23 การประชาสัมพนั ธ6หมูดาํ เชยี งใหม*ในงานมหกรรมสนิ คา$ ปศุสัตว6ปลอดภัยครัง้ ที่ 2 จ.นครสวรรค6
ปD พ.ศ. 2560.......................................................................................................................................103
24 การประชาสัมพนั ธห6 มูดําเชยี งใหมใ* นงานกาชาดสวนอัมพร ปD พ.ศ. 2559............................................103
17
25 การประชาสัมพันธ6หมูดาํ เชยี งใหมใ* นงานครบรอบ 76 ปD กรมปศุสัตว6 พ.ศ. 2561................................104
26 การประชาสัมพนั ธห6 มูดาํ เชยี งใหมใ* นการประชุมวชิ าการวทิ ยาศาสตรเ6 ทคโนโลยีเน้อื สตั ว6 คร้งั ท่ี 6
ปD พ.ศ. 2561.......................................................................................................................................104
27 การประชาสมั พนั ธห6 มูดาํ เชยี งใหม*ในงานประชุมวชิ าการวิทยาศาสตร6เนอ้ื สัตว6นานาชาติ คร้ังท่ี 62
(62nd iCoMST) ปD พ.ศ. 2559.............................................................................................................104
28 การประชาสัมพนั ธห6 มูดําเชียงใหม*ในงาน SIMA ASEAN THAILAND 2018 เมอื งทองธานี ..................105
29 แสดงลักษณะไขมันแทรกในกล$ามเนือ้ ของหมูดําเชยี งใหม*....................................................................105
30 ความแปรปรวนของไขมนั แทรกในกล$ามเนื้อสว* น Longissimus dorsi ของหมดู ําเชียงใหม*.................105
เอกสารตีพิมพเผยแพร'
เรื่องที่ 1.......................................................................................................................................................106
18
ท่ีมาและความสาํ คญั /หลกั การและเหตผุ ล
กลุ*มเกษตรกรผู$เลี้ยงสุกรในประเทศไทยสามารถแบ*งออกเปนเกษตรกรรายย*อย ฟาร6มขนาดเล็ก
ฟาร6มขนาดกลาง และฟาร6มขนาดใหญ*ซ่ึงเล้ียงแบบอุตสาหกรรม โดยจากสถิติของกรมปศุสัตว6ในปD 2555
พบว*าเกษตรกรผู$เล้ียงสุกร เปนเกษตรกรรายย*อยถึง 95 เปอร6เซ็นต6 ฟาร6มขนาดเล็ก 3.58 เปอร6เซ็นต6 ฟาร6ม
ขนาดกลาง 0.53 เปอร6เซ็นต6 และฟาร6มขนาดใหญ* 0.07 เปอร6เซ็นต6 โดยคิดเปนจํานวนรายเกษตรกรเท*ากับ
108,431 4,058 596 และ 85 ราย ตามลําดับ เกษตรกรส*วนใหญ*ยังเปนเกษตรกรรายย*อยท่ีเล้ียงสุกรน$อย
กว*า 50 ตัว ท่ีผ*านมาเกษตรกรมีปkญหาคือสุกรท่ีเลี้ยงโดยทั่วไปเปนสุกรลูกผสมสายพันธ6ุทางการค$า ซ่ึงมีความ
ผันแปรทางพนั ธกุ รรมและสมรรถภาพการผลิต รวมท้ังยังมีเหตุปkจจัยท่ีเปนขีดจํากัดการเพิ่มกําลังการผลิตหรือ
ขยายขนาดฟาร6ม เช*น ต$นทุนการผลิต ค*าอาหาร ค*าสายพันธ6ุ และการจัดการท่ีมีค*าใช$จ*ายสูง ตลอดจนกลไก
การตลาดทีม่ ีความไม*แนน* อน สง* ผลต*อราคาเน้ือสุกรและผลกําไรของเกษตรกรรายย*อยไม*แน*นอน กรมปศุสัตว6
ได$วางนโยบายเพื่อลดต$นทุนการผลิตสุกร ด$านพันธุ6และด$านอาหาร ให$สอดคล$องกับวิถีชีวิตของเกษตรกรท่ี
หา* งไกลและชาวไทยภูเขาโดยส*งเสริมให$ใช$พันธุ6สุกรที่มีในท$องถิ่นเปนพ้ืนฐาน ในพื้นท่ีภาคเหนือเกษตรกรนิยม
เลีย้ งและบริโภคสกุ รพ้นื เมือง เนื่องจากเปนสุกรท่ีมีสีดํา เลี้ยงง*าย กินอาหารจากเศษเหลือใช$ในภาคการเกษตร
ทนทานตอ* สภาพแวดล$อม ทีส่ ําคญั คอื มเี นื้อนม*ุ อรอ* ย ขนาดพอเหมาะ และสกุ รสดี ํายังนิยมใช$ในพิธีกรรมต*างๆ
ทผ่ี *านมากรมปศุสัตว6ได$นําสุกรพันธ6ุเหมยซานไปส*งเสริมการเล้ียงให$แก*เกษตรกรและชาวไทยภูเขา แต*ยังมีบาง
ลักษณะที่เกษตรกรไมต* $องการ เชน* ไขมนั หนา โตช$า ใบหใู หญ* และผิวหนังย*น ไม*น*ารับประทาน จึงได$ปรับปรุง
เปนสุกรพันธุ6มิตรสัมพันธ6 (สุกรลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน) ที่มีไขมันน$อยลงมีปริมาณเน้ือแดงมากขึ้น การ
เจริญเตบิ โตดี ใบหูมีขนาดเลก็ ลง และผิวหนังไม*ย*น เปนการรวมพันธุกรรมของสุกรพันธุ6ดูร็อคท่ีให$เน้ือคุณภาพ
ดี มีไขมันแทรก และสุกรพันธ6ุเหมยซานท่ีมีเนื้อน*ุม รสชาติอร*อย และมีลักษณะพันธุกรรมท่ีให$ลูกดก ซ่ึงได$ผล
ตอบรับท่ีดีพอสมควรจากเกษตรกรในพนื้ ท่ีสูง
ในปD พ.ศ. 2547–2548 ศนู ย6วิจยั และบํารงุ พันธ6สุ ัตว6เชยี งใหม*รว* มกบั มูลนิธิโครงการหลวงวิจัยปรับปรุง
พันธุ6สุกรเพื่อใช$ประโยชน6สุกรพื้นเมือง พบว*าสุกรพ้ืนเมืองในภาคเหนือ มีศักยภาพการผลิตและอัตราการ
เจริญเติบโตที่ตํ่า ไขมันหนา และเนื้อแดงน$อย จึงได$นําสุกรพันธุ6เปDยแตรงที่ให$ปริมาณเน้ือแดงมาก และปลอด
จากยีนเครียด มาผสมข$ามกับสุกรพ้ืนเมือง ได$เปนสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมืองในปD 2550 พบว*าสามารถ
ปรับปรุงด$านการเจริญเติบโตและคุณภาพซากได$ดีขึ้น (ประภาส และคณะ, 2552) และได$ส*งมอบสุกรสีดํา
ลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมืองเพื่อส*งเสริมให$ใช$ทําพันธุ6บนพ้ืนที่สูง ในโครงการตามพระราชดําริฯ และโครงการ
หลวง ในเขตจังหวัดเชียงใหม*และลําพูน ระหว*างปD 2550-2557 จํานวนทั้งสิ้น 1,037 ตัว แต*ยังพบปkญหาจาก
การใช$สุกรพ*อแม*พันธุ6ท่ีเปนลูกผสมทําให$ได$ลูกที่มีความแปรปรวนสูงท้ังด$านอัตราการเจริญเติบโต ซาก และสี
ลําตัว จากการทดลองนําสกุ รลกู ผสมดูร็อค-เหมยซาน มาผสมข$ามกบั ลูกผสมเปยD แตรง-พ้นื เมอื ง ส*งผลให$ได$สุกร
ขุนทีม่ สี ดี าํ ใหเ$ น้ือท่ีมีความนมุ* รสชาติอร*อย แตย* งั คงมีความแปรปรวนดา$ นสีขนของสุกร และคณุ ภาพเนือ้
จากการที่ผบ$ู รโิ ภคมีความตอ$ งการบริโภคเนื้อคุณภาพสงู การมที รัพยากรพนั ธุกรรมที่ดําเนินการพัฒนา
แล$วบางส*วน การใช$ประโยชน6จากพันธุกรรมสุกรพื้นเมืองที่มีคุณค*า การทําให$เกิดการยอมรับ และการพัฒนา
อาชีพของเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย*อยกล*ุมชาวไทยภูเขา เกษตรกรรายย*อยส*วนใหญ*ในภาคเหนือ
ตลอดจนการขยายผลไปยังเกษตรกรในภูมิภาคอ่ืนของประเทศไทย คณะผ$ูวิจัยจึงมีแนวคิดในการวิจัยและ
พัฒนาพันธุ6สุกรที่มีสีดํา และให$คุณภาพเนื้อในระดับสูง มีความน*ากินสูง มีความน*ุม และมีไขมันแทรกใน
กล$ามเน้ือ โดยใช$สุกรสองกลุ*มคือ ลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมือง ท่ีให$ปริมาณเนื้อแดงมากกว*าสุกรพ้ืนเมืองสาย
19
พันธ6ดุ ้ังเดิม และลักษณะคุณภาพเนื้อที่ดี เลี้ยงง*าย ทนทานต*อโรคและสภาพแวดล$อมของสุกรพ้ืนเมือง ซ่ึงเปน
การใช$ประโยชน6จากพันธุ6สัตว6พื้นเมืองของไทย และลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน ซ่ึงเปนสุกรที่ให$เน้ือคุณภาพสูง
และให$ผลผลิตสูงจากคุณสมบัติการให$ลูกดกจากพันธุกรรมสุกรพันธ6ุเหมยซาน ปkจจุบันสุกรท้ังสองกล*ุมอย*ูใน
ระหว*างการพัฒนาพันธ6ุช่ัวอายุที่ 2 จากนั้นนํามาทดสอบและคัดเลือกด$วยเทคนิคอณูพันธุศาสตร6เพ่ือให$ได$
ลักษณะสีดํา และให$เน้ือคุณภาพสูง ใช$เปนพันธุ6พื้นฐานนํามาผสมข$ามพันธุ6เพื่อสร$างให$เปนสุกรขุน
(commercial line) ที่มีสีดํา และให$เนื้อคุณภาพสูง ซึ่งกําหนดให$ช่ือ “หมูดําเชียงใหม*” ซ่ึงเปนผลผลิตท่ี
เกษตรกรนําไปใช$ประโยชน6 เปนการเพิ่มมูลค*าของเนื้อสุกร เพื่อสนับสนุนความต$องการของผู$บริโภคท่ี
เปล่ียนไป สุกรขุนเหล*าน้ีเมื่อนําไปส*งเสริมให$กับฟาร6มเครือข*ายสัตว6พันธ6ุดี เกษตรกรรายย*อย ตลอดจน
เกษตรกรทั่วไป จะสามารถสร$างอาชีพที่มีความม่ันคง ยั่งยืน เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง ไม*ต$องพ่ึงพา
บริษัทเอกชน ตลอดจนการพัฒนาระบบการเลี้ยงไปสู*การเลี้ยงแบบปล*อยอิสระ หรือระบบอินทรีย6 สนับสนุน
การใชว$ ตั ถุดบิ ในทอ$ งถิ่น และวิจยั พัฒนาการจดั การด$านการตลาดสําหรับเนอ้ื สุกรคณุ ภาพสูง และผลิตภัณฑ6 ให$
แพร*หลายและเกิดการยอมรับ ลดการนําเข$าเนื้อสุกรจากต*างประเทศ ตลอดจนผู$บริโภคเองก็มีโอกาสในการ
เลือกซื้อสินค$าท่ีมีคุณภาพ สนองตอบและตรงตามความต$องการท่ีมีความหลากหลาย และขยายการรับร$ูของ
ผู$บรโิ ภคในด$านคุณภาพของเน้ือตอ* ไป
วัตถปุ ระสงค
เพื่อคัดเลือกพันธุ6สุกรลูกผสมเปDยแตรง - พื้นเมือง (PN) และสายพันธุ6ดูร็อค - เหมยซาน (DM) ให$ได$
สกุ รรุน* พ*อแม*พนั ธ6ุรนุ* ที่ 3 (F3) ทีม่ ีคุณภาพซาก คณุ ภาพเน้ือ และคุณภาพการบริโภคสงู และมขี นสีดํา
Concept ในการดําเนนิ การตามโครงการ
ในการคัดเลือกสายพันธ6ุสุกร “หมูดําเชียงใหม*” เพื่อผลิตเน้ือสุกรคุณภาพสูงและพัฒนาอาชีพ
เกษตรกร เรมิ่ จากการคดั เลอื กพันธ6ุ เพื่อสร$างสุกรสายพ*อพันธ6ุและสายแม*พันธ6ุ ให$มีการแสดงออกของลักษณะ
ทางเศรษฐกิจคือ คุณภาพซาก คุณภาพเนื้อ และคุณภาพการบริโภคสูง และมีขนสีดํา ซึ่งเปนโครงการท่ี 1
หลังจากนัน้ จะดําเนินการโครงการท่ี 2 คือ การทดสอบคู*ผสมพันธุ6 เพ่ือศึกษาความเหมาะสมในการใช$เปนสาย
พ*อพนั ธ6หุ รอื สายแมพ* ันธุส6 ําหรบั ผลติ หมูดําเชียงใหม* โครงการที่ 3 ศกึ ษาความเปนไปได$ในการส*งเสริมเกษตรกร
เพื่อผลิตหมูดําเชียงใหม*และการยอมรับของตลาด โครงการที่ 4 ศึกษารูปแบบการเลี้ยงหมูดําเชียงใหม*ให$
เหมาะสมกับเกษตรกรรายย*อย และโครงการที่ 5 ศึกษาความต$องการทางโภชนะและสูตรอาหารท่ีเหมาะสม
สําหรับหมดู าํ เชียงใหมเ* พอ่ื ลดต$นทนุ การผลติ
สําหรับโครงการท่ี 1 การพัฒนาสายพันธุ6เพ่ือผลิตสุกรพันธุ6 “หมูดําเชียงใหม*” เปนการคัดเลือกพันธ6ุ
เพอ่ื สร$างสุกรสายพอ* พนั ธแุ6 ละสายแม*พนั ธ6ุ ใหม$ ลี ักษณะทางเศรษฐกิจท่ีตอ$ งการ โดย
- กําหนดวตั ถปุ ระสงคใ6 นการพัฒนาหมูดาํ เชียงใหม* (breeding objectives) ได$แก* คุณภาพเน้ือ
คณุ ภาพซาก และคณุ ภาพการบรโิ ภค
- ผสมและคดั เลือกสกุ รลูกผสมเปDยแตรง-พน้ื เมือง จากฐานพันธกุ รรมเดมิ ที่มีอยซ*ู ึ่งเปนลูกผสมในชัว่
อายทุ ่ี 2 ใหไ$ ดเ$ ปนลูกผสมช่ัวอายุที่ 3
20
- ผสมและคัดเลือกสกุ รลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน จากฐานพนั ธกุ รรมเดมิ ที่มอี ยู*ซึ่งเปนลูกผสมในชั่วอายุ
ท่ี 2 ใหไ$ ด$เปนลกู ผสมชว่ั อายุที่ 3
- ใช$เคร่อื งหมายพนั ธกุ รรม หรือเครื่องหมายโมเลกุล (genetic marker) คดั เลอื กลกั ษณะพันธุกรรมท่ี
เก่ยี วข$องกบั คุณภาพเน้ือ คุณภาพซาก คุณภาพการบริโภค และขนสีดาํ ของสุกรลูกผสมท้งั 2 กล*มุ
ในชว่ั อายุที่ 3 ในชว* งระยะหย*านมเพ่ือคัดเลือกสุกรสําหรบั ทดสอบพนั ธ6ุ
- ศกึ ษาคุณภาพซาก คณุ ภาพเนื้อ และคุณภาพการบรโิ ภค ของสุกรลูกผสมทงั้ 2 กล*ุม โดยสุ*มฆา*
บางสว* น
- วิเคราะหค6 วามสมั พนั ธข6 อง genetic marker ทีเ่ กีย่ วข$องกับคุณภาพเน้ือ คุณภาพซาก คุณภาพการ
บริโภค และขนสดี าํ กับลกั ษณะปรากฏ (จากข$อมูลการศึกษาซาก และสีขนของสุกร)
- คัดเลือกสุกรจบทดสอบที่มี genetic marker ที่มีความสัมพนั ธ6ลกั ษณะปรากฏ เพอ่ื ใชเ$ ปนสกุ รรุ*นพ*อ
แม*พนั ธ6ุ (ชวั่ อายุที่ 3)
ผลท่คี าดวา' จะได3รบั โครงการท่ี 1
1. ได$พนั ธส6ุ กุ รพื้นฐาน สําหรบั ใช$ผลิตหมดู าํ เชยี งใหม*
ตวั ชี้วดั - ได$สุกรลูกผสมเปDยแตรง - พืน้ เมือง ที่มีขนสดี ํา มีลกั ษณะพันธุกรรมที่ให$เน้ือคุณภาพสูง เพ่ือ
ใช$เปนสกุ รพ*อพันธุ6/แม*พันธ6ุ
- ได$สุกรลกู ผสมดรู ็อค - เหมยซาน ที่มีขนสีดํา มลี ักษณะพันธกุ รรมทีใ่ หเ$ นื้อคุณภาพสงู เพ่อื
ใชเ$ ปนสุกรพอ* พันธุ6/แมพ* ันธุ6
2. ไดผ$ ลงานวจิ ยั ตพี ิมพใ6 นระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ อยา* งน$อย 1 เรอื่ ง
ตวั ชวี้ ัด ผลงานวจิ ยั ตีพิมพใ6 นระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ อย*างนอ$ ย 1 เรื่อง
3. เปนแหล*งศึกษาวจิ ยั ของนักศกึ ษาในระดับปรญิ ญาโท และปริญญาเอก ในดา$ นการปรับปรุงพันธ6ุ ระบบ
การเล้ียง การศึกษาดา$ นอณูพนั ธุศาสตร6 และวทิ ยาศาสตร6เนื้อสตั ว6
ตัวชีว้ ดั ผลติ นกั ศึกษาในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก จากสถาบันการศึกษาทร่ี ว* มโครงการ
ผลท่คี าดว'าจะได3รับทกุ ชดุ โครงการ (1-5)
ระดับองคกร
1. ไดพ$ ฒั นาพนั ธุส6 กุ รพ้นื ฐาน สําหรบั ใชผ$ ลติ หมดู าํ ทใ่ี ห$เนื้อคณุ ภาพสูง สาํ หรบั ตลาดผ$บู รโิ ภคชน้ั สงู
ตวั ชีว้ ดั - ได$สุกรลูกผสมเปDยแตรง - พื้นเมือง ที่มีขนสีดํา มีลักษณะพันธุกรรมท่ีให$เนื้อคุณภาพสูง
สามารถถ*ายทอดไปยงั สุกรขุนไดด$ ี เหมาะใชเ$ ปนสกุ รสายพ*อพันธ6ุ/แม*พันธุ6
- ได$สกุ รลูกผสมดูร็อค - เหมยซาน ท่ีมขี นสดี ํา มีลักษณะพันธุกรรมท่ใี หเ$ นื้อคุณภาพสงู
สามารถถา* ยทอดไปยังสุกรขุนไดด$ ี เหมาะใช$เปนสกุ รสายพ*อพนั ธ6ุ/แม*พนั ธุ6
2. ไดส$ กุ รขนุ ทีเ่ ปนหมดู าํ ทใ่ี ห$เนอื้ คณุ ภาพสูง สําหรบั ตลาดผูบ$ ริโภคชั้นสงู
ตวั ชี้วดั ได$สุกรขุนท่ีเปนหมูดําที่เปน commercial line ใช$ชื่อว*า หมูดําเชียงใหม* ที่ให$เนื้อมีความน*ุม
มไี ขมนั แทรกในระดบั 3.5 ขนึ้ ไป
21
3. สร$างความม่ันคงในอาชีพให$แก*เกษตรกรรายย*อย ซ่ึงเปนเกษตรกรผ$ูเล้ียงสุกร สามารถยึดเปนอาชีพ
หลักเพื่อการเล้ียงชีพได$ เพ่ิมทางเลือกให$แก*เกษตรกรรายย*อย ให$มีบทบาทในการผลิตสุกรเพื่อตลาด
ระดบั สูงตลอดจนขยายโอกาสทางการผลิตและการตลาดสป*ู ระชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น (AEC)
ตวั ช้วี ัด เกษตรกรมีรายได$เพิ่มขึน้ มีอาชีพทม่ี ั่นคงจากการผลิตหมดู ําเชียงใหม*
4. เพิ่มความม่ันคงด$านอาหาร ลดการนําเข$าเน้ือสุกรคุณภาพสูง สามารถผลิตได$เองภายในประเทศ โดย
ใช$พันธุกรรมท่ีมีอย*ู ไม*จําเปนต$องนําเข$า ลดการสูญเสียเงินตราออกต*างประเทศ โดยกรมปศุสัตว6จะ
เปนผเู$ กบ็ รักษาและกระจายพันธุกรรมทพ่ี ัฒนาพันธไุ6 ด$
ตัวช้วี ดั เช*นเดยี วกบั ประโยชน6ข$อที่ 2
5. ได$ผลงานวิจัยตีพิมพ6ในระดับชาติและนานาชาติ อย*างน$อย 5 เรื่อง อันเปนผลจากการทดสอบ
สมมติฐานต*างๆ เช*น การทดสอบสมมติฐานเร่ืองการพัฒนาพันธุ6สุกรเพื่อให$มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่
ต$องการ คือ ให$เนื้อคุณภาพสูง สําหรับตลาดชั้นสูงที่ผู$บริโภคมีความต$องการ การทดสอบสมมติฐาน
เร่ืองความสัมพันธ6ระหว*างเคร่ืองหมายโมเลกุลท่ีใช$ในการคัดเลือกกับลักษณะคุณภาพเนื้อ และ
คณุ ภาพการบริโภค ทดสอบสมมติฐานของระบบการเลย้ี งทเี่ หมาะสมและรูปแบบการให$อาหารที่ส*งผล
ถึงคุณภาพเนอื้ เปนตน$
ตัวชี้วดั ผลงานวิจัยตีพิมพ6ในระดบั ชาติและนานาชาติ
6. เปนแหล*งศึกษาวิจัยของนักศึกษาในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ในด$านการปรับปรุงพันธ6ุ
ระบบการเล้ยี ง การจัดการดา$ นโภชนศาสตร6 การศึกษาด$านอณูพันธุศาสตร6 และวิทยาศาสตร6เนื้อสัตว6
การศกึ ษาระบบการตลาดและการพฒั นาอาชพี
ตัวชี้วดั ผลติ นักศึกษาในระดับปรญิ ญาโท และปรญิ ญาเอก จากสถาบนั การศึกษาทร่ี *วมโครงการ
ระดบั ท3องถ่นิ
1. ได$พันธ6ุสุกรที่เกษตรกรใช$ในการพัฒนาอาชีพ พัฒนาการตลาด ทําให$สามารถพ่ึงพาตนเองอย*างย่ังยืน
โดยไมจ* าํ เปนต$องพึ่งระบบผูกขาดจากบรษิ ทั ทางการค$า
ตวั ชีว้ ัด กลุ*มเกษตรกรฟารม6 เครือข*ายผู$เลยี้ งสกุ ร ในจังหวดั เชียงใหม* จังหวัดลําพูน และจังหวัดลําปาง
ที่นําร*องนําพันธุกรรมไปใช$ประโยชน6ในเบื้องต$น ระหว*างการศึกษาวิจัย และหลังจากสิ้นสุด
โครงการวจิ ยั
2. เพ่ิมทางเลือกให$แก* ตลาดจําหน*ายเน้ือสุกร และผ$ูบริโภคเนื้อสุกร ให$มีเน้ือสุกรที่มีคุณภาพสูง เหมาะ
แก*การบรโิ ภคมากข้ึน
ตวั ชีว้ ดั การขยายโอกาสและช*องทางการจาํ หนา* ยเนื้อสกุ รคุณภาพสูง
ระดบั ประเทศ
1. มีส*วนร*วมในการอนุรักษ6และใช$ประโยชน6จากพันธุกรรมสุกรพื้นเมือง ซ่ึงเปนสัตว6พ้ืนเมืองที่มี
ความสาํ คัญ เปนทรพั ย6สมบัติทางพันธกุ รรมของประเทศ
ตวั ชว้ี ดั การนําพนั ธุกรรมของสกุ รพื้นเมืองมาใชเ$ ปนแหล*งพันธุกรรมตัง้ ต$นในการพฒั นาสกุ รเพือ่ ให$ได$
เปนหมูดาํ เชยี งใหม* ก*อใหเ$ กิดประโยชน6ในวงกว$าง
2. มีการพัฒนาบุคลากรด$านวิจัยในระดับหน*วยงาน ระดับสถาบันการศึกษา และระดับเกษตรกร ให$มี
ความร$ู ความสามารถในการพัฒนาพนั ธุส6 กุ รท่ใี หเ$ นอื้ คุณภาพสงู ซ่ึงตอ$ งใช$หลักวิชาความร$ูชั้นสูงในด$าน
ตา* งๆ
ตัวชว้ี ดั ผลติ นกั วจิ ัยจากภาครัฐ สถาบันการศกึ ษา และภาคเกษตรกร
22
3. ประเทศมีความม่นั คงทางอาหารมากขน้ึ จากการผลิตเน้ือสุกรคุณภาพสูง สําหรบั ตลาดชน้ั สงู และ
ตลาดทัว่ ไป จากพนั ธ6ุสกุ รท่ีพัฒนาจากพันธกุ รรมในประเทศ
ตัวช้ีวัด สายพันธส6ุ ุกร 2 สายพันธ6ุ คือลูกผสมเปDยแตรง - พื้นเมอื ง และลูกผสมดูร็อค - เหมยซาน เพ่ือ
ใช$สาํ หรับผลิตหมูดําเชียงใหม*
4. มีการพัฒนาอาชีพเกษตรกรท่ีมีการรวมกลุม* เปนวสิ าหกจิ ชุมชนเพือ่ ผลติ เนื้อคุณภาพสงู สําหรับตลาด
จาํ เพาะ สามารถนําไปขยายผลในวงกว$างเปนรปู แบบการผลิตทมี่ ีประสิทธิภาพและย่งั ยืน
ตัวชี้วดั กล*ุมวิสาหกิจชุมชนทีเ่ กดิ จากการพัฒนาอาชีพ
5. มกี ารพัฒนาตลาดเนอื้ คณุ ภาพสูงที่เปนตลาดจาํ เพาะ เปนตลาดสาํ หรับจําหนา* ยผลผลิตโดยตรงจาก
ฟาร6มเกษตรกร ลดขนั้ ตอนของพอ* คา$ คนกลาง เกษตรกรมีรายไดเ$ พ่ิมมากข้ึน ผบู$ รโิ ภคไดส$ ินคา$ ท่ีมี
คณุ ภาพ
ตัวช้ีวัด รูปแบบการตลาดจําหนา* ยเน้อื สุกรคุณภาพสูง
6. ไดพ$ ัฒนาชดุ ความรู$เกี่ยวกับการพัฒนาพันธ6ุ การพัฒนาอาชพี การพัฒนาตลาด ระบบการเลี้ยงสุกรเพ่อื
ผลิตเน้ือสําหรบั ตลาดจาํ เพาะ การพัฒนารูปแบบการให$อาหารท่เี หมาะสมสาํ หรับสุกรแต*ละสายพนั ธ6ุ
เพื่อใหไ$ ด$เนื้อท่ีมีคณุ ภาพสูง นาํ ความรเ$ู หล*านไี้ ปพฒั นาอาชีพใหก$ บั ฟารม6 เกษตรกรเครอื ข*ายนาํ รอ* งของ
โครงการ และขยายผลส*วู งกวา$ งและพัฒนาอาชีพใหก$ ลุ*มเกษตรกรอ่ืนๆ ของประเทศ
ตวั ชีว้ ัด ชุดความรทู$ เ่ี กี่ยวข$องกบั การพัฒนาพนั ธุ6 พัฒนาอาชีพ และพฒั นาตลาดเนื้อสุกรคุณภาพสูง
23
การตรวจเอกสาร
ปkจจุบัน ผ$ูบริโภคให$ความสําคัญกับคุณลักษณะความน*ากินของเนื้อสุกร (pork eating quality) มาก
ข้ึน ซ่ึงคณุ ลกั ษณะความน*ากนิ ของเน้ือสุกรมีความสัมพันธ6สูงกับคุณภาพของเน้ือ การปรับปรุงคุณภาพของเนื้อ
เพอ่ื ให$มคี ุณลกั ษณะความน*ากินสูงขึ้นอยู*กับปkจจัยหลายอย*างด$วยกัน เช*น พันธุกรรม (genetics) ระบบการให$
อาหารและการเลี้ยง (feeding and rearing system) และอายุและนํ้าหนักท่ีชําแหละ โดยเฉพาะในส*วนของ
พันธุกรรมซ่ึงเปนปkจจัยเร่ิมต$นของการผลิตเน้ือสุกรจึงเปนปkจจัยท่ีมีความสําคัญ พันธ6ุสุกรท่ีมีความสัมพันธ6กับ
คุณลักษณะความน*ากินสูง เช*น สุกรพันธ6ุดูร็อค สุกรพันธ6ุเบิร6กเชียร6 สุกรพันธ6ุพื้นเมืองเฉพาะถิ่น (local
breeds) เปนต$น (Bonneau and Lebret, 2010) สุกรพันธ6ุดูร็อค เปนสุกรสายพ*อพันธุ6ที่นิยมนํามาใช$เปนพ*อ
พันธ6ุสุดท$าย (terminal boar) ในกระบวนการผลิตสุกรขุนในอุตสาหกรรมการผลิตสุกร เปนสุกรที่ให$ปริมาณ
ไขมันแทรกในกล$ามเนื้อสูงเม่ือเปรียบเทียบกับสุกรพันธ6ุอ่ืน (Mabry and Baas, 1998; Lo et al., 1992;
Wood et al., 2004) ในการพัฒนาพันธ6ุสุกรที่ให$เนื้อคุณภาพสูงมักจะมีพันธุ6ดูร็อคเปนส*วนหนึ่งเสมอเพ่ือใช$
ประโยชน6จากลักษณะพันธุกรรมท่ีควบคุมลักษณะปริมาณไขมันแทรกในกล$ามเน้ือ (Solanes et al., 2009;
Schwab et al., 2005)
พันธุกรรมสุกรที่นํามาใช$ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ 1. สุกรพันธุ6พ้ืนเมือง เปนสุกรท่ีนิยมเล้ียงและ
บริโภคในท$องถ่ินที่ห*างไกลและชาวไทยภูเขา เน่ืองจากเปนสุกรท่ีมีสีดํา เลี้ยงง*าย กินอาหารจากเศษเหลือจาก
การเกษตร ทนทานต*อสภาพแวดล$อม ไม*ต$องถ*ายพยาธิ และทําวัคซีนปŠองกันโรคก็สามารถอยู*ได$ ที่สําคัญคือ
เปนท่ีรู$จักกันดีว*ามีเน้ือน*ุม รสชาติอร*อย ไม*ได$มีการนํามาใช$ประโยชน6อย*างเหมาะสม 2. สุกรพันธ6ุเปDยแตรง
เปนสายพันธใุ6 หมจ* ากประเทศเบลเย่ียม (พันธ6ุสัตว6พระราชทาน) ที่ปลอดจากยีนเครียด มีอัตราการเจริญเติบโต
ดี ปริมาณเนื้อแดงมาก (ประภาส และคณะ, 2550) 3. สุกรพันธุ6ดูร็อค สายพันธุ6เชียงใหม* 1 เปนสุกรท่ีมี
โครงสร$างใหญ* แขง็ แรง อัตราการเจริญเตบิ โตดี ใหค$ ุณภาพเนือ้ ดี 4. สกุ รพนั ธุเ6 หมยซาน มีข$อเด*นด$านการให$ลูก
ดก เลีย้ งลูกเกง* และคุณภาพเนื้อดี เมือ่ นาํ มาผสมกนั จะเปนการผสมผสานพันธกุ รรมทดี่ เี ขา$ ไวด$ $วยกัน
สุกรลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมือง ที่ศูนย6วิจัยและบํารุงพันธุ6สัตว6เชียงใหม*คัดลูกผสมสีดําล$วนขึ้นทดสอบ
พันธุ6ช่ัวอายุที่ 1 (F1) และ 2 (F2) ได$ข$อมูลอัตราการเจริญเติบโต 448.36±137.18 และ 595.75±153.18
กรัม/วัน, ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร 3.07±1.20 และ 2.55±0.87, ความหนาไขมันสันหลังเฉลี่ย
1.27±0.43 และ 1.22±0.41 เซนติเมตร, พื้นที่หน$าตัดเนื้อสัน 26.73±4.10 และ 27.77±4.13 ตาราง
เซนติเมตร, ความยาวลําตัววัดจากโคนหูถึงโคนหาง 90.95±5.77 และ 92.83±6.33 เซนติเมตร, ความสูง
58.69±4.13 และ 59.20±3.15 เซนติเมตร ตามลําดับ การให$ผลผลติ ของแมพ* นั ธุ6ช่ัวอายุท่ี 1 จํานวน 25 ครอก
พบว*าจํานวนลูกแรกคลอด 9.72±2.70 ตัว/ครอก, จํานวนแรกคลอดมีชีวิต 8.56 ±2.66 ตัว/ครอก, น้ําหนัก
ครอกเม่ือคลอด และนํ้าหนักตัวเฉล่ียเมื่อคลอด 9.06±3.61 กก./ครอก และ 1.04±0.18 กก./ตัว, จํานวนเม่ือ
หย*านม 7.88±2.86 ตวั /ครอก, นาํ้ หนักครอกเม่อื หย*านม และน้ําหนักตัวเฉลี่ยเมื่อหย*านม 34.52±15.64 กก./
ครอก และ 4.31±1.03 กก./ตัว (ประภาส และคณะ, 2552) มีข$อมูลการทดสอบพันธุ6ของสุกรดูร็อค-เหมยซาน
และเปDยแตรง-พื้นเมือง ของศูนย6วิจัยและบํารุงพันธ6ุสัตว6เชียงใหม* ในปD 2557 ดังนี้ อัตราการเจริญเติบโต
714.95±110.33 และ 629.45±104.99 กรัม/วัน, ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร 2.82±0.68 และ
2.95±0.45, ความหนาไขมันสันหลังเฉล่ีย 1.46±0.25 และ 1.33±0.29 เซนติเมตร, พื้นท่ีหน$าตัดเนื้อสัน
26.58±4.10 และ 26.64±4.06 ตารางเซนตเิ มตร, ความยาวลําตัววัดจากโคนหูถึงโคนหาง 102.51±5.78 และ
102.85±6.37 เซนติเมตร ตามลําดับ การให$ลูกของสุกรดูร็อค-เหมยซาน และเปDยแตรง-พื้นเมือง 11.11 และ
9.47 ตวั ต*อครอก ตามลําดบั (ศนู ย6วิจัยและบํารุงพันธุ6สัตว6เชยี งใหม*, 2557)
24
คณุ ภาพเน้ือ
คุณภาพของเน้อื บง* บอกได$จาก สีของเน้ือ (color) ความเปนกรดด*าง (ultimate pH) ความสามารถใน
การอุ$มนํ้า (Water Holding Capacity, WHC) และปริมาณไขมันในกล$ามเน้ือ (Intramuscular Fat, IMF) ซึ่ง
สีของเนื้อจะแบ*งเปน 5 ระดับ คือจากระดับ 1 เน้ือสันมีสีซีด สว*าง ถึงระดับ 5 ที่เนื้อมีสีแดงเข$ม ผู$บริโภคจะ
นยิ มเนอื้ ที่สแี ดงปานกลางถึงเข$ม สว* นเนื้อท่ีมี pH สงู จะบ*งชถ้ี ึงความเปนด*างท่ีเน้ือมีการสูญเสียน$อย สีเข$ม และ
มีความน*ุม ในส*วนของลักษณะการอุ$มนํ้า จะต$องการลักษณะที่มีความสามารถในการอุ$มน้ําสูง ในขณะที่
ผ$บู ริโภคจะชอบลกั ษณะเนื้อทม่ี ีไขมนั แทรกซ่งึ บง* ชถี้ ึงคุณลักษณะในการบริโภค (eating quality) (Mabry and
Baas, 1998)
ไขมันแทรกในกล$ามเนื้อ หรือ Intramuscular Fat (IMF) เปนลักษณะที่บ*งชี้ถึงคุณภาพของเนื้อ
(meat quality) IMF มีความสัมพันธ6ในเชิงบวกกับความน*ุมของเน้ือ ความช*ุมฉํ่า และรสชาติความอร*อยของ
เน้ือ (DeVol et al., 1988) โดยท่ัวไปผู$บรโิ ภคต$องการเนื้อทมี่ ี IMF อยู*ในระดับ 2-3 เปอรเ6 ซน็ ต6 การวัดปริมาณ
ไขมนั แทรกในกลา$ มเน้ือสามารถวัดได$โดยการศึกษาซากด$วยเทคนิคทางด$านวิทยาศาสตร6เน้ือสัตว6 การวัดและ
ประมาณด$วยเครื่องอัลตร$าซาวด6 (Newcom et al., 2002) หรือการวัดด$วยเครื่อง Near Infrared
Spectroscopy (NIR) (Prevolnik et al., 2005)
คุณภาพเนื้อนับว*ามีอิทธิพลอย*างมากต*อการตัดสินใจเลือกซื้อเน้ือของผ$ูบริโภค ซ่ึงคุณภาพของเน้ือ
(meat quality) นน้ั มคี วามสมั พนั ธอ6 ยา* งมากต*อคุณภาพการบริโภค (eating quality) โดยสิ่งที่บ*งช้ีถึงลักษณะ
ของเนือ้ ท่มี คี ณุ ภาพน้นั มีดงั ต*อไปน้ี
1. สีของเน้ือ (color) สีของเนื้อขึ้นอยู*กับสภาวะทางเคมีของสารสีไมโอโกลบินท่ีอย*ูในเน้ือเปนหลัก
เน่ืองจากโมเลกุลของไมโอโกลบินประกอบด$วยส*วนของโกลบินซึ่งเปนโปรตีน และส*วนของฮีมท่ีมีอณูของธาตุ
เหล็กเปนองค6ประกอบ ซ่ึงการเปลี่ยนแปลงของส*วนของฮีมโดยเฉพาะที่อณูธาตุเหล็กนี้เองจะทําให$สีเนื้อ
เปลีย่ นไป ภายหลงั จากสัตว6ตายแลว$ ไมม* ีออกซิเจนในเนือ้ อณธู าตุเหล็กจะอยู*ในสภาวะรีดิวซ6 โดยแกนท่ีหกของ
ธาตุเหล็กจะว*างเปล*าซึ่งจะทําให$เนื้อมีสีออกม*วงแดงไม*สดใส เมื่อตัดเน้ือผิวที่สัมผัสอากาศจะทําปฏิกิริยากับ
ออกซิเจนได$เปนออกซี่ไมโอโกลบิน (oxymyoglobin) มีสีแดงสด แต*ถ$าตัดเน้ือเก็บไว$ในท่ีอับอากาศ อณูธาตุ
เหลก็ จะเกิดการออกซิไดซ6 แกนที่หกของธาตุเหล็กจับกับน้ํา ทําให$เกิดเปนเมทไมโอโกลบิน (metmyoglobin)
ซึ่งทําให$เนื้อเปนสีน้ําตาลออกเขียว ซึ่งเปนสีท่ีผ$ูบริโภคไม*พึงพอใจ และมักเข$าใจว*าเน้ือเส่ือมคุณภาพเพราะ
จุลนิ ทรีย6
ปkจจัยที่มีอิทธิพลต*อสีเนื้อสุกรอย*างมากคือ ค*าความเปนกรดด*าง (pH) ของเน้ือ และการแช*เย็นซาก
หลังฆ*า ในกรณีท่ีเนื้อมี ultimate pH สูง เน่ืองจากเอนไซม6ที่ยังคงเหลืออย*ูในเนื้อยังคงทํางานได$ จึงนํา
ออกซิเจนท่ีรวมอย*ูกับธาตุเหล็กในรูปของ oxymyoglobin มาใช$ และเส$นใยกล$ามเน้ือจับตัวกันแน*นข้ึน
เน่ืองจากความสามารถในการจับน้ําของโปรตีนจะดีเม่ืออย*ูเหนือจุด iso-electric ถือว*าเปนเนื้อ Dark Firm
Dry (DFD) ส*วนเน้ือ Pale Soft Exudative (PSE) น้ันเกิดเน่ืองจากค*า pH ของเน้ือลดลงอย*างรวดเร็ว ทําให$
โปรตนี เสยี สภาพ เกิดการกระจายแสงของเน้ือมากกว*าปกติ จงึ ทาํ ใหเ$ นื้อมสี ีซดี (Lawrie, 1985)
2. ความเปนกรดด*าง (ultimate pH) ค*า pH ของเนื้อท่ีลดลงหลังจากสัตว6ตาย เกิดขึ้นเน่ืองจาก
กระบวนการไกลโคไลซสี ทส่ี ลายไกลโคเจนในสภาพไรอ$ อกซเิ จนทําใหเ$ กดิ กรดแลกติคข้นึ ถ$ามีปริมาณไกลโคเจน
สะสมในเนื้อมากและซากมีอุณหภูมิสูงจะทําให$เกิดการสลายตัวของไกลโคเจนอย*างรวดเร็วทําให$เนื้อมี
ultimate pH ต่ํา กระบวนการไกลโคไลซีสจะลดลงเม่ือไกลโคเจนในเนื้อเหลือน$อย หรือเมื่อค*า pH ลดลง
จนถึงจุดที่เอนไซม6ไม*ทํางานซ่ึงอย*ูที่ประมาณ pH 5.5 (Lawrie, 1985) ตามมาตรฐาน National Pork
Producers Council ของสหรฐั อเมรกิ าหรือ NPPC (PIC, 2003) pH ที่ 45 นาทีหลังสัตว6ตายควรมีค*า 6.3-6.7
25
ถ$านอ$ ยกวา* 5.8 จะถือว*าเปน PSE ส*วน pH หลังสัตว6ตายที่ 24 ชั่วโมงควรมีค*า 5.7-6.1 ถ$ามากกว*า 6.1 ถือว*า
เปน DFD
3. ความสามารถในการอ$ุมน้ํา (Water Holding Capacity; WHC) นํ้าท่ีอย*ูในเนื้อจะถูกจับไว$ด$วย
โปรตีน หลังสัตว6ตายเกิดการเสียสภาพของโปรตีนทําให$เกิดการสูญเสียน้ําของเนื้อ (drip loss) โดยในสภาพ
pH ต่ํา ความสามารถในการจับนํ้าของโปรตีนจะลดลง โดยท่ัวไปการสูญเสียน้ําของเนื้อจะอย*ูประมาณ 3–6 %
โดยปkจจัยที่มีอิทธิพลต*อการสูญเสียนํ้าของเนื้อ คือค*า pH และอัตราการลดอุณหภูมิของซาก โดยถ$าทําให$ซาก
เย็นได$เร็วก็จะลดปริมาณการสูญเสียน้ําลงได$ ส*วนการสูญเสียนํ้าระหว*างการปรุง (cooking loss) จะอย*ู
ระหว*าง 16–24 % โดยมีปkจจัยท่ีเก่ียวข$องคือ ค*า pH ปริมาณไขมันแทรก และอัตราการลดอุณหภูมิของซาก
(PIC, 2003)
4. ชนิดของเส$นใยกล$ามเนื้อ มัดกล$ามเนื้อประกอบด$วยเส$นใยกล$ามเนื้ออยู*เปนจํานวนมาก โดย
กล$ามเน้ือแต*ละมัดจะประกอบด$วยเส$นใยกล$ามเน้ือชนิดเดียวหรือหลายชนิดแต*มีสัดส*วนของเส$นใยแต*ละชนิด
ในปริมาณท่แี ตกต*างกนั เสน$ ใยกล$ามเน้ือสามารถแบ*งได$ตามลักษณะการยืดหดตัว (contractile) หรือแบ*งตาม
ขบวนการเมทาบอลซิ มึ ท่ีเกดิ ข้นึ (metabolic properties) ดงั นี้
4.1 การแบ*งตามลักษณะการยืดหดตัว โดยอาศัยโปรตีนไมโอซินเปนตัววัดการหดตัวของกล$ามเนื้อ
การแบ*งตามลักษณะการยืดหดตัวน้ีแบ*งเปนแบบ slow-twitch type I ซึ่งเปนเส$นใยกล$ามเน้ือท่ีใช$รักษาการ
ทรงตัว และ fast-twitch type II ซ่ึงเปนเส$นใยกล$ามเนื้อที่ใช$ในการเคลื่อนไหว (Lefaucheur and Gerrard,
1998) วิธีการวัดโดยหลักการ histochemistry น้ันสามารถแบ*ง type I และ type II ด$วย m-ATPase
staining โดย type I m-ATPase จะถูกยับยง้ั หลงั จาก alkaline pre-incubation และ type II หลังจาก acid
pre-incubation (Picard et al., 2002)
4.2 การแบ*งตามขบวนการเมทาบอลิซึม สามารถวัดจาก activity ของ metabolic enzymes ในไม
โตคอนเดรีย เช*น oxidative enzyme succinate dehydrogenase (SDH) โดย oxidative (red fibre) and
non-oxidative (white fibre) สามารถแยกได$ด$วย SDH staining (Gauthier, 1969)
การจําแนกชนิดเส$นใยกล$ามเนื้อด$วยเทคนิค histochemistry จะจําแนกได$ 3 ชนิด คือ type I (slow
oxidative) type IIa (fast oxidative) และ type IIb (fast glycolytic) (Gauthier, 1969; Lefaucheur and
Gerrard, 1998; Picard et al., 2002) แต*เนื่องจากหลักการ histochemistry นั้นเปนเทคนิคที่ใช$เวลา
ค*อนขา$ งมากในการตรวจสอบ ดังนั้นในปkจจุบันได$มีการนําเอาเทคนิคอ่ืนๆ เพ่ือมาใช$ในการแบ*งชนิดของเส$นใย
กล$ามเน้ือ เปนต$นว*า การแบ*งตาม Myosin Heavy Chain (MHC) isoforms ซ่ึงสามารถแบ*งได$โดยหลักการ
immuno-histochemistry ซ่ึงอาศัย antibodies ที่เฉพาะเจาะจงกับ MHC isoforms หรืออาศัยหลักการ
ของอิเล็กโตรโฟรีซีสที่ชนิดของ MHC มีการเคลื่อนที่ในเจลชนิดอะครีลาไมด6ไม*เท*ากัน นอกจากน้ีแล$วยัง
สามารถจําแนกชนิดของ MHC ตามการแสดงออกของยีน (gene expression) ซึ่งเปนวิธีท่ีสามารถตรวจสอบ
ชนิดของเส$นใยกล$ามเน้ือได$รวดเร็วกว*าแบบ histochemistry ท่ีเปนแบบดั้งเดิม ซึ่งจากผลการทดลองของ
Jones et al. (1999) พบว*าการแบ*งเส$นใยกล$ามเนื้อตามหลักการ histochemistry มีความสอดคล$องกับการ
แบ*งตามชนิด (isoforms) ของ MHC
ในการศึกษาชนิดของ MHC ในสุกรพบว*าจําแนกได$ 4 ชนิดตามการแสดงออกของยีน คือ MHC I,
MHC IIa, MHC IIx และ MHC IIb (Chikuni et al., 2001; Lefaucheur et al., 2004) นอกจากน้ี Toniolo
et al. (2004) รายงานว*า กล$ามเนื้อสันนอกของสุกรมี MHC ทั้ง 4 ชนิด เมื่อทําการจําแนกโดยใช$วิธีการ
ร*วมกันระหว*าง histochemistry และ immuno-histochemistry รวมทั้งอาศัยหลักการของอิเล็กโตรโฟรีซีส
และการแสดงออกของยีน (gene expression) ซ่ึงหลักการดังกล*าวถูกนํามาใช$ในการทดลองครั้งนี้ ผลการ
26
ทดลองของ Wimmers et al. (2008) รายงานสหสัมพันธ6เชิงบวกระหว*างชนิดของเส$นใยกล$ามเน้ือที่จําแนก
ตามหลักการของ histochemistry กับ Real-time PCR โดยมีสหสัมพันธ6เชิงบวกอย*างมีนัยสําคัญทางสถิติ
(P<0.05) ระหว*างการจัดจําแนกชนิดเส$นใยกล$ามเนื้อตามทั้ง 2 วิธี โดยมีค*าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ6ระหว*าง
0.53–0.72 โดยจากการจาํ แนกชนิดของเสน$ ใยกลา$ มเน้อื ในสุกรพบว*าท้ัง 2 วิธีน้ันมีสัดส*วนของเส$นใยกล$ามเนื้อ
ชนิด fast MHC II เปนส*วนใหญ* ซ่ึงสอดคล$องกับรายงานของ Lafaucheur et al. (2004) ท่ีรายงานความ
สอดคล$องกันระหว*างชนิดของเส$นใยกล$ามเนื้อท่ีจําแนกตามปริมาณการแสดงออกของยีนและตามการ
แสดงออกของโปรตีน ซ่ึง Wimmers et al. (2008) สรุปว*าการจําแนกด$วย Real-time PCR น*าจะสามารถ
จําแนกชนิดเสน$ ใยกล$ามเนอื้ ได$ตรงตามยีนในร*างกายสตั วม6 ากกว*า แต*วธิ ีนไ้ี มส* ามารถวดั ขนาดหรือจํานวนเส$นใย
กล$ามเนื้อได$
ชนดิ ของเสน$ ใยกลา$ มเนื้อมอี ทิ ธิพลตอ* ขบวนการเมตาบอลซิ มึ ภายในกล$ามเนอื้ ดังน้ันจึงส*งผลถึงคุณภาพ
เนื้อ โดยเฉพาะในเร่ืองของความสามารถในการอุ$มนํ้าของเน้ือ (water holding capacity) ท่ีเปนผลจากการ
ลดลงของค*า pH ในเนื้อหลงั สัตว6ตาย (Sonesson et al., 1998; Brocks et al., 2000) โดย Ryu และ Kim
(2006) รายงานว*า เส$นใยกล$ามเน้ือชนิด type I มีค*าสหสัมพันธ6เชิงลบกับค*าการสูญเสียน้ําระหว*างการเก็บ
รกั ษา (drip loss) และการสูญเสียระหว*างการปรุง (cooking loss) และค*าความสว*าง (lightness) ของสีเน้ือ
ในขณะที่กล$ามเนื้อท่ีมีปริมาณเส$นใยกล$ามเน้ือชนิด type IIB จะมีค*าการสูญเสียนํ้าสูงกว*า ซ่ึงอัตราการลดลง
ของคา* pH หลังสัตว6ตายท่ีสูงกว*าในกล$ามเนื้อที่เส$นใยชนิด type IIB สูงน้ัน เน่ืองมาจากมีการสะสมไกลโคเจน
สูงกว*า type I ดังนั้นหลังสัตว6ตาย การสลายพลังงานจะเปนแบบไม*ใช$ออกซิเจน (anaerobic glycolysis) ซ่ึง
ทําให$ได$กรดแลกติคสูงกว*าด$วย ส*งผลให$ค*า pH ลดลงมากกว*า นอกจากน้ี Seideman และ Crouse (1986)
พบว*าขนาดของเส$นใยกล$ามเนื้อมีอิทธิพลต*อความน*ุมของกล$ามเน้ือที่มีเส$นใยกล$ามเน้ือขนาดใหญ* โดยเฉพาะ
type IIB นนั้ มคี วามเหนียวของเน้ือมากกว*ากลา$ มเนื้อที่มเี สน$ ใยขนาดเลก็
สําหรับปริมาณไขมันแทรก (intramuscular fat) เปนอีกปkจจัยหน่ึงท่ีมีความสําคัญต*อคุณภาพเนื้อ
โดย Renand et al. (2001) รายงานค*าสหสัมพันธ6เชิงบวกระหว*างปริมาณไขมันแทรกและความนุ*มของเนื้อ
ในขณะที่ปรมิ าณไขมนั แทรกมีค*าสหสมั พันธเ6 ชิงลบกับขนาดของเส$นใยกล$ามเน้ือ (Karlsson et al., 1999) ใน
โคพบว*าเส$นใยกล$ามเนื้อชนิด type I มีค*าสหสัมพันธ6เชิงบวกกับปริมาณไขมันแทรก (Calkins et al.,1981 )
ดงั นั้นจงึ สามารถสรุปได$วา* กล$ามเน้ือที่มเี ส$นใยกลา$ มเนือ้ ขนาดเลก็ ชนิด type I สูงจะมีคุณภาพดีกว*ากล$ามเนื้อท่ี
มีเส$นใยขนาดใหญ*โดยเฉพาะ type IIB ในเร่อื งของความสามารถในการอุ$มน้ําของเน้ือและมีปริมาณไขมันแทรก
มากกวา* แต*ความสมั พันธร6 ะหว*างของชนิดเสน$ ใยกลา$ มเนอื้ กบั ความนุ*มของเน้ือนน้ั ยังไม*มขี $อสรุปทช่ี ดั เจน
5. ความน*ุมของเน้ือ ความน*ุมเปนลักษณะสําคัญที่แสดงถึงคุณภาพของเน้ือ และลักษณะที่ผ$ูบริโภค
ตอ$ งการมากกวา* ลักษณะอนื่ ปkจจัยทมี่ ีอทิ ธพิ ลตอ* ความนุม* ของเนือ้ มดี ังน้ี
5.1 เน้ือเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) ซ่ึงประกอบด$วยคอลลาเจนเปนส*วนใหญ* เนื้อท่ีมีปริมาณ
คอลลาเจนมากเน้ือจะเหนยี ว ปรมิ าณคอลลาเจนในกล$ามเนื้อแต*ละชนิดมีไม*เท*ากัน และปริมาณคอลลาเจนจะ
เพิ่มขนึ้ ตามอายุของสัตว6 สตั วท6 ่อี ายุน$อยนอกจากจะมีปริมาณคอลลาเจนน$อยกว*าแล$วยังมีปริมาณคอลลาเจนที่
ละลายได$สูงกว*าสัตวใ6 นอายุมาก
5.2 ขนาดเส$นใยกล$ามเน้ือ (muscle fiber size) เส$นใยกล$ามเนื้อท่ีมีขนาดใหญ*จะมีความเหนียว
มากกวา* เสน$ ใยกลา$ มเนือ้ ขนาดเลก็
5.3 ไขมันแทรก (marbling) หมายถึงไขมันทพ่ี บในกล$ามเน้ือ (intramuscular fat) มีลักษณะเปนเส$น
สขี าวแทรกอย*ูในมัดกล$ามเน้อื ไขมนั แทรกจะเปนตัวหล*อลนื่ ขณะเค้ียวทําให$ร$ูสึกว*าเนื้อฉํ่านํ้าและอาจทําให$ร$ูสึก
ว*าเนอ้ื น*มุ
27
5.4 โครงสร$างระดับจุลภาคของกล$ามเนื้อ (ultrastructure) คือ ซาร6โคเมียร6 (sarcomere) ซึ่งเปน
หน*วย (unit) ท่ีเล็กที่สุดของกล$ามเน้ือ ความยาวของซาร6โคเมียร6มีผลต*อความน*ุมของเน้ือ โดยเนื้อจะน*ุม
มากกวา* ถ$าเนอื้ อยู*ในสภาวะคลายตวั ซึ่งจะมคี วามยาวของซาร6โคเมียร6มากกว*าเนื้อท่ีหดตวั
คณุ ภาพการบรโิ ภค (eating quality)
ปkจจุบันผู$บริโภคคํานึงถึงเร่ืองของคุณภาพการบริโภคมากขึ้น ซ่ึงการวัดคุณภาพการบริโภคจะอาศัย
การตรวจสอบด$วยประสาทสัมผัส โดยปkจจยั ท่ผี ู$บริโภคคาํ นึงถงึ มีดงั นี้
1. สีของเน้ือ ตามมาตรฐาน National Pork Producers Council (NPPC) ของสหรัฐอเมริกาแบ*งสี
เนอ้ื ตามการวดั ด$วยประสาทสมั ผสั ออกเปน 6 สเกล สีเน้ือที่ดีของสุกรจะอย*ูในช*วงสเกล 3 – 4 คือมีสี reddish
pink – dark reddish pink color เม่ือเปรียบเทียบการวัดด$วยเคร่ืองวัดสี Minolta ค*า L* (Lightness) อยู*
ในช*วง 49 – 43 (PIC, 1997)
2. ลักษณะการอุ$มน้าํ ของเน้ือ เนือ้ คุณภาพดจี ะมคี วามสามารถในการอุ$มน้ําสงู
3. ปริมาณไขมันแทรก ผ$ูบริโภคจะชอบลักษณะเน้ือที่มีไขมันแทรกซึ่งบ*งช้ีถึงคุณภาพการบริโภค
(eating quality) (Mabry and Baas, 1998) ปริมาณไขมันแทรกตามมาตรฐาน NPPC อยู*ในช*วง 1 – 5
คะแนน โดยที่ระดับ คะแนน 2 ถือว*าอย*ูในเกณฑ6ท่ีเหมาะสมสําหรับเนื้อสด (PIC, 2003) ไขมันแทรกใน
กล$ามเนอ้ื เปนตัวชีว้ ดั หนึง่ ท่บี ง* บอกถงึ คณุ ภาพของเนื้อ มีความสมั พนั ธ6ในเชงิ บวกกับความน*ุมของเน้ือ ความชุ*ม
ฉํา่ และรสชาติความอร*อยของเนื้อ (DeVol et al., 1988) โดยท่ัวไปผ$ูบริโภคต$องการเน้ือท่ีมี IMF อยู*ในระดับ
2-3 เปอร6เซ็นต6 การวัดปริมาณไขมันแทรกในกล$ามเนื้อสามารถวัดได$โดยการศึกษาซากด$วยเทคนิคทางด$าน
วิทยาศาสตร6เน้ือสัตว6 การวัดและประมาณด$วยเคร่ืองอัลตร$าซาวด6 (Newcom et al., 2002) การวัดด$วย
เครื่อง Near Infrared Spectroscopy (NIR) (Prevolnik et al., 2005)
4. ความอร*อยของเนือ้ หรอื กลิ่นรส (flavor) สามารถวดั ได$จากองค6ประกอบที่ให$รสชาติ เช*น ชนิดของ
กรดไขมัน ปริมาณและสัดส*วนของกรดไขมันที่อยู*ในเน้ือสัตว6 เปปไทด6และกรดอะมิโนอิสระ (free amino
acid) และนิวคลีโอไทด6 ในทางสรีระวทิ ยาการรบั รูร$ สเกิดจากล้ิน ซงึ่ มาจากความรู$สึกพื้นฐาน 5 ชนิดคือ รสเค็ม
หวาน เปร้ียว ขม และอูมามิ สารท่ีมีผลต*อรสท่ีพบในเนื้อสัตว6 คือ Adenosine Monophosphate (AMP)
Inosine Monophosphate (IMP) และ Guanosine Monophosphate (GMP) เน่ืองจากเปนสารที่มีรสอูมา
มิซ่ึงมีผลต*อความอร*อยของเนื้อ การทดสอบด$วย umami sensations เปนการทดสอบรสชาติความอร*อย
(palatable taste หรือ perception of satisfaction) (Jun et al., 2007) โดยใช$เทคนิค High
Performance Liquid Chromatography (HPLC) ส*วนกลิ่น (odor or aroma) เกิดจากการรับร$ูของปลาย
ประสาทในโพรงจมกู ซึง่ ถกู กระต$ุนดว$ ยสารระเหยในเนื้อ กลิ่นของเนื้อจะเกิดขึ้นเมื่อสารประกอบท่ีอยู*ในเนื้อถูก
ความร$อนจะทําให$เกิดกล่ินขึ้น โดยกลิ่นท่ีเกิดขึ้นนี้มาจากการทําปฏิกิริยากันระหว*างกรดอะมิโนอิสระกับ
นํา้ ตาลรดี ิวซ6 (reducing sugar) ทเี่ รียกว*าการเกดิ Maillard reaction ซง่ึ น้ําตาลที่มีบทบาทสําคัญที่สุดต*อการ
เกิดปฏิกิริยาน้ีในเน้ือคือน้ําตาลไรโบส (ribose) (Tikk et al., 2006) นอกจากน้ีลักษณะคุณภาพการบริโภค
ความอร*อยของเน้ือ ยังวัดได$จากความพึงพอใจของผ$ูบริโภคจากระบบประสาทสัมผัส (sensory test) ซึ่งได$
จากการรับร$ูจากทดสอบชิม ซึ่งปkจจัยที่มีผลต*อรสชาติความอร*อย การยอมรับของผ$ูบริโภคประกอบด$วย พันธ6ุ
สายพันธุ6 เพศ อาหาร อายุ การเก็บรักษา ไขมัน ประเภทของกล$ามเนื้อ การบ*ม กระบวนการทางเคมี และ
กรรมวิธปี รุงอาหาร (http://www.beefandveal culinary.com/beefflavorpairings.aspx)
การประเมินคุณภาพด$านการบริโภค (eating quality หรือ meat palatability) โดยทดสอบกับกล*ุม
ผ$ูบริโภคหมายถึงการศึกษาการยอมรับ ความพึงพอใจหรือความชอบของผ$ูบริโภคที่มีต*อรสชาติของเนื้อ ซึ่ง
28
รวมถึงความฉา่ํ นาํ้ ของเนือ้ ความนุ*ม และกล่ินรส (รสชาติและกล่ิน) การรับรู$ของผ$ูบริโภคต*อคุณลักษณะทั้งสาม
ด$านของเน้ือดังกล*าว ส*งผลให$เกิดการรับรู$เปนความพึงพอใจโดยรวมท่ีมีต*อเนื้อท่ีถูกทดสอบ อย*างไรก็ตาม
ผู$บริโภคมีความหลากหลาย ขณะเดียวกันผ$ูบริโภคมักไม*เข$าใจคําศัพท6เฉพาะที่จะใช$อธิบายถึงคุณลักษณะของ
เน้ือที่ตนบริโภคว*าแตกต*างกันอย*างไร หรือเปนเพราะอะไรท่ีทําให$เกิดความแตกต*างกันในตัวอย*างท่ีตนเอง
กาํ ลงั บรโิ ภค ส*วนใหญ*ผบู$ ริโภคจะสามารถบอกได$แค*ว*าตนเองชอบหรือไม*ชอบ เช*น ผู$บริโภคสามารถบอกได$ว*า
เนื้อน้ันนุ*มหรือเหนียวตามความชอบเฉพาะบุคคล และบอกระดับความน*ุมได$ หากมีการอธิบายให$เข$าใจง*าย
และชัดเจน แตไ* มส* ามารถบอกได$ว*าเปนความนุ*มหรือเหนียวโดยเกิดจากอิทธิพลของเส$นใยกล$ามเน้ือ หรือจาก
ปริมาณเน้ือเยื่อเกี่ยวพัน ซ่ึงความน*ุมหรือเหนียวดังกล*าวจะสามารถทราบได$โดยการทดสอบจากผ$ูประเมินท่ี
ผ*านการฝ•กฝน หรอื จากการใชเ$ ครือ่ งมือวดั เปนตน$ (Miller, 2003)
Alonso et al. (2009) ศกึ ษาอิทธพิ ลของการผสมสุกรขา$ ม 3 สายพนั ธุ6และเพศท่ีส*งผลต*อคุณภาพเนื้อ
โดยใช$พ*อพันธ6ุ Large White (LW), Duroc (D) และ Pietrain (P) แม*พันธุ6ใช$สายพันธ6ุ Landrace (LR) ×
Large White มีสัตว6 60 ตัวในแต*ละกล*ุม สุกรในกล*ุม LW × (LR × LW), D × (LR × LW) และ P × (LR ×
LW) นํามาเชือดเพื่อศึกษาคุณภาพซากท่ีนํ้าหนักมีชีวิตเฉล่ีย 106-116 กิโลกรัม ท้ัง 3 กล*ุม พบว*าอิทธิพลของ
ความสัมพันธ6ระหว*างสายพันธุ6และเพศไม*ส*งผลต*อค*าความเปนกรด-ด*าง ค*าสี และปริมาณไขมันในกล$ามเนื้อ
(P>0.1) อิทธพิ ลของสายพนั ธ6ุ พบวา* ค*าความเปนกรด-ดา* งที่ 45 นาทภี ายหลงั ฆ*า และค*าสี (L* a* b*) ของสาย
พันธ6ุท่ีแตกต*างกันนั้นไม*พบความแตกต*างกันทางสถิติ แต*จะเริ่มพบความแตกต*างอย*างมีนัยสําคัญทางสถิติ
ภายหลังการฆ*าท่ี 24 ชั่วโมง โดยสุกรกล*ุมพ*อสายพันธ6ุ Duroc มีค*าความเปนกรด-ด*างเมื่อวัดท่ีกล$ามเน้ือ
Semimembranosus และปริมาณเปอร6เซ็นต6ไขมันในกล$ามเน้ือสูงกว*ากลุ*มพ*อสายพันธุ6 Large White และ
Pietrain ในขณะท่ีสองกลุ*มนี้ไม*มีความแตกต*างกัน แต*เม่ือท่ีวัดกล$ามเน้ือ Longissimus dorsi มีแนวโน$มที่
แตกต*างกันเพียงเล็กน$อยเท*านั้น ซึ่งการที่สุกรกลุ*มพ*อสายพันธุ6 Duroc มีค*าความเปนกรด-ด*างสูงน้ันจะส*งผล
ให$เน้ือมีสีซีดกว*าสุกรกลุ*มอื่นเพียงเล็กน$อยโดยดูจากค*าสี L* และอิทธิพลของเพศระหว*างสุกรเพศผู$ตอนและ
เพศเมียพบว*าไม*ส*งผลต*อค*าความเปนกรด-ด*าง ค*าสี L* (P>0.1) แต*จะส*งผลค*าสี a* b* และปริมาณ
เปอรเ6 ซน็ ต6ไขมนั ในกล$ามเน้ือ โดยเพศผ$ูตอนจะมีค*าสูงกว*าเพศเมียอย*างมีนัยสําคัญทางสถิติดังแสดงในตารางที่
1
29
ตารางที่ 1 แสดงค*าเฉล่ียความเปนกรด-ดา* ง (pH) ค*าสี (L* a* b*) และคา* เปอรเ6 ซ็นต6ไขมันแทรกในกล$ามเนื้อ
(% IMF )
สายพนั ธุ6 เพศ P-value สายพันธุ6
ลักษณะทศ่ี ึกษา LW×(LR×LW) D×(LR×LW) P×(LR×LW) P-value ผ$(ู ตอน) เมยี × เพศ
pH 45 min SM 6.29 6.34 6.29 ns 6.33 6.29 ns ns
pH 24 h SM 5.66a 5.71b 5.65a ** 5.66a 5.70b t ns
pH 24 h LD 5.74b 5.70a 5.72ab t 5.73b 5.71a t ns
L* 42.19 43.52 43.14 ns 42.98 43.23 ns ns
a* 2.22 2.02 2.24 ns 2.49b 1.75a * ns
b* 9.95 9.57 9.44 ns 9.91b 9.26a * ns
% IMF SM 1.69a 2.24b 1.60a * 2.07b 1.57a ** ns
ทมี่ า: ดดั แปลงจาก Alonso et. al. (2009)
หมายเหตุ: Large White (LW), Duroc (D) , Pietrain (P) และ Landrace (LR)
กล$ามเนอื้ Semimembranosus (SM), กลา$ มเนื้อ Longissimus dorsi (LD)
ab อักษรท่แี ตกต*างกันในแถวเดียวกันมีความความแตกตา* งกันทางสถติ ิ
ns = P>0.1 ; t = P<0.1 ; ∗ = P<0.05 ; ∗∗ = P≤0.01
Glinoubol et al. (2015) ศึกษาเปรยี บเทียบคุณภาพซากและคุณภาพเน้ือของสุกรลูกผสม ที่เกิดจาก
แม*สุกรพันธุ6พื้นเมืองไทย (Native) และแม*พันธ6ุดูร็อค (Duroc) กับพ*อสุกรพันธ6ุเปDยแตรง (Pietrain) ภายหลัง
หย*านมใช$ระยะเวลาการเล้ียง 120 วัน พบว*าคุณภาพซากสุกรลูกผสมระหว*าง Pietrain × Duroc มีนํ้าหนักมี
ชีวิตเข$าฆ*าท่ีสูงกว*าลูกผสมพื้นเมือง Pietrain × Native (88.8 และ 101 กิโลกรัม ตามลําดับ; P<0.05) จึง
ส*งผลให$สุกรลูกผสม Pietrain × Duroc มีนํ้าหนักซากเย็นสูงกว*าลูกผสมพื้นเมือง Pietrain × Native ตามไป
ด$วย เมื่อพิจารณาเปอร6เซ็นต6ซากและความหนาไขมันสันหลังพบว*าไม*มีความแตกต*างทางสถิติ (P>0.05)
ขณะที่พบว*าสุกรลูกผสม Pietrain × Duroc มีปริมาณเปอร6เซ็นต6เน้ือแดงและความยาวซากที่สูงกว*าและมี
ปริมาณเปอร6เซ็นต6ไขมันรวมที่ตํ่ากว*าสุกรลูกผสม Pietrain × Native อย*างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P<0.05) แต*
เปอรเ6 ซ็นตก6 ระดกู มแี นวโนม$ ท่แี ตกตา* งกันเพยี งเลก็ น$อย หากพจิ ารณาในส*วนของเปอร6เซ็นต6ช้ินส*วนหลักจะเห็น
ว*ามีความแตกต*างทางสถิติ (P<0.05) เพียงชิ้นส*วนสะโพกที่สุกรลูกผสม Pietrain × Duroc มีปริมาณสูงกว*า
สุกรลูกผสม Pietrain × Native ดังตารางท่ี 2
คุณภาพเน้ือของสุกรลูกผสมระหว*าง Pietrain × Duroc มีค*าความเปนกรด-ด*าง (pH) ภายหลังฆ*าที่
45 นาที และ 24 ชั่วโมง ท่สี ูงกว*า และมคี า* สี Lightness (L*) ทีต่ ํา่ กวา* สุกรลูกผสมระหว*าง Pietrain × Native
อย*างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P<0.05) เช*นเดียวกับองค6ประกอบทางเคมีท่ีพบว*าแตกต*างทางสถิติ (P<0.05) โดย
สกุ รลูกผสมระหว*าง Pietrain × Duroc มีปรมิ าณความช้นื และโปรตีน ท่ีสูงกว*าแต*มีปริมาณไขมันที่ต่ํากว*าสุกร
ลกู ผสมระหว*าง Pietrain × Native ดงั ตารางที่ 3
30
ตารางท่ี 2 แสดงค*าเฉลีย่ คุณภาพซากสกุ รลูกผสมระหวา* งแม*สุกรพนื้ เมืองไทย (Native) และแม*สุกรพนั ธุ6
ดรู อ็ ค (Duroc) โดยใช$พอ* สุกรสายพนั ธุ6เปยD แตรง (Pietrain)
ลักษณะท่ศี ึกษา Pietrain × Native Pietrain × Duroc P-value
นํา้ หนกั มีชีวิตเขา$ ฆ*า (กก.) 88.8 ± 4.19 101 ± 10.7 0.014
73.5 ± 6.28 0.009
น้ําหนักซากเยน็ (กก.) 66.0 ± 3.01
72.6 ± 3.11 0.456
เปอรเ6 ซน็ ต6 (%) 59.9 ± 0.90 0.001
7.60 ± 0.49 0.001
- ซาก 74.0 ± 4.12 15.0 ± 1.02 0.056
60.1 ± 2.78 0.004
- เนอื้ แดง 50.7 ± 0.71 1.79 ± 0.45 0.620
78.9 ± 1.73 0.009
- ไขมนั รวม 11.4 ± 0.63
12.9 ± 0.87 0.136
- กระดูก 15.9 ± 0.55 9.19 ± 0.62 0.134
พ้นื ทห่ี นา$ ตัดเนื้อสนั (ซม.2) 47.2 ± 8.96 34.6 ± 0.59 0.003
16.6 ± 0.66 0.593
ความหนาไขมนั สนั หลงั (ซม.) 1.90 ± 0.43
ความยาวซาก (ซม.) 75.1 ± 3.04
ช้นิ สว* นหลกั (%)
- เนอื้ หัวไหล* 12.3 ± 0.66
- เน้อื สนั คอ 8.75 ± 0.47
- เน้ือสะโพก 33.6 ± 0.55
- เน้ือสนั 16.4 ± 0.37
ท่ีมา: ดัดแปลงจาก Glinoubol et al. (2015)
31
ตารางท่ี 3 แสดงค*าเฉล่ยี คุณภาพเน้ือสกุ รลูกผสมระหวา* งแม*สกุ รพ้นื เมอื งไทย (Native) และสุกรพันธุ6
ดรู ็อค (Duroc) โดยใชพ$ *อสุกรสายพันธุ6เปDยแตรง (Pietrain)
ลักษณะทศี่ ึกษา Pietrain × Native Pietrain × Duroc P-value
ค*าความเปนกรด-ด*างภายหลังฆา* (pH) 6.03 ± 0.37 6.47 ± 0.21 0.011
- 45 นาที วดั ท่ีกลา$ มเน้ือ LD 5.63 ± 0.13 5.96 ± 0.20 0.001
- 24 ชัว่ โมง วดั ที่กลา$ มเน้ือ LD 6.04 ± 0.59 6.71 ± 0.19 0.015
- 45 นาที วัดที่กล$ามเนื้อ SM 5.72 ± 0.15 5.95 ± 0.10 0.001
- 24 ชั่วโมง วดั ที่กลา$ มเนื้อ SM
53.4 ± 3.68 48.6 ± 2.44 0.009
ค*าสี 6.76 ± 1.51 5.75 ± 1.48 0.196
- Lightness (L*) 4.45 ± 1.32 5.32 ± 1.34 0.216
- Redness (a*)
- Yellowness (b*) 72.1 ± 1.34 73.6 ± 0.30 0.018
22.4 ± 0.52 23.3 ± 0.70 0.008
องค6ประกอบทางเคมี 5.37 ± 1.48 2.85 ± 0.86 0.001
- ความช้ืน
- โปรตนี
- ไขมนั
ท่ีมา: ดดั แปลงจาก Glinoubol et al. (2015)
Glinoubol et al. (2015) ศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพซากและคุณภาพเน้ือระหว*างสุกรลูกผสม
Pietrain × Native และ Duroc × Meishan ภายหลังหย*านมใช$ระยะเวลาการเล้ียง 120 วันจึงนําเข$าฆ*า
พบว*าสุกรท้ังสองกลุ*มมีนํ้าหนักมีชีวิตที่เข$าฆ*าที่แตกต*างกันเพียงเล็กน$อยจึงส*งผลให$ไม*พบความแตกต*างทาง
สถิติ (P>0.05) ของน้ําหนักมีชีวิตเข$าฆ*า นํ้าหนักซาก และเปอร6เซ็นต6ซาก แต*พบว*าสุกรลูกผสม Pietrain ×
Native มพี ้นื ทห่ี น$าตดั เน้อื สัน เปอรเ6 ซ็นตเ6 น้อื แดงโดยเฉพาะเนื้อสะโพกท่ีสูงกว*าและมีเปอร6เซ็นต6ไขมันที่ตํ่ากว*า
สุกรลูกผสม Duroc × Meishan อยา* งมีนยั สาํ คัญทางสถติ ิ (P<0.05) ดังตารางที่ 4
ด$านคุณภาพเน้ือน้ันไม*พบความแตกต*างทางสถิติ (P>0.05) ของค*าความเปนกรด-ด*าง ค*าสีของเน้ือ
องค6ประกอบทางเคมี เปอรเ6 ซน็ ต6สูญเสยี จากการละลายน้ําแข็ง และเปอร6เซ็นต6สูญเสียจากการย*าง แต*พบความ
แตกต*างทางสถิติ (P<0.05) ของเปอร6เซ็นต6สูญเสียจากการต$มและค*าแรงตัดผ*านเน้ือโดยสุกรลูกผสม Pietrain
× Native มคี *าทสี่ ูงกวา* สุกรลูกผสม Duroc × Meishan ดังตารางท่ี 5
32
ตารางท่ี 4 แสดงคา* เฉลี่ยคณุ ภาพซากสุกรลูกผสมระหว*าง Pietrain × Native และ Duroc × Meishan
ลกั ษณะทศี่ ึกษา Pietrain × Native Duroc × Meishan P-value
น้าํ หนักมชี วี ิตเข$าฆ*า (กก.) 88.8 ± 4.19 90.2 ± 4.97 0.555
นํ้าหนกั ซากเย็น (กก.) 66.0 ± 3.01 64.2± 4.37 0.353
เปอรเ6 ซ็นต6 (%)
- ซาก 74.0 ± 4.12 70.7 ± 1.76 0.055
- เนอ้ื แดง 50.7 ± 0.71 46.1 ± 0.52 0.001
- ไขมันรวม 11.4 ± 0.63 13.5 ± 1.01 0.001
- กระดูก 15.9 ± 0.55 15.6 ± 0.73 0.465
พนื้ ที่หนา$ ตดั เน้ือสัน (ซม.2) 47.2 ± 8.96 37.4 ± 8.90 0.044
ความหนาไขมันสนั หลงั (ซม.) 1.90 ± 0.43 1.93 ± 0.50 0.916
ความยาวซาก (ซม.) 75.1 ± 3.04 74.3 ± 3.06 0.575
ช้ินสว* นหลกั (%)
- เน้อื หวั ไหล* 12.3 ± 0.66 12.7 ± 0.93 0.267
- เนอื้ สันคอ 8.75 ± 0.47 9.10 ± 0.62 0.260
- เนือ้ สะโพก 33.6 ± 0.55 31.0 ± 0.60 0.001
- เนือ้ สนั 16.4 ± 0.37 16.6 ± 0.56 0.375
ทม่ี า: ดัดแปลงจาก Glinoubol et al. (2015)
33
ตารางที่ 5 แสดงค*าเฉลย่ี คณุ ภาพเน้ือสุกรลูกผสมระหว*าง Pietrain × Native และ Duroc × Meishan
ลักษณะที่ศึกษา Pietrain × Native Duroc × Meishan P-value
ค*าความเปนกรด-ดา* งภายหลังฆ*า (pH)
- 45 นาที วดั ท่กี ลา$ มเน้ือ LD 6.03 ± 0.37 5.99±0.41 0.841
- 24 ชั่วโมง วัดทกี่ ลา$ มเนื้อ LD 5.63 ± 0.13 5.57±0.13 0.362
- 45 นาที วดั ท่กี ล$ามเน้ือ SM 6.04 ± 0.59 6.00±0.48 0.869
- 24 ชว่ั โมง วดั ทีก่ ล$ามเน้ือ SM 5.72 ± 0.15 5.63±0.14 0.154
คา* สี - Lightness (L*) 53.4 ± 3.68 55.4±1.38 0.169
- Redness (a*) 6.76 ± 1.51 6.15±0.76 0.325
- Yellowness (b*) 4.45 ± 1.32 5.54±1.32 0.120
องคป6 ระกอบทางเคมี
- ความชน้ื 72.1 ± 1.34 72.0 ± 1.23 0.775
- โปรตนี 22.4 ± 0.52 21.9 ± 0.53 0.100
- ไขมนั 5.37 ± 1.48 6.11 ± 1.37 0.383
Thawing loss, % 3.10 ± 0.97 2.89 ± 0.68 0.623
Boiling loss, % 24.8 ± 2.13 22.3 ± 2.42 0.044
Grilling loss, % 22.2 ± 6.36 25.7 ± 1.32 0.148
Shear force
Force, N 70.8 ± 21.7 45.8 ± 15.6 0.019
Energy, mJ 2.46 ± 1.76 1.59 ± 1.11 0.030
ทีม่ า: ดดั แปลงจาก Glinoubol et al. (2015)
ลกั ษณะพันธกุ รรมทค่ี วบคุมลกั ษณะสผี ิว
ปkจจุบันมีการค$นพบยีนที่ควบคุมลักษณะสีผิวของสัตว6เลี้ยงลูกด$วยนมหลายชนิด เช*น คน ม$า สุกร โค
แกะ และไก* (Andersson, 2003; Sponenberg, 1997; Olson, 1999) เปนต$น โดยเฉพาะในสุกรสายพันธุ6
ต*างประเทศพบว*ามียีนหลายตําแหน*งท่ีเกี่ยวข$องกับลักษณะสีผิวของลําตัว เช*น KIT, KITLG, MC1R, ASIP,
TYRP เปนต$น (Kijas et al., 1998; Drögemüller et al., 2006; Okumura et al., 2008; Mao et al.,
2010; Fontanesi et al., 2010; Rana et al., 1999; Ren et al., 2011) ลักษณะสผี วิ และสีขนของสัตว6เล้ียง
ลูกด$วยนมเกิดจากเซลล6เมลาโนไซต6 (melanocyte) สร$างเม็ดสี 2 ชนิด คือ ยูเมลานิน (eumelanin) ให$รงค
วัตถุสีดํา/น้ําตาล และฟDโอเมลานิน (pheomelanin) ให$รงควัตถุสีเหลือง/แดง โดยอาศัยการทํางานของ
ฮอร6โมน α-melanocyte stimulating hormone (α-MSH) และโปรตีน agouti signaling-protein (ASIP)
กระต$ุนการทํางานเซลล6เมลาโนไซต6 (melanocyte) ผ*านทางตัวรับ melanocortin 1 receptor (MC1R) ที่อยู*
บนผิวเซลล6เมลาโนไซต6ทเ่ี นื้อเยื่อผิวหนัง โดยท่ีฮอร6โมน α -MSH จับกับตัวรับ MC1R เพื่อกระต$ุนเซลล6เมลาโน
ไซต6สําหรับสร$างเม็ดสีออกมา ในขณะท่ีโปรตีน ASIP มีฤทธิ์ขัดขวางการจับตัวระหว*าง α -MSH กับตัวรับ
MC1R จากข$อมูลรายงานทางวชิ าการผ*านมาพบว*า หากยีน ASIP สูญเสียสภาพการทํางานไปมีผลทําให$สัตว6มี
ผวิ หนงั สีดาํ (Mao et al., 2010) ในขณะทยี่ นี MC1R ถา$ มีการเสียสภาพการทํางานไปจะทําให$ผิวหนังสัตว6มีสี
เหลือง ทั้งน้ียีน melanocortin 1 receptor (MC1R) ควบคุมการสร$างโมเลกุลตัวรับโปรตีนจี (G protein)
ประกอบด$วย 7 โดเมน ซ่ึงฝkงตัวของผนังเซลล6เมลาโนไซต6 และมีรายงานว*าความผันแปรของยีน MC1R มี
34
ความสมั พนั ธก6 ับลักษณะสผี วิ ของสกุ ร โดยท่ี MC1R*1 (E+) และ MC1R*5 (E+) มีความสัมพันธ6กับลักษณะสีขน
ของสุกร European และ Asian wild type ตามลําดับ ในขณะท่ี MC1R*2 (ED1), MC1R*7 (ED1) และ
MC1R*3 (ED2) มคี วามสมั พนั ธ6กบั ลกั ษณะผิวสีดํา ในขณะที่ MC1R*6 (EP) มีความสัมพันธ6กับลักษณะจุดดําบน
พ้ืนผิวลําตัวสีแดงหรือขาว ส*วน MC1R*4 (e) มีความสัมพันธ6กับลักษณะผิวสีแดง ซ่ึงเปนลักษณะด$อย
(recessive red) รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางที่ 6
ตารางที่ 6 ความผนั แปรทางพันธกุ รรมของยนี MC1R ในสกุ ร
Allele Breeds 004 017 021 022 095 102 117 121 122 124 164 166 243
301
MC1R*1 (E+) Wild type CCT GCG GCC CCC GTC CTG CAG AAT GTC GAC GCG CGG GCG
TAC
Leu Ala Ala Pro Val Leu Gln Asn Val Asp Ala Arg Ala
Tyr
MC1R*2 Large Black ... ..A ... ... A.. .C. ... ..C ... ... ... ... ..A ...
(ED1) - - - - Met Pro - - - - - - - -
MC1R*2 Meishan ... ..A ... ... A.. .C. ... ..C ... ... ... ... ..A ...
(ED1) - - - - Met Pro - - - - - - - -
MC1R*3 Hampshire ... ... ... ... ... ... ... ... ... A.. ... ... ... ...
(ED2) - - - - - - - - - Asn - - - -
MC1R*3 Large White ... ... ... ... ... ... ... ... ... A.. ... ... ... ...
(EP) - - - - - - - - - Asn - - - -
MC1R*6 Pietrain ... ... ... +CC ... ... ... ... ... A.. ... ... ... ...
(EP) - - - FS - - - - - Asn - - - -
MC1R*4 (e) Duroc ... ..A ... ... ... ... ... ... ... ... .T. ... A.. ...
- - - - - - - - - Val - - Thr -
ท่มี า: ดัดแปลงจาก Kijas et al. (1998), Andersson (2003), Fang et al. (2009)
ลกั ษณะพันธุกรรมที่ควบคุมลกั ษณะคุณภาพเนื้อ
การคัดเลือกลักษณะพันธุกรรมที่ควบคุมคุณภาพของเนื้อ ทําให$สามารถปรับปรุงลักษณะเชิงคุณภาพ
(qualitative traits) ไดอ$ ยา* งมีประสิทธภิ าพ โดยไมจ* าํ เปนต$องฆา* สตั วซ6 ง่ึ ทาํ ให$ต$องสูญเสยี พันธุกรรมของสัตว6ตัว
นั้นอย*างไม*จําเปน การตรวจสอบลักษณะพันธุกรรมสามารถทําได$ต้ังแต*ระยะลูกสุกร ลักษณะพันธุกรรมที่
เก่ียวข$องกับคุณภาพเนื้อ เช*น ยีน Heart Fatty Acid Binding Protein (H-FABP) (Gerbens et al., 2000)
ยีน FABP-4 (Shin et al., 2011) ยีน Napole (Hamilton et al., 2000) ยีน Halothane (Fujii et al.,
1991) ยนี Leptin (Kennes et al., 2001) เปนตน$
ยีน Heart Fatty Acid Binding Protein (H-FABP) เปนยีนท่ีเก่ียวข$องกับการเกิดไขมันแทรกใน
กล$ามเน้ือ (Gerbens et al., 1997; Seeley et al., 1997; Kim et al., 1998; Gerbens et al., 1999;
Gerbens et al., 2000; Li et al., 2006) ซึ่งยีน H-FABP เปนยีนที่ควบคุมลักษณะไขมันแทรกในกล$ามเนื้อ
พบบนโครโมโซม 6 และพบว*าเก่ียวข$องกับลักษณะไขมันแทรกในกล$ามเนื้อในสุกรพันธ6ุดูร็อค (Gerbens et
35
al., 1999; Gerbens et al., 2000) แต*พบได$น$อยในสุกรพันธุ6แลนด6เรซและลาร6จไวท6 ยีนนี้จัดเปน major
gene ที่มคี วามเกี่ยวขอ$ งกับลกั ษณะไขมันแทรกอย*างชัดเจน (Alfonso and Arana, 2004)
นอกจากยีน H-FABP แล$ว ยังพบเครื่องหมายโมเลกุลอื่นๆอีกท่ีเกี่ยวข$องกับลักษณะไขมันแทรกใน
กล$ามเนื้อ เช*น ยีน LEPR หรือ Porcine Leptin Receptor และ ยีน LEP หรือ Porcine Leptin (Gerbens
et al., 1997; Gerbens et al., 1999; Gerbens et al., 2000; Kennes et al., 2001; Urban and
Mikolasova, 2006) โดยสามารถนาํ มาใช$ในการคดั เลอื กสกุ รเพื่อใหไ$ ดส$ ุกรที่มีไขมันแทรกในกล$ามเนื้อ ลักษณะ
พันธกุ รรมเหลา* นี้ได$นํามาใช$เปนเคร่ืองหมายโมเลกุลในการคัดเลือกสุกร (Marker Assisted Selection, MAS)
กนั อยา* งแพร*หลายเพอื่ ให$ได$สกุ รพนั ธ6ุทีม่ ีลักษณะคุณภาพเน้ือทด่ี ี
36
ระเบียบวธิ ีวิจัย
ดําเนินการคัดเลือกพันธุ6ตามลักษณะเปŠาหมายที่ต$องการ คือ คุณภาพเน้ือ คุณภาพซาก คุณภาพการ
บริโภค และสีดํา ของสุกรในร*ุนท่ีจะใช$เปนพ*อแม*พันธ6ุ (F3) ตามภาพท่ี 1 ซ่ึงมีความคาดหวังว*าเมื่อนําสุกรพ*อ
แม*พันธ6ุมาผสมข$ามพันธุ6จะเกิดสุกรลูกผสมท่ีเปน marketed breed หรือ commercial line ที่รวมลักษณะ
เปŠาหมายท่ีต$องการท่ีมาจากสุกรพ*อพันธ6ุและแม*พันธุ6ไว$ด$วยกัน คือลักษณะคุณภาพเนื้อ คุณภาพซาก คุณภาพ
การบรโิ ภค และสดี ํา การแสดงออกในรุน* commercial line จะแสดงมแี สดงออกทางพันธุกรรมได$ดีกว*าร*ุนพ*อ
แม* เนื่องจากผลของ heterosis ท่ีเกิดในร*ุนลูกในทุกลักษณะ โดยเฉพาะลักษณะคุณภาพเนื้อที่มีค*าอัตรา
พันธุกรรม (heritability) อยู*ในระดับปานกลาง (moderate) ประมาณ 0.1-0.39 (Miar et al., 2014) โดย
เปŠาหมายในการพัฒนาพันธ6ุหมูดําเชียงใหม*ให$มีคุณภาพเนื้อ คุณภาพซาก และคุณภาพการบริโภคในระดับสูง
และมสี ีดํา
เปยY แตรง-พนื้ เมือง F1เปยY แตรง-พืน้ เมอื ง ดูร็อค-เหมยซาน ดูรอ็ ค-เหมยซาน
เปยY แตรง-พื้นเมอื ง F2เปYยแตรง-พื้นเมอื ง ดูรอ็ ค-เหมยซาน ดรู ็อค-เหมยซาน
เปยY แตรง-พ้ืนเมือง F3เปYยแตรง-พื้นเมอื ง ดรู อ็ ค-เหมยซาน ดูร็อค-เหมยซาน
คดั เลอื กลกั ษณะพนั ธกุ รรมท่ีเก่ยี วข3องกับคุณภาพเน้ือ คณุ ภาพการบริโภค และสีดํา ในลกู สุกรระยะ
หยา' นมในร'ุน F3 โดยใชล3 ักษณะปรากฏและ genetic marker
ภาพที่ 1 การพฒั นาสกุ รลูกผสมสุกรพน้ื เมือง-เปDยแตรง และดรู ็อค-เหมยซาน เพอื่ สรา$ งเปนสุกรต$นพันธ6ุ
สําหรับผลติ หมดู ําเชยี งใหม*
แผนการผสมพันธุ
ศึกษาลักษณะความสัมพันธ6ทางเครือญาติ และ inbreeding coefficient ของสุกรพ*อแม*พันธุ6ในร*ุนท่ี
2 และตรวจสอบความแปรปรวนของลักษณะที่ตอ$ งการคดั เลอื ก คอื เครอ่ื งหมายโมเลกุลท่ีเกี่ยวข$องกับคุณภาพ
เน้ือ จํานวน 10 marker และลักษณะพันธุกรรมท่ีเก่ียวข$องกับสีขน จํานวน 2 marker เพ่ือใช$ในการกําหนด
ทิศทางการวางแผนการผสมพันธุ6และคัดเลือกในสุกรรุ*นต*อไป (F3) โดยวางแผนผสมพันธ6ุให$เกิดความ
หลากหลายทางพันธกุ รรมของลกั ษณะที่ต$องการให$มากท่ีสดุ และใหม$ กี ารเพ่ิมอตั ราเลอื ดชิดนอ$ ยทีส่ ุด
ใช$พ*อและแม*พันธุ6ลูกผสมพันธ6ุเปDยแตรง-พ้ืนเมือง ลูกผสมพันธุ6ดูร็อค-เหมยซานในรุ*นท่ี 2 (F2) สาย
พันธุ6ละ 25 ตัว (พ*อพันธ6ุ 5 ตัว แม*พันธ6ุ 20 ตัว) รวมท้ังส้ิน 50 ตัว ผสมพันธุ6ภายในสายพันธ6ุและชั่วอายุ
เดียวกัน (inter se mating) ได$ลูกสุกรร*ุนที่ 3 (F3) ครอกท่ี 1 (ดังภาพท่ี 1) กลุ*มสายพันธุ6ละ 200 ตัว รวม
ทั้งส้ิน 400 ตัว เพื่อใช$ในการศึกษาความสัมพันธ6ของจีโนไทป‰กับลักษณะทางเศรษฐกิจ ลักษณะคุณภาพเนื้อ
คุณภาพซาก และคณุ ภาพการบริโภค
37
เมื่อได$ครอกที่ 1 แล$วจึงผสมพันธ6ุสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมือง ลูกผสมพันธุ6ดูร็อค-เหมยซานในร*ุนท่ี
2 (F2) เพือ่ ผลิตลูกสุกรรุ*นท่ี 3 ครอกที่ 2 กลุ*มสายพันธ6ุละ 200 ตัว รวมทั้งสิ้น 400 ตัว เพ่ือนําไปคัดเลือกด$วย
เครื่องหมายโมเลกลุ และทดสอบพันธ6ุ คดั เลอื กพันธเ6ุ พอ่ื ใช$เปนสุกรพอ* แม*พันธ6ุในรน*ุ ที่ 3 (F3) ตอ* ไป
การคัดเลอื กด3วยเทคนคิ อณูพนั ธศุ าสตร
เก็บตัวอย*างเลือดจากลูกสุกรระยะหย*านม นํามาสกัด DNA เพ่ือตรวจคัดเลือกด$วย genetic marker
ที่เกี่ยวข$องกับคุณภาพเน้ือ และสีขนของสุกร โดยเครื่องหมายโมเลกุลที่เกี่ยวข$องกับคุณภาพเน้ือ จํานวน 10
marker ท่ีมีลักษณะ polymorphism เช*น LEP, LEPR (backfat thickness and ADG), MC4R (backfat
thickness and tenderness), IGF2 (muscle growth), PIT-1 (birth weight), MC5R (backfat
thickness), CRC1, CAST (tenderness), PRKAG3, PPAR (flavor score) และลกั ษณะพันธุกรรมท่ีเกี่ยวข$อง
กับสีขนคือ ยีน MC1R และยีน KIT ตรวจสอบ genetic marker โดยการนํา DNA ของสุกรใช$เปนต$นแบบ
(template) ในการ amplify ด$วย primer ท่ีจําเพาะกับ genetic marker น้ันๆ เพื่อเพ่ิมจํานวนส*วนของยีน
หรือ genetic marker ท่ีต$องการด$วยเทคนิค PCR จากน้ันตรวจสอบอัลลีล (allele) หรือ polymorphism
ของแต*ละ genetic marker โดยใช$เอนไซม6ตัดจําเพาะ (restriction enzyme) หรือตรวจสอบจากส*วนของ
allele specific ที่ amplify ได$
ในการใช$ Genetic markers หลายตําแหน*งเพื่อวิเคราะห6ความสัมพันธ6กับคุณภาพซาก คุณภาพเน้ือ
และคุณภาพการบริโภค และขนสีดํา จะประเมิน interaction effect ระหว*างยีน และวิเคราะห6 linkage
disequilibrium ระหว*างยีนตําแหน*งต*างๆ ท่ีใช$ในการวิเคราะห6 เพ่ือประสิทธิภาพในการนําผลไปใช$ในการ
คัดเลอื ก
การทดสอบพันธุ
คัดเลือกสุกรร*ุนที่ 3 ท่ีเกิดจากการผสมพันธุ6ครอกแรก ท่ีมีลักษณะจีโนไทป‰รูปแบบต*างๆกระจายตัว
มากที่สุดเข$าทดสอบพันธ6ุ (performance test) โดยซ้ือลูกสุกรขนาดหย*านมจากศูนย6วิจัยและบํารุงพันธ6ุสัตว6
เชียงใหม*เพื่อความสะดวกในการดําเนินการ กลุ*มสายพันธ6ุละ 120 ตัว (เพศผ$ู 60 ตัว เพศเมีย 60 ตัว) รวม
ทั้งสิ้น 240 ตวั สุกรทีค่ ัดข้ึนทดสอบพนั ธต6ุ $องมาจากครอกที่มีลูกหย*านมไม*ตํ่ากว*า 8 ตัว/ครอก คัดเลือกสุกรที่มี
ลักษณะสมบูรณ6 ครอกละไม*ต่ํากว*า 4 ตัว เข$าทดสอบพันธ6ุที่นํ้าหนัก 20 กิโลกรัม และสิ้นสุดท่ีนํ้าหนัก 90
กิโลกรัม โดยเลี้ยงสุกรในคอกขนาด 1.2 X 2.4 เมตร คอกละตัว มีที่ให$น้ําอัตโนมัติทุกคอก ให$กินอาหารแบบ
เต็มท่ี อาหารที่ให$เปนอาหารสูตรเดียวตลอดการทดสอบ คือมีโปรตีน 18 % และพลังงาน 3,255 Kcal/Kg
(โดยการคํานวณ) บันทึกนํ้าหนักและวันเริ่มทดสอบพันธ6ุ บันทึกอาหารท่ีกินเปนรายตัว และช่ังนํ้าหนักดูการ
เปล่ียนแปลงทุกๆ 21 วัน จนส้ินสุดการทดสอบท่ีนํ้าหนัก 90 กิโลกรัม คํานวณอัตราการเจริญเติบโต (ADG)
ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร (FCR) ปริมาณอาหารที่กิน (FI) วัดความหนาไขมันสันหลัง (BF) และความลึก
เนื้อสัน (LEA) ด$วยเครื่อง ultra sound (RENCO Sono Grader) วัดความหนาไขมันสันหลัง 2 ตําแหน*ง คือ
ซี่โครงซ่ีสุดท$ายและโคนกระดูกสะโพก ห*างจากแนวกึ่งกลางลําตัว 4.5 เซนติเมตร และหาค*าเฉล่ียความหนา
ไขมันสันหลังทั้ง 2 ตําแหน*ง วัดความลึกของเนื้อสันที่ตําแหน*งซ่ีโครงซี่ท่ี 10 ห*างจากแนวกึ่งกลางลําตัว 6.5
เซนติเมตร วดั ความยาวลําตัวโดยมัดปากสุกรให$ยืนตรงหัวกับลําตัวอยู*ในแนวเดียวกัน วัดจากกึ่งกลางโคนหูถึง
โคนหาง และวดั ความกวา$ งของไหล*และสะโพก เก็บข$อมูลลักษณะรูปร*าง และต$นทุนในการเลี้ยง ส*ุมศึกษาซาก
สกุ รจบทดสอบพันธ6ุกลุม* สายพนั ธ6ุละ 40 ตวั รวมทั้งหมด 80 ตัว
38
ทดสอบพันธุ6สุกร F3 ครอกที่ 2 เพ่ือใช$เปนพ*อแม*พันธุ6ในร*ุน F3 จํานวนเพศผ$ู 40 ตัว และเพศเมีย 80
ตัว ในแตล* ะกลม*ุ สายพันธุ6
การศกึ ษาคุณภาพซาก คุณภาพเนอ้ื และคณุ ภาพการบรโิ ภค
การศึกษาคุณภาพซาก
- นําสุกรเข$าโรงฆ*า ทําให$สุกรสลบโดยใช$การช็อตด$วยไฟฟŠา แทงคอเอาเลือดออกให$หมอ ขูดขน เปŸดซาก
แบง* ซากออกเปน 2 ซีก วัดความเปนกรด-ด*างของเนอ้ื อุณหภูมขิ องเน้ือท่ีระยะเวลาหลังฆา* 45 นาที
- นําซากเขา$ เก็บในห$องเย็นอุณหภูมิ 0-4 ˚C 24 ชั่วโมง จากนั้นนําซากมาศึกษาคุณภาพซาก คุณภาพเน้ือ
และคุณภาพการบรโิ ภค
- ศึกษาคณุ ภาพซากสกุ รตามวิธกี ารตดั แตง* ซากแบบไทย รวบรวมข$อมูลการศึกษาซาก คํานวณเปอร6เซ็นต6
ซากเยน็ และเปอร6เซ็นตเ6 น้ือแดง เปนตน$
การศกึ ษาคุณภาพเนอ้ื
- เก็บตัวอย*างเนื้อสุกรจากซากซีกขวาท่ีส*วนของกล$ามเน้ือสันนอก (Longissimus dorsi; LD) บริเวณ
ซ่ีโครงซี่ที่ 10 ประมาณ 100 กรัม เพ่ือวิเคราะห6ส*วนประกอบทางเคมี คือ ความชื้น โปรตีน ไขมัน เถ$า
(AOAC, 1995)
- ตัดแต*งแยกช้ินส*วน ช่ังน้ําหนักของช้ินส*วนที่ได$จากการตัดแต*ง จากนั้นเก็บตัวอย*างเน้ือส*วนของ
กล$ามเนื้อสันนอก (Longissimus dorsi) ตั้งแต*บริเวณซี่โครงซ่ีท่ี 10 ไปทางด$านหลัง ประมาณ 1
กโิ ลกรมั บรรจุในถุงสุญญากาศแล$วนําไปแช*ท่ี -20 ˚C นําไปศึกษาคุณภาพเน้ือ และคุณภาพการบริโภค
ท่มี หาวิทยาลัยแมโ* จ$
- ศึกษาชนิดเส$นใยกล$ามเน้ือ ด$วยเทคนิค qPCR (Gunawan et al., 2007) แบ*งตาม isoforms ของยีน
Myosin Heavy Chain (MHC) ได$เปน 4 isoform คือ MHC I MHC IIa MHC IIx และ MHC IIb
การศึกษาคุณภาพการบรโิ ภค
- วัดความนุม* ของเนื้อดว$ ยเครอ่ื ง texture analyzer
- วดั อุณหภมู ิ และคา* ความเปนกรด-ด*างของกล$ามเนอื้ สันนอกทร่ี ะยะเวลาหลงั ฆ*า 24 ช่ัวโมง และค*าความ
สว*าง ค*าความแดง ค*าความเหลืองด$วยเคร่ืองมือวัดค*าสี (Minolta Chromameter CR-300 ใช$
Illuminant D65 2observer) ซึ่งแสดงผลในรูปของ L* (lightness) a* (redness) และ b*
(yellowness)
- วิเคราะห6เปอร6เซ็นต6การสูญเสียนํ้าระหว*างการเก็บรักษา (drip loss) เปอร6เซ็นต6การสูญเสียน้ําระหว*าง
การละลาย (thawing loss) และเปอร6เซ็นต6การสูญเสียนํ้าระหว*างปรุงสุก (cooking loss) วิเคราะห6
ค*าแรงตัดผ*านเน้ือ (Warner-Bratzler shear force) ด$วยเครื่อง texture analyzer (Instron model
1011, USA) ตามวิธขี อง Wheeler et al. (2002)
- ให$คะแนนลักษณะไขมนั แทรกของเนอ้ื สุกรตามวธิ ขี อง National Pork Board (2016) ทแ่ี บง* ระดับการ
ใหค$ ะแนนไขมันแทรก 1 ถึง 6 (Moeller, 2017)
สกุ รทใ่ี หเ$ น้อื คุณภาพสงู ควรมีคุณสมบตั ิดงั นี้
- มีเปอร6เซ็นต6การสญู เสียน้าํ ระหวา* งการเก็บรักษา (drip loss) ไม*เกนิ 2.5 เปอรเ6 ซ็นต6
- มคี ะแนนลกั ษณะไขมันแทรกอย*ใู นระดับ 2-4
- มคี วามนม*ุ ของเนือ้ ไม*เกนิ 3.2 Kg
- มีค*า pH45 อย*ูระหว*าง 5.6-5.9
39
- มีคา* สขี องเนื้อ อย*ใู นระดับ 3-5
- เน้อื มรี สชาตินา* กนิ (robust pork flavor)
การวเิ คราะหขอ3 มลู
- วิเคราะห6ข$อมูลความสัมพันธ6ของค*าสังเกตลักษณะคุณภาพซากและคุณภาพเน้ือ กับอิทธิพลของสาย
พันธแุ6 ละเพศสุกร โดยใช$ General linear model ด$วยโปรแกรม SAS เวอร6ชน่ั 9.0 โดยมหี *นุ สถติ ดิ งั น้ี
Yijkl = µ + Ai + Bj + ABk + eijkl
เมอื่ Yij = คา* สงั เกตของลักษณะที่ศึกษา
µ = คา* เฉล่ยี ทง้ั หมดของคา* สังเกตทีต่ $องการศกึ ษา
Ai = ปkจจยั คงทีข่ องของสายพันธ6ุสุกร
Bj = ปkจจัยคงทขี่ องของเพศสุกร
ABk = ปฏสิ ัมพนั ธ6ระหวา* งสายพันธุ6และเพศสุกร
eijki = ค*าความคลาดเคล่อื น
- วิเคราะห6ความสัมพันธ6 (association) ของ genetic marker กับลักษณะสมรรถภาพการผลิต และ
คุณภาพเนอื้ โดยใช$ mixed model procedure โดยมหี ุ*นสถิติดังนี้
Yijklmno = µ + Si +Dj + Ak + Bl + Gm + Hn+ eijklmno
เมือ่ Yijklmn = คา* สงั เกตของลักษณะท่ีศึกษา
µ = ค*าเฉลีย่ ท้งั หมดของค*าสังเกตที่ตอ$ งการศึกษา
Si = ปkจจยั คงท่ขี องพอ* สกุ ร
Dj = ปจk จัยคงทีข่ องแมส* ุกร
Ak = ปจk จัยคงท่ขี องเพศสกุ ร
Bl = ปจk จัยคงทีพ่ ันธุ6
Gm = ปจk จยั คงที่ของจีโนไทป‰ของ Marker
Hn = ปkจจัยแบบส*ุมของสตั ว6
eijklmno = คา* ความคลาดเคล่ือน
- ทดสอบความสัมพันธ6ของเคร่ืองหมายทางโมเลกุลดีเอ็นเอกับลักษณะไขมันแทรก ความสัมพันธ6ของ
เคร่ืองหมายทางโมเลกุลดีเอ็นเอกับลักษณะสีขน และอิทธิพลของสายพันธ6ุและเพศต*อปริมาณไขมันแทรก
โดยใช$การทดสอบ Chi-square
การคัดเลอื กสกุ ร
- คัดออกสุกรทมี่ ีลักษณะภายนอกผิดปกติ มีข$อตําหนิเร่ืองขา เช*น กระดูกข$อขาโค$งงอ กีบนอกและในไม*
เท*ากัน กบี เจบ็ จนลกุ ยนื ลาํ บาก
- คดั เลือกสุกรทม่ี ลี ักษณะพนั ธกุ รรมท่ีมีลกั ษณะปรากฏตรงตามที่ต$องการเปนสุกรทดแทนในรน*ุ F3
40
- คํานวณคุณค*าการผสมพันธุ6 (Estimate Breeding Value ; EBV) คํานวณคะแนนรวมเพ่ือคัดเลือกสุกร
ทีม่ ีคะแนนสงู สดุ
การคิดคะแนนรวม Marker-based EBV index ของคุณค*าการผสมพนั ธุ6ทีน่ าํ ผลจากการวเิ คราะห6
genetic markers มาประเมินดว$ ย Multi-trait BLUP มาเรยี งลําดับตามสมการ ดังนี้
Marker-based EBV index = 100 + Genotype(s) + a1 EBVADG + a2 EBVFCR + a3 EBVBF
โดยที่ Genotype(s) คือลักษณะพันธกุ รรมท่ีได$จากการวิเคราะห6ดว$ ย genetic marker ของแตล* ะ
markers ที่มคี วามสัมพนั ธ6กับคณุ ภาพเนื้อ คณุ ภาพซาก และคุณภาพการบรโิ ภค และ a1 , a2 , a3 คือ คุณค*า
ทางเศรษฐกิจ (economic value) ของ ADG, FCR และ BF ตามลําดับ โดยฝงู ลูกผสมเปยD แตรง-พน้ื เมือง และ
ดรู ็อค-เหมยซาน ใช$ Index เดียวกนั ซ่งึ ลกั ษณะทางเศรษฐกจิ ADG, FCR และ BF เปนวตั ถปุ ระสงคร6 องจาก
ลกั ษณะคุณภาพเนื้อ คุณภาพซาก และคุณภาพการบรโิ ภค ซึง่ ค*า economic value ไดม$ าจากคา* ที่ได$มี
การศกึ ษามาแล$ว หรอื คาํ นวณจากคา* economic weight หรอื น้ําหนกั ทางเศรษฐกจิ ของแตล* ะลักษณะ
ใช$คะแนนรวมของสุกรแต*ละตัวร*วมกับการใช$ genetic marker ในด$านคุณภาพเน้ือ และสีขน
พิจารณาคัดเลือกสุกรตวั ที่เหมาะสมไว$เปนสุกรพ*อพนั ธแ6ุ ละแม*พนั ธ6ุในร*นุ F3
ผลท่ีคาดว'าจะไดร3 ับเม่ือสิ้นสุดการวจิ ยั
หลังจากสิ้นสุดการวิจัย จะได$สุกรรุ*นพ*อแม*พันธุ6ช่ัวอายุที่ 3 สําหรับใช$ผลิตหมูดําเชียงใหม* ที่มี
คุณสมบตั ิตามท่ตี อ$ งการ ไดข$ อ$ มลู ทางดา$ นเคร่อื งหมายโมเลกุลดีเอ็นเอ ที่เก่ียวข$องกับคุณภาพซาก คุณภาพเนื้อ
คุณภาพการบริโภค และลักษณะสีขน ข$อมูลเหล*านี้จะนําไปใช$ประกอบการคัดเลือกรุ*นพ*อแม*พันธ6ุในแต*ละชั่ว
อายุเพ่ือพฒั นาให$เปนสุกรพนั ธแ6ุ ท$ในขั้นตอนต*อไป
กระบวนการผลักดนั ผลงานออกส'ูการใช3ประโยชน
กรมปศสุ ัตว6นาํ ประชากรหมดู ําเชยี งใหม*ทีผ่ า* นการคดั เลือกบรรจุในแผนการผลติ พฒั นาพนั ธ6ุ พัฒนา
กระบวนการเลี้ยง การแปรรูป และการตลาด ส*เู กษตรกรในวงกว$าง และเก็บรักษาพันธกุ รรมท่พี ัฒนาได$เพ่อื ใช$
ประโยชนใ6 นระยะยาวต*อไป
41
ผลการวจิ ัยและวิจารณ
1. โครงสรา3 งฝงู พอ' แมพ' นั ธุ และการใหผ3 ลผลติ
1.1 ตง้ั แต'เร่ิมวจิ ยั
ในปD พ.ศ. 2547–2548 ศูนยว6 ิจัยและบาํ รงุ พนั ธ6สุ ัตวเ6 ชียงใหม*และมูลนธิ ิโครงการหลวงไดร$ ว* มกันวจิ ยั
คดั เลือกและปรบั ปรุงพันธ6ุสุกรเพื่อใช$ประโยชนส6 กุ รพนั ธ6ุพ้ืนเมืองในพ้นื ทเ่ี ขตภาคเหนือ และสกุ รพนั ธุ6เปยD แตรงท่ี
เปนสกุ รพนั ธุ6พระราชทานท่ีรัฐบาลประเทศเบลเย่ยี มได$น$อมเกลา$ ฯถวาย เปนสุกรสายพันธุ6ใหม*ท่มี ีศักยภาพการ
ผลิตสงู ให$ปริมาณเน้ือแดงมากและปลอดจากยนี เครียด โดยการพัฒนาพนั ธุ6จากมหาวทิ ยาลยั ลีก (Liege
University) ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อวนั ท่ี 16 ธันวาคม 2547 เพื่อมอบไว$ใชใ$ นงานของมลู นธิ ิโครงการหลวงและ
กรมปศสุ ัตว6 จาํ นวน 16 ตวั (เพศผ$ู 8 ตวั และเพศเมีย 8 ตวั ) โดยในปD 2550 ทําการผสมข$ามพนั ธุ6ไดเ$ ปนสุกร
ลูกผสมเปยD แตรง-พื้นเมืองในรุ*นที่ 1 (PN-F1) พบว*าสามารถปรับปรงุ สมรรถนะดา$ นการเจริญเติบโตและ
คณุ ภาพซากไดด$ ขี ้ึน (ประภาส และคณะ, 2552) และคัดเลือกปรับปรุงพันธุต6 *อได$เปนสกุ รลกู ผสมเปยD แตรง-
พื้นเมืองในร*ุนที่ 2 (PN-F2) เพอื่ ใช$ในการส*งมอบสกุ รสีดําลูกผสมเปDยแตรง-พนื้ เมือง เพื่อสง* เสริมให$เลี้ยงทาํ พนั ธุ6
ในเขตพืน้ ท่ีสูงของโครงการตามพระราชดาํ ริฯ และพ้นื ท่ีโครงการหลวงระหวา* งปD 2550-2557 ในเขตจงั หวดั
เชยี งใหมแ* ละลาํ พูน จาํ นวนรวมท้งั สน้ิ 1,037 ตัว และศนู ยว6 ิจยั และบาํ รุงพันธุส6 ตั วเ6 ชียงใหม*ยังได$คดั เลอื กและ
ปรบั ปรงุ พันธุ6สุกรสายพันธ6ุที่มีลาํ ตวั สดี ํา คือ สกุ รลูกผสมดรู ็อค-เหมยซาน ไดเ$ ปนสุกรในรุ*นท่ี 2 (DM-F2) ควบค*ู
กนั ไป
ฝงู สุกรเร่ิมต$นโครงการวจิ ยั ประกอบด$วยสุกรลกู ผสมดูร็อค-เหมยซานรุ*นท่ี 2 (DM-F2) และสุกรลกู ผสม
เปDยแตรง-พนื้ เมืองในรุน* ท่ี 2 (PN-F2) โดยมีจํานวนสัดส*วนของสุกรพ*อพันธ6ุและแม*พันธ6ใุ กล$เคยี งกัน ดังแสดงใน
ตารางที่ 7
ตารางที่ 7 จํานวนสุกรพอ* แมพ* นั ธุ6เมื่อเรมิ่ ต$นโครงการวจิ ัย
สายพันธุ6 DM-F2 PN-F2 รวม
เพศ ผู$ เมีย ผู$ เมีย 12
66
พอ* พันธ6ุ (ตวั ) 6-6 - 78
แมพ* นั ธุ6 (ตวั ) - 30 - 36
รวม 6 30 6 36
หมายเหตุ: DM-F2 หมายถงึ สกุ รลูกผสมดรู อ็ ค-เหมยซาน ร*นุ ท่ี 2
PN-F2 หมายถงึ ลูกผสมเปDยแตรง-พน้ื เมือง รน*ุ ท่ี 2
1.2 จํานวนสุกรปจc จบุ นั
จากการผสมพันธ6ุ ทดสอบพันธุ6 และคัดเลือกสุกรเปนสุกรทดแทนเพื่อใช$เปนสุกรพ*อแม*พันธุ6ในรุ*นที่ 3
โดยสุกรรุ*นท่ี 2 จะถูกทะยอยคัดออก ตามสัดส*วนของสุกรรุ*นที่ 3 ท่ีข้ึนทดแทน เพ่ือลดภาระค*าใช$จ*ายในการ
เลี้ยง สุกรทดแทนร*ุนที่ 3 (F3) จะคัดเลือกพันธ6ุตามลักษณะเปŠาหมายที่ต$องการ คือ คุณภาพเน้ือ คุณภาพซาก
คุณภาพการบริโภค และสีดํา โดยใช$เทคนิคอณูพันธุศาสตร6ที่คัดเลือกด$วย genetic marker ควบคู*กับการ
ทดสอบพนั ธ6ุ และสมรรถภาพการผลติ ส*ุมศึกษาซากเพ่ือหาความสัมพันธร6 ะหว*างลักษณะปรากฏ และ genetic
marker นําข$อมูลท่ีได$มาใช$ในการคัดเลือกสุกรในครอกถัดไปเพ่ือให$เปนสุกรพ*อแม*พันธ6ุ สําหรับดําเนินการ
ศกึ ษาวจิ ยั ในชว* งถดั ไป ซง่ึ เปนการนาํ สกุ รร*ุนพ*อแมพ* ันธุ6มาผสมพันธ6ุเพื่อผลิตสุกรขุนหมูดําเชียงใหม* โดยมีความ
42
คาดหวังว*าจะได$สุกรลูกผสมที่เปน marketed breed หรือ commercial line ที่รวมลักษณะเปŠาหมายท่ี
ตอ$ งการท่มี าจากสกุ รพอ* พันธแุ6 ละแม*พันธ6ุไว$ด$วยกัน คือลักษณะ คุณภาพเนื้อ คุณภาพซาก คุณภาพการบริโภค
และสดี ํา คดั เลือกเกบ็ เฉพาะสุกรทีอ่ ยใ*ู นครอกที่มีคุณภาพเน้ือดีจากการศึกษาซาก ประกอบกับข$อมูลการตรวจ
Genetic marker และข$อมลู การทดสอบพันธุ6 โดยจาํ นวนสุกรในฝูงปkจจบุ ันแสดงในตารางท่ี 8
ตารางท่ี 8 จาํ นวนสกุ รพอ* แม*พนั ธ6ุในรุ*นที่ 2 และสกุ รทดแทนร*นุ ท่ี 3 ปkจจบุ นั
สายพันธ6ุ DM PN รวม
เพศ ผู$ เมยี ผ$ู เมยี
พ*อพนั ธ6ุ (ตวั ) (F2) 1-5 - 6
แมพ* นั ธ6ุ (ตวั ) (F2) - 6 - 25 31
ทดแทน (ตวั ) (F3) 6 33 6 38 83
รวม 7 39 11 63 120
หมายเหตุ: F2 คอื Generation 2 หรอื รุ*นท่ี 2
F3 คือ Generation 3 หรือ รนุ* ท่ี 3
สุกรพ*อพันธุ6 คอื เปนสกุ รเพศผ$ูจบทดสอบพันธท6ุ ่ผี า* นการใช$งานผสมพันธุ6กบั สกุ รเพศเมียแลว$
สกุ รแมพ* นั ธุ6 คือ เปนสกุ รเพศเมียจบทดสอบพนั ธ6ทุ ไี่ ด$รบั การผสมพนั ธแ6ุ ลว$ แบง* ไดเ$ ปนสุกรสาว
(ได$รับการผสมพันธแ6ุ ตย* ังไมเ* คยให$ลูก) และสุกรนาง (ผา* นการให$ลกู แล$ว)
สุกรทดแทน คือ สุกรทผ่ี า* นการทดสอบพนั ธุแ6 ละถูกคัดเลือกไวเ$ พื่อเปนสกุ รทดแทน
1.3 อัตราเลือดชิดในฝงู สกุ ร
1.3.1 สกุ รพอ* แมพ* ันธุ6ในรน*ุ ที่ 2 สกุ รลูกผสมดรู ็อค-เหมยซาน และลกู ผสมเปDยแตรง-พืน้ เมือง ไม*มีอัตรา
เลือดชิด
1.3.2 สกุ รทดแทนเปนพอ* แม*พันธุ6รนุ* ที่ 3
- สุกรลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน มีอตั ราเลือดชดิ จํานวน 9 ตัว จากสุกรทีค่ ัดเข$าทดสอบพันธ6ุ 139 ตวั
โดยมคี า* เฉลีย่ เทา* กบั 0.86 เปอร6เซน็ ต6 (มีคา* ระหวา* ง 0 – 12.5 %)
- สกุ รลูกผสมเปยD แตรง-พ้นื เมือง มีอตั ราเลือดชิดจาํ นวน 23 ตัว จากสกุ รท่คี ดั เข$าทดสอบ 170 ตวั
โดยมีค*าเฉล่ยี เทา* กบั 1.49 เปอรเ6 ซ็นต6 (มีค*าระหว*าง 0 – 25 %)
1.4 การให3ผลผลติ ลกู
จากการผสมพันธุ6สุกรพอ* แม*พนั ธ6ุในร*นุ ท่ี 2 พบว*าค*าเฉลีย่ จาํ นวนลูกเกิดมีชีวิตต*อครอกของสุกรลูกผสม
ดูร็อค-เหมยซาน มีค*าสูงกว*าสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมืองอย*างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P<0.05) เท*ากับ
10.79±2.38 และ 9.51±2.14 ตัว/ครอก ตามลําดับ และค*าเฉลี่ยลูกหย*านมต*อครอกของสุกรลูกผสมดูร็อค-
เหมยซาน มคี *าสงู กว*าสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมือง อย*างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P<0.05) เท*ากับ 10.06±2.50
และ 9.03±2.07 ตัว/ครอก ตามลําดับ ซ่ึงข$อมูลมีค*าสูงกว*ารายงานของประภาส และคณะ (2552) ซ่ึงรายงาน
การให$ผลผลิตของสุกรลูกผสมเปDยแตรง–พื้นเมืองร*ุนที่ 1 ได$จํานวนลูกแรกคลอด 9.86±2.61 ตัว/ครอก และ
จํานวนลูกแรกคลอดมีชีวิต 8.88±2.62 ตัว/ครอก จํานวนเมื่อหย*านม 8.26±2.66 ตัว/ครอก ตามลําดับ จาก
ข$อมูลการใหผ$ ลผลติ จะเห็นว*าสุกรลูกผสมดูรอ็ ค-เหมยซาน ควรใช$เปนสุกรสายแม*พันธ6ุมากกว*าสุกรลูกผสมเปDย
43
แตรง-พนื้ เมือง แต*ควรพิจารณาในลักษณะอ่นื ๆร*วมด$วย ส*วนน้ําหนักลูกแรกเกิดเฉล่ียและน้ําหนักหย*านมเฉล่ีย
ท้งั สองกล*มุ ไม*แตกต*างกนั ทางสถิติ ดังรายละเอยี ดแสดงในตารางที่ 9
ตารางท่ี 9 ผลผลิตลูกสกุ รทเี่ กิดจากสุกรแม*พนั ธลุ6 กู ผสม DM-F2 และ PN-F2
สายพนั ธุ6 DM-F2 PN-F2 รวม
จํานวนครอก (ครอก) 83 138 221
เพศ ผู$ เมีย รวม ผ$ู เมยี รวม
จํานวนลูกเกดิ มีชีวติ รวม (ตวั ) 470 415 885 674 638 1,312 2,197
จํานวนลกู เกดิ มีชีวิตเฉลยี่ (ตวั /ครอก) 5.73 5.06 10.79±2.38a 4.88 4.62 9.51±2.14b -
น้าํ หนักลกู แรกเกดิ เฉลี่ย (กก./ตวั ) - - 1.67±0.27 - - 1.56±0.28 -
จาํ นวนลูกหยา* นมเฉล่ีย (ตวั ) 428 397 825 632 614 1,246 2,071
จํานวนลูกหยา* นมเฉลีย่ (ตวั /ครอก) 5.22 4.84 10.06±2.50a 4.57 4.45 9.03±2.07b -
นาํ้ หนักหยา* นมเฉลี่ย (กก./ตัว) - - 6.26±1.18 - - 6.24±1.27 -
หมายเหตุ: อักษรทต่ี *างกนั ในแถวเดยี วกันแตกตา* งกนั อยา* งมีนยั สําคญั (P<0.05),
DM-F2 = สกุ รลกู ผสมดูร็อค-เหมยซานร*นุ ที่ 2, PN-F2 = ลกู ผสมเปยD แตรง-พน้ื เมืองรุ*นท่ี 2
2. ข3อมูลการทดสอบพันธุ
การทดสอบพันธ6ุสุกร เปนการทดสอบสมรรถภาพการเจริญเติบโต โดยเล้ียงสุกรในคอกขังเด่ียวตั้งแต*
นาํ้ หนัก 30 กโิ ลกรัม ถึง 90 กิโลกรัม ให$กินอาหารโปรตีน 18 เปอร6เซ็นต6 เต็มที่ตลอดเวลา เมื่อสุกรน้ําหนักได$
90 กิโลกรัม เก็บข$อมูลอัตราการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการเปล่ียนอาหาร ปริมาณอาหารท่ีกิน ความหนา
ไขมันสันหลัง พ้ืนที่หน$าตัดเน้ือสัน ความยาวลําตัว อายุเม่ือนํ้าหนัก 90 กิโลกรัม ข$อมูลจากการทดสอบพันธ6ุ
สกุ รลกู ผสมดูร็อค-เหมยซาน และสกุ รลกู ผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมืองรุ*น F3 และสุกรท่ีเกิดจากการทดลองผสมข$าม
ระหว*างลูกผสมสุกรลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน และสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมืองร*ุน F2 ได$เปนสุกรลูกผสม 4
สาย DM x PN (4-cross) นาํ มากําหนดแนวทางในการคดั เลือกและปรับปรุงพันธุ6พัฒนาสุกรที่จะใช$เปนสุกรต$น
พันธ6ุต*อไป ดังแสดงในตารางท่ี 10 จากข$อมูลสุกรที่จบการทดสอบพันธุ6จํานวนรวมท้ังส้ิน 382 ตัว พบว*าสุกร
ลกู ผสมดรู ็อค-เหมยซาน มอี ัตราการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร และอายุเมื่อนํ้าหนัก 90 กก.
ดีกว*าสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมือง อย*างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P<0.05) แต*ลักษณะความหนาไขมันสันหลัง
เฉลยี่ และพืน้ ที่หน$าตัดเนื้อสันของสุกรลูกผสมดูร็อค-เหมยซาน และสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมืองไม*แตกต*าง
กัน และสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมืองมีอัตราการเจริญเติบโต เท*ากับ 644.43 ± 13.45 กรัม/วัน ดีกว*า
รายงานของประภาส และคณะ (2552) ซึ่งรายงานผลการทดสอบพันธ6ุสุกรลูกผสมสุกรลูกผสมเปDยแตรง-
พืน้ เมอื งรุ*น F1 และสุกรลกู ผสมเปDยแตรง-พ้นื เมอื ง ร*นุ F2 เท*ากับ 524.27 ± 139.15 และ 581.14 ± 121.77
กรมั /วันประสทิ ธภิ าพการเปลย่ี นอาหาร เทา* กับ 2.71 ± 0.82 และ 2.82 ± 0.75 ตามลําดับ ซ่ึงเปนผลจากการ
คัดเลือกปรับปรุงพันธ6ุจากช่ัวอายุที่ 1 ถึงช่ัวอายุที่ 3 สุกรลูกผสมดูร็อค-เหมยซานมีลักษณะทางเศรษฐกิจบาง
ประการดกี ว*าสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมือง (อัตราการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการเปล่ียนอาหาร และอายุ
เม่ือน้ําหนัก 90 กก.) อาจเน่ืองจากสุกรลูกผสมดูร็อค-เหมยซานมีพันธุกรรมของสุกรพันธุ6ดูร็อคซ่ึงเปนสุกรที่
พัฒนาเพ่ือใช$เปนสุกรสายพ*อพันธ6ุที่โตเร็ว และประสิทธิภาพการใช$อาหารดี ในขณะที่สุกรลูกผสมเปDยแตรง-
44
พ้ืนเมืองเปนสุกรท่ีมีพันธุกรรมของสุกรพันธ6ุเปDยแตรงที่พัฒนาให$เปนสุกรที่ให$เน้ือแดงมาก แต*เติบโตช$า
เช*นเดียวกับสุกรพนื้ เมอื งท่ีมีอัตราการเจรญิ เติบโตช$าเชน* กัน
ส*มุ สกุ รทผ่ี า* นการทดสอบพันธุ6บางส*วนไปศึกษาซาก จํานวน 100 ตัว ประกอบด$วยสุกรลูกผสมดูร็อค-
เหมยซาน จํานวน 42 ตัว สุกรลูกผสมเปยD แตรง-พ้ืนเมือง จํานวน 40 ตัว และสุกรลูกผสม 4-cross จํานวน 18
ตัว ข$อมลู ทดสอบพันธุ6ของสกุ รทส่ี ม*ุ นํามาศึกษาซากดงั แสดงในตารางท่ี 11
ตารางท่ี 10 ผลการทดสอบพันธ6ุสุกรลูกผสมดรู อ็ ค-เหมยซาน สกุ รลกู ผสมเปยD แตรง-พ้ืนเมือง และลกู ผสม
4-cross
สายพนั ธุ6 DM PN 4-cross
จํานวน (ตัว) 138 170 74
นา้ํ หนกั เริ่มต$นทดสอบ (กก.) 29.93±6.66 30.56±5.49 30.46±7.03
นาํ้ หนกั จบทดสอบ (กก.) 89.77±5.22 89.24±4.41 88.78±3.59
อัตราการเจริญเตบิ โต: ADG (กรัมตอ* วนั ) 674.56±13.47a 644.43±13.45b 649.62±16.43ab
ประสทิ ธภิ าพการเปลยี่ นอาหาร: FCR
ความหนาไขมนั สนั หลงั เฉลี่ย: BF (ซม.) 2.71±0.06a 2.84±0.06b 2.83±0.07b
1.42±0.03a 1.46±0.02ab 1.50±0.29b
24.76±0.32ab 25.23±0.29a 24.06±0.77b
พ้ืนท่ีหน$าตัดเนื้อสันนอก: LEA (ตร.ซม.)
ความยาวลาํ ตัวโคนหถู งึ โคนหาง: BL (ซม.) 105.15±0.43 104.60±0.39 104.78±0.59
อายุเม่ือน้ําหนัก 90 กก.: AGE 90 (วัน) 180.68±1.66a 185.95±1.50b 182.02±2.28ab
อาหารท่ีกินรวม (กก.) 159.20±5.14 168.81±5.03 163.86±7.34
คา* อาหารรวม (กก.ละ 15 บาท) (บาท) 2,432.50 2,499.77 2,475.68
ต$นทุนคา* อาหารต*อนา้ํ หนกั ตวั เพมิ่ 1 กก.(บาท) 40.65 42.60 42.45
หมายเหตุ: อักษรท่ตี า* งกันในแถวเดียวกนั แตกต*างกันอย*างมนี ยั สาํ คัญ (P<0.05), DM = สกุ รลูกผสมดูร็อค-
เหมยซาน, PN = สกุ รลกู ผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมอื ง, 4-cross = สุกรลกู ผสม 4 สายพันธุ6 (DM x PN)
ตารางที่ 11 ผลการทดสอบพันธุ6กรลกู ผสมดูรอ็ ค-เหมยซาน สกุ รลูกผสมเปยD แตรง-พ้ืนเมอื ง และลูกผสม
4-cross ท่นี าํ ไปใช$ในการศึกษาซาก
สายพันธ6ุ DM-F3 PN-F3 4-cross
จาํ นวน (ตัว) 42 40 18
นํ้าหนักเรม่ิ ตน$ ทดสอบ (กก.) 28.57±5.23 28.25±6.24 28.56±5.45
น้าํ หนักจบทดสอบ (กก.) 89.62±5.15 88.63±4.72 88.00±3.25
อัตราการเจริญเตบิ โต: ADG (กรมั ต*อวนั ) 714.06±18.51 693.55±19.14 695.26±28.10
ประสทิ ธิภาพการเปล่ียนอาหาร: FCR 2.68±0.05 2.84±0. 0.06 2.75±0.08
ความหนาไขมนั สันหลังเฉล่ีย: BF (ซม.) 1.49±0.05 1.46±0.05 1.56±0.07
พ้นื ที่หน$าตัดเน้ือสนั นอก: LEA (ตร.ซม.) 23.97±0.55 23.94±0.57 23.08±0.84
ความยาวลําตัวโคนหถู งึ โคนหาง: BL (ซม.) 106.43±0.85 105.22±0.88 103.99±1.29
อายเุ ม่ือนํ้าหนัก 90 กก.: AGE 90 (วัน) 162.00±4.57 172.32±4.73 164.51±6.94
หมายเหตุ: อกั ษรทต่ี *างกันในแถวเดยี วกันแตกต*างกันอยา* งมนี ยั สําคัญ (P<0.05), PN = สุกรลูกผสมเปยD แตรง-
พ้ืนเมือง, 4-cross = สกุ รลูกผสม 4 สายพนั ธุ6 (DM x PN)
45
3. การตรวจสอบจีโนไทปg (genotyping) ของยนี ตําแหนง' ตา' งๆ ของลักษณะทีต่ 3องการคดั เลอื กโดยใช3
genetic markers
การตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีนตําแหน*งต*างๆ ของลักษณะท่ีต$องการคัดเลือก คือยีนที่เกี่ยวข$องกับ
ลักษณะคุณภาพเนื้อ และลักษณะสีขน ในตัวอย*างสุกรพ*อแม*พันธ6ุลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมืองและสุกรลูกผสม
ดรู อ็ ค-เหมยซาน ในร*นุ F2 และลูกสุกรระยะหย*านมร*ุน F3 จํานวน 469 ตวั โดยดําเนนิ การดงั น้ี
1. การเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอโดยใช$ปฏิกิริยาลูกโซ*โพลีเมอร6เรส (Polymerase Chain Reaction, PCR)
ของยีนทเี่ กี่ยวข$องกับลักษณะคุณภาพเน้ือในสุกร โดยเคร่ืองหมายโมเลกุลดีเอ็นเอที่ใช$ในการศึกษาคร้ังน้ีนํามา
จากรายงานทางวิชาการของยนี ทเี่ กยี่ วข$องกบั คณุ ภาพเนื้อและพบว*ามีลักษณะ polymorphism จํานวน 9 ยีน
(10 markers) ดังแสดงในตารางที่ 12 ตัวอย*างดีเอ็นเอสุกรพ*อแม*พันธ6ุรุ*น F2 และลูกสุกรระยะหย*านมร*ุน F3
ถูกนํามาเพม่ิ ปริมาณดีเอน็ เอโดยใชป$ ฏกิ ิริยา PCR และตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีนเปŠาหมาย
2. การเพมิ่ ปริมาณดีเอ็นเอโดยใชป$ ฏิกิริยา PCR ของเครอ่ื งหมายโมเลกลุ ดีเอ็นเอของยีนทเี่ กี่ยวข$องกบั
ลักษณะคณุ ภาพเน้ือ จาํ นวน 9 ยนี (10 marker) ประกอบดว$ ย ยนี LEP, LEPR, MC4R, IGF2, MC5R, CRC1
(RYR1), CAST1, CAST2, PRKAG3 และ PPARG นั้น สามารถเพิ่มปริมาณดีเอน็ เอได$ท้ัง 10 เคร่อื งหมาย ดงั
ภาพผนวกท่ี 3 และนาํ ดีเอน็ เอเปาŠ หมายไปตรวจสอบจโี นไทป‰ต*อไป
3. ตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีนเปŠาหมาย ที่เก่ียวข$องกับลักษณะคุณภาพเนื้อในสุกร จํานวน 9 ยีน (10
marker) ด$วยเทคนิค Polymerase Chain Reaction – Restriction Fragment Length Polymorphism,
PCR-RFLP) จากการสุ*มคัดเลือกตัวอย*างของกลุ*มประชากรของสุกร พบว*ามี 8 ยีน ที่แสดงลักษณะ
polymorphism คือ ยนี LEP, LEPR, MC4R, IGF2, MC5R, CRC1 (RYR1), CAST2 และ PPARG ในขณะที่ 2
ยีน คือ ยีน CAST1 และ PRKAG3 แสดงลักษณะ monomorphism ไม*พบความผันแปรทางพันธุกรรมของนิ
วคลีโอไทดข6 องยีนในประชากรดังกล*าว ดังนั้นเคร่ืองหมายโมเลกุลดีเอ็นเอทั้ง 2 marker จึงไม*สามารถนํามาใช$
ในการตรวจสอบความผันแปรของจีโนไทป‰ในกลุ*มประชากรสุกรนี้ได$ ในการศึกษาคร้ังนี้คณะผ$ูวิจัยจึงเลือกใช$
เฉพาะเครื่องหมายโมเลกุลดีเอ็นเอของยีนที่มี polymorphism จํานวน 8 marker มาทําการตรวจสอบจีโน
ไทป‰ของยนี ตาํ แหนง* ตา* งๆทเี่ กย่ี วขอ$ งกบั คุณภาพเน้ือกับจาํ นวนตวั อยา* งสกุ รทัง้ หมด
3.1) ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน LEP ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ที่มีความยาว
152 bp และถูกตัดด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ HinfI (G ANTC) ได$ 2 รูปแบบ คือ อัลลีล A และอัลลีล B โดยอัล
ลลี A ไมม* ีตําแหนง* จดจาํ ของเอนไซม6 ได$แถบดีเอ็นเอท่ีมีความยาว 152 bp ในขณะที่อัลลีล B มีตําแหน*งจดจํา
ของเอนไซม6 ไดแ$ ถบดีเอ็นเอที่มีความยาว 84 bp และ 68 bp ดังภาพผนวกท่ี 4
3.2) ผลการตรวจจีโนไทป‰ของยีน MC4R ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ท่ีมีความยาว 226
bp และถูกตัดด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ TaqI (T CGA) ได$ 2 รูปแบบ คือ อัลลีล A และอัลลีล B โดยอัลลีล A
ไม*มีตําแหน*งจดจําของเอนไซม6 ได$แถบดีเอ็นเอท่ีมีความยาว 226 bp ในขณะที่อัลลีล B มีตําแหน*งจดจําของ
เอนไซม6 ไดแ$ ถบดเี อ็นเอทีม่ คี วามยาว 156 bp และ 70 bp ดงั ภาพผนวกท่ี 5
3.3) ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน IGF2 ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ที่มีความยาว
336 bp และถูกตัดด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ BcnI (CC SGG) ได$ 2 รูปแบบ คือ อัลลีล A และอัลลีล B โดยอัล
ลีล A ได$แถบดีเอ็นเอท่ีมีความยาว 308 bp และ 28 bp ในขณะที่อัลลีล B มีตําแหน*งจดจําของเอนไซม6 ได$
แถบดีเอ็นเอท่มี ีความยาว 208 bp, 100 bp และ 28 bp ดงั ภาพผนวกที่ 6
46
ตารางท่ี 12 ไพรเมอร6และรอบปฏิกิรยิ าลกู โซ*โพลเี มอรเ6 รสของยีนท่ีเกี่ยวข$องกบั ลักษณะคุณภาพเนอ้ื ในสกุ ร
ยนี ไพรเมอร6 (5’ 3’) รายละเอยี ดปฏิกิรยิ า ขนาดแถบ
ลูกโซ*โพลเี มอร6เรส ดเี อ็นเอ (bp)
LEP F: TGCAGTCTGTCTCCTCCAAA (94 C 30s / 56 C 152
(Neuenschwander R: CGATAATTGGATCACATTTCTG
et al., 1996) 30s / 72 C 30s)
จาํ นวน 38 รอบ
LEPR F: TGCCTGCTGGAATCTCAAG (94 C 30s / 56 C 184
R: TTCCCTGCAATGTTGTCTGC
(Mackowski 30s / 72 C 30s)
et al., 2005) จํานวน 38 รอบ
MC4R F: TACCCTGACCATCTTGATTG (94 C 30s / 56 C 226
(Kim, 2004b) R: ATAGCAACAGATGATCTCTTTG 30s / 72 C 30s)
จาํ นวน 38 รอบ
IGF2 F: CACAGCAGGTGCTCCATCGG (94 C 30s / 56 C 336
R: GACAGGCTGTCATCCTGTGGG
(Vykoulaková 30s / 72 C 30s)
et al., 2006) จาํ นวน 38 รอบ
MC5R F: TCAGCCTCTTGGAGAACATC (94 C 30s / 60 C 238
(Kim et al., 2000) R: GCCACCAAGGAGATGCAG 30s / 72 C 30s)
จํานวน 38 รอบ
CRC1 (RYR1) F: TCCAGTTTGCCACAGGTCCTACCA (94 C 30s / 59 C 660
(Vögeli R: ATTCACCGGAGTGGAGTCTCTGAG 30s / 72 C 30s)
et al., 1994)
จํานวน 32 รอบ
CAST1 F: AAATCTACTGGAGAGGTTTTGAA (94 C 30s / 56 C 180
R: GACTTCTCCCGAATCAGTTCC 30s / 72 C 30s)
(Ciobanu
et al., 2004) จาํ นวน 38 รอบ
CAST2 F: AAACCTATTTTCAGGGATATGGG (94 C 30s / 56 C 183
(Ciobanu R: CCTTTGTTGTGTTCTCTGAGG
et al., 2004) 30s / 72 C 30s)
จํานวน 38 รอบ
PRKAG3 F: GGAGCAAATGTGCAGACAAG (94 C 30s / 56 C 258
R: CCCACGAAGCTCTGCTTCTT
(Ciobanu 30s / 72 C 30s)
et al., 2001) จาํ นวน 38 รอบ
PPAR- F: ATGGTTGACACCGAGATGCCG (94 C 30s / 59 C 290
(Kim R: TGCTACTGAGAGATTAATC
et al., 2004a) 30s / 72 C 30s)
จํานวน 38 รอบ
47
3.4) ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน MC5R ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ที่มีความยาว
238 bp และถูกตัดด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ Hin1I (GR CGYC) ได$ 2 รูปแบบ คือ อัลลีล A และอัลลีล B
โดยอัลลีล A ไม*มีตําแหน*งจดจําของเอนไซม6 ได$แถบดีเอ็นเอท่ีมีความยาว 238 bp ในขณะท่ีอัลลีล B มี
ตาํ แหน*งจดจําของเอนไซม6 ไดแ$ ถบดเี อ็นเอทม่ี คี วามยาว 179 bp และ 59 bp ดังภาพผนวกท่ี 7
3.5) ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน CRC1 (RYR1) ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ท่ีมี
ความยาว 660 bp และถูกตัดด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ Hin6I (G CGC) ได$ 2 รูปแบบ คือ อัลลีล A และอัลลีล
B โดยอัลลีล A ไม*มีตําแหน*งจดจําของเอนไซม6 ได$แถบดีเอ็นเอที่มีความยาว 660 bp ในขณะท่ีอัลลีล B มี
ตาํ แหน*งจดจําของเอนไซม6 ไดแ$ ถบดเี อน็ เอทีม่ ีความยาว 538 bp และ 122 bp ดังภาพผนวกที่ 8
3.6) ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน CAST2 ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ท่ีมีความยาว
183 bp และถูกตัดด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ PvuII (CAG CTG) ได$ 2 รูปแบบ คือ อัลลีล A และอัลลีล B
โดยอัลลีล A ไม*มีตําแหน*งจดจําของเอนไซม6 ได$แถบดีเอ็นเอท่ีมีความยาว 183 bp ในขณะที่อัลลีล B มี
ตําแหนง* จดจําของเอนไซม6 ไดแ$ ถบดเี อ็นเอท่มี คี วามยาว 142 bp และ 41 bp ดังภาพผนวกที่ 9
3.7) ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน PPARG ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ท่ีมีความยาว
290 bp และถกู ตดั ด$วยเอนไซมต6 ดั จําเพาะ BsrI (ACTGGN ) ได$ 2 รูปแบบ คือ อัลลีล A และอัลลีล B โดยอัล
ลีล A ไม*มีตําแหน*งจดจาํ ของเอนไซม6 ได$แถบดีเอ็นเอท่ีมีความยาว 290 bp ในขณะที่อัลลีล B มีตําแหน*งจดจํา
ของเอนไซม6 ได$แถบดเี อ็นเอทมี่ ีความยาว 176 bp และ 114 bp ดังภาพผนวกท่ี 10
3.8) ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน LEPR ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ที่มีความยาว
184 bp และถูกตัดดว$ ยเอนไซม6ตดั จาํ เพาะ TasI ( AATT) ได$ 2 รูปแบบ คือ อัลลีล A และอัลลีล B โดยอัลลีล
A ไมม* ตี าํ แหน*งจดจาํ ของเอนไซม6 ได$แถบดีเอ็นเอที่มีความยาว 184 bp ในขณะที่อัลลีล B มีตําแหน*งจดจําของ
เอนไซม6 ไดแ$ ถบดเี อน็ เอทีม่ ีความยาว 113 bp และ 71 bp ดงั ภาพผนวกที่ 11
3.9) ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน CAST1 ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ที่มีความยาว
180 bp และถูกตัดด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ Hpy188I (TCN GA) ได$เพียง 1 รูปแบบ คือ มีเฉพาะอัลลีล A
โดยอลั ลลี A ไมม* ีตาํ แหนง* จดจาํ ของเอนไซม6 ได$แถบดีเอ็นเอที่มคี วามยาว 180 bp ดงั ภาพผนวกท่ี 12
3.10) ผลการตรวจสอบจีโนไทป‰ของยีน PRKAG3 ด$วยเทคนิค PCR-RFLP ได$ผลผลิต PCR ที่มีความ
ยาว 258 bp และถูกตัดด$วยเอนไซม6ตัดจําเพาะ BsrBI (CCG CTC) ได$เพียง 1 รูปแบบ คือ มีเฉพาะอัลลีล B
โดยอัลลีล B มีตําแหน*งจดจําของเอนไซม6 ได$แถบดีเอ็นเอท่ีมีความยาว 218 bp และ 40 bp ดังภาพผนวกที่
13
4. ความถ่ีจีโนไทป‰ (genotype frequency) และความถ่ีอัลลีล (allele frequency) ของเครื่องหมาย
โมเลกุลดีเอ็นเอของยีนท่ีเก่ียวข$องกับลักษณะคุณภาพเน้ือในสุกรทั้งหมด 8 ยีน ของสุกรลูกผสมดูร็อค-เหมย
ซานร*ุน F2 และ F3 แสดงดังตารางที่ 13 โดยจากการตรวจสอบจีโนไทป‰ด$วยเทคนิค PCR-RFLP พบว*า ยีน
LEP, MC5R, PPARG และ IGF2 มีค*าความถี่จีโนไทป‰แบบ AB สูงสุด ในขณะท่ียีน RYR1 มีค*าความถี่จีโนไทป‰
BB สูงสุด สาํ หรบั ตารางท่ี 14 แสดงความถ่ีจีโนไทป‰และความถี่อัลลีลของเครื่องหมายโมเลกุลดีเอ็นเอของยีนที่
เกี่ยวข$องกับลักษณะคุณภาพเนื้อของสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พ้ืนเมืองร*ุน F2 และ F3 จากการตรวจสอบด$วย
เทคนิค PCR-RFLP พบวา* ยีน PPARG มีค*าความถี่จีโนไทป‰แบบ AA สูงสุด ยีน RYR1 และ LEPR มีค*าความถี่จี
โนไทป‰ BB สูงสุด และยีน CAST2 และ IGF2 มีค*าความถ่ีจีโนไทป‰ AB สูงสุด โดยเคร่ืองหมายโมเลกุลดีเอ็นเอ
ดังกล*าวมีค*าความถี่จีโนไทป‰ AA และอัลลีล A ผันแปรอยูในช*วง 0 ถึงใกล$เคียง 1 นอกจากน้ีพบว*าจีโนไทป‰
(genotype) บางรปู แบบของเครอ่ื งหมายโมเลกุลดีเอ็นเอ LEP (BB), MC5R (BB), RYR1 (AA), IGF2 (AA) และ
PPARG (BB) ในสุกรลูกผสมเปDยแตรง-พื้นเมือง รุ*น F2 มีค*าความถ่ีจีโนไทป‰เท*ากับ 0 แต*กลับพบว*ามีจีโนไทป‰