The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อุทยานธรณีสตูล 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สารสนเทศ สตูล, 2020-08-11 03:23:06

อุทยานธรณีสตูล 2

อุทยานธรณีสตูล 2

ชุดวชิ า อุทยานธรณสี ตลู 2
รายวิชาเลือก

ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้
รหัส สค23097

หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช 2551

สำ� นกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั สตลู
ส�ำนกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
กระทรวงศึกษาธิการ



คำ� น�ำ

ชดุ วชิ า อทุ ยานธรณสี ตลู 2 รหสั วชิ า สค23097 ตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
พุทธศักราช 2551 ใช้กับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ชุดวิชาน้ีประกอบด้วยเนื้อหาความรู้ ข้อมูลพื้นฐาน
จังหวัดสตูล ขอบเขตพ้ืนท่ีอุทยานธรณีสตูล ซากดึกด�ำบรรพ์ ธรณีวิทยาจังหวัดสตูล ธรณีพิบัติภัย แหล่งเรียนรู้
อทุ ยานธรณสี ตลู เครอื ขา่ ยอทุ ยานธรณใี นทวปี เอเชยี ซงึ่ เนอ้ื หาความรดู้ งั กลา่ ว มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ หผ้ เู้ รยี น ศกึ ษาคน้ ควา้
อภิปราย น�ำเสนอด้วยการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยการพบกลุ่ม การเรียนรู้ด้วยตนเอง การรายงานการศึกษา
จากแหล่งเรยี นรู้ ประสบการณ์ตรงจากสถานท่ีจริง ผู้ร้แู ละภูมิปัญญา
สำ� นกั งาน กศน.จงั หวดั สตลู ขอขอบคณุ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลทงุ่ หวา้ (อบต.ทงุ่ หวา้ ) ทใ่ี หก้ ารสนบั สนนุ
องค์ความรู้ประกอบการน�ำเสนอเน้ือหา รวมท้ังผู้เก่ียวข้องในการจัดท�ำชุดวิชา หวังเป็นอย่างย่ิงว่าชุดวิชาน้ี
จะเกิดประโยชน์ต่อผ้เู รียน ครู ผู้สอน และผู้เกยี่ วข้องในทุกระดบั หากมขี อ้ เสนอแนะประการใด สำ� นกั งาน กศน.
จังหวดั สตูล ขอนอ้ มรับด้วยความขอบคุณยงิ่

สำ� นกั งาน กศน.จังหวดั สตลู
พฤษภาคม 2560

ชุดวิชา อุทยานธรณสี ตูล 2 รหสั วชิ า สค23097 3
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

สารบญั

คำ� น�ำ 3
สารบญั 4
ค�ำอธิบายรายวิชาเลือก สค23097 5
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 8
บบที่ 1 ขอ้ มูลพ้ืนฐานจังหวดั สตูล 13
บทท่ี 2 ขอบเขตพ้ืนทอ่ี ุทยานธรณสี ตลู 25
บบท่ี 3 ซากดกึ ด�ำบรรพ ์ 28
บบท่ี 4 ธรณีวทิ ยาจงั หวัดสตูล 36
บบท่ี 5 ธรณีพบิ ตั ิภยั 46
บบที่ 6 แหล่งเรยี นรู้อุทยานธรณสี ตูล 63
บบที่ 7 เครอื ข่ายอทุ ยานธรณใี นทวปี เอเชีย 87
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 96
บรรณานุกรม 97
คณะผู้จัดทำ� 98

4 ชุดวชิ า อุทยานธรณสี ตลู 2 รหัสวชิ า สค23097
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้

คำ� อธบิ ายรายวชิ าเลือก สค23097
อทุ ยานธรณีสตูล 2 (SATUN GEOPARK 2)

ตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ จ�ำนวน 2 หนว่ ยกิต (80 ชัว่ โมง)

มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดับ

มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั เกย่ี วกบั ภมู ศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง
การปกครองในทวปี เอเชยี และสามารถนำ� มาปรบั ใชใ้ นการด�ำเนนิ ชีวิต เพ่อื ความมั่นคงของชาติ

ศกึ ษาและฝึกทกั ษะ

1. ข้อมลู พืน้ ฐานจังหวัดสตูล
2. ขอบเขตพืน้ ทีอ่ ทุ ยานธรณสี ตลู
3. ซากดกึ ด�ำบรรพ์
4. ธรณวี ิทยาจังหวดั สตูล
5. ธรณีพิบัติภยั
6. แหลง่ เรียนรู้อุทยานธรณีสตลู
7. เครอื ข่ายอทุ ยานธรณใี นทวปี เอเชยี

การจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้

ให้ผู้เรียน ศึกษาค้นคว้า อภิปราย น�ำเสนอด้วยการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยการพบกลุ่ม การเรียนรู้
ดว้ ยตนเอง การรายงานการศกึ ษาจากแหลง่ เรียนรู้ ประสบการณต์ รงจากสถานทีจ่ รงิ ผูร้ แู้ ละภมู ปิ ัญญา

การวัดและประเมินผล

ประเมินจากการสังเกต การอภิปราย การสัมภาษณ์ การมีส่วนร่วมการเรียนรู้ ผลงาน การประเมิน
แบบทดสอบการน�ำไปใช้ในชีวิตประจ�ำวัน

ชดุ วิชา อทุ ยานธรณีสตูล 2 รหสั วิชา สค23097 5
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

คำ� อธบิ ายรายวิชาเลือก สค23097
อุทยานธรณีสตลู 2 (SATUN GEOPARK 2)

ตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น จ�ำนวน 2 หน่วยกิต (80 ชั่วโมง)

มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั

มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั เกย่ี วกบั ภมู ศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง
การปกครองในทวีปเอเชีย และสามารถนำ� มาปรบั ใช้ในการด�ำเนนิ ชวี ิต เพือ่ ความมน่ั คงของชาติ

ท่ี หวั เรือ่ ง ตวั ช้ีวัด เนอ้ื หา จ�ำนวน
(ช่ัวโมง)

1. ขอ้ มูลพื้นฐาน อธิบายประวตั ิความเป็นมา 1. ประวตั คิ วามเปน็ มาของสตลู 10
จังหวดั สตูล ลักษณะทางภูมศิ าสตร์ การ 2. ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์
ปกครอง เศรษฐกิจและสังคม 3. การปกครอง เศรษฐกิจและสังคม
ของจงั หวดั สตูลได้ 4. วฒั นธรรมประเพณจี ังหวดั สตูล
5. ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาจังหวัดสตลู
6. พ้นื ที่ประกาศของทางราชการ

2. ขอบเขตพนื้ ที่ อธิบายความหมาย ความ 1. ความหมาย ความสำ� คญั ของอทุ ยานธรณี 10
อุทยานธรณี ส�ำคัญ และขอบเขตพนื้ ท่ี สตลู
สตูล อุทยานธรณสี ตูลได้ 2. ขอบเขตพนื้ ท่อี ทุ ยานธรณสี ตูล
2.1 อำ� เภอทุ่งหวา้
2.2 อ�ำเภอมะนงั
2.3 อำ� เภอละงู
2.4 อำ� เภอเมอื งสตูล

3. ซากดกึ ดำ� บรรพ์ อธบิ ายการเกิดซาก 1. การเกิดซากดึกด�ำบรรพ์ 10
ดกึ ดำ� บรรพ์ ประเภทของ 2. ประเภทของซากดึกดำ� บรรพ์
ซากดึกดำ� บรรพ์ และความ 3. ความสำ� คัญของซากดึกดำ� บรรพ์
ส�ำคัญของ ซากดกึ ดำ� บรรพ์ได้

4. ธรณีวทิ ยา อธิบายการล�ำดับชั้นหินจาก 1. วทิ ยาหินและลำ� ดับชน้ั หนิ 10
จงั หวัดสตลู ยคุ ตา่ งๆ และแหลง่ ธรณีวทิ ยา 1.1 กลมุ่ หนิ ตะรเุ ตายคุ แคมเบรียน
ในจังหวดั สตลู ได้ 1.2 กลุ่มหินทงุ่ สง ยุคออรโ์ ดวเิ ชยี น
1.3 หินยุคไซลูเซยี น – ดีโนเวีย –
คารบ์ อนิเฟอรสั
1.4 หินยคุ คาร์บอนเิ ฟอรัส

6 ชุดวิชา อุทยานธรณีสตูล 2 รหสั วิชา สค23097
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้

ที่ หวั เรือ่ ง ตวั ชี้วัด เน้ือหา จ�ำนวน
5. ธรณพี ิบตั ิภยั (ชวั่ โมง)
6. แหล่งเรียนรู้ 1.5 กล่มุ หินแก่งกระจาน
ยุคคารบ์ อนเิ ฟอร์รสั – เพอร์เมยี น 10
อทุ ยานธรณี 1.6 กลมุ่ หินราชบรุ ี ยคุ เพอรเ์ มยี น 20
สตลู 1.7 ตะกอนรว่ นยุคควอเทอรน์ ารี
2. หินอคั นี 10
7. เครือข่าย 3. ธรณวี ิทยาโครงสร้าง
อทุ ยานธรณใี น
ทวปี เอเชีย อธิบายภยั ธรรมชาติท่เี กิดจาก 1. การเกดิ สนึ ามิ
กระบวนการทางธรณีวทิ ยาได้ 2. การเปลี่ยนแปลงชายฝงั่ ทะเล

3. ดนิ ถลม่
4. แผน่ ดนิ ไหว
5. หลมุ ยุบ

มีความรู้ ความเขา้ ใจ และ แหล่งเรียนรอู้ ทุ ยานธรณีสตลู ทส่ี �ำคัญ
เหน็ คุณค่าของแหลง่ เรียนรู้ ในทอ้ งถิ่น
ท่ีส�ำคัญในทอ้ งถ่นิ 1. พพิ ธิ ภัณฑ์
1.1 พิพธิ ภณั ฑ์ช้างดกึ ด�ำบรรพ์ทุง่ หว้า
1.2 พพิ ธิ ภัณฑธ์ รรมชาตวิ ิทยา
1.3 พิพิธภณั ฑ์พน้ื บ้านละงู
2. แหล่งโบราณคดี
2.1 อาคารชโิ น-โปรตุกสี
2.2 โบราณสถานบ่อเจ็ดลกู
3. แหลง่ ธรณวี ิทยา
3.1 ถำ้� เลสเตโกดอน
3.2 ถ�ำ้ วงั กลาง
3.3 หินทงุ่ หวา้
3.4 น้ำ� ตกธารปลวิ
3.5 หาดราไว
3.6 ถ�้ำพุทธครี ี
3.7 น�ำ้ ตกวงั สายทอง
3.8 ถ�้ำเจด็ คต
ฯลฯ

สามารถอธิบายแหล่งเรียนรู้ เครือขา่ ยอทุ ยานธรณใี นทวปี เอเชียทสี่ ำ� คัญ
อุทยานธรณีในทวปี เอเชียได้ 1.อุทยานธรณเี กาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
2.อทุ ยานธรณี ประเทศเกาหลีใต้
3.อุทยานธรณี ประเทศเวยี ดนาม

ชดุ วิชา อทุ ยานธรณีสตูล 2 รหัสวชิ า สค23097 7
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
วิชาอุทยานธรณีสตูล 2 สค23097

ค�ำชีแ้ จง จงเลอื กคำ� ตอบทถ่ี กู ท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว 6. ขอ้ ใดคือความหมายของอทุ ยานธรณี
1. จงั หวดั สตูลมอี าณาเขตตดิ ต่อกับประเทศใด ก. ทรัพยากรทอ่ี ยู่รอบตัวเรา
ก. ประเทศอินเดีย ข. พ้นื ทท่ี ีป่ ระกอบดว้ ยแหล่งที่มคี วามส�ำคญั
ข. ประเทศมาเลเซีย อย่างโดดเดน่ ทางดา้ นธรณีวทิ ยา
ค. ประเทศฟิลปิ ปนิ ส์ ค. ทรัพยากรธรรมชาติทีอ่ ยใู่ ต้แผ่นดนิ
ง. ประเทศอินโดนิเชีย ง. อาณาเขตทมี่ ีความส�ำคัญทางประวัตศิ าสตร์

2. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะภมู ิอากาศของจงั หวดั สตลู 7. ขอบเขตพื้นทอี่ ทุ ธยานธรณสี ตลู ประกอบดว้ ย
ก. แบบรอ้ นชน้ื กี่อ�ำเภออะไรบ้าง
ข. แบบปา่ ดิบชน้ื ก. 4 อ�ำเภอคอื อำ� เภอเมืองสตลู อำ� เภอมะนงั
ค. แบบมรสมุ เขตรอ้ น อำ� เภอท่าแพและอ�ำเภอละงู
ง. แบบทงุ่ หญา้ สะวันนา ข. 4 อ�ำเภอคือ อำ� เภอเมอื งสตูล อำ� เภอมะนัง
อำ� เภอควนโดนและอำ� เภอละงู
3. อทุ ยานแหง่ ชาตใิ นพ้ืนท่จี ังหวดั สตูล มีจาํ นวน ค. 4 อ�ำเภอคอื อ�ำเภอเมอื งสตูล อำ� เภอมะนงั
กี่แหง่ อำ� เภอควนกาหลงและอำ� เภอละงู
ก. 3 แห่ง ง. 4 อ�ำเภอคือ อำ� เภอเมืองสตูล อ�ำเภอมะนงั
ข. 4 แหง่ อำ� เภอท่งุ หว้าและอ�ำเภอละงอู ุทยานธรณี
ค. 5 แหง่
ง. 6 แห่ง 8. อทุ ยานธรณี (Geopark) แบง่ ไดก้ ร่ี ะดับ
ก. 3
4. อ�ำเภอใดของจังหวดั สตลู ไมม่ ีพื้นทีป่ ่าชายเลน ข. 4
ก. อาํ เภอท่งุ หวา้ ค. 5
ข. อําเภอทา่ แพ ง. 6
ค. อำ� เภอมะนัง
ง. อาํ เภอเมือง

5. ขอ้ ใดไมใ่ ช่แหล่งทอ่ งเท่ียวในจงั หวดั สตลู 9. อาคารซโิ น- โปรกีส เปน็ แหลง่ ธรณวี ทิ ยาดา้ นใด
ก. อุทยานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะเภตรา ก. ด้านโบราณคดี
ข. อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา ข. ดา้ นวฒั นธรรม
ค. อทุ ยานแห่งชาติทะเลบัน ค. ด้านนเิ วศวทิ ยา
ง. อุทยานแห่งชาติตะรเุ ตา
ง. ถกู ทุกขอ้

8 ชุดวิชา อทุ ยานธรณสี ตูล 2 รหัสวิชา สค23097
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น

10. Local Geopark หมายถงึ 13. ข้อใดตอ่ ไปนไี้ มใ่ ช่ประเภทของซากดึกด�ำบรรพ์
ก. อทุ ยานธรณที ม่ี ีคุณสมบัติดา้ นธรณีวิทยา ก. ซากดึกดำ� บรรพส์ ัตวไ์ ม่มีกระดกู สันหลัง
ตามท่กี ำ� หนดไว้ในคณุ สมบัตอิ ทุ ยานธรณี ข. ซากดกึ ดำ� บรรพส์ ตั ว์มกี ระดูกสันหลงั
ระดบั ท้องถน่ิ ค. ซากดกึ ดำ� บรรพ์พชื
ข. อทุ ยานธรณที มี่ ีคณุ สมบัตดิ ้านธรณีวทิ ยา ง. ซากดกึ ดำ� บรรพ์หิน
ตามที่ก�ำหนดไวใ้ นคณุ สมบัตอิ ทุ ยานธรณี
ระดับจงั หวัด และมแี ผนการบริหารจดั 14. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชนข์ องซากดึกด�ำบรรพ์
การอุทยานธรณี ก. ใชบ้ อกอายุของชน้ั หิน
ค. อทุ ยานธรณีทม่ี คี ุณสมบัตดิ า้ นธรณวี ทิ ยา ข. ใชเ้ ทียบเคยี งชดุ หนิ ต่าง ๆ
ตามทีก่ ำ� หนดไว้ในคุณสมบตั ิอุทยานธรณี ค. ใชบ้ อกต้นกำ� เนิดของผลไม้
ระดับประเทศ และมีการดำ� เนนิ งานด้าน ง. ใชบ้ อกการเคลอื่ นท่ีของเปลอื กโลก
การบริหารจดั การแล้ว
ง. อุทยานธรณที ่มี คี ุณสมบัติดา้ นธรณวี ิทยา 15. ขอ้ ได้ไม่ใชซ่ ากดึกด�ำบรรพ์
ตามทีก่ ำ� หนดไวใ้ นคณุ สมบตั ิอุทยานธรณี ก. ซากเปลอื กหอย
ระดบั โลก ข. ซากช้างแมมมอท
ค. ซากไม้กลายเปน็ หิน
11. ข้อใดไมใ่ ช่ปัจจัยในการเกิดซากดกึ ด�ำบรรพ์ ง. ซากปลาฉลามใกลจ้ ะสญู พันธ์ใุ นพิพิธภัณฑ์
ก. การใช้ปนู พลาสเตอร์หมุ้ โครงรา่ งสตั ว์
เพื่อไม่ให้เสียหาย 16. จากธรณวี ทิ ยาจงั หวัดสตูลกลุ่มหินตะรเุ ตา
ข. แรธ่ าตุเขา้ ไปสะสมตัวอยูใ่ นโครงรา่ ง มกี ารคน้ พบอยใู่ นยุคใด
ของซากส่ิงมีชีวิต ก. ยุคแคมเบรยี น
ค. การกลายเปน็ หนิ ดว้ ยการถูกแทนที่ ข. ยุคออร์โดวิเชยี น
โดยสารละลายซิลกิ า ค. ยคุ ไซลูเซียน
ง. การปดิ ทบั ของชน้ั หินปูนบนซากสิ่งมีชวี ิต ง. ยุคเพอร์เมยี น
ท่ีตายแลว้
17. จากธรณวี ิทยาจังหวัดสตลู กลมุ่ หนิ ทุ่งสง
12. ซากดกึ ดำ� บรรพ์พบในหินชนดิ ใด มกี ารค้นพบอยใู่ นยุคใด
ก. หินอัคนี ก. ยคุ แคมเบรียน
ข. หินภเู ขาไฟ ข. ยุคออรโ์ ดวิเชียน
ค. หนิ บะซอลท์ ค. ยคุ ไซลเู ซยี น
ง. หินชัน้ หรือหนิ ตะกอน ง. ยคุ เพอรเ์ มียน

ชุดวชิ า อทุ ยานธรณีสตลู 2 รหสั วชิ า สค23097 9
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้

18. กลมุ่ หินราชบุรี ไดม้ ีการคน้ พบอยใู่ นยคุ ใด 23. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ โครงสร้างทางวศิ วกรรมดักตะกอน
ทรายและสลายพลงั งานคล่นื หรอื สร้างหาด
ก. ยุคแคมเบรยี น ทรายเพ่มิ เตมิ เพอื่ ป้องกันและรักษาสภาพ
ข. ยคุ ออร์โดวเิ ชยี น ชายฝงั่
ค. ยคุ ไซลเู ซียน ก. ไส้กรอกทราย
ง. ยุคเพอร์เมยี น
ข. เขอ่ื นกนั คล่นื

19. หนิ หนดื ท่ีแข็งตวั ในเปลือกโลก คือหนิ ประเภทใด ค. รอดกั ทราย
ง. การเติมหนิ
ก. หนิ อัคนี

ข. หินตะกอน 24. การเคลื่อนท่ีของมวลดินและหนิ ลงมาตาม
ค. หนิ แปร ลาดเขาด้วยอิทธพิ ลของแรงโน้มถ่วงโลก
ง. หนิ แกรนิต เปน็ ความหมายของธรณพี ิบัตภิ ัย ขอ้ ใด

20. หนิ ทเ่ี กิดจากการสะสมหรือทับถมของเศษหนิ ก. สนึ ามิ
ดิน ทราย คือหนิ ประเภทใด ข. ดินถลม่
ก. หนิ อคั นี ค. แผ่นดนิ ไหว
ง. การเปล่ยี นแปลงของชายฝัง่
ข. หินตะกอน

ค. หินแปร 25. ภยั พิบตั ทิ างธรรมชาติทเ่ี กิดจากการสนั่ สะเทอื น
ง. หนิ แกรนติ ของพ้นื ดิน อันเนอื่ งมาจากการปลดปลอ่ ย

21. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ธรณีพบิ ัตภิ ัย (geohazard) พลงั งานเพื่อลดความเครียดที่สะสมไว้ภายใน
ก. แผ่นดินไหว โลกออกมาเพอื่ ปรบั สมดลุ ของเปลือกโลกให้
ข. หลมุ ยุบ คงที่ หมายถึงขอ้ ใด
ค. ตกึ ถล่ม ก. ดินถลม่
ง. สึนามิ
ข. หลุมยุบ

ค. แผ่นดนิ ไหว

22. “คลนื่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากแผ่นดินไหว” หมายถึง ง. การเปล่ยี นแปลงของชายฝั่ง

ข้อใด 26. ขอ้ ใดต่อไปนไี้ ม่ได้เป็นแหล่งเรยี นรู้อทุ ยานธรณี
ก. สึนามิ สตูลที่สำ� คัญในทอ้ งถนิ่
ข. ดินถล่ม ก. พิพิธภณั ฑ์พนื้ บ้านละงู
ค. แผน่ ดินไหว
ง. การเปลยี่ นแปลงของชายฝ่ัง ข. อาคารซโิ น – โปรตุกสี

ค. โบราณสถานบอ่ เจ็ดลกู

ง. ถ้ำ� มรกต

10 ชุดวชิ า อทุ ยานธรณีสตูล 2 รหสั วิชา สค23097
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้

27. ข้อใดเก่ยี วข้องกบั พพิ ิธภณั ฑ์ชา้ งดึกด�ำบรรพ์ 32. ถ้ำ� เลสเตโกดอน เดมิ มีชื่อว่าอย่างไร
ท่งุ หว้า ก. ถำ้� วังกลว้ ย
ก. เป็นพิพธิ ภณั ฑใ์ หค้ วามรูเ้ รือ่ งชา้ งไทย ข. ถำ้� วังมะนาว
ข. เปน็ พิพิธภณั ฑ์ให้ความรเู้ รอื่ งประวัติศาสตร์ ค. ถ�้ำวงั ปลาดุก
จงั หวดั สตูล ง. ไม่มีขอ้ ถกู
ค. เปน็ พิพธิ ภัณฑใ์ ห้ความรเู้ รอื่ งศิลปะวฒั นธรรม
ท้องถน่ิ จงั หวดั สตูล 33. ซากดกึ ดำ� บรรพ์ชา้ งพบท่ใี ดเป็นแห่งแรก
ง. ถูกทุกข้อ ของภาคใต้
ก. ถำ้� เลสเตโกดอน
28. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาตวิ ิทยาจังหวดั สตลู ข. ถำ้� อไุ ร
ต้งั อย่ทู ่ไี หน ค. ถ้�ำวงั กลาง
ก. โรงเรียนกำ� แพงวิทยา ง. ถำ้� ภูผาเพชร
ข. โรงเรยี นสตลู วทิ ยา
ค. โรงเรียนทา่ ผดงุ วิทย์ 34. หินปูนบรเิ วณถำ้� เจด็ คตอยูใ่ นหมวดหนิ รงั นก
ง. โรงเรียนทงุ่ หวา้ วรวทิ ย์ กล่มุ หินท่งุ สง อย่ใู นยุคใด
ก. ยคุ ออร์โดวเิ ชยี น
29. พพิ ธิ ภณั ฑ์พืน้ บ้านละงเู ก่ียวข้องกับเรอ่ื งใด ข. ยคุ แคมเบรยี น
ก. งานฝีมือท้องถนิ่ ค. ยุคไซลเู รยี น
ข. เคร่ืองปน้ั ดนิ เผา ง. ถกู ขอ้ ก และ ข
ค. เหรียญกษาปณ์
ง. ถกู ทุกขอ้ 35. สถานท่ใี ดท่ีเคยเป็นท่ีอย่ขู องมนุษยย์ คุ กอ่ น
ประวัตศิ าสตรป์ ระมาณ 3,000 ปี
30. ข้อใดต่อไปนไี้ ม่ได้เป็นแหล่งเรียนรู้อทุ ยานธรณี ก. ถ�ำ้ เลสเตโกดอน
สตลู ประเภทแหลง่ โบราณคดี ข. ถำ้� อไุ ร
ก. บา้ นเชยี ง ค. ถ้�ำวงั กลาง
ข. บา้ นรากไม้ ง. ถ�ำ้ ภูผาเพชร
ค. บา้ นหนิ ลกู เดยี ว
ง. โบราณสถานบอ่ เจ็ดลกู 36. ขอ้ ใดเป็นเครือขา่ ยอุทธยานธรณีในทวปี เอเชีย
ก. Dong Van Karst Plateau UNESCO
31. ขอ้ ใดเปน็ แหล่งธรณีวิทยาในอำ� เภอละงู Global Geopark
ก. ถ้�ำวังกลาง ข. Langkawi UNESCO Global Geopark
ข. ถ�้ำอุไร ค. Xingwen UNESCO Global Geopark
ค. ถ้�ำเลสเตโกดอน ง. ถกู ทุกขอ้
ง. ถ�้ำเจด็ คต

ชุดวิชา อุทยานธรณสี ตูล 2 รหัสวชิ า สค23097 11
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

37. สถานที่ทอ่ งเทย่ี วทางวัฒนธรรมทอ้ งถิน่ 39. ทวปี เอเชยี มีเครอื ขา่ ยอุทยานธรณีที่ประเทศใด
Machinchang Formation หนิ ทรายสลบั มากท่สี ุด
กับหินดนิ ดาน มอี ายุแก่ทส่ี ดุ ในประเทศ ก. มาเลเซีย
มาเลเซยี มซี ากดึกดำ� บรรพ์พวกใด ข. เกาหลีใต้
ก. ฟอแรมมนิ ิเฟอรา (foraminifera) ค. เวยี ดนาม
และสตั ว์หลายเซลล์ ไดแ้ ก่ ฟองน้�ำ (sponge) ง. จีน
ข. ปะการัง (coral) ไบรโอซัว (bryozoa)
ค. แกรปโทไลต์ (graptolite) ไทรโลไบต์ 40. จงั หวดั สตลู กำ� ลังผลกั ดันใหอ้ ุทยานธรณีสตูล
(trilobite) เปน็ แหลง่ อุทยานระดบั ใด
ง. บราคโิ อพอด (brachiopod ) และไทรโลไบต์ ก. ระดับทอ้ งถน่ิ
(trilobite) ข. ระดับจังหวัด
ค. ระดบั ประเทศ
38. อุทยานธรณปี ระเทศเกาหลใี ต้ เกาะเชจู ง. ระดับโลก
เป็นเกาะทเ่ี กิดจากภยั ธรรมชาตทิ ี่เกิด
กระบวนการทางธรณีวิทยาในเรือ่ งใด
ก. การเกดิ สนึ ามิ
ข. ภเู ขาไฟ
ค. แผน่ ดินไหว
ง. ดนิ ถลม่

ขอให้โชคดใี นการท�ำข้อสอบ

12 ชุดวิชา อทุ ยานธรณีสตูล 2 รหัสวชิ า สค23097
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้

บทที่ 1

ข้อมูลพ้ืนฐานจังหวดั สตลู

ประวัตคิ วามเปน็ มา

เดิมเมืองสตูลเป็นเพียงต�ำบลหน่ึงของเมืองไทรบุรีในสมัยรัชกาลท่ี 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สตูลได้ครอบ
ครองดินแดนทเ่ี ปน็ เกาะในทะเลอนั ดามนั เกือบทัง้ หมด รัชกาลท่ี 3 จึงโปรดใหเ้ ปน็ เมอื งเมอ่ื ปี พ.ศ. 2392 โดยใหอ้ ยู่
ภายใต้การปกครองของเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาในสมัยรัชกาลท่ี 5 ได้จัดการปกครองใหม่เป็นรูปมณฑล
ข้ึนเมื่อปี พ.ศ.2440 และให้รวมสตูลเข้าไว้ในมณฑลไทรบุรีเมื่อไทยต้องยอมเสียดินแดนแคว้นไทรบุรีให้แก่อังกฤษ
ในปี พ.ศ.2452 ยังเหลอื สตลู อยเู่ พียงเมอื งเดยี ว จงึ ต้องไปข้นึ กบั มณฑลภเู ก็ต และเม่อื เส้นทางสายควนเนียงสตลู ไป
มาสะดวกทางราชการกโ็ อนสตูลไปขึ้นกับมณฑลนครศรีธรรมราชตามเดิม และเม่ือยกเลกิ การปกครองแบบมณฑล
ในปี พ.ศ.2475 สตลู ก็ไดย้ กฐานะเป็นจังหวัดหน่งึ ในราชอาณาจักรไทยสบื ต่อมาจนกระทั่งถึงปจั จุบนั
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด เป็นการปกครองทอ้ งถนิ่ รปู แบบหนึ่งที่มีการปรับปรงุ แกไ้ ข และววิ ฒั นาการ
มาตามล�ำดับ สภาจังหวัดถูกจัดให้มีขึ้นเป็นคร้ังแรกในปี พ.ศ.2476 ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล
พ.ศ.2476 ฐานะของสภาจังหวดั ขณะนั้น มลี กั ษณะเป็นองค์กรตวั แทนของประชาชน ทำ� หนา้ ที่ให้ค�ำปรึกษาหารือ
แนะนำ� แก่คณะกรมการจังหวดั เท่าน้ัน ตอ่ มามีการตราพระราชบัญญัตสิ ภาจังหวัด พ.ศ.2481 ข้นึ เพอ่ื แยกกฎหมาย
ที่เกี่ยวกับสภาจังหวัดไว้โดยเฉพาะ จนกระทั่งได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ.2495 ซง่ึ กำ� หนดใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั เปน็ หวั หนา้ ปกครองบงั คบั บญั ชาขา้ ราชการในสว่ นจงั หวดั ของกระทรวง
ทบวง กรมตา่ ง ๆ โดยตรงแทนคณะกรรมการจงั หวดั เดิม สภาจงั หวดั จึงมีฐานะเปน็ สภาทป่ี รึกษาของผ้วู า่ ราชการ
จงั หวดั ต่อมามีการตราพระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ.2498 ซง่ึ ก�ำหนดให้องคก์ ารบรหิ าร
ส่วนจังหวัดเป็นหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถ่ินรูปแบบหน่ึง มีฐานะเป็นนิติบุคคล และต่อมาได้มีการปรับปรุง
กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัดใหม่ โดยตราพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด
พ.ศ.2540 ทำ� ให้เกิดมีการเปลยี่ นแปลงโครงสรา้ งขององค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดท้ังหมด อย่างทีเ่ ป็นอยูใ่ นปจั จุบัน

ตราประจ�ำ จงั หวัด ดอกกาหลง

ชดุ วชิ า อทุ ยานธรณีสตูล 2 รหัสวิชา สค23097 13
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้

ตราประจ�ำจงั หวัด : รูปพระสมุทรเทวาสถติ บนบลั ลังกห์ นิ กลางทะเล

เบือ้ งหลงั เปน็ พระอาทติ ยอ์ ัสดง

อกั ษรยอ่ ของจังหวัด : สต

ดอกไม้ประจำ� จังหวดั : ดอกกาหลง

ต้นไมป้ ระจำ� จังหวัด : หมากพลูตก๊ั แตน

ค�ำขวัญประจ�ำจงั หวัด : สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาตบิ ริสุทธ์ิ

ลักษณะทางภูมิศาสตร์
1. สภาพทัว่ ไป

1.1 ที่ต้ังและอาณาเขต
จังหวัดสตลู เปน็ จงั หวดั สุดเขตแดนใต้ของประเทศไทย ดา้ นฝง่ั ทะเลอนั ดามัน หา่ งจากกรุงเทพฯ
973 กโิ ลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกบั จงั หวดั ใกลเ้ คยี ง ดงั น้ี

ทิศเหนอื ตดิ ตอ่ กบั อำ� เภอรัตภมู ิ จังหวดั สงขลา อำ� เภอปา่ บอนจงั หวดั พทั ลุง
และอำ� เภอปะเหลียน จงั หวัดตรัง

ทิศใต้ ตดิ ตอ่ กับ รฐั เปอรล์ สิ และรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซีย
ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กบั อำ� เภอสะเดา จังหวดั สงขลา และรัฐเปอรล์ ิส ประเทศมาเลเซยี
ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั ทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดยี
โดยพื้นท่ีบนบกมีเทือกเขาบรรทัดและสันกาลาคีรีเป็นเส้นก้ันอาณาเขตระหว่างจังหวัดสตูลกับ

จงั หวัดอน่ื ๆ และประเทศมาเลเซยี

14 ชดุ วชิ า อุทยานธรณสี ตูล 2 รหัสวิชา สค23097
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น

2. ขนาดพ้ืนท่ี

จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดอยู่ในเขตแดนใต้ของประเทศไทยด้านฝั่งทะเลอันดามัน ห่างจากกรุงเทพฯ
973 กโิ ลเมตร มเี นอื้ ทปี่ ระมาณ 2,807.522 ตารางกโิ ลเมตร หรอื ประมาณ 1,754,701 ไร่ เปน็ ลำ� ดบั ที่ 3 ของประเทศ
และลำ� ดบั ที่ 12 ของภาคใต้

3. ลักษณะภูมิประเทศ

พนื้ ทที่ างทศิ เหนอื และทศิ ตะวนั ออกเปน็ เนนิ เขาและภเู ขาสงู โดยมเี ทอื กเขาสำ� คญั ๆ คอื ภเู ขาสนั กาลาครี ี
มีป่าแสมหรือป่าโกงกางอยู่เป็นจ�ำนวนมาก พื้นที่ทางตอนเหนือ และทิศตะวันออกของจังหวัด ประกอบด้วยภูเขา
มากมายสลับซับซ้อนโดยมีทิวเขานครศรีธรรมราชแบ่งเขตจังหวัดสตูลกับจังหวัดสงขลา และทิวเขาสันกาลาคีรี
แบง่ เขตประเทศไทยและประเทศมาเลเซยี นอกจากนน้ั ยงั มภี เู ขานอ้ ยใหญ่ อยกู่ ระจดั กระจายในตอนลา่ ง และชายฝง่ั
ตะวนั ตก ภเู ขาทส่ี าํ คญั ไดแ้ ก่ เขาจนี เขาบารงั เขาหวั กาหมงิ เขาใหญ่ เขาทะนาน เขาควนกาหลง และเขาโตะ๊ พญาวงั

4. ลักษณะภูมอิ ากาศ

พน้ื ทจ่ี งั หวดั สตลู ไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ทพ่ี ดั อา่ วไทยและลมมรสมุ ตะวนั ออก
เฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย ลักษณะภูมิประเทศ เป็นแบบร้อนช้ืนมี 2 ฤดู ฤดูร้อนกับฤดูฝน โดยมีช่วง ฤดูฝน
ยาวนาน ระหวา่ งเดอื นพฤษภาคม ถงึ เดอื นธนั วาคม และมชี ว่ งฤดฝู นเพยี ง 4 เดอื น คอื เดอื นมกราคมถงึ เดอื นเมษายน
ลักษณะทางการปกครอง
การแบ่งเขตการปกครอง จังหวัดสตลู แบง่ เขตการปกครองออกเป็น 7 อาํ เภอ 36 ตาํ บล 279 หมบู่ า้ น 7
เทศบาล (เทศบาลเมือง 1 แห่ง เทศบาลตาํ บล 6 แหง่ ) และ 34 อบต.
การบรหิ ารราชการ จงั หวดั สตูล มีรูปแบบการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน 3 รปู แบบ คอื
1. การบรหิ ารราชการส่วนกลาง ประกอบดว้ ยส่วนราชการสังกัดสว่ นกลาง ซึง่ ต้ังหนว่ ยงานในพ้นื ท่ี
จงั หวดั จาํ นวน 50 หน่วยงาน
2. การบรหิ ารราชการส่วนภมู ภิ าค จดั รูปแบบการปกครองและการบรหิ ารราชการ ออกเป็น 2 ระดับ
คือ ระดับจังหวัดประกอบด้วย ส่วนราชการประจําจังหวัด จํานวน 32 หน่วยงาน ระดับอําเภอ ประกอบด้วย
7 อําเภอ 36 ตําบล 279 หมบู่ ้าน
3. การบริหาราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลเมือง
6 เทศบาลตาํ บล และ 34 องค์การบริหารส่วนตาํ บล
การเลือกตง้ั
1. การเลือกต้งั สมาชกิ วฒุ สิ ภา (ส.ว.) จังหวัดสตลู มี สมาชกิ วฒุ ิสภาได้ 1 คน
2. การเลอื กต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จงั หวัดสตูลมสี มาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรได้ 2 คน
การรักษาความสงบเรียบร้อย จังหวัดสตูล ได้ดําเนินการตามมาตรรักษาความสงบเรียบร้อย และสร้าง
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดทั้งได้รณรงค์ในการป้องกันบรรเทา และปราบปราม
ยาเสพติดและแหล่งอบายมุขตา่ ง ๆ โดยการร่วมมือของฝา่ ยตํารวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และชุมชน

ชุดวิชา อุทยานธรณสี ตลู 2 รหสั วิชา สค23097 15
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้

เศรษฐกิจและสงั คม
จังหวัดสตูล เป็นจังหวัดท่ีมีขนาดเศรษฐกิจเล็กที่สุดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน โดยในปี 2554

จงั หวดั สตลู มผี ลติ ภณั ฑม์ วลรวมจงั หวดั ณ ราคาประจาํ ปี จาํ นวน 33,951 ลา้ นบาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ 1.9 ของ ผลติ ภณั ฑ์

มวลรวมท้งั ประเทศ โดยมีขนาดเศรษฐกิจใกลเ้ คียงกับยะลาและนราธิวาส โดยอตั ราการขยายตัวทาง เศรษฐกจิ ของ

จังหวัดสตลู มแี นวโน้มขยายตวั ยกเว้นปี 2551 เนอ่ื งจากสภาพอากาศแปรปรวน ทําให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง

และผลกระทบจากวิกฤติการเงินโลก โดยจังหวัดสตูลหดตัวมากกว่าทุกจังหวัดในกลุ่มจังหวัด ภาคใต้ชายแดน

ยกเวน้ จงั หวดั ปตั ตานี และกลบั มาฟน้ื ตวั ในปี 2552 เนอ่ื งจากสภาพภมู อิ ากาศเออ้ื อาํ นวย ตอ่ ผลผลตภิ าคการเกษตร

ผลติ ภัณฑ์มวลรวมจงั หวดั สตลู เฉล่ยี ตอ่ หวั (GPP Per Capita) เท่ากบั 114,657 บาท สูงกว่ากลมุ่ จังหวดั ภาคใต้

ชายแดนทเ่ี ฉลย่ี ตอ่ หวั อยทู่ ี่ 110,875 บาท โดยจงั หวดั สตลู มรี ายไดเ้ ฉลยี่ ตอ่ หวั รองจากจงั หวดั สงขลา และจงั หวดั ยะลา

แตต่ ่�ำกว่าคา่ เฉลีย่ ของภาคใตท้ ี่ 125,270 บาท
1 ภาคการเกษตร โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดสตูล ยังคงพึ่งพาภาคการเกษตรเป็นหลัก
โดยในปี 2554 มสี ดั สว่ นรอ้ ยละ 49.7 ของผลติ ภณั ฑม์ วลรวมจงั หวดั ซง่ึ ประกอบดว้ ยการผลติ สาขาประมง มสี ดั สว่ น

ร้อยละ 33.6 ของมูลค่าภาคการเกษตร โดยมูลค่าการผลิตหลักมาจากกุ้งขาว และประมง ทะเลน�้ำลึก รองลงมา

เป็นการผลิตภาคการเกษตร รอ้ ยละ 18.2 จากพชื เศรษฐกิจหลกั คือยางพารา และปาลม์ น�้ำมนั
2 การประมง จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดชายฝัง่ ทะเลอันดามนั ท่มี ีกิจกรรมดา้ นการเพาะเล้ียง และการทํา
การประมง สามารถสรา้ งรายไดร้ วมท้งั หมด ปกี ารผลิต 2544 มลู คา่ 7,946.74 ล้านบาท แยกเปน็ รายละเอียดดงั น้ี
1. การทําการประมง มีมูลคา่ ผลผลิตท้งั หมด 2,796.74 ลา้ นบาท คดิ เป็นร้อยละ 35.19 ของรายได้
ภาคการประมง ประกอบดว้ ย 2 กิจกรรม ดังนี้
1.1 ประมงทะเล
- การทาํ การประมงพาณชิ ย์ เรอื ประมง จาํ นวน 369 ลาํ ปี 2554 มผี ลผลติ ทงั้ หมด 83,394.05

ตน้ มลู คา่ 1,957.19 ล้านบาท

- การทําการประมงพนื้ บ้าน มชี มุ ชนชาวประมง 75 ชมุ ชน ในพ้นื ท่ี 4 อาํ เภอ ชาวประมง

3,653 ราย มผี ลผลิตท้ังหมด 9,133.65 ตน้ มูลค่า 1,957.15
1.2 การจับสัตวน์ ำ�้ จืด ทำ� การประมงทกุ อ�ำเภอ มผี ลติ 1,110 ตนั มลู คา่ 53.36 ลา้ นบาท
2. การเพาะเล้ียงสตั วน์ ำ้� สรา้ งรายไดเ้ ข้าจังหวัด รวมทง้ั หมด 5,149.90 ลา้ นบาท คิดเปน็ ร้อยละ
64.81 ของรายไดจ้ ากภาคการประมง ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก
2.1 การเพาะเลย้ี งสัตว์น้�ำจืด มีเกษตรกร 2,362 ราย ผลผลิต 1,338.22 ตนั มลู คา่ 59.05 ล้าน
บาท โดยอําเภอเมอื งมีเกษตรกรมากที่สุด 427 ราย คดิ เป็นร้อยละ 18.07
2.2 การเพาะเลยี้ งสัตวน์ ้�ำชายฝัง่
- การเพาะเล้ยี งปลาน้�ำกร่อย ประกอบด้วย การเลี้ยงและอนุบาลปลานำ�้ กรอ่ ย มเี กษตรกร

จาํ นวน 1,823 ราย ผลผลติ 957.066 ตนั มลู ค่า 191.43 ล้านบาท โดยอาํ เภอที่มเี กษตรกรมากทีส่ ดุ คืออาํ เภอละงู

718 ราย คดิ เป็นร้อยละ 39.38

16 ชดุ วิชา อทุ ยานธรณีสตลู 2 รหสั วชิ า สค23097
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น

- การเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ประกอบด้วย การเลี้ยงกุ้งทะเลส่วนใหญ่เป็นกุ้งขาวแวนนาไม
มีเกษตรกร 445 ราย ผลผลติ 35,472.32 ตัน มูลคา่ 4,682.35 ล้านบาท และมีการเพาะอนุบาลกุ้งทะเล มผี ลผลิต
2,073 ล้านตัว มลู ค่า 217.07 ลา้ นบาท
3 การเกษตรกรรม จงั หวดั สตลู มเี นอื้ ทท่ี งั้ หมด 1,754,701 ไร่ พน้ื ทถี่ อื ครองเพอ่ื การเกษตร 602,780.25 ไร่
คิดเปน็ ร้อยละ 34.35 ของพื้นที่ท้งั หมด พ้ืนท่เี พาะปลกู พืชเศรษฐกจิ ทสี่ ําคัญ ไดแ้ ก่
1. ยางพารา จงั หวัดสตลู มพี ืน้ ทป่ี ลกู ยางพารารวม 422,285.00 ไร่ คิดเปน็ ร้อยละ 70.06 ของพ้นื ท่ี
ทาํ การเกษตรทั้งหมด โดยมีพน้ื ทป่ี ลูกกระจายอยู่ทกุ อาํ เภอ ใหผ้ ลผลติ รวม 73,560.16 ตัน และสามารถทํารายได้
ใหแ้ ก่จังหวดั มมี ูลคา่ รวม 6,474.975 ล้านบาท
2. ปาลม์ นำ�้ มัน มพี นื้ ทปี่ ลกู 80,072.00 ไร่ คิดเปน็ ร้อยละ 13.28 ของพน้ื ทท่ี ําการเกษตรทั้งหมด พ้นื ที่
ใหผ้ ล 60,933.25 ไร่ ใหผ้ ลผลติ รวม 146,743.91 ตัน สามารถทาํ รายไดใ้ ห้แก่จังหวดั มลู คา่ รวม 649.027 ลา้ นบาท
3. ข้าวนาปี พนื้ ท่ปี ลกู 32,624.75 ไร่ คิดเปน็ ร้อยละ 5.41 ของพ้ืนทที่ าํ การเกษตรทัง้ หมด ผลผลติ
ขา้ วเปลอื กรวม 12,933.09 ตัน สามารถทํารายได้ให้กับจังหวดั มมี ูลคา่ 128.037 ล้านบาท
4. ไม้ผล การทาํ สวนผลไมใ้ นจังหวัดสตูล จะเป็นสวนรายยอ่ ยทีม่ ีพ้นื ที่สวนขนาดเล็ก 1- 5 ไร่ มีพนื้ ท่ี
ปลกู รวม 15,666.25 ไร่ พนื้ ทปี่ ลกู มอี ยทู่ ว่ั ไปทกุ อาํ เภอ ชนดิ ไมผ้ ลทนี่ ยิ มปลกู ไดแ้ ก่ เงาะ ลองกอง มงั คดุ ทเุ รยี น สม้ โอ
5. ไม้ยนื ตน้ ได้แก่ มะพร้าว พนื้ ทปี่ ลกู รวม 3,885.25 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 4,330.73 ตนั คดิ เป็นมลู ค่า
รวม 163.628 ล้านบาท
6. พชื ไร่ เชน่ สบั ปะรด ออ้ ยคนั้ นำ�้ และมนั เทศ เปน็ ตน้ มพี นื้ ทปี่ ลกู รวม 419.50 ไร่ ผลผลติ รวม 785.50 ตนั
มลู คา่ รวม 8.290 ลา้ นบาท
7. พืชผกั เช่น แตงโม พริกขี้หนู แตงกวา ฟกั ทอง ฟกั เขียว ตะไคร้ มะเขอื ยาว ถวั่ ฝกั ยาว ข้าวโพด
หวาน ผักกวางตุ้ง ผกั คะนา้ และผักบ้งุ เปน็ ต้น
8. พชื อืน่ ๆ เช่น สะตอ ไผ่ และป่าชุมชน เป็นต้น มพี น้ื ทปี่ ลูกรวม 42,648.75 ไร่
4 อุตสาหกรรม ของจงั หวดั สตลู มีขนาดเลก็ ขยายตวั ตอ่ เน่ือง ส่วนใหญ่เปน็ อุตสาหกรรมแปรรปู สินค้า
เกษตรข้ันตน้ โดยมีอุตสาหกรรมหลักคือ อตุ สาหกรรมอาหาร และเครือ่ งดื่ม และอุตสาหกรรม แปรรปู ไม้ยางพารา
การผลิตภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมประเภทเดิม แทบจะไม่มีอุตสาหกรรมเกิดใหม่ จังหวัดสตูล
มีโรงงานอตุ สาหกรรม จาํ พวกท่ี 1 จําพวกที่ 2 และจําพวกที่ 3 ท่ีจดทะเบยี นกบั สํานกั งานอตุ สาหกรรมจังหวดั สตูล
ยอดรวมสะสม ถึงวนั ที่ 29 เดือน สงิ หาคม พ.ศ.2556 จาํ นวน ทง้ั ส้ิน 302 โรงงาน เงิน ลงทุน 2,390.46 ล้านบาท
แรงงาน 4,375 คน
5 การค้าชายแดน จงั หวดั สตูล มมี ลู ค่าน้อยทีส่ ดุ เมื่อเทียบกับกลุ่มจงั หวัดภาคใต้ชายแดน โดยมดี า่ น
ศลุ กากรเพียง 2 แห่ง คือ ดา่ นศุลกากรวงั ประจนั และด่านศลุ กากรสตูล โดยในปี 2555 มูลค่าการคา้ ชายแดนรวม
มี จํานวน 235.61 ล้านบาท คดิ เป็นสดั ส่วนรอ้ ยละ 0.23 เมอ่ื เทียบกบั กลมุ่ จังหวดั โดยมีสินคา้ ทส่ี ง่ ออกสาํ คญั ไดแ้ ก่
อฐิ ก่อสร้าง และกระเบือ้ งมงุ หลงั คา ส่วนสนิ คา้ นําเขา้ ที่สาํ คัญ ไดแ้ ก่ เคร่อื งบบี นำ้� มันปาลม์ และกะปิ
6 การท่องเที่ยว จังหวัดสตูล เป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สําคัญของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน โดยในปี
2554 มีรายไดจ้ ากการท่องเทย่ี ว 2,664.67 ลา้ นบาท คิดเป็นสดั สว่ นรอ้ ยละ 0.87 ของกล่มุ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ชดุ วิชา อทุ ยานธรณีสตูล 2 รหัสวชิ า สค23097 17
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้

และเปน็ อนั ดับสองของกล่มุ จงั หวดั รองมาจากจงั หวัดสงขลา โดยขยายตวั ต่อเนอ่ื งต้งั แตป่ ี 2552 จงึ ถงึ ปจั จุบนั ซง่ึ
รายได้หลักมาจากการทอ่ งเทีย่ วบนเกาะหลเี ปะ๊ และหม่เู กาะใกล้เคียง
7 การเงินการคลัง
1. การเงิน จังหวัดสตูลมีสถาบันการเงินต่าง ๆ ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ จํานวน 12 ธนาคาร
ได้แก่ ธนาคารเพ่ือการเกษตรฯ ธนาคารกรุงเทพจํากัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์จํากัด (มหาชน)
ธนาคารกรุงไทยจํากัด (มหาชน) ธนาคารกรงุ ศรีอยธุ ยาจํากัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารกสิกรไทย จาํ กดั
(มหาชน) ธนาคารทหารไทยจํากัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจฯ ธนาคารนครหลวงไทยจํากัด (มหาชน)
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแหง่ ประเทศไทย
2. การคลงั การเบิกจา่ ยเงินงบประมาณจงั หวดั สตูล ประจําปงี บประมาณ พ.ศ. 2555 ภาพรวมเบกิ
จา่ ย 3,648.96 ลา้ นบาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ 88.74 ของงบประมาณทไ่ี ดร้ บั การจดั สรร 4,111.94 ลา้ นบาท และงบลงทนุ
ได้รบั การจัดสรร 1,248.32 ลา้ นบาท เบิกจ่าย 876.90 ล้านบาท คดิ เป็นร้อยละ 84.67
3. ภาวะการทำ� งานของประชากร
3.1 ผมู้ งี านทาํ และอตั ราการวา่ งงาน จากผลการสาํ รวจภาวะการทาํ งานของประชากรจงั หวดั สตลู
ในไตรมาสท่ี 1 ปี 2556 โดยผลจากการสํารวจพบวา่ จังหวัดสตลู มผี ู้อยู่ในวัยทํางาน หรอื อายุ 15 ปีขึน้ ไป จาํ นวน
231,060 คน จําแนกเป็นผอู้ ยู่ ในกําลงั แรงงานปัจจบุ ัน ไดแ้ ก่ ผมู้ งี านทาํ ผู้วา่ งงาน จํานวน 171,275 คน คิดเป็น
ร้อยละ 74.13 ของประชากร วยั แรงงานท้งั หมด ขณะทผ่ี ไู้ ม่อยู่ ในกําลังแรงงาน ไดแ้ กผ่ ู้ทาํ งานบ้านเรียนหนังสือ
และอ่ืนๆ (เด็ก คนชรา ท่ีไม่สามารถทํางานได้) มีร้อยละ 25.86 ของประชากรวัยแรงงานทั้งหมด (59,750 คน)
กล่มุ ผูอ้ ย่ใู นกําลงั แรงงาน จํานวน 171,310 คน พบว่าเป็นผู้รอฤดูกาล จาํ นวน 35 คน (ร้อยละ 0.02) และเป็นผู้อยู่
ในกาํ ลังแรงงานปจั จบุ นั จํานวน 171,275 คน โดยจําแนกเป็นผู้มีงานทาํ 170,557 คน คดิ เป็น รอ้ ยละ 99.33 ของ
ผูอ้ ยใู่ นกาํ ลงั แรงงานทง้ั หมด ขณะทเ่ี ปน็ ผวู้ ่างงาน 718 คน หรือคดิ เปน็ อัตราการว่างงาน รอ้ ยละ 0.67
12. ประชากร จงั หวดั สตลู มปี ระชากร ณ วนั ท่ี 31 สงิ หาคม 2556 รวมทงั้ สนิ้ 308,578 คน ชาย 153,651
คน หญิง 154,927 คน อาํ เภอท่มี ีประชากรมากท่ีสุด คือ อาํ เภอเมอื งสตูล อําเภอทม่ี ีประชากรหนาแน่นมากทสี่ ุด
คือ อาํ เภอละงู 215.61 คน/ตร.กม. รองลงมาได้แก่ อําเภอทา่ แพ 142.08 คน/ตร.กม. และอําเภอเมอื งสตลู 126.52
คน/ตร.กม.
ทมี่ า : ท่ที าํ การปกครองจังหวัดสตูล
13. การศึกษา จงั หวัดสตูล มสี ถานศกึ ษาในระบบโรงเรียนรวมทัง้ ส้นิ 221 แห่ง ดงั นี้
สังกดั สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน คอื
1. สํานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสตูล จํานวน 162 แหง่
2. สาํ นักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 16 จาํ นวน 12 แห่ง
3. สงั กัดสํานกั งานการศึกษาเอกชนจังหวัดสตลู จํานวน 36 แหง่
4. สังกดั เทศบาลเมอื งสตลู จาํ นวน 4 แห่ง
5. สังกดั สํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวะศกึ ษา จาํ นวน 3 แหง่
6. โรงเรียนราชตาํ รวจตระเวนชายแดน จาํ นวน 2 แหง่

18 ชุดวชิ า อุทยานธรณีสตูล 2 รหัสวิชา สค23097
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น

7. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จงั หวดั สตลู จํานวน 1 แหง่

8. สังกดั สาํ นกั งานพระพทุ ธศาสนาจังหวดั สตลู จํานวน 1 แหง่

9. การศึกษานอกโรงเรยี น (กศน.)

สาํ นกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั สตลู (สำ� นกั งาน กศน.จงั หวดั สตลู )

เป็นสํานักงานบริการด้านการศึกษาในสังกัดราชการส่วนกลาง กระทรวงศึกษาธิการ มีสถานศึกษา ท่ีต้องส่งเสริม

กํากับดูแล การปฏบิ ัติอย่ใู นพ้ืนที่ ได้แก่ ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอําเภอ 7 แห่ง มแี หล่ง

เรียนรู้ หอ้ งสมุดประชาชน 7 แหง่ และ กศน. ตําบล 36 แหง่
ศาสนา ประชากรสว่ นใหญ่นบั ถอื ศาสนาอสิ ลาม คดิ เป็นรอ้ ยละ 74.10 นับถอื ศาสนาพุทธ ร้อยละ 25.81
และนับถอื ศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ รอ้ ยละ 0.09 มศี าสนสถาน จาํ นวน ท้ังส้นิ 226 แหง่
การสาธารณสุข จงั หวัดสตลู มีโรงพยาบาลของรฐั รวม 6 แห่ง เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 186 เตยี ง 1
แหง่ ขนาด 60 เตยี ง 1 แหง่ ขนาด 30 เตยี ง 4 แหง่ มีแพทย์ 69 คน อตั รา : ประชากร (1: 4,408 คน) ทนั ตแพทย์

30 คน อตั รา: ประชากร (1:10,138 คน) เภสชั กร 39 คน อตั รา : ประชากร (1:7,799 คน) และมพี ยาบาล 658 คน

อตั รา : ประชากร (1:462 คน) โดยมีสถานบริการทใ่ี หบ้ ริการ ในคลินกิ แพทย์ 28 แห่ง คลินกิ ทนั ตกรรม 10 แห่ง

คลินิกแพทยแ์ ผนไทย 2 แหง่ และรา้ นขายยา 63 แหง่ เปน็ ตน้
การคมนาคมขนส่ง จงั หวัดสตลู มเี สน้ ทางคมนาคมทัง้ ทางหลวงแผน่ ดินและทางหลวงจงั หวดั ทเ่ี ช่ือมตอ่
ระหว่างจงั หวัด ระหว่างอําเภอ และระหวา่ งประเทศเพื่อนบา้ น โดยมที างหลวงแผ่นดินทสี่ าํ คัญ ไดแ้ ก่
1. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 406 สายยนตรการกําธร เป็นทางหลักท่ีสามารถเดินทางไปยัง
จังหวัดใกลเ้ คยี ง คือ จังหวดั พทั ลงุ จงั หวดั สงขลา และจงั หวัดตรงั โดยไปเช่ือมต่อกับถนนเพชรเกษมที่ส่แี ยกคหู า

เขตอาํ เภอรตั ภมู ิ จงั หวดั สงขลา แยกซา้ ยไปจงั หวดั พทั ลงุ แยกขวาไปอาํ เภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลาระยะทางประมาณ

67 กิโลเมตร
2. ทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข 416 สายฉลงุ - ตรงั เป็นเสน้ ทางทีเ่ ชื่อมต่อระหวา่ งจงั หวัดสตูล กบั
จงั หวัดตรงั ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร เริ่มจากสามแยกฉลุง ผ่านอาํ เภอทา่ แพ อําเภอละงู อาํ เภอทงุ่ หว้า

อําเภอปะเหลยี น และอาํ เภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
ระบบประปา จงั หวดั สตูล มีท่ีทาํ การประปา 2 แหง่ คืออําเภอเมืองและอาํ เภอละงู มสี ถานีผลติ นำ้� ประปา
จํานวน 4 แหง่ คอื อาํ เภอควนโดน ตําบลวงั ประจนั อําเภอละงู และอาํ เภอท่งุ หวา้
แหล่งน้�ำชลประทาน จังหวัดสตูล มีแหล่งน�้ำชลประทานตามแผนงานต่าง ๆ ประกอบด้วยโครงการ
ชลประทานขนาดกลาง, โครงการชลประทานขนาดเลก็ , ศนู ยบ์ รกิ ารเกษตรเคลอ่ื นท,่ี และโครงการขดุ ลอกหนองนำ�้

และคลองธรรมชาติ ท้ังน้ี มีทั้งโครงการท่ียังอยู่ในการดูแลรับผิดชอบของโครงการชลประทานสตูลและโครงการท่ี

ได้ถา่ ยโอนภารกจิ ใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองท้องถิน่ รับไปดาํ เนนิ การแล้ว ซึง่ โครงการชลประทานท่กี ่อสรา้ งแล้วเสรจ็ ใน

จงั หวัดสตูล มีดงั น้ี

1. โครงการชลประทานขนาดกลาง จํานวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการฝายคลองดุสน, โครงการ

ประตู ระบายน�ำ้ บาโรย,และโครงการฝายคลองทา่ แพ รวมพืน้ ทีช่ ลประทาน 47,910 ไร่

2. โครงการชลประทานขนาดเลก็ โครงการชลประทานสตลู ดำ� เนนิ การพฒั นาแหลง่ นำ�้ ในจงั หวดั สตลู

ชุดวชิ า อุทยานธรณีสตลู 2 รหัสวชิ า สค23097 19
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น

โดยดําเนินการก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดเล็กเพื่อเพ่ิมพื้นท่ีชลประทานให้แก่เกษตรกร กระทั่งถึงสิ้น
ปีงบประมาณ 2555 จํานวน 75 โครงการ มีพื้นท่รี บั ประโยชน์ ประมาณ 50,900 ไร่
3. ศูนย์บริการเกษตรเคลื่อนท่ี จาํ นวน 37 โครงการ พน้ื ท่รี บั ประโยชน์ประมาณ 17,950 ไร่
4. โครงการขุดลอกหนองน้�ำและคลองธรรมชาติ จํานวน 71 โครงการ พ้ืนท่ีรับประโยชน์
ประมาณ 4,500 ไร่
5. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (พรด.) จํานวน 6 โครงการ พ้ืนท่ีรับประโยชน์ประมาณ
3,000 ไร่
6. โครงการปอ้ งกันตนเองชายแดนไทย - มาเลเซีย (ปชด.) จาํ นวน 14 โครงการ พืน้ ท่ีรับประโยชน์
ประมาณ 7,950 ไร่
7. สถานีสบู นำ�้ ด้วยไฟฟ้า จํานวน 6 โครงการ สามารถช่วยเหลอื พนื้ ที่การเกษตรประมาณ 7,250 ไร่
การไฟฟ้า จังหวัดสตูล มีสํานักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้บริการ จํานวน 5 แห่ง ได้แก่ สํานักงาน
การไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคจงั หวดั สตลู สาํ นกั งานการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคอาํ เภอละงู สาํ นกั งานการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคอาํ เภอ
ควนกาหลง สาํ นกั งานการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคอาํ เภอทา่ แพ และสาํ นกั งานการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคอาํ เภอทงุ่ หวา้ ปจั จบุ นั
การไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคจงั หวดั สตลู สามารถจา่ ยกระแสไฟฟา้ ใหห้ มบู่ า้ น ในเขตจงั หวดั ครอบคลมุ ทกุ อาํ เภอ ตาํ บลและ
หม่บู า้ น มีครัวเรอื นท่ใี ช้กระแสไฟฟา้ จํานวน 83,697 ครวั เรือน คดิ เปน็ ร้อยละ 99.20
โทรศพั ท์ จงั หวดั สตลู ใหบ้ รกิ ารโทรศพั ทค์ รบทกุ อาํ เภอ มหี มายเลขทรี่ บั ผดิ ชอบจาํ นวน 18,080 หมายเลข
เปิดใชง้ านจํานวน 10,507 เลขหมาย คงเหลอื 7,573 เลขหมาย โดยแยกเป็นราชการ 1,023 เลขหมายบ้าน 7,439
เลขหมาย ธรุ กิจ 869 หมายเลข และสาธารณะ 972 เลขหมาย มีศูนยบร์ กิารลกู คา้ จาํ นวน 2 ศูนยบ์ รกิ าร
1. ศนู ยบ์ รกิ ารลกู คา้ ทโี อที สาขาสตลู ดแู ล 32 ชมุ สาย - พนื้ ทบ่ี รกิ าร อ.เมอื ง อ.ควนโดน อ.ควนกาหลง
อ.มะนัง
2. ศูนย์บริการลกู ค้าทโี อที สาขาละงู ดแู ล 18 ชมุ สาย - พนื้ ท่ี อ.ละงู อ.ท่าแพ อ.ท่งุ หว้า

วัฒนธรรมประเพณีจังหวัดสตลู

มรกดกทางวัฒนธรรมของจังหวดั สตูลท่ปี รากฏอยู่ในปจั จบุ นั มีหลายลักษณะ เชน่ ดา้ นวรรณกรรม ศลิ ปะ
กรรม การละเล่นพ้นื บ้าน สถาปตั ยกรรม เทคโนโลยที อ้ งถ่ิน ประเพณี วัฒนธรรมทเ่ี ปน็ เอกลักษณ์ ฯลฯ อนั แสดงถึง
ภมู ปิ ญั ญาของบรรพบรุ ษุ ทชี่ นรนุ่ หลงั สามารถศกึ ษา สบื คน้ ความเปน็ มาและนำ� มาใชป้ ระโยชนใ์ นการสรา้ งสรรคค์ วาม
สุข ความสะดวกสบายในการดำ� รงชวี ติ สบื มา

ศลิ ปะ-วฒั นธรรม-ประเพณี

1. งานมหกรรมเทศกาลโรตีของดีเมืองสตูล เป็นการแสดงและจ�ำหน่ายโรตีของจังหวัดสตูล
ท่มี หี ลากหลายประเภท จดั ขน้ึ ในเดือนมกราคมของทุกปี

2. งานแขง่ ขนั วา่ วประเพณจี งั หวดั สตลู จดั ขนึ้ เปน็ ประจำ� ชว่ งเดอื นกมุ ภาพนั ธข์ องทกุ ปี ณ บรเิ วณ
สนามบนิ สตูล

20 ชุดวชิ า อุทยานธรณีสตูล 2 รหสั วิชา สค23097
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น

3. งานแข่งขันการตกปลา จัดเดือนมีนาคมของทุกปี เป็นการแข่งขันตกปลาที่มีผู้เข้าร่วมแข่งขัน
ทั้งในและต่างประเทศจ�ำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศเพ่ือนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย มีการแห่ขบวนมัจฉา

การประกวดหนุ่ ปลา และการแสดงศิลปะพ้ืนบ้านของชาวสตลู

4. งานวนั ขา้ วโพดหวานอำ� เภอท่าแพ เป็นงานประจำ� ปขี องอำ� เภอ มีการจ�ำหน่ายผลผลติ ทางการ
เกษตร เชน่ ข้าวโพดหวาน จัดประมาณเดือนมนี าคมของทุกปี

5. งานวันเมาลดิ กลางจงั หวดั สตูล เปน็ งานท่จี ดั ขนึ้ เพอ่ื เป็นการร�ำลกึ ถงึ หลกั ธรรมค�ำสอน และผล
งานของทา่ นนบีมฮู ัมมัด เพื่อเปน็ การสง่ เสริมสถาบนั ศาสนาอสิ ลามและเพอ่ื ผนกึ ก�ำลังของพนี่ ้องมุสลมิ ในการรว่ ม

กนั แกป้ ัญหาท่สี �ำคญั ของจงั หวัด จดั เดือนพฤษภาคมของทกุ ปี

6. งานประเพณีลอยเรอื ของชาวเลเกาะหลีเปะ๊ ซง่ึ ท�ำกันปีละ 2 ครง้ั คือ ในเดอื นพฤษภาคมและ
เดอื นพฤศจิกายน เพอ่ื ลอยบาปและเปน็ การเสย่ี งทายในการประกอบอาชีพ

7. งานวันจ�ำปาดะและของดีเมืองสตูล เป็นการแสดงสินค้าผลิตผลด้านการเกษตร ที่ส�ำคัญของ
จังหวัด จดั เดอื นกรกฎาคมของทุกปี

8. งานมหกรรมอาหารจานเด็ดและของดีเมืองสตูล งานแสดงฝีมือการท�ำอาหารพ้ืนบ้านของชาว
สตูล ภายในงานมีอาหารจ�ำหนา่ ยจ�ำนวนมากลว้ นเป็นอาหารทข่ี ้ึนชอื่ จดั งานประมาณเดือนสงิ หาคมของทกุ ปี

9. งานประเพณีถือศีลกินเจ เป็นงานประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสตูล
จัดประมาณเดือนกนั ยายนของทกุ ปี บรเิ วณศาลเจา้ โป้เจเ้ ก้ง อำ� เภอเมือง

10. งานเทศกาลท่องเท่ียวตะรุเตา เพื่อท่องเท่ียว ณ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ที่มีหาดสวย น�้ำใส
หาดทรายขาว เปน็ แหลง่ ประวตั ศิ าสตรท์ ส่ี ำ� คญั ชมการแขง่ ขนั หนนี รกตะรเุ ตา ชมการแสดงแสง สี เสยี ง และวถิ ชี วี ติ

ของชาวเล จัดเดือนธันวาคมของทุกปี

ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาจงั หวดั สตลู

จังหวัดสตูลจัดท�ำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารจังหวัดสตูล พ.ศ. 2552 -2556
เพื่อรองรับการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นท้ังภายในประเทศ และระดับนานาชาติ
โดยคำ� นงึ ถงึ แนวทางการพฒั นาตามภารกจิ ของกระทรวงมหาดไทยและการใหค้ วามสำ� คญั ในภาพรวมตามทก่ี าํ หนด
ในแผนระดบั ชาตติ ่าง ๆ โดยได้กําหนดทิศทางการพัฒนาไว้ ด้งั นี้
วิสัยทศั น์ (Vision)
“จงั หวดั สตลู มบี คุ ลากรและการบรหิ ารจดั การ ICT ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถตอบสนองภารกจิ ยทุ ธศาสตร์
การพัฒนาจังหวัด พร้อมบรกิ ารประชาชนอยา่ งมคี ณุ ภาพเปน็ สากลและมธี รรมาภบิ าล”
พันธกจิ (Mission)
1. สร้างขดี ความสามารถบคุ ลากรของจังหวดสตูล ให้สามารถประยกุ ต์ใช้ ICT เพอ่ื การบรหิ ารจดั การและ
ปฏบิ ัตงิ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ มวี จิ ารณญาณและรเู้ ทา่ ทันอยา่ งมีคุณธรรม จรยิ ธรรม
2. บริหารจดั การระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (ICT) ของทุกสว่ นราชการ ในจงั หวัดตลอด
จนพัฒนาระบบ ICT ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของภารกิจ และ ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสตูล

ชุดวชิ า อุทยานธรณีสตูล 2 รหัสวชิ า สค23097 21
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ เป็นสากลและมธี รรมาภิบาล
3. วางแผนและพฒั นาโครงขา่ ยสารสนเทศและการสอื่ สาร เพอ่ื รองรบั การบรกิ ารประชาชนอยา่ งมคี ณุ ภาพ
และทว่ั ถงึ
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ (Strategic Issue)
1. พฒั นา และยกระดับบุคลากรใหม้ ศี กั ยภาพด้าน ICT
2. บริหารจัดการระบบ ICT อย่างมีธรรมาภบิ าล
3. สร้างเสริมโครงข่ายพ้นื ฐานและอุปกรณ์ ICT ใหมป่ ระสทิ ธภิ าพทั่วถึงและมคี วามม่ันคงปลอดภยั อยา่ งมี
มาตรฐานและตอ่ เน่ือง
4. พฒั นาระบบสารสนเทศและปรับปรุงระบบฐานขอ้ มลู ใหเ้ ปน็ มาตรฐาน (Information
Infrastructure)
5. น�ำ ICT มาเพิ่มประสิทธภิ าพการบรกิ ารประชาชน

เปา้ ประสงค์การพฒั นา (Strategic Goal)

เป้าหมายในภาพรวม
1. เพม่ิ ขีดความสามารถ บุคลากรของจงั หวดั สตลู ใหส้ ามารถประยกุ ต์ใช้ ICT เพ่ือการบรหิ ารจดั การและ
ปฏิบตั งิ านได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ มีวจิ ารณญาณและรู้เท่าทัน อย่างมีคณุ ธรรม จริยธรรม
2. ยกระดับการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ของทุกส่วนราชการใน
จังหวัดตลอดจนพัฒนาระบบ ICT ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของภารกิจ และยุทธศาสตร์การพัฒนา
จังหวดสตลู อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
3. ระบบโครงขา่ ยพน้ื ฐานของจังหวัดสตูลครอบคลมุ ทุกส่วนราชการ มีความม่ันคงปลอดภยั และมคี วาม
เช่ือถือไดส้ ูง ใหบ้ รกิ ารไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถบูรณาการการใช้งานรว่ มกนั ได้ อยา่ งท่ัวถึง เพื่อการบริการ
ประชาชน

เป้าหมายระดับยทุ ธศาสตร์
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนา และยกระดบั บคุ ลากรใหม้ ศี ักยภาพด้าน ICT

เปา้ หมาย

1. กําลังคนด้าน ICT ของจังหวัดมีปริมาณเพียงพอและมีคุณภาพระดับเชี่ยวชาญที่สอดคล้อง

กบั ภารกิจและยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา

2. บคุ ลากรมคี วามรคู้ วามสามารถในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานและนวตั กรรม เพอื่ นำ� ไปสู่ การบรู ณาการ

ประชาชนและการสร้างความเป็นเลศิ ของประเทศในบริบทภารกจิ ของจังหวัด

3. บุคลากรของจังหวัดมีขีดความสามารถในการใช้ ICT อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม

มีวิจารณญาณ รู้เท่าทัน และสามารถแสวงหาความรู้ต่าง ๆ ได้ และมีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่สังคมคนรุ่นใหม่

(e - Society)

ยุทธศาสตร์ท่ี 2. การบรหิ ารจดั การระบบ ICT อยา่ งมีธรรมาภิบาล

22 ชดุ วิชา อทุ ยานธรณสี ตูล 2 รหัสวชิ า สค23097
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

เป้าหมาย
1. ระบบ ICT มีการบูรณาการเช่ือมโยงกับหน่วยงานที่เก่ียวข้องทั้งภายในและภายนอกอย่าง

เปน็ ระบบเอือ้ ตอ่ การบริหารและการพัฒนาตามภารกจิ ของจงั หวดั

2. หนว่ ยงาน ICT ของจงั หวดั มรี ะบบบรหิ ารจัดการทม่ี ีธรรมาภิบาล

3. ทรัพยากรด้าน ICT ถกู ใชอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพสงู สุด มีความคมุ้ ค่าและเกดิ มูลค่าเพม่ิ แกป่ ระชาชน

และประเทศชาติ

4. หน่วยงานราชการของจังหวัดใช้ ICT ในการบริหาร และบริการของภาครัฐ รวมถึงการพัฒนา

บรู ณาการอเิ ลก็ ทรอนิกส์ของรัฐแบบบูรณาการ
ยุทธศาสตร์ที่ 3. สร้างเสรมิ โครงขา่ ยพื้นฐานและอปุ กรณ์ ICT ใหม่ประสทิ ธิภาพทั่วถึงและมคี วามมั่นคง
ปลอดภัยอยา่ งมมี าตรฐานและตอ่ เน่อื ง
เปา้ หมาย
1. มีระบบ ICT ของจงั หวดั มคี วามทนั สมัย รวดเร็วทันตอ่ ความเปล่ยี นแปลงของสังคมโลก สามารถ

รองรบั การขยายตวั ของการใหบ้ ริการและตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการ ของส่วนราชการในจังหวัด

2. โครงข่าย ICT ของจังหวัดมีศักยภาพพัฒนาไปสโู่ ครงขา่ ยสมัยใหม่ Next Generation Network

(NGN) ท่ีสามารถบูรณาการการใชง้ านรว่ มกันไดอ้ ยา่ งท่ัวถงึ

3. มีโครงสร้างพน้ื ฐาน ICT ทมี่ ีมาตรฐานเดียวกัน และมคี วามม่นั คงปลอดภัยในการแลกเปลีย่ นข้อมูล

ระหวา่ งสว่ นราชการในจังหวัด และทุกภาคสว่ นทเี่ กี่ยวข้อง
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 การพฒั นาระบบสารสนเทศและปรบั ปรงุ ระบบฐานขอ้ มลู ใหเ้ ปน็ มาตรฐาน (Information
Infrastructure)
เปา้ หมาย
1.ระบบ ICT ของจังหวัดเป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลท่ีมีมาตรฐาน ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน

เพื่อการใชป้ ระโยชน์ร่วมกนั ของทุกภาคส่วน

2. ระบบ ICT ของจงั หวดั เปน็ กลไกสำ� คัญในการสง่ เสรมิ ใหมก่ ารประยกุ ตใ์ ช้ ICT ในการบรหิ ารจดั การ

ปฏิบตั งิ านทม่ี ีประสทิ ธิภาพ

3. ระบบ ICT ของจังหวดั เป็นกลไกสำ� คญั ในการขับเคล่อื นระบบ ICT ไปสกู่ ารบูรณาการ ของภาครฐั

(e - Government)
ยุทธศาสตร์ท่ี 5. การนํา ICT มาเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการบรกิ ารประชาชน
เป้าหมาย
1. การบูรณาการประชาชนเป็นระบบการบูรณาการท่ีมีคุณภาพ รวดเร็ว ทันสมัย ตอบสนองความ

ตอ้ งการผู้ใช้บริการไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่อื ง ทุกที่ ทกุ เวลา โดยม่งุ เน้นประชาชนเปน็ ศนู ยก์ ลาง

2. ทกุ หนว่ ยงานของจงั หวดั ทงั้ สว่ นกลางและสว่ นภมู ภิ าคมชี อ่ งทางสำ� หรบั การมสี ว่ นรว่ ม ของประชาชน

เพ่ือการดำ� เนนิ งานเชงิ นโยบายและการบริการ หรอื การพัฒนาระบบบริการรว่ มกัน

ชดุ วชิ า อุทยานธรณีสตลู 2 รหัสวิชา สค23097 23
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น

3. ระบบบูรณาการ ICT ของจงั หวดั เปน็ การบรู ณาการแบบ Single Window ที่มปี ระสทิ ธภิ าพสงู
สามารถใหบ้ รกิ ารแบบออนไลนส์ มบรู ณแ์ บบ เปน็ ตน้ แบบการบรกิ ารประชาชนของประเทศ ทเ่ี ทยี บเคยี งในระดบั สากล

6. พืน้ ท่ีประกาศของทางราชการ

พื้นที่ประกาศของทางราชการเป็นพื้นท่ีท่ีส่วนราชการต่าง ๆ ก�ำหนดขึ้นเพ่ือวัตถุประสงค์ ตามกฎหมาย
และมติคณะรัฐมนตรี ได้แก่ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตวนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พื้นท่ีลุ่มน้�ำ ช้ันท่ี 1
เขตแหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ เขตโบราณสถาน เขตแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ เขตพื้นที่ป่าเพ่ือการอนุรักษ์
เขตพื้นท่ีตามมาตรา 6 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 ซ่ึงกรมทรัพยากรธรณีได้น�ำข้อมูลดังกล่าว
มาใช้เป็นเกณฑ์ในการจ�ำแนกเขตทรัพยากรแร่ออกเป็นเขตสงวนทรัพยากรแร่ เขตอนุรักษ์ทรัพยากรแร่
และเขตพฒั นาทรัพยากรแร่

24 ชุดวชิ า อุทยานธรณสี ตูล 2 รหัสวิชา สค23097
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

บทท่ี 2

ขอบเขตพ้นื ท่ีอทุ ยานธรณีสตูล

ความหมายอทุ ยานธรณี (Geopark) ในความหมายของยเู นสโก หมายถึง พ้ืนที่ท่ปี ระกอบด้วยแหล่งที่มี
ความสำ� คญั อยา่ งโดดเดน่ ทางดา้ นธรณวี ทิ ยา และยงั รวมถงึ ทางดา้ นโบราณคดี (archeology) นเิ วศวทิ ยา (ecology)
และวฒั นธรรม (culture) แบ่งเป็น 4 ระดบั ตามคณุ สมบัตดิ ังนี้
1. อทุ ยานธรณีระดับทอ้ งถิน่ (Local Geopark) หมายถงึ อทุ ยานธรณที ม่ี คี ุณสมบตั ิด้านธรณวี ิทยา
ตามท่กี �ำหนดไวใ้ นคณุ สมบัตอิ ุทยานธรณีระดบั ท้องถิน่
2. อทุ ยานธรณรี ะดบั จงั หวดั (Provincial Geopark) หมายถงึ อทุ ยานธรณที ม่ี คี ณุ สมบตั ดิ า้ นธรณวี ทิ ยา
ตามท่ีก�ำหนดไวใ้ นคุณสมบตั อิ ุทยานธรณรี ะดบั จงั หวัด และมีแผนการบริหารจัดการอุทยานธรณี
3. อทุ ยานธรณรี ะดบั ประเทศ (National Geopark) หมายถงึ อทุ ยานธรณที มี่ คี ณุ สมบตั ดิ า้ นธรณวี ทิ ยา
ตามทกี่ �ำหนดไวใ้ นคุณสมบตั ิอทุ ยานธรณรี ะดบั ประเทศ และมกี ารด�ำเนนิ งานด้านการบริหารจัดการแล้ว
4. อทุ ยานธรณรี ะดบั โลก (Global Geopark) หมายถงึ อทุ ยานธรณที มี่ คี ณุ สมบตั ดิ า้ นธรณวี ทิ ยาตาม
ทกี่ �ำหนดไวใ้ นคณุ สมบตั ิอุทยานธรณีระดบั โลก

ความสำ� คญั อุทยานธรณี 

1. เป็นการอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยาท่ีมีความส�ำคัญและมีคุณค่าทางวิชาการไม่ให้ถูกท�ำลาย
รวมทั้งป้องกันและรักษาแหล่งโบราณคดี แหล่งนิเวศวิทยา และศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่ส�ำคัญของท้องถ่ิน
ไมใ่ ห้สญู เสยี หรอื สูญหายไป
2. ส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ยี ว โดยเฉพาะการท่องเทย่ี วเชิงอนุรักษ์ ซ่งึ เปน็ การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ    
3. สร้างอาชีพให้กับชุมชนจากการแสดงทางวัฒนธรรม การขายผลิตภัณฑ์ท้องถ่ิน การน�ำเที่ยว
การเป็นวิทยากร และการบริการต่างๆ ทั้งยังเป็นการช่วยรักษาและสืบทอดวัฒนธรรมและประเพณีท้องถ่ิน
อีกทางหนงึ่
4. เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า วิจัย และเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป รวมทั้ง
นกั วชิ าการทง้ั ในและต่างประเทศ
5. เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่น ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่
และรายได้ ทำ� ใหเ้ ศรษฐกจิ และสงั คมในทอ้ งถนิ่ ดขี น้ึ สง่ ผลดตี อ่ เศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศชาตโิ ดยรวม รวมทงั้
ช่วยให้ชุมชนมีความรู้พ้ืนฐานทางด้าน (earth sciences) และร่วมเป็นเครือข่ายในการรักษาปกป้องส่ิงแวดล้อม
ลดภาระภาครัฐ
6. ช่วยเผยแพร่และประชาสมั พนั ธช์ ื่อเสียงของทอ้ งถน่ิ และประเทศชาติให้เป็นทรี่ จู้ ักของคนท่วั โลก

ชดุ วิชา อุทยานธรณสี ตลู 2 รหสั วิชา สค23097 25
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้

ขอบเขตพ้นื ทอ่ี ุทยานธรณีสตูล

มีพ้ืนท่ี อยใู่ น 3 อ�ำเภอ คือ อ�ำเภอทงุ่ หว้า อำ� เภอมะนงั อำ� เภอละงู กับพนื้ ที่บางส่วนของอำ� เภอเมือง
สตูลเฉพาะส่วนที่เป็นอุทยานแห่งชาติตะรุเตา พื้นท่ีดังกล่าวต้ังอยู่ทางด้านเหนือและด้านตะวันตกของจังหวัดสตูล
จงึ มอี าณาเขตตดิ ต่อกับจงั หวดั พัทลุง ตรังและทะเลอนั ดามนั

รปู ที่ 2.6 แผนทธี่ รณีวทิ ยา จังหวดั สตูล

26 ชุดวชิ า อทุ ยานธรณสี ตลู 2 รหัสวชิ า สค23097
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

แหลง่ อทุ ยานธรณสี ตลู 72 แหล่ง

1. หาดราไว 25. เปลือกหอยถ้�ำเสอื 49. หินทรายแหลมตันหยง
50. หินแกรนิตหาดประมง
2. เขาทะนาน 26. ทับชาวเล 51. หาดกรวดหินงาม
52. เกาะไข่
3. หินทงุ่ หว้า 27. ผาโตะ๊ นางดำ� 53. ล�ำดับชน้ั หินควนทงั
54. ลำ� ดบั ชน้ั หนิ เขานอ้ ย
4. หินประปาทงุ่ หว้า 28. เปลอื กหอยเขาหนยุ่ 55. หนิ สาหร่าย
56. หนิ สาหร่ายทา่ แพ
5. หนิ ควนต�ำเสา 29. หนิ ผานาทอน 57. ควนเปลือกหอย
58. นอตลิ อยด์เขาแดง
6. ถ�้ำเลสเตโกดอน 30. หนิ ผานาเปีย 59. ถ้ำ� อุไร
60. พิพิธภณั ฑ์ธรรมชาตวิ ิทยา
7. พพิ ธิ ภณั ฑช์ า้ งดกึ ดำ� บรรพท์ งุ่ หวา้ 31. เกาะตะบนั 61. หนิ บ้านหาญ
62. ลอ่ งแกง่ วังสายทอง
8. หินควนดนิ สอ 32. หนิ คลองวงั หวอ่ ง 63. นำ้� ตกวงั สายทอง
64. เขตขา้ มกาลเวลาเขาโต๊ะหงาย
9. ท่าเทียบเรอื บ้านทา่ อ้อย 33. หินเขาหญ้าระ 65. ลำ� ดับชน้ั หนิ บ้านตะโละ๊ ไส
66. ซากดึกดำ� บรรพ์บ้านตะโละ๊ ไส
10. น�ำ้ ตกธารสวรรค์ 34. ซากดึกด�ำบรรพเ์ ขาโต๊ะสามยอด 67. บ่อเจ็ดโลก
68. หนิ เกาะลิดเี ล็ก
11. หนิ ปาหนนั 35. ถ้�ำวงั กลาง 69. ทะเลแหวกเกาะหวา้ หนิ
70. พิพิธภัณฑพ์ ้ืนบ้านละงู
12. แบไรท์ทงุ่ หวา้ 36. ถ�้ำภูผาเพชร 71. หาดสนไหม
72. หนิ ควนทัง
13. หนิ ควนชา้ งตาย 37. เขตรกั ษาพันธฯ์ุ เขาบรรทัด

14. หนิ ควนนมสาว 38. สวนหินภูผาเพชร

15. ลานหนิ ธารปลิว 39. ถ�้ำระฆงั ทอง

16. นำ�้ ตกธารปลิว 40. ลานหินปา่

17. ถำ้� พุทธครี ี 41. เหมอื งหินบ้านป่าพน

18. หนิ เขาแดงทุ่งหวา้ 1 42. ถ้�ำเจ็ดคต

19. หนิ เขาแดงท่งุ หวา้ 2 43. ลอ่ งแกง่ นคิ มพฒั นา

20. จดุ ชมวิวเขาแดง 44. หมวดหนิ มะละกา

21. อาคารชิโน-โปรตกุ สี 45. แมงดาทะเลโบราณ

22. ถำ้� ขนั ติพน 46. หินทรายอ่าวสน

23. หินแคมเบรยี นตน้ น�้ำละงู 47. หนิ ทรายอา่ นขาม

24. หนิ คลองห้วยบ้า 48. หินแกรนิตเกาะอาดงั

ชดุ วชิ า อทุ ยานธรณสี ตูล 2 รหัสวชิ า สค23097 27
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

บทท่ี 3

ซากดึกดำ� บรรพ์

1. ความหมายและการเกิดซากดึกดำ� บรรพ์

1.1 ความหมายของซากดึกดำ� บรรพ์
ซากดึกด�ำบรรพ์ คือ ซากหรือร่องรอยการด�ำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในอดีตอันยาวนาน ซึ่งถูกเก็บ
รกั ษาอยใู่ นชน้ั หนิ เปลอื กโลก โดยวธิ ที างธรรมชาติ ตรงกบั คำ� ในภาษาองั กฤษว่า fossil ซง่ึ มีรากศพั ท์มาจากภาษา
ละตนิ ว่า fossus แปลวา่ ถูกขดุ ขึน้ มา
1.2 การเกิดซากดึกดำ� บรรพ์
ซากสงิ่ มชี วี ติ มโี อกาสกลายเปน็ ซากดกึ ดำ� บรรพไ์ ดน้ อ้ ยมาก การทสี่ ง่ิ มชี วี ติ ทตี่ ายไปแลว้ ยงั คงหลง
เหลอื ซากหรอื ร่องรอย ทแ่ี ปรสภาพเปน็ ซากดึกดำ� บรรพ์ได้ ตอ้ งมกี ระบวนการทสี่ �ำคัญ 2 ประการ คือ ประการแรก
ซากส่งิ มีชวี ิตจะตอ้ งถูกตะกอนปิดทับกลบฝังอย่างรวดเร็ว หลังจากลม้ ตายลง จนทำ� ใหซ้ ากไมถ่ ูกท�ำลายสูญหายไป
และประการที่ 2 จะตอ้ งมีการเปลยี่ นแปลงทางเคมี ท�ำให้ซากดึกดำ� บรรพค์ งรูปอยไู่ ด้ กอ่ นทซ่ี ากดังกล่าว จะปรากฏ
ข้นึ บนพ้ืนดนิ อกี ครัง้ จากการกัดเซาะหรือการยกตวั ของเปลอื กโลก เม่ือสิง่ มีชวี ิตลม้ ตายลง สว่ นที่เป็นเนื้อเย่ือจะผุ
พังย่อยสลายหายไป คงเหลือแต่ส่วนที่เป็นโครงสร้างแข็ง เช่น เปลือกหอย กระดูก ที่ถูกทับถมอยู่ในชั้นตะกอน
สารละลายแร่จากน�้ำใต้ดินจะแทรกซึมเข้าไปอยู่ในโพรงเปลือกหอยหรือโพรงกระดูก ท�ำให้ช้ินส่วนเหล่านี้มีการ
เปล่ียนแปลงสไี ปจากธรรมชาติด้ังเดมิ และเสรมิ สรา้ งความแข็งแกรง่ มากยิ่งขน้ึ หากน้ำ� ใต้ดนิ มแี ร่ซิลกิ าสงู แทรกซึม
เข้าไป

ซากแมลงในช้ันหิน

28 ชดุ วิชา อุทยานธรณีสตลู 2 รหัสวิชา สค23097
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

แทนท่ี ในเนอื้ ไม้ จะทำ� ใหไ้ ดไ้ มท้ กี่ ลายเปน็ หนิ บางครง้ั อาจมแี รช่ นดิ อนื่ เขา้ ไปแทนทแี่ รเ่ ดมิ โดยทโ่ี ครงสรา้ ง
เดิมยงั ไม่เปลี่ยน เช่น แร่แมกนเี ซียมหรือแรเ่ หล็ก เขา้ ไปแทนทีแ่ ร่แคลเซยี ม หรือมีการจัดรปู ผลึกใหมใ่ ห้คงท่ี เชน่
เปลือกหอย โดยทั่วไปเป็นแร่อะราโกไนต์ ซ่ึงเป็นสารแคลเซียมคาร์บอเนตท่ีมีรูปผลึกไม่คงตัว เปล่ียนไปเป็นแร่
แคลไซต์ ซ่ึงเป็นสารแคลเซียมคาร์บอเนตที่มีรูปผลึกคงตัว นอกจากน้ี ยังมีกระบวนการคาร์บอนไนเซชัน
(carbonization) ซ่งึ เป็นกระบวนการแปรเปลี่ยนซากส่งิ มีชวี ิตบางชนิด เปน็ คราบคาร์บอนสดี ำ� มนั แสดงรอยพมิ พ์
สง่ิ มชี วี ติ ดงั กลา่ ว เชน่ รอยพมิ พใ์ บไม้ หรอื แมลงในชน้ั หนิ ดนิ ดาน หรอื หนิ ทรายซากดกึ ดำ� บรรพน์ อกจากเปน็ โครงสรา้ ง
แขง็ ของสิ่งมีชวี ติ ทห่ี ลงเหลืออยูแ่ ล้ว บางคร้งั กพ็ บซากดึกดำ� บรรพข์ องสิ่งมีชีวิต ทไ่ี ม่มเี ปลือกแข็งหุ้มได้เช่นกนั เชน่
รอยพมิ พ์ของแมลง ในชน้ั หิน หรือในบางสภาวะแวดล้อมพบสว่ นทีเ่ ป็นเน้ือเยอ่ื เชน่ ซากชา้ งแมมมอท ท่ีถูกฝงั อยู่
ในชนั้ นำ้� แขง็ บรเิ วณขวั้ โลก ซากไดโนเสารท์ ก่ี ลายเปน็ มมั มใี่ นทะเลทราย เนอื่ งจากอากาศแหง้ ทำ� ใหซ้ ากไมเ่ นา่ เปอ่ื ย
หรือซากแมลงท่ีพบอยู่ในอ�ำพัน นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการด�ำรงชีวิตของสัตว์ เช่น รอยเท้าสัตว์ รอยกัดแทะ
มูลสัตว์ รูหรือรอยชอนไช แนวทางเดินของสัตว์ ซ่ึงจัดเป็นซากดึกด�ำบรรพ์เช่นกัน ซากดึกด�ำบรรพ์สามารถพบได้
ในหนิ ตะกอน เชน่ หนิ ดนิ ดาน หินทราย หรือหนิ ปนู ท้ังทพ่ี บโดยธรรมชาติ จากการกดั เซาะของน้�ำ ลม หรือบริเวณ
ท่ีมีทางน้�ำไหลผ่าน หรือริมชายฝั่งทะเล และในบริเวณที่มีการกระท�ำของมนุษย์ เช่น การตัดถนน การขุดเหมือง
ถา่ นหิน หรอื การระเบิดภูเขาท�ำเหมืองหนิ ในการส�ำรวจหาซากดกึ ดำ� บรรพ์ หากรู้อายหุ ินในบริเวณน้ันโดยคร่าว ๆ
จากแผนที่ธรณีวิทยา จะทำ� ให้คาดคะเนไดว้ า่ ควรจะพบ ซากดึกด�ำบรรพอ์ ะไรได้บา้ ง เช่น ไดโนเสาร์ในประเทศไทย
สว่ นใหญพ่ บในบรเิ วณภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เนอื่ งจากบรเิ วณดงั กลา่ วมหี นิ ทราย และหนิ ดนิ ดาน ซงึ่ เกดิ จากการ
ตกทับถมตามหนองบึง หรือทางน้�ำโบราณ มีอายุอยู่ในช่วงมหายุคมีโซโซอิก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์
ครองโลก หรือถ้าต้องการค้นหาซากดึกด�ำบรรพ์ของสัตว์ทะเล ควรหาบริเวณที่มีภูเขาหินปูน เนื่องจากหินปูน
เปน็ แหลง่ สะสมของตะกอนทางเคมี ของสารคารบ์ อเนต ทเี่ กดิ จากโครงสรา้ งของเปลอื กหอย ปะการงั และสตั วท์ ะเล
หลายชนดิ

ซากสตั วเ์ ลือ้ ยคลานท่อี าศัยในทะเล อย่ใู นชัน้ หนิ ปนู
พบท่ี จ.พัทลุง

ชดุ วชิ า อทุ ยานธรณสี ตูล 2 รหสั วิชา สค23097 29
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น

2. การจำ� แนกประเภทของซากดึกดำ� บรรพ์

ซากดึกด�ำบรรพ์อาจจ�ำแนกออกเป็นประเภทต่าง ๆ โดยใช้หลักเกณฑ์การจ�ำแนก เช่นเดียวกับ
การจำ� แนกกลมุ่ สง่ิ มชี วี ติ ปจั จบุ นั ซง่ึ แบง่ ยอ่ ยตามลำ� ดบั ชนั้ อนกุ รมวธิ านจากระดบั สงู สดุ ไประดบั ตำ�่ สดุ คอื อาณาจกั ร
(kingdom) ไฟลัม (phylum) ช้ัน (class) อันดับ (order) วงศ์ (family) สกุล (genus) และชนิด (species)
นักโบราณชีววิทยานิยมจ�ำแนกซากดึกด�ำบรรพ์เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ ซากดึกด�ำบรรพ์สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
(Invertebrate fossil) ซากดกึ ดำ� บรรพส์ ตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั (Vertebrate fossil) ซากดกึ ดำ� บรรพพ์ ชื (Plant fossil)
และรอ่ งรอยสตั วด์ กึ ด�ำบรรพ์ (Trace fossil)

ซากดึกด�ำบรรพ์ สัตวไ์ มม่ ีกระดูกสนั หลงั

ไพลัมโพรโทซวั (Phylum Protrozoa) ฟวิ ซูลนี คิ

ไพลัมโพริเฟอรา (Phylum Porifera) ฟองนำ้�
ไพลัมไนดาเรยี (Phylum Cnidaria) ปะการงั

ไพลมั ไบรโอซวั (Phylum Bryozoa) ไบรโอซวั

ไพลัมบราคโิ อโพดา (Phylum Brachiopoda) บราคิโอพอต

ไพลัมมอลลสั กา (Phylum Mollusca) หอยกาบคู่ หอยกาบเดีย่ ว
แอมโมไนต์

ไพลมั อารโ์ ทรโพดา (Phylum Arthropoda) ไทรโลไบต์ ออสตราคอด

ไพลัมเอคิโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata) ไครนอยด์ เมน่ ทะเล
ไพลัมโคโนดอนตา (Phylum Conadonta) โคโนดอนต์

ไพลัมเฮมิคอรด์ าตา (Phylum Hemichordata) แครปโทไลต์

2.1 ซากดึกด�ำบรรพ์สตั ว์ไมม่ ีกระดกู สนั หลงั
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ท่ีไม่มีแกนกระดูก ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเล
เริ่มเกิดข้ึนมา ต้ังแต่ก่อนยุคแคมเบรียนจนถึงปัจจุบัน สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในยุคแรกๆ ยังไม่มีเปลือกแข็งหุ้ม
ตอ่ มา มเี ปลอื กแขง็ หมุ้ อยภู่ ายนอก มที ง้ั สตั วเ์ ซลลเ์ ดยี ว ไดแ้ ก่ ฟอแรมมนิ เิ ฟอรา (foraminifera) และสตั วห์ ลายเซลล์
ได้แก่ ฟองนำ้� (sponge) ปะการัง (coral) ไบรโอซัว (bryozoa) แกรปโทไลต์ (graptolite) ไทรโลไบต์ (trilobite)
แอมโมไนต์ (ammonite) ไครนอยด์ (crinoid) บราคิโอพอด (brachiopod) หอยกาบคู่ (pelecypod)
หอยกาบเดี่ยว (gastropod) นอกจากน้ี ยังมีซากสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังท่ีไม่ได้อาศัยอยู่ในทะเลด้วย ได้แก่
แมลงชนดิ ต่าง ๆ

30 ชุดวชิ า อุทยานธรณสี ตูล 2 รหัสวิชา สค23097
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้

ชั้นปลากระดูกแขง็ ซากดกึ ด�ำบรรพ์ สัตวม์ กี ระดูกสันหลัง
Class Osteichthyes
ชน้ั ปลากระดูกอ่อน
Class Chondrichthyes ปลาตะเพียน ปลาเลปโิ ดเทส
ช้ันสัตว์ครึง่ บกครึ่งน�ำ้
Class Amphibia ปลาฉลาม
ชนั้ สตั วเ์ ล้ือยคลาน
Class Reptilia สตั ว์ครึง่ บกคร่ึงน้ำ�

เตา่
จระเข ้ ไดโนเสาร์

ชน้ั สัตว์ปีก
Class Aves อาร์คอิ อปเทอริกซ์

ช้นั สตั ว์เลยี้ งลูกด้วยนม
Class Mammalia ชา้ งงาจอบ เอป

2.2 ซากดกึ ด�ำบรรพ์สัตวม์ กี ระดกู สนั หลัง
สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั คอื กลมุ่ สตั วท์ ม่ี แี กนกระดกู ยาว ชว่ ยพยงุ รา่ งกายใหค้ งรปู อยไู่ ด้ เปน็ กลมุ่ สตั ว์
ท่ีมีวิวัฒนาการสูง ได้แก่ ปลา สัตว์คร่ึงบกคร่ึงน�้ำ สัตว์เลื้อยคลาน นก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เริ่มเกิดข้ึนมา

ตงั้ แตป่ ลายยคุ แคมเบรยี น และไดม้ กี ารเปลยี่ นแปลงเรอ่ื ยมาจนถงึ ปจั จบุ นั ซากดกึ ดำ� บรรพส์ ตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั เปน็

ส่ิงหายาก นอกจากน้ี ซากท่คี รบสมบรู ณท์ ัง้ ตวั ยังพบไดน้ ้อยมาก การศึกษาเกยี่ วกบั ซากดึกด�ำบรรพ์สตั วม์ กี ระดูก

สันหลัง สว่ นใหญ่สามารถทำ� ได้ โดยการศึกษาชิ้นสว่ น กระดกู หวั กะโหลก และฟนั ของสตั ว์
2.3 ซากดกึ ดำ� บรรพพ์ ชื
ซากดึกด�ำบรรพ์พืชพบตัง้ แตย่ คุ พรีแคมเบรียน จนถึงยคุ ปัจจุบัน ซากดึกด�ำบรรพพ์ ชื ท่ีเร่ิมเกิดข้นึ

มาบนโลกนี้ ได้แก่ สาหร่าย ซึ่งมีความส�ำคัญมากในอุตสาหกรรมน�้ำมัน และเป็นตัวผลิตออกซิเจน

ให้แก่ช้ันบรรยากาศโลก ต่อมาแพร่กระจายขึ้นมาเป็นพืชบกในยุคไซลูเรียน และมีความหลากหลายมากขึ้นในยุค

คารบ์ อนเิ ฟอรสั สว่ นพชื ดอกเรมิ่ มขี น้ึ ในยคุ ครเี ทเชยี ส ซากดกึ ดำ� บรรพพ์ ชื สว่ นใหญพ่ บในรปู ไมก้ ลายเปน็ หนิ ถา่ นหนิ

สปอร์ และละอองเรณู นอกจากน้ี ยงั พบเป็นรอยพมิ พซ์ ากใบไมท้ ีป่ ระทบั อยใู่ นหินดินดานหรือหนิ ทราย

ชุดวิชา อทุ ยานธรณสี ตูล 2 รหสั วิชา สค23097 31
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

2.4 ร่องรอยสตั ว์ดึกด�ำบรรพ์
คอื รอ่ งรอยทเี่ กดิ ขนึ้ จากการกระทำ� ของสตั วแ์ ละถกู ประทบั ไวใ้ นชน้ั หนิ ไมใ่ ชช่ นิ้ สว่ นของสงิ่ มชี วี ติ
แตร่ อ่ งรอยเหลา่ นี้ สามารถบอกเลา่ เรอื่ งราว สภาพแวดลอ้ ม และพฤตกิ รรมของสตั วไ์ ด้ เชน่ รอยเทา้ หรอื แนวทางเดนิ
รูหรือรอยชอนไช หรอื มูลของสัตว์

3. ความสำ� คญั ของซากดกึ ด�ำบรรพ์

การศกึ ษาซากดกึ ดำ� บรรพช์ ว่ ยใหเ้ ราเรยี นรปู้ ระวตั แิ ละววิ ฒั นาการของสง่ิ มชี วี ติ ซงึ่ มกี ารสญู พนั ธ์ุ และ
มีการเกิดข้ึนใหม่มาทดแทน รวมทั้งช่วยให้เราทราบประวัติความเป็นมาของโลกว่า มีเหตุการณ์ใด เกิดขึ้นใน
ชว่ งเวลาใด โดยสรปุ อาจกลา่ วถงึ ประโยชนข์ องซากดกึ ดำ� บรรพ์ไดด้ งั น้ี

รอยเท้าของไดโนเสาร์ท่ี อ.ทา่ อเุ ทน จ.นครพนม

3.1 ใช้บอกอายุของชน้ั หนิ
เนื่องจากส่ิงมีชีวิตเกิดขึ้นมาและสูญพันธุ์ไปตลอดเวลา ตารางเวลาทางธรณีวิทยาจึงใช้หลักฐาน
การเกิดข้ึน และการสูญพันธุ์ ของสิ่งมีชีวิต เป็นเกณฑ์ก�ำหนดอายุของชั้นหิน โดยแต่ละมหายุคสิ้นสุดลง
ดว้ ยการสญู พันธคุ์ ร้ังใหญ่ ของสง่ิ มีชวี ิตบนโลก และแตล่ ะยคุ ส้นิ สดุ โดยมเี หตกุ ารณก์ ารสญู พันธุ์ และการเกดิ ใหม่
ของสงิ่ มชี วี ติ บางชนดิ โดยบางชนดิ มจี ำ� นวนมาก และแพรก่ ระจายอยทู่ วั่ ไป แตด่ ำ� รงชวี ติ อยใู่ นโลก ในชว่ งระยะเวลา
อันสนั้ จึงสามารถช่วยกำ� หนดอายุของชั้นหินได้ดี เราเรยี กวา่  ซากดึกด�ำบรรพด์ ัชนี (Index fossil) เชน่ ฟิวซลู นิ ดิ
(fusulinid) ทดี่ �ำรงชีวิตอยใู่ นช่วงยคุ คารบ์ อนเิ ฟอรสั ถึงยุคเพอร์เมียนเท่านน้ั

ร่องรอยแนวทางเดินของไดโนเสาร์ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

32 ชุดวชิ า อุทยานธรณีสตลู 2 รหสั วิชา สค23097
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น

3.2 ใช้บอกลำ� ดบั ชั้นหิน
สงิ่ มชี วี ติ ทม่ี อี ายเุ กา่ กวา่ จะตกทบั ถมอยใู่ นหนิ ชน้ั ลา่ ง และสง่ิ มชี วี ติ ทมี่ อี ายใุ หมก่ วา่ จะตกทบั ถมอยู่

ในหนิ ชน้ั บน ดงั นัน้ เม่ือพบซากดึกดำ� บรรพอ์ ายุเก่ากวา่ แสดงวา่ ช้นั หินน้นั เกิดกอ่ นช้นั หนิ ทม่ี ซี ากดึกดำ� บรรพท์ อ่ี ายุ

ใหม่กว่า
3.3 ใชเ้ ทยี บเคียงชุดหนิ ต่าง ๆ
ชน้ั หินท่มี ลี ักษณะคลา้ ยคลงึ กนั และมีซากดึกดำ� บรรพ์ ชนดิ เดยี วกนั แม้วา่ พบในบริเวณทีต่ า่ งกนั

ก็ถือว่า ช้ันหินทั้งสองแหล่งเกิดข้ึนในช่วงเวลาเดียวกัน และเกิดในสภาพแวดล้อมของการสะสมตะกอน ลักษณะ

เดยี วกนั
3.4 ใชป้ ระโยชน์ในการคน้ หาแหลง่ แรบ่ างชนิด
เชน่ สาหรา่ ยทะเล ทฝี่ งั อยใู่ นหนิ กกั เก็บนำ้� มนั สามารถช่วยใหเ้ ราส�ำรวจหาปโิ ตรเลียมได้อย่างมี

ประสทิ ธิภาพ และประหยัดค่าใชจ้ า่ ย

รูชอนไชของสัตว์ในชนั้ หนิ พบที่เขาทะลุ จ.ชมุ พร

3.5 ใชบ้ อกถิน่ กำ� เนิดและววิ ฒั นาการของสง่ิ มีชีวิตชนดิ ตา่ งๆ ในอดตี
เช่น การค้นพบซากเอป ซง่ึ เปน็ ลงิ ขนาดใหญ่ ไม่มหี าง ลักษณะคลา้ ยคลึงกบั อรุ ังอุตังในปัจจุบนั
ทอ่ี ำ� เภอเชยี งมว่ น จงั หวดั พะเยา และทอ่ี ำ� เภอเฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวดั นครราชสมี า ทำ� ใหส้ นั นษิ ฐานไดว้ า่ ประเทศไทย
อาจเปน็ แหลง่ ก�ำเนดิ และววิ ฒั นาการ ของอรุ งั อตุ ัง มาต้ังแตส่ มัยไมโอซีน เมอื่ ราว 13 ลา้ นปีมาแลว้
3.6 ใชบ้ อกสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศในอดตี
การศกึ ษาชนดิ ของซาก ดกึ ดำ� บรรพ์ รวมทง้ั ชนดิ ของหนิ ทม่ี ซี ากดกึ ดำ� บรรพ์ แลว้ นำ� มาเปรยี บเทยี บ
กับสิ่งมีชีวิตปัจจุบัน ท�ำให้เราสามารถแปลความหมายสภาพแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศในอดีตได้ เนื่องจาก
ส่ิงมีชีวิตมีความสัมพันธ์กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น ชนิดและสมบัติของตะกอน อุณหภูมิ ปริมาณของออกซิเจน
และแสงสว่าง ดงั นนั้ ถา้ พบซากปะการงั ในหินปนู เราสามารถบอกได้วา่ บรเิ วณน้นั เคยเปน็ ทะเลมากอ่ น เน่อื งจาก
หนิ ปูนเป็นหนิ ทเ่ี กดิ จากการตกตะกอนทางเคมี ของสารละลายคารบ์ อเนต ซง่ึ ส่วนใหญ่เกิดในทะเล ซากปะการงั จงึ
บอกใหท้ ราบวา่ เปน็ ทะเลนำ�้ ตน้ื นำ้� ใส แสงแดดสอ่ งถงึ และมอี ณุ หภมู อิ บอนุ่ ทง้ั น้ี โดยเปรยี บเทยี บกบั สภาพแวดลอ้ ม
ของปะการงั ปจั จุบัน

ชุดวชิ า อุทยานธรณีสตูล 2 รหสั วชิ า สค23097 33
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

สาหรา่ ยทะเล

3.7 ใชบ้ อกการเคล่อื นท่ขี องเปลอื กโลก
เนอ่ื งจากเปลอื กโลกมกี ารเคลอ่ื นทอ่ี ยตู่ ลอดเวลา ดงั นน้ั การคน้ พบวา่ ซากไดโนเสารย์ คุ ครเี ทเชยี ส

หลายชนดิ ในประเทศไทย เปน็ ไดโนเสาร์กลุ่มเดียวกับท่ีพบในประเทศจีน ท�ำใหส้ ันนิษฐานไดว้ า่ แผน่ ดนิ ฉาน - ไทย

ซ่งึ เคลอ่ื นทีม่ าจากทางใต้ ไดช้ นกบั แผ่นดนิ อินโดจีนแล้ว ในชว่ งปลายมหายุคมีโซโซอกิ

ตารางธรณีกาล

มหายุค ยคุ สมัย ระยะเวลาย้อนจาก สิ่งมีชวี ติ ทีป่ รากฏ
ปจั จุบนั (ล้านปี) มนษุ ย์ พชื และสัตว์
มหายคุ ควอเทอร์นารี ปจั จบุ ัน มนษุ ย์
0.01 มนษุ ย์เริม่ แรก
เทอร์เทียรี ไมโอซีน 2
โอลิโกซีน 7 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
มหายคุ ครเี ทเซยี ส เอโอซนี
กลาง จแู รสสิก พาลโิ อซนี 25 สัตว์เลือ้ ยคลานไดโนเสารข์ นาดใหญ่
37 นก บรรพบุรษุ ของสตั ว์เล้ียงลูกดว้ ย
ไตรแอสซิก 43 นม และพชื พวกสน ปรง และพืช
65 มดี อก

135
190
225

34 ชดุ วิชา อุทยานธรณสี ตูล 2 รหสั วิชา สค23097
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น

มหายุค ยคุ สมัย ระยะเวลาย้อนจาก ส่ิงมชี ีวิตทปี่ รากฏ
ปัจจุบัน (ลา้ นป)ี
มหายคุ เพอร์เมยี น สตั วต์ ่าง ๆ ถกู ทำ� ลายมากในยคุ
โบราณ 275 นำ้� แข็ง

เพนซลิ วาเนยี น 320 สตั วเ์ ล้อื ยคลานแรกเริ่ม
มสิ ซสิ ซปิ เปียน 350 ปลาตา่ ง ๆ
ดโี วเนียน 400 แมลงและพืชบกพวกหวายทะนอย
ไซลูเลยี น 440 ตีนตุก๊ แก เฟิรน์
สตั วม์ ีกระดูกสันหลงั พวกแรกได้แก่
ออร์โดวิเชียน 500 ปลาโบราณ
พบซากดกึ ด�ำบรรพข์ องพชื และสตั ว์
แคมเบรียน 580 ไม่มีกระดูกสันหลัง
พบซากดกึ ดำ� บรรพข์ องพืชโบราณ
มหายคุ 3300 ทสี่ ุด
พรแี คม เริม่ นับอายุของหนิ
เบรยี น 3800 ก�ำเนิดโลก
5000

ชดุ วิชา อุทยานธรณีสตูล 2 รหสั วิชา สค23097 35
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้

บทท่ี 4

ธรณวี ทิ ยาจงั หวดั สตูล

พ้ืนที่จังหวัดสตูลประกอบด้วยหินหลายประเภทท้ังหินตะกอนชนิดต่าง ๆ และอัคนี อีกทั้งมีลักษณะ
ภมู ปิ ระเทศทม่ี คี วามแตกตา่ งกนั ตงั้ แตภ่ เู ขาสงู ทร่ี าบ หาดทรายและเกาะ ทงั้ นเี้ ปน็ ผลจากกระบวนการทางธรณวี ทิ ยา
หลายกระบวนผ่านระยะเวลาหลายร้อยล้านปี ไม่ว่าจะเป็นการวิวัฒนาการทางเทคนิค การเปล่ียนแปลงสภาวะ
แวดล้อมของการสะสมตะกอน การยกตัวของช้ันหิน และลักษณะทางกายภาพของช้ันหินที่แตกต่างกัน
ซ่ึงกระบวนการดังกล่าวตามหลักฐานทางธรณีวิทยาท่ีพบในพื้นที่จังหวัดสตูล เร่ิมขึ้นต้ังแต่ยุคแคมเบรียน
(ประมาณ 540 ลา้ นปีก่อน) จนถงึ ปจั จุบนั โดยมหี ลักฐานแสดงถงึ การเคยเปน็ ทะเลน�้ำตื้น ทะเลลึก มีการแทรกดัน
และประทขุ องหนิ ภเู ขาไฟ จนกระทงั่ การยกตวั ของพน้ื ทะเลจนกลายเปน็ แผน่ ดนิ และการกดั กรอ่ นและพงั ทลายของ
ชน้ั ดนิ และหนิ กระบวนการเหลา่ นสี้ ง่ ผลใหเ้ กดิ พน้ื ทจ่ี งั หวดั สตลู สามารถหนิ ตะกอน ซากดกึ ดำ� บรรพห์ ลายชนดิ และ
หินอัคนี โดยละเอียดของหนว่ ยหินจากอายุมากไปหาอายนุ ้อยดงั ต่อไปน้ี

1. วทิ ยาหนิ และล�ำดับช้ันหนิ

การลำ� ดบั ชนั้ หินจงั หวดั สตูลจากยคุ ทม่ี อี ายุแกส่ ดุ ไปถึงยคุ ที่มีอายอุ อ่ นสุดมรี ายละเอยี ดดังน้ี
1.1 กลุ่มหนิ ตะรุเตายุคแคมเบรยี น (Tarutao Group)
กลมุ่ หนิ ตะรเุ ตาเปน็ หนิ ตะกอนยคุ แคมเบรยี นทม่ี อี ายแุ กท่ สี่ ดุ ในประเทศไทยชน้ั หนิ แบบฉบบั อยทู่ ี่
เกาะตะรุเตามีความหนามากวา่ 1,000 เมตรประกอบไปด้วยหินทรายสลบั กับหินทรายแป้งสนี ้�ำตาลถึงนำ�้ ตาลแดง
ชั้นหินหนาปานกลางถึงหนามากบางช้ันพบเป็นชั้นเฉียงระดับรอยร้ิวคล่ืนเนื้อหินมีลักษณะเนื้อหยาบปานกลางถึง
หยาบมากคอ่ นขา้ งมเี หลย่ี มมมุ การคดั ขนาดดมี ซี ลิ กิ าเปน็ ตวั ประสานเนอื้ แนน่ มกี ารเรยี งตวั ของตะกอนขนาดละเอยี ด
ขึ้นด้านบนนอกจากนย้ี ังพบเศษชนิ้ ส่วนซากดึกดำ� บรรพข์ องไทรโลไบต์ (Trilobite) สกลุ Hoytaspis sp. ? บ่งอายุ
แคมเบรียนตอนปลาย (ประมาณ 495-500 ล้านปีก่อน) สภาพแวดล้อมโบราณของการสะสมตัวเป็นแบบทะเล
นำ�้ ตนื้ บรเิ วณชายฝง่ั ทมี่ สี นั ทรายและมกี ารเปลย่ี นแปลงระดบั นำ�้ ทะเลสงู ขนึ้ ในชว่ งทา้ ยของยคุ (วโิ รจนแ์ สงศรจี นั ทร,์
2549) กลุ่มหินนี้กระจายอยู่ตามพ้ืนท่ีต่าง ๆ จังหวัดสตูลได้แก่บริเวณฝั่งตะวันตกของเกาะตะรุเตาโดยครอบคลุม
เกอื บท้ังเกาะ, บรเิ วณตอนเหนอื ของอ�ำเภอควนกาหลง, บริเวณตะวันตกเฉียงเหนอื ของตัวอ�ำเภอละงู และบริเวณ
ตะวันออกเฉียงเหนือของตัวอ�ำเภอทุ่งหว้า ชั้นหินอ้างอิงของกลุ่มหินตะรุเตาที่ต่อเนื่องดีท่ีสุดอยู่บริเวณปลาย
ตะวนั ออกของอา่ วตะโล๊ะอุดังตอนใต้ของเกาะตะรเุ ตา (Bunopas, 1981) โดยมรี อยสมั ผสั แบบคอ่ ย ๆ เปลย่ี นจาก
หินทรายสแี ดงของกลุ่มหนิ ตะรเุ ตาเป็นหนิ ปูนแทรกสลับกบั ช้ันหินดินดานช้ันบาง
1.2 กล่มุ หนิ ทุ่งสงยุคออรโ์ ดวิเชยี น (Thung Song Group)
หนิ คารบ์ อเนตของกลมุ่ หนิ ทงุ่ สงในภาคใตป้ ระกอบดว้ ยหนิ ปนู สเี ทาถงึ สเี ทาดำ� บางครงั้ กพ็ บลกั ษณะ
ของการตกผลึกใหม่บางแห่งก็เป็นหินปูนเนื้อโดโลไมต์ (dolomitic limestone) นอกจากนี้ก็มีหินปูนเน้ือดิน

36 ชดุ วชิ า อุทยานธรณีสตูล 2 รหัสวชิ า สค23097
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

(argillaceous limestone) และหนิ ดนิ ดานแทรกสลบั ในชว่ งลา่ งอายปุ ระมาณ 485-419 ลา้ นปกี อ่ นสภาพแวดลอ้ ม
โบราณของการสะสมตัวมีต้ังแต่สะสมตัวในบริเวณน้�ำขึ้นน้�ำลงชายทะเลไปจนถึงปะการังน�้ำลึกท่ีมีโครงสร้างเป็น
สาหรา่ ยทะเลพวก stomatolite (Wongwanich, 1990) ซากดกึ ดำ� บรรพท์ พี่ บไดแ้ ก่ เซพฟาโลปอด (cepphalopods)
แบรดคโิ อพอด (bradchiopods) และสาหร่ายทะเลจ�ำพวก stromatolite เป็นต้นโดยในพืน้ ที่จงั หวัดสตูลพบกล่มุ
หนิ ท่งุ สงแผ่กระจายบริเวณฝงั่ ตะวันตกของเกาะตะรเุ ตาทิศเหนือของจังหวดั เรม่ิ ตัง้ แต่อ�ำเภอละงูตามเสน้ ทางหลวง
หมายเลข 416 และทิศตะวันตกของจังหวัดครอบคลุมพ้ืนท่ีทิศตะวันตกของตัวอ�ำเภอเมืองตามแนวชายแดนไทย-
มาเลเชียและกระจายคลุมพื้นท่ีอ�ำเภอควนกาหลงทั้งอ�ำเภอการจ�ำแนกกลุ่มหินทุ่งตามลักษณะเน้ือหินได้เป็น
7 หมวดหิน (Wongwanich,1990) โดยบนเกาะตะรุเตาพบครบทั้ง 7 หมวดหินส่วนบนฝั่งพบ 3 หมวดหิน คือ
หมวดหินแลตอง หมวดหนิ รังนก และหมวดหินป่าแก่ โดยแต่ละหมวดหนิ มีรายละเอยี ดดังนี้
1) หมวดหินมะละกา (Malaka Formation) มีช้ันหินแบบฉบับอยู่ท่ีปากคลองมะละกา
เกาะตะรุเตา หนาประมาณ 30-410 เมตรหินส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินปูนเน้ือโคลนสลับหินปูนเนื้อโดโลไมต์
ช้ันหินมีลักษณะเป็นชั้นบางมากตอนล่างของหมวดหินมีหินทรายเน้ือตะกอนภูเขาไฟแทรกสลับบ้างเล็กน้อย
ชนั้ หนิ ปนู สว่ นใหญถ่ กู รบกวนดว้ ยสง่ิ มชี วี ติ ในอดตี (bioturbation) มรี อยระแหงโคลน (mudcracked) อยทู่ วั่ ไปพบ
ซากดึกด�ำบรรพ์จ�ำพวกสาหร่าย (algalmat) มีรูหนอนวางตัวในแนวต้ังมากมายและมีซาก Polyplacophoran
ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ หนิ หนว่ ยนม้ี สี ภาวะแวดลอ้ มการสะสมตวั ของตะกอนในพนื้ ทชี่ ายฝง่ั ทะเลบรเิ วณนำ้� ขนึ้ นำ้� ลง (intertidal)
บางทีม่ ีสภาพเป็นบงึ นำ้� บนชายหาด
2) หมวดหินตะโล๊ะดัง (Talo Dang Formation) พบที่อ่าวตะโล๊ะดังทางตอนใต้ของ
เกาะตะรุเตาประกอบด้วยช้ันหินปูนเป็นก้อนๆ (nodular limestone) สีชมพูถึงเทามีชั้นบางมากและแทรกสลับ
ดว้ ยหนิ ดนิ ดานเนอ้ื ปนปนู สเี ทาเขียวถงึ แดงตอนลา่ งของหมวดหนิ พบชน้ั ของหนิ ภเู ขาไฟทม่ี รี อยชน้ั เฉยี งระดบั ความ
หนาของหมวดหินท้ังชุด 80-130 เมตรมีเศษซากดึกด�ำบรรพ์และรูหนอนวางตัวในแนวนอนในชั้นหินปูนหมวดหิน
ตะโละ๊ ดังตกตะกอนสะสมตวั ในสภาพแวดล้อมแบบทะเลสาบนำ้� เคม็ ชายฝ่ังทะเล
3) หมวดหนิ ลาง่า (La Nga Formation) วางตัวตอ่ เนื่องขึ้นมาจากหมวดหินตะโล๊ะดังมีชนั้ หิน
แบบฉบับอยู่อ่าวลาง่าทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะตะรุเตามีความหนา 75-130 เมตรเป็นหินปูนช้ันหนาเน้ือ
ขนาดเม็ดทรายสีเทาแทรกสลับด้วยหินโดโลไมต์ชั้นบางมากตอนล่างของหมวดหิน มีชั้นเฉียงระดับในช้ันหินทุกช้ัน
และตอนบนเป็นชั้นหินบางไม่มีช้ันหินเฉียงระดับมีร่องรอยซากดึกด�ำบรรพ์สิ่งมีชีวิตอยู่หนาแน่นมีรูหนอนรูปอักษร
“U” อยู่ทั่วไปพบรอยระแหงโคลนและรอยร่องน�้ำเก่าขนาดเล็กหินหน่วยน้ีมีการสะสมตัวของตะกอนในสภาพ
แวดล้อมบนชายหาดชายฝั่งทะเลท่ีมีร่องน้�ำที่เกิดจากน�้ำขึ้นน�้ำลงในช่วงตื้นๆอยู่มาก (shallow tidal channel
complex) พบซากหอยฝาเดยี วของยุคออร์โดวเิ ชยี นตอนล่าง
4) หมวดหินปาหนัน (Pa Nan Formation) ต้ังชื่อตามเกาะปาหนันเป็นเกาะเล็ก ๆ
ทางใต้ของเกาะตะรุเตาหินท้ังชุดหนา 50-210 เมตรประกอบด้วยหินปูนช้ันบาง ๆ สีเทาท่ีก่อตัวข้ึนจากสาหร่าย
(branching digitate stromatolite) ท้ังชั้นนอกจากนี้ยังพบซากฟองน�้ำขนาดเล็กอยู่ระหว่างแนวสันกอสาหร่าย
ทมี่ ลี กั ษณะพเิ ศษเปน็ ลอนคลนื่ ปรากฏอยชู่ ดั เจนในชน้ั หนิ หนิ ชดุ นสี้ ะสมตวั อยใู่ นสภาพแวดลอ้ มบนชายหาดสว่ นลา่ ง
ตดิ กับทะเลหรือสว่ นบนของพ้นื ทีใ่ ตร้ ะดับนำ�้ ลง (subtidal)

ชดุ วิชา อุทยานธรณสี ตลู 2 รหสั วชิ า สค23097 37
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น

5) หมวดหินแลตอง (Lae Tong Formation) เปน็ หมวดหนิ ถดั ข้นึ มาหินชดุ น้ีปรากฏใหเ้ ห็น
ชัดเจนท่ีเกาะแลตองเปน็ หินปูนทีม่ เี น้ือโคลนชนั้ บาง ๆ ประมาณ 1-3 เซนติเมตรแทรกสลับกับหินดินดานสีแดงและ
เทาเขียวคล้ายกับหน่วยหินตะโล๊ะดังมากในช่วงล่างของหินปูนจะมีลักษณะเป็นก้อนปูน (nodular limestone)
ส่วนช่วงบนเป็นช้นั ตอ่ เนอื่ งกนั ดีและมรี อยชัน้ เฉียงระดบั ท่ีเกิดจากพายุ (hummocky cross bedding) ขนาดเลก็
และบนหลังช้ันหินมีริ้วรอยคล่ืนหินท้ังชุดหนา 112-120 เมตรหมวดหินแลตองสะสมตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบ
ทะเลสาบน้�ำเค็มชายฝั่งทะเลพบซากดึกด�ำบรรพ์พวกหอยฝาเดียวแบรคิโอพอดไทรโลไบต์และนอทิลอยด์
มากในหินชดุ นี้
6) หมวดหินรังนก (Rung Nok Formation) เป็นหน่วยหินบนสุดของกลุ่มหินทุ่งสง
ทเี่ กาะตะรเุ ตาพบทเี่ กาะรงั นกอยทู่ างใตข้ องเกาะตะรเุ ตาตอนลา่ งประกอบไปดว้ ยหนิ ปนู สขี าวชน้ั บางเนอ้ื ขนาดเมด็
ทรายมซี ากไครนอยด์ตอนบนชนั้ หนิ จะหนามากข้นึ ถงึ หนามาก พบซากดกึ ด�ำบรรพ์พวกฟองนำ้� ไครนอยดไ์ บรโอซวั
ไทรโลไบต์ปะการังและนอทิลอยด์รวมท้ังซากดึกด�ำบรรพ์พวก (receptaculitids) ตอนบนของหมวดหินบางส่วน
เปลยี่ นเป็นแรโ่ ดโลไมต์หมวดหินรงั นกสะสมตวั อยใู่ นสภาพแวดล้อมการตกตะกอนแบบพดื หนิ หรือกอหินปะการัง
7) หมวดหนิ ปา่ แก่ (Pa Kae Formation) พบทีร่ ิมทางหลวงช่วงบา้ นป่าแกบ่ า้ นเสมด็ อำ� เภอ
ทุ่งหว้าตอ่ มายังอ�ำเภอละงูจังหวัดสตลู ชน้ั หนิ ประกอบดว้ ยหนิ ปูนสแี ดงช้ันบาง ๆ แทรกสลบั ดว้ ยหินโคลนสแี ดงชน้ั
บางมากหินท้ังชุดวางตัวต่อเนื่องอยู่ใต้หินดินดานสลับหินเชิร์ตสีด�ำของหมวดหินวังตง ของกลุ่มหินทองผาภูมิช้ัน
หินปูนของหมวดหินป่าแก่บางชั้นมีโครงสร้างที่เรียกว่า stromatolite เกิดจากการก่อตัวของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กท่ี
เรียกว่า cyanobacteria (เรียกง่าย ๆ ว่าสาหร่ายสีเขียวแกมน้�ำเงิน) ท�ำให้ตอนบนของช้ันหินมีลักษณะปรากฏ
เป็นลอนคล่ืนและรอยคล้ายระแหงโคลนบนหลังของช้ันหินตามซ่ึงเป็นแนวที่สาหร่ายสีเขียวแกมน้�ำเงินก่อตัวหิน
ชุดนี้ที่พ้ืนที่แบบฉบับหนาประมาณ 66 เมตร ความหนาของหมวดหินหนาข้ึนถึงประมาณ 126 เมตรท่ีอ่าวนุ่น
ในอุทยานแห่งชาติทางทะเลเภตราทางตอนใต้ของอ�ำเภอละงูและพบบริเวณทางเหนือของ อ�ำเภอนาบอน
จังหวัดนครศรีธรรมราชหนาประมาณ 12 เมตรพบท่ีเกาะลังกาวีประเทศมาเลเซียหนาประมาณ
115 เมตร มีซากนอทลิ อยดแ์ ละไทรโลไบต์นำ�้ ลึก
1.3. หนิ ยคุ ไซลเู รียน-ดีโวเนยี น-คาร์บอนิเฟอรัส(Silurian-Devonian-Carboniferas)
หนิ ในช่วงอายุผสมยคุ ไซลเู รียน-ดีโวเนยี น-คาร์บอนิเฟอรัส (Silurian-Devonian-Carboniferas)
พบกระจายอยู่ในภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ลงไปถึงจังหวัดสตูล และบางส่วนของอ�ำเภอ
เบตงจังหวัดยะลา โดยวางตัวอยู่บนกลุ่มหนิ ทงุ่ สงและวางตวั อยู่ใตก้ ลมุ่ หินแก่งกระจานหนิ ส่วนใหญป่ ระกอบไปดว้ ย
หินดินดานสีด�ำหินเชิร์ตหินทรายและหินปูนหินช่วงอายุน้ีที่พบในจังหวัดสตูลอยู่ในกลุ่มหินทองผาภูมิโดยลักษณะ
ของกลมุ่ หนิ นม้ี ีรายละเอียดดงั น้ี
1) หมวดหนิ วงั ตง (Wong Tong Formation) ชั้นหนิ แบบฉบับอย่ทู ี่บา้ นวงั ตงห่างออกไป
ทางตอนเหนือของอำ� เภอละงูประมาณ 12 กโิ ลเมตรชัน้ หินวางตวั อยา่ งตอ่ เน่อื งอยู่บนหมวดหนิ ปา่ แกป่ ระกอบด้วย
หนิ ดนิ ดานและหินเชิรต์ ที่มหี นิ ทรายสเี ทาเขียวท่ีพบซากไทรโลไบต์และแบรคิโอพอดตอนกลางมีของชดุ หินเปน็ หนิ
เชิร์ตสีดำ� ผุเป็นสีน้�ำตาลสลบั หินดินดานสดี ำ� โดยมีซากแกรปโตไลต์ มากขึน้ ในตอนบนหินทั้งชุดหนาระหว่าง 50 ถึง
110 เมตร พบรอยสัมผัสระหว่างชั้นหินอายุออร์โดวิเชียนและหินยุคไซลูเรียนวางตัวอยู่บนช้ันหินทราย
ท่ีมซี ากไทรโลไบต์พวก Dalmanitina sp. หินชดุ นี้ให้อายปุ ลายสุดยคุ ออรโ์ ดวเิ ชียน-ยุคไซลเู รยี นมีการสะสมตวั อยู่
ในสภาพแวดล้อมแบบนำ�้ ลกึ พน้ื ทอ้ งมหาสมุทร (กรมทรพั ยากรธรณ,ี 2544)

38 ชุดวิชา อุทยานธรณีสตูล 2 รหสั วิชา สค23097
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้

2) หมวดหนิ ควนทัง (Kuan Tung Formation) ตงั้ ชื่อตามเขาหนิ ปูนเลก็ ๆ ระหวา่ งกโิ ลเมตร
ที่ 7-12 เส้นทางอ�ำเภอละงู-อ�ำเภอทุ่งหว้าหินท้ังชุดเป็นหินปูนตอนล่างเป็นหินปูนชั้นบางสีเทาตอนบนเป็นหินช้ัน
บางสีแดงท่ีเกิดจากสาหร่ายช้ันหินเป็นหินลอนคลื่นและมีรอยแตกบนหลังช้ันหินตามสันสาหร่าย (stromatolite)
เป็นตาข่ายรอยระแหงโคลนพบซากดึกด�ำบรรพ์ของไทรโลไบต์หลายชนิดซ่ึงบ่งบอกอายุเป็นยุคดีโวเนียนตอนกลาง
(กรมทรัพยากรธรณ,ี 2544)

รูปท่ี 3.3 ภาพแสดงหินตะกอนยุคออรโ์ ดวเิ ชยี นของกลมุ่ หินทุ่งสง
(ก) หนา้ ผาหนิ ปนู แสดงการวางชนั้ ตอ่ เนอื่ งของหนิ ปนู หมวดหนิ แลตองทแ่ี สดงชนั้ หนาปานกลางถงึ ชน้ั บางซง่ึ วางตวั อยดู่ า้ นลา่ งกบั หนิ ปนู หมวด
หนิ รังทเี่ ปน็ หนิ ปนู ไม่แสดงชนั้ บริเวณอ่าวเรือแตกทางเหนอื ของเกาะตารเุ ตา
(ข) รอยช้นั เฉยี งระดบั ทเ่ี กดิ จากพายุ (hummocky cross bedding) ในเนอ้ื หนิ ปนู ของหมวดหินแลตองบริเวณอ่าวเรอื แตก
(ค) หนา้ ผาหนิ ปนู ของหมวดหินรังนกบนแผ่นดินบรเิ วณตอนเหนอื ของอำ� เภอละงู แสดงชัน้ ชัดเจน
(ง) หนิ ปนู หมวดหนิ แลตอง แสดงลกั ษณะเปน็ เลนสส์ ลบั กบั หนิ ดานสนี ำ้� ตาลแดง ซงึ่ ความแตกตา่ งกบั หนิ แลตองบนเกาะตารเุ ตาทแ่ี สดงชนั้ บาง
(จ) และ (ฉ) ช้นั หินปนู สแี ดง มโี ครงสรา้ ง stromatolite แทรกสลบั ของหมวดหินปา่ แก บริเวณบา้ นปา่ เสม็ด

3) หมวดหนิ ป่าเสมด็ (Pa Samed Formation) พบที่บา้ นปา่ เสมด็ อ�ำเภอทงุ่ หวา้ จงั หวัดสตูล

โดย วรี ะพงษ์ ตันสุวรรณและคณะ (2523) ช้นั หินอยบู่ นหลักกโิ ลเมตรที่ 9.7-9.8 เส้นทางอำ� เภอละง-ู อำ� เภอทุง่ หวา้

วางตัวต่อเนื่องอยู่บนหมวดหินปูนควนทังตอนล่างของหมวดหินเป็นหินดินดานสีด�ำท่ีมีซากเทนทาคิวไลต์มากมาย

ตอนกลางเปน็ หินทรายสนี ้�ำตาลและแดงท่แี สดงหนิ คดั ขนาดจากลา่ งข้ึนบนแบบ Bouma sequences และพบหิน

กรวดมนมีซากแอมโมไนต์หลายช้ันตอนบนของหมวดหินเป็นหินดินดานสีเทาด�ำสีผุสีน�้ำตาลที่มีชั้นบางมากพบซาก

แอมโมไนตแ์ ละแบรคโิ อพอดในชว่ งลา่ งหมวดหินตอนบนน้หี นิ ทัง้ ชดุ หนามากกว่า 105 เมตรหินช่วงลา่ งสะสมตวั ใน

ทะเลลกึ พนื้ ทอ้ งมหาสมทุ รหนิ ชว่ งกลางสะสมตวั ในทะเลตน้ื ขนึ้ มาอยลู่ าดทวปี และหนิ ชว่ งบนสดุ สะสมตวั อยใู่ นทะเล

ลึกพ้ืนท้องมหาสมุทรแต่ตื้นกว่าช่วงล่างจากการศึกษาซากแอมโมไนต์และแบรคิโอพอดในหินดินดานท่ีแทรกอยู่ใน

หินทรายสนี �้ำตาลแดงตอนกลางของหมวดหนิ พบว่ามอี ายุยคุ คารบ์ อนิเพอรัสตอนตน้ (กรมทรพั ยากรธรณี, 2544 ;

Boucot) ชดุ วชิ า อุทยานธรณีสตูล 2 รหัสวชิ า สค23097
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
39

รูปที่ 3.3 ภาพแสดงหนิ ตะกอนยุคออร์โดวิเชยี นของกลุ่มหนิ ทุง่ สง
(ก) หนา้ ผาหนิ ปนู แสดงการวางชนั้ ตอ่ เนอ่ื งของหนิ ปนู หมวดหนิ แลตองทแี่ สดงชนั้ หนาปานกลางถงึ ชน้ั บางซงึ่ วางตวั อยดู่ า้ นลา่ งกบั หนิ ปนู หมวด
หินรังที่เปน็ หินปนู ไมแ่ สดงช้ันบริเวณอา่ วเรือแตกทางเหนือของเกาะตารุเตา
(ข) รอยชน้ั เฉยี งระดบั ที่เกิดจากพายุ (hummocky cross bedding) ในเนื้อหินปูนของหมวดหนิ แลตองบริเวณอ่าวเรอื แตก
(ค) หน้าผาหินปูนของหมวดหนิ รังนกบนแผ่นดนิ บริเวณตอนเหนอื ของอำ� เภอละงู แสดงชั้นชดั เจน
(ง) หนิ ปนู หมวดหนิ แลตอง แสดงลกั ษณะเปน็ เลนสส์ ลบั กบั หนิ ดานสนี ำ�้ ตาลแดง ซง่ึ ความแตกตา่ งกบั หนิ แลตองบนเกาะตารเุ ตาทแ่ี สดงชนั้ บาง
(จ) และ (ฉ) ช้ันหินปนู สีแดง มีโครงสร้าง stromatolite แทรกสลับ ของหมวดหนิ ป่าแก บรเิ วณบ้านปา่ เสมด็

รูปท่ี 3.4 ลักษณะของหนิ ตะกอนยคุ โซลเู รยี น-ดโี วเนียน ในพ้นื ท่ีจงั หวดั สตลู
(ก) และ (ข) ช้ันหนิ ของหมวดหินวงั ตงเปน็ ชัน้ หนิ ดนิ ดานสีด�ำสลับดว้ ยหินทรายสีเทาเขียว และซากดึกด�ำบรรพ์แกรปโตไลตใ์ นช้นั หนิ ดนิ ดาน
สีดำ� พบบริเวณบ้านวังตง อ�ำเภอทุง่ หวา้ จังหวดั สตูล
(ค) ชน้ั หิน หนิ ปูน ช้นั บางสีเทามีลกั ษณะลอนคล่ืน ตอนบนเปน็ หนิ ชั้นบางสีแดงที่เกดิ จากสาหร่ายของหมวดหนิ ควนทงั พบบรเิ วณ กม.12
ถนน อำ� เภอละงู อำ� เภอทงุ่ หวา้
(ง) และ (จ) ด้านลา่ งของหมวดหินปา่ เสม็ดบริเวณบา้ นปา่ เสมด็ กม.ท่ี 9-10 เสน้ ทาง อำ� เภอละงู อ�ำเภอทุง่ หวา้ เป็นหนิ ดินดานสดี �ำ
สลับกับหินทรายด้านลา่ งมีซากดึกด�ำบรรพ์เทนทาควิ ไลต์
ชุดวิชา อุทยานธรณสี ตลู 2 รหสั วิชา สค23097
40 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

(ฉ) แสดงหมวดหนิ ควนกลาง ในยคุ ไซลเู รียน-ดิโวเนยี น บรเิ วณ กม.ท่ี 12 อำ� เภอละงู

1.4 หินยคุ คาร์บอนิเฟอรสั (C)
หินยุคคาร์บอนิเฟอรัสที่พบในพ้ืนท่ีภาคใต้มีช่ือเรียกแตกต่างกันไปตามบริเวณที่พบโดยท่ียังไม่มี
การศกึ ษาดา้ นการเทยี บสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหมวดหนิ ทพี่ บอยา่ งเปน็ ทางการจงึ เรยี กตามพนื้ ทท่ี ปี่ รากฏ ทงั้ นจี้ งั หวดั สตลู
พบหินยุคคาร์บอนิเพอรัสบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอ�ำเภอละงูและอ�ำเภอควนโดน และกระจายตัวเป็น
หย่อม ๆ ไปทางอำ� เภอรตั ภูมิ (Tansuwan et al., 1985) คือ
1) หมวดหินควนกลาง (KuanKlang Formation) พบท่ีควนกลางอ�ำเภอเมืองจังหวัดสตูล
ส่วนลา่ งสุดประกอบไปด้วยหินเชิรต์ เปน็ ชั้นสเี ทาดำ� ความหนาประมาณ 15 เมตร มีสายแรค่ วอรตซ์แทรกอยทู่ วั่ ไป
ถัดขึ้นมาเป็นหินดินดานเนื้อทรายสีเทาเทาเขียวและสีน�้ำตาลแดงเน้ือแน่นพบว่ามีไพไรต์ปนด้วยบนชั้นนี้เป็น
หนิ ดนิ ดานสขี าวสนี ำ้� ตาลมชี น้ั ทรายหนาประมาณ 1 เมตรแทรกสลบั อยหู่ ลายชนั้ ในชน้ั หนิ ดนิ ดานพบซากดกึ ดำ� บรรพ์
หอยสองฝา Posidonumya sp. ในสว่ นบนของหมวดหนิ นีช้ ้ันของหนิ ดินดานจะมีเน้ือเปน็ ซิลิกาถดั ขึ้นไปเปน็ พวก
หินดินดานเนื้อไมกาหินดินดานสีม่วงแดงสีน�้ำตาลแดงพบซากดึกด�ำบรรพ์พวก Posidonumya sp. และส่วนหาง
ของ (pygidium) ของไทรโลไบต์ส่วนบนสดุ เปน็ หนิ ดนิ ดานสเี ทาเขยี วช้นั หินต่าง ๆ ในหมวดหินนวี้ างตัวต่อเนอื่ งกัน
โดยตลอดความหนาของหน่วยหินท้ังหมดหนาไม่ต�่ำกว่า 120 เมตร ซากดึกด�ำบรรพ์ท่ีพบในหมวดหินควนกลาง
บ่งช้ีอายุยุคคาร์บอนิเพอรัสตอนกลางจากการส�ำรวจเพ่ือจัดท�ำแผนที่ธรณีวิทยาระวางอ�ำเภอทุ่งหว้า (4923 II)
พบว่าหมวดหินควนกลางกระจายตัวบริเวณประกอบไปด้วยหินทรายแทรกสลับหินดินดานหินทรายอาโกสชั้นหิน
หนาประมาณ 200 เมตร พบซากดึกด�ำบรรพ์จ�ำพวกแบรคิโอพอดหอยงวงช้างออสตราคอดหอยกาบคู่ไทรโลไบต์
พลับพลึงทะเลและปะการังบ่งชี้อายุยุคคาร์บอนิเพอรัสตอนต้นถึงตอนกลางสภาพแวดล้อมโบราณเป็นแบบ
ทะเลนำ้� ตนื้ ได้รบั อิทธพิ ลจากการเปล่ยี นแปลงระดับนำ้� ทะเลขึน้ -ลงเกิดเป็นทีร่ าบตะกอนทรายและที่ราบดินเลน

รปู ที่ 3.5 ภาพแสดงหนิ ทรายสีนำ�้ ตาลแดงแทรกสลับกับหินดินดานเป็นชนั้ บาง ๆ
ของหนิ ในกลุ่มหนิ แก่งกระจาน บรเิ วณตำ� บลนาทอน อ�ำเภอทงุ่ หว้า จังหวดั สตูล

1.5 กล่มุ หินแก่งกระจานยคุ คาร์บอนเิ ฟอรัส-เพอรเ์ มียน (KaengKrachan Group)
จากการสำ� รวจเพ่อื จดั ท�ำรายงานและแผนทธ่ี รณีวิทยาระวางอ�ำเภอทุง่ หว้า (4923 II) หนิ กลุ่มน้ี
พบบริเวณบ้านผังปาล์มอ�ำเภอทุ่งหว้ามักจะมีภูมิประเทศเป็นเนินเขาเต้ียๆลักษณะล�ำดับช้ันหินเป็นหินเกรย์แวก
หินดินดานหินดินดานปนกรวดสีเทาเข้มช้ันหินหนาและมีชั้นบาง (lamination) พบซากดึกด�ำบรรพ์น้อยมากเช่น
หอยเจดีย์สภาวะแวดล้อมโบราณน่าจะเป็นสภาวะแวดล้อมแบบทะเลตื้นใกล้ชายฝั่งบางช่วงมีการสะสมตะกอน
อย่างช้า ๆ และพลังงานต่�ำแต่บางช่วงมีการตกสะสมตะกอนอย่างรวดเร็วและมีปริมาณตะกอนมากจากการที่พบ
ซากดึกด�ำบรรพ์น้อยมากคาดว่าช่วงเวลาดังกล่าวมีสภาวะแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของส่ิงมีชีวิต

ชดุ วิชา อทุ ยานธรณสี ตูล 2 รหสั วชิ า สค23097 41
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น

(วโิ รจน,์ 2549)
1.6 กล่มุ หนิ ราชบุรยี คุ เพอร์เมยี น (Ratburi Group)
หินยุคเพอร์เมียนบริเวณเขาทะนานประกอบด้วยหินปูนสีเทาอ่อนไม่แสดงชั้นมีสายแร่แคลไซต์

ขนาดเลก็ แทรกพบซากดกึ ดำ� บรรพป์ ระการงั แบรคโิ อพอดไบรโอซวั และไครนอยด์ (crinoids) จำ� นวนมากสง่ิ แวดลอ้ ม

ในการสะสมตัวของหินปูนเพอรเ์ มียนเปน็ แบบทะเลตน้ื

รปู ท่ี 3.6 ลกั ษณะหินในกลุ่มหนิ ราชบุรี
(ก) ลกั ษณะหนา้ ผาสงู ชันของเขาทะนาน เขาหนิ ปนู ลูกโดด (notch), อายุเพอร์เมยี น บรเิ วณด้านตะวนั ออกของอำ� เภอทงุ่ หวา้
(ข) ซากดึกดำ� บรรพป์ ะการงั ที่พบในเนือ้ หนิ ปูนสีเทาออ่ นของหนิ ปนู บรเิ วณเขาทะนาน

1.7 ตะกอนร่วนยคุ ควอเทอร์นารี (Quaternary, Q)

ยุคควอเทอร์นารี (Quaternary Period) เป็นช่วงเวลาทางธรณีวิทยาเม่ือประมาณ 1.6 ล้านปี

ทผ่ี า่ นมาอยใู่ นมหายคุ ซโี นโซอกิ (Cenozoic Era) แบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 สมยั (Epoch) คอื สมยั ไพลสโตซนี (Pleistocene

Epoch) มอี ายปุ ระมาณตงั้ แต่ 1.6 ลา้ นปจี นถงึ 10,000 ปสี ว่ นใหญเ่ ปน็ ตะกอนตะพกั ลมุ่ นำ้� ประกอบดว้ ยกรวดทราย

ทรายแป้งดินตะกอนเชิงเขาและดินแลง (lateritic soil) กระจายตัวอยู่ตามเชิงเขาและสมัยโฮโลซีน (Holocene

Epoch) มีอายุประมาณตั้งแต่ 10,000 ปีจนถึงปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นตะกอนน�้ำพาตะกอนป่าชายเลนและตะกอน

ทรายชายหาดประกอบดว้ ยกรวดทรายทรายแปง้ ดนิ และทรายชายหาดตะกอนรว่ น ยคุ ควอเทอรน์ ารี (Quaternary

Sediments) เป็นชั้นตะกอนร่วนท่ียังจับตัวไม่แน่นช้ันตะกอนเกิดจากการกระท�ำของแม่น้�ำและกระแสน้�ำชายฝั่ง

ทะเลจำ� แนกไดเ้ ปน็ หลายแบบคอื ตะกอนตะพกั ลมุ่ นำ้� ประกอบดว้ ยชน้ั ตะกอนของกรวดทรายดนิ ดนิ ลกู รงั และคราบ

ปูนตะกอนตะพักลุ่มน้�ำนี้จะปรากฏตามเชิงเขาและเนินเขาเต้ีย ๆ ซึ่งในบางบริเวณมีความสูงถึง 200 เมตร

จากระดับทะเลปานกลางตะกอนร่วนยุคควอเทอร์นารีในบริเวณจังหวัดสตูลมีการเปล่ียนแปลงตามลักษณะธรณี

สัณฐาน (Geomorphology) ประกอบไปด้วยตะกอนท่ีสะสมตัวโดยกระบวนการทางน�้ำบนแผ่นดินกับตะกอน

ท่ีสะสมตัวโดยน้�ำทะเลเนื่องจากพื้นท่ีทางทิศตะวันออกของพ้ืนที่เป็นภูเขาลาดลงไปยังทะเลทางทิศตะวันตกของ

จังหวัดสตูลจึงมีบริเวณที่สะสมตัวของตะกอนบนบกอยู่ระหว่างหินแข็งกับตะกอนยุคควอเทอร์นารีชายฝั่งทะเล

โดยพบตะกอนยุคควอเทอร์นารีทั้งท่ีสะสมตัวบนบกและสะสมตัวในน้�ำทะเลจากผลการการส�ำรวจควอเทอร์นารี

ระหว่างอ�ำเภอละงู และระหว่างบ้านเจ๊ะบิลัง จังหวัดสตูล พบว่าตะกอนร่วนยุคควอเทอร์นารีในจังหวัดสตูล

วางตวั อยา่ งไมต่ อ่ เนอื่ ง (Unconformity) กบั หนิ แขง็ ยคุ ตา่ ง ๆ หรอื หนิ พน้ื (bed rock) (สนิ สนิ สกลุ , 2531) ลกั ษณะ

ตะกอนสามารถจ�ำแนกออกเป็นหน่วย (Units) ต่าง ๆ ตามลักษณะภูมิสัณฐานกับลักษณะตะกอนท่ีสะสมตัวอยู่

ในบรเิ วณนน้ั (Morphostratigraphic unit) จากอายุมากไปน้อยได้ดงั นค้ี ือ

1) บรเิ วณเนนิ เขาและภเู ขา (Isolated hills and mountains) ประกอบดว้ ยหนิ แขง็ ชดุ ตา่ งๆ

มกี ารลาดเอยี งตามเนนิ เขาในระดบั ความสงู ตง้ั แต่ 30 เมตรขน้ึ ไปทม่ี ตี ะกอนยงั ไมแ่ ขง็ ตวั ปกคลมุ อยนู่ อ้ ยกวา่ 2 เมตร
ชดุ วชิ า อุทยานธรณสี ตูล 2 รหัสวชิ า สค23097
42 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น

ได้จดั ไวใ้ นชดุ หนิ แข็งตวั ดว้ ย
2) บริเวณตะพักลมุ่ น้�ำเก่าและทีร่ าบลอนคล่นื (Terraces and Undulating Upland)
บรเิ วณน้ีเกิดตอ่ เน่อื งมาจากส่วนที่เปน็ เนินเขาในระดบั ความสงู ตง้ั แต่ 10-30 เมตร จากระดบั

นำ�้ ทะเล ปจั จบุ นั พนื้ ผวิ มกี ารกดั เซาะเปน็ ลอนขน้ึ ลงตะกอนในบรเิ วณนเี้ ปน็ แมร่ งั (Laterite) ชนดิ ตา่ ง ๆ ลกู รงั กรวด

และชน้ั ดนิ ทีเ่ กิดจากการผุพังอยู่กับท่ีของหนิ พนื้
3) ทร่ี าบตะกอนนำ�้ พา (Alluvial Plain) ที่ราบนี้อยูใ่ นระดับความสงู ต้ังแต่ 10 เมตรลงมา
และมีผวิ เอียงเทไปทางทะเลตะกอนประกอบดว้ ยดินเหนียวที่เกิดจากการท่วมท้นของน้�ำทะเลบรรพกาลในชว่ งล่าง

สว่ นชว่ งบนเปน็ ตะกอนนำ�้ หลากจากลำ� หว้ ยและลำ� คลองประกอบไปดว้ ยตะกอนทรายและทรายแปง้ บางบรเิ วณทมี่ ี

ชน้ั ดนิ เหนียวแทรกสลับกับช้นั กรวดเลก็
4) ท่ีราบน้ําขงั (Abondoned channels) บรเิ วณนี้มีลักษณะเปน็ แอ่งอยู่ในระหวา่ งทางนำ�้
ใหญก่ บั บรเิ วณทเี่ ปน็ เนนิ มที างนำ้� เลก็ ๆ ไหลผา่ น ซง่ึ ครง่ึ หนง่ึ ตอ่ เนอื่ งกบั ทางนำ้� ทไี่ หลสทู่ ะเลตะกอนในแอง่ นป้ี ระกอบ

ดว้ ยดนิ เหนยี วทรายเมด็ ละเอยี ดและทรายแปง้ มซี ากพชื สลายตวั แทรกอยดู่ ว้ ยความหนาไมแ่ นน่ อนขน้ึ อยกู่ บั ลกั ษณะ

ภูมิประเทศของท้องแอ่ง
5) บริเวณท่ีราบน้�ำท่วมถึง (Flood plain) ตะกอนหน่วยน้ีเป็นตะกอนท่ีสะสมตัวตามริมฝั่ง
ของล�ำน�้ำใหญ่ เช่น คลองละงู คลองลำ� โลน ประกอบด้วยตะกอนทรายแปง้ และทรายเม็ดเลก็ มีชน้ั กรวดเล็กแทรก

บาง ๆ บางบริเวณมีการลดระดับของทางนำ�้ เกดิ เป็นตะพักลุ่มนำ้� ใหม่อยา่ งนอ้ ย 2 ระดบั
6) ดนิ ดอนสามเหลยี่ มในทร่ี าบนำ้� ทว่ ม (Deltaic-flood plain) บรเิ วณนเ้ี ปน็ รอยตอ่ เนอ่ื งของ
ทางนำ้� บนบกกบั ทางนำ�้ ทม่ี กี ารขน้ึ ลงของนำ�้ ทะเลตะกอนประกอบดว้ ยกรวดในชว่ งลา่ งสดุ ถดั ขน้ึ มาเปน็ ทรายเมด็ เลก็

และดนิ เหนยี วสลบั กบั ตะกอนทรายแป้ง
7) บรเิ วณสันทรายเดิม (Former beach ridge) ภูมสิ ณั ฐานนี้เปน็ แนวกำ� หนดขอบเขตการ
ไหลบ่าเข้ามาของน้�ำทะเลคร้ังสุดท้ายในช่วงโฮโลซีนอยู่ห่างจากแนวชายฝั่งทะเลปัจจุบันประมาณ 3-4 กิโลเมตร

มพี ้ืนผิวราบปกคลุมด้วยทรายสขี าวเม็ดละเอียด-เม็ดเล็กและอยใู่ นระดบั สูงกวา่ ชายหาดปัจจบุ ัน 1 เมตร
8) หาดทรายและเนินทราย (Beach ridge and dune) บริเวณนีเ้ ปน็ แนวหาดทราย ปจั จบุ ัน
เกดิ เปน็ แนวขนานกับชายหาดปจั จุบนั ประกอบดว้ ยเนนิ ทราย (dune) และรอ่ งหลังหาด (runnels) ตะกอนทราย

และทรายปนดนิ เหนียวในบรเิ วณที่ลุม่
9) ตะกอนท่ีน�้ำข้ึนถึง (Tidal flat) บริเวณที่พบแผ่กระจายมากที่สุดเกิดจากการสะสมตัว
เนอื่ งมาจากการขนึ้ ลงของนำ้� ทะเล ดงั นนั้ บรเิ วณนจ้ี งึ อยรู่ ะหวา่ งนำ�้ ขน้ึ กบั นำ้� ลงในแตล่ ะวนั (intertidal zone) ตะกอน

เป็นดินเหนียว-ทรายแป้งและทรายในช่วงล่างส่วนช่วงบนสุดปกคลุมด้วยช้ันพืชเนื่องมาจากการผุพังและสลายตัว

ของพรรณไม้ในปา่ ชายเลน
10) ทร่ี าบงอกพอกพนู (Accretionary plain) สว่ นใหญบ่ รเิ วณนอ้ี ยใู่ ตน้ ำ้� เกดิ ขนึ้ เนอื่ งจากการ
สะสมตัวของตะกอนทรายและทรายแปง้ ในช่วงนำ�้ ขึ้นนำ้� ลงมากกว่านำ้� ข้ึนทำ� ให้ชายฝง่ั มีแนวงอกยืน่ ออกไปในทะเล

ถา้ การงอกในแนวระดบั เพม่ิ ขนึ้ กจ็ ะโผลพ่ น้ นำ�้ เปน็ สนั ดอนหาดทรายหรอื ทรี่ าบนำ้� ทว่ มถงึ รนุ่ ใหมอ่ กี อายขุ องตะกอน

เหล่าน้ีเรมิ่ ต้งั แตย่ คุ ไพลโตซีนตอนบน (upper Pleitocene) ซง่ึ ส่วนใหญ่เป็น

ชุดวิชา อทุ ยานธรณีสตลู 2 รหสั วชิ า สค23097 43
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น

2. หนิ อัคนี (Igneous Rock)

หนิ อคั นใี นบริเวณจังหวัดสตูลพบได้ 2 บรเิ วณดงั นี้
1) บริเวณบนแผ่นดินกระจายตัวอยู่ในบริเวณด้านตะวันออกของจังหวัดตามแนวชายแดนไทย-
มาเลเซียและรอยต่อกับจังหวัดสงขลาเขาหินแกรนิตวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ เป็นหินอัคนีแทรกดันข้ึนมาที่พบ
ในพื้นที่อยู่ในยคุ ไทรแอสซกิ (Triassic granite) เปน็ หินไบโอไทต์แกรนิตหนิ ไบโอไทต-์ มัสโคไวตแ์ กรนิตหินแกรนติ
เนอื้ ดอกเน้ือหยาบถึงหยาบปานกลางผลกึ ขนาดเดยี ว
2) บริเวณท่ีเป็นเกาะพบไดร้ อบ ๆ เกาะบูตง (เกาะบาตวงหรอื เกาะคง) ซ่งึ มีเกาะเล็ก ๆ หลายเกาะ
ล้อมรอบเช่นเกาะผึ้งเกาะลอกลอยเกาะหินต้ังเกาะหลีเป๊ะส่วนใหญ่เป็นหินแกรนิตอายุยุคไทรแอสซิก (Triassic
granite) เนือ้ ดอกเนื้อหนิ ประกอบไปดว้ ยแร่ควอตซ์เฟลด์สปาร์ทวั ร์มาลีนและไบโอไทต์

3. แหล่งธรณวี ิทยาสตูล

กระบวนการเปลย่ี นแปลงทางธรณวี ทิ ยาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในอดตี ทำ� ใหม้ ลี กั ษณะพน้ื ทท่ี ห่ี ลากหลายและมธี รณี
สณั ฐานทส่ี วยงามแปลกตาซงึ่ มคี ณุ คา่ ตอ่ การศกึ ษาวจิ ยั ทางธรณวี ทิ ยาภมู ศิ าสตรแ์ ละประวตั ศิ าสตรน์ อกจากนนั้ บาง
พื้นที่ยังมีทัศนียภาพสวยงามมีศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเท่ียวและนันทนาการสมควรได้รับการอนุรักษ์ให้เป็น
แหล่งศึกษาเรียนรู้ของท้องถ่ินในทางวิชาการกรมทรัพยากรธรณีได้จ�ำแนก “แหล่งธรณีวิทยา” ที่นับเป็น
แหล่งธรรมชาติที่มีคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยาและอันควรอนุรักษ์ธรณีวิทยา (Geoconservation site)
ออกเป็น 7 ประเภทประกอบด้วย 1) แหล่งล�ำดับช้ันหินแบบฉบับ 2) แหล่งหินแบบฉบับ 3) แหล่งแร่แบบฉบับ
4) แหลง่ ธรณีโครงสร้าง 5) แหลง่ พุนำ้� รอ้ น 6) แหล่งธรณสี ณั ฐานและ 7) แหล่งซากดกึ ดำ� บรรพ์มคี �ำจำ� กดั ความดังนี้
1) แหลง่ แร่แบบฉบบั (Typical Minerals) หมายถงึ แหล่งที่มีลกั ษณะเฉพาะของการก�ำเนิดและ
ชนิดของแร่ที่เป็นมาตรฐานซึ่งมีประโยชน์ส�ำหรับการศึกษาเพราะแสดงให้เห็นถึงลักษณะของการก�ำเนิดและ
คณุ ลกั ษณะเฉพาะทีช่ ดั เจนของแรป่ ระเภทต่างๆ
2) แหล่งหินแบบฉบับ (Typical Rocks) หมายถึง แหล่งท่ีมีลักษณะเฉพาะของหินมาตรฐานมี
ประโยชน์สำ� หรับการศึกษาเพราะแสดงใหเ้ หน็ ถึงลักษณะเฉพาะที่ชัดเจนของหนิ แต่ละประเภท
3) แหล่งธรณีวิทยาโครงสรา้ ง (Geological Structures) หมายถึง แหล่งที่เกิดจากกระบวนการ
ทางธรณีวิทยาโครงสรา้ งเช่นรอยเลื่อน (Fault) แนวแตก (Joint) และรอยแตก (Fracture) ในเนอ้ื หินหรือเปลอื ก
โลกหรือแหล่งธรรมชาติทีม่ ลี ักษณะรูปร่างทีเ่ ปน็ ผลจากธรณโี ครงสร้างดังกลา่ ว
4) แหลง่ ธรณีสัณฐาน (Geomorphology) หมายถงึ แหลง่ ธรณวี ทิ ยาทเ่ี กดิ จากการเปล่ียนแปลง
ของพ้ืนผิวโลกจนเป็นโครงสร้างท่ีมีลักษณะเด่นซ่ึงประมวลเอาท้ังรูปร่างทางธรรมชาติ (landform/landscape)
กระบวนการก�ำเนิดการปรับตัวของพ้ืนผิวโลกตลอดจนความเปล่ียนแปลงที่ประสบในปัจจุบันเช่นการสะสมตัวการ
กัดเซาะจากคลน่ื ลมนำ�้ หรอื คล่นื ทะเลการผุพงั และการกดั กรอ่ นโดยน้�ำความร้อนและลมเป็นตน้
5) แหลง่ นำ้� พรุ อ้ น (Hot Spring) หมายถงึ แหลง่ นำ�้ ทไี่ หลขนึ้ มาจากใตด้ นิ ทม่ี อี ณุ หภมู สิ งู กวา่ อณุ หภมู ิ
ร่างกายมนุษย์น�้ำพุที่ข้ึนมาอาจจะอุ่น ๆ จนถึงเดือดพล่านอาจบริสุทธ์ิหรือมีแร่ธาตุรวมท้ังก๊าซละลายอยู่ท�ำให้มีรส
และกล่นิ ตา่ ง ๆ กบั ปริมาณนำ�้ ทไ่ี หลออกมาแต่ละพุมีความแตกต่างกันบางพุมนี �้ำไหลเพียงเออ่ ๆ บางพุไหลแรงบา้ ง
พกุ ระเซ็นพน้ ปากบ่อเพราะแรงดนั ของกา๊ ซที่ละลายเอาข้นึ มาจากใตด้ นิ

44 ชุดวิชา อุทยานธรณสี ตูล 2 รหัสวชิ า สค23097
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น

6) แหล่งล�ำดับช้ันหินแบบฉบับ (Type section) หมายถึง ล�ำดับช้ันหินใด ๆ ที่ก�ำหนดให้เป็น
มาตรฐานเพอื่ ใชอ้ า้ งองิ ในการนยิ ามลำ� ดบั ชน้ั หนิ โดยมคี ณุ สมบตั พิ เิ ศษทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณแ์ ละบอกขอบเขตบนและลา่ ง
ของล�ำดบั ชั้นหนิ นัน้ ดว้ ยชอื่ ของชั้นหินแบบฉบับหน่งึ ๆ จะต้ังขึน้ ตามช่อื ท้องถิ่นของชัน้ หินแบบฉบบั น้ันๆ
7) แหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ (Fossil) หมายถึง ซากและร่องรอยของบรรพชีวิน (ancient life)
ที่ประทับอยู่ในหินบางแห่งเป็นรอยพิมพ์บางแห่งมีซากเดิมปรากฏอยู่รอยตีนสัตว์มูลสัตว์ไม้กลายเป็นหินรวมอยู่ใน
ซากดกึ ดำ� บรรพน์ เ้ี หมอื นกนั ซากดกึ ดำ� บรรพส์ ว่ นใหญใ่ ชบ้ อกอายขุ องหนิ ทม่ี ซี ากดกึ ดำ� บรรพน์ นั้ อยไู่ ดร้ วมถงึ การบอก
สภาพแวดล้อมและสภาพภูมิศาสตร์บรรพกาลด้วยจังหวัดสตูลมีแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ท่ีได้รับการประกาศ
ใหเ้ ปน็ มรดกทางธรรมชาตขิ องทอ้ งถนิ่ อนั ควรอนรุ กั ษใ์ นปแี หง่ การพทิ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มครงั้ ที่ 1
ตามมตคิ ณะรฐั มนตรเี มอ่ื วนั ท่ี 7 พฤศจกิ ายน 2532 มจี ำ� นวน 7 แหลง่ คอื เกาะไขผ่ าโตะ๊ บอู า่ วพนั เตมะละกาหาดหนิ งาม
หาดปากบารา หาดราไว และทะเลบัน (ท่ีมา : ส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดล้อมกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม, 2543) ซงึ่ ลว้ นเปน็ แหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น
เปน็ ทร่ี จู้ กั ในระดบั ชาตใิ นหลายแหลง่ ธรรมชาตถิ อื เปน็ สถานทส่ี ำ� คญั ของจงั หวดั สตลู และมศี กั ยภาพในการสนบั สนนุ
การเรยี นรู้ทางธรณวี ทิ ยาของประชาชนในจังหวดั สตูลภาคใต้และนกั ท่องเท่ยี วทัว่ ไป

ชดุ วิชา อทุ ยานธรณีสตลู 2 รหัสวิชา สค23097 45
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น

บทที่ 5

ธรณีพิบัติภยั

การเกิดสนึ ามิ
คล่ืนสึนามิ

คลนื่ สนึ ามิ (Tsunami) เปน็ คลน่ื ทเี่ กดิ ขน้ึ จากแผน่ ดนิ ไหว แตค่ ลน่ื ผวิ นำ�้ ทเี่ รารจู้ กั กนั ทว่ั ไปเกดิ จากแรงลมพดั
พลงั งานจลนจ์ ากอากาศถกู ถา่ ยทอดสผู่ วิ นำ�้ ทำ� ใหเ้ กดิ คลน่ื ขนาดของคลนื่ จงึ ขนึ้ อยกู่ บั ความเรว็ ลม หากสภาพอากาศ
ไมด่ มี ลี มพายพุ ดั คลนื่ กจ็ ะมขี นาดใหญต่ ามไปดว้ ย ในสภาพปกตคิ ลนื่ ในมหาสมทุ รจะมคี วามสงู ประมาณ 1 - 3 เมตร
แต่คล่ืนสึนามิเป็นคลื่นยักษ์มีขนาดใหญ่กว่าคล่ืนผิวน�้ำหลายสิบเท่า พลังงานจลน์จากแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทร
ถูกถ่ายทอดจากใตเ้ ปลือกโลกถกู ถา่ ยทอดขึน้ สผู่ ิวนำ้� แลว้ ขยายตัวทุกทศิ ทกุ ทางเข้าสู่ชายฝ่ัง ค�ำวา่ “ส”ึ เป็นภาษา
ญปี่ ่นุ แปลวา่ ทา่ เรือ “นามิ” แปลวา่ คลื่น ทีเ่ รียกเชน่ น้เี ป็นเพราะ ชาวประมงญป่ี นุ่ ออกไปหาปลา พอกลบั มากเ็ ห็น
คลืน่ ขนาดยกั ษพ์ ดั ท�ำลายชายฝงั่ พงั พินาศ
จดุ ก�ำเนดิ คล่นื สนึ ามิ
คลน่ื สนึ ามิมีจดุ กำ� เนิดจากศนู ย์เกดิ แผ่นดนิ ไหวบรเิ วณเขตมุดตวั (Subduction zone) ซึง่ อย่บู รเิ วณรอย
ตอ่ ของแผน่ ธรณเี คลอื่ นทเ่ี ขา้ หากนั (Convergent plate boundary) เมอ่ื แผน่ ธรณมี หาสมทุ รเคลอื่ นปะทะกนั หรอื
ชนเขา้ กบั แผน่ ธรณที วปี แผน่ มหาสมทุ รซง่ึ มคี วามหนาแนน่ จะจมตวั ลงสชู่ นั้ ฐานธรณภี าค ทำ� ใหเ้ กดิ แผน่ ดนิ ไหวอยา่ ง
รนุ แรงท่รี ะดับลึกดงั ภาพที่ 1

ภาพที่ 1 แผ่นธรณีมหาสมทุ รปะทะกัน

เมือ่ เปลือกโลกใต้มหาสมุทร ยบุ ตวั ลงเปน็ รอ่ งลกึ กน้ สมทุ ร (Oceanic trench) น�้ำทะเลทอี่ ย่ดู า้ นบนก็จะ
ไหลยุบตามลงไปด้วยดังภาพท่ี 2 น�้ำทะเลในบริเวณขา้ งเคียงมรี ะดับสงู กว่า จะไหลเขา้ มาแทนทแ่ี ล้วปะทะกนั ท�ำให้
เกิดคลืน่ สะทอ้ นกลบั ในทกุ ทศิ ทุกทาง (เหมือนกบั การทเ่ี ราขว้างก้อนหนิ ลงน�้ำ) ดงั ภาพท่ี 2

46 ชุดวชิ า อทุ ยานธรณีสตูล 2 รหสั วิชา สค23097
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้

ภาพที่ 2 การเกดิ คลน่ื สนึ ามิ

นอกจากสาเหตุจากแผ่นดินไหวแล้ว คลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นจากภูเขาไฟระเบิด ภูเขาใต้ทะเลถล่ม หรือ
อกุ กาบาตพุ่งชนมหาสมทุ ร แรงสัน่ สะเทือนเช่นน้ที ำ� ให้เกิดคล่นื ขนาดยกั ษ์ที่มฐี านกวา้ ง 100 กิโลเมตร แต่สงู เพียง
1 เมตร เคลือ่ นทดี่ ้วยความเรว็ ประมาณ 700 – 800 กโิ ลเมตรต่อชวั่ โมง เมอ่ื คลื่นเดินทางเข้าใกล้ชายฝง่ั สภาพทอ้ ง
ทะเลที่ตน้ื เขนิ ทำ� ใหค้ ล่ืนลดความเร็วและอดั ตวั จนมฐี านกวา้ ง 2 – 3 กโิ ลเมตร แตส่ ูงถงึ 10 – 30 เมตร ดังภาพท่ี 3
เมื่อคลน่ื สึนามิกระทบเขา้ กบั ชายฝั่งจึงท�ำให้เกิดภยั พิบตั ิมหาศาล เป็นสาเหตุการตายของผคู้ นจำ� นวนมาก เนื่องมา
จากกอ่ นเกดิ คล่ืนสนึ ามเิ พียงชว่ั ครู่ น�้ำทะเลจะลดลงอยา่ งรวดเร็ว ผู้คนบนชายหาดประหลาดใจจึงเดนิ ลงไปดู หลัง
จากน้นั ไม่นาน คลืน่ ยกั ษก์ จ็ ะถาโถมส่ชู ายฝงั่ ทำ� ให้ผู้คนเหล่านน้ั หนีไม่ทนั  

ชุดวิชา อทุ ยานธรณีสตลู 2 รหสั วชิ า สค23097 47
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น

ภาพท่ี 3 ขนาดของคลื่นสึนามิ

คลืน่ สึนามบิ ริเวณประเทศไทย
สถติ ทิ ่ีประวัติศาสตร์บันทกึ ไว้ จะมีการเกิดคลื่นสึนามขิ นาดใหญโ่ ดยเฉลี่ยทุกๆ 15 – 20 ปี แต่โดยส่วนมาก
แล้วจะเกิดข้ึนในมหาสมุทรแปซิฟิก เนื่องจากเป็นมหาสมุทรที่ใหญ่ท่ีสุดในโลกมีอาณาเขตปกคลุมคร่ึงหน่ึง
ของเปลือกโลก จึงมโี อกาสเกิดแผ่นดินไหวได้มากทส่ี ดุ คลืน่ สนึ ามทิ ่มี ขี นาดใหญ่ท่สี ุด มขี นาดสูงถงึ 35 เมตร ท่ีเกาะ
สุมาตรา เกดิ ข้ึนจากแรงสน่ั สะเทอื นจากการระเบิดของภเู ขาไฟกรากาตวั เม่ือวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2426
คล่นื สึนามิในประเทศไทยเมอื่ วนั ท่ี 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เกิดขึ้นเน่ืองจากแผน่ ดนิ ไหวทีบ่ รเิ วณรอ่ งลกึ
ซนุ ดรา (Sundra trench) เกิดการยุบตัวของเปลือกโลกบรเิ วณรอยตอ่ ของแผน่ ธรณอี นิ เดยี (India plate) กบั แผน่
ธรณีพม่า (Burma microplate) ทำ� ใหเ้ กิดแรงสน่ั สะเทอื น 9.1 ริกเตอร์ โดยมีจดุ เหนือศนู ย์เกดิ แผ่นดนิ ไหวอยู่ทาง
ทศิ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ของเกาะสมุ าตราดงั ภาพที่ 4 เหตกุ ารณน์ ที้ ำ� ใหค้ นตายมากกวา่ 226,000 คน ตามชายฝง่ั ของ
มหาสมุทรอินเดีย ในจ�ำนวนนีเ้ ป็นคนไทยไม่นอ้ ยกว่า 5,300 คน

คลนื่ สนึ ามิครัง้ แรกในประเทศไทยเกดิ จากแผน่ ดนิ ไหวในมหาสมทุ รอินเดยี
เม่อื วันท่ี 26 ธนั วาคม พ.ศ. 2547

48 ชดุ วชิ า อุทยานธรณีสตูล 2 รหัสวิชา สค23097
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้

ภาพท่ี 4 จดุ กำ� เนิดคล่นื สึนามิ เมือ่ วนั ท่ี 26 ธ.ค.47 

ระบบแจ้งเตอื นคล่นื สึนามิ
การตรวจจับคล่ืนสึนามิไม่ใช่เร่ืองง่าย เน่ืองจากขณะท่ีเกิดข้ึนกลางมหาสมุทร คล่ืนสึนามิมีฐานกว้างถึง
100 กิโลเมตร แต่สูงเพียง 1 เมตร อีกทั้งยังมีคล่ืนผิวน�้ำซึ่งเกิดจากกระแสลมวางซ้อนอยู่ด้านบนอีก
ดังน้ันการสังเกตการณ์จากเคร่ืองบินหรือดาวเทียมจึงไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ การตรวจจับคลื่นสึนามิท�ำได้ด้วย
การตรวจจบั สัญญาณจากทุ่นลอยและเคร่ืองวดั คลืน่ ไหวสะเทอื นเทา่ น้นั
ระบบแจง้ เตอื นคลนื่ สนึ ามริ ะบบแรกของโลกถกู จดั ตง้ั ขน้ึ หลงั จากอบุ ตั ภิ ยั ทหี่ มเู่ กาะฮาวาย ในปี พ.ศ.2489
ประเทศสหรฐั อเมรกิ าจดั ตง้ั “ศนู ยแ์ จง้ เตอื นคลน่ื สนึ ามแิ ปซฟิ กิ ” (Pacific Tsunami Warning Center) หรอื PTWC
โดยมตี ดิ ตัง้ สถานตี รวจวัดแผน่ ดนิ ไหวจำ� นวน 50 แหง่ รอบมหาสมทุ รแปซฟิ กิ ระบบทำ� งาน โดยการตรวจจบั คล่ืน
ไหวสนั่ สะเทอื น ซงึ่ เดนิ ทางรวดเรว็ กวา่ คลนื่ สนึ ามิ 15 เทา่ ขอ้ มลู ทต่ี รวจวดั ไดจ้ ากทกุ สถานถี กู นำ� รวมกนั เพอื่ พยากรณ์
หาต�ำแหน่งท่ีมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดคล่ืนสึนามิ เมื่อคล่ืนสึนามิถูกตรวจพบ ระบบจะแจ้งเตือนเมืองที่อยู่ชายฝั่ง
รวมทั้งประมาณเวลาสถานการณ์ที่คลื่นจะเข้าถึงชายฝั่ง เพ่ือท่ีจะอพยพประชาชนไปอยู่ท่ีสูง และให้เรือท่ีจอดอยู่
ชายฝั่งเดินทางสู่ท้องทะเลลึก ณ ที่ซ่ึงคลื่นสึนามิส่งไม่ส่งผลกระทบอันใด อย่างไรก็ตามระบบเตือนภัยน้ีสามารถ
ท�ำการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพียงไม่ก่ีช่ัวโมงเท่าน้ัน การอพยพผู้คนมักท�ำได้ไม่ทันท่วงทีเน่ืองจากคลื่นสึนามิเดินทาง
รวดเร็วมาก

สาเหตขุ องการเกดิ คลนื่ สนึ ามิ

เป็นที่เข้าใจกันดีว่า คลื่นสึนามิมิได้เกิดจากลมพายุเหมือนอย่างคลื่นธรรมดา เพราะเม่ือเกิดคล่ืนสึนามิ
ท้องฟา้ อาจปลอดโปรง่ ไมม่ ีลมพายเุ ลยก็ได้ นักวชิ าการในสมยั ก่อนคดิ วา่ การเกดิ คล่นื สนึ ามอิ าจเกย่ี วข้องกับน�ำ้ ขน้ึ
น�้ำลง ทผี่ ิดปกติในทอ้ งทะเล ซึง่ มสี าเหตมุ าจากการเปล่ียนแปลงของจดุ ดับบนดวงอาทิตย์ (sun spots) หรือจาก
การวางตวั ของดาวเคราะห์ตา่ ง ๆ ที่สมั พันธก์ ับตำ� แหน่งของโลก ดงั นั้นจึงเรยี กคลืน่ ชนิดนว้ี ่า คลน่ื นำ�้ ขึน้ ลง (tidal
waves) ปัจจุบันเราทราบแล้วว่า คล่ืนสึนามิไม่ได้เก่ียวข้องกับการข้ึนลงของน้�ำทะเล แต่เกิดจากการไหวสะเทือน
ของเปลือกโลก อย่างรุนแรงใต้พ้ืนท้องทะเล และมหาสมุทร ซ่ึงปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา ท�ำให้มวลน้�ำ

ชดุ วิชา อทุ ยานธรณสี ตูล 2 รหัสวิชา สค23097 49
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้

ในมหาสมุทร เกิดการเคล่ือนไหวกลายเป็นคล่ืนขนาดใหญ่ แผ่กระจายเป็นวงกว้างออกไปจากบริเวณที่เป็น
จุดศูนย์กลาง ของแผ่นดินไหว และเน่ืองจากคล่ืนชนิดนี้มิได้เกิดจากการข้ึนลงของน�้ำทะเล นักวิชาการในปัจจุบัน
จึงไม่นิยมเรียกว่า tidal waves แต่เปลี่ยนมาเรียกว่า tsunami ถึงแม้ว่าการเกิดคล่ืนสึนามิส่วนใหญ่จะมีสาเหตุ
มาจากการเกดิ แผน่ ดนิ ไหวอยา่ งรนุ แรงใตพ้ น้ื ทอ้ งมหาสมทุ ร แตถ่ า้ มสี าเหตอุ น่ื ทท่ี ำ� ใหเ้ กดิ คลน่ื ขนาดใหญใ่ นทอ้ งทะเล
โดยมิใช่จากการกระท�ำของลมพายุแล้ว ก็ถือเป็นคลื่นสึนามิได้เช่นกัน นักวิชาการจึงแบ่งสาเหตุของการเกิดคล่ืน
สึนามิเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ คล่ืนสึนามิจากแผ่นดินไหว (seismic tsunami) และคลื่นสึนามิไร้แผ่นดินไหว
(non - seismic tsunami)

1. คลื่นสนึ ามจิ ากแผน่ ดินไหว
เป็นผลมาจากการเกิดแผ่นดินไหวในระดับท่ีรุนแรง คือ ต้ังแต่ 8.0 ขึ้นไปตามมาตราริกเตอร์
โดยมีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใต้พ้ืนท้องมหาสมุทร หรือที่บริเวณใกล้ชายฝั่งทะเล ในทางธรณีวิทยาเราทราบ
แลว้ วา่ เปลอื กโลกประกอบขน้ึ ดว้ ยแผน่ เปลอื กโลก (tectonic  plates) หลายๆ แผน่ เชอื่ มตอ่ กนั เมอ่ื ใดทแ่ี ผน่ เปลอื ก
โลกเคล่ือนที่เข้าหากัน หรือแยกออกจากกันจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวข้ึน โดยความรุนแรงจากการสั่นสะเทือน
ของเปลือกโลกจะมีมากน้อยแตกต่างกันไปแต่ละคราว บริเวณท่ีเป็นแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกจึงมักเกิด
แผ่นดินไหวข้ึนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างย่ิง ในบริเวณท่ีขอบของแผ่นเปลือกโลกแผ่นหน่ึงเล่ือนตัวมุดลงไปใต้ขอบ
ของแผน่ เปลอื กโลกอกี แผน่ หนง่ึ จะทำ� ใหเ้ กดิ แผน่ ดนิ ไหวทร่ี นุ แรง และหากบรเิ วณนน้ั อยใู่ ตท้ ะเล กจ็ ะทำ� ใหเ้ กดิ คลน่ื
สนึ ามขิ น้ึ ไดจ้ ากการศกึ ษาเกย่ี วกบั การเกดิ คลนื่ สนึ ามทิ ผี่ า่ นมาในอดตี พบวา่ บรเิ วณทม่ี กั เกดิ คลนื่ สนึ ามบิ อ่ ยครง้ั มาก
คือ ในมหาสมทุ รแปซฟิ ิก ท้ังน้เี นื่องจากมหาสมทุ รแปซิฟกิ เปน็ พ้นื นำ้� ขนาดใหญ่ ครอบคลมุ เน้อื ท่ีถงึ ประมาณ 1 ใน
3 ของพื้นผิวโลก การเกิดแผ่นดินไหวในบริเวณท่ีใดที่หนึ่งของมหาสมุทรน้ี ย่อมจะส่งผลให้เกิดคล่ืนขนาดใหญ่
แผ่กระจายออกไปได้กว้างขวางมาก และอาจท�ำความเสียหายให้แก่ดินแดนต่างๆ ที่ต้ังอยู่ห่างจากบริเวณที่เป็น

50 ชุดวิชา อทุ ยานธรณีสตูล 2 รหัสวชิ า สค23097
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้


Click to View FlipBook Version