การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
13. การเปลี่ยนแปลงในการดำเนินการศึกษา
13.1 การแก้ไขเอกสารโครงการฯ
การเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมใด ๆ ของเอกสารโครงการฯ จะต้องนำมาบันทึกไว้ในส่วนของการแก้ไขของ
เอกสารโครงการฯ
หากมีการแก้ไข เนื้อหาของการแก้ไขจะนำเสนอต่อคณะกรรมการที่รับรองโครงการนี้ รวมทั้งคณะกรรมการ
พิจารณาการศึกษาวิจัยในคนของกระทรวงสาธารณสุข (ERCRHS) เพื่อขออนุมัติ ตามความเหมาะสม
13.2 สถานบริการที่ร่วมโครงการฯยุติการเข้าร่วมก่อนกำหนด
กองโรคติอต่อนำโดยแมลงหรือ MMV สงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเข้าร่วมโครงการฯของสถานบริการฯ
แต่ละแห่ง เงื่อนไขที่อาจนำไปสู่การยุติก่อนกำหนด ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการที่สถานที่นั้น ๆ ไม่ยึดถือข้อกำหนดใน
เอกสารโครงการฯ และการที่สถานบริการนั้นไม่สามารถรับผู้ป่วยได้เร็วพอที่จะยอมรับได้เท่านั้น
หน้าที่ 51 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
14. จริยธรรมของการศึกษา
14.1 ข้อพิจารณาด้านจริยธรรม
โครงการศึกษานี้จะต้องยึดถือตามแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ของสมาคมเภสัชระบาดวิทยาระหว่างประเทศ
(ISPE GPP) (19) ซึ่งเป็นหลักจริยธรรมที่ได้จากปฏิญญาณ ณ กรุงเฮลซิงกิซึ่งมีการแก้ไขในพ.ศ. 2556 (20)
นอกจากนั้นต้องถือตามกฏระเบียบทั้งหมดที่บังคับใช้ในปัจจุบันภายในประเทศด้วย
เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมในการศึกษานี้ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในด้านคุณวุฒิการศึกษา การฝึกอบรม
และประสบการณ์ที่จะปฏิบัติงานของโครงการฯได้
14.2 คณะกรรมการพิจารณาโครงการของสถาบัน/คณะกรรมการอิสระด้านจริยธรรม (IRB/IEC)
ก่อนเริ่มการศึกษา ผู้ดำเนินการศึกษาต้องได้รับการอนุมัติเป็นหนังสือที่มีวันที่อนุมัติ และความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง (คณะกรรมการพิจารณาโครงการของสถาบัน/คณะกรรมการอิสระด้านจริยธรรม)
รวมทั้งคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคนของกระทรวงสาธารณสุข (ERCRHS) ที่มีต่อเอกสารโครงการ
ศึกษานี้ พร้อมด้วยเอกสารสนับสนุนใดๆที่เกี่ยวข้อง ผู้ดำเนินการศึกษาต้องจัดส่งรายงาน สิ่งที่ปรับปรุง และ
รายงานอื่น ๆ (เช่น รายงานเร่งรัดด้านความปลอดภัย การแก้ไข และจดหมายบริหาร) ให้แก่คณะกรรมการฯ ตาม
กฏระเบียบ หรือตามขั้นตอนของสถาบัน คณะกรรมการดังกล่าว รวมถึงคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยใน
คนของกระทรวงสาธารณสุข
14.3 คณะกรรมการอิสระที่กำกับดูแลโครงการ (ISOC)
คณะกรรมการอิสระที่กำกับดูแลโครงการฯมีบทบาทด้านให้คำแนะนำเรื่องขั้นตอนของโครงการศึกษา
ทบทวนตรวจผลการศึกษา (ระหว่างและภายหลังจบโครงการฯ) และตัดสินใจว่าจะขยายงานไปยังสถานบริการ
สาธารณสุขในระดับล่าง (มาลาเรียคลินิก) หรือไม่
คณะกรรมการอิสระฯ จะถูกแต่งตั้งหรือคัดเลือกจากผู้นำ และผู้เชี่ยวชาญ โดยประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ
อาวุโสจากกระทรวงสาธารณสุข 2 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามาลาเรียจากสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย
อีก 1-2 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านมาลาเรียระดับนานาชาติอีก 1 ท่าน คณะกรรมการชุดนี้ จะต้องประชุมพบปะกัน
ตามกำหนด เช่น ตอนวิเคราะห์ผลในระหว่างการดำเนินโครงการ ตอนวิเคราะห์ผลขั้นสุดท้าย หรือเมื่อมีความ
จำเป็น
เกณฑ์ในการพิจารณาที่จะดำเนินโครงการฯต่อไปในระยะที่สองหรือไม่ มีดังนี้
- พิจารณาจากอุบัติการณ์ AHA ที่เกิดจากยา
- ความถูกต้องของการใช้แผนภูมิการรักษาผู้ป่วย
หน้าที่ 52 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
- อัตราการขาดการติดตามระหว่างวันแรกรับผู้ป่วยและวันที่ 5 (Day 5)
เพื่อให้มั่นใจในความเป็นอิสระและโปร่งใส คณะกรรมการคนใดที่มีผลประโยขน์ทางการค้า การเงิน หรือ
ของสถาบันที่เกี่ยวข้องกับผลของโครงการศึกษานี้จะเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการฯได้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ถูก
เชิญมาเข้าร่วมเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวสามารถร่วมอภิปรายได้ แต่ไม่สามารถร่วมตัดสินใจได้
จะมีการกำหนดรายละเอียดบทบาท ความรับผิดชอบ ขั้นตอนการทำงาน หลักเกณฑ์การตัดสินใจของ
คณะกรรมการอิสระฯ โดยกองโรคติอต่อนำโดยแมลง ร่วมกับ MMV ไว้ในคำสั่งแต่งตั้ง โดยกรมควบคุมโรคเป็นผู้
แต่งตั้ง
่
14.4 การยินยอม (ภาคผนวก 3 ได้แก 3.1, 3.2, 3.3 และ 3.4)
่
ภาคผนวก 3.1 เอกสารชี้แจงการเข้าร่วมในโครงการและใบยินยอมสำหรับผู้ปวยอายุ18ปีหรือมากกว่า
ภาคผนวก 3.2 เอกสารชี้แจงการเข้าร่วมในโครงการและใบเห็นพ้องสำหรับผู้ป่วย อายุ 16-17 ปี
(ผู้เยาว์)
ภาคผนวก 3.3 เอกสารชี้แจงการเข้าร่วมในโครงการและใบยินยอมสำหรับบิดามารดาหรือผู้ปกครองของ
ผู้เยาว์อายุ 16-17 ปี
ภาคผนวก 3.4 เอกสารชี้แจงการเข้าร่วมในโครงการและใบยินยอมสำหรับเจ้าหน้าที่สถานบริการ
สาธารณสุขที่เข้าร่วมโครงการ
ก่อนดำเนินขั้นตอนใด ๆ ที่กำหนดในเอกสารโครงการฯ ผู้ดำเนินการศึกษาหรือผู้ได้รับการแต่งตั้งจะต้อง
อธิบายรายละเอียดของเอกสารโครงการศึกษานี้ ขั้นตอนการศึกษา ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย
หรือผู้แทนตามกฎหมาย ตอบคำถามที่ผู้ป่วยหรือญาติอาจมีข้อสงสัย เกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการฯจนเป็นที่พอใจ
รวมทั้งต้องบอกความจริงว่าพวกเขาจะถอนตัวออกจากโครงการฯเมื่อใดกได้
็
กระบวนการขอคำยินยอมจะดำเนินการในห้องหรือบริเวณที่ถูกจัดไว้เป็นสัดส่วนและมีความเป็นส่วนตัว
เพียงพอ ผู้ป่วยที่อายุไม่เกิน 18 ปีจะต้องมีบิดามารดาหรือผู้ปกครองตามกฏหมายเข้าร่วมด้วย ส่วนผู้ที่อายุ
18 ขึ้นไป อนุญาตให้ญาติหรือผู้ติดตามเข้าร่วมในกระบวนการขอคำยินยอมได้
ผู้ป่วยแต่ละราย และ/หรือผู้แทนตามกฎหมายหากจำเป็น ต้องลงนามในแบบใบยินยอมที่ได้รับอนุมัติโดย
คณะกรรมการพิจารณาโครงการของสถาบัน/คณะกรรมการอิสระด้านจริยธรรม (เช่น คณะกรรมการพิจารณาการ
ศึกษาวิจัยในคนของกระทรวงสาธารณสุขไทย) เพื่อแสดงว่าเขายินยอมให้ถูกพิจารณาว่าจะได้รับการรักษาด้วยยา
ทาฟีโนควิน ถ้าหากเขามีระดับเอนไซม์ที่เหมาะสม และเขายินยอมให้ผู้ดำเนินการศึกษาใช้ข้อมูลของเขาในรูปแบบ
ที่ไม่ระบุตัวบุคคลไปทำการวิเคราะห์ ผู้ดำเนินการศึกษา หรือผู้ได้รับการแต่งตั้งต้องลงนามในแบบใบยินยอมด้วย
หน้าที่ 53 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
ต้นฉบับใบยินยอมที่มีลายมือลงชื่อจะต้องเก็บไว้ในแฟ้มผู้ป่วยที่สถานบริการสาธารณสุข ผู้ป่วยแต่ละรายจะได้รับ
มอบสำเนาใบยินยอมที่มีลายมือชื่อ 1 ชุด ผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 18 ปีก็จะได้รับสำเนาใบเห็นพร้องด้วย
14.5 การปกป้องข้อมูล
ข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย และข้อมูลส่วนตัวของผู้ดำเนินการศึกษา จะได้รับการปฏิบัติให้สอดคล้องกับ
กฏหมายข้อบังคับของประเทศไทยที่เกี่ยวกับการปกป้องข้อมูล
ชื่อของผู้ป่วย และวันเดือนปีเกิด จะต้องรักษาเป็นความลับอยู่เฉพาะในรายงานผู้ป่วย และจะไม่นำเข้าสู่
ฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ จะมีการตั้งรหัสให้ผู้ป่วย หรือระบุตัวผู้ป่วยทางอ้อม (เช่นใช้นามแฝง) โดยใชัเลข
ประจำตัวของผู้ป่วยแต่ละคนกรอกลงในแบบรายงานผู้ป่วย หรือในฐานข้อมูลของโครงการศึกษานี้
ผู้ดำเนินโครงการฯจะต้องเก็บรักษาบัญชีเลขประจำตัวของผู้ป่วยไว้เป็นความลับ (เลขประจำตัวที่คู่กับชื่อ
สกุล) เพื่อให้สามารถค้นหาระเบียนได้
14.6 การยึดถือตามเอกสารโครงการฯ
ต้องดำเนินโครงการตามเอกสารโครงการฯที่ได้รับอนุมัติ ยกเว้นในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งทำให้ต้องเข้าไป
ดำเนินการให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเอง หากมีสิ่งใดที่เบี่ยงเบนไปจาก
เอกสารโครงการฯ อย่างมีนัยสำคัญ ต้องรีบรายงานให้ MMV และ/หรือ กองโรคติดต่อนำโดยแมลงทราบทันที
และแจ้งคณะกรรมการพิจารณาโครงการของสถาบัน/คณะกรรมการอิสระด้านจริยธรรมด้ว
14.7 การแก้ไขเอกสารโครงการฯ
การแก้ไขหรือเพิ่มเติมใดๆ ในเอกสารโครงการฯ ต้องเริ่มจาก MMV และ/หรือ กองโรคติดต่อนำโดยแมลง
และต่อมาก็ต้องนำเสนอให้คณะกรรมการพจารณาโครงการของสถาบัน/คณะกรรมการอิสระด้านจริยธรรม และผู้
ิ
มีอำนาจควบคุมให้อนุมัติตามเหมาะสม
14.8 การรักษาเวชระเบียนผู้ป่วย
หลังจากการศึกษาเสร็จสิ้น ผู้ดำเนินการศึกษาต้องเก็บรักษาเอกสารต่างๆที่จำเป็นเป็นเวลา 5 ปี
ผู้ดำเนินการศึกษาต้องแจ้ง MMV และ/หรือกองโรคติดต่อนำโดยแมลงก่อนที่จะเคลื่อนย้ายหรือทำลายเอกสารทุก
ชนิดที่เกี่ยวกับการศึกษา
14.9 การรักษาความลับ
ข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องจาก MMV และกองโรคติดต่อนำโดยแมลง รวมถึงข้อมูลความลับทางการค้า
และข้อมูลเชิงพาณิชย์ จะถือเป็นความลับและไม่สามารถเปิดเผยได้ ยกเว้นว่าการเปิดเผยนั้นมีความจำเป็นโดยถูก
หน้าที่ 54 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
ร้องขอจากทางการ หรือตามกฎหมายหรือข้อบังคับอื่นๆ ในกรณีใดๆดังกล่าวต้องแจ้งให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลทราบว่า
ข้อมูลนั้นๆเป็นความลับ และไม่สามารถนำไปเผยแพร่ต่อ
ข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วยแต่ละรายที่ได้มาจากการศึกษานี้ต้องถือเป็นความลับ และห้ามมิให้เปิดเผย
ู
แก่บุคคลที่สาม นอกเหนือไปจากผู้ที่ถกระบุไว้ข้างล่างนี้ ข้อมูลทางการแพทย์ดังกล่าวอาจจะส่งให้แพทย์ประจำตัว
ของผู้ป่วยรายนั้น ๆ หรือให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่เหมาะสมได้เพอสวัสดิภาพของผู้ป่วยเอง
ื่
ข้อมูลที่ได้มาจากการศึกษานี้สามารถให้หน่วยงานดังต่อไปนี้ตรวจสอบได้หากร้องขอ: กองโรคติดต่อนำโดย
แมลง MMV หรือคณะกรรมการพิจารณาโครงการของสถาบัน/คณะกรรมการอิสระด้านจริยธรรม หรือหน่วยงานที่
ควบคุมกำกับ
หน้าที่ 55 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
15. แผนการเผยแพร่และสื่อสารรายงานผลของการศึกษา
จะมีการตีพิมพ์ผลงานโครงการศึกษานี้ถึงแม้ว่าอาจจะมีการยุติการศึกษาก่อนกำหนดก็ตาม การพิมพ ์
เผยแพร่อาจรวมถึงสิ่งต่อไปนี้ทางใดทางหนึ่งหรือทุกทาง เช่น ติดประกาศเรื่องย่อทางออนไลน์ เผยแพร่บทคัดย่อ
และนำเสนอในการประชุมทางวิชาการ รายงานโครงการฯ ตีพิมพ์ต้นฉบับเต็ม
ความเป็นเจ้าของผลงานจะถือตามแนวทางที่ตั้งโดยคณะกรรมการระหว่างประเทศด้านบรรณาธิการ
วารสารทางแพทย์ (21) ดังนั้นจึงถือตามกฏเกณฑ์ดังนี้ 1) ความมากน้อยของการช่วยสร้างแนวคิด หรือออกแบบ
โครงการ หรือการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การแปลผลเพื่อไปใช้งาน 2) การยกร่าง หรือการแก้ไขประเด็น
เพื่อเลริมสร้างเนื้อหาสำคัญด้านปัญญา 3) การอนุมัติเอกสารฉบับสมบูรณ์ก่อนตีพิมพ์ และ 4) ข้อตกลงเรื่องการ
ร่วมรับผิดชอบ ในการตอบคำถามทุกข้อในการตรวจสอบ และแก้ไข เพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ของงาน ผู้เขียนทุก
คนที่มีส่วนร่วมในผลงาน ต้องเข้าหลักเกณฑ์ทั้งหมดที่กล่าวนี้ และถึงแม้ว่าจะได้วางแผนตีพิมพ์ผลงานก่อนดำเนิน
โครงการฯ แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้าย เรื่องเจ้าของผลงาน และลำดับของผู้เขียน จะต้องอยู่บนพื้นฐานของการมี
ส่วนร่วม และการลงมือช่วยงานในโครงการฯ และการเขียนบทความอย่างแท้จริง ดังกล่าวข้างต้น
หน้าที่ 56 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
16. ประมาณค่าใช้จ่ายของโครงการศึกษา
ชื่อโครงการ การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่าง
เหมาะสม ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
Operational Feasibility of Appropriate Plasmodium vivax Radical Cure with Tafenoquine or
Primaquine After Quantitative G6PD Testing in Thailand
ผู้วิจัยหลัก ดร.แพทย์หญิงฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อนำโดยแมลง
หน่วยงาน กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค
แหล่งเงินทุน Medicines for Malaria Venture (MMV, Geneva, Switzerland) จะเป็นผู้ให้ทุนในการศึกษานี้
MMV ได้ให้การสนับสนุนในการพัฒนาเอกสารโครงการศึกษา และจะร่วมกับกองโรคติดต่อนำโดยแมลงพัฒนาสื่อ
ิ
การสอน และจะสนับสนุนการจัดทำรายงานการศึกษาและพมพ์เผยแพร่
ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย 2 ปี
หน้าที่ 57 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
ค่าใช้จ่ายในการวิจัย (228,297 USD หรือ 6,714,620 บาท) (อัตราแลกเปลี่ยน 29.41 บาท/1 USD)
1. ค่าตอบแทนบุคลากร
1.1. ค่าตอบแทนที่ปรึกษาโครงการ 1 คน 48,000 บาท
1.2. ค่าตอบแทนผู้วิจัย
- กองโรคติดต่อนำโดยแมลง 5 คน 572,000 บาท
- สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา
และศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง 320,000 บาท
1.3. ค่าจ้างบุคลากร
- ผู้ช่วยนักวิจัยเต็มเวลา 2 คน 1,134,000 บาท
- ผู้ประสานงานโครงการภาคสนาม 2 คน 420,000 บาท
1.4. ค่าตอบแทนแบบไม่เต็มเวลา
- เจ้าหน้าที่กองโรคติดต่อนำโดยแมลง (การเงิน/พัสดุ/ธุรการ) 144,000 บาท
- เจ้าหน้าที่ภาคสนาม 273,000 บาท
2. ประชุม/อบรม/ติดตามการดำเนินงาน
2.1. ประชุมเชิงปฏิบัติการ/อบรมเจ้าหน้าที่ 602,680 บาท
2.2. ประชุมทบทวนความก้าวหน้าและสรุปผล 150,000 บาท
2.3. ติดตามการดำเนินงานในพื้นที่โดยกองโรคติดต่อนำโดยแมลง 510,000 บาท
3. ค่าวัสดุอุปกรณ์สำนักงานและครุภัณฑ 233,240 บาท
์
4. ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร ค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เนท 27,700 บาท
ิ
5. ค่าจัดพมพ์เอกสาร 120,000 บาท
6. ค่าจัดส่งวัสดุอุปกรณ์และเวชภัณฑ ์ 80,000 บาท
7. ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 70,000 บาท
8. ชดเชยค่ายานพาหนะสำหรับผู้ป่วย (250 ราย X 300 บาท X 2 ครั้ง) 150,000 บาท
9. ค่าชดเชยกรณีเกิดอาการไม่พึงประสงค์ AHA 100,000 บาท
10. ค่าใช้จ่ายกรณีที่ต้องปรึกษาทางการแพทย์ที่ รพศ.ยะลา 60,000 บาท
11. ค่าบำรุงโรงพยาบาล 1,680,000 บาท
12. ค่าตอบแทนล่วงเวลา 20,000 บาท
รวมทั้งสิ้น 6,714,620 บาท
หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวจ่ายได้
หน้าที่ 58 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
วัสดุอุปกรณ์: MMV จะเป็นผู้จัดหาชุดตรวจ G6PD* และยา TQ
*1. จัดสรรให้เมื่อเริ่มโครงการฯ ในการอบรมฟิ้นฟูเรื่อง G6PD ให้แก่เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล 4 แห่ง ที่ร่วม
โครงการ โดยอบรมการใช้ยาและเรื่องความปลอดภัยของยา
*2. จัดสรรให้เมื่อสิ้นสุดระยะที่ 2 ของโครงการฯ ในการอบรมฟิ้นฟูเรื่อง G6PD ให้แก่เจ้าหน้าที่มาลาเรียคลินิก
2 แห่ง ที่ร่วมโครงการโดยอบรมการใช้ยาและเรื่องความปลอดภัยของยา
หน้าที่ 59 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
17. เอกสารอ้างอิง
1. WHO. World Malaria Report 2018. Geneva: World Health Organization, 2018.
2. Imwong M, Snounou G, Pukrittayakamee S, Tanomsing N, Kim JR, Nandy A, et al.
Relapses of Plasmodium vivax infection usually result from activation of heterologous
hypnozoites. The Journal of infectious diseases. 2007;195(7):927-33.
.
.
3. WHO Control and elimination of plasmodium vivax malaria A technical brief World
.
Health Organization, 2015.
4. John GK, Douglas NM, von Seidlein L, Nosten F, Baird JK, White NJ, et al Primaquine
.
:
radical cure of Plasmodium vivax a critical review of the literature Malaria journal.
.
2012;11(1):280.
5. Charoenkwan P, Tantiprabha W, Sirichotiyakul S, Phusua A, Sanguansermsri T.
Prevalence and molecular characterization of glucose-6-phosphate dehydrogenase
deficiency in northern Thailand Southeast Asian J Trop Med Public Health.
.
2014;45(1):187-93.
6. Kitcharoen S, Dechyotin S, Khemtonglang N, Kleesuk C. Relationship among glucose-6-
)
phosphate dehydrogenase (G-6-PD activity, G-6-PD variants and reticulocytosis in
neonates of northeast Thailand Clinica chimica acta; international journal of clinical
.
chemistry. 2015;442:125-9.
.
7. Minucci A, Moradkhani K, Hwang MJ, Zuppi C, Giardina B, Capoluongo E Glucose-6-
phosphate dehydrogenase (G6PD) mutations database: review of the "old" and update
of the new mutations. Blood Cells Mol Dis. 2012;48(3):154-65.
.
.
8. Cappellini MD, Fiorelli G Glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiency Lancet
(London, England). 2008;371(9606):64-74.
:
9. Ashley EA, Recht J, White NJ Primaquine the risks and the benefits Malaria journal.
.
.
2014;13:418.
.
10. WHO Guidelines for the treatment of malaria 3rd edition Geneva World Health
:
.
.
Organization; 2015 2015.
11. Galappaththy GNL, Tharyan P, Kirubakaran R Primaquine for preventing relapse in
.
people with Plasmodium vivax malaria treated with chloroquine Cochrane Database
.
of Systematic Reviews. 2013(10).
หน้าที่ 60 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
12. Douglas NM, Poespoprodjo JR, Patriani D, Malloy MJ, Kenangalem E, Sugiarto P, et al.
Unsupervised primaquine for the treatment of Plasmodium vivax malaria relapses in
southern Papua: A hospital-based cohort study. 2017;14(8):e1002379.
13. WHO. Testing for G6PD deficiency for safe use of primaquine in radical cure of P. vivax
and P. ovale. Geneva: World Health Organization, 2016
.
14. Rajapakse S, Rodrigo C, Fernando SD Tafenoquine for preventing relapse in people
with Plasmodium vivax malaria The Cochrane database of systematic reviews.
.
2015(4):Cd010458.1
15. Ebstie YA, Abay SM, Tadesse WT, Ejigu DA Tafenoquine and its potential in the
.
treatment and relapse prevention of Plasmodium vivax malaria: the evidence to date.
Drug design, development and therapy. 2016;10:2387-99.
16. Llanos-Cuentas A, Lacerda MV, Rueangweerayut R, Krudsood S, Gupta SK, Kochar SK,
et al. Tafenoquine plus chloroquine for the treatment and relapse prevention of
Plasmodium vivax malaria (DETECTIVE): a multicentre, double-blind, randomised,
phase 2b dose-selection study. Lancet (London, England). 2014;383(9922):1049-58.
17. Lacerda MVG, Llanos-Cuentas A, Krudsood S, Lon C, Saunders DL, Mohammed R, et al.
Single- Dose Tafenoquine to Prevent Relapse of Plasmodium vivax Malaria.
2019;380(3):215-28.
18. Rueangweerayut R, Bancone G, Harrell EJ, Beelen AP, Kongpatanakul S, Mohrle JJ, et
al Hemolytic Potential of Tafenoquine in Female Volunteers Heterozygous for
.
Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase (G6PD) Deficiency (G6PD Mahidol Variant) versus
.
G6PD-Normal Volunteers The American journal of tropical medicine and hygiene.
2017;97(3):702-11.
19. International Society for Pharmacoepidemiology (ISPE). Guidelines for Good
Pharmacoepidemiology Practices (GPP). Revised June 2015
https://www.pharmacoepi.org/resources/guidelines_08027.cfm
20. Word Medical Association. Declaration of Helsinki. October 2013. http://www.wma.net/
21. ICMJE Recommendations for the Conduct, Reporting, Editing, and Publication of
.
.
.
Scholarly Work in Medical Journals December 2016 http://www.icmje.org/icmje-
recommendations.pdf
หน้าที่ 61 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
22. แนวเวชปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรีย พ.ศ. 2562 (Clinical practice guideline for
malaria case management 2019) กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวง
สาธารณสุข
หน้าที่ 62 จาก 63
การศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่างเหมาะสม ฉบับที่ 4.2 วันที่ วันที่ 08 มีนาคม 2564
ด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควินโดยใช้การตรวจวัดระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
18. ภาคผนวก (เอกสารแนบ)
ภาคผนวก 1 แผนภูมิการรับผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการฯและขั้นตอนการศึกษา
ภาคผนวก 2 การอบรมเจ้าหน้าที่ของโครงการฯ: แผนอบรม และเนื้อหา
ภาคผนวก 3 เอกสารชี้แจงสำหรับการเข้าร่วมในโครงการฯ
ภาคผนวก 4 ภาวะโลหิตจางชนิดเฉียบพลันจากเม็ดโลหิตแดงแตก การดูแลเบื้องต้น และการส่งต่อผู้ป่วย
ภาคผนวก 5 บัญชีรายการให้คำปรึกษาผู้ป่วย
ภาคผนวก 6 แบบรายงานผู้ป่วย
ภาคผนวก 7 เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และอาการไม่พงประสงค์
ึ
้
ภาคผนวก 8 ขั้นตอนการจัดการขอมูล
หน้าที่ 63 จาก 63
Thailand TQ Operational Feasibility Study 10 June 2020
ุ
ผู้ปวยมีไข้สงสัยมาลาเรีย มาที่สถานบริการสาธารณสข
่
ื
่
ก่อนการศึกษา มีการใช้เคร่องตรวจระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณอยูแล้ว เพิ่อช่วยใน Severe/complicated
ุ
ิ
TQ การรักษาขั้นหายขาดเชื้อชนด P. vivax (Pv) ด้วยยา PQ ใน malaria ตั้งครรภ์ ให้นมบตร
็
ิ
ุ
โรงพยาบาลชมชนและมาลาเรียคลินกในจังหวัดยะลา ส่งต่อไปรับการดูแลเปนพิเศษ
อายุ ≥ 16 ป ี, นน. ≥ 35 กก. Hb > 7 gm% โดยแพทย์ ตามปฏิบัติปกติ ไม่
ื้
ื
ื
ระยะที่ 1 กองโรคติดต่อน าโดยแมลงจะอบรมฟนฟูเร่องการใช้เคร่องตรวจระดับ ใช่ พิจารณารับเข้าโครงการ
เอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณตามแผนภูมิการรักษาขั้นหายขาดเชื้อ Pv ไม่ใช่
ิ
ิ
ด้วยยา TQ/PQ ให้แก่เจ้าหนาที่ของ รพ. 4 แห่ง พบเชื้อชนด P. vivaxเพียงชนดเดียว ไม่ใช่
้
ใช่
แผนภูมิการรับผู้ปวยเข้าร่วมโครงการและขั้นตอนการศึกษา
ใช่ ไม่รับเข้า
่
ร่วมอยูในโครงการวิจัยทางคลินกอื่น
ิ
วิเคราะห์ผลระหวางการดําเนนการเพือตัดสินใจ โครงการ
่
�
ิ
่
ขยายงานต่อไป/ไมขยาย ไม่ใช่
็
ุ
ั
โดยคณะกรรมการอิสระที่กํากบดูแลโครงการ เปนโรคเบาหวานและก าลังรับยาเบาหวานบางกล่ม* ใช่
ไม่ใช่
ื
ื
ื้
ระยะที่ 2 อบรมฟนฟูเร่องการใช้เคร่องตรวจระดับเอนไซม์ G6PD เชิง
ปริมาณตามแผนภูมิการรักษาขั้นหายขาดเชื้อ ชนด Pv ด้วยยา
ิ
TQ/PQ ให้แก่เจ้าหนาที่มาลาเรียคลินก G6PD <4 IU/g Hb G6PD 4–6 IU/g Hb G6PD >6 IU/g Hb
้
ิ
ิ
ิ
เร่มเก็บข้อมูลที่มาลาเรียคลินก 2 แห่ง และเก็บข้อมูลที่รพ. 4
แห่งต่อไปอีก 9 เดือน คาดว่าจะรับผู้ปวยรวมทั้งหมดจากรพ .
่
ุ
ิ
และจากมาลาเรียคลินก กล่มละประมาณ 125 ให้ CQ x 3 วัน + ให้ CQ x 3วัน ให้ CQ x 3วัน
PQ สัปดาห์ละคร้ง
ั
ั
ั
่ + PQ วันละคร้ง + TQ คร้ง
x8 สัปดาห์** x14 วัน เดียว
ุ
การวิเคราะห์ผลขั้นสดท้าย
ภาคผนวก 1 จากข้อมูลผู้ป วยทั้งรวมหมด รวมประมาณ ภายหลังการให้ยารักษาในวันที่ 1 (วันแรกรับและใช้เปนข้อมูลพื้นฐาน) ต้องติดตามผลการรักษาในผูปวย
่
่
้
็
250 ราย ซึ่งรวมผูป ่ วยที่สมควรได้รบยา
ั
้
ใน D5 และ D14 เพื่อตรวจว่ามีอาการแสดงของภาวะเม็ดเลือดแดงแตกหรือไม่
TQ ประมาณ 170-180 ราย
ุ
ั
็
*1.เปนเบาหวานและก าลังรบยาในกล่ม Metformin
็
ี
** PQ 0.75 mg/kg ภายใต้การดูแลทางแพทย์ นดมา follow-up D3 D5 D7 ตามแนวทางเวชปฏิบัติฯ 2562 สามารถเข้าถึงที่ที่มีบริการให้เลือดได้ 2. เปนเบาหวานร่วมกับมภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD
ั
ั
เพราะมีความเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตกสูงกว่ามาก และก าลังรบยาในกลุ่ม sulfonylurea
Thailand TQ Operational Feasibility Study 10 June 2020
ุ
ผู้ปวยมีไข้สงสัยมาลาเรีย มาที่สถานบริการสาธารณสข
่
ื
่
ก่อนการศึกษา มีการใช้เคร่องตรวจระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณอยูแล้ว เพิ่อช่วยใน Severe/complicated
ุ
ิ
TQ การรักษาขั้นหายขาดเชื้อชนด P. vivax (Pv) ด้วยยา PQ ใน malaria ตั้งครรภ์ ให้นมบตร
็
ิ
ุ
โรงพยาบาลชมชนและมาลาเรียคลินกในจังหวัดยะลา ส่งต่อไปรับการดูแลเปนพิเศษ
อายุ ≥ 16 ป ี, นน. ≥ 35 กก. Hb > 7 gm% โดยแพทย์ ตามปฏิบัติปกติ ไม่
ื้
ื
ื
ระยะที่ 1 กองโรคติดต่อน าโดยแมลงจะอบรมฟนฟูเร่องการใช้เคร่องตรวจระดับ ใช่ พิจารณารับเข้าโครงการ
เอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณตามแผนภูมิการรักษาขั้นหายขาดเชื้อ Pv ไม่ใช่
ิ
ิ
ด้วยยา TQ/PQ ให้แก่เจ้าหนาที่ของ รพ. 4 แห่ง พบเชื้อชนด P. vivaxเพียงชนดเดียว ไม่ใช่
้
ใช่
แผนภูมิการรับผู้ปวยเข้าร่วมโครงการและขั้นตอนการศึกษา
ใช่ ไม่รับเข้า
่
ร่วมอยูในโครงการวิจัยทางคลินกอื่น
ิ
วิเคราะห์ผลระหวางการดําเนนการเพือตัดสินใจ โครงการ
่
�
ิ
่
ขยายงานต่อไป/ไมขยาย ไม่ใช่
็
ุ
ั
โดยคณะกรรมการอิสระที่กํากบดูแลโครงการ เปนโรคเบาหวานและก าลังรับยาเบาหวานบางกล่ม* ใช่
ไม่ใช่
ื
ื
ื้
ระยะที่ 2 อบรมฟนฟูเร่องการใช้เคร่องตรวจระดับเอนไซม์ G6PD เชิง
ปริมาณตามแผนภูมิการรักษาขั้นหายขาดเชื้อ ชนด Pv ด้วยยา
ิ
TQ/PQ ให้แก่เจ้าหนาที่มาลาเรียคลินก G6PD <4 IU/g Hb G6PD 4–6 IU/g Hb G6PD >6 IU/g Hb
้
ิ
ิ
ิ
เร่มเก็บข้อมูลที่มาลาเรียคลินก 2 แห่ง และเก็บข้อมูลที่รพ. 4
แห่งต่อไปอีก 9 เดือน คาดว่าจะรับผู้ปวยรวมทั้งหมดจากรพ .
่
ุ
ิ
และจากมาลาเรียคลินก กล่มละประมาณ 125 ให้ CQ x 3 วัน + ให้ CQ x 3วัน ให้ CQ x 3วัน
PQ สัปดาห์ละคร้ง
ั
ั
ั
่ + PQ วันละคร้ง + TQ คร้ง
x8 สัปดาห์** x14 วัน เดียว
ุ
การวิเคราะห์ผลขั้นสดท้าย
ภาคผนวก 1 จากข้อมูลผู้ป วยทั้งรวมหมด รวมประมาณ ภายหลังการให้ยารักษาในวันที่ 1 (วันแรกรับและใช้เปนข้อมูลพื้นฐาน) ต้องติดตามผลการรักษาในผูปวย
่
่
้
็
250 ราย ซึ่งรวมผูป ่ วยที่สมควรได้รบยา
ั
้
ใน D5 และ D14 เพื่อตรวจว่ามีอาการแสดงของภาวะเม็ดเลือดแดงแตกหรือไม่
TQ ประมาณ 170-180 ราย
ุ
ั
็
*1.เปนเบาหวานและก าลังรบยาในกล่ม Metformin
็
ี
** PQ 0.75 mg/kg ภายใต้การดูแลทางแพทย์ นดมา follow-up D3 D5 D7 ตามแนวทางเวชปฏิบัติฯ 2562 สามารถเข้าถึงที่ที่มีบริการให้เลือดได้ 2. เปนเบาหวานร่วมกับมภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD
ั
ั
เพราะมีความเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตกสูงกว่ามาก และก าลังรบยาในกลุ่ม sulfonylurea
ภาคผนวก 2
การอบรมเจาหนาที่ของโครงการ: แผนอบรม และเนือหา
้
หัวขออบรม
- การทดสอบกอนการอบรม
- ความเปนมา - มาลาเรียชนิด P. vivax และเอนไซม G6PD
- การรักษาผูปวยมาลาเรียชนิด P. vivax อยางปลอดภัย
ั
ุ
ี
- อปกรณตรวจเอนไซม G6PD ชนิดใหมท่ตรวจระดบเอนไซมท่สามารถนําไปใชนอกหองปฏิบัติการใน
ี
สถานที่ใหบริการผูปวยได (การอบรมฟนฟู)
ี
- การรักษาผูปวยดวยมาลาเรียชนิด P. vivax ที่มไขกลับซ้ําดวยยาใหม Tafenoquine (TQ)
- ความเลี่ยงที่จะเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตก และการลดความเสี่ยง
- การอบรมเชิงปฏิบัติการในการใชอุปกรณตรวจระดับเอนไซม G6PD เชิงปริมาณ และแผนภูมิการรักษา
ดวยยา TQ และ PQ
- การทดสอบหลังการอบรม
หลักสูตรการอบรม
1. การอบรมฟนฟู
1.1. มาลาเรียชนิด P. vivax คออะไร
ื
1.2. ความสําคัญของมาลาเรียชนิด P. vivax ในประเทศไทย
เ
1.3. อนไซม G6PD คืออะไร และความเสี่ยงที่ เกิดจากภาวะพรองเอนไซม G6PD
1.4. การรักษาผูปวยมาลาเรียชนิด P. vivax
1.5. ภาวะพรองเอนไซม G6PD และประสิทธิผลของการรักษามาลาเรีย ชนิด P. vivax ขั้นหายขาด
1.6. ประโยชนของการนําอุปกรณตรวจเอนไซม G6PD ที่ตรวจระดับเอนไซมที่สามารถนําไปใชนอก
ํ
หองปฏิบัติการในสถานที่ใหบริการผูปวยได ในการควบคุมและกาจัดมาลาเรียชนิด P. vivax
2. การนํายา Tafenoquine (TQ) มาใช
- ประวัติ
- คุณลักษณะของผลิตภัณฑ
- ขอบงชี้และขอหามใช
ู
3. การปฏิบัติการทดสอบวัดระดับ G6PD (ดภาพประกอบในใบแนบ)
ี่
- ขั้นตอนแตละขั้นตามทฤษฎี (การจัดตั้งเครื่องวิเคราะหผล การเตรียม สวนประกอบทตองใชในการ
ตรวจ การใชรหัส Chip และ SOP เมื่อตอง เปดใชชุดตรวจกลองใหม) ขั้นตอนการทดสอบ การแปล
ผลตรวจ
่
- การตรวจระดบเอนไซม G6PD เชิงปริมาณ และแผนภูมิการรักษาดวย ยา TQ/PQ (ดูตารางทีในใบ
ั
แนบ)
ี่
4. การอบรมเชิงปฏิบัติการ (รวมถึงการใชสารควบคุม ความสามารถของเครื่องตรวจ และขอผิดพลาดทพบบอย)
ู
5. เอนไซม G6PD (ความเปนมาและทบทวนขอมล)
- ระดับเอนไซมแยกตามเพศผูปวย
ื่
- ความเสี่ยงของการเกิดภายะเม็ดเลือดแดงแตกเมอไดรับยา PQ หรือ TQ
6. ภาวะเม็ดโลหิตจางเฉียบพลันจากเม็ดโลหิตแดงแตก Acute Hemolytic Anemia (AHA) - อาการและ
อาการแสดง - การใหคําปรึกษาแกผูปวย และแนวทางการลดความเสี่ยงของการ เกิด AHA
7. แนวทางการบําบัดรักษาผูปวยรายที่สงสัยวามีภาวะ AHA รวมทงการ อภิปรายยอยสถานการณรูปแบบตาง ๆ
ั
้
8. การบําบัดรักษาผูปวย AHA
9. การบันทึกขอมูลและการรายงาน
ภาคผนวก 3
3.1 เอกสารชี้แจงการเขารวมในโครงการสาหรับ
ํ
ผูปวยอายุ 18 ปขึ้นไป
ื
ั
ึ
่
ชอโครงการ: การศกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัตของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซข้น
ิ
ี
หายขาดอยางเหมาะสม ดวยยาทาฟโนควิน หรือไพรมาควิน โดยใชการตรวจวัดระดับเอนไซมจีซกพดี
ิ
เชิงปริมาณ ประเทศไทย
หัวหนาโครงการ:
ดร.แพทยหญงฉันทนา ผดุงทศ
ิ
ผูอํานวยการกองโรคติดตอนําโดยแมลง กรมควบคมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ุ
88/21 ถนนติวานนท ตําบลตลาดขวัญ จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร: 02 590 3145 โทรสาร: 02 591 8422
อีเมล: [email protected]
ชื่อผูดําเนินการศกษา ณ สถานบริการ: …………………………....................................................................
ึ
ชื่อสถานบริการที่เขารวมโครงการ: ………………………………....................................................................
ที่อยูของสถานบริการ: ……………………………………….….….......................................................................
ั
หมายเลขโทรศพท : ………………………….….............................................................................................
เลขทะเบียนของผูปวยในโครงการ: …………..……....................................................................................
่
เอกสารนี้อธิบายโครงการศึกษาความเปนไปไดทกําลังดําเนินการในจังหวัดยะลา คณะของ
ี
่
ี
เราเปนเจาหนาทของกระทรวงสาธารณสุข เราจะอธิบายเกยวกบโครงการฯ ใหทานไดทราบ
ั
่
ี
การศึกษานี้จะรับผูปวยทอาสาเขารวมในโครงการฯ เทานั้น
ี่
ทําไมจึงตองดําเนินโครงการนี้
กระทรวงสาธารณสุขไดเริมนําวิธีทดสอบชนิดใหมสําหรับใชตรวจในผูปวยมาลาเรีย เรียกวา
่
ั
้
ี
ิ
วิธีทดสอบเอนไซมจีซกพดี วิธีทดสอบนีจะชวยใหแพทยและบุคลากรสาธารณสุขไดม่นใจวาทานจะ
สามารถใชยาบางชนิดเพื่อรักษามาลาเรียชนิดไวแวกซได
่
่
ื
วัตถุประสงคของโครงการศึกษานี คอ เพอใหมนใจวาทาน และผูปวยมาลาเรียรายอน ๆ
ั
ื
่
ื
้
จะไดรับยาทถูกตอง ตามผลการตรวจสอบเอนไซม และตามอายุของผูปวย ทานจึงอาจจะไดรับยา
่
ี
ั
ชนิดใหมท่กินครั้งเดียวท่มีชือวา “ทาฟโนควิน” หรืออาจเปนยาชนิดท่ใชกนอยูแลว ชื่อวา “ไพร
ี
ี
่
ี
มาควิน” โดยอาจใหกินทุกวันนาน 14 วัน หรือกินทุกสัปดาหนาน 8 สัปดาหก็ได หากทานเคยปวย
เปนมาลาเรียดวยเชื้อชนิดไวแวกซมากอน ก็อาจไดเคยกินยาไพรมาควินแลว
ี
่
ยาทงสองชนิดทกลาวไดผานการรับรองจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
้
ั
(ชื่อยอ อ.ย.) ใหใชรักษามาลาเรียในประเทศไทย
Page 1 of 6
จะดําเนินโครงการศึกษาอยางไร
ี่
ผูปวยทกคนในโครงการฯ เปนผูทไดรับการวินิจฉัย วาติดเชื้อมาลาเรียชนิดไวแวกซ ผูปวยจะ
ุ
ิ
่
ื
ุ
ึ
่
ิ
ไดรับยาคลอโรควินเพอฆาเชื้อมาลาเรียในเลือด ซงเปนการปฏิบัตตามปกต ผูปวยทกคนจะไดรับการ
ี
ิ
ี
ึ่
ตรวจระดับเอนไซมจีซิกพีด ซงเปนเอนไซมท่ชวยใหเซลลเม็ดเลือดแดงทํางานไดเปนปกต และไดรับ
ี
การรักษาท่เหมาะสมเพ่อฆาเชื้อมาลาเรียท่แฝงอยูในตับ ตามผลการตรวจเอนไซม เราจะขอใหทาน
ื
ี
ี
ี
่
ื
ํ
้
่
่
ิ
กลับมาทโรงพยาบาล/มาลาเรียคลินิกอก เพ่อมารับการตรวจซาในวันที 5 และวันที 14 หลังจากกน
ื
้
ยามอแรกในวันนี ้
ั
ี
หากทานใหความยินยอมท่จะเขารวมโครงการฯ ขอมลเกยวกบผลการตรวจตาง ๆ ของทาน
ี
่
ู
่
ี
ื
่
้
ผลการรักษา และขอมลอนใดททานใหแกเราในระหวางการนัดหมายแตละครัง จะถกนํามาวิเคราะห
ู
ู
โดยที่ชื่อ และขอมูลสวนตัวของทานจะไมถูกเปดเผย
ี
่
ความรูตางๆ ทไดจากโครงการฯ จะนําไปพิจารณาประกอบการออกนโยบายของกระทรวง
่
สาธารณสุข วาจะนําวิธีการใหมในการรักษามาลาเรียชนิดไวแวกซไปขยายผลใชในพ้นท่อ่นๆทว
ั
ื
ี
ื
ประเทศไทยไดหรือไม ทั้งนี้เพื่อเรงรัดการกําจัดกวาดลางมาลาเรียใหเร็วขึ้น
การยินยอมคืออะไร
ั
ขึ้นอยูกบการตัดสินใจของทานวาจะเขารวมในโครงการหรือไม
หากทานตัดสินใจเขารวมโครงการ ทานตองลงนามใน “ใบยินยอม” ทีแนบมากับเอกสาร
่
ชี้แจงนี้ เพื่อแสดงวา “ทานตกลงใจเขารวมในโครงการ” ขั้นตอนนี้เรียกวา “การใหความยินยอม”
ื่
ทานควรตัดสินใจตอเมอ:
1. เจาหนาที่โครงการฯ อธิบายเกี่ยวกับโครงการฯ ใหทานทราบแลว
2. ทานเขาใจวัตถุประสงคของโครงการฯ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทาน และ
3. ทานยินดีที่จะทําตามที่โครงการฯ ขอใหทํา
ี
ี
ทานควรใชเวลาพิจารณากอนการตัดสินใจ แพทยและเจาหนาท่สาธารณสุขท่รักษาทานจะ
ตอบทานทุกคําถามที่เกี่ยวกับโครงการฯ หากทานมีขอสงสัย
ขาพเจาตองทําอะไรบางในโครงการนี้
ทานจะไดรับยาคลอโรควินมอแรก กอนทจะทราบผลการตรวจคาเอนไซม ทงนี้เพราะเราตอง
ื้
ี่
ั้
ั
รักษาโรคมาลาเรีย และระงบอาการตางๆของโรคใหทานอยางรวดเร็วที่สุดเทาที่จะทําได ทานจะไดรับ
ยาชนิดที่สองตอเมื่อทราบผลการตรวจเอ็นไซมวิธีใหมแลว
ดังกลาวขางตน ทานจะตองกลับมาทโรงพยาบาลหรือมาลาเรียคลินิกอกสองครั้ง ครั้งแรกคอ
ี
ี่
ื
ี
วันท 5 และครั้งทสองคอวันท 14 นับจากวันเริ่มรับยาในวันนี้ ทานจะตองมารับการตรวจตดตามผล
ี่
ี่
ิ
่
ื
ี
่
ี
ึ
่
และตองบอกใหเราทราบถงอาการหรือปญหาใด ๆ ทีอาจม ในวันที 14 ทานจะถกเจาะเลือดท่ปลาย
ู
นิวเพอตรวจอีกครัง ซงเปนการปฏิบัตงานตามปกตสําหรับผูปวยมาลาเรียท่มเชื้อชนิดไวแวกซใน
้
ี
ึ
ี
ิ
ิ
่
ื
่
้
ประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อใหมั่นใจวาเชื้อมาลาเรียหมดไปจากเลือดของทานแลว
Page 2 of 6
่
การที่ทานตกลงที่เขารวมโครงการฯ ทานตกลงทีจะทําสองอยางคือ:
1) รับการพิจารณาใหไดรับการรักษาดวยยาทาฟโนควิน หรือยาไพรมาควิน ตามผลการตรวจเอนไซม
ดวยวิธีใหม
2) ทานอนุญาตใหผูดําเนินโครงการฯ ใชขอมลของทานไปวิเคราะหได โดยทจะผูดําเนินการจะไมเปดเผย
ี่
ู
ขอมูลละเอียดที่ระบุตัวตนของทาน เชน ชื่อ ที่อยู วันเกิด
ี่
อาการขางเคียงหรือความเสยงใด ทขาพเจาอาจจะพบไดจากการรักษาครั้งนี้
ี
่
็
ี
ทานอาจมอาการขางเคยงจากยาขนานใดกไดทใชรักษามาลาเรียชนิดไวแวกซ เราจะคอย
ี
่
ี
เฝาดูผูปวยทุกคนวาเกิดอาการขางเคียงใดหรือไม
อาการขางเคียงอาจจะไมรุนแรง หรือรุนแรงก็ได อาการขางเคียงบางอยางอาจหายไปทันท
ี
ิ
เมื่อทานหยุดกินยานั้น ในบางกรณีอาการขางเคียงอาจจะมีอันตราย กนเวลานาน หรืออาจจําเปนตอง
รับการรักษาเรงดวน
ี
ิ
็
ํ
ี
่
ทานอาจจะมจํานวนเมดเลือดแดงในรางกายลดลง ทานอาจจะตองหยุดยาทกาลังกนอยู
่
ิ
็
ุ
ื
ิ
และอาจตองไดรับการรักษาเพมเตม เชน ตองกนยาเมดธาตเหล็กเพอแกไขผลของอาการขางเคยงนี ้
ี
่
ิ
โปรดโทรศัพทติดตอ หรือไปทโรงพยาบาล/มาลาเรียคลินิก ทันทีหากทานมีอาการใด ๆ ดังตอไปนี้:
ี
่
รูสึกมึนงงมาก ศีรษะเบา หรือหายใจสั้นหรือตื้น
มีปสสาวะสีเขม (สีน้ําตาลแดง หรือสีน้ําโคคาโคลา)
รูสึกหายใจไมออก
ผิวหนังหรือตาขาวเปลี่ยนเปนสีเหลือง (เหมือนดีซาน)
หัวใจเตนเร็วมาก
ผิวหนังซีดมาก
รูสึกเหนื่อยมาก
อาเจียนซ้ํา ๆ คลื่นไส หรือทองเดิน
อาการขางเคียงดังตอไปนี้อาจเกิดขึ้นได:
ั้
ปวดศีรษะ รวมทงปวดศีรษะเล็กนอย
รูสึกไมสบายทอง คลื่นไส อาเจียน ทองเดิน หรือปวดทองแบบตะคริว
ปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ํา
ี
ความสามารถของฮีโมโกลบินในการขนสงออกซิเจนไปเลี้ยงรางกายลดลง ทําใหทานมอาการ
เชน ริมฝปาก เล็บ หรือผิวหนังมีสีน้ําเงินหรือเทา
Page 3 of 6
ขาพเจาจะไดัรับประโยชนใดจากการศึกษานี้
้
ิ
ถาผลการตรวจเลือดวิธีใหมแสดงวาทานสามารถกนยาชนิดกินครังดียว (ทาฟโนควิน)
ี่
ไดทานก็จะกินยาขนานที่สองดังกลาวในวันนี้ไดเลย แทนทจะกินยาชนิดเกา (ไพรมาควิน) ที่ตองกินวัน
ี่
ละมื้อนาน 14 วัน ความรูทไดจากโครงการฯ จะชวยกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาตัดสินใจวาควรจะ
่
ึ
้
ี
ิ
นําวิธีใหมท่ใชตรวจเอนไซม และยาชนิดกนม้อเดียวนีไปขยายผลใชท่วประเทศหรือไม ซงจะเปน
ื
ั
ประโยชนตอผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซรายอื่น ๆ ในประเทศไทย
ขาพเจาจะไดรับเงินจากการเขารวมโครงการนี้หรือไม
ิ
ทานจะไมไดรับคาตอบแทนเปนเงนในการเขารวมการโครงการฯ เราจะชดเชยเฉพาะ
คาพาหนะ ที่ทานตองจาย ในการมารับการตรวจตามนัดสองครั้ง ที่โรงพยาบาลหรือมาลาเรียคลินิก
่
ี
ทานจะไดรับเงนชดเชยคาพาหนะ 300 บาท/ครั้ง หรือมากกวาตามทจายจริง (แตไมต่ํากวา
ิ
300 บาท/ครั้ง) เมื่อมาตามนัดในวันที่ 5 และ ในวันที่ 14 ของการศึกษา
ขาพเจาจะตองเสยคาใชจายอะไรไหมในการเขารวมโครงการนี ้
ี
ทานไมตองจายเงินใด ๆ
ู
ขอมลเกี่ยวกับขาพเจาจะถูกเก็บไวเปนสวนตัวหรือไม
ู
่
ิ
่
ื
ู
่
ขอมลของทาน จะถูกตดฉลากดวยเลขรหัส และจะไมใสชือของทานหรือขอมลอนใดทีจะทํา
้
ี
ื
ื่
่
ใหผูอนรูวาเปนทานได ขอมูลท่ไมระบุตัวตนเทานันท่ผูอนอาจมีสวนรวมใซประโยชนได ขอมูลอ่นใด
ื
ี
ี่
ที่บงถึงตัวทาน (เชน ชื่อ และที่อยู) จะถูกเก็บเปนความลับ และมีแตเจาหนาที่สาธารณสุข ทรับผิดชอบ
การรักษาทานกับเจาหนาที่ที่ดูแลกํากับโครงการฯ เทานั้นที่จะรูได
ั
ั
ู
ั
่
ึ
ู
ี
่
ู
ขอมลทางการแพทยเกยวกบตวทานซงไมระบุตวตน จะถกนําไปรวมกบขอมลของผูปวยราย
ั
ื
่
อนในโครงการฯ และสงตอไปยัง Medicines for Malaria Venture (MMV) ประเทศสวิตเซอรแลนด
ุ
ซงเปนผูใหทนสนับสนุนโครงการฯ รวมทังรับผิดชอบการวิเคราะหขอมลดวย ขอมูลดังกลาวนี้จะชวย
่
ึ
ู
้
ี
กระทรวงสาธารณสุขในการพิจารณาตัดสินใจท่จะนําไปปรับปรุงนโยบายการรักษามาลาเรียใน
ประเทศไทยตอไป
จะเกิดอะไรขนหากขาพเจาไมอยากเขารวมในโครงการฯ หรืออยากออกจากการโครงการฯ
ึ้
ั
หากทานไมตองการเขารวมโครงการฯ เรากยังคงตองขอใหทานรับการตรวจระดบเอนไซมจีซกพ ี
็
ิ
ื
ดีดวยวิธีตรวจแบบใหม เชนเดยวกับผูปวยอน ๆ ทตรวจพบเชือมาลาเรียชนิดไวแวกซในจังหวัดยะลา
่
ี
่
้
ี
และทานจะไดรับยาตามปกตเพ่อฆาเชื้อมาลาเรียในตับ ซ่งทานอาจจะไดรับยาไพรมาควินวันละครั้ง
ื
ึ
ิ
ั
ึ
นาน 14 วัน หรือสัปดาหละครังนาน 8 สัปดาหก็ได ข้นกบผลการตรวจวิธีใหม ทานจะตองมาตามนัด
้
ื
ี
่
เพอการติดตามผลการรักษาในวันท่ 5 และ 14 ซ่งเปนการปฏิบัติตามปกติในจังหวัดยะลา และตาม
ึ
แนวทางมาตรฐานของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซในประเทศไทย
Page 4 of 6
หากทานตัดสินใจออกจากการเขารวมโครงการฯ เราจะไมนําขอมูลของทานไปใชวิเคราะห
ทานอาจเปลี่ยนใจไดตลอดเวลาในชวงของโครงการฯ ทานอาจออกจากโครงการฯ เมื่อใดก็ได
ถึงแมวาทานจะไดลงนามในใบยินยอมในวันนี้แลวก็ตาม ทานไมจําเปนตองแจงเหตุผล
ขาพเจาจะตองติดตอผูใดหากขาพเจามีคําถามหรือมีเรื่องกังวลใด ๆ เกี่ยวกับโครงการฯ
ั
ี
ี
่
ี
ิ
ทานสามารถสอบถามเรืองใดๆ ก็ไดท่เก่ยวกบโครงการนี้ รวมท้งเรื่องอาการขางเคียงท่เกด
ั
ุ
จากยา เหตการณทางการแพทยหรือการบาดเจ็บท่ไมคาดคิด หรือตองการแสดงความไมพึงพอใจใน
ี
การดําเนินโครงการฯ โดยทานสามารถติดตอหัวหนาโครงการฯ หรือผูรวมดําเนินการศึกษา ดังนี้:
ิ
ึ
นพ.ทนกร ผอ. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนา
ปนหะยีอารง โทร. 081 478 6627 ทีมโรงพยาบาลสมเด็จพระ
Email: [email protected] ยุพราชยะหา)
นพ.มัซลัน ผอ. โรงพยาบาลธารโต ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนา
ึ
ตะเระ โทร. 087 967 3890 ทีมโรงพยาบาลธารโต)
Email: [email protected]
ึ
นพ.อระฟาน ผอ. โรงพยาบาลกรงปนัง ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนา
ี
หะยีอีแต โทร. 084 747 5161 ทมโรงพยาบาลกรงปนัง)
ี
Email: [email protected]
นพ.ซําซูดิน ผอ. โรงพยาบาลกาบัง ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนา
ึ
ดายะ โทร. 080 139 7860 ทีมโรงพยาบาลกาบัง)
Email: [email protected]
ดร.แพทยหญงฉันทนา ผดุงทศ
ิ
ุ
ู
ิ
ทีอย: กองโรคติดตอนําโดยแมลง กรมควบคมโรค กระทรวงสาธารณสุข ถนนตวานนท จังหวัด
่
นนทบุรี 11000
ื
ื
โทร: 02 590 3145 หรือ มอถอ: 081 989 3609 โทรสาร: 02 591 8422
ี
หากทานมคําถามหรือขอวิตกกังวลเกี่ยวกับสิทธิของทาน หรือเกรงวาอาจไดรับการปฏิบัติที่ไมเปน
่
ธรรมในฐานะทเปนผูเขารวมโครงการฯ โปรดติดตอท:
ี
ี่
สํานักงานเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน อาคาร 2 ชั้น 3 กรมการแพทย
กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท จังหวัดนนทบุรี 11000
ั
โทรศพท: 02 590 6171 – 72 โทรสาร: 02 591 8251
Page 5 of 6
ิ
้
ุ
ใบยนยอม สําหรับผูปวยอาย 18 ปขึนไป
ิ
้
ั
ึ
่
ื
ชอโครงการ: การศกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัตของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซขน
ี
หายขาดอยางเหมาะสม ดวยยาทาฟโนควิน หรือไพรมาควิน โดยใชการตรวจวัดระดับเอนไซมจีซกพด ี
ิ
เชิงปริมาณ ประเทศไทย
ขาพเจายืนยันวาขาพเจาไดอาน (หรือเจาหนาที่โครงการฯ อานใหฟง) เอกสารขอมูลสําหรับการ
ั
เขารวมในโครงการฯแลว เจาหนาท่ไดอธิบายใหขาพเจาทราบถงวัตถุประสงคของโครงการนี ข้นตอน
้
ี
ึ
กระบวนการ ความเสียง และผลประโยชน ขาพเจาไดมโอกาสซกถาม และยืนยันวาคาตอบและ
่
ํ
ี
ั
คําอธิบายทั้งหมดชัดเจนเปนที่พอใจ ขาพเจามีเวลาพอเพียงในการตัดสินใจเขารวมโครงการฯ
ี
็
ื่
ขาพเจายินดอาสาเขารวมในโครงการนี้ ขาพเจาอาจจะหยุดการเขารวมเมอใดกได โดยไมตอง
ี
ชีแจงเหตุผล และการตัดสินใจของขาพเจาท่จะเขารวมหรือหยุดเขารวม จะไมมีผลกระทบตอสิทธิ์ของ
้
์
ี
่
ขาพเจาในการไดรับบริการทางแพทยในอนาคต ตามทขาพเจามีสิทธิจะไดรับจากสถานบริการ
สาธารณสุขนี้
ึ
ขาพเจาเต็มใจอนุญาตใหผูดําเนินการศกษา เกบรวบรวมขอมูลของขาพเจาแบบไมระบุตัวตนมา
็
ื
้
วิเคราะห และใชขอมูลดังกลาวเพอประโยชนแกงานสาธารณสุขภายใตโครงการนี ขอมูลสวนตัวของ
่
ขาพเจาจะถูกเกบเปนความลับ (ตามรายละเอียดในเอกสารชี้แจงขางตน)
็
่
ี
ี
ี
ในกรณทมีการเจ็บปวยท่ไมคาดคิด ซ่งเปนผลจากการเขารวมโครงการฯ ขาพเจามสิทธิ์ไดรับ
ี
ึ
ั
การดูแลรักษาตามมาตรฐานจากโรงพยาบาลของรัฐ ผูอุปถมภโครงการฯ และผูใหทุนศึกษาจะรับผิดชอบ
คาใชจายทงหมด (แสดงใบเสร็จ) โดยจะไมไปเพ่มภาระแกสิทธิในการประกันสุขภาพสวนตัว
้
์
ิ
ั
ั
ประกันสังคม สิทธิ์เบิกคารักษาพยาบาลของขาราชการ หรือสิทธิบัตรประกนสุขภาพของรัฐบาลไมวา
ิ
ี
ี
ี่
ชนิดใดๆ ทขาพเจาอาจม ขาพเจาจะไดรับเงนชดเชยจากการขาดรายไดกรณทตองนอนโรงพยาบาลและ
ี่
ั
้
้
พักฟน ทาใหขาดงาน ทงนีเงนชดเชยตามความเหมาะสมขนกบรายไดรายวันจริงของขาพเจา และ
ํ
ิ
ึ
ั
้
ดุลยพินิจของแพทยผูรักษา ในกรณีดังกลาวขาพเจาจะไมเสียสิทธิ์ใดๆ จากการเขารวมโครงการนี ้
ี
ขาพเจายินดเขารวมในโครงการฯ และลงนามในใบยินยอมเพ่อเปนหลักฐานในความเตมใจ
็
ื
ขาพเจาจะไดรับเอกสารขอมูลการศึกษา และสําเนาใบยินยอมเพื่อเก็บรักษาไวหนึ่งชุด
ลายมือชื่อผูปวย วันที่
ชื่อผูปวยเขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อพยานคนที่ 1 วันที่
ชื่อพยานคนที่ 1 เขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อพยานคนที่ 2 วันที่
ชื่อพยานคนที่ 2 เขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อเจาหนาที่โครงการผูขอความยินยอม วันที่
ชื่อเจาหนาที่โครงการผูขอความยินยอมเขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อผูดําเนินการศึกษา วันที่
ชื่อผูดําเนินการศึกษาเขียนตัวบรรจง
Page 6 of 6
ภาคผนวก 3
3.2 เอกสารชี้แจงการเขารวมในโครงการสาหรับ
ํ
ผูปวยอายุ 16-17 ป (ผูเยาว)
่
ื
ิ
ชอโครงการ: การศกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัตของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซขนหายขาดอยาง
้
ั
ึ
เหมาะสม ดวยยาทาฟโนควิน หรือไพรมาควิน โดยใชการตรวจวัดระดับเอนไซมจีซิกพีดีเชิงปริมาณ ประเทศไทย
หัวหนาโครงการ
ิ
ดร.แพทยหญงฉันทนา ผดุงทศ
ผูอํานวยการกองโรคติดตอนําโดยแมลง กรมควบคมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ุ
88/21 ถนนติวานนท ตําบลตลาดขวัญ จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร: 02 590 3145 โทรสาร: 02 591 8422
ี
อเมล: [email protected]
ชื่อผูดําเนินการศึกษา ณ สถานบริการ: ………………………….......................................................................................
ชื่อสถานบริการที่เขารวมโครงการ: ……………………………….......................................................................................
ที่อยูของสถานบริการ: ……………………………………….….…..........................................................................................
หมายเลขโทรศพท : ………………………….…................................................................................................................
ั
เลขทะเบียนของผูปวย (ซึ่งเปนผูเยาว) ที่เขารวมในโครงการ: …………..…………………………………………………………..
้
่
ํ
ํ
ึ
เอกสารนีอธิบายโครงการศกษาความเปนไปได ทีกาลังดาเนินการในจังหวัดยะลา คณะของเราเปน
ี
ี
เจาหนาท่ของกระทรวงสาธารณสุข เราจะอธิบายเกยวกบโครงการฯ ใหทานไดทราบ การศึกษานี้จะรับผูปวยท ี ่
ั
่
อาสาเขารวมในโครงการฯ เทานั้น
ทําไมจึงตองดําเนินโครงการนี้
่
กระทรวงสาธารณสุขไดเริมนําวิธีทดสอบชนิดใหมสําหรับใชตรวจในผูปวยมาลาเรีย เรียกวา วิธีทดสอบ
ี
เอนไซมจีซกพดี วิธีทดสอบนีจะชวยใหแพทยและบุคลากรสาธารณสุขไดม่นใจวาทานจะสามารถใชยาบางชนิด
ั
้
ิ
เพื่อรักษามาลาเรียชนิดไวแวกซได
ุ
ื
วัตถประสงคของโครงการศกษานี คือ เพ่อใหมนใจวาทาน และผูปวยมาลาเรียรายอ่น ๆ จะไดรับยาท ่ ี
ึ
ั
ื
้
่
ี
่
ี
ถูกตองตามผลการตรวจสอบเอนไซม และตามอายุของผูปวย ทานจึงอาจจะไดรับยาชนิดใหมทกินครั้งเดยวท่มีชื่อ
ี
ิ
วา “ทาฟโนควิน” หรืออาจเปนยาชนิดที่ใชกันอยูแลว ชื่อวา “ไพรมาควิน” โดยอาจใหกนทกวันนาน 14 วัน หรือ
ุ
็
ิ
กนทกสัปดาหนาน 8 สัปดาหกได หากทานเคยปวยเปนมาลาเรียดวยเชือชนิดไวแวกซมากอน กอาจไดเคยกนยา
็
ุ
ิ
้
ไพรมาควินแลว
่
ี
ยาท้งสองชนิดทกลาวไดผานการรับรองจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ชื่อยอ อ.ย.) ใหใช
ั
Page 1 of 6
รักษามาลาเรียในประเทศไทย
จะดําเนินโครงการศึกษาอยางไร
ี่
ั
ผูปวยทกคนในโครงการฯ เปนผูทไดรับการวินิจฉยวาติดเชื้อมาลาเรียชนิดไวแวกซ ผูปวยจะไดรับยาคลอ
ุ
ิ
ึ่
ุ
ื่
โรควินเพอฆาเชื้อมาลาเรียในเลือด ซงเปนการปฏิบัติตามปกติ ผูปวยทกคนจะไดรับการตรวจระดับเอนไซมจีซกพ ี
ี
้
ี
ํ
่
ิ
ื
่
่
็
ดี ซงเปนเอนไซมทชวยใหเซลลเมดเลือดแดงทางานไดเปนปกต และไดรับการรักษาทเหมาะสมเพอฆาเชือ
ึ่
ี
่
มาลาเรียทแฝงอยูในตบ ตามผลการตรวจเอนไซม เราจะขอใหทานกลับมาทโรงพยาบาล/มาลาเรียคลินิกอีกเพอ
่
ี
ื
ั
่
มารับการตรวจซ้ําในวันที่ 5 และวันที 14 หลังจากการกินยามึ้อแรกในวันนี้
่
ึ
ี
หากบิดามารดาหรือผูปกครองของทานใหความยินยอมท่จะใหทาน ซงเปนผูเยาวในปกครองเขารวม
่
โครงการฯ และทานเห็นพองเขารวม ขอมูลเก่ยวกับผลการตรวจตาง ๆ ของทาน ตลอดจนผลการรักษา และ
ี
ขอมูลอื่นใดที่ทานใหแกเราในระหวางการนัดหมายแตละครั้ง จะถูกนํามาวิเคราะห
ิ
การยนยอมคืออะไร
ั
ึ
ขนอยูกบการตัดสินใจของทานและบิดามารดาหรือผูปกครองของทานวาจะยอมใหทานเขารวมใน
้
โครงการฯ หรือไม
หากบิดามารดาหรือผูปกครองของทานตกลงใจใหทานเขารวมโครงการฯ บิดามารดาหรือผูปกครองของ
ั
ื
ทานตองลงนามใน “ใบยินยอม” ข้นตอนนี้เรียกวา “ใหความยินยอม” (เนื่องจากทานเปนผูเยาว) และเม่อทาน
เห็นดวยในการเขารวมโครงการฯ ทานตองลงนามใน “ใบเห็นพอง” เปนการยืนยัน หรือ “ใหความเห็นพอง”
เจาหนาที่โครงการฯ จะจัดเตรียมแบบใบยินยอมและใบเห็นพองไวให
ทานควรตัดสินใจตอเมอ:
ื่
1. เจาหนาที่โครงการอธิบายเกี่ยวกับโครงการฯใหทานทราบแลว
2. ทานเขาใจวัตถุประสงคของโครงการฯ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทาน และ
3. ทานยินดีที่จะทําตามที่โครงการฯ ขอใหทํา
ทานควรใชเวลาพิจารณากอนการตัดสินใจ โดยปรึกษาบิดามารดาหรือผูปกครองของทานดวย แพทยและ
เจาหนาที่สาธารณสุขที่รักษาทานจะตอบทุกคําถามที่เกี่ยวกับโครงการฯ หากทานมีขอสงสัย
ขาพเจาตองทําอะไรบางในโครงการนี้
ั
ื
ทานจะไดรับยาคลอโรควินม้อแรกกอนท่จะทราบผลการตรวจคาเอนไซม ท้งนี้เพราะเราตองรักษาโรค
ี
มาลาเรียใหทานรวดเร็วท่สุดเทาท่จะทําได เพ่อใหอาการปวยหมดไป ทานจะไดรับยาชนิดท่สองตอเม่อทราบผล
ื
ี
ี
ี
ื
การตรวจเอ็นไซมวิธีใหมแลว
ี
ี่
ี่
ดังกลาวขางตน ทานจะตองกลับมาทโรงพยาบาลหรือมาลาเรียคลินิกอกสองครั้ง ครั้งแรกคือวันท 5 และ
ครั้งที่สองคือวันท 14 นับจากวันเริ่มรับยาในวันนี้ ทานจะตองมารับการตรวจติดตามผล และตองบอกใหเราทราบ
ี่
ึ
่
ถึงอาการหรือปญหาใดๆ ทีอาจม ในวันที 14 ทานจะถูกเจาะเลือดทปลายนิวเพอตรวจอีกครัง ซ่งเปนการ
ี
้
่
ี
่
ื
้
่
ั
ปฏิบัติงานตามปกติสําหรับผูปวยมาลาเรียทมีเชื้อชนิดไวแวกซในประเทศไทย ท้งนี้เพ่อใหม่นใจวาเชือมาลาเรีย
ั
่
้
ื
ี
Page 2 of 6
หมดไปจากเลือดของทานแลว
ิ
ี
ี
การท่ทานตกลงท่เขารวมโครงการฯ ดวยความยนยอมของบดามารดาหรือผปกครองของทาน ทาน
ู
ิ
จะตองทําสองอยางคือ:
1) รับการพิจารณาใหไดรับการรักษาดวยยาทาฟโนควิน หรือยาไพรมาควิน ตามผลการตรวจเอนไซมดวย
วิธีใหม
ี
2) ทานอนุญาตใหผูดําเนินโครงการศึกษานี้ใชขอมูลของทานไปวิเคราะหไดโดยท่ผูดําเนินการจะไม
เปดเผยขอมูลละเอียดที่ระบุตัวตนของทาน เชน ชื่อ ที่อยู วันเกิด
อาการขางเคียงหรือความเสี่ยงใดที่ขาพเจาอาจจะพบไดจากการรักษาครั้งนี้
ี
็
ี
ี
่
ุ
ู
ทานอาจมอาการขางเคยงจากยาขนานใดกไดทใชรักษามาลาเรียชนิดไวแวกซ เราจะคอยเฝาดผูปวยทก
คนวามีอาการขางเคียงใดหรือไม
ี
ี
อาการขางเคยงอาจจะไมรุนแรงหรือรุนแรงก็ได อาการขางเคยงบางอยางอาจหายไปทนทททานหยุดกิน
ี
่
ั
ี
ี
ิ
ยานั้นในบางกรณอาการขางเคยงอาจจะมอนตราย กนเวลานาน หรืออาจจําเปนตองรับการรักษาเรงดวน
ี
ี
ั
ํ
ี
็
ทานอาจจะมจํานวนเมดเลือดแดงในรางกายลดลง ทานอาจจะตองหยุดยาท่กาลังกินอยู และอาจตอง
ี
ไดรับการรักษาเพิ่มเติม เชน ตองกินยาเม็ดธาตุเหล็กเพื่อแกไขผลของอาการขางเคียงนี้
ทานตองบอกใหบิดามารดาหรือผูปกครองพาทานไปทโรงพยาบาล/มาลาเรียคลินิก ทันทีหากทานม ี
ี
่
อาการใดๆ ดังตอไปนี้:
รูสึกมึนงงมาก ศีรษะเบา หรือหายใจสั้นหรือตื้น
มีปสสาวะสีเขม (สีน้ําตาลแดง หรือสีน้ําโคคาโคลา)
รูสึกหายใจไมออก
ผิวหนังหรือตาขาวเปลี่ยนเปนสีเหลือง (เหมือนดีซาน)
หัวใจเตนเร็วมาก
ผิวหนังซีดมาก
รูสึกเหนื่อยมาก
อาเจียนซ้ํา ๆ คลื่นไส หรือทองเดิน
อาการขางเคียงดังตอไปนี้อาจเกิดขึ้นได:
ั้
ปวดศีรษะ รวมทงปวดศีรษะเล็กนอย
รูสึกไมสบายทอง คลื่นไส อาเจียน ทองเดิน หรือปวดทองแบบตะคริว
ปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ํา
ความสามารถของฮีโมโกลบินในการขนสงออกซิเจนไปเลี้ยงรางกายลดลง ทําใหทานมอาการ เชน
ี
ริมฝปาก เล็บ หรือผิวหนังมีสีน้ําเงินหรือเทา
ขาพเจาจะไดัรับประโยชนใดจากการศึกษานี้
Page 3 of 6
ิ
ิ
้
ถาผลการตรวจเลือดวิธีใหมแสดงวาทานสามารถกนยาชนิดกนครังดียว (ทาฟโนควิน)ได ทานกจะกนยา
ิ
็
ี
ี
่
้
ั
ี
ื
่
ิ
่
้
ขนานทสองดงกลาวในวันนีไดเลย แทนทจะกนยาชนิดเกา (ไพรมาควิน) ทตองกินวันละมอนาน 14 วัน ความรูท ี่
ไดจากโครงการฯ จะชวยกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาตัดสินใจวาควรจะนําวิธีใหมที่ใชตรวจเอนไซม และยาชนิด
ื
ื
ั
ึ
ิ
กนม้อเดียวนี้ ไปขยายผลใชท่วประเทศหรือไม ซ่งจะเปนประโยชนตอผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซรายอ่น ๆ ใน
ประเทศไทย
ขาพเจาจะไดรับเงินจากการเขารวมโครงการนี้หรือไม
ิ
ทานจะไมไดรับคาตอบแทนเปนเงนในการเขารวมการศกษานี เราจะจายเฉพาะเงนชดเชยคาพาหนะใน
้
ึ
ิ
การมารับการตรวจตามนัดสองครั้ง ทโรงพยาบาลหรือมาลาเรียคลินิก บิดามารดาหรือผูปกครองของทาน จะ
ี
่
ื
ิ
่
ี
ไดรับเงนชดเชยคาพาหนะ 300 บาท/ครั้ง หรือมากกวาตามทจายจริง (แตไมต่ํากวา 300 บาท/ครั้ง) เม่อมาตาม
นัดในวันที่ 5 และ ในวันที่ 14 ของการศึกษา
ขาพเจาจะตองเสยคาใชจายอะไรไหมในการเขารวมโครงการนี ้
ี
ทานไมตองจายเงินใด ๆ
ขอมลเกี่ยวกับขาพเจาจะถูกเก็บไวเปนสวนตัวหรือไม
ู
ี
่
่
่
ื
ู
ื
่
ขอมลของทานจะถกตดฉลากดวยเลขรหัส และจะไมใสชือของทานหรือขอมลอนทจะทําใหผูอนรูวาเปน
ู
ิ
ู
ื
ทานได ขอมลทไมระบุตวตนของทานเทานั้นท่เราจะสงตอใหผูอน ขอมลอนใดท่บงถงตัวทาน (เชน ชือและทอยู)
่
่
ื
ี
ึ
่
ี
่
ู
ั
ี
ี
ู
่
่
ี
ี
ี
ู
ี
ั
่
จะถกเก็บเปนความลับ และมีแตเจาหนาทสาธารณสุขท่รับผิดชอบการรักษาทานกับเจาหนาท่ทดูแลกํากบ
โครงการฯ เทานั้นที่จะรูได
ู
ั
ี
ั
ึ่
ื่
ขอมลทางการแพทยเก่ยวกบตัวทานซงไมระบุตัวตน จะถูกนําไปรวมกบขอมูลของผูปวยรายอนใน
โครงการฯ และสงตอไปยัง Medicines for Malaria Venture (MMV) ประเทศสวิตเซอรแลนด ซงเปนผูใหทน
ึ
ุ
่
ั
สนับสนุนโครงการฯ รวมทงรับผิดชอบการวิเคราะหขอมูลดวย ขอมูลดังกลาวนี้จะชวยกระทรวงสาธารณสุขให
้
พิจารณาตัดสินใจที่จะนําไปปรับปรุงการรักษามาลาเรียชนิดไวแวกซในประเทศไทยตอไป
จะเกิดอะไรขึ้นหากขาพเจาไมอยากเขารวมในโครงการฯ หรืออยากออกจากโครงการฯ
ื
เราก็ยังคงตองขอใหทานรับการตรวจระดับเอนไซมจีซิกพดีดวยวิธีตรวจแบบใหมเหมอนผูปวยอื่น ๆ ที่เขา
ี
ี
่
ี
ึ่
้
่
ื
ิ
่
รวมโครงการ และทานจะไดรับยาตามปกตเพอฆาเชือมาลาเรียในตับ ซงทานอาจจะไดรับยาทมชือวาไพรมาควิน
ื่
ิ
กนวันละครั้งนาน 14 วัน หรือสัปดาหละครั้งนาน 8 สัปดาหก็ไดขึ้นกับผลการตรวจวิธีใหม ทานจะตองตามนัดเพอ
่
ึ
การติดตามผลการรักษาในวันท่ 5 และ 14 ซงเปนการปฏิบัติตามปกตของการรักษาผูปวยมาลาเรียทมีเชื้อชนิด
ี
่
ี
ิ
ไวแวกซในจังหวัดยะลา
หากบิดามารดาของทานตัดสินใจไมใหทานเขารวมโครงการฯ หรือทานไมตองการเขารวม เราจะไมนํา
ู
ขอมลของทานไปใชวิเคราะห
หลังจากทานปรึกษาบิดามารดา/ผูปกครองแลว ทานกอาจเปลียนใจไดตลอดเวลาในชวงของโครงการฯ
็
่
Page 4 of 6
ื
่
่
็
็
้
ึ
ทานอาจขอออกจากโครงการฯ เมอใดกไดถงแมวาทานจะไดลงนามในใบเห็นพองในวันนีแลวกตาม โดยทีทานไม
จําเปนตองแจงเหตุผล
ขาพเจาจะตองติดตอผูใดหากขาพเจามีคําถามหรือมีเรื่องกังวลใดๆเกี่ยวกับโครงการฯ
ั
ทานหรือบิดามารดา/ผูปกครองของทาน สามารถสอบถามเรื่องใดๆ ก็ไดทเกยวกบโครงการนี้ รวมทั้งเรื่อง
ี่
ี่
ี
ิ
ี
ึ
่
อาการขางเคยงที่เกิดจากยา เหตุการณทางการแพทย หรือการบาดเจ็บทไมคาดคด หรือตองการแสดงความไมพง
พอใจในการดําเนินโครงการ โดยทานสามารถติดตอหัวหนาโครงการฯ หรือผูรวมดําเนินการศึกษา ดังนี้:
ึ
นพ.ทนกร ปนหะยีอารง ผอ. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา โทร. 081 ผูรวมดําเนินการศกษา
ิ
478 6627 (หัวหนาทีมโรงพยาบาล
็
Email: [email protected] สมเดจพระยุพราชยะหา)
นพ.มัซลันตะเระ ผอ. โรงพยาบาลธารโต ผูรวมดําเนินการศึกษา
โทร. 087 967 3890 (หัวหนาทีมโรงพยาบาล
Email: [email protected] ธารโต)
ี
นพ.อระฟาน หะยีอแต ผอ. โรงพยาบาลกรงปนัง ผูรวมดําเนินการศกษา
ึ
ี
โทร. 084 747 5161 (หัวหนาทีมโรงพยาบาล
Email: [email protected] กรงปนัง)
ึ
นพ.ซําซูดิน ดายะ ผอ. โรงพยาบาลกาบัง ผูรวมดําเนินการศกษา
โทร. 080 139 7860 (หัวหนาทีมโรงพยาบาลกา
Email: [email protected] บัง)
ดร.แพทยหญงฉันทนา ผดุงทศ
ิ
ุ
ู
ที่อย: กองโรคติดตอนําโดยแมลง กรมควบคมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ิ
ถนนตวานนท จังหวัดนนทบุรี 11000
ื
โทร: 02 590 3145 หรือ มอถอ: 081 989 3609 โทรสาร: 02 591 8422
ื
หากทานมีคาถาม หรือขอวิตกกังวลเกี่ยวกบสิทธิของทาน หรือเกรงวาอาจไดรับการปฏิบัติที่ไมเปนธรรมในฐานะท ี่
ํ
ั
เปนผูเขารวมโครงการฯ โปรดติดตอท:
ี่
สํานักงานเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน
อาคาร 2 ชั้น 3 กรมการแพทย กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท จังหวัดนนทบุรี 11000
ั
โทรศพท: 02 590 6171 – 72 โทรสาร: 02 591 8251.
Page 5 of 6
ใบเห็นพอง สําหรับผูปวยซึ่งเปนผูเยาว อายุ 16-17 ป
้
ั
ื
่
ชอโครงการ: การศึกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัติของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซขนหายขาดอยาง
เหมาะสม ดวยยาทาฟโนควิน หรือไพรมาควิน โดยใชการตรวจวัดระดับเอนไซมจีซิกพีดีเชิงปริมาณ ประเทศไทย
่
ู
ขาพเจายืนยันวาขาพเจาไดอาน (หรือเจาหนาทโครงการฯ อานใหฟง) เอกสารขอมลสําหรับการเขารวม
ี
ในโครงการฯ แลว เจาหนาทไดอธิบายใหขาพเจาทราบถึงวัตถุประสงคของโครงการนี้ ขั้นตอนกระบวนการ ความ
ี่
ั
่
้
เสียง และผลประโยชน ขาพเจาไดมีโอกาสซักถาม และขอยืนยันวาคําตอบ และคําอธิบายทงหมดชัดเจนเปนท ี ่
พอใจ ขาพเจามีเวลาพอเพียงในการตัดสินใจเขารวมโครงการฯ โดยไดปรึกษากับบิดามารดา/ผูปกครอง
หลังจากปรึกษากับบิดามารดา/ผูปกครองแลว ขาพเจาอาสาเขารวมในโครงการนี้ ขาพเจาอาจจะหยุด
ื
ั
่
การเขารวมโครงการฯ เม่อใดก็ได โดยไมตองชี้แจงเหตผล และการตดสินใจของขาพเจาทีจะเขารวมหรือหยุดเขา
ุ
ี
ี
่
์
รวมโครงการฯ จะไมมผลกระทบตอสิทธิของขาพเจาในการไดรับบริการทางการแพทยในอนาคต ตามทขาพเจาม ี
สิทธิ์จะไดรับจากสถานบริการสาธารณสุขนี้
ั
็
หลังจากปรึกษากบบิดามารดา/ผูปกครองแลว ขาพเจาอนุญาตใหผูดําเนินการศึกษาเกบรวบรวมขอมูล
ของขาพเจาแบบไมระบุตัวตนมาวิเคราะห และใชขอมูลดังกลาวเพื่อประโยชนแกงานสาธารณสุขภายใตโครงการนี้
ขอมูลสวนตัวของขาพเจาจะถูกเก็บเปนความลับ (ตามรายละเอียดในเอกสารชี้แจงขางตน)
ี
์
ึ
่
ี
ี
ในกรณท่มการเจ็บปวยท่ไมคาดคิด ซงเปนผลจากการเขารวมโครงการฯ ขาพเจามสิทธิไดรับการดูแล
ี
ี
รักษาตามมาตรฐานจากโรงพยาบาลของรัฐ ผูอปถมภโครงการฯ และผูใหทนศึกษาจะรับผิดชอบคาใชจายทงหมด
ั
ุ
ั
ุ
้
์
ิ
(แสดงใบเสร็จ) โดยจะไมไปเพ่มภาระแกสิทธิในการประกันสุขภาพสวนตัว สิทธิ์เบิกคารักษาพยาบาลของ
ี
่
ขาราชการ (ของบิดามารดา) หรือสิทธิบัตรประกนสุขภาพของรัฐบาลไมวาชนิดใดๆ ทขาพเจาอาจม บิดามารดา/
ี
ั
ู
ี่
ผูปกครองของขาพเจาจะไดรับเงินชดเชยรายได กรณีทตองขาดงานมาดแลขาพเจาขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล
ึ
และพักฟน ทงนีเงินชดเชยตามความเหมาะสมจะข้นกับรายไดรายวันจริงของบิดามารดา/ผูปกครอง และดุลย
้
้
ั
พินิจของแพทยผูรักษา ในกรณีดังกลาวขาพเจาจะไมเสียสิทธิ์ใดๆ จากการเขารวมโครงการนี้
ั
หลังจากปรึกษากบบิดามารดา/ผูปกครองแลว ขาพเจายินดีเขารวมในโครงการนี้ และลงนามในใบเห็น
พองเพื่อเปนหลักฐานในความเต็มใจ ขาพเจาจะไดรับเอกสารขอมลการศึกษา และสําเนาใบเห็นพองเพื่อเก็บรักษา
ู
ไวหนึ่งชุด
ลายมือชื่อผูปวย (ผูเยาว) วันที่
ี
ชื่อผูปวย (ผูเยาว) เขยนตัวบรรจง
ลายมือชื่อพยานคนที่ 1 วันที่
ชื่อพยานคนที่ 1 เขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อพยานคนที่ 2 วันที่
ชื่อพยานคนที่ 2 เขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อเจาหนาที่โครงการผูขอความเห็นพอง วันที่
ชื่อเจาหนาที่โครงการผูขอความเห็นพองเขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อผูดําเนินการศึกษา วันที่
ชื่อผูดําเนินการศึกษาเขียนตัวบรรจง
Page 6 of 6
ภาคผนวก 3
ํ
3.3 เอกสารชี้แจงการเขารวมในโครงการสาหรับ
บิดามารดา/ผูปกครอง ของผูปวยอายุ 16-17 ป (ผเยาว)
ู
ชื่อโครงการ: การศึกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัติ ของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซขั้นหายขาดอยาง
เหมาะสม ดวยยาทาฟโนควิน หรือไพรมาควิน โดยใชการตรวจวัดระดับเอนไซมจีซิกพีดีเชิงปริมาณ ประเทศไทย
หัวหนาโครงการ:
ดร.แพทยหญงฉันทนา ผดุงทศ
ิ
ุ
ผูอํานวยการกองโรคติดตอนําโดยแมลง กรมควบคมโรค กระทรวงสาธารณสุข
88/21 ถนนติวานนท ตําบลตลาดขวัญ จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร: 02 590 3145 โทรสาร: 02 591 8422
อีเมล: [email protected]
ชื่อผูดําเนินการศกษา ณ สถานบริการ ………………………………………........................................................................
ึ
ชื่อสถานบริการที่เขารวมโครงการ…………………………………………….........................................................................
ที่อยูของสถานบริการ……………………………………….………………….............................................................................
ั
หมายเลขโทรศพท …………………………………………………………………………………………………………………………………..
ชื่อผูปวย (ซึ่งเปนผูเยาว) .……………………………………...............................................................................................
เลขทะเบียนของผูปวยในโครงการ …………………………………………………………………………………………………………….
ชื่อบิดามารดาหรือผูปกครอง ………………………………………………………………………………………………………..
ั
ความสัมพันธกบผูเยาว …………………………………………………………………………………………………………………
ี
เอกสารนี้อธิบายโครงการศึกษาความเปนไปได ท่กําลังดําเนินการท่สถานบริการสาธารณสุขในจังหวัด
ี
ี
่
ยะลา คณะของเราเปนเจาหนาทของกระทรวงสาธารณสุข เราจะอธิบายเกยวกบโครงการฯ ใหทานไดทราบ
ั
ี
่
่
การศึกษานี้จะรับเฉพาะผูปวยทีอาสาจะเขารวมโครงการฯ เนื่องจากเด็กของทาน (หรือผูเยาวภายใตการดูแลของทาน)
มีอายุต่ํากวา 18 ป ดังนั้นทานจึงตองใหความยินยอมในการเขารวมโครงการฯแทนผูเยาวดังกลาว
ทําไมจึงตองดําเนินโครงการนี้
กระทรวงสาธารณสุขไดเริมนําวิธีทดสอบชนิดใหม สําหรับใชตรวจในผูปวยมาลาเรีย เรียกวา วิธีทดสอบ
่
ี
ั
เอนไซมจีซกพดี วิธีทดสอบนี้จะชวยใหแพทย และบุคลากรสาธารณสุขไดม่นใจวา เดกของทานจะสามารถใชยา
็
ิ
บางชนิดเพื่อรักษามาลาเรียชนิดไวแวกซได
ื
ึ
ั
่
ื
วัตถุประสงคของโครงการศกษานี คอ เพอใหม่นใจวาเดกของทาน (หรือผูเยาวภายใตการดูแลของทาน)
้
็
ื
และผูปวยมาลาเรียรายอ่น ๆ จะไดรับยาท่ถูกตอง ตามผลการทดสอบเอนไซมดังกลาว และตามอายุของผูปวย
ี
ี
ิ
ั
่
ี
่
่
เดกของทานจึงอาจจะไดรับยาชนิดใหมซึ่งกนครั้งเดียว ทมชือวา “ทาฟโนควิน” หรืออาจไดรับยาชนิดทใชกนอยู
ี
็
1
้
ิ
แลว ชื่อวา “ไพรมาควิน” โดยอาจตองกนทุกวันนาน 14 วัน หรือกนสัปดาหละครัง นาน 8 สัปดาหก็ได หากทาน
ิ
หรือเด็กของทานเคยปวยเปนมาลาเรียชนิดไวแวกซมากอน ก็อาจไดเคยกินยาไพรมาควินแลว
ั
ยาท้งสองชนิดท่กลาวไดผานการรับรองจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ชือยอ ‘อ.ย.’) ใหใช
ี
่
รักษามาลาเรียในประเทศไทย
จะดําเนินโครงการศีกษาอยางไร
ึ่
ผูปวยทกคนในโครงการฯ (ซงเปนผูปวยทีไดรับการวินิจฉัยวาตดเชือมาลาเรียชนิดไวแวกซ) จะไดรับยา
ุ
่
ิ
้
ุ
ึ
่
ื
คลอโรควินเพอฆาเชื้อมาลาเรียในเลือด ผูปวยทกคน จะไดรับการตรวจระดับเอนไซมจีซิกพีดี ซ่งเปนเอนไซมที ่
ื
ิ
ี
ชวยใหเซลลเม็ดเลือดแดงทํางานไดเปนปกต และไดรับการรักษาท่เหมาะสมเพ่อฆาเชือมาลาเรียท่แฝงอยูในตับ
ี
้
ตามผลการตรวจเอนไซม เดกของทาน (หรือผูเยาวภายใตการดแลของทาน) จะตองกลับมาทโรงพยาบาล/
่
็
ู
ี
มาลาเรียคลินิกอีก เพื่อรับการตรวจซ้ําในวันที่ 5 และวันท 14 หลังจากการกินยาวันแรกคือวันนี้
ี
่
ึ่
หากผูปวย ซงเปนเด็กของทาน (หรือผูเยาวภายใตการดูแลของทาน) เห็นพองกบการยินยอมของทานใน
ั
ี่
การเขารวมโครงการฯ ขอมูลเกยวกับผลการตรวจตางๆของผูปวย ตลอดจนผลการรักษา และขอมูลอื่นใดทผูปวย
ี่
ใหแกเราในระหวางการนัดหมายแตละครั้ง จะถกนํามาวิเคราะห โดยทีชื่อ และขอมลสวนตัวของเขาจะไมถก
ู
ู
่
ู
เปดเผย
ขอมลตาง ๆ ทีไดจากโครงการฯ จะถกนําไปวิเคราะห และพิจารณานําไปประกอบการออกนโยบายของ
ู
่
ู
่
ื
ี
ื
กระทรวงสาธารณสุข วาจะนําวิธีการใหมในการรักษามาลาเรียชนิดไวแวกซ ไปขยายผลใชในพนทอน ๆ
่
้
ทั่วประเทศไทยไดหรือไม ทั้งนี้เพื่อเรงรัดการกําจัดกวาดลางมาลาเรียใหเร็วขึ้น
ิ
การยนยอมคืออะไร
็
ขึ้นอยูกับการตัดสินใจของทานวาจะยอมใหเดกของทาน (หรือผูเยาวภายใตการดูแลของทาน) เขารวมใน
โครงการฯ หรือไม
ในการทีเดกของทาน (หรือผูเยาวภายใตการดูแลของทาน) จะเขารวมโครงการฯ ทงตัวทานและเด็กของ
ั้
่
็
่
ทานตองลงนามในใบยินยอม/ใบแสดงความเห็นพองทีเราจัดให การลงนามในใบยินยอมจะแสดงวาทานตกลงให
ั
้
้
เด็กของทานเขารวมในโครงการฯ ขนตอนนีเรียกวา “ใหความยินยอม” และเดกของทานก็ตองยีนยันในการเขา
็
รวมโครงการฯ โดยลงนามในใบเห็นพอง (“ใหความเห็นพอง”) ดวย
ทานควรตัดสินใจยินยอมตอเมื่อ:
1. เจาหนาที่โครงการอธิบายเกี่ยวกับโครงการฯ ใหทานทราบแลว
2. ทานเขาใจวัตถุประสงคของโครงการฯ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผูปวย และ
3. ทานยินดีที่จะใหเด็กของทาน (หรือผูเยาวภายใตการดูแลของทาน) ทําตามที่โครงการฯ ขอใหทํา
ั
ี
่
ทานควรใชเวลาพิจารณากอนการตดสินใจ แพทยและเจาหนาทสาธารณสุขท่โรงพยาบาลหรือมาลาเรีย
ี
ั
คลินิก จะตอบทานทุกคําถามที่เกี่ยวกบโครงการฯ หากทานมีขอสงสัย
ผูปวยที่เปนเด็กหรือผูเยาวภายใตการดูแลของขาพเจา ตองทําอะไรบางในโครงการนี้
2
ั้
่
ี
ํ
เด็กของทานจะไดรับยาคลอโรควินม้อแรก กอนทจะทราบผลการตรวจคาเอนไซม ทงนี้กเพอทาการ
ื่
็
ื
ี่
ั
รักษาโรคมาลาเรีย และระงบอาการตาง ๆ ของโรค อยางรวดเร็วทสุดเทาทจะทําได เดกของทานจะไดรับยาชนิด
ี่
็
ที่สองตอเมื่อทราบผลการตรวจเอ็นไซมวิธีใหมแลว
ดังกลาวขางตน เด็กของทานจะตองกลับมาทโรงพยาบาล หรือมาลาเรียคลินิก อีกสองครั้ง ครั้งแรกคือ
ี
่
่
ี่
ิ
ี
ื
ี่
่
วันท 5 และครั้งทสองคอวันท 14 นับจากวันเริมรับยาวันนี้ เด็กของทานจะรับการตรวจตดตามผล และเด็ก
ึ
ี
่
็
่
ี
่
้
จะตองบอกใหเราทราบถงอาการหรือปญหาใดๆ ทีอาจม ในวันท 14 เดกของทานจะถกเจาะเลือดทปลายนิวเพ่อ
ี
ื
ู
ี่
ั้
ตรวจอีกครั้ง ซึ่งเปนการปฏิบัติงานตามปกติสําหรับผูปวยมาลาเรียทมีเชื้อชนิดไวแวกซในประเทศไทย ทงนี้เพื่อให
มั่นใจวาเชื้อมาลาเรียหมดไปจากเลือดของผูปวยแลว
การที่ทานตกลงที่จะใหเด็กของทานเขารวมโครงการฯ หมายความวา ทานไดตกลงทจะปฎิบัติสองอยางดังนี้:
ี่
1) ใหเด็กรับการพจารณาใหไดรับการรักษาดวยยาทาฟโนควิน หรือยาไพรมาควิน ตามผลการตรวจ
ิ
เอนไซมดวยวิธีใหม
ู
ู
2) ทานอนุญาตใหผูดําเนินโครงการศึกษานี้ใชขอมลของเด็กไปวิเคราะหได โดยเราจะไมเปดเผยขอมล
รายละเอียดที่ระบุตัวตนของเด็ก เชน ชื่อ ที่อยู วันเกิด
ี
่
่
มอาการขางเคียงหรือความเสยงใดบางจากการรักษานี ทคาดวาเด็กหรือผเยาวภายใตการดูแลของขาพเจา
ู
้
ี
ี
อาจจะประสบได
็
ี
เด็กของทานอาจมีอาการขางเคียงจากยาขนานใดกไดท่ใชรักษามาลาเรียชนิดไวแวกซ เราจะเฝาดูผูปวย
ุ
ทกคนวาอาจจะเกิดอาการขางเคียงใด ๆ
อาการขางเคียงอาจจะไมรุนแรง หรือรุนแรงก็ได อาการขางเคียงบางอยางอาจหายไปทนทเม่อทานหยุด
ื
ี
ั
ี
กินยานั้น ในบางกรณีอาการขางเคียงอาจจะมอันตราย กินเวลานาน หรืออาจจําเปนตองรับการรักษาเรงดวน
เดกของทานอาจจะมจํานวนเมดเลือดแดงในรางกายลดลง เดกของทานอาจจะตองหยุดยาทกาลังกนอยู
ี
็
็
็
ิ
่
ํ
ี
และอาจตองไดรับการรักษาเพิ่มเติม เชน ตองกินยาเม็ดธาตุเหล็กเพื่อแกไขผลของอาการขางเคียงนี้
ิ
ี
ี
โปรดโทรศัพทตดตอ หรือพาเด็กไปทโรงพยาบาล/มาลาเรียคลินิกทันท หากเด็กหรือผูเยาวในการปกครองของ
่
ทานมีอาการใดๆ ดังตอไปนี้:
รูสึกมึนงงมาก ศีรษะเบา หรือหายใจสั้นหรือตื้น
มีปสสาวะสีเขม (สีน้ําตาลแดง หรือสีน้ําโคคาโคลา)
รูสึกหายใจไมออก
ผิวหนัง หรือตาขาวเปลี่ยนเปนสีเหลือง (เหมือนดีซาน)
หัวใจเตนเร็วมาก
ผิวหนังซีดมาก
3
รูสึกเหนื่อยมาก
อาเจียนซ้ํา ๆ คลื่นไส หรือทองเดิน
อาการขางเคียงดังตอไปนี้อาจเกิดขึ้นได:
ปวดศีรษะ รวมทงปวดศีรษะเล็กนอย
ั้
รูสึกไมสบายทอง คลื่นไส อาเจียน ทองเดิน หรือปวดทองแบบตะคริว
ปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ํา
็
ความสามารถของฮีโมโกลบิน (ซึ่งอยูในในเมดเลือดแดง) ในการขนสงออกซิเจนไปเลี้ยงรางกาย
ลดลง ทําใหมีอาการแสดง เชน ริมฝปาก เล็บ หรือผิวหนังมีสีน้ําเงินหรือเทา
เด็กหรือผูเยาวภายใตการดูแลของขาพเจาจะไดัรับประโยชนใดจากการศึกษานี้
ถาผลการตรวจเลือดวิธีใหมแสดงวาเด็กของทานสามารถกนยาชนิดกนครั้งดียว (ทาฟโนควิน)ได เด็กของ
ิ
ิ
ี่
ทานกจะกินยาขนานทสองดังกลาวในวันนี้ไดเลย แทนที่จะกินยาชนิดเกา (ไพรมาควืน) ที่ตองกินวันละมื้อนาน 14
็
วัน ความรูทไดจากโครงการศึกษานี จะชวยกระทรวงสาธารณสุขพจารณาตดสินใจวาควรจะนําวิธีใหมทใชตรวจ
ั
ิ
้
ี
ี
่
่
เอนไซม และยาชนิดกินมอเดียวนี้ ไปขยายผลใชทั่วประเทศหรือไม ซึ่งจะเปนประโยชนตอผูปวยมาลาเรียชนิดเชื้อ
ื้
ไวแวกซรายอื่น ๆ ในประเทศไทย
เด็กหรือผูเยาวภายใตการดูแลของขาพเจาจะไดรับเงินจากการเขารวมโครงการนี้หรือไม
ิ
ึ
เด็กของทานจะไมไดรับคาตอบแทนเปนเงนในการเขารวมการศกษานี้ เราจะชดเชยเฉพาะคาพาหนะท ่ ี
ทานตองจาย ในการพาเด็กมารับการตรวจตามนัดสองครั้งท่โรงพยาบาลหรือมาลาเรียคลินิก ทานจะไดรับเงิน
ี
ี่
ชดเชยคาพาหนะ 300 บาท/ครั้ง หรือมากกวาตามทจายจริง (แตไมต่ํากวา 300 บาท/ครั้ง) เมื่อพาเด็กมาตามนัด
่
ึ
ในวันที 5 และในวันที 14 ของการศกษา
่
ขาพเจาจะตองเสยคาใชจายอะไรบางในการที่เด็กหรือผูเยาวภายใตการดูแลของขาพเจาเขารวมโครงการนี ้
ี
ทานไมตองจายเงินใด ๆ
ขอมลเกี่ยวกับเด็กหรือผูเยาวภายใตการดูแลของขาพเจาจะถูกเก็บไวเปนสวนตัวหรือไม
ู
ู
ขอมลของเด็กหรือผูเยาวในการปกครองของทาน จะถูกติดฉลากดวยเลขรหัส และจะไมใสชื่อของเด็ก
ี
่
ื
ื
หรือขอมูลอนใด ทีจะทําใหผูอนรูวาเปนเด็กของทานได ขอมูลท่ไมระบุตวตนเทานั้นท่ผูอ่นอาจมสวนรวมใซ
ี
ื่
ั
่
ี
ี่
็
ู
ื่
ี่
ประโยชนได ขอมลอนใดทบงถึงตัวเด็ก (เชนชื่อ และที่อยู) จะถกเกบเปนความลับ และมีแตเจาหนาทสาธารณสุข
ู
ที่รับผิดชอบการรักษาเด็กของทาน กับเจาหนาที่ที่ดูแลกํากับโครงการฯ เทานั้นที่จะรูได
ขอมลทางการแพทยเกยวกบตวเดกของทานซงไมระบุตัวตน จะถกนําไปรวมกับขอมลของผูปวยรายอน
ู
ื
่
ี
ู
่
ั
ั
ึ
่
ู
็
4
ุ
ในโครงการฯ และสงตอไปยัง Medicines for Malaria Venture (MMV) ประเทศสวิตเซอรแลนด ซึ่งเปนผูใหทน
้
ั
้
ั
สนับสนุนโครงการฯ รวมทงรับผิดชอบการวิเคราะหขอมูลดวย ขอมูลดงกลาวนีจะชวยกระทรวงสาธารณสุข
ในการพิจารณาตัดสินใจที่จะนําไปปรับปรุงนโยบายการรักษามาลาเรียในประเทศไทยตอไป
ิ
ู
ึ
้
จะเกดอะไรขนหากขาพเจาไมอยากใหเด็กหรือผเยาวภายใตการดูแลของขาพเจา เขารวมในการโครงการฯ
หรืออยากออกจากโครงการฯ
็
หากทานไมตองการใหเดกเขารวมโครงการฯ เรากยังคงตองขอใหเดกรับการตรวจระดบเอนไซมจีซกพด ี
ี
ิ
็
็
ั
้
ั
่
ื่
ี
ดวยวิธีตรวจแบบใหม เชนเดียวกบผูปวยอนๆ ทตรวจพบเชือมาลาเรียชนิดไวแวกซในจังหวัดยะลา และจะไดรับ
ยาตามปกติเพื่อฆาเชื้อมาลาเรียในตับ ซึ่งเด็กอาจจะไดรับยาไพรมาควินวันละครั้งนาน 14 วัน หรือสัปดาหละครั้ง
นาน 8 สัปดาหก็ไดขึ้นกับผลการตรวจวิธีใหม เด็กของทานจะตองมาตามนัดเพื่อการติดตามผลการรักษาในวันที่ 5
ึ่
ี
และ 14 ซงเปนการปฏิบัติตามปกติในจังหวัดยะลา และตามแนวทางมาตรฐานของการรักษาผูปวยมาลาเรียทม ี
่
เชื้อชนิดไวแวกซในประเทศไทย
หากทานตัดสินใจใหเด็กออกจากการเขารวมโครงการ เราจะไมนําขอมูลของเด็กไปใชวิเคราะห
ทานอาจเปลียนใจไดตลอดเวลาในชวงของโครงการฯ ทานอาจขอใหเด็กของทานออกจากโครงการฯ
่
ื
็
ึ
็
เม่อใดกไดถงแมวาทานจะไดลงนามในใบยินยอม และเด็กกไดลงนามในใบเห็นพองในวันนี้แลวก็ตาม ทานไม
จําเปนตองแจงเหตุผล
ขาพเจาจะตองติดตอผูใดหากขาพเจามีคําถามหรือมีเรื่องกังวลใด ๆ เกี่ยวกับโครงการฯ
ั
่
ิ
ี
้
ั
็
ี่
ี่
ทานสามารถสอบถามเรืองใดๆ กไดทเกยวกบโครงการนี้ รวมทงเรื่องอาการขางเคียงทเกดจากยา
่
ี
เหตการณทางการแพทย หรือการบาดเจ็บท่ไมคาดคด หรือตองการแสดงความไมพงพอใจในการดาเนินงานของ
ึ
ํ
ิ
ุ
โครงการ โดยทานสามารถติดตอหัวหนาโครงการฯ หรือผูรวมดําเนินการศึกษา ดังนี้:
ึ
นพ.ทนกร ผอ. โรงพยาบาลสมเดจพระยุพราชยะหา โทร. ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนาทีม
ิ
็
็
ปนหะยีอารง 081 478 6627 โรงพยาบาลสมเดจพระยุพราชยะหา)
Email: [email protected]
ึ
นพ.มัซลัน ผอ. โรงพยาบาลธารโต ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนาทีม
ตะเระ โทร. 087 967 3890 โรงพยาบาลธารโต)
Email:[email protected]
นพ.อระฟาน ผอ. โรงพยาบาลกรงปนัง ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนาทีม
ึ
ี
หะยีอีแต โทร. 084 747 5161 โรงพยาบาลกรงปนัง)
Email:[email protected]
ึ
นพ.ซําซูดิน ผอ. โรงพยาบาลกาบัง โทร. 080 139 7860 ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนาทีม
ดายะ Email:[email protected] โรงพยาบาลกาบัง)
5
ิ
ดร.แพทยหญงฉันทนา ผดุงทศ
ุ
ู
ที่อย: กองโรคติดตอนําโดยแมลง กรมควบคมโรค กระทรวงสาธารณสุข ถนนตวานนท จังหวัดนนทบุรี 11000
ิ
โทร: 02 590 3145 หรือ มอถอ: 081 989 3609 โทรสาร: 02 591 8422
ื
ื
ี
หากทานมคําถามหรือขอวิตกกังวล เกี่ยวกับสิทธิของเด็กหรือผูเยาวภายใตการดูแลของทาน หรือเกรงวาเด็กอาจ
ี่
ี่
ี่
ไดรับการปฏิบัติทไมเปนธรรมในฐานะทเปนผูเขารวมโครงการฯ โปรดติดตอท:
สํานักงานเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน
อาคาร 2 ชั้น 3 กรมการแพทย กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท จังหวัดนนทบุรี 11000
ั
โทรศพท: 02 590 6171 – 72 โทรสาร: 02 591 8251.
6
ใบยินยอม
สําหรับบดามารดา/ผูปกครอง ของผูเยาวทมอายุ 16-17 ป
ิ
ี
ี่
ั
ื
่
ิ
ชอโครงการ: การศึกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัตของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซข้นหายขาดอยาง
เหมาะสม ดวยยาทาฟโนควิน หรือไพรมาควิน โดยใชการตรวจวัดระดับเอนไซมจีซิกพีดีเชิงปริมาณ ประเทศไทย
ขาพเจายืนยันวาขาพเจาไดอาน (หรือเจาหนาทโครงการอานใหฟง) เอกสารขอมูลสําหรับการเขารวมใน
ี
่
ี่
โครงการฯ ของเด็ก หรือผูเยาวภายใตการดูแลของขาพเจาแลว เจาหนาทไดอธิบายใหขาพเจาทราบถึงวัตถุประสงคของ
ั
โครงการฯ ขนตอนกระบวนการ ความเสี่ยง และผลประโยชน ขาพเจาไดมโอกาสซักถาม และยืนยันวาคําตอบ และ
ี
้
คําอธิบายทั้งหมดชัดเจนเปนที่พอใจ ขาพเจามีเวลาพอเพียงในการตัดสินใจ ใหเด็กเขารวมโครงการฯ
ขาพเจายินดีอนุญาตใหเด็กของขาพเจาเขารวมในโครงการนี้ ขาพเจาอาจจะใหเด็กหยุดการเขารวมโครงการ
ื่
็
ั
ี
เมอใดกได โดยไมตองชี้แจงเหตุผล และการตดสินใจของขาพเจาท่ใหเด็กเขารวม หรือหยุดเขารวมโครงการฯ จะไมม ี
ี
์
ผลกระทบตอสิทธิ์ของขาพเจา หรือของเด็กในการไดรับบริการทางแพทยในอนาคต ตามท่ขาพเจาและเด็กมสิทธิจะ
ี
ไดรับ จากสถานบริการสาธารณสุขนี้
ขาพเจาเต็มใจอนุญาตใหผูดําเนินการศึกษาเกบรวบรวมขอมลของเด็กของขาพเจาแบบไมระบุตัวตนมา
็
ู
วิเคราะห และใชขอมลดังกลาวเพอประโยชนแกงานสาธารณสุขภายใตโครงการศกษานี้ ขอมลสวนตัวของเด็กจะถกเกบ
ื่
ู
ู
็
ึ
ู
เปนความลับ (ตามรายละเอียดในเอกสารชี้แจงขางตน)
ิ
ึ
ี
ู
่
็
ี
ี
ี
ในกรณีท่มการเจ็บปวยท่ไมคาดคด ซงเปนผลจากการเขารวมโครงการฯ เดกมสิทธิ์ไดรับการดแลรักษาตาม
ุ
ึ
มาตรฐานจากโรงพยาบาลของรัฐ ผูอปถัมภโครงการฯ และผูใหทนศกษาจะรับผิดชอบคาใชจายทงหมด (แสดงใบเสร็จ)
ั
ุ
้
่
โดยจะไมไปเพมภาระแกสิทธิ์ในการประกันสุขภาพสวนตัว สิทธิ์เบิกคารักษาพยาบาลของขาราชการของบิดามารดา
ิ
ี
็
่
หรือสิทธิบัตรประกันสุขภาพของรัฐบาลไมวาชนิดใดๆ ทีเดกอาจม ขาพเจาจะไดรับเงินชดเชยจากการขาดรายได
เนื่องจากตองขาดงาน ในกรณีทตองเฝาดูแลเด็กในชวงทีรักษาตัวในในโรงพยาบาลและระยะพักฟน ทั้งนี้เงินชดเชยตาม
ี่
่
ุ
ิ
ั
ั
ึ
้
ความเหมาะสมขนกบรายไดรายวันตามจริงของขาพเจา และดลยพนิจของแพทยผูรักษา ในกรณีดงกลาวเด็กจะไมเสีย
สิทธิ์หรือผลประโยชนใด ๆ จากการเขารวมโครงการนี้
้
่
ขาพเจายินดีใหเด็กของขาพเจา เขารวมในโครงการนี และลงนามในใบยินยอมเพอเปนหลักฐานในความเตมใจ
ื
็
ขาพเจาจะไดรับเอกสารขอมูลการศึกษา และสําเนาใบยินยอมเพื่อเก็บรักษาไวหนึ่งชุด
ชื่อผูปวย (ผูเยาว) _________________________________________
ลายมือชื่อบิดามารดา/ผูปกครอง วันท ี่
ชื่อบิดามารดา/ผูปกครองเขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อพยานคนที่ 1 วันที่
ชื่อพยานคนที่ 1 เขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อพยานคนที่ 2 วันที่
ชื่อพยานคนที่ 2 เขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อเจาหนาที่โครงการผูขอความยินยอม วันที่
ชื่อเจาหนาที่โครงการผูขอความยินยอมเขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อผูดําเนินการศึกษา วันที่
ชื่อผูดําเนินการศึกษาเขียนตัวบรรจง
7
ภาคผนวก 3
3.4 เอกสารชี้แจงการเขารวมในโครงการสาหรับ
ํ
เจาหนาที่สถานบริการสาธารณสุข
ชื่อโครงการ: การศึกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัติของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซขั้นหายขาดอยาง
ี
เหมาะสม ดวยยาทาฟโนควิน หรือไพรมาควิน โดยใชการตรวจวัดระดับเอนไซมจีซิกพดีเชิงปริมาณ ประเทศไทย
หัวหนาโครงการ:
ดร.แพทยหญงฉันทนา ผดุงทศ
ิ
ผูอํานวยการกองโรคติดตอนําโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
88/21 ถนนติวานนท ตําบลตลาดขวัญ จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร: 02 590 3145 โทรสาร: 02 591 8422
อีเมล: [email protected]
ชื่อผูดําเนินการศึกษา ณ สถานบริการ:……………………………....................................................................................
ชื่อสถานบริการที่เขารวมโครงการ: ………………………..……......................................................................................
ที่อยูของสถานบริการ: ……………………………………………………………………................................................................
หมายเลขโทรศัพท : …………………………..................................................................................................................
ี่
เลขทะเบียน (สําหรับโครงการฯ) ของเจาหนาท: ………………………………………………………………………………………
้
่
ํ
ึ
ี
ี
่
เอกสารนีอธิบายโครงการศกษาความเปนไปไดทกําลังดาเนินการทจังหวัดยะลา คณะของเราเปน
้
่
ี
ึ
เจาหนาท่ของกระทรวงสาธารณสุข เราจะอธิบายเกยวกบโครงการใหทานไดทราบ การศกษานีจะรับอาสาสมัคร
ี
ั
ี
เขารวมในโครงการสองกลุม ไดแก ผูปวย และเจาหนาทของสถานบริการ ทานถกจัดอยูในกลุมหลัง หากทาน
่
ู
เลือกที่จะเขารวมโครงการนี้
ทําไมจึงตองดําเนินโครงการนี้ในจังหวัดยะลา
กระทรวงสาธารณสุขไดเริมนําวิธีทดสอบชนิดใหมสําหรับใชตรวจในผูปวยมาลาเรีย เรียกวา วิธีทดสอบ
่
ั
เอนไซม G6PD วิธีทดสอบนี้จะชวยใหแพทยและบุคลากรสาธารณสุขไดม่นใจวา ผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซ
(P. vivax) สามารถรับยาบางชนิดเพื่อรักษาได
ั
ื
้
่
วัตถุประสงคของโครงการศึกษานี คือ เพอใหม่นใจวาผูปวยมาลาเรีย P. vivax จะไดรับการรักษาท ่ ี
ถูกตองโดยอาศัยผลของการตรวจสอบวิธีใหมและหลักเกณฑอน ๆ เชน อายุของผูปวย ผูปวยจะไดรับยาอยางใด
่
ื
ี
อยางหนึ่งดังนี้ ยาชนิดใหมทตองกนเพียงหนึงมอคือ ยาทาฟโนควิน (tafenoquine) หรือยารักษามาลาเรียทมใช
่
ี
่
้
ื
ิ
ี่
ิ
ึ่
ิ
ุ
กนมานานแลว คอไพรมาควิน (primaquine) ซงเปนยาทีตองกนทกวัน ตดตอกันนาน 14 วัน หรือกนสัปดาหละ
ิ
ื
่
ั
ครั้ง นาน 8 สัปดาห
Page 1 of 7
ั
ํ
ี่
เปนททราบกนดีวาผูปวยมักกินยา primaquine ไมครบชุด 14 วัน จึงทาใหไมสามารถปองกันการเกิดไข
้ํ
ี
กลับซา (relapse) ไดดี การใชยา tafenoquine ท่กินม้อเดียวจึงชวยแกปญหาการกนยาไมครบของผูปวยได
ื
ิ
ํ
ั
้
่
ั
ั
ทาใหมนใจในประสิทธิผลในการปองกน relapse และจึงพิจารณาเห็นวายาชนิดนีจะเปนเครื่องมือสําคญในการ
เรงรัดการกําจัดมาลาเรียใหหมดจากประเทศไทย
ยะลานับเปนหนึ่งในไมกจังหวัดในประเทศไทยทียังมแหลงแพรเชื้อมาลาเรีย ยังมผูปวยมาลาเรียชนิดเชื้อ
่
ี
ี
ี่
P. vivax อยูหลายรอยรายในจังหวัดนีในแตละป และผูปวยเหลานีจํานวนมากมารับการตรวจวินิจฉัยและการ
้
้
บําบัดรักษาในสถานบริการสาธารณสุขที่ทานทางานอยู ผูปวยสวนใหญเปนคนในพื้นที่จึงทําใหสามารถติดตามผล
ํ
หลังการรักษาได
ยา primaquine เปนยาทีใชรักษามาลาเรียในประเทศไทยมานานกวา 40 ป สวนยา tafenoquine
่
ไดรับอนุมัติโดยสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย (ชื่อยอ ‘อ.ย.’) แลว
จะดําเนินโครงการศึกษาอยางไร
ั
ผูปวยที่รับการวินิจฉยวาติดเชื้อมาลาเรียชนิดไวแวกซ จะไดรับยาคลอโรควิน (chloroquine) เพื่อฆาเชื้อ
ิ
ิ
ี
ิ
ึ่
มาลาเรียในเลือดตามวิธีปฏิบัตตามปกต ผูปวยจะไดรับการตรวจระดับเอนไซมจีซกพดี (G6PD) ซงเปนเอนไซมที ่
ิ
ี
ื
ี
ชวยใหเซลลเม็ดเลือดแดงทํางานไดเปนปกต และไดรับการรักษาท่เหมาะสมเพ่อฆาเชื้อมาลาเรียท่แฝงอยูในตับ
ู
ของผูปวยตามผลการตรวจเอนไซม ผูปวยจะถกขอใหกลับมาที่โรงพยาบาล/มาลาเรียคลินิก อกในวันที่ 5 (Day 5)
ี
้
ิ
่
ี
้
ื
่
ื
่
และวันท 14 (Day 14) หลังจากการกนยามอแรกในวันนี เพอตรวจติดตามผล การติดตามผลในวันท 5 ม ี
ี
ึ่
ความสําคัญเพราะเราไดเลือกนัดวันนี้เปนพเศษเพอสังเกตอาการแสดงของภาวะเมดเลือดแดงแตก ซงเปนอาการ
ิ
ื่
็
ึ
ั
้
่
ขางเคียงทอาจเกิดข้นไดจากทงยา tafenoquine และ primaquine หากผูปวยมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตก ม ี
ี
ี่
โอกาสทจะเกิดประมาณวันที่ 5 มากกวาชวงเวลาอื่น
ู
ี่
ู
ี่
ขอมลตางๆ เกยวกับผลการตรวจ การรักษา และขอมลทผูปวยไดใหในระหวางการติดตามผลตามนัดจะ
ถูกนําไปวิเคราะห นอกจากนั้นความเห็นจากมมมองของทาน และเจาหนาทสาธารณสุขทานอนๆ ทเปนเพ่อน
ุ
ี
่
่
่
ี
ื
ื
รวมงานของทาน จะชวยใหกระทรวงสาธารณสุขไดเขาใจวาวิธีการใหมในการรักษามาลาเรียที่มีเชื้อชนิด P. vivax
่
ี
จะสามารถนํามาใชงานจริง และเปนทยอมรับไดหรือไม ถาหากผลการศึกษาเปนท่พอใจ กระทรวงสาธารณสุข
ี
ื
อาจพิจารณารับวิธีการรักษามาลาเรียชนิด P. vivax แบบใหมนีเปนนโยบาย และขยายผลนําไปปฏิบัติในพ้นท ี ่
้
แพรเชื้ออื่นๆทั่วประเทศ
การยนยอมคืออะไร
ิ
ข้นอยูกบการตัดสินใจของทานวาจะเขารวมในโครงการหรือไม หากทานตัดสินใจเขารวมโครงการ
ึ
ั
่
้
้
ทานตองลงนามในใบยินยอมท่แนบกับเอกสารชีแจงฉบับนี เพอแสดงวาทานตกลงเขารวมในโครงการ ขนตอนนี ้
้
ื
ี
ั
เรียกวา “ใหความยินยอม” ตามปกติผูปวยทีเขารวมโครงการศึกษาเทานันทีจะตองลงนามในใบยินยอม แต
่
่
้
ี
่
่
เนื่องจากโครงการนี้เปนการศึกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัติ ดังนั้นเจาหนาทสาธารณสุขจึงเปนปจจัยหนึงท ี ่
ิ
่
ิ
ผูดําเนินการศึกษาจะใชประเมนผลของโครงการดวย ฉะนันจึงพจารณานับเจาหนาท ท่ใหบริการเปนกลุม
้
ี
ี
Page 2 of 7
ี
ั
้
ี
ํ
อาสาสมครอกกลุมดวย ทงนีเพราะกจกรรมบางอยางท่ทานตองทาในโครงการ เชนการจายยา tafenoquine
ิ
้
ั
ั้
ไมไดเปนการปฏิบัติงานตามปกติของทาน แตเปนกจกรรมของโครงการ ดังนั้นทงเจาหนาทสาธารณสุขและผูปวย
ิ
ี่
ี
่
ี
ั
่
ึ
ี
เปนผูเขารวมโครงการทมความสําคญยิ่ง และผลการศึกษาจะข้นอยูกับสิ่งทคณะผูดําเนืนการศกษาเรียนรูจาก
ึ
ื
ั้
อาสาสมครทงสองกลุมรวมกน โครงการนี้ไดมการวางแผนมาอยางระมดระวังเพอความปลอดภัยสูงสุดของผูปวย
ั
่
ั
ี
ั
ํ
ิ
ั
ื
้
่
และลดขอผิดผลาดในการดาเนินงานทอาจเกดขนใหนอยทสุด หากในกรณีทประสบกับเหตุการณอนไมนาจะ
ี
ี
ี
่
่
ิ
เกิดขึ้น ผูดําเนินการศึกษาจะถอเปนบทเรียนและจะนําไปปรับปรุงปฏิบัตงานในอนาคตตอไป
ื
ทานควรตัดสินใจยินยอมตอเมื่อ:
1. เจาหนาที่โครงการจากกองโรคติดตอนําโดยแมลงไดอธิบายเกี่ยวกับโครงการใหทานทราบ
2. ทานเขาใจวัตถุประสงคของโครงการและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผูปวย และ
3. ทานยินดีที่จะทําตามที่โครงการขอใหทานทํา
ั
ี
ิ
ทานควรใชเวลาพจารณากอนตดสินใจรวมโครงการ เจาหนาท่โครงการจากกองโรคติดตอนําโดยแมลง
จะตอบทานทุกคําถามที่เกี่ยวกับโครงการ หากทานมีขอสงสัย
้
ขาพเจาตองทาอะไรบางในโครงการนี
ํ
ี่
ทานจะไดรับเชิญใหเขารวมในการอบรมเชิงปฏิบัติการทจะจัดขึ้นโดยกองโรคติดตอนําโดยแมลง ทานจะ
ี
ี
่
ึ
ไดทราบวัตถุประสงคของโครงการ แผนการศกษา วิธีการปฏิบัติงาน ประโยชนท่ไดและความเสียงท่อาจเกดข้น
ึ
ิ
(แกผูปวย)ได
มีบุคลากรสาธารณสุข 3 กลุมที่เขารวมในโครงการนี้ ไดแก:
1. เจาหนาที่โรงพยาบาลทรับผิดชอบในการวินิจฉัยทางหองปฏิบัติการ
ี่
2. เจาหนาที่โรงพยาบาลที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาผูปวย (คือกลุมแพทย)
ั
3. เจาหนาที่มาลาเรียคลินิกที่รับผิดชอบในการวินิจฉยและรักษามาลาเรียในชุมชน
(ขอใหทานกากบาทในกลุมที่ทานอยู)
หากทานอยูในกลมที่ 1 (เจาหนาที่หองปฏิบัติการ)
ุ
โดยการตกลงเขารวมในโครงการนี้ ทานตกลงที่จะ:
่
- ทําการตรวจเอนไซม G6PD โดยใชเครือง STANDARD G6PD test ตรวจเอนไซม G6PD เชิงปริมาณ
TM
ในผูปวยที่มีเชื้อ P. vivax ตามขั้นตอนที่กําหนดไวในคูมือชวยปฏิบัติงาน
- บันทกผลการตรวจในแบบรายงานทเหมาะสมและรายงานใหแพทยในโครงการทราบ
ี
่
ึ
- ประสานกับเพื่อนรวมงานเพอชวยในขั้นตอนตอไปโดยถอตามตารางการดําเนินโครงการ
ื
ื่
ี
ุ
้
่
็
- รับผิดชอบในการบริหารวัสดุท่ใชกับเครืองตรวจเอนไซม และการเกบรักษาวัสดเหลานีในสภาพท ี ่
่
่
ี
ั
ุ
ื
ํ
เหมาะสม หมนตรวจวันหมดอายุ และทําการตรวจทดสอบเพ่อควบคมคุณภาพเปนระยะ ตามทกาหนด
(โดยถือตามแนวทางการปฏิบัติงาน)
ี
- รวมมือกับคณะเจาหนาที่กองโรคติดตอนําโดยแมลง เมอมการตรวจเยี่ยมที่สถานที่ศึกษา ซึ่งทําเปน ระยะ ๆ
ื
่
Page 3 of 7
ุ
หากทานอยูในกลมที่ 2 (แพทย)
โดยการตกลงเขารวมในโครงการนี้ ทานตกลงที่จะ:
้
ั
่
ี
ั
- ใหความรูแกผูปวยเกยวกบการรักษาเพ่อปองกนไขกลับซําในผูปวยมาลาเรียชนิด P. vivax ตลอดจน
ื
ั
ี
ั
ํ
ี่
ี่
ี่
เกี่ยวกบฤทธิ์ขางเคยงของยา ตอบคาถามทเกยวของทผูปวยซกถาม อธิบายเหตุผลที่จะชวยลดความวิตก
กังวลของผูปวยที่อาจมีใหนอยที่สุด
ี่
- สั่งจายยารักษามาลาเรียทเกดจากเชื้อ P. vivax ตามแผนภูมิการจายยาทโครงการไดจัดทาไวใหดวยการ
ี่
ิ
ํ
พิจารณาตามระดับเอนไซม G6PD อยางระมัดระวัง
- ใหการบําบัดรักษาผูปวยของโครงการฯตามความเหมาะสมเมอจําเปน
ื่
ึ
- บันทกผลการตรวจทางหองปฏิบัติการทั้งหมด การตรวจพบทางคลินิก และการรักษาในแบบรายงานของ
ี
โครงการฯ และชวยเหลือในการดําเนินการข้นตอไป รวมถึงการติดตามผูปวยตามทกําหนดไวในตาราง
่
ั
การดําเนินโครงการ
ี
ี
ิ
ี
่
ี
- ใหการบริการทางแพทย และการบริหารจัดการทเหมาะสมในกรณทมีผูปวยท่เกดเหตุการณทาง
่
การแพทยที่ไมไดคาดไว เชนภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลัน ตามแนวทางปฏิบัติของโครงการฯ
่
ิ
ื
- รวมมือกบคณะเจาหนาท่กองโรคตดตอนําโดยแมลง เมอมการตรวจเยียมทสถานทศกษา ฃึ่งทําเปน
่
่
ี
่
ั
ี
ี
ี
ึ
ระยะๆ
หากทานอยูในกลมที่ 3 (เจาหนาที่มาลาเรียคลินิก)
ุ
โดยการตกลงเขารวมในโครงการนี้ทานตกลงที่จะ:
- ทําการตรวจวินิจฉัยมาลาเรียดวยการยอมสียิมซาและตรวจดวยกลองจุลทรรศน
่
- ทําการตรวจเอนไซม G6PD โดยใชเครือง STANDARD G6PD test ตรวจเอนไซม G6PD เชิงปริมาณ
TM
ในผูปวยที่มีเชื้อ P. vivax ตามขั้นตอนที่กําหนดไวในคูมือชวยปฏิบัติงาน
- บันทึกผลการตรวจระดับเอนไซม G6PD ในแบบรายงานที่เหมาะสม
ี
- ใหการรักษามาลาเรีย (ทมเชื้อ P. vivax) ตามตารางการจายยา ทกาหนดโดยโครงการดวยการพจารณา
ี่
ํ
่
ี
ิ
อยางระมัดระวัง โดยอาศัยผลของระดับเอนไซม G6PD ของผูปวย
ี
้
่
ั
- ใหความรูแกผูปวยเรืองการปองกันไขกลับซําในผูปวยมาลาเรียชนิด P. vivax รวมท้งอาการขางเคยงท ี ่
เกิดจากยา
้
- บันทึกผลการตรวจทางหองปฏิบัติการ และการรักษาทงหมดลงในแบบรายงานของโครงการ และชวย
ั
การดําเนินการขั้นตอไปรวมทั้งการติดตามผูปวยตามแนวทางในตารางการดําเนินการ
ี
ี
- ในกรณท่สงสัยวาเกดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเฉยบพลันในผูปวยของโครงการ ในระหวางการติดตาม
ี
ิ
่
ี
่
้
ู
ํ
ทานจะตองรายงานใหผูดาเนินการศึกษาทราบ และใหการดแลเบืองตนในขณะทสงตอผูปวย เพือไปทํา
การสอบสวนทางคลินิก และบําบัดรักษาตามแนวทางปฏิบัติงานของโครงการฯ
่
ี
ิ
่
ื
ึ่
ึ
่
ี
- รวมมือกับคณะเจาหนาทกองโรคตดตอนําโดยแมลง เมอมการตรวจเยี่ยมทสถานท่ศกษา ซงทําเปน
ี
ี
ระยะ ๆ
Page 4 of 7
ขาพเจาจะไดัรับประโยชนใดจากการศึกษานี้
ั
ความกาวหนาทางวิทยาศาตรไดทําใหมีวิธีการรักษาข้นหายขาดมาลาเรียชนิด P. vivax ดวยการตรวจ
ี
ี
ี
เอนไซม G6PD เชิงปริมาณชนิดท่สามารถนํามาใชได ณ จุดท่ใหบริการตรวจรักษาผูปวย และมยารักษามาลาเรีย
ิ
่
ื
ิ
ํ
่
ี
้
ทปองกันการเกดไขกลับซาแบบใหมทีกนมอเดียว (tafenoquine) จากการเขารวมในโครงการนี้ทานจะมีโอกาส
้
ไดเรียนรูเก่ยวกับวิธีรักษาแบบใหม ซ่งเปนการเพ่มพูนความรูทางวิชาการของทาน การเขารวมโครงการฯ ยังม ี
ี
ึ
ิ
สวนชวยกําจัดมาลาเรียใหหมดไปจากชุมชนของทานดวย
่
ี
กระทรวงสาธารณสุขจะพจารณาความรูที่ไดจากโครงการนี้ และจะตัดสินใจวาควรหรือไม ทจะนําวิธีใหม
ิ
ทใชตรวจเอนไซม และยาชนิดกินม้อเดยว เพ่อรักษามาลาเรียชนิด P. vivax ไปใชเรงรัดการกําจัดมาลาเรีย และ
่
ี
ื
ื
ี
้
ลดภาระสาธารณสุขของโรคนีในประเทศไทย
ขาพเจาจะไดรับเงินจากการเขารวมโครงการนี้หรือไม
ทานจะไมไดรับคาจางใด ๆ ในการเขารวมการศึกษานี้
ี
ขาพเจาจะตองเสยคาใชจายอะไรไหมในการเขารวมโครงการนี ้
ทานไมตองจายเงินใด ๆ
ู
ขอมลเกี่ยวกับขาพเจาจะถูกเก็บไวเปนสวนตัวหรือไม
ึ
ี
ื
ู
ี
ขอมูลเก่ยวกับตัวทานซ่งไมระบุตัวตน จะถกนําไปรวมกับขอมูลของเจาหนาท่สาธารณสุขทานอ่นๆ
ในโครงการฯ และสงตอไปยัง Medicines for Malaria Venture (MMV) ประเทศสวิตเซอรแลนด ซึ่งเปนผูใหทน
ุ
้
ั
ู
ั
สนับสนุนโครงการฯ รวมทงรับผิดชอบการวิเคราะหขอมูลดวย ขอมลดงกลาวนี้จะชวยกระทรวงสาธารณสุข
ในการพจารณาตดสินใจทจะนําไปปรับปรุงนโยบายการรักษามาลาเรียในประเทศไทยตอไป
่
ิ
ั
ี
จะเกิดอะไรขึ้นหากขาพเจาไมอยากเขารวมในโครงการฯ หรืออยากออกจากโครงการฯ
ี
่
ถาทานเปนผูมีคุณสมบัติพรอมทีจะเขารวมโครงการฯไดและอยูในกลุมท 1 (เจาหนาท่หองปฏิบัติการ)
ี่
ี่
ี
่
หรืออยูในกลุมท 3 (เจาหนาทมาลาเรียคลินิก) แตทานไมประสงคจะเขารวม ทานกไมตองเก่ยวของในการจัดการ
็
ี
ิ
่
ี
ิ
กับผูปวยของโครงการฯตามตารางการดําเนินโครงการ อยางไรกตามทานก็ยังตองปฏิบัตหนาทตามปกตของทาน
็
ี
ั
ึ
ซงรวมถงการตรวจวินิจฉยมาลาเรีย ตรวจเอนไซม G6PD เชิงปริมาณ ในผูปวยทมเชื้อ P. vivax ถาทานเปนผูม ี
ึ
่
ี่
ิ
ุ
คณสมบัตเหมาะสมทสามารถเขารวมโครงการไดและอยูในกลุมท 2 (แพทย) แตทานไมประสงคจะเขารวม
ี
่
ี่
โครงการ ทานก็ไมตองดูแลรักษาผูปวยมาลาเรียชนิด P. vivax ที่รับเขาโครงการ
ึ
ทานอาจเปลียนใจไดตลอดเวลาในชวงของโครงการ ทานจะออกจากโครงการเมอใดกไดถงแมวาทานจะ
่
็
ื
่
้
ไดลงนามในใบยินยอมในวันนีแลวก็ตาม ทานไมจําเปนตองแจงเหตุผล แตทานตองแจงผูบังคับบัญชาของทาน/
ผูดําเนินโครงการศึกษา ใหทราบเพื่อใหแนใจวามีเจาหนาที่ทานอื่นมารับผิดชอบงานโครงการฯ ตอจากทาน
Page 5 of 7
จะเกิดอะไรขึ้นหากผลทางคลินิกของผูปวยรายหนึ่งในโครงการไมเปนที่นาพึงพอใจ
่
ี
ี
่
ี
ตราบใดทีทานปฏิบัติตามแนวทางการของโครงการฯ อยางดทสุด เทาททานสามารถจะทําได ทานก็ไมตอง
่
ี
่
ั
ํ
ึ
ิ
ึ
รับผิดชอบกบผลการรักษาทางคลินิกทไมนาพอใจ (ซ่งเกิดจากโครงการ) ซ่งมึโอกาสเกดไดยากมาก ผูดาเนินการ
ึ
้
ี
่
ี
ิ
ุ
ั
ึ
ศกษา จะรวมกบสถานบริการสาธารณสุขททานประจําอยู ในการแกไขปญหาทกอยางท่อาจเกดขน และจะ
พยายามอธิบายหาเหตผลการเกด ทานจะไมถกตําหนิวาลมเหลวในการปฏิบัติงานประจํา เพราะจะถอวาทาน
ู
ิ
ุ
ื
ิ
ุ
ทํางานในโครงการศกษาความเปนไปได ไมใชหนาทปรกติ เหตการณดงกลาวจะไมถกบันทึกในประวัตการทางาน
ั
ู
ี่
ํ
ึ
ี
ี่
ของทานทีแผนกการเจาหนาท และจะไมมผลกระทบในทางลบ ตอการประเมินผลปฏิบัติงานประจําปของทาน
่
ขาพเจาจะตองติดตอผูใดหากขาพเจามีคําถามหรือมีเรื่องกังวลใด ๆ
ทานสามารถสอบถามเรื่องใดๆก็ไดที่เกี่ยวกับโครงการนี้ รวมทั้งการแสดงความไมพึงพอใจในการดําเนิน
โครงการฯ โดยทานสามารถติดตอหัวหนาโครงการ หรือผูรวมดําเนินการศกษา ดังนี้:
ึ
ิ
ึ
นพ.ทนกร ผอ. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนา
ปนหะยีอารง โทร. 081 478 6627 ทีมโรงพยาบาล)
Email: [email protected]
นพ.มัซลัน ผอ. โรงพยาบาลธารโต ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนา
ึ
ตะเระ โทร. 087 967 3890 ทีมโรงพยาบาล)
Email: [email protected]
นพ.อระฟาน ผอ. โรงพยาบาลกรงปนัง ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนา
ึ
ี
หะยีอีแต โทร. 084 747 5161 ทีมโรงพยาบาล)
Email: [email protected]
ึ
นพ.ซําซูดิน ผอ. โรงพยาบาลกาบัง ผูรวมดําเนินการศกษา (หัวหนา
ดายะ โทร. 080 139 7860 ทีมโรงพยาบาล)
Email: [email protected]
ิ
ดร.แพทยหญงฉันทนา ผดุงทศ
ที่อย: กองโรคติดตอนําโดยแมลง กรมควบคมโรค กระทรวงสาธารณสุข ถนนตวานนท จังหวัดนนทบุรี 11000
ู
ุ
ิ
ื
ื
โทร: 02 590 3145 หรือ มอถอ: 081 989 3609 โทรสาร: 02 591 8422
หากทานมคําถามหรือขอวิตกกังวลเกี่ยวกับสิทธิของทาน หรือเกรงวาอาจไดรับการปฏิบัติที่ไมเปนธรรมในฐานะท ี่
ี
เปนผูเขารวมโครงการ โปรดติดตอท: สํานักงานเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาการศกษาวิจัยในคน
ึ
ี่
อาคาร 2 ชั้น 3 กรมการแพทย กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท จังหวัดนนทบุรี 11000
ั
โทรศพท: 02 590 6171 – 72 โทรสาร: 02 591 8251.
Page 6 of 7
ใบยินยอม สําหรับเจาหนาที่สถานบริการสาธารณสุข
ชื่อโครงการ: การศึกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัติของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซขั้นหายขาดอยาง
เหมาะสม ดวยยาทาฟโนควิน หรือไพรมาควินโดยใชการตรวจวัดระดับเอนไซม G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
ํ
ขาพเจายืนยันวาขาพเจาไดอานเอกสารสําหรับการเขารวมโครงการฯ แลวผูดาเนินการโครงการฯได
ั
้
อธิบายใหขาพเจาทราบถึงวัตถุประสงค ขนตอนกระบวนการ ความเสี่ยงและผลประโยชน ขาพเจาไดมีโอกาส
ี่
ซักถาม และยืนยันวาคําตอบและคําอธิบายทั้งหมดชัดเจนเปนทพอใจ ขาพเจามีเวลาพอเพียงในการตัดสินใจ
ึ
ขาพเจายินดอาสาทจะเขารวมในโครงการศกษาความเปนไปไดนี ขาพเจาอาจเลือกท่จะหยุดการเขา
่
ี
ี
ี
้
รวมโครงการฯเม่อใดก็ได โดยไมตองชี้แจงเหตผล การตัดสินใจของขาพเจาทจะเขารวมหรือไมเขารวม หรือการ
ื
ี
่
ุ
หยุดเขารวม จะไมมีผลกระทบตอตําแหนง และความกาวหนาทางวิชาชีพของขาพเจาในสถานบริการสาธารณสุข
้
นี หรือในระบบของกระทรวงสาธารณสุข
ํ
ี
ั
ี
่
ขาพเจาจะทาดทสุดตามความสามารถ และจะปฏิบัติตามแนวทางของโครงการดวยความระมดระวัง
ุ
ขาพเจาจะรายงานตอผูบังคับบัญชาโดยตรงของขาพเจา และผูดําเนินโครงการฯ ถาขาพเจาพบเหตการณไมปกต ิ
ที่อาจจะเปนอันตรายตอผูปวยได ถาขาพเจาพบปญหาใดๆที่เกยวกบโครงการ ขาพเจาจะขอคําแนะนําหรือความ
ั
ี่
ชวยเหลือจากผูดําเนินการศึกษา
ขาพเจายินดอนุญาตใหผูดาเนินการศึกษาเกบรวบรวมขอมูลของขาพเจา(เชนอายุ การศกษา
ี
ึ
ํ
็
ู
ั
ั
ื
ประสบการณ) แบบไมระบุตวตนมาวิเคราะห และใชขอมลดงกลาวเพอประโยชนแกงานสาธารณสุขภายใต
่
้
โครงการนี (ตามรายละเอียดในเอกสารชี้แจงขางตน)
ื
่
ี
ั
ื
ขาพเจายินดสมครใจทจะเขารวมโครงการ และลงลายมอชือในแบบใบยินยอมนี้เพ่อยืนยันความเต็ม
ี
่
็
้
ื
ใจของขาพเจา ขาพเจาไดรับเอกสารชีแจงโครงการและสําเนาคฉบับใบยินยอม จํานวน 1 ชุดเพ่อเกบไวเปน
ู
หลักฐาน
ี่
ลายมือชื่อเจาหนาทผูรวมโครงการ วันท ่ ี
ชื่อเจาหนาทีผูรวมโครงการ เขยนตวบรรจง
ี
ั
่
ลายมือชื่อพยานคนท 1 วันท ี่
ี่
ชื่อพยานคนที่ 1 เขยนตวบรรจง
ี
ั
ลายมือชื่อพยานคนท 2 วันท
ี่
ี่
ชื่อพยานคนที่ 2 เขยนตวบรรจง
ี
ั
ี
ลายมือชื่อเจาหนาที่กองโรคติดตอนําโดยแมลงที่ขอความยินยอม วันท
่
่
ชื่อเจาหนาที่กองโรคติดตอนําโดยแมลงทีขอความยินยอม เขียนตัวบรรจง
ลายมือชื่อผูดําเนินการศกษา วันท ี่
ึ
ชื่อผูดําเนินการศกษาเขียนตัวบรรจง
ึ
Page 7 of 7
1
ภาคผนวก 4
ภาวะโลหิตจางชนิดเฉียบพลันจากเม็ดโลหิตแดงแตก การดูแลเบื้องตน
และการสงตอผูปวย
1. การหาความเสี่ยงของภาวะโลหิตจางชนิดเฉียบพลันจากเม็ดโลหิตแดงแตกในผปวยที่เขารวมโครงการ
ู
่
ี่
ี่
ในระหวางการติดตามเยียมผูปวยตามนัดหมาย หรือการทผูปวยในโครงการมาทสถานบริการนอกกําหนดนัด ให
ตรวจสอบวามอาการหรืออาการแสดงซึ่งเปนเหตุการณไมพึงประสงคดังรายการขางลางนี้:
ี
รายการเหตุการณไมพึงประสงค (AE)
อาการและอาการแสดงที่นําไปสูเหตุการณไมพึงประสงคที่สนใจ ขอแนะนําการปฏิบัติของเจาหนาท ี่
เปนพเศษ (AESI) โครงการ
ิ
ี
1. ออนเพลย เฝาสังเกตดูอาการผูปวยอยางใกลชิด
2. มนงง ตรวจดูวามีความรุนแรงเพิ่มขน และ/
ึ
ึ้
ึ
3. หายใจไมออก หรือ หายใจตืนเร็ว (tachypnea) หรือมีเหตุการณไมพงประสงครวมดวย
้
4. ปสสาวะสีเขม (แดงหรือดํา) ใหรับผูปวยไวในโรงพยาบาลถาเกรงวาจะ
5. ปวดหลง เกิดภาวะโลหิตจางชนิดเฉียบพลันจาก
ั
ื
6. ตัวเหลอง และ/หรือ ตาเหลือง (jaundice) เม็ดโลหิตแดงแตก (AHA)
7. ซีด
8. หัวใจเตนเร็วหรือใจสั่น (tachycardia)
9. ไข
10. คลื่นไสและ/หรือ อาเจียน
่
ิ
ั
2. การรักษาเบื้องตนสําหรับผูปวยทีสงสยเปนภาวะโลหิตจางชนิดเฉียบพลันจากเม็ดโลหตแดงแตก(AHA)
็
ี
ี
ในกรณทสงสัยวามีความเสี่ยงของภาวะโลหิตจางชนิดเฉยบพลันจากเมดโลหิตแดงแตก และถาผูปวยไมไดอยูท ่ ี
่
ี
ี
โรงพยาบาล ใหจัดการสงตอไปยังโรงพยาบาลท่ใกลท่สุด (อาจเปนโรงพยาบาลชุมชน) เพ่อประเมินอาการตอไป
ื
ี
ี
ั
็
่
และเพือการเยียวยาเบืองตนตามแนวทางท่วไปในการบริหารจัดการภาวะโลหิตจางชนิดเฉยบพลันจากเมดโลหิต
้
ู
ี
ี่
แดงแตกตามรายการขางลางนี้ ทั้งนี้รวมถึงอาจมการสงตอผูปวยไปใหรับถายเลือดทโรงพยาบาลศนยฯ ดวย
็
ขอปฏิบัติทางการแพทยในผูปวยภาวะโลหิตจางชนิดเฉียบพลันจากเมดโลหตแดงแตก (AHA)*
ิ
1. การใหสารน้ําทางปาก
2. รับผูปวยไวรักษาเปนผูปวยใน
2
็
ิ
ขอปฏิบัติทางการแพทยในผูปวยภาวะโลหิตจางชนิดเฉียบพลันจากเมดโลหตแดงแตก (AHA)*
3. ขอใหแพทยเวรประเมินอาการทางคลินิก
4. ตรวจหาหมูเลือด คาฮีโมโกลบินและ/หรือฮีมาโตคริท
5. ตรวจระดบ Creatine ในเลือด และคา BUN หากทําได
ั
6. พิจารณาใหเลือด*ตามแนวทางของประเทศหรือขององคการอนามัยโลก**
ึ่
*การใหเลือดจะกระทําที่โรงพยาบาลศูนยยะลาซงไดจัดเปนที่รับสงตอผูปวยของโครงการนี ้
**องคการอนามัยโลก ค.ศ. 2016
- ระดับ Hb <7 g/dl: ใหเลือด (โดยใชแตเม็ดเลือดแดง-packed red cells)
- ระดับ Hb <9 g/dl ซึ่งมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตกรวมดวย: ใหเลือด (โดยใชแตเม็ดเลือดแดง- packed red
cells)
- ระดับ Hb 7-9 g/dl or >9 g/dl, และไมมีหลักฐานสนับสนุนวาเกิดเม็ดเลือดแดงแตกรวมดวย: ใหบริหารการ
ใหสารน้ําอยางระมัดระวัง และคอยติดตามดูสีปสสาวะ และระดับฮีโมโกลบิน
3. คําแนะนําดานการบริหารในการสงตอผูปวยไปยังโรงพยาบาลศูนยยะลา
จากการประเมินทางคลินิก แพทยอาจจะตัดสินใจที่จะ:
- อนุญาตใหผูปวยกลับบานได สอนใหผูปวยสังเกตอาการและอาการแสดงของ AHA และใหรายงานตอ
เจาหนาที่โครงการ
- รับผูปวยไวในโรงพยาบาลชุมชนเพื่อสังเกตดูอาการ
- พิจารณาสงตอผูปวยโดยดวนไปยังโรงพยาบาลศูนยยะลาซึ่งเปนที่รับสงตอตามคําแนะนําดังตอไปนี้:
ื
3.1. แจงผูรวมดําเนินโครงการของโรงพยาบาล (คอผูอํานวยการโรงพยาบาลชุมชน)
ุ
3.2. แจงผูประสานงานภาคสนาม คณมอหะมะนอ บาโงปะแต (โทร 080-702 8614) ซงจะแจงไปยัง
ึ่
นายแพทยเฉลิมพล โอสถพรมมา (หัวหนาโครงการรวม โทร 099 321 4156) และ/หรือ ดร.แพทยหญิง
ฉันทนา ผดงทศ (หัวหนาโครงการ โทร 081 989 3609)
ุ
ี่
3.3. ถาการตัดสินใจของแพทยผูรักษาทโรงพยาบาลชุมชนและผูอํานวยการโรงพยาบาลคือใหสงตอผูปวยไปยัง
ู
ั
ี
ู
โรงพยาบาลศนยยะลา ใหติดตอ พ.ญ. ฮามดะห มหามด ผูเชี่ยวชาญดานอายุรกรรม-โลหิตวิทยา ท ี ่
่
โรงพยาบาลศนยยะลา (โทร 086 2889794 [email protected]) กอนเพอขออนุญาตสงตอ
ื
ู
ผูปวยไปโดยดวน
ื
่
ื
ั้
3.4. จัดการสงตอผูปวยโดยรถพยาบาลฉุกเฉินเพ่อการประเมินผลทางการแพทยในขนตอไป และเพอรับการ
บริบาลผูปวยวิกฤตซึ่งรวมถึงการใหเลือดดวยหากจําเปน รถพยาบาลควรใชเวลาเดินทางไมเกิน 3 ชั่วโมง
ถึงโรงพยาบาลศูนยฯ
ภาคผนวก 5
บัญชีรายการให้คาปรึกษาผู้ป่วย
โครงการ: การศีกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ขั้นหายขาดอย่าง
เหมาะสมด้วยยาทาฟีโนควินหรือไพรมาควิน โดยใช้การตรวจระดับเอนไซม์ G6PD เชิงปริมาณ ประเทศไทย
___ อธิบายประโยชน์ของการจ่ายยา TQ และ PQ
___ สอบถามผู้ป่วยเรื่องประวัติการมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตก หรือเลือดไหลไม่หยุด หรือเลือดออกมาก
___ แจ้งให้ผู้ป่วยทราบถึงความเสี่ยงของภาวะโลหิตจางชนิดเฉียบพลันจากเมดโลหิตแดงแตก (AHA) เมื่อได้รับ
็
ยา TQ หรือ PQ
___ แนะน าให้ผู้ป่วยต้องตรวจดูสีปัสสาวะของตนเอง
___ แนะน าให้ผู้ป่วยหยุดยา PQ ทันทีหากมีปัสสาวะสีเข้มขึ้น
___ แจ้งให้ผู้ป่วยทราบว่าควรไปรับค าแนะน าทางแพทย์จากที่ใดหากเกิดมีปัสสาวะสีเข้มขึ้น
เอกสารอ้างอิง:
องค์การอนามัยโลก. การตรวจความพร่องเอนไซม์ G6PD เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาไพรมาควินส าหรับการ
รักษาขั้นหายขาดเชื้อมาลาเรียไวแวกซ์และโอวาเล่. เมืองเจนีวา: องค์การอนามัยโลก, คศ. 2016.
(WHO. Testing for G6PD deficiency for safe use of primaquine in radical cure of P. vivax and
P. ovale. Geneva: World Health Organization, 2016.)
Thailand Operational Feasibility Study เลขประจําตัวผูปวย (ในโครงการ)_________
เอกสารปกปด
ภาคผนวก 6
แบบรายงานผูปวย
การศึกษาความเปนไปไดในทางปฏิบัติของการรักษาผูปวยมาลาเรียชนิดไวแวกซขั้นหายขาดอยางเหมาะสม
ดวยยาทาฟโนควิน หรือไพรมาควน โดยใชการตรวจระดับเอนไซม G6PD เชงปริมาณ ประเทศไทย
ิ
ิ
1. ชื่อสถานบริการ______________________________________________________
2. เลขประจําตัวผูปวย (ในโครงการ) * __________________________________________
1
*เลขประจําตัวผูปวย = (H หรือ M) + รหัสของ (รพ. หรือมาลาเรียคลินิก) + ลําดับที่ผูปวย
3
2
1 รหัสประเภทสถานบริการ รพ./มาลาเรียคลินิก
รพ. = H มาลาเรียคลินิก = M
ิ
2 รหัส ของสถานบริการ: รพ./มาลาเรยคลนิก
ี
รหัส รพ. 4 = ธารโต 5 = ยะหา 7 = กาบัง 8 = กรงปนัง
รหัสมาลาเรียคลินิก 1 = เมือง 2 = ธารโต
ลําดับที่เลขลงทะเบียนผูปวยสําหรับโครงการ (สองหลัก)
3
ั
ผูปวยแตละรายจะไดรับรหัสซงประกอบดวยตัวอกษรหนึ่งตัวและตัวเลขสามหลัก และจะเรียกวา
ึ่
ั
เลขประจําตวผูปวย ตวอกษรจะบงชีชนิดของสถานบริการ โดย H แทนโรงพยาบาล หรือ M แทนมาลาเรียคลินิก
ั
้
ั
ี
ตวเลขหลักแรกจะแทนรหัสของสถานบริการ (ตามท่แสดงขางตน) และตามดวยเลขอีกสองหลักซงจะบอกเลข
ั
ึ่
ลงทะเบียนเขารวมโครงการของผูปวยในแตละสถานบริการ ตัวเลขแตละตัวจะจําเพาะสําหรับผูปวยแตละรายและ
จะไมใหใชกับผูปวยรายอื่น ๆ
Version 12 January 2021 1