The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนด้วยการสหกรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ccettd 15, 2022-07-01 02:40:43

คู่มือพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนด้วยการสหกรณ์

คู่มือพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนด้วยการสหกรณ์

ค่มู ือ / แนวทาง

การพัฒนาสมรรถนะท่ีดีของครู ผู้เรียน
ด้วยการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551

ชอื่ หนงั สือ แนวทาง / คู่มอื การพัฒนาสมรรถนะที่ดขี องครู ผู้เรยี นด้วยการจดั การเรียนรู้การ
สหกรณ์ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

คณะผเู้ รียบเรยี ง สุภคั ญาณี สขุ สำราญ
ภาสันต์ นพุ าสันต์
มนกรณ์ ยอดใจ

ออกแบบ/ภาพ พรวรรษา ทองเหลือ

ผจู้ ดั พมิ พ์ เพชรบรุ กี ารพมิ พ์ จงั หวัดเพชรบุรี

ISBN 978-616-358-492-2

สงวนสทิ ธ์ิ ตาม พ.ร.บ.ลขิ สทิ ธ์ิ พ.ศ. 2537

จดั พมิ พโ์ ดย สำนักพฒั นาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์
กรมส่งเสริมสหกรณ์



คำนำ

เป้าหมายการเรียนรู้ตามการจัดการศึกษามุ่งใหผ้ ู้เรียนเปน็ คนดี เก่งและมีความสุข การเรียนรู้ในสถานศกึ ษาเป็น
กระบวนการพัฒนาผู้เรียนตามธรรมชาติ เต็มศักยภาพท่ีผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด การเรียนรู้ส่งผลต่อชีวิตจริงและต่อเนื่อง
ตลอดชวี ิต

การสหกรณเ์ ปน็ วิถีการดำเนินชีวติ รว่ มกันที่มีจดุ มงุ่ หมายคอื สังคมดี เศรษฐกจิ ดี มีสันติสุข การสหกรณ์สร้างคนให้มี
คณุ ภาพชีวิตทด่ี ีด้วยการรว่ มมือช่วยเหลือกนั การสหกรณ์เป็นการเรียนรู้เพื่อสู่เป้าหมายของผเู้ รยี นภายใต้กระบวนการจัดการ
เรยี นรู้ที่เหมาะสมได้

แนวทาง/คมู่ ือ การพฒั นาสมรรถนะทีด่ ีของครู ผู้เรียนด้วยการจัดการเรยี นรกู้ ารสหกรณ์ ได้เรยี บเรียงขึ้นใหม้ คี วาม
สอดคล้องกับนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ที่มุ่งเน้นจัดการศึกษาบน
ฐานสมรรถนะสำหรับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพ่ือเป็นแนวทางจัดการเรียนรู้ ที่ครูผู้สอนนำไปพัฒนาได้อย่างสอดคล้องกับวิถี
การดำรงชีวิตจรงิ และสามารถสร้างสรรค์ให้เกิดความรู้ใหม่สำหรบั ครูและผู้เรียน โดยคณะผู้จัดทำมงุ่ เน้นการเพิ่มพูนปัญญา
พัฒนาความคดิ สำหรบั จัดการเรียนรู้การสหกรณ์ในสถานศึกษาท่ัวประเทศไทย

คณะผเู้ รยี บเรียง



สารบญั หนา้

เรอื่ ง

บทท่ี 1...............................................................................................................................................................................1

บทนำ................................................................................................................................................................................1

ความเปน็ มา ..............................................................................................................................................................................................1
จดุ มงุ่ หมายการจดั การเรยี นร้กู ารสหกรณ์.......................................................................................................................................... 4
การจดั การเรยี นรู้การสหกรณ.์ .............................................................................................................................................................. 4
วัตถุประสงค์ ............................................................................................................................................................................................. 5

บทท่ี 2.............................................................................................................................................................................6

หลกั การ แนวคดิ สกู่ ารปฏบิ ตั ใิ นการจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณ์...............................................................................6

หลักการและกระบวนการสำคญั ........................................................................................................................................................... 6
1. หลกั การที่ 1 : พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว รัชกาลท่ี 9 ............................................................................ 6
2. หลักการที่ 2 : แนวทางการพฒั นาของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั รัชกาลท่ี 9............................................................. 6
3. หลักการที่ 3 : พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว รชั กาลท่ี ๑๐................................. 7
4. หลักการที่ 4 : พระราชดำรัสสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
จดั กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ีค่ รอบคลมุ หลักองค์ ๔ แห่งการศกึ ษา (Hand – Head – Heart – Health) ไดแ้ ก่................. 7
5. หลักการที่ 5 : ใส่ใจพลังสมอง Brain-based Learning กิจกรรมที่จัดข้ึนไม่บังคับ ขู่เข็ญให้ทำท้าทาย
การขยับกายขยายสมอง ทานอาหารทีม่ ปี ระโยชน์ จดั สงิ่ แวดลอ้ มทด่ี ี และมสี ง่ิ ท่ีสร้างสรรค์ .................................................8
6. หลักการที่ 6 : A ctive Learning เน้นการเรียนรู้แบบ Learning by Doing ร่วมคิด วางแผน
ล ง มื อ ป ฏิ บั ติ ต ร ว จ ส อ บ แ ล ะ ป รั บ ป รุ ง เ พ่ื อ ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม ต ล อ ด เ ว ล า
เป็นการพฒั นากระบวนการคดิ ข้ันสงู เพ่ือให้เกดิ ทักษะการคดิ ทกั ษะชวี ิตท่ีตดิ ตวั ต่อไป.............................................................8
7. หลักการท่ี 7 : Formative Assessment การประเมิน ติดตามผลทั้งด้าน Heart + Head + Hand + Health
ต้องดำเนินการเป็นระยะอย่างต่อเน่ือง เพ่ือติดตามพัฒ นาการผู้เรียนรายบุคคล จัดทำเส้นพัฒ นาการ
เฝ้าระวงั จากทุกฝา่ ยร่วมกัน ทัง้ ครู ผู้บรหิ าร ผู้ปกครอง และชุมชน ............................................................................................8

แนวคดิ “คณุ ลกั ษณะสำคญั และธรรมชาตขิ องผเู้ รียน”..........................................................................................................................8
แนวคดิ การจดั การเรยี นรู้การสหกรณ์...................................................................................................................................................8
ยุทธศาสตรน์ ำสคู่ วามสำเรจ็ .................................................................................................................................................................. 9

บทท่ี 3........................................................................................................................................................................... 13

การสหกรณก์ บั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.......................................................... 13

1.หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ...........................................................................................................13
2. สาระการเรยี นร้กู ารสหกรณ์ในสถานศกึ ษา ..................................................................................................................................14
3. การจดั กิจกรรมเรยี นรู้การสหกรณใ์ นสถานศึกษา .......................................................................................................................18
4. กิจกรรมเรยี นรกู้ ารสหกรณ์สอดคลอ้ งกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น.....................................................................................................18



บทท่ี 4...........................................................................................................................................................................20
ตวั อย่างโครงสร้างหนว่ ย/แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ .....................................................................................20

โครงสร้างหนว่ ย/แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้การสหกรณ์นกั เรยี น.........................................................................................20
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้การสหกรณเ์ พอื่ พัฒนาสมรรถนะทด่ี ขี องครแู ละผู้เรยี น..............................................................21

แผนการจัดการการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 1 เรอ่ื ง การรวมกล่มุ และการแก้ปัญหา เวลา 1 ชวั่ โมง..........................21
แผนการจัดการการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 2 เรอื่ ง สหกรณแ์ ละปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เวลา 1 ช่ัวโมง............23
แผนการจัดการการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 3 เร่อื ง ความเปน็ มาการสหกรณแ์ ละปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง...................25
แผนการจัดการการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 4 เรือ่ ง หลกั การสหกรณ์ เวลา 2 ชั่วโมง.................................................... 28
แผนการจัดการการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมที่ 5 เร่อื ง วธิ ีการสหกรณ์ เวลา 1 ช่ัวโมง ........................................................32
แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมที่ 6 เร่อื ง โครงสร้างสหกรณ์ เวลา 1 ชวั่ โมง.................................................35
แผนการจัดการการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 7 เร่ือง การจัดต้งั สหกรณ์ เวลา 1 ชั่วโมง .................................................. 38
แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมที่ 8 เรอื่ ง การประชมุ สหกรณ์ เวลา 1 ช่วั โมง.................................................40
แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 9 เรอ่ื ง การบัญชสี หกรณ์ เวลา 1 ช่ัวโมง....................................................44
แผนการจัดการการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 10 เรอ่ื ง กจิ การสหกรณ์ เวลา 9 ช่วั โมง.....................................................47
แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 11 เร่ือง ประโยชน์สหกรณ์ เวลา 2 ชว่ั โมง....................................................49

บทท่ี 5.........................................................................................................................................................................52
แนวทางการประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรงุ 2560) โดยความสอดคล้องกบั การจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณใ์ นสถานศกึ ษา............................52



สารบญั แผนภาพ หนา้

แผนภาพท่ี 1 กรอบหลักสูตรการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานบนฐานสมรรถนะ 5
แผนภาพท่ี 2 กิจกรรมบรู ณาการการสหกรณใ์ นสถานศกึ ษา 10
แผนภาพที่ 3 การจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณ์แบบร่วมใจ 10
แผนภาพท่ี 4 แหลง่ เรยี นรู้การสหกรณใ์ นสถานศกึ ษา 11

สารบญั ตาราง หนา้

ตารางท่ี 1 มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั /สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ของชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 15
ตารางท่ี 2 มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั /สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ของชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 16
ตารางท่ี 3 มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตวั ชว้ี ดั /สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ของชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 – 6 17
ตารางที่ 4 แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น 54
ตารางท่ี 5 แบบสรปุ ผลการประเมินสมรรถนะของผูเ้ รยี น 56



บทท่ี 1
บทนำ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเป็นมา

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงเหน็ ว่า การจัดการ
ศกึ ษาตอ้ งดภู าพรวมทั้งประเทศ เพราะทุกวันน้ีการศกึ ษาคอ่ นข้างอ่อนแอ และมงุ่ เน้นการเรียนการสอนเนื้อหาบางเรอื่ ง
มากเกินไป ทรงมีพระราชดำริให้มีการนำองค์ 4 แหง่ การศกึ ษา คือ พทุ ธศิ กึ ษา จรยิ ศกึ ษา หัตถศกึ ษา และพลศกึ ษา และ
หวั ใจนกั ปราชญ์ คือ สุ จิ ปุ ลิ หมายถึง การฟัง การคดิ การถาม และการเขยี น ซ่ึงเป็นหัวใจสำคัญของนกั ปราชญ์และ
บณั ฑติ มาใช้ในการจัดการศึกษา สำหรับการศึกษาเร่อื งการสหกรณ์ทรงมีพระราชดำรัสกับอธิบดีกรมสง่ เสรมิ สหกรณ์
ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันท่ี 7 มิถุนายน 2534 ให้จัดการเรียนการสอนสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจ
ตระเวนชายแดน ซ่ึงนับแต่นั้นมา การจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ท้ังวิชาการและปฏิบัติการ ได้แพร่หลายไปสู่นักเรียนใน
โครงการตามพระราชดำริ และขยายผลสู่นักเรียนทั่วประเทศ เพ่ือก่อ ให้เกิดความร่วมมือ ร่วมแรง และร่วมใจในกลุ่ม
นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน โดยมุ่งหวังให้เร่ืองการสหกรณ์เป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชน เศรษฐกิจ สงั คม ระดับชุมชนและประเทศ

นโยบายปฏิรูปการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลท่ีมีคุณภาพด้วยกระบวนการ
เรียนรู้เพ่ือความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม สอดคล้องกับประเทศท่ีเป็นผู้นำด้านการศึกษาของโลก ที่มุ่งเน้น
เร่ืองของจิตสำนึกต่อส่วนรวม ความรู้พื้นฐานการประกอบสัมมาอาชีพ ความรู้พ้ืนฐานด้านพลเมือง สุขภาพ
สิ่งแวดล้อม และทักษะ/สมรรถนะท่ีจำเป็น ได้แก่ 1) ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ๒)ทักษะด้านสารสนเทศ
สื่อ และเทคโนโลยี 3) ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ท่ีควรใช้ได้จริงท้ังกับครอบครัว โรงเรียน ภาคชุมชน ภาครัฐ และ
ประเทศชาติ เพ่ือให้คนมคี วามรู้ทกั ษะ/สมรรถนะ ตอ่ การรับมือกับความเปล่ียนแปลงท่ีเกดิ ขึน้ อย่างต่อเน่อื ง และสามารถ
ปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพและเต็มศักยภาพ จึงต้องอาศยั ครูผู้สอนที่มีทักษะใน
การจัดการเรียนรู้ มีเจตคติต่อวิชาชีพครูท่ีดี มีแรงจูงใจสูง ครูควรมีทักษะและคุณลักษณะท่ีเข้าถึง เพ่ือสร้าง
นวตั กรรมบริหารจดั การชนั้ เรยี นแนวใหม่ต่อการทีจ่ ะพฒั นาผเู้ รียน/เยาวชนในยุคใหมไ่ ด้

นโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ลดภาควิชาการและต้องไม่กระทบเนื้อหา
สาระหลกั ที่นักเรียนควรเรยี นรู้ โรงเรียนจึงจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ให้นักเรยี นได้ลงมือปฏิบัติ เปน็ กจิ กรรมที่ช่วย
เพ่ิมพูนทักษะการคิดวิเคราะห์ ความมีน้าใจต่อกัน การทำงานเปน็ ทีม และท่ีสำคัญ ควรมีกิจกรรมกระตุ้นให้เด็กได้ค้นหา
ศกั ยภาพและความชอบของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องเปดิ เฉพาะห้องหรอื นักเรียนกลมุ่ เดียวกัน หรืออยู่ระดับช้ันเดียวกัน
บางกิจกรรมโรงเรียนสามารถศึกษาวิเคราะห์ เพื่อให้นักเรียนทำร่วมกันหลายระดับช้ันได้ จะได้มีโอกาสสร้างสัมพันธ์
ในช่วงวัย ซ่ึงเป็นการจำลองสภาพจริงในสังคมให้เด็ก ได้เรียนรู้ จะย่ิงช่วยเพ่ิมทักษะการทำงานร่วมกัน ทักษะการ
แก้ปัญหากับผู้เรียนต่อไปนอกจากนี้ ผลการสังเคราะห์เอกสาร งานวิจัยเกี่ยวกับหลักสูตร และผลการใช้หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ตลอดจนผลการประเมนิ คณุ ภาพการศึกษาในระดับตา่ ง ๆ ยงั พบวา่

• ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาของนักเรียนต่ากว่าเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET)
ผลการสอบ PISA ท้ัง ๆ ท่ีโรงเรยี นใชเ้ วลาจัดการเรียนการสอน เปน็ เวลา 7 หรอื 8 ชว่ั โมงต่อวัน

• นกั เรยี นคิดไม่เป็น วเิ คราะหไ์ มไ่ ด้ ขาดทักษะชีวติ อดั แน่นเนื้อหาวชิ าการมากกวา่ ให้เรียนรดู้ ้วยตนเอง

1

• นักเรียนมภี าระงาน การบ้านมากเกินไป หรอื ตอ้ งนำการบ้านไปทำที่บา้ น
• นกั เรียนอาจเครียด และต้องเรียนพิเศษมากขึ้น

ทง้ั นี้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดสมรรถนะสำคัญ
ของผู้เรียน ไว้ 5 ประการ มรี ายละเอียด คือ

• สมรรถนะท่ี 1 ความสามารถในการสื่อสาร
• สมรรถนะที่ 2 ความสามารถในการคิด
• สมรรถนะท่ี 3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
• สมรรถนะที่ 4 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
• สมรรถนะท่ี 5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด
ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็น
ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง
ตลอดจนการเลอื กใช้วธิ กี ารสื่อสาร ที่มีประสทิ ธิภาพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบทมี่ ีตอ่ ตนเองและสงั คม

2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สังเคราะห์ การคิด อย่างสรา้ งสรรค์ การคิด
อย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ
เกยี่ วกับตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปล่ียนแปลงของ
เหตุการณต์ ่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรมู้ าใชใ้ นการปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา และมีกาตดั สินใจที่มี
ประสิทธิภาพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบทเ่ี กิดขึน้ ต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดลอ้ ม

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริม
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับ
การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลีย่ งพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ท่ีส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผูอ้ ืน่

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทำงาน การ
แกป้ ญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมีคุณธรรม

ในปีการศกึ ษา 2563 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน มีนโยบายมงุ่ จัด
การศึกษาบนฐานสมรรถนะสำหรับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และมีแผนการทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ ในกลุ่ม
โรงเรียนพื้นท่ีนวัตกรรม จำนวน 271 โรงเรียน และกลุ่มโรงเรียน กศส. จำนวน 10 กลุ่ม โดยหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ได้กำหนดสมรรถนะหลัก (Core Competency) เพ่ือเป็นเป้าหมายในการพัฒนาความสามารถท่ีจำเป็นของผู้เรียนต่อ
การใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคต นิยามและองค์ประกอบของ 5 สมรรถนะที่เด็กไทยควรมีในการปฏิรูปหลักสูตร
การศึกษาข้ันพนื้ ฐานบนฐานสมรรถนะ และการวดั ผลสมรรถนะ ท้ัง 5 ด้าน ได้แก่

2

• สมรรถนะการจัดการตนเอง
• สมรรถนะการสือ่ สาร
• สมรรถนะการรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี
• สมรรถนะการคดิ ข้ันสูง
• สมรรถนะการเปน็ พลเมืองที่เขม้ แขง็
โดยแนวทางการจดั การเรียนการสอนตามหลักสตู รฐานสมรรถนะ สามารถดำเนนิ การได้ 6 แนวทาง ไดแ้ ก่

แนวทางท่ี 1 : ใช้งานเดมิ เสรมิ สมรรถนะ
เป็นการสอนตามปกติท่ีสอดแทรกสมรรถนะท่ีสอดคล้องกับการบทเรียนน้ันเข้าไป และอาจปรับหรือ
สร้างสรรคก์ ิจกรรม ต่อยอด เพ่ือใหผ้ ้เู รยี นได้พฒั นาสมรรถนะนั้น
แนวทางท่ี 2 ใช้งานเดิม ต่อเติมสมรรถนะ
เป็นการสอนตามปกติท่ีสอดแทรกสมรรถนะ ท่ีสอดคล้องกับการบทเรียนนั้นเข้าไป และมีการเน้นสมรรถนะที่
เกย่ี วขอ้ งให้มากขน้ึ ซ่งึ จะชว่ ยให้ผเู้ รยี นใช้ความรู้ ทกั ษะไดจ้ รงิ ในสถานการณ์ท่หี ลากหลาย
แนวทางท่ี 3 ใช้รปู แบบการเรยี นรู้ สกู่ ารพฒั นาสมรรถนะ
เป็นการสอนตามปกติท่ีมีการนำรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้เดิมมาวิเคราะห์เชื่อมโยงกับสมรรถนะท่ีสอดคล้องกับ
รปู แบบการเรียนรู้และบทเรยี น ซึ่งชว่ ยให้ผเู้ รียนเกิดการเรยี นรู้ตามจุดประสงค์พร้อมๆกบั การเกิดสมรรถนะ
แนวทางท่ี 4 สมรรถนะเปน็ ฐาน ผสานตัวชวี้ ัด
เป็นการสอนโดยนำสมรรถนะและตัวชี้วัดที่สอดคล้องกันมาออกแบบการสอนร่วมกัน เพ่ือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
ทง้ั เนื้อหาสาระและทกั ษะตามตวั ช้ีวดั ท่ีกำหนด พร้อม ๆ กบั การพฒั นาสมรรถนะหลกั ท่ีจำเป็นต่อชีวติ
แนวทางท่ี 5 บูรณาการผสานหลายสมรรถนะ
เปน็ การสอนโดยนำสมรรถนะหลักทง้ั สบิ ดา้ นเปน็ ตวั ตั้ง แลว้ ออกแบบการสอนทีม่ ีลักษณะเป็นหนว่ ยบูรณาการ
ท่ีช่วยใหเ้ ดก็ ไดเ้ รียนรอู้ ย่างเปน็ ธรรมชาติ และเห็นความสมั พันธ์ระหว่างวชิ า/กลุม่ สาระการเรยี นรู้ต่าง ๆ
แนวทางท่ี 6 สมรรถนะชีวติ ในกิจวัตรประจำวัน
สมรรถนะชีวิตในกิจวัตรประจำวันเป็นการสร้างสรรค์การเรียนรู้อย่างสอดคล้องสัมพันธ์กับการดำเนิน
ชวี ิตประจำวันปกติของนักเรียน สอดคล้องกับกิจกรรมต่าง ๆ ทม่ี ักเกิดในโรงเรยี น นับเป็นการฝึกพัฒนาสมรรถนะน้ัน
ๆ ไดอ้ ย่างตอ่ เนื่อง

3

การสหกรณ์หรือการทำงานร่วมกันมีอยู่/เป็นอยู่จริงในการดำเนินชีวิตของทุกคนที่ดำรงตนอยู่ในสังคม
เพียงแต่ใช้ถ้อยคำกล่าวถึงการอยู่ร่วมกันด้วยพยางค์หรือประโยคหรือคำที่แตกต่างกันไป กรมส่งเสริมสหกรณ์มี
ภารกิจในการส่งเสริมเผยแพรก่ ารทำงานร่วมกันตามระบบงานสหกรณ์สปู่ ระชาชนหลากหลายรูปแบบ การดำเนินการ
นำการสหกรณ์สู่สถานศึกษา มีความเด่นชัดข้ึนในสถานศึกษา เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงมีรับส่ัง ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์สอนสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ต่อมาในสถานศึกษามีการจัด
กิจกรรมสหกรณ์เพ่ือการเรียนรู้ของนักเรียน โดยห้วงเวลานั้น สถานศึกษาส่วนใหญ่จะจัดกิจกรรมร้านค้าเพียง
กิจกรรมเดยี วเท่านั้น

จดุ มงุ่ หมายการจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณ์
จุดมุ่งหมายการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ในสถานศึกษา ได้มุ่งสร้างเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตาม

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551, ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ, คุณธรรมพ้ืนฐาน 8
ประการ และทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 2 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ดงั นี้

1. การจดั การเรียนรู้การสหกรณ์ เป็นการเรียนรู้สู่การปฏิบัตไิ ด้ จากการอยู่รว่ มกัน การทำงานร่วมกนั เรียนรู้
จากการปฏิบัติจริง และสอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง เป็นการจัดการเรียนรตู้ ามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาตาม
พระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 (แก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ.2545 และ พ.ศ.2553)

2. คมู่ ือพฒั นาสมรรถนะที่ดขี องครูและผเู้ รยี นด้วยการจัดการเรียนรกู้ ารสหกรณ์ เปน็ สื่อกลางการเรยี นรู้การ
สหกรณ์ สามารถใชจ้ ดั ในรูปแบบรายกิจกรรม/รายวชิ า, แบบบูรณาการ หรือแบบสอดแทรกในกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดย
พัฒนาจากกลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม เปน็ แกนหลกั

3. การจัดการเรียนรู้การสหกรณต์ ามหลักการทแี่ ท้จริง ส่งผลต่อการสร้างคุณธรรมการอยู่ร่วมกัน สงั คมจะ
มีความเจริญดีงาม ทั้งในระดับครอบครัว โรงเรียน ชุมชนและประเทศ สอดคล้องกับภารกิจการเผยแพร่ส่งเสริม
ระบบงานสหกรณส์ ู่ประชาชนของกรมสง่ เสรมิ สหกรณ์

4. ส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ด้านการสหกรณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สร้างความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้
ของบคุ คล ครอบครัว หน่วยงาน สถานศกึ ษา ชุมชน สู่ผ้เู รียนไดเ้ ป็นอยา่ งดี

การจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณ์

การจัดการเรียนรกู้ ารสหกรณ์ในสถานศึกษา เป็นการเรียนรู้และกิจกรรมเรื่องหนึ่ง ทเ่ี ปน็ รปู ธรรม กล่าวคือ
นกั เรยี นต้องเรียนรู้ภาควชิ าการผ่านกระบวนการเรียนรอู้ ย่างหลากหลาย เช่น เพลง เกม นทิ าน บทบาทสมมติ อภิปราย
กิจกรรมกลุ่ม เพ่ือวิเคราะห์และสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับ นำสู่ภาคปฏิบัติการเรื่องการสหกรณ์นักเรียน เช่น กิจกรรมท่ี
ต้องผลิต จัดทำ ซ้ือ ขาย ออม ประชุม นับได้ว่า เป็นการจัดการเรียนรู้ที่นักเรียนได้ปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตนเอง
สอดคล้องกบั นโยบายการปฏิรปู การเรียนรู้ จุดมุ่งหมายสำคญั คอื

− เป็นการเรียนรู้และกิจกรรมท่ีมีความหมายและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของนักเรียน สามารถใช้ครอบครัว ชมุ ชน
ภูมปิ ัญญา และสภาพแวดล้อม เป็นแหล่งเรยี นรู้

− เป็นการเรียนรู้และกจิ กรรมที่เปิดโอกาสให้นกั เรียนได้รู้จักวางแผน คิดวิเคราะห์ อภิปราย สรุปความรู้ นำเสนอ
จุดประกายความคิด มีความม่งุ ม่นั เพอ่ื แสวงหาความรู้ ทำงาน และแกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์

4

− เปน็ การเรียนรู้และกิจกรรมที่ให้นักเรียนเรยี นรู้ร่วมกัน ทำงานร่วมกนั เป็นทีม มุ่งเนน้ ความเป็นระบบ วางแผน/
ใช้ความคิดร่วมกันว่ากำลังทำอะไร จะทำให้ดีขึ้นอย่างไร แลกเปล่ียนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน มีการ
ช่วยเหลือเกื้อกลู มคี วามสามัคคี และ มคี วามเป็นผูน้ ำ-ผู้ตามท่ีดี

− เป็นการเรียนรู้และกิจกรรมที่มีการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง (Authentic Assessment) โดยใช้
เทคนิควิธีการประเมินที่หลากหลาย และให้ความสำคัญกับการประเมินการปฏิบัติ (Performance
Assessment) หรอื สมรรถนะของนกั เรียน

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่ือขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามจุดมุ่งหมายของ
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ และการจัดการศกึ ษาบนฐานสมรรถนะ
2. เพื่อให้สถานศึกษาสง่ เสรมิ และพัฒนานักเรยี นให้มีคณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ มีทักษะในการคิดวิเคราะห์
และได้รบั การพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ตามความสนใจและความถนัดของนักเรยี น
3. เพ่ือให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้และกิจกรรมการสหกรณ์ ได้อยา่ งเหมาะสมทง้ั วชิ าการและวชิ าชีวติ
4. เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมกับการจัดการศึกษามีความตระหนักและพึงพอใจในการ
จดั การเรียนรู้การสหกรณ์ของโรงเรียน
แผนภาพท่ี 1 กรอบหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานบนฐานสมรรถนะ

5

บทท่ี 2
หลกั การ แนวคดิ สกู่ ารปฏบิ ตั ใิ นการจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณ์

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล ที่ 9 ,
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 10 และพระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่องการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ในสถานศึกษา สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
โดยพัฒนาแนวทาง/คู่มือให้ผู้บริหารหรือครูผู้สอน นำไปประยุกต์ใช้ได้ตามบริบทพื้นท่ี พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้
ใหน้ ักเรียนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติด้วยตนเองให้มากขน้ึ เพื่อให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ มีความสุขใน
การเรียนรู้อย่างแท้จริง การจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เป็นรูปธรรม โดยในภาควิชาการผ่าน
กระบวนการเรียนรูอ้ ย่างหลากหลาย ไดแ้ ก่ เพลง เกม นทิ าน บทบาทสมมติ อภิปราย กิจกรรมกลมุ่ เพอื่ สรุปวเิ คราะห์ให้
เกิดองค์ความรู้ ในภาคปฏิบตั ิการ การสหกรณม์ กี ิจกรรมที่ตอ้ งผลิต จดั ทำ ซ้ือ ขาย ออม ประชุม เป็นการจัดการเรยี นรู้
ทีใ่ ห้นกั เรยี นได้ปฏิบัตแิ ละเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง

หลกั การและกระบวนการสำคญั
1. หลกั การท่ี 1 : พระราชดำรสั พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่ 9

 ใหค้ รรู กั เดก็ และให้เดก็ รักครู
 ให้สอนเดก็ ใหม้ นี ้าใจตอ่ เพอื่ นไมใ่ ห้แขง่ ขนั กัน แตใ่ ห้แขง่ ขนั กับตัวเอง
 ให้เด็กท่ีเรียนเก่งกว่าช่วยเหลอื เดก็ ทเี่ รยี นช้ากวา่
 ใหค้ รจู ดั กิจกรรมใหท้ ำร่วมกันเพ่ือใหเ้ ห็นคุณค่าของความสามัคคี

2. หลกั การที่ 2 : แนวทางการพฒั นาของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 9
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัสช้ีแนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยโดย
ทรงเน้นย้าแนวทางการพัฒนา แก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างม่ันคงและย่ังยืน ภายใต้กระแส
โลกาภิวัฒน์และความเปล่ียนแปลงต่าง ๆ การจัดการหรือเพาะบ่ม เพื่อให้ผู้เรียนเกิดฉุกคิดขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยโดย
รู้ตัวและไม่รู้ตัว ใช้หลากหลายแนวทาง ให้เกิดแรงขับกระตุ้นจากภายในมากกว่าภายนอก เน้นตามบริบทของตัวตน
จนกระทัง่ ลงมอื กระทำโดยปราศจากเง่อื นไขใด ๆ
 เน้นพง่ึ ตนเองได้ กลา่ วคอื ไม่ต้องมกี ารบงั คบั เค่ยี วเข็ญใดๆ จนเป็นภาระแก่ผู้อืน่ ตลอดเวลา สามารถเลอื กแนว
ทางการปฏิบัติท่ีเหมาะสม แล้วลงมือปฏิบัติ ปรับปรุง พิจารณาผลการปฏิบัติ รวมท้ังช่ืนชม เกิดความ
ภาคภูมิใจไดด้ ว้ ยตนเอง
 คำนึงถึงบริบท + ภูมิสังคม + ความพร้อม กล่าวคือในการวางแผนการปฏิบัติ พัฒนาน้ัน วิธีการ รวมทั้งส่ือ
ตา่ งๆ ที่นำมาใช้ ต้องเกิดจากความคดิ ของตนเอง มคี วามเหมาะสมกับสภาพ บริบทของตนเอง ควรคำนึงถึง
สภาพความเป็นอยู่ ชีวิตจริง สังคมจริงเป็นสำคัญ ไม่นำวิธีการจากสังคมท่ีแตกต่างมาใช้จนเกิดความรู้สึก
เหลอื่ มลา้
 ทำตามลำดับข้ันตอน กล่าวคือมีการวางแผนการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ อย่างเป็นขั้นตอนเป็นระบบตรวจสอบ
ได้ และให้มกี ารดำเนินการให้เป็นไปตามท่ีตนเองกำหนดไวต้ ามลำดบั

6

 ประหยัดเรียบง่าย วิธีการ ข้ันตอน รวมท้ังสื่ออุปกรณ์ใดท่ีนำมาใช้ ต้องเน้นถึงความเรียบง่าย ประหยัด
ค่าใช้จ่าย ไมค่ วรใช้งบประมาณมหาศาล หรอื กระทำโดยตดิ ยึดกับงบประมาณเท่าน้นั

 บริการจดุ เดยี ว การปฏิบตั กิ ารต่าง ๆ ให้มีจดุ บริการหรือศูนย์อำนวยความสะดวกในทกุ เรอ่ื งรวมศนู ย์เป็นหนึ่ง
เดียว ไม่ต้องแยกแยะหลากหลายจดุ จนเกดิ ความสบั สนหรือยุ่งยากต่อการบริการ

 แก้ปัญหาจุดเล็ก ในการวางแผนจัดกิจกรรม ควรเร่ิมจากจุดเล็กวิเคราะห์ วิจัยหารูปแบบท่ีเหมาะสม ควรมี
การศึกษาสภาพ ปัญหาของนักเรียนรายบุคคล แล้ววางแผนการแก้ไขหรือพัฒนาทีละจุด ทีละคน ไม่ควรใช้
วธิ ีการเดยี วกนั กับนกั เรยี นทกุ คน

 มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่ กิจกรรมพัฒนาท่ีจัดข้ึน ควรเน้นผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียนโดยส่วนรวม ไม่เน้นเฉพาะ
กลุ่มเฉพาะคน

 ใชธ้ รรมชาติชว่ ยธรรมชาติ กจิ กรรมทน่ี ำมาพฒั นาควรคำนงึ ถงึ ธรรมชาตดิ า้ นบคุ คล ธรรมชาตริ อบตวั ความ
ต้องการ ความสามารถ ความสนใจ ฯลฯ แล้วนำธรรมชาติต่างๆ เหล่านั้นมาออกแบบกิจกรรมพัฒนาให้
เหมาะสมตอ่ ไป

 ไม่ติดตำรา ในการดำเนินกิจกรรมใดๆ ควรมีแนวคิดเป็นของตนเอง อาจจะประยุกต์แนวคิดท่ีเหมาะสมมาใช้
เพราะวิธีการหรอื กิจกรรมต่างๆ จะให้เกิดผลดีตามที่คาดหวงั ย่อมต้องอาศัยปัจจัยสนบั สนุนเฉพาะท่ีสมควร
เทา่ นั้น เพราะถา้ ไมเ่ ป็นเชน่ นั้น นอกจากจะไมไ่ ดผ้ ลแลว้ ยังเปน็ การส้นิ เปลอื งงบประมาณและเวลาอีกดว้ ย

 มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายท้ังผู้ปกครอง ชุมชน องค์กร โรงเรียนและผู้เรียนต้ังแต่เร่ิมต้น
เร่มิ คิด วางแผน พัฒนา ปรบั ปรงุ ด้วยตนเอง ไมต่ ้องบังคับเคย่ี วเข็ญ เป็นภาระแก่ผูอ้ ืน่
3. หลกั การที่ 3 : พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั รัชกาลที่ ๑๐
การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน ดังนี้

 มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีคำขยายว่า ต้องมีความรู้ความเข้าใจที่มีต่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นใน
ศาสนา ม่ันคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน

 มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีคำขยายว่า ให้รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด-ที่ถูก สิ่งชั่ว-สิ่งดี เพื่อปฏิบัติ
แต่สิ่งที่ชอบท่ีดีงาม ปฏิเสธส่ิงที่ผิดท่ีช่ัว เพ่ือสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง

 มีงานทำ มีอาชีพ มีคำขยายว่า ต้องให้เด็กรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ อบรมให้ เรียนรู้การทำงาน
ให้สามารถเล้ียงตัวและเลี้ยงครอบครัวได้

 เป็นพลเมืองดี มีคำขยายว่า การเป็นพลเมืองดีเป็นหน้าที่ของทุกคน สถานศึกษาและสถานประกอบการ
ต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่พลเมืองดี การเป็นพลเมืองดีหมายถึงการมีน้าใจ มีความเอื้อ
อาทร ต้องทำงานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ เห็นอะไรที่จะทำเพ่ือบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ
4. หลักการท่ี 4 : พระราชดำรัสสมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรม
ราชกุมารี จัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่คี รอบคลุมหลักองค์ ๔ แห่งการศกึ ษา (Hand – Head – Heart – Health)
ได้แก่

 ด้านพทุ ธิศกึ ษา คือ ความรอบรู้วชิ าการทีจ่ ำเปน็ สำหรบั การดำรงชีวติ และการเรียนรู้
 ด้านจริยศึกษา คือ การมีศีลธรรมจรรยาที่ดี มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อ

หนา้ ทแ่ี ละมสี ำนกึ ท่ีดีตอ่ สว่ นรวม
 ด้านหัตถศึกษา คือ ความรแู้ ละทักษะในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทัศนคติท่ีดี ต่องาน และเหน็ คุณค่า

ของการทำงาน

7

 ด้านพลศึกษา คือการมีสุขภาพแข็งแรง การกินอาหารที่ถูกต้อง และการออกกำลังกายให้เหมาะสม รวมทั้ง
ความสะอาดและสขุ าภิบาลด้วย
5. หลักการท่ี 5 : ใส่ใจพลังสมอง Brain-based Learning กิจกรรมที่จัดข้ึนไม่บังคับ ขู่เข็ญให้ทำ

ท้าทาย การขยบั กายขยายสมอง ทานอาหารที่มีประโยชน์ จัดสงิ่ แวดล้อมท่ดี ี และมสี ิ่งท่สี ร้างสรรค์
6. หลักการที่ 6 : Active Learning เนน้ การเรยี นรู้แบบ Learning by Doing รว่ มคดิ วางแผน ลงมือ

ปฏิบัติ ตรวจสอบและปรับปรุง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมตลอดเวลา เป็นการพัฒนากระบวนการคิดข้ันสูงเพ่ือให้เกิด
ทกั ษะการคดิ ทักษะชีวิตทตี่ ิดตวั ต่อไป

7. หลักการที่ 7 : Formative Assessment การประเมิน ติดตามผลทั้งด้าน Heart + Head + Hand +
Health ต้องดำเนินการเป็นระยะอยา่ งต่อเนือ่ ง เพื่อติดตามพฒั นาการผู้เรียนรายบุคคล จัดทำเส้นพัฒนาการ เฝ้าระวัง
จากทุกฝ่ายรว่ มกนั ทัง้ ครู ผู้บริหาร ผปู้ กครอง และชมุ ชน

แนวคดิ “คุณลกั ษณะสำคัญและธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น”
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ระบุคุณลักษณะสำคัญและธรรมชาติของผู้เรียนระดับ

ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาไว้ว่า ผู้เรียนแต่ละคนจะมีคุณลักษณะสำคัญและธรรมชาติท่ีเหมือน หรือคล้ายกัน และมี
ความแตกต่างกันตามช่วงวัย การเขา้ ใจคณุ ลักษณะสำคญั และธรรมชาติของผเู้ รียนจะช่วยใหก้ ารจดั การเรยี นรปู้ ระสบ
ผลสำเร็จ ซ่ึงผ้เู รียนระดบั ประถมศกึ ษาและมัธยมศกึ ษา มีคุณลักษณะสำคัญและธรรมชาติ ดงั นี้

1. ผู้เรียนระดับประถมศึกษา เป็นวัยของการเจริญเติบโต อยากรู้อยากเห็น ชอบทดลอง ทำอะไรด้วยตนเอง
ชอบเคล่ือนไหว ไม่อยู่นิ่ง มีทักษะพ้ืนฐานทางภาษา ฟัง ดู พูด อ่านและเขียน มีทักษะการคิดคำนวณ มีทักษะการคิดข้ัน
พนื้ ฐาน มีทกั ษะชีวิต ร้จู กั ความสามารถของตนเอง รักและเหน็ คณุ คา่ ในตนเอง รู้จักอาชีพในโลกกวา้ ง

2. ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นวัยของการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นวัยของการเปล่ียนแปลง
ของร่างกาย อารมณ์ และสังคม สนใจและใหค้ วามสำคัญกับเพ่ือน อยากลอง ชอบความท้าทาย ชอบอิสระ เชื่อม่ันใน
ตนเอง ชอบแสวงหาความรู้ รู้จักใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มีทักษะทางภาษา วิเคราะห์และเลือกใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสม มี
ทักษะการคิดข้ันสูง มีทกั ษะชีวิต รู้จกั ความสามารถของตนเอง รักและเห็นคุณคา่ ในตนเอง รจู้ ักและเลือกอาชีพตา่ ง ๆ

แนวคดิ การจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณ์
การจดั การเรียนรู้การสหกรณ์ เปน็ การเรียนรู้ร่วมกนั ของสมาชกิ ท่สี อดคลอ้ งกนั จนเกิดเป็นการเรียนร้ซู งึ่ กัน

และกันของสมาชิกกลุ่ม จึงมีสัมฤทธิผลที่สูงกว่าการทำงานคนเดียว เนื่องจากมีการแลกเปล่ียนแนวความคิด/
ประสบการณ์ในกลุ่มเล็กๆ ที่มีความสนใจร่วมกันโดยใช้หลักการสหกรณ์ ทุกคนมีโอกาสในการสนทนาแลกเปล่ียนความ
คิดเห็น ร่วมรบั ผดิ ชอบการเรียนรขู้ องกลุ่ม ปราศจากการแข่งขนั ในการทำงานกลุ่ม ส่งผลให้เกิดเปน็ พลังกลุ่ม สามารถ
ปฏิบัตงิ านใหส้ ำเร็จรว่ มกนั ได้

การสหกรณ์ในสถานศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้ในแต่ละระดับชั้น หรือจัดการเรียนรู้รวมเป็นช่วงช้ัน โดยมี
ผเู้ รยี นร่วมกันเรียนรู้ จำนวน 15 – 50 คน จำนวนผเู้ รียนกบั จำนวนครผู สู้ อนควรมีความสอดคล้องกนั ในอตั ราสว่ น 1 :
15 - 20 การจัดการเรยี นร้ทู ี่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ มีเทคนิค/กระบวนการ ดงั น้ี

1. กระตุ้นความสนใจ ด้วยสื่อเสียง ส่ือสายตา สื่ออื่นๆให้เกิดความต้องการเรียนรู้ ซึ่งคู่มือจะมีคำแนะนำ
รูปแบบตา่ ง ๆ

8

2. ครูผู้สอนจัดกิจกรรมในบทบาทของผู้จดั รายการ ผู้อำนวยความสะดวก ผู้กระตุ้น (Facilitator) เปดิ โอกาส
ใหผ้ เู้ รยี นดำเนินการกจิ กรรมด้วยตนเอง

3. การดำเนินกิจกรรมเน้นกระบวนการกลุ่ม (Group process) โดยมีข้ันตอนการทำงานด้วยกระบวนการ 2
(TW) คอื

3.1 Think to my self คิดกอ่ นทำ โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถของตนเอง ของแตล่ ะคน
3.2 Talk together ประชมุ พดู คยุ ตกลงกนั อย่างประชาธิปไตย กำหนดเป้าหมายของงาน
3.3 Walk on two legs and help together กำหนดขอบเขตการทำงานร่วมกันด้วยการพ่ึงตนเอง
(ยนื ด้วยขาตนเอง) ทุกคนต้องมบี ทบาทหน้าที่ และตอ้ งรว่ มมอื ชว่ ยเหลือกันในการทำงานร่วมกัน
3.4 Work together ลงมอื ปฏบิ ัติงานรว่ มกัน
สำหรับการเรียนรู้นอกสถานที่ หรือกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการสหกรณ์ควรมีการจัดเสริมในช่วงเวลาท่ี
เหมาะสม ครูผู้สอนสามารถประยุกต์วิธีการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น สภาพผู้เรียน และออกแบบการ
เรยี นรู้ทีแ่ ตกต่างกันไปจากที่นำเสนอได้
4. วิเคราะห์ อภปิ รายผลและแลกเปล่ียนเรียนรจู้ ากกิจกรรม
5. สรุปและประเมินผลการเรยี นรตู้ ามมาตรฐาน/เป้าหมายการเรียนรู้ ตัวช้ีวดั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงโดยการจัดกิจกรรมสหกรณ์ในสถานศึกษา อาจจัดกิจกรรมรวมกันซอ้ื รวมกัน
ขาย รวมกันผลิต มีการออมทรัพย์ มีการสวัสดิการ อันเป็นกิจกรรมสำคญั ในการจดั การเรียนรู้การสหกรณ์ เพราะเป็น
การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ให้ผู้เรียนรวมกลุ่มดำเนินการกันเอง ครูทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำอย่างไม่ครอบงำ
ความคิด ให้ผู้เรียนได้ใช้ปัญญาในการจัดการและแก้ไขปัญหาดว้ ยความเข้าใจ ภายใต้คุณธรรมความซื่อสตั ย์ เสียสละ
สามัคคี มีวินยั เป็นประชาธปิ ไตย และตรวจสอบได้ ซง่ึ มีกระบวนการจัดกิจกรรมสหกรณ์ คอื
 ใหค้ วามรแู้ ล้วรวมคน ที่ศรัทธาเชอื่ มน่ั
 ให้ผเู้ รียนเรียนรู้ รว่ มคิด กำหนด เป้าหมาย แนวทาง
 จัดองคก์ รตามโครงสรา้ ง มอบหมายหน้าที่
 รวมทนุ เพ่ือดำเนินกิจกรรมสหกรณ์
 ดำเนินกจิ กรรม โดยความรว่ มมือกนั
 ตรวจสอบ ควบคมุ ตามแนวทางของการจดั กิจกรรมสหกรณ์
 ประเมิน แสดงผล เพ่ือรายงานผลงาน

ยทุ ธศาสตรน์ ำสคู่ วามสำเรจ็
การจัดการเรยี นรกู้ ารสหกรณใ์ นสถานศกึ ษาให้ประสบความสำเร็จ เสนอแนะแนวดำเนนิ การ ดังนี้
1. การให้ความสำคัญของผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู-อาจารย์ เน่ืองจากสถานศึกษามีการจัดการเรียนรู้ให้

ผู้เรียนในงานหรือกิจกรรมอ่ืนๆ ภายใต้ความจำกัดด้านบุคลากร สื่อการเรียนรู้ และงบประมาณ ท้ังนี้การจัดกิจกรรม
การสหกรณใ์ นสถานศกึ ษาสามารถดำเนินการได้ โดยบูรณาการอยา่ งเปน็ เครอื ข่ายเช่อื มโยงกัน ดังแผนภาพที่ 1

9

แผนภาพท่ี 2 กจิ กรรมบรู ณาการการสหกรณใ์ นสถานศกึ ษา

กจิ กรรมการผลติ และ กจิ กรรมความเปน็ อยู่
บรกิ าร - อาหารกลางวัน
- รวมทนุ - สุขภาวะ
- จัดซอื้ - ซ้อื - จำหนา่ ยสนิ คา้
- ผลิต - สร้างเสริมอาชีพ
- จำหน่าย - ความรว่ มมือกับชุมชน
- บรกิ าร/สวสั ดกิ าร - รายไดร้ ะหว่างเรยี น

สหกรณ์ คอื
การทำงานรว่ มกนั

กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ กจิ กรรมการบรหิ ารสถานศกึ ษา
- สงั คมศึกษา ฯ - บคุ ลากร
- คณติ ศาสตร์ - สถานท่ี วัสดอุ ุปกรณ์
- ภาษาต่างประเทศ - การบริหารจัดการหลักสูต ร
- ศิลปะ สถานศกึ ษา/โครงสรา้ ง/เวลาเรียน
- การงานอาชพี ฯ - กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้
- กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
- กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่ม
เวลารู้

2. การรวมกันจัดการเรียนรู้ โดยมีวิทยากรแกนนำเป็นผู้จัดรายการซ่ึงคัดเลือกจาก ครู-อาจารย์ ที่มที ักษะใน
การประสานงาน ความคดิ ความร่วมมอื เป็นผจู้ ัดการเรียนรู้ ครู-อาจารย์สาขาเฉพาะดา้ นเปน็ ทีมงาน ดำเนินการจดั การ
เรียนรู้ในลักษณะบรู ณาการ ดังแผนภาพท่ี 2

แผนภาพท่ี 3 การจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณแ์ บบรว่ มใจ

รวมวชิ า กลุ่มสาระ กลุม่ สาระการ กลุม่ สาระ กลุ่มสาระฯ กลุ่มสาระฯ อื่นๆ
สงั คมศกึ ษาฯ งานอาชพี ฯ ศลิ ปะ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย

รวมครู จัดการเรยี นรรู้ ่วมกัน
รวมนกั เรยี น นักเรยี นจัดกิจกรรมเรยี นรใู้ นลกั ษณะบูรณาการตามกลมุ่ สาระ/รายวชิ า

10

3. การจัดกิจกรรมการเรียนรทู้ ี่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรเลือกกิจกรรมท่ีเหมาะสมเริ่มจากงา่ ยไปสู่ยาก และท่ี
สำคัญคือ ต้องเป็นส่ิงที่เกิดข้ึนกับชีวิตจริง สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม/วิถีชีวิตของตัวผู้เรียน ใช้วัสดุ-อุปกรณ์ใน
ชุมชนท้องถิ่น ไม่แยกการเรียนรู้ออกจากชีวิตจริง ครูผู้สอนควรยึดหลักความแตกต่างของบุคคล ต้องมีมุมมองที่
หลากหลาย ผลงานของผู้เรียนจากการทำกิจกรรมไม่มีผลงานใดที่ผิด ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือเพ่ิมพูนปัญญา
ครูผูส้ อนมาเป็นผ้จู ัดการเรยี นรู้ ครูตอ้ งดึงความรู้ความสามารถของผู้เรียนทกุ คนขึน้ มา และให้ความสำคัญเมื่อสามารถ
ดำเนินการได้ กจิ กรรมการสหกรณใ์ นสถานศกึ ษากย็ อ่ มมคี วามสำเรจ็

4. การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เป็นยุทธศาสตร์การจัดกิจกรรมการสหกรณ์ เพราะสามารถเป็นพลัง
ผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งท่ีโรงเรียน บ้าน ชุมชน ในขณะท่ีมีสถาบันสหกรณ์เกือบทุกประเภทตั้งอยู่ทั่ว
ประเทศ สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ และรองรับการดำเนินชีวิตหลังจบการศึกษาของผู้เรียน โดยมีแหล่งการเรียนรู้ ดัง
แผนภาพที่ 3

แผนภาพท่ี 4 แหลง่ เรยี นรกู้ ารสหกรณใ์ นสถานศกึ ษา

สถาบันสหกรณ์ สำนักงาน
ทุกประเภท สหกรณจ์ งั หวดั

กลุม่ อาชพี สำนกั งานตรวจ
กล่มุ ผู้ผลติ บัญชีสหกรณ์
กลุ่มอาสา
การจดั กจิ กรรมเรยี นรู้
ฯลฯ การสหกรณใ์ นสถานศกึ ษา

สถาบัน/หนว่ ยงาน หน่วยงาน/องคก์ ร
ทางการศึกษา รัฐ เอกชน สมาคม

ภูมิปญั ญาชมุ ชน/
ทอ้ งถนิ่

11

การจัดการเรียนรู้การสหกรณใ์ นสถานศึกษา เปน็ การจัดการเรยี นรู้/กจิ กรรมการเรยี นรู้ทส่ี อดคลอ้ งกบั การ
ดำเนนิ งานพฒั นาการศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารในปจั จุบนั มีหลายประการ ดงั นี้

1. กำหนดสัดสว่ นการจดั กจิ กรรมควรให้ครอบคลุมทงั้ 4 ด้าน (Head คิดวเิ คราะห์ให้เป็น Heart จิตใจคา่ นยิ มท่ี
ดีโดยเฉพาะรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ Hand พฒั นาทักษะการทำงาน Health มีสขุ ภาพอนามัยทดี่ ี)

2. ควรให้โอกาส ศึกษาหาความรู้ข้างนอกโรงเรียน (ส่ือสารภาพที่นักเรียนยืนดูหรือศึกษาจากแหล่งสถานที่
จริง โดยมคี รูคอยตอบคำถาม ให้คำแนะนำ ดแู ล อย่างใกลช้ ดิ )

3. จัดกิจกรรมทช่ี ว่ ยพฒั นาทกั ษะด้านกระบวนการคดิ (Head) และจติ สานกึ (Heart) ให้มากๆ (นกั เรียนรจู้ ัก
คดิ วเิ คราะหแ์ ละลงทนุ น้อย)

4. ให้หน่วยงานองค์กรหรอื บุคคลภายนอกเขา้ มามีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมใหม้ ากๆ
5. ครูควรเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้นักเรียนแสวงหาความรู้ได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
6. กิจกรรมท่ีพัฒนาองคร์ วมทั้ง 4 H ตอ้ งจบั ประเด็นให้ได้วา่ นกั เรยี นได้พัฒนาทักษะด้านใดอยา่ งไร และเป็น
กจิ กรรมท่ี "Focus" เรื่องอะไร?

12

บทที่ 3
การสหกรณก์ บั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

1.หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดชั้นปี

ตัวช้ีวัดช่วงชั้น และสาระการเรียนรู้แกนกลางเรื่องการสหกรณ์ไว้ในสาระเศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ซงึ่ เปน็ 1 ใน 8 กลมุ่ สาระการเรียนรตู้ ามหลักสตู รดงั กลา่ ว

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีต้องเรียนตลอด 12 ปี
การศึกษา ต้ังแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีประกอบมาจากหลาย
แขนงวิชา จึงมีลักษณะเป็นสหวิทยาการ นำวิทยาการจากแขนงวิชาต่าง ๆ ในสาขาสังคมศาสตร์มาหลอมรวมเข้า
ด้วยกัน ได้แก่ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ จริยธรรม ประชากรศึกษา ส่ิงแวดล้อมศึกษา
รฐั ศาสตร์ สงั คมวิทยา ปรัชญาและศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม จึงเป็นกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ทชี่ ว่ ยให้ผู้เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจ การดำรงชีวติ ของมนษุ ย์ท้ังในฐานะปัจเจกบุคคลและการอยรู่ ่วมกันใน
สงั คม การปรับตวั ตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างจำกัด เข้าใจถงึ การพัฒนา เปล่ียนแปลงตาม
ยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่างๆ เกิดความเข้าใจในตนเอง และผู้อ่ืน มีความอดทน อดกล้ัน ยอมรับในความ
แตกตา่ ง และมคี ุณธรรม สามารถนำความรไู้ ปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เป็นพลเมืองดขี องประเทศชาติ และสงั คมโลก

ดังนั้น กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม จึงมคี วามจำเป็นทีจ่ ะต้องพัฒนาผู้เรยี นให้เกิด
ความเจริญงอกงามในด้านตา่ ง ๆ คอื

1. ด้านความรู้ ความเข้าใจ จะให้ความรู้แก่ผู้เรียนในเน้ือหาสาระ ความคิดรวบยอดและหลักการสำคัญของ
วิชาการต่าง ๆ ในสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ จริยธรรม สังคมวิทยา
เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย ประชากรศึกษา สิ่งแวดล้อมศึกษา ปรัชญา และศาสนาตามขอบเจตท่ีกำหนดไว้ในแต่ละ
ระดับช้ัน ในลักษณะบูรณาการ

2. ด้านทักษะ กระบวนการ ความสามารถ ผู้เรียนจะไดร้ ับการพัฒนาให้เกิดทักษะและกระบวนการต่างๆ ใน
การดำรงชีวิตเช่น ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการทำงาน ทักษะทางสังคม ทักษะทางการสืบสวนสอบสวน ทักษะการ
สอ่ื สาร ทกั ษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการสืบคน้ ทกั ษะการปรบั ตัว เป็นต้น

3. ด้านเจตคติและค่านิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมจะช่วยพัฒนา เจตคติ
และค่านิยมเกี่ยวกับประชาธิปไตยและความเป็นมนุษย์ เช่น รู้จักตนเอง พึ่งตนเอง ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย มีความ
กตัญญู อดทน อดกลั้น รกั เกียรติภูมิแห่งตน มีนิสัยในการเป็นผู้ผลิตทดี่ ี มีความพอดีในการบริโภค เห็นคุณค่าของ การ
ทำงาน รู้จักคิดวิเคราะห์ รู้จกั การทำงานเป็นกลุ่ม เคารพสิทธิของผู้อืน่ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีความผูกพัน
กบั กลุ่มรักท้องถ่ิน รักประเทศชาติ เห็นคุณค่า อนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมและสิง่ แวดล้อม ศรทั ธาในหลักธรรม
ของศาสนาและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข

สรุปได้ว่า กิจกรรมการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมจะช่วยให้
ผเู้ รียนเกิดทักษะในการทำงานเป็นกล่มุ นำความรู้ ทกั ษะ ค่านิยมและเจตคติท่ีได้รบั จากการเรยี นรู้ การอบรมบ่มเพาะมา
ใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจำวันของผู้เรียนดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข กลุ่มสาระการ

13

เรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมว่าด้วยการอยู่รว่ มกนั ในสงั คม ที่มคี วามเชอ่ื มสมั พันธ์กนั และมคี วามแตกตา่ ง
กันอย่างหลากหลาย เพ่ือช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อม เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มี
ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสมโดยไดก้ ำหนดสาระต่างๆไว้ ดงั น้ี

สาระที่ 1 ศาสนา ศลี ธรรมและจรยิ ธรรม แนวคดิ พ้นื ฐานเกย่ี วกบั ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม หลกั ธรรมของ
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนำหลกั ธรรมคำสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง และการอยรู่ ่วมกันอย่าง
สันตสิ ุข เป็นผ้กู ระทำความดี มีค่านิยมท่ีดีงาม พฒั นาตนเองอยู่เสมอ รวมทัง้ บำเพญ็ ประโยชน์ตอ่ สงั คมและส่วนรวม

สาระที่ 2 หน้าท่ีพลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนินชีวิตระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปัจจุบันการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลักษณะและความสำคัญ การเป็นพลเมืองดี ความ
แตกต่างและความหลากหลายทางวฒั นธรรม คา่ นิยม ความเชื่อ ปลูกฝังคา่ นิยมด้านประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุข สิทธิ หนา้ ท่ี เสรภี าพการดำเนินชวี ิตอยา่ งสนั ติสขุ ในสงั คมไทยและสงั คมโลก

สาระที่ 3 เศรษฐศาสตรก์ ารผลติ การแจกจา่ ย และการบรโิ ภคสินค้าและบรกิ าร การบริหารจัดการ
ทรพั ยากรทีม่ อี ยูอ่ ย่างจำกดั อย่างมีประสิทธภิ าพ การดำรงชีวติ อย่างมดี ลุ ยภาพ และการนำหลกั เศรษฐกจิ พอเพียงไป
ใช้ในชวี ิตประจำวนั

สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์พัฒนาการของ
มนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์
สำคัญในอดีต บคุ คลสำคัญท่ีมีอิทธิพลตอ่ การเปล่ียนแปลงตา่ ง ๆ ในอดีต ความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรมและภูมิ
ปัญญาไทย แหล่งอารยธรรมท่สี ำคัญของโลก

สาระท่ี 5 ภูมิศาสตร์ ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ แหล่งทรัพยากร และภูมิอากาศ
ของประเทศไทย และภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก การใชแ้ ผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ความ สมั พนั ธ์กันของส่ิงตา่ ง ๆ
ในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และส่ิง ที่มนุษย์สร้างข้ึน การนำเสนอ
ข้อมลู ภูมสิ ารสนเทศการอนรุ ักษ์สิง่ แวดลอ้ มเพอ่ื การพัฒนาที่ย่ังยนื

*** สาระและมาตรฐานการเรยี นรเู้ รอื่ งการสหกรณ์ในสถานศกึ ษาปรากฏอยู่ในสาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร์ ของกล่มุ สาระ
การเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ***

2. สาระการเรยี นรกู้ ารสหกรณ์ในสถานศกึ ษา
จากตัวช้วี ัดเรื่องการสหกรณ์ที่ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กล่มุ สาระ

การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ พบว่าการสหกรณ์ปรากฏอยู่ในหลักสูตร
แกนกลางกลุ่มสาระสงั คมศึกษาฯ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 และชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6

เมื่อศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลาง พบว่า การสหกรณ์เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้
แกนกลาง ท่ผี ู้เรียนพึงมปี ระสบการณ์การเรยี นรทู้ ่ีเกี่ยวข้องกับการสหกรณ์ ดงั ตอ่ ไปน้ี

14

ตารางที่ 1 มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั /สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ของชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

เข้าใจและสามารถบริหาร 1. อธิบายปัจจัยการผลิต ความหมายและประเภทของปจั จัยการผลิตประกอบดว้ ย
จัดการทรัพยากรในการ สนิ คา้ และบรกิ าร
ท่ีดนิ แรงงาน ทุนและผปู้ ระกอบการ
ผลิตและการบริโภค การใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้ เทคโนโลยีในการผลติ สินค้าและบรกิ าร
อย่างมีประสิทธิภาพและ ปัจจัยอื่น ๆ เชน่ ราคานา้ มัน วัตถดุ บิ
ค้มุ ค่า รวมท้ังเข้าใจหลกั การ พฤติกรรมของผบู้ รโิ ภค

ของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อ ตัวอย่างการผลิตสินค้าและบริการท่ีมีอยู่ในท้องถิ่นหรือ

การดำรงชีวิตอย่างมีดุลย แหลง่ ผลิตสนิ คา้ และบรกิ ารในชุมชน

ภาพ 2. ประยุกต์ใช้แนวคิดของ  หลักการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ป รัช ญ าข อ ง เศ ร ษ ฐ กิ จ
พอเพียงในการทำกิจกรรม ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต์ ใช้ ป รั ช ญ า ข อ ง เศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เพี ย ง ใน
ต่ า ง ๆ ใน ค ร อ บ ค รั ว กิจกรรมต่าง ๆ ในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน เช่นการ
โรงเรียนและชุมชน ประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายในบ้านโรงเรียน การ
วางแผนการผลิตสินค้าและบริการเพ่ือลดความสูญเสียทุก

ประเภท การใช้ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ

ตัวอย่างการผลิตสินค้าและบริการในชุมชน เช่น หน่ึงตำบล

หนึ่งผลติ ภณั ฑ์ หรือ OTOP หรอื OSHOP

3. อธิบายหลักการสำคัญ หลักการและประโยชนข์ องสหกรณ์
และประโยชนข์ องสหกรณ์ ประเภทของสหกรณโ์ ดยสงั เขป

สหกรณ์ในโรงเรยี น (เน้นฝึกปฏิบัติจรงิ )

การประยุกตห์ ลกั การของสหกรณ์มาใชใ้ นชีวติ ประจำวนั

จากมาตรฐาน ส.3.1 กำหนดตัวชี้วัดที่เก่ยี วขอ้ งกับการสหกรณ์ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 ใหอ้ ธบิ ายหลกั การสำคัญ
และประโยชน์ของสหกรณ์โดยมีสาระการเรียนรูแ้ กนกลางคือ หลักการและประโยชน์ของสหกรณ์ประเภทของสหกรณ์
โดยสังเขปสหกรณ์ในโรงเรียน (เน้นฝึกปฏิบัติจริง) การประยุกต์หลักการของสหกรณ์มาใช้ในชีวิตประจำวัน จึง
สามารถสรา้ งเปน็ หน่วยการเรียนรกู้ ารสหกรณ์ในระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ดงั น้ี

15

ตารางที่ 2 มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั /สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ของชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

เขา้ ใจและสามารถบริหารจดั การ 1. อธิบายกลไกราคาในระบบ  ความหมายและประเภทของตลาด
ทรัพยากรในการผลิตและการ เศรษฐกิจ
บริโภค การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ความหมายและตวั อย่างของอุปสงคแ์ ละอปุ ทาน
จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและความสำคัญของกลไกราคาและการ
และคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลกั การ กำหนดราคาในระบบเศรษฐกจิ
ของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่อื การ หลกั การปรับและเปลย่ี นแปลงราคาสินคา้ และบริการ

ดำรงชวี ติ อยา่ งมดี ลุ ยภาพ 2. มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา  สำรวจสภาพปัจจุบัน ปัญหาท้องถิ่นทางด้านสังคม

แ ล ะ พั ฒ น าท้ อ ง ถ่ิ น ต า ม เศรษฐกจิ และสิ่งแวดล้อม
ป รั ช ญ า ข อ ง เศ ร ษ ฐ กิ จ
พอเพยี ง  วิเคราะห์ปัญหาของท้องถ่ินโดยใช้ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง

แนวทางการแก้ไขและพัฒนาท้องถิ่นตามปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี ง

3. วิเคราะห์ความสัมพันธ์  แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาใน
ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจ ระดับต่าง ๆ
พอเพยี งกับระบบสหกรณ์ หลกั การสำคญั ของระบบสหกรณ์

 ความสมั พันธ์ระหวา่ งแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับ

หลักการและระบบของสหกรณ์เพ่ือประยุกต์ใช้ในการ

พัฒนาเศรษฐกจิ ชมุ ชน

จากมาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.1 กำหนดตวั ช้ีวดั ที่เก่ียวข้องกับการสหกรณใ์ นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 คือ วิเคราะห์
ความสัมพนั ธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง คือ แนวคิดของเศรษฐกิจ
พอเพียงกับการพัฒนาในระดับต่าง ๆ หลักการสำคัญของระบบสหกรณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจ
พอเพียงกับหลักการและระบบของสหกรณ์เพ่ือประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสามารถสร้างเป็นหน่วยการ
เรยี นรู้ ไดด้ ังน้ี

16

ตารางที่ 3 มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตวั ชว้ี ดั /สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ของชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6

มาตรฐานการ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
เรยี นรู้

เข้าใจและสามารถ 1. อ ภิ ป ร า ย ก า ร  ระบบเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน ผลดแี ละผลเสียของระบบเศรษฐกิจ
บ ริ ห า ร จั ด ก า ร กำหน ด ราคาแล ะ แบบตา่ ง ๆ
ท รั พ ย า ก ร ใน ก า ร ค่ า จ้ า ง ใน ร ะ บ บ
ผ ลิ ต แ ล ะ ก า ร เศรษฐกิจ  ตลาดและประเภทของตลาด ข้อดแี ละข้อเสยี ของตลาดประเภทตา่ ง ๆ
บ ริ โภ ค ก า ร ใช้  การกำหนดราคาตามอุปสงค์ และอุปทานการกำหนดราคาในเชิงกล

ทรัพยากร ที่มีอยู่ ยทุ ธ์ท่ีมีในสังคมไทย

จำกัดได้อย่าง มี  การกำหนดค่าจ้าง กฎหมายที่เกี่ยวข้องและอัตราค่าจ้างแรงงานใน

ประสิทธิภาพและ สังคมไทย

คุ้ ม ค่ า ร ว ม ท้ั ง  บทบาทของรัฐในการแทรกแซงราคา และการควบคุมราคาเพ่ือการ

เข้าใจหลักการของ แจกจา่ ย และจัดสรรในทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจพอเพียง 2. ต ร ะ ห นั ก ถึ ง  การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตของตนเอง และ
เพื่อการดำรงชีวิต คว ามสำคัญ ข อ ง ครอบครัว
อย่างมดี ลุ ยภาพ ป รั ช ญ า ข อ ง
เศรษฐกิจพอเพียงท่ี  การประยุกต์ใช้เศรษฐกจิ พอเพียงในภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้า
มีต่อเศรษฐกิจสังคม และบริการ
ของประเทศ  ปัญหาการพัฒนาประเทศทผ่ี า่ นมา โดยการ ศกึ ษาวิเคราะห์แผนพัฒนา

เศรษฐกิจ และสังคมฉบับที่ผา่ นมา

 การพัฒนาประเทศที่นำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในการ

วางแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมฉบบั ปัจจุบัน

3. ต ร ะ ห นั ก ถึ ง  ววิ ฒั นาการของสหกรณ์ในประเทศไทย
คว ามสำคัญ ข อ ง
ระบบสหกรณ์ในการ  ความหมายความสำคญั และหลกั การของระบบสหกรณ์
พั ฒ น าเศ ร ษ ฐ กิ จ ใน  ตวั อย่างและประเภทของสหกรณ์ในประเทศไทย

ร ะ ดั บ ชุ ม ช น แ ล ะ  ความสำคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนและ
ประเทศ ประเทศ

4. วิเคราะห์ปัญหา  ปญั หาทางเศรษฐกจิ ในชุมชน
ท าง เศ ร ษ ฐ กิ จ ใน
ชุมชนและเสนอแนว  แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน
ทางแกไ้ ข  ตัวอย่างของการรวมกลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาทาง

เศรษฐกจิ ของชมุ ชน

17

จากมาตรฐาน ส 3.1 กำหนดตัวชี้วัดเกี่ยวกับการสหกรณ์ในช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 – 6 คือ ตระหนักถึง
ความสำคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชุมชนและประเทศ มีสาระแกนกลาง คือ วิวัฒนาการ
ของสหกรณใ์ นประเทศไทยความหมายความสำคัญ และหลักการของระบบสหกรณ์ตวั อย่างและประเภทของสหกรณใ์ น
ประเทศไทยความสำคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกจิ ในชมุ ชนและประเทศ โดยสามารถสร้างเป็นหนว่ ยการ
เรียนรู้ ดังน้ี

3. การจดั กจิ กรรมเรยี นรกู้ ารสหกรณใ์ นสถานศกึ ษา
1. ขน้ั ทำความเข้าใจ ใช้กระบวนการการสนทนา แลกเปล่ียนกันระหว่างครู ผู้ปกครอง นักเรียน ในการเรียนรู้

โดยการปฏิบัติจริงด้านการสหกรณ์ เพ่ือให้ทุกคนที่มีส่วนร่วมได้รับรู้ เป็นกลุ่มสังคม ที่เรียนรู้ร่วมกันในโรงเรียน รับรู้
การสร้างระบบกลุ่ม การมีความเช่ือถือกัน ไว้ใจกัน การจัดต้ังกลุ่ม ตัวแทนกลุ่ม การประชุมการกำหนดแผนกิจกรรม
ร่วมกนั ในการออม การลงทนุ การซือ้ การขาย การผลิต และสวัสดกิ าร

2. ข้ันเรียนรกู้ ารรว่ มคดิ ร่วมทำ แผนกิจกรรม การทำงานรว่ มกันเปน็ กลุ่มเพ่ือกำหนดแผนกิจกรรมทีก่ ำหนด
โดยนำเป้าหมายการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันเป็นตัวต้ัง ประชุมกลุ่มร่วมคิดร่วมตัดสินใจกำหนดกลุ่ม ตัวแทนกลุ่ม การ
ประชมุ แผนกิจกรรมการออม การลงทุน การซ้อื การขาย การผลติ และสวสั ดิการ

3. ขั้นจัดต้ังกลุ่มตามโครงสร้าง การลงมือปฏิบัติประชุม จัดต้ังกลุ่ม เลือกตั้งตัวแทนกลุ่ม มอบหมายหน้าที่
ตามกจิ กรรม

4. ขั้นลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามท่ีกำหนด การเรียนรู้และลงมือปฏิบัติกิจกรรมท่ีกำหนดไว้ เช่น กิจกรรมการ
ออม การลงทุน การผลิต การซื้อ การขาย สวสั ดกิ าร

5. ขั้นพัฒนา แก้ปัญหา ผลการดำเนินกิจกรรม ทำงานระบบกลุ่มด้วยความร่วมมือกันแบ่งหน้าท่ีกัน
รบั ผดิ ชอบร่วมกัน

6. ขั้นประเมิน ตรวจสอบ ควบคมุ การติดตามผลกิจกรรมทีเ่ ปน็ ขอ้ มูล ตัวเลข จากการจัดกจิ กรรม
7. ขัน้ สรุปแสดงผล รายงานผลงานกิจกรรมการสหกรณ์นักเรียน

4. กจิ กรรมเรยี นรกู้ ารสหกรณ์สอดคลอ้ งกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
1) กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน (กจิ กรรมบังคบั ตามหลักสตู ร)
๑. กิจกรรมแนะแนว
๒. กจิ กรรมนักเรยี น
๓. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๒) การสรา้ งเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้
๔. พัฒนาความสามารถดา้ นการสอ่ื สาร
๕. พฒั นาความสามารถดา้ นการคิดและการพฒั นากรอบความคิดแบบเปิดกวา้ ง (Growth Mindset)

18

๖. พัฒนาความสามารถดา้ นการแกป้ ัญหา
๗. พัฒนาความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยี
๘. พัฒนาทักษะการเรียนรทู้ ่ีสง่ เสริมการเรียนร๘ู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
๓) การสรา้ งเสรมิ คุณลักษณะและคา่ นยิ ม
๙. ปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกการทำประโยชน์ต่อสังคมมีจิตสาธารณะและการให้บริการด้าน
ต่าง ๆ ท้ังทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ ่อตนเองและตอ่ ส่วนรวม
๑๐. ปลกู ฝงั ความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์
๑๑. ปลกู ฝงั คุณธรรม จริยธรรม (มีวนิ ัย ซอื่ สตั ย์ สุจริต เสียสละ อดทน มุง่ มน่ั ในการทำงานกตัญญู)
๑๒. ปลกู ฝงั ความรักความภาคภูมใิ จในความเปน็ ไทยและหวงแหนสมบตั ขิ องชาติ
๔) การสรา้ งเสรมิ ทกั ษะการทำงาน การดำรงชพี และทักษะชีวิต
๑๓. ตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความตอ้ งการของผเู้ รยี นตามความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล
๑๔. ฝึกการทำงาน ทักษะทางอาชพี ทรพั ยส์ ินทางปัญญา อยู่อยา่ งพอเพียงและมวี ินัยทางการเงนิ
๑๕. พัฒนาความสามารถด้านการใช้ทักษะชวี ติ
๑๖. สร้างเสริมสมรรถนะทางกาย

19

บทที่ 4
ตวั อยา่ งโครงสรา้ งหนว่ ย/แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

โครงสรา้ งหนว่ ย/แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรกู้ ารสหกรณน์ กั เรียน
ระดับช้ัน.......................................................(เฉพาะกลุ่มหรือครอบคลมุ ทง้ั หมด) รวมเวลา......20......ชัว่ โมง

ลำดบั ที่ กรอบเนอื้ หา/จดุ เนน้ ชอ่ื หนว่ ย/แผนกจิ กรรม กจิ กรรม เวลา คะแนน หมายเหตุ

การเรยี นรู้ (ชวั่ โมง) (100 คะแนน)

1 หลักการและประโยชน์ 1. ก าร ส ห ก ร ณ์ ต าม ป รัช ญ า 3 20

ของสหกรณ์ เศรษฐกิจพอเพยี งคืออะไร 20
60
2 ประเภทของสหกรณ์ 1.1 การรวมกลุม่ และการแก้ปัญหา 1

โดยสังเขป 1.2 สหกรณ์และปรัชญาเศรษฐกิจ 1

3 สหกรณ์นักเรียนเรียน พอเพียง

(เน้นฝึกปฏิบัตจิ ริง) 1.3 ความเป็นมาของการสหกรณ์ 1

4 การประยุกต์หลักการ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ข อ ง ส ห ก ร ณ์ ใช้ ใน 2. ร้จู กั พอเพยี งด้วยสหกรณ์ 4

ชวี ิตประจำวนั 2.1 หลักการสหกรณ์ 2

2.2 วธิ กี ารสหกรณ์ 1

2.3 โครงสรา้ งสหกรณ์ 1

3. สหกรณน์ ักเรยี นพอเพียง 13

3.1 การจัดตง้ั สหกรณ์ 1

3.2 การประชมุ 1

3.3 บัญชสี หกรณ์ 1

3.4 กิจการสหกรณน์ กั เรยี น 9

3.5 ประโยชนส์ หกรณ์ 1

20

ตวั อยา่ ง
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้การสหกรณเ์ พอื่ พฒั นาสมรรถนะทด่ี ขี องครแู ละผเู้ รยี น

แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมที่ 1 เรอ่ื ง การรวมกลมุ่ และการแกป้ ญั หา เวลา 1 ชว่ั โมง
ระดบั ชน้ั ........................................................................................ (ระดับประถมศึกษาและมธั ยมศกึ ษา)

1. ความคดิ รวบยอด/จดุ เนน้

1.1 ประยุกตใ์ ช้แนวคดิ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการทำกจิ กรรมต่างๆ ทง้ั ท่ีบา้ น โรงเรียน และชุมชน

1.2 การแกป้ ัญหาดว้ ยการรวมกลุ่ม

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 บอกประโยชน์และความสำคัญของการรวมกลุ่ม

2.2 แกป้ ัญหาด้วยการรวมกลุ่มได้

3. กรอบสาระกจิ กรรม

3.1 เนอื้ หาสาระ

การรวมกลุ่ม หมายถึง การท่ีคนมารวมกนั โดยมีความตั้งใจทำส่งิ ใดสิ่งหน่ึงซ่ึงสิ่งนั้นแต่ละคนไมส่ ามารถทำให้

สำเร็จไดล้ ำพงั ตนเอง

ประโยชนก์ ารรวมกลุ่ม คือ ผลท่ีได้รับจากการกระทำร่วมกันของคนในกลุ่มซึ่งกอ่ ให้เกิดผลดสี ำหรับทุกคน เช่น

การเดินทางมาโรงเรียนด้วยกันโดยรถจักรยานผลดีคือไม่ต้องเหนื่อยสองคน การปลูกต้นไม้ในโรงเรียนเมื่อนักเรียน

ร่วมกนั ปลูกสง่ ผลดที ำใหเ้ สร็จเรว็

ประเภทของการรวมกลมุ่ ในชุมชน คือ การรวมคนตามอาชีพเช่น กลมุ่ ทำนา กลุ่มทำสวน กลุ่มชาวไรอ่ อ้ ย กลุ่ม

สวนยาง กลุ่มทำร่ม กลุ่มเพาะพันธ์กล้วยไม้ กลุ่มจักสาน กลุ่มทอผ้า ฯ การรวมกลุ่มตามวัย/เพศ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ

กลุ่มเดก็ กลุ่มสตรี กลุ่มเยาวชน ฯ การรวมกลุ่มเพือ่ การพัฒนา เช่น กลุ่มประชาธิปไตย กลุ่มสุขภาพ กล่มุ สวัสดิการ

กลมุ่ ประกนั ภัย กลุ่มอนุรกั ษ์ กลมุ่ ปกป้องปา่ ฯ

การรวมกลุ่มเป็นการรวมคนมาคิดกำหนดวิธีการทำงานร่วมกัน มาร่วมแรงกายลงมือทำงานด้วยกัน เพ่ือ

การแก้ปัญหา หรอื พฒั นาตามวัตถุประสงคแ์ หง่ การมารวมกนั

3.2 ทักษะ/สมรรถนะ

ทกั ษะ สมรรถนะ

ความสามารถในการส่ือสารความเหน็ ของตนสู่กล่มุ การสอ่ื สาร

ความสามารถในการคดิ อยา่ งเปน็ ระบบถึงกลุ่มท่มี ีในชมุ ชน การคิดขัน้ สงู

ความสามารถในการแก้ปัญหาที่มดี ว้ ยการรวมกลุม่ การจดั การตนเอง

ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิตจดั การปัญหาดว้ ยการรวมกลุ่ม การเปน็ พลเมืองท่เี ข้มแขง็

3.3 คณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์
- ซอื่ สัตย์ ในการคดิ การพูด
- มีวนิ ัยการทำงานร่วมกัน
- มุ่งมั่นในการทำงานกล่มุ

21

4. กระบวนการจัดกจิ กรรม

ขนั้ นำ

- ครูสนทนากบั ผู้เรยี นเกยี่ วกบั การรวมกล่มุ คนที่มีความตอ้ งการอย่างเดยี วกันมารวมกัน

- ให้นักเรยี นเล่นเกมฉกี กระดาษ

ขน้ั เรยี นรแู้ ละปฏิบัติ

- ครูเล่านิทานมัดแขนงไม้และใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั นิทาน

- ครอู ธิบายเก่ยี วกับความหมายของการรวมกล่มุ ให้นักเรียนฟงั

- แบง่ ผู้เรียนเปน็ กล่มุ แตล่ ะกลมุ่ เลือกประธานกลมุ่ เลขานกุ ารและตั้งชื่อกลมุ่

- แตล่ ะกลุม่ ระดมความคดิ 2 ประเด็น คือ งานลักษณะใดทีต่ อ้ งทำงานร่วมกัน และประโยชนข์ องการทำงาน

ร่วมกัน คืออะไร

- สมุ่ นักเรยี นออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ พรอ้ มยกตวั อย่าง

ขัน้ สรปุ

- ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เกยี่ วกับแนวความคิดของการทำงานเป็นกลมุ่ และเดี่ยว

- นักเรียนเขียนผังมโนทัศน์เกย่ี วกบั การทำงานกลุม่

5. ช้นิ งาน/ภาระงาน

การพูดแสดงความคิดเห็น, การแบง่ กลุ่ม, การนำเสนองานกลมุ่ , ผังมโนทัศน์การทำงานกลุ่ม

6. การวัดและประเมินผล

เปา้ หมายการเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั และ เครอ่ื งมอื วดั และ ระดบั การพฒั นา
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล

ความรู้

- ความสำคัญของการแก้ ปัญหา 1. สงั เกตการ ถาม – 1. แบบประเมินการถาม ถื อ เก ณ ฑ์ ก าร

ด้วยการรวมกลุ่ม ตอบ ตอบ ผา่ นระดับดีขนึ้ ไป

ทกั ษะ/สมรรถนะ 2. สงั เกตการทำงาน 2. แบบสังเกตการทำงาน

- ความสามารถในการคดิ กล่มุ กลุ่ม

- กระบวนการการทำงานกลมุ่ 3. สังเกตนำเสนอ 3. แบบประเมินผลงาน

- ความสามารถในการแก้ปัญหา รายงาน

คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ 4. ตรวจใบงานผัง

- มรี ะเบียบวินัย มโนทัศน์

- มงุ่ ม่ันในการทำงาน

7. สื่อ/แหลง่ เรียนรู้
- เกมฉกี กระดาษ (ที่ใช้แล้ว)
- นทิ านมดั แขนงไม้

22

แผนการจัดการการเรียนร/ู้ แผนกิจกรรมที่ 2 เรื่อง สหกรณ์และปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เวลา 1 ชั่วโมง
ระดับชน้ั ........................................................................................ (ระดบั ประถมศึกษาและมธั ยมศึกษา)

1. ความคิดรวบยอด/จุดเนน้

ประยกุ ตใ์ ช้แนวคิดปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งในการทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในครอบครัว โรงเรยี น และชุมชน

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 ความหมายและองค์ประกอบสหกรณ์

2.2 ความหมายและองคป์ ระกอบปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

3. กรอบสาระกิจกรรม

3.1 เนอื้ หาสาระ

สหกรณ์ หมายถึง การทำงานรว่ มกัน โดยแตล่ ะคนทม่ี ารวมกนั ต้องมอี ุดมการณส์ หกรณ์

อดุ มการณ์สหกรณ์ คือ ความเชอ่ื ว่าในการทำงานนัน้ ทกุ คนต้องชว่ ยตนเองและชว่ ยเหลอื ซงึ่ กนั และกัน จึง

จะทำให้การทำงานหรอื การดำเนนิ ชีวิตประสบผลสำเรจ็ ได้ การช่วยตนเองประกอบด้วย - ขยนั - ประหยดั – พฒั นา

ชวี ติ - ไม่เสพตดิ อบายมขุ การช่วยเหลือซึง่ กันและกนั ประกอบดว้ ย – ซอ่ื สัตย์ตอ่ กนั - เสียสละเพ่ือสว่ นรวม - สามัคคี

/ ร่วมมือกันพัฒนา - มรี ะเบียบวนิ ัย

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง หมายถงึ แนวพระราชดำรแิ หง่ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชตอ่ การดำเนนิ

ชวี ติ ของประชาชนทกุ ระดับท่ียึดหลัก 3 ด้าน คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการมีภมู คิ มุ้ กันตวั เองตอ่

ผลกระทบใด ๆ โดยมีเงือ่ นไขกำกบั 2 ด้าน คือ ความรู้ และคุณธรรม

พอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อ่ืน การยืน

ด้วยลำแข้งของตนเอง และวางชีวิตสมดุล ใช้จ่ายไม่เดือดร้อน เป็นความพอดี เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ใน

ระดับพอประมาณ

มเี หตุมผี ล หมายถงึ การพจิ ารณาปจั จยั ท่ีเกยี่ วขอ้ งในปัจจุบันหรืออนาคตแล้วตดั สนิ ใจ การตัดสินใจจะต้อง

เปน็ ไปอย่างมเี หตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยทเ่ี กี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึน้ จากการกระทำน้ัน

ๆ อยา่ งรอบคอบในมติ ติ ่าง ๆ อย่างเกี่ยวเนอื่ งกนั

ภูมิคุ้มกัน หมายถงึ การเตรียมตวั ให้พรอ้ มรบั ผลกระทบ และการเปล่ียนแปลงตา่ ง ๆ ท่จี ะเกิดขนึ้ โดยคำนงึ ถึง

ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีคาดว่าจะเกิดข้ึนในอนาคตท้ังใกล้และไกลเป็นความพร้อมรับผลกระทบเพ่ือให้

สามารถอยู่ไดเ้ มอ่ื มคี วามเปลี่ยนแปลง

ทั้งน้ี องค์ประกอบ 3 ประการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องมีเงื่อนไขกำกับ 2 ด้าน คือ ด้าน

ความรู้ ที่เกย่ี วขอ้ งกับการตัดสนิ ใจถกู ตอ้ ง มีการวางแผน มีสติ ดา้ นคณุ ธรรม ทีต่ ้องมคี วาม

ซอ่ื สัตย์ สุจรติ อดทน เพียรพยายาม จาก 3 ห่วง 2 เง่ือนไข มุ่งสคู่ วามสมดลุ ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม

เป็นสังคมย่งั ยืน

3.2 ทักษะ/สมรรถนะ

ทกั ษะ สมรรถนะ

ความสามารถในการส่ือสารความเหน็ ตอ่ กลมุ่ การสอ่ื สาร

ความสามารถในการคิดตัดสินใจวา่ ลกั ษณะใดเป็นการสหกรณต์ ามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง การคิดข้นั สงู

ความสามารถในการใช้ความรูเ้ ปน็ แนวทางแกป้ ัญหา การจัดการตนเอง

23

3.3 คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์

- มวี ินยั ต่อการทำงานกลุ่ม

- มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

- มีจิตสาธารณะชว่ ยเหลืองาน

4. กระบวนการจดั กิจกรรม

ขนั้ นำ

1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ “การอย่รู ว่ มกันในสังคมจะมีปัญหาอะไรเกดิ ข้นึ บา้ ง ”

2. ครเู ลา่ นิทานเทวดากบั คนขบั เกวยี น

ขั้นเรยี นรแู้ ละปฏบิ ตั ิ

1. ครอู ธบิ ายความหมายสหกรณแ์ ละปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

2. ครูอธิบายอุดมการณ์สหกรณ์ ลักษณะการช่วยตนเองและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความหมายปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพียง ลักษณะความพอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน เงื่อนไขมีความรู้ มีคุณธรรม โดยเล่านิทานเทวดากับ

คนขบั เกวยี น

3. แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกล่มุ กลมุ่ ละ 5 - 8 คน กลุ่มร่วมกันสรุปความหมายของสหกรณ์ ลักษณะการช่วยตนเอง

และการช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ความหมายปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลักษณะความพอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน

เงื่อนไขมคี วามรู้ มคี ุณธรรม นำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น

ข้นั สรปุ

ครูและเพื่อนๆ ร่วมกันให้ขอ้ เสนอแนะเพอื่ ปรับปรุงผลงานของแตล่ ะกลุ่ม

5. ช้ินงาน/ภาระงาน

การแบ่งกล่มุ อภปิ รายเร่ืองสหกรณ์ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง การนำเสนองานกลมุ่

6. การวดั และประเมนิ ผล

เปา้ หมายการเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั และ เครอื่ งมอื วดั และ ระดบั การพฒั นา
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล

ความรู้

- เข้าใจความหมายของสหกรณ์ตาม 1. ตรวจใบงาน 1. แบบประเมินใบงาน ถือเกณ ฑ์การผ่าน

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2. สังเกตพฤติกรรม การ 2. แบบประเมินพฤติกรรม ระดับดีข้นึ ไป

ทกั ษะ/สมรรถนะ ทำงาน การทำงาน

- ความสามารถในการคิด 3. ป ร ะ เมิ น น ำ เส น อ 3. แบบประเมินการนำ

- กระบวนการการทำงานกลุ่ม รายงาน เสนองาน

- ความสามารถในการแก้ปญั หา

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

- มวี นิ ยั ทำงานร่วมกัน

- มุง่ มัน่ ในการทำงานกล่มุ

- มีจิตสาธารณะในการทำงานกล่มุ

7. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
- ใบความรเู้ รอื่ งสหกรณ์กับปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง , นิทานเทวดากับคนขันเกวียน , เพลงสหกรณร์ ่วมใจ

24

แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 3 เรอื่ ง ความเปน็ มาการสหกรณแ์ ละปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เวลา 1 ชว่ั โมง ระดบั ชนั้ ........................................................................................ (ระดบั ประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา)

1. ความคดิ รวบยอด/จุดเน้น
ประยุกต์ใช้ผลงาน แนวทางของกลุ่มชุมชนพอเพียงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในครอบครัว โรงเรียนและ

ชุมชน

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
แสดงตัวอย่างทำกิจกรรมต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับการสหกรณ์ตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในครอบครัว

โรงเรียนและชุมชน

3. กรอบสาระกจิ กรรม
3.1 เนื้อหาสาระ
สหกรณ์มีเป้าหมายทางเศรษฐกิจและสังคม คือการมีเศรษฐกิจดีและสังคมดี หรือความเป็นอยู่ดี มี

สันติสุข ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีเป้าหมายมุ่งให้ประชาชนดำรงชีวิตอยู่ได้ทุกสถานการณ์ ทุกสภาพแวดล้อม
สหกรณ์และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงมีเป้าหมายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ได้ท่ีม่ันคง ยั่งยืน วิธีการบรรลุเป้าหมาย
ของสหกรณ์และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีแนวคิดที่สอดคลอ้ งกัน เนน้ ที่คนและสภาพแวดล้อม โดยมอี งค์ประกอบท่ี
สำเร็จ คือ

องคป์ ระกอบสหกรณ์
1. บคุ คลรายคนท่ีชว่ ยตนเองได้
2. รวมบุคคลตามข้อ 1 เป็นคณะบุคคล
3. คณะบุคคลตามขอ้ 2 รว่ มมอื ช่วยเหลือกัน
4. การร่วมมือช่วยเหลอื กันมงุ่ ประโยชนท์ างเศรษฐกิจและสังคมเดียวกัน
5. จัดตง้ั เป็นองคก์ รระดับชมุ ชน ระดับประเทศ
6. ดำเนินงานอย่างต่อเนอื่ งเพ่ือบรรลผุ ลความเป็นอยูท่ ด่ี ี มีสันติสุข
7. เป็นการพัฒนาอย่างมั่นคง ย่งั ยืน
องคป์ ระกอบปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. ระดับปจั เจกชนรายคน ยืนบนขาของตนเองไดต้ ามศักยภาพ
2. ระดบั ชุมชน กลุ่มคน ตอ้ งเขม้ แขง็ ตามลกั ษณะประชากร ทรัพยากร วฒั นธรรม
3. ระดบั ประเทศ ด้านเศรษฐกจิ มเี สถยี รภาพ นโยบายมโี ครงสร้างที่สร้างความเปน็ อยทู่ ่ีดีแก่ประชาชน มคี วาม
สมดลุ ด้านการออมและการลงทนุ
4. เปน็ การพัฒนาอยา่ งม่ันคง ย่ังยืน

สหกรณ์กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีรูปแบบเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ความเป็นรายบุคคล
ความเป็นชมุ ชน เปน็ องคก์ ร และความเป็นชาติประเทศ สหกรณต์ ามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งจงึ หมายถึงการผสานท้ัง
สองเขา้ ด้วยกันโดยยึดตัวคนเป็นหลกั ท่ีมรี ายบุคคลและกลุ่มบคุ คลแล้วใส่วิธีการความพอเพียงในการดำรงชีวิตของคน
เพอ่ื เปา้ หมายความเปน็ อย่ทู ด่ี ี มคี วามย่งั ยืน

25

3.2 ทักษะ/สมรรถนะ สมรรถนะ
ทกั ษะ การคิดขั้นสงู
การจดั การตนเอง
ความสามารถในการคิดเชงิ องคป์ ระกอบ การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง
ความสามารถในกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาด้วยการใชป้ รัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิตอย่างมีคุณธรรม

3.3 คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- มวี นิ ยั ต่อการทำงานกลุ่ม
- อยูอ่ ยา่ งพอเพยี งในการทำงานกลมุ่
- มุ่งมนั่ ในการทำงานกลุม่
- มจี ิตสาธารณะตอ่ การทำงานรว่ มกนั

4. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำ
1. ครูแจง้ ตวั ชีว้ ัดการเรียนรปู้ ระจำชวั่ โมง
2. ครูกล่าวถึงการรวมกลุ่มแก้ปัญหาที่เคยเรียนมาแล้วและใหน้ ักเรียนยกตัวอย่างการรวมกลมุ่ แก้ปญั หาของ

นกั เรียน
3. ครนู ำภาพอาชพี ต่าง ๆ ในชุมชนมาใหน้ ักเรียนบอกว่าเปน็ อาชีพอะไร สำคัญอย่างไร และซกั ถามอาชพี ของ

ผูป้ กครองนักเรียน
ข้นั เรียนรแู้ ละปฏิบัติ
1. แนะนำผ้แู ทนสหกรณ์ในชุมชน ให้ผ้แู ทนเล่าความเป็นอยู่ประชาชนในชุมชน กลุ่มต่าง ๆ ในชุมชนยกตัวอย่าง

กิจกรรมในชุมชน
2. ครูอธบิ ายขอ้ มลู ชมุ ชนโรงเรียนจากผลการสำรวจขอ้ มลู ชุมชน
3. นกั เรยี นสมั ภาษณ์ผแู้ ทนสหกรณช์ ุมชนตามแบบสมั ภาษณ์
4. นกั เรยี นบนั ทึกใบกจิ กรรม
ขัน้ สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปลักษณะคนในชุมชนรายคน ลักษณะกลุ่มคนกิจกรรมชุมชน เปรียบเทียบกับ

องค์ประกอบสหกรณ์ องค์ประกอบปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

5. ชิ้นงาน/ภาระงาน
แบบสำรวจขอ้ มูลชุมชน สมั ภาษณ์ผแู้ ทนสหกรณ์ในชุมชน การอภิปรายกลุ่ม บนั ทึกใบงาน

26

6. การวดั และประเมนิ ผล

เปา้ หมายการเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล เครอื่ งมอื วดั และ ระดบั การพฒั นา
ประเมนิ

ความรู้

- ความเป็นมาของสหกรณ์และปรัชญา 1. สงั เกตการถามตอบ 1. แบบ ประเมิน การ ถือเกณฑ์การผ่าน

เศรษฐกิจพอเพยี ง 2. ตรวจใบบนั ทึกกจิ กรรม ถาม-ตอบ ระดับดขี ึน้ ไป

ทักษะ/ สมรรถนะ 3. สงั เกตการทำงานกลมุ่ 2. แบบประเมนิ ใบบันทึก

- ความสามารถในการคดิ 4. สังเกตนำเสนอรายงาน กิจกรรม

-กระบวนการการทำงานกลมุ่ 3. แ บ บ สั ง เก ต ก า ร

- ความสามารถในการแก้ปัญหา ทำงานกลุม่

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

- มีวนิ ัยทำงานรว่ มกัน

- ใชค้ วามพอเพยี งแกป้ ัญหา

- ม่งุ มัน่ ในการทำงานกลุ่ม

- มจี ิตสาธารณะในการทำงานกลมุ่

7. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
- ใบความรู้เรอ่ื ง องค์ประกอบการสหกรณ์และปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
- ผู้แทนสหกรณ์ในชมุ ชน
- แบบสมั ภาษณ์
- ใบกจิ กรรมเรือ่ ง องคป์ ระกอบการสหกรณแ์ ละปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

27

แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 4 เรอื่ ง หลกั การสหกรณ์ เวลา 2 ชวั่ โมง
ระดบั ชัน้ ........................................................................................ (ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา)

1. ความคิดรวบยอด/จุดเน้น
อธิบายหลักการสำคญั ของสหกรณ์

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายหลกั การสำคัญ ของหลกั การสหกรณ์
2. แสดงตวั อย่างหลกั การสหกรณต์ ามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

3. กรอบสาระกิจกรรม
3.1 เนื้อหาสาระ
หลักการสหกรณ์เป็นสิ่งที่กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับสหกรณ์ทั่วโลกถือเป็นหลักสากลปัจจุบันมี 7 ข้อ

ไดแ้ ก่
1. การเปน็ สมาชกิ โดยสมัครใจและเปิดกวา้ งสหกรณม์ สี มาชกิ เข้าหรือออกดว้ ยความสมัครใจ ไม่วา่ จะเชื้อชาติ

ศาสนาใด เพศหญิงหรอื เพศชายไม่มกี ารจำกดั
2. การควบคุมโดยสมาชกิ ตามแนวทางประชาธิปไตย เมื่อทุกคนเข้ามาดว้ ยความสมัครใจแล้ว การกำหนด

นโยบายในการอยู่รว่ มกันกำหนดโดยตัวแทนจากการเลือกต้ัง ทุกคนมีสิทธิเทา่ เทียมกันในกจิ การของสหกรณ์ สมาชกิ มี
ความเสมอภาคสามารถออกเสียงได้ 1 เสียงใน 1 เร่ือง โดยไม่เกี่ยวว่าจะมีหุ้นจำนวนเท่าใด และสามารถเข้าไป
ตรวจสอบการดำเนนิ การของฝา่ ยจดั การ คณะกรรมการดำเนนิ การได้

3. การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจโดยสมาชิก สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการลงทุนในสหกรณ์โดยการถือหุ้น
การฝากเงิน การร่วมธุรกิจของสหกรณ์ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจซื้อ ธุรกิจขาย ธุรกิจบริการ สวัสดิการต่าง ๆ เมื่อเกิด
รายได้สหกรณ์จดั สรรเงินสำรองเป็นเงนิ กองกลางสำหรับพัฒนาสหกรณ์ จัดสรรตอบแทนสมาชิกตามสัดส่วนปรมิ าณ
ธุรกจิ

4. การปกครองตนเองและความเป็นอิสระ เป็นหลักการท่ีสืบเนื่องจากหลักการข้อท่ี 2 การควบคุมโดย
สมาชิกตามหลกั ประชาธิปไตย โดยปราศจากการควบคมุ จากอำนาจฝ่ายใดท้งั สิน้ จงึ ทำให้สหกรณ์เป็นองคก์ รทพี่ ึ่งพา
และปกครองตนเอง สหกรณจ์ ึงเปน็ องคก์ ารของสมาชกิ โดยสมาชกิ และเพ่อื สมาชิก

5. การศึกษา การฝึกอบรมและข่าวสาร สหกรณ์มีการศึกษาและฝึกอบรมแก่สมาชิก คณะกรรมการ
ดำเนินการ ผู้จัดการและเจ้าหน้าที่เพ่ือให้บุคคลเหล่าน้ีสามารถพัฒนาสหกรณ์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนีค้ วรให้ขอ้ มลู ข่าวสารแกส่ าธารณชนทั่วไปทราบเพือ่ เปน็ การประชาสัมพันธ์งานสหกรณ์ด้วย

6. การร่วมมอื กันระหว่างสหกรณ์ สหกรณ์จะสามารถให้บริการแกส่ มาชิกไดอ้ ย่างมีประสิทธผิ ลสูงสุด และ
เสริมสร้างความเขม้ แข็งให้แก่ขบวนการสหกรณไ์ ด้ โดยการรว่ มมือกบั สหกรณท์ กุ ประเภท ทุกระดับ เพ่ือเชอ่ื มโยงเป็น
เครือข่ายกนั

7. ความเอื้ออาทรต่อชุมชน สหกรณ์จะพัฒนาอย่างม่ันคงยั่งยืนได้ ต้องควบคู่ไปกับชุมชนท่ีมีการพัฒนา
อย่างมัน่ คงย่ังยนื เชน่ กัน สหกรณ์จงึ ตอ้ งสรา้ งกิจกรรมเพ่อื ส่งเสริมชุมชน

28

หลักการสหกรณ์กับปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมคี วามสอดคลอ้ งกนั ดงั นี้
- หลักการสหกรณ์ข้อที่ 1 การเป็นสมาชิกโดยสมัครใจและเปิดกว้างปฏิบัติตามหลักการนี้ได้ด้วยความ
พอประมาณในจำนวนสมาชิก ความมีเหตุมีผลในการตัดสินใจสมัครตัดสินใจรับสมัคร เป็นภูมิคุ้มกันในความม่ันคงของ
ชีวติ เง่ือนไขคือบุคคลตอ้ งมคี วามรู้เรือ่ งการสหกรณ์ ตอ้ งมีคณุ ธรรมชว่ ยตนเอง และช่วยเหลือซงึ่ กนั และกัน
- หลักการสหกรณ์ข้อที่ 2 การควบคุมโดยสมาชิกตามแนวทางประชาธิปไตย ปฏิบัติตามหลักการน้ีได้ด้วย
ความพอประมาณในจำนวนตัวแทน ความมีเหตุมีผลในการตัดสินใจสมัครตัดสินใจเลือกผู้สมัคร เป็นภูมิคุ้มกันในความ
มั่นคงในการอยู่ร่วมกันในสหกรณ์ เง่ือนไขคือบุคคลต้องมีความรู้เร่ืองประชาธิปไตย ต้องมีคุณธรรมความซ่ือสัตย์
เสียสละ รบั ผดิ ชอบ
- หลักการสหกรณ์ข้อที่ 3 การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจโดยสมาชิกปฏิบัติตามหลักการนี้ได้ด้วยความ
พอประมาณในประเภทธุรกจิ ในการรว่ มธุรกิจ ความมเี หตุมีผลในการตัดสินใจรว่ มกิจการ เป็นภูมคิ ุ้มกันในความมั่นคง
ในการดำเนนิ ชีวิตรายคนและมน่ั คงในสหกรณ์ เงือ่ นไขคือบคุ คลต้องมคี วามร้เู รื่องธุรกิจสหกรณ์ ต้องมีคุณธรรมความ
ซอ่ื สตั ย์ ความรบั ผิดชอบ
- หลักการสหกรณ์ข้อท่ี 4 การปกครองตนเองและความเป็นอสิ ระปฏิบตั ติ ามหลกั การนไี้ ด้
ด้วยความพอประมาณ พอดี ไม่มากไมน่ ้อยในการดำเนินงานของสหกรณ์ ความมีเหตุมีผลในการตดั สินใจใด ๆ ไม่ให้ถูก
ครอบงำ เป็นภูมิคมุ้ กันในความย่ังยืนของสหกรณ์ เงอื่ นไขคือบุคคลตอ้ งมีความรู้ระเบียบ ข้อบังคับ การเงนิ การดำเนิน
กิจการ ต้องมคี ณุ ธรรมช่วยตนเอง และชว่ ยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั
- หลักการสหกรณ์ข้อท่ี 5 การศึกษา การฝึกอบรมและข่าวสารปฏิบัติตามหลักการน้ีได้ด้วยความ
พอประมาณในการส่ือสารเพื่อการเรียนรู้ ความมีเหตุมีผลในการตัดสินใจใด ๆ กับสหกรณ์ เป็นภูมิคุ้มกันในการดำเนิน
ชีวิตให้ม่ันคงและให้สหกรณ์มีความยั่งยืน เง่ือนไขคือบุคคลต้องแสวงหาความรู้และมีความรู้ในระบบสหกรณ์ ต้องมี
คุณธรรมชว่ ยตนเอง และช่วยเหลือซ่ึงกนั และกัน
- หลักการสหกรณ์ข้อที่ 6 การร่วมมือกันระหว่างสหกรณ์ปฏิบัติตามหลักการนี้ได้ด้วยความพอประมาณใน
ความต้องการของสมาชิก ความมีเหตุมีผลในการตัดสินใจร่วมมือกันระหว่างสหกรณ์ เป็นภูมคิ ุ้มกันในความม่ันคงของ
สหกรณ์ เง่อื นไขคือบคุ คลตอ้ งมคี วามรู้ในความรว่ มมอื ต้องมคี ณุ ธรรมการชว่ ยเหลือซ่ึงกันและกนั
- หลักการสหกรณ์ข้อท่ี 7 ความเอ้ืออาทรต่อชุมชนปฏิบัติตามหลักการน้ีได้ด้วยความพอประมาณในการให้
ความเอ้ืออาทร ความมีเหตุมีผลในการตัดสินใจในการเอื้ออาทร เป็นภูมิคุ้มกันในความมั่นคงของชีวิตสมาชิกและชุมชน
เง่ือนไขคอื บคุ คลต้องมคี วามรเู้ รือ่ งชมุ ชนเร่อื งการช่วยเหลือเก้ือกลู ต้องมีคุณธรรมความเสยี สละ

3.2 ทกั ษะ/สมรรถนะ

ทกั ษะ สมรรถนะ

ความสามารถในการสื่อสารความคิดเห็นของตนสู่กลุ่ม (เน้นทักษะ การสอื่ สาร

การตีความและสรุปความ)

ความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบต่อความหมายหลักการ การคดิ ขัน้ สูง

สหกรณ์

ความสามารถในการแกป้ ญั หาท่ีมีด้วยการรวมกลุม่ การจดั การตนเอง การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม

29

3.3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- มวี นิ ัยทำงานร่วมกัน
- มุ่งมั่นในการทำงานกลุ่ม
- มจี ิตสาธารณะในการทำงานกล่มุ
4. กระบวนการกจิ กรรม
ขน้ั นำ
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสนทนาในประเดน็ การอยู่รวมกันต้องยึดถอื หลักการแต่ละข้อของกลุ่มเปน็ แนวปฏิบัติ
ขั้นเรียนรแู้ ละปฏบิ ัติ
1. แบ่งนกั เรยี นเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน แต่ละกลมุ่ แบง่ หนา้ ที่กนั รับผิดชอบ
2. อธิบายวตั ถุประสงค์ของสาระการเรยี นรู้และการทำงานกลุม่
3. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มศึกษาใบความร้เู ร่ืองหลักการสหกรณ์ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
4. กลุ่มนำเสนอหลักการสหกรณ์โดยการวาดภาพในกระดาษหรือด้วยวิธีการอื่น เช่น บทบาทสมมุติ
การแสดงดว้ ยทา่ ทาง
ข้นั สรุป
1. ครูและนักเรยี นร่วมกันอภิปรายและสรุปเก่ยี วกับหลกั การสหกรณ์
2. นักเรยี นบันทึกสรปุ หลกั การสหกรณ์ ข้อในสมดุ งาน

5. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
การพูดแสดงความคดิ เห็น การแบง่ กลุ่ม การทำกิจกรรมกล่มุ รว่ มกนั การนำเสนองานกลุ่ม

6. การวัดและประเมินผล

เปา้ หมายการเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั และ เครอ่ื งมอื วดั และ ประเมนิ ระดบั การการ
ประเมนิ ผล พฒั นา

ความรู้

เข้าใจหลักการสหกรณ์ ตามปรัชญ า -สังเกตการมีส่วนร่วม - แบบประเมินพฤติกรรม ถือเกณ ฑ์การ

เศรษฐกจิ พอเพยี ง ปฏิบัติกิจกรรมของ เดี่ยว/กลมุ่ ผ่านระดับดีขึ้น

ทกั ษะ/สมรรถนะ นกั เรียน - สมดุ งาน ไป

- คิดและมีส่วนร่วมในการแสดงตาม - ตรวจบันทึกผลการ - แบบประเมนิ การนำ เสนอ

กจิ กรรม เรียนรู้ ผลงานหน้าช้ัน

- นำเสนอให้ผู้อน่ื เข้าใจหลักการสหกรณไ์ ด้ -สังเกตพ ฤติกรรม - แบบประเมินคุณ ลักษณะ

- ตีความ/ถ่ายทอดอย่างสอดคล้องกับ นักเรยี น อันพึงประสงค์

เนอ้ื หาและสรปุ ความ - แบบประเมนิ ทกั ษะ

คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์

- มวิ นิ ยั

- มีความมุ่งมัน่

- มีจติ สาธารณะ

30

7. สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
- ใบความรู้/ Powerpoint เร่อื งหลักการสหกรณ์
- ใบความรู้/ Powerpoint เรื่องหลกั การสหกรณต์ ามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
- กจิ กรรมป้นั หุ่น
- เกมบอกตอ่
- กิจกรรมตลาดนดั
- ใบกจิ กรรม “เหตกุ ารณ์จำลองตามหลกั การกลุ่ม”
- กิจกรรมการเลอื กต้งั

31

แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 5 เรอื่ ง วธิ กี ารสหกรณ์ เวลา 1 ชว่ั โมง
ระดับชน้ั ........................................................................................ (ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา)

1. ความคิดรวบยอด/จดุ เน้น
เขา้ ใจธุรกิจสหกรณต์ ามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 อธบิ ายวิธีการสหกรณ์
2.2 แสดงตัวอยา่ งหลักการสหกรณ์ตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

3. กรอบสาระกจิ กรรม
3.1 เนอ้ื หาสาระ
วิธีการสหกรณ์เป็นการร่วมแรงและร่วมใจกันทำธุรกิจ ร่วมแรงกันโดยเอาแรงกายแรงความคิดและแรง

ทรัพย์มาทำธุรกิจร่วมกัน ร่วมใจกันโดยเอาความเสียสละ ความสามัคคี ความมีวินัย ความซื่อสัตย์ มาทำธุรกิจ
รว่ มกันตามหลกั การสหกรณ์ ธุรกจิ สหกรณ์ ได้แก่

ธุรกิจการออม หมายถึง สมาชิกกลุ่มออมเงินโดยการนำเงินมาฝากกับกลุ่ม โดยกลุ่มคดิ ดอกเบ้ียเงินฝากให้
ในอัตราท่ีกำหนด ข้ันตอนธรุ กิจการออม คอื สมาชกิ มคี วามตอ้ งการออมเงนิ กลมุ่ รบั ฝากเงิน คดิ ดอกเบยี้ เงินฝากให้
สมาชกิ สมาชกิ ถอนไปใช้เมื่อจำเป็น

ธุรกิจรวมซ้ือ หมายถึงการท่ีสมาชิกไปซื้อสินค้าสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ปุ๋ย ยา หรืออื่น ๆ จากกลุ่ม
เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ โดยชำระเงินสด ข้ันตอนธุรกิจซ้ือ คือ กลุ่มสำรวจ ความต้องการสินค้าของสมาชิกกลุ่ม
จัดหาสินค้ามาจำหนา่ ย ดำเนินการจำหน่ายสนิ ค้าใหส้ มาชกิ สมาชิกใชป้ ระโยชน์จากสนิ ค้า จา่ ยเงนิ เฉล่ียคืนใหส้ มาชกิ

ธุรกิจรวมขาย หมายถึง การท่ีสมาชิกมีผลผลิตที่ผลิตได้แล้วนำไปขายให้กลุ่ม เพ่ือกลุ่มจะได้นำไปแปรรูป
หรือขายสู่ผู้บริโภคต่อไป ขั้นตอนธุรกิจขาย คือ กลุ่มส่งเสริมการผลิต สำรวจความต้องการ รวบรวมข้อมูล
รวบรวมผลผลติ จากสมาชกิ กล่มุ จำหน่าย / แปรรปู สมาชกิ รับเงนิ ค่าผลผลิต

ธรุ กจิ บริการ หมายถึง การให้บริการต่าง ๆ ของกลุ่มแก่สมาชิก เชน่ บริการหนังสือ ตัดผม ทัศนศึกษา ฯ
เพ่ือให้สมาชิกได้ใช้ประโยชน์และจ่ายค่าบริการแก่กลุ่ม ข้ันตอนธุรกิจบริการ คือ กลุ่มสำรวจความต้องการของ
สมาชกิ รวบรวมข้อมลู จดั บรกิ ารสมาชกิ รบั ค่าตอบแทนจากสมาชิก

ธรุ กิจสินเชอื่ หมายถึง การท่กี ลมุ่ ให้สมาชิกก้เู งนิ หรอื สงิ่ ของไปใชใ้ นการผลิต หรือใชใ้ นการดำเนนิ ชีวิต โดย
มีกำหนดว่าเม่ือถึงเวลาต้องมาชำระคืน พร้อมกับจ่ายดอกเบ้ียให้กลุ่ม ขั้นตอนธุรกิจสินเชื่อ คือ สมาชิกมีความ
ต้องการ แสดงความจำนงขอใช้บริการ กลุ่มพิจารณาอนุมัติ สมาชิกรับสินเชื่อ ใช้ประโยชน์ และชำระคืนพร้อม
ดอกเบ้ยี

ธุรกิจกล่มุ มีความสอดคล้องกบั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดังนี้
ธุรกิจการออม เกิดขึ้นได้จากการใช้จ่ายอย่างพอประมาณ อย่างมีเหตุมีผล มีเงินเหลือเก็บออมไว้ใช้จ่ายยาม
จำเปน็ ทำใหม้ ีภมู ิคุม้ กนั ในการดำรงชวี ติ มีเงนิ ใชจ้ ่ายยามจำเป็นการออมทำไดภ้ ายใตเ้ งอ่ื นไขคุณธรรมการประหยัด
ธุรกิจรวมซื้อ เกิดขึน้ จากการมีเหตุผลตัดสินใจลดค่าใช้จ่ายได้สินค้ามีคุณภาพ ทำให้ประหยัดและมีประโยชน์
การรวมซื้อทำให้ได้สินค้าตามจำเป็นที่ต้องการเป็นภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิต การรวมซ้ือต้องมีความรู้เร่ืองสินค้า
เรื่องการใชป้ ระโยชน์ ต้องมีคณุ ธรรมความสามัคคี ความซ่ือสัตย์ ความมรี ะเบียบวนิ ัย

32

ธุรกิจรวมขาย เกิดข้ึนจากการมีเหตุผลตัดสินใจขายผลผลิตร่วมกันเพ่ือเป็นภูมิคุ้มกันในด้านราคาที่ยุติธรรม
การรวมกันขายต้องมีความรู้เรื่องการตลาด ผลผลิต การขนส่ง ต้องมีคุณธรรมความสามัคคี ความซื่อสัตย์ ความมี
ระเบียบวนิ ัย

ธุรกิจบริการ เกิดข้ึนจากความพอดีในการดำเนินชีวิตโดยมีเหตุผลตัดสินใจอำนวยความสะดวกด้วยการทำ
กิจการร่วมกัน ซ่ึงสามารถเป็นภูมิคุ้มกันให้มีส่ิงตอบสนองความต้องการในการดำเนินชีวิต การบริการต้องมีความรู้
เรือ่ งวิถชี วี ติ เรือ่ งการอาชพี เรื่องการใหบ้ ริการ ต้องมีคุณธรรมความสามัคคี ความซอ่ื สัตย์ ความมีระเบยี บวนิ ัย

ธุรกิจสนิ เช่ือ เกิดขึ้นจากความจำเปน็ ต้องลงทุนโดยมีเหตุผลตัดสินใจให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจนเป็นภมู ิคุ้มกัน
ให้มีความมั่นคงในชีวิต การทำสินเชื่อต้องมีความรู้เรื่องอาชีพ เรื่องการลงทุน เรื่องผลผลิต เร่ืองการตลาด ต้องมี
คุณธรรมขยนั ประหยัด ความสามัคคี ความซ่อื สตั ย์ ความมรี ะเบียบวินัย

3.2 ทักษะ/สมรรถนะ

ทกั ษะ สมรรถนะ

ความสามารถในการสื่อสารความเห็นของตนสูก่ ลุม่ การเจรจาตอ่ รอง การสื่อสาร การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี

ในกลุ่ม

ความสามารถในการคิดอยา่ งเป็นระบบต่อธรุ กจิ กลุ่ม การคดิ ข้นั สงู

ความสามารถในการแก้ปัญหาทม่ี ีดว้ ยระบบกลุ่ม การจัดการตนเอง การรวมพลังทำงานเป็น

ทีม

ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิตตามวธิ กี ารกลุ่ม การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม

ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ือ่ สารสร้างความเข้าใจ การส่อื สาร

3.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
- ซือ่ สัตย์ ในการคิด การพดู
- มุง่ มน่ั ในการทำงานกลุ่ม
- มจี ติ สาธารณะในการทำงานกลมุ่

4. กระบวนการกจิ กรรม
ขั้นนำ
ครสู นทนากบั นักเรยี นเรอ่ื งวธิ ีการสหกรณ์ นำสู่การดำเนนิ ธรุ กิจแตล่ ะธุรกจิ
ขนั้ เรยี นรู้และปฏิบตั ิ
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายวิธีการของการรวมกันทำธุรกิจของสหกรณ์โดยใช้การระดมสมอง การ

แบ่งกลุ่ม การตัง้ คำถาม ในวิธีการออม การซ้อื การขาย การบรกิ ารและการสินเชอ่ื
2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายและแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับธรุ กจิ สหกรณ์
ขั้นสรุป
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปเกย่ี วกบั วิธกี ารดำเนนิ ธรุ กจิ ของสหกรณ์

33

5. ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบความรู้วิธีการออม การซ้ือ การขาย การบริการและการสินเช่ือการพูดแสดงความคิดเห็น การแบ่งกลุ่ม

การนำเสนองาน

6. การวัดและประเมนิ ผล

เปา้ หมายการเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั และ เครอื่ งมอื วดั ประเมนิ ผล ระดบั การ

ประเมนิ และประเมนิ พฒั นา

ความรู้

อธิบายวิธีการออม การซื้อ การ สังเกตการมี 1. แบบสังเกต -แบบประเมินผลงาน ถือเกณ ฑ์การ

ขาย การบริการและการสนิ เชื่อ ส่วนร่วมปฏิบัติ ก า ร ป ฏิ บั ติ -แ บ บ บั น ทึ ก ก า ร ผ่านระดับดีข้ึน

ทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ กิจกรรม กจิ กรรม แสดงออก ไป

- การแสดงความคิดเหน็ 2.แบบประเมิน -แ บ บ ป ร ะ เ มิ น

- การปฏบิ ัติกิจกรรม ผลงาน พ ฤติกรรมเดี่ยว/

คณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ กลมุ่

- มุง่ มัน่ ในการทำงานกลุ่ม -แ บ บ ป ร ะ เ มิ น

- มจี ติ สาธารณะในการทำงานกลมุ่ คณุ ลกั ษณะ

7. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
ภาพ การออม การซื้อ การขาย การบริการและการสินเช่ือ

34

แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 6 เรอ่ื ง โครงสรา้ งสหกรณ์ เวลา 1 ชวั่ โมง
ระดับชั้น ........................................................................................ (ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา)

1. ความคดิ รวบยอด/จดุ เนน้
บทบาทหน้าที่ 4 ฝ่ายในสหกรณ์ คือ สมาชกิ คณะกรรมการดำเนินการ เจา้ หน้าที่ ผูต้ รวจสอบกจิ การ

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
เข้าใจบทบาทหนา้ ท่ี 4 ฝา่ ยในสหกรณ์ และนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสหกรณ์

3. กรอบสาระกจิ กรรม
3.1 เน้อื หาสาระ
โครงสร้างการดำเนินการของสหกรณ์ มีบุคคลฝ่ายต่าง ๆ เก่ียวข้องและรับผิดชอบงาน 4 ฝ่าย ได้แก่

สมาชิก คณะกรรมการดำเนินการ เจ้าหน้าท่ี และผู้ตรวจสอบกิจการ ซึ่งแต่ละฝ่ายแบ่งภาระรับผิดชอบ และ
ขณะเดียวกันก็มีความสัมพนั ธต์ อ่ กนั ดังน้ี

1. สมาชกิ ใช้อำนาจสงู สุดในการควบคุมการดำเนินงานของกลมุ่ โดยผ่านท่ปี ระชมุ ใหญ่ และมอบหมายอำนาจ
ในการทำกิจการให้แก่คณะกรรมการดำเนนิ งานซงึ่ ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ สมาชกิ มีหน้าท่ตี ้องเข้าประชมุ ตามท่ี
กำหนด มสี ่วนร่วมในธุรกิจ

2. คณะกรรมการดำเนินการ ได้รบั การเลือกตั้งจากสมาชกิ ใหเ้ ปน็ ผนู้ ำกิจการสหกรณ์ตามความต้องการของ
สมาชิก และนโยบายที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ มีหน้าท่ีประชุมคณะกรรมการประจำเดือน
ควบคุมการปฏิบัติงานใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบาย

3. เจา้ หนา้ ท่ี ได้รบั การมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินการให้ปฏบิ ัตงิ าน ดำเนินกจิ การของกลุ่ม ให้การ
บริการสมาชิก โดยไดร้ ับผลตอบแทนในการปฏิบัตหิ น้าท่ีนน้ั

4. ผตู้ รวจสอบกิจการได้รับการเลือกตง้ั จากท่ีประชุมใหญ่ของสมาชิกให้เป็นผู้ตรวจสอบกิจการด้านการเงิน
การบัญชี ตลอดจนการดำเนินกิจการประเภทต่าง ๆ ของกลุ่มเพื่อรายงานผลการตรวจสอบรวมท้ังข้อแนะนำต่อท่ี
ประชุมคณะกรรมการดำเนนิ การและทีป่ ระชมุ ใหญ่

โครงสรา้ งกลุ่มมคี วามสอดคล้องกบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ดังนี้
สมาชิก มีความพอประมาณไม่มากไม่น้อย ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและกลุ่มโดยมุ่งให้พ่ึงตนเองได้
ปฏิบัติการตรวจสอบการดำเนินงาน สอดส่องดูแลกิจการ สมาชิกสหกรณ์ต้องแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการ
ประกอบอาชีพ เพื่อให้ทนั กับยุคของการเปลี่ยนแปลง สมาชิกต้องมคี ุณธรรมในการช่วยตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกัน
และกัน
คณะกรรมการดำเนนิ การบริหารกจิ การกลมุ่ ด้วยการยดึ หลกั ความพอประมาณ ตดิ ตามผลการดำเนนิ งาน มี
เหตุมีผลตัดสินใจเพื่อส่วนรวม ปฏิบัติตามบทบาทหน้าท่ีของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเรื่องการรับสมาชิก ถูกต้อง
ตามขน้ั ตอน และคณุ สมบัติ การจัดจ้างเจา้ หน้าที่สร้างภูมคิ ุ้มกันใหก้ ับกลุ่ม ดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง ย่ังยืน ประสบ
ผลสำเร็จ ไม่มีการทุจริตท้ังจากสมาชิก คณะกรรมการและเจ้าหน้าท่ี โดยคณะกรรมการต้องมีความรอบรู้ ข้อมูล
ข่าวสาร เพื่อบริหารงานได้ตรงกับความต้องการของสมาชิก ภายใต้หลักคุณธรรม ความซ่ือสัตย์ เสียสละ สามัคคี
มรี ะเบยี บวนิ ยั ต่อตนเอง ต่อกลุ่มตอ่ สมาชกิ

35

เจ้าหน้าท่ี มีความพอประมาณในปฏิบัติหน้าที่ให้พอดี พอใจในผลตอบแทนของตนเอง บริการสมาชิกด้วย
ความมเี หตุมีผลตามระเบียบ ข้อบงั คบั รวมทัง้ ดำเนินงานตามนโยบายของคณะกรรมการเพ่ือสนองความต้องการของ
สมาชิก สรา้ งภมู ิคุ้มกันดว้ ยความซื่อสัตย์ การบรกิ ารสมาชิกให้เกิดความประทบั ใจ

ผู้ตรวจสอบกิจการ ตรวจสอบให้กลุ่มดำเนินงานตามนโยบายของท่ีประชุมใหญ่ด้วยความมีเหตุมีผล
ตรวจสอบด้วยความถูกต้อง จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ปราศจากการทุจริต โดยต้องมีความรู้เร่ืองบทบาทหน้าท่ี
การตรวจสอบการดำเนนิ งาน และยึดหลกั ความซื่อสตั ย์ เสยี สละเวลาในการปฏบิ ตั งิ าน

3.2 ทกั ษะ/สมรรถนะ สมรรถนะ
ทกั ษะ การสอ่ื สาร การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม
การคิดขัน้ สงู
ความสามารถในการส่ือสารความเหน็ ของตนสู่สหกรณ์ การจดั การตนเอง การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี
ความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบตอ่ โครงสรา้ งสหกรณ์ การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
ความสามารถในการแกป้ ัญหาที่มีดว้ ยการสหกรณ์ การสอื่ สาร
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ ตามโครงสร้างสหกรณ์
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสือ่ สารสรา้ งความเขา้ ใจ

3.3 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
- ซ่อื สัตย์ ในการคิด การพูด
- มีวนิ ัยทำงานรว่ มกนั
- ใชค้ วามพอเพยี งแกป้ ัญหาในการทำงานกลมุ่
- ม่งุ มนั่ ในการทำงานกลุ่ม
- มจี ิตสาธารณะในการทำงานกล่มุ

4. กระบวนการกิจกรรม
ขัน้ นำ
1. ครเู ลา่ นิทานเร่ืองเปลอื กกล้วยฆา่ ยักษ์
2.ครูและนกั เรียนสนทนากนั ถงึ วิธีการแบง่ งานกันทำในนิทาน
ขน้ั เรยี นรูแ้ ละปฏิบตั ิ
1. แบ่งกลมุ่ นักเรยี นเท่า ๆ กัน
2. ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ศึกษาใบความร้เู ร่ืองโครงสรา้ งการบรหิ ารงานสหกรณ์
3. แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อภปิ รายบทบาทหน้าทีค่ วามรบั ผดิ ชอบ ความสัมพันธข์ องบุคคลฝ่ายตา่ ง ๆ
4. กลุม่ นำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
ขั้นสรปุ
1. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความร้โู ดยการเขยี นแผนผังโครงสรา้ งสหกรณ์

5. ชิ้นงาน/ภาระงาน
ใบงานเรอ่ื งโครงสร้างสหกรณ์ การอภิปราย การนำเสนองานกล่มุ

36

6. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั และ เครอื่ งมอื วดั และ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ ประเมนิ
เปา้ หมายการเรยี นรู้
- สังเกตการร่วม 1. ใ บ ง า น เ ร่ื อ ง ถือ เก ณ ฑ์ ก ารผ่ าน
ความรู้ อภิปรายซักถาม โครงสร้างสหกรณ์ ระดับดีข้นึ ไป
- โครงสรา้ งสหกรณ์ การนำเสนอผลงาน 2. แบบประเมินการ
- ความรบั ผิดชอบฝา่ ยตา่ ง ๆ - ตรวจผลงาน รว่ มอภปิ รายซักถาม
ทกั ษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ
- การแสดงความคิดเห็น 3. แบบประเมินผลงาน
- การอภิปราย การนำเสนอ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- ม่งุ ม่นั ในการทำงานกลมุ่

7. สือ่ และแหล่งเรยี นรู้
- ใบความร้เู รอื่ งโครงสรา้ งสหกรณ์
- ใบงานเร่ืองโครงสรา้ งสหกรณ์
- นทิ านเรอื่ งปลวกกลว้ ยฆา่ ยกั ษ์ หรอื นิทานเรือ่ งหนูหนนี ้า

37

แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมที่ 7 เรอื่ ง การจดั ตงั้ สหกรณ์ เวลา 1 ชว่ั โมง
ระดับชน้ั ........................................................................................ (ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา)

1. ความคดิ รวบยอด/จุดเนน้
ประยกุ ตใ์ ชโ้ ครงสรา้ งสหกรณ์ เพ่อื จัดตั้งสหกรณใ์ นโรงเรียนตามข้ันตอน

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 อธิบายข้นั ตอนการจัดตง้ั สหกรณ์
2.2 การจัดตัง้ สหกรณ์

3. กรอบสาระกิจกรรม
3.1 เนื้อหาสาระ
ขัน้ ตอนการจัดตงั้ สหกรณ์ มีขั้นตอนดังน้ี
1. ให้ความรู้เรอื่ งการสหกรณก์ บั นกั เรยี น
2. ประชมุ นักเรียนท่มี คี วามต้องการจดั ตั้งสหกรณน์ ักเรยี นแล้วคดั เลอื กตวั แทนโดยใชห้ ลกั พอประมาณ
3. ประชุมตัวแทนนักเรียนซึ่งมีครูเป็นที่ปรึกษาเพ่ือกำหนดกิจกรรมที่ต้องการทำโดยใช้หลักมีเหตุมีผล มี

ภูมคิ ้มุ กัน
4. ตวั แทนนกั เรยี นเสนอคำขอจดั ตง้ั สหกรณน์ กั เรียนต่อผบู้ ริหารโรงเรียน
5. ผู้บรหิ ารโรงเรยี นรบั จัดตั้งสหกรณ์นกั เรยี น โดยใช้หลักความรคู้ คู่ ณุ ธรรม
6. ตัวแทนนักเรียนนัดนักเรียนในโรงเรียนประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการสหกรณ์โดยใช้หลักปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพยี งในการดำเนนิ การประชมุ พิจารณา
7. คณะกรรมการสหกรณน์ ักเรียนดำเนินงานตามกิจการ

3.2 ทกั ษะ/สมรรถนะ
ทกั ษะ สมรรถนะ

ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์จัดตั้งสหกรณ์ การคิดขน้ั สูง
ความสามารถในการแก้ปญั หาระหวา่ งการดำเนนิ การ การส่ือสาร การรวมพลังทำงานเป็นทีม การจัดการตนเอง

การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม

3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- มวี นิ ัยตอ่ ความรับผิดชอบ
- อยอู่ ย่างพอเพียงตามบทบาท
- มจี ิตสาธารณะ เกื้อกลู กนั

4. กระบวนการกจิ กรรม
ขัน้ นำ
ครูอธบิ ายขน้ั ตอนของการจดั ตง้ั สหกรณ์

38

ขัน้ เรียนรูแ้ ละปฏบิ ตั ิ
1. นกั เรยี นดำเนนิ การจดั ต้งั สหกรณต์ ามขั้นตอน
2. นกั เรียนรว่ มกันสรุปและแสดงความคดิ เห็น
3. ครูเช่ือมโยงความคิดของนักเรยี น กระตุ้นใหเ้ หน็ ข้อดี ข้อเสีย ของการรวมกลุ่มทำงาน
ขน้ั สรปุ
ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปการจดั ต้งั สหกรณ์

5. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
การคิดวเิ คราะหจ์ ัดตงั้ สหกรณน์ ักเรียน

6. การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั และ เครอื่ งมอื วดั และ ระดบั
ประเมนิ ประเมนิ คณุ ภาพ
เปา้ หมายการเรยี นรู้
1. สั ง เก ต จ าก ก าร 1.ใบง าน ก ารแส ด ง ถือเกณ ฑ์การ
ความรู้
ขัน้ ตอนการจดั ตัง้ สหกรณ์ แสดงออกและเข้าใจ ข้ันตอนการจัดต้ั ง ผ่านระดับดีข้ึน
ทกั ษะ/ สมรรถนะ
- การคดิ วิเคราะหจ์ ดั ต้ังสหกรณน์ ักเรียน บทบาทการแสดง สหกรณ์ ไป
- การแกป้ ญั หาระหว่างการดำเนินการ
คุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ 2. สังเกตพฤติกรรม 2. แ บ บ สั ง เ ก ต
- มวี ินยั ต่อความรบั ผดิ ชอบ
- มจี ติ สาธารณะ เกอ้ื กูลกนั นักเรยี นเดย่ี ว/กลุ่ม พฤติกรรมการเรียน
- อยอู่ ย่างพอเพียงตามบทบาท
3.แ บ บ ป ร ะ เ มิ น

พฤติกรรมนกั เรียน

7. สื่อและแหล่งเรียนรู้
ใบงานการจดั ตง้ั สหกรณ์

39

แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมที่ 8 เรอื่ ง การประชมุ สหกรณ์ เวลา 1 ชว่ั โมง
ระดบั ชนั้ ........................................................................................ (ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา)

1. ความคิดรวบยอด/จดุ เน้น
เข้าใจระบบการประชุมและสามารถดำเนนิ การประชุมได้

2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 อธบิ ายการประชุมสหกรณ์
2.2 แสดงตวั อย่างการประชมุ สหกรณ์

3. กรอบสาระกจิ กรรม
3.1 เนื้อหาสาระ
ความหมาย การประชมุ หมายถึง การทบ่ี คุ คลมารวมกันเพอื่ พูดคยุ แลกเปล่ียน ความคดิ เห็นกนั อย่างเป็น

ระบบระเบียบและมีจุดมุ่งหมาย การประชุมเป็นเคร่ืองมือสำคัญในการบริหารและดำเนินการ การประชุมเป็นกลไกท่ี
สำคัญของการทำงานในหน่วยงานทุกระดับ เปน็ การทำงานทางความคิด เป็นจุดรวมของความคิด การตัดสินใจ
นโยบาย การศึกษาค้นควา้ วจิ ัย การแกไ้ ขปญั หาและเกิดความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์

การประชมุ มปี ระโยชน์ คือ ชว่ ยให้เกิดการคิดร่วมกัน มคี วามรอบคอบในการตัดสนิ ใจกระจายขา่ วสาร ช่วยใน
การประสานงาน ประสานความคิดและสร้างความเข้าใจให้แต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงาน ช่วยใหเ้ กิดแนวทางใหม่
วิธกี ารหรือกระบวนการใหม่ ๆ จากการ เสนอความเหน็ ในการประชมุ

ศัพท์ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การประชมุ
องค์ประชมุ คือ ผู้มีหนา้ ท่ตี ้องเขา้ ประชุม ไดแ้ ก่ ประธาน รองประธาน กรรมการ เลขานุการและผทู้ ี่เกยี่ วข้อง
ครบองคป์ ระชมุ คอื จำนวนผู้เข้าประชุมครบตามทรี่ ะบไุ ว้ในระเบยี บข้อบังคบั โดยท่ัวไป หมายถึงไม่นอ้ ยกว่า
กง่ึ หนงึ่ ของจำนวนสมาชิก หากไม่ครบองคป์ ระชมุ มติทีไ่ ด้ถือเป็นโมฆะจะดำเนนิ การประชุมไม่ได้
ระเบยี บวาระ คือ เร่ืองที่จะนำเข้าปรกึ ษากันในทป่ี ระชมุ
การอภิปราย คอื การแสดงความคดิ เห็น การกล่าวสนับสนุนหรือคัดค้านญัตติท่ีเสนอต่อทีป่ ระชมุ
มติ คือ ข้อตกลงของที่ประชุมในเรื่องต่าง ๆ มติท่ีได้อาจเป็นมติโดยเอกฉันท์หรือมติโดยเสียงข้างมาก ซ่ึง
การออกเสียงจะลงคะแนนลบั หรือลงคะแนนโดยเปิดเผยกไ็ ด้
องค์ประกอบของการประชุม
ประธาน - ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการประชุม เพ่ือให้การประชุมดำเนินไปจนบรรลุเป้าหมาย อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผล
รองประธาน - ทำหนา้ ท่แี ทนประธานเมือ่ ประธานไมอ่ ยหู่ รอื ไมส่ ามารถปฏิบตั ิหน้าท่ี
กรรมการ - ผู้ทม่ี ีหน้าทเ่ี ขา้ ประชุม เพอื่ แสดงความคดิ เหน็ ทเ่ี ป็นประโยชน์ และออกเสียงลงมติ
เลขานุการ - ผู้ทำหน้าท่ีจดบันทึกการประชุมและจัดเตรียมการประชุม นอกเหนือไปจากการทำหน้าท่ี
เช่นเดยี วกับกรรมการคนอ่นื ๆ

การประชุมสหกรณ์

40

1. การประชุมใหญ่ คือ การประชุมสมาชิกทั้งหมดเพ่ือกำหนดนโยบายการบริหารงานสหกรณ์ พิจารณาผล
การดำเนินงานของสหกรณ์เลือกต้ังคณะกรรมการดำเนินงาน จัดสรรกำไรสุทธิของสหกรณ์ตลอดจนวางแผนการ
ดำเนนิ งานของสหกรณ์ โดยปกติประชุมปลี ะครงั้ เรียกวา่ “การประชุมใหญ่สามญั ประจำปี”

2. การประชุมคณะกรรมการดำเนินการ คือ การประชุมผู้ท่ีได้รับเลือกต้ังจากสมาชิกในท่ีประชุมใหญ่ ให้
บริหารงานสหกรณ์เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานที่ที่ประชุมใหญ่กำหนดรับทราบผล
ดำเนินงานของสหกรณ์ ตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีสำคัญ ฯลฯ โดยปกติจะประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1
คร้งั โดยอาจมตี วั แทนของฝ่ายจดั การ (ผู้จดั การ หรือฝ่ายตา่ งๆ ทเ่ี กยี่ วข้อง) เข้ารว่ มในการประชมุ ดว้ ย

3. การประชุมกลุ่ม คอื การประชมุ สมาชิกในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งประกอบด้วยสมาชกิ ที่ทำกิจกรรมอย่างเดียวกัน
คือกลุ่มออม กลุ่มผลิต กลุ่มซ้ือ ขาย สวัสดิการ สินเชื่อ เพ่ือประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารระหว่างสหกรณ์กับสมาชิก
และในระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง เพ่ือแลกเปล่ียนความคิดเห็น กำหนดแนวทางปฏิบัติงานของกลุ่ม ตลอดจนรับทราบ
เรอ่ื งราวตา่ งๆ ของสหกรณ์ การประชุมกลมุ่ จะมีมากหรอื นอ้ ยขึ้นอยู่กบั ความต้องการของกลุม่

4. การประชมุ เจา้ หน้าท่ี คือการประชุมของเจา้ หน้าท่ีสหกรณ์ทีป่ ฏิบัติงานในตำแหน่งต่างๆ เพื่อหารือ หรือตก
ลงแนวทางปฏิบัติงานในแต่ละด้าน หรือประชุมเพ่ือรับรู้ นโยบายความรู้ใหม่ๆ ท่ีต้องนำไปปฏิบัติงาน การประชุมฝ่าย
จัดการเป็นการทำงานอย่างหน่ึงที่ต้องจัดให้มีเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละคร้ัง และต้องประชุมเฉพาะกิจ เม่ือมีเร่ือง
ตอ้ งแก้ปัญหา ตอ้ งตดั สนิ ใจ ต้องระดมความคดิ โดยผู้เขา้ ประชมุ จะเป็นไปตามเรอื่ งทจี่ ดั ประชุม

5. ประชมุ อื่นๆ คือ การประชุมท่ไี ม่เกีย่ วขอ้ งกับ 4 รายการท่กี ล่าวมา เชน่ การประชมุ เพ่ืออบรมสมาชกิ
รายงานการประชมุ
รายงานการประชุม คือ ข้อความบันทึกความคิดเห็นของผู้มาประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมโดยระบุมติของท่ี
ประชุม เพ่ือเก็บไว้เป็นหลักฐานอ้างอิง เพื่อยืนยันการปฏิบัติงาน เพ่ือแสดงกิจการที่ดำเนินการมาแล้ว และเพ่ือแจ้ง
ผลการประชุมให้บุคคลท่เี กี่ยวข้องไดท้ ราบและปฏบิ ัตติ อ่ ไป ขน้ั ตอนการประชุมแบ่งออกเป็น 2 ขัน้ ตอนใหญ่ ๆ คือ
1. การเตรยี มประชุม ประกอบด้วยขน้ั ตอนดังน้ี

1.1 กำหนดหวั ข้อหรอื เร่อื งท่ีจะประชุม
1.2 ลำดบั ความสำคัญของหัวข้อที่จะประชมุ
1.3 เตรียมเอกสารประกอบการประชมุ
1.4 กำหนดวนั เวลาท่ีจะเขา้ ประชุม
1.5 กำหนดสถานท่ปี ระชุม
1.6 นดั หมายผู้เข้าประชมุ
2. ขั้นดำเนินการประชมุ
2.1 ประธานทำหน้าทน่ี ำการประชุม
2.2 เลขานกุ ารบนั ทกึ การประชมุ
2.3 การประชมุ ผู้เข้าประชุมต้องคิด พดู ฟัง แสดงความคดิ เห็นอยา่ งมีเหตุผล
2.4 ขั้นตอนในการพิจารณา คือ รู้ปัญหา สาเหตุที่เกิดปัญหา ค้นหา วิธีการแก้ปัญหา เลือก
วิธแี ก้ไขปัญหาทีเ่ หมาะสมทสี่ ดุ ลงมตกิ ำหนดแนวทางปฏบิ ัติ

41

2.5 การประชมุ ตอ้ งมกี ฎเกณฑ์ คอื ตอ้ งรว่ มกันคิด เคารพกติกาและประธานในทีป่ ระชุมฟังเหตุผล
ผู้อ่ืน เตรียมคำพูด กริยา ท่าทางท่ีเหมาะสม แสดงความคิดเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช้เหตุผลส่วนตัวตัดสิน
ปญั หาส่วนรวม

2.6 ในการประชุมต้องมีการจัดบันทึกรายงานการประชมุ และมติที่ประชมุ ไว้เปน็ หลักฐาน

3.2 ทักษะ/สมรรถนะ สมรรถนะ
ทกั ษะ การสื่อสาร การจัดการตนเอง
ความสามารถในการสอ่ื สารความเห็นของตนสู่สหกรณ์ การคดิ ขน้ั สงู
ความสามารถในการคดิ อย่างเป็นระบบตอ่ ประชุมในสหกรณ์ การรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
ความสามารถในการแก้ปัญหาที่มีด้วยการรวมกลุ่ม การสือ่ สาร การจดั การตนเอง
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี อ่ื สารสรา้ งความเข้าใจ

3.3 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- ซือ่ สัตย์ ในการคดิ การพดู
- มีวนิ ยั ทำงานรว่ มกัน
- ใชค้ วามพอเพยี งแกป้ ัญหาในการทำงาน
- ม่งุ มั่นในการทำงานกลุม่
- มจี ติ สาธารณะในการทำงาน

4. กระบวนการกจิ กรรม
ขัน้ นำ
ครูอธบิ ายความหมายของการประชมุ ขั้นตอนของการประชุมและวตั ถปุ ระสงคข์ องการประชมุ ในสหกรณ์
ข้นั เรยี นรู้และปฏบิ ตั ิ
1. ใหน้ ักเรียนเรยี นรจู้ ากใบความรู้ ชมประชมุ จากซดี ี
2. แบง่ กลุ่มนกั เรยี น
3. ให้กลุม่ นักเรยี นปฏิบตั กิ ารประชุมตามหัวข้อท่ีกำหนด แลว้ นำเสนอผลงาน
ขั้นสรปุ
ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ ขัน้ ตอนการประชมุ ที่ถูกตอ้ ง

5. ชิ้นงาน/ภาระงาน
การแบง่ กล่มุ การพูดแสดงความคิดเห็นในการประชุม การทำกจิ กรรมกล่มุ ร่วมกนั การนำเสนองานกลุ่ม

42

6. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั และ เครอ่ื งมอื วดั และ ระดบั
ประเมนิ ประเมนิ คณุ ภาพ
เปา้ หมายการเรยี นรู้
1. สังเกตการถาม - 1. ใบงานเรื่องการ ถือเกณฑ์การผ่าน
ความรู้
การประชุมในสหกรณ์ ตอบ ประชมุ ในสหกรณ์ ระดับดขี นึ้ ไป
ทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ
- การส่อื สารความเหน็ สสู่ หกรณ์ 2.สังเกตการปฏิบัติ 2. แบบประเมินการ
- การคดิ อย่างเปน็ ระบบ
- การใชเ้ ทคโนโลยสี ่อื สาร กิจกรรม ปฏบิ ัติกจิ กรรม
คณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์
- มีวนิ ัยทำงานรว่ มกนั 3. แบบประเมินผล
- ใชค้ วามพอเพยี งแกป้ ัญหา
- มีจิตสาธารณะในการทำงาน งาน

7. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
- ใบความรูเ้ ร่อื งการประชมุ ในสหกรณ์
- บทบาทสมมติการประชมุ

43

แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมที่ 9 เรอ่ื ง การบญั ชสี หกรณ์ เวลา 1 ชว่ั โมง
ระดบั ชัน้ ........................................................................................ (ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา)

1. ความคดิ รวบยอด/จุดเนน้
เรียนรูก้ ารจัดทำบัญชอี ย่างง่ายและสามารถนำไปปฏิบตั ไิ ด้

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายการบญั ชีสหกรณ์
2. แสดงตวั อย่างบญั ชีสหกรณ์

3. กรอบสาระกจิ กรรม
3.1 เนอื้ หาสาระ
การบัญชีเป็นการจดบันทึกรายการทางการเงินจากเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งรายการรับเงินรายการ

จา่ ยเงิน และคงเหลือ
ในการดำเนินงานของสหกรณ์นักเรียน นักเรียนผู้เป็นสมาชิกมาร่วมกันออม มาร่วมโดยการฝากเงินไว้กับ

สหกรณ์ บางคนฝากเงินวันละ 1 บาท บางคนฝากเงนิ วนั ละ 2 – 3 บาท เมอ่ื ฝากเงินกนั หลายคน และเงินฝากของ
แต่ละคนไม่เท่ากันก็เป็นการยากที่จะจำยอดเงินฝากของแต่ละคนได้ จึงต้องมีการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานและเมื่อ
หลักฐานต่าง ๆ มีมากก็ทำให้สับสนได้จึงต้องนำหลักฐานนั้นมาเรียงและจดบันทึกให้เป็นหมวดหมู่ เพ่ือให้ง่ายต่อการ
ตรวจสอบ ค้นหาและรวมยอดเงิน ซ่งึ วธิ ีการจดบันทกึ ดงั กลา่ วนีเ้ ราเรียกวา่ การบญั ชี

การบันทึกรายการรับเงินและรายการจ่ายเงินของสหกรณ์ นักเรียนซ่ึงแยกการลงบันทึกตามกิจกรรมต่าง ๆ
คือ

 การรบั สมาชกิ และการดำเนนิ การทั่วไป
 การดำเนนิ กจิ กรรมออม
 การดำเนินกิจกรรมซอ้ื
 การดำเนนิ กิจกรรมผลติ
 การดำเนินกิจกรรมขาย
 การดำเนินกจิ กรรมสวัสดิการ
 การดำเนนิ กจิ กรรมสนิ เชอื่

การบัญชีมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ นักเรียนทำให้ทราบความเคล่ือนไหวในการดำเนินงาน
และทราบรายรับ – รายจ่ายของสหกรณ์ ทำให้สามารถตรวจสอบดูแลได้ง่ายและเป็นการฝึกความมีระเบียบวินัยทาง
การเงนิ ซ่ึงนักเรยี นจะสามารถนำไปใช้ไดใ้ นชีวิตประจำวนั ได้

44


Click to View FlipBook Version