การจัดทำบญั ชมี ีความสอดคลอ้ งกับหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ดังน้ี
ความพอประมาณ เป็นการแสดงตัวเลขรายรับ รายจ่าย เงินคงเหลือ ทรัพย์สินคงเหลือ ทำให้ทราบสถานะ
ของบุคคล/องค์กร ว่ามีการใช้จ่ายมากเกินไป น้อยเกินไปหรือไม่ หรือพอดีเหมาะสม เม่ือรู้สถานะสามารถนำสู่การ
ปรบั ปรงุ
ความมีเหตุมีผล จากการจัดทำบัญชีจะทำให้รู้การตัดสินใจว่าเป็นไปเพ่ือการใด ใช้หลักเกณฑ์ใดตัดสินใจ และ
ตอ่ ไปควรตัดสินใจอย่างใด
การมภี มู คิ ุ้มกนั จะเห็นได้จากตัวเลขทางบัญชีถึงเงินสำรองไว้ใช้จา่ ยยามจำเปน็ ไว้ขยายกิจการ การหมนุ เวียน
เงนิ มคี วามคลอ่ งตวั หรือไม่
เง่ือนไขการมีความรู้ จากการจัดทำบัญชีจะแสดงทิศทาง แนวโน้ม ในอดีตในอนาคต จึงต้องแสวงหาความรู้
เพ่อื พฒั นาหรอื เพ่ือแก้ปัญหา
เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ในการทำบญั ชีต้องยึดความถกู ต้อง รับผดิ ชอบ ทนั เวลา นำไปใช้ประโยชนไ์ ด้
3.2 ทกั ษะ/สมรรถนะ สมรรถนะ
ทกั ษะ การส่ือสาร
การคดิ ข้นั สูง
ความสามารถในการสื่อสารความเหน็ ของตนจากการจดั ทำบญั ชี การจดั การตนเอง การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม
ความสามารถในการคดิ อย่างเป็นระบบในการจดั ทำบัญชสี หกรณ์ การจดั การตนเอง การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
ความสามารถในการแก้ปัญหาท่ีมดี ้วยการรวมกลมุ่ การสอื่ สาร การจัดการตนเอง
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ สอดคลอ้ งกับผลการลงบญั ชี
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี อ่ื สารสรา้ งความเขา้ ใจ
3.3 คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- ซื่อสัตย์ ในการคิด การพดู
- มีวนิ ยั ทำงานรว่ มกนั วนิ ยั ในตนเอง
- ใช้ความพอเพยี งแก้ปัญหาในการทำงานกล่มุ ในตนเอง
- มงุ่ ม่ันในการทำงานกลมุ่
- มีจิตสาธารณะในการทำงานกลุม่
4. กระบวนการกจิ กรรม
ขัน้ นำ
ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการรับเงินและจ่ายเงินของนักเรียนในชีวิตประจำวันว่ามีอะไรท่ี
เก่ียวข้องกับการลงบัญชีบ้าง
ขัน้ เรียนร้แู ละปฏบิ ัติ
1. ครูอธบิ ายการบันทกึ รายการรบั เงิน – จา่ ยเงินของกิจกรรมการออม ซอื้ ขาย ผลติ สวสั ดกิ าร สินเชอื่
2. ให้นักเรียนดใู บงานกจิ กรรมการออม ซือ้ ขาย ผลติ สวสั ดิการ สนิ เช่อื
3. แบง่ กลุม่ นกั เรียน
4. ใหก้ ลุ่มนักเรยี นบันทกึ บญั ชีการรบั เงิน - จ่ายเงิน
45
5. เสนอผลงาน
ข้นั สรุป
ครูและนกั เรยี นร่วมกันเฉลยการลงรายการรับ – จา่ ยท่ถี กู ต้อง
5. ชิ้นงาน/ภาระงาน
การพูดแสดงความคิดเหน็ การแบง่ กล่มุ การทำกจิ กรรมกลมุ่ รว่ มกนั การนำเสนองานกลุม่
6. การวดั และประเมนิ ผล
เปา้ หมายการเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั และ เครอ่ื งมอื การวดั และประเมนิ ระดบั
ประเมนิ คณุ ภาพ
ความรู้
- การจัดทำบญั ชีสหกรณ์ 1.สังเกตการถาม 1. ใบ ง าน เรื่ อ ง ก าร บั น ทึ ก ถอื เกณฑ์การผา่ น
- การบันทึกบัญ ชีรับ-จ่ายและการ - ตอบ รายการรับเงนิ - จา่ ยเงนิ ระดับดีขึน้ ไป
ประยกุ ต์ใช้ 2 .ก า ร ป ฏิ บั ติ 2.ตรวจปฏบิ ัติการลงบญั ชี
ทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ กิจกรรม 3. ตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายที่
- การคิดอยา่ งเปน็ ระบบ ถูกต้อง
- การแก้ปัญหา 4. แบบประเมินการปฏิ บัติ
- การใช้ทกั ษะชีวติ กจิ กรรม
- การใชเ้ ทคโนโลยีส่อื สาร 5. แบบตรวจผลงาน
คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
- ซ่อื สัตย์
- ใชค้ วามพอเพยี งแกป้ ญั หา
- วินัยทำงานร่วมกัน
- มจี ิตสาธารณะในการทำงาน
7. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
- ใบงานการบนั ทึกรายรับ รายจ่าย
- ตัวอยา่ งบัญชรี บั -จ่าย
- บญั ชสี หกรณน์ กั เรียน
46
แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 10 เรอื่ ง กจิ การสหกรณ์ เวลา 9 ชว่ั โมง
ระดับชนั้ ........................................................................................ (ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา)
1.ความคิดรวบยอด/จดุ เนน้
ลงมือปฏิบตั กิ ิจกรรมสหกรณไ์ ด้
2.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ประยกุ ต์ความรูน้ ำสกู่ ารลงมือปฏบิ ัติจริงตามกจิ กรรมสหกรณน์ ักเรียน
2. นำความรู้จากการปฏบิ ัติไปปรับใช้ในครอบครวั
3. กรอบสาระกิจกรรม
3.1 เนอื้ หาสาระ
กิจกรรมสหกรณ์นกั เรียนประกอบด้วย การออม สินเชือ่ การผลิต การรวมซื้อ(ร้านค้า) การขาย (รวบรวมผลผลิต)
การสวสั ดกิ าร
ขั้นตอนของกิจกรรมออมทรัพย์ คือ สมาชิกมีความต้องการออมเงิน นำเงินมาฝากเจ้าหน้าท่ีกลุ่มรับฝากเงิน
ลงบญั ชีคมุ ยอดเงินรับฝาก สมาชิกถอนไปใชเ้ มอื่ จำเปน็ ลงบัญชีถอนเงินฝาก คดิ ดอกเบ้ียเงินฝากให้สมาชิก
ขั้นตอนของกิจกรรมสินเชอ่ื คือ กิจกรรมการผลิต กจิ กรรมสวัสดิการ กิจกรรมการซ้อื ต้องการเงินทุนไปลงทนุ จึง
ขอกู้เงินจากสหกรณ์ คณะกรรมการกลุ่มพิจารณาใหก้ ู้ จา่ ยเงนิ ใหก้ ู้ ลงบญั ชียอดเงินกู้ แต่ละกลุม่ นำเงนิ ไปลงทนุ มรี ายได้นำมา
ชำระคืน คำนวณดอกเบี้ยเงนิ ให้กู้ ลงบัญชรี บั ชำระคืนพรอ้ มดอกเบ้ีย
ขน้ั ตอนของกิจกรรมการผลติ คอื สมาชกิ มีความตอ้ งการผลติ ลงทุนผลิต จดั ทำบญั ชีรายจ่ายลงทุน ดำเนนิ การ
ผลติ ได้ผลผลิต จำหน่าย / แปรรปู ผลผลติ มรี ายได้ ลงบัญชีรายได้
ขั้นตอนของกิจกรรมซ้ือ(ร้านค้า) คือสมาชิกมีความต้องการสินค้ากู้เงินมาลงทุนจัดซื้อสินค้า จัดจำหน่ายสินค้าให้
นกั เรียน ใช้ประโยชน์จากสินค้า มีรายได้จากการขายสนิ ค้า ส่งชำระคืนเงินกู้ คิดเฉล่ียคืนให้นักเรียนตามยอดซื้อสินค้า จ่ายเงิน
เฉลย่ี คืน
ขนั้ ตอนของกิจกรรมสวสั ดกิ าร คือ สมาชกิ ตอ้ งการพฒั นาหรอื แกป้ ญั หา กูเ้ งนิ มาลงทนุ จัดสวสั ดกิ ารให้นักเรียน คิด
คา่ บรกิ าร ชำระคนื เงนิ กู้
3.2 ทักษะ/สมรรถนะ
ทกั ษะ สมรรถนะ
ความสามารถในการส่ือสารความเห็นของตนในการร่วมกิจกรรม การส่อื สาร
ความสามารถในการคิดอย่างเปน็ ระบบในการร่วมกจิ กรรม การคดิ ข้ันสูง
ความสามารถในการแกป้ ญั หาที่มีดว้ ยการรวมกลมุ่ การรวมพลังทำงานเป็นทมี
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิตสอดคล้องกับกจิ กรรม การจดั การตนเอง การรวมพลังทำงานเป็นทีม
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ือ่ สารสร้างความเข้าใจ การสอื่ สาร การจดั การตนเอง
3.3 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ซื่อสัตย์ ในการคดิ การพูด
- มีวินัยทำงานรว่ มกันวินยั ในตนเอง
- ใชค้ วามพอเพียงแกป้ ัญหาในการทำงานกล่มุ ในตนเอง
47
- มุง่ ม่นั ในการทำงานกลมุ่
- มจี ติ สาธารณะในการทำงานกล่มุ
4. กระบวนการกจิ กรรม
ขนั้ นำ
ครูพดู คุยกับนักเรียนเรอ่ื งกิจกรรมออม ผลิต ร้านคา้ ออมทรพั ย์ สวัสดิการ ตามประสบการณ์ทเ่ี คยรูจ้ ักและ
กจิ กรรมท่โี รงเรียนปฏิบัตอิ ยู่จริง
ขัน้ เรยี นรู้และปฏบิ ตั ิ
1. ครอู ธบิ ายความหมายและขน้ั ตอนของกจิ กรรมออม ผลิต ร้านคา้ ออมทรพั ย์สวัสดิการ
2. ใหน้ กั เรยี นลงมอื ปฏิบตั แิ ตล่ ะกิจกรรมดว้ ยระบบกล่มุ
3. ใหน้ ักเรยี นสรปุ ผลงาน เล่าความคบื หน้า บอกปัญหาและแนวทางการพัฒนาในแต่ละครั้ง
4. บันทึกบญั ชผี ลการดำเนินงานแตล่ ะกิจกรรม
ขั้นสรุป
ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ การปฏิบัตงิ านแต่ละคร้งั แต่ละขั้นตอนที่ปฏิบัติ
5. ชิน้ งาน/ภาระงาน
เอกสาร อปุ กรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกจิ กรรม การพูดคยุ หารือกันระหว่างทำกิจกรรม การแสดงความคดิ เห็น การ
แบ่งกลุ่ม การทำกิจกรรมกลมุ่ รว่ มกนั การนำเสนองานกลุ่ม
6. การวัดและประเมนิ ผล
เปา้ หมายการเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั และ เครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ประเมนิ ผล ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ
ความรู้
ขัน้ ตอนการดำเนนิ กจิ กรรม 1.สังเกตการถาม 1.บันทึกผลการศกึ ษาดูงาน - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ถือ เกณ ฑ์ การ
การปฏิบัติกจิ กรรม - ตอบ 2.ใบความรู้เร่ืองกิจกรรม พฤติกรรมนกั เรยี น ผ่านระดับดีข้ึน
ทกั ษะ/กระบวนการ 2 .ก า ร ป ฏิ บั ติ ออม การผลิต การออม -แบบประเมิน ผลงาน ไป
มี ส่ ว น ร่ว ม ใน ก าร ด ำเนิ น กจิ กรรม ซื้อ ขาย สวัสดกิ าร - แบบประเมินการศึกษา
กิจกรรม 3.กรรมการสหกรณ์ นอกสถานท่ี
คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ 4.แบบประเมินการปฏิบัติ - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น
การทำงานร่วมกัน กิจกรรม คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง
ประสงค์
7. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
- สหกรณ์นักเรยี นโรงเรียนต้นแบบการสหกรณ์
- สหกรณ์ในชมุ ชน
- ใบความรู้กจิ กรรมสหกรณ์
- รายงานผลงานกิจกรรมสหกรณ์
- กรรมการสหกรณ์ เจา้ หน้าที่
48
แผนการจดั การการเรยี นร/ู้ แผนกจิ กรรมท่ี 11 เรอ่ื ง ประโยชนส์ หกรณ์ เวลา 2 ชว่ั โมง
ระดับชั้น ........................................................................................ (ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา)
1. ความคิดรวบยอด/จุดเน้น
สรุปผลการเรยี นรู้สหกรณ์ เพอื่ นำไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียน ครอบครัว ชมุ ชน
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ประโยชนข์ องสหกรณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม
3. กรอบสาระกจิ กรรม
3.1 เนือ้ หาสาระ
ประโยชนข์ องสหกรณด์ า้ นสงั คม
1. ด้านการพัฒนาบุคคล สหกรณ์สามารถพัฒนาสมาชิกให้มีความรู้ สหกรณ์ดำเนินงานสนองความ
ต้องการสร้างความพึงพอใจ ความร่วมมือกันสามารถพัฒนาด้านอารมณ์ สังคม สติปัญญา ความคิดความเป็นอยู่
2. ด้านการวินิจฉัย ผู้นำสหกรณ์มีความสามารถการตัดสินใจ การนำ การสังเกตพฤติกรรมของ
สมาชกิ ผนู้ ำและสมาชิกสามารถวินิจฉยั หรอื ประเมนิ ลกั ษณะและพฤติกรรมเหล่าในการอยรู่ ว่ มกนั และจะช่วยให้เกิดการ
เรียนรแู้ ละเข้าใจบคุ คลอื่นไดด้ ี
3. ด้านการปฏิบัติงาน การปฏิบัติงานเป็นกลุ่ม สมาชิกกลุ่มจะมีโอกาสคิดร่วมกัน วางแผนร่วมกัน
ประสานงานกัน และทำให้การดำเนนิ งานมีประสทิ ธิภาพ
ประโยชน์ของการรวมกลุม่ (สำหรบั สถาบันเกษตรกร)
- ช่วยใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ รจู้ กั กนั และกัน และรบั รู้ความร้จู ากเจา้ หนา้ ท่อี ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
- สามารถวางแผนงานกิจกรรมไดผ้ ลดีกวา่ เดิม
- เกิดการพัฒนาเต็มศักยภาพ สามารถเข้าถึงบริการของรัฐ และเข้าร่วมในการพัฒนาอย่างเสมอภาคและ
เท่าเทยี มกนั
- ชว่ ยเหลือกนั ในการแก้ไขปัญหา และปกปอ้ งผลประโยชน์ของสมาชิกโดยอาศยั พลังกลุ่ม
- ได้รับความเชื่อถอื จากองค์กรอ่นื ทัง้ ภาครัฐและเอกชนในงานตัวแทนขององค์กร
ประโยชน์ของสหกรณด์ า้ นเศรษฐกิจ
ประโยชนข์ องการรวมกล่มุ (สำหรับธรุ กจิ )
- สามารถเรียนรจู้ ากประสบการณข์ องผอู้ น่ื ในธรุ กิจเดยี วกันและธุรกิจทีต่ อ่ เนื่อง
- สามารถกำหนดทิศทางและเนน้ การพัฒนากิจการและผลิตภัณฑโ์ ดยอาศัยจดุ แขง็ และโอกาส
- สามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยการร่วมกิจกรรมกลุ่ม เช่น การฝึกอบรม
บคุ ลากรร่วมกัน การจดั ซื้อจัดหาแหล่งวตั ถดุ ิบและตลาดรว่ มกนั หรือทำการค้นควา้ วิจัยร่วมกัน
- เพิม่ พนั ธมติ รทางธรุ กจิ แทนการสรา้ งศัตรู
ประโยชนข์ องการรวมกลมุ่ (สำหรบั เศรษฐกจิ )
- เปน็ การลดตน้ ทนุ การผลิตรวม
49
- ช่วยให้เกิดการไหลเวียนของเงนิ ทนุ ไปสกู่ ารลงทุนทค่ี ุ้มค่ากว่า เกดิ การจา้ งงานและกระจายรายได้
- เพิม่ ผลิตภาพ
- พฒั นาทุนทางสงั คม
3.2 ทักษะ/สมรรถนะ. สมรรถนะ
ทกั ษะ การสอ่ื สาร การคิดข้นั สงู
การรวมพลงั ทำงานเป็นทมี การจัดการตนเอง
ความสามารถในการส่อื สาร การรวมพลังทำงานเป็นทมี
ความสามารถในการแกป้ ญั หาท่มี ีดว้ ยการรวมกลมุ่ การส่ือสาร การจัดการตนเอง
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิตในการทำงานรว่ มกัน
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสือ่ สารสร้างความเขา้ ใจ
3.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- ซ่อื สตั ย์
- มีวนิ ยั ทำงานร่วมกนั
- ใช้ความพอเพยี งแก้ปญั หาในการทำงานกลมุ่
- มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
- มจี ิตสาธารณะในการทำงานกล่มุ
4. กระบวนการกิจกรรม
ข้นั นำ
ครูและนักเรียนร่วมกนั สนทนาประโยชนข์ องสหกรณ์
ขน้ั เรยี นรแู้ ละปฏบิ ตั ิ
1. ครูอธิบายถงึ ประโยชน์ของสหกรณท์ ่ีมีต่อสมาชิก สังคมและประเทศชาติ
2. จัดตลาดนัดผลผลติ ของสหกรณ์
3. จดั ประชมุ ใหญ่เพื่อพิจารณาผลการดำเนินงานสหกรณ์
ขน้ั สรปุ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ประโยชน์ของสหกรณบ์ นั ทึกในใบงาน
5. ชิ้นงาน/ภาระงาน
การพดู แสดงความคิดเหน็ การแบ่งกลุ่ม การทำกิจกรรมกลมุ่ รว่ มกนั การนำเสนองานกลมุ่
50
6. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั และ เครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ ผล
เปา้ หมายการเรยี นรู้
1.สังเกตการสนทนา 1. ใบงานเรื่องประโยชน์ ถอื เกณฑก์ ารผ่านระดบั
ความรู้
ประโยชนข์ องสหกรณ์ ถาม - ตอบ ของสหกรณ์ ดีขึ้นไป
ทักษะ/ สมรรถนะ
- การส่ือสาร 2.บั นทึก ผ ล ก าร 2. ผ้ปู กครอง
- การใช้ทักษะชวี ติ
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เรียนรู้ 3. แบบตรวจผลงาน
- ซ่อื สัตย์
- รับผิดชอบ 3.ตรวจใบงาน
7. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
- ใบความรู้/ใบงานเรอ่ื งประโยชน์สหกรณ์
- ผ้ปู กครอง
- สหกรณใ์ นชุมชน
- ใบบันทึกกิจกรรม
- ผลผลติ
51
บทที่ 5
แนวทางการประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2560)
โดยความสอดคลอ้ งกบั การจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณใ์ นสถานศึกษา
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอด
ความคดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อนั จะเป็น
ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การ
เลอื กรบั หรอื ไมร่ บั ขอ้ มูลข่าวสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถกู ตอ้ ง ตลอดจนการเลือกใชว้ ธิ กี ารสอ่ื สาร ที่มปี ระสทิ ธภิ าพ
โดยคำนึงถึงผลกระทบทม่ี ีตอ่ ตนเองและสงั คม
2. ความสามารถในการคิดเป็น ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ
เกย่ี วกบั ตน เองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปญั หาและอุปสรรคตา่ ง ๆ ที่เผชิญไดอ้ ย่างถกู ต้อง
เหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ
52
เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มี
ประสทิ ธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบทเี่ กดิ ขนึ้ ตอ่ ตนเอง สังคมและสงิ่ แวดล้อม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดำเนิน
ชวี ิตประจำวัน การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรยี นรูอ้ ย่างต่อเนอื่ ง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสงั คมด้วยการสร้าง
เสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจดั การปญั หาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับ
การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผอู้ น่ื
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหา
อย่างสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน จึงควรใช้วิธีการประเมินทีเน้นการปฏิบัติ และบูรณาการอยู่ในกระบวนการเรียนการสอน
ไม่แยกประเมินต่างหาก ครูผู้สอน/ ผู้เก่ียวข้องต้องตรวจสอบว่าผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญตามที่หลักสูตรกำหนด
หรือไม่ จงึ กำหนดแนวทาง ดงั นี้
• เคร่ืองมือที่ใช้ประเมินสมรรถนะ คือ แบบประเมินสมรรถนะสำหรับครูผู้สอนประเมิน แบบประเมิน
สมรรถนะ สำหรับครูผู้สอนประเมิน มีลักษณะเป็นแบบประเมินเกณฑ์คุณภาพ (Rubric) โดยเกณฑ์การประเมินในแต่ละ
ตัวช้ีวัด จะมีลักษณะเป็นเกณฑ์แบบแยกส่วน (Analytic Criteria) ซึ่งแบ่งคุณภาพออกเป็น 4 ระดับ คือ ระดับดีเย่ียม
ระดับดี ระดบั พอใชห้ รอื ผา่ นเกณฑ์ และระดบั ปรบั ปรงุ หรอื ไมผ่ า่ นเกณฑ์ โดยเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแตล่ ะตัวชวี้ ดั คอื
- ระดบั ดีเยย่ี ม ได้ 3 คะแนน
- ระดับดี ได้ 2 คะแนน
- ระดับพอใช้หรือผ่านเกณฑ์ ได้ 1 คะแนน
- ระดับปรบั ปรงุ หรอื ไมผ่ ่านเกณฑ์ ได้ 0 คะแนน
• วธิ กี ารประเมินและวเิ คราะหข์ อ้ มูล การวเิ คราะหข์ ้อมลู สามารถแบง่ ออกเป็น 2 ระดบั คอื
o การวิเคราะหข์ ้อมูลในแต่ละสมรรถนะ ผลการประเมินที่ไดจ้ ากแหล่งประเมนิ ต่างๆ ในแต่ละ
สมรรถนะ จะมีคะแนนอยูร่ ะหว่าง 0 – 3 แลว้ นำผลการประเมนิ แต่ละแหล่ง มาคำนวณหาคา่ คะแนนเฉล่ีย (Mean) เพ่ือ
เป็นคา่ คะแนนในแต่ละสมรรถนะของผเู้ รียน โดยมีระดับคณุ ภาพของสมรรถนะ ดงั ต่อไปนี้
o การวิเคราะห์ข้อมูลของสมรรถนะในภาพรวมนำคะแนนที่ได้ในแตล่ ะสมรรถนะมา
คำนวณหาคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมของทกุ สมรรถนะ (ผลรวมของคะแนนในทกุ สมรรถนะหารดว้ ยจำนวนสมรรถนะ)
และนำไปเทยี บกับเกณฑ์ในการตดั สิน ดงั ตอ่ ไปนี้
53
(ตวั อยา่ ง)
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
ชอื่ ..............................................................นามสกลุ .....................................................ชนั้ ........ เลขท.ี่ ....
คำชี้แจง : ใหค้ ร/ู ผปู้ ระเมินสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน
สมรรถนะทปี่ ระเมนิ ระดบั คะแนน สรปุ
3 2 1 0 ผล
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร
1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของ
ตนเอง โดยใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม
1.3 ใชว้ ิธีการสือ่ สารท่ีเหมาะสม
1.4 วเิ คราะห์แสดงความคดิ เห็นอย่างมเี หตผุ ล
1.5 เขียนบันทกึ เหตุการณป์ ระจำวันแล้วเลา่ ให้เพื่อนฟังได้
สรปุ ผลการประเมนิ
2. ความสามารถในการคดิ
2.1 มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์
2.2 มที กั ษะในการคดิ นอกกรอบอย่างสร้างสรรค์
2.3 สามารถคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการคิดอย่างมีระบบ
2.5 ตดั สินใจแกป้ ัญหาเก่ียวกบั ตนเองได้
สรปุ ผลการประเมนิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
3.1 สามารถแกป้ ญั หาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
3.2 ใช้เหตุผลในการแก้ปญั หา
3.3 เขา้ ใจความสัมพนั ธ์และการเปลีย่ นแปลงในสงั คม
3.4 แสวงหาความรูป้ ระยกุ ตค์ วามรูม้ าใช้ในการป้องกนั และแก้ไขปัญหา
3.5 สามารถตัดสนิ ใจไดเ้ หมาะสมตามวยั
สรปุ ผลการประเมนิ
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
4.1 เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองไดเ้ หมาะสมตามวยั
4.2 สามารถทำงานกลุม่ รว่ มกบั ผูอ้ ่นื ได้
4.3 นำความรทู้ ี่ได้ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวัน
4.4 จดั การปัญหาและความขัดแย้งไดเ้ หมาะสม
4.5 หลีกเลยี่ งพฤติกรรมไม่พึงประสงคท์ ่สี ่งผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรปุ ผลการประเมนิ
54
สมรรถนะทปี่ ระเมนิ ระดบั คะแนน สรปุ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3 2 1 0 ผล
5.1 เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยีไดเ้ หมาะสมตามวยั
5.2 มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนำเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแก้ปัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์
5.5 มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมนิ
สรปุ ผลการประเมนิ สมรรถนะสำคัญรายบคุ คล ผา่ น
ดเี ยย่ี ม ดี ไมผ่ า่ น
ลงชื่อ ......................................................... คร/ู ผู้ประเมิน
(………………………….……………….…)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การสรุปผล
ดเี ย่ียม หมายถึง พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ดเี ยีย่ ม หมายถึง 13-15 คะแนน
ดี หมายถึง 9-12 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ดี หมายถึง พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัติชดั เจนและบอ่ ยครง้ั ผา่ น หมายถึง 1-8 คะแนน
ไม่ผ่าน หมายถงึ 0 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ผา่ น หมายถงึ พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ัตบิ างครงั้
ให้ 1 คะแนน
ไม่ผ่าน หมายถึง ไม่เคยปฏบิ ตั พิ ฤติกรรม
ให้ 0 คะแนน
55
(ตวั อยา่ ง)
แบบสรปุ ผลการประเมนิ สมรรถนะของผเู้ รยี น
กลมุ่ สาระฯ/กจิ กรรม...................................ระดบั ชนั้ …………….. จำนวนผเู้ รยี น............คน ปกี ารศกึ ษา.............
โรงเรยี น…………………………..................... สงั กดั ......................................
รายชอ่ื นกั เรยี น ผลการประเมนิ
ดเี ย่ียม ดี ผ่าน มผ.
(3) (2) (1) (0)
1. ......... .......... ......... .........
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
.................................................................
รวม
สรปุ ผลการประเมนิ รายชั้นเรยี น ดี จำนวน............. คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ............
ดเี ยย่ี ม จำนวน............. คน คดิ เปน็ ร้อยละ............ ไมผ่ า่ น จำนวน ........... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ............
ผา่ น จำนวน............. คน คดิ เป็นรอ้ ยละ............
ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมิน ลงชือ่ ...................................................ผอู้ นุมตั ผิ ล
(....................................................) (....................................................)
ครู/ฝ่ายวชิ าการ
ผอู้ ำนวยการโรงเรียน.....................................
56
คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2560)
โดยความสอดคลอ้ งกบั การจดั การเรยี นรกู้ ารสหกรณใ์ นสถานศกึ ษา
........................................
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง 2560) มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มี
คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ เพ่ือให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก
ดงั นี้
๑. รกั ษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒ ซ่อื สัตย์สจุ รติ
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อย่อู ย่างพอเพียง
๖. มุ่งม่ันในการทำงาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๗. มีจติ เป็นสาธารณะ
-----------------------------------------
แสกน เพอื่ รับแบบประเมินสมรรถนะชน้ั ป.6 ม.3 และ ม.6
57
เอกสาร/สอื่ ประกอบการเรยี นรกู้ ารสหกรณ์ (เพมิ่ เตมิ )
คมู่ ือ การจัดการเรยี นรกู้ ารสหกรณใ์ นสถานศกึ ษา แนวทาง/คู่มอื การพัฒนาสมรรถนะทด่ี ีของครู
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ผู้เรียนดว้ ยการจดั การเรียนรกู้ ารสหกรณ์
พทุ ธศกั ราช 2551 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน
พุทธศักราช 2551
การ์ตนู สหกรณ์ วีดโี อ สหกรณอ์ อนไลน์ by ลุงก้งุ
นิทานสหกรณ์
58
บรรณานกุ รม
ภาสันต์ นุพาสันต์ สุภัคญาณี สุขสำราญ และมนกรณ์ ยอดใจ “คู่มือจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ในสถานศึกษา”
เพชรบุรีการพมิ พ์ จ.เพชรบรุ ี ปี 2556 (พิมพ์ครงั้ ท่ี 10)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน “นโยบายลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารู้” http://www.opec.go.th/ปี 2558
59
เพเพลลงง สสหหกกรณรณร์ ่วร์ ม่วมใจใจ
สหสกหรกณรณ์ ค์ ือคือกากราทรำทงำางนารน่วรม่วกมนั กนั
เกเิดกปิดัญปัญหาหพาลพันลนั เรเารชาว่ ชยว่ กยนั กแนั กแ้ไกข้ไข
ร่วรมว่ กมากยายรว่ รม่วจมิตจิตร่วรม่วคมิดครดิ ว่ รมว่ แมรแงรรง่วรมว่ ใมจใจ
แกแ้ปกัญ้ปญัหาหไาดไ้ ดเ้ พเรพาระาเระเารใาชใส้ ชห้สกหรกณรณ์ ์
ปัญปญัหาหแากแ้ไกด้ไ้ ดห้ าหกาเกรเารใาชใ้ ชส้ หสกหรกณร์ณ์
โดโยดย รศ.ดร.วฒั นา มัคคสมนั
กรมสง่ เสรมิ สหกรณ์
12 ถ.กรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
12 ถ.กรงุ เกษม แขวงวดั สามพระยา เขตพระนคร กรงุ เทพฯ 10200