The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วย5_ระบอบการเมืองการปกครอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หน่วยที่ 5 ระบอบการเมืองการปกครอง

หน่วย5_ระบอบการเมืองการปกครอง

๕หน่วยการเรียนรู้ที่

ระบอบการเมอื ง

การปกครอง

จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. วเิ คราะหป์ ญั หาการเมืองทสี่ าคัญในประเทศจากแหล่งขอ้ มลู ตา่ งๆพร้อมทง้ั เสนอแนวทางแก้ไขชอ่ื ขุดประสงคไ์ ด้
๒. เสนอแนวทางการเมอื งการปกครองทน่ี าไปสคู่ วามเข้าใจและการประสานประโยชน์รว่ มกนั ระหวา่ งประเทศได้
๓. วเิ คราะห์ความสาคัญและความจาเป็นท่ีตอ้ งธารงรักษาไว้ ซึ่งการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย อันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ ได้



องคป์ ระกอบของรัฐ

• ดินแดน ไดแ้ ก่ แผน่ ดิน พ้นื นา้ หรอื นา่ นนา้ และนา่ นฟ้า (พนื้ ทีใ่ นอากาศที่เหนอื พื้นดนิ และพ้ืนน้าของรัฐ

• รฐั บาล ผ้ทู มี่ อี านาจสูงสุดในการปกครอง จะเป็นบุคคลเดยี วหรือหลายคนกไ็ ด้ หรือทเ่ี รียกว่า
“รฏั ฐาธิปตั ย์”

• ประชากร คอื บุคคลทมี่ ีสญั ชาติของรัฐ และ บุคคลทไ่ี ม่มีสญั ชาติของรฐั
(ชนเผ่า หรือ ชนกลุ่มน้อย หรอื ชาวตา่ งดา้ ว)

• อานาจอธปิ ไตย คือ อานาจสงู สุดของรฐั ทส่ี ามารถใช้ปกครองประเทศได้อย่างอิสระ
- การปกครองแบบประชาธิปไตย
- การปกครองแบบเผดจ็ การ

ลกั ษณะการเมอื งการปกครอง

• ประเทศต่างๆ ยอ่ มมรี ะบบการเมืองการปกครองทป่ี ระชาชนส่วนใหญข่ องประเทศเชอ่ื วา่ เหมาะสม กบั สภาพ
ทางเศรษฐกจิ สังคม และวฒั นธรรม หากระบอบการเมอื งการปกครองในขณะนนั้ เกิดความไม่เหมาะสมตอ้ งมี
การเปลี่ยนแปลงและพฒั นารูปแบบการเมืองการปกครองให้เหมาะสม ระบอบการปกครองท่ปี ระเทศต่างๆ
ใชก้ นั อยู่ มี ๒ ระบอบ คือ ระบอบประชาธปิ ไตย และ ระบอบเผดจ็ การ

ระบอบประชาธปิ ไตย

• อานาจอธิปไตยเปน็ อานาจสงู สดุ ในการปกครองประเทศ เปน็ อานาจทมี่ าจากปวงชน ผู้ปกครองต้อง
ไดร้ บั ความยนิ ยอมจากประชาชนส่วนใหญใ่ นประเทศ
• รฐั บาลต้องเคารพสิทธแิ ละเสรีภาพขัน้ พืน้ ฐานของประชาชน ต้องไม่ละเมดิ สิทธิ เว้นแต่เพอ่ื รกั ษาความมั่นคงของชาติ

• ประชาชนมสี ิทธิเสมอภาคกนั ท่จี ะไดร้ ับการบริการจากภาครัฐ

• รฐั บาลยดึ หลกั นิตริ ฐั เปน็ บรรทัดฐานในการปกครองประเทศ และในการแกไ้ ขประเทศ ไม่ออกกฎหมายทีม่ ีผล
เป็นการลงโทษบคุ คลย้อนหลัง









ระบอบเผด็จการ

• มีผนู้ าหรอื พรรคการเมอื งเพยี งกลุ่มเดยี ว มีอานาจสงู สดุ ในการปกครองประเทศ

• การรกั ษาความมั่นคงของผนู้ าสาคัญกว่าการค้มุ ครองสทิ ธิของประชาชน
• ผนู้ าหรือคณะผูน้ าสามารถทจี่ ะอยู่ในอานาจได้ตลอดชวี ติ หรือนานเท่าที่กลุ่มผรู้ ว่ มงานหรือกองทัพใหก้ าร

สนบั สนุน ประชาชนทั่วไปไม่มสี ิทธทิ ่จี ะเปลี่ยนผู้นาได้
• รัฐธรรมนูญและการเลอื กตง้ั ไมส่ าคัญต่อกระบวนการปกครอง โดยรัฐธรรมนูญ

เปน็ เพียงแคร่ ากฐานรองรับอานาจของผูน้ าหรอื คณะผูน้ าเท่าน้นั





เผด็จการทหาร

คณะปฏิวตั ิ
ช่วงระหว่างวนั ที่ 20 ตุลาคม 2501 ถงึ วันที่ 20 มิถนุ ายน 2511
อานาจการปกครองประเทศตกอยู่ภายใตก้ ารควบคมุ ของคณะปฏวิ ตั ิ
นาโดย จอมพลสฤษด์ิ ธนะรชั ต์ และ จอมพลถนอม กติ ตขิ จร









รปู แบบของรฐั

รปู แบบของรัฐแบ่งไดเ้ ปน็ ๒ รปู แบบ

เอกรฐั หรือรฐั เด่ียว สหพันธรฐั หรอื รัฐรวม

เอกรฐั หรือรฐั เดย่ี ว

• รฐั ที่มีรัฐบาลกลางเพียงรัฐเดยี วใชอ้ านาจ ประเทศท่ีมรี ปู แบบของรัฐเดยี่ ว เชน่
อธปิ ไตยปกครองดินแดนทั้งหมด อาจมีการ
กระจายอานาจใหท้ ้องถ่นิ ได้บรหิ ารกจิ การของ • ราชอาณาจักรสเปน
ท้องถิ่นได้ตามทีร่ ฐั บาลเห็นสมควร • ญีป่ ่นุ
• สาธารณรฐั สงิ คโปร์
• ผลดที ่ีเกิดจากการปกครองรปู แบบน้ี คือ • ราชอาณาจกั รไทย
มีความเป็นเอกภาพสูง มีความเปน็ ปกึ แผ่นม่นั คง
และประหยดั งบประมาณในการบริหารประเทศ

สหพนั ธรัฐหรือรัฐรวม

• รัฐทีม่ ีรัฐบาลสองระดบั คอื รฐั บาลกลางและรฐั บาล ประเทศท่ีมีรปู แบบของรัฐรวม เชน่
ทอ้ งถ่ินของแตล่ ะมลรฐั รัฐบาลแต่ละระดบั จะใช้
อานาจอธิปไตยปกครองตามที่รัฐธรรมนญู กาหนดไว้ • สหรฐั อเมริกา
• สหพันธรัฐรสั เซีย
• ผลดจี ากการปกครองรปู แบบนี้ คอื ทาใหก้ ารปกครอง • มาเลเซีย
สว่ นทอ้ งถิ่นเป็นไปอยา่ งทั่วถึง(กรณขี องลักษณะทาง
ภูมศิ าสตร์ท่ีแตล่ ะทมี่ คี วามแตกต่างกัน)สามารถ
แก้ปัญหาต่างๆ ได้อยา่ งรวดเรว็ ประเทศมีความ
เจรญิ กา้ วหนา้





การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข

• ประมขุ ของประเทศในระบอบประชาธิปไตย มรี ูปแบบสาคญั ๒ รปู แบบ คือ พระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุขและประธานาธบิ ดี
เปน็ ประมุข โดยทั้ง ๒ รปู แบบนี้ ประมุขจะใชอ้ านาจตามที่รัฐธรรมนญู กาหนดไว้ โดยประเทศทม่ี ีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
พระองค์จะทรงใช้อานาจอธปิ ไตยผ่านสถาบนั การปกครอง ได้แก่ รฐั สภา คณะรัฐมนตรี และศาล โดยมนี ายกรฐั มนตรเี ป็น
หัวหนา้ รฐั บาลหรอื ฝ่ายบรหิ าร

• สถาบันพระมหากษัตรยิ ์มบี ทบาทสาคญั ตอ่ การเมืองการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยในฐานะท่ีเป็นสถาบนั ให้ความชอบธรรม
แก่สถาบันการปกครองอ่นื เป็นสถาบันทอี่ ยูใ่ นฐานะสงู สดุ ทจ่ี ะใหค้ าแนะนาตกั เตือนรฐั บาล อยใู่ นฐานะสงู สดุ ในการทีจ่ ะแก้ไข
วกิ ฤตการณ์ทางการเมอื งใหล้ ดความรนุ แรงลงหรอื ขจัดให้หมดไปได้





































การใชอ้ านาจอธิปไตย

อานาจนติ ิบัญญัติ

รัฐสภา

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชกิ วุฒิสภา

อานาจหน้าที่ อานาจหน้าท่ี
• เสนอและพิจารณากฎหมาย • พิจารณารา่ งพระราชบญั ญัติ
• ควบคุมการบริหารราชการแผน่ ดนิ • ควบคุมการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ
• มสี ทิ ธิเข้าช่ือเพ่อื ถอดถอนผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื ง • ควบคุมการตรากฎหมายทขี่ ัดต่อรฐั ธรรมนูญ
• ควบคุมการตรากฎหมายท่ีขัดหรือแยง้ ต่อรัฐธรรมนญู • มอี านาจในการถอดถอนผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง

อานาจบรหิ าร

คณะรฐั มนตรี

อานาจหน้าที่
• กาหนดนโยบายการบริหารราชการแผน่ ดินให้มคี วามเปน็ ระเบียบเรียบร้อย
• รักษากฎหมายและความสงบเรยี บรอ้ ยเพ่ือให้ประชาชนปลอดภยั ในการดาเนนิ ชีวิต
• ควบคุมข้าราชการประจาให้นานโยบายไปปฏบิ ตั แิ ละประสานงานกบั กระทรวงตา่ งๆ ใหเ้ ป็นไปในทางเดยี วกนั
• ออกมตติ ่างๆ เพ่อื ให้กระทรวง กรมตา่ งๆ ถอื ปฏบิ ตั แิ ละเป็นแนวทางในการบรหิ ารจดั การ
• เสนอกฎหมาย พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญ รวมท้ังออกพระราชกาหนดใหใ้ ชบ้ งั คับ

ดังเชน่ พระราชบัญญตั ิ ในกรณฉี ุกเฉินรบี ดว่ นมีความจา เปน็ อันมิอาจหลกี เลย่ี งได้ในอนั ทจ่ี ะรกั ษาความปลอดภยั

ของประเทศ ให้ประเทศมคี วามม่ันคง

อานาจตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ • พจิ ารณาร่างพระราชบัญญตั ิท่ีผา่ นการเหน็ ชอบจากรัฐสภา
ศาล ศาลยุตธิ รรม • พจิ ารณาวินจิ ฉัยบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย
• พจิ ารณาปัญหาหน้าที่ขององค์กรต่างๆ

• พิจารณาพิพากษาคดที ัง้ ปวง
• พิจารณาคดีแพง่ และคดอี าญาท่มี กี ารอทุ ธรณ์
• พิจารณาคดตี ามทก่ี ฎหมายบญั ญัติ

ศาลปกครอง • พจิ ารณาคดที ี่เกย่ี วกบั การใช้อานาจทางการปกครองตาม
กฎหมายตามทก่ี ฎหมายบัญญัติ

ศาลทหาร • พิจารณาคดีอาญาซึง่ ผ้กู ระทาผิดเปน็ บุคคลทีอ่ ยใู่ น
อานาจศาลทหาร



ฐานะและพระราชอานาจของพระมหากษตั ริย์

รัฐธรรมนูญบัญญัติวา่ “ประเทศไทยมกี ารปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ ”
และ “อานาจอธิปไตยเปน็ ของปวงชนชาวไทย พระมหากษตั รยิ ์ผทู้ รงเปน็ ประมขุ ทรงใชอ้ านาจนนั้ ทางรฐั สภา
คณะรฐั มนตรี และศาลตามบทบญั ญตั แิ ห่งรัฐธรรมนูญนี้”

พระมหากษัตรยิ ์ของประเทศไทยทรงอยเู่ หนือการเมือง และทรงมีฐานะและพระราชอานาจตามรัฐธรรมนูญ ดังน้ี

๑ ทรงอยู่ในฐานะประมุขของประเทศ
๒ ทรงเป็นกลางและทรงอยูเ่ หนือการเมอื ง
๓ ทรงดารงอยู่ในฐานะอนั เปน็ ที่เคารพสกั การะ
๔ ทรงเปน็ ตวั แทนของปวงชนชาวไทย
๕ ทรงเป็นเอกลกั ษณแ์ ละศูนยร์ วมแห่งความสามัคคี



อทิ ธพิ ลของระบอบการเมืองการปกครองท่ีมีผลต่อการดาเนนิ ชีวิต

อิทธพิ ลของระบอบการเมอื งการปกครองมผี ลต่อการดาเนนิ ชีวิตของคนไทย ดังน้ี

๑ ทาให้ประชาชนในสังคมเหน็ ความสาคัญของการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
๒ ประชาชนเกดิ ความตระหนักในสิทธิและหน้าทข่ี องตนเองตอ่ การปกครอง
๓ ทาใหป้ ระชาชนตน่ื ตัวทางการเมอื ง มสี ่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมทางการเมอื ง
๔ ทาใหเ้ กดิ การแสดงความคิดเหน็ อย่างมเี หตผุ ล ทัง้ ที่เหน็ ดว้ ยและไมเ่ ห็นดว้ ย
๕ ทาใหค้ นในทอ้ งถ่ินรว่ มมอื กันปกปอ้ งผลประโยชน์ของท้องถิน่ ตน



สถานการณ์การเมืองการปกครองของสงั คมไทย

ปจั จัยสาคัญท่ีเกือ้ หนนุ ใหส้ ถานการณก์ ารเมอื งการปกครองของไทยมีความขดั แยง้
ระหว่างรัฐบาลกบั ประชาชนนอ้ ยกว่าบางประเทศ

• สามารถปรับสถานการณ์ดา้ นตา่ งๆ ของประเทศให้สอดคลอ้ งกับกระแสโลกาภวิ ฒั น์ ท้งั ดา้ นการเมอื ง เศรษฐกจิ และสงั คม
รวมทง้ั พยายามพง่ึ พาตัวเองในดา้ นเศรษฐกจิ และสังคมให้มากท่ีสดุ เชน่ การน้อมนาเอาโครงการเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้

• ไม่มีความขัดแย้งระหวา่ งกลมุ่ ตา่ งเชอื้ ชาตหิ รือกลุ่มตา่ งศาสนาเหมอื นบางประเทศ คนไทยส่วนใหญไ่ มล่ บหลูศ่ าสนาอื่น
มจี ิตใจเอ้อื อารีตอ่ ทาใหค้ นทกุ เชอื้ ชาติทุกศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้อยา่ งสนั ติ

• มีสถาบนั พระมหากษตั ริย์เป็นทงั้ เอกลักษณ์ของชาตแิ ละศูนย์รวมแหง่ ความสามคั คีของคนในชาติ พระมหากษตั ริย์ของไทย
ทรงเปน็ อคั รศาสนปู ถัมภก ทรงหว่ งใยชาวไทยทุกหม่เู หลา่ ทุกภมู ภิ าค ทาใหท้ รงเป็นทเี่ คารพสักการะและเป็นศูนยร์ วมจติ ใจของ
ชาวไทยท้งั ประเทศ

• มกี ารปฏิรปู การเมอื งไทยท้ังระบบให้เป็นการเมอื งของพลเมือง เพ่อื ให้มีความโปรง่ ใส ตรวจสอบได้ นักการเมอื งมีคุณธรรม
จริยธรรม ลดปญั หาทจุ ริตคอร์รัปชัน การแสวงหาผลประโยชนส์ ว่ นตน มบี ทลงโทษทเี่ ดด็ ขาด มีองคก์ รทางการเมืองและ
ประชาชนเปน็ ผ้ตู รวจสอบ


Click to View FlipBook Version