ปญั หาการเมอื งสาคัญท่ีเกดิ ขน้ึ ภายในประเทศ
• แมว้ ่าประเทศไทยจะมกี ารปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข แตส่ ถานการณ์
ปัญหาทางการเมืองของประเทศก็ยงั คงมีมาอย่างต่อเนอื่ ง ซึ่งอาจเกิดจากปจั จยั หลายประการดว้ ยกนั เช่น
ประชาชนสว่ นใหญ่ของประเทศยังขาดการมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมทางการเมืองการปกครอง ผลประโยชนแ์ อบ
แฝงของนกั การเมอื งบางสว่ น เป็นต้น
ปัญหาการเมอื งสาคัญทเ่ี กิดขน้ึ ภายในประเทศ
• ความคิดเหน็ ทางการเมอื งของคนไทยแตกต่างกัน
• ความออ่ นแอของฝา่ ยบรหิ าร
• พรรคการเมืองมจี านวนมากเกนิ ไป
• เกดิ ปญั หาทจุ รติ คอร์รัปชน่ั ในวงกวา้ ง
• นกั การเมอื งบางคนอาศยั อานาจทางการเมอื งเพ่ือหาผลประโยชน์ใหก้ ับตนเอง
การดาเนินนโยบายด้านความสมั พันธร์ ะหวา่ งประเทศของไทย
• ปัจจบุ ันประเทศตา่ งๆ ท่วั โลกให้ความสาคญั กับการสร้างสนั ติภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
มีการติดต่อแลกเปล่ียนช่วยเหลือกัน ทง้ั ภายในภูมภิ าคและภายนอกภูมิภาค มีรูปแบบการสร้าง
ความสัมพันธ์ทั้งทางด้านการทูต การค้า การแลกเปล่ียนทางด้านวัฒนธรรม การศึกษา กีฬา
และเทคโนโลยี
• ประเทศไทยไดม้ กี ารร่วมมือแลกเปล่ียนและสรา้ งความสมั พนั ธก์ ับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้และประเทศต่างๆ ท่ัวโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อการประสานประโยชน์ร่วมกัน
และสร้างความสัมพนั ธท์ ด่ี ีตอ่ กนั ในรูปแบบตา่ งๆ เช่น ร่วมจัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วม
เปน็ สมาชิกองคก์ ารด้านความร่วมมือตา่ งๆ เป็นตน้
การเป็นสมาชกิ องคก์ ารความร่วมมอื ระหว่างประเทศ
องคก์ ารสหประชาชาติ United Nations (UN)
• ไดร้ ับการจดั ต้ังข้นึ เมอ่ื วันท่ี ๒๔ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕)
หลังสงครามโลกคร้ังทส่ี องยุติลง มีสานักงานใหญต่ ัง้ อยู่ทก่ี รงุ นวิ ยอรก์
ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ปจั จบุ นั มปี ระเทศเอกราชทุกภูมิภาคเปน็ สมาชิก
ไม่ต่ากวา่ ๑๙๐ ประเทศ ไทยเปน็ สมาชกิ ลาดบั ที่ 55 เมือ่ วนั ที่ 16 ธันวาคม
พ.ศ.2489
วัตถปุ ระสงค์
• รกั ษาสนั ตภิ าพ ความม่นั คง และพัฒนาความสัมพนั ธร์ ะหว่างประเทศ โดยอยบู่ นพน้ื ฐานของหลักสทิ ธิมนษุ ยชนและความเท่าเทียม
กันของมนุษย์
• สง่ เสรมิ ประชาธปิ ไตย สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค บนพ้ืนฐานของหลกั ความยตุ ธิ รรมและกฎหมายระหวา่ งประเทศ
• อนรุ ักษแ์ ละบูรณะสถานทสี่ าคัญทางประวัตศิ าสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม
สมาคมประชาชาติแหง่ เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ Association of South East Asian Nations(ASEAN)
• กอ่ ตั้งเมื่อพ.ศ. ๒๕๑๐ (ค.ศ. ๑๙๖๗) โดยมีสมาชิกเร่มิ แรก ๕ ประเทศ
คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซยี ฟลิ ิปปนิ ส์และสิงคโปร์ ปัจจบุ นั มีสมาชกิ
๑๐ ประเทศ โดยสมาชิกเพม่ิ เติม ได้แก่ บรูไน เวียดนาม ลาว เมียนมา
และกัมพูชา มีสานักงานใหญ่ต้งั อยทู่ ่ีกรงุ จาการต์ า ประเทศอนิ โดนีเซยี
วัตถปุ ระสงค์
• สง่ เสริมเสถียรภาพ สันตภิ าพ และความม่นั คงภายในภมู ิภาค
• เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดกี บั ประเทศนอกภูมภิ าค
• เพอ่ื เร่งรัดความเตบิ โตทางเศรษฐกจิ ความกา้ วหนา้ ทางสงั คมและวฒั นธรรมของภูมิภาค
• ส่งเสรมิ ความร่วมมอื ในทางวิชาการ ทัง้ การฝกึ อบรม การแลกเปลีย่ นเรยี นรแู้ ละการวจิ ัย
เขตการคา้ เสรอี าเซยี น ASEAN Free Trade Area (AFTA)
• เป็นความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ ของประเทศในกลมุ่ อาเซยี น ซึ่งเปน็ ความคดิ
ริเรมิ่ ของนายอานันท์ ปนั ยารชุน นายกรฐั มนตรีของไทยในขณะนนั้ ท่เี สนอต่อ
ทป่ี ระชมุ สดุ ยอดอาเซียน ณ ประเทศสิงคโปร์ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๓๕
วัตถุประสงค์
• ส่งเสรมิ การค้าในอาเซียนใหข้ ยายตวั เพมิ่ ขึน้
• ลดภาษีและอปุ สรรคข้อกดี ขวางทางการคา้ เพอ่ื ดึงดดู การลงทนุ จากต่างชาติ
• เพมิ่ ขดี ความสามารถในการต่อรองทางการค้าโลก
• เปน็ เปน็ เวทแี สดงความคิดเหน็ หากถกู เอารัดเอาเปรียบทางการค้าจากประเทศอื่น
ความร่วมมือทางเศรษฐกจิ ในภมู ภิ าคเอเชยี -แปซิฟิก (APEC)
• ก่อตั้งขนึ้ ใน พ.ศ. ๒๕๓๒ (ค.ศ. ๑๙๘๙) ตามข้อเสนอของนายบอ๊ บ ฮอรก์
(Bob Hawke) อดีตนายกรฐั มนตรปี ระเทศออสเตรเลีย ปจั จบุ นั มีสมาชกิ
๒๑ เขตเศรษฐกิจ
วตั ถปุ ระสงค์
• ส่งเสริมและพฒั นาระบบการค้า เพ่ือการขยายตวั ทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก
• เปน็ เวทีสาหรับให้สมาชกิ ปรกึ ษาหารอื แลกเปลี่ยนขอ้ คิดเห็นกันทางดา้ นเศรษฐกิจ
• สง่ เสรมิ ให้การคา้ และการลงทนุ เป็นไปอยา่ เสรี
• ลดอปุ สรรคและอานวยความสะดวกทางการค้าและบริการระหว่างประเทศสมาชิก
องคก์ ารการคา้ โลก (World Trade Organization : WTO)
• เป็นองคก์ ารระหว่างประเทศที่จัดตงั้ ขนึ้ ตามข้อตกลงท่วั ไปว่าดว้ ยภาษศี ุลกากร
และการค้าหรือแกตต์ (GATT) โดยไดร้ บั การจดั ตงั้ อยา่ งเป็นทางการ
เมอื่ วนั ที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ สาหรับประเทศไทยกเ็ ป็นสมาชกิ ร่วมก่อตั้งดว้ ย
วัตถปุ ระสงค์
• ส่งเสรมิ ให้การคา้ ระหวา่ งประเทศเปน็ ไปโดยเสรมี ากขึ้น
• ส่งเสรมิ การแขง่ ขนั ทางการคา้ ท่เี ปน็ ธรรมไมเ่ ลือกปฏบิ ัติ
• กากับดูแลการดาเนินงานของประเทศสมาชกิ ให้เป็นไปตามข้อตกลงขององคก์ ารการค้าโลก
• ยตุ ขิ อ้ พพิ าทท่อี าจมขี น้ึ ระหวา่ งประเทศสมาชิก
• เป็นเวทเี จรจาการคา้ ของประเทศสมาชิก
• ติดตามและตรวจสอบนโยบายทางการค้าของประเทศสมาชิกอย่างสม่าเสมอ
การแลกเปล่ียนเพอื่ ช่วยเหลือและส่งเสรมิ ด้านเศรษฐกิจการศกึ ษา สังคมและวฒั นธรรม
ดา้ นเศรษฐกิจ
• ความรว่ มมอื ระหวา่ งไทย - ลาว เชน่ เช่น สะพานมติ รภาพไทย - ลาว แหง่ ท่ี ๑,๒ เพอื่ เดนิ ทางสะดวกและชว่ ยเหลือเกื้อกลู ดา้ นเศรษฐกิจ
• ความร่วมมอื ระหวา่ งไทย - ลาว - เวียดนาม - จีน ในการสร้างเส้นทางคมนาคมเช่อื มตอ่ กนั เพือ่ ความสะดวกในการตดิ ตอ่ ค้าขาย
• ความรว่ มมือระหวา่ งไทย - สหภาพพม่า - ลาว - กมั พูชา - เวยี ดนาม ตามโครงการความรว่ มมือทางเศรษฐกจิ อริ วดี - เจา้ พระยา
- แมโ่ ขง เพื่อสร้างความเจริญกา้ วหน้าทางด้านเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง วฒั นธรรม และการทอ่ งเท่ยี ว
• ความรว่ มมอื ระหวา่ งไทย - ลาว - กมั พชู า - เวียดนาม ในโครงการพฒั นาทรพั ยากรนา้ ในลมุ่ แมน่ า้ โขงตอนลา่ ง เพอ่ื การใช้ประโยชนจ์ าก
แมน่ ้าโขงร่วมกนั
การแลกเปล่ยี นเพ่ือชว่ ยเหลือและสง่ เสรมิ ดา้ นเศรษฐกจิ การศึกษา สังคมและวฒั นธรรม
ด้านการศึกษา
• มีการไปศึกษาดงู าน การไปศกึ ษาต่อทต่ี ่างประเทศ โครงการทนุ การศกึ ษาจากประเทศตา่ งๆ การแลกเปล่ยี นนกั ศึกษา
โครงการทาวิจัยร่วมกัน เป็นต้น
ดา้ นสงั คมและวัฒนธรรม
• ความร่วมมอื ในการเผยแพรแ่ ละแลกเปล่ยี นวฒั นธรรมกบั ประเทศในกลมุ่ อาเซยี น ดว้ ยการจัดแสดงนิทรรศการด้านศลิ ปวัฒนธรรม
ประกวดวรรณกรรมรางวัลซีไรต์ แข่งขนั กฬี า การจดั นิทรรศการทางด้านศลิ ปะ เปน็ ต้น