คมู อื การตรวจสอบความพรอ มสำหรับ
การดำเนินการตามเกณฑ PMQA 4.0
(PMQA 4.0 Checklist) กรมควบคุมโรค
(ฉบบั ปรับปรุง)
DDC 65026 กลุม พัฒนาระบบบริหาร
กรมควบคุมโรค
Citation : Public Sector Development Group, Department of Disease Control.
Manual for Public Sector Management Quality Award 4.0 Checklist
จัดทำและเผยแพร : (PMQA 4.0 Checklist) Department of Disease Control (revised version).
โทรศพั ท : Nonthaburi: Department of Disease Control (TH); 2022.
E-mail :
ทปี่ รึกษา กลมุ พฒั นาระบบบรหิ าร กรมควบคมุ โรค
บรรณาธิการ 0 2590 3348
ทมี บรรณาธกิ าร
[email protected]
นางเบญจมาภรณ ภญิ โญพรพาณิชย ผูอำนวยการกลมุ พัฒนาระบบบริหาร
ดร.อจั ฉรา บุญชุม นักวเิ คราะหนโยบายและแผนชำนาญการพเิ ศษ
นายธีรวิทย ตงั้ จติ ไพศาล นักวเิ คราะหน โยบายและแผนชำนาญการ
นางกนกนารถ สงคว อน นักวเิ คราะหนโยบายและแผน
นางสาวอญั ชลี สุทธปิ ระภา นักวเิ คราะหนโยบายและแผน
นางสาวฐิตริ ัตน คมุ วงศ นกั ทรพั ยากรบุคคล
คูมือการตรวจสอบความพรอมสำหรับการดำเนินการตามเกณฑ PMQA 4.0 (คูมือ PMQA 4.0 Checklist)
กรมควบคุมโรค (ฉบับปรับปรุง) ไดผานการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑเพื่อการเฝาระวัง
ปอ งกัน ควบคุมโรคและภัยสขุ ภาพ กรมควบคุมโรค ณ วนั ท่ี 19 สิงหาคม 2565
คำนำ
ตามทคี่ ณะรัฐมนตรีในคราวประชมุ เมื่อวนั ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 มตเิ ห็นชอบหลกั เกณฑแ ละวิธีการ
บริหารกิจการบานเมืองที่ดี เพิ่มเติม ตามมาตรา 50 แหงพระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธีการบริหาร
กิจการบานเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และมอบหมายให สำนักงาน ก.พ.ร. ดำเนินการสรางการรับรู ความเขาใจ และ
เตรียมความพรอมใหแกหนวยงานภาครัฐ เพื่อยกระดับและพัฒนาสูระบบราชการ 4.0 กลุมพัฒนาระบบบริหาร
กรมควบคุมโรค จึงไดจัดทำคูมือการตรวจสอบความพรอมสำหรับการดำเนินการตามเกณฑ PMQA 4.0
(คมู อื PMQA 4.0 Checklist) ประจำป พ.ศ. 2564 และเผยแพรไปยังเครือขา ยพัฒนาองคกรแลว นนั้
ในปงบประมาณ พ.ศ. 2565 กลุมพัฒนาระบบบริหาร กรมควบคุมโรค จึงไดปรับปรุงคูมือการตรวจสอบ
ความพรอมสำหรับการดำเนินการตามเกณฑ PMQA 4.0 (คูมือ PMQA 4.0 Checklist) กรมควบคุมโรค
(ฉบับปรับปรุง) เพื่อใหเนื้อหามีความครบถวน ถูกตองเปนปจจุบัน และเพื่อใชเปนแนวทางในการตรวจสอบ
ความพรอมสำหรับการดำเนินการตามเกณฑ PMQA 4.0 ที่จะชวยใหหนวยงานไดมีการวิเคราะหถึงชองวางและ
โอกาสในการพัฒนาตอไป
กลมุ พัฒนาระบบบริหาร
กรกฎาคม 2565
สารบญั หนา
เรื่อง 1
บทที่ 1 บทนำ 1
6
ความเปนมาของระบบราชการ 4.0 7
10
เปา หมายการพฒั นาสรู ะบบราชการ 4.0 13
15
คุณลกั ษณะ 10 ประการ ของระบบราชการ 4.0 16
17
การขับเคลอื่ นระบบราชการ โดยใชแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การภาครัฐ 23
25
เปา หมายการพัฒนาสรู ะบบราชการ 4.0 38
49
ระดบั ในการประเมินสถานะเปน ระบบราชการ 4.0 58
66
เกณฑใ นการประเมินสถานะเปน ระบบราชการ 4.0 76
87
โครงสราง PMQA 4.0 Checklist
96
บทท่ี 2 การดำเนนิ งานของกรมควบคมุ โรค 124
บทที่ 3 คูม ือ PMQA 4.0 Checklist
หมวด 1 การนำองคกร
หมวด 2 การวางแผนเชิงยทุ ธศาสตร
หมวด 3 การใหความสำคญั กับผูร บั บริการและผูมีสวนไดส วนเสยี
หมวด 4 การวัด การวเิ คราะห และการจัดการความรู
หมวด 5 การมงุ เนน บคุ ลากร
หมวด 6 การมงุ เนน ระบบปฏิบตั กิ าร
หมวด 7 ผลลพั ธการดำเนินการ
ภาคผนวก
คำศัพทประจำหมวด 1 – 6
บรรณานุกรม
บทที่ 1
บทนำ
ความเปนมาของระบบราชการ 4.0
ดวยวิสัยทัศนของประเทศไทย “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เปนประเทศที่พัฒนาแลว
ดว ยการพฒั นาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “โดยมีฐานคิดหลัก คอื เปลย่ี นจากการผลิตสินคาโภคภัณฑไปสู
สินคาเชงิ นวัตกรรม เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศดวยภาคอุตสาหกรรมไปสูการขบั เคล่ือนดวยเทคโนโลยี
ความคดิ สรา งสรรค และนวตั กรรมและเปล่ียนจากการเนนภาคการผลติ สนิ คา ไปสูการเนน ภาคบริการมากขึน้
เพื่อใหบรรลุวิสัยทัศนดังกลาว รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะใชโมเดลขับเคลื่อนเศรษฐกิจดวยนวัตกรรม
เพื่อพัฒนาประเทศไทยไปสูการเปนประเทศไทย ดังนั้น ระบบราชการจึงตองมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสอดรับ
กับบริบทที่จะเกิดขึ้นจากการเปนประเทศไทย 4.0 โดยภาครัฐหรือระบบราชการจะตองทำงานโดยยึด
หลักธรรมมาภิบาล เพื่อประโยชนสุขของประชาชนเปนหลัก (Better Governance, Happier Citizens)
หมายความวา ระบบราชการไทยจะตองปฏิรูปขนานใหญ เพื่อใหสามารถเปนที่ไววางใจและเปนที่พึ่ง
ของประชาชนไดอยางแทจริง กลาวคือ ภาครัฐตองปรับตัวและตองพลิกโฉมเขาสูยุคดิจิทัล ยกระดับ
ประสิทธิภาพภาครัฐสูสังคมดิจิทัล ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความตองการ
ของประชาชน และอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในยุคดิจิทัลทามกลาง
ความเปล่ียนแปลงทีร่ วดเร็วและไมส ามารถคาดเดาได ดงั นั้น ภาครัฐจงึ ตองมุงเนนความคลองตวั เพ่ือขับเคลื่อน
ภารกิจพิเศษ (Agenda-based) และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเขามาพลิกโฉมหนวยงานภาครัฐสูระบบราชการ 4.0
(Government 4.0 หรอื Gov. 4.0) อนั เปน ฟนเฟอ งและเสาหลักท่สี ำคญั ในการขบั เคล่ือนนโยบายของรัฐบาล
ใหสามารถปฏิบัติงานไดอยางสอดคลองกับทิศทางในการบริหารงานของประเทศใหกาวสูการเปนประเทศ
ที่พัฒนาแลว ซึ่งจะสงผลใหกลไกการพัฒนาระบบราชการมีการปรับตัวตอความทาทายใหม ๆ อีกทั้ง
เปนการเพิ่มศักยภาพในการแขงขันกับนานาประเทศ และยังเปนการยกระดับสมรรถนะของหนวยงาน
ภาครัฐใหม ีประสทิ ธิภาพมากยิง่ ข้นึ
เปา หมายการพัฒนาสูระบบราชการ 4.0
จากแนวคิดของการพัฒนาหนว ยงานภาครัฐสรู ะบบราชการ 4.0
เพื่อใหรองรับตอการเปลี่ยนแปลงและการเปนประเทศไทย 4.0
ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นการพัฒนาสูระบบราชการ 4.0 จึงมีเปาหมายหลักเพื่อใหภาครัฐสามารถ
เปนที่พ่ึง ทเี่ ชือ่ ถือ และไวว างไวไ ดของประชาชน โดยไดก ำหนดเปาหมายในการพฒั นาระบบราชการไว ดังนี้
1|Page
ยึดหลักธรรมาภบิ าล เพ่ือประโยชนสุขของประชาชน
(Better Governance, Happier Citizens)
แกไ ขรปู ภาพ
1. ระบบราชการที่เปดกวางและเช่ือมโยงถึงกัน (Open & Connected Govemment)
ตองมีความเปดเผย โปรงใสในการทำงาน โดยบุคคลภายนอกสามารถเขาถึงขอมูล ขาวสารของทางราชการ
หรือมีการแบงปนขอมูลซึ่งกันและกัน และสามารถเขามาตรวจสอบการทำงานได ตลอดจนเปดกวางใหกลไก
หรือภาคสวนอื่น ๆ เชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ไดเขามามีสวนรวม และโอนถายภารกิจที่ภาครัฐ
ไมควรดำเนินการเองออกไปใหแกภาคสวนอื่น ๆ เปนผูรับผิดชอบดำเนินการแทน โดยการจัดระเบียบ
ความสัมพันธในเชิงโครงสรางใหสอดรับกับการทำงานในแนวระนาบในลักษณะของเครือขายมากกวา
ตามสายการบังคับบัญชาในแนวดิ่ง ขณะเดียวกันก็ยังตองเชื่อมโยงการทำงานภายในภาครัฐดวยกันเอง
ใหม เี อกภาพและสอดรับประสานกัน ไมวา จะเปน การบริหารราชการสว นกลาง สว นภมู ภิ าค และสว นทอ งถ่นิ
2. ระบบราชการที่ยึดประชาชนเปนศูนยกลาง ( Citizen- Centric Govermment)
ตองทำงานในเชิงรุกและมองไปขางหนา โดยตั้งคำถามกับตนเองเสมอวาประชาชนจะไดอะไร มุงเนนแกไข
ปญหาความตองการและตอบสนองความตองการของประชาชน โดยไมตองรอใหประชาชนเขามาติดตอ
ขอรับบริการหรือรองขอความชวยเหลือจากทางราชการ (Proactive Public Services) รวมทั้งใชประโยชน
จากขอมูลทางราชการ (Big Government Data) และระบบดิจิทัลสมัยใหมในการจัดบริการสาธารณะ
ท่ตี รงกับความตองการของประชาชน (Personalized หรอื Tailored Services) พรอมทง้ั อำนวยความสะดวก
โดยมีการเชื่อมโยงกันเองของหนวยงานราชการ เพื่อใหบริการตาง ๆ สามารถเสร็จสิ้นในจุดเดียว ประชาชน
สามารถใชบริการของทางราชการไดตลอดเวลาตามความตองการ และสามารถติดตอไดหลายชองทาง
ผสมผสานกัน ทั้งการติดตอดวยตนเอง ติดตอผานอินเทอรเน็ต เว็บไซต โซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชัน
ทางโทรศัพทม อื ถอื
2|Page
3. หนวยงานของรัฐมีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart & High Performance Govermment)
ตองทำงานอยางเตรียมการณไวลวงหนา มีการวิเคราะหความเสี่ยง สรางนวัตกรรมหรือความคิดริเริ่มและ
ประยกุ ตอ งคความรูในแบบสหสาขาวิชาเขามาใชใ นการตอบโตกับโลกแหงการเปล่ียนแปลงอยางฉับพลัน เพ่ือ
สรางคุณคา มีความยืดหยุน และความสามารถในการตอบสนองกับสถานการณตาง ๆ ไดอยางทันเวลา
ตลอดจนเปนองคการที่มีขีดสมรรถนะสูงและปรับตัวเขาสูสภาพความเปนสำนักงานสมัยใหม รวมทั้งทำให
ขา ราชการมีความผกู พันตอ การปฏบิ ตั ริ าชการและปฏบิ ตั ิหนา ทไ่ี ดอยางเหมาะสมกบั ทบบาทของตน กลาวคือ
1) ในฐานะเปน ผสู นบั สนนุ การทำงานของรฐั บาล จะตองใหข อ เสนอแนะเชงิ นโยบาย ทตี่ ้ังอยูบนพ้ืนฐาน
ของขอ มลู สารสนเทศท่ถี กู ตอ ง เชงิ ลึก และสามารถนำไปปฏบิ ตั ิใหบังเกิดผลไดจรงิ และเกดิ ความคุมคา
2) ในฐานะเปนผูกำกับดูแล จะตองมีความเปนกลางและตรงไปตรงมา รวมทั้งวางกฎระเบียบให
เหมาะสม (Smart Regulation) และยกเลิกการควบคุมที่ไมเ กิดประโยชนลง เพื่อไมใหเปนภาระหรืออุปสรรค
ตอประชาชนหรือการประกอบธรุ กจิ
3) ในฐานะเปนผปู ฏบิ ัติ ก็จะตอ งมคี วามซ่ือสัตยสุจริต รบั ผิดชอบ
ตอหนาที่ ทำงานรวมมือกันระหวางหนวยงานตาง ๆ ในทุกระดับได
และสามารถบูรณาการเชือ่ มโยงการทำงานตามหวงโซยุทธศาสตรต ้งั แต
ตนจนจบ รวมทั้งใชทรัพยากรและบริการตาง ๆ รวมกัน ฉะน้ัน
ความสำเร็จของการพัฒนาไปสูระบบราชการ 4.0 ดังกลาว ตองอาศัย
ปจจัยสำคญั ๆ อยา งนอ ย 3 ประการ ไดแก
1. การผสานพลังทุกภาคสวน ระหวางภาครัฐและภาคสวนอื่น ๆ ในสังคม (Collaboration)
เปนการยกระดับการทำงานใหสูงขึ้นไปกวาการประสานงานกัน (Coordination) หรือทำงานดวยกัน
(Cooperation) ไปสูการรวมมือกัน (Collaboration) อยา งแทจริง โดยจดั ระบบใหม ีการวางแผนเพื่อใหบรรลุ
วัตถุประสงคและเปาหมายที่ตองการรวมกัน มีการระดมและนำเอาทรัพยากรทุกชนิดเขามาแบงปนและใช
ประโยชนรวมกัน เพื่อพัฒนาประเทศหรือแกปญหาความตองการของประชาชนที่มีความสลับซับซอนมากขึ้น
จนไมมีภาคสวนใดในสังคมจะสามารถดำเนินการไดลุลวงดวยตนเองโดยลำพังอีกตอไป หรือเปนการบริหาร
กิจการบา นเมืองในรูปแบบ “ประชารัฐ”
2. การสรางนวัตกรรม (Innovation) เปนการคิดคนและแสวงหาวิธีการหรือแนวทาง (Solutions)
ใหม ๆ อันจะเกิดผลกระทบมหาศาล (Big Impact) เพื่อปรับปรุงและออกแบบการใหบริการสาธารณะและ
นโยบายสาธารณะใหสามารถตอบโจทยความทาทายของประเทศหรือตอบสนองปญหาความตองการของ
ประชาชนไดอยางมีคุณภาพ อันแปรผันไปตามสภาพพลวัตของการเปลี่ยนแปลง โดยอาศัยรูปแบบ
หองปฏิบตั ิการนวัตกรรมภาครัฐ (Government Innovation Lab) และใชกระบวนการความคดิ เชงิ ออกแบบ
(Design Thinking) ในลักษณะที่ใหประชาชนเขามามีสวนรวมเพื่อสรางความเขาใจและเขาถึงความรูสึกของ
ประชาชน (Empathize) นำขอมูลมาวิเคราะหถึงปญหา (Define) และใชความคิดสรางสรรคเพื่อสรางไอเดีย
(Ideate) สำหรับพัฒนาตนแบบ (Prototype) และทำการทดสอบปฏิบัติจริง (Test) กอนนำไปขยายผลตอไป
หรอื เปน การนำเอาศาสตรพ ระราชาวาดว ย “เขา ใจ เขาถึง พฒั นา” มาประยุกตใ ช
3|Page
3. การปรับเขาสูการเปนดิจิทัล (Digitization/Digitalization) เปนการผสมผสานกันของการจัดเก็บ
และประมวลขอมลู ผานคลาวดค อมพิวต้งิ (Cloud Computing) อุปกรณประเภทสมารทโฟน (Smart Phone)
และการทำงานรวมกนั ผานเครอื่ งมือตาง ๆ (Collaboration Tools) ทำใหสามารถติดตอกันไดอยางเรียลไทม
(Real Time) ไมวาจะอยูที่ใด สามารถวิเคราะหขอมูล ที่สลับซับซอนตาง ๆ วิเคราะหการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมของประชาชน เกดิ ผลกระทบอยางสูง และสามารถตอบสนองตอความคาดหวังในการใหบริการของ
ทางราชการที่จะตองดำเนินการไดทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกอุปกรณ และทุกชองทางไดอยางมั่นคง ปลอดภัย
และประหยัด ในสวนของขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐตองไดรับการปรับเปลี่ยนกระบวนการทางความคิด
(Mindset) ใหตนเองมีความเปนผูประกอบการสาธารณะ (Public Entrepreneurship) เพิ่มทักษะใหมีสมรร
ถะที่จำเปนและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตน อันจะชวยทำใหสามารถแสดงบทบาทของการเปนผูนำการ
เปลย่ี นแปลง (Change Leader) เพอื่ สรางคุณคา (Public Value) และประโยชนส ขุ ใหแกป ระชาชน
การทำงานของระบบราชการตองปรับเปลี่ยนจากการทำงานรูปแบบเดิม ๆ มาสูระบบราชการ
รปู แบบใหม ดังตารางท่ี เพื่อปรบั ตัวรองรับการเปลีย่ นแปลงท่ีกำลังเกิดขึน้ 1
ตารางท่ี 1-1 สรปุ การเปรยี บเทยี บระหวางระบบราชการเดิมและระบบราชการใหม
ระบบราชการเดมิ ระบบราชการใหม (ระบบราชการ 4.0)
การทำงานแยกตามภารกิจของแตละหนวยงาน การทำงานรวมกันแบบบูรณาการอยางแทจริง
แมมีการทำงานประสานงานกันระหวาง ในเชิงยุทธศาสตร ตั้งแตระดับการวางนโยบาย
หนวยงานแตยังไมใชการบูรณาการอยางแทจริง ไปจนถึงการนำไปปฏบิ ตั ิ (Collaboration)
(Autonomy, Separation)
การทำงานยังไมอยูในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส ก า ร ท ำ ง า น ม ี ก า ร เ ช ื ่ อ ม โ ย ง ผ า น ร ะ บ บ ด ิ จ ิ ทั ล
อยางเต็มรูปแบบและยังเปนการทำงานตามสาย อยางเต็มรูปแบบตั้งแตตนจนจบกระบวนการ
การบังคับบัญชาในแนวดิ่ง(Fragmentation, เชื่อมโยงทุกสวนราชการในการบริการประชาชน
Hierarchy, Silo, Vertical Approach) และมีการบังคับบัญชาในแนวนอน (End-to-end
process flow, Cross-boundary management,
ใหบริการเปนมาตรฐานเดียวกันอยางตายตัว Program/ Project Management Office,
ต า ม สิ ท ธิ พื้ น ฐ า น ข อ ง บ ุ ค ค ล ที่ ร ั ฐ ก ำ ห น ด Horizontal approach)
(Standardization) ใหบริการตามความตองการเฉพาะบุคคล
ซึ่งสามารถออกแบบ/เลือกรูปแบบ/วิธีการ
ระบบทำงานในแบบอนาล็อก (Analog) ใ น ก า ร ข อ รั บ บ ริ ก า ร ไ ด ( Customization,
Personalization)
ระบบการทำงานที่ปรับเปนดิจิทัลเต็มรูปแบบ
(Digitization)
4|Page
การดำเนินงานเชิงรับ ตามสถานการณที่เกิดขึ้น การดำเนินงานที่ตอบสนองทันที/ทันเวลา/เชิงรุก
(Passive) ทันตอ การเปลี่ยนแปลง มีการคาดการณไวลวงหนา
(Pro-Active)
ยึดกฎเกณฑ และมุงเนนแตการปฏิบัติงาน สรางนวัตกรรม มีการควบคุมอยางชาญฉลาด
ตามเปาหมาย (Rule-based, Performance- มุงผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน (Innovation,
oriented) Smart regulation, Results-oriented)
ปฏิบัติงานตามนโยบาย ขับเคล่อื นโดยภาครัฐเปน ปฏิบัติงานโดยเนนใหประชาชนเปนศูนยกลาง
ศนู ยกลาง (Government-driven) (Citizen-centric)
ระบบการทำงานท่ีลาชา มีตน ทนุ สงู สรางคุณคาในการใหบริการแกประชาชน ทำนอย
(Red tape, Costly) ไดมาก (Creating value for the public, Doing
more and better with less)
เปดเผยขอมูลตามที่รองขอเฉพาะราย/เปดเผย เปดเผยขอมูลเปนปกติ (default) ในรูปแบบ
ขอมูลจำกัด (C lose system, Upon Request only) ที่สามารถนำไปใชไดทันที โดยไมตองรองขอ
(Open system, Open access)
การปฏบิ ัติงานตามข้ันตอนแบบเดิม ๆ สามารถแกไขปญหาโดยไมจำเปนตองใชวิธีการ
(Routine Work) ทำงานรูปแบบเดิมและสามารถตอบสนองไดทันที
( Non- routine problem solving, Real- time
ตางหนวยงานตางทำงานกันลำพังโดยไมมี capability)
การแบงปนทรพั ยากรเพื่อใชงานรว มกนั แบงปนทรัพยากรในการทำงานรวมกัน เพื่อลด
(Stand-alone) ตนทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
วางนโยบาย และปฏิบัติงานโดยใชความรูสึก (Shared Services)
และคาดเดาเอาเอง (Intuition) ปฏิบัติงานบนพื้นฐานของขอมูลความตองการ
ของประชาชน และวางนโยบายที่สามารถนำไป
บริการประชาชนเฉพาะในเวลาราชการ ปฏิบัติใหเกิดผลไดจริง (Data-driven, Demand-
(Office-hours only) driven, Actionable policy solutions)
มีความเชี่ยวชาญ/ ชำนาญเฉพาะทาง บริการประชาชนตลอดเวลา (On-demand
(Expert/Specialist) services)
มคี วามสามารถในการใชความรู สติปญญา และขอมูล
ขา ราชการแบบดัง้ เดมิ (Public administrator) สารสนเทศเพ ื ่ อแก ไขป ญหาและสร างค ุ ณ ค า
(Knowledge worker) มีความสามารถในการเรียนรู
(Educability) มีเหตผุ ลในเชงิ จริยธรรม (Ethic ability)
มีความเปนผูประกอบการสาธารณะ (Public
Entrepreneurship)
5|Page
คณุ ลักษณะสำคญั 10 ประการ ของระบบราชการ 4.0
จากแนวคิดใหมดังกลาว อาจสรุปเปนคุณลักษณะที่
สำคัญของการปฏิบัติงาน ในระบบราชการ 4.0 ดังน้ี
การปฏบิ ตั งิ านในระบบราชการ 4.0
1. ทำงานอยางเปดเผย โปรงใส
เ อ้ื อ ใ ห บุ ค ค ล ภ า ย น อ ก แ ล ะ
ประชาชนเขาถึงขอ มูลได
2. ทำงานเชิงรุก แกไขปญหา 5. ปรับรูปแบบการทำงานให 8. สงเสริมใหเกิดนวัตกรรม
ตอบสนองความตองการของ คลองตัว รองรับการประสานงาน ความคิดริเริ่ม และการประยุกตใช
ประชาชน และสรางคุณคา แนว ระนาบแล ะในล ักษ ณ ะ องคความรูในการทำงานที่ทันตอ
เครือขาย การเปลย่ี นแปลง
3. แบงปน ขอมูลระหวางหนวยงาน 6. ทำงานอยางเตรียมการไว 9. บุ ค ล า ก ร ทุ ก ร ะ ดั บ พ ร อ ม
เชื่อมโยงการทำงานซึ่งกันอยาง ลว งหนา ตอบสนองตอสถานการณ ปรับเปล่ียนตัวเองสูองคการที่มี
เปนเอกภาพเบด็ เสร็จในจดุ เดียว ทันเวลา มีการวิเคราะหความ ความทนั สมยั และมงุ เนน ผลงานท่ีดี
เสี่ยงทั้งในระดับองคการและใน
ระดับปฏิบตั กิ าร
4. ใชเทคโนโลยีดิจิทัลในการ 7. เปดกวางใหภาคสวนอื่นเขา มา 10. ใหความสำคัญกับบุคลากร
บริหารจัดการ มีฐานขอมูลท่ี มีสวนรวม ถายโอนภารกิจไป ดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูง
ทันส มัย เพื่อส นับส นุนการ ดำเนนิ การแทนได พัฒนาอยางเหมาะสมตามบทบาท
วางแผนยุทธศาสตรและการ หนาที่ สรางความผูกพัน สราง
ตัดสินใจในการทำงาน แรงจูงใจ มีแผนเชิงรุกรองรับการ
เปล่ียนแปลงดานบุคลากร
6|Page
การขับเคลอ่ื นหนว ยงานภาครัฐ
สูระบบราชการ 4.0
การขับเคล่ือนระบบราชการ โดยใชแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
จากแนวคิดของระบบราชการ 4.0 ดังกลาว สำนักงาน ก.พ.ร. ไดนำมาพัฒนาเครื่องมือเพื่อสงเสริม
ใหสวนราชการนำไปใชในการวางแผนพัฒนาองคการ เพื่อตอบโจทยการพัฒนาสูระบบราชการ 4.0
โดยเชื่อมโยงกับเกณฑคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ดังภาพที่ 2 ซึ่งไดสงเสริมใหสวนราชการ
นำมาใชในการวิเคราะหและปรับปรุงองคการ ตั้งแตป พ.ศ. 2549 เกณฑคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
(PMQA) มีขอกำหนดท่ีพัฒนาบนแนวคิดของการบริหารจัดการเชิงบูรณาการที่มุงสูความเปนเลิศ
สามารถนำมาวิเคราะหเ ชื่อมโยงกบั คณุ ลักษณะ ทั้ง 3 มิติของระบบราชการ 4.0 ไดดงั น้ี
7|Page
มิติที่ 1 ภาครัฐที่เปดกวางและเชื่อมโยงกัน (Open and Connectedness Government)
มีความสมั พนั ธกบั PMQA ในหมวดทสี่ ำคญั ไดแ ก
- หมวด 1 การนำองคการผูบริหารของสวนราชการจะตองมีวิสัยทัศนในเชิงยุทธศาสตรมีนโยบาย
ในการเปด เผยขอมูล มคี วามโปรงใส มงุ เนน ประโยชนสขุ ของประชาชน
- หมวด 2 การวางแผนเชงิ ยทุ ธศาสตร สวนราชการตองมีแนวคิดเชิงยุทธศาสตร (Strategic Thinking)
โดยกำหนดเปา ประสงคท่ไี มเพยี งตอบโจทยภาระหนาท่ีและบรบิ ทของสวนราชการเทา น้ัน แตยงั ตองบรู ณาการ
กับยุทธศาสตรของประเทศ มีการแกปญหาในเชิงรุกที่นำไปสูผลลัพธที่มีผลกระทบตอเศรษฐกิจ สังคม
สาธารณสขุ และสิ่งแวดลอ ม
- หมวด 4 การวัดการวิเคราะหและการจัดการความรูเปนเรื่องของการรวบรวมขอมูลสารสนเทศ
การแบงปนขอมูลระหวางสวนราชการ เอื้อใหสาธารณะเขาถึงขอมูลที่เปนประโยชนโดยอยูบนพื้นฐาน
ของการใชเทคโนโลยีดิจิทลั ทีต่ อบสนองในเชิงรกุ และสอดรับกับความตองการของประชาชน (Proactive and
Customize)
- หมวด 6 การมงุ เนน ระบบปฏิบัติการคอื การทำใหทุกกระบวนงานมีความเช่ือมโยงอยางมีประสิทธิภาพ
โดยมีการออกแบบการทำงานจากตน น้ำถึงปลายน้ำเพ่ือใหเ กิดความมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ลดตนทนุ มีการใช
เทคโนโลยดี ิจิทัลมาทดแทนการทำงานในรูปแบบเกา โดยคำนึงถึงประสิทธิผลของกระบวนการทำงานทั้งภายใน
และภายนอกทเี่ กี่ยวขอ งกนั
มิติท่ี 2 การยึดประชาชนเปนศูนยกลาง (Citizen Centric) มีความสัมพันธกับPMQA ในหมวด
ทีส่ ำคญั ไดแ ก
- หมวด 3 การใหความสำคัญกับผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย สวนราชการตองเขาใจ
การเปลี่ยนแปลงความตองการของประชาชน (Demand Driven) ที่ปรับเปลี่ยนอยางรวดเร็ว
มีความหลากหลายตามพื้นที่ ตามยุคสมัย และสภาพแวดลอมเฉพาะถิ่น การใหบริการบางเรื่อง
ตองคิดกอนลวงหนา (Proactive) อาจเปนการคิดรวมกันระหวางประชาชนและภาครัฐในการแกไขปญหา
ตลอดจนสรางนวตั กรรมการใหบริการ (Service Innovation) โดยใชรูปแบบหองปฏิบัติการนวัตกรรมภาครฐั
(Government Innovation Lab) และใชกระบวนการความคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ในลักษณะ
ที่ใหป ระชาชนเขามามีสว นรวม
- หมวด 5 การมุงเนนบุคลากร สวนราชการจะตองปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากรเปน
เชิงรุกที่ตอบสนองความตองการและเขาใจ ความคาดหวังของประชาชน (Proactive to Customer Needs)
เพ่มิ ขีดความสามารถของบคุ ลากรในการแกไขปญหาที่กำลงั เกิดข้นึ เฉพาะหนา ไดอ ยางถูกตองทนั ทว งทีและเกิด
ประสิทธิผลดว ยจติ สำนกึ ที่มีในการปรบั ปรงุ ใสใ จคุณภาพและการใหบริการในแงม ุมของการเปนผูประกอบการ
ภาครัฐ (Public Entrepreneur ship) ทำงานรวมกับประชาชนเพื่อนำสูสัมฤทธิผลของความยั่งยืนและ
ความสุขท้ังผูป ฏบิ ตั ิงานและประชาชน (Happy Worker and Happy Citizen)
8|Page
- หมวด 6 การมงุ เนนระบบปฏิบตั ิการ สว นราชการตองออกแบบระบบการใหบริการที่ทำใหประชาชน
เขาถึงไดอยางสะดวก (Citizen-centric Design Concept) กระบวนการทำงานตองคำนึงถึงการใหบริการ
ที่บูรณาการและมีความเชื่อมโยงกันของหลาย ๆ หนวยงาน (Integrated Service, Horizental Approach)
หรือมุงเนนความตองการของผูรับบริการเปนที่ตั้ง การนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุด
(Digitalized Service Process) โดยมุงเนนผลลัพธที่เกิดแกประชาชนและภาคสังคมดวยตนทุนที่ลดลง
และคุมคา
มิติที่ 3 มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart and High Performance) เกี่ยวของกับ PMQA
ในหมวดท่ีสำคัญ ไดแก
- หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตรสวนราชการจะตองมีมุมมองในการปรับรูปแบบการทำงานและ
การนำเทคโนโลยีมาใชเชื่อมโยงใหเกิดนวัตกรรมโดยเปนองคประกอบสำคัญในการกำหนดเปาหมาย
เชิงยุทธศาสตร ตลอดจนการสรางเครือขายความรวมมือ (Strategic Collaboration) และการเปดโอกาสให
ภาคเอกชนและภาคทอ งถ่ินเขามามสี วนรวมผานการขบั เคลอ่ื นเชิงนโยบาย (Actionable Policy Solution)
- หมวด 4 การวัดการวิเคราะหและการจัดการความรู ระบบสนับสนุนดานเทคโนโลยีดิจิทัลตองมี
ความเหมาะสม ทันสมัย ใชง านไดท ั้งฮารดแวรแ ละซอฟแวร (Digitalization & Administration) ในรูปแบบท่ี
เหมาะสม สามารถรองรับการวิเคราะหขอมูลขนาดใหญ (Big Data Analysis) เพื่อนำไปสูการเรียนรูและการ
แกไขปญ หาขององคก ารไดอยางมีประสิทธิผล (Organizational Learning)
- หมวด 5 การมุงเนนบุคลากร การวางแผนพัฒนาบุคลากรตองสอดรับกับทิศทางการปรับเปลี่ยนเปน
องคก ารทม่ี ขี ดี สมรรถนะสงู และทันสมยั มกี ารรวมกลมุ บคุ ลากรท่ีมคี วามรูทหี่ ลากหลายสาขาเขามารวมทำงาน
เพื่อแกปญหาและโจทยที่มีความซับซอนรวมกัน (Trans-disciplinary) มีแผนพัฒนาบุคลากรใหมีความรอบรู
ใชขอมูลเปดสูการเรียนรู (Knowledge worker) ทั้งนี้อยูบนพื้นฐานของความพรอมเรียนรูและคุณธรรม
จริยธรรมท่ีพฒั นาไปควบคูก นั (Educability & Ethic Ability)
- หมวด 6 การมุง เนน ระบบปฏิบตั กิ ารกระบวนการทำงาน ตอ งคำนึงถงึ การแบงปนทรพั ยากรเพื่อใหลด
ตน ทนุ ลง ขณะเดียวกนั ตองคำนึงถงึ ผลกระทบท่ีมีตอผูมีสวนไดส ว นเสยี ทุกภาคสวน มกี ารใชเทคโนโลยีมาชวย
ใหทุกกระบวนการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Virtualization and Shared service) มีการพัฒนาและสราง
นวัตกรรมในทุกกระบวนงาน เพื่อใหองคการมุงสูระบบการทำงานที่มีขีดสมรรถนะสูงและมีความเปนเลิศใน
ระบบปฏิบตั งิ าน (Operational Excellence)
- การที่จะทำใหการทำงานบรรลุผลดังกลาวตองอาศัยหมวด 1 การนำองคการ คือ ผูนำตองเชื่อมโยง
และสรางบรรยากาศที่เอื้อใหเกิดนวัตกรรมการปรับปรุง (Align and Empower) และบูรณาการไปสูผลลัพธ
ขององคการในทุกดานในหมวด 7 และเกิดผลกระทบที่นำไปสูการบรรลุยุทธศาสตรชาติและการพัฒนา
เศรษฐกจิ สงั คม ส่ิงแวดลอ มและสาธารณสุข
9|Page
เปา หมายการพัฒนาสูร ะบบราชการ 4.0
ถึงแมวาสวนราชการจะมีความคุนเคยกับเกณฑคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
ทั้ง 7 หมวด รวมถึงขอกำหนดของเกณฑ PMQA โดยใชเปนระบบการรับรองในระดับการพัฒนาท่ี
250 - 275 คะแนน และใชเพื่อพัฒนาความเปนเลิศรายหมวด ตามแนวทางการขอรับรางวัลเลิศรัฐ
(ระดับ 300 คะแนน) แตทั้งสองแนวทางยังมีแนวคิดในเชิงตั้งรับ (Reactive) คือ เปนการดำเนินการ
แบบคอยเปนคอยไปหรือพัฒนาปรับปรุงโดยยึดบริบทของสวนราชการเปนที่ตั้ง ดังนั้น เพื่อใหเกิดการพัฒนา
อยางกาวกระโดดและสอดคลองกับแนวทางการพัฒนาสูระบบราชการ 4.0 จึงจำเปนอยางยิ่งที่ตอง
เชื่อมโยงแนวคิดการพัฒนาองคการไปสูการบูรณาการกับทิศทางการพัฒนาและยุทธศาสตรของประเทศ
รวมทั้งการเรงใหเกิดการปรับปรุงผานกลไกของการสรางนวัตกรรมทั่วทั้งองคการและการปรับตัว
ใหเขาสูยุคเทคโนโลยีดิจิทัลใหเกิดผล กลาวคือ ใชกลไกของเกณฑคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
มาปรับการดำเนินการจากแนวคิดแบบตั้งรับไปสูการทำงานเชิงรุก (Proactive) และการสรางนวัตกรรมสู
ประสิทธิผลและตอบสนองการพัฒนาประเทศ (Effective & Innovative) โดยแนวคิดการพัฒนามี 3 ระดับ
สามารถอธบิ ายเชื่อมโยงกับมติ ิตาง ๆ ของระบบราชการ 4.0 ดังแสดงในตารางที่ 2
ตารางท่ี 1-2 มิติของการพฒั นาในแตล ะระดบั สูระบบราชการ 4.0
10 | P a g e
ระดับพื้นฐาน (Basic) เปนการดำเนินงานในเชิงตั้งรับ คือปฏิบัติงานตามหนาที่และระเบียบปฏิบัติ
ระดบั กา วหนา (Advance) เปนการดำเนนิ งานในเชิงรกุ คอื คิดและวิเคราะหกอนทีจ่ ะปฏิบัติงานและมีการคาดเดา
เหตุการณที่อาจจะเกิดขึ้นลวงหนาระดับพัฒนาจนเกิดผล (Significance) เปนการพัฒนาอยางตอเนื่อง
มีความเชื่อมโยงและบูรณาการจนเกิดประสิทธิผลและมีนวัตกรรม (Effective& Innovative) โดยมีคำอธิบาย
มติ ิยอยดงั ตอ ไปนี้
1) การใหความรวมมือ (Collaboration) มีการพัฒนาจากพื้นฐานการทำงานในเชิงใหความรวมมือ
(Cooperation) ไปสูการบูรณาการวางแผนการทำงานรวมกัน (Integration) และตอยอดไปสูการทำงานในเชิง
รวมกันคดิ รว มกนั ทำงานใหไดคำตอบที่ดี (Collective Solution)
2) นวัตกรรม (Innovation) จากนวัตกรรมของกระบวนการภายในหนวยงาน (Internal Process
Innovation) คือการลดขั้นตอนการบริการใหรวดเร็วยิ่งขึ้นไปสูนวัตกรรมของผลผลิตและการบริการ (Service
Innovation) คือนวัตกรรมที่นำมาใชพัฒนาและสรางคุณคาในงานบริการภาครัฐ การปรับปรุงบริการหรือสราง
บริการใหมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใหบริการประชาชนไปสูนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy/Outcome)
เปนการคดิ รเิ ร่มิ นโยบายกฎหมายและกฎระเบียบใหม ๆ ใหทันสมยั เหมาะสมและทนั ตอสถานการณ
3) ความเปนดิจิทัล (Digitalization) จากการใชเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดเก็บขอมูลและสามารถ
สื่อสารไดฉ ับไวรวดเร็วขน้ึ (Usage/ data base Collection of Data & Communication) ไปสูระบบดิจิทัลที่ใช
ในการใหบริการแกผูรับบริการหรือประชาชนเกิดประสบการณของผูรับบริการที่เหนือความคาดหมายทำให
ประชาชนประทับใจหรือสามารถติดตามกระบวนการตั้งแตตนจนถึงปลายไดรวดเร็ว (Citizen Experience, End
to End Process) เชน ระบบเตือนไปยังผูรับบริการลวงหนาโดยไมตองใชระบบบัตรคิวหรือการนั่งรอไปสูระบบ
ดิจิทัลที่บูรณาการทุกภาคสวน และสามารถแบงปนขอมูลกันได (Integrated and Connectedness)
เชน การมีขอมูลที่เชื่อมโยงถึงกันและสามารถดูไดทุกที่ทุกเวลา มีความสะดวก ประชาชนและผูใชงานสามารถ
ใชง านไดโ ดยไมตองรองขอ
4) ผูรับบริการ (Customer) ระดับตั้งรับ คือ การใหบริการที่มีคุณภาพเปนที่พึงพอใจของผูรับบริการ
(Service Quality and Customer Satisfaction) ไปสูการใหบริการในเชิงรุกและการแกไขขอรองเรียนอยางมี
ประสิทธิผล (Proactive Services, Compliant Resolution Management (CRM)) คือ มีการวางแผนรองรับ
การบริการที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงมองเห็นปญหา และมีกระบวนการในการแกไขขอรองเรียนอยางเปนระบบ
เพื่อไมใหเกิดขึ้นซ้ำอีกและพัฒนาไปสูการใหบริการที่สามารถออกแบบตรงกับความตองการของประชาชน
(Personalized Services) หรือคดิ รว มกนั เพ่อื สรางกลไกขึ้นมาใหม (Government Innovation Lab)
5) กระบวนการ (Process) ระดับตั้งรับในการจัดการกระบวนการ คือ การทำงานอยางเปนระบบได
มาตรฐาน มีการจัดทำคูมือมาตรฐานในการทำงานและการบริการ (Standardization) มีการปรับปรุงงาน
ตามวงจร P-D-C-A ไปสูเชิงรุกในการปรับปรุงกระบวนการ โดยวิเคราะหจากขอมูลทั้งภายในและภายนอก
(Data-driven Improvement) เพื่อใหทราบถึงสาเหตุที่แทจริงวาปญหาอยูตรงไหนและปรับปรุงอยางเปนระบบ
การกระตนุ ใหเกิดการสรางนวัตกรรมจนสามารถเทยี บเคยี ง (Benchmark) กับกระบวนการทำงานขององคการอ่ืน
เพอื่ ใชปรบั ปรงุ กระบวนการทำงานใหเ ปน เลิศ (Integrated Process Improvement Operational Excellence)
11 | P a g e
6) บุคลากร (People) ระดับตั้งรับคือบุคลากรที่ปฏิบัติตามระเบียบตอบสนองและทำงานตามการ
สั่งการที่มาจากระดับบนสูระดับลาง (Rule-base, Responsive, Top-down) การพัฒนาไปสูเชิงรุก
คือ เปนบุคลากรที่มีจิตสำนึก มีความเชี่ยวชาญ มีความคลองตัว มีความสามารถหลากหลาย (Integrity,
Professional, Tran-disciplinary) และเมื่อพัฒนาไปสูระดับเกิดผล คือเปนบุคลากรที่แกปญหาเปน
มีความคิดรเิ รม่ิ และมคี วามเปนผูประกอบการภาครฐั (Public Entrepreneurship)
7) ผูนำ (Leadership) ระดับตั้งรับหรือพื้นฐานเปนผูนำที่มี
วิสัยทัศนนำเปนคิดเปน (Effective Leadership) พัฒนากาวหนาเปนผูนำ
ที่ทำงานแข็งขันจริงจังใสใจในรายละเอียด (Actively Engaged, Pay
Attention to Details) และพัฒนาไปสูผูนำสำหรับศตวรรษที่ 21 (21st
Century Leadership)
8) ผลลัพธ (Results) จากการบรรลุผลตามยุทธศาสตรองคการ (Organization) ไปสูการบรรลุผล
ตามยทุ ธศาสตรพื้นที่ (Sector) จนไปสูการบรรลุผลตามยุทธศาสตรชาติ (National Strategy)
12 | P a g e
กรอบการประเมินสถานะการเปน
ระบบราชการ 4.0
ระดับในการประเมนิ สถานะการเปนระบบราชการ 4.0
เครื่องมือการประเมินสถานะองคการในการเปนระบบราชการ 4.0 หรือ PMQA 4.0 เปนเครื่องมือ
ที่ใชประเมินเพื่อตอบสนองพันธกิจตามหนาที่สวนราชการและการเชื่อมโยงสูยุทธศาสตรและผลลัพธ
ดานการพัฒนาของประเทศ โดยเขาใจความทาทายทั้งของสวนราชการและทิศทางการพัฒนาประเทศ
เพื่อต้งั เปา ยทุ ธศาสตรท ท่ี าทาย โดยมีระดับการพัฒนา 3 ระดบั (ดังภาพที่ 3) คือ
(1) ระดับพื้นฐาน (Basic) มีผลประเมินเทียบเทา 300 คะแนน สวนราชการที่มีคะแนนประเมิน
โดยรวมในระดับ 300 คะแนน หมายถึง มีแนวทางและการดำเนินการในเรื่องสำคัญในทุกหมวดอยางเปน
ระบบ และมีการถายทอดแนวทางตาง ๆ อยางเปนระบบจนเกิดประสิทธิผลตอบสนองพันธกิจ และหนาท่ี
ของสวนราชการ มีแนวคิดริเร่ิมไปสกู ารเปนระบบราชการ 4.0
(2) ระดับกาวหนา (Advance) มีผลประเมินเทียบเทา 400 คะแนน สวนราชการที่มีคะแนน
ประเมินโดยรวมในระดับ 400 คะแนน หมายถึง มีแนวทางและการดำเนินการในเรื่องสำคัญในทุกหมวด
อยางเปนระบบ และมีการถายทอดแนวทางตาง ๆ อยางเปนระบบ จนเกิดประสิทธิผลตอบสนองพันธกิจ
และหนาที่ของสวนราชการและเชื่อมโยงกับความตองการ และการบรรลุเปาหมายของประเทศ มีการพัฒนา
ตามแนวทางการเปน ระบบราชการ 4.0
(3) ระดับพัฒนาจนเกิดผล (Significance) มีผลประเมินเทียบเทา 500 คะแนน สวนราชการที่มี
คะแนนประเมินโดยรวมในระดับ 500 คะแนน หมายถึง มีแนวทางและการดำเนินการในเรื่องสำคัญ
ในทุกหมวดอยางครบถวนเปนระบบ และมีการถายทอดแนวทางตาง ๆ จนเกิดประสิทธิผลตอบสนองพันธกิจ
และหนาที่ของสวนราชการและเชื่อมโยงกับความตองการ และการบรรลุเปาหมายของประเทศ มีการบูรณา
การไปยงั ทุกภาคสว นจนเกดิ การพฒั นาตามแนวทางการเปนระบบราชการ 4.0 จนเกิดผล
13 | P a g e
ในการประเมินโดยใชเ กณฑ PMQA 4.0 มีแนวทางในการประเมินหมวดกระบวนการ (หมวด 1 – 6)
และหมวดผลลัพธ (หมวด 7) ดงน
14 | P a g e
เกณฑใ นการประเมินสถานะการเปน ระบบราชการ PMQA 4.0
PMQA 4.0 คือ เครื่องมือการประเมินระบบการบริหารของสวนราชการในเชิงบรรณาการ
เพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตรของสวนราชการกับเปาหมายและทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค
เพอ่ื เปน แนวทางใหห นวยงานภาครฐั พัฒนาไปสรู ะบบราชการ 4.0
กรอบการประเมิน PMQA 4.0 มีทง้ั หมด 7 หมวด (อิงตามเกณฑ PMQA ฉบับ พ.ศ.2558) โดยหมวด
1 – 6 ซง่ึ เปน หมวดกระบวนการ จะมปี ระเด็นในการพิจารณาหมวดละ 4 ประเด็น สวนหมวด 7 ซ่ึงเปนหมวด
ผลลัพธการดำเนนิ การจะมีประเด็นในการพจิ ารณา 6 ประเดน็ รวมท้ังหมด 30 ประเด็น ในการประเมินแตละ
ประเด็น จะมรี ะดบั การประเมนิ 3 ระดบั ไดแ ก พน้ื ฐานกา วหนา และพฒั นาจนเกิดผล
PMQA 4.0 Checklist
โครงสรางของ PMQA 4.0 Checklist
• Checklist สำหรบั การประเมนิ ตนเองของหนวยงาน
• สะทอนสง่ิ ทตี่ องทำ “มี” หรอื สิ่งท่ีควรทำ “ควร”
• สะทอ น Key Process และ Output ทค่ี วรเกดิ ขึน้
• ย้ำความเปน Guideline ในการดำเนินการ โดยหนวยงานที่นำไปใชสามารถสรางนวัตกรรมในการพัฒนา
ที่นอกเหนอื ไปจากท่รี ะบุไวไ ด
15 | P a g e
16 | P a g e
บทที่ 2
การดำเนนิ งานของกรมควบคมุ โรค
ตั้งแต พ.ศ. 2561 เปนตนมา การพัฒนา
กรมควบคุมโรคเขา สูระบบราชการ 4.0 มุงเนนการ
ทำงานที่สานพลังทุกภาคสวน (Collaboration)
สรางนวัตกรรม (Innovation) และปรับเขาสู
ความเปนดิจิทัล (Digitalization) ไดทบทวน
และประกาศนโยบายในการขับเคลื่อนงาน
เขาสูระบบราชการ 4.0 ทุกปมีหนวยงานเจาภาพ
เพื่อเปนกลไกที่สำคัญในการกำหนดแนวทางปฏิบัติ ภาพ 2-1 ประกาศนโยบายพัฒนากรมคร. สูร ะบบราชการ 4.0
ใหทุกหนวยงานดำเนินการ ตลอดจนปรับปรุงวิธีการทำงานใหเหมาะสมกับสถานการณปจจุบัน เพื่อยกระดับ
มาตรฐานการปฏิบัติงานของกรมฯ ใหกาวทันตามกระแสการเปลี่ยนแปลงสูการเปนองคการแหงการเรียนรู
การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการคิดคนนวตั กรรม ดงั ภาพ 2-1
การดำเนินงานพัฒนากรมคร.สู DDC 4.0 มีกรอบแนวคิด
ยึดประชาชนเปนศูนยกลาง พัฒนาระบบเฝาระวัง ปองกัน
ควบคุมโรคดวยกลไกใหม ๆ ซึ่งมีความคลองตัว สอดประสาน
ก ั บ ก ล ไ ก ข อ ง ร ะ บ บ ก า ร ท ำ ง า น แ บ บ เ ด ิ ม ไ ด อ ย า ง พ อ ดี
ดังนั้น ตองจัดการใหเกิดความสมดุลของทั้งสองระบบ
ดังภาพ 2-2
ภาพ 2-2 ระบบกลไกการพฒั นากรมคร. สูระบบราชการ 4.0
ผลการดำเนนิ งานที่สอดคลองสรู ะบบราชการ 4.0
มิตริ ะบบราชการที่เปดกวา งและเชอื่ มโยงกนั (Open & Connected Government)
กรมคร. กำหนดนโยบายมุงเนนการทำงานที่เชื่อมโยงกัน เปดเผยขอมูลรวมกันพัฒนาใหเปน
“องคกรคุณธรรม” มุงพัฒนาเพื่อใหโปรงใส ตรวจสอบได ภายใตคานิยม MOPH ใหคนทำงานบนพื้นฐาน
คุณธรรม กำหนดอัตลักษณ “ซื่อสัตย เสียสละ รับผิดชอบ” ประกาศเจตนารมณ “กรมควบคุมโรคใสสะอาด
รว มตานทุจริต” มกี ารแตงต้ังคณะกรรมการฯ การประเมินคุณธรรม ความโปรงใส อีกทงั้ จดั ทำแผนยุทธศาสตร
การสรางเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการปองกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ (พ.ศ. 2560 – 2565)
เปนแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสูการปฏิบัติอยางเปนรูปธรรม ผานการดำเนินงานแผนงานโครงการที่สำคัญ
ไดแก โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรดานคุณธรรมจริยธรรมและการปองกันการทุจริต เปนตนแบบ
ของคุณธรรมความโปรงใส เพื่อใหบุคลากรกรมคร. ถือเปนแนวทางปฏิบัติ พรอมทั้งสื่อสารและเปดเผยขอมูล
สสู าธารณะใหผ ูมีสว นไดส วนเสียภายนอกไดท ราบและม่นั ใจตอ การบรหิ ารงานทโี่ ปรง ใส
17 | P a g e
มีการทบทวนกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร ระยะ 20 ป ดานการปองกันควบคุมโรคและภัย
สุขภาพ (พ.ศ. 2561- 2580) ใหสอดคลองกับยุทธศาสตร 20 ป ของประเทศและกระทรวงสาธารณสุข
นำมากำหนดกรอบยุทธศาสตร 20 ป มุงสูวิสัยทัศน “ประชาชนไดรับการปองกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ
ระดับมาตรฐานสากล ภายในป 2580” โดยยึดหลักแนวทางตามคุณลักษณะระบบปองกันควบคุมโรค
ท่ีพึงประสงค เพ่อื ใชเปน กรอบแนวทางการดำเนนิ งานปองกนั ควบคุมโรคของประเทศ มงุ เนนทจี่ ะพัฒนาระบบ
ปองกันควบคุมโรค ซึ่งตอบสนองความตองการและยึดประชาชนเปนศูนยกลาง อาศัยความรู เทคโนโลยี
และนวัตกรรมเปนแรงขับเคล่ือน หลักเศรษฐกจิ พอเพียง ธรรมาภบิ าล และความคุม คาเปนหลกั ในการพัฒนา
ในดานการสานพลังเครือขาย กำหนดยุทธศาสตรการดำเนินงานรวมกับเครือขายเพื่อขับเคลื่อนงาน
ดานการปองกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ผสานพลังรวมกับเครือขายที่สำคัญในการวางมาตรการ
สรางการมีสวนรวมพัฒนาความเขมแข็งและสรางสัมพันธภาพที่ดี กำหนดจุดเนนการทำงานเชื่อมโยง
กับพื้นที่ในการเรงรัด กำจัด กวาดลาง เพื่อปองกันควบคุมโรค โดยมีสำนักงานปองกันควบคุมโรค
ในเขตพื้นที่ 12 เขต ทั่วประเทศ ทำหนาที่ในการขับเคลื่อนความรวมมือกับเครือขายตาง ๆ และพัฒนา
ความรวมมือเครือขายระหวา งประเทศ เพ่ือสรางเสรมิ สมรรถนะดา นการปองกนั โรค ท้งั โรคติดตอ โรคไมต ิดตอ
และภัยสุขภาพที่สำคัญ ตามพันธะสัญญาในการกำจัด กวาดลางโรค ผลจากการทำงานรวมกับเครือขาย
สามารถผลักดันใหเกิดนวตั กรรมเชงิ นโยบาย เชน การรณรงคความปลอดภัยบนทองถนน การพฒั นากฎหมาย
โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดลอม ขับเคลื่อนมาตรการยุติการใชสารเคมีทางการเกษตร
ที่มีอันตรายสูง (3 สาร) กำหนดเขตปลอดบุหรี่ มาตรการเมาไมขับ การขับเคลื่อนนโยบายการลดการบริโภค
เกลือและโซเดยี ม เปน ตน
ก า ร เ ป ด เ ผ ย ข อ ม ู ล ข า ว ส า ร เ ก่ี ย ว ก ั บ โ ร ค แ ล ะ ภ ั ย ส ุ ข ภ า พ ต อ ก ลุ ม เ ป า ห ม า ย ที่ ห ล า ก ห ล า ย
โดยเปดระบบ เปดใจ ใหประชาชนเขามีสวนรวมในการบริหารราชการ โดยจัดทำ DDC Application Portal
เปนชองทางในการรวม Application ทั้งหมดของกรม คร.
ตามกลุมเปาหมาย และงายตอการเขามาใชงาน นอกจากน้ี
มีระบบรวบรวมขอมูลสารสนเทศ เพื่อใชวัดผลการดำเนินงานให
สามารถตอบสนองความตอ งการของประชาชนและสถานการณท่ี
เปลี่ยนแปลง เชน ระบบเฝาระวังโรคและภัยสุขภาพ 5 กลุมโรค
5 มิติ รายงานการเฝาระวังโรค (รง 506 ระบบ GFMIS)
และมีการบูรณาการฐานขอมูลเพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยน ภาพ 2-3 การบูรณาการขอ มลู ตอบโตภ าวะฉุกเฉนิ ทางสาธารณสขุ
เชน การบรู ณาการขอ มูลการตอบโตภาวะฉุกเฉนิ ทางสาธารณสุข
เปนตน ดังภาพ 2-3
18 | P a g e
มติ ิระบบราชการทย่ี ดึ ประชาชนเปน ศูนยกลาง (Citizen- Centric Government)
กรมคร. มุงเนนที่จะพัฒนาระบบปองกันควบคุมโรค โดยยึดประชาชนเปนศูนยกลาง อาศัยความรู
เทคโนโลยีและนวัตกรรมเปนแรงขับเคลื่อน และไดนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกตใชในการบริหารจัดการ
เพื่อสนองตอบตอความตองการและความคาดหวังของประชาชนผูรับบริการ ตามมาตรฐานที่สะดวกรวดเร็ว
อีกทั้งสรางสภาพแวดลอมเพื่อใหเกิดวัฒนธรรมที่มุงเนนผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสียปรับเปลี่ยนบทบาท
ภารกิจหนวยงานจากสำนักจัดการความรูเปนกองนวัตกรรมและวิจัย เพื่อเปนหนวยงานกลางในการบริหาร
จัดการใหเกิดการสรางนวัตกรรมที่สำคัญในการใหบริการประชาชน พรอมทั้งสื่อสารและเปดเผยขอมูล
สูสาธารณะใหกับประชาชนไดมีโอกาสเสนอความตองการและความคาดหวัง นำมากำหนดผลผลิตของ
กระบวนการและออกแบบกระบวนการที่สามารถผลิตและสงมอบบริการที่มีคุณลักษณะตรงตามความตองการ
ประชาชน มีการบูรณาการการทำงานในระดบั ชุมชนกับหนว ยงานที่ใกลช ดิ ประชาชน เชน การสรา งความรวมมือ
และบูรณาการทำงานกับภาคีเครือขายที่สำคัญเพื่อแกไขปญหาโรคและภัยสุขภาพที่ซับซอน สงผลทำให
ผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสียพึงพอใจตอการบริการตาง ๆ เพิ่มมากขึ้น ผลงานที่สำคัญ คือ การสราง
นวัตกรรม เสริมคุณคา การใหบริการประชาชนและเครือขายทั้งในและนอกสังกัดกรมคร. จนเปนแนวปฏิบัติท่ดี ี
(Best Practices) สรางมาตรฐานใหมในการบริการใหกับประชาชน เชน 1) นำเทคโนโลยีมาใชในการบริหารจัดการ
และระบบบริการ โดยใช AI (Artificial Intelligence) ชวยในการออกแบบการอานภาพเอกซเรยปอดเบื้องตน
ลดระยะเวลารอผลการอานฟลม ทำใหผูปวยไดรับการวินิจฉัยที่รวดเร็วมากขึ้น จากเดิมใชเวลา 1- 2 สัปดาห
สามารถทราบผลการอานเบ้ืองตน ไดภ ายในวนั เดียว 2) นวัตกรรม Health DDC2U เปน Application ท่ีสามารถ
เชื่อมตอกับระบบขอมูลที่มาจากการวัดความดันโลหิต
สาธารณะ โดยขอมูลของประชาชนที่ใชบริการจะแสดงผล
ผาน Web App เพื่อติดตามคาระดับความดันโลหิต
ของตนเองและไดรับคำแนะนำสุขภาพตามความเหมาะสม
3) การปองกันการระบาดของโรค COVID - 19 ดวย
ระบบงาน System ที่ทันสมัย App DDC Care, App AoT
ติดตามกลุมเสี่ยง เกาะติดสถานการณแบบเรียลไทม ภาพ 2-4 นวัตกรรมสภู ยั โควิด 19
นำเทคโนโลยีดานการสื่อสารความเสี่ยงในภาวการณ
ระบาดโรค COVID – 19 ผานชองทาง Social Media ทั้ง Facebook Line Chat Bot ระบบแจงเบาะแส
เชื่อมโยงการทำงานรว มกันหลายหนว ยงาน เปนชอ งทางท่มี ีความรวดเรว็ ในการใหขาวสารที่ถกู ตองกับประชาชน
ทตี่ ิดตามสถานการณการระบาดโดยประชาชนไมต องรองขอ เปนตน ดังภาพ 2-4
19 | P a g e
มิติระบบราชการท่ีมีขดี สมรรถนะสูงและทนั สมยั (Smart & High Performance Government)
อธิบดีและผูบริหารทุกคนใหความสำคัญในการสรางการมีสวนรวมของบุคลากร มีการจัดโครงสราง
ออกแบบระบบงาน และพฒั นาขดี ความสามารถของบุคลากรใหเ อื้อตอ การปฏิบัติงานเพ่ือสืบสาน (Continue)
สรางระบบที่ไดมาตรฐาน มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ชี้เปา - เฝาระวัง – นำใหทำ - ตอบโตเร็ว สามารถ
บรหิ ารจัดการไดท ัง้ สถานการณภ าวะปกติและฉุกเฉิน มกี ารจัดระบบงานแบบไมเ ปนทางการมุงเนนการทำงาน
เปนทีม ใหสามารถตอบสนองตอการดำเนินงานตามนโยบายที่สำคัญหรือเรงดวนในรูปของคณะกรรมการ
คณะทำงานทีมปฏิบัติการพิเศษ Cross Functional Team สงผลใหการปฏิบัติงานมีความคลองตัวมากขึ้น
บุคลากรมุงมั่นสรางสรรคผลงานนวัตกรรมตามนโยบาย DDC 4.0 จัดตั้งศูนยพัฒนานวัตกรรมดานสุขภาพ
ปอ งกัน ควบคมุ โรคขับเคลอื่ นการพัฒนานวตั กรรมของกรมคร. มีการศึกษาดูงานระบบนวัตกรรมทีห่ ลากหลาย
ทั้งบริษัทปูนซีเมนตไทย สำนักนวัตกรรมแหงชาติ ศูนยนวัตกรรมทางการแพทย และรูปแบบธุรกิจวัฒนธรรม
องคกร กลุมธุรกิจ Alibaba เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลดานการปองกันควบคุมโรค กองนวัตกรรม
และวิจัย นำมาวิเคราะหความเสี่ยงในการสรางนวัตกรรมหรือความคิดริเริ่ม และประยุกตองคความรู
ในแบบสหสาขาวิชา ไดดำเนินการสรางใหเกิด Ecosystem คือ สิ่งแวดลอมที่เอื้อตอการพัฒนาความรู
ความคิดสรางสรรค แรงจูงใจในการสรางสรรคผลงานนวัตกรรม รวมถึงการสรางวัฒนธรรมองคกร
ของบคุ ลากร การสง เสรมิ ใหบ ุคลากรเกิดความภาคภูมิใจทัง้ ตอตนเองและตอองคกรเพ่ือสรางผลงานนวัตกรรม
ทีส่ ามารถแก Pain point ตอบโตก ับการเปลีย่ นแปลงอยางฉบั พลันในยุคดจิ ิทลั เพ่ือสรางคณุ คา นำสูก ารแกไข
ปญหาดานสุขภาพ การปองกัน ควบคุมโรค
ใหกับประชาชนใหเห็นผลลัพธในเชิงประจักษ
ที่ทันตอยุค Digital Transformation ของ
ระบบราชการ 4.0 สนับสนุนหนวยงานใหเกิด
กระบวนการสรางและพัฒนานวัตกรรมอยาง
ตอเน่ือง จัดใหมีการประชุม Inovation
Forum เพื่อถายทอดองคความรูจากวิทยากร
ผูเชี่ยวชาญ กระตุนกระบวนการคิด จัดพื้นท่ี ภาพ 2-5 Co-Working Space ของกรม คร.
ภายในศูนยนวัตกรรมดานสุขภาพและปองกัน
ควบคุมโรคเปน Co-Working Space ใหบุคลากรไดใชประโยชน เพื่อการระดมสมองและสรางสรรคผลงาน
นวัตกรรมรักษา (Preserve) การสงั่ สมภมู ิปญ ญาจากอดีตสูปจจุบัน รวมถึงเปน แหลง เรยี นรดู านงานนวัตกรรม
ปอ งกนั ควบคมุ โรค ปรบั ตวั เขา สสู ภาพความเปนสำนักงานสมยั ใหม ดังภาพ 2-5
อกี ทง้ั นโยบายท่ีปรับสูองคการดจิ ิทลั โดยเรม่ิ จดั ทำสถาปตยกรรมองคกร (EA) ปรับกรอบแนวคิดและ
ใชโปรแกรมมาสนับสนุนการทำงานเพื่อตอยอด (Build Upon) การสรางองคความรูใหมและนวัตกรรมเพ่ือ
รองรับอนาคต ตอบสนองกับทุกสถานการณไดอยางทันเวลา เชน ดำเนินการพัฒนาระบบเฝาระวังและ
สอบสวนโรคอัจฉริยะ (Smart Surveillance & Investigation) การพัฒนาปญญาประดิษฐ (Artificial
Intelligent) เพื่อคนหาและวินิจฉัยโรคเปาหมาย ตลอดจนการสรางสภาพแวดลอมภายใน 3 โรค
20 | P a g e
(โรคเรื้อน วัณโรค และมาลาเรีย) ที่เหมาะสม เพื่อสงเสริมใหบุคลากรมีสวนรวมในการสรางสรรคสิ่งใหม ๆ
เชน โครงการ “คบเด็กสรางบาน”สนับสนุนใหมีการรวมกลุมของบุคลากรรุนใหม สรางผลงานดี ๆ ทำให
บุคลากรผูกพันตอการปฏิบัติหนาที่ไดอยางเต็มที่ตามภารกิจที่ไดรับมอบหมาย เชน กิจกรรมการปรับปรุง
กระบวนงานและสภาพแวดลอมการทำงานไปสูการเปน Smart Office การทำงานโดยใชเทคโนโลยีมาชวย
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Smart Workflow)รวมทั้งทบทวนกระบวนการทำงานที่สำคัญและจำเปน ลด
หรือปรับปรุงขั้นตอนกิจกรรมที่ไมจำเปนหรือไมกอใหเกิดคุณคาอยางตอเนื่อง พัฒนาระบบดิจิทัลมาปรับปรุง
กระบวนการภายใน เชน 1) ระบบ EstimatesSM 2) ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส 3) ระบบ KTB
Corporate Online 4) ระบบ DDC Meeting 5) ระบบลาออนไลน เปนตน
เปา หมายตอ ไปในอนาคต
กรมคร. มีแผนการยกระดับสูระบบราชการ 4.0 ในอนาคต (The New Paradigm of DDC Services)
แบงเปน
1. Motivating Learning Digital Skills ใช Digital literacy มงุ เนน กระตุนสนับสนุนใหเกิดทักษะ
ดานดิจิตอล ซึ่งครอบคลุมการเปนพลเมืองดิจิทัล การรูเทาทันเทคโนโลยีและการใชขอมูลเทคโนโลยีอยางมี
ประสิทธิภาพ
2. Creating & Inspiring Environment Coworking Space 24/ 7 Incentive for Innovators
การสรางสิ่งแวดลอมที่เอื้อตอตอการสรางความคิดที่นำไปสูนวัตกรรมใหม ๆ ของบุคลากรกรมคร. รวมท้ัง
การเตรียมปรับรูปแบบการใหบริการ ดวยการ Re-Design Re-think Re-treat ที่เอื้อตอกลุมเปาหมาย
ตลอดระยะเวลา 24 ชวั่ โมง เปน One Stop Services ของงานบริการ กรม คร.
3. Transform Innovation to Nonprofit Commercialization ก า ร ผ ล ั ก ด ั น น ว ั ต ก ร ร ม
กรม คร. ผานกระบวนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยใชความรูและหลักการเชิงพาณิชยแตไมมุงเนน
ผลกำไร ทช่ี ว ยใหม กี ารกระจายบรกิ ารรูปแบบใหม ชวยลดตน ทุนและเพม่ิ ประสทิ ธิภาพเขา ถงึ บริการที่งายหรือ
สะดวกขึ้น หรือการประสานความรว มมอื กับผผู ลติ และพฒั นาทำขอ ตกลงเพือ่ เอ้ือประโยชนต อกรมควบคุมโรค
และกลุมเปาหมายไดรับบริการที่มีคุณภาพทั้งเชงิ ปริมาณและเชิงคุณภาพ เชน นวัตกรรมรองเทาเพื่อสุขภาพ,
DDC – Care, AI ชุดตรวจ เปนตน ดังภาพ 2-6 และปจจัยความสำเร็จของการขับเคลื่อนระบบราชการ 4.0
ของกรมคร. ไดแ ก Leadership นโยบายการขบั เคลื่อนของผนู ำผบู ริหารของกรม การนำองคก รอยางตอเน่ือง
ของผูบริหาร Systemand Process Management การมีบุคลากรระดับกลางมีสมรรถนะในดาน digital
ควบคูไปกับสมรรถนะหลัก Learning Culture Organization วัฒนธรรมการแลกเปล่ียนเรยี นรูแบบมุงเปา
บนบรรยากาศพ่ีนอ งของกรมควบคุมโรค Monitoring and Systematic Improvement การกำกับติดตาม
ผลการดำเนินงาน การปรับปรุงแกไ ขปญ หาการปฏิบัตงิ านในดานตาง ๆ อยา งเปน ระบบ ดงั ภาพ 2-7
21 | P a g e
ภาพ 2-6 แผนการยกระดบั สรู ะบบราชการในอนาคต 4.0
ภาพ 2-7 ปจ จยั ความสำเร็จของการขบั เคลื่อนระบบราชการ 4.0
22 | P a g e
บทท่ี 3
คูมือ PMQA 4.0 Checklist
หมวด 1 หมวด 4
• Leadership role model • Data Sharing
• Public Accountability • Public data Accessibility
• Integrity &Transparency • Information Disclosure
• Aligning & Empower • Proactive & customized
• Digitalization & Administration
หมวด 2 • Digital technology application
• Strategic Thinking & objectives • Big data analysis
• Strategic Alignment • Organization Learning
• Collaboration network
• Strategic Line of Sight หมวด 5
• Strategic Collaboration • Proactive to customer needs
• Actionable policy solution • Problem-solver to improve
• Service quality
หมวด 3 • Public Entrepreneurship
• Demand Driven • Happy worker & Happy citizen
• Personalized service • Knowledge Worker
• Innovative service (Gov. Lab) • Educability & Ethic ability
• Trans disciplinary
23 | P a g e
หมวด 6 หมวด 7
• End-to-end process flow • Results-oriented
• Cross-boundary management • Creating value
• Open system & Open Access • Doing more & better with less
• Citizen centric designed concept • Better Business
• Digitalized service process • Efficiency & effectiveness
• Integrated service • Strategic achievement
• Horizontal approach • Outcome Impact (Economic,
• Operational Excellence
• Virtualization & shared service social, health, environment)
• Digitalization
24 | P a g e
หมวด 1 การนำองคการ
1.1 ระบบการนำองคการทสี่ รางความยง่ั ยืน
การกำหนดทิศทางของสว นราชการ
การกำหนดทิศทางองคการ ควรใหความสำคัญ คำนึงถึงการตอบสนอง ความตองการและความคาดหวัง
ของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสียทั้งหมด รวมถึงตองนำสวนราชการไปสู การบรรลุวิสัยทัศนและ
ภารกิจของหนว ยงานได
การกำหนดทิศทางองคการควรมีการประเมินสภาพแวดลอมทั้งภายในและภายนอก รวมถึงสถานะของ
องคกร วิเคราะหขอมูลที่สำคัญ เชน จุดแข็ง จุดออน โอกาส อุปสรรค ผลกระทบตาง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับ
องคการ ขอมูลดานปจจัยทางนโยบายและการเมือง ปจจัยทางเศรษฐกิจ ปจจัยทางสังคม ปจจัยทาง
เทคโนโลยีและนวตั กรรมใหม ๆ ปจจยั ทางสภาพแวดลอม และปจจยั ทางดา นขอกฎหมายตาง ๆ
25 | P a g e
การกำหนดทิศทางองคการควรมีรายละเอียดที่จะสามารถสรางความเขาใจแกผูที่เกี่ยวของเพื่อนำไปสู
การปฏิบัติไปไนทิศทางเดียวกันไดอยางชัดเจน ซึ่งอาจพิจารณาจากหลักการ SMART ประกอบดวย
(1) ความชัดเจน (Specific) มีรายละเอียดที่มีความชัดเจนอยางเฉพาะเจาะจงและไมคลุมเครือ
(2) วัดผลได (Measurable) มีกลไกในการประเมินความสำเร็จของทิศทางที่กำหนดไว (3) บรรลุผลได
(Achievable) สามารถผลักดันและขับเคลื่อนไปสูการบรรลุตามเปาหมายของทิศทางที่กำหนดไวได
(4) สอดคลองกับขอเท็จจริง (Realistic) มีความสอดคลองกับสภาพแวดลอมทางยุทธศาสตรทั้งภายใน
และภายนอกองคกร ความทาทายทางยุทธศาสตรและความไดเปรียบทางยุทธศาสตร และ
(5) กรอบระยะเวลาท่ชี ดั เจน (Timely) กำหนดกรอบระยะเวลาในการบรรลุทิศทางดังกลาวไวอยางชัดเจน
การสื่อสารทิศทางและการตดั สนิ ใจทส่ี ำคัญ
ผูบริหารของสวนราชการตองสื่อสารทำความเขาใจกับบุคลากร ภาคประชาชน ภาคเอกชน และทองถ่ิน
จากองคก รภายนอกใหมีความเขา ใจแนวทางการทำงานของสว นราชการใหความรว มมือในการดำเนินการ
และสรางกลไกในการประสานความรวมมือในการทำงานระหวางกันในลักษณะของเครือขาย ผลักดันให
เกดิ การปรับปรงุ งานท่ีมากขึน้ โดยการต้ังเปาหมายทที่ าทาย เพอ่ื ผลักดนั ผลการดำเนินงานใหด ีย่งิ ขน้ึ
การสื่อสารถายทอดทิศทาง ผูบริหารขององคการควรมีบทบาทในการสื่อสารทิศทางที่กำหนดไวดวย
ตนเองผานวิธีการตาง ๆ ที่มีประสิทธิผล เพื่อสื่อสารทิศทางองคการที่ไดกำหนดไวไปสูผูที่เกี่ยวของ
ทั้งภายในและภายนอกองคการ โดยการสื่อสารควรเปนไปในรูปแบบการสื่อสารแบบ 2 ทิศทาง
Two-way communication เพื่อใหเกิดประสิทธิผลของการสื่อสาร รวมถึงอาจมีรูปแบบที่เปนทางการ
และไมเปนทางการเพ่ือใหมคี วามเหมาะสมกบั ผูท่ีจะส่ือสารซ่ึงมีพฤตกิ รรมและบรบิ ทท่ีแตกตางกนั
การสื่อสารถายทอดการตัดสินใจที่สำคัญ เมื่อองคการตองเผชิญกับเหตุการณหรือการตัดสินใจที่มี
ความสำคัญ ผูบริหารควรมีบทบาทดวยตนเองในการสื่อสารประเด็นการตัดสินใจที่สำคัญขององคการ
ใหกับผูท่ีเก่ียวของไดร ับทราบ
การสรางสภาพแวดลอ มและวัฒนธรรมองคการ
ผูบริหารของสวนราชการควรมีบทบาทในการกระตุน สงเสริม ผลักดัน สรางบรรยากาศในองคการให
บุคลากรมีพฤติกรรมที่มุงเนนผลการดำเนินการ สรางวัฒนธรรมองคการ เพื่อสงเสริมใหบุคลากร
ปฏบิ ัติงานเพือ่ ประโยชนส ุขของประชาชน
ผูบริหารของสวนราชการควรสรางสภาพแวดลอมและจัดสรรทรัพยากรรวมถึงเครื่องมืออุปกรณ หรือ
ระบบงานที่จำเปนอยางเพียงพอและเหมาะสมในการทำงานเพื่อใหเกิดความสำเร็จ บรรลุตามพันธกิจ
อาทิเชน การจัดโครงสรางองคการใหรองรับกับทิศทางการดำเนินงานและวัฒนธรรมขององคการใหมี
ความคลองตัว ตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงไดอยางรวดเร็ว การพัฒนาระบบงานและกระบวนการที่มี
ประสิทธิภาพทส่ี ามารถรองรบั การดำเนนิ งานของสวนราชการไดอยางมีประสิทธภิ าพ เปน ตน
ผูบรหิ ารระดบั สูงตองเปนแบบอยางที่ดีในการปฏบิ ตั ิใหค ำแนะนำชวยเหลือในการดำเนินการ
26 | P a g e
การทบทวนผลการดำเนินงานและพัฒนาปรบั ปรงุ โดยคำนงึ ถึงความย่งั ยนื ขององคการ
การติดตามทบทวนและประเมินผลการดำเนินการ ควรมีการดำเนินการอยางตอเนื่องจากตัวชี้วัดผล
การดำเนินงานที่สำคัญทั้งในระดับองคการและระดับปฏิบัติการรวมถึงแผนงานที่สำคัญ ซึ่งจะทำให
ผูบริหารทราบสถานะผลการดำเนินงานและขีดความสามารถของสวนราชการและประเด็นสำคัญที่ตอง
ดำเนนิ การหรือปรบั ปรุงอยา งเรงดวน
การทบทวนวิสัยทัศน ภารกิจ คานิยม ทิศทางการดำเนินงานของสวนราชการ ควรนำขอมูลและ
สารสนเทศที่สำคัญตาง ๆ ที่แสดงใหเห็นถึงผลการวิเคราะหขอมูลที่รวบรวมจากหลายแหลงในหลาย
มมุ มอง และสามารถปรบั เปล่ยี นไดตามความตองการของผใู ชทันทีขณะใชง านเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
ในเชงิ นโยบายทมี่ ปี ระสิทธภิ าพ
การทบทวนผลการดำเนินงานและปรับปรุง ควรมีการประเมินและคาดการณความเปลี่ยนแปลง
ในอนาคตที่อาจจะเกดิ ขึ้น
ระดับ ความหมาย
Basic ผูบริหารของสวนราชการไดสรางความยั่งยืนโดยการกำหนดวิสัยทัศนและยุทธศาสตร
ทต่ี อบสนองตอพันธกิจ และภาระหนาที่ของสวนราชการ (Mission based) มีการถายทอด
ผานระบบการนำองคก ารเพ่อื ใหเกิดการดำเนนิ การทวั่ ท้ังสว นราชการ
Advance ผูบริหารของสวนราชการไดสรางความยั่งยืน โดยการกำหนดวิสัยทัศนและยุทธศาสตร
ที่ตอบสนองตอพันธกิจและภาระหนาท่ีของสว นราชการ และสอดรับกับยุทธศาสตรชาติ
(Alignment with National Strategies)
Significance ผูบริหารของสวนราชการไดสรางความยั่งยืน โดยการกำหนดวิสัยทัศนและยุทธศาสตร
ท่ีตอบสนองตอพันธกิจและภาระหนาที่ของสวนราชการ สอดรับทศิ ทางการพัฒนาและ
ยุทธศาสตรช าติ และยุทธศาสตรพืน้ ที่สรางนวัตกรรมและวฒั นธรรมในการมุงประโยชนสุข
ประชาชน (Innovation, Citizen-centric)
27 | P a g e
Checklist 1.1 ระบบการนำองคก ารทส่ี รา งความยั่งยืน
Basic Advance Significance
B1: ผูบริหารกำหนดทิศทางของ A1: ผูบริหารกำหนดทิศทางของ S1: ผูบริหารกำหนดทิศทาง
องคการที่ตอบสนองพันธกิจและ องคก ารทสี่ อดรับกับยุทธศาสตรช าติ เพื่อใหเกิดการสรางนวัตกรรมท่ี
ภาระหนา ทีข่ องสว นราชการ A2: ผูบริหารสือ่ สารถายทอดทิศทาง มุงเนนผูรับบริการ และผูมีสวนได
B2: ผูบริหารส่ือสารถายทอด ไปสูผูรับบริการและผูมีสวนไดสวน สวนเสีย และมุงเนนประโยชนสขุ
ทิศทางและการตัดสินใจที่สำคัญ เสียและหนวยงานที่เกี่ยวของ ของประชาชน
แบบสองทิศทางไปสูทุกระดับ A3: ผูบริหารไดนำผลการทบทวน S2: ผูบริหารคาดการณผล
ภายในองคการ มาปรับปรุงและพัฒนาทิศทาง การดำเนินงานในอนาคตและ
B3: ผูบริหารสรางสภาพแวดลอม การดำเนินงานขององคการให กำหนดทิศทางในการเตรียม
และวัฒนธรรมท่ีสนับสนุนการ สอดคลองกับสภาพแวดลอมอยาง การเชิ งรุ กเพ่ื อ รองร ั บ กั บ
บรรลุเปาหมายขององคการ ทันทว งที เหตุการณท ่อี าจจะเกดิ ขน้ึ
สงเสริมนวัตกรรมและการเรียนรู A4: ผูบริหารนำเทคโนโลยีดิจิทัลมา S3: ผูบริหารสื่อสารผลสัมฤทธ์ิ
ของบุคลากร ใชในการสื่อสาร สนับสนุนการสราง จากการดำเนินงานขององคการ
B4: ผูบริหารติดตาม ทบทวนผล สภาพแวดลอมและวัฒนธรรม และ ไปสูป ระชาชนและสังคม
การดำเนินงานอยางตอเนื่องและ ทบทวนทิศทาง การดำเนินงาน
สม่ำเสมอ
RB1: ทิศทางองคการท่ีช ัดเจน RA1: ทิศทางองคการที่สอดคลองกับ RS1 : ทิศทางองคการที่คำนึงถึง
สอดคลองกับพันธกิจสภาพแวดลอม ยุทธศาสตรช าตแิ ละความเปลี่ยนแปลง ผลสัมฤทธิ์ เพื่อประโยชนสุขของ
ทางยุทธศาสตรข ององคการ ดานยุทธศาสตร ประชาชน เตรียมการเชิงรุกเพ่ือ
RB2: บุคลากรมีความเขาใจทิศทาง RA2: ผูมีสวนไดสวนเสียภาคประชาชน รองรับความเปล่ียนแปลงใน
และใหความรวมมือผลักดันและ และหนวยงานที่เกี่ยวของใหความ อนาคต
ขับเคลื่อน รวมมือในการดำเนินงานเพือ่ ขับเคลือ่ น RS2: ทศิ ทางการดำเนินงานแสดง
RB3: มี ส ภ า พ แ ว ด ล อ ม แ ล ะ RA3: เกิดนวัตกรรมในการพัฒนา ใหเห็นผลลัพธที่นำไปสูการสราง
วัฒนธรรมที่สนับสนุนการบรรลุ กระบวนการหรือการใหบริการของ ประโยชนสุขแกประชาชนและ
เปาหมายขององคการ สงเสริม สว นราชการ สงั คมอยางย่ังยืน
น ว ั ต ก ร ร ม แ ล ะ ก า ร เ ร ี ย น รู ข อ ง
บุคลากร
28 | P a g e
1.2 ปองกนั ทจุ รติ และสรา งความโปรงใส
การกำหนดนโยบายการกำกับดแู ลองคก ารทดี่ ี
นโยบายการกำกับดูแลองคการท่ีดี หมายถึง การประกาศเจตนารมณขององคการที่จะดำเนินการ
และกำหนดนโยบายตามหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดีเพื่อประโยชนสุขของประชาชนโดย ผูบริหาร
ตองวางนโยบายเกี่ยวกับรัฐ สังคมและสิ่งแวดลอม ผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย และผูปฏิบัติงาน
รวมทง้ั กำหนดแนวทางปฏิบตั ิและมาตรการหรือโครงการเพื่อใหบรรลุผลตามนโยบายขององคการ
การสอื่ สารนโยบายและถา ยทอดสูการปฏบิ ตั ิ
สื่อสารนโยบายและถายทอดผานชองทางการสื่อสารและระบบการนำองคการ ระบุสิ่งที่ตองการใหเกิด
การปฏบิ ัตอิ ยางจริงจัง
การกำหนดแผนงานและมาตรการในการปองกันทุจริตและสรางความโปรงใส
กำหนดวัตถุประสงคของแผนงาน เปาหมายการดำเนินงาน ความคาดหวังตอผลการดำเนินงาน
ดา นการปองกันทุจริตและสรางความโปรง ใส
การนำแผนงานและมาตรการการปองกันทจุ ริตและสรางความโปรงใสไปสูการปฏิบัติ
กำหนดภาระความรับผิดชอบของหนวยงานที่เกี่ยวของตอการดำเนินงานตามแผนงานเพื่อใหเกิด
ความชดั เจนในการนำไปปฏบิ ตั ิ
การตรวจสอบตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานผลสูสาธารณะ
กำหนดวิธีการและความถี่ในการตรวจสอบ ติดตามประเมินผล รวมทั้งรูปแบบการรายงานผล
และชองทางการเผยแพรสูสาธารณะระบบราชการซ่ึงเปนกลไกสำคัญของภาครัฐท่จี ะใชในการขับเคลื่อน
การพัฒนาในดานตาง ๆ มีความจำเปนอยางยิ่งที่จะตองพัฒนาไปสูระบบราชการ 4.0 โดยจะตองมี
ความโปรง ใสในการทำงานตรวจสอบได ผนู ำระดบั สงู จะตอ งใหความสำคญั ในการสรางระบบในการกำกบั
ดูแลองคการ ทบทวนและติดตามผลการดำเนินการอยางสม่ำเสมอ การดำเนินการตาง ๆ สามารถ
29 | P a g e
ตรวจสอบไดทั้งจากภายในและภายนอกองคการ สามารถเปดเผยขอมูลตาง ๆ ของสวนราชการใหกับ
สาธารณะได ไมเอาเปรียบและตองปกปองผลประโยชนของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสียอยาง
เหมาะสม รวมทง้ั การสง เสริมในเรอื่ งจริยธรรมในการทำงานท่วั ท้งั สวนราชการ
ระดับ ความหมาย
Basic นโยบายและระบบการกำกับดูแลที่เสริมสรางความโปรงใสและการปองกันทุจริต รวมทั้ง
ระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ มีมาตรการที่ถายทอดสูการปฏิบัติและการติดตาม
รายงานผลอยา งชัดเจน
Advance การประเมินประสิทธิผลและตัววัดการปองกันทุจริตและการสรางความโปรงใสภายใน
สวนราชการและมีการปรับปรุงอยางสม่ำเสมอ การรายงานผลการดำเนินการของสวนราชการ
ตอสาธารณะและหนว ยงานบงั คบั บญั ชา
Significance ผลการประเมินความโปรงในในระดับองคการโดยองคการอิสระระดับชาติหรือนานาชาติ
เปนแบบอยา งท่ดี ีและการสรางตน แบบดานความโปรง ใส
30 | P a g e
Checklist 1.2 ปองกันทุจริตและสรา งความโปรง ใส
Basic Advance Significance
B1: กำหนดนโยบายและระบบ A1: นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช S1: ประเมนิ ผลการดำเนนิ งานดา น
การกำกับดูแลที่ดีและที่เสริมสราง ในการสื่อสารประชาสัมพันธ การปองกันทุจริต และการสราง
ความโปรงใส และการปองกันทุจริต และเผยแพรนโยบายและระบบ ความโปรงใสโดยองคการอิสระ
รวมทั้งระบบการตรวจสอบท่มี ี การกำกับดูที่ดี และที่เสริมสราง ระดบั ชาติ หรอื นานาชาติ
ประสิทธิภาพ ความโปรงใสและการปองกนั ทจุ รติ
B2: ส่ือสารประชาสัมพันธและ A2: คนหาแนวปฏิบัติที่เปนเลิศ
เผยแพรนโยบายและระบบการกำกบั (Best Practice: BP) ดา นความโปรงใส
ดูแลท่ีดีและท่ีเสริมสรางความ สรางตนแบบ (Role Model)
โปรงใสและการปองกันทุจริตใหกับ ดา นความ โปรง ใส
บคุ ลากรท่ัวท้งั สว นราชการ A3: กำหนดตัววัดเพื่อประเมิน
B3: กำหนดมาตรการและแผนงาน ประสิทธิผลการปองกันทุจริตและ
เกี่ยวกับการปองกันทุจริต และสราง การสรางความโปรงใสภายใน
ความโปรงใสในสวนราชการในเชิงรุก สว นราชการ
(Proactive) และเชงิ รบั (Passive) A4: รายงานผลและเผยแพร
B4: กำหนดตัวชี้วัดในการตรวจ ผลการดำเนินงานดานการปองกัน
ติดตาม ปองกันการทุจริต และ ทุจริตและการสรางความโปรงใส
ติดตามรายงานผลอยา งชัดเจน สูสาธารณะอยา งเปด เผย
B5: ปฏิ บั ติ ตามมาตรการและ A5: ทบทวนและปรับปรุงนโยบาย
แผนงานเกี่ยวกับการปองกันทุจริต และมาตรการดา นการปองกันทุจริต
และสรา งความโปรง ใส และการสรางความโปรงใส
RB1: ประสิทธิภาพของนโยบาย RA1: ขอมูลขาวสารและผล RS1: ผลการประเมินที่ดีจาก
และระบบการกำกับดู แลที่ดี การดำเนนิ การของสวนราชการท่ี หนวยงานภายนอกที่นาเชื่อถือ
และที่เสริมสรางความโปรงใส เปดเผยสูสาธารณะใหประชาชน ในประเทศหรือตางประเทศ
และการปอ งกันทุจริต รวมท้งั ระบบ และสังคมสามารถตรวจสอบได ไดรับรางวัลหรือเปนแบบอยาง/
การตรวจสอบ ตนแบบ ดานการปองกันทุจริต
RB2: ประสิทธิภาพของการสื่อสาร และการสรา งความโปรงใส
ประชาสัมพันธและเผยแพรนโยบาย RS2: มแี นวปฏิบตั ทิ ่เี ปนเลศิ หรอื
และระบบการกำกับดูแลที่ดี และที่ มีตนแบบในดานความโปรงใสใน
เสริมสรางความโปรงใส และการ การปฏบิ ตั งิ าน
ปอ งกันทจุ รติ
RB3: ผลการดำเนินงานการปองกัน
การทจุ รติ
31 | P a g e
1.3 การมุงเนน ผลสมั ฤทธ์ิผา นการสรางการมีสวนรว มจากเครือขายทงั้ ภายในและภายนอก
การบริหารราชการแบบมสี ว นรวม
การบริหารราชการที่นำผูมีสวนไดสวนเสียที่เกี่ยวของทุกภาคสวนเขามามีสวนรวมในกระบวนการ
วางแผน การตดั สินใจ การดำเนินงานและการประเมินผล
การสำรวจ วิเคราะหกระบวนงานทส่ี ามารถสรางการมสี ว นรวม
สำรวจ วิเคราะห ผมู ีสวนไดสวนเสีย (Stakeholder) ทั้งภายในและภายนอกองคกรในการสราง
การมีสวนรว มในการทำงาน
- กำหนดกลุม เปา หมายในการมสี ว นรว ม
- กำหนดระดับการมสี วนรวม
การสรางสภาพแวดลอมและกลไกทีส่ ง เสริมการมีสวนรวม
จัดระบบงานหรือวิธีการทำงานการจัดโครงสราง และการสรางวัฒนธรรมการทำงานของเจาหนาที่รัฐ
ทเี่ อ้อื ตอการเปด โอกาสใหป ระชาชนหรือผมู สี ว นไดสวนเสยี ทีเ่ ก่ียวของเขา มามีสว นรวมในการบริหารราชการ
32 | P a g e
การสรางการมีสวนรว มของประชาชนและเครอื ขาย
ระดับการมีสวนรวมของประชาชนตามตัวแบบของสมาคมการมีสวนรวมสากล (International
Association for Public Participation - IAP2) ทเ่ี รียกวา Public Participation Spectru ประกอบดวย
การมีสวนรวมของประชาชนมี 5 ระดับ คือ (1) ระดับการใหขอมูลขาวสาร (To Inform) (2) ระดับ
การปรึกษาหารือ (To Consult) (3) ระดับการเขามาเกี่ยวของ (To Involve) (4) ระดับความรวมมือ
(To Collaborate) และ (5) ระดับเสรมิ อำนาจประชาชน (Empower)
เปดกวางใหภาคสวนอื่น ๆ เขามามีสวนรวม มีโครงสรางในแนวราบ ลักษณะของเครือขายมากข้ึน
มีการเชอื่ มโยงการทำงานภายในภาครฐั ดว ยกันอยางมีเอกภาพและสอดประสานกัน
สนับสนุนการทำงานเปนทีม เสริมสรางวัฒนธรรมองคกร รวมถึงใชในการสรางความมีสวนรวม
ของเครอื ขา ยใหช วยในการดำเนินการเพ่ือบรรลุภารกิจของสวนราชการ
กระตุน สงเสริม ผลักดันใหเกิดการปรับปรุงกระบวนการและการบริการผานเครือขายภาคเอกชน
ใหมีการเปลี่ยนแปลงอยางกาวกระโดดและเกิดนวัตกรรมที่สำคัญมีผลกระทบสูง สอดคลองกับนโยบาย
และนำไปสูการแกปญหาท่ีสำคัญทมี่ ีความซับซอน ซง่ึ อาจไมส ามารถแกไขไดสำเร็จโดยสวนราชการเพียง
หนวยงานเดยี ว อาจมคี วามจำเปนทจ่ี ะตองรวมกันคิด รวมกนั วิเคราะห เพอ่ื หาแนวทางในการแกปญหา
กับภาคประชาชนและหนวยงานอื่น ๆ ซ่งึ จะสง ผลใหไดมุมมองที่หลากหลายในการแกไขปญหาท่ีสำคัญ
และซบั ซอนใหสำเร็จตามวตั ถปุ ระสงค
ระดับ ความหมาย
Basic การสื่อสารและการสรางสภาพแวดลอมภายในเพื่อใหมุงเนนผลสัมฤทธิ์ การสรางกลไก
ท่ีเอ้ือใหป ระชาชนและเครือขายภายนอกเขามามสี ว นรวมในการทำงาน
Advance การตั้งเปาหมายทาทายและการสงเสริมใหเกิดนวัตกรรมของกระบวนการ
และการบริการผานเครือขายภาคประชาชนภาคเอกชนและทองถิน่
Significance การสรางนวัตกรรมที่มีผลกระทบสูงและเชิงนโยบายที่นำไปสูการแกปญหาที่มี
ความซบั ซอน
33 | P a g e
Checklist 1.3 การมุงเนนผลสัมฤทธิ์ผา นการสรา งการมีสวนรวมจากเครือขา ยท้ังภายในและภายนอก
Basic Advance Significance
B1: สำรวจวิเคราะหพันธกิจ A1: ก ำ ห น ด เ ป า หม าย การ S1: สรางนวัตกรรมเชิงนโยบาย
ยุทธศาสตร กระบวนงานหรือ ดำเนินงานท่ีทาทาย ท่ี ส ง ผ ล ก ร ะ ท บ ส ู ง ใ น ร ะ ดั บ
โครงการที่สามารถสรางการ A2: สงเสริมใหเกิดนวัตกรรม ประเทศ โ ดยมีเค รื อ ข า ย
มีสว นรว ม ของกระบวนการและการบริการ ภายนอกเขา รวมดำเนินการ
B2: ก ำ ห น ด เ ป า ห ม า ย ข อ ง ผานเครือขายภาคประชาชน
การมีสวนรวมที่ชัดเจน และ ภาคเอกชนและทองถิ่น RS1: ผลกระทบเชิงบวกใน
สื่อสารเปาหมายดังกลาว ใหกับ A3: นำนวตั กรรมและเทคโนโลยี ระดับ ประเทศจากนวัตกรรม
ผมู ีสว นไดส ว นเสียทเี่ กี่ยวของ ดิจิทัล เขามาใชในการสราง เชิงนโยบาย และนำไปสูการ
B3: สรางสภาพแวดลอมและ ส ภ า พ แ ว ด ล อ ม ก ล ไ ก แ ล ะ แกไขปญหาที่มีความซับซอน
กล ไกเพื่ อขั บเ คลื่ อ น ก า ร มี ดำเนินการมสี วนรว ม จ า ก ก า ร ท ำ ง า น ร ว ม ก ั น กั บ
สว นรวม และกลไกในการเปดเผย เครือขาย
ขอมูลใหประชาชนสามารถเขา RA1: ไดร บั การยอมรับซึ่งกันและ RS2: ตอบสนองความตองการ
มามีสวนรวมในการตรวจสอบ กันในผลของการพัฒนาที่เกิดขึ้น ของประชาชนไดอยางแทจริง
การปฏิบตั ริ าชการ กอใหเกิดประโยชน กั บทุ ก รวมทั้งผลของการพัฒนาที่
ภาคสวนที่เก่ียวของ ท้ังภาครัฐ เกิดประโยชนตอคุณภาพชีวิต
RB1: มีเครือขายในรูปแบบของ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม/ ของคนในชุมชน สังคม และ
ภาคเี ครอื ขาย หรอื หนุ สว นท่ีเปน ภาคประชาชนทเี่ ขามามีสว นรวม ประเทศชาติอยา งย่ังยืน
รูปธรรมในการทำงานรวมกับ
สว นราชการ
RB2: เกิดความรวมมือการมี
สวนรวม ของเครือขายในการ
รวมกันคิด วิเคราะห เพื่อหา
แนวทางในการแกป ญหารวมกบั
สวนราชการ
34 | P a g e
1.4 การคำนึงถงึ ผลกระทบตอสงั คมและการมุงเนน ใหเกิดผลลัพธ
การประเมินผลกระทบจากโครงการ กระบวนการ และยุทธศาสตรท ่ีอาจจะมผี ลกระทบเชิงลบ
รบั ฟง ขอสังเกต ขอเสนอแนะ หรือประเดน็ สำคญั ทีเ่ ครือขายไดรับทีเ่ กีย่ วกับความกังวลของสาธารณะ
ทม่ี ตี อสวนราชการ
การกำหนดมาตรการในการปองกัน และจัดการผลกระทบทีม่ คี วามชัดเจน
แสดงรายละเอียดของมาตรการอยางชัดเจน เชน กิจกรรมที่ตองดำเนินการ หนวยงานรับผิดชอบ
การบริหารความเสย่ี งทอี่ าจเกิดข้ึน
การดำเนินการตามมาตรการในการปองกัน และจัดการผลกระทบ
กำหนดระยะเวลาดำเนนิ การและผลลพั ธทค่ี าดหวงั
การติดตาม รายงานผล ประเมินผลมาตรการและผลกระทบ
กำหนดวธิ ีการและความถ่ีในการตรวจสอบ ติดตามประเมนิ ผล รวมทงั้ รูปแบบการรายงานผล
การดำเนินงานของสวนราชการจะตองไมทำใหสังคมไดรับความเดือดรอนหรือผลกระทบเชิงลบจาก
การดำเนินการ ซึ่งอาจจะเกิดไดโดยที่สวนราชการไมไดตั้งใจ ทั้งที่มาจากผลผลิต บริการ หรือ
การปฏิบัติงานของสวนราชการ และเมื่อเกิดเหตุการณผลกระทบเชิงลบตอสังคมแลว สวนราชการ
จะตอ งแกไ ข เยยี วยาโดยเรง ดวนทสี่ ดุ เทา ทท่ี ำได เพอ่ื ใหผ ลกระทบน้ันบรรเทาและหายไปในที่สุด
ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจสงผลตอภาพลักษณและความนาเชื่อถือขององคการ อาจทำใหในอนาคต
ประชาชนหรือเครือขายตาง ๆ ไมศรัทธาและไมใหความรวมมือในการดำเนินการของสวนราชการ
สงผลเสยี ในระยะยาว
35 | P a g e
การสรางความรวมมือของบุคลากรและเครือขายในการเฝาระวังผลกระทบเชิงลบตอสังคม
จะชวยใหการปองกันแกไขปญหาเกิดขึ้นอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเฝาระวังนั้น ทำไดโดยบุคลากร
ของสวนราชการ ซึ่งอาจมีหนวยงานที่รับผิดชอบในการเฝาติดตาม เฝาระวัง วิเคราะหแนวโนมของ
ผลกระทบท่อี าจจะเกิดขึ้นและวางแผนการแกไ ข ตดิ ตาม เพอื่ ใหเ หตุการณน้ันไมเกดิ ขนึ้ แตใ นปจจุบัน
การเฝา ระวังโดยบุคลากรภายในเพยี งอยางเดียวอาจไมเ พียงพอตอสถานการณทเ่ี ปลยี่ นแปลงที่เกิดข้ึน
อยางรวดเร็ว สวนราชการ จำเปนตองไดรับความชวยเหลือจากเครือขายภายนอก ซึ่งเปนผูที่มีความ
ใกลชิดกับสังคมหรือประชาชนทำใหสามารถรับรูขอมูลขาวสารที่อาจจะเกิดผลกระทบในเชิงลบของ
สังคมไดอยางครบถวน ครอบคลมุ มากย่งิ ขึน้
การประเมินความเสี่ยงของโครงการหรือแผนปฏิบัติการของสวนราชการ เพื่อใหทราบถึงประเด็น
ที่อาจเปนอุปสรรคตอ ความสำเร็จตามโครงการหรือแผนปฏิบัตกิ าร และจดั ใหมกี ารปรบั ปรุงโครงการ/
แผนปฏิบัติการหรือจัดทำแผนงานรองรับเพื่อปองกันปญหา ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และทำให
โครงการ/แผนงานประสบความสำเรจ็
ระดับ ความหมาย
Basic การประเมินและติดตามโครงการ กระบวนการ และยุทธศาสตรที่อาจจะมีผลกระทบเชิง
ลบตอสังคม การติดตามตวั ชวี้ ดั และการดำเนนิ การขององคการอยา งตอ เน่ือง
Advance
การติดตามรายงานผลกระทบ โดยผานกลไกการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล
Significance เพือ่ นำไปสูก ารแกไขปญหาอยางทนั การณ
การติดตามผลการดำเนินการและผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยาว
และผลกระทบทม่ี ีตอ เศรษฐกิจ สงั คม สาธารณสขุ และสง่ิ แวดลอม
36 | P a g e
Checklist 1.4 การคำนงึ ถึงผลกระทบตอสังคมและการมุงเนน ใหเ กดิ ผลลพั ธ
Basic Advance Significance
B1: ประเมินความเสี่ยงแล ะ A1: รบั ฟง ขอ สังเกต ขอเสนอแนะ S1 : ติดตามการดำเนินการและ
ผลกระทบของโครงการ กระบวนการ หรือประเด็นสำคัญที่เครือขาย ประเมินผลกระทบทั้งในระยะส้ัน
และยุทธศาสตรที่อาจมีผลกระทบ ไดรับที่เกี่ยวกับความกังวลของ และระยะยาว และนำไปสูการ
เชงิ ลบตอสงั คม สาธารณะทมี่ ีตอสว นราชการ สรางสารสนเทศเชิงลึกที่เชื่อมโยง
B2: กำหนดมาตรการและดำเนินการ A2: สรางกลไกการมีสวนรวม กับผลกระทบที่มีตอเศรษฐกิจ
ตามมาตรการปองกันและแกไข ในการดำเนินการดานผลกระทบ สงั คม สาธารณสุข หรือสงิ่ แวดลอ ม
ผลกระทบเชิงลบตอสังคมท่ีอาจจะ เชงิ ลบตอ สงั คม S2: นำเทคโนโลยีดิจิทัลเขามาใช
เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของ A3: ใชเทคโนโลยีดิจิทัลในการ ในการดำเนินการ และติดตาม
หนวยงาน ดำเนินการตามมาตรการ ติดตาม ผ ล ก ร ะ ท บ เ ช ิ ง ล บ ต อ ส ั ง ค ม ท่ี
B3: กำหนดตัวชี้วัดและติดตาม และรายงานดานผลกระทบเชิง เชื่อมโยงกับหนวยงานภายนอก
การดำเนินการและผลลัพธที่มีตอ ลบตอ สงั คม หรอื ใชฐ านขอมลู รวมกัน
การจัดการผลกระทบเชิงลบตอ
สงั คม RA1: ตอบส นองแล ะแกไข RS1: ภาพลักษณแล ะค ว าม
ปญ หา ที่เกดิ ข้นึ ไดอยางครอบคลุม นาเชื่อถือขององคกรในดานการ
RB1: ผ ล การดำเนินการตาม ครบถวน รวดเร็ว ทันทวงทีและมี บริหารจดั การผลกระทบเชิงลบตอ
มาตรการ และผลการติดตาม ประสิทธิภาพ สังคม
ตวั ช้ีวดั เชิงลบที่มตี อสงั คม RA2: ลดความรุนแรงหรือกำจัด RS2 : ลดความรุนแรงหรือกำจัด
ความเดือดรอนหรือผลกระทบ ผลกระทบที่มีตอเศรษฐกิจ สังคม
เชิงลบตอ สงั คม สาธารณสขุ หรือส่ิงแวดลอ ม
37 | P a g e
หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร
2.1 แผนยุทธศาสตรท ่ตี อบสนองความทาทาย และสรา งนวัตกรรมเพ่ือการเปลยี่ นแปลง
การวิเคราะหสภาพแวดลอมทางยทุ ธศาสตร
เพื่อใหองคการสามารถกำหนดยุทธศาสตรไดอยางเหมาะสม กลไกที่สำคัญในการบริหารยุทธศาสตร
คือ การวิเคราะหสภาพแวดลอมทางยทุ ธศาสตร (Environmental Analysis) ปจจัยตาง ๆ เพื่อใหทราบถึง
บริบทตาง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองคการ ที่องคการตองเผชิญ อันจะนำไปสูการวิเคราะห
และกำหนดยุทธศาสตรเ พื่อรองรบั ไดอยา งเหมาะสมตอไป
การวิเคราะหสภาพแวดลอมทางยุทธศาสตรไดอยางชัดเจน องคการสามารถนำเครื่องมือตาง ๆ
เขามาใชในการวิเคราะห โดยตองพิจารณาเลือกเครื่องมือทางการจัดการที่มีความเหมาะสมกับบริบท
ขององคก าร และนำมาใชใ นการตัดสนิ ใจตอไป
38 | P a g e
นอกจากการการวิเคราะหสภาพแวดลอมทางยุทธศาสตรเพื่อประเมินสภาพแวดลอมทั้งภายในและ
ภายนอกองคการแลว องคการควรมีการพิจารณาความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
ซึ่งการวิเคราะหความเปลี่ยนแปลงสำหรับรูปแบบของอนาคตที่มีความแนนอนควรมีการวิเคราะห
ขอมูลและสารสนเทศเพื่อนำไปสูการคาดการณความเปลี่ยนแปลง (Forecasting) และรูปแบบ
ของการอนาคตท่ไี มแ นน อนคือการวเิ คราะห Scenario เปนตน
การวิเคราะหค วามทาทายทางยทุ ธศาสตรและโอกาสทางยุทธศาสตร
ในกระบวนการวางแผนยุทธศาสตรไมควรคำนึงถึงเพียงมุมมองของความทาทายทางยุทธศาสตร
เพอื่ รองรับเพียงเทาน้ัน แตองคการควรใหค วามสำคัญกบั การใชจุดแข็งทีม่ ีในการสรางความไดเปรียบ
ทางการแขงขันผา น “โอกาสทางยุทธศาสตร” ใหไ ดมากที่สดุ
การกำหนดยุทธศาสตร
กำหนดยุทธศาสตรท ี่ตอบสนองความทา ทายและเพ่มิ ความไดเปรียบใหองคการ
ระดับ ความหมาย
Basic กระบวนการวางแผนยุทธศาสตรอยางเปนระบบทั้งระยะสั้นและระยะยาวตอบสนอง
ความตองการของประชาชนและบรรลุพันธกิจของสวนราชการแนวทาง การถายทอด
Advance ยทุ ธศาสตรสกู ารปฏบิ ตั ิ
Significance แผนยุทธศาสตรตอบสนองความทาทายของสวนราชการ มีการคาดการณการเปลี่ยนแปลง
ท่ีกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และแผนรองรับเพื่อตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลง (รวมท้ัง
การเปล่ยี นแปลงทีเ่ กิดข้นึ จากการนำระบบดิจทิ ลั มาใช)
สรา งขดี ความสามารถในการแขงขันและสรางโอกาสเชิงกลยุทธใหม ๆ ทน่ี ำไปสูประโยชนสุข
ของประชาชนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศท้ังในระยะสั้นและระยะยาว
39 | P a g e
Checklist 2.1 แผนยทุ ธศาสตรท่ีตอบสนองความทา ทาย และสรา งนวัตกรรมเพอื่ การเปลย่ี นแปลง
Basic Advance Significance
B1: จัดทำแผนยุทธศาสตรท่ี A1: วิเคราะหและคาดการณ S1: บูรณาการแผนยุทธศาสตร
ตอบสนองตอพันธกิจของสวน ความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะ ของหนวยงานกับยุทธศาสตร
ราชการ ความตองการของ เกดิ ขึน้ ในอนาคต หรือแผนงานของหนวยงาน
ประชาชนและสภาพแวดลอม A2: จดั ทำแผนยทุ ธศาสตรเพ่ือ ภายนอกเพื่อสรางขีดความสามารถ
ทางยุทธศาสตร เตรียมการรองรับโอกาสและ ในการแขงขัน และสรางโอกาส
B2: สรางการมีสวนรวมของ ความทาทายทางยุทธศาสตร เชิงกลยทุ ธใ หม ๆ
บ ุ คล ากรภ ายใน อ ง ค ก า ร ท่ี อ า จ จ ะ เ กิ ด ข้ึ น จ า ก ก า ร S2: วิเคราะหและเชื่อมโยง
ผูร บั บรกิ าร และผมู ีสวนไดสวน เปลยี่ นแปลงดังกลาว ผ ล ส ั ม ฤ ท ธ ิ ์ ต า ม ย ุ ท ธ ศ า ส ต ร
เสียที่สำคัญในกระบวนการ A3: นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ กับยุทธศาสตรและเปาหมาย
วางแผนยทุ ธศาสตร น ว ั ต ก ร ร ม เ ข า ม า ใ ช ใ น ก า ร ในระดับประเทศ
B3: สอื่ สารถา ยทอดยุทธศาสตร จัดทำ แผนยุทธศาสตร และ
สูการปฏิบัติไปสูหนวยงานที่ ขับเคลื่อนการดำเนินการตาม RS1: แผ นยุทธ ศาส ตรท่ีนำ
เกย่ี วขอ งอยา งครอบคลุม ยุทธศาสตรข ององคการ เทคโนโลยีดิจิทัลหรือนวัตกรรม
เขามาสรางขีดความสามารถใน
RB1: แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ท่ี RA1: แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ที่ การแขงขัน และสรางโอกาส
ตอบสนองตอเปาหมายของ ตอบสนองตอโอกาส ความทา เชงิ กลยุทธใ หม ๆ
องคกรในระยะสั้นและระยะ ทายทางยุทธศาสตร และความ RS2: แผนยุทธศาสตรท ีเ่ ชื่อมโยง
ยาวที่ชัดเจน ตอบสนองตอ เปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น ไปสูการสรางขีดความสามารถ
ปจ จัยตาง ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ ง ในอนาคต ในการแขงขัน และสรางโอกาส
RB2: แผนยุทธศาสตรที่เกิด เชิงกลยุทธใหม ๆ ที่นำไปสู
จากกระบวนการมีสวนรวม ประโยชนสุขของประชาชนและ
ของบุคลากรภายในองคกร ก า ร พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ ก ิ จ ข อ ง
ผูรับบริการและผูมีสว นไดสว น ประเทศ ทั้งในระยะสั้นและ
เสียทสี่ ำคญั ระยะยาว
RB3: บุคลากรภายในองคการ
ผูรับบริการ และผูมีสวนได
สว นเสียที่สำคัญรับรแู ละเขาใจ
ในแผนยุทธศาสตร และ
บทบาทในการมสี วนขบั เคล่ือน
ผลักดันยุทธศาสตรใหบรรลุ
ตามเปา หมายท่ีกำหนดไว
40 | P a g e
2.2 เปา หมายยุทธศาสตรท้ังระยะสนั้ และระยะยาวสอดคลอ งกับพันธกิจและยุทธศาสตรชาติ
เปา ประสงคเ ชิงยุทธศาสตร
ตวั ชีว้ ดั ผลการปฏบิ ัตงิ าน
การสือ่ สารถา ยทอดเปาประสงคแ ละตัวช้ีวดั
การวเิ คราะหและจัดทำแผนบรหิ ารความเส่ยี งทางยุทธศาสตร
การวิเคราะหผลกระทบทางยทุ ธศาสตรต อเปา หมายยทุ ธศาสตรช าติ
เปา หมายยทุ ธศาสตรร ะยะสน้ั
เปาหมายยทุ ธศาสตรระยะยาว
ยทุ ธศาสตรท่สี รา งการเปล่ยี นแปลง
ระดบั ความหมาย
Basic การกำหนดเปาประสงคและตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตรที่ตอบสนองตอพันธกิจของ
สวนราชการท้งั ระยะสัน้ และระยะยาว รวมท้งั การสรา งการเปล่ยี นแปลง
Advance
มีการวิเคราะหผลกระทบของเปาประสงคและตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตรที่เกิดข้ึน
Significance กบั ยทุ ธศาสตรช าติท้งั ระยะสั้นและระยะยาว
มีการวิเคราะหความเสี่ยงระดับองคการและผลกระทบทั้งทางตรงทางออมที่สงผลตอ
ระบบเศรษฐกิจ สงั คม สาธารณสขุ และสิ่งแวดลอมของประเทศ
41 | P a g e
Checklist 2.2 เปาหมายยุทธศาสตรท งั้ ระยะส้ันและระยะยาว
สอดคลองกบั พันธกจิ และยทุ ธศาสตรชาติ
Basic Advance Significance
B1: กำหนดเปาประสงคและ A1: วิเคราะหผลกระทบของ S1: วิเคราะหความเสี่ยงระดับ
ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตรที่มีความ เปาประสงคและตัวชี้วัดที่มีผลตอ องคก าร และผลกระทบทางตรง
ชัดเจน สรางการเปลี่ยนแปลง การบรรลุยุทธศาสตรชาติทั้งระยะ ทางออม ที่สงผลตอระบบ
ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อนำ สั้นและระยะยาวในมติ ติ า ง ๆ เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข
ไปสูการบรรลวิสัยทศั นแ ละทิศทาง และสิ่งแวดลอ มของประเทศ
ท่กี ำหนดไว
B2: ถายทอดเปาประสงคและ
ตัวชี้วัดสูระดับหนวยงานและ
ระดับบุคคล
RB1: เปาประสงคและตัวชี้วัด RA1: ผลการวิเคราะหผลกระทบ RS1: ผลการวเิ คราะหความเส่ียง
เชิงยุทธศาสตรที่มีความชัดเจนท้ัง ของเปาประสงคและตัวชี้วัดท่ีมี ระดับองคการและผลกระทบ
ระยะส้ันและระยะยาว ผลตอยุทธศาสตรชาติ ทั้งระยะส้ัน ท า ง ต ร ง ท า ง อ อ ม ที่ ส ง ผ ล
RB2: หนวยงานและบุคลากร และระยะยาวในมติ ิตา ง ๆ ตอระบบเศรษฐกิจ สังคม
ทุกระดับ และทุกคน รับทราบ สาธารณส ุ ข แล ะสิ่ ง แว ด ล อ ม
ภาระหนาที่ที่เกี่ยวของ เพื่อชวย ของประเทศ
ผลักดันใหบรรลุวิสัยทัศนและ
ทิศทางที่กำหนดไว
42 | P a g e
2.3 แผนงานขบั เคลอื่ นลงไปทกุ ภาคสว น
การบริหารโครงการ
1. ริเริม่ โครงการ (Initiating):
แผนปฏบิ ตั ิการ (Action Plan) คือ กลไกในการเช่ือมโยงแผนยุทธศาสตรที่กำหนดไวไปสูการปฏิบัติที่
ชดั เจน ดังนัน้ การจัดทำแผนปฏบิ ตั กิ ารทีด่ ีจะตอ งเปน กลไกในการขบั เคลื่อนใหเ ปาประสงคแ ละตวั ชีว้ ัดบรรลุผล
สัมฤทธต์ิ ามเปาหมายที่กำหนดไว
2. วางแผนโครงการ (Planning):
การทำนอยไดมาก : เนื่องดวยทรพั ยากรท่ีมีอยูอ ยา งจำกัด ดังนั้นการมุง เนนในเรื่องที่สำคัญจึงเขา มา
มีบทบาทอยางมากในการทำใหการทำงานมีประสทิ ธิภาพซึ่งสวนราชการควรมีการพิจารณาใหค วามสำคัญกบั
เรื่องที่มีความสำคัญและทุมเททรัพยากรที่มีอยูไปกับเรื่องที่มีความสำคัญที่สอดคลองกับพันธกิจ ยุทธศาสตร
ความตองการของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสียที่สำคัญขององคการ ซึ่งสวนราชการสามารถนำหลักการ
ท่มี ีความสัมพันธกับแนวคิดทำนอยไดมาก อาทเิ ชน หลักการพาเรโต (กฎ 80:20) คอื การใหความสำคัญในการ
ทุมเททรัพยากรไปกับงาน 20% ที่สงผลลัพธกลับมา 80% มากกวาการทุมเททรัพยากรไปกับงาน 80%
ที่ใหผลลัพธเพียงแค 20% หรือการนำแนวความคิด OKRs เขามาคัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญ
ของเรื่องทสี่ ำคัญที่สดุ 3 เรอื่ ง และตวั ช้วี ดั ไมเ กนิ 3 ตัว ภายใตแ ตละเรอ่ื งในแตล ะชว งเวลา ซ่ึงจะทำใหองคการ
และบุคลากรท่ีมีความเกย่ี วของในทุกระดบั ทราบวา เรื่องใดท่เี ปน เร่ืองสำคัญที่องคการควรมงุ เนนในชวงเวลานนั้ ๆ เปนตน
การสรางคุณคา : คือสิ่งที่องคการควรมุง เนน ใหความสำคัญเพื่อสรางคุณคาที่ตอบสนองและสัมพันธ
กับความตองการของผูรับบริการและผูมีสวนไดสว นเสีย เพราะหากคุณคาที่นำเสนอไมสอดคลองและสัมพันธ
กับสิ่งที่ผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสียตองการ นั่นหมายความวาผลผลิตที่นำเสนอไมตอบโจทย
สิ่งที่ผูรับบริการตองการ ซึ่งการสรางคุณคาสามารถนำหลักการ Value Proposition Canvas มาใชใน
การวเิ คราะห ความสมั พันธระหวางสินคาและบรกิ ารที่นำเสนอกับส่ิงท่ผี รู ับบริการตอ งการ ซ่ึงคุณคาที่นำเสนอ
สามารถสรางคุณคาใหกับผูรับบริการไดใน 2 มิติ คือการแกไขปญหาใหก ับลกู คา (Pain Point) หรือการทำให
ลูกคาพบกบั สิ่งทด่ี ขี ้ึน (Gain) เปน ตน
43 | P a g e
3. นำแผนไปปฏบิ ัติ (Execution):
4. ติดตามและควบคมุ (Monitoring and Controlling):
5. ปดโครงการ (Closing):
ระดบั ความหมาย
Basic แผนปฏิบัติการที่ครอบคลุมทุกสวนงานชัดเจน และสื่อสารการปฏิบัติไปยังทุกกลุม
Advance ทั้งภายในและภายนอก
Significance แผนปฏิบัติการที่สนับสนุนความสำเร็จของยุทธศาสตรของสวนราชการครอบคลุม
ทุกสวนงานชัดเจน และเนนการเกิดประสิทธิภาพ (การทำนอยไดมาก) และการสราง
คณุ คาแกประชาชน (Public value)
แผนปฏิบัติการที่สนับสนุนความสำเร็จของยุทธศาสตรของสวนราชการ บูรณาการ
กับแผนงานดานบุคลากรและการใชทรัพยากรที่รองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
และสื่อสารสูการปฏิบัติผานเครือขายทั้งภายในและภายนอกและการใชขอมูลรวมกนั
เพ่ือการประสานงานใหเ กดิ ความสำเร็จ
44 | P a g e
Checklist 2.3 แผนงานขับเคลอื่ นลงไปทกุ ภาคสวน
Basic Advance Significance
B1: ถายทอดเชื่อมโยงแผน A1: วิเคราะหและพิจารณา S1: จัดทำแผนดานบุคลากร
ย ุ ท ธ ศ า ส ต ร ไ ป สู ก า ร จ ั ด ท ำ แผนปฏิบัติการที่เนนการเกิด ทั้งการพัฒนาขีดความสามารถ
แผนปฏบิ ัติการทช่ี ัดเจน ประสิทธิภาพ (การทำนอยได และอัตรากำลังที่เชื่อมโยงกับ
B2: สื่อสารถายทอดแผนปฏิบัติ มาก) และการสรางคุณคาแก แ ผ น ย ุ ท ธ ศ า ส ต ร แ ล ะ ร อ ง รั บ
ก า ร ไ ป สู บ ุ ค ล า ก ร ภ า ย ใ น แ ล ะ ประชาชน (Public value) การเปลยี่ นแปลง
หนวยงานภายนอกทมี่ ีความ A2: นำเทคโนโลยีดิจิทัล S2: บูรณาการแผนปฏิบัติการ
เกย่ี วของอยางครอบคลมุ หรือนวัตกรรม เขามาใชกับ ร ว ม ก ั บ เ ค ร ื อ ข า ย เ พ ่ือ น ำ ไ ป
แผนปฏิบัติการ ในการเพ่ิม สูความสำเร็จตามยุทธศาสตร
RB1 : แผนปฏิบัติการทร่ี องรับ ป ร ะ ส ิ ท ธ ิ ภ า พ แ ล ะ ป ร ั บ ป รุ ง ของสวนราชการ
ยุทธศาสตร และครอบคลุ ม การใหบริการ การดำเนินงาน S3: คาดการณความเปลี่ยนแปลง
ทุกสวนงานอยางชัดเจนและ การลดตนทุน ลดขอผิดพลาด ท่ีจะเกิดขึ้นและสงผลตอแผน
ครอบคลุม และการทำงานซำ้ ปฏบิ ตั ิการของสวนราชการ
RB2: บุคลากรภายในและ S4: สรางความสัมพันธและ
หนวยงานภายนอกท่ีเก่ียวของ RA1: แผนปฏิบตั ิการทเี่ นนการ ปรับกลไก แผน/งบประมาณ
กับแผนปฏิบัติการ มีความเขาใจ เกิดประสิทธิภาพ (การทำนอย ใหเกิดการบูรณาการ โดยยึดพื้นที่
ในแผนปฏิบัติการและสามารถ ไดมาก) และคำนึงถึงการสราง เปนหลัก [ระดับจงั หวดั ]
ปฏิบัติตามแผนงานที่กำหนดไวได คุณคาแกประชาชน (Public
อยางถกู ตอ ง value) RS1: เครอื ขายภายในและภายนอก
มีสวนในกลไกการขับเคลอ่ื น
การดำเนินงานตามแผนใหเกิด
ความสำเรจ็
RS2: ประส ิทธ ิผ ล ของ แ ผ น
ปฏิบัติการที่มีการใชทรัพยากร
ดานตาง ๆ รวมกับเครือขาย
ทัง้ ภายในและภายนอก
45 | P a g e
2.4 การติดตามผลการแกไขปญ หา และการรายงานผล
ระบบและกลไกการตดิ ตามและรายงานผล
การวิเคราะหแ ละคาดการณผ ลการดำเนนิ งาน
การคาดการณผลการดำเนนิ งาน
การคาดการณเปาหมายผลการดำเนินการควรแสดงใหเห็นภาพอยางชัดเจน โดยอาจจัดทำในรูป
กราฟกท่ีแสดงแนวโนมผลการดำเนินการที่ผานมา 3 ป หรืออาจเทียบผลการดำเนินการของ
คูเปรียบเทียบและนำผลการคาดการณมาวิเคราะหแนวโนม เพื่อมากำหนดเปาหมายการดำเนินการ
ในอนาคต สามารถดำเนนิ การ ดงั นี้
1) การกำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญที่ใชในการติดตามความกาวหนาของแผนปฏิบัติการ
โดยตัวชี้วัดที่กำหนดแตละแผนปฏิบัติการควรเปนตัวชี้วัดที่แสดงใหเห็นถึงความสอดคลอง
ตอความสำเร็จขององคการและเชื่อมโยงถึงระดับผูปฏิบัติ โดยครอบคลุมกระบวนงานหลัก ซึ่งสงผล
ถึงผูรบั บริการและผูมสี ว นไดส วนเสยี ทงั้ หมด
2) เมื่อไดเปาประสงคและตัวชี้วัดในระดับองคการแลว จะตองมีการแปลงเปาประสงค
และตัวชี้วัดเหลานั้นไปสูเปาประสงคและตัวชี้วัดของแตละหนวยงานและถึงระดับบุคคลในที่สุด
เพื่อใหเกิดการถายทอดยุทธศาสตรและเปาประสงคลงสูทุกระดับในองคการ และเกิดระบบในการ
ประเมินผลการปฏิบัติงานที่สอดคลองเชื่อมโยงกับยุทธศาสตรและสอดคลองไปในทิศทางเดียวกัน
ทวั่ ทง้ั องคก ร
3) การถา ยทอดตัวช้ีวัดและเปา หมายระดบั องคกรสูระดบั บคุ คล (Individual Scorecard)
4) การกำหนดคา เปาหมายของตัวชี้วัดที่ใชในการติดตามแผนปฏิบัติการ ควรมกี ารคาดการณ
ผลการดำเนนิ การในอนาคตควรเปรียบเทียบคแู ขงขนั คเู ทียบเคียงและผลการดำเนนิ การทีผ่ านมา
46 | P a g e