The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanna.j1996, 2021-10-25 02:48:40

พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา

พั ฒ น า ก า ร
ข อ ง อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

จดั ทาโดย นางมณิ ฑญิ า สุวรรณสงิ ห์

การสถาปนา
อาณาจกั รอยุธยา

ชุ ม ช น ไ ท ย ใ น ลุ่ ม แ ม่ นา เ จ้ า พ ร ะ ย า ต อ น ล่ า ง ก่ อ น ก า ร ส ถ า ป น า อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

แคว้นสพุ รรณภมู ิ (สพุ รรณบรุ )ี

• มีอาณาบริเวณตงั อยทู่ างดา้ นตะวันตกของลมุ่ แม่นาเจา้ พระยา
ตอนล่าง โดยมีลมุ่ แมน่ าทา่ จนี ไหลลงสอู่ า่ วไทย

• มพี ัฒนาการสืบเนื่องมาเป็นเวลาหลายร้อยปี และเคยเปน็
ท่ีตังชมุ ชนโบราณหลายแหง่ เชน่ เมืองอทู่ อง

• มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการนับถือพระพุทธศาสนานิกาย
เถรวาทลัทธิลงั กาวงศ์ และพระพุทธศาสนานกิ ายมหายาน
เช่น พระปรางคท์ ่วี ัดมหาธาตุ

ชุ ม ช น ไ ท ย ใ น ลุ่ ม แ ม่ นา เ จ้ า พ ร ะ ย า ต อ น ล่ า ง ก่ อ น ก า ร ส ถ า ป น า อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

แควน้ ละโว้ (ลพบรุ )ี

• ไดร้ บั อิทธพิ ลของทวารวดี มีความเจรญิ รงุ่ เรืองทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งวัฒนธรรมการนับถือ

พระพุทธศาสนาทร่ี งุ่ เรืองมากทส่ี ดุ

• มีการรับวัฒนธรรมขอม ซง่ึ ในภายหลงั มีการยอมรบั นับถือศาสนา

พราหมณ์-ฮนิ ดู และนับถอื พระพทุ ธศาสนานกิ ายมหายาน

• เมอื่ อาณาจักรขอมเส่อื มลง ไดต้ ังตวั เปน็ อิสระหลังจากขอมเสื่อม

อทิ ธิพลลง และต่อมาไดถ้ ูกลดความสาคญั ลง ทาให้อโยธยาขึนมา มีอานาจแทน

ก า ร ส ถ า ป น า อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

• อาณาจักรอยธุ ยาเกดิ ขนึ จากการรว่ มมอื กนั ของแควน้ สุพรรณภมู ิ (สุพรรณบรุ ี) และ
แควน้ ละโว้ (ลพบรุ ี) ซึง่ ทังสองแคว้นเป็นศูนย์รวมอานาจทางการเมอื งในบรเิ วณ
ภาคกลางของประเทศไทยในปจั จุบัน

• การสถาปนากรุงศรีอยุธยาเปน็ ราชธานใี น พ.ศ. ๑๘๙๓ ของสมเด็จพระรามาธิบดที ่ี ๑
(อู่ทอง) ปรากฏหลักฐานวา่ กรงุ ศรีอยุธยาตงั ขนึ ในเมอื งเกา่ เดมิ ท่ีมชี อ่ื วา่ อโยธยา ซ่งึ มี
มาก่อน และเปน็ เมืองทต่ี งั อยรู่ ะหว่างเมอื งสุพรรณบุรกี บั เมอื งลพบรุ ี

ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า ข อ ง พ ร ะ เ จ้ า อู่ ท อ ง

ขอ้ สันนษิ ฐานจากการบอกทม่ี าของพระเจา้ อทู่ องแตกตา่ งกนั

สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ พระราชนพิ นธใ์ น พงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยา
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ฉบบั ฟาน ฟลตี หรอื วนั วลติ

• พระเจา้ อ่ทู องสืบเชือสายมาจาก • พระเจ้าอ่ทู องเป็นราชบตุ รเขยของ • พระเจ้าอูท่ องเป็นพระราชโอรสของ
พระเจา้ ชยั ศิริที่เคยครองเมอื งฝาง พระเจ้าศริ ชิ ัยเชยี งแสน พระเจา้ แผ่นดนิ จนี แลว้ ถูกเนร
(ปจั จุบันอยใู่ นเขต จ.เชยี งใหม่) เทศมาอยทู่ ่ีปตั ตานี และเดนิ ทาง
• ต่อมาไดร้ บั ราชสมบัตคิ รองราชย์ ผา่ นมาทางเมอื งละคร
• มกี ารเชอื สายสืบราชสมบัตติ อ่ มา อยู่ ๖ ปี ได้เกดิ โรคหา่ (นครศรีธรรมราช) กุยบรุ ี
หลายรุน่ จึงได้เกดิ พระเจ้าอ่ทู อง (อหวิ าตกโรค) จึงทรงยา้ ยราช (ใน จ.ประจวบฯ) และมาสรา้ ง
ธานมี าตังท่เี มอื งศรีอยธุ ยา เมืองพริบพรี (เพชรบุรี) ภายหลัง
จึงไดม้ าสรา้ งเมืองอยธุ ยา

ปั จ จั ย สา คั ญ ใ น ก า ร ส ถ า ป น า ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า เ ป็ น ร า ช ธ า นี

1 ความสัมพันธฉ์ ันเครือญาติระหว่างแควน้ สุพรรณภูมกิ บั แควน้ ละโว้
2 ทาเลท่ีตงั ของกรงุ ศรอี ยุธยาเป็นที่ทเ่ี หมาะสม
3 กรงุ ศรีอยธุ ยาอยู่ใกล้ปากแม่นา ตดิ ทะเล มคี วามสะดวกในการคา้ ขายกบั ชาวต่างชาติ
4 การเส่ือมอานาจลงของอาณาจักรเขมร จงึ ได้สถาปนากรุงศรอี ยธุ ยาเป็นศนู ยก์ ลางอาณาจกั รใหม่

ปั จ จั ย ท่ี มี ผ ล ต่ อ ค ว า ม เ จ ริ ญ รุ่ ง เ รื อ ง ข อ ง อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

แหลง่ อารยธรรมดงั เดมิ ไดร้ ับอารยธรรมเดิมก่อนมีการตังอาณาจกั ร มาปรบั ใชเ้ ขา้ กับอารยธรรมใหมท่ ี่อยธุ ยา
สรา้ งขึนมา
สภาพภมู ิประเทศ กรุงศรีอยธุ ยาตังอย่บู ริเวณที่ราบลุ่ม มีแม่นาไหลผ่าน จงึ เหมาะแกก่ ารเพาะปลกู และ
การคา้ ขาย
สภาพภมู อิ ากาศ อาณาจกั รอยธุ ยาตงั อยใู่ นเขตรอ้ นชนื มีลมมรสมุ พดั ผ่าน ทาให้มฝี นตกชกุ ส่งผลให้มี
แหล่งนาอดุ มสมบูรณ์
การตงั อยกู่ ง่ึ กลางเสน้ ทางเดินเรอื
ระหวา่ งอนิ เดยี กบั จนี อาณาจักรอยุธยาได้ประโยชน์ จากการค้าขายและรบั อารยธรรมจากจนี และอนิ เดยี
ทรพั ยากรธรรมชาติ
อยธุ ยามีทรพั ยากรธรรมชาติอดุ มสมบูรณ์ เชน่ ผกั ผลไม้ ปลานาจดื และปลาทะเล แร่
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ ์ ธาตุ ไม้หายาก ซ่ึงเปน็ ท่ีตอ้ งการของพ่อคา้ ตา่ งชาติ
เพราะพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริยห์ ลายพระองค์ ท่ที าให้อยธุ ยารอดพน้ จากภยั
คกุ คามจากภายนอกได้

พั ฒ น า ก า ร ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

พัฒนาการดา้ นการเมอื งการปกครอง

รายพระนาม ราชวงศ์ ปีที่ครองราชย์ รวมระยะเวลา (ป)ี
๑.สมเด็จพระรามาธบิ ดีที่ ๑ (อูท่ อง) อทู่ อง พ.ศ.๑๘๙๓ - ๑๙๑๒
๒.สมเดจ็ พระราเมศวร อ่ทู อง พ.ศ.๑๙๑๒ - ๑๙๑๓ ๑๙
๓.สมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี 1 (ขุนหลวงพงวั่ ) สพุ รรณภมู ิ พ.ศ.๑๙๑๓ - ๑๙๓๑ ๑
๑๘
๔.สมเดจ็ พระเจ้าทองลัน สพุ รรณภูมิ พ.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๓๑ ๗ วนั

สมเด็จพระราเมศวร (ครงั ที่ ๒) อทู่ อง พ.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๓๘ ๑๕
๕.สมเดจ็ พระรามราชาธริ าช อู่ทอง พ.ศ.๑๙๓๘ - ๑๙๕๒

พั ฒ น า ก า ร ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

รายพระนาม ราชวงศ์ ปีท่คี รองราชย์ รวมระยะเวลา (ป)ี
๖.สมเดจ็ พระอนิ ทราชา (เจ้านครอนิ ทร)์ สุพรรณภูมิ พ.ศ. ๑๙๕๒ - ๑๙๖๗
๗.สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชที่ ๒ สพุ รรณภูมิ พ.ศ. ๑๙๖๗ - ๑๙๙๑ ๑๖
๘.สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สพุ รรณภมู ิ พ.ศ. ๑๙๙๑ - ๒๐๓๑ ๒๔
๙.สมเด็จพระบรมราชาธริ าชที่ ๓ สพุ รรณภมู ิ พ.ศ.๒๐๓๑ - ๒๐๓๔ ๔๐
๑๐.สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ ๒ สพุ รรณภมู ิ พ.ศ.๒๐๓๔ - ๒๐๗๒ ๓
๑๑.สมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี ๔ สพุ รรณภูมิ พ.ศ.๒๐๗๒ - ๒๐๗๖ ๓๘
๑๒.พระรัษฎาธิราช สพุ รรณภูมิ พ.ศ.๒๐๗๖ - ๒๐๗๗ ๔
๕ เดือน

พั ฒ น า ก า ร ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

รายพระนาม ราชวงศ์ ปที ี่ครองราชย์ รวมระยะเวลา (ปี)
๑๓.สมเด็จพระชัยราชาธิราช สพุ รรณภมู ิ พ.ศ.๒๐๗๗ - ๒๐๘๙
๑๔.พระยอดฟา้ (พระแกว้ ฟ้า) สุพรรณภมู ิ พ.ศ. ๒๐๘๙ - ๒๐๙๑ ๑๒
ขนุ วรวงศาธิราช ๒
๑๕.สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ - - -
๑๖.สมเดจ็ พระมหินทราธิราช สพุ รรณภมู ิ พ.ศ. ๒๐๙๑ - ๒๑๑๑ ๒๐
๑๗.สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธิราช สุพรรณภูมิ พ.ศ. ๒๑๑๑ - ๒๑๑๒ ๑
๑๘.สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สุโขทยั พ.ศ.๒๑๑๒ - ๒๑๓๓ ๒๑
สุโขทัย พ.ศ.๒๑๓๓ - ๒๑๔๘ ๑๕

พั ฒ น า ก า ร ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

รายพระนาม ราชวงศ์ ปีทีค่ รองราชย์ รวมระยะเวลา (ปี)
๑๙.สมเดจ็ พระเอกาทศรถ สโุ ขทัย พ.ศ.๒๑๔๘ - ๒๑๕๓
๒๐.พระศรีเสาวภาคย์ สโุ ขทัย พ.ศ.๒๑๕๓ - ๒๑๕๔ ๕
๒๑.สมเดจ็ พระเจ้าทรงธรรม สโุ ขทัย พ.ศ.๒๑๕๔ - ๒๑๗๑ ๑ ปเี ศษ
๒๒.สมเด็จพระเชษฐาธริ าช สโุ ขทัย พ.ศ.๒๑๗๑ - ๒๑๗๒
๒๓.พระอาทติ ยวงศ์ สโุ ขทยั พ.ศ.๒๑๗๒ - ๒๑๗๒ ๑๘
๒๔.สมเดจ็ พระเจา้ ปราสาททอง ปราสาททอง พ.ศ.๒๑๗๒ - ๒๑๙๙ ๘ เดอื น
๒๕.สมเด็จเจ้าฟ้าชัย ปราสาททอง พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๑๙๙ ๓๘ วัน

๒๕
๓-๕ วนั

พั ฒ น า ก า ร ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธ ย า

รายพระนาม ราชวงศ์ ปที ี่ครองราชย์ รวมระยะเวลา (ปี)
๒๖.สมเด็จพระศรีสธุ รรมราชา ปราสาททอง พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๑๙๙
๒๗.สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช ปราสาททอง พ.ศ.๒๑๙๙ - ๒๒๓๑ ๒ เดือน
๒๘.สมเด็จพระเพทราชา บา้ นพลหู ลวง พ.ศ.๒๒๓๑ - ๒๒๔๖ ๓๒
๒๙.สมเด็จพระสรรเพช็ ญท์ ่ี ๘ (พระเจ้าเสือ) บ้านพลูหลวง พ.ศ.๒๒๔๖ - ๒๒๕๑ ๑๔
๓๐.สมเดจ็ พระสรรเพ็ชญท์ ่ี ๙ บ้านพลหู ลวง พ.ศ.๒๒๕๑ - ๒๒๗๕ ๖
๓๑.สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ บ้านพลหู ลวง พ.ศ.๒๒๗๕ - ๒๓๐๑ ๒๓
๓๒.สมเดจ็ พระเจา้ อทุ มุ พร (ขนุ หลวงหาวดั ) บา้ นพลหู ลวง พ.ศ.๒๓๐๑ - ๒๓๐๑ ๒๖
๓๓.สมเดจ็ พระทนี่ ั่งสรุ ิยามรินทร์ บา้ นพลูหลวง พ.ศ.๒๓๐๑ - ๒๓๑๐
๒ เดือน


ลั ก ษ ณ ะ ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง ส มั ย อ ยุ ธ ย า

1 พระมหากษัตรยิ ท์ รงมีพระราชอานาจสงู สดุ ในการปกครอง ทรงเป็นพระประมุขของอาณาจกั ร
2 ทรงเป็นสมมตเิ ทพตามความเชอ่ื ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และเป็นธรรมราชาตามคติความเชอ่ื ใน

พระพุทธศาสนาดว้ ย

รู ป แ บ บ ก า ร ป ก ค ร อ ง ส มั ย อ ยุ ธ ย า ต อ น ต้ น

การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ สว่ นกลาง

• กรงุ ศรอี ยธุ ยาเปน็ ราชธานี และเป็นศนู ย์กลางของการการปกครอง
• มีเมอื งหน้าด่าน ๔ ทิศ เพ่อื ป้องกนั ภัยยามขา้ ศึกรกุ ราน

ลพบรุ ี



สุพรรณบรุ ี อยธุ ยา นครนายก

พระประแดง

ก า ร บ ริ ห า ร ร า ช ก า ร แ ผ่ น ดิ น

ส่ ว น ก ล า ง

• ในเขตราชธานีทก่ี รุงศรีอยธุ ยา มีเสนาบดี ๔ ตาแหนง่ เรียกวา่ จตสุ ดมภ์
• จตุสดมภ์รบั ผิดชอบดแู ลการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ตามพระบรมราชโองการของพระมหากษัตรยิ ์
• จตุสดมภ์ แบง่ ออกเปน็ ๔ หนว่ ยงาน ดงั นี

จตสุ ดมภ์

กรมเวยี ง (เมอื ง) กรมวงั กรมคลงั กรมนา

ก า ร บ ริ ห า ร ร า ช ก า ร แ ผ่ น ดิ น ส่ ว น หั ว เ มื อ ง

หวั เมืองชนั ใน หวั เมอื ง หวั เมอื งชนั ใน • อยไู่ ม่ไกลจากราชธานี
ชนั นอก • ทางราชธานีจะแต่งตงั “ผรู้ งั ” ไปปกครอง
ราช • เชน่ เมอื งราชบุรี สงิ หบ์ ุรี ชัยนาท
ธานี
หัวเมอื งชนั นอก (เมอื งพระยามหานคร) • อยหู่ ่างไกลจากราชธานี
หวั เมืองประเทศราช • มเี จ้าเมอื งท่ีสบื ทอดทางสายเลอื ดเป็นผู้ปกครอง

หวั เมอื งประเทศราช • มีการปกครองเปน็ อิสระแก่ตนเอง
• ตอ้ งส่งเครอ่ื งราชบรรณาการไปถวายพระมหากษตั ริยอ์ ยธุ ยา
• เมอื งนครศรีธรรมราช เมอื งสุโขทัย

รู ป แ บ บ ก า ร ป ก ค ร อ ง ส มั ย ส ม เ ด็ จ พ ร ะ บ ร ม ไ ต ร โ ล ก น า ถ
การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ สว่ นกลาง

สมหุ พระกลาโหม พระมหากษตั รยิ ์ สมุหนายก

ดูแลกิจการฝา่ ยทหารท่วั ราชอาณาจกั ร ดูแลฝา่ ยพลเรือนท่วั ราชอาณาจกั ร
รวมทังดแู ลจตสุ ดมภ์

ก า ร บ ริ ห า ร ร า ช ก า ร แ ผ่ น ดิ น ส่ ว น หั ว เ มื อ ง

หวั เมอื งชนั ใน • ยกเลกิ เมอื งลูกหลวงทงั ๔ ทิศ
• ขยายขอบเขตโดยให้เมอื งลูกหลวงเข้ากับเมอื งในวงราชธานี เป็นเมืองชนั จัตวา
หวั เมืองชันใน • มีผรู้ งั กบั กรมการเมอื งปกครอง

ราช หัวเมอื งชันนอก หวั เมอื งชนั นอก (เมืองพระยามหานคร) • มีการจัดเมอื งเป็นชันเอก ชนั โท ชันตรี
ธานี
• มีขนุ นางชนั สูงเปน็ ผูส้ าเร็จราชการเมอื ง

หวั เมอื งประเทศราช หวั เมอื งประเทศราช • ลักษณะการปกครองยังคงเป็นแบบเดยี วกบั สมยั อยธุ ยาตอนต้น

• เช่น เมอื งทวาย ตะนาวศรี เชียงกราน เขมร

รู ป แ บ บ ก า ร ป ก ค ร อ ง ส มั ย อ ยุ ธ ย า ต อ น ป ล า ย

สมุหนายก พระมหากษตั รยิ ์
สมหุ พระกลาโหม

หัวเมืองฝา่ ยเหนือ หัวเมอื งฝา่ ยใต้
(ทหาร - พลเรือน) (ทหาร - พลเรอื น)

กรมนครบาล กรมสงั กัดฝา่ ยทหาร
กรมวัง
กรมคลัง การคลัง
กรมนา หวั เมอื งชายทะเลตะวนั ออก (ทหาร - พลเรอื น)

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ

ปจั จัยทสี่ ง่ เสรมิ ความเจรญิ ทางเศรษฐกจิ ในสมยั อยธุ ยา

ทาเลและทตี่ งั ของกรงุ ศรอี ยธุ ยาและหวั เมอื งตา่ งๆ ใกลเ้ คยี ง ซึ่งเหมาะแกก่ ารเพาะปลูกโดยเฉพาะการปลกู ข้าว
การอยใู่ กล้อ่าวไทย ทาให้พ่อค้าต่างชาตติ ิดต่อคา้ ขายกบั อยธุ ยาไดส้ ะดวก

พระบรมราโชบายของพระมหากษตั รยิ ์ ที่ช่วยดึงดดู ให้พ่อคา้ ชาวตา่ งชาติเขา้ มาค้าขายกบั อยธุ ยา

ลั ก ษ ณ ะ ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ใ น ส มั ย อ ยุ ธ ย า

เกษตรกรรม เศรษฐกจิ การคา้ ขายกบั ตา่ งประเทศ

• ผลิตผลทางการเกษตรทส่ี าคัญ คือ ขา้ ว • เปน็ การค้าขายโดยการใช้เรอื สาเภา ซึง่
นอกจากนยี ังมผี ลิตผลจากป่า เชน่ ไมฝ้ าง ดาเนนิ การโดยพระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์
นอแรด งาช้าง คร่ัง หนังสัตว์ ยางสน ไม้ ขนุ นาง และพอ่ ค้าจีน นอกจากนียงั ติดต่อคา้ ขาย
กฤษณา เปน็ ต้น กับชาวตะวันตกอีกดว้ ย ได้แก่ โปรตุเกส
ฮอลันดา องั กฤษ และฝร่ังเศส

ก า ร แ ส ว ง ห า ร า ย ไ ด้ ข อ ง แ ผ่ น ดิ น ด้ ว ย ก า ร เ ก็ บ ภ า ษี อ า ก ร

การแสวงหารายไดข้ องแผน่ ดนิ ดว้ ยการเกบ็ ภาษีอากร
ได้แก่ จังกอบ อากร สว่ ย และฤชา

1 จังกอบ • รายไดท้ ่เี กบ็ ตามดา่ นขนอนทงั ทางบกและทางนา
โดยเกบ็ ชักส่วนสนิ คา้

2 อากร • รายได้ท่ีเกิดจากการเกบ็ สว่ นผลประโยชนใ์ นการประกอบอาชพี ต่างๆ ของราษฎร เชน่ การทานา
ทาไร่ ทาสวน เป็นต้น

3 ส่วย • รายไดจ้ ากสงิ่ ของ ทรี่ าษฎรนามาให้กบั ทางราชการแทนการถกู เกณฑ์แรงงาน เช่น ส่วยดบี ุก
4 ฤชา • รายไดท้ ่ไี ดจ้ ากค่าธรรมเนยี มทที่ างราชการเกบ็ จากราษฎร

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น สั ง ค ม

ความเปน็ มาของสงั คมศกั ดนิ าสมยั อยธุ ยา

ความหมายของศักดนิ า

• ศักดนิ า หมายถงึ เคร่ืองกาหนดสิทธิและหน้าที่ของบคุ คลในสงั คม เพื่อจาแนกใหเ้ ห็นถึงความแตกต่างในเรอ่ื งสิทธแิ ละหน้าท่ี
ของบุคคลตามศกั ดินา เช่น ผู้มศี ักดนิ า ๔๐๐ ขึนไปมสี ิทธเิ ขา้ เฝา้ ได้ แตต่ า่ กวา่ ๔๐๐ ไมม่ สี ิทธเิ ข้าเฝ้า

ประโยชนข์ องศักดนิ า

• กฎหมายศักดนิ า บงั คบั ใช้เมอ่ื พ.ศ. ๑๙๙๗ โดยกาหนดใหบ้ คุ คลทกุ ประเภทในสังคมไทย มีศกั ดินาดว้ ยกนั ทงั สินแตกต่าง
กันไปตามฐานะอานาจและหนา้ ทคี่ วามรับผิดชอบ ยกเว้นพระมหากษตั ริยซ์ ึง่ มไิ ด้ระบศุ ักดนิ าเพราะพระองค์ทรงเปน็ เจา้ ของศักดิ
นาทังปวง

• ระบบศกั ดนิ ามปี ระโยชนใ์ นการควบคมุ บังคบั บัญชาผ้คู นตามลาดับชันและมอบหมายใหค้ นมหี นา้ ทรี่ ับผดิ ชอบตามทก่ี าหนด
เอาไว้ และเม่ือบคุ คลทาผิดตอ่ กนั ก็สามารถใชเ้ ปน็ หลกั ในการปรบั ไหมได้ เช่น ถา้ ผมู้ ศี ักดินาสูงทาความผิดต่อผมู้ ศี ักดินาตา่
กว่า กจ็ ะปรบั ไหมตามศักดนิ าของผ้มู ศี ักดนิ าสูงกว่าถา้ ผู้มีศักดนิ าตา่ กว่าทาผิดตอ่ ผมู้ ศี กั ดนิ าสงู กวา่ กป็ รบั ไหมผู้ท่ีทาผิดตาม
ศักดนิ าของผทู้ ีม่ ีศกั ดนิ าสูงกวา่

ลั ก ษ ณ ะ โ ค ร ง ส ร้ า ง สั ง ค ม ไ ท ย ส มั ย อ ยุ ธ ย า

พระมหากษตั รยิ ์

พระประมขุ ของราชอาณาจกั ร ทรงไดร้ บั การยกย่องใหเ้ ปน็ สมมติเทพ
และทรงเปน็ ธรรมราชา

พระภกิ ษสุ งฆ์ พระบรมวงศานวุ งศ์

ทาหนา้ ที่ในการสืบทอดพระพุทธศาสนา เครือญาตขิ องพระมหากษตั ริย์ มศี ักดนิ าแตกต่างกนั ไปตามฐานะ
ไดร้ บั การยกยอ่ ง
ขนุ นาง
และศรทั ธาจากบคุ คลทุกชนชัน
บคุ คลทีร่ ับราชการแผ่นดนิ มีทังศกั ดินา ยศ ราชทินนาม และตาแหน่ง

ไพร่

ราษฎรที่ถกู เกณฑแ์ รงงานใหก้ ับทางราชการตอ้ งสังกัดมลู นาย

ทาส

บุคคลทไ่ี ม่มีกรรมสทิ ธ์ใิ นแรงงาน
และชวี ติ ของตนเอง ตอ้ งตกเปน็ ของนายจนกว่าจะไดไ้ ถต่ ัว

พัฒ น า กา รด้ านคว ามสัมพัน ธ์
ร ะ ห ว่ างปร ะเ ทศ

กั บ รั ฐที่ อ ยู่ใก ล้เ คียง

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ รั ฐ ท่ี อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง

ความสมั พนั ธก์ บั สโุ ขทยั

• มที ังการใชน้ โยบายการสรา้ งไมตรี การเผชิญหน้าทางทหาร และนโยบายการสรา้ งความสัมพันธท์ าง
เครอื ญาติ

• อยธุ ยาใช้การเผชญิ หนา้ ทางทหารกับสุโขทัยมาตังแตส่ มัยสมเด็จพระรามาธิบดที ี่ ๑ (อทู่ อง) และ
สมยั สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชท่ี ๑ (ขนุ หลวงพงวั่ )

• สมัยสมเดจ็ พระอนิ ทราชา (เจ้านครอินทร์) ทรงแกไ้ ขปัญหาจลาจลทีส่ ุโขทัย ทาให้สโุ ขทยั กลบั มาอยู่
ใตอ้ านาจของอยุธยา และทรงสรา้ งความสมั พันธ์ทางเครอื ญาตโิ ดยให้พระราชโอรส คอื เจา้ สามพระ
ยาอภเิ ษกกบั เจ้าหญงิ เชือสายราชวงศพ์ ระร่วง

• สมยั สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงผนวกรวมสุโขทัยเขา้ เป็นสว่ นหนงึ่ ของอยุธยา

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ รั ฐ ท่ี อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง

ความสมั พนั ธก์ บั ลา้ นนา

• เป็นการเผชญิ หน้าทางทหาร ในสมยั สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชที่ ๑ (ขุนหลวงพง่ัว) เปน็ ตน้ มา
อยุธยาไดร้ บกบั ล้านนา แต่ไมป่ ระสบความสาเรจ็

• สมยั สมเด็จพระชยั ราชาธิราช อยธุ ยาไดย้ ึดล้านนาเปน็ เมอื งประเทศราช แต่สดุ ท้ายกต็ อ้ งเปน็ เมอื ง
ประเทศราชของพมา่

• สมยั สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช อยธุ ยาไดล้ ้านนากลบั มาเป็นเมืองประเทศราช
• หลงั จากสมยั สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเปน็ ตน้ ไป ลา้ นนากเ็ ริม่ แยกตัวเป็นอสิ ระบ้าง เป็นประเทศราช

ของพมา่ บา้ ง ของอยธุ ยาบ้าง

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ รั ฐ ท่ี อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง

ความสมั พนั ธก์ บั พมา่

• ส่วนใหญ่เป็นการเผชิญหน้าทางทหาร โดยเร่มิ ต้นในสมยั สมเด็จพระชัยราชาธิราช อยุธยาได้ชว่ ยเมอื ง
เชยี งกรานของมอญท่ขี ึนกบั อยุธยารบกับพม่า

• สมัยสมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธริ าช พระนเรศวรทรงประกาศอสิ รภาพทีเ่ มืองแครง
• สมัยสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทรงทาสงครามยุทธหตั ถีกับพระมหาอปุ ราชาของพม่า หลงั สมยั นีไป

อยุธยาวา่ งเวน้ สงครามกับพม่าจนกระทั่งเสยี กรุงศรีอยธุ ยาใน พ.ศ. ๒๓๑๐

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ รั ฐ ท่ี อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง

ความสมั พนั ธก์ บั หวั เมอื งมอญ

• มีทังการค้า การผูกสมั พันธไมตรี และการเมือง
• เม่อื อยธุ ยามคี วามเจริญรุ่งเรืองทางการคา้ ผนู้ าอยุธยาไดข้ ยายอานาจเข้าครอบครองเมืองทา่ ของมอญ

แถบชายฝ่ังทะเลอนั ดามนั เพื่อผลประโยชน์ทางการคา้
• นอกจากนี อยุธยายงั ใหท้ ี่พ่ึงพงิ แก่ชาวมอญที่อพยพหนภี ยั สงครามจากพม่าดว้ ยเพ่อื อาศยั มอญเปน็ ดา่ น

หน้าปะทะกับพม่าก่อนจะยกทพั มาถงึ อยธุ ยา

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ รั ฐ ท่ี อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง

ความสมั พนั ธก์ บั หวั เมอื งมลายู

• ลกั ษณะความสัมพนั ธม์ ที งั การคา้ การเผชิญหนา้ ทางทหาร และการผกู สัมพันธไมตรี
• สมัยอยุธยาตอนต้น อยธุ ยาสง่ กองทพั ไปรบกบั มะละกาซึง่ เปน็ ศูนยก์ ลางการค้าสาคัญบรเิ วณคาบสมทุ ร

มลายู นอกจากไดม้ ะละกาเปน็ เมอื งขนึ แลว้ ยังได้หวั เมืองรายทางดว้ ย เช่น ปตั ตานี ไทรบรุ ี ซ่ึง
อยธุ ยาควบคมุ หวั เมอื งมลายูผา่ นทางเมอื งนครศรีธรรมราช นอกจากจะไดผ้ ลประโยชน์ทางเคร่อื งราช
บรรณาการแลว้ ยังได้ผลประโยชนท์ างการคา้ ขายอกี ด้วย

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ รั ฐ ท่ี อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง

ความสมั พนั ธก์ บั ลา้ นชา้ ง

• สว่ นใหญ่เปน็ การผูกสัมพันธไมตรี
• สมัยสมเดจ็ พระรามาธบิ ดีที่ ๑ (อู่ทอง) ไทยมคี วามสมั พนั ธ์อนั ดกี บั พระเจา้ ฟ้างมุ้ แหง่ ล้านช้าง
• สมยั สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ ไทยกับลา้ นชา้ งมีความสนทิ แนบแนน่ มากขนึ เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิ

ราชแหง่ ล้านชา้ งแตง่ ตังทตู มากราบทูลขอพระเทพกษตั รีไปเป็นพระอัครมเหสี แตถ่ กู พระเจา้ บเุ รงนอง
ส่งทหารมาชิงตัวไปเสยี กอ่ น จนกระท่ังเสียกรุงศรีอยธุ ยาครังที่ ๑ ทาใหค้ วามสัมพนั ธ์ลดน้อยลงไป

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ รั ฐ ท่ี อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง

ความสมั พนั ธก์ บั ญวน

• ความสมั พันธ์สว่ นใหญเ่ กดิ ในสมยั อยธุ ยาตอนปลายโดยลกั ษณะความสมั พนั ธจ์ ะเป็นการเผชิญหนา้
ทางทหาร เพอื่ แย่งชิงความเป็นใหญ่เหนือเขมร

• สมยั สมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั ท้ายสระ เกิดเหตุการณ์แตกแยกภายในราชวงศ์เขมรระหวา่ งพระธรรมราชากบั
นักแกว้ ฟา้ จอกจนถึงขันทาสงครามกัน อยธุ ยาและญวนตา่ งสนบั สนนุ แต่ละฝา่ ย ความขัดแยง้ ภายในทา
ใหไ้ ทยกบั ญวนตอ้ งทาสงครามกัน ในที่สุดอยธุ ยาชนะและได้เขมรมาอย่ใู ตอ้ านาจ ไม่นานญวนก็เขา้
ไปมีอิทธพิ ลเหนือเขมรอกี อยุธยาจึงตอ้ งยกทัพไปตีเขมรกลบั มา

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ รั ฐ ท่ี อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง

ความสมั พนั ธก์ บั เขมร

• มที ังการเผชิญหน้าทางทหาร การเมือง และวฒั นธรรม
• สมัยสมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ่ี ๑ (อ่ทู อง) โปรดให้พระราเมศวรและขนุ หลวงพงว่ั ยกทัพไปตเี ขมร ทาให้อยธุ ยาไดร้ ับ

อทิ ธพิ ลวฒั นธรรมเขมรดว้ ย
• สมยั สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชท่ี ๑ (ขนุ หลวงพงวั่ ) ยกทพั ไปตเี ขมร
• สมยั สมเด็จพระบรมราชาธริ าชท่ี ๒ (เจ้าสามพระยา) ยึดราชธานเี ขมรท่ีนครธมและทรงแต่งตังพระนครอินทร์ พระราช

โอรสไปปกครองเขมร ต่อมาถกู เขมรลอบปลงพระชนม์
• สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เขมรได้ถอื โอกาสที่ไทยตดิ พันสงครามกบั พมา่ ยกทพั มาตไี ทย
• สมัยสมเด็จพระนเรศมหาราชทรงยกทพั ไปตเี มอื งละแวก ราชธานีเขมรขณะนันได้ และหลงั จากสมยั นี เขมรเรม่ิ ตงั ตวั

เปน็ อิสระ และในตอนปลายสมัยอยธุ ยา เขมรได้อ่อนน้อมต่ออยธุ ยาบา้ ง ญวนบ้าง จนกระทงั่ เสยี กรงุ ใน พ.ศ.
๒๓๑๐ เขมรจึงเปน็ อสิ ระ

พัฒ น า กา รด้ านคว ามสัมพัน ธ์
ร ะ ห ว่ างปร ะเ ทศ

กั บ ดินแด นอ่ื นๆ ในทวี ป เอ เ ชีย

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ กั บ ดิ น แ ด น อ่ื น ๆ ใ น ท วี ป เ อ เ ชี ย

ความสมั พนั ธก์ บั จนี

• เป็นแบบรฐั บรรณาการ ซึ่งมีความเก่ยี วขอ้ งกับการเมอื งและการคา้
• ในสมยั อยธุ ยา พระมหากษตั รยิ ท์ ่ีทรงขึนครองราชย์มักจะแต่งตงั คณะทูตนาเครื่องราชบรรณาการไปยงั

จนี เพ่อื ใหจ้ นี รับรองเพ่ือผลประโยชนท์ างการค้าและเพือ่ ความชอบธรรมในการเสด็จขึนครองราชย์
• ในช่วงที่อยุธยามปี ญั หาการเมืองภายในหรือทาสงครามกับภายนอก ความสมั พนั ธจ์ ะหยดุ ชะงกั ช่ัวคราว

เม่ือเหตุการณ์สงบ การติดตอ่ ก็เรมิ่ ต้นขึนอกี

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ กั บ ดิ น แ ด น อ่ื น ๆ ใ น ท วี ป เ อ เ ชี ย

ความสมั พนั ธก์ บั ญปี่ นุ่

• ส่วนใหญ่เป็นการคา้ และการเมอื ง
• สมัยสมเดจ็ พระเอกาทศรถ อยุธยามีการติดต่อกับญี่ปุน่ อยา่ งเป็นทางการ
• สมัยสมเดจ็ พระเจา้ ปราสาททอง ไดม้ ีการปราบปรามชาวญ่ปี ่นุ บางคนที่คดิ ก่อการรา้ ย ทาให้ชาวญ่ปี ุน่

จานวนมากพากนั อพยพออกจากอยธุ ยา
• แมว้ ่าต่อมาอยธุ ยาจะส่งทตู ไปเจรจาสมั พนั ธไมตรีกับญ่ีปนุ่ อกี แตญ่ ่ีปุ่นไม่ยอมรบั อาจเป็นเพราะ

เหตกุ ารณ์ที่ทรงปราบปรามญีป่ นุ่ และญปี่ ่นุ ดาเนนิ นโยบายปดิ ประเทศ

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ กั บ ดิ น แ ด น อื่ น ๆ ใ น ท วี ป เ อ เ ชี ย

ความสมั พนั ธก์ บั เปอรเ์ ซยี

• ความสัมพันธจ์ ะเปน็ ดา้ นการค้า โดยสันนิษฐานวา่ อยธุ ยาเริ่มมีความสัมพันธ์กับเปอร์เซีย (ปัจจบุ ันคือ
อหิ รา่ น) ในสมัยสมเดจ็ พระเอกาทศรถ

• สมยั สมเดจ็ พระเจ้าทรงธรรม พอ่ คา้ เปอร์เซยี ชื่อ เฉกอะหมัด ไดร้ บั ราชการจนมคี วามดคี วามชอบไดเ้ ป็น
เจ้ากรมทา่ ขวา

• สมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช เปอร์เซยี ส่งทตู มาเข้าเฝา้ แตห่ ลังจากนไี ปแล้ว ไมป่ รากฏหลกั ฐาน
ถงึ การเดินทางเชื่อมสัมพนั ธไมตรีระหว่างอยุธยาและเปอรเ์ ซียอกี

พัฒ น า กา รด้ านคว ามสัมพัน ธ์
ร ะ ห ว่ างปร ะเ ทศ
กั บ ช าติ ต ะวั นตก

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ ช า ติ ต ะ วั น ต ก

ความสมั พนั ธก์ บั โปรตเุ กส

• มีทงั การคา้ การเมอื ง และวัฒนธรรม
• เริม่ ต้นในสมัยสมเดจ็ พระรามาธิบดที ่ี ๒ เมื่อโปรตุเกสยึดมะละกา แต่มะละกาเปน็ ประเทศราชของ

อยธุ ยา โปรตเุ กสจงึ ส่งทูตมาเจรจาและทาสนธิสัญญาระหวา่ งกัน
• นอกจากนี อยธุ ยายงั ซอื ปนื จากโปรตเุ กสและจ้างทหารโปรตุเกสมาเปน็ ทหารอาสา รวมถึงรบั

วัฒนธรรมการทาขนมหวานจากโปรตุเกส อนั เป็นท่ีมาของขนมหวานไทยในปัจจบุ ันด้วย เชน่
ทองหยบิ ทองหยอด ฝอยทอง เปน็ ต้น

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ ช า ติ ต ะ วั น ต ก

ความสมั พนั ธก์ บั ฮอลนั ดา

• ทงั การค้าและการเมือง
• สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ฮอลนั ดาส่งคณะทตู มาเจรจาและขอตังสถานีการค้าทปี่ ัตตานี
• สมยั สมเด็จพระเจา้ ทรงธรรม อยธุ ยากับฮอลนั ดา ได้ทาสนธิสญั ญาการคา้ ระหว่างกัน
• สมยั สมเดจ็ พระเจ้าปราสาททอง ฮอลันดาสง่ เรอื รบปิดท่าเรือตะนาวศรี อยธุ ยาจงึ ตัดสทิ ธพิ เิ ศษทางการค้า
• สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชไดเ้ กิดความขดั แย้งกับฮอลันดา จนต้องดึงฝรง่ั เศสเขา้ มาถว่ งดลุ อานาจ

ทาให้ฮอลันดาค่อยๆ ลดปริมาณการค้าและถอนตัวออกจากอยุธยาในทส่ี ดุ

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ ช า ติ ต ะ วั น ต ก

ความสมั พนั ธก์ บั องั กฤษ

• มีทงั การค้าและการเมอื ง
• สมยั สมเดจ็ พระเจ้าทรงธรรมทรงอนญุ าตให้อังกฤษเข้ามาตงั สถานีการคา้ ทีก่ รุงศรีอยธุ ยาได้ แตถ่ ูก

ฮอลนั ดาขดั ขวางจนตอ้ งปดิ กิจการ
• สมัยสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชไดเ้ ร่ิมฟนื้ ฟคู วามสมั พันธ์อกี ครังเพ่ือดงึ อังกฤษมาถว่ งดุลอานาจกบั

ฮอลันดา แต่อังกฤษไมป่ ระสบความสาเรจ็ ในการแขง่ ขนั กบั ฮอลันดา จนเมือ่ เรือค้าขายขององั กฤษถกู
ปล้นสะดมในนา่ นนาเมืองมะริดจนต้อง สูร้ บกับอยุธยาที่เมืองมะริด ทาใหค้ วามสมั พนั ธห์ า่ งเหนิ กนั ไป

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ ช า ติ ต ะ วั น ต ก

ความสมั พนั ธก์ บั ฝรงั่ เศส

• ความสัมพันธ์มที งั เรอ่ื งของศาสนา การคา้ และการเมอื ง
• สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงตอ้ งการให้ฝร่งั เศสมาถว่ งดุลอานาจกับฮอลันดา จนกระท่ังฝรง่ั เศส

เขา้ มาตังสถานีการค้า และภายหลงั ส่งคณะทตู เดินทางมาอยธุ ยาเป็นครังแรกเพื่อเจรญิ สมั พนั ธไมตรี และ
อยธุ ยาก็ส่งคณะทูตไปฝรั่งเศส ซึ่งไดร้ บั การตอ้ นรับอยา่ งดี
• ภายหลังฝรง่ั เศสเข้ามามีอิทธิพลทางการเมืองและการทหาร จนตอ้ งมีการขับไลฝ่ รั่งเศสออกไป

พั ฒ น า ก า ร ด้ า น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ . . . . กั บ ช า ติ ต ะ วั น ต ก

ความสมั พนั ธก์ บั สเปน

• ค่อนข้างมีนอ้ ยสว่ นใหญจ่ ะเป็นเรือ่ งการคา้
• สมัยสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ขา้ หลวงใหญ่ของสเปนท่ีเมืองมะนิลาไดส้ ง่ ทตู มาเชื่อมสัมพนั ธไมตรแี ละ

เจรจาทางการค้ากบั อยุธยา
• สมัยสมเด็จพระนารายณม์ หาราช มีเรือสนิ คา้ สเปนเดนิ ทางจากเมืองมะนลิ าเข้ามาคา้ ขายท่กี รุงศรีอยธุ ยา

แต่ปริมาณการค้าไม่มากนกั
• สมยั พระเจ้าอยู่หัวทา้ ยสระ ผูส้ าเรจ็ ราชการสเปนที่เมืองมะนลิ าส่งทตู เข้ามาเจรญิ สัมพันธไมตรีและขอ

อนุญาตตังสถานีการคา้ ขึนใหม่ แม้การเจรจาจะประสบความสาเรจ็ แต่ปรมิ าณการค้าก็มไิ ดข้ ยายตัวและ
ได้ผลตอบแทนไม่คมุ้ ค่าในท่สี ดุ ความสมั พันธร์ ะหว่างสองชาตกิ ็หา่ งเหนิ กนั ไป

ก า ร เ ส่ือม อา นาจ
ข อ ง อ า ณาจั กรอ ยุธ ยา

ก า ร เ สี ย ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า ค รั ง ท่ี ๑ แ ล ะ ก า ร กู้ เ อ ก ร า ช

สาเหตขุ องการเสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยา ครังท่ี ๑ พ.ศ. การกเู้ อกราชของกรงุ ศรอี ยธุ ยา
๒๑๑๒ ใน พ.ศ. ๒๑๒๗

• เกิดขนึ เพราะความแตกสามคั คีภายในกรุงศรอี ยธุ ยา • เกดิ ขึนในสมยั สมเด็จพระมหาธรรมราชาธริ าช เม่ือสมเดจ็ -พระนเรศวรซงึ่ เป็น
• พระยาจักรีเป็นไส้ศึก พระราชโอรสทรงประกาศอิสรภาพ จากพม่าที่เมอื งแครง ใน พ.ศ. ๒๑๒๗

• สมเดจ็ พระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพจากพมา่ โดยทรงหลง่ั ทกั ษโิ ณทกให้
ตกเหนือแผน่ ดิน (ภาพจิตรกรรมฝาผนงั วัดสวุ รรณดาราราม จงั หวดั
พระนครศรีอยธุ ยา)

• การขาดประสบการณใ์ นการทาสงครามขนาดใหญ่ของ พระยาตาก (สนิ ) ได้นาไพรพ่ ลฝา่ วงล้อมพมา่ ไปตงั มัน่ ท่เี มืองจนั ทบุรี ไดน้ า

ฝา่ ยอยธุ ยา ไพร่พลตีหัวเมอื งรายทางไล่มาจนถึงเมอื งธนบุรีทีพ่ ม่าคุมอยู่ และตามตไี ปถึงคา่ ย

• การปรับเปลย่ี นกลยุทธก์ ารรบของพมา่ ดว้ ยการยกมาตี โพธสิ์ ามต้น ซึ่งเป็นทพั พมา่ ทีร่ กั ษาอยุธยาอย่จู นแตก

อยธุ ยาทังทางเหนอื และทางใต้ โดยกวาดตอ้ นผคู้ น

เสบยี งอาหาร เขา้ ลอ้ มเมอื งทังฤดแู ลง้ และฤดนู าหลาก

ภู มิปั ญ ญ าแล ะวัฒ นธ รรมไท ย
ส มัย อ ยุ ธย า

ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ภู มิ ปั ญ ญ า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม

ภมู ิปญั ญา

• ความรู้ ความสามารถทไ่ี ด้จากประสบการณท์ ส่ี งั่ สมไวใ้ นการปรบั ตวั และการดารงชวี ิตใน
สภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมทางสังคมและวฒั นธรรมที่ไดม้ กี ารพัฒนาสืบ
สานกันมา

วฒั นธรรม

• ระบบความเช่อื ระบบคณุ คา่ และวถิ ชี ีวิตทังหมด ดังนัน ภูมปิ ัญญาทังหลายจงึ ได้รับการ
สงั่ สมอยู่ในวัฒนธรรมนั่นเอง

ปั จ จั ย ท่ี มี อิ ท ธิ พ ล ต่ อ ก า ร ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ภู มิ ปั ญ ญ า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย ส มั ย อ ยุ ธ ย า

ลักษณะทางภมู ศิ าสตร์ ลกั ษณะทางสงั คม การรบั อทิ ธิพลจากภายนอก
และสง่ิ แวดลอ้ ม และวฒั นธรรม

• มสี ภาพดนิ ฟา้ อากาศทเ่ี หมาะตอ่ • เปน็ สังคมศักดินามกี ารนบั ถือ • การติดต่อคา้ ขายกับต่างชาติ ทา
การเพาะปลูกและค้าขายจงึ พระพุทธศาสนา และใช้กุศโล ใหเ้ กิดการเรียนรจู้ ากชาตติ า่ งๆ
สง่ เสริมให้มกี ารคดิ คน้ ภมู ปิ ญั ญา บายทางศาสนาเป็นเครอ่ื งมือ แลว้ นามาปรบั ใชใ้ ห้เขา้ กับคน
สาหรับการประกอบอาชีพ ในการอบรมสง่ั สอนผู้คน ไทย

ตั ว อ ย่ า ง ก า ร ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ภู มิ ปั ญ ญ า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย ส มั ย อ ยุ ธ ย า

๑ ภูมิปัญญาและวฒั นธรรมไทยในการสรา้ งรูปแบบการปกครองให้เหมาะสมกับคนไทย

สังคมไทยในสมยั อยุธยามคี วามเชื่อวา่ การปกครองบา้ นเมืองตอ้ งมีพระมหากษัตริย์เปน็ ผู้มอี านาจสงู สดุ ในการปกครองบ้านเมอื งนบั ตงั แต่
การสถาปนากรงุ ศรีอยธุ ยาเป็นราชธานีเปน็ ต้นมา อันเปน็ ผลมาจากการรับเอาคตคิ วามเช่อื วา่ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ

ระเบียบกฎเกณฑต์ า่ งๆ เกยี่ วกบั ความสาคญั ของพระมหากษตั รยิ ์ มีหลายประการ

• จดั ให้พระมหากษัตริยท์ รงมีที่ประทบั สงู กวา่ คนอื่นๆ ใหส้ มกบั ทพ่ี ระองค์ทรงเป็นสมมติเทพ
• ทีป่ ระทบั ขององค์พระมหากษัตรยิ จ์ ะไมต่ ังอยปู่ ะปนกบั บคุ คลทั่วไป
• มีการสร้างพระราชวงั สาหรบั พระมหากษตั ริย์ และภายในพระราชวงั จะต้องมีกฎเกณฑ์และพธิ ีกรรมตา่ งๆ ทแ่ี สดงใหเ้ ห็นว่าพระองค์

ทรงเปน็ สมมตเิ ทพ โดยมีพราหมณเ์ ป็นผูป้ ระกอบพระราชพธิ ถี วาย
• มีการใช้ราชาศัพทส์ าหรบั พระมหากษตั รยิ ใ์ หแ้ ตกตา่ งไปจากบคุ คลท่วั ไป
• การวางระเบียบแบบแผน สาหรับบุคคลทว่ั ไปในการปฏิบตั ติ นตอ่ องค์พระมหากษตั ริย์เป็นการเฉพาะ หรอื ท่เี รยี กว่า กฎมณเทยี ร

บาล ถา้ ผูใ้ ดละเมดิ กจ็ ะมีโทษทางอาญา เปน็ ตน้


Click to View FlipBook Version