วเิ คราะห์หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย
วรรณคดลี ำนำ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๖๕
โดย
นางสาวปนดั ดา อุปนนั ท์
การวิเคราะห์หนังสือเรยี นรายวิชาภาษาไทยน้เี ปน็ ส่วนหน่ึงของรายวชิ า ED๑๐๓๓
ววิ ัฒนาการแบบเรียนไทย
หลักสูตรศึกษาศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลยั วิทยาเขตอีสาน
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖
ก
คำนำ
การวิเคราะห์หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ED๑๐๓๓ วิวัฒนาการแบบเรียน
ไทย โดยรายงานเลม่ นีม้ ีวัตถุประสงค์เพ่ือ เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกวิเคราะห์หนังสือเรยี นรายวิชาภาษาไทย
กับหลักสูตรแกนกลางขั้นพืน้ ฐานพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ โดยมุ่งหวังให้เกดิ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจต
คติ และประสบการณ์เก่ียวกับการจัดการเรยี นรู้ในการประกอบวิชาชีพครู ผู้รายงานได้เรียบเรียงผลของ
การทำงานเป็นทั้งหมดจำนวน ๕ บท ได้แก่ บทท่ี ๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน, บทที่ ๒
องค์ประกอบภายในของแบบเรียน, บทที่ ๓ วิเคราะห์ความสอดคล้องของเน้ือหากับหลกั สูตร (ตัวชี้วัด),
บทท่ี ๔ วเิ คราะห์ความสอดคล้องระหว่างกิจกรรมการเรยี นรู้ กบั พฤตกิ รรมดา้ นพุทธพิ ิสัยตามทฤษฎีการ
เรยี นรู้ของของ Benjamin Bloomและ บทที่๕ วเิ คราะห์ขอ้ ดแี ละขอ้ บกพรอ่ งของแบบเรยี น
หวงั ว่ารายงานเล่มน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อผศู้ ึกษาแนวทางการเรียนวิชาชพี ครู อย่างไรก็ดอี าจจะมี
ส่วนท่ีไม่ครบสมบรู ณ์อยบู่ า้ ง ผู้จัดทำรายงานขอนอ้ มรบั คำแนะนำด้วยความเคารพยิ่ง
ลงชอื่ .........................................ผ้จู ดั ทำรายงาน
(นางสาวปนดั ดา อปุ นันท)์
…………./…………./………….
ข
สารบญั
เร่ือง หน้า
บทที่ ๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน ๑
๑.๑ ข้อมูลทั่วไปของแบบเรียน ๑
๑.๒ ปกหนงั สอื ๒
๑.๒.๑ ปกหน้าดา้ นนอก ๒
๑.๒.๒ ปกหนา้ ด้านใน ๓
๑.๒.๓ ปกรอง ๓
๑.๒.๔ ใบรองปกด้านหน้า ๔
๑.๒.๕ ปกรองด้านหลัง ๕
๑.๒.๖ ปกหลงั ดา้ นใน ๖
๑.๒.๗ ปกหลัง ๗
บทที่ ๒ องค์ประกอบภายในของแบบเรียน ๘
๒.๑ การวิเคราะหเ์ นอ้ื หาแบบเรียน ๙
๒.๒.การวิเคราะหร์ ปู แบบการจดั เน้อื หาแบบเรยี น ๑๔
๒.๓ ความถกู ต้องของเน้ือหา ๑๕
๒.๔ ภาพประกอบ ๑๘
๒.๕ ด้านการใชภ้ าษา ๑๘
๒.๖ ดา้ นความยากงา่ ยของเน้ือหา ๑๘
บทท่ี ๓ วิเคราะห์ความสอดคลอ้ งของเน้ือหากบั หลกั สูตร (ตัวชี้วัด) ๑๙
บทที่ ๔ วิเคราะหค์ วามสอดคล้องระหวา่ งกจิ กรรมการเรียนรู้ ๓๓
กับพฤติกรรมดา้ นพุทธพิ ิสยั ตามทฤษฎีการเรียนร้ขู องของ Benjamin Bloom
บทท่ี ๕ วิเคราะหข์ ้อดแี ละขอ้ บกพรอ่ งของแบบเรียน ๕๖
บรรณานุกรม ๕๗
วิเคราะหห์ นังสอื เรยี นรายวิชาภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๒
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
องค์ประกอบในการวเิ คราะห์หนงั สอื เรยี นรายวชิ าภาษาไทยประกอบด้วย
๑. องคป์ ระกอบภายนอกของแบบเรยี น ไดแ้ ก่ ข้อมลู ทว่ั ไปของแบบเรียน ปกหนังสือ
สันหนงั สือ แนวทางการใช้แบบเรียน การพิมพต์ วั อักษรและสีสนั
การจดั ระเบียบการพิมพ์ ภาพประกอบ กระดาษและการเขา้ เล่ม และราคา
๒. องคป์ ระกอบภายในของแบบเรียนได้แก่ การวิเคราะหเ์ น้ือหาแบบเรียนได้แก่ การ
วิเคราะห์เนื้อหาแบบการเรียน รูปแบบการจัดแบง่ เนื้อหาแบบเรียน ความถูกต้อง
ของเนือ้ หา ภาพประกอบ การใช้ภาษา ความยากง่ายของเน้อื หา
๓. วเิ คราะหค์ วามสอดคลอ้ งของเนอ้ื หากบั หลกั สตู ร (ตัวชว้ี ดั )
๔. วิเคราะห์สอดคล้องกับกิจกรรมและการประเมินผลของ Benjamin Bloom
๕. วเิ คราะหข์ ้อดีและขอ้ บกพร่องของแบบเรียน
บทที่ ๑
องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน
๑. องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน
๑.๑ ข้อมลู ท่ัวไของแบบเรียน
หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย “วรรณคดีลำนำ ” ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒
จัดพิมพ์โดยสำนักองค์การค้าของ สกสค. ลาดพร้าว
ขนาดของตัวหนงั สือ -
ขนาดสันหนงั สอื -
จำนวนหน้า : ๑๑๗ หนา้
ชนดิ ของกระดาษทีใ่ ช้ -
เน้อื หาใช้ -
ลกั ษณะการเข้าเล่ม -
๒
๑.๒ หน้าปกหนังสือ รูปภาพ
๑) หน้าปกด้านนอก ระดบั ชน้ั
ตรากระทรวง
ชือ่ หนงั สอื
กล่มุ สาระ
หลกั สตู ร ราคา
ปกหน้าด้านนอกของหนังสือเรียน วรรณคดีลำนำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ มีการพิมพ์
ชนิด ๘ สี โดยใช้สีมากมายเป็นสีพื้นหลัง มีรูปภาพเป็นราชสีห์กับหนูที่เป็นภาพพื้นหลัง ส่วน
ด้านบนและด้านล่างของปกจะเป็นข้อมูล เบื้องต้นของหนังสือ โดยประกอบด้วยตราสัญญา
ลักษณ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ชื่อหนังสือทีม่ ี กลุ่มสาระขนาดใหญ่ใชต้ ัวอกั ษรสีม่วงและขาวที่
ตัดกับสขี องพ้ืนหลัง ทำให้มองเห็นเดน่ ชดั และสะดดุ ตา โดยระบคุ ําวา่ “วรรณคดีลำนำ” ถัดลงมา
เป็นการระบุระดับชั้นด้วยตัวอักษรสีม่วงเข้มขนาดพอดี กลมกลือนไปกับสีของพื้นหลัง โดยระบุ
ว่า “ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๒” ถัดลงมาเป็นชื่อกลุ่มสาระการเรยี นรู้ และหลักสูตร ตามด้วยราคา
ของหนงั สอื ท่อี ยู่ขา้ งลา่ งโดยตัวอักษรสีดำขนาดเลก็ ทำให้มองเห็นได้อยา่ ชัดเจน
สรุปโดยรวมแล้วหน้าปกมคี วามเหมาะสมมาก เนื่องจากมีตวั หนงั สอื ของช่ือหนงั สอื ที่มี
ขนาดใหญ่ ทำให้มองเห็นได้อย่าชัดเจน เหมาะสำหรับผู้เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๒ จัดวางตรา
สัญญาลักษณ์ หัวข้อตามลำดับที่สำคัญอย่างเหมาะสม และเลือกใช้สีที่กลมกลืนกัน เข้ากับ
รปู ภาพท่ีประกอบกับพื้นหลงั และตวั หนงั สือได้อย่างดี
๓
๒) ปกหนา้ ดา้ นใน
เป็นหน้าว่าง
๓) ปกรอง ประกอบด้วยข้อมลคู ลา้ ยคลึงกับปกหน้า ดังนี้
ตราครุฑ
ชอื่ หนงั สอื รายวชิ า
ระดบั ชน้ั กล่มุ สาระ
หลกั สตู ร
สงั กดั
๑. ตราครุฑ
๒. รายวิชา: รายวิชาพน้ื ฐาน
๓. ช่ือแบบเรียน: วรรณคดลี ำนำ
๔. ระดบั ช้ัน: ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒
๕. กลมุ่ สาระการเรียนรู้: ภาษาไทย
๖. หลักสูตร: หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๗. สงั กัดของหนังสือ: สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
๔
๔) ในรองปกด้านหนา้ ประกอบด้วยขอ้ มลู ดังน้ี
๑) ชอ่ื แบบเรียน: วรรณคดีลำนำ
๒) ระดับชั้น: ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
๓) กลมุ่ สาระการเรียนรู้: ภาษาไทย
๔) หลกั สูตร: หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๕) ชอ่ื ผถู้ ือลขิ สทิ ธ์ิ: สำนักวิชาการและมาตราฐานการศกึ ษาดำเนนิ การจดั พมิ พ์
๖) ท่ีอยผู่ ้ถู ือลขิ สิทธ์ิ: กระทรวงศึกษาธกิ าร ถนนราชดำเนนิ นอก เขตดุสิต
กรงุ เทพมหานคร ๑๐๓๐๐
๗) เบอรโ์ ทรศัพท์และโทรสารผู้ถอื ลิขสิทธิ์: ๐ ๒๖๒๘ ๕๓๔๓
๘) ตัวเลขประจำหนงั สือสากล: ISBN 978 – 616 – 033 – 0
๙) จำนวนครงั้ ทพี่ ิมพ์: พมิ พค์ รั้งท่สี าม พ.ศ. ๒๕๕๕
๑๐) จำนวนเล่มทีพ่ ิมพ์: จำนวน ๖๐๐,๐๐๐ เล่ม
๑๑) ชื่อสำนักพิมพ์: โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว
๑๒) ทตี่ ้ังสำนักพมิ พ์: ๒๒๔๙ ถนนลาดพร้าว แขวสะพานสอง เขตวงั ทองหลาง
กรงุ เทพมหานคร ๑๐๓๑
๑๓) เบอร์โทรศพั ท์สำนกั พมิ พ์: ๐๒๕๓๘ ๓๐๓๓ ๐ ๒๕๑๔ ๔๐๓๓ และ ๐
๒๕๓๙ ๙๙๕๖
๑๔) แหล่งข้อมลู อเิ ลก็ ทรอนิกส์: www.Suksapan.Or.th
๕
๕) ปกรองด้านหลัง
ประกอบด้วยคณะผจู้ ดั ทำหนังสอื เรยี น และอีกหนา้ หนึ่งเปน็ ใบอนุญาตให้ใช้ส่ือ
กานเรียนรใู้ นรปู สถานศึกษาซง่ึ เป็นองค์ประกอบท่จี ำเป็นอย่างยิง่ สำหรบั หนงั สอื เรยี น จึงจะ
สามารถนำมาใช้ในโรงเรียนได้โดยแสดงเนื้อหา ในใบอนุญาตไว้อย่างชัดเจน ทำให้
แบบเรยี นเลม่ นี้นา่ เช่ือถอื
๖
๖) ปกหลงั ด้านใน บอกรายชอื่ หนงั สือแบบเรียนรายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทยระดบั ชนั้
ประถมศึกษาปที ี่ ๒ ดงั น้ี
๑. หนงั สอื เรยี น ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที
๒. หนังสอื เรียน ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ วรรณคดลี ำนำ
๓. หนังสอื เรียน ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ทกั ษะภาษา
๔. หนงั สือเรยี น ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ วรรณกรรมปฏสิ ัมพันธ์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ – ๓
๕. หนังสือเรียน ชุด ภาษาเพื่อชวี ติ ทักษะปฏิสมั พันธ์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ – ๓
(รายการที่ ๔ - ๕ เป็นหนังสือที่ต้องการพัฒนาความสามารถทางภาษาและวรรณกรรม
เปน็ พิเศษ มิได้บงั คบั สำหรบั นกั เรียนท่วั ไป)
๗
๗) ปกหลงั ประกอบดว้ ยข้อมูลดังน้ี
๑. รหสั ราคา และตัวเลขแสดงจำนวนราคากำกบั : รหัสราคา และราคา ๓๙ บาท
๒. ชื่อและทอ่ี ยู่ทพี่ มิ พ์: ศกึ ษาภัณฑพ์ าณิชย์ โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว
๓. ชอ่ื ผพู้ มิ พแ์ ละโฆษณา: นายสเุ ทพ ชติ ยวงษ์
๔. ตราสำนักพมิ พ์
๕. ตราสำนักพมิ พ์เวบ็ ไซตส์ ำนักพิมพ์: www.suksapan.Or.th
๘) สนั ปก ประกอบด้วยข้อมูล
บทท่ี ๒
องคป์ ระกอบภายในของแบบเรยี น
๒. องคป์ ระกอบภายในของแบบเรยี น
๒.๑ การวเิ คราะห์เนอ้ื หาแบบเรียน
เนื้อหาแบบเรยี นแบ่งเปน็ บทนำจำนวน ๑ บท และแบ่งเปน็ เนือ้ หาจำนวน ๘ บท ดังน้ี
บทนำ
-
๑) บทวิเคราะห์
ไม่ปรากฏการนำเขา้ ส่บู ทเรียนแต่มีภาพประกอบหลงั จากน้นั เปน็ การเขา้ เน้ือหาของบทนน้ั
บทท่ี ๑ ดอกสร้อยแสนงาม
๒) ชวนร้อง เล่น เรยี น อ่าน เขียน คิด
๒.๑) “นกอะไรเอ่ย สดี ำทง้ั กายยา ร้อง กา กา วงั วนไกล”
๒.๒) มาร้องเพลง “กาเอย๋ กาดำ” พรอ้ มทำทา่ ตามไปกับเพลง
๒.๓) ใครร้จู กั นกกา บา้ ง เล่าใหก้ ันฟัง เปน็ การบอกลักษณะของนกกา มีลักษณะอยา่ งไรมีเสียง
แบบไหน
๒.๔) ฝึกอ่านบทดอกสร้อย กาดำ เป็นทำนองเสนาะพร้อมกัน เป็นการฝึกหัดในการอ่านบท
ทำนองเสนาะ ซ่งึ อ่านนัน้ มีตน้ เสียงหรอื ตน้ แบบเสียงนำอ่านทถี่ ูกตอ้ ง และอา่ นทำนองเสนาะไปพรอ้ มกัน
๒.๕) เมอ่ื อ่านบทดอกสรอ้ ย กาดำ แล้วลองศกึ ษาธรรมชาติ ของกาเพมิ่ เติม เด็กๆ คิดวา่ นิสัย
ของกาเป็นอยา่ งไร “กา ใจดำ” หรือ “กาใจด”ี หนตู อบอยา่ งนม้ี ีเหตผุ ลใด
๒.๖) อ่านคำต่อไปน้ี เลอื กได้หรือไมว่ ่า อยากเป็นเพ่ือนกบั คนทีม่ ี “ใจ” แบบใด ลกั ษณะของ
เพื่อนทีต่ นอยากเปน็ เพอ่ื นดว้ ย มีใจเปน็ แบบไหน เช่น ใจแคบ หรือ ใจเออื้ เฟอ้ื เผ่อื แผ่
๒.๗) มารู้จกั บทดอกสร้อย บทดอกสร้อยมีลักษณะคล้ายสกั วา แต่ในวรรคที่ ๑ มี ๔ คํา มี เอ๋ย
เป็นคําที่ ๒ เช่น แมวเอย๋ แมวเหมยี ว มกั มี ๔ คํากลอน และคาํ ลงจบบทใหล้ งวา่ เอย
๒.๘) บทดอกสรอ้ ยท่ไี พเราะและให้ข้อคิดดีๆนอกจากบท กาดำ แลว้ ยังมอี กี จำนวนมาก เช่น
มดแดง แมวเหมียว เด็กน้อย ลองอ่านบท นกขมิ้นเหลืองอ่อน แล้วช่วยกันบอก ความดีของนกขมน้ิ
ว่าเป็นแบบอยา่ งในเร่อื ง “พากเพียรชอบ” คอื ความขยันหมั่นเพียรอยา่ งเหมาะสม อยา่ งไรบา้ ง อ่าน
นิทานอีสปสนุกนักหนา เรื่อง กากับเหยือกน้ำมา ติดตามกันว่า กาตัวนี้ดีอย่างไร แล้วลองตัง้ ชื่อเรื่อง
ใหมใ่ ห้ เหมาะสม
๒.๙) บอกได้หรือไม่ ภาพต่อไปนี้ตรงกับสำนวนเก่ียวกับนก ในข้อใด ใครตอบได้ถูกต้องและ
รวดเร็วท่สี ดุ เป็นผูช้ นะ
๓) คำศัพท์ จะมเี นือ้ หาเกีย่ วกับการอธิบายคำศพั ท์และข้อความท่นี ่าสนใจในตัวบทดอกสรอ้ ยแสนงาม
๙
๑) บทวิเคราะห์
ไม่ปรากฏการนำเขา้ สูบ่ ทเรยี นแต่มีภาพประกอบหลังจากนนั้ เป็นการเข้าเน้อื หาของบทนั้น
บทท่ี ๒ นิทานอา่ นใหม่
๑) ราชสีห์กบั หนู
ราชสีห์กับหนู บรรยาย ราชสีห์เจ้าป่าตวั หนึง่ กำลงั นอนหลบั พักผ่อนอย่างสบายใจ หนูตัวหนึ่งว่งิ เล่น
ซกุ ซนจนเผลอไตข่ ึน้ ไปบนร่างของราชสีห์ทำให้ราชสีห์ตกใจตน่ื คำรามดว้ ยความโกรธและตะปบจับหนูไว้
เจ้าหนูกลัวจนตัวสั่นร้องอ้อนวอนขอชีวิตว่า "ท่านได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด แล้วสักวันข้าจะกลับมา
ช่วยเหลือท่านเป็นการตอบแทน"
ราชสีห์หัวเราะลั่น "หนูตัวจ้อยเช่นเจ้าจะช่วยอะไรเจ้าป่าอย่างข้าได้ แต่เอาเถอะ เมื่อเจ้าไม่ได้
ตง้ั ใจ ขา้ ก็จะปล่อยเจ้าเอาบญุ แล้วกนั "
หลายวันต่อมา ขณะที่ราชสีห์ออกล่าเหยื่อบังเอิญพลาดท่าไปติดกับดักของนายพรานเข้า ราชสีห์
พยายามดิน้ หนเี ทา่ ไรกไ็ ม่หลดุ จงึ ไดแ้ ต่รอ้ งคำรามอยา่ งส้ินหวัง เจ้าหนูได้ยนิ เสยี งรอ้ งของราชสีหก์ ็จำได้ รีบ
วิ่งมาช่วยกัดแทะบ่วงทีละเส้นจนขาดออกในที่สุด ราชสหี ์จงึ รอดชวี ิตมาได้ เพราะความช่วยเหลือจากหนู
ตัวเล็กๆ น่ีเอง
๒) ชวน เล่น อ่าน เขียน คดิ
๒.๑) อ่านนิทานอีสปเรือ่ ง ราชสีห์กับหนู แล้วมาเล่นเป็นราชสหี ก์ ับหนกู ันดีกว่า ทุกคนลอง
ทำทา่ ทางต่อไปน้ี เปน็ การทำท่าทางประกอบเรือ่ งนิทานที่อ่าน ทำใหเ้ กิดจนิ ตนาการเสมือนว่าเป็นเรื่อง
จรงิ
๒.๒) เด็ก ๆ คิดว่า เพราะเหตใุ ดราชสีห์จงึ ยอมปล่อยหนู และทำไมหนจู ึงมาชว่ ยราชสีห์
๒.๓) การกระทำของราชสหี ก์ ับหนู แสดงให้เหน็ นิสัยของสตั ว์ทัง้ สองอยา่ งไร
๒.๔) ชว่ ยกันแสดงความคิดเหน็ ว่า เพราะเหตใุ ดคณุ ครใู จดีจึงเลา่ นิทานเร่อื ง ราชสีห์กับหนู
ใหเ้ ด็ก ๆฟงั แลว้ ลองมาเขยี นเปรยี บเทียบความเหมอื นและตา่ งของเก่งใหญก่ ับเกง่ และราชสหี ก์ บั หนู
๒.๕) คำมีเลอื กสรรใช้ จดจำไวเ้ ป็นความรู้
๒.๖) คล้องจองลองอ่านดู หลายลีลาให้อารมณ์ เช่น คำเกี่ยวกับความโกรธ คำเกี่ยวกับการ
พดู และคำเกี่ยวกบั การสง่ เสียงและเลยี นเสยี ง ตา่ งเป็นการใช้คำทมี่ กี ารความรู้สกึ
๒.๗) ชวนหนู ๆ มารู้จักหนู เป็นการบรรยายเกี่ยวกับประเภทของหนูมีอะไรบ้าง และอาหาร
ของหนูคอื อะไร
๒.๘) สำนวนและคำเกี่ยวกับ “หนู”เป็นการคิดคำและสำนวนจากบทกลอน แล้วนึกสำนวน
เกยี่ วกับหนู
๑๐
๒.๙) นทิ านคืออะไร ใครชอบนิทานบ้าง มาคุยกนั เปน็ การบอกเล่านิทานท่ีตนชอบให้เพื่อน ๆ
ฟงั ว่ามีเรือ่ งแบบไหนบ้าง เหตุการณเ์ ปน็ ยังไง
๓) คำศพั ท์ จะมเี นื้อหาเกี่ยวกับการอธิบายคำศัพทแ์ ละขอ้ ความทนี่ า่ สนใจในตัวบท นิทานอา่ นใหม่
๑) บทวเิ คราะห์
ไม่ปรากฏการนำเขา้ สู่บทเรยี นแต่มภี าพประกอบหลังจากน้ันเปน็ การเขา้ เนื้อหาของบทนัน้
บทท่ี ๓ รน่ื รสสักวา
๑) รน่ื รสสักวา
๒) ชวนรอ้ ง เลน่ เรียน อา่ น เขียน คดิ
๒.๑) อ่านบทสักวาต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามว่าข้อใดถูกหรือผิด เป็นการบทกลอน
สกั วา และวิเคราะห์ตอบคำถาม
๒.๒) บทสกั วาข้ึนต้นด้วยคำวา่ สกั วา ลงท้ายด้วยคำวา่ เอย
๒.๓) การละเล่นสักวาเป็นการละเล่นพื้นบ้านของคนไทย ภาคกลาง นิยมเล่นกันใน
ฤดนู ำ้ หลาก เทศกาลทอดกฐิน ทอดผา้ ปา่
๒.๔) หญิงชายที่ต้องการเล่นสักวา จะลงเรือล่องไปในยามเย็นค่ำ ร้องบทสักวา
โตต้ อบกนั
๒.๕) การเล่นสกั วามีแต่การแต่งบทสกั วาและขบั ร้องเปน็ เพลง โดยไมม่ ีการรำ
และไมม่ ีดนตรีประกอบ
๒.๖) “เพลงพืน้ บา้ น” มีการเล่นกนั ทุกภาคของไทย
๒.๗) ฝกึ อา่ นบท สกั วาอนื่ มหี มน่ื แสน เป็นทำนองเสนาะ
๒.๘) ร้จู กั คำ
๒.๙)อา่ นตัวอย่าง และคดิ เปรยี บเทยี บเพิ่มเติม
๒.๑๐) ชวนอ่าน ชวนรอ้ ง
๓) คำศพั ท์ จะมีเนอ้ื หาเกีย่ วกับการอธิบายคำศัพทแ์ ละข้อความท่ีน่าสนใจในตวั บท รน่ื รสสกั วา
๑๑
๑) บทวิเคราะห์
ไม่ปรากฏการนำเขา้ สบู่ ทเรียนแตม่ ภี าพประกอบหลังจากนัน้ เปน็ การเขา้ เน้ือหาของบทนน้ั
บทท่ี ๔ ไก่แจ้แซเ่ สยี ง
๑) บทอาขยาน ไก่แจ้ ซงึ่ เปน็ บทเลอื ก แตง่ โดย (หมอ่ นเจ้าประภากร ) เป็นบทดอกสร้อยสภุ าษิต
๒) ชวนรอ้ ง เลน่ เรยี น อ่าน เขียน คดิ
๒.๑) ไก่แจ้ เป็นบทดอกสร้อยท่ีไพเราะ นา่ อ่าน น่าฟงั ให้ข้อคดิ เตือนใจ โดยยกความ
ขยนั ขันแข็งของไก่แจ้มาเปรียบเทยี บ
๒.๒) บทดอกสรอ้ ยนใ้ี ชค้ ำง่าย อา่ นแล้วคลา้ ยกบั ไดเ้ หน็ ภาพ และได้ยินเสียงขันของ
ไกแ่ จ้
๒.๓) อ่านบทเรียนเรือ่ ง ไก่แจ้แซ่เสียง แล้วบอกได้หรือไม่วา่ อะไรคือความดีของไก่
แจ้ ซึง่ เราควรถอื เปน็ ตัวอย่าง
๒.๔) ในบทดอกสร้อย ไกแ่ จ้ มคี ำใดบา้ ง ที่มีความหมายเกี่ยวขอ้ งกบั “เสียง”
๒.๕) อ่านเพื่อนสงั เกตจังหวะและลลี าถอ้ ยคำ
๒.๖) รอ้ งเพลงเก่ยี วกบั ไกแ่ ละแสดงทา่ ทางประกอบ มชี ่อื วา่ ไก่งามเพราะขน แตง่ โดย
(ฉนั ท์ ขำวิไล) เป็นหนงั สอื ร้อง เลม่ ๓
๒.๗) อ่านบทอาขยานดอกสร้อยแล้วพจิ ารณาความหมาย เป็นการแปลบทประพนั ธ์
ท่ีอยู่ในแบบเรยี น
๒.๘) เขยี นเก่ยี วกับไก่
๑. ลองคดิ และเขยี นผสมคำทม่ี ีคำวา่ ไก่
๒. รวบรวมภาพไก่พนั ธ์ตา่ ง ๆ แล้วแต่งประโยคสสั้น ๆ
๓. รวบรวมประโยชน์ของไก่ว่ามีอะไรบ้าง เขียนบันทึก แล้วนำมาเพิ่มเตมิ
แลกเปล่ยี น
๓) คำศัพท์ จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการอธิบายคำศัพท์และข้อความที่น่าสนใจในตัวบท ไก่แจ้แซ่
เสียง
๑๒
๑) บทวเิ คราะห์
ไม่ปรากฏการนำเขา้ สู่บทเรยี นแต่มีภาพประกอบหลังจากน้นั เป็นการเข้าเนื้อหาของบทน้ัน
บทท่ี ๕ ภาพวาดของสีเทยี น
๑) บทอาขยาน รกั ษาป่า ซ่ึงเป็นบทอาขยาน บทหลัก แตง่ โดย (นภาลัย สวุ รรณธาดา)
๒) ชวนร้อง เลน่ เรยี น อ่าน เขียน คิด
๒.๑) เรื่อง รักษาป่า เป็นบทร้อยกรองประเภทกาพย์ยานี ๑๑ ผู้แต่งแต่งขึ้นเพื่อให้
เห็นคุณค่าของป่าไม้ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าของไทย ถ้ามีป่าไม้ก็จะมีสัตว์ป่า และคนก็จะได้พึ่งพา
อาศัยปา่
๒.๒) บทร้อยกรองเรอ่ งนใ้ี ชค้ ำง่ายละไพเราะ เพราะมีคำทีม่ ีเสียงสัมผัสคล้องจองกัน
หลายคำ
๒.๓) นกั เรียนชอบบทร้อยกรอง รักษาปา่ เพราะเหตใุ ด
๒.๔) ช่วยกันพิจารณาว่าบทร้อยกรอง รักษาป่า ตอนใดอ่านแล้วมองเห็นภาพได้
ชดั เจน
๒.๕) ถ้าหากปา่ ไมห้ มดจากเมอื งไทย ลองคดดูว่าจะเกิดอะไรข้นึ
๒.๖) นักเรียนชอบวาดภาพหรือไม่ ถ้านักเรียนไปเที่ยวป่านักเรียนจะวาดภาพ
อะไรบ้าง
๒.๗) ช่วยกันอ่านและสังเกตเหล่านี้มีความหมายเดียว และบางคำใช้ในข้อเขียน
ทัว่ ไป หรือใชใ้ นบทรอ้ ยกรองกไ็ ด้ แต่บางคำใชเ้ ฉพาะในบทร้อยกรอง
๒.๘) ร้องเพลงและทำท่าทางประกอบ เพลงนกนอ้ ยน้อย ผูแ้ ต่ง (คุณหญิงเบญจา แสงม
ล)ิ ทำนองตอ้ ยตร่ิง
๒.๙) อ่านทำนองเสนาะ และท่องบทร้อยกรอง รกั ษาปา่
๒.๑๐) เขียนคำขวัญเชญิ ชวนให้รักษาปา่
๓) คำศพั ท์ จะมเี น้อื หาเก่ยี วกบั การอธบิ ายคำศพั ท์และข้อความทีน่ า่ สนใจในตวั บทภาพวาดสีเทียน
๑๓
๑) บทวิเคราะห์
ไม่ปรากฏการนำเข้าสบู่ ทเรียนแต่มภี าพประกอบหลงั จากนนั้ เป็นการเข้าเนือ้ หาของบทนน้ั
บทที่ ๖ ยายกะตา
๑) ยายกะตา เป็นนิทาน ซึ่งนิทานยายกะตา ให้ความรู้เกี่ยวกับสังคมไทย ด้านเกษตรกรรมที่ดี
ข้าว ถั่ว งา เป็นอาหารหลัก แสดงด้วยความรกั ห่วงใย ของปู่ย่า ตายาย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่มีต่อหลาน
แสดงถงึ การอบรมสง่ั สอนให้หลานเชือ่ ฟงั คำสัง่ ของตายาย
๒) ชวนรอ้ ง เลน่ เรียน อา่ น เขยี น คดิ
๒.๑) นิทานเร่อื ง ยายกะตา ท่เี ดก็ ๆ ได้อ่านสนุกไหมเอ่ย ความเปน็ มาของนทิ านกน็ า
สนใจ
๒.๒) ใครเคยอ่านหรือฟังนทิ านเรือ่ ง ยายกะตา มาก่อนบ้างคุณตาคุณยายของพวก
เราเหมอื นหรอื ต่างกบั ยายาตาในเร่ืองอย่างไร
๒.๓) ถ้านักเรยี นเปน็ หลานในนิทานเร่ือง ยายกะตา นกั เรยี นจะทำอยา่ งไรไม่ให้ถ่ัวงา
หาย แต่ถ้าถั่วงาหายไป นักเรียนแก้ไข้ปัญหาอย่างไร จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับกับกิจกรรมการวิเคราะห์
เน้อื หา
๒.๔) หลานในนทิ านไปขอความช่วยเหลือจากใครบ้าง ค้นหาดูในภาพ แล้วช่วยกนั
ตอบ
๒.๕) ถ้าคนอื่นมีความเดือดร้อนและมาขอให้นักเรียนช่วยเหลือ นักเรียนจะตอบใน
ทำนองว่า “ไมใ่ ชก่ งการอะไรของข้า” หรอื ทำอยา่ งไร จะทำอย่างแมลงหว่ีหรอื ไม่
๒.๖) อ่านกาพยายย์ านี ๑๑ ต่อไปนี้พร้อม ๆ กนั แลว้ ช่วยกันตอบ เป็นนิทานแสดงถึง
การอบรมสง่ั สอนให้หลานเช่ือฟงั คำสงั่ ของตายาย และด้านสงั คมไทย
๒.๗) เคยอา่ นหรือเคยฟงั นิทาน เพลง หรอื ขา่ วทนี่ ่าประทับใจเกี่ยวกับ ปู๋ ย่า ตา ยาย
กบั หลานหรือ ช่วยกันเลา่ แลกเปลี่ยนกัน
๒.๘) ถั่ว งา และข้าว เป็นอาหารสำคัญของคนไทย นักเรียนเคยเห็น ต้นถั่ว -เมล็ด
ถัว่ ต้นงา -เมล็ดงา และตน้ ข้าว - เมล็ดขา้ ว หรือไม่
๒.๙) วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนฯ เป็นที่มีภาพวาดนิทาน เรื่องยายากะตา ทั้งมี
ประวตั ิความเป็นมาและมคี วามสำคัญ คกู่ บั กรุ่งเทพมหานคร
๒.๑๐) ตรงกันข้ามกับวัดพระเชตุพนฯ หรือวัดโพธิ์ คนละฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีวัด
อรณุ ราชวราม หรือวัดแจง้ วดั ทัง้ สองนมี้ ตี ำนานสนกุ ๆ เกี่ยวขอ้ งกัน ฝกึ อ่านออกเสียงและขบั ร้องทบ
ประพันธ์
๓) คำศัพท์ จะมีเนื้อหาเกย่ี วกับการอธบิ ายคำศัพทแ์ ละข้อความท่นี า่ สนใจในตัวบท ยายกะตา
๑๔
๒.๒ การวิเคราะห์รูปแบบการจัดเน้ือหาแบบเรยี น
หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีลำนำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จัดแบ่ง
เนอ้ื หาออกเป็น ๓ ส่วน ดงั น้ี
๒.๒.๑ บทวิเคราะห์ ไม่ปรากฏการนำเข้าสู่บทเรียนแต่มีภาพประกอบหลงั จากนั้นเปน็
การเขา้ เนื้อหาของบทนั้น
๒.๒.๒ ชวนรอ้ ง เลน่ เรยี น อ่าน เขยี น คิด จะเป็นการใหค้ ิดวิเคราะห์ อ่านและเขยี นใน
แตล่ ะบทและมีการร้องเล่นไปตามเน้ือหาที่อยใู่ นแบบเรียน
๒.๒.๓ บทอาขยาน จะมีเนื้อหาที่มีอยู่ในแต่ละบทและบางบทก็เป็นบทหลัก บางบทก็
เป็นบทเลือก มีทั้งสุภาษิต เช่น บทที่ ๔ เรื่อง ไก่แจ้แซ่เสียง มีบทอาขยานไก่แจ้ ซึ่งเป็นบท
ดอกสร้อยสภุ าษติ โดยแบง่ ตามเนือ้ หากนั ไป
๒.๒.๔ คำศัพท์ จะมีเนื้อหาเกีย่ วกับการอธิบายคำศัพท์และข้อความทีน่ ่าสนใจของบท
นั้น ๆ โดยแบ่งเป็น ๓ สว่ น คือ วิเคราะหเ์ นื้อหาและเลือกสรรนำไปใช้ จากการวิเคราะห์รูปแบบ
การจกั แบง่ เนื้อหาแบบเรียนแสดงใหเ้ หน็ วา่ หนงั สอื เรยี น รายวิชา พน้ื ฐานภาษาไทย วรรณคดีลำ
นำ ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒ มีการจัดลำดับเน้ือหาในแตล่ ะบทเรียนที่เหมือนกนั ทั้งเลม่ โดย
ในแต่ละเล่มจะเริ่มต้นด้วยภาพค่ันประกอบหลังจากนั้นเข้าสู่เนื้อหา ตัวบทวรรณคดีลำนำ และ
กิจกรรมชวนรอ้ ง เลน่ เรยี น อ่าน เขยี น คิด ต่อจากนน้ั เป็นคำอธิบายศพั ท์และข้อความกันทั้ง ๖
บท สามารถสรุปไดด้ งั นี้
๑๕
ตารางการจดั แบ่งเนอื้ หาภายในบทเรยี น
เน้ือหา
บทท่ี บทวิเคราะห์ ชวนรอ้ งเล่น บทอาขยาน คำศพั ท์
เรียนอ่านเขียน ✓
บทที่ ๑ บทดอกสร้อยแสนงาม - ✓
บทที่ ๒ นิทานอ่านใหม่ - คิด ✓
บทท่ี ๓ รืน่ รสสักวา - ✓ ✓
บทท่ี ๔ ไกแ่ จ้แซ่เสยี ง - ✓
บทที่ ๕ ภาพวาดของสเี ทยี น - ✓✓ ✓
บทที่ ๖ ยายกะตา - ✓
✓✓
✓✓
✓✓
✓✓
๒.๓ ดา้ นความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา
เนอื้ หาในแบบเรียน วรรณคดีลำนำ ถูกต้องครบสมบูรณ์ตามตวั ชวี้ ัดหลักสตู รแกนกลาง
ขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ อาจจะมีขอ้ บกพร่องเลก็ นอ้ ยทอ่ี าจทำให้ผู้เรียนสับสนกบั เนอ้ื หาที่เรียน
เพราะยงั ไมส่ มควรถึงกับการวิเคราะห์ หรือ การพจิ ารณาบทรอ้ ยกรอง ตัวอย่างเช่น
ในบทที่ ๔ ไก่แจ้แซเ่ สยี ง จะมเี นือ้ หาที่เกย่ี วกบั การเข้าใจเสยี งธรรมชาติของภาษาและ
หลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และควรใหผ้ ู้เรยี น การอา่ น การเขียนและเรยี นรู้ คำยากได้จะ
ชว่ ยให้การอ่านเรอื่ งราวเน้ือหาในบทเรยี นได้ดขี น้ึ ถอื เป็นการพัฒนาทักษะทางภาษาทผี่ ้เู รยี นควรไดร้ ับ
การฝกึ ฝน เพอื่ พัฒนาทักษะใหถ้ ูกต้อง จึงจะท าให้ การเรยี นรู้ภาษาไทยเป็นไปด้วยดีและเกิดการพัฒนา
ในการเรียนรู้
๒.๔ ด้านภาพประกอบ
ภาพประกอบภายในรปู เล่ม หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีลำนำ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ ไมป่ รากฏละเอียดของภาพวา่ เปน็ ผลงานของใคร
๒.๔.๑ จำนวน แบบเรียนมีภาพประกอบท้งั สิ้นจำนวน ๑๑๐ ภาพ (รวมปก)
๒.๔.๒ ขนาด ภาพประกอบสว่ นใหญ่มขี นาดปานกลาง แต่ในหนา้ ค่ันของแต่ละบทโดยส่วนใหญ่
จะมภี าพประกอบทีเ่ ปน็ ภาพขนาดเตม็ กระดาษดังนี้
๑๖
ตวั อย่างขนาดของภาพในหนา้ คน่ั ของบท่ี ๕ เรื่อง ภาพวาดของสเี ทียน และบทที่ ๖ เรือ่ งยายกะตา
ตวั อยา่ งภาพประกอบในบทท่ี ๕ เรือ่ ง ภาพวาดสีเทยี น ในบทอาขยาน หนา้ ๖๓
๒.๔.๓ คำอธบิ ายภาพ มคี ำอธบิ ายรูปภาพ แต่ในบางรูปไม่มีคำอธบิ ายภาพประกอบ
ตวั อย่างรปู ภาพไมม่ ีคำประกอบในบทท่ี ๓ เร่ือง ร่ืนรสสักวา ในหนา้ ท่ี ๓๔
๑๗
ตัวอย่างรูปภาพทมี่ คี ำอธบิ ายภาพประกอบในบทท่ี ๖ เรอื่ ง ยายกะตา ในหน้าที่ ๙๘
๑๘
๒.๔.๔ ลักษณะภาพ ภาพสว่ นใหญ่เปน็ ภาพวาดสีน้ำมัน ท่ีมีลวดลายตามกับตัวประกอบหรือนทิ าของ
วรรคดลี ำนำ
๒.๔.๕ ความสอดคลอ้ งของภาพกับเนอื้ หา ภาพเปน็ ส่วนประกอบใหญส่ อดคล้องกับเนือ้ หา
ภายในบทนัน้ ๆ
๒.๕ ด้านการใช้ภาษา
ภาษาทใี่ ช้ในวรรณคดลี ำนำ เปน็ ภาษาทางการ เหมาะสมกบั เน้อื หาส่อื ความหมายไดด้ ี
ไมต่ อ้ งตีความเพ่ิม สะดวกต่อการเรยี นรู้ เพ่ือนการพัฒนาแบบเรยี นต่อไป ดงั น้ี
๒.๕.๑ การฉีกคำ
ตัวอย่างการเขียนฉกี คำในบทที่ ๔ ในหนา้ ท่ี ๕๐ คำวา่ “เพราะมนั ชอบไซข้ น”
๒.๖ ดา้ นความยากง่ายของเนอื้ หา
ความยากง่ายของเนื้อหาภายในแบบเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีลำนำ ช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ ๒ มีการเรียงลำดับเนื้อหายากง่ายตามความเหมาะสม ซึ่งเนื้อหาภายในบทเรียนส่วน
ใหญ่จะเปน็ การอา่ น เขียนวเิ คราะห์ และอา่ นทำนองเสนาะ อาจจะมภี าษาถน่ิ ซงึ่ จะมีศัพท์หรือข้อความที่
ยาก ผู้เรียนอาจไมเ่ ข้าใจ แต่มีภายในบทเรียนจะมีคำอธิบายศพั ทแ์ ละข้อความเพื่อให้ผูเ้ รียนเข้าใจได้งา่ ย
มากยิง่ ข้ึน
บทท่ี ๓
วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนอื้ หากับหลักสตู ร (ตวั ช้วี ัด)
๓. วเิ คราะห์ความสอดคล้องของเนอ้ื หากับหลกั สตู ร (ตวั ชี้วัด)
๓.๑ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ภาษาไทย
สาระท่ี ๑ การอา่ น
ท๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพือ่ นำไปใช้ตัดสนิ ใจแก้ไขปัญหา
ในการนำเนิดชีวิตและมีนสิ ัยรักอ่านการ
สาระท่ี ๒ การเขยี น
ท๒.๑ ในกระขบวนการเขียน เขยี นสอื่ สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพดู
ท๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวจิ ารญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ
ความรู้สกึ ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารญาณ และสร้างสรรค์
สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
ท๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ท๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเหน็
คุณค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตจริง
๓.๒ ตัวช้ีวดั ชั้นปี
ท ๑.๑ ป.๒/๑-๘
๑. อ่านออกเสียงคำคล้องจองขอ้ ความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกต้อง
๒. อธบิ ายความหมายของคำและขอ้ ความท่อี ่าน
๓. ต้งั คำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ลเก่ยี วกบั เรื่องการอ่าน
๔. ระบุใจความสำคญั และรายละเอียดจากเรือ่ งท่ีอา่ น
๕. แสดงความคดิ เหน็ และคาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรื่องทอี่ ่าน
๖. อา่ นหนงั สือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ และนำเสนอเรอื่ งทอี่ า่ น
๗. อ่านข้อเขยี นเชงิ อธิบาย และปฏิบตั ติ ามคำส่ัง หรือขอ้ แนะนำ
๘. มมี ารยาทในการอ่าน
๒๐
ท ๒.๑ ป.๒/๑-๔
๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด
๒. เขยี นเรอื่ งส้ัน ๆเกี่ยวกบั ประสบการณ์
๓. เขยี นเรือ่ งส้ัน ๆ ตามจนิ ตนาการ
๔. มีมารยาทในการเขยี น
ท ๓.๑ ป.๒/๑-๗
๑. ฟงั คำแนะนำคำสง่ั ท่ซี ับซ้อน และปฏิบัตติ าม
๒. เลา่ เรอื่ งที่ฟงั และดู ท้ังทีเ่ ป็นความรู้ และความบนั เทิง
๓. บอกสาระสำคัญของเรื่องที่ฟงั และดู
๔. ตงั้ คำถามและคำตอบถาม เกย่ี วกับเรอื่ งท่ีฟงั และดู
๕. พูดแสดงความคิดเหน็ และความรสู้ ึกจากเรื่องท่ฟี ัง และดู
๖. พูดส่อื สารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์
๗. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
ท ๔.๑ ป.๒/๑-๕
๑. บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
๒. เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ
๓. เรยี บเรยี งคำเปน็ ประโยคไดต้ รง ตามเจตนาของการสอื่ สาร
๔. แต่งประโยคง่าย ๆ
๕. บอกลักษณะคำคลอ้ งจอง และคำขวญั
๖. เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิ่นไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ
ท ๕.๑ ป.๒/๑-๓
๑. ระบขุ อ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอา่ น หรือการฟังวรรณกรรมสำหรบั เดก็
เพอื่ นนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
๒. ร้องบทร้องเลน่ สำหรับเดก็ ในทอ้ งถิ่น
๓. ท่องจำบทอาขยาน ตามกำหนด และบทร้อยกรองท่ีมคี ุณค่า ตาม
ความสนใจ
๒๑
๓.๓ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานมงุ่ พฒั นาผ้เู รียนให้มคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ ซึ่ง
การพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐาน การเรยี นรู้ท่กี ำหนดนนั้ จะชว่ ยให้ผู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั ๕
ประการ ดงั นี้
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร เปน็ ความสามารถในการรับและสง่ สาร มวี ฒั นธรรมในการใช้
ภาษาถา่ ยทอดความคิดความร้คู วามเข้าใจ ความรู้สกึ และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ขา่ วสาร
และประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม รวมทงั้ การเจรจาตอ่ รองเพือ่ ขจัด
และลดปญั หาความขัดแย้งตา่ ง ๆ การรับหรือไมร่ บั ข้อมลู ข่าววสารดว้ ยหลกั เหตผุ ล และความถกู ต้อง
ตลอดจนการเลอื กใช้วิธกี ารส่ือสารท่ีมีประสิทธิภาพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทีม่ ีต่อตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ การคดิ สงั เคราะห์ การคิด
อย่างสรา้ งสรรค์ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพอื่ นำไปสกู่ ารสร้างองคค์ วามรู้หรือ
สารสนเทศเพื่อการตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกไ้ ขปัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่
เผชิญไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสมั พันธแ์ ละการเปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณ์ตา่ งๆ แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความร้มู าใช้ในการ
ปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หาและมกี ารตัดสนิ ใจท่มี ีประสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบที่เกดิ ขึ้นตอ่ ตนเอง
สังคมและสงิ่ แวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เปน็ ความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใชใ้ น
การดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั การเรียนรดู้ ้วยตนเอง การเรยี นรูอ้ ยา่ งต่อเนอ่ื ง การทำงาน และการอยู่รว่ มกัน
ในสงั คมดว้ ยการสร้างเสริมความสัมพนั ธ์อนั ดีระหวา่ งบคุ คล การจัดการปัญหาและความขดั แย้งต่างๆ
อยา่ งเหมาะสม การปรับตวั ให้ทนั กบั การเปลยี่ นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรูจ้ ัก
หลกี เล่ยี งพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงคท์ ่สี ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน
๕.ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลอื กและใชเ้ ทคโนโลยีด้านต่างๆ
และมที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอื่ การพฒั นาตนเองและสงั คม ในด้านการเรยี นรู้ การสือ่ สาร
การทำงาน การแกป้ ญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกต้องเหมาะสม และมคี ุณธรรม
๒๒
วเิ คราะหค์ วามสอดคล้องของเนอื้ หาของหนังสือเรยี นรายวิชาภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
“วรรณคดีลำนำ”ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ตัวชวี้ ดั ) วิเคราะห์
ตามประเด็นดังน้ี
๑. เน้ือหา กับ สาระการเรยี นรู้ และตัวช้วี ดั
๒. กิจกรรมการเรยี นรู้ กบั สาระการเรยี นรู้ และตัวช้ีวดั
๓. กจิ กรรมการเรียนรู้ กับ สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั สมรรถนะสำคัญของ
ท ๑.๑ ผู้เรียน
บทท่ี ๑ ดอกสร้อยแสนงาม ท ๕.๑
เน้ือหา ท ๕.๑ ป. ๒/๑
บทอาขยานบทหลกั กาดำ ป.๒/๓
ท ๓.๑
นิทานอีสป กากบั เหยอื่ น้ำ ท ๓.๑ ป.๒/๑
ท ๓.๑
กิจกรรมการเรียนรู้ ท ๑.๑ ป.๒/๕ - ความสามารถในการ
๑. ชวนรอ้ ง เลน่ เรียน อา่ น ส่อื สาร
เขยี น คิด ท ๓.๑
๑.๑) “นกอะไรเอย่ สีดำทง้ั ป.๒/๑ - ความสามารถในการใช้
กายยา รอ้ ง กา กา วงั วน ทักษะชีวิต
ไกล”
๑.๒) มาร้องเพลง “กาเอย๋ กา ป.๒/๒ - ความสามารถในการ
ดำ” พร้อมทำท่าตามไปกบั ส่ือสาร
เพลง
๑.๓) ใครรู้จัก “นกกา”บา้ ง ป.๒/๑ - ความสามารถในการใช้
เลา่ ใหก้ ันฟงั ทักษะชวี ิต
๑.๔) ฝึกอา่ นบทดอกสรอ้ ย
กาดำ เป็นทำนองเสนาะ ป.๒/๔ - ความสามารถในการคิด
พรอ้ มกนั
๑.๕) เม่อื อ่านบทดอกสรอ้ ย
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ๒๓
ตวั ชว้ี ัด สมรรถนะสำคญั ของ
กาดำ แล้วลองศกึ ษา ท ๑.๑
ธรรมชาติ ของกาเพมิ่ เติม ท ๑.๑ ผเู้ รียน
เด็กๆ คดิ ว่านิสัยของกาเป็น ท ๑.๑
อย่างไร “กา ใจดำ” หรือ ป.๒/๒ - ความสามารถในการใช้
“กาใจดี” หนูตอบอยา่ งนีม้ ี ท ๑.๑ ทักษะชีวติ
เหตุผลใด ท ๑.๑
๑.๖) อ่านคำตอ่ ไปนี้ เลือกได้ ป.๒/๒
หรือไม่ว่า อยากเปน็ เพ่อื นกับ ป.๒/๔ - ความสามารถในการคิด
คนที่มี “ใจ” แบบใด
๑.๗) มารู้จักบทดอกสรอ้ ย - ความสามารถในการคิด
๑.๘) บทดอกสร้อยที่ไพเราะ
และใหข้ อ้ คิดดๆี นอกจากบท ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
กาดำแล้วยงั มีอกี จำนวนมาก
เชน่ มดแดง แมวเหมียว เด็ก ป.๒/๗ - ความสามารถในการคิด
น้อย ลองอา่ นบท นก
ขมน้ิ เหลืองอ่อนแลว้ ชว่ ยกนั
บอกความดีของนกขมิน้ ว่า
เป็นแบบอยา่ งในเรอ่ื ง
พากเพียรชอบคือความ
ขยันหมนั่ เพียรอย่าง
เหมาะสมอยา่ งไรบา้ ง
๑.๙) อ่านนทิ านอสี ป
สนุกสนานเรือ่ งกากับเหยือก
น้ำมา ตดิ ตามกนั ว่า การตวั น้ี
ดีอยา่ งไรแลว้ ลองตง้ั ชอื่ เรอื่ ง
ใหมใ่ ห้เหมาะสม
๑.๑๐) บอกได้หรือไมภ่ าพ
ตอ่ ไปนต้ี รงกบั สำนวน
เก่ยี วกับนกในขอ้ ใดใครตอบ
ได้ถูกตอ้ ง
และรวดเรว็ ทีส่ ดุ เป็นผู้ชนะ
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ๒๔
ท ๑.๑
๒. คำศพั ท์ ท ๑.๑ ตวั ช้วี ัด สมรรถนะสำคัญของ
ท ๕.๑ ผูเ้ รียน
บทที่ ๒ นิทานอ่านใหม่ ท ๑.๑
ท ๑.๑ ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
เนื้อหา ท ๑.๑ ส่อื สาร
นทิ านอีสป ราชสีหก์ บั หนู ท ๓.๑
กจิ กรรมการเรียนรู้ ป.๒/๑
ท ๓.๑ ป.๒/๑
๑. ชวนร้อง เลน่ เรียน อา่ น
เขยี น คดิ ป.๒/๗ - ความสามารถในการ
๑.๑) อา่ นนทิ านอีสปเร่อื ง แกป้ ญั หา
ราชสหี ์กับหนู แลว้ มาเล่น
เปน็ ราชสีหก์ บั หนกู นั ดกี ว่า ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
ทกุ คนลองทำทา่ ทางต่อไปนี้
๑.๒) เดก็ ๆ คดิ ว่า เพราะ ป.๒/๕ - ความสามารถในการคิด
เหตใุ ดราชสหี ์จึงยอมปลอ่ ย ป.๒/๑ - ความสามารถในการคิด
หนู และทำไมหนจู ึงมาช่วย
ราชสหี ์ ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
๑.๓) การกระทำของราชสหี ์
กบั หนู แสดงให้เหน็ นสิ ยั
ของสัตวท์ ัง้ สองอย่างไร
๑.๔) ชว่ ยกันแสดงความ
คิดเห็นว่า เพราะเหตุใด
คุณครใู จดจี งึ เลา่ นทิ านเรอ่ื ง
ราชสหี ์กับหนู
ใหเ้ ด็ก ๆฟัง แลว้ ลองมา
เขยี นเปรยี บเทียบความ
เหมอื น
และตา่ งของเกง่ ใหญ่กับเก่ง
และราชสีห์กบั หนู
๑.๕) คำมเี ลอื กสรรใช้
จดจำไวเ้ ปน็ ความรู้
บทที่ สาระการเรยี นรู้ ๒๕
คลอ้ งจองลองอา่ นดู หลาย ท ๑.๑ ตวั ชว้ี ัด สมรรถนะสำคญั ของ
ลลี าใหอ้ ารมณ์ ท ๓.๑ ผู้เรยี น
๑.๖) ชวนหนู ๆ มารจู้ กั หนู ท ๑.๑
๑.๗) สำนวนและคำเกย่ี วกับ ท ๑.๑ ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
“หนู”
๑.๘) นทิ านคอื อะไร ใคร ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
ชอบนิทานบา้ ง มาคุยกัน ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
๒. คำศัพท์
ส่ือสาร
ป.๒/๒ - ความสามารถในการ
สอ่ื สาร
บทท่ี ๓ รืน่ รสสักวา ท ๑.๑ ป.๒/๑
ท ๕.๑ ป.๒/๓
เนอ้ื หา ท ๕.๑ ป.๒/๓
บทอาขยานบทหลัก สกั วา
หวานอน่ื มีหมื่นแสน ท ๑.๑ ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
บทสักวา สกั วาดาวจระเขก้ ็ ท ๓.๑ สือ่ สาร
เหหก ท ๓.๑
กิจกรรมการเรยี นรู้ ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
๑. ชวนรอ้ ง เลน่ เรียน อา่ น ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
เขียน คิด
๑.๑) อ่านบทสกั วาตอ่ ไปนี้
แลว้ ตอบคำถามวา่ ขอ้ ใดถกู
หรอื ผิด
๑.๒) บทสักวาข้ึนต้นดว้ ยคำ
ว่า สักวา ลงท้ายด้วยคำวา่
เอย
๑.๓) การละเล่นสักวาเป็น
การละเลน่ พ้ืนบา้ นของคน
ไทย ภาคกลาง นยิ มเล่นกนั
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ๒๖
ในฤดูนำ้ หลาก เทศกาล ท ๓.๑ ตัวช้วี ัด สมรรถนะสำคญั ของ
ทอดกฐนิ ทอดผา้ ป่า ผเู้ รยี น
๑.๔) หญงิ ชายทตี่ ้องการเล่น ท ๕.๑
สกั วา จะลงเรอื ล่องไปในยาม ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
เย็นคำ่ รอ้ งบทสกั วาโต้ตอบ ท ๓.๑
กนั ท ๑.๑ ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
๑.๕) การเลน่ สกั วาแตง่ มแี ต่ สอ่ื สาร
การแต่งบทสักวาและขบั รอ้ ง ท ๑.๑
เปน็ เพลง โดยไม่มกี ารรำ ท ๑.๑ ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
และไมม่ ีดนตรีประกอบ ท ๑.๑ ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
๑.๖) “เพลงพน้ื บ้าน” มกี าร ท ๑.๑
เลน่ กันทกุ ภาคของไทย สอ่ื สาร
๑.๗) ฝกึ อา่ นบท สกั วาหวาน
อ่ืนมหี ม่ืนแสน เป็นทำนอง ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
เสนาะ ส่ือสาร
๑.๘) รู้จักคำ ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
๑.๙) อา่ นตวั อย่าง และคิด
เปรยี บเทียบเพม่ิ เติม สื่อสาร
๑.๑๐) ชวนอ่าน ชวนรอ้ ง ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
๒) คำศัพท์ สื่อสาร
บทที่ สาระการเรยี นรู้ ๒๗
บทท่ี ๔ ไกแ่ จแ้ ซเ่ สียง ท ๑.๑ ตวั ชีว้ ัด สมรรถนะสำคัญของ
ผเู้ รยี น
เน้อื หา ท ๕.๑
บทอาขยานบทหลัก ไก่แจ้ ท ๕.๑ ป.๒/๑
บทดอกสร้อย ไกแ่ กว้ ป.๒/๓
ป.๒/๓
กจิ กรรมการเรียนรู้ ท ๕.๑
ป.๒/๑ - ความสามารถในการคิด
๑. ชวนรอ้ ง เล่น เรยี น อ่าน ท ๑.๑
เขียน คิด ท ๑.๑ ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
๑.๑) ไก่แจ้ เป็นบท ท ๑.๑
ดอกสรอ้ ย ท ๑.๑ ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
ทีไ่ พเราะ นา่ อา่ น นา่ ฟงั ให้
ขอ้ คดิ เตือนใจ โดยยกความ ป.๒/๑ - ความสามารถในการ
ขยันขนั แขง็ ของไก่แจ้มา ส่ือสาร
เปรยี บเทียบ
๑.๒) บทดอกสร้อยนใ้ี ชค้ ำ ป.๒/๒ - ความสามารถในการ
งา่ ย อา่ นแลว้ คล้ายกับไดเ้ ห็น สื่อสาร
ภาพ และไดย้ นิ เสียงขนั ของ
ไก่แจ้
๑.๓) อา่ นบทเรียนเร่อื ง ไก่
แจ้แซเ่ สียง แล้วบอกได้
หรือไม่วา่ อะไรคอื ความดี
ของไกแ่ จ้ ซ่งึ เราควรถือเป็น
ตัวอยา่ ง
๑.๔) ในบทดอกสร้อย ไก่แจ้
มีคำใดบ้าง ทีม่ ีความหมาย
เกยี่ วข้องกับ “เสียง”
๑.๕) อา่ นเพอ่ื นสังเกต
จงั หวะและลลี าถ้อยคำ
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ๒๘
ท ๕.๑
๑.๖) รอ้ งเพลงเกย่ี วกบั ไก่ ท ๕.๑ ตวั ช้วี ัด สมรรถนะสำคญั ของ
และแสดงทา่ ทางประกอบ ผเู้ รยี น
๑.๗) อ่านบทอาขยาน ท ๒.๑
ดอกสรอ้ ยแลว้ พิจารณา ท ๒.๑ ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
ความหมาย ท ๒.๑ ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
๑.๘) เขยี นเกย่ี วกับไก่
๑. ลองคิดและเขยี นผสมคำท่ี ท ๒.๑ ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
มีคำวา่ ไก่ ป.๒/๓ - ความสามารถในการคดิ
๒. รวบรวมภาพไกพ่ นั ธ์ต่าง ท ๑.๑ ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
ๆ แลว้ แตง่ ประโยคสสั้น ๆ
ป.๒/๒ - ความสามารถในการ
๓. รวบรวมประโยชน์ของไก่ สื่อสาร
ว่ามีอะไรบ้าง เขียนบันทกึ
แล้วนำมาเพม่ิ เติม ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
แลกเปลย่ี น สื่อสาร
๒) คำศัพท์
บทท่ี ๕ ภาพวาดของสเี ทียน ท ๑.๑ ป.๒/๑
เน้อื หา ท ๕.๑ ป.๒/๓
บทอาขยานบทหลกั รกั ษา
ป่า
บทที่ สาระการเรยี นรู้ ๒๙
กิจกรรมการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ตัวชว้ี ัด สมรรถนะสำคัญของ
ท ๑.๑ ผู้เรยี น
๑. ชวนร้อง เล่น เรียน อา่ น
เขียน คิด ท ๑.๑ ป.๒/๗ - ความสามารถในการใช้
๑.๑) เรือ่ ง รกั ษาป่า เป็นบท ท ๑.๑ ทกั ษะชีวิต
ร้อยกรองประเภทกาพย์ยานี ท ๑.๑
๑๑ ผู้แตง่ แต่งขน้ึ เพ่อื ให้เห็น ท ๑.๑ ป.๒/๑ - ความสามารถในการ
คณุ ค่าของป่าไม้ ซ่ึงเป็น ท ๕.๑ สื่อสาร
ทรัพยากรท่มี ีคา่ ของไทย ถ้า ท ๑.๑
มปี า่ ไม้ก็จะมีสตั วป์ ่า และคน ป.๒/๖ - ความสามารถในการ
กจ็ ะไดพ้ ง่ึ พาอาศัยป่า ส่อื สาร
๑.๒) บทรอ้ ยกรองเร่อื งนี้ใช้
คำงา่ ยและไพเราะ เพราะมี ป.๒/๕
คำท่ีมีเสยี งสัมผัสคลอ้ งจอง - ความสามารถในการคิด
กันหลายคำ
๑.๓) นกั เรียนชอบบทร้อย ป.๒/๗
กรอง รักษาป่า เพราะเหตุใด - ความสามารถในการคิด
๑.๔) ชว่ ยกันพิจารณาวา่ บท
รอ้ ยกรอง รกั ษาปา่ ตอนใด ป.๒/๗ - ความสามารถในการคิด
อา่ นแล้วมองเห็นภาพได้
ชดั เจน ป.๒/๒ - ความสามารถในการใช้
๑.๕) ถ้าหากป่าไม้หมดจาก ทกั ษะชวี ติ
เมืองไทย ลองคดิ ดูวา่ จะเกดิ
อะไรข้ึน ป.๒/๒ - ความสามารถในการ
๑.๖) นักเรียนชอบวาดภาพ สอ่ื สาร
หรอื ไม่ ถา้ นักเรยี นไปเทยี่ ว
ปา่ นักเรยี นจะวาดภาพ ป.๒/๑ - ความสามารถในการ
อะไรบ้าง สอ่ื สาร
๑.๗) ช่วยกันอา่ นและสงั เกต
เหล่านม้ี ีความหมายเดยี ว
และบางคำใช้ในขอ้ เขยี น
ทว่ั ไป หรือใชใ้ นบทร้อยกรอง
บทที่ สาระการเรยี นรู้ ๓๐
กไ็ ด้ แต่บางคำใชเ้ ฉพาะใน ท ๑.๑ ตวั ชวี้ ัด สมรรถนะสำคญั ของ
บทร้อยกรอง ท ๑.๑ ผเู้ รยี น
๑.๘) รอ้ งเพลงและทำทา่ ทาง ท ๑.๑
ประกอบ ท ๑.๑ ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
๑.๙) อา่ นทำนองเสนาะ และ สอ่ื สาร
ทอ่ งบทร้อยกรอง รักษาป่า - ความสามารถในการ
๑.๑๐) เขียนคำขวัญเชญิ
ชวนให้รกั ษาป่า ป.๒/๒ ส่อื สาร
๒) คำศัพท์ ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
บทท่ี ๖ ยายกะตา ท ๑.๑ ส่ือสาร
ท ๕.๑ ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
เนอื้ หา ท ๕.๑
นทิ านไทย ยายากะตา ท ๕.๑ สอ่ื สารอสาร
บทอาขยานบทหลัก ความดี
ความช่วั ดี ท ๕.๑ ป.๒/๑
บทร้อยกรอง เห็นผดิ เหน็ ป.๒/๓
ถกู ท ๓.๑ ป.๒/๓
กจิ กรรมการเรียนรู้ ป.๒/๓
๑. ชวนร้อง เลน่ เรยี น อ่าน ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
เขียน คดิ สื่อสาร
๑.๑ นิทานเรือ่ ง ยายกะตา
ทเ่ี ด็ก ๆ ได้อ่านสนุกไหมเอ่ย ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
ความเป็นมาของนทิ านกน็ า
สนใจ
๑.๒) ใครเคยอ่านหรือฟงั
นทิ านเรื่อง ยายกะตา มา
ก่อนบ้างคณุ ตาคุณยายของ
พวกเราเหมือนหรอื ต่างกับ
ยายาตาในเรื่องอย่างไร
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ๓๑
ท ๑.๑
๑.๓) ถา้ นักเรยี นเปน็ หลาน ท ๑.๑ ตัวช้วี ดั สมรรถนะสำคญั ของ
ในนทิ านเรื่อง ยายกะตา ท ๑.๑ ผู้เรยี น
นกั เรียนจะทำอยา่ งไรไม่ให้
ถั่วงาหาย แต่ถ้าถว่ั งาหายไป ท ๑.๑ ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
นกั เรียนแกไ้ ข้ปัญหาอยา่ งไร ท ๓.๑
๑.๔) หลานในนิทาน ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
ขอ้ ความช่วยเหลอื จากใคร ท ๑.๑
บา้ ง คน้ หาดูในภาพ แล้ว ป.๒/๓ - ความสามารถในการคิด
ชว่ ยกนั ตอบ
๑.๕) ถา้ คนอ่ืนมคี วาม ป.๒/๒ - ความสามารถในการคิด
เดอื ดร้อนและมาขอให้ ป.๒/๒ - ความสามารถในการ
นักเรยี นชว่ ยเหลอื นักเรียน
จะตอบในทำนองวา่ “ไมใ่ ช่ ส่ือสาร
กงการอะไรของข้า” หรอื ทำ
อยา่ งไร จะทำอยา่ งแมลงหว่ี ป.๒/๒ - ความสามารถในการใช้
หรอื ไม่ ทักษะชวี ิต
๑.๖) อ่านกาพยายย์ านี ๑๑
ตอ่ ไปน้พี รอ้ ม ๆ กนั แลว้
ช่วยกันตอบ
๑.๗) เคยอา่ นหรอื เคยฟงั
นิทาน เพลง หรือข่าวทีน่ ่า
ประทับใจเกยี่ วกับ ปู๋ ยา่ ตา
ยาย
กับหลานหรือ ชว่ ยกนั เล่า
แลกเปลีย่ นกนั
๑.๘) ถว่ั งา และข้าว เปน็
อาหารสำคัญของคนไทย
นักเรยี นเคยเหน็ ต้นถวั่ -
เมลด็ ถ่ัว ต้นงา -เมล็ดงา
และตน้ ข้าว - เมล็ดข้าว
หรือไม่
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ๓๒
ท ๑.๑
๑.๙) วดั โพธ์ิหรอื วัดพระเชตุ ท ๑.๑ ตัวชวี้ ดั สมรรถนะสำคญั ของ
พนฯ เป็นท่มี ภี าพวาดนทิ าน ผเู้ รียน
เรอ่ื งยายากะตา ทง้ั มปี ระวตั ิ ท ๑.๑
ความเปน็ มาและมี ป.๒/๒ - ความสามารถในการใช้
ความสำคัญ คกู่ บั กรงุ่ เทพ ทักษะชวี ติ
มหานคร
๑.๑๐) ตรงกนั ข้ามกบั วัด ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
พระเชตพุ นฯ หรอื วดั โพธิ์ ส่ือสาร
คนละฝ่ังแมน่ ำ้ เจ้าพระยา มี
วัดอรณุ ราชวราม หรอื วัด ป.๒/๓ - ความสามารถในการ
แจง้ วดั ทัง้ สองนี้มตี ำนาน สอ่ื สาร
สนุก ๆ เก่ียวข้องกัน ฝกึ อา่ น
ออกเสียงและขบั รอ้ งทบ
ประพันธ์
๒) คำศพั ท์
บทท่ี ๔
วิเคราะหค์ วามสอดคล้องระหวา่ งกิจกรรมการเรียนรู้ กบั พฤตกิ รรมด้านพุทธพิ สิ ยั
ตามทฤษฎีการเรยี นร้ขู องของ
องคค์ วามรู้การพฤตกิ รรมด้านพุทธิพสิ ัยตามทฤษฎีการเรียนรขู้ องของ Benjamin Bloom
มิติกระบวนการทางปัญญา (Cognitive Process Dimension) พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิ
พิสัยตามแนวคดิ ของบลูมท่ีปรับใหม่ได้ปรับคำศัพท์จาก “คำนาม” เป็น “คำกรยิ า เพอื่ อธบิ ายพฤติกรรม
การเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยได้ชัดเจน ยิ่งขึ้น และปรับกระบวนการทางปัญญา (Cognitive Process
Dimension) โดยแบง่ ระดบั พฤตกิ รรมการเรยี นร้ดู ้านพทุ ธิพสิ ัย เป็น ๖ ขั้น ดงั นี้
๑. จำ (Remember) เป็นความสามารถการ สาระตา่ ง ๆ ของผเู้ รยี นท่ไี ดเ้ รียนรมู้ า พฤติกรรมการ
เรียนรู้ ในส่วนน้มี ุ่งวดั ความสามารถในการจดั เกบ็ ความรู้ (Retention) ในตัวผู้เรยี น
๒. เข้าใจ (Understand) เปน็ ความสามารถ ของบคุ คลในการนำเสนอความรู้ แนวคิด ดว้ ยถ้อยคำ
ภาษาเขียน ท่าทาง สัญลักษณ์ รูปภาพหรือวิธีการอื่น ๆ ให้บุคคลอื่นทราบ โดยเน้นให้สามารถสื่อ
ความหมาย ของสาระบทเรียนที่ได้เรียนรู้มาในรูปของการแปลความ การตีความ และการขยายความ
พฤติกรรมท่แี สดงออก
๓. ประยุกต์ใช้ (Apply) เป็นความสามารถ ในการนำความรู้ที่ได้เรียนไปใช้แก้ปัญหาใน
สถานการณท์ ่ี ตอ้ งเผชญิ หรือเกดิ ข้ึนในชีวิตจริง ทัง้ น้ีจะตอ้ งเปน็ สถานการณ์ ใหมท่ ี่ต่างไปจากเดิม
๔. วเิ คราะห์ (Analyze) เปน็ การพิจารณา แยกแยะเรื่องราวหรอื ปรากฏการณใ์ ด ๆ แล้วสามารถ
รู้เบื้องหลังความเป็นมาเป็นไปหรือส่วนประกอบที่เป็น รายละเอียดของสิ่งนั้น การคิดหาเหตุผลหรือ
คำตอบ ด้วยตนเองโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานที่ตนสามารถรับรู้ได้ เช่น การอธิบายว่าทำไมผึ้งในรังหนึ่งจึงมี
ปริมาณลดลงในฤดูร้อน การใหเ้ หตผุ ลวา่ ทำไมพ้ืนทจี่ ุดหน่ึงนำ้ จงึ ทว่ มขงั ในขณะท่ี อีกจุดหน่ึงซ่ึงอยู่ใกล้กัน
ไมม่ นี ำ้ ทว่ ม เป็นตน้
๕. ประเมินค่า (Evaluate) เป็นการสรุปตดั สนิ คุณค่าของกิจกรรม การกระทำ หรอื
ปรากฏการณใ์ ด ๆ ตาม เกณฑ์และมาตรฐานทีก่ ำหนด ทัง้ นก้ี ารประเมนิ จะเกดิ ขึน้ ตอ้ งเป็นการตดั สนิ ใจท่ี
เก่ียวขอ้ งกับคุณคา่ การประเมิน
๖. สร้างสรรค์ (Create) เป็นการคิด พัฒนาประดิษฐ์ สร้าง หรือจัดกระทำสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดข้นึ
จากความคดิ ของผสู้ รา้ งเอง โดยมไิ ด้ลอกเลียนงานของผอู้ ่นื ในลกั ษณะการลอกท้ังชิน้ งาน รวมท้ังการนำสง่ิ
ต่าง ๆที่มีลักษณะเป็นส่วนย่อยมาพัฒนารวมกันให้เกิดขึ้นเป็นผลงานชิ้นใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น
ข้อเขียนหรอื บทความชิ้นงาน ผลงานประดิษฐ์ โครงการภาพวาด ตำราหรือทฤษฎี ฯ
ตารางวเิ คราะหค์ วามสอดคลอ้ งระหว่างกจิ กรรมชวนร้อง เล่น อ่า
ตามทฤษฎกี ารเรยี นรู้ของ B
พฤตกิ ร
(Cogn
ตามทฤษฎีการเรีย
กิจกรรมการเรยี นรู้
จำ
เข้าใจ
บทที่ ๑ ดอกสรอ้ ยแสนงาม ✓
กจิ กรรมการเรยี นรู้
๑. ชวนร้อง เลน่ เรียน อา่ น เขยี น คดิ
๑.๑) “นกอะไรเอ่ย สดี ำทงั้ กายยา ร้อง กา กา วัง
วนไกล”
๑.๒) มารอ้ งเพลง “กาเอย๋ กาดำ” พร้อมทำท่าตาม ✓
ไปกับเพลง
๑.๓) ใครรูจ้ กั “นกกา”บ้าง เล่าให้กันฟงั ✓
๓๔
าน เขยี น คดิ กับพฤติกรรมด้านพุทธพิ ิสัย (Cognitive Domain)
Benjamin Bloom
รรมดา้ นพุทธิพสิ ยั
nitive Domain)
ยนรู้ของ Benjamin Bloom
ผลการวเิ คราะห์
ประ ุยก ์ตใ ้ช
ิวเคราะห์
ประเ ิมนค่าค่า
สร้างสรร ์ค
ตอ้ งมีความรู้ความจำในการฟัง
ของเสยี งสัตว์และเสียงท่ีเกดิ จาก
ธรรมชาติ
ตอ้ งมีความเข้าใจในเรอ่ื งของกา
ทำท่าประกอบให้มองเหน็ ภาพ
จริง
ต้องมคี วามรคู วามจำในเรือ่ งของ
นกกาอย่างถกู ต้อง
พฤตกิ ร
(Cogn
ตามทฤษฎกี ารเรยี
กิจกรรมการเรยี นรู้
จำ
เ ้ขาใจ
๑.๔) ฝกึ อ่านบทดอกสรอ้ ย กาดำ เปน็ ทำนอง ✓
เสนาะพรอ้ มกัน
๑.๕) เมือ่ อ่านบทดอกสร้อย
กาดำ แลว้ ลองศกึ ษาธรรมชาติ ของกาเพิม่ เติม
เด็กๆ คิดวา่ นสิ ยั ของกาเป็นอยา่ งไร “กา ใจดำ”
หรือ “กาใจดี” หนูตอบอยา่ งนมี้ ีเหตุผลใด
๑.๖) อ่านคำต่อไปนี้ เลอื กไดห้ รอื ไมว่ า่ อยากเป็น ✓
เพอ่ื นกบั คนท่ีมี “ใจ” แบบใด
๑.๗) มารูจ้ กั บทดอกสร้อย ✓
๑.๘) บทดอกสร้อยทไี่ พเราะและใหข้ อ้ คดิ ดๆี
นอกจากบท กาดำแลว้ ยังมีอีกจำนวนมาก เชน่ มด
รรมดา้ นพุทธิพิสัย ๓๕
nitive Domain) ผลการวิเคราะห์
ยนรู้ของ Benjamin Bloom
ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน ่คา ่คา
สร้างสรร ์ค
ต้องมีความรคู้ วามจำในเร่ืองของ
การอ่านทำนองเสนาะท่ีถกู ต้อง
ตอ้ งมกี ารวเิ คราะห์นิสยั ของนก
กาวา่ มนิสยั อย่างไร
✓
ตอ้ งมีความเขา้ ใจเก่ยี วกบั คำท่ี
✓ ถกู ตอ้ ง และจึงจะวิเคราะห์คำได้
ตอ้ งมคี วามร้คู วามจำของบท
ดอกสรอ้ ยได้ถกู ต้อง
✓ ต้องมกี ารวเิ คราะห์
พฤติกร
(Cogn
ตามทฤษฎกี ารเรยี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
จำ
เ ้ขาใจ
แดง แมวเหมยี ว เดก็ นอ้ ย ลองอา่ นบท นกขมน้ิ ✓
เหลืองออ่ นแลว้ ช่วยกนั บอกความดขี องนกขม้ินว่า ✓
เปน็ แบบอยา่ งในเรื่องพากเพียรชอบคือความ
ขยันหมัน่ เพยี รอยา่ งเหมาะสมอย่างไรบา้ ง
๑.๙) อ่านนิทานอีสปสนุกสนานเรอ่ื งกากบั เหยือก
นำ้ มา ตดิ ตามกันว่า การตัวนีด้ ีอยา่ งไรแลว้ ลองต้ัง
ช่ือเร่ืองใหม่ใหเ้ หมาะสม
๑.๑๐) บอกไดห้ รอื ไม่ภาพต่อไปน้ีตรงกับสำนวน
เกยี่ วกบั นกในข้อใดใครตอบได้ถกู ตอ้ ง
และรวดเรว็ ทส่ี ดุ เปน็ ผ้ชู นะ
รรมดา้ นพุทธิพสิ ัย ๓๖
nitive Domain) ผลการวิเคราะห์
ยนรู้ของ Benjamin Bloom
ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน ่คา ่คา
สร้างสรร ์ค
จึงจะสามารถอธบิ ายหรือบอก
ลักษณะได้อย่างเหมาะสม
ต้องมกี ารเข้าใจในนทิ าน และ
✓ วเิ คราะหน์ ิทาน จึงจะสามารถ
ตงั้ ชื่อได้
ต้องมีความเขา้ ใจในเนือ้ หาจงึ จะ
สามารถตอบได้
กิจกรรมการเรยี นรู้ จำ พฤตกิ ร
๒. คำศพั ท์ เ ้ขาใจ(Cogn
ตามทฤษฎกี ารเรีย
✓
รรมดา้ นพุทธิพิสัย ๓๗
nitive Domain) ผลการวเิ คราะห์
ยนรู้ของ Benjamin Bloom
ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน ่คา ่คา
สร้างสรร ์ค
ต้องมคี วามเขา้ ใจในคำศัพท์
และความหมายของข้อความใน
แตล่ ะบท จึงจะสามารอธบิ าย
พฤติกร
(Cogn
ตามทฤษฎีการเรีย
กิจกรรมการเรียนรู้
จำ
เ ้ขาใจ
บทที่ ๒ นิทานอ่านใหม่ ✓
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ✓
๑. ชวนร้อง เล่น เรยี น อา่ น เขยี น คดิ
๑.๑) อ่านนิทานอีสปเรื่อง ราชสีห์กบั หนู แลว้ มา
เลน่ เป็นราชสีห์กับหนกู นั ดีกวา่
ทุกคนลองทำท่าทางตอ่ ไปนี้
๑.๒) เด็ก ๆ คดิ ว่า เพราะเหตุใดราชสีห์จึงยอม
ปลอ่ ยหนู และทำไมหนจู ึงมาชว่ ยราชสีห์
๑.๓) การกระทำของราชสหี ก์ ับหนู แสดงใหเ้ ห็น
นิสยั ของสัตว์ทงั้ สองอยา่ งไร
๑.๔) ชว่ ยกนั แสดงความคิดเห็นวา่ เพราะเหตุใด
คณุ ครูใจดีจงึ เล่านิทานเรือ่ ง ราชสีหก์ ับหนู
รรมดา้ นพุทธิพสิ ยั ๓๘
nitive Domain) ผลการวเิ คราะห์
ยนรขู้ อง Benjamin Bloom
ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน ่คา ่คา
สร้างสรร ์ค
ตอ้ งมีความเขา้ ใจในเร่ืองของ
✓ นิทาน และจึงทำท่าทางไดอ้ ย่าง
ถกู ต้อง
ต้องมีการวิเคราะหใ์ นตวั ละคร
✓ ของนทิ าน จงึ จะสามาอธิบาย
หรือตอบคำถามได้
ต้องมีความเขา้ ใจในการกระทำ
ของตัวละครนิทาน จึงจะ
สามารถอธบิ ายได้
✓ ต้องมีการวเิ คราะห์นิทานจงึ จะ
สามารถเขยี นเปรียบเทียบ หรือ
พฤตกิ ร
(Cogn
ตามทฤษฎีการเรยี
กิจกรรมการเรียนรู้
จำ
เ ้ขาใจ
ให้เด็ก ๆฟัง แล้วลองมาเขียนเปรยี บเทียบความ
เหมือน
และตา่ งของเกง่ ใหญ่กบั เก่ง
และราชสหี ์กบั หนู
๑.๕) คำมีเลือกสรรใช้ จดจำไวเ้ ป็นความรู้ ✓
คลอ้ งจองลองอ่านดู หลายลีลาใหอ้ ารมณ์
๑.๖) ชวนหนู ๆ มารู้จักหนู ✓
๑.๗) สำนวนและคำเกีย่ วกบั “หนู” ✓
๑.๘) นิทานคอื อะไร ใครชอบนิทานบา้ ง มาคุยกนั ✓
รรมดา้ นพทุ ธิพิสัย ๓๙
nitive Domain) ผลการวเิ คราะห์
ยนรขู้ อง Benjamin Bloom
ประ ุยก ์ตใช้
ิวเคราะ ์ห
ประเมิน ่คา ่คา
สร้างสรร ์ค
ความแตกตา่ งของตัวนิทานได้
อย่างถูกตอ้ ง
ต้องมีความรคู้ วามจำในเรอ่ื งของ
คำ และหลักการใช้คำทถี่ ูกต้อง
ต้องมีความร้คู วามจำในเรอ่ื งของ
หนทู ่ีถกู ตอ้ ง
ตอ้ งมีความรูค้ วามจำเก่ยี วกับ
สำนวน และนำไปใช้เกย่ี วกบั ห
หนูได้อยา่ งถูกต้อง
ต้องมีความรู้ความจำในเรอ่ื ง
นทิ านจึงจะสามารถอธบิ ายได้
กิจกรรมการเรยี นรู้ จำ พฤตกิ ร
๒. คำศพั ท์ เ ้ขาใจ(Cogn
ตามทฤษฎกี ารเรีย
✓