The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการอบรม ก๊าซ PTT NGR

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iwct computer, 2023-06-16 01:53:26

เอกสารประกอบการอบรม ก๊าซ PTT NGR

เอกสารประกอบการอบรม ก๊าซ PTT NGR

ความรู้เบื ้องต้นในการใช้ก๊าซธรรมชาติอย่างมี ประสิทธิภาพ Basic Knowledge for the Effective Use of Natural Gas


ความร ้ ู ท ่ ว ัไปเก ่ ี ยวก ั บก ๊ าซธรรมชาต ิ General Knowledge of Natural Gas


ก๊าซธรรมชาติคืออะไร • ก๊าซธรรมชาติ คือ ปิโตรเลียมชนิดหนึ่ง เกิดจากซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมกันภายใต้ความ ร้ อนหลายร้ อยล้านปี และแรงกดดันมหาศาลจนแปรสภาพเป็นปิโตรเลียม ทั ้งที่อยู่ในสถานะ ของแข็ง คือ ถ่านหิน, ของเหลว คือ น ้ามันดิบ และก๊าซ ซึ่งก็คือก๊าซธรรมชาตินี่เอง


ก๊าซธรรมชาติคืออะไร • ก๊าซมีเทน คือสารประกอบไฮโดรคาร์บอนส่วนใหญ่ที่มีอยู่ ในก๊าซธรรมชาติโดยมีประมาณร้อยละ 70 ขึ ้นไป • พ.ศ. 2516 เป็นปีแรกที่ประเทศไทยได้ค้นพบก๊าซ ธรรมชาติในอ่าวไทยโดย บริษัท ยูโนแคล ไทยแลนด์ จ ากัด และบริษัท เท็กซัส แปซิฟิ ก ประเทศไทย อิงค์ จ ากัด นับเป็น จุดเริ่มต้นให้รัฐบาลตัดสินใจด าเนินโครงการพัฒนาก๊าซ ธรรมชาติขึ ้นมาใช้ประโยชน์เพื่อทดแทนการน าเข้าน ้ามัน จากต่างประเทศ และสร้ างความมั่นคงทางพลังงานขึ ้นใน ประเทศ


คุณสมบัติของก๊าซธรรมชาติ 1. มีสถานะเป็ นก๊าซ ปัจจุบันสามารถแปรสภาพก๊าซให้อยู่ในรูปของเหลว ได้ด้วยการลดอุณหภูมิลงที่ -160 °C โดยปริมาตรจะ ลดลง 600 เท่าท าให้สามารถขนส่งทางเรือได้ 2. ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ก๊าซธรรมชาติโดยปกติจะไม่มีสีไม่มีกลิ่นแต่ที่เรามักได้กลิ่นเกิด จากการเติมสารที่มีกลิ่นลงไปเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน 3. เบากว่าอากาศ ก๊าซธรรมชาติมีค่าความถ่วงจ าเพาะ ประมาณ 0.6-0.8 ดังนั ้นเมื่อ รั่วไหลจะลอยขึ ้นที่สูงและฟุ้งกระจายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว


คุณสมบัติของก๊าซธรรมชาติ (ต่อ) 4. ติดไฟได้ ก๊าซธรรมชาติมีช่วงของการติดไฟที่ร้ อยละ 5-15 ของปริมาตรใน อากาศ และอุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง คือ 537-540 °C 5. เป็ นเชื้อเพลิงสะอาด ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื ้อเพลิงที่สะอาด มีการเผาไหม้สมบูรณ์ปราศจาก เขม่า เมื่อเผาไหม้จะก่อให้เกิดสารไนโตรเจน-ออกไซด์ และซัลเฟอร์ ออกไซด์น้อยกว่าเชื ้อเพลิงปิโตรเลียมประเภทอื่น


เป็ นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปล่อยมลพิษน้ อยกว่าเชื ้อเพลิง ปิโตรเลียมอื่น มีเพียงพอทั่วโลก ก๊ าซธรรมชาติยังมีปริมาณส ารองที่ค้ นพบแล้วทั่วโลกในระดับที่ เพียงพอต่อการใช้ไปอีกเป็นร้ อยปี ทั ้งนี ้ยังไม่นับรวมปริมาณก๊าซที่ แทรกอยู่ตามชั ้นหินหรือถ่านหิน (Unconventional Gas) ราคาแข่งขันได้ ก๊าซธรรมชาติจึงเป็นพลังงานทางเลือกอย่างหนึ่งซึ่งมีราคาที่ถูกกว่า น ้ามัน และเชื ้อเพลิงปิโตรเลียมชนิดอื่นๆ ขณะที่พลังงานทดแทนอื่นๆ ยังต้นทุนสูง ไม่สามารถน ามาใช้จริงในเชิงพาณิชย์ได้ ท าไมต้องก๊าซธรรมชาติ?


ข้อจ ากัดของก๊าซธรรมชาติ 1. ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าระยะยาว 2. ต้องใช้การลงทุนสูงในช่วงเริ่มต้น 3. ผู้ใช้ก๊าซฯควรมีสถานที่อยู่บริเวณแนวท่อก๊าซฯ


แหล่งที่มาของก๊าซธรรมชาติ น าเข้าจากต่างประเทศ ในรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) น าเข้าจากประเทศเพื่อบ้าน ได้แก่ แหล่งยาดานา แหล่งเยตากุน และแหล่งซอติกา จากสหภาพพม่า มาจากอ่าวไทย ได้แก่ แหล่งเอราวัณ แหล่งปลาทอง แหล่ง บงกช แหล่งอาทิตย์ แหล่งเบญจมาศ แหล่ง ทานตะวัน เป็นต้น บริเวณพื้นที่ทับซ้อน ได้แก่ แหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) พื้นที่บนบกในประเทศ ได้แก่ แหล่งน ้าพอง จ.ขอนแก่น และแหล่งภู ฮ่อม จ.อุดรธานี จากข้อมูลปี พ.ศ.2555 พบว่าประเทศไทยมีการผลิตก๊าซฯในประเทศ 79% และน าเข้าจาก ต่างประเทศอีก 21%


องค์ประกอบของก๊าซธรรมชาติ Composition(Mole%) เอราวัณ บงกช อาทิตย์ ยาดานา เยตากุน CH4 C2 H6 C3 H8 iC4 H10 nC4 H10 iC5 H12 nC5 H12 C6 + CO2 N2 64.658 8.162 4.418 1.109 0.999 0.330 0.207 0.303 17.029 2.668 60.049 7.821 5.775 1.299 1.231 0.360 0.234 0.282 22.324 0.626 58.003 7.806 5.234 1.159 1.038 0.247 0.148 0.076 23.953 2.314 69.981 1.018 0.170 0.020 0.030 0.010 0.000 0.020 4.115 24.639 76.778 7.274 2.350 0.517 0.588 0.239 0.141 0.175 9.787 2.156 HHVsat (BTU/SCF) 1001.455 1001.406 877.444 722.038 1010.143 S.G. 0.8618 0.9219 0.9173 0.7043 0.7448 ที่มา: ข้อมูลปี 2555


กระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ CH4 C2 H6 C3 H8 C4 H10 C3 H8 +C4 H10 C5 + CO2 Petro Chemical Power Plant Industrial and Cogeneration NGV Gas Separation Plant H2O, Hg, N2 LPG Oil Refinery Non-Hydrocarbon Non-Hydrocarbon Dry Ice, Soda, Fire Distinguisher, etc.


การใช้งานก๊าซธรรมชาติ มีเทน (CH4 ) ใช้เป็นเชื ้อเพลิง ใ น ก า ร ผ ลิ ต ก ร ะ แ ส ไ ฟ ฟ้ า แ ล ะ โ ร ง ง า น อุ ต ส า ห ก ร ร ม รวมทั ้งรถยนต์ (CNG/NGV) อีเทน (C2 H6 ) ใช้เป็นสารตั ้งต้น ในการผลิตเม็ด พลาสติกโพลิเอ ทิลีน (PE) เพื่อ ผลิตถุงพลาสติก เ ส้ น ใ ย สังเคราะห์ ฯลฯ โพรเพน (C3 H8 ) ใช้เป็นสารตั ้งต้น ในการผลิตเม็ด พลาสติกโพลิโพ รพิลีน (PP) เพื่อ ผ ลิ ต ย า ง สังเคราะห์ กาว หม้อแบตเตอรี่ บิวเทน(C4 H10) ใช้เป็นสารตั ้งต้น ใ น ก า ร ผ ลิ ต ส า ร เ ติ ม แ ต่ ง เพื่อเพิ่มค่าออก เ ท น ใ น น ้า มั น ยางสังเคราะห์ และพลาสติกเอ บีเอส โพรเพน+บิวเทน (C3 H8 +C4 H10) ใช้ เป็ น ก๊ าซหุง ต้ มในครัวเรือน เชื ้อเพลิงรถยนต์ แ ล ะ เ ชื ้อ เ พ ลิ ง อุ ต ส า ห ก ร ร ม แ ล ะ วัต ถุดิ บ ปิ โตรเคมี ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (C5 +) ใช้เป็นส่วนผสมของ น ้ามัน คาร์บอนไดออกไซด์ ใช้ ในอุตสาหกรรม น ้ า แ ข็ ง แ ห้ ง , เครื่องดื่ม, ฝนเทียม


โครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซฯในประเทศไทย Source Quantity (MMSCFD) % Thai Gulf 3,671 76.8% Myanmar 979 20.5% LNG 130 2.7% Total 4,780 100% Myanmar Source Max supply (MMSCFD) % Yadana 700 60.3% Yetagun 460 39.7% Total 1,160 100% JDA Source Quantity (MMSCFD) Via 42” to Rayong 675 Chana Power Plant 118 South NGV 7 ที่มา: ข้อมูลปี 2555


วิวัฒนาการของระบบท่อส่งก๊าซฯ มีหลักฐานที่ถูกค้นพบว่าชาวจีนขนส่งก๊าซฯผ่านกระบอกไม้ไผ่ ตั ้งแต่ 900 ปีก่อนคริสตกาล ประเทศสหรัฐอเมริกามีการค้นพบก๊าซฯและน ามาใช้เป็นเชื ้อเพลิง ให้แสงสว่างถนนเป็นครั ้งแรกที่มลรัฐแมรีแลนด์ ความยาวของเครือข่ายระบบท่อส่งก๊าซฯรวมกันทั ้งโลก โดย ครึ่งหนึ่งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ และอีก 1 ใน 4 อยู่ในยุโรป ตะวันตก ปีแรกที่ประเทศไทยเริ่มใช้งานท่อส่งก๊าซฯ จากแหล่งเอราวัณใน อ่าวไทยมายัง จ.ระยอง เป็นระยะประมาณ 415 กม. และส่งไป ยัง โรงไฟฟ้าบางปะกง และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ คือความยาวปัจจุบันของเครือข่ายระบบท่อส่งก๊าซฯทั ้งบนบก และในทะเลของประเทศไทย *ข้อมูล ณ ธันวาคม 2555


ระบบท่อส่งก๊าซฯ 1. ต้องแข็งแรงสูง โดยความแข็งแรงของท่อจะ เลือกตามแรงดันที่ใช้ 2. ต้องได้มาตรฐานและผ่านการทดสอบ 3. ขนาดของท่อต้องรองรับปริมาณการไหล สูงสุดของก๊าซฯได้ 4. ความหนาท่อขึ ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆ เช่น แรงดันสูงสุด ความเค้นที่เกิดระหว่างการวางท่อ และแรงดันภายนอกท่อ 5. ต้องออกแบบและฝังลึกตามมาตรฐานสากล ซึ่งท่อของ ปตท. อ้างอิงมาตรฐาน ASME B31.8 ส่วนการฝังลึกต้องจะดูจากพื ้นที่โดยรอบว่าเป็น ชุมชนหรือไม่ หรือเป็นท่อลอดใต้ถนนหรือไม่


ระบบท่อส่งก๊าซฯ Basis: equivalent of 50 million m3 /day of natural gas (1 large pipeline 42” or 56”) Source: Energy Delta Institute ท่อก๊าซธรรมชาติ ขนาด 42” Fuel Oil 1,465 รถบรรทุก (~60 คัน/ชม.) ถ่านหิน 1,518 ตู้รถไฟ (~3 ขบวน/ชม.)


ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) ก๊าซธรรมชาติอัด หรือ Compressed Natural Gas (CNG) เป็นก๊าซแห้งที่ถูกอัดความดัน ประมาณ 200- 250 Bar (2,900-3,600 psi)ใส่ถัง เพื่อใช้เป็นเชื ้อเพลิงในรถ NGV (Natural Gas Vehicle) มีการเติมก๊าซ CO2 ลงไปที่หน้าปั ้ม NGV เพื่อไม่ให้ความ ร้ อนสูงเกินมาตรฐานของไทย (37-42 MJ/m3 ) และเพื่อให้ คุณภาพของก๊าซของฝั่งตะวันตกและตะวันออกไม่มีความ แตกต่างกัน


ก๊าซปิ โตรเลียมเหลว (LPG) LPG (Liquefied Petroleum Gas) หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็น เชื ้อเพลิงที่มีส่วนผสมระหว่างก๊าซโพรเพน (C3 ) และก๊าซบิวเทน (C4 ) เมื่อให้ความเย็นที่ -50°C จะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว สามารถอัดใส่ถังที่แรงดันประมาณ 100 -130 psi ที่มาของ LPG ในประเทศไทย 60% มาจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ อีก 20% มาจากโรงกลั่นน ้ามัน และอีก 20% นั ้นมาจากการ น าเข้า ซึ่งประเทศไทยเริ่มน าเข้าตั ้งแต่ปี พ.ศ. 2551


ก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas) องค์ประกอบหลักคือ มีเทน (CH4 ) มากกว่า 90% ลดอุณหภูมิจนต ่ากว่าจุดเดือดที่ -160°C จึงเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเป็นของเหลว น าเข้าทางเรือเพื่อเสริมความมั่นคงทาง พลังงานของประเทศในระยะยาว


ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขุดเจาะและผลิต ก๊าซฯ แปรสภาพก๊าซฯให้ เป็ นของเหลว ขนส่งผ่านทางเรือ ขนาดใหญ่ รับ LNG, จัดเก็บ, แปร สภาพจากของเหลวให้ กลับเป็ นก๊าซฯ ส่งก๊าซฯผ่าน ท่อไปยัง ผู้ใช้งาน


ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ คือปีคริสต์ศักราชที่สหพันธ์ก๊าซนานาชาติประเมินว่าจะ กลายเป็นพลังงานหลักของโลกแทนน ้ามัน จากปัจจุบันที่ มีการใช้ก๊าซเป็นพลังงานประมาณ 1 ใน 5 ของโลก (ที่มา : EFPO/PDP2010 Revised 3 (June 2012) / PTT analysis as of Nov 2012)


การใช้งานก๊าซธรรมชาติ การน าก๊าซธรรมชาติไปใช้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆดังนี ้ 1. ใช้เป็นเชื ้อเพลิง 2. ใช้เป็นวัตถุดิบตั ้งต้น *ข้อมูลปี พ.ศ.2555


เชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และลิกไนต์ น าเข้า ไฟฟ้า พลังน ้าและพลังงาน หมุนเวียน น ้ามันเตา/ดีเซล (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม-มิถุนายน 2555) ที่มา : ส านักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน


ปริมาณส ารองก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ที่มา : ปตท. 2011, พิจารณาจากปริมาณส ารอง (2P) 22.87 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต Benjamas Erawan Pailin


แหล่งก๊าซธรรมชาติ


ข้อดีของก๊าซธรรมชาติเทียบกับเชื้อเพลิงอื่น • ใช้งานง่าย ค่าใช้จ่ายในการติดตั ้งและซ่อมบ ารุงไม่สูง • ง่ายต่อการควบคุมและมีประสิทธิภาพสูง • สามารถใช้กับกระบวนการอบไล่ความชื ้น(drying) หรือให้ความร้อนโดยตรง(direct heating) กับผลิตภัณฑ์ • สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม • มีการปล่อยก๊าซ CO2 ต ่า


Liquified Natural Gas (LNG)


ค่าความร้อน (Heating Value) 60o F 14.73 Standard Temperature 60°F (15.56°C) Standard Pressure 14.73 Psia 1 SCF of NG Flow Direction ค่าความร้อน (Heating Value) คือคุณสมบัติหนึ่งของเชื ้อเพลิง หมายถึง ปริมาณความร้อน ที่เกิดขึ ้นจากการเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติหนึ่งหน่วยปริมาตร (ในที่นี ้คือลูกบาศก์ฟุต) หน่วย (Unit) คือ บีทียูต่อลูกบาศก์ฟุตมาตรฐาน (BTU/SCF) สภาวะมาตรฐาน (Standard Condition) คือ ก๊าซฯที่สภาวะแรงดัน 14.73 psia และ อุณหภูมิ 60°F (15.56°C) T P


ค่าความร้อน (Heating Value) Steam Net Heating Value หรือ Low Heating Value (LHV) คือค่าความร้อนจากการเผาไหม้ที่สามารถน าไปใช้ได้ใน เครื่องจักรปกติ Gross Heating Value หรือ High Heating Value (HHV) คือค่าความร้อนทั ้งหมดที่ได้จากการเผาไหม้ กรณีปกติ ความร้อนจากการเผาไหม้ส่วน หนึ่ง ใช้เปลี่ยนสถานะของน ้าที่เกิดจากการเผาไหม้จากของเหลวเป็นไอน ้า ซึ่งเรียก ความร้อนส่วนดังกล่าวว่า ความร้อนแฝง (Latent Heat)


ค่าความร้อน (Heating Value) dry sat H2O 1.00 ft3 1.0177 ft3 ที่สภาวะแห้ง HHV (dry) วั ด ที่ ส ภ า ว ะ เสมือนเนื ้อก๊าซ ปราศจากไอน ้า ที่สภาวะเปียก HHV (sat) วั ด ที่ ส ภ า ว ะ เสมือนเนื ้อก๊าซ อิ่มตัวไปด้วยไอ น ้า Volume (sat) Volume (dry) HHV (dry) > HHV (sat) HHV (dry) = 1.0177×HHV (sat) หมายเหตุ – ปตท. ท าสัญญาวัดซื ้อขายก๊าซธรรมชาติกับลูกค้าที่สภาวะอิ่มตัวไปด้วยไอน ้าแต่ปัจจุบันจัดส่งก๊าซฯให้ที่สภาวะเกือบแห้งสนิท


พลังงาน (Energy) Energy (BTU) = HHV (dry) x Volume (dry) = HHV (sat) x Volume (sat) 1 ล ้ านบ ี ทย ี ู = 1,000,000 BTU = 1 MMBTU หมายเหตุ - ท าสัญญาซื้อขายกันที่ปริมาณพลังงาน Online Gas Chromatography (OGC) สถานีวัดซื้อขายก๊าซฯ (Metering Station)


Wobbe Index (Wobbe Number) SG P Q C A HHV SG P H Q HHV C A SG HHV C A P P Q A C SG Volume Flow แต่บางบริษัทมีการ Modify ดังนั้นต้องเช ็ คสูตร WOBBE ด้วยว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ตรงต้องปรับก่อน Heat Flow Wobbe Index


Wobbe Index (Wobbe Number) GAS Wobbe Index MJ/m3 BTU/SCF Town Gas 24.4 -28.8 654 -772 Natural Gas 39 –55 1,045 – 1,474 LPG 72.6 -87.8 1,946 – 2,353 Wobbe Index เป็นตัวบ่งบอกถึงความสามารถในการใช้งานกับเครื่องจักร โดย ผู้ออกแบบเครื่องจักร จะออกแบบ burner ให้สอดคล้องกับชนิดของเชื ้อเพลิงที่ใช้ เพื่อให้ได้ปริมาณพลังงานตามต้องการ


www.pttplc.com click


Distribution Service Center https://dscng.pttplc.com click


Distribution Service Center https://dscng.pttplc.com


On-line Gas Quality


On-line Gas Quality


การเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติ Basic Knowledge for Natural Gas Combustion NG


การเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Combustion) คือ ปรากฏการณ์ที่สสารปล่อย ความร้อน และ แสงสว่าง เมื่อเกิดการ ออกซิเดชั่น (Oxidation) อย่างรวดเร็ว เรียกว่า การเผาไหม้ หรือ การสันดาป (Combustion) combustion


การเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Combustion) Steam CH4 + 2O2 = CO2 + 2H2O สิ่งส าคัญที่ควรทราบเกี่ยวกับการเผาไหม้ - ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ ้นจากการเผาไหม้ (Product of Combustion) - สัดส่วนของก๊าซฯกับอากาศที่ใช้ในการเผาไหม้ (Air to Gas Ratio) - ผลของอากาศที่มีต่อการเผาไหม้ และ Air Factor


การเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Combustion) CH4 + 2O2 + 2(79/21) N2 = CO2 + 2H2O + 2(79/21) N2 ดังนั ้น ก๊าซมีเทน 1 ลบ.ฟุต ต้องการอากาศในการเผาไหม้ = 2+2(79/21) = 9.52 ลบ.ฟุต Air Requirements : ก๊าซออกซิเจนที่ใช้ในการเผาไหม้ได้มาจากอากาศ โดยในอากาศบริสุทธ ิ ์ ประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจน 79% และก๊าซออกซิเจน 21% โดยประมาณ Stoichiometry for Methane with Air 79% N2 21% O2


การเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Combustion) Fuel Heating Value (BTU/SCF) Air/Gas Ratio ก๊าซปิ โตรเลียมเหลว (LPG) ก๊าซมีเทน 100% (Methane) ก๊าซธรรมชาติ(ตะวันออก) ก๊าซธรรมชาติ(ตะวันตก) 2,700 1,012 992 857 26.00 9.52 9.31 8.04 หมายเหตุ - ความต้องการอากาศขึ ้นกับปริมาณไฮโดรคาร์บอนในเชื ้อเพลิงนั ้นๆ ตารางเปรียบเทียบ Air/Gas Ratio ของเชื ้อเพลิงต่างๆ


ประสิทธิภาพของเครื่องจักร และการตรวจวัด


ประสิทธิภาพของเครื่องจักร และการตรวจวัด วัตถุประสงค์ • เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจักรท างานได้ถูกต้องตามการออกแบบของผู้ผลิต • ประเมินและหามาตรการป้องกันการสูญเสียพลังงานความร้อน • ลดอัตราการใช้เชื ้อเพลิง / ลดอัตราการปล่อยก๊าซไอเสียสู่สิ่งแวดล้อม • ลดต้นทุนทางการผลิตให้กับบริษัท


ประสิทธิภาพของเครื่องจักร และการตรวจวัด 1. สัดส่วนอากาศ/ เชื ้อเพลิงที่ใช้เผา ไหม้ 2. ฉนวน 3. คุณภาพน ้า 4. อุณหภูมิน ้าป้อน 1 Excess O2 2 3 4 TDS น ้าป้อน


ประสิทธิภาพของเครื่องจักร และการตรวจวัด 1. สัดส่วนอากาศ/เชื ้อเพลิงที่ใช้เผาไหม้ • การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร สามารถท าได้ด้วยการ ปรับแต่งปริมาณอากาศที่ใช้ในการเผาไหม้ โดยทั่วไปต้อง ค านึงถึงสัดส่วนของเชื ้อเพลิงกับอากาศ • หากปรับส่วนผสมเชื ้อเพลิงและอากาศไม่ถูกต้อง การเผาไหม้จะไม่สมบูรณ์ท าให้เกิด เขม่าและควันด า • ดังนั ้นเพื่อให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้สมบูรณ์ควรปรับค่าออกซิเจนให้ได้เหมาะสมและบ ารุงหัวเผาสม ่าเสมอ ตัวอย่าง %O2 หม้อไอน ้า ออกซิเจน ในไอเสีย น้อยเกินไป ออกซิเจน ในไอเสีย เหมาะสม ออกซิเจน ในไอเสีย มากเกินไป


ประสิทธิภาพของเครื่องจักร และการตรวจวัด วิธีในการตรวจวัดประสิทธิภาพการเผาไหม้ • เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ไอเสีย (Flue Gas Analyzer) • Flue Loss Chart • ค านวณจากปริมาณไอเสียที่ปล่อยทิ ้ง


ประสิทธิภาพของเครื่องจักร และการตรวจวัด เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ไอเสีย (Flue Gas Analyzer) เป็นเครื่องที่ใช้ตรวจสอบว่าก๊าซที่ปล่อยออกมา ที่ปล่องไอเสีย มีประสิทธิภาพการเผาไหม้มากหรือน้อยเพียงใด ซึ่งสามารถวัดได้ออกมาในรูปของตัวเลข ค่าที่วัดได้ :O2 , CO , NOx , Flue Gas Temp.,EA. , CO2 , CO/CO2 Ratio, Efficiency


ประสิทธิภาพของเครื่องจักร และการตรวจวัด ตัวอย่างผลการตรวจวัดและปรับแต่ง Flue Gas Composition (ก่อนการปรับแต่ง) Flue Gas Composition (หลังการปรับแต่ง)


Click to View FlipBook Version