สวนออก
3) หยด warm saline เขา้ หลอดเลอื ดดำเสน้ เดยี วกนั โดยแทงเข็มทหี่ ลอด
เลอื ดดำบรเิ วณ distal ตอ่ ตำแหน่งทีม่ ปี ัญหา
4) ใช้ glycerol trinitrate แปะบริเวณหลอดเลือดส่วนลา่ ง (ระวงั ผล
ข้างเคียงจากยา)
5) ทำ wrist and hand exercises เพอื่ กระตุ้นการเคล่ือนไหวของกลา้ มเน้ือ วธิ ี
ต่างๆ เหล่านี้จะชว่ ยกระตุ้นให้เกดิ vasodilation หากสายสวนยังคงเอาออกไมไ่ ด้ในอีก 30 นาที
ตอ่ มา ให้X-ray ปอดและแขนสว่ นบนเพือ่ ดวู ่ามีการขดของสายสวนหรอื ไม่ หากแน่ใจวา่ ไมม่ กี ารขด
ของสายสวนใหพ้ ยายามถอยสายสวนอีกครง้ั ภายใน 24 ช่วั โมง เนือ่ งจากสาเหตุทสี่ ายสวนตดิ ส่วน
ใหญ่เกิดจากvasospasm แต่หากยงั คงเอาสายสวนออกไม่ไดอ้ ีกใหป้ รึกษาศัลยแพทยเ์ พ่ือ พิจารณาทำ
surgical cutdown
2. ภายหลังจากเอาสายสวนออกแล้ว ใหต้ รวจสอบดูความครบถ้วนของความยาวสาย เทยี บ
กับก่อนใส่ เพ่ือใหแ้ น่ใจวา่ สายสวนไม่ขาดและหลงเหลือในผปู้ ว่ ยหลงั เอาสายออกควรกดบรเิ วณที่ใส่
สายสวนดว้ ย sterile gauze ประมาณ 5 นาที เพื่อหยดุ เลือดทีซ่ ึมออกมาตรงตำแหนง่ แผล
3. ประเมนิ อาการและสัญญาณชพี ก่อน ขณะและหลังการนำสายสวนออก
7. เคร่อื งช้ีวดั คุณภาพ
7.1 ผ้ปู ว่ ยไดร้ บั การใส่ PICC line อย่างถกู วิธี และอยใู่ นตำแหน่งทเี่ หมาะสม
7.2 ผ้ปู ว่ ยไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการใส่ PICC line
8. เอกสารท่เี ก่ียวข้อง
8.1 ใบคำสัง่ การรักษา
8.2 บันทึกทางการพยาบาล
9. เอกสารอ้างองิ
จรยิ า อภชิ าติวรพงษ์, ชนกนนั ท์ ศรวี เิ ศษ, ชวนพิศ ชาญธัญกรรม และ วรรณา จำปาทิพย.์ (2553).
PICC Line ไมย่ ากอย่างทค่ี ดิ . ใน พมิ ล วงศศ์ ิรเิ ดช. สารพนั Newborn Care สไตล์ศริ ิราช. (หนา้
125 -165). กรงุ เทพฯ: ยเู นี่ยน ครีเอชั่น
บูรพา กาญจนบัตร, วฒุ ชิ ัย แสงประกาย และ พลอยนภสั ลม้ิ พนั ธอ์ ดุ ม. (2560). การใส่และการดูแลสาย
สวนหลอดเลอื ด. พมิ พ์ครงั้ ที่2. กรงุ เทพฯ: โฆสติ การพิมพ์
วิลาวัณย์ พิเชยี รเสถียร และคณะ. (2557). การสง่ เสรมิ การปฏบิ ตั ิของพยาบาลตามหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ในการจัดการสายสวนหลอดเลือดดำสว่ นปลาย. พยาบาลสาร, 41(ฉบับพเิ ศษ), 71-84.
สิวิลักษณ์ กาญจนบัตร. (2560). Peripherally Inserted Central Catheterization in Newborns. พิมพ์
คร้ังท2ี่ . กรงุ เทพฯ: โฆสติ การพมิ พ์, 103-122
ศริยา ทองสวา่ ง, นงลกั ษณ์ อินตา และ สุคนทา คุณาพนั ธ.์ (2559). การศึกษาการใส่สายสวนหลอด
เลือดดำใหญ่ผา่ นทางหลอดเลือดดำสว่ นปลายที่ผวิ หนังในหอผู้ป่วยหนกั ทารกแรกเกดิ
โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม.่ เชยี งใหมเ่ วชสาร, 55(4), 159-167.
ศจุ ินทรา บวั ชืน่ และ ผ่องพักตร์ พทิ ยพนั ธุ์. (2561). ประสิทธิผลของโปรแกรมการฝึกอบรมการดูแล
ผู้ป่วยทใี่ ส่สายสวนหลอดเลอื ดดำส่วนกลาง ต่อความรู้ ทัศนคติ ความมัน่ ใจและการดแู ลของ
พยาบาล. พยาบาลสาร, 36(3), 20-33.
Becton D & Company. Becton Dickinson Vascular Access : First PICC Clinical Education
Class Manual. Utah : Sandy.1996.
Boord C, Pulsatile Flushing. Infusion Nurses Society. 2019:42: 37-43
Centers for Disease Control and Prevention. Bloodstream infection event (central line-
associated bloodstream infection and non-central line-associated bloodstream
infection). (2015). Retrieved MAY 4, 2020, from
http://www.cdc.gov/nhsn/PDFs/pscManual/4PSC_CLABScurrent.pdf
Haase R, Kunze C, Wludyka B, Thale V, Markel N. Malpositioning in blindly inserted PICCs in
neonates: experience in 174 catheters. Arch Perinat Med. 2010;16:187-93.
Hershey CO, Tomford JW, Mclaren CE, Porter DK, Cohen DI. The natural history of
intravenous catheter-associated phlebitis. Arch Intern Med. 1984;144
Hoang V, Sills J, Chandler M, Busalani E, Clifton-Koeppel R, Modanlou HD.
Percutaneously inserted central catheter for total parenteral nutrition in
neonates: complications rates related to upper versus lower extremity insertion.
Pediatrics 2008;121:e1152–9.
Infusion Nurses Society. Infusion nursing standards of practice. J Infus Nurs. 2006;19
(1Suppl):S1-92.
National Association of Neonatal Nurse. (2015). Peripherally Inserted Central Catheters:
Guideline for Practice, 3rd edition Retrieved MAY 5, 2020, from http://humming
birdmed.com/wpcontent/uploads/NANN15_PICC_Guidelines_FINAL.pdf
Our Lady’s Children’s Hospital, Crumlin, (2017). Guideline for peripherally inserted central
Catheter Retrieved MAY 3, 2020, from https://www.olchc.ie/Healthcare-
Professionals/Nursing-Practice-Guidelines/CVAD-PICC-Line-2017.pdf
Peripherally inserted central catheters (PICC Lines) - published: 20 September 2019.
Retrieved April 3, 2020, from https://www.starship.org.nz/guidelines/central-line-care-
picc-insertion-in-the-neonate/
โรงพยาบาลพทุ ธชนิ ราช พษิ ณุโลก
ระเบยี บปฏิบตั ิงาน
เร่ือง : พยาบาลผู้ปว่ ยที่ใส่เครอ่ื งช่วยหายใจชนดิ Non invasive
ระเบียบปฏิบัติเลขท่ี : จำนวนหนา้ ท้ังหมด : 6 หนา้
WI - NICU – 09 ปรบั ปรงุ ครัง้ ท่ี : ทกุ 1 ปี
เรือ่ ง : พยาบาลผ้ปู ว่ ยท่ีใสเ่ ครือ่ งชว่ ยหายใจชนิด วันบังคบั ใช้ : 1 มีนาคม 2565
Non invasive วนั ท่ปี รับปรงุ : 21 กมุ ภาพันธ์ 2565
สถานะของเอกสาร : ควบคุม
ผจู้ ดั ทำ : นางสาวกมลชนก มากมา หัวหนา้ หอหนักทารกแรกเกดิ 1
นางวิธศมน วุฒศิ ริ ินกุ ูล หัวหน้าหอหนักทารกแรกเกิด 2
และคณะอนกุ รรมการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลกลมุ่ งานการพยาบาลผปู้ ่วยหนัก
ผ้รู ับผดิ ชอบ ผ้อู นุมัติ
(นางสาวปัญญา เถ่ือนดว้ ง) (นางสาวปญั ญา เถ่ือนดว้ ง)
หวั หน้ากลุม่ งานการพยาบาลผู้ปว่ ยหนกั รักษาการในตำแหน่งหวั หน้าพยาบาล
35. วตั ถปุ ระสงค์
- เพ่ือใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีทางการพยาบาลปฏบิ ัตกิ ารพยาบาลผู้ป่วยทใี่ สเ่ คร่ืองช่วยหายใจชนิด Non invasive
เป็นไปในแนวทางเดียวกนั อย่างถูกวธิ ี ถูกต้องและครบถว้ น
- เพ่ือใหเ้ จา้ หนา้ ทที่ างการพยาบาลสามารถเลอื กขนาดอปุ กรณ์ได้อย่างถกู ต้อง เหมาะสมกับผู้ป่วย
36. นโยบาย
- ม่งุ มน่ั ทจ่ี ะปฏิบัติการพยาบาลผ้ปู ว่ ยท่ีใส่เครือ่ งช่วยหายใจชนดิ Non invasive ท่เี ป็นแนวทางเดียวกนั
อย่างถูกต้อง ครบถ้วนและปลอดภัย
37. ขอบเขต
- ใชก้ บั การพยาบาลผ้ปู ว่ ยทใ่ี ส่เคร่อื งช่วยหายใจชนิด Non invasive
- เร่ิมตั้งแตก่ ารรับคำสั่งการรักษาจากแพทย์จนกระท่ังลงบันทึกในเอกสารทางการพยาบาลรวม
จนถึงการตรวจสอบคณุ ภาพตามเครื่องชี้วดั
38. ผรู้ ับผดิ ชอบ
- แพทย์ มีหนา้ ทป่ี ระเมินอาการและสัง่ การรักษาเปน็ ลายลักษณ์อักษร
- พยาบาลวชิ าชีพ มีหนา้ ท่ปี ระเมนิ สภาพผู้ป่วยและใหข้ ้อมูลกับแพทยใ์ นกรณีที่มอี าการผดิ ปกติเกดิ ขึ้น
กบั ผ้ปู ่วย ปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยทใี่ สเ่ ครือ่ งชว่ ยหายใจชนิด Non invasive ตามความเหมาะสมและลง
บนั ทึกในเอกสารทางการพยาบาล
- ผชู้ ว่ ยเหลือคนไข้ มหี น้าท่ชี ่วยจัดเตรียมอุปกรณ์และจดั ท่าผู้ปว่ ยตามความเหมาะสม
39. คำนิยามศพั ท์
- Non invasive ventilation เป็นวิธกี ารชว่ ยหายใจโดยผปู้ ว่ ยไมต่ ้องใส่ท่อชว่ ยหายใจ
- Continuous positive airway pressure (CPAP) เป็นการชว่ ยหายใจทารกโดยใช้แรงดนั บวกต่อเนื่อง
ทางจมูกตลอดเวลา เพื่อเพิม่ ปริมาตรอากาศคงค้างในปอด ป้องกนั การปิดของท่อลมและถงุ ลม
- Nasal prong หมายถึง ท่อซลิ โิ คนท่ีเป็นตัวผา่ นให้ออกซิเจนเขา้ ผปู้ ว่ ย มีรูสอดจมูก 2 รู
- Nasal mask หมายถงึ หนา้ กากซลิ โิ คนทเี่ ปน็ ตวั ผา่ นใหอ้ อกซเิ จนเข้าผปู้ ว่ ย ชนดิ ครอบจมูก
- Baby flow หมายถึง อุปกรณ์ ทม่ี ีลกั ษณะเป็นก้านใช้เชอ่ื มต่อระหว่าง nasal prong/nasal mask เขา้
กับเครื่องช่วยหายใจ
- หมวกครอบศรี ษะ เปน็ หมวกผา้ สำเร็จรูปของบริษัทเคร่อื งชว่ ยหายใจสำหรับใส่ครอบศีรษะเพื่อยดึ ตรึง
อปุ กรณ์ CPAP ใหแ้ นบสนทิ กับจมกู
40. วิธีปฏิบตั ิ
Flow chart เร่อื งการพยาบาลทารกท่ใี ส่เคร่ืองช่วยหายใจแบบ Non invasive
Flow Chart
การพยาบาลทารกทใ่ี สเ่ คร่อื งชว่ ยหายใจแบบ Non invasive
ผู้รบั ผิดชอบ 1. รบั คำสง่ั การรกั ษาของแพทย์ เอกสารท่ีเก่ียวข้อง
พยาบาลวชิ าชีพ ใบคำสัง่ การรักษา
พยาบาลวิชาชพี 2. อธบิ ายเหตุผลและขนั้ ตอน
พยาบาลวิชาชีพ 3. ลา้ งมอื ให้สะอาด แนวปฏบิ ัติการล้างมือ
พยาบาลวิชาชพี 4. จัดเตรยี มอปุ กรณ์
พยาบาลวิชาชีพ
พยาบาลวชิ าชพี 5. ตอ่ อปุ กรณต์ า่ งๆเขา้ กบั เครื่องช่วยหายใจ
6. ตรวจสอบการทำงานของเคร่ืองชว่ ยหายใจ
พยาบาลวิชาชพี 7. ปฏิบตั กิ ารพยาบาลทารกที่ใสเ่ ครื่องช่วยหายใจแบบ
Non invasive
พยาบาลวิชาชีพ/ผ้ชู ว่ ยเหลอื คนไข้ 8. เกบ็ อปุ กรณ์
พยาบาลวชิ าชีพ 9. ลงบนั ทึกในเอกสารทางการพยาบาล บันทึกทางการพยาบาล
และตรวจสอบคุณภาพตามเครื่องชวี้ ดั
รายละเอียดการปฏบิ ัตดิ งั น้ี
6.1 คำส่ังการรกั ษาของแพทย์
พยาบาลวิชาชีพ รับคำสั่งการรักษาและอา่ นคำสัง่ การรักษาของแพทย์
40.2อธิบายเหตผุ ลและขั้นตอน
กรณมี ีญาติ พยาบาลวชิ าชีพ อธบิ ายให้ญาติทราบวตั ถุประสงคแ์ ละวิธกี ารให้ออกซเิ จนแก่ทารกด้วย
เคร่ืองช่วยหายใจชนิด Non invasive
กรณีไม่มญี าติพยาบาลวชิ าชพี อธิบายใหญ้ าติทราบวตั ถปุ ระสงคแ์ ละวธิ ีการให้ออกซิเจนแกท่ ารกด้วย
เครื่องช่วยหายใจชนดิ Non invasive ทางโทรศัพท์
40.3ลา้ งมอื ใหส้ ะอาด
พยาบาลวชิ าชพี ลา้ งมอื ให้สะอาด 7 ขั้นตอนตามเอกสารแนวทางปฏิบัตเิ รื่องการลา้ งมือ
40.4จดั เตรยี มอปุ กรณ์
พยาบาลวชิ าชีพ จัดเตรยี มเครื่องช่วยหายใจ Set เครอ่ื งชว่ ยหายใจ และอปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการต่อเพ่ือนำ
ออกซิเจนให้ทารกดงั น้ี
6.4.1 เคร่อื งช่วยหายใจ
- เลือกชนดิ เครอื่ งชว่ ยหายใจทมี่ ี Mode Non invasive ได้แก่ NCPAP DuoPAP และ NIPPV
6.4.2 Set เคร่อื งชว่ ยหายใจชนดิ ต่างๆ ได้แก่ NCPAP และ DUOPAP
6.4.3 อปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นการต่อเขา้ กับเครื่องช่วยหายใจชนิด Non invasive
- เลือกอปุ กรณ์ตามเครอ่ื งช่วยหายใจท่นี ำมาใชก้ บั ผปู้ ่วยดังน้ี
1. หมวก เลือกขนาดหมวกให้เหมาะสมกับศรี ษะผปู้ ่วย โดยประเมินจากการวดั เส้นรอบ
ศีรษะ (OFC) 21 – 26 cm Size S
26 – 32 cm Size M
32 – 37 cm Size L
2. Nasal prong เลือกขนาดให้เหมาะสมกบั รูจมูกของผปู้ ว่ ย Size XS S M และ L
3. Nasal mask เลือกขนาดให้เหมาะสมกบั จมูกของทารกใหส้ ามารถครอบได้สนิท ไม่เลก็
หรอื ใหญจ่ นเกินไป Size S M และ L
4. Body flow คือก้านที่นำมาต่อกับ nasal prong/mask เชอื่ มกับเคร่อื งช่วยหายใจ
6.4.4 หม้อน้ำเคร่ืองช่วยหายใจสำหรับปรบั อุณหภูมิและความชื้น โดยต้ังทอี่ ณุ หภูมิ 37 องศาเซลเซยี ส
ชนดิ ของการชว่ ย PEEP อตั ราการไหลของกา๊ ซ ค่าเฉลย่ี ของ คา่ เฉล่ยี ความชน้ื
หายใจ (CmH2O) สัมบรูณ์ (mg/L)
(L/min) อณุ หภูมิในคอ
CPAP 4 38.7
8 หอยส่วนปาก (°C) 39.6
8 34.9
8 35.4
6.5 ต่ออปุ กรณ์ตา่ งๆเข้ากับเครือ่ งช่วยหายใจโดยใสถ่ ุงมอื Sterile ให้เรียบร้อย
6.6 เปิดเครื่องชว่ ยหายใจ ตรวจสอบการทำงานของเคร่ืองชว่ ยหายใจก่อนทจ่ี ะนำไปใช้กับผู้ป่วย โดยการต่อ
กับ Test lung และต้ังเครื่องช่วยหายใจตามคำส่งั การรักษา เมือ่ ตรวจสอบเสร็จส้นิ แลว้ จึงนำมาต่อกับผปู้ ่วย
6.7 ปฏิบัติการพยาบาลทารกท่ใี ส่เคร่ืองชว่ ยหายใจแบบ Non invasive
- ดแู ลทางเดินหายใจโล่ง โดยการดูดเสมหะ ใช้แรงดนั ไม่เกิน 80-100 mmHg ในปาก และ ไม่เกิน 20
mmHg ในจมกู
- หยอดจมกู ด้วย NSS ขา้ งละ 3-5 หยดทกุ 3 ช่ัวโมง
- Test nasal airflow
- แปะวสั ดุปอ้ งกันการกดทับ Duoderm ถอดอปุ กรณ์สลบั จาก nasal prong เปน็ nasal mask ทกุ
3 ชั่วโมงหรอื อย่างน้อยเวรละครง้ั เพื่อประเมนิ ความผิดปกติของผิวหนงั รอบจมกู รอยฟกช้ำบรเิ วณใบหน้า เบ้า
ตา รปู รา่ งจมกู ไม่เท่ากัน เยอื่ บจุ มูกบวม ผนงั กน้ั จมูกเปน็ ร่องหรอื ชำ้
- ดูแลเพ่อื สง่ เสรมิ ความสุขสบายใหก้ ับทารก ได้แก่ การจัดท่า ห่อตวั
- เปลี่ยนสายยางใหอ้ าหารเป็น No.8 และเปิดปลายสายเพื่อระบายลม ลดภาวะท้องอืด
6.8 เกบ็ อุปกรณ์ ลา้ งมือ
พยาบาลวชิ าชพี ผู้ช่วยเหลอื คนไข้ เกบ็ อปุ กรณ์เขา้ ท่ี
6.9 ลงบนั ทกึ ในเอกสารทางการพยาบาล
พยาบาลวชิ าชีพ ลงบันทึกในเอกสารทางการพยาบาล
- ผปู้ ว่ ยได้รบั ออกซเิ จนจากเคร่ืองชว่ ยหายใจแบบ Non invasive ตามแผนการรกั ษาของแพทย์
- ไมม่ ีการอุดตันของอุปกรณ์ หรือการร่ัวของออกซิเจนในระบบ รวมถึงอปุ กรณเ์ คร่ืองชว่ ยหายใจ
- ฟังเสยี งลมในปอดประเมิน Air entry ว่ามี Continuous flow ผ่านถึงชายปอดเทา่ กนั ท้ัง 2 ข้าง
- ผปู้ ว่ ยได้รับออกซเิ จนเพยี งพอประเมินจาก
อตั ราการหายใจสมำ่ เสมอ 40-60 คร้งั ตอ่ นาที ไม่มีอาการแสดงของภาวะพร่องออกซเิ จน เชน่
ปกี จมกู บาน grunting retraction apnea cyanosis
อัตราการเตน้ ของหวั ใจ 12-160 คร้งั ต่อนาที
ความดันโลหติ อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยไมเ่ ปลี่ยนแปลงจากเดิมร้อยละ 20
สผี วิ ริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้าแดงดี
ผล Blood gas อยใู่ นเกณฑ์ปกติ
Chest x-ray มีการขยายตวั ของปอดอยู่ในเกณฑป์ กติ
41. เครื่องชว้ี ดั คณุ ภาพ
7.1 เจา้ หนา้ ทท่ี างการพยาบาลปฏบิ ัติการพยาบาลผู้ป่วยท่ใี สเ่ ครือ่ งชว่ ยหายใจแบบ Non invasive อย่าง
ถูกขัน้ ตอน
7.2 ผ้ปู ่วยไดร้ บั ออกซเิ จนเพยี งพอตามแผนการรักษาทกุ ราย
42. เอกสารที่เกย่ี วขอ้ ง
8.10 ใบคำส่ังการรักษาของแพทย์
8.11 บันทกึ ทางการพยาบาล
9. เอกสารอา้ งอิง (หนังสือ งานวจิ ยั )
นำ้ ทพิ ย์ ทองสว่าง, เรณู พุกบุญมี, และทิพวัลย์ ดารามาศ. (2013). การพฒั นาแนวปฏบิ ัตกิ ารพยาบาลเพื่อ
ปอ้ งกันการบาดเจ็บของผวิ หนงั บรเิ วณจมกู ในทารกเกดิ ก่อนกำหนดท่ีไดร้ ับการช่วยหายใจด้วยแรงดัน
บวกอย่างต่อเนื่องทางจมกู . Ramathibodi Nursing Journal, 11(19), 16-27
อนันต์ โฆษติ เศรษฐ, เปรมฤดี ภูมิถาวร, อญั ชลี ลิ้มรงั สกิ ลุ , พฤหัส พงษม์ ี, และรัฐชยั อนันตสทิ ธ์ิ. (2561).
Non-invasive Ventilation (พิมพ์คร้ังท1่ี ). กรงุ เทพ: สำนกั พิมพ์ บริษัทเนติกุลการพิมพ์ จำกัด
โรงพยาบาลพทุ ธชนิ ราช พษิ ณุโลก
ระเบยี บปฏิบัตงิ าน
เร่ือง : การทำSystemic hypothermia
ระเบียบปฏบิ ัตเิ ลขที่ : จำนวนหน้าท้ังหมด : 4 หนา้
ปรบั ปรุงครัง้ ท่ี : ทุก 1 ปี
WI - NICU – 10
เรือ่ ง : การทำSystemic hypothermia วันบังคับใช้ : 1 มนี าคม 2565
วนั ทป่ี รบั ปรงุ : 21 กุมภาพนั ธ์ 2565
สถานะของเอกสาร : ควบคมุ
ผจู้ ดั ทำ : นางสาวกมลชนก มากมา หัวหน้าหอหนักทารกแรกเกดิ 1
นางวธิ ศมน วุฒศิ ริ นิ ุกูล หวั หน้าหอหนกั ทารกแรกเกดิ 2
และคณะอนกุ รรมการพฒั นาคณุ ภาพบริการพยาบาลกลมุ่ งานการพยาบาลผู้ปว่ ยหนัก
ผู้รับผดิ ชอบ ผ้อู นุมัติ
(นางสาวปญั ญา เถ่ือนดว้ ง) (นางสาวปญั ญา เถอ่ื นด้วง)
หวั หน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนกั รกั ษาการในตำแหน่งหวั หน้าพยาบาล
43. วัตถปุ ระสงค์
เพอ่ื เป็นแนวทางในการทำ systemic hypothermia ใหเ้ ป็นไปในแนวทางทถ่ี ูกต้องและผปู้ ่วย
ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน
44. นโยบาย
ม่งุ ม่ันทจ่ี ะปฏิบตั ิการใหก้ ารพยาบาลในการทำ systemic hypothermia โดยมเี ปา้ หมายอุณหภมู กิ าย
ที่ 33.5-34 องศาเซลเซยี ส ในระยะเวลา 72 ชว่ั โมงและผปู้ ่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน
45. ขอบเขต
- ใช้กบั ผูป้ ว่ ยทม่ี อี ายุครรภ์ ≥36 สปั ดาหแ์ ละน้ำหนกั แรกเกิด ≥ 1,800 กรมั ทอ่ี ายุน้อยกว่า 6 ชว่ั โมง
- Blood gas ภายใน 1 ช่วั โมงหลังเกดิ มี pH <7 หรอื base deficit ≥16 mmol/l
- Blood gas มีคา่ pH 7.01-7.15 หรอื base deficit >10-16 mmol/l รว่ มกบั มี acute perinatal
event เชน่ placenta abruption, cord prolapse หรือมี severe fetal heart rate
abnormalities ได้แก่ variable or late decelerations หรอื Apgar score ≤ 5 ท่ี 10 นาทหี ลัง
เกดิ หรอื ยงั ต้องการการชว่ ยหายใจ หรือต้อง CPR นานกวา่ 10 นาทหี ลงั เกิด
- ตรวจร่างกายด้วย Sarnat score ไดค้ ะแนนเทา่ กบั moderate to severe encephalopathy (HIE)
หรอื มี evidence of encephalopathy จาก a-EEG หรอื มภี าวะชัก
- เร่มิ ตั้งแตร่ ับคำส่ังการรักษาจนถงึ ลงบนั ทึกในเอกสารทางการพยาบาลรวมถึงการตรวจคุณภาพตาม
เครื่องชวี้ ัด
46. ผรู้ ับผดิ ชอบ
- แพทย์ มหี นา้ ท่ี ประเมินสภาพผู้ป่วย วนิ ิจฉยั และสง่ั การรักษาเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร ควบคุมและ
ปฏบิ ัติการรักษาตามอาการ ให้ข้อมลู แก่ญาติผู้ปว่ ย
- พยาบาลวชิ าชพี มหี น้าที่ประเมนิ สภาพผปู้ ว่ ย เตรยี มอปุ กรณ์ เตรยี มผู้ป่วย ปฏิบตั กิ ารทำ systemic
hypothermia เฝ้าระวังภาวะแทรกซอ้ นและรายงานใหแ้ พทยท์ ราบถึงอาการผิดปกติ
- ผชู้ ว่ ยเหลอื คนไข้ มหี นา้ ท่ชี ว่ ยเตรียมอุปกรณ์ ชว่ ยจัดท่าผปู้ ่วย ปฏบิ ัติหนา้ ท่ตี ามทไ่ี ดร้ ับมอบหมายและ
เกบ็ อุปกรณ์
47. คำนิยามศพั ท์
- Systemic hypothermia หมายถงึ การใชเ้ ครื่องทำให้อณุ หภูมริ า่ งกายตำ่ กวา่ 35 องศาเซลเซียส
เพอื่ รักษา ป้องกนั หรือบรรเทา ภยนั ตรายรปู แบบตา่ งๆท่ีเกิดขน้ึ กับเซลลส์ มอง
48. วธิ ปี ฏิบตั ิ
Flow Chart เรอื่ งการทำ systemic hypothermia
ผรู้ ับผิดชอบ Flow Chart เอกสารทเ่ี ก่ยี วข้อง
การทำ systemic hypothermia
พยาบาลวิชาชพี ใบคำส่ังการรกั ษา
แพทย/์ พยาบาลวชิ าชีพ 1. รับคำสง่ั การรักษาจากแพทย์
พยาบาลวชิ าชพี 2. อธิบายเหตผุ ลและข้นั ตอน(กรณีมญี าติอยู่ด้วย)
พยาบาลวิชาชีพ 3. เตรียมอปุ กรณ์
พยาบาลวิชาชีพ 4. ประเมินสภาพและเตรียมผปู้ ่วย
5. ปฏบิ ัติการทำ systemic hypothermia 72 ช่ัวโมง
พยาบาลวชิ าชพี 6. ประเมนิ ภาวะแทรกซอ้ น Yes
No
จากการทำ systemic
hypothermia
พยาบาลวิชาชพี / 7. เกบ็ อุปกรณ์ 6.1 รวบรวมข้อมูล
ผู้ชว่ ยเหลอื คนไข้ 6.2 รายงานแพทย์
พยาบาลวิชาชพี 8. ลงบันทึกในเอกสารทางการพยาบาล บันทึกทางการพยาบาล
รายละเอียดการปฏบิ ัติ
6.1 รับคำสงั่ การรกั ษาของแพทย์
พยาบาลวิชาชีพ รับคำสั่งการรกั ษาจากแพทย์เป็นลายลกั ษณ์อักษร
48.2อธบิ ายเหตผุ ลและข้ันตอน (กรณมี ญี าติอย)ู่
แพทย์และพยาบาลวชิ าชีพ อธบิ ายใหญ้ าติของผูป้ ่วยทราบถงึ สาเหตคุ วามจำเป็นและผลดี ผลเสยี และ
ภาวะแทรกซ้อนท่ีอาจเกิดขึ้น
6.3 เตรยี มอุปกรณ์
พยาบาลวชิ าชพี / ผู้ช่วยเหลอื คนไข้
- เตรยี มเครอื่ ง Blanketrol
- เติมนำ้ เข้าเครอื่ งโดยใช้ sterile water 1,000 ml จำนวน 6 ขวดครึ่ง (กรณีใช้แผน่ รองตัวขนาดใหญ่
ต้องเพิ่มนำ้ อกี 1 เท่า)
- ต่อสายแผ่นรองตัวเข้ากับตวั เครอ่ื ง
- นำแผน่ รองตัวไวบ้ นเครือ่ ง radiant warmer โดยไม่ต้องเปิดทำความอบอนุ่
- นำ้ ผา้ อ้อม 1 ผนื วางบนแผ่นรองตัว
- เสียบปล๊กั ไฟพร้อมใชง้ าน
6.4 เตรียมผูป้ ว่ ย
พยาบาลวชิ าชีพ ประเมินสภาพร่างกายและจัดทา่ ผปู้ ว่ ยใหเ้ รยี บรอ้ ย
6.9 ปฏบิ ัตกิ ารทำ systemic hypothermia
- พยาบาลวิชาชีพ นำผ้ปู ว่ ยวางบนแผ่นรองตวั ที่จัดเตรยี มไว้
- จดั ท่าผปู้ ว่ ยนอนหงาย ศีรษะราบและวัดตำแหนง่ ของสาย esophageal probe โดยวดั จากปลาย
จมกู ถงึ ติ่งหแู ละจากต่งิ หูลงมาถึง xyphoid แลว้ ลบออก 5 เซนติเมตร (ตำแหน่ง CXR คือ lower 1/3
of esophagus)
- กรณี rectal probe ใสล่ กึ 5 เซนติเมตร
- เปดิ เคร่ืองและเช็คอุณหภูมิผู้ป่วยโดยกดปมุ่ เคร่ืองหมายรปู ปรอทปมุ่ กลาง กดปุ่มรปู คนและปรอทมุม
ล่างขวา
ระยะ initial phase
- กดปุ่มเคร่ืองหมายรูปปรอทเพ่ือต้ังอุณหภมู ทิ ่ีต้องการ (33.5-34.5 c ) ใน mode auto กอ่ นจน
อุณหภมู ทิ ารกอยู่ในช่วง 33.5-34.5 c
ระยะ maintenance
- เม่ืออณุ หภมู ทิ ารกอยู่ในช่วง 33.5-34.5 c ให้ปรับเครอื่ งโดยกดปมุ่ รูปปรอท v ปรบั variable radiant
of set เพิ่มเป็น 5 c และกดรปู ปรอทv ซ้ำอีกรอบ โดยตง้ั ค่าใหมท่ ุกครงั้
- ทำ systemic hypothermia จนครบ 72 ชั่วโมง หรอื ตามคำส่งั การรกั ษา
ระยะ rewarm
- เรมิ่ ทำการเพิ่มอณุ หภูมิกายช้าๆไมเ่ กิน 0.5 c ตอ่ ชั่วโมง นาน 6 ชวั่ โมงขึน้ ไป โดยเพมิ่ จนอณุ หภมู ิ
รา่ งกายถึง 37 c (±0.2 c)
- การปรบั skin temp ให้ปรบั เปลี่ยนตามความเหมาะสมขน้ึ กับสภาพของทารกและส่งิ แวดล้อม แต่ไม่
ควรให้อณุ หภูมิของผ้ปู ่วยเพม่ิ เร็วหรอื ชา้ เกนิ ไป
6.10 ประเมินอาการและอาการแสดงของผปู้ ว่ ยทมี่ ภี าวะแทรกซ้อนระหว่างและหลังการทำ systemic
hypothermia
พยาบาลวิชาชพี ดูแลอยา่ งใกล้ชดิ และประเมนิ สภาพผู้ป่วย การหายใจ ค่า SpO2 รวบรวมขอ้ มลู และ
รายงานใหแ้ พทยท์ ราบ
เฝ้าระวงั ภาวะแทรกซอ้ น ได้แก่ Hypotension, Bradycardia, Chill, Hyperglycemia, Acidosis,
Dehydration, Infection, PT PTT prolong, DIC
6.11 เกบ็ อุปกรณ์
ผูช้ ว่ ยเหลอื คนไข้ ปล่อยนำ้ ทง้ิ และเกบ็ อุปกรณ์เข้าท่ีใหเ้ รียบรอ้ ย
6.12 ลงบันทกึ ในเอกสารทางการพยาบาล
พยาบาลวชิ าชพี ลงบนั ทึกอาการและอาการแสดงของผู้ป่วยขณะและหลังการทำ systemic
hypothermia ในบันทึกทางการพยาบาล โดย
ระยะ initial phase บนั ทึกอุณหภมู ิทุก 15 นาที
ระยะ maintenance phase บันทกึ อุณหภมู ิ ทุก 30 นาทีถงึ 1 ช่วั โมง
ระยะ rewarm phase บันทึกอณุ หภูมิ ทกุ 1 ชวั่ โมง
7. เครื่องชี้วดั คณุ ภาพ
7.1 ผปู้ ่วยไดร้ บั การทำ systemic hypothermia อย่างถูกต้อง
7.2 ผู้ปว่ ยไดร้ ับความปลอดภัยและไม่มภี าวะแทรกซ้อนจากการทำ systemic hypothermia
8. เอกสารที่เกี่ยวข้อง
8.1 ใบคำสั่งการรักษา
8.2 บันทกึ ทางการพยาบาล
8.3 แฟ้มแนวทางการใชเ้ ครือ่ งทำ systemic hypothermia
โรงพยาบาลพุทธชนิ ราช พิษณโุ ลก
ระเบียบปฏิบัตงิ าน
เรอื่ ง : Neonatal early warning score chart
ระเบยี บปฏิบัตเิ ลขที่ : จำนวนหน้าทัง้ หมด : 4 หน้า
ปรับปรุงครงั้ ที่ : ทุก 1 ปี
WI - NICU – 11
เรอื่ ง : neonatal early warning score chart วนั บงั คบั ใช้ : 1 มีนาคม 2565
วนั ที่ปรับปรุง : 21 กมุ ภาพันธ์ 2565
สถานะของเอกสาร : ควบคุม
ผจู้ ดั ทำ : นางสาวกมลชนก มากมา หวั หนา้ หอหนักทารกแรกเกดิ 1
นางวิธศมน วฒุ ศิ ิรินกุ ลู หวั หนา้ หอหนกั ทารกแรกเกิด 2
และคณะอนุกรรมการพฒั นาคุณภาพบริการพยาบาลกล่มุ งานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก
ผู้รบั ผิดชอบ ผู้อนมุ ตั ิ
(นางสาวปัญญา เถื่อนด้วง) (นางสาวปญั ญา เถ่ือนดว้ ง)
หัวหน้ากลมุ่ งานการพยาบาลผ้ปู ว่ ยหนกั รกั ษาการในตำแหน่งหวั หน้าพยาบาล
49. วตั ถุประสงค์
1. เพื่อใหพ้ ยาบาลประเมินความเส่ยี งต่ออาการท่ีทรดุ ลง หรือตรวจจบั สัญญาณท่ผี ู้ปว่ ยจะเขา้ สภู่ าวะ
วกิ ฤตได้ ทำใหผ้ ู้ป่วยได้รบั การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงท่ีรวดเรว็ และช่วยเหลืออย่างทนั ท่วงที
2. เพ่ือให้ผู้ป่วยวิกฤตได้รับการประเมินเฝา้ ระวังและแกไ้ ขก่อนทีจ่ ะมีอาการทรุดลง อย่างรวดเร็ว
และมปี ระสิทธภิ าพ
50. นโยบาย
ผูป้ ว่ ยไดร้ บั การดูแลตามมาตรฐานวชิ าชีพ ลดอัตราการเสียชีวิต ลดภาวะแทรกซ้อนทรี่ ุนแรงทเ่ี กิดจาก
การให้การประเมินอาการล่าช้า
51. ขอบเขต
ใชก้ บั ผู้ปว่ ยทารกแรกเกดิ ทม่ี ีภาวะวิกฤตตงั้ แต่แรกรับจนถงึ จำหน่าย
52. ผู้รบั ผิดชอบ
- แพทย์ ใหก้ ารรักษาตามมาตรฐานและมาประเมินผ้ปู ว่ ยดว้ ยตนเองตามเกณฑ์
- พยาบาล เฝา้ ระวงั อาการเปลีย่ นแปลงของผู้ปว่ ย ปฏิบัติตามแนวทางและรายงานแพทย์ตามเกณฑ์
53. คำนิยามศัพท์
Warning sign (WS) / Early Warning Sign (EWS) คอื เครื่องมือที่นำมาใชใ้ นการประเมินสัญญาณ
เตอื นทแี่ สดงถงึ ความผดิ ปกติของผปู้ ว่ ย ซ่งึ จะส่งผลใหผ้ ู้ป่วยมีอาการทรดุ ลงและอาจถงึ เสียชีวิตได้ถา้ ไม่ไดร้ ับ
การแก้ไข ซ่งึ โดยปกตจิ ะใช้ระดบั ความรุนแรงจากสรรี ะวทิ ยาของผปู้ ว่ ย ประกอบดว้ ย อัตราการหายใจ
(Respiratory rate) ระดับออกซเิ จนในรา่ งกาย (SpO2) อุณหภูมกิ าย (Body temperature) ความดนั โลหติ
(MAP) อตั ราการเต้นของหัวใจ (Heart rate) ระดบั ความรู้สกึ ตัว (Level of consciousness) ,Urine output
,Capillary Fill Time, WBC, Platelet Count, CRP มกี ารกำหนดคะแนน ตามระดบั ความรนุ แรงทางสรรี ะ
วทิ ยา แลว้ ทา้ ยสดุ นำคะแนนทีไ่ ด้ไปเช่ือมโยงกับความเป็นไปไดท้ ี่เพม่ิ ข้นึ ของการเสียชีวิตหรือการเข้ารับการ
รกั ษา และกำหนดค่าคะแนน ท่ตี อ้ งมีการดูแลหรือรายงานแพทย์ตามความเรง่ ดว่ นที่แตกต่างกนั ออกไป
54. วิธปี ฏิบตั ิ
Flow Chart เร่อื งการประเมิน warning sign
Flow Chart
ผ้รู บั ผิดชอบ ประเมินผู้ป่วยและกำหนดเกณฑส์ ญั ญาณเตอื น เอกสารที่เกี่ยวขอ้ ง
ทตี่ ้องรายงานในผ้ปู ่วยแตล่ ะราย
แพทย์ ใบคำส่ังการรักษา
พยาบาลวชิ าชพี ประเมิน Warning sign แรกรับ
ฟอผริดม์ ปปกรตอทิ No
Yes กติอท
พยาบาลวชิ าชพี รายงานแพทยต์ าม ประเมนิ Warning sign ทกุ 1 ชวั่ โมง
คา่ วกิ ฤตที่รายงาน ตามมาตรฐานการดูแล
แพทยแ์ ละ ให้การแกไ้ ขรักษาพยาบาล ลงบนั ทกึ WS ในฟอร์มปรอท ใบฟอร์มปรอท
พยาบาลวชิ าชพี ใบบนั ทกึ PNN1, 2 ลง WS ใน ใบบันทึกทางการพยาบาล
ฟอรม์ ปรอททกุ 4 ชม.
PNN1, PNN2
รายละเอียดการปฏบิ ัติ
1. ทบทวนร่วมกนั กบั ทมี บุคลากรประกอบดว้ ยแพทยแ์ ละพยาบาล ในการออกแบบเครื่องมือในการ
ประเมนิ warning sign ประกอบดว้ ยรายละเอยี ดดังต่อไปนี้
รายการ คา่ ปกติ (0) คา่ ผดิ ปกติรายงานแพทย์ทนั ที (1)
1 Blood pressure MAP (mmHg) MAP (mmHg)
Term 45-50 Term < 45
1,000-2,000 gm 35-40 1,000-2,000 gm < 35
<1,000 gm 30-35 <1,000 gm < 30
2 Heart Rate 100-160/min <100 /min
เคยรายงานแล้วแพทย์ยอมรับได้กรณี >180 /min
<100 Case Birth Asphyxia
>180 หลังไดย้ า Aminophylline
หัวใจเตน้ เร็ว/ช้า แต่กำเนดิ
3 Temperature 36.8-37.2 oC <36 oC
กรณีทำ Systemic Hypothermia >38 oC
4 Respiratory Rate 40-60 /min <30 /min
ตามพยาธสิ ภาพของโรคท่ีเคย >60 /min
รายงานแล้วแพทยย์ อมรับได้
5 Respiration Normal หยดุ หายใจ ≥20 วนิ าที หรือมอี าการ
ตามพยาธิสภาพของโรคที่เคย เขยี ว
รายงานแล้วแพทย์ยอมรบั ได้ dyspnea, grunting, stridor,Retraction
6 SpO2 90-95% <90% Persistant
7 Urine output 1-4 ml/kg/hr <1 ml/kg/hr
8 Consciousness Active ไม่รูส้ กึ ตัว ซมึ ลง กระสบั กระสา่ ย
Case Birth Asphyxia
9 Capillary Fill Time <3 Sec >3 Sec
10 WBC 5,000 – 30,000 /ml <5,000 /ml
11 Platelet Count >150,000 /ml <100,000 /ml
12 CRP 1-3 mg /L เพิม่ มากกว่าค่าเดิม
(เปรยี บเทยี บจากค่าเดิมท่เี คยเจาะ)
2. ประเมินระดบั ความรสู้ ึกตัว สัณญาณชีพ ลกั ษณะการหายใจ และผล ตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการ (ตาม
แบบเครอื่ งมือในการประเมนิ warning sign) ในระยะแรกรับ และลงบนั ทึกในฟอร์มปรอท ระบุ Y
(Yes หมายถึงพบค่าผิดปกติ) หรอื N (No หมายถงึ ไม่พบค่าผดิ ปกติ) กรณีพบค่าผดิ ปกตเิ พยี ง 1 ค่า
จะตอ้ งรายงานแพทยภ์ ายใน 15 นาที เพ่ือรับการแก้ไข
3. ถา้ ไม่พบค่าผิดปกติ ให้การดแู ลผู้ป่วยตามมาตรฐาน ICU ประเมิน warning sign ทกุ 4 ชม และลง
บันทึกในฟอร์มปรอท N (No หมายถงึ ไม่พบคา่ ผดิ ปกต)ิ
4. ลงบนั ทกึ warning sign ในฟอร์มปรอท สว่ นคา่ ผิดปกตใิ นใบบนั ทึก PNN 1 และ PNN 2
55. เครือ่ งช้ีวัดคณุ ภาพ
1. พยาบาลวชิ าชพี ประเมิน Warning sign ตามมาตรฐานการดแู ลและมีการรายงานแพทย์ตามคา่
วิกฤตที่ต้องรายงาน
2. ผู้ปว่ ยไดร้ บั การประเมนิ เฝา้ ระวังและแก้ไข ไมม่ ีอาการทรดุ ลงจนถงึ พิการหรอื ขั้นเสียชวี ิต
56. เอกสารทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
8.12 Newborn Assessment: Observation Chart and Early Warning Score สบื คน้ วนั ที่ 4
เมษายน 2565.จาก. https://www.nationalwomenshealth.adhb.govt.nz/assets/Womens-
health/Documents/Policies-and-guidelines/Newborn-Assessment-Observation-Chart-
Early-Warning-Score.pdf
โรงพยาบาลพุทธชินราช พษิ ณโุ ลก
ระเบียบปฏิบตั งิ าน
เรอื่ ง : การใช้วิธีลด Pain ในทารกแรกเกดิ วิกฤต
ระเบยี บปฏบิ ตั ิเลขท่ี : จำนวนหน้าท้งั หมด : 8 หนา้
ปรับปรงุ คร้ังที่ : ทกุ 1 ปี
WI - NICU – 12
เร่อื ง : การใช้วิธลี ด Pain ในทารกแรกเกดิ วันบังคบั ใช้ : 1 มีนาคม 2565
วันที่ปรับปรงุ : 21 กุมภาพันธ์ 2565
สถานะของเอกสาร : ควบคมุ
ผจู้ ัดทำ : นางสาวกมลชนก มากมา หัวหนา้ หอหนักทารกแรกเกิด 1
นางวธิ ศมน วฒุ ศิ ิรินุกลู หวั หนา้ หอหนักทารกแรกเกิด 2
และคณะอนุกรรมการพฒั นาคณุ ภาพบริการพยาบาลกลมุ่ งานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก
ผ้รู ับผดิ ชอบ ผู้อนุมตั ิ
(นางสาวปญั ญา เถื่อนด้วง) (นางสาวปัญญา เถอื่ นดว้ ง)
หัวหน้ากล่มุ งานการพยาบาลผ้ปู ่วยหนกั รักษาการในตำแหน่งหัวหนา้ พยาบาล
57. วตั ถุประสงค์
1. เพื่อเป็นแนวทางปฏิบตั ิสำหรับพยาบาลในหนว่ ยงาน ในการใชว้ ธิ กี ารลด Pain ในทารกแรกเกดิ
วิกฤต
2. เพ่ือให้ผ้ปู ่วยทารกแรกเกดิ ได้รบั การบรรเทาปวด และป้องกนั ภาวะแทรกซ้อน
2. นโยบาย
บรหิ ารความเจ็บปวดครอบคลมุ ทารกแรกเกดิ 0-1 ปี ทไ่ี ด้รบั ความเจบ็ ปวดแบบเฉยี บพลัน
3. ขอบเขต
ทารกแรกเกิด 0-1 ปี ทุกรายท่ีมีข้อบ่งชี้ในการใชว้ ิธกี ารลด Pain
4. ผู้รับผดิ ชอบ
พยาบาลวชิ าชพี มีหนา้ ท่ีประเมินสภาพผปู้ ่วย ปฏิบัติการลดความเจบ็ ปวด และลงบันทึกในเอกสาร
ทางการพยาบาล
5. คำนยิ ามศัพท์
1. ความปวดคอื ความรสู้ ึกและอารมณไ์ ม่สขุ สบายทเ่ี กดิ ขึ้นเนอ่ื งจากเนื้อเย่ือของทารกแรกเกิดถูก
ทำลาย หรือเสย่ี งต่อการถูกทำลาย
2. การจดั การความปวด (Pain Management) หมายถงึ การปฏิบัติทม่ี จี ุดมุ่งหมายเพื่อขจดั ลด
บรรเทา และควบคมุ อาการปวด ตลอดจนผลกระทบทีอ่ าจเกิดจากความปวด
3. ความรนุ แรงของอาการปวด หมายถงึ ระดับความทกุ ข์ทรมานหรอื ความรสู้ ึกปวดมากหรือน้อยโดย
ประเมนิ ระดับความเจ็บปวดจากนอ้ ยไปหามาก
4. ผลกระทบของความเจ็บปวดต่อทารกเมื่อทารกไดร้ ับความเจบ็ ปวดจะมปี ฏิกิริยาตอบสนองต่อ
ความเจ็บปวด และปฏกิ ริ ยิ าตอบสนองความเจ็บปวดนี้ก็ก่อให้เกดิ ผลเสียตอ่ อวัยวะทีส่ ำคัญและการทำงานของ
ระบบต่างๆของรา่ งกายทุกระบบ โดยแบ่งผลที่เกดิ ขึ้นเป็น 2 ระยะ คือผลระยะสั้นและผลในระยะยาว
ผลในระยะสัน้ เมื่อทารกได้รับความเจบ็ ปวดจะกระตนุ้ การทำงานของระบบประสาท
Sympathetic ส่งผลให้เกิดการเปลยี่ นแปลงใน ระบบหวั ใจ ระบบหายใจ ระบบฮอร์โมนและระบบเผาผลาญ
อาหารทำใหเ้ กิดความเครยี ดเพมิ่ ขึ้น อตั ราการเต้นของหวั ใจเพ่ิมขน้ึ อัตราการหายใจเพิ่มข้ึน คา่ ความอ่มิ ตวั
ของออกซเิ จนลดลง รบกวนความสมดุลของกลูโคส ทำให้ระดบั นำ้ ตาลในเลือดสูง และความดนั โลหติ สงู ทำให้
เกิดความดันในกะโหลกศีรษะสงู ขน้ึ มีผลต่อกจิ วตั รประจำวนั ทำให้ประสทิ ธภิ าพการดดู นมของทารกไมด่ ี ซ่ึงมี
ผลตอ่ ภาวะโภชนาการ ปฏิสมั พันธร์ ะหว่างบดิ ามารดาและทารกไม่ดแี ละรบกวนการพักผ่อนนอนหลับของ
ทารกดว้ ย ผลจากการไดร้ บั ความเจ็บปวดทำให้เกิดการสูญเสียพลงั งาน สง่ ผลให้ทารกหายจากโรคไดช้ ้าหรือ
เจรญิ เติบโตช้า
ผลในระยะยาว แบง่ ออกเป็น 2 ด้านดังนี้
ผลกระทบด้านร่างกาย ผลกระทบในระยะยาวทอี่ าจเกิดขึน้ และมีการกลา่ วถึงมากท่ีสุด คือ
ผลเสยี ตอ่ พฒั นาการด้านสมอง โดยเฉพาะความเจ็บปวดจากการพยาบาลต่างๆทีต่ ้องกระทำกับทารกบ่อยๆ
จะทำใหร้ ะบบประสาทสว่ นกลางมีความผดิ ปกตอิ ย่างถาวร
ผลกระทบดา้ นจิตใจ ความเจ็บปวดก่อให้เกิดผลเสียต่อพัฒนาการดา้ นจติ ใจ อารมณ์ สังคม
และบุคลิกในระยะยาว โดยความเจ็บปวดท่เี กิดข้ึนในวัยทารกแรกเกิด ทำให้พฤติกรรมในวัยผ้ใู หญ่
เปล่ยี นแปลงไป นอกจากน้ันยังมผี ลตอ่ การเรียนรู้ ความจำ การรับรูค้ วามเจ็บปวด และปฏสิ มั พันธ์ทางสังคม
ดว้ ย ทำใหค้ วามสามรถในการเรยี นรู้สิ่งต่างที่ซบั ซ้อนได้น้อยลง ไม่มีความรสู้ ึกถงึ ความเจบ็ ปวด ไม่มกี าร
ตอบสนองต่อปฏสิ มั พันธก์ ับพ่อแม่ พฒั นาการทางด้านอารมณ์บางคนมคี วามฝงั ใจอยู่กับความเจบ็ ปวดติดตัวมา
จนถงึ วยั เด็กชอบทำรา้ ยร่างกายตนเอง
6. วธิ ีปฏิบัติ Flow Chart เอกสารท่เี กี่ยวขอ้ ง
ผรู้ บั ผดิ ชอบ ทารกแรกเกดิ ทไี่ ดร้ บั การทำหตั ถการ แบบประเมิน NIPS
ทก่ี อ่ ใหเ้ กิดความเจบ็ ปวดเฉยี บพลนั
No
แพทยแ์ ละพยาบาลวชิ าชีพ
ประเมนิ ความเจบ็ ปวด
Yes
การบรรเทาความเจบ็ ปวด
แพทยแ์ ละพยาบาลวิชาชพี
ใชย้ า ไมใ่ ชย้ า
- Fentanyl - การจดั ทา่
- Morphine - การห่อตวั
- Midazolam - การดดู จกุ นมปลอม
- Chloral hydrate - การใหท้ ารกดดู นมมารดา
- การนวดกระตนุ้ สมั ผสั
ประเมิน Pain Scoreและ - การใชน้ า้ ตาลซูโครส
Sedation score - Kangaroo Care
หลงั ไดร้ บั ยาและobserve
ภาวะแทรกซอ้ นจากยา
ลงบนั ทึกทางการพยาบาล แบบบนั ทกึ ทางการพยาบาล
ใบ PNN1,2 ,ฟอรม์ ปรอท
รายละเอยี ดการปฏิบัตดิ ังนี้
1. ทารกแรกเกิดที่ไดร้ บั การทำหตั ถการท่ีก่อใหเ้ กิดความเจ็บปวดเฉยี บพลัน หัตถการที่พบบอ่ ย ได้แก่
1. การเจาะเลอื ดทางหลอดเลือดดำ/การใหส้ ารนำ้ ทางหลอดเลือดดำ
2. การฉดี ยาเขา้ กลา้ มเนื้อ
3. การใส่ OG-tube
4. การใส่ Umbilical catheter/ Arterial line/PICC line
5. การเจาะหลัง (Lumbar puncture)
6. การดดู เสมหะทาง endotracheal tube
7. การดูดเสมหะท่ีไม่ใช่ทาง endotracheal tube
8. Tracheostomy care
9. ใสท่ อ่ ช่วยหายใจ
10. การตรวจ ROP และการยงิ laser เพอ่ื รกั ษา ROP
11. ทำแผล/ตดั ไหม
12. เจาะเลอื ดส้นเทา้
13. Remove line
14. ใส่ Nasal Prongs/mask/Nasopharyngeal
2. การประเมินความเจบ็ ปวด โดยใช้เครื่องมือประเมิน Neonatal Infant Pain Scale (NIPS)
ซง่ึ เหมาะกบั เด็กทารก (อายุ0-1 ปี )
Categories Scoring Definition
การแสดงออกทางใบหน้า 0 สหี นา้ ปกต/ิ เรียบเฉย
1 หน้าแสยะ ปากแบะ จมูกยน่ หวั ควิ้ ยน่ ปดิ ตาแนน่
การร้องไห้ 0 ไม่ร้อง/เงียบ
1 ร้องครางเบา ๆ
การหายใจ 2 กร๊ีดรอ้ ง/รอ้ งเสียงดัง/รอ้ งดังขึน้ เรอ่ื ยๆ/ร้องเสียงแหลม/รอ้ งตลอด
การเคลอ่ื นไหวของแขน 0 สมำ่ เสมอ/ ลกั ษณะผ่อนคลาย
1 หายใจเรว็ ขน้ึ หรอื ช้าลงหรอื กลนั้ หายใจ หรือหยดุ หายใจเปน็ ช่วงๆ
0 วางสบาย ไมเ่ กร็ง การเคลือ่ นไหวเลก็ นอ้ ยแบบปกติ
1 งอเกรง็ หรอื เหยยี ดตรงทนั ทีทนั ใด
การเคล่อื นไหวของขา 0 วางสบาย ไมเ่ กรง็ การเคล่อื นไหวเล็กนอ้ ยแบบปกติ
ระดบั การต่ืน 1 งอเกร็ง หรอื เหยียดตรงทันทที ันใด
0 การนอนหลับหรอื อยใู่ นอาการที่สงบ
1 กระสับกระสา่ ย วนุ่ วาย พกั ไมไ่ ด้
การแปลผล: ระดบั คะแนน มีตั้งแต่ 0-7
คะแนน 0 = ไม่ปวดเลย
คะแนน 1-3 = ปวดเลก็ น้อย
คะแนน 4-5 = ปวดปานกลาง
คะแนน 6-7 = ปวดมากจนถึงมากทสี่ ุด
0 – ไมต่ ้องให้การดูแลลดอาการปวด
1-3 ให้การดแู ลการบรรเทาปวดแบบไมต่ ้องใชย้ า
> 4 ให้การดูแลบรรเทาปวดแบบไม่ใชย้ าและในดุลยพจิ ารณาของแพทย์กรณใี ช้ยา
3. วิธกี ารลด Pain ประกอบด้วยแบบใชย้ าและไม่ใชย้ า
3.1 การบรรเทาความเจ็บปวดโดยไมใ่ ช้ยา
1) การจัดท่า (Positioning) ท่าทีเหมาะสมคือจัดท่าให้ทารกคลา้ ยอยู่ ในครรภ์
มารดา โดยใหท้ ารกนอน อยู่ในทา่ แขน ขางอเข้าหากลางลำตวั (Flexion) มือทงั้ สองอยู่ใกล้ ๆ มาก /จดั ทา่
นอนของทารกโดยใช้มอื โอบห่อให้ทารก แรกเกดิ งอแขนและขาเขา้ หาก่ึงกลางลำตัว (facilitated tucking)
2) การดูดจากนมปลอม (Non-nutritive sacking) ชว่ ยใหท้ ารกเงยี บ สงบ และลด
ความเครยี ด ใช้ได้กบั กิจกรรมทเ่ี จาะเลือดทารกจะทำใหท้ ารกเงียบสงบไดเร็วเพราะชว่ ยเบีย่ งเบนความสนใจ
ของทารก
3) การหอ่ ตัวทารก (Swaddling) โดยการห่อใหอ้ ยู่ใกลก้ ับปาก (hand to mouth)
หลกี เลียงการห่อตวั แบบเกบ็ แขนเพ่ือใหท้ ารกสามารถปลอบโยนตวั เองได้ทา ใหท้ ารกเข้าสู่ภาวะหลบั ลึกและ
สงบและหลบั ได้
4) การใหท้ ารกดดู นมมารดา (Breast Feeding) จะช่วยลดความปวดของทารกจาก
การถูกเจาะเลือดได้
5) การนวดกระต้นุ สัมผสั (Manage/Tactile stimulation) เป็นการปิดประตูความ
ปวด และชว่ ยออ่ นนคลาย กลา้ มเนอ้ื ลดความตึงตวั ของกลา้ มเน้ือ ให้ช่วยบรรเทาปวดลงได้
6) การใช้ 24%Sucrose / นมแม่ ลดpain
แนวทางการใช้ 24%Sucrose / นมแม่ ลดpain
ตารางdose 24% Sucrose / นมแม่ Oral ลด pain
24%Sucrose นมแม่
น้ำหนัก(grams) Initial Dose Maximum Dose Maximum in 24 hr Dose
<1,500 grams 0.1 ml(2 drops) 0.5 ml 2.5 ml 0.3 ml
1,500 – 3,500 grams 0.5 ml(10 drops) 1 ml 5 ml 0.3 ml
>3,500 grams 0.5 ml(10 drops) 2 ml 10 ml 0.3 ml
วธิ ีการให2้ 4%Sucrose / นมแม่ Oral ลด pain
ใช้ Syringe 1 ml ดดู 24%Sucrose / นมแม่ ตามจำนวนdoseท่คี ำนวนได้ และนำมาหยดลงบริเวณ
ส่วนปลายลนิ้ ให้ 1/4 หรือนอ้ ยกวา่ (ของจำนวนรวม) ของน้ำตาลซูโครสและให้หยดแตล่ ะหยดห่างกนั 15
วินาท/ี ครง้ั ในช่องปาก ควรให้24%Sucrose / นมแม่ 2 นาที ก่อนท่ีจะทำหตั ถการและไม่เกินปรมิ าณสูงสดุ ใน
24 ช่วั โมงที่แนะนำ
ข้อควรระวัง
- ระวังการใช้ในทารก Hyperglycemia
- หลงั ให้เฝ้าระวังภาวะ desatulation, bradycardia, apnea
ขอ้ ห้ามใช้
1. ทารก NEC หรอื มคี วามเสีย่ งสงู ทจ่ี ะเปน็ NEC
2. ทารกที่มภี าวะ Esophageal atresia หรอื Tracheal esophageal fistula
3. ทารกท่ีได้รบั การลด painโดยการให้ยา ทจ่ี ะทำให้ความเส่ียงสูงท่จี ะสำลกั
4. ทารกหลงั ผ่าตัด
5. ทารก active PPHN
7) Kangaroo Care มงี านวิจัยทพ่ี บว่าการทำ Kangaroo Care นอกจากจะเป็นการ
สง่ เสริมพฒั นาการและสรา้ ง bonding แล้วยังสามารถลดปวดได้ ลดระยะเวลาการร้องและคะแนน Pain
ลดลงดว้ ย สามารถทำในหตั ถการ เช่น การเจาะเลือดทางส้นเทา้
3.2 การบรรเทาความเจ็บปวดโดยใช้ยา การบรรเทาความเจ็บปวดควรใช้เวลาไมเ่ กนิ 15
นาที การบรรเทาความเจ็บปวดโดยใช้ยา
1) การใช้ยาชาเฉพาะที่ (Local anesthesia)ไมแ่ นะนำใชใ้ นเดก็ อายนุ อ้ ยกว่า 1 เดอื น
2) ยาบรรเทาปวดกลุ่มยาเสพตดิ (opioid analgesia) ใช้บรรเทาความเจ็บปวด
ระดับรนุ แรงปานกลางถึงรนุ แรงมาก เช่น Morphine, FentanylและMidazolam) ต้องเพิ่มความระมดั ระวงั
ในทารกแรกเกดิ โดยเฉพาะทารกคลอดเกิดก่อนกำหนด หลังไดร้ ับยาควรมีการประเมินภาวะแทรกซ้อนและ
Sedation score การดูแลผูป้ ่วยทีใ่ ชย้ ากลมุ่ น้ี ต้องระวงั อาการข้างเคียงทเ่ี กดิ ขึน้ โดยเฉพาะอาการ ง่วงซึม และ
กดการหายใจ ประเมินอาการ Sedation Score > 2 คะแนน ต้องให้ออกซิเจนและรายงานแพทย์ และเตรียม
ยา Naloxone (0.01 mg/kg/dose ใหท้ าง IV และ 2-2.5 เท่าของ Dose IV กรณใี ห้ทาง Endotracheal
tube)
คะแนน Sedation score
0
1 หมายถงึ
2 ไมง่ ว่ งเลย อาจนอนหลบั ตาตน่ื อยู่ พดู คยุ โตต้ อบ
งว่ งเลก็ น้อย หลับๆ ตนื่ ๆ ปลุกตนื่ งา่ ย ตอบคำถามไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
3 งว่ งพอควร อาจหลับอยู่ แต่ปลกุ ตืน่ ง่าย ตอบคำถามไดแ้ ตอ่ ยากนอนหลับ
S มากกว่า หรอื สปั หงก
ง่วงอยา่ งมาก ปลุกตน่ื ยากมาก หรอื ไม่โต้ตอบ
ผปู้ ว่ ยกำลังหลับพักผอ่ น ไม่ตอ้ งการการบรรเทาปวด
3) ยาบรรเทาปวดกลุ่มไมเ่ สพติด (Non-opioid analgesia) ได้แก่
- Acetaminophen (Paracetamol) นยิ มใชใ้ นทารกที่อายุ > 3 เดือนข้ึนไป
- กลุ่ม NSAID
- Tramadol
4. การประเมินความรุนแรงของอาการปวด
1) ครง้ั แรกขณะรบั ใหม่
2) ทารกทีม่ ปี ัญหาความเจ็บปวดให้เฝ้าระวงั โดยการประเมินซำ้ ทกุ 8 ชั่วโมง
3) ทารกทีม่ ีอาการปวดให้ทำการประเมนิ อยา่ งสม่ำเสมอทุก 4 ชว่ั โมงและเม่ือทารกป่วยมี
ความเจบ็ ปวด ตอ้ งมกี ารประเมนิ ทุกคร้ัง
4) ใหม้ กี ารประเมินซำ้ หลังการได้รบั การดูแลอาการปวดดังน้ี
- 10 -15 นาทีหลงั จากได้รับยาแกป้ วดชนดิ ฉดี ทางหลอดเลือดดำ
- 30 นาทหี ลงั จากไดรับยาแก้ปวดชนดิ ฉีดเข้ากลา้ มเนอื้
- 60 นาทีหลงั จากไดรบั ยาแก้ปวดชนดิ รับประทาน
- 30 นาทีหลงั ได้รับการบรรเทาอาการปวดโดยไม่ใชย้ าแก้ปวด
5. บนั ทึกอาการปวดและวิธกี ารบรรเทาความปวดทใ่ี ห้แก่ทารกแรกเกิด ลงในแบบบันทกึ ทางการ
พยาบาล
หมายเหตุ : ทุกครัง้ ท่ีมกี ารทำหัตถการให้แกท่ ารกแรกเกดิ ต้องมีการจดั สภาพแวดล้อมเพ่ือลดความ
ปวด และความเครยี ดดังนี้
1) ลดเสียงในห้อง เชน่ เสียงสัญญาณของอุปกรณท์ างการแพทย์เสียงพูดคยุ
เสยี งโทรศัพท์
2) ทกุ ครง้ั ท่มี ีการทำหัตถการใหท้ ารก ต้องมีการบังแสงจาก Radiant warmer เพ่ือ
ไมใ่ หแ้ สงเข้าตา ของทารกโดยตรง
3) ลดการจับต้องทารกแรกเกิดโดยไม่จำเปน็ และใหก้ ารรพยาบาลหลาย ๆ อยา่ งใน
เวลาเดียวกันเพือ่ ให้ ทารกแรกเกดิ ไดพ้ ักผอ่ นเพ่ิมมากขน้ึ
7. เครอื่ งช้ีวดั คณุ ภาพ
ทารกทไี่ ดร้ ับการทำหัตถการได้รบั การปอ้ งกันและการจดั การความปวดหรือมีคะแนนความปวดขณะ
และหลังได้รบั หัตถการน้อยกว่า 4 โดยใช้แบบประเมินความปวดของ NIPS (Neonatal Infant Pain Scale)
8. เอกสารท่ีเก่ยี วข้อง
8.1 บนั ทึกทางการพยาบาล (ใบ PNN1,2 ,ฟอร์มปรอท)
8.2 แบบประเมนิ ความปวดของ NIPS (Neonatal Infant Pain Scale)
9. เอกสารอา้ งอิง
รุง่ ทิพย์ คงแดง.(2550). ผลของโปรแกรมการสง่ เสริมการใชห้ ลักฐานเชิงประจกั ษต์ ่อความรู้และ
การปฏิบัตขิ องพยาบาลในการจัดการความปวดเฉยี บพลันในทารกแรกเกดิ .เชยี งใหม่ : บณั ฑิต
วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั เชียงใหม่,
American Academy of Pediatrics,Committee on Fetus and Newborn and Section
Surgery,Section on Anesthesiology and pain Medicine,Canadian Pediatric
Society,Fetus and Newborn Committee. (2006). Policy statement prevention and
management of pain in the neonate: An update.Pediatrics. 118(5), 2231-2241.
Hall, R. W., & Anand, K. J. (2014). Pain management in newborns. Clinics in perinatology,
41(4), 895–924. https://doi.org/10.1016/j.clp.2014.08.010
โรงพยาบาลพทุ ธชินราช พษิ ณุโลก
ระเบียบปฏิบตั ิงาน
เรื่อง : การให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำในทารก
ระเบียบปฏิบตั เิ ลขที่ : จำนวนหนา้ ทัง้ หมด : 4 หนา้
WI - NICU – 13 ปรบั ปรุงคร้งั ท่ี : ทกุ 1 ปี
เร่อื ง : การให้ Prostaglandin E1 (PGE1) วนั บงั คับใช้ : 1 มีนาคม 2565
ทางหลอดเลอื ดดำในทารก วันท่ีปรบั ปรงุ : 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
สถานะของเอกสาร : ควบคุม
ผูจ้ ัดทำ : นางสาวสายสมร บญุ ญาวงค์
และคณะอนุกรรมการพัมนาคุณภาพบรกิ ารพยาบาลกลมุ่ งานการพยาบาลผูป้ ่วยหนัก
ผู้รบั ผิดชอบ ผอู้ นุมัติ
(นางสาวปัญญา เถอ่ื นด้วง) (นางสาวปัญญา เถ่อื นดว้ ง)
หวั หน้ากลมุ่ งานการพยาบาลผู้ป่วยหนกั รกั ษาการในตำแหน่งหวั หนา้ พยาบาล
58. วตั ถปุ ระสงค์
1.1. เจา้ หนา้ ท่ที างการพยาบาลปฏบิ ตั ิการให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำเป็นไปใน
แนวทางเดียวกนั อยา่ งถูกต้อง
1.2. ผ้ปู ่วยปลอดภยั จากภาวะแทรกซ้อน ตลอดจนไดร้ บั Prostaglandin E1 (PGE1) ครบถ้วนตาม
แผนการรักษา
59. นโยบาย
มุ่งมนั่ ที่จะปฏิบตั ิการพยาบาลในการให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำที่เปน็ แนวทาง
เดยี วกันอยา่ งถกู ต้อง ครบถว้ น และปลอดภัย
60. ขอบเขต
- ใช้กบั การให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำในผ้ปู ่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนดิ ชนิด
เขียว
- เร่ิมตัง้ แต่การรบั คำสง่ั การรกั ษาของแพทยจ์ นกระทงั่ ลงบันทึกในเอกสารทางการพยาบาลรวมถงึ
ตรวจสอบคุณภาพตามเครื่องชว้ี ดั
61. ผู้รับผดิ ชอบ
- แพทย์ประจำตัวผู้ปว่ ย มหี น้าที่ประเมินอาการและส่ังการรักษาเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
- พยาบาลวชิ าชีพ มีหน้าทป่ี ระเมินอาการความพรอ้ มตามสภาพของผปู้ ว่ ยและให้ข้อมลู กับแพทยเ์ มอื่
พบอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับผู้ปว่ ย และพยาบาลมหี นา้ ทป่ี ฏบิ ัตกิ ารพยาบาลตามความเหมาะสม
62. คำนิยามศพั ท์
การใหย้ า Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำ เพ่อื ป้องกนั ไม่ให้ Ductus arteriosus ปิด
63. วิธปี ฏิบตั ิ
Flow Chart เรอ่ื งการให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลอื ดดำ
ผู้รับผดิ ชอบ Flow Chart
พยาบาลวิชาชพี การให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำ
พยาบาลวิชาชพี
1. รบั คำสง่ั แพทย์
พยาบาลวชิ าชพี
2. จัดเตรยี มอุปกรณแ์ ละ Prostaglandin E1 (PGE1)
ตามแผนการรกั ษาของแพทย์
3. ตรวจสอบชือ่ -นามสกลุ ในใบคำสั่งการรกั ษา
ให้ตรงกบั ช่อื ผปู้ ่วย
พยาบาลวชิ าชีพ 4. บรหิ ารยาตามหลัก 6R ในการปฏบิ ตั กิ ารใหย้ าโดยพยาบาล 2 คน
พยาบาลวชิ าชีพ 5. ให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลอื ดดำแก่ผปู้ ่วย
พยาบาลวชิ าชีพ ภาวะแทรกซอ้ นจากยา PGE1
NO 6. สงั เกต - Apnea
ภาวะแทรกซ้อน - Tachycardia
พยาบาลวิชาชีพ - Fever
จากยา - Hypotension
- ผนื่ แดง
YES
ดูแลใหไ้ ด้รบั ยา - รายงานแพทย์
ตามแผนการรักษา - เชด็ ตวั ลดไข้
พยาบาลวชิ าชพี 7. สังเกตบรเิ วณทีใ่ หย้ าไมใ่ ห้ บวม แดง Leak
พยาบาลวชิ าชีพ 8. ลงบันทึกในเอกสารทางการพยาบาล
รายละเอียดการให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำ โดยพยาบาลวชิ าชีพ ปฏบิ ัตดิ งั น้ี
6.1 รบั คำสั่งการรักษาของแพทย์
พยาบาลวิชาชีพรับคำสง่ั การรกั ษาและอา่ นคำสง่ั การรักษาของแพทย์
63.2จัดเตรียมยา Prostaglandin E1 (PGE1) ตามแผนการรักษา
พยาบาลวิชาชพี ตรวจสอบ Dose ยา กบั คู่มอื การให้ยา Neofax, CPG การเตรยี มยา ร่วมกับพยาบาลที่
เป็น Baddy หรอื พยาบาล CN
63.3ตรวจสอบชอื่ -สกลุ ในใบคำสัง่ การรักษาให้ตรงกบั ตัวผปู้ ว่ ย
พยาบาลวชิ าชีพตรวจสอบช่อื -สกุล ในใบคำส่งั การรักษาให้ตรงกบั ตวั ผ้ปู ว่ ย รว่ มกบั พยาบาลท่ีเปน็
Baddy หรอื พยาบาล CN
63.4บรหิ ารยาตามหลัก 6R ในการปฏิบัตกิ ารใหย้ าโดยพยาบาล 2 คน
63.5ดแู ลให้ยา Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำแก่ผู้ป่วย พรอ้ มทัง้ ติดป้าย High alert drug
ของหนว่ ยงาน
63.6สงั เกตภาวะแทรกซ้อนจากยา เชน่ Apnea, Tachycardia, Fever, Hypotension, ผ่นื แดง เปน็ ตน้
ถ้าพบภาวะแทรกซ้อน รายงานแพทย์ และใหก้ ารดแู ลตามอาการแสดง เช่น มไี ข้ เช็ดตวั ลดไข้ เป็นต้น
63.7ประเมินอาการบวม แดง Leak ตำแหน่งท่ีใหย้ า หลังใหย้ า 15 นาที และทุก 1 ชัว่ โมง
63.8ลงบนั ทึกในเอกสารทางการพยาบาล
- พยาบาลวชิ าชีพ ลงบันทกึ ในเอกสารทางการพยาบาล
- ผูป้ ว่ ยได้รับ Prostaglandin E1 (PGE1) ถูกต้อง ครบถ้วนตามแผนการรักษา
- ไม่มกี ารรว่ั ซึม บวม แดงของ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำ
- ผปู้ ่วยไม่มอี าการผิดปกตหิ รือภาวะแทรกซอ้ นท่ีเกิดจากการให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอด
เลอื ดดำ
64. เครื่องช้ีวดั คณุ ภาพ
7.1 พยาบาลวิชาชพี ปฏบิ ัตกิ ารให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอดเลือดดำไดอ้ ย่างถูกต้อง
7.2 ผปู้ ว่ ยไม่มอี าการผดิ ปกติหรอื ภาวะแทรกซอ้ นท่เี กิดจากการให้ Prostaglandin E1 (PGE1) ทางหลอด
เลือดดำ
65. เอกสารท่ีเกีย่ วข้อง
8.13 ใบคำสงั่ การรักษา
8.14 บันทกึ ทางการพยาบาล
9. เอกสารอ้างอิง
Hoffman, J.I. (2013). The global burden of congenital heart disease. Cardiovascular journal of
Africa, 24, 141-145.
London, M.L., Ladewig, P.W., J.W., Blinder, R.C. (2013). The child with alterations in
cardiovascular function. In : London ML, Ladewig PW, Ball JW, Blinder RC, editors.
Maternal Newbornchild Nursing. Newjersy : Pearson education, Inc.
โรงพยาบาลพทุ ธชินราช พิษณโุ ลก
ระเบียบปฏิบตั ิงาน
เรือ่ ง : การพยาบาลผ้ปู ่วยที่ได้รบั ออกซิเจนชนดิ HHHFNC
ระเบยี บปฏิบตั เิ ลขท่ี : จำนวนหน้าทั้งหมด : 4 หนา้
WI - NICU – 14 ปรบั ปรุงคร้ังที่ : ทกุ 1 ปี
เร่อื ง : การพยาบาลผ้ปู ว่ ยทไ่ี ดร้ บั ออกซิเจนชนิด วันบงั คบั ใช้ : 1 มีนาคม 2565
HHHFNC วันทป่ี รับปรงุ : 21 กุมภาพนั ธ์ 2565
สถานะของเอกสาร : ควบคุม
ผู้จดั ทำ : นางสาวกมลชนก มากมา หัวหน้าหอหนักทารกแรกเกดิ 1
นางวธิ ศมน วฒุ ศิ ริ ินกุ ูล หัวหนา้ หอหนักทารกแรกเกิด 2
และคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลกลุ่มงานการพยาบาลผปู้ ่วยหนัก
ผู้รับผิดชอบ ผู้อนุมัติ
(นางสาวปัญญา เถื่อนดว้ ง) (นางสาวปญั ญา เถื่อนดว้ ง)
หวั หน้ากลมุ่ งานการพยาบาลผปู้ ว่ ยหนกั รักษาการในตำแหนง่ หัวหน้าพยาบาล
66. วัตถุประสงค์
- เพื่อเปน็ แนวทางให้การพยาบาลผู้ป่วยทีไ่ ด้รับออกซิเจนชนิด HHHFNC ทถ่ี ูกต้องและผู้ปว่ ยปลอดภัยจาก
ภาวะแทรกซ้อน
2. นโยบาย
- มุ่งม่ันท่ีจะปฏิบตั ิให้การพยาบาลผ้ปู ่วยท่ไี ดร้ บั ออกซิเจนชนดิ HHHFNC ให้เป็นแนวทางเดียวกันอยา่ ง
ถกู ต้อง และผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซอ้ น
3. ขอบเขต
- ใช้กับผปู้ ่วยที่ได้รับออกซิเจนชนดิ HHHFNC ทุกราย
- เร่มิ ต้งั แต่การรบั คำสั่งการรักษาจากแพทยจ์ นกระท่ังลงบันทกึ ในเอกสารทางการพยาบาลรวม
จนถงึ การตรวจสอบคุณภาพตามเครอ่ื งชีว้ ัด
4. ผู้รบั ผดิ ชอบ
- แพทยม์ หี น้าทปี่ ระเมนิ สภาพผปู้ ว่ ย วนิ ิจฉัยและส่ังการรักษาเป็นลายลักษณอ์ ักษร ให้ข้อมูลกบั ญาติ
ผปู้ ว่ ย
- พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าทีป่ ระเมินสภาพผูป้ ่วย เตรยี มเครื่อง HHHFNC เตรียมผ้ปู ว่ ย จดั ท่าผูป้ ่วย และ
ใหอ้ อกซิเจนชนดิ HHHFNC ตามคำสงั่ การรกั ษารายงานให้แพทยท์ ราบ เมอื่ พบอาการผดิ ปกติ
5. คำนิยามศัพท์
- HHHFNC คือ Heated Humidified High Flow nasal Canular เป็นการรักษาดว้ ยออกซเิ จน อตั รา
การไหลสงู จดั ท่าผู้ปว่ ย และสามารถปรบั ให้มีความชนื้ ท่ีเหมาะสมสำหรบั การหายใจ ชว่ ยให้การหายใจ และ
การแลกเปลย่ี นกา๊ ซของผปู้ ว่ ยดีข้นึ ลดอตั ราการใสเ่ ครื่องช่วยหายใจ ลดระยะเวลาในการรักษา
6. วิธีปฏิบัติ
Flow chart เร่อื งการพยาบาลผู้ป่วยทไ่ี ดร้ บั ออกซเิ จนชนิด HHHFNC
ผู้รบั ผิดชอบ Flow Chart เอกสารทเ่ี กยี่ วข้อง
พยาบาลวิชาชีพ การพยาบาลผปู้ ่วยท่ไี ด้รบั ออกซเิ จนชนดิ HHHFNC ใบคำสง่ั การรักษา
1. รบั คำสงั่ การรกั ษาของแพทย์
พยาบาลวิชาชีพ 2. อธบิ ายเหตุผลและขนั้ ตอน
พยาบาลวชิ าชพี 3. ลา้ งมอื ใหส้ ะอาด แนวปฏบิ ตั ิการล้างมือ
พยาบาลวิชาชพี
พยาบาลวิชาชพี 4. จัดเตรียมอปุ กรณ์
พยาบาลวิชาชพี
5. ตอ่ อปุ กรณต์ า่ งๆ
6. ตรวจสอบการทำงานของเคร่อื งช่วยหายใจ
พยาบาลวิชาชพี 7. ปฏบิ ัตกิ ารพยาบาลทารกท่ีใส่เคร่ืองชว่ ยหายใจแบบ
HHHFNC
พยาบาลวิชาชพี /ผู้ชว่ ยเหลือคนไข้ 8. เกบ็ อปุ กรณ์
พยาบาลวิชาชพี 9. ลงบนั ทึกในเอกสารทางการพยาบาล บันทกึ ทางการพยาบาล
และตรวจสอบคุณภาพตามเครือ่ งช้ีวัด
6. วิธปี ฏบิ ัติ รายละเอียดการปฏิบัตดิ ังนี้
6.1 คำสงั่ การรกั ษาของแพทย์
พยาบาลวชิ าชพี รบั คำสั่งการรักษาและอ่านคำส่ังการรักษาของแพทย์
6.2 อธบิ ายเหตุผลและขัน้ ตอน
กรณมี ีญาติ พยาบาลวิชาชพี อธบิ ายใหญ้ าตทิ ราบวตั ถปุ ระสงค์และวธิ กี ารให้ออกซิเจนชนดิ HHFNC แก่
ทารก
กรณไี ม่มีญาติพยาบาลวชิ าชพี อธิบายให้ญาติทราบวตั ถุประสงคแ์ ละวิธีการให้ออกซเิ จนชนิด HHFNC แก่
ทารก ทางโทรศัพท์
63. ลา้ งมือให้สะอาด
พยาบาลวชิ าชีพ ล้างมือใหส้ ะอาด 7 ข้นั ตอนตามเอกสารแนวทางปฏิบัติเรื่องการลา้ งมือ
6.4 จัดเตรยี มอปุ กรณ์
พยาบาลวิชาชีพ จัดเตรยี ม Set HHHFNC และอปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นการตอ่ เพอ่ื นำออกซเิ จนให้ทารกดังนี้
- ขนาดของ nasal canula มีเส้นผา่ นศูนย์กลางไม่เกิน 2 ใน 3 ของรจู มูกทารก
- เคร่อื งใหอ้ อกซิเจนชนดิ Airvo พร้อม Set
6.5 ตอ่ อปุ กรณ์ คือ ต่อสาย canula เขา้ กับ set เครื่อง Airvo โดยใส่ถงุ มือ Sterile ให้เรียบรอ้ ย
6.6 เปดิ เคร่ือง เลือก Mode ทารก ตรวจสอบการทำงานของเครื่อง Airvo เมื่อตรวจสอบเสรจ็ สิน้ แล้ว จงึ
นำมาตอ่ กบั ผ้ปู ว่ ย
6.7 ปฏบิ ัติการพยาบาลทารกท่ีไดร้ บั ออกซเิ จนชนิด HHHFNC
- ดูแลทางเดินหายใจโล่ง โดยการดูดเสมหะ ใชแ้ รงดันไมเ่ กิน 80-100 mmHg ในปาก และ ไมเ่ กิน 20
mmHg ในจมกู
- ประเมนิ การหายใจ ลมเข้าถึงชายปอด ลกั ษณะและอัตราการหายใจ
- ประเมนิ ภาวะขาดออกซิเจน ปลายมือ-เท้า ซดี เยน็ คล้ำ
- ประเมินสญั ญาณชีพ และ Monitor O2 sat
- ดูการปรบั ตง้ั คา่ เร่ิมใช้ตามการรกั ษาของแพทย์
- ยดึ ตรงึ สาย Nasal Canular กระชับรูจมกู เสมอ เฝา้ ระวังสายกดทับ
- ดูแลเพื่อส่งเสริมความสุขสบายใหก้ ับทารก ได้แก่ การจดั ท่า หอ่ ตัว
- เปล่ียนสายยางให้อาหารเป็น No.8 และเปดิ ปลายสายเพื่อระบายลม ลดภาวะท้องอืด
- บริเวณแกม้ 2 ข้าง ควรแปะ Tegaderm or Duoderm ก่อนตดิ พลาสเตอร์ทบั เพื่อป้องกันการ
ระคายเคือง
- Test nasal airflow
- เตมิ นำ้ ในหมอ้ น้ำให้อยู่ในระดับทกี่ ำหนดเสมอ เพ่ือให้มคี วามชน้ื ที่เหมาะสม
- ตรวจสอบไม่มกี ารอุดตันของอปุ กรณ์ หรอื การรวั่ ของออกซเิ จนในระบบรวมถึงอปุ กรณ์
6.8 เกบ็ อุปกรณ์ ลา้ งมือ
พยาบาลวชิ าชพี ผู้ชว่ ยเหลือคนไข้ เก็บอุปกรณ์เขา้ ที่
6.9 ลงบันทกึ ในเอกสารทางการพยาบาล
พยาบาลวิชาชีพ ลงบนั ทกึ ในเอกสารทางการพยาบาล
- ปริมาณออกซิเจนชนดิ HHHFNC ตามแผนการรกั ษาของแพทย์
- การดูแลทางเดนิ หายใจใหโ้ ล่ง
- ฟงั เสยี งลมในปอดประเมิน Air entry ว่ามี Continuous flow ผ่านถงึ ชายปอดเทา่ กนั ท้ัง 2 ขา้ ง
- ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนเพยี งพอประเมินจาก
อัตราการหายใจสม่ำเสมอ 40-60 ครงั้ ตอ่ นาที ไมม่ ีอาการแสดงของภาวะพร่องออกซเิ จน เชน่
ปกี จมกู บาน grunting retraction apnea cyanosis
อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ 12-160 ครั้งต่อนาที
ความดันโลหติ อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยไม่เปล่ียนแปลงจากเดิมรอ้ ยละ 20
สีผิว รมิ ฝปี าก ปลายมอื ปลายเท้าแดงดี
ผล Blood gas อยูใ่ นเกณฑ์ปกติ
Chest x-ray มกี ารขยายตวั ของปอดอยใู่ นเกณฑ์ปกติ
7. เครือ่ งชี้วดั คณุ ภาพ
7.1 เจ้าหน้าท่ีทางการพยาบาลปฏิบัติการพยาบาลผปู้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั ออกซเิ จนชนดิ HHHFNC อย่างถูกตอ้ ง
ตามแผนการรักษา
7.2 ผู้ป่วยไดร้ บั ออกซเิ จนตามแผนการรักษาทกุ ราย
8. เอกสารทเ่ี กย่ี วข้อง
8.15 ใบคำสั่งการรักษาของแพทย์
8.16 บนั ทกึ ทางการพยาบาล
8.17 แผ่นภาพแสดง การ On HHFNC
โรงพยาบาลพุทธชนิ ราช พษิ ณุโลก
ระเบยี บปฏิบัติงาน
เร่อื ง : แนวทางการดูแลผู้ปว่ ยทารกแรกเกิดทไ่ี ด้รับการใส่สาย UVC, UAC
ระเบยี บปฏิบัตเิ ลขท่ี : จำนวนหนา้ ท้งั หมด : 8 หนา้
ปรบั ปรงุ คร้งั ที่ : ทกุ 1 ปี
WI - NICU – 15
เร่ือง : การใสส่ าย UVC, UAC วนั บังคับใช้ : 1 มนี าคม 2565
วนั ทีป่ รบั ปรุง : 21 กมุ ภาพันธ์ 2565
สถานะของเอกสาร : ควบคมุ
ผ้จู ดั ทำ : นางสาวกมลชนก มากมา หัวหนา้ หอหนกั ทารกแรกเกิด 1
นางวธิ ศมน วฒุ ศิ ิรนิ กุ ูล หวั หน้าหอหนกั ทารกแรกเกิด 2
และคณะอนุกรรมการพฒั นาคุณภาพบริการพยาบาลกลุ่มงานการพยาบาลผปู้ ว่ ยหนัก
ผ้รู ับผดิ ชอบ ผ้อู นมุ ัติ
(นางสาวปญั ญา เถื่อนด้วง) (นางสาวปญั ญา เถือ่ นดว้ ง)
หัวหนา้ กลุ่มงานการพยาบาลผูป้ ว่ ยหนกั รกั ษาการในตำแหน่งหัวหนา้ พยาบาล
67. วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื เป็นแนวทางปฏิบตั สิ ำหรับพยาบาลในการดแู ลผู้ปว่ ยทารกแรกเกดิ ต้ังแต่ก่อน ขณะ หลงั ใส่
สายสวน จนกระท่งั ถอดสายสวน UVC, UAC
2. ผ้ปู ว่ ยปลอดภยั และไมเ่ กดิ ภาวะแทรกซ้อนจากการใสส่ ายสวน UVC, UAC
2. นโยบาย
ม่งุ ม่ันทจ่ี ะปฏิบัตกิ ารใหก้ ารพยาบาลในการช่วยแพทย์ใสส่ าย UVC, UAC ให้เป็นไปในแนวทาง
เดียวกนั อย่างถูกต้องและผู้ปว่ ยปลอดภยั จากภาวะแทรกซ้อน
3. ขอบเขต
- ใช้กบั ผปู้ ว่ ยท่ตี อ้ งได้รับการใส่สาย UVC, UAC ทุกราย
- เรม่ิ ตงั้ แต่รบั คำสั่งการรักษาจนถึงลงบันทึกในเอกสารทางการพยาบาลรวมถึงการตรวจคุณภาพตาม
เครือ่ งช้ีวัด และจนกระทั่งถอดสายสวนหลอดเลอื ด
4. ผรู้ ับผิดชอบ
- แพทย์ มหี น้าท่ี ประเมินสภาพผู้ป่วย วนิ ิจฉัยและสั่งการรกั ษาเป็นลายลักษณอ์ ักษร ควบคุมและ
ปฏิบัติการใส่สาย UVC, UAC ใหข้ ้อมูลแกญ่ าตผิ ู้ปว่ ย
- พยาบาลวชิ าชีพ มหี น้าที่ประเมินสภาพผูป้ ่วย เตรยี มอุปกรณ์ เตรียมผู้ปว่ ย ปฏิบตั ิการชว่ ยแพทย์ขณะ
ใสส่ าย UVC, UAC รายงานใหแ้ พทยท์ ราบถึงอาการผิดปกติ
- ผ้ชู ว่ ยเหลือคนไข้ มหี นา้ ที่ช่วยจัดทา่ ผ้ปู ่วย ปฏิบัตหิ นา้ ที่ตามทไ่ี ด้รับมอบหมายและเกบ็ อุปกรณ์
5. คำนิยามศัพท์
- UVC คือ การใสอ่ ุปกรณก์ ารแพทยท์ ี่มลี ักษณะเป็นสายสวนขนาดเล็กผา่ นทางสายสะดือเพ่ือเขา้ สู่
หลอดเลอื ดดำใหญ่ (Umbilical Vein Catheterization) โดยมีจุดประสงค์/ประโยชน์ของการทำ
หัตถการ เพื่อใหส้ ารนำ้ อาหาร รวมทงั้ ยาทม่ี คี วามเขม้ ขน้ สูง และเปน็ ช่องทางสำหรบั การดูดเลือดสง่
ตรวจโดยทารกไมต่ ้องเจ็บตวั บ่อยครง้ั
- UAC คอื การใส่อุปกรณ์การแพทย์ที่มีลกั ษณะเปน็ สายสวนขนาดเล็กผา่ นทางสายสะดือเพ่อื เข้าสู่
หลอดเลอื ดแดงใหญ่ (Umbilical Artery Catheterization) โดยมีจดุ ประสงค์/ประโยชนข์ องการทำ
หัตถการ เพ่ือเปน็ ช่องทางสำหรับการดดู เลือดสง่ ตรวจโดยทารกไม่ตอ้ งเจบ็ ตัวบอ่ ยคร้ัง
6. วิธีปฏิบัติ
ผรู้ ับผดิ ชอบ Flow Chart เอกสารที่เกี่ยวข้อง
การชว่ ยแพทยใ์ ส่สาย UVC, UAC และการดูแล
พยาบาลวิชาชีพ ใบคำสัง่ การรักษา
แพทย์/พยาบาลวชิ าชีพ 1. รบั คำส่งั การรักษาจากแพทย์
พยาบาลวิชาชีพ
พยาบาลวิชาชีพ 2. อธิบายเหตุผลและข้นั ตอน (กรณีมีญาตอิ ยู่
แพทย์ ด้วย)
3. เตรียมอุปกรณ์
4. เตรียมผปู้ ว่ ย
5. ปฏิบตั กิ ารใสส่ าย UVC, UAC
UAC
พยาบาลวชิ าชพี 6. ประเมินภาวะแทรกซอ้ น
หลังใส่สายสวนหลอดเลอื ด
No Yes
พยาบาลวิชาชีพ/ 6.1 รวบรวมข้อมลู
ผชู้ ่วยเหลือคนไข้
7. เกบ็ อปุ กรณ์
6.2 รายงานแพทย์
พยาบาลวชิ าชีพ 8. ลงบนั ทกึ ในเอกสารทางการพยาบาล บันทกึ ทางการพยาบาล
พยาบาลวิชาชีพ 9. การดูแลหลังไดร้ ับการใส่ UVC, UAC
- การปอ้ งกนั และเฝา้ ระวงั ภาวะแทรกซอ้ นหลงั ใสส่ ายสวน
- การให้สารน้ำ
- การดดู เลือดส่งตรวจ
รายละเอยี ดการปฏิบัติการช่วยแพ- ทกายรใ์ ทสำส่ คาวยามUสะVอCาด, สUะAดือC
- การถอดสายสวน
1. รบั คำส่งั การรักษาของแพทย์
- พยาบาลวชิ าชีพ รับคำสัง่ การรักษาจากแพทย์เป็นลายลักษณ์อักษร
2. อธิบายเหตุผลและขัน้ ตอน (กรณีมญี าติอย)ู่
- แพทย์และพยาบาลวิชาชีพ อธิบายให้ญาติของผ้ปู ว่ ยทราบถงึ สาเหตุความจำเปน็ และผลดี ผลเสยี ของ
การ ใส่สายสวนหลอดเลือดทางสะดอื ให้แกผ่ ู้ปว่ ย
3. พยาบาลวิชาชพี เตรียมอุปกรณ์ ประกอบดว้ ย
- สาย umbilical catheter ขนาด 5F (สำหรบั ใส่ UVC) หรอื ขนาด 3.5F (สำหรับใส่ UAC)
- Set Umbilical catheter
- 3-way stopcock 2 อนั
- syringe ขนาด 10 ml 2 อัน
- ชุดเส้ือคลุมแพทย์
- ถงุ มอื sterile 2 คู่
- ใบมดี
- เขม็ disposable No.18
- 0.9% NSS
4. เตรยี มผู้ปว่ ย
- พยาบาลวชิ าชีพ วางทารกใต้ radiant warmer จดั ทารกให้อยใู่ นทา่ นอนหงาย ตรงึ ทารกและขาท้ัง
สองขา้ งให้อยู่คงที่
- แพทย์ ทำความสะอาดบรเิ วณสะดอื และผิวหนงั รอบๆด้วย 10% providine iodine ผสมกับ 0.9%
NSSอัตราส่วน 1:1 (Preterm BW<1,000 gm) หรอื ใช้ 2% chlohexidine in 70% Alcohol (Preterm,
Term BW>1,000 gm)
5. ปฏิบตั ิการใส่สาย UVC, UAC
- แพทย์ คำนวณความลึกของการใส่สายสวนหลอดเลือดสะดือ โดย
สูตรคำนวณความลกึ ของ UAC(cm) =3BW+9
สตู รคำนวณความลกึ ของ UVC(cm) ={(3BW+9)/2}+1
- แพทย์ ล้างมอื ตามขั้นตอน ใส่หมวกคลมุ ปิดปากและจมูกด้วย mask หลงั จากน้ันลา้ งมอื ตาม
ขั้นตอนอกี ครงั้ สวมเสอื้ คลมุ และถงุ มือปราศจากเชอื้
- ทำความสะอาดผวิ หนงั บริเวณรอบสะดือและสายสะดอื ดว้ ยนำ้ ยาฆา่ เชื้อ 2% chlohexidine in
70% Alcohol และคลมุ ผ้า sterile บนตวั ทารกทง้ั 4 ด้าน
- ตัดสายสะดอื ให้ผิวหนา้ ตัดเรียบและเหลอื ความยาวประมาณ 1 ซม. จากฐานของสายสะดอื ด้วย
ใบมีด
- เตรียมสาย umbilical catheter ขนาดเหมาะกบั ทารกโดยต่อด้านปลายเปิดเขา้ กบั 3-way
stopcock และหล่อสาย catheter ใหเ้ ต็มดว้ ย 0.9% NSS
- ใช้ micro forceps จับปลายสายสะดอื ให้อยู่ในลกั ษณะตง้ั ฉากกับผนงั หนา้ ท้องและตรวจหา
umbilical vein ซ่งึ จะมี 1 เส้น มักอยู่ทางขอบนอกของสายสะดอื ลักษณะผนังบางกว่าและขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กวา่ umbilical artery ท่มี ี 2 เสน้
- ทำการ remove เศษก้อนเลอื ดทแ่ี ขง็ ตวั และอดุ ปากรูของเสน้ เลอื ดออกสอดใส่ ถ่างขยายรขู อง
umbilical vein ดว้ ย micro forceps และสอดใส่สาย umbilical catheter อยา่ งนุ่มนวลให้ปลายสาย
catheter พุ่งไปทางศีรษะของทารก
- ต่อปลายสายอีกดา้ นหนง่ึ ของ umbilical catheter ทมี่ ี 3- way stopcock เข้ากับสาย และขวดน้ำ
สารละลายทเี่ ตรียมไว้ ทำการไลฟ่ องอากาศที่คา้ งอย่ใู นสายให้หมดก่อนเร่ิมใหส้ ารนำ้ เขา้ ส่รู ่างกาย
- ผกู รูดไหมทเ่ี ย็บคลอ้ งสายสะดือไวใ้ ห้แนน่ เพ่ือป้องกนั เลอื ดไหลซึมจากสายสะดือและป้องกันการ
เลอ่ื นหลุดของสาย umbilical catheter
- พยาบาลวิชาชพี ทำการยดึ สาย umbilical catheter ให้อยู่คงทโี่ ดยใช้เทปกาวยึดระหวา่ งสาย
catheter และผนังหน้าท้อง ดังภาพ
6. ประเมินอาการและอาการแสดงของผปู้ ว่ ยท่มี ภี าวะแทรกซ้อนหลงั การใสส่ ายสวนหลอดเลอื ดสะดือ
- พยาบาลวชิ าชีพ ดูแลป้องกันภาวะ Thrombosis or embolic phenomenon โดยดูแลไมใ่ ห้มี air
ในสายสวนหลอดเลือดพร้อมท้ังสังเกตอาการผดิ ปกติ ไดแ้ ก่ ขาท้ังสองขา้ งคลำ้ ชพี จรเบา เป็นตน้
- ประเมินอาการแสดงถงึ ภาวการณต์ ิดเชื้อ ไดแ้ ก่ ซมึ มีไข้ ตวั เย็น ท้องอืด สัญญาณชีพเปลยี่ นแปลง
อาเจยี น รวบรวมข้อมูลและรายงานใหแ้ พทย์ทราบ
7. เก็บอุปกรณ์ ผูช้ ว่ ยเหลือคนไข้ เกบ็ อุปกรณ์เขา้ ท่ีให้เรยี บร้อย พยาบาลวิชาชพี ลงบันทึกอาการและ
อาการแสดงของผ้ปู ว่ ยขณะและหลงั ใส่สายสวนหลอดเลอื ดสะดือในบนั ทึกทางการพยาบาล
8. ติดตาม Film เพ่อื ดูตำแหนง่ สายสวนหลอดเลอื ด โดย ตำแหน่งท่เี หมาะสมของ UVC คือ Just
above diaphragm และ UAC คอื T6 - T9
การดูแลและปอ้ งกันภาวะแทรกซ้อนหลงั การใสส่ ายสวนหลอดเลือด โดยประเมนิ ดงั น้ี
1. อาการแสดงถงึ ภาวการณ์ตดิ เช้ือ ได้แก่ ซึม มีไข้ ตัวเย็น ทอ้ งอดื สัญญาณชีพเปลีย่ นแปลง อาเจยี น
เปน็ ตน้
2. ป้องกนั ภาวะ Thrombolic or embolic phenomenon โดยดแู ลไม่ให้มี air ในสายสวนหลอดเลอื ด
พรอ้ มทง้ั สังเกตอาการผดิ ปกติ ไดแ้ ก่ ขาท้ังสองข้างคล้ำ ชพี จรเบา เป็นต้น
3. ดูแลใหส้ ายสวนหลอดเลอื ดอยูใ่ นตำแหน่งทีเ่ หมาะสมเพื่อป้องกันภาวะ Hepatic necrosis เนอื่ งจาก
ใสส่ าย umbilical catheter เขา้ ไปใน portal vein และ อาจทำใหเ้ กิด portal hypertension ใน
ภายหลังได้ โดยการติดตามผล X-ray
4. สังเกตอาการหวั ใจเต้นผิดจงั หวะ เน่อื งจากใส่สาย umbilical catheter ลกึ เกนิ ไปถึงหวั ใจ
5. ดูแลและป้องกนั ภาวะ necrotizing enterocolitis โดยสงั เกตอาการผดิ ปกติ เชน่ ท้องอืด อาเจยี น
ซมึ มไี ข้ ตวั เยน็ จากการคาสาย umbilical venous catheter ไวน้ านเกนิ 24 ชม.
แนวทางการใหส้ ารนำ้ ในทารกที่ใส่สายสวนทางหลอดเลือด
1. รบั คำส่ังแพทยโ์ ดยพยาบาลวชิ าชีพ
2. สารนำ้ ทจ่ี ะใหโ้ ดยเช็คกบั คำสงั่ แพทย์
3. เตรยี มอุปกรณ์ ไดแ้ ก่
3.1 ปถู าดดว้ ยผา้ สีเ่ หลย่ี ม sterile โดยยึดหลักเทคนิคปลอดเช้ือ
3.2 ภายในถาดประกอบด้วย
- Set IV ( micro drip )
- ผา้ สเ่ี หลยี่ ม sterile 1 ผนื
- กอ๊ ส สำหรับพันรอบขอ้ ต่อ
3.3 ถุงมอื sterile
3.4 Transpore/micropore
3.5 สารน้ำทจ่ี ะให้
4. วิธีปฏบิ ตั ิ
4.1 ตรวจสอบชื่อ-สกุลผู้ป่วย กบั สารน้ำท่ีจะให้ทางหลอดเลือด
4.2 อธบิ ายเหตผุ ลการใหน้ ้ำทางหลอดเลือดและขั้นตอนการให้กรณมี ญี าติ
4.3 ล้างมือก่อนให้สารนำ้ อยา่ งถูกต้องตามหลัก
4.4 เปดิ set ท่เี ตรียมไว้สำหรบั ใหส้ ารนำ้
4.4.1 พยาบาลคนท่ี 1 สวมถุงมือ sterile
4.4.2 พยาบาลคนท่ี 2 เช็ดทำความสะอาดปากขวดสารนำ้ ทจ่ี ะให้ และสง่ ให้พยาบาลคนท่ี 1
ใช้ Set IV (microdrip) ต่อลงขวดสารน้ำทจี่ ะให้ และไลส่ าย ใหพ้ ยาบาลคนท่ี 2 นำขวดสารนำ้ ทีจ่ ะให้
แขวนทเ่ี สานำ้ เกลือ โดย Set IV ส่วนท่ีจะตอ่ กบั ผู้ปว่ ย อย่ใู นถาดทีป่ ูผา้ Sterile อยู่
4.4.3 พยาบาลคนที่ 1 นำผ้าสีเ่ หลยี่ ม sterile ทอี่ ยู่ใน Set มาปูวางบรเิ วณท่ีจะตอ่ สารน้ำทจ่ี ะ
ให้กบั สายสวนหลอดเลอื ด เข้ากับผปู้ ว่ ย และพยาบาลคนท่ี 2 เปน็ ผ้ถู ือ สายสารน้ำเก่า เพอ่ื ให้พยาบาลคน
ที่ 1 เชด็ ทำความสะอาด ปลดข้อต่อ และนำชุดขอ้ ต่อสารน้ำใหมม่ าต่อให้กบั ผู้ปว่ ยและปรบั อตั ราการไหล
ตามแผนการรักษา และนำก๊อสมาปดิ รอบบริเวณขอ้ ต่อ ปดิ ด้วย Transpore
4.4.4 พยาบาลคนท่ี 1 ถอดถุงมือ และเก็บอุปกรณ์
4.5 ลา้ งมอื หลงั ใหส้ ารอาหารทางหลอดเลอื ดดำอย่างถูกต้องตามหลัก
4.6 สงั เกตอาการหลังให้สารน้ำ
4.7 ลงบนั ทึกในแบบบันทกึ ทางการพยาบาล หรือในใบบนั ทึกการให้สารนำ้
แนวทางในการดดู เลือดจากสาย umbilical catheter เพือ่ สง่ ตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการ
1. รบั คำสั่งแพทย์โดยพยาบาลวชิ าชพี
2 พยาบาลวิชาชพี ตรวจเช็คชอ่ื ผ้ปู ว่ ย
3. เตรียมอปุ กรณ์ ไดแ้ ก่
3.1 ถงุ มือ sterile
3.2 ผ้าส่เี หลีย่ ม sterile 1 ผืน
3.3 Syringe plastic ขนาด 3 ml ดดู 0.9%NSS ไว้
3.4 Syringe plastic ขนาด 1 ml หรอื 3 ml เพ่อื ใช้สำหรบั ดูดเลอื ด
3.5 สำลชี บุ 70% alcohol จำนวน 1-2 กอ้ น
4. วธิ ปี ฏบิ ัติ
4.1 ตรวจสอบช่อื -สกลุ ทีไ่ ดร้ บั การดดู เลือดจากสาย umbilical catheter
4.2 อธิบายเหตผุ ลการดดู เลอื ดจากสาย umbilical catheter ให้กรณมี ญี าติ
4.3 ลา้ งมือกอ่ นดูดเลือดจากสาย umbilical catheter อย่างถูกต้องตามหลกั
4.4 ปูผ้าสี่เหล่ียม sterile
4.5 สวมถงุ มือ sterile
4.6 เช็ดบรเิ วณข้อต่อสาย umbilical catheter ดว้ ยสำลชี ุบ 70% alcohol โดยใช้เทคนคิ Scrub
the hub (เปน็ เวลาอยา่ งนอ้ ย 15 วนิ าที ทิง้ ไว้ให้แหง้ อยา่ งน้อย 30 วนิ าที)
4.7 ใช้ syringe พลาสตกิ ขนาด 3 ml ดูดสารน้ำ/เลือดออกจากสาย umbilical catheter จำนวน
0.5-1 ml (ตามจำนวนสารน้ำที่อยใู่ นสาย) ปลดออกและใชเ้ ข็ม disposable ปิดปลาย syringe ไว้
4.8 ใช้ syringe ขนาด 1 ml หรอื 3 ml ดดู เลอื ดที่จะใช่ส่งตรวจออกตามจำนวนทต่ี ้องการ
4.9 นำ syringe ท่ดี ดู สารนำ้ /เลอื ดออก (ตามข้อ 4.7) push คืนไป และใช้ syringe ขนาด 3 ml ที่
ดดู 0.9% NSS เตรียมไว้ push สารละลายเขา้ ไปในสาย umbilical catheter เพอื่ เปน็ การไลเ่ ลอื ดหรือ
สารนำ้ ในสาย (push-pause technique) umbilical catheter ระวงั ไมใ่ ห้มี air หรอื clot blood เข้า
ไปในผปู้ ่วย
4.10 เช็ดบริเวณข้อตอ่ สาย umbilical catheter ดว้ ยสำลีชุบ 70% alcohol อกี คร้ังและต่อกับสายท่ี
ใหส้ ารนำ้
4.11 ถอดถุงมือ และเกบ็ อุปกรณ์
4.12 ล้างมอื
4.13 ลงบันทึกในแบบบนั ทึกทางการพยาบาล
แนวทางในการดแู ลความสะอาดสะดือในทารกทรี่ ับการใสส่ ายสวนทางหลอดเลือด
1. เตรยี มอุปกรณ์ ได้แก่
1.ไมพ้ นั สำลี 6 อนั
2. 70% alcohol
2. วิธีปฏบิ ตั ิ
1. ลา้ งมอื อย่างถูกขัน้ ตอนก่อนเชด็ สะดือ
2. นำไม้พนั สำลี 6 อนั ชบุ ดว้ ย 70% alcohol เช็ดสะดือโดย
2.1 ไม้พันสำลีอันท่ี 1 เชด็ บริเวณโคนสะดือและวนออกเปน็ วงกวา้ งขา้ งละ3นวิ้
2.2 ไมพ้ นั สำลอี นั ที่ 2 ,3 ,4 ,5 เชด็ บรเิ วณดา้ นขา้ งสะดือทง้ั 4 ดา้ น ในแนวตรงจากโคน
สะดอื ไปปลายสะดือ
2.3 ไม้พันสำลอี นั ท่ี 6 เช็ดบรเิ วณปลายตัดสะดือวนรอบและไล่ไปตามสายสวนหลอดเลือด
3. ล้างมืออยา่ งถกู ขั้นตอนหลังเชด็ สะดือ
4. ดูแลความสะอาดสะดือในทารกทรี่ ับการใสส่ ายสวนทางหลอดเลือดทุกเวรเวรละคร้ังและ
สังเกตอาการ
หมายเหตุ : กรณีแพทย์ตัดสายสะดือสนั้ มากจนถึงโคนสะดือใหเ้ ชด็ บรเิ วณโคนสะดือและวนออกเปน็ วง
กว้างข้างละ 3นว้ิ เชด็ จนสะอาด และเชด็ บริเวณสายสวนหลอดเลือดจากสะดือไปตามสาย
แนวทางในการถอดสายสวนหลอดเลือด
1. สาย UVC ถอดสายสวนเมื่อครบ 7 วนั
2. สาย UAC ถอดสายสวนเมื่อครบ 5 วัน
3. ถอดทันทเี ม่ือพบมกี ารติดเชือ้ CABSI
4. แพทยเ์ ปน็ ผู้ถอดสายสวน
7. เคร่ืองช้ีวัดคุณภาพ
7.1 ผปู้ ่วยได้รบั การใส่สายสวนหลอดเลอื ดสะดืออยา่ งถูกต้อง
7.2 ผู้ป่วยไดร้ ับความปลอดภยั และไม่มภี าวะแทรกซ้อนจากการใส่สายสวนหลอดเลือดสะดอื ท้ังในระยะ
ใส่และหลังใส่
8. เอกสารท่ีเก่ียวข้อง
8.1 ใบคำสงั่ การรักษา
8.2 บันทึกทางการพยาบาล
8.3 แผน่ ภาพแสดงวิธกี ารให้สาร Surfactant
9. เอกสารอา้ งองิ
Johann DA, De Lazzari LSM, Pedrolo E, Mingorance P, De Almeida TQR, & Danski MTR. (2012).
Peripherally inserted central catheter care in neonates: an integrative literature
review. Rev Esc Enferm USP; 46, 1502-10.
โรงพยาบาลพุทธชนิ ราช พษิ ณโุ ลก
ระเบียบปฏิบัติงาน
เรอ่ื ง : แนวปฏิบตั ิการพยาบาลในการป้องกันการติดเชอื้ ปอดอกั เสบท่ีสัมพันธก์ ับการใช้
เคร่ืองชว่ ยหายใจในทารกแรกเกิดวิกฤต ( VAP)
ระเบียบปฏิบัตเิ ลขที่ : จำนวนหนา้ ท้งั หมด : 11 หน้า
WI - NICU – 16 ปรบั ปรุงครงั้ ท่ี : ทุก 1 ปี
เรื่อง : แนวปฏบิ ตั ิการพยาบาลในการปอ้ งกันการติด วันบังคบั ใช้ : 1 มนี าคม 2565
วนั ท่ปี รับปรงุ : 21 กุมภาพันธ์ 2565
เชอ้ื ปอดอักเสบทีส่ ัมพนั ธก์ ับการใชเ้ ครอื่ งช่วยหายใจใน สถานะของเอกสาร : ควบคมุ
ทารกแรกเกิดวกิ ฤต
ผจู้ ัดทำ : นางสาวกมลชนก มากมา หัวหน้าหอหนกั ทารกแรกเกิด 1
นางวธิ ศมน วุฒศิ ิรินุกูล หัวหน้าหอหนกั ทารกแรกเกิด 2
และคณะอนุกรรมการพฒั นาคุณภาพบริการพยาบาลกลุม่ งานการพยาบาลผปู้ ว่ ยหนัก
ผรู้ ับผดิ ชอบ ผอู้ นุมตั ิ
(นางสาวปญั ญา เถื่อนดว้ ง) (นางสาวปัญญา เถอ่ื นดว้ ง)
หัวหนา้ กลุ่มงานการพยาบาลผู้ปว่ ยหนกั รกั ษาการในตำแหนง่ หัวหน้าพยาบาล
1. วตั ถปุ ระสงค์
เพอื่ เป็นแนวทางในการปฏบิ ตั ิการดแู ลผปู้ ่วยทารกวกิ ฤตในการป้องกันการการติดเชื้อปอดอักเสบ ที่
สมั พนั ธ์กบั การใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจ
2. นโยบาย
1) บุคลากรทางการพยาบาลดแู ลป้องกันการการตดิ เชอื้ ปอดอักเสบที่สัมพันธก์ ับการใช้เครื่องช่วย
หายใจในผปู้ ่วยทารกวิกฤตเป็นไปในแนวทางเดยี วกนั
2) ลดอบุ ตั ิการณ์การเกิดการติดเชือ้ ปอดอกั เสบที่สมั พนั ธ์กับการใช้เครื่องชว่ ยหายใจในผู้ป่วยทารก
วิกฤต
3. ขอบเขต
ใชก้ ับผ้ปู ่วยที่ใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจและไดร้ ับเครอื่ งชว่ ยหายใจโดยเริ่มต้ังแต่ใส่ท่อชว่ ยหายใจจนถอดท่อ
ช่วยหายใจ
4. ผรู้ ับผดิ ชอบ
1) พยาบาลวิชาชพี ทำหน้าที่ดูแล ใชแ้ นวปฏิบัตกิ ารพยาบาลในการปอ้ งกนั ปอดอกั เสบท่สี มั พันธ์กับ
การใช้เครอ่ื งช่วยหายใจในผปู้ ่วยทารกวกิ ฤต
2) ผูช้ ว่ ยเหลอื คนไข้ ทำหนา้ ที่เตรยี มอุปกรณ์และเป็นผู้ชว่ ยพยาบาลในกิจกรรมท่ีใชบ้ ุคลากรตัง้ แต่ 2
คนข้ึนไป
5. คำนยิ ามศพั ท์
อบุ ัติการณ์การเกดิ ปอดอักเสบทส่ี มั พันธ์กบั การใชเ้ คร่ืองชว่ ยหายใจ (Ventilator-Associated
Pneumonia : VAP) หมายถึง การติดเชอ้ื ในโรงพยาบาล (Nosocomial infection) ที่พบในผูป้ ่วยทารกแรก
เกดิ ท่ีไดร้ ับการใส่ท่อชว่ ยหายใจและเคร่ืองช่วยหายใจภายหลงั 48 ชว่ั โมงหรือหลังเอาท่อช่วยหายใจออกไม่
เกิน 48- 72 ชัว่ โมง
อตั ราการติดเชอ้ื ปอดอักเสบที่สมั พนั ธ์ = จำนวนครั้งของการติดเช้อื x 1,000
กับการใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจ จำนวนวนั รวมทใี่ ช้เครอื่ งช่วยหายใจ