The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Neonatal intensive care unit1, 2022-07-07 00:39:34

WI มาตรฐาน

WI มาตรฐาน

6. วิธีการปฏบิ ตั ิ

แนวปฏิบัตกิ ารพยาบาลในการป้องกันการติดเช้อื ปอดอักเสบท่สี มั พันธก์ ับการใช้เคร่ืองช่วยหายใจ
ในทารกแรกเกิดวิกฤต

โดยใช้แนวปฏบิ ตั ิ WHAP-O ประกอบด้วย 5 หมวด มกี ิจกรรมยอ่ ย 43 กจิ กรรม ได้แก่

1. Weaning การหย่าเครื่องช่วยหายใจ ประกอบด้วยกจิ กรรมทเี่ กย่ี วข้อง 4 กจิ กรรม ได้แก่ 1) การ
Weaning Oxygen คือการลดออกซเิ จนตามแนวทางปฏบิ ัติ 2) การประเมินการถอดอุปกรณเ์ ครื่องชว่ ย
หายใจออกจากผปู้ ว่ ยใหเ้ ร็วท่ีสดุ ตามข้อบง่ ช้ีทางคลนิ ิก 3) การดแู ลผูป้ ว่ ยหลังถอดท่อช่วยหายใจ และ 4) การ
ประเมนิ การใช้ Non-invasive Ventilator หลังถอดทอ่ ช่วยหายใจ ซงึ่ มีกจิ กรรมย่อยรวม 5 กจิ กรรม

2. Hand hygiene คือ การทำความสะอาดมือ ด้วยสบู่ นำ้ ยา หรือแอลกอฮอล์ตามข้นั ตอนของ
WHO guidelines ประกอบดว้ ย กิจกรรมการลา้ งมือกอ่ นและหลงั ให้การพยาบาลท่ีเกีย่ วข้องจำนวน 12
กจิ กรรม

3. Aspiration precaution คอื การป้องกันการสำลกั ประกอบดว้ ย การป้องกนั การสำลักจากการใส่
ทอ่ ชว่ ยหายใจ 5 กิจกรรม และการป้องกันการสำลกั จากการใหอ้ าหารทางสายยาง 6 กิจกรรม

4. Prevent contamination การป้องกนั การปนเป้ือนเชอื้ จากอุปกรณแ์ ละการปฏบิ ตั ิของบคุ ลากร
สขุ ภาพ ประกอบด้วย การดูดเสมหะ 7 กิจกรรม และการดูแลผู้ปว่ ยใชเ้ คร่ืองชว่ ยหายใจและอปุ กรณช์ ่วย
หายใจ 8 กจิ กรรม

5. Oral care การดแู ลความสะอาดช่องปาก โดยใช้ NSS หรือ ใช้ Colostrum ในรายทีม่ นี ำ้ นม
มารดา 2 กิจกรรม

รายละเอียดการปฏบิ ตั มิ ดี ังต่อไปนี้

หมวดที1่ Weaning การหย่าเครื่องชว่ ยหายใจ

กิจกรรม กิจกรรมยอ่ ย

1. Weaning Oxygen คือ การลดออกซิเจนตาม 1) ถา้ FiO2 > 0.4 ใหป้ รับลด FiO2 ทใ่ี หค้ รง้ั ละ 0.05

แนวทางปฏิบัติ : ระดบั ความอ่มิ ตัวของออกซเิ จน ทกุ 15 นาที

ในเลอื ด (Oxygen Saturation) > 95% 2) ถา้ FiO2 < 0.4 ให้ปรับลด FiO2 ที่ให้ครั้งละ 0.02

– 0.03 ทุก 15 นาที

2. การประเมินการถอดอุปกรณ์เคร่ืองชว่ ยหายใจ 1) มกี ารประเมนิ ตามเกณฑ์ ดังนี้

ออกจากผู้ป่วยให้เรว็ ท่ีสดุ ตามขอ้ บง่ ช้ีทางคลินกิ - อาการของโรคท่ีทำให้ต้องใชเ้ ครอื่ งชว่ ยหายใจดขี ้นึ

(มีการประเมนิ ตามใบประเมินทกุ วัน เวรเชา้ ) - ความร้สู ึกตวั ดี ไมม่ ภี าวะสมองบวม

- ไมไ่ ด้รบั muscle relaxant /sedative drugs

- Vital sign stable; normothermia (BT 36.8-37.2

องศาเซลเซยี ส), RR< 60/min, BP ปกต,ิ HR 100-

160/min

- Oxygen saturation ได้ตามทกี่ ำหนด

- ไอไดด้ ี

- ความถี่ในการดูดเสมหะ

< 2ครั้งใน 2 ชัว่ โมง

- Lungs: good air entry ไม่มีปอดแฟบ

- ไมใ่ ช้ inotropic drug ขนาดสงู เซน่ dopamine ≤

5 microgram/kg/min

- ใช้ Ventilator setting ตำ่ : FiO2< O. 4, PIP ≤ 15,

PEEP ≤ 4, rate ≤ 40/min

3. กรณผี ปู้ ว่ ยถอดทอ่ ช่วยหายใจ : การดูแลผปู้ ว่ ย 1) เฝา้ ระวังและสังเกตอาการอยา่ งใกล้ชดิ รวมถงึ sign

หลังถอดท่อช่วยหายใจ of upper airway obstruction ถา้ พบผิดปกติ

ดงั ตอ่ ไปนร้ี ายงานแพทย์

- เสียง stridor กระสับกระส่าย ,

- ปีกจมกู บาน ใช้กลา้ มเน้ือในการหายใจมากขน้ึ

- ซมึ , ตัวเย็น

กิจกรรม กจิ กรรมยอ่ ย

4. ประเมนิ การเลือกใช้ Non-invasive - เขียว ไมต่ อบสนองตอ่ การใหอ้ อกซิเจน
Ventilator หลงั ถอดท่อช่วยหายใจ - มี sign of upper airway obstruction ทรี่ ุนแรง
(ประเมนิ เฉพาะในเวรท่ีถอดท่อชว่ ยหายใจ มากข้นึ (ไมต่ อบสนองต่อการรักษา)
เท่านัน้ ) 2) Record vital sign ทกุ 15 นาที จนครบ 1 ช่ัวโมง
และเม่ืออาการปกติ ประเมินทุก 1 ชั่วโมงตามมาตรฐาน
การดูแล ถ้าพบผิดปกตดิ งั ต่อไปนี้รายงานแพทย์
- RR > 60/min or < 40/min or apnea
- HR >160/min or เพ่ิมข้ึนจากเดมิ 20/min
- SBP เพิม่ ขึ้นจากเดมิ 20mmHg หรือ BP drop
- Oxygen saturation < 90% ขณะให้ออกซิเจน
- Nasal Prong สลบั Nasal mask
- Heated humidified high flow nasal cannula
(HHHFNC)
- Room air

หมวดท่ี 2 Hand hygiene คอื การทำความสะอาดมอื ด้วยสบูแ่ ละน้ำ / น้ำยาฆ่าเชือ้ และนำ้ หรือalcohol-
based hand rubs ตามขัน้ ตอนของ WHO guidelines

กิจกรรม กิจกรรมยอ่ ย

1. การทำความสะอาดมือ 5 โอกาส 1) ก่อนสัมผัสผู้ป่วย
(5 movement) 2) ก่อนการทำหัตถการ
3) หลังสมั ผัสเลอื ด สารคดั หลั่ง และ body fluid จาก
2. การทำความสะอาดมอื ตามหลัก 7 ขนั้ ตอน ร่างกายผูป้ ่วย
โดยกำหนดแนวปฏิบตั ิ 4) หลังสัมผัสผ้ปู ว่ ย
5) หลงั สัมผสั ส่งิ แวดล้อมรอบตวั ผูป้ ่วย
ใหเ้ ปดิ นำ้ ผา่ นมือและกดน้ำสบูห่ รือน้ำยาถูจนเกิดฟองจากนน้ั
ถูมอื ตามหลกั 7 ข้ันตอน
1) ใชฝ้ ่ามอื ถฝู ่ามอื 5 ครงั้

กิจกรรม กิจกรรมย่อย

2.1 กรณที ี่มีการสมั ผสั เลอื ดหรือสง่ิ คัดหล่ังต่างๆ 2) ใชฝ้ ่ามือถูหลงั มือ และใชน้ ้ิวถูชอกนวิ้ มอื ด้านหลังสลับท้งั

ใหใ้ ช้การทำความสะอาดมือ ดว้ ยสบู่และน้ำ / ทำทั้ง2ข้าง ข้างละ 5 คร้ัง

นำ้ ยาฆา่ เช้อื และน้ำเท่าน้ัน 3) ใช้ฝา่ มอื ถฝู ่ามือ และใช้นว้ิ ถชู อกนวิ้ มือดา้ นหนา้ สลับทง้ั ทำ

2.2 กรณีท่ไี ม่มีการสัมผัสเลอื ดหรอื สงิ่ คัดหล่งั ท้งั 2ข้าง ข้างละ 5 คร้ัง

ต่างๆ ใหใ้ ชก้ ารทำความสะอาดมือ ด้วยสบูแ่ ละน้ำ 4) ใชห้ ลังมอื ถฝู ่ามือ สลับท้งั ทำทั้ง2ข้าง ข้างละ 5 คร้งั

/ น้ำยาฆา่ เชื้อและน้ำ หรอื alcohol-based hand 5) ถนู ิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝา่ มือ สลับทง้ั สองขา้ ง ข้างละ 5

rubs ปริมาณ 3 -5 ซซี ี. ครง้ั

(ใชเ้ วลาการล้างมือไม่น้อยกวา่ 20 วินาที) 6) ใช้ปลายน้วิ ถูและลายเส้นฝามือ สลบั ทัง้ ทำท้ัง2ข้าง ขา้ งละ

5 ครง้ั

7) ถูรอบขอ้ มือ สลับทง้ั ทำท้ัง2ข้าง ขา้ งละ 5 คร้ังแลว้ ลา้ ง

ออกด้วยนำ้ สะอาด ใช้ผา้ เชด็ มอื ให้แห้งก่อนไปทำหัตถการ

3. กจิ กรรมท่เี กีย่ วข้องกับการล้างมอื ก่อนและหลงั 1. กจิ กรรมดดู เสมหะ

ให้การพยาบาลเพื่อลดการติดเชอ้ื ปอด 1) ก่อนใส่ถุงมือดูดเสมหะ

อักเสบท่สี ัมพันธ์กับการใช้เคร่ืองชว่ ยหายใจ 2) หลังถอดถงุ มอื ดูดเสมหะ

2. กจิ กรรมให้อาหารทางสายยาง

1) กอ่ นให้อาหารทางสายยาง

2) หลังใหอ้ าหารทางสายยาง

3. กจิ กรรมพลิกตะแคงตวั

1) ก่อนพลิกตะแคงตวั

2) หลงั พลิกตะแคงตวั

4. กจิ กรรม Oral care

1) กอ่ น Oral care

2) หลงั Oral care

5. กิจกรรมเตรยี มช่วยแพทย์ใส่ทอ่ ชว่ ยหายใจ

1) ก่อนเตรียมอุปกรณห์ รือผู้ปว่ ยชว่ ยแพทย์ใส่ ETT

2) หลังเก็บอุปกรณช์ ่วยแพทย์ใส่ ETT

6. กิจกรรมตอ่ เซต็ เคร่ืองช่วยหายใจ

1) กอ่ นต่อเซ็ตเคร่ืองชว่ ยหายใจ

กจิ กรรม กจิ กรรมย่อย

2) หลงั ต่อเซ็ตเคร่ืองช่วยหายใจ

หมวดท่ี 3 Aspiration precaution การป้องกันการสำลัก

กิจกรรม กิจกรรมย่อย

1. การปอ้ งกันการสำลกั จากการใส่ท่อช่วยหายใจ 1) จัดนอนศรี ษะสงู 15- 30 องศาตลอดเวลาหากไมม่ ีข้อ

ห้าม

2) เทนำ้ ในข้อต่ออปุ กรณเ์ คร่ืองช่วยหายใจท้ิงเม่ือพบมี

น้ำขังและกอ่ นเปลย่ี นทา่ ผปู้ ว่ ยทุกครงั้

3) จดั ทา่ นอนโดยพลิกตะแคงตวั ทุก 3 ชวั่ โมง

4) กรณผี ู้ปว่ ยใส่ท่อชว่ ยหายใจชนิดมี Cuff มีการ

ประเมิน cuff pressure 15 - 25 mmHg อยา่ งน้อย

เวรละ1ครง้ั

5) การถอดท่อช่วยหายใจ กรณีมี Cuff ก่อนปลอ่ ยลม

จาก Cuff ต้องดูดเสมหะให้ลึกถงึ ชอ่ งคอ เพื่อขจดั

เสมหะบริเวณเหนือ Cuff ป้องกันการสำลกั

2. การป้องกนั การสำลกั จากการใหอ้ าหารทาง 1) กรณใี ห้อาหารทางสายยางให้ดแู ลทางเดินหายใจให้

สายยาง / จาก Gastric Reflux โลง่ กอ่ นให้อาหารทางสายยาง

2) จดั นอนศรี ษะสงู 15- 30 องศา เพ่ือปอ้ งกนั การสำลัก

3) ตรวจสอบตำแหน่งสาย OG และดูด Content กอ่ น

ใหน้ ม หรอื กรณี NPO ใหด้ ดู เพอื่ ประเมิน Content

5) ประเมินอาการท้องอืด อาเจียน

6) ถา้ มีการอาเจยี นใหต้ ะแคงไปดา้ นใดด้านหนึ่ง ให้ดูด

เสมหะในปากหรือใช้ก๊อสหรือไม้พนั สำลชี บุ NSS เช็ด

รอบปากและริมฝปี าก

หมวดท่ี 4 Prevent contamination การป้องกันการปนเป้อื นเชือ้ จากอุปกรณ์และการปฏิบัตขิ องบุคลากร

กจิ กรรม กิจกรรมย่อย

1. การดูดเสมหะ การดูดเสมหะเท่าที่จำเป็น 1) สวม mask สวมถงุ มือปราศจากเชือ้ และจบั สายดูด
เท่านั้นโดยยึดหลักสะอาดปราศจากเช้ือ เสมหะ โดย sterile technique

2) ปรับแรงดนั ในการ suctionในผปู้ ว่ ย Preterm 60-
80 mmHg ในผปู้ ว่ ย Term 80-100 mmHg
3) การดูดเสมหะในกรณีใช้ Open suction ใหใ้ ส่ถุงมือ
และใชส้ าย suction ดดู เสมหะในปากก่อน และท้ิงสาย
suction ถอดถงุ มือ และใส่ถงุ มอื คู่ใหม่พร้อมใชส้ าย
Suction เสน้ ใหม่ Suction ในท่อชว่ ยหายใจ
4) การดดู เสมหะในกรณีใช้ Close suction ใส่ถงุ มือ
และใช้สาย suctionดดู เสมหะในปากก่อนแล้วท้ิงสาย
suction และ suction ในทอ่ ชว่ ยหายใจ โดยไมต่ อ้ ง
เปล่ียนถงุ มอื
5) ใช้สำลชี บุ 70%Alcohol เช็ดบริเวณข้อต่อเครื่องชว่ ย
หายใจและรอยต่อต่างๆ ก่อนทำกจิ กรรม หลงั ทำ
กจิ กรรม และก่อนตอ่ กลับเข้าทท่ี ุกครงั้ กรณีใช้ Close
suction ใหเ้ ชด็ บรเิ วณทต่ี ่อสาย suction ก่อนและหลัง
suction (โดยใชส้ ำลีแยกก้อนกัน)

1. การดูดเสมหะ การดดู เสมหะเท่าทจ่ี ำเป็น 6) เตรียมสำลชี บุ 70%Alcohol 2 กอ้ นสำหรบั เช็ด

เทา่ น้ันโดยยดึ หลักสะอาดปราศจากเชือ้ (ตอ่ ) Finger trip ก่อนและหลงั Suction (โดยใชส้ ำลีแยกกอ้ น

กัน)

7) ใช้ NSS ช่วย Suction เท่าท่จี ำเป็น หยอดใน ETT

คร้งั ละ 0.2 - 0.3 ซีซี ( หรือกรณีใช้ NSS nebule หยด

ครงั้ ละ 3-5 หยด )

2. การดูแลผู้ป่วยใช้เคร่อื งช่วยหายใจและ 2.1 ดูแลและประเมินตำแหน่งของท่อชว่ ยหายใจท่ี

อุปกรณ์ช่วยหายใจ เหมาะสม

1) ล้างมือทุกคร้งั ก่อนและหลงั สัมผัสเคร่อื งช่วยหายใจ

และวงจรของเครื่องช่วยหายใจ ( Ventilator circuit)

กจิ กรรม กิจกรรมย่อย

2) ตรวจร่างกายดูการเคล่อื นไหวของทรวงอก และการ
ฟงั เสยี งลมเข้าปอดให้เทา่ กนั ท้งั สองขา้ ง
3) ตรวจดูความลกึ และการยึดตรงึ ของท่อชว่ ยหายใจ
ในตำแหน่งทีเ่ หมาะสมตามแผนการรักษา
4) ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณรอบปาก เชด็ น้ำลาย
และเปล่ียนพลาสเตอร์ยดึ ตรงึ ท่อช่วยหายใจกรณีทมี่ ีการ
หลดุ ลอกหรอื เป้ือนสกปรก
5) จดั วาง circuit เคร่ืองช่วยหายใจไมใ่ หเ้ กิดการดงึ รง้ั
และจดั สายใหต้ ำ่ กวา่ ทอ่ ชว่ ยหายใจ
2.2 เตมิ เคร่อื งทำความช้นื อปุ กรณ์เคร่ืองชว่ ยหายใจโดย
ใช้ sterile water ดว้ ยระบบปดิ และใชห้ ลัก sterile
2.3 เปลย่ี นเซต็ เคร่ืองช่วยหายใจผู้ปว่ ยทารกทใ่ี ช้
เครอ่ื งชว่ ยหายใจทุก 1 เดอื น
2.4 ดแู ลและเปลยี่ นอุปกรณเ์ คร่อื งชว่ ยหายใจเมื่อมีการ
ปนเป้ือน

หมวดที่ 5 Oral care การดแู ลความสะอาดช่องปาก โดยใช้ Sterile water หรอื NSS หรอื ใช้ Colostrum
หรอื นมแม่ ทุก 3 ชั่วโมง

หัวข้อ หวั ข้อย่อย

1. กรณีไม่มี Colostrum หรือนมแม่ ใหด้ แู ลชอ่ งปากของทารกให้สะอาด ดว้ ยไม้พนั สำลีท่ี
2. กรณีมี Colostrum หรอื นมแม่ ผ่านการฆ่าเช้อื ชุบ Sterile water หรือ 0.9% NSS เชด็
กระพุง้ แก้มซา้ ย-ขวา เพดานและรอบท่อชว่ ยหายใจ
จัดระบบการเฝา้ ระวังการเกิด VAP 1) กลุม่ ทารกน้ำหนกั น้อยกวา่ 1,500 กรมั ใชไ้ มพ้ ันสำลี
ชุบ Sterile water หรือ 0.9% NSS ทำความสะอาดช่อง
ปากก่อน แลว้ ใหใ้ ช้ Colostrum หรือนมแม่ หยอดท่ี
กระพุ้งแกม้ ทัง้ 2 ขา้ ง ขา้ งละ 0.1 มิลลิลติ ร รวมเปน็ 0.2
มิลลลิ ิตร (หยอดแต่ละครั้งชว่ งเวลาห่างกนั 10-15 วินาที)
2) กรณีทารกน้ำหนักมากกวา่ 1,500 กรมั ใชไ้ ม้พันสำลี
ชบุ Sterile water หรือ 0.9% NSS ทำความสะอาดช่อง
ปากก่อน แล้วใหใ้ ช้ Colostrum หรอื นมแม่ หยอดที่
กระพงุ้ แก้มทัง้ 2 ข้างครั้งละ0.1มิลลลิ ิตร รวมไมเ่ กิน 0.5
มลิ ลลิ ติ ร (หยอดแตล่ ะครั้งช่วงเวลาห่างกัน 10-15 วินาที)

1) มีการนเิ ทศและเฝ้าระวงั การเกดิ ปอดอักเสบในผู้ป่วยทใี่ ชเ้ ครอ่ื งชว่ ยหายใจ โดยในวนั ทำ
การหวั หนา้ หอผปู้ ่วยเป็นผนู้ ิเทศ กำกับติดตามการปฏิบตั ิ นอกเวลามอบหมายพยาบาลหวั หน้าเวรหรือ Chief
nurse เป็นผูน้ เิ ทศกำกับติดตามการปฏิบัติ

2) วเิ คราะหส์ ถานการณ์ VAP ในวนั ท่ปี ระชุมหน่วยงานทกุ เดือน

7. เครื่องช้ีวดั คุณภาพ
1. อตั ราการเกดิ VAP
2. อตั ราการปฏิบัติของพยาบาลตามแนวทางปฏิบตั ิ

8. เอกสารทเ่ี กีย่ วข้อง
- ใบบนั ทึกทางการพยาบาล PNN1,2
- เอกสารสรุปและวิเคราะหต์ ามตัวช้วี ัด

9. เอกสารอ้างองิ
กัลยาณี คศู ิริวิเชยี ร และแสงแข ชำนาญวนกิจ. (2559). การใหห้ วั น้ำนมของมารดาตนเองทางช่อง

ปากแกท่ ารกนำ้ หนักนอ้ ยมาก:ความเป็นไปได้ ทางคลินิก และความปลอดภัย. เวชสารแพทย์ทหารบก,
69(2), 65-71.

จุฬีพรรณ การโุ ณ, บษุ กร พันธเ์ มธาฤทธ์ิ, และวันธณี วริ ุฬห์พานิช. (2560). การพัฒนามาตรฐานการ
พยาบาลเพอ่ื ป้องกนั ปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจในทารกแรกเกิด. วารสารพยาบาลสงขลา
นครนิ ทร์, 37(1), 105-116.

ลฎาภา พานเทียน. (2020). การสรา้ งแนวปฏบิ ัติโดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ในการดแู ลผ้ปู ่วยเพื่อ
ป้องกันการเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ ในผู้ป่วยทารกแรกเกิด. TUH Journal
online, 5(3), 45-54.

ลัคนา นาอดุ ม, ทิวากร กล่อมปัญญา, วรนาฎ จันทรข์ จร, วราภรณ์ ประทุมนันท์, และมนัสวี พันธ
วาศิษฎ์. (2562). การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลในการป้องกันการเกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับ
การใชเ้ ครอื่ งชว่ ยหายใจในผปู้ ว่ ยทารกแรกเกดิ . วารสารพยาบาลศาสตรแ์ ละสขุ ภาพ, 42(2), 35-43.

วลั ลภา เดชาเสถยี ร, และเสาวมาศ คุณล้าน เถือ่ นนาด.ี (2559). ผลของแนวปฏบิ ัตใิ นการทำความ
สะอาดช่องปากต่อสุขภาวะช่องปากและจำนวนเชื้อโรคในช่องปากทารกที่ใส่ท่อช่วยหายใจและใช้
เคร่ืองชว่ ยหายใจ. วารสารพยาบาลศาสตรแ์ ละสุขภาพ, 39(3), 86-97.

หน่วยงานป้องกันและควบคมุ การตดิ เช้อื ในโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก. (2560). การป้องกนั และ
ควบคุมการติดเชือ้ ในโรงพยาบาลของระบบหายใจสว่ นล่าง, (3), 1-8.
Aijia Ma, Jing Yang, Yang Li, Xuepeng Zhang and Yan Kang. (2021). Oropharyngeal

colostrum therapy reduces the incidence of ventilator- associated pneumonia in very
low birth weight infants: a systematic review and meta-analysis.

Pediatric Research, 89, 54-62.

American Association for Respiratory Care (AARC). (2010). Clinical practice guideline.
Endotracheal suctioning of mechanically ventilated patients with artificial airways.
Respiratory Care, 55(6), 758-764.

Azab, S. F., Sherbiny, H. S., Saleh, S. H., Elsaeed, W. F., Elshafiey, M. M., Siam, A. G.,
Johnstone, L., Spence, D., & Koziol-McClain, J. (2010). Oral hygiene care in the

นางวิธศมน วฒุ ิศริ ินกุ ูล และนางสาวสมุ ติ รา โพธปิ์ าน. (2564). ผลการใช้แนวปฏบิ ัตกิ ารพยาบาลใน
การปอ้ งกนั การเกดิ ปอดอกั เสบทส่ี มั พันธ์กบั การใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจในทารกแรกเกิดวกิ ฤต. นำเสนอผลงานใน
การประชุมวชิ าการระดับชาติ เครือขา่ ยวจิ ัยโรงพยาบาล ครง้ั ท่ี 13 (HoRNetS 2021) (Research to
Innovation: จากงานวิจัยมงุ่ สนู่ วตั กรรม) ประจำปี 2564 ณ วนั ที่ 2 กรกฏาคม 2564.

โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

ระเบยี บปฏิบตั งิ าน

เรื่อง : แนวทางการถอดท่อช่วยหายใจ

ระเบียบปฏิบตั ิเลขท่ี : จำนวนหน้าทง้ั หมด : 3 หนา้
ปรับปรุงครั้งท่ี : ทุก 1 ปี
WI - NICU – 17

เร่ือง : การช่วยแพทยใ์ นการชว่ ยฟ้ืนคนื ชีพใน วันบังคบั ใช้ : 1 มีนาคม 2565
ทารก วันทีป่ รบั ปรุง : 21 กุมภาพันธ์ 2565

สถานะของเอกสาร : ควบคมุ
ผจู้ ดั ทำ : นางสาวกมลชนก มากมา หัวหนา้ หอหนักทารกแรกเกิด 1

นางวธิ ศมน วุฒศิ ริ ินกุ ลู หวั หน้าหอหนักทารกแรกเกดิ 2
และคณะอนกุ รรมการพัฒนาคณุ ภาพบริการพยาบาลกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก

ผรู้ บั ผดิ ชอบ ผอู้ นุมัติ
(นางสาวปญั ญา เถ่ือนดว้ ง) (นางสาวปัญญา เถอื่ นด้วง)

หัวหนา้ กลมุ่ งานการพยาบาลผูป้ ่วยหนกั รักษาการในตำแหน่งหวั หนา้ พยาบาล

แนวทางการถอดท่อช่วยหายใจในทารกท่หี อผู้ป่วยหนักทารกแรกเกดิ
1.กำหนดเกณฑ์ในการถอดท่อชว่ ยหายใจทารก คือ Off ETT ท่ี corrected gestational age ≥28 wkและ/
หรือ BW ≥800 gms
2.กรณที ารกกลมุ่ Preterm < 7 วนั แพทย์จะพจิ ารณาให้ Aminophylines หรอื Caffeine citrate กอ่ น
Off ETT อยา่ งน้อย 2 ชั่วโมง
3. เพอ่ื ป้องกัน Post extubation laryngeal edema โดยพิจารณาให้ Dexamethasone (0.5MKD แบง่ ทุก
6 ชว่ั โมง) ในกรณีดงั ต่อไปนี้

- ทารกครบกำหนดทีใ่ สท่ ่อช่วยหายใจนาน > 3 วันหรือ
- มีประวตั ทิ อ่ ชว่ ยหายใจหลดุ บ่อยหรือ
- เคยถอดท่อช่วยหายใจแล้วมี sign of upper airway obstruction
โดยควรให้ Dexamethasone กอ่ นถอดท่อชว่ ยหายใจ อย่างน้อย 12 ชวั่ โมง
4.แพทย์และพยาบาลควรมกี ารวางแผนร่วมกนั ในการวางแผน Off ETT อย่างนอ้ ย 1 วนั
และมีแพทย์Staff อยู่ประเมินผู้ปว่ ยขณะ Off ETT
5.มีกำหนดเวลาในการ Off ETT 2 ช่วงเวลา คือ เวลา 10.00-11.00 น.และ 14.00-15.00 น.เท่านั้น
6. กรณีทมี่ ีเคสเข้า Criteria Off ETT 2 คน ในหอ้ งเดยี วกัน ควร Off ETT คนละเวลากัน แตใ่ หเ้ ลอื กเคสที่มี
ความเสีย่ ง เช่น Preterm ก่อนและ Off ETT case Preterm ในเวลา 10.00 - 11.00 น.
แต่ถา้ มีทีมและอุปกรณ์พรอ้ มทสี่ ามารถ Off ETT ได้ในเวลาเดียวกนั ให้ Off ETT พร้อมกนั ได้
7. แพทย์และพยาบาลต้องประเมนิ เกณฑ์การประเมินทารกก่อนถอดทอ่ ชว่ ยหายใจร่วมกัน ตามใบ Check list
ในเวรทจี่ ะถอดท่อช่วยหายใจ (ใบประเมินจะนำมาไวใ้ น chart ในวนั ทจ่ี ะวางแผนถอดท่อช่วยหายใจทกุ ราย)

เกณฑก์ ารประเมนิ ทารกก่อนถอดท่อชว่ ยหายใจ

โปรดทำเครอื่ งหมาย √ ข้อท่ีใช่ และ × ขอ้ ท่ีไม่ใช่
หมายเหตุ :ต้องผ่านเกณฑก์ ารประเมินทุกข้อ จงึ จะถอดท่อช่วยหายใจทารกได้

เกณฑ์การประเมนิ ทารกก่อนถอดท่อช่วยหายใจ แพทย์ พยาบาล
1. อาการของโรคท่ีทำใหต้ ้องใช้เคร่อื งชว่ ยหายใจดขี น้ึ

2. ความรู้สึกตวั ดี

3. ไม่ไดร้ บั muscle relaxant/ sedative drug หรือ
หยุดยากอ่ นอยา่ งน้อย 4 ชว่ั โมง
4. Vital sign stable : normothermia ,BP ปกต,ิ
HR 100-160 /min
5. Oxygen saturation ได้ตามท่กี ำหนด

6. ไอได้ดี

7. ความถี่ในการดูดเสมหะ < 2 คร้งั ใน 2 ชว่ั โมง

8. Lung :Good air entry ไมม่ ีปอดแฟบ

9. ไม่ใช่ Inotropic drug ขนาดสงู เช่น Dopamine
≤ 5 microgram/ kg/min
10. ใช้ Ventilator settingตำ่ Fio2 < 0.4 , PIP ≤ 15
,PEEP ≤ 4, rate≤ 40/ min หรอื แล้วแต่แพทย์
พจิ ารณา
ลงชือ่ ผู้ประเมนิ

การเตรียมการก่อน ขณะ และหลงั ถอดท่อช่วยหายใจในทารกที่หอผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด

ทารกควรไดร้ บั การประเมิน ดงั ตอ่ ไปน้ี

การเตรียมทารกก่อนถอดท่อชว่ ยหายใจ

1. NPO กอ่ นถอดท่อช่วยหายใจ 3 ชวั่ โมง

2. เตรยี มออกซิเจนหรืออุปกรณ์ชนิด non -invasive ให้พร้อมใช้ ตามแพทย์กำหนด

3. ควรแจ้งใหผ้ ปู้ กครองทราบลว่ งหนา้ และถา้ เปน็ ไดค้ วรมีผู้ปกครองอยู่ดว้ ย
4. กอ่ นถอดท่อชว่ ยหายใจให้ดูดเสมหะในปากและท่อช่วยหายใจให้เรียบร้อย

5.จดั ท่านอนศรีษะสูง

การดแู ลทารกหลงั ถอดท่อช่วยหายใจ

1. NPO หลังถอดท่อชว่ ยหายใจ 3 ช่ัวโมง

2. สงั เกตอาการอย่างใกลช้ ิดรวมถึง sign of upper airway obstruction

3. Record vital sign ทุก 15 นาที จนครบ 1 ชั่วโมง จากนน้ั ทกุ 30 นาที 2 คร้ัง และทกุ 1 ชว่ั โมง

แลว้ แตแ่ พทย์กำหนด

เกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อกลบั มาใส่ท่อช่วยหายใจใหม่

- กระสับกระส่าย , ซมึ , ตัวเย็น 

- เขียว ไมต่ อบสนองต่อการให้ออกซเิ จน 

- ใชก้ ลา้ มเน้ือในการหายใจมากข้นึ 

- มีsign of upper airway obstruction ที่รนุ แรงมากขึ้น

(ไม่ตอบสนองต่อการรักษา) 

- Vital sign เปลี่ยนแปลง ไดแ้ ก่

- RR > 60 / min or < 40/min or Apnea 

- HR>160/ min or เพม่ิ ขนึ้ จากเดิม 20 / min 

- SBP เพ่ิมขนึ้ จากเดิม 20 mmHg หรือ BP drop 

- Oxygen saturation < 90 %ขณะให้ออกซิเจน 


Click to View FlipBook Version