การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
GPSC Young Social Innovator 2022
ชิ ง ถ้ ว ย พ ร ะ ร า ช ท า น ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ก นิ ษ ฐ า ธิ ร า ช เ จ้ า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
วันที่ 21 - 22 มกราคม 2566
ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร Sirindhorn Science Home
กำ ห น ด ก า ร ร อ บ ชิ ง ช น ะ เ ลิ ศ
วันที่ 21-22 มกราคม 2566
วันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2566
08:00 น. – 09:20 น. ทีมแข่งขันลงทะเบียนและติดตั้งนิทรรศการแสดงผล
09:20 น. – 09:30 น. งาน/ พิธีกรแจ้งกำหนดการและข้อปฏิบัติเบื้องต้น
09:30 น. – 10:30 น. กล่าวต้อนรับและให้กำลังใจ โดย ผู้จัดการแผนกกิจการ
10:30 น. – 12:00 น. เพื่อสังคม บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด
12:00 น. – 13:00 น. (มหาชน)
13:00 น. – 16:00 น. กิจกรรมเสวนา Nuallaor Bamboo Mushroom
16:00 น. – 17:00 น. Serum success story : จากนวัตกรรมสู่ธุรกิจ
ทีมแข่งขันประจำบูธนิทรรศการ/ กรรมการเยี่ยมชมและ
17:00 น. – 18:00 น. สอบถาม
18:00 น. – 20:30 น.
20:30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
ทีมแข่งขันประจำบูธนิทรรศการ/ กรรมการเยี่ยมชมและ
สอบถาม
คณะกรรมการประชุมสรุปผลการตัดสิน/ ถ่ายภาพหมู่
ร่วมกัน/ พิธีกรนัดแนะกิจกรรมวันถัดไป/ ทีมแข่งขันพัก
ผ่อนตามอัธยาศัย
กิจกรรมสันทนาการ
รับประทานอาหารเย็น/ กิจกรรมสันทนาการ
พักผ่อนตามอัธยาศัย
กำ ห น ด ก า ร ร อ บ ชิ ง ช น ะ เ ลิ ศ
วันที่ 21-22 มกราคม 2566
วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566
09:00 น. ทีมแข่งขันเข้าร่วมพิธีรับรางวัล ณ ห้อง Auditorium
09:15 น. - 12:00 น.
ประกาศผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
พิธีมอบถ้วยพระราชทานฯ และประกาศเกียรติคุณ/
มอบเหรียญรางวัล และประกาศนียบัตร/
ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน
- กล่าวรายงานโดย ผู้จัดการส่วนกิจการเพื่อสังคม บริษัท
โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
- มอบรางวัลและกล่าวปิด โดย ผู้บริหารระดับสูง
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
12:00 น. รับประทานอาหารกลางวัน/
เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
Topic
ผลิตภัณฑ์ (Product)
ทีม ชื่อผลงาน หน้า
01P: Acheta
02P: Queen Nail Acheta โปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด ผลิตภัณฑ์สำหรับคนรัก 2
03P: Vegan Plus สุขภาพและรักษ์โลก
04P: Litter Sand Cat
05P: Happy Day เล็บปลอมเพื่อการเสริมความงามจากเกล็ดปลา 5
06P: Much Much Grow การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมธาตุเหล็กจากพืช 8
07P: เสือซุ่มขยุ้มหลังคา สำหรับvegan
08P: เสือซุ่มรักเมีย นวัตกรรมทรายแมวจากเปลือกผลไม้ที่เป็นมิตรต่อสิ่ง 11
แวดล้อม
09P: หนูมาเอาถ้วย
10P: YSI SR.2 แผ่นฟิล์มพอลิเมอร์ผสมต้านแบคทีเรีย 14
Pectobacterium carotovorum subsp. 17
carotovorum ในผักกาดเขียวปลีด้วยน้ำมันหอมระเหย
จากขมิ้นชัน
ไทยไมซีเลียมแพ็ค
นวัตกรรมพอลิเมอร์ไมโครแคปซูลตรึงเอนไซม์ไลเปสเพื่อ 20
ประยุกต์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในกระบวนการผลิตไบโอดีเซล
ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
การพัฒนานวัตกรรมชุดตรวจลายนิ้วมือแฝงอย่างง่ายใน 23
ระดับ small scale ด้วย Small Particle Reagent ร่วม
กับวัสดุเรืองแสงคาร์บอนดอทจากสารธรรมชาติ
ซองเครื่องปรุงเพคตินจากเปลือกด้านในจำปาดะ 26
สารเร่งซุปเปอร์ “บัฟซัง” เพื่อย่อยสลายตอซังข้าว 29
Topic
สิ่งประดิษฐ์ (Invention)
ทีม ชื่อผลงาน หน้า
11I: S73 วช.อุดรธานี รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง 33
13I: MangoMogang ไลน์บอททำนายระดับความหวานของมะม่วง 36
โชคอนันต์ผ่านสีด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ 39
14I: Fruit Calorie Scale for 42
Diabetics เครื่องชั่งวัดแคลอรี่ผลไม้เพื่อผู้ป่วยเบาหวาน
45
15I: เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติพร้อมระบบการส่ง 48
พร้อมระบบการส่งสัญญาณฯ สัญญาณขอความช่วยเหลือโดยการแจ้ง 51
เตือนผ่านไลน์สำหรับผู้สูงอายุ
18I: Friends Unite
เครื่องดูดน้ำลายขนาดพกพาสำหรับผู้ป่วย
19I: N.W.Innovators ติดเตียง
20I: นมสด เผอค้นหมี่อัตโนมัติเวอร์ชัน 2
มิเตอร์ ไอโอที
Topic
กระบวนการ & บริการ (Process & Service)
ทีม ชื่อผลงาน หน้า
55
21S: SPP Developers การพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
และเสริมสร้างธุรกิจเชิงสังคม 58
22S: Triple Seeds แพลตฟอร์มการลงทุนคาร์บอนเครดิตเพื่อสหกรณ์ 61
การยางแห่งประเทศไทยและการขับเคลื่ อนคาร์บอน 64
ฐานศูนย์อย่างยั่งยืนสำหรับการผลิตแผ่นยางรมควัน 67
23S: MySense เซนเซอร์ตรวจจับไฟป่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ 70
24S: AHAM ระบบสมาร์ทฟาร์มเพื่อการเกษตรยุคใหม่
26S: ครอบครัวพลังคิดบวก การพัฒนาไมโครกรีนจากพืชพรรณท้องถิ่นล้านนาสู่
สากล
27S: Nodulisporium ชุดเพาะต้นกล้ารมไอระเหยจากราเอนโดไฟท์
28S: 3 สาว เซาเศร้าเต๊อะ การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสร้างเอทานอลจาก 73
29S: D. Paphawadee ขยะชีวภาพทางการเกษตร 76
เยลลี่ไบโอแคลเซียมจากเปลือกไข่
ข้อมูลองค์กร
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม
ปตท. ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2556 ธุรกิจหลักของ GPSC คือ ผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ไอน้ำ น้ำ
เพื่อการอุตสาหกรรมและน้ำเย็นให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย ซึ่งรวมถึง
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง
(กฟน.) GPSC ยังลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภค และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ใน
ประเทศไทยและต่างประเทศโดยผ่านบริษัทย่อยและบริษัทในเครือ
GPSC มุ่งมั่นในการเป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าชั้นนำด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนในระดับสากล โดยการ
แสวงหาโอกาสลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทย และในกลุ่มประเทศเป้าหมายที่ได้
พิจารณาแล้วว่ามีความน่าสนใจที่จะเข้าไปลงทุน และพัฒนาความสามารถในการแข่งขันโดยผ่านธุรกิจ
S-CURVE เช่น ธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ และโซลูชั่นด้านพลังงานอัจฉริยะ พร้อมกับพันธสัญญาในการ
ดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน GPSC ได้ยึดมั่นในหลักปฏิบัติทางธุรกิจที่ดีปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแล
กิจการที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียพร้อมทั้งดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาที่
ยั่งยืน
วิ สั ย ทั ศ น์
บริษัทผลิตไฟฟ้า ชั้นนำด้านนวัตกรรม และความยั่งยืนในระดับสากล
พั นธกิจ
เป็นแกนนำธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท.
สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นด้วยการเติบโตของผลกำไรอย่างมั่นคง
ส่งมอบพลังงานไฟฟ้าและสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพสู่ลูกค้า ผ่านการดำเนินงานที่เป็นเลิศ
ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชม สังคม และสิ่งแวดล้อม
แสวงหานวัตกรรมด้านไฟฟ้าและสาธารณูปโภค เพื่อการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยแนวทางพลังงานอัจฉริยะ
GPSC Young Social
Innovator 2022
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เล็งเห็นถึงความสำคัญ
ของการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ครอบคลุมและยั่งยืน ทั้งในด้านการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและสิ่ง
แวดล้อม รวมถึงการนำแนวทางของ SDGS มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเจตนารมณ์ของบริษัทฯ โดย
มีเป้าหมายหลักมุ่งเน้นไปในด้านการพัฒนาพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง
ยังต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและเกิดการจ้างงานที่มีคุณค่า
GPSC จึงได้จัดโครงการประกวด GPSC YOUNG SOCIAL INNOVATOR ขึ้น และจัด
ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปีจากทั่วประเทศ ได้นำเสนอ
แนวคิด ผลิตภัณฑ์ สิ่งประดิษฐ์ หรือกระบวนการ/บริการ ที่มุ่งแก้ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ
ทรัพยากรธรรมชาติ และ/หรือสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในพื้นที่จริง โดยทีมที่ชนะการประกวด
แต่ละประเภท จะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา โอกาสไปแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ
และโอกาสการพัฒนาต่อยอดผลงานเพื่อนำใช้จริงในชุมชน
GPSC ได้กำหนดหัวข้อการประกวดภายใต้แนวคิด "พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ง
แวดล้อมที่ยั่งยืน" ใน 3 ประเภทการประกวด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ (PRODUCT) สิ่งประดิษฐ์
(INVENTION) และ กระบวนการ & บริการ (PROCESS & SERVICE) โดยบ่มเพาะทักษะ
ความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้น ต่อยอดผลงาน/กระบวนการของทีมแข่งขัน ผ่านการฝึกฝน
การเข้าใจและระบุปัญหาได้อย่างแท้จริง การตั้งคำถามเพื่อแสวงสิ่งที่ดีกว่า จนถึงขั้นของการ
พัฒนาต้นแบบและการทดลองใช้จริง โดยผลงาน/กระบวนการเหล่านี้มีโอกาสในการนำไปใช้จริง
ในพื้นที่จริงที่มีปัญหา หรืออาจนำไปสู่สินค้าหรือบริการออกสู่ตลาดในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคมได้
ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ความมีส่วนร่วมระหว่างองค์กรกับชุมชน และจะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนการ
พัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 01P:Acheta
Acheta โปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด ผลิตภัณฑ์สำหรับคนรักสุขภาพและรักษ์โลก
เจ้าของผลงาน:
นายนุสรณ์ ทรงชา
นางสาวดาราวีร์ ปัญญา
นายเกียรติศักดิ์ อินราษฎร (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์, เชียงราย
การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่ผู้คนในปัจจุบันให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อาหารเสริมโดยเฉพาะโปรตีน
สกัดกำลังได้รับความนิยมในการบริโภค นวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด
โดยนำจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดงลายที่นิยมเพาะเลี้ยงในท้องถิ่นมาสกัดโปรตีนและไฮโดรไลเซต เพื่อนำมา
พัฒนาเป็นโปรตีนสกัดในรูปเยลลี่ เป็นทางเลือกผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ สร้างความหลากหลายให้แก่ผู้
บริโภค และง่ายต่อการรับประทานเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญพบว่าโปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด
พันธุ์ทองแดงลายมีปริมาณร้อยละของผลผลิตโปรตีนสูง เมื่อนำโปรตีนที่สกัดได้ไปวิเคราะห์ปริมาณ
โปรตีนเบื้องต้น พบว่ามีปริมาณโปรตีนที่เพียงพอต่อความต้องการโปรตีนในแต่ละวัน จากการวิเคราะห์
ต้นทุนในการผลิตพบว่า จิ้งหรีด 1 กิโลกรัม มีต้นทุนเท่ากับ 300 บาท เมื่อนำมาสกัดโปรตีนและพัฒนา
รูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย จะทำให้มูลค่าของจิ้งหรีดสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 400 บาท
นวัตกรรมนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าให้กับแมลงเศรษฐกิจในท้องถิ่น ช่วยลดการสร้างแก๊ส
เรือนกระจกที่เกิดการจากทำปศุสัตว์ที่เป็นสัตว์ใหญ่ได้อีกทางหนึ่ง
2
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 01P:Acheta
Acheta cricket protein extract; product for healthy and eco people
Members:
Mr. Nusorn Songcha
Ms. Darawee Panya
Mr. Kiettisak Inrajsadon (Advisor)
Damrongratsongkroh School, Chiang Rai
Health is one of things most modern world people are currently interested in.
Especially supplementary food like whey or protein extract is gaining popularity in
consumption. The aim of this innovation is to develop a protein extract from crickets.
The protein was extracted from house cricket and hydrolysated to make it as protein
extract in the form jelly to be a new alternative product for a variety of consumers and
easy to consume. When the extracted protein was analyzed for preliminary protein
content it showed that there is approximately enough protein to meet daily protein
requirements. In the cost analysis of production, we found that 1 kg of cricket cost
300 baht when used for protein extraction. Then we develop products to be more
diverse and higher value which make the value of our crickets up to 400 baht per
kilogram. This innovation will be one of the ways to add value to the local economic
insects and help reduce greenhouse gas emissions caused by large animal livestock
farming.
3
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 01P:Acheta
4
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 02P:Queen Nail
เล็บปลอมเพื่ อการเสริมความงามจากเกล็ดปลา
เจ้าของผลงาน:
นางสาวสรวีย์ ตรีธวัช
นางสาวสุชานันท์ คำแก่น
นางสาวปาริชาติ แก้วปุก
นายเกียรติศักดิ์ อินราษฎร (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์, เชียงราย
วิกฤตการณ์ขยะพลาสติกล้นโลกเป็นปัญหาสำคัญ เล็บปลอมแฟชั่นจากพลาสติกสังเคราะห์คือ
สาเหตุส่วนหนึ่งของวิกฤตการณ์ดังกล่าว นวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเล็บปลอมเสริมความ
งามจากเกล็ดปลาในท้องถิ่นซึ่งเป็นขยะเหลือทิ้งจากการประมงพื้นบ้าน โดยทำการสกัดเจลาตินจาก
เกล็ดปลา 3 ชนิด ได้แก่ ปลานิล ปลานวลจันทร์และปลาตะเพียน พบว่าเกล็ดปลานิลสามารถสกัดเจลลา
ตินได้มากกว่าเกล็ดปลานวลจันทร์และเกล็ดปลาตะเพียน โดยมีค่าเท่ากับร้อยละ 4.24, 3.04 และ
2.01 ตามลำดับ โดยเจลาตินที่สกัดได้มีสมบัติในเรื่อง สี ค่า pH ความแข็งแรงของเจล (gel
strength) และความสามารถในการดูดซับน้ำ (water adsorption capacity) ไม่แตกต่างจากเจลา
ตินในทางการค้า จากนั้นนำเจลาตินที่สกัดได้มาขึ้นรูปเล็บปลอม โดยใช้เจลาติน:แป้งข้าวโพด สัดส่วน
ต่าง ๆ ได้แก่ 1:1, 2:1 และ 3:1 พบว่าสัดส่วนที่เหมาะสมคือ 2:1 ทำให้เล็บปลอมที่ได้มีน้ำหนัก ค่า
ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การติดสีทาเล็บ การทนทานต่อสารเคมีและค่าความพึงพอใจในการใช้งาน
ไม่แตกต่างจากเล็บปลอมพลาสติกสังเคราะห์ในทางการค้า แต่สามารถการย่อยสลายทางชีวภาพได้เร็ว
กว่าถึง 8.2 เท่า เล็บปลอมจากเกล็ดปลาที่พัฒนาขึ้นมีต้นทุนการผลิตเพียง 2.9 บาทต่อชิ้น ซึ่งต่ำกว่า
ราคาขายเล็บปลอมสำเร็จรูปจากพลาสติกสังเคราะห์ถึง 2 เท่า โดยจะสามารถช่วยลดปริมาณขยะจาก
เกล็ดปลาได้สูงถึง 1.2 ตันต่อปี นวัตกรรมนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งในการจัดการปัญหาขยะเหลือทิ้งจาก
การประมงพื้นบ้าน ลดการใช้พลาสติกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้
อีกทางหนึ่ง
5
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 02P:Queen Nail
Eco-fake nails from fish scale
Members:
Mr. Sorawee Treethawat
Ms. Parichat Kaewpuk
Ms. Suchanun Khamkaen
Mr. Kiettisak Inrajsadon (Advisor)
Damrongratsongkroh School, Chiang Rai
The world is facing a global plastics crisis. The synthetic plastic artificial nail is one
cause of this crisis because it is single-used. The objective of this innovation is to
develop the artificial nail from gelatin extract from fish scale waste. The gelatin from 3
local fish scale such as tilapia, Nuanchan and carp were extracted. The result showed
that the yield of tilapia’s fish scale gelatin extract was higher than Nuanchan and carp
for 4.24, 3.04 and 2.01, respectively. The properties of these gelatin such as color,
pH, gel strength and water adsorption capacity were nonsignificant with commercial
gelatin. When we use tilapia gelatin to produce artificial nails by combine with corn
flour with difference ratio: 1:1, 2:1 and 3:1. It showed that the most suitable ratio was
2:1. The artificial nail from this ratio had weight, hardness, tensile strength, color
adhesion, chemical resistance and consumer acceptance was nonsignificant from
synthetic plastic artificial nail. But it could degrade faster than for 8.2 times. Cost of
production was 2.9 baht/piece that was cheaper than selling price of commercial
artificial nails for 2 times. This innovation is the way to reduce the waste from local
fishing for 1.2 tons/years, could reduce single-used plastic and it was a potential
revenue-generating career to community.
6
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 02P:Queen Nail
7
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 03P: Vegan Plus
การพั ฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมธาตุเหล็กจากพื ชสำหรับ vegan
เจ้าของผลงาน:
นางสาวปพิชญา หลำวรรณ
นางสาวพรรณกมนรัชต์ ล้อมสุขา
นางสาวศุภารมย์ โสตาวัน
นางอรวลัญช์ ผ่องบุรุษ (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล, กรุงเทพมหานคร
โครงงานเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมธาตุเหล็กจากพืชสำหรับ Vegan
จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมธาตุเหล็กจากพืชสำหรับ Veganism
2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากผักในรูปแบบของเยลลี่ โดยใช้ผงผักโขม
ร่วมกับเจลาตินพืชที่มีส่วนประกอบของแคปปา-คาราจีแนน พัฒนาเป็นเยลลี่ 10 สูตร ทำการ
วิเคราะห์หาปริมาณธาตุเหล็กในผงผักโขมก่อนและหลังทำเยลลี่ ด้วยเครื่อง spectrophotometer
เพื่อติดตาม ตรวจสอบปริมาณธาตุเหล็ก ทำการเลือกสูตรเยลลี่ที่ดีที่สุดนำมาทดสอบความพึงพอใจ
กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 100 คน และเพาะเชื้อ เพื่อดูอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ เป็นเวลา 6
สัปดาห์ ผลการวิจัยพบว่า ในผงผักโขมก่อนทำเยลลี่ปริมาณธาตุเหล็ก 1.25 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
และเมื่อนำไปทำเยลลี่พบว่ามีปริมาณธาตุเหล็ก 1.75 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งเยลลี่สูตรที่พัฒนาดี
ที่สุดมีลักษณะเป็นเยลลี่สอดไส้ โดยไส้เยลลี่ใช้ผงผักโขม 17.14 กรัม สารให้ความหวาน 24 กรัม เจลา
ตินพืช 10 กรัม และเยลลี่ภายนอกใช้น้ำแครอทสกัด 20 กรัม สารให้ความหวาน 16.5 กรัม เจลาติ
นพืช กรัม 7 กรัม เยลลี่มีการก่อตัวเป็นเจลได้ดี สามารถคงรูปได้ เมื่อทำการเก็บเยลลี่ในตู้เย็น
อุณหภูมิ 7-10 องศา นำมาเพาะเชื้อทุก ๆ 2 สัปดาห์ พบว่า ไม่มีแบคทีเรียเจริญเติบโตในผลิตภัณฑ์
ผลความพึงพอใจของผู้ทดลองพบว่า มีความพึงพอใจด้านสีสันมากที่สุด อยู่ในระดับดี (x̄ = 4.00)
รองลงมาคือด้านกลิ่นและรสชาติ อยู่ในระดับปานกลาง (x̄ = 3.90) ด้านเนื้อสัมผัส อยู่ในระดับปาน
กลาง (x̄ = 3.63)
8
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 03P: Vegan Plus
The development of iron-enriched food products from plants for
vegans
Members:
Ms. Papitchaya Lamwan
Ms. Pankamonrat Lomsukha
Ms. Supharom Sotawan
Mrs. Onwalan Pongburoot (Advisor)
Nawaminthrachinuthit Satriwitthaya Phutthamonthon School, Bangkok
The development of iron-enriched food products from plants for vegans was
established and aimed at 1) developing iron-enriched food products from
plants for vegans 2) studying the efficiencies of vegetable-enriched food
products in the from of jelly by using mixed spinach and plant gelatin
comprising kappa-carrageenan developed to become 10 formular jelly.
Analysis was conducted to find out the quantities of iron in spinach powder
before and after jelly-making through spectrophotometer to continue
monitoring iron quantities. Best selection of jelly formula was pursued to test
samples satisfaction consisting of 100 people and then culturing them to
investigate products shelf life for 6 weeks. The result turned out that for
spinach powder before making jelly the quantities of iron 1.25 milligrams per
100 grams and when making jelly; It turned out that there were iron quantities
1.75 milligrams per 100 grams, which the best developed jelly formula featured
the stuffed jelly. Their stuff contained spinach powder 17.14 grams,
sweeteners 24 grams, plant gelatin 10 grams and external jelly sipping carrot
juice 20 grams, sweeteners 16.5 grams and plant gelatin 7 grams. Jelly formed
itself to be gel well and set itself property. When kept in 7-10 Cํ fridge and
cultured for every 2 weeks, it was found that no bacteria found in progress.
The result of subjects satisfaction was that subjects were satisfied with color in
very satisfied level, classified in a good manner. (x̄ = 4.00) The second factor
was its smells and taste, classified in a moderate manner. (x̄ = 3.90) The last
factor was its texture, classified in a moderate manner. (x̄ = 3.63)
9
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 03P: Vegan Plus
10
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 04P: Litter Sand Cat
นวัตกรรมทรายแมวจากเปลือกผลไม้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เจ้าของผลงาน:
นางสาวเจนจิรา มีป้อง
นางสาวชลธิชา ตรีแก้ว
นางสาวสุพพัตรา คำก้อน
นางสาวพรพรหม สมคิด (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนพนมสารคาม "พนมอดุลวิทยา", ฉะเชิงเทรา
ในการศึกษานวัตกรรมทรายแมวจากเปลือกผลไม้ เพื่อแก้ปัญหาโรคที่เกิดจากทรายแมวและ
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ ในขณะที่ทรายแมวราคาถูกตามท้องตลาด ไม่ค่อยช่วยเรื่องดูดซับ ทั้ง
ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนและแมว เพราะทรายแมวที่เป็นเม็ดเล็ก ๆ จะเกิดการฟุ้งในอากาศ
จนทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายได้ ทำให้ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม
และทรายแมวจากธรรมชาตินั้น อาจจะมีข้อดีกว่าทรายแมวธรรมดาแต่ก็มีราคาสูง ทำให้ผู้ที่เลี้ยง
แมวสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ดังนั้นคณะผู้จัดจึงได้คิดค้นทรายแมวที่สามารถเป็นมิตรต่อคนและแมว
ซ้ำยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้เริ่มหาวัสดุจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่น จึงได้นำ
เปลือกผลไม้ที่เหลือทิ้งมาทำเป็นทรายแมว ซึ่งสามารถดูดซับของเสียและกลิ่นของเสียจากแมวได้
จริง เปลือกผลไม้ที่ใช้เป็นตัวดูดซับ ได้แก่ เปลือกทุเรียน เปลือกทับทิม เปลือกกล้วยน้ำว้า และ
เปลือกส้มโอ นำไปปั่ นเป็นผงแล้วนำไปผสมกับแป้งข้าวโพดและแป้งลูกเดือย โดยผสมตัวดูดซับ
75% และแป้งอีก 25% ทิ้งให้แห้ง2วัน ผลปรากฏว่าเปลือกส้มโอกับแป้งลูกเดือยดีที่สุด ดังนั้นเรา
จึงได้หาตัวดูดซับกลิ่นเพิ่ม ได้แก่ ผงถ่าน กากชา กากกาแฟ โดยนำเปลือกส้มโอที่ผสมกับแป้งลูก
เดือยมาผสมกับทั้ง 3 ตัวแปร โดยผสมตัวดูดซับ 25 % ทิ้งให้แห้ง2วัน ผลปรากฏว่าผงถ่านดูดซับ
กลิ่นดีที่สุด และได้นำกัญชาแมวมาผสมกันเพื่อล่อแมวให้มาขับถ่ายและช่วยให้ขับถ่ายดียิ่งขึ้นโดย
ผสมกัญชาแมว 50% จากการศึกษาพบว่า เปลือกผลไม้ชนิดต่าง ๆ สามารถดูดซับของเสียได้มาก
หรือน้อยขึ้นอยู่กับสารเพคตินในเปลือกผลไม้ โดยเปลือกของส้มโอสามารถดูดซับของเสียได้ดี
ที่สุด แป้งแต่ละชนิดมีผลต่อการทำให้ส่วนผสมต่าง ๆ จับตัวกันเป็นก้อน โดยเฉพาะแป้งข้าวโพด
ชนิดของตัวดับกลิ่นที่ต่างกัน ทำให้ดูดซับกลิ่นของเสียได้ไม่เหมือนกัน และถ่านสามารถดูดกลิ่น
ของเสียต่าง ๆได้ดีที่สุด และกัญชาแมวมีผลต่อการล่อแมวให้มาใช้กระบะทรายแมวได้ง่ายยิ่งขึ้น
ซึ่งสามารถแก้ปัญหาในเรื่องของทรายแมวได้ เพราะทรายแมวจากเปลือกผลไม้ไม่ส่งผลเสียต่อ
สุขภาพทั้งคนและแมว ทั้งยังไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเมื่อนำทรายแมวจากเปลือกผลไม้
ที่ใช้แล้วไปโรยไว้ตามต้นไม้ใหญ่ ก็สามารถใช้ทำเป็นปุ๋ยได้
11
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 04P: Litter Sand Cat
Innovative cat litter made from environmentally friendly fruit peels
Members:
Ms. Janejira Mepong
Ms. Chonticha Treekaew
Ms. Supapatta Khamkon
Ms. Pornphrom Somkid (Advisor)
Phanomsarakham "Phanom Adun Witthaya" School, Chachoengsao
In the study of cat sand innovation from fruit peels. To solve the disease caused by cat sand
and be environmentally friendly. While cheap cat litter on the market doesn't help with
absorbency. It also negatively affects the health of people and cats. Because the small grains of
cat litter will be diffused in the air to cause respiratory disease. which cannot be decomposed
cause negative effects on the environment and natural cat litter There may be advantages over
ordinary cat litter, but the price is high. make people who keep cats wasteful of expenses
Therefore, the organizing committee has invented a cat sand that can be friendly to people and
cats. It is also environmentally friendly. Therefore began to find natural materials that are easily
available locally Therefore, the leftover fruit peels were used to make cat litter. which can
actually absorb waste and the smell of cat waste Fruit peels used as adsorbents are durian
peels, pomegranate peels, and banana peels. and grapefruit peel It is blended into a powder
and then mixed with cornstarch and millet flour. By mixing 75% of the sorbent and 25% of
starch, left to dry for 2 days. The results showed that grapefruit peel and millet flour were the
best Therefore, we have found more odor absorbers, including charcoal powder, tea residue,
coffee residue by combining grapefruit peel mixed with millet flour and mixing with all 3
variables by mixing 25% absorbent and leaving it to dry for 2 days. The results showed that
charcoal powder absorbs odors the best. And mixed cat marijuana to lure cats to excrete and
help to excrete better by mixing 50% cat marijuana. various fruit peels It can absorb more or
less waste depending on the pectin in the fruit peel. The peel of the pomelo can absorb waste
the best. Each type of flour affects how different ingredients clump together. especially corn
starch different types of deodorants causing the smell of waste to be absorbed differently And
charcoal can absorb the smell of various waste the best and cat marijuana has the effect of
luring cats to use the cat litter box more easily which can solve the problem of cat sand
Because cat sand from fruit peels does not adversely affect the health of both people and cats.
It also does not negatively affect the environment. Because when the cat litter is taken from the
used fruit peels and sprinkled on the big trees can be used as fertilizer.
12
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 04P: Litter Sand Cat
13
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 05P: Happy Day
แผ่นฟิล์มพอลิเมอร์ผสมต้านแบคทีเรีย Pectobacterium carotovorum subsp
carotovorum ในผักกาดเขียวปลีด้วยน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชัน
เจ้าของผลงาน:
นางสาววันมีสุข เปาะทองคำ
นางกนกรัตน์ สิงห์นุ้ย (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช,
นครศรีธรรมราช
ผลิตภัณฑ์ฟิล์มคลุมดินต้าน Pectobacterium carotovorum subsp. ในผักกาดเขียวปลีด้วยน้ำมันหอมระเหย
จากขมิ้นชัน เพื่อศึกษาการเตรียมฟิล์มพลาสติกชีวภาพจาก PLA (Polylactid acid) และ PBS (Polybutylene
sucsinate) ผสมด้วยน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชัน ต้านแบคทีเรีย Pectobacterium carotovorum subsp. ในผัก
กาดเขียวปลี เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาและปรับใช้ทางการเกษตรเพื่อใช้ในดินสำหรับปลูกพืชและสามารถใช้ต่อ
เนื่องไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ส่งออก และนำขายสู่ตลาด โดยศึกษากระบวนการเตรียมฟิล์มด้วยเทคนิคการต่อกิ่ง
(Graft Polymerization) และเทคนิคการการก่อรูปสารละลาย (Solvent Casting Technique) เพื่อเพิ่มความ
สามารถในการเข้ากันของโพลิเมอร์ผสม (Copolymer) นำมาซึ่งการเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการขึ้นรูปฟิล์มและ
สมบัติทางกายภาพของฟิล์ม โดยฟิล์มที่เกิดขึ้นจากการเตรียมฟิล์มด้วยเทคนิคข้างต้นใช้อัตราความเข้มข้นต่าง ๆ
ของน้ำมันหอมระเหย เพื่อนำมาศึกษาความสามารถในการต้านแบคทีเรีย ด้วยการตรวจสอบบริเวณยับยั้ง (Clear
Zone) ผลการทดลองพบว่า กระบวนการเตรียมฟิล์มด้วยเทคนิคการต่อกิ่ง (Graft Polymerization) ส่งผลต่อ
ลักษณะภายนอกของฟิล์มที่ยืดหยุ่นและเหนียว แต่ความสามารถในการขึ้นรูปและลอกออกมาเป็นแผ่นบางไม่
สามารถทำได้ดีเมื่อเทียบกับกระบวนการเตรียมฟิล์มด้วยเทคนิคการก่อรูปสารละลาย (Solvent Casting
Technique) ที่สามารถขึ้นรูปและสามารถลอกออกมาเป็นฟิล์มได้อย่างสมบูรณ์ เทคนิคการต่อกิ่ง (Graft
Polymerization) ให้ผลและประสิทธิภาพที่ดีและเป็นเทคนิคที่ใช้ได้ดีหากใช้กับเครื่องมือขั้นสูง (Blown Film
Extrusion Machine) การตรวจสอบสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ที่มีความสามารถในการต้านและยับยั้ง
Pectobacterium carotovorum subsp. ในน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชันกับสารละลายบอริก (Boric Solution)
ได้ตะกอนลักษณะสีแดง นำไปสู่การทดสอบความสามารถต่อการยับยั้งการเจริญของ แบคทีเรียและฟิล์มที่ผ่านการ
ผสมน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชันด้วยวิธี Paper Disc Diffusion เมื่อทดสอบรัศมีการยับยั้งเชื้อรอบชิ้นฟิล์ม สรุป
ได้ว่าน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชันและฟิล์มที่ผ่านการผสมน้ำมันหอมระเหย สามารถยับยั้งและต่อต้าน
Pectobacterium carotovorum subsp. และที่ความเข้มข้นร้อยละ 100 มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อมากที่สุด
เนื่องจากเกิด Hibition Zone ที่เฉลี่ยแล้วมากที่สุดทั้งสองรูปแบบการทดสอบ ผลที่ได้จาการตรวจสอบลักษณะ
สัณฐานของฟิล์มที่เตรียมจากโพลิเมอร์ผสมด้วยเทคนิคการก่อรูปสารละลาย (Solvent Casting Technique) ใน
อัตราส่วนต่าง ๆ และโพลิเมอร์ผสมด้วยเทคนิคการก่อรูปสารละลาย (Solvent Casting Technique) ในอัตราส่วน
PLA : PBS 2:3 ที่ผ่านการผสมของน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชันความเข้มข้นร้อยละ 100 ด้วยเทคนิค SEM
(Scanning Electron Microscopy) มีลักษณะที่แตกต่างของแต่ละเนื้อฟิล์มซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ขณะขึ้นรูป
ฟิล์ม ได้แก่ อุณหภูมิ รูปแบบแม่พิมพ์ในการขึ้นรูป วัสดุอุปกรณ์ในการขึ้นรูปฟิล์ม เป็นต้น
14
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 05P: Happy Day
Antibacterial copolymer film model Pectobacterium carotovorum
subsp. carotovorum in Brassica juncea (L.) Czern by adding essential
oil of Curcuma longa
Members:
Ms. Wanmeesuk Paothongkam
Mrs. Kanokrat Singnui (Advisor)
Princess Chulabhorn Science High School Nakhon Si Thammarat, Nakhon
Si Thammarat
Antibacterial copolymer film Pectobacterium carotovorum subsp. carotovorum in Brassica
juncea (L.) Czern by adding essential oil of Curcuma longa. To study the preparation of
bioplastic film from PLA (Polylactid acid) and PBS (Polybutylene sucsinate) mixed with
essential oil of Curcuma longa. Antibacterial Pectobacterium carotovorum subsp. in Chinese
cabbage to be an example in the development and adaptation of agriculture for use in the
soil for planting and can be used continuously until the harvest, export and market. The
process of film preparation by graft polymerization and solvent casting technique was
studied in order to increase the compatibility of the copolymer. The film formed by
preparing the film using the above technique was used at different concentrations of
essential oils to study the ability to fight bacteria By examining the clear zone, the results
showed that the graft polymerization process affected the appearance of the flexible and
cohesive film. However, the ability to form and peel off thin sheets is not as good as the film
preparation process using a solvent casting technique that can be molded and peeled off as
a film completely. The Graft Polymerization yields good results and efficiency and is a good
technique when used with advanced equipment (blown film extrusion machine). In turmeric
essential oil mixed with boric solution gave a reddish precipitate. Leading to testing the
ability to inhibit the growth of Bacteria and film treated with turmeric essential oil by paper
disc diffusion method when testing the antibacterial radius surrounding the film. It was
concluded that the essential oil from turmeric and the blended film able to resist and resist
Pectobacterium carotovorum subsp. The results obtained by examining the morphology of
the polymer composite film prepared by solvent casting technique at different ratios and the
polymer composite prepared by solvent casting technique at the ratio PLA:PBS 2:3 that was
mixed with 100% concentration of turmeric essential oil by Scanning Electron Microscopy
technique. There were different characteristics of each film grain depending on various
factors during film forming, such as temperature, pattern. mold for forming film forming
equipment, etc.
15
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 05P: Happy Day
16
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 06P: Much Much Grow
ไทยไมซีเลียมแพ็ ค
เจ้าของผลงาน:
นายปิยากร สุธีโรจน์ตระกูล
นายภูริไกรลาส สงจินดา
นางสาวช่อรัก วงศ์สวรรค์ (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี, ปทุมธานี
จากสถาณการณ์โควิด-19 ทำให้อัตราอัตราการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้
ความต้องการของโฟมกันกระแทกสำหรับการส่งของสูงขึ้น แต่กระบวนการผลิตโฟมใช้พลังงาน
ที่สูง อีกทั้งโฟมยังย่อยสลายได้ยากและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้พัฒนาจึงต้องการที่จะ
พัฒนาวัสดุกันกระแทกจากไมซีเลียมของเห็ดในประเทศไทย ซึ่งมีนำหนักที่เบาเหมาะสมสำหรับ
การขนส่ง และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ โดยการเลือกและเก็บตัวอย่างจากเห็ดนางรม เห็ด
หูหนู และเห็ดฟางเพื่อนำมาเพาะเลี้ยงให้เชื้อบริสุทธิ์ จากนั้นนำมาคลุกกับฟางและลำต้นมัน
สำปะหลังซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตร แล้วใส่ลงในแม่พิมพ์ เมื่อไมซีเลียมเจริญเติบโต
เต็มทั้งแม่พิมพ์ นำไปอบแห้งและทดสอบการใช้งานจริง ผลการดำเนินงานพบว่าไมซีเลียมเจริญ
เติบโตเต็มแม่พิมพ์ขนาด 10 cm x 10 cm x 10 cm ได้ภายในระยะเวลา 14 วัน และป้องกัน
การแตกของขวดแก้วเมื่อขนส่งได้ มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับโฟมที่ใช้ในปัจจุบัน
17
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 06P: Much Much Grow
Thai mycelium pack
Members:
Mr. Piyakorn Sutreerojthakool
Mr. Phurikrailas Songjinda
Ms. Chorluk Wongsawan (Advisor)
Princess Chulabhorn Science High School Pathum Thani,
Pathum Thani
The situation of COVID-19 resulted in an increase in the rate of online
purchases as a result, the demand for foam cushioning for delivery is higher.
But the foam production process consumes a lot of energy. In addition, the
foam is difficult to decompose and affects the environment. The developer
would like to develop cushioning material from mushroom mycelium in
Thailand. which has lightweight suitable for transportation and biodegradable
by selecting and collecting samples from oyster mushrooms, ear mushrooms,
and straw mushrooms to be cultured for pure culture. Then mix it with straw and
stems. Cassava, a waste material from agriculture then put into the mold. When
the mycelium was fully grown, the whole mold was dried and tested for actual
use. The results show that the mycelium can fully grow in the mold size 10 cm x
10 cm x 10 cm within 14 days and prevent the glass bottle breakage when
transporting. Efficient as the foam used today.
18
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 06P: Much Much Grow
19
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 07P: เสือซุ่มขยุ้มหลังคา
นวัตกรรมพอลิเมอร์ไมโครแคปซูลตรึงเอนไซม์ไลเปสเพื่ อประยุกต์เป็น
ตัวเร่งปฏิกิริยาในกระบวนการผลิตไบโอดีเซลที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
เจ้าของผลงาน:
นายเพชรเก้า กาญจนะวรรธนะ
นายยศวัฒน์ สโรจอัครนันท์
นายพิทยนันท์ เทียนเจริญ
นายขุนทอง คล้ายทอง (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี, ปทุมธานี
ไบโอดีเซลนับเป็นพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือกที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถ
ทำการผลิตได้จากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน โดยทั่วไปในกระบวนการผลิตไบโอดีเซลนิยมใช้เบสเป็นตัว
เร่งปฏิกิริยา อย่างไรก็ตามพบว่าการใช้เอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยามีข้อดีมากกว่าหลายประการ เช่น ใช้
อุณหภูมิและพลังงานในการผลิตน้อย แต่ก็ยังมีข้อเสียในเรื่องราคาของเอนไซม์ที่ค่อนข้างสูง ทำให้เป็น
อุปสรรคต่อการนำมาใช้ในระดับอุตสาหกรรม เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โครงงานนี้จึงได้ทำการเตรียมพอ
ลิเมอร์ไมโครแคปซูลห่อหุ้มอนุภาคนาโนแมกนีไทต์สำหรับนำเอนไซม์ไลเปสกลับมาใช้ใหม่ โดยเริ่มจาก
ทำการสังเคราะห์ P(EuMA-co-MMA-co-EGDMA)/Fe3O4 พบว่าที่อัตราส่วน 80:0:20 แคปซูลที่
เตรียมได้มีลักษณะเป็นทรงกลมผิวเรียบขนาดประมาณ 5 - 50 ไมโครเมตร มีความเสถียรทาง
คอลลอยด์สูงโดยไม่เกิดการรวมตัวกัน และสามารถกักเก็บอนุภาคนาโนแมกนีไทต์ไว้ภายใน นอกจากนี้
เปลือกพอลิเมอร์ยังคงทนต่อตัวทำละลายอินทรีย์ได้ดี ต่อมาทำการปรับเปลี่ยนหมู่ฟังก์ชันที่พื้นผิวพอลิ
เมอร์ไมโครแคปซูลจากหมู่ไฮดรอกซิลเป็นหมู่โทซิล ทำให้สามารถเกิดพันธะโควาเลนต์กับเอนไซม์ไลเปส
จากนั้นจึงได้ทำการศึกษาความจุของแคปซูลในการจับเอนไซม์ พบว่าพอลิเมอร์ไมโครแคปซูลจะสามารถ
ตรึงเอนไซม์ไลเปสไว้ที่บริเวณพื้นผิวได้ประมาณ 0.3 กรัมต่อกรัมแคปซูล โดยพอลิเมอร์ไมโครแคปซูลที่
ตรึงเอนไซม์มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ำมันใกล้เคียงกับเอนไซม์ที่ไม่ถูกตรึง เมื่อนำมาทดสอบ
ผลิตไบโอดีเซลพบว่าพอลิเมอร์ไมโครแคปซูลสามารถแยกออกได้ง่ายด้วยแม่เหล็กและนำเอนไซม์ไลเป
สกลับมาใช้ซ้ำได้
20
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 07P: เสือซุ่มขยุ้มหลังคา
Innovative Polymer Microcapsule Encapsulated Magnetite Nanoparticles
for Reusable Lipase in Biodiesel Production Process
Members:
Mr. Petchgaw Kanjanawattana
Mr. Yosawat Sarojakaranun
Mr. Phittayanan Tiencharoen
Mr. Khunthong Klaythong (Advisor)
Princess Chulabhorn Science High School Pathum Thani, Pathum Thani
Biodiesel is a very interesting alternative fuel because it can be produced
from renewable resources. Generally, in the biodiesel production process, a
base is typically used as a catalyst. However, using enzymes as catalysts has
many advantages, for instance, low temperature and energy requirements for
production. The main disadvantage of using enzymes is their high price, which
can be a barrier to industrial use. Then, in this project, polymer microcapsules
encapsulating magnetite nanoparticles for lipase recovery were prepared. The
capsules were synthesized using P(EuMA-co-MMA-co-EGDMA)/Fe3O4 at a
80:0:20 ratio of EuMA: MMA: EGDMA and were found to be spherical shapes
about 5-50 µm in size with high colloidal stability and high encapsulation
efficiency. The polymer shell was also highly resistant to organic solvents. The
functional group on the surface of the polymer microcapsules was then
modified from a hydroxyl group to a tosyl group, allowing for covalent bonding
with the enzyme. The capsules were found to be able to bind about 0.3 g lipase
per gram of capsule. Furthermore, immobilized lipase has the efficiency of
hydrolysis of triglycerides closed to free enzymes. When tested for biodiesel
production, the polymer microcapsules could be easily separated by magnets
and the lipase could be reused.
21
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 07P: เสือซุ่มขยุ้มหลังคา
22
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 08P: เสือซุ่มรักเมีย
การพั ฒนานวัตกรรมชุดตรวจลายนิ้วมือแฝงอย่างง่ายในระดับ small scale
ด้วย Small Particle Reagent ร่วมกับวัสดุเรืองแสงคาร์บอนดอทจากสาร
ธรรมชาติ
เจ้าของผลงาน:
นายชนาธิป อมรธรรมสถิต
นายกมลวิช กาญจนทวีลา
นายขุนทอง คล้ายทอง (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี, ปทุมธานี
หลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุมีความสำคัญต่อนิติวิทยาศาสตร์ และหนึ่งในหลักฐานที่พบบ่อยที่สุด ณ
ตำแหน่งนั้นคือลายนิ้วมือแฝงที่มองไม่เห็นด้วยตา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อให้มองเห็น
ได้ ตัวอย่างเช่น ผงฝุ่นตรวจลายนิ้วมือ ซูเปอร์กลู และวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ Small Particle
Reagent (SPR) ซึ่งใช้อนุภาคขนาดเล็กเพื่อยึดติดกับชั้นไขมันในลายนิ้วมือแฝง ปัญหาทั่วไปของวิธีนี้
คือ SPR มีพื้นผิวสีดำ ซึ่งทำให้ยากต่อการมองเห็นบนพื้นผิวที่มืดหรือในบริเวณที่มีแสงน้อย โซลูชันดัง
กล่าวเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า “SPR พร้อมสารเรืองแสงจากเปลือกพืช” การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาชนิดของเปลือกพืชที่แตกต่างกันต่อปริมาณของคาร์บอนดอทที่ได้ และเพื่อศึกษาชนิดและ
ปริมาณของคาร์บอนดอทต่อการเรืองแสงของ SPR อีกทั้งเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ Small
Particle Reagent เรืองแสงที่สังเคราะห์ ขั้นตอนการทดลองเริ่มจากการสังเคราะห์คาร์บอนดอทจาก
เปลือกพืชชนิดต่าง ๆ โดยเริ่มจากการนำเปลือกพืชชนิดต่าง ๆ นำมาอบจนกว่าเปลือกพืชจะแห้ง แล้ว
นำเปลือกพืชที่แห้งไปปั่ นหยาบให้ละเอียด แล้วจึงผสมกับนํ้าแล้วเข้ากระบวนการให้ความร้อน เพื่อให้
เป็นการผลิตโครงสร้างระดับนาโนจากเล็กไปใหญ่ (Bottom up) แล้วจึงจะได้สารละลายคาร์บอนดอท
จากนั้นจึงสร้างสารรีเอเจนต์อนุภาคขนาดเล็กโดยใช้ซิงค์คาร์บอเนต นํ้ากลั่น และสารลดแรงตึงผิวเป็น
องค์ประกอบหลัก แล้วนำสารละลายจุดคาร์บอนจากขั้นตอนที่แล้วมาผสมในอัตราส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ได้
“SPR พร้อมสารเรืองแสงจากเปลือกพืช” แล้วจึงนำไปศึกษาประสิทธิภาพในการเรืองแสงของ
สารละลาย SPR ที่ผสมกับคาร์บอนดอท และการเรืองแสงของลายนิ้วมือแฝงที่ได้จาก SPR ที่ผสมกับ
คาร์บอนดอท อีกทั้งศึกษาประสิทธิภาพ SPR ที่ผสมกับคาร์บอนดอท ในการปรากฏขึ้นของรอยลายนิ้ว
มือแฝงที่เรืองแสง จากการทดลองได้ผลวิจัยว่า คาร์บอนดอทที่สังเคราะห์จากเปลือกมันฝรั่งมีการ
เรืองแสงที่ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่น ๆ ตามด้วย เปลือกเผือก เปลือกแตงโม และเปลือก
มันสำปะหลัง ตามลำดับ อัตราส่วนของสารละลายคาร์บอนดอทที่มากขึ้นจะทำให้ประสิทธิภาพในการ
เรืองแสงของชุดตรวจที่มากขึ้น และ SPR ที่ผสมกับคาร์บอนดอทสามารถทำให้ลายนิ้วมือแฝงปรากฏ
ขึ้นได้ และลายนิ้วมือแฝงที่ปรากฏเกิดการเรืองแสงเมื่อให้พลังงานด้วยหลอด UV
23
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 08P: เสือซุ่มรักเมีย
Developing an Innovative Simple Passive Fingerprint Identification Kit at
A Small Scale With Small Particle Reagent in Combination with Natural
Carbon Dot Fluorescent Material
Members:
Mr. Chanathip Amonthamsatid
Mr. Kamonvit Kanjanataveelap
Mr. Khunthong Klaythong (Advisor)
Princess Chulabhorn Science High School Pathum Thani,
Pathum Thani
Evidence found at crime scenes is important to forensic science. And one of the most
common evidence at that location is latent fingerprints that are invisible to the eye. Therefore,
different methods are needed to achieve visibility. For example, fingerprint powder, super glue,
and the most commonly used method is Small particle reagent (SPR), which uses small particles
to adhere to the lipid layer in latent fingerprints A common problem with this method is that the
SPR has a black surface. This makes it difficult to see on dark surfaces or in dimly lit areas. The
solution is an innovative so-called “SPR with plant shell phosphor”. The purpose of this
research was to study the effects of different plant shell species on the resulting carbon dot
content. and to study the type and amount of carbon dots on SPR luminescence and to study
the efficiency of the synthesized luminescence Small Particle Reagent. The experimental
process began with the synthesis of carbon dots from different plant barks. The plant barks
were baked until the bark dried. Then take the dried plant bark to be coarsely spun. and then
mixed with water and undergoing a heating process In order to produce a nanoscale structure
from small to large (Bottom up), then carbon dot solution will be obtained. The micro-particle
reagent was then generated using zinc carbonate, distilled water, and surfactants as the main
components. Then, the carbon dot solution from the previous step was mixed in different ratios
to obtain “SPR with plant bark phosphor” and then studied the luminescence efficiency of the
SPR solution mixed with carbon dots. and the fluorescence of latent fingerprints obtained from
SPR mixed with carbon dots. Also, study the efficiency of SPR mixed with carbon dot. in the
appearance of latent fingerprints that glow From the experiment, it was found that Carbon dots
synthesized from potato peels showed the best fluorescence compared to other plants,
followed by taro peels, watermelon peels, and cassava peels, respectively. The greater
fluorescence of the assay and the SPR mixed with carbon dots can make latent fingerprints
appear. and latent fingerprints that appear to glow when powered by a UV lamp in dark.
24
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 08P: เสือซุ่มรักเมีย
25
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 09P: หนูมาเอาถ้วย
ซองเครื่องปรุงเพคตินจากเปลือกด้านในจำปาดะ
เจ้าของผลงาน:
นางสาวพัทธ์ธีรา อิสโร
นางสาวกังสดาล ศรีสุวรรณ
นายสาธิต บัวดำ (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล, สตูล
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีที่เหมาะสมในการสกัดเพคตินจากเปลือกด้านในจำปาดะ
และศึกษาความสามารถในการเป็นบรรจุภัณฑ์ของซองเครื่องปรุงเพคตินจากเปลือกด้านใน
จำปาดะ โดยนำเปลือกด้านในจำปาดะมาสกัดเอาเพคตินด้วยวิธีที่แตกต่างกัน 3 วิธี ได้แก่ สกัด
ด้วย 1 M CaCl2, สกัดด้วย 95% ethanol และสกัดด้วย 0.05 M HCl ซึ่งวิธีการสกัดเพคติน
จากเปลือกด้านในจำปาดะที่เหมาะสมคือการสกัดด้วย 0.05 M HCl เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบ
คุณสมบัติกับเพคตินทางการค้า ได้แก่ ค่าความชื้น ปริมาณเถ้า ปริมาณเมทอกซิล ค่ากรดกาแลค
ทูโรนิก และระดับเอสเทอริฟิเคชัน พบว่า เพคตินที่สกัดได้มีคุณสมบัติที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัย
สำคัญ จากนั้นนำเพคตินที่สกัดได้มาขึ้นรูปเป็น แผ่นฟิล์มย่อยสลายได้โดยใช้โซเดียมอัลจิเนตจาก
สาหร่ายผมนางและกลีเซอรอลช่วยในการขึ้นรูป เมื่อนำมาทดสอบความหนา ความสามารถในการ
ต้านทานการซึมผ่านของน้ำและไขมัน ดัชนีการละลายน้ำของฟิล์ม การต้านแรงดึงขาด และความ
สามารถในการย่อยสลายของแผ่นฟิล์ม พบว่าแผ่นฟิล์มที่ได้มีประสิทธิภาพที่เหมาะสมในการเป็น
บรรจุภัณฑ์ซองเครื่องปรุง รวมถึงตัวแผ่นฟิล์มที่นำมาขึ้นรูปเป็นซองเครื่องปรุงนั้นสามารถคง
สภาพเครื่องปรุงได้ในระดับที่เหมาะสม อีกทั้งต้นทุนการผลิตซองเครื่องปรุงเพคตินจากเปลือก
ด้านในจำปาดะมีมูลค่าที่เหมาะสม
26
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 09P: หนูมาเอาถ้วย
Pectin condiment sachet from Artocarpus integer inner bark
Members:
Ms. Patteera Isaro
Ms. Kangsadan Srisuwan
Mr. Sathit Buadam (Advisor)
Princess Chulabhorn Science High School Satun, Satun
The purpose of this research was to study the optimum method for extracting
pectin from Artocarpus integer inner bark and to study the packaging capacity
of pectin condiment sachets from Artocarpus integer inner bark. The Artocarpus
integer inner bark was used to extract pectin by three different methods:
extraction with 1 M CaCl2, extraction with 95% ethanol and extraction with
0.05 M HCl. The optimum Artocarpus integer inner bark is extracted with 0.05
M HCl because of the comparative properties of commercial pectins such as
moisture content, ash content, methoxyl content. Galacturonic acid value It
was found that the properties of the extracted pectins were not significantly
different. Then, the extracted pectin was formed into a biodegradable film
using sodium alginate from Gracilaria fisher and glycerol to aid in forming.
When tested for thickness, water and grease permeability, water solubility
index, tensile strength at break. and the degradability of the film It was found
that the film has suitable efficiency as a condiment sachet packaging. Including
the film that is formed into a condiment packet that can maintain the condiment
at an appropriate level. Moreover, the production cost of pectin condiment
sachet from Artocarpus integer inner shell is reasonable.
27
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 09P: หนูมาเอาถ้วย
28
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 10P: YSI SR.2
สารเร่งซุปเปอร์ “บัฟซัง” เพื่ อย่อยสลายตอซังข้าว
เจ้าของผลงาน:
นายวัชระ ชาดีกรณ์
นางสาวจินตพร ขรรศร
นางสาวนันท์นภัส ลือคำหาญ
นางภาวิณี สุพลแสง (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนสหราษฎร์รังสฤษฏ์, นครพนม
ก่อนจะไถปลูกในปีถัดไปจะมีการ "เผาฟางข้าวและตอซังข้าว" เพื่อเตรียมดินในการเพาะปลูก ซึ่งส่ง
ผลด้านอากาศ และส่งผลต่อหน้าดินที่สูญเสียแร่ธาตุทำให้ดินตัน ส่วนวิธีการไถกลบก็เสียค่าใช้จ่ายสูง
และทำให้ข้าวเมาชัง จึงคิดว่าน่าจะหาแนวทางการทำลายตอชังข้าวด้วยวิธีอื่นทดแทน โดยตั้ง
วัตถุประสงค์และได้ผลในการศึกษา ดังนี้ 1) จุลินทรีย์ที่ได้มาจากกระเพาะรูเมนของควายสามารถเพิ่ม
จำนวน และย่อยตอชังข้าวได้ ถึงแม้ว่าจะนำออกมาจากกระเพาะของควายได้ประมาณ 3-4 วัน โดยที่
ไม่มีอาหารใด ๆ นอกจากเศษอาหารเดิมที่มันเกาะอยู่ (ขี้โป๊ะ) 2) อัตราส่วนของจุลินทรีย์ต่อตอซังข้าวที่
เหมาะสมที่สุดในการย่อยสลายตอซังข้าวได้เร็วที่สุด คือ อัตราส่วน น้ำ : ขี้ โป๊ะ เป็น 10 : 1 3) เมื่อ
เปรียบเทียบอัตราการย่อยสลายตอซังข้าวผลที่ได้ คือ ตอชังแห้งมีอัตราการย่อยสลาย และความเปื่ อย
ยุ่ยมากกว่าตอชังสด และ 4) การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าว ให้ได้ผลิตภัณฑ์น้ำจุลินทรีย์
ย่อยตอซังข้าว ผลที่ได้คือ เลี้ยงด้วยตอซังข้าวสดดีที่สุดรองลงมา คือ กากน้ำตาล และปลายข้าว
สามารถเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้ออย่างง่าย ที่มีส่วนประกอบคือ แลคโตส และชูโครสได้ และเมื่ออยู่ในรูป
ผงแบบแห้งสามารถเก็บได้นาน และสะดวกกว่าแบบน้ำ อภิปรายได้ว่า ขี้โป๊ะที่ได้จากกระเพาะหมัก
(Rumen) สามารถย่อยสลายตอซังข้าวทั้งแบบสดและแห้งได้และสามารถเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ย่อย
สลายตอซังข้าว จากการแยกเชื้อบริสุทธิ์เพื่อทำหัวเชื้อแบบผงได้
29
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 10P: YSI SR.2
Super accelerator “Buff Sung” to decompose rice stubble
Members:
Mr. Watchara Chadeekorn
Ms. Chintaphorn Khunsorn
Ms. Nunnaphut Luekumhan
Mrs. Pavinee Suponsang (Advisor)
Saharajrangsarid School, Nakhon Phanom
Preparation for next year's planting, there will be "Burning rice straw and rice
stubble" to prepare the soil for cultivation. in terms of air and affecting the soil
surface that loses minerals, causing the soil to become clogged, and the plowing
method is costly and make the rice drunk Therefore, it was thought that it would be
possible to find another way to destroy the rice stubble instead. The objectives and
results of this study were therefore established as follows:
1) Microorganisms derived from the buffalo rumen were able to increase the number
and digestion of rice stubble. Although it can be taken out of the buffalo's stomach
for about 3-4 days without any food except the original food scraps that it clings to
(KIPOH)
2) The ratio of microorganisms to the rice stubble is optimal for digestion. The fastest
decomposition of rice stubble was the ratio of water: dung, pod was 10:1
3) When comparing the rate of decomposition of rice stubble, the result was that dry
stubble had a higher rate of decomposition and deterioration than rice stubble. And
4) Cultivation of rice stubble decomposing microorganisms The result was that fresh
rice stubble was fed the best, followed by molasses and broken rice. The
components are lactose and sucrose and when in dry powder form can be stored
longer and more convenient than liquid form. Discuss whether KIPOH obtained from
the rumen (Rumen) can decompose both fresh and dry rice stubble and can be
cultured for microorganisms that decompose rice stubble. from pure isolation to
make a powdered concentrate.
30
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 10P: YSI SR.2
31
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 11I: S73 วช.อุดรธานี
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง
เจ้าของผลงาน:
นายพลวัตร มาสีมี
นางสาวศศิธร คำมูล
นางสาวจรรยพร ไชยคำบัง
นายเชิดศักดิ์ คำสุนันท์ (ที่ปรึกษา)
วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี, อุดรธานี
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนารถจักรยานยนต์ระบบสันดาปภายในเป็นรถ
จักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง 2) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงที่พัฒนา
ขึ้น 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้จาก
การสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ ผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ในจังหวัดอุดรธานี ผู้ประกอบ
อาชีพขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง และนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี จำนวน 20 คน เครื่องมือ
ที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกประสิทธิภาพการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง และแบบสอบถามความ
พึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงที่พัฒนามาจากรถจักรยานยนต์ระบบสันดาปภายใน
สามารถใช้งานได้จริงโดยขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Hub Motor ที่ล้อหลัง ควบคุมด้วยกล่อง
ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์แรงดันไฟฟ้า 48 – 84 โวลต์ จ่ายไฟด้วยแบตเตอรี่ลิเทียมฟอสเฟต ความจุ 72 โวลต์
30 แอมป์ ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยการทดลองใช้จริงจากกลุ่มตัวอย่างพบว่า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
ดัดแปลงที่พัฒนาขึ้น สามารถขับขี่ต่อเนื่องเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ความเร็วสูงสุด
80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ค่าใช้จ่ายประมาณ 14 บาทต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อัตราเฉลี่ยค่าใช้จ่าย 0.14 บาท
กิโลเมตร ลดค่าใช้จ่ายจากการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงลงได้ถึง 10 เท่า ผลการศึกษาความพึงพอใจพบว่า ผู้ใช้งาน
มีความพึงพอใจต่อการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง เรียงลำดับจากมากไปน้อย 10 ลำดับ ดังนี้ ข้อ 1.
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (x̄ = 4.70) ข้อ 2. โครงสร้างของตัวรถมีความมั่นคง แข็งแรงสวยงาม (x̄ = 4.60)
ข้อ 3. ความประหยัดเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิง (x̄ = 4.30) ข้อ 4. สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ใช้งานได้
จริง (x̄ = 4.25) ข้อ 5. อุปกรณ์ระบบไฟแสงสว่างมีครบ สมบูรณ์ (x̄ = 4.00) ข้อ 6. อุปกรณ์ระบบไฟ
สัญญาณมีครบ สมบูรณ์ (x̄ = 3.85) ข้อ 7. ระบบเบรกมีความปลอดภัย (x̄ = 3.70) ข้อ 8. อัตราการเร่งของ
รถจักรยานยนต์ (x̄ = 3.65) ข้อ 9. แรงบิดของรถจักรยานยนต์ (x̄ = 3.60) ข้อ 10. คู่มือการใช้งานละเอียด
ครบถ้วน (x̄ = 3.55) และในภาพรวมพบว่าผู้บริโภคมีความพึงพอใจต่อการใช้งานรถจักรยานยนต์ไร้มลพิษอยู่
ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.02
33
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 11I: S73 วช.อุดรธานี
Modified Electric Motorcycles
Members:
Mr. Phollawat Maseemee
Ms. Sasitorn Khammool
Ms. Janyaphon Chaikambang
Mr. Cherdsak Khamsunan (Advisor)
Udon Thani Polytechnic College, Udon Thani
The research aimed to 1) develop an internal combustion motorcycle into a modified
electric motorcycle, 2) test the efficiency of the modified electric motorcycle, 3) study
the satisfaction of the users. Population and 20 samples were obtained by purposive
random sampling from motorcycle operators in Udon Thani province, professional
motorcycle taxi drivers and students of Udon Thani Polytechnic College. The research
tools were efficiency recording form of the modified electric motorcycle and a
satisfaction questionnaire. Data was analyzed using percentages, mean and the
standard deviation.
The results showed that the modified electric motorcycle was actually be used by
being changed from an internal combustion system to a hub motor electric motor system
on the rear wheel, controlled by an electronic control box, voltage 48 – 84 volts,
powered by a lithium phosphate battery with a capacity of 72 volts 30 amps. The results
of its performance test by actual trials from the sample group were found that the
modified electric motorcycle could drive continuously for a distance of 100 kilometers
per charge at a maximum speed of 80 kilometers per hour. It cost about 14 baht per one
charge. The ratio of electric consuming was 0.14 baht per kilometer which was 10 times
cheaper than the use of fuel. The users were satisfied with the use of the modified
electric motorcycle in the following areas respectively: 1) The environmental friendly (x̄ =
4.70), 2) The stability strong and charming of the structure (x̄ = 4.60), 3) The less
consuming of energy compared to fuel (x̄ = 4.30), 4) The usable and beneficial (x̄ =
4.25), 5) The equipment of lighting system (x̄ = 4.00), 6) The installation of signal system
(x̄ = 3.85). 7) The safety of brake system (x̄ = 3.70), 8) The ratios of acceleration (x̄ =
3.65), 9) The torque of the motorcycle (x̄ = 3.60), 10) The instruction manual (x̄ = 3.55). It
was found that the consumers were satisfied with the use of modified electric
motorcycle with the overall acceptance at a high level with an average of 4.02.
34
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 11I: S73 วช.อุดรธานี
35
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 13I: MangoMogang
ไลน์บอททำนายระดับความหวานของมะม่วงโชคอนันต์ผ่านสีด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์
เจ้าของผลงาน:
นางสาวณัฐชา พุฒตรง
นายฑิณภัทร กันจินะ
นายปรัญชัย แก้วคำปา
นางมนัสชนก ตามวงค์ (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย, เชียงราย
เนื่องจากมนุษย์มีรสนิยมความชอบในการทานไม่เหมือนกัน จึงมีการขายผลไม้ในระดับของความ
สุกที่ไม่เหมือนกันเพื่อให้ผู้บริโภคได้มีสิทธิ์เลือกตามความชอบของตนเอง ซึ่งวิธีการคัดเลือกความสุก
ของ ผลไม้ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Brix-refractometer ที่มีความแม่นยำสูงแต่มี
ความยุ่งยาก ในการใช้ และการคัดเลือกความสุกโดยการดูจากสีของเปลือกผลไม้ที่ไม่ค่อยมีความ
แม่นยำ ดังนั้น โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์ คือ พัฒนาไลน์บอทที่สามารถใช้ระบบ (AI) ในการทำนายค่า
ความหวานของ มะม่วงผ่านสีเพื่อการตรวจค่าความหวานผ่านสีของมะม่วงและสามารถทำให้การตรวจ
ความหวาน สะดวกสบายกว่าวิธีเดิมได้ โดยมีการแบ่งระดับความหวานออกเป็น 3 ระดับคือ เปรี้ยว ปาน
กลาง และ หวาน โดยใช้มะม่วงโชคอนันต์ที่มีระดับสี และความหวานที่ต่างกันเพื่อศึกษา และเก็บข้อมูล
แล้วนำไปให้ AI วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างรูปภาพในแต่ละพิกเซลว่ามีความสัมพันธ์กับค่าน้ำตาล
ที่ได้อย่างไร ซึ่งจะ หาค่าความแม่นยำโดยเปรียบเทียบการทดลองวัดค่าความหวานของมะม่วงโชค
อนันต์จากการใช้เครื่อง Brix-refractometer กับค่าความหวานที่โมเดลทำนายได้ ความหวานของ
มะม่วงมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับสี RGB แบบจำลองการวัดความหวานมะม่วงโชคอนันต์ได้
รับการพัฒนาโดยใช้ขั้นตอนวิธีการ เปรียบเทียบโมเดล 4 ตัว คือ Support Vector Machine
(SVM), Logistic Regression, K-nearest neighbors (KNN) และ Decision Tree พบว่าแบบ
จำลอง SVM ให้ผลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจโดยมีความแม่นยำอยู่ที่ 94.44 % (ทดสอบกับข้อมูลที่ไม่เคย
เทรน) ดังนั้นจากการวิจัยครั้งนี้จึงสรุปได้ว่า สามารถทำนายระดับความหวานของมะม่วงโชคอนันต์โดย
การใช้ Support Vector Machine และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับไลน์บอทเพื่อการใช้งานได้ง่าย
มากขึ้นลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
36
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 13I: MangoMogang
Prediction of Chokanan mango (Mangifera indica) sweetness levels
by color Line bot with AI system
Members:
Ms. Nuttacha Puttrong
Mr. Thinnaphat Kanchina
Mr. Parunchai Keawkhampa
Mrs. Manatchanok Tamwong (Advisor)
Princess Chulabhorn Science High School Chiang Rai, Chiang Rai
This research aims to create a Line bot for testing the sweetness of Chok-
Anan mango with the surface color. Chok-Anan mango (Mangifera indica L.)
with different colors and sweetness levels were used to study and collect the
data, using machine learning algorithm comparison of 4 models including
Support Vector Machine (SVM), Logistic Regression, K-nearest neighbors
(KNN), and Decision Tree to learning relationship between the mango images
and the mango sweetness levels. The prediction accuracy was determined by
comparing the actual mango sweetness using a Brix-refractometer and the
predicted mango sweetness from the AI model. The experiment found that the
mango sweetness was significantly correlated with the mango surface color. The
SVM model reaches an average accuracy rate of 93.22% (tested with data that
has never been trained). In conclusion, the sweetness level of Chokanan Mango
can predicted by using Support Vector Machine and can applied to line bots for
easier use.
37
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 13I: MangoMogang
38
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 14I: Fruit Calorie Scale for
Diabetics
เครื่องชั่งวัดแคลอรีผลไม้เพื่ อผู้ป่วยเบาหวาน
เจ้าของผลงาน:
นางสาวพัชรา จันทมัด
นางสาวปาจีรนันท์ ปิงขุนทด
นางสาวสิตางศุ์ อุชุภาพ
นายธนพงษ์ ลิมปจีระวงษ์ (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี, เพชรบุรี
ในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคอ้วน และโรคเบาหวานจำนวนมาก ซึ่งเกิดจากการบริโภคที่มากเกินไป โดยไม่
คำนึงถึงปริมาณแคลอรีที่ได้รับ โดยการรับประทานผลไม้นั้นเป็นที่นิยมจำนวนมาก เพราะผู้บริโภคมี
ความคิดว่าเป็นทางเลือกในการรับประทานที่ดีต่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริง การบริโภคผลไม้ที่มาก
เกินไปส่งผลให้เป็นโรคอ้วน และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ผลไม้ที่เป็นที่นิยม และมีทุกฤดูกาล คือ ลำไยและ
ส้มเขียวหวาน ผู้จัดทำจึงประดิษฐ์เครื่องชั่งวัดแคลอรีผลไม้เพื่อผู้ป่วยเบาหวานโดยใช้ฐานข้อมูลส้ม
เขียวหวาน และลำไยอย่างละ 100 ผล เพื่อนำมาสร้างสมการ และเขียนโค้ดด้วยโปรแกรม KidBright
โดยเครื่องชั่งจะแสดงค่าน้ำหนัก ปริมาณน้ำตาล และปริมาณแคลอรีของลำไย และส้มเขียวหวาน ผ่าน
จอ LED ของเครื่องชั่ง เมื่อทำการทดลองเปรียบเทียบค่าน้ำหนัก ปริมาณน้ำตาล และปริมาณแคลอรี
ของลำไยและส้มเขียวหวาน จากเครื่องชั่งทั่วไป เครื่องวัดความหวาน และเครื่องชั่งแคลอรีผลไม้ โดย
ใช้กลุ่มตัวอย่างลำไย 70 ผล และส้มเขียวหวาน 50 ผล พบว่าค่าความคลาดเคลื่อนแคลอรีของลำไย
จากการคำนวณ Brix reflectometer และเครื่องชั่งวัดแคลอรีผลไม้มีค่า 63.94 ± 4.67 กิโลแคลอรี
ค่าความคลาดเคลื่อนแคลอรีของส้มเขียวหวานมีค่า 32.82 ± 2.63 กิโลแคลอรี ซึ่งใกล้เคียงกัน ทำให้
ผู้ใช้งานทราบน้ำหนัก ปริมาณน้ำตาล และปริมาณแคลอรีของผลไม้ได้อย่างรวดเร็ว สะดวกสบาย และ
มีประสิทธิภาพ
39
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 14I: Fruit Calorie Scale for
Diabetics
Fruit Calorie Scale for Diabetics
Members:
Ms. Phatchara Chanthamat
Ms. Pajeeranan Pingkhunthod
Ms. Sitang Auchupap
Mr. Thanapong Limpajeerawong (Advisor)
Princess Chulabhorn Science High School Phetchaburi, Phetchaburi
Nowadays, an increasing number of people are impacted by health conditions
such as diabetes, which are connected to a high calorie diet. Fruits are better
choices for widespread consumption since people believe they are healthier.
However, eating too many fruits can lead to diabetes and other problems. Tangerines
and longans are popular fruits that are available throughout the year. This project was
to invent a fruit calorie scale that indicated weight, sugar content, and calorie
information. The database sample of 100 tangerines and 140 longans was used to
form the equation and write code in KidBright. The user can select the function by
pressing the switch. The fruit calorie scale will display the results of the longans if you
press the first switch, and the tangerine if you press the second switch. The weight,
sugar content, and calorie count of tangerines and longans were displayed on the
LED scale. We weighed the samples (50 tangerines and 120 longans) and compared
their weight, sugar content, and calorie count using a general scale, a brix
reflectometer, and a fruit calorie scale. According to the findings, the standard
deviations for longans calculated using the fruit calorie scale and the brix
reflectometer were 7.88 and 6.21, respectively, and the standard deviations for
tangerines were 5.69 and 3.11. Similar amounts of calorie error were calculated for
tangerines and longans using brix reflectometers and fruit calorie scales: 32.28 ±
2.63 kcal for the longans and 63.94 ± 4.67 kcal for the tangerine. When operating a
fruit calorie scale, the user may quickly determine the weight, sugar content, and
calorie count of the fruit. This scale is also practical and reliable.
40
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 14I: Fruit Calorie Scale for
Diabetics
41
ผ ล ง า น ที ม แ ข่ ง ขั น 15I: เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ
พร้อมระบบการส่งสัญญาณฯ
เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติพร้อมระบบการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือโดย
การแจ้งเตือนผ่านไลน์สำหรับผู้สูงอายุ
เจ้าของผลงาน:
นางสาวปัณฑิตา แย้มเปลี่ยน
นางสาวรุ่งนภา หอมแก่นจันทร์
นายลิขิต ทบประดิษฐ์ (ที่ปรึกษา)
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี, เพชรบุรี
เนื่องด้วยในสังคมไทยมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น และอัตราการเกิดของประชากรน้อยลง ซึ่ง
เป็นผลที่เกิดจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงในประเทศไทย และสิ่งที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่พบคือ โรคประจำตัว
ซึ่งโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องรับประทานยา ทางคณะผู้จัดทำจึงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์
เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติพร้อมระบบการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือโดยการแจ้งเตือนผ่านไลน์
สำหรับผู้สูงอายุ เพื่อแก้ปัญหาการหลงลืมการรับประทานยา การรับประทานยาไม่ตรงต่อเวลา และการ
ขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน จากการทดสอบความสามารถของเครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ พบว่าสามารถ
จ่ายยาได้ตามเวลาที่กำหนด มีการแจ้งเตือนผ่านไลน์ของผู้ดูแลเมื่อมีการเข้ามารับยา แต่หากยังไม่มี
การเข้ามารับยาไปรับประทาน เครื่องจะทำการแจ้งเตือนด้วยการส่งสัญญาณเสียง และมีการกะพริบไฟ
ที่อยู่บนตัวเครื่องจนกว่าผู้สูงอายุจะเข้ามารับยา ในส่วนของการขอความช่วยเหลือจะเป็นการเขียน
โปรแกรมลงบนบอร์ด Kidbright คำสั่งนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อผู้สูงอายุกดไปที่สวิตช์ที่อยู่บนตัวเครื่อง
เมื่อกดสวิตช์ เครื่องจะทำการส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลว่าขอความช่วยเหลือ พร้อมกับไฟ
กะพริบและส่งสัญญาณเสียงออกมาจากตัวเครื่อง การทำงานของคำสั่งนี้จะหยุดลงก็ต่อเมื่อผู้ดูแลเข้า
มาช่วยเหลือผู้สูงอายุ เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติจะมีการใช้กล่องยาสำเร็จรูป โดยในการบรรจุยาจะไม่มีการ
แกะเม็ดยาออกจากแผง แต่จะเป็นลักษณะของการตัดออกมาจากแผงยา เพื่อป้องกันการชื้นของยา
ซึ่งเครื่องจ่ายยาอัตโนมัติเครื่องนี้สามารถบรรจุกล่องยาที่มีการจัดเป็นชุดได้สูงสุด 18 กล่อง และจ่าย
ยาในส่วนของก่อนอาหาร หลังอาหาร และก่อนนอน
42