หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 49 ความแตกต่างของ บริษัทจํากัด และ ห้างหุ้นส่วนจํากัด นิติบุคคลมี 2 รูปแบบด้วยกัน คือ "บริษัทจํากัด" และ "ห้างหุ้นส่วนจํากัด" โดยทั้ง 2 รูปแบบมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงพามาดูความแตกต่างของทั้ง 2 รูปแบบที่ผู้ประกอบการควรรู้ เพื่อเป็นการช่วยตัดสินใจว่าควรเปลี่ยนเป็นนิติบุคคล ในรูปแบบไหนดี บริษัทจํากัด ห้างหุ้นส่วนจํากัด ต้องมีบุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. 2566 มีบุคคลแค่ 2 คนขึ้นไป 5,000 บาท (ยังไม่รวมค่าอากรแสตมป์ และค่ารับรองเอกสาร) กรรมการบริษัท (มาจากการแต่งตั้งของที่ประชุมผู้ถือหุ้น) หุ้นส่วนผู้จัดการ (เฉพาะหุ้นส่วนไม่จํากัดความรับผิดชอบที่จะเป็นได้) อยู่ในรูปแบบผู้ถือหุ้นรับผิดชอบต่อหนี้สิน เท่ากับมูลค่าหุ้นที่ยังชําระไม่ครบ ถ้าชําระครบแล้วความรับผิดชอบไม่มีเป็นส่วนตัว ผู้ที่สามารถเซ็นปิดงบได้ จะต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เท่านั้น ผู้ที่สามารถเซ็นปิดงบ จะเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือ ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ก็ได้ มี 2 ประเภท หุ้นส่วนจํากัดความรับผิดชอบ (จะรับผิดชอบเท่าที่จํากัดไว้) 1,000 บาท (ยังไม่รวมค่าอากรแสตมป์ และค่ารับรองเอกสาร) ต้องมีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หุ้นส่วน/ผู้ถือหุ้น ผู้ดําเนินการ การปิดงบประจําปี หุ้นส่วนไม่จํากัดความรับผิดชอบ (จะรับผิดชอบหนี้สินของ หจก. ไม่จํากัด) จํานวนผู้ร่วมลงทุน ค่าธรรมเนียม ในการจัดตั้ง 1 2
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 50 ธุรกิจSMEs vs ธุรกิจที่ไม่ใช่SMEs ต่างกันอย่างไร ต่อมาเราจะพาผู้ประกอบการมาดูตัวอย่างของธุรกิจSMEs vs ธุรกิจที่ไม่ใช่SMEs ว่าทั้ง 2 มีเงื่อนไขอะไร และธุรกิจแบบไหน ที่จะช่วยผู้ประกอบการประหยัดภาษีได้มากกว่ากัน ธุรกิจSMEs อัตราภาษีธุรกิจSMEs ธุรกิจที่ไม่ใช่SMEs ทุนจดทะเบียน ไม่เกิน 5,000,000 บาท เกิน 5,000,000 บาท ธุรกิจSMEs ย่อมาจากคําว่า Small and Medium Enterprise หรือที่เรียกว่า วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมเป็นธุรกิจที่ทําการดําเนินกิจกรรม ทางด้านการผลิตจําหน่ายขนาดย่อม ไม่เกิน 30,000,000 บาท เกิน 30,000,000 บาทรายได้ ไม่เกิน 300,000 บาท 300,001 - 3,000,000 3,000,000 บาทขึ้นไป ยกเว้น 15% 20% 20% ตั้งแต่บาทแรก อัตราภาษีธุรกิจที่ไม่ใช่SMEs ทุนจดทะเบียน รายได้
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 51 สูตรการคํานวณ ภาษีเงินได้นิติบุคคล การคํานวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในธุรกิจSMEs vs ธุรกิจที่ไม่ใช่SMEs โดยครูอัสจะยกตัวอย่างให้ทั้ง 2 ธุรกิจมีกําไรในอัตรา 10% จากรายได้ *จะเห็นได้ว่าธุรกิจSMEs ได้รับการยกเว้นกําไร 300,000 บาทแรก ทําให้มีรายได้มาคํานวณภาษีลดลง และใช้อัตราภาษีอยู่ที่ 15% ขณะที่ธุรกิจที่ไม่ใช่SMEs จะเสียภาษีตั้งแต่ 1 บาทแรกในอัตรา 20% ทันที ทําให้ธุรกิจประเภทนี้เสียภาษีมากกว่าธุรกิจSMEs นั่นเอง ธุรกิจ SMEs รายได้ กําไร คํานวณภาษี (ยกเว้น) อัตรา ภาษีที่ต้องชําระ 29,000,000 2,900,000 2,900,000 300,000 15% x 2,600,000 390,000 = 0 = 390,000 รายได้ กําไร คํานวณภาษี (ยกเว้น) อัตรา ภาษีที่ต้องชําระ 31,000,000 3,100,000 3,100,000 - 20% x 3,100,000 620,000 = 620,000 ธุรกิจที่ไม่ใช่ SMEs ผลต่างจากการคํานวณภาษี 230,000 บาท ตัวอย่าง รายได้ หัก ต้นทุนขาย กําไรขั้นต้น หัก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ กําไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี ภาษีเงินได้ กําไรสุทธิ xx xx xx xx xx xx xx
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 52 เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นปี (ภ.ง.ด.50) กําหนดการยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) สําหรับนิติบุคคลที่มีรอบบัญชีเริมต้น 1 ม.ค. - สิ ่นสุด 31 ธ.ค.้ ตัวอย่างแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ** กรณีที่วันสุดท้ายเป็นวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้ชําระภาษี วันสุดท้ายในวันถัดไป สแกน QR Code เพื่อเข้าไปดาวน์โหลด แบบฟอร์ม ภ.ง.ด.50 อัตรา 1.5% ต่อเดือน *ภาษี (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับ 1,000 บาท ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับ 2,000 บาท เงินเพิ่ม ค่าปรับอาญา ภ.ง.ด.50 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล ใช้สําหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมาย ประเทศไทยหรือต่างประเทศ ต้องยื่นภายใน 150 วัน (ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม) นับตั้งแต่วันสุดท้าย ของรอบระยะเวลาบัญชีโดยจะต้องยื่นทุกปีไม่ว่าจะมี รายได้หรือไม่มีรายได้ 7 มิ.ย. ยื่นแบบกระดาษ ของปีถัดไป ของปีถัดไป 30 พ.ค. 31 ธ.ค. ยื่นแบบออนไลน์ บวกเพิ่ม 8 วัน
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 53 กําหนดการยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) สําหรับนิติบุคคลที่มีรอบบัญชีเริมต้น 1 ม.ค. - สิ ่นสุด 30 มิ.ย.้ ภ.ง.ด.51 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล สําหรับครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (6 เดือน) โดยกําหนดให้ ยื่นรายการภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันสุดท้ายของ ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ตัวอย่างแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.51) ** กรณีที่วันสุดท้ายเป็นวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้ชําระภาษี วันสุดท้ายในวันถัดไป สแกน QR Code เพื่อเข้าไปดาวน์โหลด แบบฟอร์ม ภ.ง.ด.51 8 ก.ย. ยื่นแบบกระดาษ ของปีนั้ ้น ของปีนั้น 31 ส.ค. 30 มิ.ย. ยื่นแบบออนไลน์ บวกเพิ่ม 8 วัน
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 54 เบียปรับ เงินเพิ้ ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึงปีหลัง (ภ.ง.ด.51)่ ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 2 วัน อัตรา 0.1% ต่อเดือน * ภาษี (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) ยื่นแบบล่าช้าเกิน 2 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน อัตรา 0.5% ต่อเดือน * ภาษี (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน อัตรา 1.5% ต่อเดือน * ภาษี (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) เงินเพิ่ม ค่าปรับอาญา ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับ 1,000 บาท ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับ 2,000 บาท
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 55 ประมาณการกําไรสุทธิครึ่งปีตํ่าไปเกินกว่า 25% การแก้ไขกรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ขาดไปเกินกว่า 25% ให้ยื่นเพิมเติมก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 หากบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการ ่ และชําระภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการโดยไม่ได้รับคําเตือนหรือคําเรียกตรวจสอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือ ให้ลดเงินเพิมได้ แต่ต้องเสียในอัตราและตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ ่ ถ้าชําระภายใน 2 วัน นับแต่วันพ้นกําหนดเวลายื่น รายการให้เสียร้อยละ 0.10 ของเงินภาษีที่ต้องชําระ ถ้าชําระภายหลัง 2 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันพ้นกําหนดเวลา ยื่นรายการให้เสียร้อยละ 0.50 ของเงินภาษีที่ต้องชําระ 1 1 2 3 ถ้าชําระเกินกว่า 7 วัน นับแต่วันพ้นกําหนดเวลายื่นรายการ ให้เสียเงินเพิมร้อยละ 1.5 ต่อเดือนไม่เกินร้อยละ 20 ่
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 56 กําไรจริง = 2,000,000 บาท กําไรประมาณการ = 1,000,000 บาท คิดเป็นกําไรสุทธิขาดเกินในอัตราร้อยละ ( 2,000,000 - 1,000,000 ) x 100 = 50% ( มากกว่า 25% คือเกิน ) การคํานวณประมาณกําไรสุทธิ กรณีกิจการประมาณการกําไรสุทธิขาดไปเกิน 25% ของกําไรสุทธิจริง ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กิจการนั้นต้องเสียเงินเพิม 20% ่ ของจํานวนภาษีที่ต้องชําระตามมาตรา 67 ตรี ประมวลรัษฎากร วิธีคํานวณกําไรสุทธิขาดเกิน 25% ของกําไรสุทธิจริงหรือไม่ ตัวอย่าง บริษัทได้ประมาณการกําไร 1,000,000 บาท แต่กําไรที่เกิดขึ้นจริงในปีนั้น 2,000,000 บาท สูตร กรณีนี้มีกําไรสุทธิขาดเกิน 50% ของกําไรสุทธิจริง หากไม่สามารถชี้แจงเหตุผลอันสมควรได้จะต้องเสียเงินเพม 20%่ิ ของจํานวนภาษีที่ต้องชําระตามมาตรา 67 ตรี ประมวลรัษฎากร = จํานวนกําไรสุทธิที่ขาดเกินในอัตราร้อยละ (%) กําไรจริง - กําไรประมาณการ x 100 กําไรจริง 2,000,000 ตัวอย่าง
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 57 หมายเหตุ : ให้นําจํานวนเงินเพิมที่คํานวณได้ไปกรอกในแบบ ภ.ง.ด.51 (หน้าแรก) เฉพาะช่องเงินเพิ ่ มและรวมเงินที่ชําระ ่ : จากกรณีที่เป็นธุรกิจ SMEs และมีกําไรสุทธิไม่เกิน 3,000,000 บาท จะได้รับยกเว้น 300,000 บาทแรก และคูณอัตราภาษี 15% วิธีคํานวณเมื่อต้องเสียเงินเพิ่ม 20% สูตร ภาษีที่ชําระ x 20% กรณีนี้บริษัทมีกําไรสุทธิจริง = 2,000,000 บาท ภาษีที่ต้องชําระ = ( 1,000,000 - 300,000 ) x 15% = 105,000 บาท เงินเพิมที่ต้องชําระ = 105,000 x 20% = ่21,000 บาท ขั้นตอนที่ 1 คํานวณภาษีที่ต้องชําระ ขั้นตอนที่ 2 คํานวณเงินเพิม 20%่ สูตร ( กึ่งหนึ่งของกําไรจริง - 300,000 ) x อัตราภาษี %
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 49 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา Personal Income Tax
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 59 ì î ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป ที่มีเงินได้ ไม่ว่าประเภทใด ชนิดใด ถ้าไม่มีกฎหมายยกเว้นให้แล้ว ก็อยู่ในข่ายต้องเสียภาษี ซึ่งภาษีนี้จัดเก็บโดยกรมสรรพากร สามารถยื่นได้ 2 รูปแบบด้วยกัน ก็คือ ยื่นที่สํานักงานกรมสรรพากร พื้นที่สาขาที่สะดวกทุกแห่งทั่วประเทศ โดยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะยื่น 2 ช่วง ดังนี้ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจําปียื่นภายใน มกราคม - มีนาคม ในปีถัดไปโดยใช้แบบ ภ.ง.ด.90/91 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปียื่นภายใน กรกฎาคม - กันยายน ของปีนั้นโดยใช้แบบ ภ.ง.ด.94 บุคคลธรรมดา หากคุณมีรายได้ คุณจะต้องมีหน้าที่ยื่นภาษี โดยรายได้จะอยู่ในมาตรา 40 มีอยู่ทั้งหมด 8 ประเภท ที่ผู้ประกอบการจะต้องทําความเข้าใจว่ารูปแบบรายได้ ของเราอยู่ในประเภทไหน เนื่องจากการหักค่าใช้จ่าย เพื่อนํามาคํานวณภาษีจะแตกต่างกันในแต่ละประเภทเงินได้ เรามาดูกันเลยว่าประเภทเงินได้ มาตรา 40(1-8) มีอะไรบ้าง ยื่นทาง Internet ผ่านทางเว็บไซต์ของกรม สรรพากร www.rd.go.th 4 1 2
หมวดที ่ 1 : ภาษีธุรกิจ 60 เงินได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส ฯลฯ เงินได้ประเภทไหนบ้างที่ต้องเสียภาษี สแกน QR Code เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม มาตรา 40(1) เงินได้จากหน้าที่หรือตําแหน่งงานที่ทํา หรือจากการรับทํางานให้ไม่ว่าจะเป็น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ฯลฯ มาตรา 40(2) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินรายปีจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือค่าพิพากษาของศาล มาตรา 40(3) เงินได้ที่เป็นดอกเบี้ย เงินปันผล ส่วนแบ่งกําไร ฯลฯ มาตรา 40(4) เงินได้จากค่าเช่า ค่าผิดสัญญาเช่าซื้อ หรือผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน มาตรา 40(5) เงินได้จากวิชาชีพอิสระคือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอื่นๆที่กฎหมายกําหนด มาตรา 40(6) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมา ต้องลงทุน จัดหาสัมภาระสําคัญ นอกเหนือจากเครื่องมือ มาตรา 40(7) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการอื่นๆ นอกเหนือจากมาตรา 40(1)-(7) มาตรา 40(8)
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 61 ตามกฎหมายประมวลรัษฎากร กําหนดให้บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้มีหน้าที่ต้องเสียภาษี โดยกําหนดหน่วยภาษีเงินได้ไว้ดังนี้ ใครมีหน้าที่ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน ผู้ถึงแก่ความตาย ระหว่างปีภาษี ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ มิใช่นิติบุคคล กองมรดก ที่ยังไม่ได้แบ่ง วิสาหกิจชุมชน ที่ได้รับในปีภาษีนั้น(ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม) เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส ฯลฯ ตามมาตรา 40(1) กรณีไม่มีคู่สมรสต้องมีเงินได้พึงประเมิน เกิน 120,000 บาท กรณีที่มีคู่สมรสไม่ว่าฝ่ายเดียวหรือทั้งสองฝ่ายต้อง มีเงินได้พึงประเมินรวมกันเกิน 220,000 บาท ผู้มีเงินได้จากประภทอื่นตามมาตรา 40(2-8) ที่ได้รับในปีภาษีนั้น (ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม) ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม วิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็น ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล กรณีไม่มีคู่สมรสต้องมีเงินได้พึงประเมิน เกิน 60,000 บาท กรณีที่มีคู่สมรสไม่ว่าฝ่ายเดียวหรือทั้งสองฝ่ายต้อง มีเงินได้พึงประเมินรวมกันเกิน 120,000 บาท มีเงินได้พึงประเมิน รวมกันเกิน 60,000 บาท มีเงินได้พึงประเมิน รวมกันเกิน 60,000 บาท 1 3 4 5 6 2
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 62 ประเภทเงินได้ 1. เงินได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยเลี้ยง ฯลฯ วิธีหักแบบเหมาหรือหักแบบตามจริง ขึ้นอยู่กับว่าเรามีรายได้อยู่ไหนประเภทไหนนั่นเอง 2. เงินได้จากหน้าที่หรือตําแหน่งที่ทํา หรือจากการรับทํางานให้ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าหน้านาย ฯลฯ 3. ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ หรือ สิทธิอย่างอื่น ์ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หรือตามที่จ่ายจริง 4. ดอกเบี้ย เงินปันผล ส่วนแบ่งกําไร ฯลฯ หักค่าใช้จ่ายไม่ได้ 5. เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามจริงหรืออัตราเหมา 6. เงินได้จากวิชาชีพอิสระคือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอื่นๆที่กฎหมายกําหนด ตามจริงหรืออัตราเหมา 60% 30% 7. เงินได้จากการรับเหมา (ผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระสําคัญนอกจากเครื่องมือ) ตามจริงหรืออัตราเหมา 60% ตามจริงหรืออัตราเหมา 40% และ 60% 8. เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการอื่นๆนอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่ 1-7 หักค่าใช้จ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หากมีเงินได้ประเภทที่ 1 และ 2 ให้นําเงินได้ทั้ง 2 ประเภทรวมกัน หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท หักเหมา = ไม่ต้องทํางานเอกสารเลย หักตามจริง = ต้องจดและเก็บบิลเอกสาร บ้าน โรงเรือน สิงปลูกสร้าง แพ ่ ที่ดินที่ใช้การเกษตร ที่ดินที่ไม่ได้ใช้การเกษตร ยานพาหนะ ทรัพย์สินอื่นๆ ทําผิดสัญญาเช่าซื้อ การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน 30% 20% 15% 30% 10% หักเป็นการเหมาได้ 20% วิธีเดียว สแกน QR Code เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 63 ในการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายกําหนดให้ เงินได้แต่ละประเภทสามารถหักค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) ออกก่อน แล้วจึงนําเงินได้ที่หักค่าใช้จ่ายแล้วทั้งหมดไปหักลดหย่อน เพื่อให้ได้ยอดเงินได้สุทธิไปคํานวณภาษีตามบัญชี อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา กําหนดไว้เป็นอัตราร้อยละ ตามกฎหมายกําหนด แบบที่ 1 โดยเงินได้พึงประเมินที่จะนํามาใช้สําหรับการคํานวณภาษี แบ่งออกเป็น 8 ประเภท มาตรา 40(1-8) เงินได้แต่ละประเภท มีการหักค่าใช้จ่ายในอัตราที่แตกต่างกัน โดยผู้มีเงินได้สามารถ เลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือ หักค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ? แบบที่ 2 การหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริง ตามความจําเป็นและสมควร หลังจากที่ผู้ประกอบการได้ทราบถึงประเภทรายได้และการหักค่าใช้จ่ายแล้ว ซึ่งการหักค่าใช้จ่ายสําหรับเงินได้บางประเภทนั้น มีทั้งการหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริงและหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา สําหรับการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาไม่เป็นที่ยุ่งยากเท่าไหร่ แต่ถ้าหาก ผู้ประกอบการสํารวจดูกิจการตัวเองแล้วพบว่าเหมาะสมกับการหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริงมากกว่า สิงที่สําคัญและสิ ่ งที่ควรต้องทํา ่ นั่นก็คือ การจดรายรับ - รายจ่ายให้เป็นระบบและละเอียดที่สุด
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 64 ต้องทําอย่างไร เอกสารแบบไหน ? เตรียมเอกสารทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถหักได้แม้แต่บาทเดียว ค่าใช้จ่ายที่สามรถหักได้ตามจริงต้องมีลักษณะดังนี้ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และที่มาของรายได้ ต้องมีจํานวนที่สมควรและเหมาะกับกิจการ ไม่มากเกินความจําเป็นจนขัดแย้งกับกิจการ ไม่เป็นรายจ่ายต้องห้าม คือ รายจ่ายที่กฎหมาย ห้ามใช้เป็นรายจ่าย (มาตรา 65 ตรีประมวลรัษฎากร) ต้องมีหลักฐานในการ ตรวจสอบได้ด้วย (สําคัญมาก) หากต้องการหักค่าใช้จ่ายตามจริง นอกจาก 4 ข้อนี้แล้ว ควรจะมีการจดรายรับ รายจ่ายไว้ด้วย วิธีการหักค่าใช้จ่ายตามจริง (การคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) 1 3 2 4
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 65 สอนการจดรับ - จ่าย (สําหรับผู้ทียื่นหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริง) ่ ตัวอย่างแบบฟอร์มการจดรับ - จ่าย ผู้ประกอบการที่มีรายได้และทําการยื่นภาษีโดยเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริงจะต้องทําการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย ให้ถูกต้องและครบถ้วน พร้อมทั้งต้องมีเอกสารค่าใช้จ่ายที่เป็นหลักฐานได้ ซึ่งในการจดรายรับ-รายจ่ายนั้นจะต้องจัดทํารายงาน แสดงรายรับและรายจ่ายประจําวัน (เงินสดรับ-จ่าย) โดยต้องมีรายงานอย่างน้อย ตามแบบฟอร์มด้านล่าง และเก็บรายงาน พร้อมเอกสาร/หลักฐานรายรับ-รายจ่ายไว้ประกอบการยื่นภาษี รายละเอียดข้อมูลบัญชี ยอดยกมา วันที่เกิดรายการ ยอดเงินรับ ยอดคงเหลือ ยอดเงินจ่าย รายละเอียดรายรับ-จ่าย 7 ดาวน์โหลดเอกสาร แบบฟอร์มเอกสาร การจดรับ - จ่าย จาก SMEs Academy 1. เพื่อให้เรารู้ผลลัพธ์ทางการค้า 2. เพื่อเป็นหลักฐานเมือเรายื่นภาษี่ แบบหักค่าใช้จ่ายตามจริง การจดรับ - จ่าย เพื่อ 2 วัตถุประสงค์ 2 3 4 5 6 7 1 *เป็นสิงที ่ ควรทํา*่ ป
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 66 การจัดทําเอกสารค่าใช้จ่าย การหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ ค่าใช้จ่ายนั้นต้องเกิดขึ้นจริง และต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลกับเงินได้พึงประเมิน โดยที่ผู้เสียภาษี ต้องมีหลักฐานยืนยันค่าใช้จ่ายที่ต้องการหัก และต้องเก็บหลักฐานไว้อย่างน้อย 5 ปี พร้อมกับต้องทําบัญชีบันทึกรายรับ-รายจ่ายด้วย ตัวอย่างหลักฐานสําหรับหักค่าใช้จ่าย ใบเสร็จรับเงิน คู่มือการจัดทําเอกสาร ประกอบการลงบัญชี ที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ 1 สแกน QR Code 2 ใบกํากับภาษี 3 บิลเงินสด 4 ใบสําคัญรับเงิน 5 ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 67 ค่าลดหย่อนภาษี 1. ผู้มีเงินได้ หักลดหย่อน 60,000 บาท หักลดหย่อน 60,000 บาท ผู้มีเงินได้หรือคู่สมรสต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ ไม่เกิน 120,000 บาท หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี โดยสามีสามารถ ลดหย่อนภาษีในกรณีที่ภรรยาไม่มีเงินได้เอกสารหลักฐานที่ใช้สําหรับ การลดหย่อนภาษีคือ ใบเสร็จรับเงินและใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาล หักลดหย่อน คนละ 30,000 บาท ต้องเข้าเงื่อนไข ดังนี้ หักลดหย่อน คนละ 30,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีเงินได้ในปีนั้นไม่เกิน 30,000 บาท หักลดหย่อน คนละ 60,000 บาท รายการลดหย่อน อัตราหักค่าลดหย่อน เป็นรายการที่กฎหมายกําหนดให้สามารถนํามาหักออกจากเงินได้เพื่อคํานวณภาษี โดยค่าลดหย่อนมี หลากหลายกลุ่มด้วยกัน เรามาดูกันเลย 2. คู่สมรส (ไม่มีเงินได้) 3. ค่าคลอดบุตร/ฝากครรภ์ 4. บุตรชอบด้วยกฎหมาย และบุตรบุญธรรม 5. ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 6. ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ,พิการ บุตรชอบด้วยกฎหมาย หักลดหย่อนได้ไม่จํากัดจํานวน บุตรบุญธรรม หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 คน กรณีมีบุตรชอบด้วยกฎหมายที่มีชีวิตอยู่จํานวนตั้งแต่ 3 คน จะนําบุตรบุญธรรม มาหักอีกไม่ได้ กรณีมีบุตรชอบด้วยกฎหมายไม่ถึง 3 คน ให้นําบุตรบุญธรรมมาหักได้ แต่รวมกับบุตรชอบด้วยกฎหมายต้องไม่เกิน 3 คน บุตรที่นํามาหักลดหย่อนต้องไม่มีเงินได้ 30,000 บาทขึ้นไป
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 68 7. ค่าเบี้ยประกันชีวิต หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท กรมธรรม์อายุ 10 ปีขึ้นไป หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ได้ทั้งบิดา มารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 25,000 บาท เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิต สําหรับกรมธรรม์ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป ต้องไม่เกิน 100,000 บาท รายการลดหย่อน อัตราหักค่าลดหย่อน 8. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดา มารดา 9. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง 10. ดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัย หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี เมื่อรวมกับข้อ 11 ข้อ 13 และข้อ 14 แล้วไม่เกิน 500,000 บาท หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 13,200 บาท เมื่อรวมกับข้อ 11 ข้อ 12 และข้อ 14 แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท 11. - กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ - กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ - กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน - หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี - หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริง - หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริง เมื่อรวมกับข้อ 12 ข้อ 13 และข้อ 14 แล้วไม่เกิน 500,000 บาท 12. ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) 13. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี เมื่อรวมกับข้อ 11 ข้อ 12 และข้อ 13 แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท 14. ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบํานาญ หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท 15. ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 69 รายการลดหย่อน อัตราหักค่าลดหย่อน หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท หักลดหย่อน 2 เท่าของเงินบริจาคตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจาก หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ หักลดหย่อน ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนอื่นๆ 16. เงินประกันสังคม 17. เงินบริจาคการศึกษา,กีฬา,สังคม 18. เงินบริจาคทั่วไป 19. เงินบริจาคพรรคการเมือง หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท หักลดหย่อน 2 เท่าของที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนอื่นๆ 20. เงินบริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-donation) หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริง เฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40(5-8) ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเท่านั้น 21. ค่าซื้อและค่าติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด 23. ค่าซื้อสินค้าและค่าบริการ ช้อปดีมีคืน หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท 22. เงินลงทุนในหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วนเพื่อจัดตั้ง หรือเพิมทุนบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ่ นิติบุคคลที่จดทะเบียนและจดแจ้งเป็น วิสาหกิจเพื่อสังคม สแกน QR Code เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม *อัพเดทคาลดหยอนลาสุด ป 2566
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 70 การคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 วิธี คือ "การคํานวณภาษีแบบอัตราก้าวหน้า" และ "การคํานวณภาษีแบบเหมา" ที่ผู้ประกอบการควรรู้ ซึ่งวิธีไหนที่เสียภาษีมากกว่า ทางสรรพากรก็จะให้เราเลือกวิธีนั้น "กรณีที่มีเงินได้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปี ไม่ต้องคํานวณตามวิธีที่ 2 ให้คํานวณตามวิธีที่ 1 เพื่อยื่นภาษีเลย" สูตรการคํานวณ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา วิธีคํานวณแบบอัตราก้าวหน้า วิธีคํานวณแบบเหมา เงินได้สุทธิ = เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน ภาษีที่ต้องจ่าย = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี (อัตราก้าวหน้า) ภาษีเงินได้แบบเหมา = รายได้รวมทีไม่ใช่เงินเดือน x 0.5%่ เมื่อมีรายได้อื่นนอกจากเงินเดือนตามมาตรา 40(2-8) และมีจํานวนทั้งหมด 1 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี หมายเหตุ : วิธีการเลือกของกรมสรรพากรจะทําการเปรียบเทียบระหว่างวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 หากวิธีไหนเสียภาษีมากกว่าให้เลือกวิธีนั้น 1 2
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 71 จะใช้ตามอัตราภาษีก้าวหน้า หากผู้ประกอบการมีรายได้น้อยก็จะเสียภาษีน้อยหรือไม่เสียเลยก็เป็นได้ แต่หากผู้ประกอบการมีรายได้มากก็จะเสียภาษีมากตามอัตรารายได้ที่เพิมขึ่ ้นเช่นกัน อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้สุทธิ 1 - 150,000 150,001 - 300,000 300,001 - 500,000 500,001 - 750,000 750,001 - 1,000,000 1,000,001 - 2,000,000 2,000,001 - 5,000,000 5,000,001 บาทขึ้นไป ยกเว้นภาษี 5% 10% 15% 20% 25% 30% 35% 150,000 150,000 200,000 250,000 250,000 1,000,000 3,000,000 - อัตราภาษี ฐานภาษี
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 72 รายได้มาตรา 40(1) (รายได้จากเงินเดือน) 600,000 บาท หัก ค่าใช้จ่าย (50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) 100,000 บาท หัก ค่าลดหย่อน : ส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม 9,000 บาท รวมลดหย่อน 69,000 บาท เงินได้สุทธิ เพื่อนําไปคํานวณภาษี 431,000 บาท D D E E ตัวอย่างที่ 1 10% 5% ยกเว้น พนักงานประจํา ลดหย่อนน้อย สรุปได้ว่า นาย ก. จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 20,600 บาท เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 300,001 - 431,000 = 131,000 x 10% = 13,100 150,001 - 300,000 = 150,000 x 5% = 7,500 0 - 150,000 = 150,000 (ยกเว้น) = 0 20,600 A B C A B C นาย ก. เป็นมนุษย์เงินเดือน รายได้ 50,000 บาทต่อเดือน โดยนาย ก. โสดและพ่อแม่อายุยังไม่ถึง 60 ปี กรณีนี้ นาย ก. ได้รับรายได้ตามมาตรา 40(1) ให้คํานวณตามวิธีที่ 1 ดังนี้ - + = เงินได้สุทธิอยู่ในฐานที่ต้องเสียภาษี ตามอัตราก้าวหน้า 10% - คํานวณภาษีวิธีที 1่ = นาย ก. เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า ดังนี้
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 73 รายได้มาตรา 40(1) (รายได้จากเงินเดือน) 600,000 บาท หัก ค่าใช้จ่าย (50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) 100,000 บาท หัก ค่าลดหย่อน : ส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรส 60,000 บาท บุตร 30,000 บาท ประกันชีวิต 30,000 บาท ประกันสังคม 9,000 บาท รวมลดหย่อน 189,000 บาท เงินได้สุทธิ เพื่อนําไปคํานวณภาษี 311,000 บาท 10% 5% ยกเว้น นาย ข. เสียภาษีตามอัตรากาวหนา ดังนี้ พนักงานประจํา ลดหย่อนมาก นาย ข. เป็นมนุษย์เงินเดือน รายได้ 50,000 บาทต่อเดือน โดยนาย ข. แต่งงานแล้วมีลูก 1 คน ภรรยาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ไม่ได้ทํางาน และนาย ข. ได้ซื้อประกันชีวิตจํานวน 30,000 บาท ตัวอย่างที่ 2 8,600 สรุปไดวา นาย ข. จะตองเสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา 8,600 บาท 300,001 - 311,000 = 11,100 x 10% = 1,100 150,001 - 300,000 = 150,000 x 5% = 7,500 0 - 150,000 = 150,000 (ยกเว้น) = 0 คํานวณภาษีวิธีที 1่ D E A B C เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา D + E = กรณีนี้ นาย ข. ได้รับรายได้ตามมาตรา 40(1) ให้คํานวณตามวิธีที่ 1 ดังนี้ A - - B C = เงินได้สุทธิอยู่ในฐานที่ต้องเสียภาษี ตามอัตราก้าวหน้า 10%
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 74 = 500,000 บาท = 480,000 บาท พนักงานประจําและขายของออนไลน์ มีลดหย่อนน้อย หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% นาย ค. เป็นมนุษย์เงินเดือน รายได้ 50,000 บาทต่อเดือน และยังขายของออนไลน์มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือน โดยนาย ค. โสดและพ่อแม่อายุยังไม่ถึง 60 ปี กรณีนี้นาย ค. ได้รับรายได้ตามมาตรา 40(1) และมาตรา 40(8) ให้คํานวณเปรียบเทียบระหว่างวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 วิธีไหนเสียภาษีมากกว่าให้เลือกวิธีนั้น ตัวอย่างที่ 3 รายได้มาตรา 40(1) (รายได้จากเงินเดือน) 600,000 บาท หัก ค่าใช้จ่าย (50% แตไมเกิน 100,000 บาท) 100,000 บาท รายได้มาตรา 40(8) (รายได้จากการขายของ) 1,200,000 บาท หัก ค่าใช้จ่าย (แบบเหมา 60%) 720,000 บาท รายไดหลังหักคาใชจาย 500,000 + 480,000 = 980,000 บาท หัก ค่าลดหย่อน : ส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม 9,000 บาท รวมลดหย่อน 69,000 บาท เงินไดสุทธิ เพื่อนําไปคํานวณภาษี = 911,000 บาท คํานวณภาษีวิธีที 1่ A A B B C D E F - E - F C - D
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 75 นาย ค. เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า ดังนี้ นาย ค. จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า 97,200 บาท เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีที่มีรายได้อื่นนอกจากเงินเดือนตามมาตรา 40(2-8) และมีจํานวนทั้งหมด 1 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ให้คํานวณภาษีตามวิธีแบบเหมา พิจารณาเลือกการชําระภาษี ชําระตามวิธีที่ 1 97,200 บาท ชําระตามวิธีที่ 2 6,000 บาท กรมสรรพากรเลือกให้ชําระตามวิธีที่มากที่สุด = 97,200 บาท ให้คํานวณภาษีตามวิธีแบบเหมา พิจารณาเลือกการชําระภาษี ภาษีเงินไดแบบเหมา = รายไดรวมที่ไมใชเงินเดือน x 0.5% รายได้ 1,200,000 บาท คํานวณภาษี (ตามวิธีที่ 2) 0.5 % สรุปภาษี 1,200,000 x 0.5% = 6,000 บาท 750,001 - 911,000 = 161,000 x 20% = 32,200 500,001 - 750,000 = 250,000 x 15% = 37,500 300,001 - 500,000 = 200,000 x 10% = 20,000 150,001 - 300,000 = 150,000 x 5% = 7,500 0 - 150,000 = 150,000 (ยกเว้น) = 0 20% 15% 10% 5% ยกเว้น 97,200 คํานวณภาษีวิธีที 2่ G G H I J H + + + = I J
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 76 รายได้ 40(8) (รายได้จากการขายของ) 2,400,000 บาท หัก ค่าใช้จ่าย (แบบเหมา 60%) 1,440,000 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน : ส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรส 60,000 บาท บุตร 30,000 บาท ประกันชีวิต 30,000 บาท รวมลดหย่อน 180,000 บาท เงินไดสุทธิ เพื่อนําไปคํานวณภาษี = 780,000 บาท คํานวณภาษีวิธีที 1่ ขายของออนไลน์ มีลดหย่อนมาก หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% นาย ง. ขายของออนไลน์มีรายได้ 200,000 บาทต่อเดือน โดยนาย ง. แต่งงานแล้วพร้อมมีลูกด้วยกัน 1 คน ภรรยาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ไม่ได้ทํางาน และนาย ง. ได้ซื้อประกันชีวิตจํานวน 30,000 บาท ตัวอย่างที่ 4 = 960,000 บาท A A B B C D - C - D กรณีนี้นาย ง. ได้รับรายได้ตามมาตรา มาตรา 40(8) ให้คํานวณเปรียบเทียบระหว่างวิธีที่ 1 และ วิธีที่ 2 วิธีไหนเสียภาษีมากกว่าให้เลือกวิธีนั้น
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 77 นาย ง. เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า ดังนี้ พิจารณาเลือกการชําระภาษี ชําระตามวิธีที่ 1 71,000 บาท ชําระตามวิธีที่ 2 12,000 บาท กรมสรรพากรเลือกให้ชําระตามวิธีที่มากที่สุด = 71,000 บาท 750,001 - 780,000 = 30,000 x 20% = 6,000 500,001 - 750,000 = 250,000 x 15% = 37,500 300,001 - 500,000 = 200,000 x 10% = 20,000 150,001 - 300,000 = 150,000 x 5% = 7,500 0 - 150,000 = 150,000 (ยกเว้น) = 0 71,000 20% 15% 10% 5% ยกเว้น E E F G H F + + + = G H เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีที่มีรายได้อื่นนอกจากเงินเดือนตามมาตรา 40(2-8) และมีจํานวนทั้งหมด 1 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ให้คํานวณภาษีตามวิธีแบบเหมา พิจารณาเลือกการชําระภาษี ภาษีเงินไดแบบเหมา = รายไดรวมที่ไมใชเงินเดือน x 0.5% รายได้ 2,400,000 บาท คํานวณภาษี (ตามวิธีที่ 2) 0.5 % สรุปภาษี 2,400,000 x 0.5% = 12,000 บาท คํานวณภาษีวิธีที 2่
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 78 รายได้ 40(8) (รายได้จากการขายของ) 2,400,000 บาท หัก ค่าใช้จ่าย (แบบตามจริง 90%) 2,160,000 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน : ส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรส 60,000 บาท บุตร 30,000 บาท ประกันชีวิต 30,000 บาท รวมลดหย่อน 180,000 บาท เงินไดสุทธิ เพื่อนําไปเสียภาษี = 60,000 บาท คํานวณภาษีวิธีที 1่ ขายของออนไลน์ มีลดหย่อนมาก หักค่าใช้จ่ายตามจริง นาย จ. ขายของออนไลน์มีรายได้ 200,000 บาท ต่อเดือน โดยนาย จ. แต่งงานแล้ว พร้อมมีลูกด้วยกัน 1 คน ภรรยาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ไม่ได้ทํางาน และนาย จ. ได้ซื้อประกันชีวิตจํานวน 30,000 บาท ตัวอย่างที่ 5 = 240,000 บาท เนื่องจากมียอดเงินได้สุทธิน้อยกว่า 150,000 บาท ทําให้ได้รับยกเว้น เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา = นาย จ. เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า ดังนี้ 0 - 60,000 = 60,000 (ยกเว้น) = 0 0 ยกเว้น D E E A A B - B C C - D กรณีนี้นาย ง. ได้รับรายได้ตามมาตรา มาตรา 40(8) ให้คํานวณเปรียบเทียบระหว่างวิธีที่ 1 และ วิธีที่ 2 วิธีไหนเสียภาษีมากกว่าให้เลือกวิธีนั้น
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 79 พิจารณาเลือกการชําระภาษี ชําระตามวิธีที่ 1 0 บาท ชําระตามวิธีที่ 2 12,000 บาท กรมสรรพากรเลือกให้ชําระตามวิธีที่มากที่สุด = 12,000 บาท กรณีที่มีรายได้อื่นนอกจากเงินเดือนตามมาตรา 40(2-8) และมีจํานวนทั้งหมด 1 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ให้คํานวณภาษีตามวิธีแบบเหมา พิจารณาเลือกการชําระภาษี ภาษีเงินไดแบบเหมา = รายไดรวมที่ไมใชเงินเดือน x 0.5% รายได้ 2,400,000 บาท คํานวณภาษี (ตามวิธีที่ 2) 0.5 % สรุปภาษี 2,400,000 x 0.5% = 12,000 บาท คํานวณภาษีวิธีที 2่
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 71 ต่อไปนี้คุณ ไม่ต้องกังวล ในเรื่อง การคํานวณภาษี อีกแล้ว สแกน QR CODE “เพื่อคํานวณภาษี” ผ่านเว็ปไซต์ SMEs Academy ต่อไปนี้คุณ ไม่ต้องกังวล ในเรื่อง การคํานวณภาษี อีกแล้ว สแกน QR CODE “เพื่อคํานวณภาษี” ผ่านเว็ปไซต์ SMEs Academy ต่อไปนี้คุณ ไม่ต้องกังวล ในเรื่อง การคํานวณภาษี อีกแล้ว สแกน QR CODE “เพื่อคํานวณภาษี” ผ่านเว็ปไซต์ SMEs Academy
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 81 ภ.ง.ด.90 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสินปี ้ สําหรับผู้มีเงินได้ 40(2) - 40(8) ให้ยื่นแบบตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป ภ.ง.ด.91 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสินปี ้ สําหรับผู้มีเงินได้ 40(1) ยื่นแบบตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป กําหนดการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90,91) ตัวอย่างแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90,91,94) ** กรณีที่วันสุดท้ายเป็นวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้ชําระภาษี วันสุดท้ายในวันถัดไป หลังจากที่เราคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเรียบร้อยแล้ว ก็จะ พามาดูแบบภาษีที่ใช้ในการยื่นว่ามีแบบอะไรกันบ้าง 31 มี.ค. 31 ธ.ค. 8 เม.ย. ยื่นแบบกระดาษ ของปีถัดไป ของปีถัดไป ยื่นแบบออนไลน์ บวกเพิ่ม 8 วัน
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 82 กําหนดการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ภ.ง.ด.94 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สําหรับผู้มีเงินได้ 40(5) - 40(8) ยื่นแบบตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึง เดือนกันยายนของปีที่ได้รับเงินได้ สแกน QR Code เพื่อเข้าไปดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90,91 และ 94 ** กรณีที่วันสุดท้ายเป็นวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้ชําระภาษี วันสุดท้ายในวันถัดไป 30 ก.ย. 30 มิ.ย. 8 ต.ค. ยื่นแบบกระดาษ ของปีนั้น ของปีนั้น ยื่นแบบออนไลน์ บวกเพิ่ม 8 วัน
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 83 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หลังจากที่เราสามารถคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ด้วยตนเองแล้ว ต่อมาจะเป็นขั้นตอนการเตรียมตัวในการยื่นภาษี ว่าเราควรเตรียมตัวและเตรียมพร้อมอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการยื่นภาษี เอกสารแสดงรายได้กรณีเป็นพนักงานประจํา : หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) 1 เอกสารแสดงรายได้กรณีค้าขายสินค้า : เอกสารจดรับ - จ่าย , Statement 2 เอกสารลดหย่อนต่างๆ เช่น เอกสารการชําระเบี้ยประกัน ชีวิต / เบี้ยประกันสุขภาพ / เบี้ยประกันชีวิตแบบ บํานาญ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัย เป็นต้น ลิสต์รายการลดหย่อนภาษีที่เราสามารถใช้ได้ 4 เช่น ค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดา บุตร หรืออุปการะ คนพิการ เป็นต้น 3
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 84 อัตรา 1.5% ต่อเดือน *ภาษี (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับ 1,000 บาท ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับ 2,000 บาท เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91/94) เงินเพิ่ม ค่าปรับอาญา 1. กรณีที่ไม่ชําระภาษี ภายในระยะเวลาที่กําหนดจะต้อง เสียเงินเพิมอีก ่ ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน ของเงินภาษีที่ต้องชําระนับแต่ วันที่พ้นกําหนดเวลาการยื่น รายการจนถึงวันชําระภาษี 4. กรณีที่เจ้าพนักงานตรวจสอบได้ออกหมายเรียก และปรากฎว่ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้ หรือยื่นแบบแสดงรายการ แต่ชําระภาษีขาดหรือต�าไป นอกจากจะต้องรับผิดชําระเงินเพิม ่ แล้ว ยังจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีก 1 เท่าหรือ 2 เท่าของเงินภาษี ที่ต้องชําระ แล้วแต่กรณี เบี้ยปรับดังกล่าวอาจลดหรืองดได้ตาม ระเบียบที่อธิบดีกําหนด 5. กรณีที่จงใจ แจ้งข้อความเท็จ แสดงหลักฐานเท็จ หรือฉ้อโกง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยง การเสียภาษีอากรมีโทษจําคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปีและมีโทษปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท 2. กรณีที่ไม่ยื่น แบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.94 ภายในระยะเวลาที่กําหนด ต้องระวางโทษปรับทางอาญา ไม่เกิน 2,000 บาท 3. กรณีที่มีเจตนาไม่ยื่นแบบ แสดงรายการ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสีย ภาษีอากร มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจําคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจําทั้งปรับ
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 85 การขอผ่อนชำระภาษี วิธีการผ่อนชําระ (สรรพากรได้กําหนดวิธีการผ่อนจ่ายไว้ 2 กรณี) 2 1. ยื่นแบบกระดาษ ใช้เอกสาร บ.ช.35 และสามารถผ่อนชําระทั้งหมด 3 งวด 2. ยื่นแบบออนไลน์ สามารถยื่นได้หลังจากวันสุดท้ายของการยื่นกระดาษได้ 8 วัน ** หากมีภาษีสามารถกดเลือกผ่อนชําระได้ทันที ภาษีที่ผ่อนชําระ ต้องมียอดตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถผ่อนชําระภาษีได้ถึง 3 งวดเท่า ๆ กัน โดยไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิมเติม่ สามารถยื่นผ่อนชําระภาษีได้ผ่านเว็บไซต์ของสรรพากรกรณียื่นออนไลน์และ สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรณียื่นแบบกระดาษ 1 3 ระยะเวลาในการผ่อนชําระ งวดที่ 1 ชําระวันที่ยื่นภาษี งวดที่ 2 ชําระเดือนถัดไป งวดที่ 3 ชําระเดือนถัดไปหลังจากจ่ายงวดที่ 2 งวดที่ 1 งวดที่ 2 งวดที่ 3 มีนาคม เมษายน พฤษภาคม เงื่อนไขในการผ่อนชําระภาษี
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 86 ตัวอย่างของการผ่อนชําระ 31 ม.ค. 31 ก.พ. 30 มิ.ย. 31 มี.ค. 30 เม.ย. 31 พ.ค. 200,000 บาท วันที่ 31 มีนาคม 2565 200,000 บาท (1 เดือนนับจากจ่ายภาษีงวดที่ 1) ชําระภาษีงวดที่ 2 ชําระภาษีงวดที่ 1 200,000 บาท (1 เดือนนับจากจ่ายภาษีงวดที่ 2) ชําระภาษีงวดที่ 3 หมายเหตุ : ถ้าไม่ได้ชําระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในระยะเวลาที่กําหนด ผู้เสียภาษีหมดสิทธิที่จะผ่อนชําระภาษีทันที ผู้เสียภาษีจะต้องชําระภาษีคงเหลือทั้งหมด เและต้องเสียเงินเพิมในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ่ หรือเศษของเดือนของเงินภาษีงวดที่เหลือด้วย โดยจะขอ แบ่งผ่อนชําระ 3 งวด ดังนี้ นาย ก. มีภาษีที่ต้องชําระจํานวน 600,000 บาท จํานวนภาษี แบ่งจ่าย จ่ายงวดละ 600,000 บาท 3 งวด 200,000 บาท
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 78 ภาษีอืนๆ ่ ทีสรรพากรเรียกเก็บ ่
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 88 1. อากรแสตมป์ถือเป็นภาษีประเภทหนึ่ง จัดเก็บจาก การกระทํา ตราสาร 28 ลักษณะ ตามที่กําหนดไว้ในบัญชี อัตราอากรแสตมป์ บุคคลตามที่ระบุไว้ในช่องที่ 3 ของบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น ผู้ให้เช่าผู้โอน ผู้ให้กู้ ผู้รับประกันภัย ฯลฯ ถ้าตราสารทําขึ้นนอกประเทศ ให้เป็นหน้าที่ของ ผู้ทรงตราสารคนแรกในประเทศเป็นผู้เสียอากรแสตมป์ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับตราสารนั้น ภาษีอื ่ นๆ ที ่ สรรพากรเรียกเก็บ ตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ คําว่า “ตราสาร” ตามประมวลรัษฎากรหมายถึง เอกสารที่ต้องเสีย อากรแสตมป์ตามที่กําหนดไว้ในบัญชีอัตรา อากรแสตมป์ ซึ่งปัจุจบันมีทั้งหมด 28 ลักษณะตราสาร เช่น ตราสารเช่าที่กับ โรงเรือน เช่าซื้อทรัพย์สิน จ้างทําของ กู้ยืมเงิน ฯลฯ อากรแสตมป์ เป็นภาษีอากรที่จัดเก็บจากการกระทําตราสาร โดยคําว่า กระทํา หมายความว่า การลงลาย มือชื่อตามบทบัญญัติ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ ตัวอย่างอากรแสตมป์ 1 2 1 ตั๋วเงินที่ยื่นให้ชําระเงิน มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้รับตั๋วจะเสียอากรและใช้สิทธิไล่เบี้ยจากผู้มีหน้าที่ เสียอากร หรือหักค่าอากรจากเงินที่จะชําระก็ได้ 3 4 55 สแกน QR Code เพื่ออ่านเพิ่มเติม ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ ตามที่ระบุไว้ในบัญชีอัตรา อากรแสตมป์ อาจตกลงให้คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นผู้เสียอากรแสตมป์แทนตนก็ได้เว้นแต่กรณีตามข้อ 2
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 89 อัตราภาษีอากรแสตมป์ อัตราภาษี : มูลค่าสัญญา 1,000 บาท ติดอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อมาครูอัสจะพาผู้ประกอบการทุกท่านมาดูในส่วนอัตรา ของอากรแสตมป์ ว่ามีอัตราเท่าไหร่พร้อมตัวอย่าง การติดอากรเพิมทําให้ผู้ประกอบการเข้าใจมากยิ ่งขึ่ ้น บุคคลตามที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น ผู้ให้เช่าผู้โอน ผู้ให้กู้ ผู้รับประกันภัย ฯลฯ ต้องเสียอากรแสตมป์ ภายใน 15 วัน หลังจากกระทําตราสารเสร็จสมบูรณ์ หากเกินกว่านั้นก็จะมีโทษปรับ ดังนี้ กรณีเกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่มีหน้าที่ต้องปิดแสตมป์ให้ครบถ้วน ต้องเสียเงินเพิม่ อากรเป็น 2 เท่า ของจํานวนอากร หรือเป็นเงิน 4 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า กรณีเกิน 90 วัน นับแต่วันที่มีหน้าที่ต้องปิดแสตมป์ให้ครบถ้วน ต้องเสียเงินเพิมอากร่ เป็น 5 เท่า ของจํานวนอากร หรือเป็นเงิน 10 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า กรณีที่มีบุคคลอื่นไปแจ้งต่อสรรพากรหรือ จากการตรวจสอบโดยเจ้าพนักงาน จะเสียเงินเพิม่ อีกเป็นจํานวน 6 เท่า ของเงินอากรที่ต้องเสียหรือขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า กิจการมีการเช่าอาคาร เดือนละ 30,000 บาท ***อากรแสตมป์สามารถซื้อได้ที่กรมสรรพากร เป็นระยะเวลา 1 ปีจะ = 360,000 บาท จะต้องติดอากรแสตมป์เท่ากับ 360 บาท ยกตัวอย่าง 1 2 3 15 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน กรณีเกิน 90 วัน กรณีเกิน โทษปรับกรณีที่ไม่ติดอากรแสตมป์
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 90 ** การขีดฆ่าอากร เป็นการกระทําเพื่อไม่ให้ใช้แสตมป์ซ�าได้อีก กรณีแสตมป์ปิดทับ คือการได้เสียอากร โดยปิดแสตมป์ทับกระดาษก่อนกระทําหรือ ในทันทีที่ทําตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและได้ขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว วิธีการเสียอากร 1 กรณีแสตมป์ดุน คือการได้เสียอากร โดยใช้กระดาษมีแสตมป์ดุนเป็นราคาไม่น้อยกว่า อากรที่ต้องเสีย และขีดฆ่าแล้ว หรือโดยยื่นตราสารให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับแสตมป์ดุน และชําระเงินเป็นจํานวนไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและขีดฆ่าแล้ว 2 กรณีชําระเป็นตัวเงิน (อ.ส.4) คือการได้เสียอากรเป็นตัวเงิน เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้อง เสียตามบทบัญญัติในหมวดอากรแสตมป์ หรือตามระเบียบที่อธิบดีได้กําหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรี กรณีเช่าทีดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื ่ นหรือแพ มีค่าเช่า่ตังแต่ 1,000,000 บาทขึ ้นไป้ ให้ผู้ให้เช่าชําระอากรเป็นตัวเงิน (อ.ส.4) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยต้องนําตราสาร มาสลักหลังตามระเบียบของกรมสรรพากรก่อนกระทําตราสาร หรือภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันกระทําตราสารนั้น 3 สแกน QR Code เพื่ออ่านเพิ่มเติม
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 91 แบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน (อ.ส.4) การขอเสียอากรเป็นตัวเงิน ก็เพื่อความสะดวก ในการเสียอากรที่มีค่าอากรแสตมป์เป็นจํานวนมาก ไม่สะดวกในการใช้ดวงแสตมป์อากรปิดบนตราสาร หรือในกรณีไม่สะดวกในการชําระค่าอากรโดยใช้ แสตมป์ดุน การขอเสียอากรเป็นตัวเงินโดยใช้แบบ อ.ส.4 (แบบขอและอนุมัติให้เสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน) สแกน QR Code เพื่อเข้าไปดาวน์โหลด แบบฟอร์ม อ.ส.4
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 92 ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีตามประมวลรัษฎากรประเภทหนึ่ง จัดเก็บจากการประกอบกิจการเฉพาะอย่างแทนภาษีการค้าที่ถูกยกเลิก ภาษีธุรกิจเฉพาะเริมใช้บังคับใน พ.ศ.2535 พร้อมกันกับภาษีมูลค่าเพิ ่ ม เรามาดูกันเลยว่า มีกิจการใดบ้างที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ่ 2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นการค้าหรือหากําไร ไม่ว่า อสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มาด้วยวิธีใดก็ตาม ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือกฎหมายเฉพาะ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต ตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจํานํา เช่น การให้กู้ยืมเงินค�าประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ออก ซื้อ หรือขายตั๋วเงินหรือรับส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ 1 2 3 4 5 6 การธนาคาร การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจฟองซิเอร์ การรับประกันชีวิต การรับจํานํา การขายอสังหาริมทรัพย์ การประกอบกิจการโดยปกติ เยียงธนาคารพาณิชย์่
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 93 อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะมีหลากหลายอัตราด้วยกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของกิจการ ดังนั้นเราจึงนําตารางแสดง อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะมาให้ผู้ประกอบการดูกันว่าหากคุณทําธุรกิจเหล่านี้จะต้องเสียภาษีในอัตราเท่าไหร่ กิจการธนาคาร, ธุรกิจเงินทุน, ธุรกิจหลักทรัพย์, ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และการประกอบกิจการ เยี่ยงธนาคารพาณิชย์, ธนาคารพาณิชย์ ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือกําไรก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากการซื้อหรือขายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ใดๆ 3.0 3.0 2.5 2.5 2.5 0.1 3.0 3.0 กําไรก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตรา การออกตั๋วเงินหรือการส่งเงินไปต่างประเทศ กิจการรับประกันชีวิต ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน หรือ ประโยชน์ใดๆ อันมีมูลค่าที่ได้รับ หรือพึงได้รับจากการขายของที่จํานําหลุดเป็นสิทธิ กิจการโรงรับจํานํา ธุรกิจแฟ็กเตอริง การค้าอสังหาริมทรัพย์ รายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ การขายหลักทรัพย์ ในตลาดหลักทรัพย์ รายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ 0.1 (ยกเว้น) การซื้อและการขายคืนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต จากคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ กําไรก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากการขายคืน หลักทรัพย์ แต่ไม่รวมถึงดอกเบี้ย เงินปันผล หรือประโยชน์ใดๆที่ได้จากหลักทรัพย์ ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ 0.01 0.01 0.01 การประกอบกิจการตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 469 ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ กําไรก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากการ แลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตรา กําไรก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากการขายคืนหลักทรัพย์ อัตราภาษีภาษีธุรกิจเฉพาะ กิจการ ฐานภาษี อัตราภาษีร้อยละ
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 94 กําหนดการยื่นแบบภาษีธุรกิจเฉพาะ ** กรณีที่วันสุดท้ายเป็นวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยุดนขัตฤกษ์ ให้ชําระภาษี วันสุดท้ายในวันถัดไป ตัวอย่างแบบ ภ.ธ.40 ภ.ธ.40 คือ แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร สําหรับผู้ประกอบการที่มีสถานประกอบการหลายแห่ง และมีความประสงค์จะขอยื่นแบบ ภ.ธ.40 และชําระภาษีธุรกิจเฉพาะรวมกัน สามารถทําได้โดยต้องขออนุมัติต่อกรมสรรพากรก่อน เมื่อได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรแล้วจึงจะยื่นแบบ ภ.ธ.40 เพื่อชําระภาษีธุรกิจเฉพาะรวมกันได้ ในกรณีนี้ให้ผู้ประกอบกิจการ ยื่นใบแนบ ภ.ธ.40 ด้วย ภาษีในเดือนใด เมื่อรวมคํานวณแล้วมีจํานวนไม่ถึง 100 บาท ไม่ต้องเสียภาษีในเดือนนั้น แต่ยังคงมีหน้าที่ ต้องยื่นแบบแสดงรายการตามปกติ สแกน QR Code เพื่อเข้าไปดาวน์โหลด แบบ ภ.ธ.40 และ ใบแนบ ภ.ธ.40 วันที่ 15 วันที่ 1 ภายในวันที่ 23 ยื่นแบบกระดาษ ของเดือนถัดไป ของปีถัดไป ยื่นแบบออนไลน์ บวกเพิ่ม 8 วัน
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 86 ภาษี ทีหน่วยงานอื ่ นเรียกเก็บ ่
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 96 ภาษีที ่ หน่วยงานอื ่ นเรียกเก็บ 6 1. ภาษีป้าย คือ ภาษีที่เก็บจากป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้า หรือประกอบกิจการอื่น เพื่อหารายได้หรือโฆษณา ไม่ว่าจะแสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใดๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทําให้ปรากฎด้วยวิธีอื่น อัตราภาษีป้าย จะแบ่งตามขนาด และแบ่งตามภาษา ซึ่งหากเป็นภาษาไทยล้วนก็จะมีอัตราภาษีที่ถูกกว่า แต่ถ้าหากใช้ภาษาอังกฤษ หรือเป็นภาพก็จะเสียภาษีในอัตราที่มากขึ้น ดังนี้ อัตรานีคิดต่อ 500 ตารางเซนติเมตร และขั้นตํ ้าอยู่ที่ 200 บาท่ ภาษาไทยทังหมด้ ภาพนิง เคลื ่อนไหว่ ภาษาไทย และต่างประเทศ ภาษาต่างประเทศ ทังหมด้ 5 บาท 26 บาท 50 บาท 10 บาท 52 บาท 52 บาท วิธีการคํานวณภาษีป้าย ป้าย บัญชีอย่างง่าย ขนาด 500 x 120 = 60,000 ตร.ซม. 60,000 x 5 600 บาท คํานวณภาษีป้าย = ภาษีที่ต้องชําระ = = คํานวณพื้นที่เป็น ตร.ซม. = กว้าง x ยาว 500 ซม. 120 ซม. พื้นที่ป้าย x อัตราภาษีป้าย 500 500 1 2 บัญชีอย่างง่าย
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 97 ขั ้ นตอนการยื่นภาษีป้าย กําหนดระยะเวลาในการยื่นแบบชําระภาษีป้าย เดือนมกราคม - มีนาคม ของทุกปี ยื่นเอกสาร (ภ.ป.1) ที่องค์กรส่วนท้องถิ่น งวดที่ 1 เริ่มตั้งแต่เดือน มกราคม - มีนาคม คิดภาษี 100 % งวดที่ 2 เริ่มตั้งแต่เดือน เมษายน - มิถุนายน คิดภาษี 75 % งวดที่ 3 เริ่มตั้งแต่เดือน กรกฎาคม - กันยายน คิดภาษี 50 % งวดที่ 4 เริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคม - ธันวาคม คิดภาษี 25 % การชําระภาษี ให้เจ้าของป้ายชําระภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง การประเมินป้ายที่เริ่มติดตั้ง หรือแสดงในปีแรกให้เสียภาษีป้าย ตั้งแต่วันที่ติดตั้ง จนถึงงวดสุดท้ายของปี (คิดภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละ 3 เดือน) 1 เจ้าหน้าที่รับแบบ พร้อมตรวจสอบแบบ (ภ.ป.1) เจ้าของป้ายชําระค่าภาษี ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ได้รับแจ้ง 2 4 แจ้งประเมินค่าภาษี (เจ้าของป้าย) เจ้าหน้าที่ออกใบเสร็จ 5 ค่าภาษีป้าย 3
หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 98 บทกําหนดโทษปรับกรณีไม่ยื่นภาษีป้าย ผู้ใดจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 - 50,000 บาท ผู้ใดโดยรู้หรือจงใจแจ้งข้อความเท็จ ให้ถ้อยคําเท็จ หรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีป้าย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 - 50,000 บาท หรือทั้งจํา ทั้งปรับ ผู้ใดไม่แจ้งรับโอนป้าย หรือไม่แสดงรายการเสียภาษีป้าย ไว้ ณ ที่เปิดเผยในสถานที่ประกอบกิจการ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 - 10,000 บาท 2 3 1