The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ABOBO, 2023-07-06 03:45:44

E BOOK ประหยัดภาษี มีเงินใช้มากขึ้น

หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 99 แบบขอยืนเสียภาษีป้าย (ภ.ป.1)่ เป็นแบบแสดงรายการยื่นภาษีป้ายประจําปี โดยกําหนดการยื่นแบบตั้งแต่ เดือนมกราคม - มีนาคม สแกน QR Code เพื่อเข้าไปดาวน์โหลด แบบฟอร์ม ภ.ป.1


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 100 2. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีที่ดินและสิงปลูกสร้าง เป็นภาษีประเภทใหม่ที่จะนํามา ่ ใช้ทดแทนการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบํารุงท้องที่ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน โดยรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิงปลูกสร้างทั ่ ้งหมดจะเป็นของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนําไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นทั้งหมด โดยไม่ต้องนําส่งเป็นรายได้ของรัฐบาล ใครคือผู้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2 เจ้าของอาคารชุด 3 ผู้ครอบครองหรือทําประโยชน์ 4 ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นทรัพย์สินของรัฐ ผู้มีหน้าที่ชําระภาษีแทนผู้เสียภาษี เช่น ผู้จัดการมรดก หรือทายาท ผู้จัดการทรัพย์สิน เป็นต้น 1 สแกน QR Code เพื่ออ่านเพิ่มเติม


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 101 อัตราภาษีทีดินและสิ่งปลูกสร้าง ่ ในปี 2564 ทางภาครัฐได้มีการประกาศปรับลดอัตราภาษีที่ดินและสิงปลูกสร้าง เหลือเพียง 10% เท่านั ่ ้น แต่ในปี พ.ศ. 2565 - 2566 ทางภาครัฐ ได้มีการประกาศจัดเก็บอัตราภาษีที่ดินและสิงปลูกสร้างคงเดิมโดยมีรายละเอียดดังนี้ ่ เกษตรกรรม 0-75 75-100 100-500 500-1,000 1,000 ขึ้นไป 0.01% 0.03% 0.05% 0.07% 0.10% อัตรา (%)มูลค่า (ลบ.) อื่นๆ (พาณิชยกรรม) 0-50 50-200 200-1,000 1,000-5,000 5,000 ขึ้นไป 0.30% 0.40% 0.50% 0.60% 0.70% อัตรา (%)มูลค่า (ลบ.) ที่รกร้างว่างเปล่า 0-50 50-200 200-1,000 1,000-5,000 5,000 ขึ้นไป 0.30% 0.40% 0.50% 0.60% 0.70% อัตรา (%)มูลค่า (ลบ.) เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง บ้านหลังหลัก 0-50 50-75 75-100 100 ขึ้นไป ยกเว้น 0.03% 0.05% 0.10% อัตรา (%)มูลค่า (ลบ.) บ้านหลังหลัก 0-10 10-50 50-75 75-100 100 ขึ้นไป ยกเว้น 0.02% 0.03% 0.05% 0.10% อัตรา (%)มูลค่า (ลบ.) บ้านหลังอื่นๆ 0-50 50-75 75-100 100 ขึ้นไป 0.02% 0.03% 0.05% 0.10% อัตรา (%)มูลค่า (ลบ.) เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง (คอนโด)


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 102 งวดที่ 1 ภายใน เดือนเมษายน งวดที่ 2 ภายใน เดือนพฤษภาคม งวดที่ 3 ภายใน เดือนมิถุนายน ถ้าผู้เสียภาษีไม่ชําระภาษีตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ให้ ผู้เสียภาษีหมดสิทธิที่จะผ่อนชําระ และต้องเสียเงินเพิม่ อีกร้อยละ 1 ต่อเดือนของจํานวนภาษีที่ค้างชําระ งวดที่ 1 ภายใน เดือนเมษายน งวดที่ 2 ภายใน เดือนพฤษภาคม งวดที่ 3 ภายใน เดือนมิถุนายน ถ้าผู้เสียภาษีไม่ชําระภาษีตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ให้ ผู้เสียภาษีหมดสิทธิที่จะผ่อนชําระ และต้องเสียเงินเพิม่ อีกร้อยละ 1 ต่อเดือนของจํานวนภาษีที่ค้างชําระ ผ่อนชําระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ผ่อนชําระได้ 3 งวด งวดละ เท่าๆ กัน การผ่อนชําระภาษี ขั ้ นตอนการยื่นภาษีป้ายและสิ่งปลูกสร้าง ตรวจสอบรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 (พฤศจิกายน - ธันวาคม) ประกาศราคาประเมินที่ดินสิ่งปลูกสร้าง 2 (มกราคม) เจ้าหน้าที่แจ้งประเมินภาษีให้เจ้าของที่ดิน 3 (กุมภาพันธ์) เจ้าของที่ดินชําระภาษี 4 (ภายในเดือนเมษายน) 5 เจ้าหน้าที่ออกใบเสร็จ งวดที่ 1 ภายใน เดือนเมษายน งวดที่ 2 ภายใน เดือนพฤษภาคม งวดที่ 3 ภายใน เดือนมิถุนายน ถ้าผู้เสียภาษีไม่ชําระภาษีตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ให้ ผู้เสียภาษีหมดสิทธิที่จะผ่อนชําระ และต้องเสียเงินเพิม่ อีกร้อยละ 1 ต่อเดือนของจํานวนภาษีที่ค้างชําระ


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 103 กําหนดยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่ดินและสิงปลูกสร้าง ่ ยื่นภายในเดือนมกราคม - มีนาคม ของทุกปี โดนโทษปรับ กรณีที่ไม่ยื่นภาษีที่ดินและสิงปลูกสร้าง ดังนี้ ่ ไม่ได้ชําระภาษีภายในเวลาที่กําหนด แต่ชําระภาษีก่อนจะได้รับหนังสือ แจ้งเตือนเสียเบี้ยปรับ 10% ของจํานวนภาษีที่ค้างชําระ ไม่ได้ชําระภาษีภายในเวลาที่กําหนด แต่ชําระภาษีตามเวลาที่แจ้งไว้ ตามหนังสือแจ้งเตือนเสียเบี้ยปรับ 20% ของจํานวนภาษีที่ค้างชําระ ไม่ได้ชําระภาษีภายในระยะเวลาที่กําหนดปกติ และในเวลากําหนด ของหนังสือแจ้งเตือน เสียเบี้ยปรับ 40% ของจํานวนภาษีที่ค้างชําระ 1 เบี้ยปรับ 2 3 คิดอัตรา 1% ต่อเดือนของจํานวนภาษีค้างชําระ (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) โดยไม่นําเบี้ยปรับ มารวมคํานวณเพื่อเสียเงินเพิมด้วย ่ เริมนับเมื่อพ้นกําหนดเวลาชําระภาษี ่ จนถึงวันที่ชําระภาษี เพดานสูงสุดไม่เกินจํานวนเงินภาษีที่จะชําระ (แต่ถ้าได้รับการขยายกําหนดเวลาชําระภาษี และชําระภาษีภายในกําหนดเวลานั้น อัตราเงินเพิมจะลดลง่ เหลือ 0.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน) เงินเพิ่ม การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ หรือการนําพยานหลักฐาน อันเป็นเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ โทษทางอาญา กําหนดการในการยืนและโทษปรับ ่ภาษีทีดินและสิ่งปลูกสร้าง ่ โทษปรับกรณีทีไม่ยื่นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ่


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 104 กรุงเทพมหานคร ชําระภาษีที่สํานักงานเขตในพื้นที่ ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ ชําระภาษีที่ศาลาว่าการ เมืองพัทยา ชําระภาษีที่สํานักงานเทศบาล/ ที่ทําการขององค์การบริหารส่วนตําบล/ ที่ทําการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีกฎหมายกําหนด หรือสถานที่อื่น ที่ผู้บริหารท้องถิ่นกําหนด รวมทั้งจุดบริการ เคลื่อนที่ที่ อปท. กําหนด เมืองพัทยา ต่างจังหวัด ภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีที่ไม่ได้ถูกเรียกเก็บจากกรมสรรพากรเหมือนกับภาษีอื่นๆ โดยภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิงปลูกสร้างจะถูกเรียกเก็บตามพื้นที่ดังนี้ ่


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 105 ภาษีศุลกากร คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากการนําสินค้าเข้า จากต่างประเทศ หรือส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร ในกรณีนําเข้าเรียกว่า "อากรขาเข้า" และในกรณีส่งออกเรียกว่า "อากรขาออก" โดยจะจัดเก็บตามราคาหรือร้อยละของมูลค่า สินค้า และจัดเก็บตามสภาพของสินค้า ตามปริมาณ น�าหนัก ความยาว หรือปริมาตร เป็นต้น วิธีการคํานวณภาษีศุลกากร ภาษีศุลกากร = อากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิม่ ใครมีหน้าที่ยื่นภาษีศุลกากร ? ได้แก่ ผู้นําเข้าและผู้ส่งออก 3. ภาษีศุลกากร


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 106 อากรขาเข้า คือ ภาษีที่รัฐเรียกเก็บจากผู้นําสินค้าเข้ามาในประเทศไทยโดยผ่านพิธีการศุลกากร ไม่ว่าจะนําเข้ามาทางน�า ทางบก หรือ ทางอากาศก็ตาม เพื่อนําไปพัฒนาประเทศ โดยกรมศุลกากรมีหน้าที่จัดเก็บภาษีนําเข้า-ส่งออกและภาษีมูลค่าเพิม ่ดังนั้น สินค้านําเข้าจะต้องเสียภาษีนําเข้าและภาษีมูลค่าเพิม่ ของส่วนตัวมูลค่า ไม่เกิน 20,000 บาท และเป็นของที่ไม่มีลักษณะทางการค้า ของส่วนตัวมูลค่าเกิน 20,000 บาท หรือของที่มีลักษณะทางการค้า (แม้ว่าจะมีมูลค่าต�ากว่า 20,000 บาท) ตัวอย่างของต้องมีใบอนุญาต (ของต้องจํากัด) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกินกว่า 1 ลิตร เปิดกระเป๋าให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสัมภาระและสิงของ่ ประเมินราคา และคํานวณภาษีอากร ชําระภาษีอากรนํากระเป๋าสัมภาระ ไปพบเจ้าหน้าที่ บุหรี่ เกินกว่า 200 มวน ซิการ์หรือยาเส้น เกินกว่า 250 กรัม ยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 1 ลิตร บุหรี่ 200 มวน ซิการ์หรือยาเส้น ประเภทละ 250 กรัม หรือหลายชนิด รวมกันมีน�าหนักทั้งหมด 250 กรัม แต่ทั้งนี้บุหรี่ต้องไม่เกิน 200 มวน ผู้โดยสารทีไม่มีของต้องสําแดง ผู้โดยสารที่มีของต้องสําแดง่ ผู้โดยสารทีมีของต้องสําแดง่ ของต้องห้าม เข้าประเทศ อากรขาเข้าคืออะไร ? การจัดเก็บภาษีอากรขาเข้า บารากุ บุหรี่ไฟฟ้า วัตถุลามก ของละเมิดลิขสิทธิ์ ของเลียนแบบเครื่องหมายการค้า ยาและอาหารเสริม สัตว์เลี้ยง เครื่องสําอาง อาวุธปืน พืช โดรน RECEIPT THANK YOU! TOTAL $700 18+ FAKE C


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 107 อัตราอากรขาเข้า อัตราอากรขาเข้าพิจารณาตามพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งแต่ละสินค้าจะมีอัตราที่แตกต่างกัน เช่น เสื้อผ้า หมวก เข็มขัด รองเท้า เครื่องสําอาง น�าหอม คิดภาษีนําเข้า 30% คิดภาษีนําเข้า 10% CD DVD อัลบั้มเพลง อัลบั้มคอนเสิร์ต ตุ๊กตา ได้รับการยกเว้นภาษีนําเข้า แต่ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% โทรศัพท์ กล้อง คีย์บอร์ด คอมพิวเตอร์ เมาส์อุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ แผงวงจรไฟฟ้า นาฬิกาข้อมือ แว่นตา แว่นกันแดด คิดภาษีนําเข้า 5% คิดภาษีนําเข้า 20% กระเป๋าแบรนด์เนม * แต่กรณีของที่นําเข้ามามีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท และเป็นของที่ไม่มีลักษณะทางการค้าจะได้รับยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี ** สินค้าแต่ละประเภทจะมีพิกัดอัตราศุลกากรที่แตกต่างกัน สแกน QR Code เพื่ออ่านเพิ่มเติม


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 108 สูตรการคํานวณอากรขาเข้า (CIF) ตัวอย่าง หลังจากที่เรารู้อัตราอากรขาเข้าในสินค้าแต่ละประเภทแล้ว ครูอัสจะพาผู้ประกอบการทุกท่านมาดูสูตรการคํานวณ พร้อมตัวอย่าง เพื่อให้ผู้ประกอบเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น เช่น กรณีซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ราคา 45,000 บาท จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ประกันสินค้า 5,000 บาท แต่มีมูลค่าเกิน 20,000 บาท จึงต้องนํามาคํานวณเพื่อเสียภาษีนําเข้าดังนี้ อากรขาเข้า = ราคา CIF 50,000 x อัตราภาษีขาเข้า (กระเป๋า 20%) = 10,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิม่ = (ราคา CIF 50,000 + อากรขาเข้า 10,000) x ภาษีมูลค่าเพิม 7% = 4,200 บาท่ ภาษีทั้งหมดที่ต้องชําระ = อากรขาเข้า 10,000 + ภาษีมูลค่าเพิม 4,200่ = 14,200 บาท 1 2 3 การคิดภาษีนําเข้าจะใช้ราคา CIF ในการคํานวณภาษี ราคา CIF คือ Cost : ราคาสินค้า ดูได้จาก Commercial Invoice, Insurance : ค่าประกันภัย 1% ของราคาสินค้า Freight : ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ให้เอาทั้ง 3 ตัวมารวมกันก็จะได้ราคา CIF ( Cost + Insurance + Freight ) วิธีการคํานวณ CIF = ( ค่าสินค้า + ประกันภัย + ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ) อากรขาเข้า = ราคา CIF x อัตราอากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิม = (ราคา CIF + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีมูลค่าเพิ ่ม ่ ค่าภาษีทั้งหมดที่ต้องชําระ = อากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิม่


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 109 คือ ภาษีที่กรมสรรพสามิตดําเนินการจัดเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภท โดยเป็นสินค้าและบริการที่รัฐต้องการควบคุมการบริโภค เนื่องจากมีลักษณะที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพหรือกระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีลักษณะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย หรือเป็น สินค้าและบริการที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากกิจการของรัฐ ซึ่งได้แก่สินค้าดังต่อไปนี้ 4. ภาษีสรรพสามิต สินค้าและบริการที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ได้แก่ นํามันและ้ ผลิตภัณฑ์นํามัน้ แก้วและเครืองแก้ว่ เครืองดื่ม่ รถยนต์ (รถยนต์นัง รถยนต์กระบะ่ รถยนต์โดยสารทีมีที่นั่งไม่เกิน 10 คน)่ เครืองใช้ไฟฟ้า่รถจักรยานยนต์ แบตเตอรี่ เรือยอร์ชและยานพาหนะทางนํา้ ทีใช้เพื่ ่อความสําราญ 1 2 3 4 5 6 7 8 ประเภทสินค้าและบริการ


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 110 : สินค้า : บริการ นําหอม หัวนํ้าหอม้ และนํามันหอม้ สินค้าสารทําลายชันบรรยากาศ้ ได้แก่ สารเคมีประเภทไฮโดรคาร์บอนทีมี่ คลอรีน ฟลูออรีน หรือโบรมีนเป็น องค์ประกอบหรือฮาโลเจเนเต็ดไฮโดรคาร์บอน พรมและสิ่งทอปูพื้นอืน่ (เฉพาะทีทําด้วยขนสัตว์)่ กิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ได้แก่ สถานมหรสพ สถานทีฉายภาพยนตร์่ ไนต์คลับ สถานอาบนําหรืออบตัวและนวด้ เป็นต้น หินอ่อนและหินแกรนิต กิจการเสี่ยงโชค เช่น สนามแข่งม้า การออกสลากกินแบ่ง เป็นต้น กิจการทีได้รับอนุญาตหรือสัมปทาน่ จากรัฐ ได้แก่ กิจการโทรคมนาคม สุรา ยาสูบ 9 15 16 17 18 10 11 12 13 ไพ่ 14 BEER BEER BEER BEER ประเภทสินค้าและบริการ


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 111 การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในประเทศไทยจะคิดคํานวณฐานภาษีตามปริมาณ หรือตามมูลค่า หรือทั้งตามปริมาณและตามมูลค่า แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทและชนิดของสินค้านั้น ๆ ภาษีสรรพสามิต ปริมาณสินค้า อัตราภาษีสรรพสามิต ภาษีสรรพสามิต มูลค่า อัตราภาษีสรรพสามิต สูตรการคํานวณภาษีสรรพสามิต กรณีอัตราภาษีตามปริมาณ กรณีอัตราภาษีตามมูลค่า = x = x


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 112 ภาษีสรรพสามิต เป็นภาษีที่มีอัตราที่หลากหลายแบ่งตามประเภทกลุ่มสินค้าดังนี้ * = มาตรฐานความปลอดภัยประเภทระบบความปลอดภัย เชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ อัตราภาษี แยกตามประเภทรถยนต์และปริมาณการปล่อย แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รถเก๋ง , รถยนต์ โดยสาร (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง) รถยนต์นั่ง กึ่งบรรทุก - รถยนต์อีโคคาร์ 1 - รถยนต์อีโคคาร์ 2 (E85 ,B10) - รถยนต์ไฟฟ้า /แบบเซลล์เชื้อเพลิง - รถสามล้อไฟฟ้า - EV (BOI) 16 ก.ย. 60 - 31 ธ.ค. 62 1 ม.ค. 63 - 31 ธ.ค. 65 1 ม.ค. 66 - 31 ธ.ค. 68 < 175 กรัม/กม. < 200 กรัม/กม. > 200 กรัม/กม. > 3,250 cc 18* 20* 25 40 < 120 กรัม/กม. < 100 กรัม/กม. 14 12*/10* 8*/4* 16/8 21/10.5 26/13 40 20* 25* 40 40 30 35 40 25* อัตราภาษีสรรพสามิต ประเภท รถยนต์ ประเภท รถยนต์ อัตราภาษี (ร้อยละ) อัตราภาษี (ร้อยละ) E10/E20 E85/NGV Hybrid/BOI E10/E20 E85/NGV Hybrid /BOI การปล่อย CO2 การปล่อย CO2 < 100 กรัม/กม. 101-150 กรัม/กม. 151-200 กรัม/กม. > 200 กรัม/กม. > 3,000 cc กลุ่มรถยนต์ รถกระบะ /ที่ไม่มีพื้นที่ สัมภาระ /ที่มีพื้นที่สัมภาระ /กระบะ 4 ประตู < 175 กรัม/กม. < 200 กรัม/กม. > 200 กรัม/กม. > 3,250 cc 8 2.5/4/10/15 4/6/13/17 40 6 2/3/9/15 3/5/12/17 40 ประเภท รถยนต์ ค่าฝุ่นละออง > 0.005 กรัม/กม. ค่าฝุ่นละออง > 0.005 กรัม/กม. หรือใช้ B20 การปล่อย CO2 8 2 2 0 2 - - - - -


หมวดที่ 1 : ภาษีธุรกิจ 113 อัตราภาษีแยกตามปริมาณน�าตาล เช่น เครื่องดื่มที่มีปริมาณน�าตาล ไม่เกิน 6 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร และไม่ว่าจะมีสาร ที่ทําให้หวานอื่นๆ หรือไม่ก็ตาม เครื่องดื่มที่มีปริมาณน�าตาลเกิน 6 กรัม แต่ไม่เกิน 8 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร และไม่ว่า จะมีสารที่ทําให้หวานอื่นๆหรือไม่ก็ตาม เครื่องดื่มที่มีปริมาณน�าตาลเกิน 8 กรัมแต่ ไม่เกิน 10 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เครื่องดื่มที่มีปริมาณน�าตาลเกิน 10 กรัมแต่ ไม่เกิน 14 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เครื่องดื่มที่มีปริมาณน�าตาลเกิน 14 กรัมแต่ ไม่เกิน 18 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร 14 14 14 14 14 ลิตร ลิตร ลิตร ลิตร ลิตร 0 0.10 0.30 1 3 กลุ่มเครื่องดื่มที่มีนํ้าตาล รายการปริมาณนํ้าตาล ตามมูลค่า ร้อยละ ตามปริมาณ หน่วย หน่วยละ/บาท สแกน QR Code เพื่ออ่านข้อมูล เพิ่มเติม


หมวดที ่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 105 20 กรณีศึกษา เพื่ อประหยัดภาษี บทที 2่


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 115 เจ้าของร้านท่านนี้ทําการค้าคือ ขายไข่ไก่ มียอดขาย เดือนละประมาณ 4-5 ล้านบาท เฉลี่ยปีละประมาณ 50 ล้านบาท มีพนักงาน 5 คน ปลูกอาคาร 1 ชั้นแบบง่ายๆ เทพื้น เสาเหล็ก ผลิตหลังคาเมทัลชีท สร้างบนที่ดินของ เจ้าของเอง ทําในรูปแบบบุคคลธรรมดา ยื่นภาษีทุกปีเฉลี่ย ประมาณปีละ 250,000 บาท กรณีศึกษาที่ 1 พนักงาน 5 คน กิจการขายไข่ไก่ ปลูกบนพื้นที่ของตัวเอง สําหรับคุณที่อ่านเคสนี้ อาจจะรู้สึกว่า อะไรคือการประหยัด เพราะก็เห็นเสียภาษีสองแสนกว่าบาท ? รายได้ 50 ล้าน ทําในรูปแบบบุคคลธรรมดา ไม่จดบริษัท เคสนี ้ ประหยัดไปหลายแสน


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 116 กิจการขายไข่ไก่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิม ่ ถึงแม้จะมียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็ไม่ต้อง จดภาษีมูลค่าเพิม หมายความว่า ่ ไม่มีภาระในการจัดการ เอกสารและรายงานที่ต้องยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิมประจํา่ เดือนแต่ภาษีซื้อจากรายจ่ายต่างๆก็ไม่สามารถเคลมได้ ให้ถื อเป็นต้นทุนหรือรายจ่ายนั้นๆ ภาษีนิติบุคคล ต้องจัดทําบัญชี และมีผู้สอบบัญชีรับรอง งบการเงิน ตามที่กฎหมายกําหนด ซึ่งภาษีบุคคลธรรมดา แค่จดรับ-จ่าย เพื่อเป็นหลักฐานในการเสียภาษี การประกอบกิจการในนามบุคคลธรรมดา ถ้าเลือกหัก ค่าใช้จ่ายตามจริง จะต้องนําเกณฑ์การรับรู้รายได้-รายจ่าย (65 ทวิ และ 65 ตรี) เหมือนกับ นิติบุคคลมาบังคับใช้ด้วย ภาษีบุคคลธรรมดา ใช้เกณฑ์เงินสด ภาษีนิติบุคคล ใช้เกณฑ์สิทธิ 1 2 3 เมื่อทําในรูปแบบของบุคคลธรรมดา กฎหมายไม่บังคับว่าต้องจัดทํางบการเงินนําส่งสรรพากร และกระทรวงพาณิชย์ ถือได้ว่าไม่ต้องมีผู้สอบบัญชี และ ไม่ต้องจ้าง สนง.บัญชีเลยด้วย ** คุณรู้หรือไม่ ถ้าเป็นบริษัท รายได้ประมาณ 50 ล้านบาท ค่าทําบัญชีรายปี ประมาณ 80,000 - 150,000 ต่อปี และ ค่าสอบบัญชีอีก ประมาณ 70,000 - 120,000 ต่อปี —> ดังนั้นสรุปได้ว่าถ้าไม่จดนิติบุคคล ก็ประหยัดค่าจ้าง ในการจัดทํางบการเงินไปได้ 200,000 กว่าบาท กิจการขายไข่ไก่ เป็นกลุ่มที่ได้รับยกเว้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม NON VAT จับประเด็นจากกรณีศึกษา


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 117 ในการคํานวณภาษีบุคคลธรรมดาของกรณีศึกษานี้ รายได้ 50,000,000 บาท ค่าใช้จ่ายตามจริง (97%) 48,500,000 บาท ลดหย่อน* : ตนเอง คู่สมรส บุตร x3 พ่อแม่ ประกัน ดอกเบี้ยบ้าน รวมลดหย่อน 500,000 บาท 1,000,000 บาท 60,000 บาท 60,000 บาท 120,000 บาท 60,000 บาท 100,000 บาท 100,000 บาท การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 4 เงินได้สุทธิ เพื่อนําไปเสียภาษี = - - * จากกรณีนี้ เจ้าของกิจการเป็นผู้ชาย มีครอบครัว ทําให้มีลดหย่อนสูง A B C A B C


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 118 เงินได้สุทธิ 1 - 150,000 150,000 0.00% 5% 10% 15% 20% 25% 30% 35% สรุปภาษี (ตามวิธีที่ 1) 7,500 20,000 37,500 50,000 115,000 150,000 200,000 250,000 250,000 1,000,000 150,001 - 300,000 300,001 - 500,000 500,001 - 750,000 750,001 - 1,000,000 1,000,001 - 2,000,000 2,000,001 - 5,000,000 5,000,000 บาทขึ้นไป ยอดรวมทั้งหมด รายได้ต่อปี อัตราภาษี จํานวณภาษี กรณีที่มีรายได้อื่นนอกจากเงินเดือน ตามมาตรา 40 (2-8) และมีจํานวน ทั้งหมด 1 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี รายได้ 50,000,000 บาท คํานวณภาษี (ตามวิธีที่ 2) 0.5 % ภาษีเงินได้แบบเหมา = รายได้รวมที่ไม่ใช่เงินเดือน x 0.5% สรุปภาษี 50,000,000 x 0.5% = 250,000 บาท D E + = 115,000 F G H เงินได้สุทธิ รายได้ต่อปี อัตราภาษี การคํานวณภาษี ตามวิธีที่ 1 แบบอัตราก้าวหน้า D E + F + G + H ภาษีเงินได้แบบเหมา = รายได้รวมที่ไม่ใช่เงินเดือน x 0.5% การคํานวณภาษี ตามวิธีที่ 2 แบบเหมา


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 119 กรมสรรพากรเลือกให้ชําระตามวิธีที่มากที่สุด (วิธีที่ 1 ) = 250,000 บาท ชําระตามวิธีที่ 1 115,000 บาท ชําระตามวิธีที่ 2 250,000 บาท แต่กลับกัน หากกิจการนี้จดบริษัทและมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายเท่ากัน รายการ รายได้ต่อปี 50,000,000.00 100% 85% 15% 1% 11% 3% 0.60% 2.40% (42,500,000.00) (500,000.00) (300,000.00) (5,500,000.00) 7,500,000.00 1,500,000.00 1,200,000.00 ต้นทุนสินค้าที่ขาย กําไรขั้นต้น Gross Profit ( GP ) ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร กําไรก่อนภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล กําไรสุทธิ จํานวนเงิน (บาท) % จากการทํางบกําไรขาดทุนพบว่า เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 300,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายเท่ากับตอนคํานวณแบบบุคคลธรรมดา คือ 97% (ต้นทุน 85% คชจ.ขาย 1% คชจ.บริหาร 11%) สรุปการคํานวณภาษี หัก หัก หัก


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 120 ค่าทํางบการเงิน 0 ภาษีเงินได้ 250,000 บุคคล 350,000 300,000 นิติบุคคล จากการทํางบกําไรขาดทุน พบว่า เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 300,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายเท่ากับตอนคํานวณแบบบุคคล คือ 97% (ต้นทุน 85% คชจ.ขาย 1% คชจ.บริหาร 11%) เคสนี้ถ้าเป็นบริษัท เสียภาษีเงินได้สูงกว่าบุคคลมาก และยังคงต้องจ่ายค่าทําบัญชี และค่าสอบบัญชี ประมาณ 350,000 บาทต่อปี เคสนี้ทางร้านค้า มีพนักงานบัญชี 1 ท่านคอยทําจดรับจ่าย และ เก็บเอกสารตามที่สรรพกรกําหนด ไม่ต้องจ้าง สนง.บัญชี เรื่องภาษีไม่ซับซ้อนมาก เพราะเป็นกิจการได้รับยกเว้น VAT “ หลายครั้งมีคนตั้งคําถามว่า “ต้องมีรายได้เท่าไหร่ ถึงต้องจดบริษัท?” หากเพื่อที่จะประหยัดภาษี คําตอบที่ครูใช้ตอบเสมอ คือ ต้องคํานวณนะคะ ถึงจะได้คําตอบที่แน่นอน อย่างเคสนี้ยังคงเลือกประกอบกิจการในนามบุคคล ทํารายได้ในนามบุคคล ไม่จดบริษัท/ห้างหุ้นส่วนอะไรเลย ประหยัดภาษี ประหยัดเงินกว่าจดนิติบุคคลเยอะมาก “ สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 121 ยังไม่มีรายได้ แต่เริ่มต้นด้วยการ จดบริษัท จด VAT เคสนี ้ ประหยัดได้หลายล้าน พอคิดว่าจะทําธุรกิจ ก็เริมคิดชื่อบริษัท เริ ่มติดต่อสํานักงาน่ บัญชี จดบริษัททุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท และจด VAT ทันที เมื่อกระบวนการจดจัดตั้งเรียบร้อย ก็รีบไปดําเนินการ เปิดบัญชีธนาคาร โอนเงินค่าหุ้นเข้าบัญชีของบริษัทประมาณ 300,000 บาท เพื่อเอาไว้จ่ายรายจ่ายต่างๆในนามบริษัท ช่วงแรกลงทุนมีรายจ่ายเยอะ ก็จ่ายออกจากบริษัท พอเงินไม่พอก็เรียกชําระค่าหุ้นเพิม จนเรียกชําระเต็ม ่ ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ถ้ายังไม่พอก็เริมมองหา่ แหล่งเงินทุนเพิมไม่ว่าจะจากเจ้าของหรือจากธนาคาร ่ เริ่มคิด ชื่อบริษัท เริ่มติดต่อ สํานักงานบัญชี จดบริษัท ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท จด VAT ทันที เมื่อจดจัดตั้งเรียบร้อย เริ่มต้นธุรกิจ กรณีศึกษาที่ 2


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 122 กิจการนี้คือ ธุรกิจโรงแรม เป็นโรงแรมขนาดเล็ก สร้างเป็นวิลล่า แยกเป็นหลังๆ มีส่วนกลางสวยงาม กิจการนี้ รายจ่ายส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีภาษีซื้อ เพราะรายจ่ายเกือบ 70% เป็นประเภทที่ได้รับการ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิม่ เช่น เงินเดือน ค่าของสดสําหรับ กับข้าว ค่าเช่า ค่าเสื่อม(ค่าเสื่อมจะคิดจากมูลค่าก่อสร้าง หารด้วย 20 ปี) จึงจําเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของรายจ่าย เมื่อไม่ค่อยมี VAT ซื้อ นั่นหมายความว่าความน่าจะเป็น ในการนําส่งภาษีขาย 7% ที่เก็บมา ก็หักภาษีซื้อได้นิดเดียว และนําส่งด้วยยอดที่สูง 1 กิจการนี้ ปกติแล้วเป็นกิจการที่อยู่ในระเบียบของ ประเภทรายได้ที่เกิน 1.8 ล้านแล้วต้องจด VAT 2 4 กิจการนี้นํายอดการก่อสร้างอาคาร การซื้อทรัพย์สินใน ช่วงการลงทุน มาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้หลายปี อาคารได้ 10 ปี ทรัพย์สินอื่นๆ ได้ 5 ปี ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเรียกว่า ค่าเสื่อมราคา 5 Q : การจดบริษัท และจด VAT ก่อนที่จะมีรายได้ถึง 1.8 ล้านบาท จะช่วยประหยัดภาษีได้อย่างไร เก็บยอดภาษีซื้อ จากเม็ดทรายทุกเม็ด จากปูนทุกหยด จากของทุกชิ้นที่ซื้อ เพื่อเก็บยอดภาษีซื้อไว้ใช้ตอนเปิดดําเนินการ เพื่อนําไปตัดกับภาษีขายได้ในอนาคต จับประเด็นจากกรณีศึกษา กิจการนี้ เมื่อจด VAT แล้ว ราคาค่าบริการต้องรวม ภาษีมูลค่าเพิม VAT ่ ยอดเงินที่เก็บมาต้องแยกเป็น 2 ส่วน นั่นคือรายได้ และ ภาษีขาย และแน่นอน ภาษีขายนั้นเป็นยอดที่รอนําส่งกรมสรรพากร แต่ก่อนนําส่งเราสามารถนําภาษีซื้อมาหักได้ 3 A :


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 123 ยอดลงทุนก่อสร้างและตกแต่ง 70,000,000 บาท ภาษีซื้อ 7% (70,000,000x7%) 4,900,000 บาท เคสนี้ ตอนเริมต้นจะจ่ายซื้อของ จ้างผู้รับเหมา ซื้อเฟอร์นิเจอร์ ่ รวมยอดลงทุนกว่า 80,000,000 บาท ถ้าในยอดนี้ตัดที่ดินออก 10,000,000 บาท นั่นหมายความว่าค่าก่อสร้าง ค่าตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ประมาณ 70,000,000 บาท ซึ่งจะเกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลาการก่อสร้าง ใน 8 เดือนแรก รายได้ โดยประมาณ (100x5,000) 500,000 บาท ภาษีขาย (500,000x100/107)x7%) 32,710 บาท ภาษีซื้อที่เก็บจากค่าใช้จ่ายประจํา 8,000 บาท หลังจากก่อสร้างเสร็จ ก็เปิดให้บริการ ตั้งราคาค่าที่พัก ห้องละ 5,000 บาท ต่อคืน ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิมแล้ว หากเดือนนั ่ ้นปล่อยเช่าห้องพักได้ 100 ห้อง กรณีนี้ เมื่อเปิดกิจการมีรายได้ มีภาษีขาย และภาษีซื้อแบบนี้ ถ้ามองด้านเดียว ก็คงคิดว่าต้องนําส่ง โดยการนํา ภาษีขาย หัก ภาษีซื้อ แล้วนําส่ง กิจการมียอดลงทุน 70,000,000 บาท ( ค่าก่อสร้างและตกแต่ง ไม่รวมภาษีซื้อ 7% ) ไม่นับค่าที่ดิน 10,000,000 บาท ห้องพัก ราคา 5,000 บาท แต่เคสนี้ไม่ใช่!!!


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 124 เพราะเคสนี้ ไม่ต้องจ่ายซักบาท และน่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกหลายเดือน หรืออาจจะเป็นปี คือแทบไม่ต้องนําส่ง VAT เลย ตาม ตารางที่คุณเห็นด้านล่างนี้ เราจะยกยอดเครดิตภาษีซื้อนี้ ข้ามเดือนไปเรื่อยๆ ข้ามปีก็ได้ ค่อยๆทยอยใช้จนกว่าจะหมด ภาษีขาย ภาษีซื้อ ภาษีที่ต้องนําส่ง หักจากยอด เครดิตภาษีซื้อ เครดิตภาษีซื้อเคงเหลือ 32,710 บาท 8,000 บาท 24,710 บาท 4,900,000 บาท 4,875,290 บาท เดือนที่ 1 40,000 บาท 10,000 บาท 30,000 บาท 4,875,290 บาท 4,845,290 บาท เดือนที่ 2 60,000 บาท 10,000 บาท 50,000 บาท 4,845,290 บาท 4,795,290 บาท เดือนที่ 3 “หากรู้ว่ากิจการของตนเอง ต้องจด VAT เพราะมีรายได้เกิน 1.8 ล้าน และยังเป็น กิจการที่ต้องลงทุนสูง ยอดการจ่ายต่างๆ ในช่วงแรกมีภาษีซื้อ มีบิลซื้อถูกต้อง แค่เพียงจัดการเป็นรายจ่ายบริษัทให้ถูกต้องตั้งแต่บิลแรก เก็บเคลมภาษีซื้อทุกเดือน เก็บจนก้อนโต พอเปิดกิจการก็นํายอดนี้มารอตัดยอด VAT นําส่งได้เลย” สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที ่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 125 ทุนจดทะเบียนไม่ต้องเยอะ ประหยัดภาษีเป็น 10 ล้าน ธุรกิจเสือนอนกินอย่างอะพาร์ตเมนต์ ถ้าวางแผนภาษีดี ได้เก็บกินไปยาวๆ และดึงเงินออกมาใช้ แบบไม่ต้องเสียภาษี แบบนี้น่าจะเรียกได้ว่า สุขใดเล่าจะเท่ามีเงินใช้แบบไม่เสียภาษี กรณีนี้ลงทุนทําอะพาร์ตเมนต์ 100 ห้อง ทําบนที่ดินของคุณพ่อ ที่ดินราคาตลาด 12 ล้าน ราคาประเมิน 8 ล้าน ค่าก่อสร้างประมาณการไว้ อยู่ที่ 30 ล้าน ในยอดการก่อสร้างนี้ ลงด้วยเงิน ของครอบครัว 20 ล้าน และกู้ธนาคารอีก 10 ล้าน กรณีศึกษาที่ 3


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 126 จับประเด็นจากกรณีศึกษา กิจการนี้เป็นการลงทุนระยะยาว ค่าเฉลี่ยการคืนทุนประมาณ 5-7 ปี ภาษีซื้อของกิจการที่มีรายได้ผสมกันระหว่าง VAT และ NON VAT กิจการแบบนี้ไม่สามารถใช้ภาษีซื้อ ได้เต็มจํานวน ต้องทําการเฉลี่ยภาษีซื้อก่อนนํามาใช้ใน รายงานภาษีซื้อ กิจการนี้มีรายได้ที่ปนกัน 2 ประเภท คือ รายได้ที่ได้รับยกเว้น VAT และรายได้ที่ต้องเสีย VAT รายได้ที่ได้รับยกเว้น VAT คือ ค่าเช่า ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าที่จอดรถ รายได้ค่าน�าค่าไฟฟ้า ถ้าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT 5 กิจการนี้ถ้าจดนิติบุคคล ก็ควรจดตั้งแต่แรก เอาที่ดินเข้าไปแทนทุนจดทะเบียน ด้วยราคาประเมิน จ่ายค่าก่อสร้างและค่าตกแต่งในนามบริษัท เก็บบิลให้ ถูกต้องเพื่อบันทึกเป็นทรัพย์สิน และเก็บบิล VAT ให้ครบ เพื่อบันทึกภาษีซื้อเอาไว้ใช้ในอนาคต คล้ายกับ กรณีก่อนหน้านี้ 6 ค่าเฉลี่ยการคืนทุน ปีที่ 5 - 7ปีที่ 1 - 4 1 2 3 4


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 127 จากกรณีศึกษานี้ หากจะวางแผนภาษี ควรจะวางแผนตั้งแต่การกําหนดเรื่องทุนจดทะเบียน รูปอธิบายเพิ่มเติม จากภาพ A หากจดทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท เมื่อสร้าง อะพาร์ตเมนต์เสร็จ เปิดให้บริการ มีรายได้ มีกําไร มีเงินเหลือ ถ้าจะจ่ายเงินคืนเจ้าของ ให้จ่ายในรูปแบบที่ถูกต้อง ตามระบบภาษี คือ ใช้ยอดลงทุนก่อสร้าง 30 ล้านบาท ไม่จําเป็นต้อง จดให้เท่าหรือเกือบเท่ายอดลงทุน ส่วนค่าก่อสร้าง 20 ล้านบาทนั้น สามารถลงทุน จากเจ้าของกิจการในรูปของเงินกู้ยืมกรรมการ 1 สมมุติว่าจะต้องซื้อที่ดินเพื่อสร้างอะพาร์ตเมนต์ 9 ล้านบาท สามารถจดบริษัทด้วยทุน 9 ล้านบาทได้ 2 3 ส่วนที่ไปกู้ยืมธนาคารอีก 10 ล้านบาท ก็บันทึกเป็น เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 4 ลงทุน กิจการ มีกําไร/มีเงิน เจ้าของ ปันผล -10% 30 ล้านบาท ภาพ A จ่ายเดือนละครั้งในรูปแบบ : เงินเดือน ค่าเช่า ค่าที่ปรึกษา —> จ่ายผ่านระบบที่ถูกต้อง คิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามอัตราก้าวหน้า 5–35% จ่ายปีละครั้งในรูปแบบ : เงินปันผล —> กิจการต้องปิดงบ รูปแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% และกําไรหลังภาษีนํามาจ่ายปันผลจะต้องนําส่งหัก ณ ที่จ่ายอีก 10%


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 128 กู้ 30 ล้านบาท ภาพ B ทุน 9 ล้านบาท กิจการ มีกําไร/มีเงิน เจ้าของ เจ้าหนี้ คืนหนี้ กําไรก่อนภาษี 37.5 ล้านบาท ภาษีเงินได้ 20% 7.5 ล้านบาท กําไรหลังภาษี 30 ล้านบาท หัก ณ ที่จ่าย 10% 3 ล้านบาท ì เมื่อตัวเราอยู่ในฐานะเจ้าของ 100% เวลาดึงเงินจากกิจการมาใช้ ย่อมต้องผ่านระบบการเสียภาษีทุกช่องทาง” จากภาพ B หากทําทุนจดทะเบียน 9 ล้านบาท ส่วนต่างอีกที่เหลือให้อยู่ในรูปแบบ ของเจ้าหนี้กรรมการซึ่งตัวอย่างนี้ เจ้าหนี้กรรมการคือยอด 30 ล้านบาท เมื่อสร้าง อะพาร์ตเมนต์เสร็จ เปิดดําเนินการ มีรายได้ มีกําไร มีเงินเหลือ ถ้าจะจ่ายคืนก็เลือก จ่ายคืนให้เจ้าหนี้ก่อน เจ้าของอยู่ในฐานะเจ้าหนี้จะได้เงินที่ตนเองเคยลงทุนไว้ หรือ คืนไปในรูปแบบของการคืนหนี้ในระบบระเบียบด้านภาษีโดยตัดเงินต้นไม่ต้องนํามา คํานวณคิดภาษีเงินได้ในการชําระหนี้สินคืนให้เจ้าหนี้ ตัวอย่างจากภาพ A สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้ ภาษีที่ต้องเสีย ภาษีเงินได้ 7.5 ล้าน + หัก ณ ที่จ่าย 3 ล้าน = 10.5 ล้าน จากกรณีศึกษาข้างต้น สรุปได้ว่าสามารถดึงเงินคืนให้เจ้าของ เป็นยอดเงินกว่า 30 ล้านโดยที่ไม่เสียภาษีซักบาท ซึ่งดีกว่าใน กรณีภาพ A ที่เสียภาษียอดเงินหลายล้านมาก


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 129 จดบริษัทแยกตามสาขา สะดวกต่อการ ขายกิจการ เคสนี ้ ประหยัดได้หลายล้าน กิจการร้านอาหารกําลังคิดที่จะขยายสาขาเพิมขึ่ ้นอีก 5 สาขากระจายตามภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือที่เชียงใหม่ ภาคใต้ที่ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี หรือภาคอีสานที่ขอนแก่น เจ้าของกิจการมาขอคําปรึกษาทางทีม จึงให้ความเห็นว่า ถ้าต้องการบริหารจากส่วนกลางและไม่ประสงค์ที่จะขายกิจการทิ้ง ให้ทําในรูปแบบของสํานักงานใหญ่และเพิมสาขาไปเรื่อยๆ ่ ซึ่งสาขาเหล่านั้นจะอยู่ภายใต้สํานักงานใหญ่และยื่นงบการเงินจากสํานักงานใหญ่เท่านั้น แต่ในเคสนี้ผู้บริหารมีนโยบายว่าบางสาขาจะมีนักลงทุน เข้ามาร่วม เช่น ภูเก็ตจะมีคนภูเก็ตมาถือหุ้นด้วยบางส่วน สาขาขอนแก่นจะมีนักลงทุนจากขอนแก่นมาถือหุ้นด้วย บางส่วน และหรือบางสาขาที่ตั้งขึ้นมา เช่น กระบี่ โดยเจ้าของจะลงทุนก่อนและถ้ามีผู้ที่สนใจอยากจะ ซื้อสาขานี้ก็ยินดีที่จะขายให้ 100% สํานักงานใหญ่ กรุงเทพฯ สาขาขอนแก่น สาขาสุราษฎร์ธานี สาขาเชียงใหม่ สาขาภูเก็ต สาขากระบี่ กรณีศึกษาที่ 4


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 130 ในกรณีบริษัท ก ที่บริหารงานสาขาภูเก็ต เมื่อมีนักลงทุน ร่วมเข้ามา นักลงทุนนั้นก็จะมีสิทธิในความเป็นเจ้าของ ์ เฉพาะแค่สาขาภูเก็ตเท่านั้น ไม่ยุ่งกับสํานักงานใหญ่ การจัดโครงสร้างแบบนี้นอกจากเรื่องวางแผนภาษี แล้วก็จะต้องวางแผนเรื่องการบริหารจัดการให้ชัดเจน ในกรณีบริษัท ข ที่บริหารงานสาขากระบี่ เมื่อมีนักลงทุน ชาวต่างชาติที่มีภรรยาไทยสนใจอยากซื้อกิจการ วิธีการ ขายกิจการแบบง่ายๆคือ การให้นักลงทุนใหม่เข้ามา ถือหุ้น เปลี่ยนใบหุ้น บอจ.5 เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็น การสลับมือเจ้าของกิจการได้ทันที เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็จะวางแผนภาษีให้สะดวกต่อการลงทุนร่วมและการขายกิจการ โดยเราจะให้จดบริษัทแยกเอกเทศ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันในรูปแบบสํานักงานใหญ่ + สาขา กลายเป็นตามข้อมูลด้านล่างนี้ บริหารงานสาขากระบี่ ถือหุ้น 100% บริษัท ข บริหารงานสาขาภูเก็ตมีผู้บริหารเดิม และนักลงทุนพื้นที่ถือหุ้นร่วมกัน บริษัท ก ถือหุ้นร่วมกัน ถือหุ้น 100%


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 131 ในเรื่องของการวางแผนภาษีให้พิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้ ตั้งแต่การก่อสร้างร้านอาหารหรือลงทุนตกแต่ง ร้านอาหารควรบันทึกเข้าในบัญชีบริษัทและตั้งเป็น ทรัพย์สินของบริษัท ข้อได้เปรียบของการวางแผนแบบนี้คือ เวลาเจ้าของกิจการ จะเสนอขายให้กับนักลงทุนท่านต่อไปที่จะมาซื้อ กิจการและทําต่อในรูปแบบนี้จะทําให้นักลงทุนตัดสินใจง่าย เพราะในการซื้อครั้งนี้นักลงทุนไม่ต้องคํานึงถึงภาระภาษีใดๆ เจรจาให้จบด้วยตัวเลขที่ต่างฝ่ายต่างพอใจ 1 หากเป็นเจ้าของที่ดิน ให้ทําการโอนที่ดินนั้นในนามบริษัท จะเสียค่าธรรมเนียมการโอนตอนตั้งต้นเพียงครั้งเดียว 2 3 หากเป็นที่ดินเช่า ให้ทําสัญญาเช่าในนามบริษัท 4 ทรัพย์สินต่างๆที่ซื้อใช้ในร้านให้ซื้อในนามบริษัท 5 ขึ้นทะเบียนนายจ้างในนามบริษัท เมื่อทําการขายกิจการ ทรัพย์สินต่างๆที่อยู่ในนามบริษัท ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาคาร สิงของต่างๆ ก็ยังคงอยู่ที่เดิมแต่ ่ เบื้องหลังในการเปลี่ยนมือหรือขายกิจการครั้งนี้ คือ การสลับเพียงชื่อของผู้ถือหุ้นเท่านั้น ในการขายกิจการ จึงไม่มีภาษีในเรื่องของการโอนที่ดินหรือสิงปลูกสร้างใดๆ ่ ที่ต้องคํานึง 6 7 ในเรื่องภาษีจากการขายกิจการจะมีเรื่องของราคาขาย ที่สูงกว่าราคาหุ้นของกิจการนั้น โดยผู้ขายจะต้อง คํานวณภาษี ประเมินตนเองว่ามีกําไรเท่าไหร่และนําส่ง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 8 ìเทคนิคการวางแผนภาษีแบบนี้เหมาะกับเจ้าของ กิจการที่มีแนวคิดสร้างกิจการขึ้นมา หาลูกค้าเข้ามา และขายกิจการ โดยบวกกําไรล่วงหน้าเข้าไป กําไรส่วนนี้เรียกว่า Capital gainî สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 132 จดบริษัทแยก เพื่อประหยัดภาษีและบริหารมรดก กิจการค้าขายสินค้าเกี่ยวกับเด็ก เช่น แพมเพิส ผ้าอ้อม นมผง ขวดนมและอื่นๆ กิจการนี้ตั้งต้นที่กรุงเทพฯมีหน้าร้าน 2 คูหา เวลาต่อมาได้ก้าวเข้าสู่การค้าขายออนไลน์ทําแฟนเพจ ขายใน shopee Lazada และตอนนี้กําลังมีแผนขยายสาขา มีหน้าร้านเพิมขึ้น ่ รายได้จากการขาย ยอดขายปลีกหน้าร้านของกรุงเทพฯ ปีละ 20 ล้านบาท ยอดขายออนไลน์ผ่าน Facebook ปีละ 10 ล้านบาท ยอดขายใน shopee ปีละ 20 ล้านบาท ยอดขายใน Lazada ปีละ 15 ล้านบาท ยอดค้าส่ง ปีละ 40 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อราคาส่งจะอยู่โซนภาคอีสาน 80% ค้าปลีก ยอดขาย 65 ล้านบาท/ต่อปี หน้าร้าน, Facebook, Shopee, Lazada ค้าส่ง ยอดขาย 40 ล้านบาท/ต่อปี กรณีศึกษาที่ 5


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 133 บริษัทที่ 1 บริษัทที่ 2 บริษัทที่ 3 บริษัทที่ 4 จดจัดตั้งเพื่อขายปลีก หน้าร้านที่กรุงเทพฯ รายได้ปีละ 20 ล้านบาท ลูกสาวคนเล็ก เป็นกรรมการ จดจัดตั้งเพื่อการขายออนไลน์ ทาง facebook และ Lazada รายได้ปีละ 25 ล้านบาท ลูกชายคนโตเป็นกรรมการ จดจัดตั้งเพื่อขายผ่าน shopee รายได้ปีละ 20 ล้านบาท ลูกชายคนกลางเป็นกรรมการ จดจัดตั้งเพื่อการค้าส่ง รายได้ปีละ 40 ล้านบาท พ่อแม่และลูกชายคนเล็ก เป็นกรรมการ กิจการนี้เป็นกิจการครอบครัวใหญ่ เริมต้นจากสมัยรุ่นพ่อแม่ ่ เมื่อลูกสาวและลูกชายเรียนจบก็กลับมาช่วยงานของครอบครัว การวางแผนภาษีสามารถที่จะเปิดหลายบริษัทกระจายรายได้ เพื่อรักษาให้แต่ละบริษัทยังคงเป็น SMEs ได้ นอกเหนือจากการวางแผนภาษีแล้ว มีเรื่องการแบ่งกิจการ ให้ลูกๆแต่ละคนดูแลรับผิดชอบแยกกัน เป็นสัดเป็นส่วน ไม่ทับซ้อนกัน บริหารตามความถนัดของลูกๆแต่ละคน บริหารงานแบบกงสี กรณีศึกษานี้สิ่งที่กระทําคือ


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 134 บริษัทที่ 1 2 และ 3 รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทหากมี ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท กิจการนี้จะอยู่ในรูปแบบของ SMEs ได้รับการสนับสนุนในเรื่องของภาษีเงินได้คือ กําไร 300,000 บาทแรกไม่เสียภาษี ส่วนที่เกิน 300,000 บาท และไม่เกิน 3,000,000 บาท เสียภาษีอัตรา 15% และส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท เสียภาษีอัตรา 20% กรณีไม่มีนักบัญชีที่สามารถปิดงบได้เอง บริษัทจะต้องจ้างสํานักงานบัญชีด้านนอก จําเป็นต้องมองหา สํานักงานบัญชีที่คิดค่าบริการในอัตราพิเศษ เรียกแบบนี้ว่าคิดค่าบริการแบบเหมาเป็นเครือ เพราะการเปิดบริษัทมากขึ้นจะทําให้มีรายจ่ายแฝงที่ต้องคํานึงคือค่าทําบัญชี ค่าสอบบัญชี จุดนี้ผู้บริหาร ต้องจัดการให้มีค่าทําบัญชีที่ประหยัดที่สุด เพื่อให้การกระจายรายได้นี้ใช้ได้ดี 1 ในการจดบริษัทขึ้นมาหลายบริษัทแบบนี้ สิงที่เจ้าของกิจการ ่ ควรต้องมองหาเพิมเติมคือ นักบัญชีประจําบริษัทที่สามารถ ่ จัดทํางบการเงิน ปิดบัญชีนําส่งกรมสรรพากรได้เอง ถ้าเป็นแบบ นี้จะประหยัดค่าทําบัญชีรายเดือนไปมาก 2 3 จับประเด็นจากกรณีศึกษา ธุรกิจ SMEs รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ต่อปี ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท เสียภาษี 15% และเสีย 20% บริษัท 1 บริษัท 2 บริษัท 3 จับประเด็นจากกรณีศึกษา สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 135 จดบริษัทมากกว่า 1 เพื่อรักษาความเป็น SMEs เคสนี ้ ถ้าทําเป็น “ก็ทําได้” ประหยัดได้เกือบล้าน กรณีนี้จะคล้ายๆกับเคสที่แล้ว แต่เคสนี้ไม่ต้องคํานึงถึงการแบ่งกิจการ ให้ลูกคนไหนอย่างไร แต่อยากจะแบ่งยอดขายเพื่อรักษาไว้ให้เป็น SMEs เคสนี้น่าสนใจขนาดไหน เรามาเริมโดยการเปรียบเทียบจากการคํานวณ ่ กันก่อน หากมีกิจการขายเสื้อผ้ายอดขาย ปีละ 45 ล้านบาท อัตรากําไรก่อนภาษีอยู่ที่ 10% กําไรก็จะประมาณ 4.5 ล้านบาท เรามาคํานวณกันว่าจะประหยัดภาษีได้แค่ไหน กิจการขายเสื้อผ้า ยอดขาย ปีละ 45 ล้านบาท กรณีศึกษาที่ 6


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 136 กรณีให้รายได้อยู่ในบริษัทเดียว 45,000,000 4,500,000 900,000 รายได้ กําไร 10% ภาษีเงินได้นิติบุคคล (4,500,000x20%) กรณีแยกรายได้เป็น 2 บริษัท บริษัทที่ 1 บริษัทที่ 2 20,000,000 2,000,000 255,000 รายได้ กําไร 10% ภาษีเงินได้นิติบุคคล (2,000,000-300,000)x15% 25,000,000 2,500,000 330,000 รายได้ กําไร 10% ภาษีเงินได้นิติบุคคล (2,500,000-300,000)x15% รวมภาษีทั้ง 2 บริษัท 585,000 บาท เมื่อเทียบกันแล้วประหยัดภาษีไป 900,000 – 585,000 = 315,000 315,000


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 137 การแยกบริษัทแบบนี้ ประหยัดภาษีได้ก็จริง แต่ต้อง คิดเรื่องค่าทําบัญชี รายเดือน รายปีด้วย หากคุณมีค่า จัดทําบัญชีที่ไม่สูงมาก มีนักบัญชีของตนเอง หรือดีล ค่าบริการมาได้ในอัตราที่ไม่สูงจากตัวอย่างนี้ ค่าทําบัญชี ที่แยกบริษัทออกมาต้องไม่เกิน กว่าภาษีที่ประหยัดได้ การแยกรายได้ แยกบริษัท จะต้องแยกให้ชัดทุกเรื่อง รายได้ การเปิดบิล พนักงาน และที่สําคัญเรื่องของการสั่งซื้อ การจัดการ Stock สินค้าต้องเก็บแยกกันให้ชัดเจน ไม่ปน เพราะเรื่องนี้สําคัญมาก บางเคสที่พยายามทําแต่ทําแบบ ไม่วางแผน แค่แยกบริษัทแต่ที่เหลือปนกันไปหมด แบบนี้ เข้าข่ายตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีได้ 1 การเป็น SMEs เพื่อประหยัดภาษี จะต้องคุมรายได้ให้ ไม่เกิน 30 ล้าน ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้าน จะได้ อัตราภาษีพิเศษ กําไร 300,000 บาท แรกไม่เสียภาษี ส่วนที่เกิน 300,001 – 3,000,000 บาท เสียภาษีในอัตรา 15% แต่ถ้ากําไรเกิน 3,000,000 บาท จะต้องเสียภาษี ในอัตราปกติ 20% จากตัวอย่างข้างบน กําไร 10% ถือว่าสูง และเมื่อแบ่งเป็น 2 บริษัทแล้วต้องไม่ทํากําไร เกิน 3,000,000 บาท 2 3 เรื่องของสถานประกอบการ เป็นที่เดียวกันได้หรือคนละที่ ก็ได้ถ้าเป็นที่เดียวกัน ให้จัดการเรื่องการเก็บสินค้าให้ดี แยกออกจากกันให้เรียบร้อย 4 รูปแบบการจดแยกบริษัท เคยเห็นมีประมาณ 8 บริษัท และกระจายรายรับได้ บางบริษัทตั้งใจรับรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท เพื่อจะได้ไม่เข้า VAT บางบริษัทรับรายได้ กว่า 20 ล้านบาท เมื่อรับครบ 20 ล้านบาทก็จะหยุดรับราย ได้แล้วจะวนไปรับด้วยบริษัทอื่นในเครือ เป็นบริษัทที่ให้ บริการไม่มี Stock แบบนี้จะทําให้ดูเนียนและจัดการง่าย 5 ข้อคิดจากครูอัส “ ถ้าทําเป็น ก็ทําได้ ถ้ามีนักบัญชีของตนเอง ต้นทุนค่าทําบัญชีไม่สูง ก็น่าลุ้น ” จับประเด็นจากกรณีศึกษา จับประเด็นจากกรณีศึกษา สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 138 ธุรกิจที่มีลักษณะการลงทุนเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอะพาร์ตเมนต์ สร้างโรงแรม สร้างโรงงาน หรือแม้กระทั่งสร้างกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ใดๆก็ตามที่เป็นการให้เช่า ธุรกิจกลุ่มนี้ช่วงแรกจะยังไม่มีรายได้แต่มีการลงทุนค่อนข้างสูง ทําให้กิจการขาดทุน ผู้ประกอบการจะสามารถใช้ยอดขาดทุนสะสมได้ภายใน 5 ปี เพื่อนําไปใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ นั่นก็คือ หากปีไหนที่ กิจการมีรายได้ที่จะต้องเสียภาษี สามารถนํายอดขาดทุนสะสมมาหักก่อนได้ ดีใจที่ขาดทุนสะสม 5 ปีไม่เสียภาษี ตัวอย่าง ปีที่กําไร(ขาดทุน) กําไร/ขาดทุนสะสม 1 2 3 4 ขาดทุน 1 ล้าน ขาดทุน 2 ล้าน กําไร 1 ล้าน กําไร 1 ล้าน ขาดทุนสะสม 1 ล้าน ขาดทุนสะสม 3 ล้าน ขาดทุนสะสม 2 ล้าน ขาดทุนสะสม 1 ล้าน รีบจดบริษัท ก่อนลงทุน ก่อสร้าง เพื่อบันทึกสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายหากมีผลขาดทุนสามารถประหยัดภาษีปีถัดไปได้ สแกน QR Code อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนําผลขาดทุนสุทธิมาหักเป็นรายจ่าย กรณีศึกษาที่ 7 สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 139 อัตราภาษีมูลค่าเพิมแบ่งออกเป็น 3 อัตรา ่ เมื่อมีส่งออก ให้เดินหน้าขอคืนภาษี กรณีที่คุณทําธุรกิจส่งออกจะใช้อัตราที่ 0% ทําให้ภาษีขายไม่เกิดขึ้น ในส่วนของภาษีซื้อสามารถเคลมและขอคืนได้ 1 อัตรา 10% (ปรับเป็น 7%) 2 อัตรา 0% (ธุรกิจส่งออก) 3 ยกเว้นภาษี หากมียอดขายในรูปแบบส่งออกต่างประเทศในปริมาณมาก แนะนําให้เปิดบริษัทเพื่อการส่งออก แยกออกมาจากบริษัทเดิม ทําบัญชีชุดเดียว เอกสารเรียบร้อย ทํา Stock ให้เรียบร้อย พร้อมให้สรรพากรเข้าตรวจ การขอคืนภาษีซื้อของธุรกิจส่งออก ถือเป็นสิงที่ควรทํา ่ เสมือนคุณได้กําไรกลับคืนมา 7% กรณีศึกษาที่ 8 ขอคืนภาษี ได้เงินคืน สรรพากรจะมาตรวจ เจ้าหน้าที่สรรพากรมาตรวจ เอกสารต้องเรียบร้อย ทําบัญชีชุดเดียว = = = สแกน QR Code อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มธุรกิจส่งออก สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 140 จังหวัดที่ได้อัตราภาษีถูกที่สุดในประเทศไทย 5 จังหวัดที่ได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีในเขตพัฒนาพิ เศษเฉพาะกิจ สิทธิประโยชน์ด้านภาษีมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคลเสียอัตรา 3% (จากปกติ SMEs 15% ไม่ใช่ SMEs 20%) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเสียในอัตรา 0.1% (จากปกติ 5% - 35%) ลงทุนเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า อื่นๆ สามารถอ่านได้ใน QR Code ด้านล่างนี้ กรณีศึกษาที่ 9 1. ปัตตานี 2. ยะลา 3. นราธิวาส 4. สตูล 5. สงขลา (เฉพาะอําเภอ) จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม สแกน QR Code ของเนื้อหานี้ อ่านเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์สําหรับเขตพัฒนาเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากคุณทําธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าว หรือสามารถจดนิติบุคคลใน พื้นที่ดังกล่าวได้จะประหยัดภาษีที่สุด


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 141 ผันรายจ่ายส่วนตัวให้บริษัทจ่ายแทน แต่กรณีที่ผันรายจ่ายส่วนตัวให้บริษัทจ่ายแทนจะถือเป็น รายได้ของบุคคลที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้นหรือแม้กระทั่งพนักงานเองก็ตาม ซึ่งต้อง พิจารณาว่ารายการใดบ้างต้องนํามารวม เพื่อคํานวณภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ขั้นตอนการทํารายจ่ายส่วนตัวให้บริษัทจ่ายแทนได้ 10 บางรายการ เจ้าของได้ประโยชน์ เจ้าของต้องยื่นภาษี บางรายการ เจ้าของได้ประโยชน์ เจ้าของไม่ต้องยื่นภาษี กรณีศึกษาที่ 10 สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้ ต้องมีการจัดทํานโยบายครอบคลุมรายจ่ายแต่ละ ประเภทให้ชัดเจน **ควรใส่วงเงินเข้าไปด้วย** 1 การจัดทําเอกสารเบิกจ่ายให้ละเอียด เช่น การทํา รายงานการประชุม, Memo 2 3 รายจ่ายต้องมีความสัมพันธ์กับรายได้ ใบเสร็จรับเงินควรออกเป็นข้อมูลของบริษัทให้ ครบถ้วนและถูกต้อง 4


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 142 ซื ้ อรถในชื่อใคร ประหยัดภาษีมากที่สุด ข้อคิดในการซื้อรถมี 2 เรื่อง ดังนี้ 1. มีการเปลี่ยนรถบ่อยหรือไม่ เปลี่ยนรถบ่อย หากคุณมีการเปลี่ยนรถบ่อย ไม่แนะนําให้ซื้อในรูปแบบ บริษัทเนื่องจากรถที่เราซื้อมาใช้ส่วนใหญ่ เป็นรถยนต์ นั่งสบายไม่เกิน 10 ที่นั่ง ในตอนซื้อจะมีภาษีซื้อซึ่งเราจะ ไม่สามารถใช้ได้ เพราะเป็น"ภาษีซื้อต้องห้าม" และ ตอนเราขายจะทําให้เราเสียภาษีขายด้วย 2. รถที่ซื้อเป็นรถอะไร รถยนต์นั่งสบาย ไม่เกิน 10 ที่นั่ง เช่น รถเก๋ง รถสปอร์ต รูปแบบการหักค่าใช้จ่ายคือ "ค่าเสื่อมราคา" ซึ่งรถกลุ่มนี้ใช้ได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท รถกระบะ รถบรรทุก รถกลุ่มนี้หากซื้อในนามบริษัทจะสามารถใช้เป็นค่าใช้จ่าย ได้เต็มจํานวน เปลี่ยนไม่บ่อย ใช้งานนาน ถ้าแบบนี้สามารถซื้อในนามบริษัทได้ จะคุ้มค่าและ ใช้ประโยชน์ได้ครบถ้วน 11 กรณีศึกษาที่ 11 สแกน QR Code อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั่ง สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 143 ทีมล่อซื ้ อจากกรมสรรพากร สรรพากรตั้ง ทีมเฉพาะกิจ เพื่อส่องดูแม่ค้าออนไลน์, YouTuber, Influencer ล่อซื้อให้เห็นเลขบัญชีและชื่อบุคคล เพื่อนําไปเช็คข้อมูลประวัติการเสียภาษีจาก Big Data ถ้าเจอว่ามีรายได้เยอะเสียภาษีน้อยเข้าสู่กระบวนการเรียกภาษีย้อนหลัง โชว์รายได้ที่ขายได้ในแต่ละวัน ถ่ายรูปใบออเดอร์ และกล่องสินค้าเยอะๆ ลงสลิปโอนเงินโชว์ผ่านโซเชียล 12 การขายนอกระบบนั้นยากขึ้นและมีความเสี่ยงมากขึ้น ขอให้ลุกขึ้นมาเรียนรู้และเปลี่ยนแปลง คุณทําแบบนี้อยู่หรือเปล่า หากทําแบบนี้อยู่ โชว์รายได้ออกสื่อแบบนี้ คุณเสียภาษีถูกต้องแล้วใช่ไหม กรณีศึกษาที่ 12 สแกน QR Code อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับทีมล่อซื้อกรมสรรพกร สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้ 1 2 3


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 144 สรรพากรตรวจทุกช่องทาง กรณีศึกษาที่ 13 ธนาคารส่งรายชื่อธุรกรรม ข้อมูลจากทีมล่อซื้อ ข้อมูลจากทีมตรวจสอบ สรรพากรพื้นที่ ข้อมูลจากการซื้อ-ขายที่ดิน ข้อมูลจากกรมศุลกากร ข้อมูลจากเว็บไซต์ แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย ข้อมูลจากภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย ข้อมูลจากการแจ้งเบาะแส 3,000 ครั้งต่อปี 400 ครั้ง รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท 13 อื่นๆ 2 4 6 8 1 3 5 9 7 สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 145 กรณีศึกษาที่ 14 หมดตัวเพราะภาษีย้อนหลัง การทําธุรกิจหากคุณหลบภาษี ไม่เคยยื่นภาษีเลยอาจทําให้กิจการ คุณเสี่ยงถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ ซึ่งการเก็บภาษีย้อนหลังของ กรมสรรพากรสามารถย้อนหลังได้มากถึง 10 ปี โดยภาษีย้อนหลังที่หนักที่สุดคือ "ภาษีมูลค่าเพิม"่ ซึ่งจะคูณ 7% ตั้งแต่ 1.8 ล้านแรก และมีเบี้ยปรับ เงินเพิมอีก ่ หลายกรณีที่เสียภาษีย้อนหลังเกิน 10 ล้าน บางเคสถึง 20 ล้านบาท สิทธิ์การตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ของกรมสรรพากร 14 โทษปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินเพิ่ม อัตรา 18% ต่อปี ชําระภายใน 15 วัน 2% ของภาษี *2 ชําระภายใน 30 วัน 5% ของภาษี *2 ชําระภายใน 60 วัน 10% ของภาษี *2 ชําระหลัง 60 วัน 20% ของภาษี *2 กรณีไม่เคยยื่นแบบมาก่อนเบี้ยปรับจะคูณ 2 เท่า เบี้ยปรับ เราจะใช้การกระทําในอดีต มาเป็นบรรทัดฐานปัจจุบันไม่ได้ สรรพากรมีสิทธิ์สอบ ภาษีได้ ถ้าไม่มีเจตนา ตรวจสอบ ย้อนหลังได้2 ปี ตรวจสอบ ย้อนหลังได้5 ปี ตรวจสอบ ย้อนหลังได้10 ปี หากพบว่า เจตนาจงใจเลี่ยงภาษี จงใจเลี่ยง และไม่เคย ยื่นแบบภาษีเลย สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 146 เจ้าของจําเป็นต้องมีเงินเดือน คุณควรมีผลตอบแทน 2 จุด ดังนี้ ตั้งยอดขายตามกําไร ที่ต้องการ = 100,000 + 200,000 (กําไรที่ต้องการ) = 1,500,000 20% 11 15 กรณีศึกษาที่ 15 ค่าใช้จ่ายคงที่ จุดคุ้มทุน = อัตรากําไรต่อชิ้น ผลตอบแทนที่เป็นเงินเดือนของเจ้าของ เงินที่ต้องใช้จ่ายที่นอกเหนือจากเงินเดือน เช่น ค่าเทอมลูก ค่าผ่อนบ้าน เป็นต้น หากคุณอยากมีระบบที่ดีควรตั้งระบบเงินเดือน หรือผลตอบแทนกรรมการ เพราะว่าเงินเดือนถือเป็น ค่าใช้จ่ายคงที่ หากเราใส่ค่าใช้จ่ายคงที่ครอบคลุมจะทําให้ เรามองเห็นยอดขาย ณ จุดคุ้มทุนเป็นตัวเลขที่ปลอดภัย 100,000 จุดคุ้มทุน = = 500,000 บาท 20% ตั ค่าใช้จ่ายคงที่ + กําไรที่ต้องการ ้งยอดขายตามกําไร ที่ต้องการ = อัตรากําไรเฉลี่ยต่อชิ้น ตัวอย่างการคํานวณ สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้ 1 2


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 147 กรณีศึกษาที่ 16 ทําธุรกิจแบบเดินปิดตา อยู่หรือเปล่า การเดินปิดตา = มองไม่เห็นผลประกอบการ การเดินปิดตา = มองไม่เห็นรูรั่วของกิจการ การเดินปิดตาเกิดจากการไม่จดรับ - จ่าย และการไม่ทําบัญชีภายในอย่างละเอียด การทําธุรกิจเราควรต้องมองเห็น ผลลัพธ์ที่เกิดจากการจดข้อมูล แล้วเอาข้อมูลนั้นมาอ่าน มาพิจารณาให้ทันเวลา เราจะสามารถอุดรูรั่ว แก้ไขปัญหา และจะเพิ่มยอดขายได้ 16 สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


หมวดที่ 2 : 20 กรณีศึกษา Tax Saving Case Study 148 กรณีศึกษาที่ 17 มีเงินเหลือใช้มากขึ ้ น เพียงแค่จ้างนักบัญชี 1 คนในบริษัท ดึงรายงานมาอ่าน ได้ทันต่อเวลา ทราบถึงผลกําไร ขาดทุนของกิจการ เช็คยอดลูกหนี้ในกิจการ ว่ามีมากน้อยแค่ไหน รวมถึงการติดตามทวงถาม ปัญหา Stock สินค้า ว่ามีมากน้อย และเพียงพอหรือไม่ ข้อดีของการมีพนักงานบัญชีในบริษัท 1 2 3 4 17 สแกน QR Code ฟังคําบรรยายเพิ่มเติม ของเนื้อหานี้


Click to View FlipBook Version