แผนการจัดการเรยี นรู้
รายวชิ าวทิ ยาการคำนวณ
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
ครูผูส้ อน
นางสาวเมษา พูลสวสั ด์ิ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563
โรงเรยี นสว่างอารมณ์วทิ ยาคม อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอทุ ัยธานี
สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42
บันทึกขอ้ ความ
สว่ นราชการ โรงเรียนสว่างอารมณว์ ิทยาคม อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวดั อุทยั ธานี
ท่ี........................... วันท่ี 1 กรกฎาคม 2563
เรอ่ื ง ขออนุมัตใิ ชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
เรียน ผู้อำนวยการโรงเรยี นสว่างอารมณ์วทิ ยาคม
ตามที่ข้าพเจ้านางสาวเมษา พูลสวัสดิ์ ตำแหน่ง ครูชำนาญการ กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 รหัสวิชา
ว 23181 รายวิชาวิทยาการคำนวณ จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต ในภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563 นนั้
ข้าพเจ้าไดว้ เิ คราะหต์ วั ชี้วัด/ผลการเรียนรู้ คำอธบิ ายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา เพื่อจัดทำ
แผนการจัดการเรยี นรู้รายหนว่ ยการเรยี นรู้ ซ่ึงสอดคล้องกบั หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนสวา่ งอารมณว์ ทิ ยาคม
พ.ศ. 2561 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมาย
ของหลกั สตู รฯ ตอ่ ไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
.....................................................
(นางสาวเมษา พูลสวสั ดิ์)
ตำแหน่งครูชำนาญการ
ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความเห็นของหวั หน้างานพัฒนาหลักสูตรและการสอน
......................................................................................... .........................................................................................
......................................................................................... .........................................................................................
ลงชื่อ ............................................................ ลงชอื่ ............................................................
(นางสาวสภุ าวรรณ ฉลาดธญั กิจ) (นางสาววไิ ล ระงับภัย)
ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ ความเหน็ ของผอู้ ำนวยการโรงเรียน
......................................................................................... .........................................................................................
......................................................................................... .........................................................................................
ลงชอ่ื ............................................................ ลงช่ือ ............................................................
(นางพัชรา เลศิ วรกิจสกลุ ) (นายเสวก พนั ธ์อุ ้น)
คำอธิบายรายวิชา
รายวิชา วิทยาการคำนวณ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1
รหสั วชิ า ว 23181 เวลา 20 ชวั่ โมง/ภาค
ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลและสารสารเทศ การใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
ศึกษาเกี่ยวกับการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล การรู้เท่าทันสื่อ ศึกษาเกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยี
สารสนเทศและกฎหมายคอมพวิ เตอร์ ศกึ ษาเกยี่ วกบั แอปพลเิ คชัน เทคโนโลยี IoT และการพฒั นาแอปพลิเคชัน
โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์การ
แก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิด
และปฏิบัติ
เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเป็น
ขน้ั ตอน และเป็นระบบ มที ักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลสว่ นตัว และการส่ือสารเบ้ืองต้นใน
การแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และ
นำเทคโนโลยีใหม่ที่เกดิ ขึ้นไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อสงั คมและการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิด
และจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการ
ตดั สินใจ และเป็นผูม้ จี ิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มในการใช้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอย่าง
สรา้ งสรรค์
ตวั ช้ีวัด ว 4.2
ม.3/1 พัฒนาแอปพลเิ คชันท่ีมีการบูรณาการกับวชิ าอ่ืนอยา่ งสร้างสรรค์
ม.3/2 รวบรวมข้อมลู ประมวลผล ประเมินผลนำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศตามวตั ถุประสงค์ โดยใช้
ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอรเ์ น็ตทีห่ ลากหลาย
ม.3/3 ประเมินความนา่ เชื่อถือของข้อมูล วเิ คราะหส์ อื่ และผลกระทบจากการให้ ข่าวสารท่ีผิด เพื่อ
การใชง้ านอย่างรู้เท่าทัน
ม.3/4 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยและมีความรบั ผิดชอบต่อสงั คมปฏิบัตติ ามกฎหมาย
เกย่ี วกับคอมพวิ เตอร์ใช้ลขิ สิทธิ์ของผูอ้ นื่ โดยชอบธรรม
รวม 4 ตวั ชี้วัด
โครงสร้างรายวิชา วชิ าวิทยาการคำนวณ ม.3
ลำดับ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคญั ชิ้นงาน เวลา น้ำหนกั
ที่ เรียนรู้ การเรียนรู/้ (ช่ัวโมง) คะแนน
1 การจดั การขอ้ มลู
และสารสนเทศ ตวั ชวี้ ัด การรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนที่ ใบงาน 4 10
ว 4.2 ม.3/2 สำคัญที่สุดของการจัดการข้อมูลและ 4 10
2 ความน่าเชอื่ ถือ สารสนเทศ ดังนั้นควรมีความเข้าใจ ท่ี 1 เรอ่ื ง
ของขอ้ มูล ว 4.2 ม.3/3 เกี่ยวกับลักษณะและประเภทของขอ้ มลู อาชีพใน
ตลอดจนวิธีการรวบรวมข้อมูล เพื่อจะ อนาคต
ได้นำไปประยกุ ตใ์ ช้ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
การประมวลผลข้อมูล เป็นการ
คำนวณหรือการเปรียบเทียบ เพื่อให้
ข้อมูลอยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์
ตรงตามความตอ้ งการ
การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
มีการนำซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มาช่วยในการ
จัดการข้อมูล โดยมีทั้งซอฟต์แวร์ที่ใช้ใน
การรวบรวมขอ้ มูล ซอฟต์แวร์ทีใ่ ช้ในการ
ประมวลผลข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่ใชใ้ น
การนำเสนอข้อมูลเพื่อการจัดการข้อมูล
และสารสนเทศอย่างมีประสทิ ธิภาพ
การสืบค้นแหล่งข้อมูลเป็ น ใบงานท่ี 2
กระบวนการค้นหาข้อมูลตามที่ต้องการ เรอื่ ง คำ
โดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ อีกทั้งข้อมูลที่ได้ ไหนเร็วกว่า
จะต้องมีการประเมินความน่าเชื่อถือ กนั
ของข้อมูล เพื่อคัดเลือกข้อมูลที่ได้จาก
การสืบค้นข้อมูลที่มีคุณค่า มีความ
นา่ เชอ่ื ถอื เป็นการพจิ ารณาเพอื่ คัดเลือก
จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งจากการ
ประเมินความน่าเชื่อถือจะทำให้เราได้
ข้อมูลที่มีคุณค่า และนำข้อมูลไป
ประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม
การร้เู ท่าทนั ส่ือเป็นลักษณะสมรรถนะ
ที่ครอบคลมุ ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ใน
สว่ นท่ีเก่ียวข้องกบั ความสามารถในการ
เข้าถงึ สารสนเทศผา่ นสอื่ และเทคโนโลยี
ดิจทิ ัล การเลอื ก รับ วิเคราะห์ ประเมนิ
และนำข้อมลู ที่ไดร้ ับไปใช้ในทาง
สรา้ งสรรค์
โครงสรา้ งรายวชิ า วชิ าวิทยาการคำนวณ ม.3
ลำดับ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคัญ ช้ินงาน เวลา นำ้ หนัก
ที่ เรียนรู้ การเรยี นร/ู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ใบงานท่ี 3
3 เทคโนโลยี ตัวชี้วดั โดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้ เรื่อง การ 4 10
สารสนเทศ งาน เช่นการทำธุรกรรมออนไลน์ การ ซอื้ สนิ คา้
ว 4.2 ม.3/4 ซื้อสินค้าออนไลน์ และการใช้งาน ออนไลน์ 20
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีจิตสำนึก อยา่ ง
และจรยิ ธรรมที่ดี คำนงึ ผลกระทบท่ีอาจ ปลอดภัย
ส่งผลต่อผู้อื่น ภายใต้กฎหมายท่ี
เกี่ยวข้องกับการใช้งานเทคโนโลยี
ส า ร ส น เ ท ศ ห ล า ย ฉ บ ั บ เ ช่ น
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ
ค ว า ม ผ ิ ด เ ก ี ่ย ว ก ั บค อ ม พ ิว เตอร์
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการ
รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดย
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.
2550 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการ
กระทำความผดิ เกี่ยวคอมพิวเตอร์ (ฉบบั
ที่ 2) พ.ศ.2560 หรือลิขสิทธิ์ เป็น
ผลงานที่เกิดจากการใช้ปัญญา ความรู้
ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน
ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญา
ประเภทหนึ่ง ที่กฎหมายให้ความ
คุ้มครอง
สอบกลางภาค
โครงสรา้ งรายวชิ า วชิ าวิทยาการคำนวณ ม.3
ลำดับ ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคัญ ชน้ิ งาน เวลา น้ำหนกั
ท่ี เรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
การเรียนร/ู้
4 แอปพลิเคชัน ตัวชี้วดั ก า ร ท ำ ใ ห ้ อ ุ ป ก ร ณ ์ ห ล า ย ตั ว - ใบงานที่ 4 6 20
ว 4.2 ม.3/1 30
100
สามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล เร่ือง ตวั แปร
และทำงานร่วมกันได้นั้น เรียกว่า และตัว
เ ท ค โ น โ ล ย ี IoT ต ้ อ ง อ า ศั ย ดำเนนิ การ
ความสามารถของ Smart Device ซง่ึ
อุปกรณ์ที่มีหน่วยประมวลผล หรือ - ใบงานท่ี 5
เซนเซอร์ภายในตัว เพื่อส่งข้อมูลผ่าน เร่อื ง การใช้
Cloud Computing หรือ Wireless คำสง่ั แสดงผล
Network เป็นตัวกลางในการรับส่ง อินพตุ และ
ข ้ อ ม ู ล ภ า ย ใ น เ ค ร ื อ ข ่ า ย เ พ่ื อ เอาต์พตุ
ประมวลผล และอาศัย Dashboard
สำหรับแสดงผลและใช้ควบคุมการ - ใบงานที่ 6
ทำงานจากผใู้ ช้ เรือ่ ง การ
ทำงานแบบมี
แอปพลิเคชัน เป็นโปรแกรมที่ถูก เง่อื นไข
พัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยในด้านต่าง ๆ
มีการออกแบบมาเพื่อใช้งานในหลาย - ใบงานท่ี 7
รูปแบบ ซึ่งการพัฒนาโปรแกรมใน เรือง การ
ทำซำ้
ปัจจุบันใช้โปรแกรมภาษาไพทอน
(Python) เพราะเป็นภาษาที่อ่าน
แล้วเขา้ ใจง่าย ไมซ่ บั ซ้อน
สอบปลายภาค
รวมคะแนน
อตั ราสว่ นคะแนน
• คะแนนเกบ็ ระหว่างภาคเรียน 50 คะแนน
- กอ่ นกลางภาค 30 คะแนน
- หลงั กลางภาค 20 คะแนน
• คะแนนสอบกลางภาค 20 คะแนน
• คะแนนสอบปลายภาค 30 คะแนน
• รวม 100 คะแนน
ลงชือ่ ..........................................................ครผู สู้ อน
(นางสาวเมษา พลู สวสั ดิ์)
โครงสร้างแผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชา ว 23181 วทิ ยาการคำนวณ
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ วิธสี อน/กระบวนการจดั การ เวลา
เรียนรู้ (ชั่วโมง)
การจดั การข้อมลู และ การรวบรวมขอ้ มูล
สารสนเทศ - รปู แบบการสอนแบบการ 1
อภิปราย 2
การประมวลผลข้อมลู
- วธิ กี ารสอนแบบกระบวนการ 1
การใชซ้ อฟตแ์ วร์ในการจดั การข้อมูล กลุ่ม (Group Process) 1
ความน่าเชื่อถือของ การสืบคน้ เพ่ือหาแหลง่ ขอ้ มูล
ขอ้ มูล - รูปแบบการสอนแบบการ 2
อภปิ ราย 1
การประเมินความนา่ เชื่อถือของข้อมลู 2
การร้เู ทา่ ทนั ส่ือ - วธิ ีการสอนแบบกระบวนการ
เทคโนโลยสี ารสนเทศ การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ กลมุ่ (Group Process) 2
กฎหมายคอมพิวเตอร์ และลิขสิทธิ์ - วธิ กี ารสอนโดยใชแ้ นวคิดเชงิ
คำนวณ (Computational
Thinking)
- รูปแบบการสอนแบบการ
อภปิ ราย
- วธิ ีการสอนแบบกระบวนการ
กลุ่ม (Group Process)
- รปู แบบการสอนแบบการ
อภปิ ราย
- วธิ กี ารสอนโดยเน้นการเรยี นรู้
แบบร่วมมอื (Collaborative
learning)
- เทคนคิ คู่คิด (Think Pair
Share)
- รปู แบบการสอนแบบการ
อภิปราย
- วิธกี ารสอนแบบกระบวนการ
กลุ่ม (Group Process)
- รปู แบบการสอนแบบการ
อภิปราย
- รูปแบบการสอนแบบการ
อภิปราย
- วิธีการสอนแบบการใช้คำถาม
(Questioning Method)
- รูปแบบการสอนแบบการ
อภิปราย
- วธิ กี ารสอนแบบกระบวนการ
กลุ่ม (Group Process)
โครงสร้างแผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ า ว 23181 วิทยาการคำนวณ
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ วิธีสอน/กระบวนการจัดการ เวลา
แอปพลเิ คชัน แนวคดิ และองคป์ ระกอบของ IoT
ซอฟตแ์ วร์ที่ใชใ้ นการพฒั นาแอปพลิเคชัน เรียนรู้ (ช่ัวโมง)
ซอฟตแ์ วรท์ ใ่ี ชใ้ นการพฒั นาแอปพลิเคชัน - วิธกี ารสอนแบบการใช้คำถาม 2
(2) (Questioning Method)
- วธิ กี ารสอนโดยใชแ้ นวคดิ เชิง
คำนวณ (Computational
Thinking)
- รูปแบบการสอนแบบการ 2
อภปิ ราย
- วธิ ีการสอนแบบกระบวนการ
กลุ่ม (Group Process)
- วิธีการสอนโดยใช้การแสดง
บทบาทสมมติ (Role
Playing)
- วธิ กี ารสอนโดยใชแ้ นวคิด
เชิงคำนวณ
(Computational Thinking)
- รปู แบบการสอนแบบบรรยาย 2
(Lecture)
- วธิ ีการสอนโดยใชแ้ นวคิด
เชิงคำนวณ
(Computational Thinking)
แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา 4 ชวั่ โมง
เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 การจดั การขอ้ มลู และสารสนเทศ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
เรือ่ ง การรวบรวมข้อมูล
รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชว้ี ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันและมจี ริยธรรม
ตวั ชีว้ ัด ม.3/2 รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศตามวตั ถปุ ระสงค์
โดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รือบริการบนอนิ เทอร์เน็ตทห่ี ลากหลาย
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกลักษณะและประเภทของขอ้ มูลได้ (K)
2. เลือกวธิ กี ารรวบรวมขอ้ มลู ได้เหมาะสมกับประเภทข้อมลู ได้ (P)
3. ตระหนกั ถงึ ความสำคัญของวิธีการรวบรวมข้อมลู (A)
3. สาระสำคญั
การรวบรวมข้อมูล เปน็ ขัน้ ตอนที่สำคญั ทสี่ ดุ ของการจัดการข้อมลู และสารสนเทศ ดงั น้ันควรมีความ
เขา้ ใจเกย่ี วกับลักษณะและประเภทของข้อมูล ตลอดจนวธิ กี ารรวบรวมข้อมูล เพ่ือจะไดน้ ำไปประยุกต์ใช้
ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับงานของตน หากพิจารณาถึงประเภทของข้อมูลสามารถแบ่งได้เป็น 2
กลมุ่ ตามแหลง่ ท่ีมาของข้อมลู ได้แก่ ข้อมลู ปฐมภมู ิและข้อมูลทุตยิ ภูมิ
4. สาระการเรียนรู้
1. การรวบรวมข้อมลู ปฐมภูมิ
2. การรวบรวมขอ้ มูลทตุ ยิ ภมู ิ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
4. มีจติ สาธารณะ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครูสอบถามนักเรียนวา่ “ในภาคเรยี นที่ผ่านมา นักเรียนชอบวิชาไหนมากท่ีสุด เพราะอะไร”
(ครสู ุ่มถามนกั เรยี น 4 – 5 คน)
2. จากนั้นครถู ามตอ่ ว่า “คำถามที่ครูถามข้างตน้ เปน็ ลกั ษณะของข้อมูลประเภทไหน”
ขนั้ สอน
3. ครูทบทวนความรู้นักเรียน โดยการถามคำถาม ถ้าเราพิจารณาข้อมูลตามแหล่งที่มาของข้อมูล
สามารถแบ่งขอ้ มูลได้กี่ประเภท อะไรบ้าง
4. ครอู ธิบายกับนักเรยี นวา่ ขอ้ มลู แต่ละประเภทมลี ักษณะตา่ งกนั การรวบรวมข้อมูลจึงตา่ งกนั
5. ครูให้นักเรียนเปิดในหนังสือเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ และอธิบายการรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ
สามารถทำได้ดงั น้ี การสมั ภาษณส์ ่วนบุคคล การสัมภาษณ์ทางโทรศพั ท์ การใช้แบบสอบถาม และการสงั เกต
6. ครูถามนักเรยี นวา่ ในตอนต้นชัว่ โมงครถู ามเรือ่ งวชิ าที่นักเรียนชอบมากทส่ี ุด เพราะอะไร เป็นการเกบ็
รวบรวมข้อมลู แบบใด
7. ครูอธิบายการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ ในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งทุติยภูมิสามารถแบ่งออกได้ 2
รูปแบบ ได้แก่ ข้อมลู จากแหล่งขอ้ มลู ภายในและขอ้ มลู จากแหล่งข้อมูลภายนอก
8. ครสู นทนากับนักเรียนว่า “ในคาบที่แลว้ นักเรียนรู้ว่าตวั เองชอบวิชาอะไร คาบนเ้ี รามาจะมาดูว่าสาขา
ทน่ี กั เรียนอยากเรยี นต่อและอาชีพที่อยากทำอนาคต จะสัมพนั ธ์กันหรือไม่”
9. ครูสนทนากับนักเรียนในการจัดการข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง เราต้องเลือกวิธีให้เหมาะสมกับ
วัตถุประสงค์ที่เราจะใช้งาน ตั้งแต่เลือกวิธีการรวบรวมข้อมูล วิธีการประมวลผล และการนำเสนอข้อมูล
จากน้ันครูให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 – 5 คน
10. ครูแจกใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง อาชีพในอนาคต ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูลของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 20 คน ขึ้นไป ตามหัวข้อที่กำหนดให้ (กลุ่มประชากรที่แต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูลไม่
ควรซำ้ กนั )
11. จากนั้นครูให้นักเรียนวางแผนวิธีการรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสม โดยนักเรียนสามารถเลือกเพื่อนต่าง
ห้องได้ ใชค้ าบพักเทย่ี งในการรวบรวมข้อมลู กล่มุ เป้าหมายที่นักเรียนต้องการได้ เชน่ นักเรยี นตา่ งห้อง
ขนั้ สรุป
12. ครูใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายถึงความสำคัญของวธิ กี ารรวบรวมขอ้ มลู
13. ครูสนทนากับนักเรียนว่า ถ้านักเรียนรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องนำข้อมูลที่
รวบรวมได้ไปประมวลผล ซึ่งในคาบถัดไป เราจะมาเรียนรู้เรื่อง การประมวลผลข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลนั้นอยู่ใน
รปู แบบท่ีมีประโยชนแ์ ละตรงตามวตั ถปุ ระสงค์การใช้งาน
8. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ์
วิธีการ แบบประเมนิ ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง อาชีพใน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1 เรอ่ื ง อาชีพในอนาคต อนาคต
9. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
เร่ือง การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
2. ใบงานท่ี 1 เรอื่ ง อาชีพในอนาคต
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งท่ีเกดิ ข้นึ กับผู้เรยี น/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เหน็ อื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวเมษา พูลสวัสด์ิ)
ครผู ู้สอน
ใบงานท่ี 1
เรือ่ ง อาชีพในอนาคต
คำช้แี จง : ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรวบรวมขอ้ มลู ทีเ่ กยี่ วข้องกับการเรียนและอาชีพที่อยากทำในอนาคต
อย่างน้อย 20 คน
1. วิธีการรวมข้อมูล (อาจมากกว่า 1 วิธ)ี พรอ้ มเหตุผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………...................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ขอ้ มูลทเ่ี กยี่ วข้อง สาขาทอี่ ยากเรียน คณะท่ีอยากเรยี น อาชพี ท่ีอยากทำใน
ช่อื – สกลุ
ห้อง ตอ่ ในระดบั มธั ยม ตอ่ ในระดับ อนาคต
ตอนปลาย ปริญญาตรี
3. วิธกี ารรวบรวมขอ้ มลู ช่วยใหน้ ักเรยี นเข้าใจสิ่งที่คน้ หาอย่างไร
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................... ...........................
....................................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................... .......................................
............................................................................................ ..................................................................................
การประเมนิ ใบงานที่ 1 เร่อื ง อาชีพในอนาคต
ประเด็นในการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1
1. การเลอื กวิธกี าร สามารถเลือกวธิ ีการ 2 สามารถเลอื กวธิ ีการ
รวบรวมขอ้ มลู ให้
รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มูลให้ สามารถเลือกวธิ กี าร เหมาะสมกบั
รวบรวมขอ้ มูลให้ วตั ถปุ ระสงค์การใช้งาน
เหมาะสมกบั เหมาะสมกับ และเหมาะกับกลุ่ม
วตั ถุประสงค์การใชง้ าน ตวั อยา่ งเพยี งบางสว่ น
วัตถปุ ระสงค์การใชง้ าน และเหมาะกบั กลุม่ เป็น
ส่วนใหญ่
และเหมาะกับกล่มุ
ตัวอย่าง
2. เหตผุ ลการเลือกวิธี สามารถบอกเหตขุ อง สามารถบอกเหตุของ สามารถบอกเหตขุ อง
รวบรวมขอ้ มูล การเลือกวธิ รี วบรวม การเลอื กวธิ ีรวบรวม การเลอื กวิธรี วบรวม
ขอ้ มลู ได้สมเหตสุ มผล ขอ้ มูลได้สมเหตสุ มผล ขอ้ มลู ได้สมเหตสุ มผล
เป็นส่วนใหญ่ เพยี งบางสว่ น
3. ความสำคัญของ อธิบายวธิ ีการรวบรวม อธบิ ายวธิ ีการรวบรวม อธิบายวธิ ีการรวบรวม
วิธีการรวบรวมข้อมูล ขอ้ มลู วา่ มปี ระโยชนก์ บั ขอ้ มลู วา่ มปี ระโยชน์กับ ข้อมลู ว่ามีประโยชนก์ ับ
การรวบรวมข้อมลู ที่ การรวบรวมข้อมลู ท่ี การรวบรวมขอ้ มลู ท่ี
ต้องการไดช้ ัดเจน ตอ้ งการได้ชดั เจนเป็น ตอ้ งการได้เพยี งบางสว่ น
สว่ นใหญ่
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ระดับคุณภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
8–9 พอใช้
5–7 ปรับปรุง
นอ้ ยกว่า 5
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งท่ีเกดิ ข้นึ กับผู้เรยี น/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เหน็ อื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ........................................................
(นางสาวเมษา พูลสวัสด์ิ)
ครผู ู้สอน
แผนการจดั การเรียนรู้ เวลา 4 ช่ัวโมง
เวลา 2 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การจดั การขอ้ มูลและสารสนเทศ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3
เร่ือง การประมวลผลข้อมลู
รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ร้เู ทา่ ทันและมจี รยิ ธรรม
ตัวชี้วดั ม.3/2 รวบรวมขอ้ มลู ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศตามวตั ถปุ ระสงค์
โดยใช้ซอฟต์แวรห์ รอื บริการบนอนิ เทอรเ์ น็ตทหี่ ลากหลาย
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกประเภทของการประมวลผลข้อมลู ได้ (K)
2. เลือกวธิ ีการประมวลข้อมูลทเี่ หมาะสมกบั ประเภทของข้อมูลได้ (K,P)
3. ยกตวั อย่างประโยชน์ของการประมวลผลขอ้ มูลที่เหมาะสมกับประเภทของข้อมูล (A)
3. สาระสำคญั
การประมวลผลข้อมูล หมายถึง วิธีการจัดการกับข้อมูลด้วยการ คำนวณหรือการเปรียบเทียบ
เพื่อให้ข้อมูลอยู่ในรปู แบบที่เป็นประโยชน์ตรงตามความต้องการ โดยการประมวลผลข้อมูลสามารถแบ่ง
ตาม อุปกรณ์ที่ใช้ได้ 3 ประเภท คือ การประมวลผลข้อมูลด้วยมือ การประมวลผลข้อมูลด้วย
เครอื่ งจกั รกล และการประมวลผลขอ้ มลู ด้วยคอมพวิ เตอร์
4. สาระการเรียนรู้
1. การประมวลผลข้อมลู ดว้ ยมือ
2. การประมวลผลข้อมูลดว้ ยเครอื่ งจักร
3. การประมวลผลข้อมลู ดว้ ยคอมพวิ เตอร์
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูสอบถามว่าจากการสำรวจขอ้ มูลของกลุ่มตัวอย่างในคาบทแ่ี ล้ว แตล่ ะกลุ่มใช้วธิ กี ารรวบรวมข้อมูล
แบบใดบา้ ง
2. ครสู นทนากับนักเรียนว่า เราสามารถนำข้อมลู นนั้ มาใช้เลยไดห้ รือไม่
ข้ันสอน
3. ครูอธิบายการประมวลผลข้อมูลเป็นวิธีการจัดการกับข้อมูล อาจเป็นการคำนวณหรือการเปรียบ
ลักษณะต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลนัน้ อยู่ในรูปแบบที่มีประโยชน์ตรงกับจดุ ประสงคข์ องผู้ใช้งาน ซึ่งการประมวลผล
ข้อมูลแบ่งออกตามอุปกรณ์ที่ใช้ได้ 3 ประเภท คือ การประมวลผลข้อมูลด้วยมือ การประมวลผลข้อมูลด้วย
เครอื่ งจักรกล และการประมวลผลข้อมลู ด้วยคอมพวิ เตอร์
4. จากนัน้ ครอู ธิบาย “การประมวลผลข้อมูลดว้ ยมือ”
5. ครูสนทนาว่าจากข้อมูลที่ให้ไปรวบรวมข้อมูลในกิจกรรมอาชีพในฝัน ให้นักเรียนนำข้อมูล อาชีพที่
อยากทำในอนาคตมาจัดอันดับ โดยการนำข้อมูลของกลุ่มตนเองมาจัดอันดับอาชีพที่มีคนอยากทำมากที่สุด 5
อันดับ
6. ครใู หแ้ ตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนออาชีพ 5 อนั ดับแรกจากการรวบรวมข้อมลู ของกลมุ่ ตนเอง
7. ครูถามนักเรียนว่าวิธีการจัดการกับข้อมูลที่รวบรวมได้จากเพื่อน 20 คนในคาบที่แล้วเป็นการ
ประมวลผลประเภทใด เพราะอะไร
8. ครูสนทนากับนักเรียนว่า คาบที่ผ่านมานักเรียนได้ประมวลผลข้อมูลด้วยมือ เราทราบอยู่แล้วว่าการ
ประมวลผลขอ้ มลู สามารถทำได้หลายวธิ ี จากน้นั ครูอธบิ าย “การประมวลผลขอ้ มลู ด้วยเครื่องจกั รกล”
9. ครูยกตัวอย่างการประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องจักรกล เช่น เครื่องคิดเลขในมินิมาร์ทที่เป็นเครื่องทำ
บัญชี อาชีพนกั บญั ชีท่ตี อ้ งมีการคำนวณเกยี่ วกบั เงินซึง่ ต้องการความแมน่ ยำสงู จะมีเครื่องทำบัญชีเขา้ มาช่วยทำ
ใหก้ ารคำนวณแมน่ ยำมากขนึ้ โดยการทำงานของเครือ่ งกจ็ ะมีฟงั กช์ ั่นต่าง ๆ ท่ีสะดวกต่อการคำนวณตวั เลข
10. ครูตั้งคำถามว่าหากข้อมูลที่เราต้องการประมวลผลมีจำนวนที่มากขึ้น จนไม่สามารถประมวลได้เอง
เราจะมีวธิ ีการแก้ปัญหาอยา่ งไร
11. ครูยกตัวอยา่ งวา่ ในแต่ละเทอมเราจะต้องตดั เกรด และในขนั้ ตอนการตัดเกรดมีคะแนนที่ต้องคำนวณ
หลายอย่าง ซึ่งครูส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการประมวลผลข้อมูล จะแม่นยำกว่าและ
ประมวลผลเรว็ กว่า
12. ครูสอบถามว่านักเรียนทราบหรือไม่การประมวลผลขอ้ มลู ด้วยคอมพวิ เตอร์มลี ำดบั ข้นั ตอนออย่างไร
13. จากน้นั ครูอธิบายลำดบั การประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพวิ เตอร์
14. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารประมวลผลด้วยคอมพวิ เตอร์ ซ่ึงวธิ ีการประมวลผลดว้ ยคอมพวิ เตอร์ แบ่งเปน็ 2 วิธี
ดงั นี้ การประมวลผลแบบแบตช์ และการประมวลผลแบบอินเทอรแ์ อก็ ทิฟ
15. จากนั้นครูอธิบายเนื้อหา กรรมวิธีในการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ มีวิธีในการประมวลผล
หลายวธิ ี ไดแ้ ก่ 1) การคำนวณ 2) การจัดเรียงขอ้ มลู 3) การจดั กลมุ่ ข้อมูล 4) การสืบคน้ ขอ้ มูล 5) การรวบรวม
ข้อมูล 6) การสรุปผล 7) การทำรายงาน 8) การบันทึก 9) การปรับปรุงข้อมูล 10) การสำเนาข้อมูล 11) การ
สำรองขอ้ มูล 12) การก้ขู ้อมลู 13) การสือ่ สารข้อมลู 14) การบีบอัดขอ้ มูล
16. ครูยกตวั อย่างกรรมวิธีในการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอรบ์ างขอ้ ให้นกั เรียนฟงั
1) การคำนวณขอ้ มลู เชน่ การนำระดับเกรดของแตล่ ะวิชามาคำนวณเพื่อหาเกรดเฉล่ีย
2) การจัดเรยี งขอ้ มูล เช่น การเรยี งลำดับจากนอ้ ยไปมาก การเรยี งตัวอกั ษร
3) การจัดกลุ่มข้อมูล เช่น สรุปข้อมูลผลการเรียนนักเรียนตามชั้นของนักเรียน เช่น เกรด
เฉลี่ยนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
4) การสืบค้นข้อมูล เช่น ครูค้นหาข้อมูลผลการเรียนนักเรียนจากชื่อ ค้นหาข้อมูลนักเรียน
จากรหสั นักเรียน
5) การรวมขอ้ มูล เช่น การนำประวัตกิ ารเข้าแถวมารวมกบั ประวตั ผิ ลการเรยี น
17. ครูสนทนากับนักเรียนว่าจากคาบเรียนที่แล้วเราพูดถึงขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลมี 3 ขั้นตอน
จากนัน้ ให้นักเรยี นศึกษารายละเอียดในหนงั สอื เรยี นวิชา เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
18. ครูให้นกั เรยี นยกตวั อยา่ งประโยชนข์ องการประมวลผลข้อมูลดว้ ยคอมพวิ เตอร์ ถ้าสมมตเิ ราต้องการ
เก็บข้อมูลเพื่อทำโปรโมชันลูกค้าร้านสะดวกซื้อ เราควรรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง ควรจัดกลุ่มข้อมูลแบบไหน
ประมูลผลขอ้ มูลออกมาในรูปแบบใด เพอ่ื ใหง้ ่ายต่อการเรยี กใชง้ าน ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามลงสมดุ
19. ครูสุ่มนักเรียนเพื่อยกตัวอย่าง กรรมวิธีในการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ในแต่ละวิธี เพ่ือ
เป็นการทบทวนความรู้คาบทผี่ ่านมา
20. ครถู ามคำถามนักเรยี นว่า ในการเลอื กศึกษาต่อในระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย และระดบั อดุ มศึกษา
เราควรตอ้ งคำนึงขอ้ มูลด้านใดบา้ ง
21. ครูสนทนากับนกั เรียนว่า จากข้อมูลที่นกั เรียนจัดอันดับอาชีพท่ีมีคนอยากทำมากที่สุด 5 อันดับ ให้
นักเรียนสืบค้นข้อมูลว่าถ้าทำงาน 5 อาชีพนี้นักเรียนควรเรียนคณะอะไร ค่าเทอมเท่าไร รวบรวมข้อมูลอย่าง
น้อย 6 มหาวิทยาลัยขึ้นไป จากนั้นหาค่าเฉลี่ยค่าเทอมว่าถ้าอยากทำอาชีพนี้ จะต้องเรียนคณะไหนและมี
คา่ ใชจ้ า่ ยเฉล่ียเทา่ ไรตอ่ เทอม
22. ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั วางแผน รวบรวมขอ้ มูล ประมวลผลขอ้ มูลด้วยคอมพิวเตอร์
ขน้ั สรปุ
23. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายการประมวลผลข้อมลู แตล่ ะประเภท และวธิ ีการเลอื กเครื่องมอื ใน
การประมวลผลใหเ้ หมาะสมกับข้อมูล
8. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
แบบสังเกตการตอบคำถาม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
วธิ กี าร
สงั เกตการตอบคำถาม
9. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1
เร่อื ง การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
2. เครอื่ งคอมพวิ เตอร์
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งที่เกดิ ข้นึ กับผู้เรยี น/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เห็นอื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวเมษา พลู สวสั ด์ิ)
ครูผูส้ อน
แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลา 4 ชัว่ โมง
เวลา 1 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 การจัดการขอ้ มลู และสารสนเทศ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
เร่อื ง การใชซ้ อฟตแ์ วร์ในการจดั การข้อมูลและสารสนเทศ
รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ดั
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ รเู้ ท่าทันและมจี ริยธรรม
ตวั ช้วี ัด ม.3/2 รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศตามวัตถุประสงค์
โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรือบรกิ ารบนอนิ เทอร์เน็ตที่หลากหลาย
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ใชซ้ อฟตแ์ วรท์ เ่ี หมาะสมในการจัดการข้อมลู และสารสนเทศ และตรงวัตถุประสงค์การใชง้ านได้ (K,P)
2. ตระหนักถงึ ขอ้ มูลที่นำเสนอว่าไม่ควรส่งผลกระทบต่อผ้อู ื่น (A)
3. สาระสำคญั
การจัดการข้อมูลและสารสนเทศมีการนำซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มาช่วยในการจัดการข้อมูล โดยมีทั้ง
ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการ
นำเสนอขอ้ มูล เพอ่ื การจดั การขอ้ มลู และสารสนเทศอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
4. สาระการเรียนรู้
1. ซอฟตแ์ วร์ที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล
2. ซอฟตแ์ วร์ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมลู
3. ซอฟตแ์ วรท์ ่ีใช้ในการสร้างและนำเสนอข้อมูล
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครสู อบถามนักเรยี นว่าจากคาบทผี่ า่ นมาในการรวบรวมข้อมลู นกั เรียนใชเ้ คร่ืองมือใดในการรวบรวม
ขอ้ มูลบ้าง
2. ครถู ามนกั เรยี นวา่ กลมุ่ ทใ่ี ช้แบบสอบถาม หรือใชว้ ธิ กี ารสัมภาษณใ์ นการเก็บรวบรวมข้อมูลนัน้ ตอ้ งใช้
ระยะเวลาหนงึ่ เพอ่ื เก็บข้อมูลต่อกลุ่มตวั อย่างหนึง่ คน หากมีวิธีที่จะลดเวลาในขัน้ ตอนน้ีลงเพอ่ื เอาเวลาไปใช้ใน
การทำงานขนั้ ตอนอ่ืนท่ีอาจมีประโยชนก์ ว่าจะส่งผลดีต่อการทำงานหรอื ไม่ อยา่ งไร
ข้ันสอน
3. ครูอธิบายว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลมีให้เลือกใช้งานหลากหลาย และมีความสำคัญใน
ข้ันตอนการรวบรวมข้อมูลทีม่ ปี ริมาณขอ้ มูลจำนวนมาก หรือตอ้ งการความรวดเรว็
4. ครอู ธิบายเน้ือหาเรื่อง ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการรวบรวมขอ้ มลู เพือ่ ใชจ้ ดั เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตามที่ต้องการ
โดยมีซอฟต์แวรท์ น่ี ่าสนใจ ได้แก่ ซอฟต์แวรท์ ่ีติดตั้งอยบู่ นคอมพวิ เตอร์ เชน่ Microsoft word และซอฟต์แวรท์ ี่
ใชง้ านผา่ นอินเทอรเ์ นต็ เช่น Google Docs, Google Forms
5. ครูยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต คือ Google Forms เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกใช้งาน
อย่างแพร่หลาย ใช้งานง่ายและมีประโยชน์ในการทำงาน โดยครูให้นักเรียนทดลองเป็นผู้ตอบแบบสอบถามใน
กจิ กรรมตอ่ ไป เพือ่ เปน็ ตัวอย่างการจัดการขอ้ มลู และสารสนเทศ
6. ครูให้นักเรยี นตอบแบบสอบถามใน Google Forms จากกจิ กรรม “อาชีพในอนาคต” ทค่ี รูเตรยี มไว้
7. ครูสอบถามนกั เรียนว่าจากตัวอย่างทีค่ รใู ช้งาน Google Forms นกั เรียนคิดวา่ มีขอ้ ดีอยา่ งไรบา้ ง
8. ครูอธิบายความสำคัญการเลือกใช้ซอฟต์แวรท์ ี่เหมาะกับงาน และวัตถุประสงค์ เช่น ตัวอย่างการรวบ
รวบข้อมูลครูเลือกใช้ Google Forms เนื่องจากสามารถประมวลผลข้อมูลให้ได้ทันที และสามารถนำแผนภูมิ
ไปใช้ในการนำเสนองานตอ่ ได้ จึงลดเวลาการทำงานได้มาก
9. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างโปรแกรมที่สามารถใช้โปรแกรมในการประมวลผลข้อมูล หรือการสร้างและ
นำเสนอข้อมลู ได้
10. ครูอธิบายเนื้อหาเรื่อง ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับสร้างและ
นำเสนอข้อมลู
11. ครูสอบถามนักเรียนว่า จากคาบที่แล้วครูยกตัวอย่างการใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการข้อมูลและ
สารสนเทศ พร้อมทั้งอธิบายเนื้อหาในหนังสือเรียนเพิ่มเติม นักเรียนคิดว่าตนเองมีความถนัดในการใช้
ซอฟตแ์ วร์ใดเพ่อื ใชใ้ นการสร้างและนำเสนอข้อมลู บ้าง
12. จากกิจกรรมที่ครูให้นักเรียนหาข้อมูลว่าถ้าต้องการทำงาน 5 อาชีพในฝันน้ีนักเรียนควรเรียนคณะ
อะไร ค่าเฉลยี่ เทอมละเท่าไร รวบรวมข้อมูลอยา่ งนอ้ ย 6 มหาวิทยาลยั ขึ้น ในคาบเรยี นน้ีให้นกั เรียนนำข้อมูลท่ี
รวบรวมข้อมูลและประมวลผลข้อมูลไว้ มาเตรียมนำเสนอทีละกลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มเลือกใช้ซอฟต์แวร์ตาม
ความถนัดและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่จะใช้งาน
13. ครูให้แตล่ ะกล่มุ นำเสนองานหน้าช้ันเรยี น
14. ครูสอบถามนักเรยี นแต่ละกลุม่ ว่าจากการประมวลผลมมี หาวิทยาลัยใดทีน่ า่ เรียนตอ่ บา้ ง เพราะอะไร
ข้นั สรปุ
15. ครูใหน้ ักเรยี นช่วยกันสรปุ ประโยชนจ์ ากการนำข้อมลู มาประมวลผล
8. การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
แบบประเมนิ การนำเสนออาชีพ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
วิธีการ
ประเมินการนำเสนออาชพี
9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1
เร่ือง การจดั การข้อมูลและสารสนเทศ
2. ใบความรู้ เรือ่ ง การใช้ Google Forms
3. โทรศัพท์มอื ถือ หรือเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
บันทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งท่ีเกดิ ข้นึ กับผู้เรยี น/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เหน็ อื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ........................................................
(นางสาวเมษา พลู สวสั ดิ์)
ครูผสู้ อน
ใบความรู้
เร่ือง การใช้ Google Forms
คำช้ีแจง : เอกสารนเ้ี ป็นตัวอยา่ งการใช้ Google Forms ในกิจกรรม อาชพี ในอนาคต
ให้นกั เรียนทำกจิ กรรมโดยตอบแบบสอบถามใน Google Forms ท่ีครูเตรียมไวใ้ ห้ จากนน้ั
ครูเปิดผลผลการแบบสอบถามในแถบคำสงั่ “การตอบกลับ” ในรูปแบบแผนภูมิ
ตัวอยา่ ง คำถามในแบบสอบถาม
1.อาชพี ท่ีอยากทำในอนาคต (ตัวอย่างตัวเลือก ครู ตำรวจ ทหาร โปรแกรมเมอร์ นกั บญั ชี ดารา
นกั แสดง นักร้อง )
2.ระดบั เงินเดือนทค่ี าดหวัง (ตัวอยา่ งตวั เลอื ก 20,000-40,000 / 40,000-60,000 / 60,000-80,000
/ 80,000-100,000 / มากกวา่ 100,000 )
3.บรษิ ัทที่อยากรว่ มงานดว้ ย (ตวั อย่างตัวเลอื ก Apple, Facebook, Google, Adidas )
ตวั อยา่ ง แบบสอบถาม
ตวั อย่าง แผนภมู จิ ากการประมวลผลด้วยGoogle Forms
การประเมนิ การนำเสนออาชีพ
ประเด็นในการประเมนิ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
2
1. การเลอื กใช้ สามารเลือกใช้ซอฟตแ์ วร์ สามารเลือกใช้ซอฟต์แวร์ สามารเลอื กใช้ซอฟตแ์ วร์
ซอฟตแ์ วร์ในการจัดการ ทีเ่ หมาะสมกับการใช้ ท่ีเหมาะสมกับการใช้ ท่เี หมาะสมกบั การใช้
ขอ้ มูลและสารสนเทศ รวบรวมข้อมูล หรือ รวบรวมข้อมูล หรอื รวบรวมข้อมูล หรอื
ประมวลผลข้อมูลตาม ประมวลผลขอ้ มลู ตาม ประมวลผลข้อมลู ตาม
วัตถุประสงค์ท่ีตอ้ งการ วตั ถปุ ระสงค์ท่ตี ้องการ วัตถุประสงค์พอใช้ได้
ได้ พอใช้ไดเ้ ปน็ สว่ นใหญ่ เพียงบางส่วน
2. การเลอื กใช้ สามารเลือกใช้ซอฟตแ์ วร์ สามารเลอื กใช้ซอฟต์แวร์ สามารเลอื กใช้ซอฟต์แวร์
ซอฟต์แวรใ์ นการ
นำเสนอข้อมลู และ ในการนำเสนอขอ้ มลู ในการนำเสนอขอ้ มูล ในการนำเสนอข้อมลู
สารสนเทศ
3. การนำเสนอ และสารสนเทศไดต้ าม และสารสนเทศตาม และสารสนเทศพอใช้ได้
4. ตระหนักถงึ วตั ถุประสงค์ทต่ี อ้ งการ วตั ถปุ ระสงค์พอใช้ได้ เพียงบางส่วน
ผลกระทบต่อผ้อู ่นื
เปน็ ส่วนใหญ่
มคี วามชัดเจนในการ มคี วามชดั เจนในการ มีความชดั เจนในการ
สื่อสาร ใช้ถอ้ ยคำ สอ่ื สาร ใช้ถอ้ ยคำ ส่อื สาร ใชถ้ ้อยคำ
เหมาะสมเขา้ ใจงา่ ย เหมาะสมเขา้ ใจง่าย เหมาะสมเข้าใจงา่ ย
สามารถตอบคำถามได้ สามารถตอบคำถามได้ สามารถตอบคำถามได้
ทุกข้อ และรบั ฟงั ความ เป็นสว่ นใหญ่ และรับฟงั เพียงบางส่วน และรับฟัง
คดิ เหน็ ของผู้อืน่ ความคิดเห็นของผู้อน่ื ความคิดเหน็ ของผู้อ่นื
ขอ้ มลู ทน่ี ำเสนอไมส่ ่งผล ขอ้ มูลท่ีนำเสนอไมส่ ง่ ผล ข้อมลู ท่นี ำเสนอไมส่ ง่ ผล
กระทบหรือใหร้ า้ ยผู้อ่นื กระทบหรือใหร้ ้ายผู้อนื่ กระทบหรือใหร้ า้ ยผู้อ่นื
ทัง้ ทางตรงและทางอ้อม ท้งั ทางตรงและทางอ้อม ทัง้ ทางตรงและทางอ้อม
เปน็ ส่วนใหญ่ เพียงบางส่วน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
10 – 12 พอใช้
9–6 ปรับปรงุ
นอ้ ยกวา่ 6
แผนการจดั การเรียนรู้ เวลา 4 ชว่ั โมง
เวลา 1 ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 ความนา่ เชื่อถอื ของข้อมลู ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
เรือ่ ง การสบื ค้นเพ่ือหาแหล่งขอ้ มลู
รายวิชา วิทยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทันและมจี รยิ ธรรม
ตัวชวี้ ดั ม.3/3 ประเมนิ ความน่าเชื่อถือของข้อมูล วิเคราะหส์ อื่ และผลกระทบจากการให้ข่าวสารท่ีผิด
เพอื่ การใชง้ านอย่างรูเ้ ทา่ ทัน
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกข้นั ตอนการสืบคน้ เพื่อหาแหล่งข้อมลู ด้วยอนิ เทอรเ์ น็ตได้ (K)
2. คน้ หาขอ้ มูลไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ (P)
3. คน้ หาข้อมลู ทีม่ ีความน่าเช่อื ถือและมคี ณุ คา่ สำหรับการนำไปใชป้ ระโยชน์ได้ (P,A)
3. สาระสำคัญ
การสืบคน้ แหลง่ ขอ้ มลู เปน็ กระบวนการคน้ หาข้อมลู ท่ีตอ้ งการ โดยใชเ้ ครื่องมอื ตา่ ง ๆ แบ่งออกเปน็
2 ประเภท ดังนี้ 1) การสืบค้นข้อมูลด้วยมือ คือ การสืบค้นข้อมูลด้วยเอกสาร หนังสือ ตำรา 2) การ
สืบค้นข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ คือ การสืบค้นข้อมูลผ่านเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น
การสบื คน้ ข้อมลู จากระบบฐานข้อมูล ขอ้ มลู ออนไลน์ เป็นตน้
4. สาระการเรียนรู้
1. การสืบค้นข้อมูลดว้ ยระบบคอมพิวเตอร์
2. ขั้นตอนการสบื คน้ เพ่ือหาแหลง่ ข้อมลู ด้วยอินเทอรเ์ น็ต
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครใู หน้ ักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง ความน่าเชื่อถือของขอ้ มลู
เพือ่ วดั ความรู้เดิมของนักเรียนกอ่ นเขา้ สกู่ จิ กรรม
2. ครูสอบถามนักเรยี นวา่ หากตอ้ งการทราบข้อมูลเรื่องทส่ี นใจ นักเรยี นมวี ธิ กี ารคน้ หาขอ้ มลู ได้อย่างไร
และใชเ้ คร่ืองมือใด
ข้ันสอน
3. ครูอธิบายเนื้อหา เรื่องในอดีตการค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่จะใช้วิธีการสืบค้นข้อมูลด้วยมือ เนื่องจาก
ข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ในหนังสือ เอกสาร ตำรา แต่ในยุคปัจจุบันคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตถูกใช้งานอย่าง
แพร่หลาย ดังนั้นวธิ กี ารสบื คน้ ข้อมูลดว้ ยระบบคอมพิวเตอร์จึงเปน็ ทนี่ ยิ ม
4. ครูอธิบายเนอ้ื หาในหนงั สอื เรยี นวชิ า เทคโนโลย(ี วิทยาการคำนวณ) อจท. หนา้ 26 ข้อมูลที่มีอยใู่ น
อนิ เทอรเ์ น็ตนัน้ มีขนาดใหญ่ การสืบค้นจึงควรมีวิธกี ารหรือเคร่ืองมอื เขา้ มาช่วย เช่น กำหนดวตั ถุประสงค์ของ
การสืบค้น ประเภทของข้อมลู ทส่ี ามารถสบื คน้ ได้ อุปกรณ์และความร้ทู ีใ่ ช้ในการสืบคน้ บรกิ ารอนิ เทอร์เน็ต
เครอ่ื งมือหรือโปรแกรมสำหรับสืบค้น
5. ครูสนทนากับนักเรียนว่าอินเทอร์เน็ตที่มีทั้งประโยชน์และโทษ ครูถามคำถามว่า “นักเรียนคิดว่า
อนิ เทอรเ์ น็ตให้ประโยชนอ์ ยา่ งไรกับตัวนกั เรียนบา้ ง”
6. จากนน้ั ครูถามคำถามนักเรียนว่า “แล้วคดิ วา่ อนิ เทอร์เน็ตมีโทษกับตัวนักเรียนหรือไม่ อยา่ งไร”
7. ครูอธิบายเพม่ิ เติมในเนือ้ หาประโยชน์และโทษของอนิ เทอรเ์ น็ต
8. ครูให้นักเรียนดูแนวทางการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม และสรุปแนวคิดเรื่อง
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้อินเทอรเ์ น็ตร่วมกัน
9. ครูยกตัวอย่างภาพเกี่ยวกับการโพสในโซเชียลเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ตให้
นกั เรยี นดู และใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ วา่ ขอ้ ความทีโ่ พสเหมาะสมหรือไม่ อยา่ งไร
10. ครสู อบถามนกั เรยี นวา่ หากต้องการสบื คน้ ขอ้ มูลผา่ นอนิ เทอร์เน็ตสามารถใชเ้ คร่ืองมือใดได้บ้าง
11. ครูอธบิ ายเคร่อื งมอื สำหรบั สบื คน้ ข้อมลู ผา่ นอนิ เทอรเ์ นต็
12. ครูให้นักเรียนจับคู่เพื่อทำกิจกรรม “คำไหนเร็วกว่ากัน” กิจกรรมนี้ต้องการให้นักเรียนกำหนดคำ
สำคัญของการสืบค้นขอ้ และสามารถประเมนิ ความน่าเช่อื ถือข้องแหล่งข้อมูลได้
13. ครกู ำหนดใหน้ ักเรียนแตล่ ะค่คู ้นหาคำตอบจากอินเทอร์เน็ตโดยมือถือ หรือเครื่องคอมพวิ เตอร์
14. ครูถามนักเรยี นว่าจากการทำกิจกรรมเพ่ือค้นหาข้อมูลให้ได้เร็วทสี่ ุด นักเรียนได้แนวคดิ อย่างไรบ้าง
15. ครถู ามนกั เรยี นตอ่ ว่าหากตอ้ งการค้นหาข้อมลู ทส่ี นใจ นักเรยี นมีการวางแผน ข้ันตอน หรือเทคนคิ
อยา่ งไรบ้าง
16. ครูอธบิ ายความสำคญั ข้ันตอนการสืบค้นข้อมูลเพบนอนิ เทอร์เน็ต และเทคนคิ การสืบคน้ ด้วย
Google.com
ขน้ั สรุป
17. ครสู อบถามนกั เรียนว่าจากนีไ้ ปหากต้องการสบื ค้นขอ้ มูลผา่ นอนิ เทอรเ์ น็ตตอ้ งมขี น้ั ตอนอยา่ งไร
18. ครูใหน้ กั เรียนสรุปเทคนิคการคน้ หาข้อมลู ทีน่ ักเรยี นได้เรยี นรู้ร่วมกนั
8. การวดั และประเมินผล เกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
วธิ กี าร เคร่ืองมอื
ตรวจใบงานท่ี 2 เรือ่ ง คำไหนเรว็ กว่ากนั แบบประเมนิ ใบงานที่ 2
เรอ่ื ง คำไหนเรว็ กวา่ กัน
9. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2
เรอ่ื ง ความนา่ เชื่อถือของข้อมูล
2. ใบงานท่ี 2 เรอ่ื ง คำไหนเรว็ กวา่ กนั
3. โทรศัพท์มอื ถือ หรือเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งท่ีเกดิ ขึ้นกับผู้เรียน/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เหน็ อื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ........................................................
(นางสาวเมษา พูลสวสั ด์ิ)
ครูผ้สู อน
ใบงานที่ 2
เรือ่ ง คำไหนเรว็ กว่ากัน
ชื่อสมาชกิ 1…………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………
คำช้ีแจง ครูให้นกั เรยี นจับคสู่ บื ค้นหาขอ้ มลู ท่กี ำหนดใหต้ ่อไปน้ี โดยใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต
1. การป้องกนั ตัวเมือ่ ไปเท่ยี วทะเลแลว้ พลาดวา่ ยนำ้ ไปโดนแมงกะพรุนจะแก้ปัญหาอย่างไร
คำสำคญั ในการคน้ หาขอ้ มลู ...................................................................................................... .........................
ขอ้ มลู ท่คี น้ หา..................................................................................... ................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
แหล่งที่มาของข้อมูล…………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
2. เมอ่ื เปน็ ตะครวิ ขณะว่ายน้ำ จะเอาตัวรอดอยา่ งไร
คำสำคัญในการค้นหาขอ้ มลู ...................................................................................................... .........................
ขอ้ มลู ที่คน้ หา........................................................................................... ..........................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
แหล่งท่มี าของข้อมลู …………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
3. เม่อื ผหู้ ญิงโดนคุกคามจากชายฉกรรจ์ ควรมวี ิธปี ้องกันตัวอยา่ งไร
คำสำคญั ในการคน้ หาข้อมูล...................................................................................................... .........................
ข้อมลู ทคี่ น้ หา.................................................................................. ...................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
แหลง่ ทม่ี าของขอ้ มูล…………………………………………………………………………………………………………………….........
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. ถ้าเจอเหตุการณท์ ีม่ ีคนเป็นลมชกั จะต้องทำอยา่ งไรเปน็ อนั ดบั แรก
คำสำคญั ในการคน้ หาขอ้ มูล...................................................................................................... ..................
ข้อมูลท่ีค้นหา............................................................................................................... ...............................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แหล่งท่มี าของข้อมูล……………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. เมื่อเป็นตะคริวขณะวา่ ยน้ำ จะเอาตวั รอดอย่างไร
คำสำคัญในการค้นหาขอ้ มลู ...................................................................................................... ..................
ขอ้ มูลทค่ี ้นหา..................................................................................................................... .........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แหล่งท่ีมาของข้อมูล……………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การประเมินแบบฝึกหดั
ประเด็นในการประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
3 21
1. คน้ หาขอ้ มูล สามารถกำหนดคำ สามารถกำหนดคำ สามารถกำหนดคำ
สำคญั ในการคน้ หา สำคัญในการคน้ หา สำคัญในการค้นหา
ขอ้ มูลได้ตรงประเดน็ ขอ้ มลู ไดต้ รงประเดน็ เป็น ขอ้ มูลได้เพยี งบางสว่ น
และข้อมูลท่ีได้ ส่วนใหญ่ และขอ้ มลู ท่ไี ด้ และข้อมูลท่ีได้
ครอบคลุมตาม ครอบคลุมตาม ครอบคลุมเพยี งบางส่วน
วัตถุประสงค์ทีต่ อ้ งการ วัตถุประสงค์ท่ีตอ้ งการ เช่นกนั
2. แหลง่ ท่มี าของข้อมลู แหล่งทม่ี าของข้อมลู มา แหล่งท่มี าของข้อมูลมา แหลง่ ท่ีมาของขอ้ มลู มา
จากหลายแหลง่ และมี จากหลายแหล่ง และมี จากหลายแหลง่ และมี
ความน่าเช่ือถือ ถูกตอ้ ง ความนา่ เชอื่ ถือ ถูกตอ้ ง ความนา่ เชอ่ื ถือ ถูกตอ้ ง
มีคุณค่าสำหรบั การ มคี ณุ ค่าสำหรับการ แตข่ อ้ มลู อาจจะไม่
นำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้จรงิ นำไปใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ริง สามารถนำไปใช้
เป็นส่วนใหญ่ ประโยชนไ์ ดจ้ รงิ
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ดี
ช่วงคะแนน
5–6 พอใช้
3–4 ปรับปรุง
น้อยกวา่ 3
แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลา 4 ชวั่ โมง
เวลา 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 ความน่าเชือ่ ถือของข้อมลู ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
เร่ือง การประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล
รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมีประสทิ ธิภาพ ร้เู ท่าทนั และมจี ริยธรรม
ตวั ชีว้ ดั ม.3/3 ประเมนิ ความน่าเชื่อถือของข้อมลู วิเคราะห์สื่อและผลกระทบจากการให้ข่าวสารที่ผิด
เพอ่ื การใช้งานอยา่ งร้เู ทา่ ทัน
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกหลกั การการประเมนิ ความน่าเชอื่ ถือของขอ้ มูลได้ (K)
2. ประเมนิ ความนา่ เชื่อถือของข้อมลู ได้ (P)
3. คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใชเ้ หตุผลวิบตั ิได้ (A)
3. สาระสำคัญ
การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เป็นขั้นตอนในการประเมินเพื่อคัดเลือกข้อมูลที่ได้จากการ
สืบคน้ ขอ้ มลู ท่มี ีคณุ คา่ มคี วามนา่ เชื่อถือ เปน็ การพจิ ารณาเพ่ือคัดเลอื กจากแหลง่ ข้อมูลต่าง ๆ ซ่ึงจากการ
ประเมนิ ความนา่ เช่อื ถือจะทำให้เราไดข้ ้อมูลท่ีมีคุณค่า และนำขอ้ มูลไปประยกุ ต์ใช้อยา่ งเหมาะสม
4. สาระการเรยี นรู้
1. หลักการประเมนิ ความนา่ เช่ือถือของขอ้ มูล
2. การตรวจสอบความนา่ เชอื่ ถือของข้อมูล
3. การประเมนิ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลโดยใช้PROMPT
4. เหตุผลวบิ ัติ
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครถู ามนกั เรียนว่าขอ้ มลู ข่าวสารในอนิ เทอร์เนต็ มีอยมู่ ากมายหากเราต้องการนำเอาข้อมูลไปใช้
ประโยชนน์ กั เรียนมวี ิธีการในการคัดเลือกข้อมลู ท่นี า่ เชอ่ื ถืออย่างไร
ขน้ั สอน
2. ครูเปดิ ตัวอย่างข่าวให้นกั เรยี นดจู ากนัน้ ใหน้ ักเรยี นร่วมกันวเิ คราะหว์ า่ เปน็ ข้อมูลจรงิ หรือไม่
3. ครถู ามนกั เรียนว่านักเรยี นใชเ้ กณฑ์ใดในการประเมินความนา่ เช่ือถือของขอ้ มลู บา้ ง
4. ครอู ธิบายเนื้อหา เรื่อง หลกั การประเมินความน่าเชอ่ื ถือของขอ้ มลู จากนนั้ ครูอธิบายการตรวจสอบ
ความนา่ เชื่อถือของแหลง่ ข้อมูล
5. ครนู ำตวั อยา่ งชุดข้อมูลหรือข่าวใหน้ ักเรยี นดูเพิ่มเติม จากนนั้ ให้ทกุ คนช่วยกนั ประเมินความน่าเช่ือถือ
(ครสู ามารถหาข่าวที่สนใจใหเ้ หมาะสมกับวัยของนกั เรียนไดท้ างอินเทอรเ์ นต็ หรือสอ่ื ส่ิงพมิ พต์ ่าง ๆได้)
6. ครูสนทนากับนักเรยี นวา่ คาบทีแ่ ลว้ เราประเมินความน่าเช่ือถอื ของขอ้ มลู ด้วยหลกั การการประเมนิ
ความน่าเชอ่ื ถือ และการตรวจสอบแหลง่ ท่มี าของข้อมูล นอกจาก 2 วธิ นี ้แี ลว้ ยังสามารถประเมนิ ความ
น่าเชื่อถือของข้อมูลโดยใช้ PROMPT
7. ครูอธิบายวธิ กี ารประเมนิ ความน่าเชอื่ ถือของขอ้ มลู โดยใช้ PROMPT
8. ครูถามคำถามทบทวนนักเรียนว่าจากคาบที่แล้วนักเรียนได้วิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
อยา่ งไรบา้ ง
9. ครูนำภาพตัวอยา่ งการโพสขอ้ ความบนเฟซบุ๊กให้นักเรียนดู และรว่ มกันวเิ คราะหข์ ้อมลู วา่ จากตัวอย่าง
ดังกล่าวนักเรียนมีความคดิ เห็นอย่างไร (เปน็ ข่าวท่ีมกี ารใช้เหตุผลวบิ ัติ)
10. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าการสรุปเหมารวม เป็นตรรกะวิบัติที่เรียกว่า Appeal to Ignirance การแสดง
ความคิดเหน็ ตา่ งๆ บางเรื่องไม่มีใครทราบข้อมูลน้ัน จนทำให้อ้างความไม่ร้เู พ่อื หาขอ้ เท็จจรงิ นัน้
11. จากนั้นครูอธิบายเนื้อหาเรื่องการใชเ้ หตุผลวิบัติ และยกตัวอย่างการใช้เหตุผลวิบตั ิ พร้อมผลกระทบ
ทเ่ี กิดขน้ึ
12. ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4-5 คน และให้แต่ละกลุ่มหาตวั อย่างการใช้เหตุผลวิบัติบนอนิ เทอร์เน็ต เพื่อ
วิเคราะห์ผลกระทบ หรือปัญหาที่อาจเกิดตามมาจากน้ันให้แต่ละกลุ่มเตรียมนำข้อมูลมาแบ่งปันหน้าชั้นเรียน
ในหวั ข้อ “เหตุผลวิบตั ิ และผลกระทบทีเ่ กิดขนึ้ ”
13. ครูสอบถามนักเรียนว่าจากกิจกรรมที่ให้ไปเตรยี มในการแบ่งปันขอ้ มูลจากคาบทีแ่ ล้ว นักเรียนเลือก
ยกตวั อยา่ งเหตผุ ลวิบัตปิ ระเภทไหนบา้ ง
14. ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมาแบง่ ปันขอ้ มลู หน้าชั้นตามหัวข้อที่ไดร้ บั มอบหมาย จากนน้ั ให้นกั เรียน
กลุ่มอนื่ ๆ ร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับสถานการณ์ของกลมุ่ ทน่ี ำเสนอผลกระทบท่ีเกิดข้ึน จากการใช้
เหตุผลวบิ ัติ
ข้นั สรปุ
15. ครสู อบถามนกั เรียนวา่ จากคาบทีผ่ ่านมานักเรยี นได้มมุ มองในการใช้อนิ เทอรเ์ นต็ อยา่ งไรบ้าง
8. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์
แบบสังเกตการตอบคำถาม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วิธกี าร
สงั เกตการตอบคำถาม
9. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2
เรอื่ ง ความนา่ เชื่อถือของข้อมูล
2. ตัวอย่างชดุ ข้อมูลหรอื ข่าว
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งท่ีเกดิ ขึ้นกับผู้เรียน/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เหน็ อื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ........................................................
(นางสาวเมษา พูลสวสั ด์ิ)
ครูผ้สู อน
แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา 4 ชว่ั โมง
เวลา 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ความน่าเชื่อถอื ของขอ้ มลู ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
เร่อื ง การรเู้ ท่าทนั ส่ือ
รายวิชา วิทยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ รเู้ ทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม
ตัวชว้ี ัด ม.3/3 ประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล วเิ คราะหส์ อ่ื และผลกระทบจากการให้ข่าวสารท่ีผิด
เพอื่ การใช้งานอยา่ งรู้เทา่ ทัน
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกความหมายการรูเ้ ทา่ ทันส่อื ดจิ ทิ ลั และการรู้เท่าทันสอื่ ได้ (K)
2. วเิ คราะห์ความน่าเชอื่ ถอื และประเมินผลกระทบของข้อมลู จากขา่ วสารท่ีผดิ เพอื่ การใช้งานอย่าง
รู้เทา่ ทนั ได้ (P,A)
3. สาระสำคญั
การรู้เท่าทันสื่อเป็นลักษณะสมรรถนะที่ครอบคลุมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
ความสามารถในการเขา้ ถึงสารสนเทศผา่ นสื่อ และเทคโนโลยดี จิ ิทัล การเลอื ก รับ วิเคราะห์ ประเมินและ
นำข้อมูลที่ได้รบั ไปใชใ้ นทางสรา้ งสรรค์ โดยองค์ประกอบการรู้เทา่ ทนั สื่อ มีดังน้ี 1) ความสามารถในการ
เข้าถงึ สื่อ 2) ความเขา้ ใจการประเมนิ ค่าสาระสนเทศเนอื้ หาในสื่อ 3) การสร้าง การใช้ประโยชน์ และการ
เฝ้าระวังสาระสนเทศและเนื้อหาในสื่อ 4) การสะทอ้ นคดิ
4. สาระการเรียนรู้
1. องค์ประกอบการรเู้ ท่าทันส่ือ
2. การร้เู ทา่ ทันสอ่ื ดจิ ิทัลและการร้เู ท่าทันสื่อ
3. การใช้สือ่ และปัญหาท่พี บในสื่อปจั จุบนั
4. ผลกระทบของขอ้ มูลท่ีผดิ พลาด
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครสู อบถามนักเรยี นวา่ จากคาบทแี่ ลว้ ข้อมลู ทีเ่ ราพบในอินเทอรเ์ น็ต นอกจากการประเมนิ ความ
น่าเชอื่ ถือของข้อมลู ก่อนนำไปใชง้ านแล้วเรายงั ต้องคำนงึ ถึงด้านใดอีกบา้ ง
ข้ันสอน
2. ครูถามนักเรียนว่าก่อนที่จะสามารถวิเคราะห์ และรู้เท่าทันสื่อได้ ควรมีพื้นฐานความรู้ ความสามารถ
ด้านใดบา้ ง
3. ครูอธบิ ายองค์ประกอบของการรู้เท่าทันสอ่ื
4. ครอู ธิบายทมี่ าของความสามารถในการรเู้ ทา่ ทันส่ือดิจิทลั
5. ครูสมุ่ นักเรยี นยกตัวอย่างการรู้เทา่ ทันสอื่ คนละดา้ น พรอ้ มยกตัวอย่าง
6. ครอู ธิบายหวั ข้อ “การรู้เท่าทันสอ่ื ”
7. ครูถามทบทวนนักเรยี นโดยการถามคำถามวา่ ความสามารถในการรเู้ ท่าทันสื่อดจิ ิทัลมกี ด่ี ้าน อะไรบ้าง
8. ครูถามนักเรยี นวา่ หากมกี ารใชอ้ นิ เทอร์เน็ตอย่างไม่รเู้ ทา่ ทนั จะส่งผลกระทบอะไรกบั ผูอ้ นื่ บา้ ง
9. ครูอธิบายความสำคัญของการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างรู้เท่าทัน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เรื่องการใช้
ส่ือและปญั หาทีพ่ บในสอื่ ปจั จุบนั และเร่อื งผลกระทบของขอ้ มลู ท่ผี ดิ พลาด
ขนั้ สรุป
10. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปผลกระทบที่อาจเกดิ ขึน้ จากการใช้อนิ เทอรเ์ นต็ อย่างไม่รูเ้ ท่าทนั สอ่ื
8. การวัดและประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
แบบสังเกตการตอบคำถาม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
วิธกี าร
สงั เกตการตอบคำถาม
9. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2
เร่ือง ความน่าเช่ือถือของข้อมูล
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งท่ีเกดิ ขึ้นกับผู้เรียน/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เหน็ อื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ........................................................
(นางสาวเมษา พูลสวสั ด์ิ)
ครูผ้สู อน
แผนการจดั การเรียนรู้ เวลา 4 ชว่ั โมง
เวลา 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
เรื่อง การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศ
รายวชิ า วิทยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชวี้ ดั
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รูเ้ ท่าทันและมจี รยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ม.3/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตาม
กฎหมายเก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ ใช้ลิขสทิ ธิข์ องผอู้ ่นื โดยชอบธรรม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกลักษณะการใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัยได้ (K)
2. สามารถใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศได้อยา่ งปลอดภัย และมีความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม (P,A)
3. สาระสำคัญ
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศโดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน เช่น การทำธุรกรรม
ออนไลน์ การซื้อสินค้าออนไลน์ และการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีจิตสำนึก และจริยธรรมที่ดี
คำนงึ ผลกระทบทอ่ี าจส่งผลตอ่ ผอู้ น่ื
4. สาระการเรียนรู้
1. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อยา่ งปลอดภัย
2. การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศได้อย่างมีความรบั ผดิ ชอบ
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอื่ ง เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อวัด
ความร้เู ดิมของนักเรยี นก่อนเข้าสู่กจิ กรรม
ขนั้ สอน
2. ครถู ามนกั เรียนคดิ วา่ เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตนักเรียนหรอื ไม่ อยา่ งไรบา้ ง
3. ครถู ามนักเรยี นต่อว่า นอกจากเทคโนโลยมี บี ทบาทสำคัญต่อชวี ติ นักเรียนแล้ว นกั เรยี นคดิ ว่า
เทคโนโลยมี ีบทบาทสำคัญตอ่ ระดับองค์กร หรือระดบั ประเทศหรือไม่ อย่างไร
4. ครูอธิบายเนอ้ื หาเร่อื งการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ
5. ครูสนทนาและถามนักเรียนว่า ปัจจุบันเทคโนโลยเี ข้ามีบาทในทุกด้านยกตัวอย่าง เช่น ร้านค้า ต้องมี
การปรับตัวการใหบ้ รกิ ารแบบออนไลน์ ในฐานะลูกคา้ หากต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ นักเรยี นจะประเมินความ
นา่ เชอ่ื ถือของร้านคา้ อยา่ งไร
6. ครถู ามต่อวา่ ในการซื้อสนิ ค้าออนไลน์ในขัน้ ตอนการชำระเงินค่าสนิ ค้า นอกจากตอ้ งประเมินความ
น่าเช่อื ถือของรา้ นค้า นักเรียนจะมวี ิธีการทำธุรกรรมออนไลนห์ รือโอนเงินค่าสนิ ค้าอย่างไรให้ปลอดภยั
7. ครูอธบิ ายเนื้อหาเรอื่ งการใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย
8. ครทู บทวนเนื้อหาจากชว่ั โมงท่ีแล้ว นักเรียนได้เรียนรู้การทำธุรกรรมออนไลน์อย่างปลอดภัย ในช่ัวโมง
นี้ครูให้นักเรียนจับคู่กัน จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนเขียนชื่อสินค้าที่นักเรียนสนใจ 1 อย่าง และนำหัวข้อน้ัน
แลกกันกับคขู่ องตนเอง
9. ครูให้แต่ละคนค้นหาร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าตามหัวข้อที่ได้รับจากคู่ของตนเอง และเลือกหา
ร้านค้าทีน่ ่าเช่ือถือมากท่ีสุด จำนวน 3 รา้ นค้า
10. ครใู ห้นักเรยี นบันทกึ ผลการทำกิจกรรมลงในใบงานที่ 3 เร่ือง การซ้ือสินคา้ ออนไลนอ์ ยา่ งปลอดภัย
11. ครูสุ่มนักเรียน 5 – 6 คน นำเสนอใบงานที่ 3 เรื่อง การซื้อสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภัยเพ่ือ
แลกเปลย่ี นความคิดเห็นร่วมกนั
12. ครูถามนกั เรยี นว่าจากการคน้ หารา้ นคา้ นกั เรียนมวี ิธกี ารประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือรา้ นค้าอย่างไร
13. ครูสอบถามนักเรียนว่าจากคาบที่แล้วในการประเมินความน่าเชื่อถือของร้านค้า นักเรียนพบว่า
รา้ นค้าทด่ี ี น่าเชอื่ ถือควรมีลักษณะอยา่ งไรบา้ ง
14. ครูอธบิ ายวา่ ในปัจจบุ นั การซอ้ื ของออนไลน์ตามเว็บไซต์ต้องมีบัญชีผู้ใช้ก่อนจึงจะสามารถทำการ
สั่งซ้ือสินค้าได้
15. ครูถามนักเรียนว่าโดยปกติเวลาใช้งานเวบ็ ไซต์เหลา่ นส้ี ามารถสมัครบญั ชีผ้ใู ช้ได้อยา่ งไรบ้าง
16. ครูอธบิ ายวา่ ในข้นั ตอนการลงช่ือเข้าใช้งานเวบ็ ไซต์ดว้ ยบัญชี Facebook หรือ บญั ชี Google
เว็บไซตจ์ ะเรยี กขอสทิ ธิใ์ นการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ส่วนตัวบัญชี Facebook หรอื Google ของเราซ่ึงอาจสง่ ผลต่อการ
นำขอ้ มูลไปใช้และสง่ ผลเสียได้ ดังน้นั นอกจากการประเมินความน่าเชือ่ ถือของร้านคา้ ออนไลน์แลว้ ยงั มีส่วน
อื่นทตี่ ้องใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างระมัดระวงั
17. ครอู ธิบายเน้อื หาเร่ืองการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมคี วามรับผิดชอบ
18. ครูให้นักเรยี นถามคำถามนักเรียนโดยใหม้ ีสถานการณ์ “หากนักเรยี นเปน็ เจ้าของร้านค้ารบั สกรนี ลาย
เสื้อ และมลี ูกค้าตดิ ตอ่ มาใหผ้ ลิตเสอื้ รูปการต์ ูนที่ตนเองไม่ได้เป็นเจา้ ของลขิ สิทธ์ิผลงาน นักเรียนจะมวี ิธกี าร
รับมือกบั ลูกค้าอย่างไร เชน่ ขอ้ มูลที่เปน็ สว่ นตวั ของลูกค้า ความถูกต้องของข้อมูลสินค้า กรรมสทิ ธิ์ และดา้ นอื่น
พรอ้ มบอกเหตผุ ล” จากนน้ั ครูสุม่ นักเรียน 4 – 5 คน ตอบคำถาม
19. ครถู ามนักเรยี นว่าจากสถานการณ์ขา้ งตน้ ในมุมมองนักเรียนผูบ้ ริโภคและผู้ขาย ควรมีความ
รับผิดชอบตอ่ กันอย่างไรบา้ ง
ขัน้ สรปุ
20. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ นอกจากเราจะตอ้ งระวังการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศใหป้ ลอดภัยกบั
ตัวเราแลว้ ยงั ต้องมคี วามรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นดว้ ย โดยเคารพความเป็นส่วนตัว คำนึงถึงความถูกต้อง
แมน่ ยำของข้อมลู การเป็นเจ้าของ และการเขา้ ถึงข้อมูลท่ีไม่ไดร้ ับอนญุ าต
8. การวัดและประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ์
วธิ กี าร แบบประเมนิ ใบงานที่ 3 เร่ืองการ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 3 เรอ่ื งการซ้ือสินค้า ซ้ือสินคา้ ออนไลน์อย่างปลอดภัย
ออนไลนอ์ ยา่ งปลอดภยั
9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 ) ม.3 หน่วยการ
เรยี นร้ทู ี่ 3 เร่อื ง เทคโนโลยีสารสนเทศ
2. ใบงานที่ 3 เรือ่ ง การซ้ือสินคา้ ออนไลนอ์ ย่างปลอดภยั
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งที่เกดิ ข้นึ กับผู้เรยี น/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เห็นอื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวเมษา พลู สวสั ด์ิ)
ครูผูส้ อน
ใบงานท่ี 3
เร่อื ง การซื้อสนิ คา้ ออนไลนอ์ ยา่ งปลอดภัย
ชอ่ื - นามสกุล ....................................................................................... เลขท่ี ................. ชนั้ .............
1. ชื่อสนิ ค้า ............................................................................................................................................
2. ช่ือร้านคา้ ออนไลนแ์ ละเว็บไซต์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เหตุผลในการเลือกร้านค้าออนไลน์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ถ้าสั่งซ้ือสนิ ค้าออนไลน์ นักเรียนมีวธิ ีการชำระเงินอยา่ งไร ให้ปลอดภัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินใบงานที่ 3 เรอ่ื ง การซ้ือสนิ คา้ ออนไลน์อยา่ งปลอดภัย
ประเดน็ ในการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ประเมิน
32 1
1. การประเมินความ สามารถประเมินความ
นา่ เชื่อถอื ของร้านคา้ สามารถประเมินความนา่ เชอื่ ถือ สามารถประเมินความ นา่ เชื่อถือ เหตุผลมี
ออนไลน์ ความสมเหตุสมผล
เหตุผลมคี วามสมเหตุสมผล เช่น น่าเชื่อถือ เหตุผลมีความ เพยี งบางส่วน
2. การทำธรุ กรรม
อย่างปลอดภัย เลอื กเว็บไซตท์ ี่ขน้ึ ตน้ ดว้ ย สมเหตุสมผลเป็นส่วน สามารถเลอื กวธิ ีการทำ
ธุรกรรมอย่างปลอดภยั
3. การนำเสนอ https//: อา่ นรีวิวกอ่ นสั่งซอื้ ใหญ่ ตามหลกั การไดเ้ พียง
บางส่วนเท่านั้น
สำรวจราคาตลาดก่อนส่ังซ้ือ
ใชภ้ าษาในการนำเสนอ
ตรวจสอบคณุ สมบตั ิของสินค้าท่ี เขา้ ใจงา่ ย สามารถตอบ
คำถามได้เพียงบางสว่ น
แจง้ ไวเ้ กนิ จรงิ หรือไม่ ตรวจสอบ
การจดทะเบยี นรา้ นคา้ ตรวจสอบ
ประวตั กิ ารฉ้อโกง
สามารถเลือกวิธีการทำธรุ กรรม สามารถเลือกวธิ กี ารทำ
อยา่ งปลอดภยั ตามหลักการได้ ธุรกรรมอย่างปลอดภัย
และศึกษาตัวเลอื กการชำระเงิน ตามหลกั การได้เป็นสว่ น
ทางร้านคา้ ออนไลน์อย่างถี่ถว้ น ใหญ่
เช่น มีบริการเรียกเก็บเงิน
ปลายทาง
ใช้ภาษาในการนำเสนอชัดเจน ใช้ภาษาในการนำเสนอ
เหมาะสมและเข้าใจง่าย สามารถ ชดั เจน เหมาะสมและ
ตอบคำถามไดท้ ุกข้อ เขา้ ใจง่าย สามารถตอบ
คำถามไดเ้ ป็นส่วนใหญ่
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
8–9 พอใช้
5–7 ปรับปรุง
น้อยกวา่ 5
แผนการจดั การเรียนรู้ เวลา 4 ชั่วโมง
เวลา 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3
เรอื่ ง กฎหมายคอมพิวเตอร์และลิขสทิ ธิ์
รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ร้เู ท่าทันและมีจริยธรรม
ตัวชี้วัด ม.3/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตาม
กฎหมายเกี่ยวกบั คอมพวิ เตอร์ ใชล้ ขิ สิทธ์ขิ องผอู้ ื่นโดยชอบธรรม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เข้าใจและยกตัวอย่างการปฏิบัตติ ามกฎหมายคอมพวิ เตอร์ และการใชล้ ขิ สทิ ธ์ขิ องผู้อ่ืนโดยชอบธรรมได้
(K,P,A)
3. สาระสำคญั
กฏหมายทีเ่ กย่ี วข้องกบั การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการ
กระทำความผิดเกยี่ วกับคอมพวิ เตอร์ พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติ
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ.2560
ลิขสิทธิ์ เป็นผลงานที่เกิดจากการใช้ปัญญา ความรู้ความสามารถ และความอุตสาหะพยายามใน
การสรา้ งสรรคผ์ ลงาน ซึ่งถอื ว่าเปน็ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาประเภทหนึ่ง ท่กี ฎหมายใหค้ วามคุ้มครอง
4. สาระการเรียนรู้
1. กฎหมายคอมพวิ เตอร์
2. ลิขสิทธ์ิ
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูถามนักเรียนว่าจากคาบที่ผ่านมาในการการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือซื้อของออนไลน์นักเรียน
ควรระมดั ระวงั ด้านใดอีกบา้ ง
2. ครูถามนักเรยี นวา่ จากคาบทแี่ ล้วเรอื่ งการประเมินความนา่ เช่ือถือของร้านค้าออนไลน์ หากนักเรียนทำ
การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ไป แต่ไม่ได้รับสินค้า หรือได้รับสินค้าที่ไม่ตรงตามคำอธิบาย หรือสินค้าไม่มีคุณภาพ
นกั เรยี นจะแกป้ ญั หาอย่างไร
ขัน้ สอน
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3 – 4 คน จากนั้นแต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหา หัวข้อ “กฎหมายคอมพิวเตอร์”
โดยให้แต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อกฏหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2560 และค้นหาเพิม่ เติมจากอินเทอรเ์ น็ต จากน้ันให้สมาชิกในกลุ่มสรุปใหเ้ พือ่ นในกล่มุ ฟงั
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา หัวข้อ“ลิขสิทธิ์” และค้นหาเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นให้สมาชิกใน
กล่มุ สรุปใหเ้ พ่อื นในกลุ่มฟงั
5. จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำใบงานที่ 4 เรื่อง ใครมีความผิด และเตรียมตัวนำเสนอในชั่วโมง
ถดั ไป
6. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอแนวคิดของกลุ่มตนเอง ตรงตามความผดิ ในมาตราทศี่ ึกษา
หรอื ไม่ อยา่ งไร
7. ครใู ห้นกั เรยี นช่วยกันสรุปแนวคิดจากคำตอบของกล่มุ อืน่
8. ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอกจิ กรรม
9. ครูซักถามกลุ่มที่นำเสนอ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจและความถูกต้องของข้อมูล พร้อมทั้งเสนอแนะ
เพิม่ เติม
ขนั้ สรปุ
10. ครใู ห้และนกั เรียนรว่ มกันสรุปเนือ้ หาและความสมั พันธ์เกีย่ วกบั การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง
ปลอดภัย มคี วามรบั ผิดชอบ ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายเก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ และใชล้ ิขสทิ ธขิ์ องผ้อู ื่นโดยชอบธรรม
8. การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์
วิธกี าร ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ ใบงานท่ี 4 เรือ่ งใครมี
ตรวจใบงานที่ 4 เรือ่ งใครมีความผิด ความผดิ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอ แบบประเมินการนำเสนอ
9. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 ) ม.3 หน่วยการ
เรยี นรทู้ ี่ 3 เร่ือง เทคโนโลยีสารสนเทศ
2. ใบงานท่ี 4 เรือ่ งใครมีความผิด
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งท่ีเกดิ ขึ้นกับผู้เรียน/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เหน็ อื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ........................................................
(นางสาวเมษา พลู สวัสด์ิ)
ครูผูส้ อน
ใบงานที่ 4
เรอ่ื ง ใครมคี วามผิด
ชือ่ - นามสกุล ....................................................................................... เลขที่ ................. ช้นั .............
คำชีแ้ จง : ครูให้นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ 4-5 คน และตอบคำถามจากสถานการณต์ ่อไปน้ี
สถานการณ์ รา้ น RC Power ไดล้ งข้อมลู ขายของออนไลน์ โดยขายแพคเกจสนิ ค้าชุด Cosmos Wars Mini
set ประกอบดว้ ยเส้อื ยดื พิมพ์ลายโปสเตอร์ภาพยนตร์เรือ่ ง Cosmos Wars ขนาด Free size จำนวน 2 ตัว
และ DVD ภาพยนตร์ที่จัดทำซ้ำข้ึนใหม่จำนวน 1 ชุด พร้อมของแถมเป็น DVD โปรแกรม KKDPlayer สำหรับ
ใช้เปิดไฟลป์ ระเภทวดี โี อโดยที่รา้ น RC Power ไมไ่ ด้เป็นเจ้าของลขิ สิทธ์ิ หรือได้รบั อนุญาตจากเจ้าของลขิ สิทธ์ิ
ใด ๆ ท้ังส้นิ แต่ทางร้านลงข้อมูลในเว็บไซต์วา่ สินคา้ และเสื้อยดื ทงั้ หมดเป็นของแท้ที่มีลขิ สิทธิ์
จากสถานการณด์ งั กล่าวให้นักเรยี นวิเคราะหว์ า่ มีการกระทำความผิดใดตามพระราชบัญญตั ิว่าด้วย
การกระทำความผิดเก่ียวกบั คอมพิวเตอร์ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2560 และควรได้รบั โทษอยา่ งไร
ความผดิ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................... ........
........................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................ ..................