การประเมนิ ใบงานท่ี 4 เรือ่ ง ใครมีความผิด
ประเดน็ ในการประเมิน 3 เกณฑก์ ารให้คะแนน 1
1. การอา้ งองิ กฎหมาย สามารถเลือกอ้างอิง
กฎหมายคอมพิวเตอร์ 2 สามารถเลือกอา้ งองิ
2. การนำเสนอ และการคุม้ ครองลิขสทิ ธิ์ กฎหมายคอมพิวเตอร์
ได้ถูกต้องสอดคล้องกับ สามารถเลอื กอา้ งองิ และการคมุ้ ครองลขิ สิทธ์ิ
สถานการณ์ และเหตผุ ล กฎหมายคอมพิวเตอร์ ไดส้ อดคลอ้ งกบั
ทกี่ ลา่ วถึงมีความ และการคมุ้ ครองลิขสทิ ธ์ิ สถานการณ์ เหตผุ ลท่ี
สมเหตุสมผล ได้ถูกตอ้ งสอดคล้องกับ กลา่ วถึงมีความ
สถานการณ์ และเหตผุ ล สมเหตสุ มผลเพยี ง
ใช้ภาษาในการนำเสนอ ที่กล่าวถึงมีความ บางสว่ น
ชัดเจน เหมาะสมและ สมเหตุสมผลเปน็ ส่วน
เขา้ ใจง่าย สามารถตอบ ใหญ่ ใชภ้ าษาในการนำเสนอ
คำถามได้ทุกข้อ เขา้ ใจงา่ ย สามารถตอบ
ใชภ้ าษาในการนำเสนอ คำถามได้เพียงบางสว่ น
ชัดเจน เหมาะสมและ
เข้าใจงา่ ย สามารถตอบ
คำถามได้เปน็ สว่ นใหญ่
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ระดับคุณภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
5–6 พอใช้
3–4 ปรับปรงุ
นอ้ ยกว่า 3
การประเมนิ การนำเสนอ
ประเดน็ ในการประเมิน 3 เกณฑก์ ารให้คะแนน 1
1. หัวขอ้ ทนี่ ำเสนอ หัวข้อในคน้ หาข้อมลู มี 2 หวั ข้อในค้นหาข้อมูล
ความนา่ สนใจ ทันต่อ นา่ สนใจ มีประโยชนต์ ่อ
2. ความถูกต้องของ เหตุการณ์ สร้างสรรค์ หวั ขอ้ ในคน้ หาข้อมลู มี การเผยแพร่ให้กับผ้อู น่ื
เนื้อหา และมีประโยชน์ตอ่ การ ความน่าสนใจ เป็นเพียงบางสว่ น
เผยแพรใ่ ห้กับผู้อน่ื สรา้ งสรรค์และมี
3. การนำเสนอ ประโยชนต์ อ่ การ เน้ือหาทน่ี ำเสนอมคี วาม
เน้อื หาทนี่ ำเสนอมีความ เผยแพรใ่ ห้กับผู้อืน่ เปน็ ถกู ต้องเปน็ ส่วนใหญ่ มี
ถูกต้อง มแี หลง่ ที่มา ส่วนใหญ่ แหลง่ ที่มานา่ เช่ือถือ
นา่ เชอื่ ถอื ไมล่ ะเมดิ น้อยหรอื ไมม่ เี ลย ไม่
ลิขสทิ ธห์ิ รือคัดลอกงาน เนอื้ หาทีน่ ำเสนอมคี วาม ละเมิดลิขสทิ ธิห์ รือ
ของผู้อืน่ ถกู ต้องเป็นสว่ นใหญ่ มี คัดลอกงานของผูอ้ ่ืน
แหล่งทีม่ าน่าเชื่อถือ ไม่ ใชภ้ าษาในการนำเสนอ
ใช้ภาษาในการนำเสนอ ละเมดิ ลขิ สิทธิห์ รอื เขา้ ใจงา่ ย สามารถตอบ
ชัดเจน เหมาะสมและ คดั ลอกงานของผ้อู นื่ คำถามไดเ้ พยี งบางส่วน
เข้าใจง่าย สามารถตอบ
คำถามไดท้ ุกข้อ ใชภ้ าษาในการนำเสนอ
ชดั เจน เหมาะสมและ
เข้าใจง่าย สามารถตอบ
คำถามไดเ้ ปน็ สว่ นใหญ่
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
8–9 พอใช้
5–7 ปรบั ปรุง
น้อยกวา่ 5
แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา 6 ช่วั โมง
เวลา 2 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 แอปพลเิ คชนั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3
เร่ือง แนวคิดและองค์ประกอบของ IoT
รายวิชา วิทยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ดั
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ร้เู ท่าทนั และมีจริยธรรม
ตวั ชี้วัด ม.3/1 พัฒนาแอปพลเิ คชันท่ีมีการบูรณาการกบั วิชาอนื่ อย่างสรา้ งสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายแนวคิดและองคป์ ระกอบของเทคโนโลยี IoT ได้ (K)
2. ออกแบบแนวคดิ เพ่ือการพัฒนาเทคโนโลยี IoT ได้ (P)
3. ยกตัวอย่างประโยชนข์ องเทคโนโลยี IoT ในชวี ิตประจำวันได้ (A)
3. สาระสำคัญ
การทำให้อุปกรณ์หลายตัวสามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และทำงานร่วมกันได้นั้น เรียกว่า
เทคโนโลยี IoT ต้องอาศัยความสามารถของ Smart Device ซึ่งอุปกรณ์ที่มีหน่วยประมวลผล หรือ
เซนเซอรภ์ ายในตวั เพ่ือสง่ ขอ้ มูลผ่าน Cloud Computing หรือ Wireless Network เปน็ ตัวกลางในการ
รับสง่ ขอ้ มูลภายในเครือข่ายเพ่ือประมวลผล และอาศัย Dashboard สำหรับแสดงผลและใชค้ วบคุมการ
ทำงานจากผูใ้ ช้
4. สาระการเรยี นรู้
1. แนวคดิ ของเทคโนโลยี IoT
2. องค์ประกอบของเทคโนโลยี IoT
3. อุปกรณ์ท่ีใชส้ ำหรับพฒั นาเทคโนโลยี IoT
4. ข้อดีข้อเสียของเทคโนโลยี IoT
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครถู ามคำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียนวา่ “นกั เรียนรู้จักเทคโนโลยี IoT หรอื ไม”่
ข้นั สอน
2. ครูถามนักเรยี นวา่ เครอื ข่ายอินเทอร์เนต็ หรือเครอื ข่ายไรส้ ายมีประโยชนก์ ับชวี ิตเราอยา่ งไร
3. ครูถามต่อว่าถ้าสมมติมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ แลปทอปของเราไม่มีความสามารถในการเชื่อมต่อ
เครือข่ายอนิ เทอร์เนต็ ได้ นกั เรียนคิดว่าจะมีผลกระทบต่อชวี ิตอยา่ งไร
4. ครูอธิบายว่า ยุคก่อนหน้านี้มือถือ และคอมพิวเตอร์ของเรายังไม่มีความสามารถในการเข้าถึง
อินเทอร์เน็ต แต่ปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้แทบทุกเครื่องจะมีความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่ายเข้าหากันได้
เช่น Bluetooth , Wifi Internet ทำใหอ้ ุปกรณ์หลายช้ินเช่ือมต่อกัน จึงทำให้สามารถแลกเปล่ียนข้อมูลกันได้
อย่างรวดเรว็
5. ครูอธิบายว่าลักษณะการทำให้อุปกรณ์หลายชิ้นเชื่อมต่อเข้าหากันผ่านเครือข่าย และทำการ
แลกเปลย่ี นข้อมลู กันเพอื่ ให้ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นเปน็ แนวคดิ ที่คลา้ ยกับเทคโนโลยี IoT
6. ครูอธิบายแนวคิด จุดกำเนิด และองค์ประกอบของของเทคโนโลยี IoT เรื่อง เทคโนโลยี IoT และ
องค์ประกอบของเทคโนโลยี IoT ว่าเป็นการทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ มีหน่วยประมวลผลและความสามารถในการ
เช่ือมต่อกับอปุ กรณ์อ่ืนได้ โดยไม่ตอ้ งพ่ึงพาความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลและการเช่ือมต่อ
กบั อุปกรณอ์ ่นื จงึ ทำใหอ้ ปุ กรณส์ ามารถส่งผา่ นขอ้ มูลระหว่างกันไดโ้ ดยตรง เช่น เครือ่ งพมิ พ์ทเ่ี ชอ่ื มเข้าระบบ
wifi และสั่งปริ้นท์งานผ่านระบบ wifi ไม่จำเป็นต้องเชื่อมเครื่องพิมพ์กับคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่สามารถ
ส่งั งานจากอุปกรณใ์ ดกไ็ ดท้ เ่ี ชื่อมวงเครือขา่ ย wifi เดียวกนั
7. ครูถามนักเรียนว่าหากเราสามารถพัฒนาเทคโนโลยี IoT ด้วยตนเองได้นักเรียนคิดว่าจะนำอุปกรณ์
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ใดมาเช่ือมต่อเครือข่าย และจะใชป้ ระโยชน์จากการเชอ่ื มตอ่ เขา้ เครือข่ายของอุปกรณ์นั้นอย่างไร
สมุ่ นักเรียนตอบคำถาม 3-5 คน
8. ครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ เก่ยี วกบั แนวคิดของ IoT เรือ่ งองคป์ ระกอบที่สำคัญทง้ั 3 สว่ นได้แก่
1) Smart Device ใชน้ ำเขา้ ขอ้ มลู จากเซนเซอร์
2) Cloud Computing หรือ Wireless Network เพ่อื ใชเ้ ปน็ ส่อื กลางในการรบั ส่งข้อมลู
3) Dashboard เพอื่ ใชส้ ื่อสารกบั ผใู้ ช้
ดงั นน้ั นอกจากอุปกรณ์จะสามารถเชื่อมต่อเข้าเป็นเครือข่ายเดียวกันไดแ้ ล้วจะต้องมสี ว่ นติดต่อท่ีใช้ควบคุมการ
ทำงานภายในระบบได้ด้วย เช่น สั่งสตาร์ทรถผ่านมือถือโดยใช้สื่อกลางเป็นระบบอินเทอร์เน็ต เปิด -ปิด
เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ภายในบา้ นดว้ ยเครือขา่ ยไรส้ าย Wifi
9. ครูให้นักเรียนวาดแผนผังการทำงานตามแนวคิดของเทคโนโลยี IoT และเขียนแนวคิดการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยี IoT ในชีวิตประจำวนั เร่อื ง เทคโนโลยี
10. ครูสอบถามนกั เรยี นวา่ สงสัยหรือไม่ แอรท์ ี่บ้านเราร้อู ณุ หภมู วิ ่าเป็นกอ่ี งศาภายในบ้านไดอ้ ย่างไร
11. ครูสอบถามนักเรยี นว่า “นักเรียนรจู้ ักเซนเซอรอ์ ะไรบ้าง หรอื เคยเห็นเซนเซอรใ์ นอปุ กรณไ์ หนบ้าง
12. ครูแนะนำบอร์ด micro:bit (ไมโครบิท) ที่มีเซนเซอร์หลากหลายสามารถนำมาใช้พัฒนาเทคโนโลยี
IoT ได้โดยให้นักเรียนศึกษา เรื่อง ตัวอย่างอุปกรณ์สำหรับเทคโนโลยี IoT และยกตัวอย่างอุปกรณ์ ไมโครบิท
พร้อมบอกสว่ นประกอบเบอ้ื งตน้
13. ครูอธิบายตัวอย่างแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT โดยใช้บอร์ดไมโครบิทเป็นอุปกรณ์ในการวัด
อุณหภูมิแล้วส่งข้อมูลมาบนแทบเล็ท ซึ่งเป็นส่วนแสดงผลและใช้แทปเล็ทเป็นอุปกรณเ์ พื่อควบคมุ การทำงาน
ของพัดลมได้โดยกดปุ่มสั่งงาน A บนแทปเล็ทเพื่อเปิดพัดลม พร้อมขึ้นสถานะเลข 1 บนบอร์ดไมโครบิท ให้
ผใู้ ช้รู้สถานะการทำงานของพัดลมได้ และกดปุม่ งาน B เพื่อปดิ พัดลมพร้อมขน้ึ สถานะ0 บนบอรด์ ไมโครบทิ
14. ครูตั้งคำถามกับนักเรียนว่าจากแนวคิดนี้หากให้นักเรียนปรับใชแ้ ละพัฒนาต่อนักเรียนจะนำแนวคิด
ไปพฒั นาตอ่ อย่างไร สุม่ นกั เรยี นตอบคำถาม 3-5 คน
15. ครใู ห้นักเรยี นจบั คกู่ ัน จากนัน้ ทำแบบฝกึ หัด โดยแต่ละคู่เลือกแค่ 1 แนวคดิ นำแนวคิดในการพัฒนา
เทคโนโลยี IoT มาปรบั ปรุงต่อโดยประยกุ ต์ใช้ความสามารถจากบอรด์ ไมโครคอนโทรลเลอร์
16. จากชั่วโมงท่ีผ่านมาครูให้นักเรียนแตล่ ะคู่เลือกแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT แล้ว ในชั่วโมงนีค้ รู
ใหน้ ักเรยี นลงมอื ทำแบบฝึกตามเวลาทก่ี ำหนด
17. ครูให้แต่ละคู่ออกมานำเสนอแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT ของตนเอง และให้เพื่อนในชั้นเรียน
รว่ มกันแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็
18. เมื่อนำเสนอเสร็จแล้ว ให้คุณครูถามทุกคู่ว่า “จากที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและฟังการ
นำเสนอแนวคดิ คู่อน่ื แลว้ นกั เรยี นคิดว่าอยากปรบั ปรงุ แนวคดิ การพัฒนาเทคโนโลยี IoT ของค่ตู นเองอย่างไร”
ขนั้ สรุป
19. ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั สรปุ แนวคดิ ของเทคโนโลยี IoT
20. ครูถามนักเรียนว่าจากการฟังแนวคิดของเพื่อนในชั้นเรียนมีแนวคิดใดน่าสนใจ หรือแนวคิดใดที่มี
ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวันได้จรงิ บ้าง
21. ครูสรุปแนวคดิ และองคป์ ระกอบของเทคโนโลยี IoT ให้นักเรียนฟัง พรอ้ มทั้งเน้นถงึ ความสำคัญเรื่อง
ประโยชน์การใช้งานจริงในชวี ิตประจำวัน
8. การวัดและประเมนิ ผล เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
วิธกี าร เครือ่ งมอื
ตรวจการออกแบบแนวคดิ ในการพฒั นา แบบประเมินแบบฝึกหัด ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
เทคโนโลยี IoT
ประเมนิ การนำเสนอแนวคิดในการพฒั นา แบบประเมนิ การนำเสนอ
เทคโนโลยี IoT
9. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 ) ม.3 หน่วยการ
เรียนรู้ที่ 4 เรอื่ ง แอปพลเิ คชัน
บนั ทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งท่ีเกดิ ข้นึ กับผู้เรียน/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เหน็ อื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวเมษา พูลสวสั ดิ์)
ครูผ้สู อน
การประเมินการนำเสนองานกลุม่
ท่ี รายการประเมนิ คณุ ภาพผลงาน
4 3 21
1 นำเสนอการประยุกต์แนวคดิ ในการพฒั นาเทคโนโลยี IoT กับ
ความสามารถของ micro:bit ไดน้ า่ สนใจและส่ือสารเข้าใจง่าย ชดั เจน
2 อธบิ ายการทำงานของแนวคิดได้เขา้ ใจ และถูกต้องตามหลักการ และตอบ
คำถามได้
3 มีความคดิ สรา้ งสรรค์
4 การมสี ว่ นร่วมของสมาชกิ ในกลุม่
5 การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
รวม
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
16 – 20 ดี
10 – 15
น้อยกว่า 10 พอใช้
ปรับปรงุ
การประเมินแบบฝึกหัด เรื่อง เทคโนโลยี IoT
(การออกแบบแนวคดิ ในการพฒั นาเทคโนโลยี IoT)
ประเด็นในการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
1.ระบปุ ัญหาที่พบเจอใน 32 1
ชวี ิตประจำวนั และ ระบุปัญหาท่ีพบเจอใน
แนวทางการพฒั นา ระบปุ ัญหาท่ีพบเจอใน ระบุปัญหาที่พบเจอใน ชวี ิตประจำวันได้ และ
อธิบายแนวทางการพัฒนา
2.ออกแบบแนวคดิ ใน ชีวิตประจำวนั ได้ ชวี ิตประจำวนั ได้ โดยใชเ้ ทคโนโลยี IoT ได้
การพฒั นาเทคโนโลยี ถูกต้องครบ น้อยกวา่ 50%
IoT กับความสามารถ นา่ สนใจ และอธิบาย นา่ สนใจ และอธบิ าย
ของบอร์ด ออกแบบแนวคิดในการ
ไมโครคอนโทรลเลอร์ แนวทางการพัฒนาโดย แนวทางการพฒั นาโดย พัฒนาเทคโนโลยี IoT กบั
ความสามารถของ บอรด์
ใชเ้ ทคโนโลยี IoT ได้ ใชเ้ ทคโนโลยี IoT ได้ ไมโครคอนโทรลเลอร์ได้
หลกั การถูกตอ้ งครบถ้วน
ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องครบ 50% ข้นึ ไป และเลือกใชอ้ ปุ กรณ์ได้
เหมาะสมกับการแก้ปัญหา
ออกแบบแนวคิดในการ ออกแบบแนวคิดในการ น้อยกวา่ 50%
พัฒนาเทคโนโลยี IoT พัฒนาเทคโนโลยี IoT
กับความสามารถของ กบั ความสามารถของ
บอรด์ บอร์ด
ไมโครคอนโทรลเลอรไ์ ด้ ไมโครคอนโทรลเลอร์ได้
นา่ สนใจ สร้างสรรค์ นา่ สนใจ หลกั การ
หลกั การถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้อง และเลือกใช้
ทง้ั หมด และเลือกใช้ อปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสมกบั
อปุ กรณ์ได้เหมาะสมกับ การแกป้ ัญหา 50% ข้นึ
การแก้ปัญหา ไป
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
5–6 ดี
3–4
พอใช้
นอ้ ยกวา่ 3 ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา 6 ช่วั โมง
เวลา 2 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 แอปพลเิ คชัน ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
เรื่อง ซอฟต์แวร์ท่ีใชใ้ นการพัฒนาแอปพลเิ คชัน
รายวชิ า วิทยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ัด
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทันและมจี รยิ ธรรม
ตวั ชวี้ ัด ม.3/1 พัฒนาแอปพลเิ คชันทม่ี ีการบรู ณาการกับวชิ าอื่นอย่างสร้างสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกความหมาย ประเภท และขนั้ ตอนการพัฒนาแอปพลิเคชนั ได้ (K)
2. ออกแบบการพฒั นาแอปพลิเคชันตามข้ันตอนการพัฒนาแอปพลิเคชันได้ (P)
3. ยกตวั อย่างแอปพลิเคชันท่มี ปี ระโยชนข์ องในชีวิตประจำวันได้ (A)
3. สาระสำคญั
แอปพลิเคชัน เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพ่ืออำนวยในด้านตา่ ง ๆ มีการออกแบบมาเพื่อใช้งาน
ในหลายรูปแบบ โดยแอปพลิเคชันแบ่งออกได้ 2 ประเภท ได้แก่ แอปพลิเคชันระบบ แอปพลิเคชันที่
ตอบสนองต้องการของกลมุ่ ผู้ใช้
การพัฒนาแอปพลิเคชัน มี 7 ขั้นตอน ดังนี้ 1) กำหนดปัญหา 2) ศึกษาความเป็นไปได้ 3) วิเคราะห์
ความตอ้ งการแอปพลเิ คชัน 4) ออกแบบแอปพลเิ คชนั 5) ทดสอบ 7) จดั ทำเอกสาร
ซึ่งการพัฒนาโปรแกรมในปัจจุบันนิยมใช้โปรแกรมภาษาไพทอน (Python) เพราะเป็นภาษาที่อ่าน
แล้วเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมการพัฒนาแอปพลิเคชันด้วยโปรแกรมภาษาไพทอน
เช่น โปรแกรมคำนวณหาอัตราแลกเปล่ยี นเงินบาทไทย (THB) เป็นเงินดอลลาร์ (USD) เป็นต้น
4. สาระการเรยี นรู้
1. ขัน้ ตอนการพัฒนาแอปพลเิ คชนั
2. ซอฟตแ์ วรท์ ่ีใช้ในการพฒั นาแอปพลเิ คชั่น
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
4. มีจติ สาธารณะ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูสนทนากับนักเรียนว่า ถ้าสมมตินักเรียนไปเที่ยวต่างประเทศ นักเรียนคาดว่าต้องใช้เงินประมาณ
เทา่ ไร
2. จากน้นั ครถู ามต่อวา่ จำนวนเงนิ ท่ีนักเรยี นบอกเปน็ สกุลเงนิ ไทย หรือสกุลเงนิ ประเทศที่ต้องการไปเที่ยว
3. ครถู ามวา่ แลว้ นกั เรียนสามารถแปลงจำนวนเงนิ บาทเป็นสกลุ เงินของตา่ งประเทศอย่างไร
4. ครูสอบถามว่านกั เรียนเคยสงสัยไหมว่าโปรแกรมเหล่านีท้ ำงานอย่างไร
ขั้นสอน
5. ครูกลา่ วถงึ ลกั ษณะแบบนีเ้ ปน็ ประโยชน์ของโปรแกรม หรือแอปพลเิ คชันทเ่ี ราใชใ้ นชีวิตประจำวนั
6. ครูอธิบายความหมาย และประเภทของแอปพลเิ คชนั และยกตัวอย่างแอปพลิเคชัน
7. ครอู ธิบายเพ่ิมเรอ่ื งขัน้ ตอนการพฒั นาแอปพลเิ คชนั
8. ครูถามนักเรียนว่าจากที่เราพูดถึงจำนวนเงนิ และการแปลงสุกลเงินในคาบที่แล้วนักเรียนคาดว่าหาก
ต้องการพัฒนาแอปพลิเคชนั เราจะต้องใชเ้ ครื่องมอื ใดบ้าง
9. ครูอธิบายว่าการพัฒนาโปรแกรมสามารถใช้ภาษาในการเขยี น และพฒั นาแอปพลเิ คชันไดห้ ลากหลาย
สามารถเลือกใชไ้ ดต้ ามความถนดั
10. ครูสนทนากับนักเรียนว่า นักเรียนได้เรียนเขียนโปรแกรมภาษา Python เบื้องต้นมาแล้วในช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 2 แล้วรู้หรือไม่ว่าทำไมนักพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันส่วนใหญ่จึงเลือกใช้โปรแกรมน้ี
เรามาดจู ุดเด่น จุดด้อยของโปรแกรมภาษาไพทอนกนั
11. ครูบอกนักเรียนว่า คาบนี้จะได้ศึกษาการทำงานของโปรแกรมแปลงค่าเงิน หัวข้อซอฟต์แวร์ที่ใช้ใน
การพัฒนาแอปพลเิ คชนั่
12. ครูให้นักเรียนเปิดโปรแกรม Mu จากนั้นครูอธิบายหน้าที่การทำงานเครื่องมือของโปรแกรม เป็น
การทบทวนเนือ้ หาเดิมทเี่ รียนในระดับมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 หรอื ศึกษาเพ่ิมเตมิ จากใบความร้เู ร่ือง If else, while,
for
13. ครูอธิบายเนื้อหา เรื่องโปรแกรมคำนวณหาอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทย(THB) เป็นเงินดอลลาร์
(USD) และให้นักเรียนศึกษาพร้อมทดลองเขียนโปรแกรมตามหนังสือ เพื่อความเข้าใจโปรแกรมมากขึ้น ให้
ศึกษาในใบความรู้เพิ่มเติมเรื่องการใช้งาน GUI ร่วมกับภาษาไพทอนในการเขียนโปรแกรม โดยใช้โมดูล
Tkinter
14. ครูถามนักเรียนว่าจากตัวอย่างที่ศึกษา สามารถนำแนวคิดการแปลงสกุลเงินไปปรับเป็นโปรแกรม
รูปแบบอื่นได้หรือไม่ อย่างไรบ้างให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และบันทึกรูปแบบท่ี
เพื่อนนำเสนอแล้วสนใจลงกระดาษ A4
15. ครสู อบถามว่าจากการแลกเปลี่ยนความคดิ เห็นไดพ้ บขอ้ ดี ข้อเสียอะไรบา้ ง
16. ครูให้นักเรียนจับคู่เพื่อแลกเปล่ียนแนวคิดและรปู แบบที่นกั เรียนสนใจการพัฒนาโปรแกรมหรือแอป
พลิเคชัน จากนั้นเลือกแนวคดิ ที่น่าสนใจ 1 อย่างเพื่อเขียนรายละเอียดการทำงานตามขั้นตอนการพัฒนาแอป
พลิเคชันดังกล่าวในแบบฝึกหัด
17. ครใู หน้ กั เรยี นนำแนวคิดทไี่ ด้มาเขียน Flow Chart เพอื่ นำไปพฒั นาเปน็ แอปพลเิ คชัน
18. ครูถามนักเรียนว่าจากการเขียน Flow Chart นักเรียนคาดว่าแนวคิดที่ตนเองเขียนมีโอกาสที่จะทำ
ได้จริงหรือไม่
19. ครใู ห้นักเรียนแต่ละคู่นำเสนอแนวคดิ และผงั งาน (Flowchart) ของตนเองหน้าชนั้ เรียน ให้เพอ่ื น
รว่ มกันแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ พร้อมทัง้ ครคู อยใหค้ ำแนะนำ จากนัน้ ให้นำไปปรบั ปรงุ แกไ้ ข
ข้นั สรปุ
20. ให้นกั เรยี นยกตวั อยา่ งแอปพลเิ คชนั ท่ีมปี ระโยชน์ของในชีวติ ประจำวัน
8. การวัดและประเมินผล
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
ประเมินการนำเสนอแนวคดิ การออกแบบ แบบประเมินการนำเสนอแนวคิดการ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
การพัฒนาแอปพลิเคชัน ออกแบบการพัฒนาแอปพลิเคชนั
9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4
เรอ่ื ง แอปพลิเคชัน
2. โปรแกรม Mu (https://codewith.mu/en/download)
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งที่เกดิ ข้นึ กับผู้เรยี น/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เห็นอื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวเมษา พลู สวสั ด์ิ)
ครูผูส้ อน
การประเมินการนำเสนองานกล่มุ (ออกแบบแนวคดิ การพัฒนาแอปพลิเคชนั )
ท่ี รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน
4 3 21
1 นำเสนอการออกแบบการพฒั นาแอปพลิเคชนั ตามข้นั ตอนการพัฒนาแอป
พลิเคชนั ไดน้ ่าสนใจและสื่อสารเข้าใจงา่ ย ชัดเจน
2 อธิบายการทำงานของแนวคิดไดเ้ ข้าใจ และถูกต้องตามหลักการ และตอบ
คำถามได้
3 มคี วามคิดสรา้ งสรรค์
4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกล่มุ
5 การรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน
รวม
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 – 20 ดี
10 – 15
น้อยกว่า 10 พอใช้
ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา 6 ชัว่ โมง
เวลา 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แอปพลิเคชัน ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
เรอื่ ง ซอฟตแ์ วรท์ ี่ใชใ้ นการพัฒนาแอปพลเิ คชนั 2
รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รูเ้ ทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม
ตวั ชีว้ ดั ม.3/1 พฒั นาแอปพลเิ คชนั ท่มี ีการบูรณาการกับวิชาอนื่ อยา่ งสรา้ งสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายหน้าท่ีการทำงานของคำส่ังในการเขียนโปรแกรมด้วย Python ได้ (K)
2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมหรือแอปพลเิ คชนั ด้วยภาษา Pythonได้ (P)
3. พัฒนาแอปพลเิ คชันที่คำนึงถงึ ประโยชน์ตอ่ ชวี ิตประจำวัน (A)
3. สาระสำคญั
ภาษาไพทอนเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรมไปจนถึงการ
ประยุกต์ใชง้ านในระดับสูง เน่อื งจากโครงสร้างภาษาท่ลี ดความยุ่งยากเรื่องไวยากรณ์ในการเขียนโปรแกรมลง
อา่ นแล้วเขา้ ใจงา่ ย ไม่ซับซ้อน
4. สาระการเรียนรู้
1. ซอฟตแ์ วรท์ ี่ใช้ในการพฒั นาแอปพลิเคช่ัน
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
4. มจี ิตสาธารณะ
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูบอกกับนักเรยี นว่าจากชัว่ โมงทผี่ ่านมาเราทราบดวี า่ โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนาแอปแพลิเคชันมีให้
เลือกหลากหลาย แตโ่ ปรแกรมทนี่ ิยมกันและเรียนรไู้ ดเ้ รว็ ซึง่ Python เป็นตวั เลือกทน่ี ่าสนใจ
2. ครูสนทนากับนักเรียนวา่ “จากตวั อย่างทน่ี ักเรียนลองเขยี นโปรแกรมแปลงค่าเงินดว้ ยโปรแกรมภาษา
Python นักเรียนคิดว่า ฟังก์ชันหรือคำสั่งที่นักเรียนใช้ในการเขียนโปรแกรมข้างต้น เพียงพอสำหรับการ
พัฒนาแอปพลเิ คชนั ตามแนวคิดของนกั เรยี นหรือไม่”
3. ครูสนทนากบั นกั เรียนว่า “หากเราต้องการพัฒนาแอปแพลิเคชนั ดว้ ย Python จะต้องเรยี นรูอ้ ะไรบา้ ง
ข้นั สอน
4. ครใู หน้ กั เรียนเปิดโปรแกรม Mu จากนั้นครอู ธบิ ายหน้าท่ีการทำงานเครื่องมอื ของโปรแกรม
5. ครทู บทวนการเขียนโปรแกรมโดยใช้ variable ดว้ ยตวั เลข และขอ้ ความเพอื่ การแสดงผล
6. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า กรณีที่สร้างตัวแปรของตัวเลข เช่น A = 5 กับ C = “5” แสดงผลออกมาเป็น
เลข 5 เหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน A เป็นตัวแปรของตัวเลข ส่วน C เป็นตัวแปรของตัวอักษรหรือ
ข้อความ เพราะมสี ญั ลักษณ์ “”
7. จากนั้นครูทบทวนรูปแบบรหัสข้อมูล (Format Code) เพิ่มเติม จากที่เคยเรียนผ่านมาแล้วใน
ระดับชัน้ ม.2
8. ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงาน เรอ่ื ง ตวั แปรและตัวดำเนนิ การ
9. ครูถามคำถามเพื่อทบทวนนักเรียนว่าจากการเรียนเรื่องการใช้งานตัวแปรเพื่อการดำเนินการทาง
คณติ ศาสตร์ มขี ้อมลู ตัวเลขแบบไหนบ้างที่สามารถนำมาดำเนนิ การทางคณติ ศาสตร์ได้
10. จากน้ันครทู บทวนการใชง้ านคำสง่ั การรบั ข้อมลู จากแป้นพมิ พ์ input
11. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหดั เรื่อง การเขยี นใช้คำสั่งแสดงผล อินพุต และเอาต์พตุ
12. ครูสอบถามนกั เรยี นว่าฟงั กช์ ัน input ทำงานอยา่ งไร
13. ครูถามนักเรียนว่าจากการเรียนเขียนโปรแกรมคำสั่งที่เรียนมา หากครูต้องการเขียนโปรแกรม
จัดลำดับความนิยมของร้านอาหารโดยใช้ข้อมูลจากระดับความพอใจในการใช้บริการ 5 ระดับ นักเรียนคิดว่า
สามารถทำไดห้ รือไม่
14. ครูสอนนกั เรยี นใชง้ านคำสั่ง if-else
15. จากน้นั ครใู หน้ ักเรียนทำใบงาน เรือ่ ง การทำงานแบบมีเงอ่ื นไข
16. ครถู ามนักเรยี นว่าสามารถนำความรทู้ ่ีเรียนไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งไรบ้าง
17. ครูถามนักเรียนว่าจากการเรียนเขียนโปรแกรมที่ผ่านมา หากครูต้องการให้นักเรียนเขียนโปรแกรม
เพ่อื แสดงชอื่ ตนเอง 100 บรรทัด นักเรียนคิดว่าต้องเขียนคำส่งั เยอะหรอื ไม่
18. ครบู อกทมี่ าและอธบิ ายเรือ่ งการใช้งานคำสัง่ ทำซำ้ และคำส่งั อน่ื ๆ ไดแ้ ก่ while , for
19. ครูสอนนักเรียนใชง้ านคำสง่ั while / for
20. ครใู หน้ กั เรียนทำใบงาน เรือ่ ง การทำซำ้ แบบฝกึ หดั
21. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกคำสัง่ ในการเขียนโปรแกรมที่ได้เรียนทั้งหมด พร้อมบอกหน้าท่ีของแต่ละ
คำสงั่
22. ครใู ห้นักเรยี นลงมอื เขยี นโปรแกรมหรือแอปพลิเคชนั ด้วยภาษา Python
23. ครูให้นกั เรยี นทดสอบโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันเพ่ือตรวจสอบข้อผิดพลาด
ข้ันสรปุ
24. ครูให้นักเรียนแต่ละคู่นำเสนอโปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน ให้เพื่อนร่วมกันแลกเปลีย่ นความคิดเห็น
พรอ้ มทั้งครูคอยใหค้ ำแนะนำเพม่ิ เติม
8. การวดั และประเมนิ ผล
วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์
ประเมนิ ชนิ้ งาน แบบประเมินชิ้นงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
(ออกแบบและเขยี นโปรแกรมหรือแอป (ออกแบบและเขยี นโปรแกรมหรือแอป
พลเิ คชันดว้ ยภาษา Python) พลิเคชนั ด้วยภาษา Python)
9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4
เรือ่ ง แอปพลิเคชนั
2. โปรแกรม Mu (https://codewith.mu/en/download)
3. ใบความรู้ เร่ือง การใช้คำส่งั แสดงผลอินพุต และเอาตพ์ ตุ
4. ใบความรู้ เรอื่ ง ตัวแปรและตัวดำเนินการ
5. ใบความรู้ เรอ่ื ง การทำงานแบบมเี งือ่ นไข
6. ใบความรู้ เรื่อง การทำซ้ำ
7. ใบงานที่ 5 เร่อื ง ตัวแปรและตัวดำเนนิ การ
8. ใบงานที่ 6 เรื่อง การใช้คำส่ังแสดงผลอินพุต และเอาตพ์ ุต
9. ใบงานที่ 7 เรื่อง การทำงานแบบมีเงอ่ื นไข
10. ใบงานท่ี 8 เรือง การทำซำ้
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลการเรยี นรู้ (ระบสุ ิ่งที่เกดิ ข้นึ กับผู้เรยี น/บรรยากาศการเรยี น)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางในการแกป้ ัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เห็นอื่นๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวเมษา พลู สวสั ด์ิ)
ครูผูส้ อน
การประเมินการนำเสนองานกล่มุ (ออกแบบแนวคดิ การพัฒนาแอปพลิเคชนั )
ท่ี รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน
4 3 21
1 นำเสนอการออกแบบการพฒั นาแอปพลิเคชนั ตามข้นั ตอนการพัฒนาแอป
พลิเคชนั ไดน้ ่าสนใจและสื่อสารเข้าใจงา่ ย ชัดเจน
2 อธิบายการทำงานของแนวคิดไดเ้ ข้าใจ และถูกต้องตามหลักการ และตอบ
คำถามได้
3 มคี วามคิดสรา้ งสรรค์
4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกล่มุ
5 การรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน
รวม
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 – 20 ดี
10 – 15
น้อยกว่า 10 พอใช้
ปรับปรงุ