รายงานวิทยานพิ นธ์ระดับปรญิ ญาตรี
การส้ารวจชนิดปลานา้ จืดทต่ี ดิ พยาธใิ บไมร้ ะยะเมตาเซอร์คาเรีย
ในจังหวัดพิษณโุ ลก
A survey of freshwater fishes infected with trematode metacercariae
in Phitsanulok Province
นางสาวญาณิศา หตั ถีนาโค รหัสนิสิต 62521008
นางสาวนวรตั น์ ยง่ิ มาก รหัสนิสิต 62521978
วทิ ยานพิ นธ์ระดบั ปรญิ ญาตรี (266494)
เพ่อื เป็นส่วนหน่ึงของการศกึ ษาในหลกั สตู รวทิ ยาศาสตรบณั ฑติ
สาขาจลุ ชีววทิ ยา
คณะวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตลุ าคม 2565
วทิ ยานิพนธ์ระดับปริญญาตรี เรอ่ื ง “การสา้ รวจชนดิ ปลานา้ จืดท่ีตดิ พยาธิใบไม้
ระยะเมตาเซอร์คาเรีย ในจงั หวัดพิษณุโลก”
ของ นางสาวญาณิศา หัตถีนาโค และ นางสาวนวรัตน์ ยง่ิ มาก
ไดร้ บั การพิจารณาให้เป็นสว่ นหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต
สาขาจุลชวี วิทยา
คณะกรรมการสอบ
.......................................... อาจารย์ท่ปี รึกษา
(ดร. สุดารตั น์ ออ่ นสุระทุม)
ก
ชือ่ เรอ่ื ง การสา้ รวจชนิดปลานา้ จดื ที่ติดพยาธิใบไมร้ ะยะเมตาเซอรค์ าเรยี
ช่อื ผวู้ ิจัย ในจังหวดั พิษณุโลก
คณะกรรมการสอบ
นางสาวญาณิศา หัตถีนาโค และ นางสาวนวรตั น์ ยงิ่ มาก
อาจารย์ท่ีปรึกษา
รองศาสตราจารย์ ดร. รกั ษิณา พลสลี า
รองศาสตราจารย์ ดร. นพวรรณ บญุ ชู
ดร. สดุ ารตั น์ ออ่ นสุระทมุ
บทคดั ยอ่
การวิจัยครังนีเป็นการส้ารวจชนิดปลาน้าจืดท่ีติดพยาธิใบไม้ระยะเมตาเซอร์คาเรียบริเวณ
พืนท่ีจังหวัดพิษณุโลก จากการสุ่มตัวอย่างปลาแต่ละชนิดท่ีจับได้จากแม่น้าน่าน บริเวณอ้าเภอเมือง
และอ้าเภอพรหมพิราม (เขื่อนนเรศวร) จังหวัดพิษณุโลก ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนสิงหาคม
พ.ศ. 2565 เก็บปลาทังหมดจ้านวน 311 ตัว ซ่ึงปลาที่พบสามารถจัดจ้าแนกได้เป็น 4 อันดับ 5 วงศ์
และ 13 ชนิด วิธีท่ีใช้ในการตรวจหาตัวอ่อนพยาธิใบไม้ระยะเมตาเซอร์คาเรียในปลาน้าจืด คือ
วิธี Artificial digestion method ผลการศึกษาพบปลาที่ตรวจพบตัวอ่อนระยะเมตาเซอร์คาเรีย
ทังหมด 5 ชนิด เป็นปลาในวงศ์ปลาตะเพียนทังหมด และอัตราความชุกของปลาที่ตรวจพบตัวอ่อน
ของพยาธใิ บไม้ระยะเมตาเซอร์คาเรยี คดิ เป็นรอ้ ยละ 20.9 (65/311) โดยพบในปลากระมงั มากทีส่ ุดถึง
ร้อยละ 37.5 (6/16) ปลาตะเพียนขาวร้อยละ 36 (9/25) ปลาตะเพียนทองร้อยละ 35.50 (20/57)
ปลาแกม้ ช้ารอ้ ยละ 27.90 (12/43) และปลาสร้อยขาวร้อยละ 16.32 (8/49) อยา่ งไรกต็ ามชนดิ ของ
ตัวอ่อนพยาธิใบไมร้ ะยะเมตาเซอร์คาเรยี ท่ีตรวจพบไม่สามารถระบุชนิดตามลกั ษณะทางสัณฐานวิทยา
ภายนอกได้ อาจต้องท้าการศึกษาทางอณูชีววิทยาต่อไปเพ่ือระบุชนิดของตัวอ่อนระยะเมตาเซอร์
คาเรยี ทพ่ี บต่อไป จากผลการศึกษาแสดงให้เหน็ ว่าปลาน้าจืดทส่ี ้ารวจพบเปน็ ปลาในวงศ์ปลาตะเพียน
มากที่สุด และตัวอ่อนพยาธิใบไม้ระยะเมตาเซอร์คาเรียที่ตรวจพบในการศึกษาในครังนีตรวจพบใน
ปลาวงศ์ตะเพียนมากท่ีสุดเชน่ กนั
คา้ สา้ คัญ : วงศ์ปลาตะเพียน พยาธิใบไม้ ระยะเมตาเซอร์คาเรีย จังหวดั พิษณุโลก
ข
กติ ติกรรมประกาศ
วิทยานิพนธ์ฉบับนีส้าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยการให้ค้าแนะน้าของ ดร. สุดารัตน์ อ่อนสุระทุม
ซ่ึงเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรี ท่ีคอยให้ค้าปรึกษา ให้ความรู้ และให้การ
สนบั สนนุ คอยชว่ ยเหลือในด้านต่างๆ รวมทงั แนวคดิ และหลกั ปฏิบัตกิ ารส้าหรับการท้างาน ดว้ ยความ
เอาใจใส่อย่างดีย่ิง พร้อมทังแก้ไขวิทยานิพนธ์ฉบับนีจนสมบูรณ์ ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณเป็น
อย่างสงู มา ณ โอกาสนี
ขอขอบพระคุณรองศาสตราจารย์ ดร. รักษิณา พลสีลา และ รองศาสตราจารย์
ดร. นพวรรณ บุญชู ที่ให้ความกรุณาในการเป็นกรรมการสอบป้องกันวิทยานพิ นธ์ และให้ค้าแนะน้า
ในการทา้ วทิ ยานิพนธ์ฉบบั นี
ขอขอบพระคุณคณาจารย์และเจ้าหน้าท่ีภาควิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา คณะ
วิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ท่ีให้ความรู้และค้าแนะน้าในการท้าปริญญานิพนธ์
ฉบับนี
ขอขอบพระคณุ ปา้ แหง้ และ ปา้ ยพุ นิ ทใี่ หค้ วามกรณุ าในการเก็บตัวอย่างเพอื่ ใชส้ ้าหรับใน
การท้าปริญญานิพนธฉ์ บบั นี
สุดท้ายนีขอขอบพระคุณ บิดา มารดา พี่ ๆ น้อง ๆ และเพ่ือน ๆ ที่คอยช่วยเหลือและเป็น
ก้าลังใจทท่ี ้าใหป้ รญิ ญานิพนธ์ฉบบั นีสา้ เร็จลุล่วงไปไดด้ ้วยดี
นางสาวญาณิศา หัตถนี าโค
นางสาวนวรัตน์ ย่งิ มาก
ค
สารบญั
เร่ือง หน้า
บทคดั ยอ่ ...........................................................................................................................................ก
กิตติกรรมประกาศ............................................................................................................................ข
สารบัญ..............................................................................................................................................ค
สารบัญตาราง....................................................................................................................................จ
สารบญั ภาพ.......................................................................................................................................ฉ
บทท่ี 1 บทนา้ ...................................................................................................................................1
1.1 ความสา้ คญั และที่มาของปญั หาท่ที า้ การวจิ ัย.......................................................................2
1.2 วัตถปุ ระสงคข์ องการวจิ ัย.....................................................................................................2
1.3 ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะได้รับ...................................................................................................2
1.4 ขอบเขตของการวจิ ยั ............................................................................................................2
1.5 สถานที่ทา้ วจิ ัย......................................................................................................................3
1.6 ระยะเวลาในการท้าวิจัย.......................................................................................................3
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ที่เกย่ี วขอ้ ง.........................................................................................4
2.1 ประวัติและที่มาของแมน่ ้านา่ น.............................................................................................4
2.2 ประวัติเข่ือนนเรศวร.............................................................................................................5
2.3 ปลานา้ จืดทพี่ บในประเทศไทยและมคี วามสา้ คญั ทางการแพทย์..........................................6
2.4 พยาธทิ ่ีพบในปลานา้ จดื (Fish-borne parasite)...............................................................23
2.5 พยาธใิ บไม้ (Trematodes or Flukes)..............................................................................23
2.6 พยาธใิ บไม้ในล้าไส้ขนาดเล็ก (Minute intestinal flukes)................................................24
2.7 พยาธใิ บไม้ตับ (Liver flukes)............................................................................................32
2.8 ปจั จัยที่มีผลตอ่ ความชุกของตัวอ่อนเมตาเซอรค์ าเรยี .........................................................38
2.9 การตรวจวนิ ิจฉัย................................................................................................................39
2.10 แนวทางการรกั ษา............................................................................................................44
2.11 แนวทางการควบคุมและปอ้ งกนั ......................................................................................45
บทท่ี 3 วธิ ีการด้าเนนิ งาน..............................................................................................................46
3.1 การเกบ็ ตวั อยา่ งปลา..........................................................................................................46
ง
สารบัญ(ต่อ)
เรื่อง หน้า
3.2 การตรวจหาตัวอ่อนพยาธใิ บไมร้ ะยะเมตาเซอรค์ าเรยี ในปลา ด้วยวิธี
Artificial digestion method.........................................................................................47
3.3 การศกึ ษารปู รา่ งลักษณะและอวัยวะภายในตัวอ่อนระยะเมตาเซอรค์ าเรยี ........................47
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา......................................................................................................................48
4.1 การส้ารวจปลาเพื่อตรวจสอบความสามารถเปน็ โฮสต์ตวั กลางท่ี 2 ของพยาธิใบไม้………..48
4.2 การจัดจ้าแนกชนิดพันธ์ปุ ลา...............................................................................................57
บทท่ี 5 บทสรปุ ...............................................................................................................................61
วิจารณ์ผลการวิจยั .....................................................................................................................61
สรปุ ผลการวิจัย.........................................................................................................................64
บรรณานกุ รม.............................................................................................................................65
ภาคผนวก.......................................................................................................................................75
จ
สารบญั ตาราง
ตาราง หนา้
ตารางที่ 1 แสดงรายช่ือพันธุ์ปลานา้ จืดที่มรี ายงานพบในไทย.........................................................6
ตารางที่ 2 การส้ารวจที่พบตวั ออ่ นพยาธใิ บไม้ในต่างประเทศ......................................................10
ตารางท่ี 3 การส้ารวจทพ่ี บตัวออ่ นพยาธิใบไม้ในประเทศไทย......................................................14
ตารางท่ี 4 พยาธิใบไม้ล้าไสข้ นาดเล็กทม่ี ีรายงานพบในประเทศไทยและเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้.........................................................................................................................27
ตารางท่ี 5 ชนดิ ปลาน้าจืดที่ทา้ การศกึ ษาในแม่นา้ น่าน บรเิ วณอ้าเภอเมืองและ
อ้าเภอพรหมพริ าม (เข่อื นนเรศวร)...............................................................................................52
ตารางท่ี 6 แสดงอัตราการตดิ เชอื และชนิดตวั อ่อนพยาธใิ บไมใ้ นระยะเมตาเซอร์คาเรียใน
ตัวอยา่ งปลา.................................................................................................................................58
ฉ
สารบัญภาพ
ภาพ หนา้
ภาพที่ 1 ขอบเขตล่มุ แม่นา้ สาขาในลมุ่ แม่นา้ นา่ น..............................................................................4
ภาพที่ 2 เขือ่ นนเรศวร ตงั อยู่บนแม่น้าน่าน อา้ เภอพรหมพิราม จงั หวดั พิษณุโลก............................5
ภาพที่ 3 รปู รา่ งลกั ษณะตัวเต็มวยั ของพยาธิใบไม้ขนาดเลก็ ............................................................25
ภาพท่ี 4 ระยะตัวเตม็ ของพยาธใิ บไมล้ ้าไส้ขนาดเลก็ .......................................................................28
ภาพท่ี 5 ลักษณะไขข่ องพยาธิ.........................................................................................................28
ภาพที่ 6 ระยะเซอรค์ าเรยี (cercariae) ของพยาธิใบไมล้ า้ ไส้ขนาดเลก็ H. taichui.......................29
ภาพท่ี 7 ตัวอ่อนระยะตดิ ตอ่ (Metacercariae)..............................................................................30
ภาพที่ 8 วงจรชวี ติ ของพยาธิใบไม้ลา้ ไส้ขนาดเล็ก Haplorchis.......................................................31
ภาพที่ 9 ระยะตัวเต็มวัย พยาธิใบไม้ตบั ชนดิ ต่างๆ..........................................................................32
ภาพท่ี 10 ตัวเต็มวยั ของพยาธใิ บไมต้ บั ...........................................................................................33
ภาพท่ี 11 ตวั เตม็ วยั ของพยาธใิ บไมต้ บั O. felineus......................................................................33
ภาพที่ 12 ตวั เต็มวยั ของพยาธิใบไมต้ ับ Clonorchis sinensis.......................................................34
ภาพที่ 13 ระยะไขข่ องพยาธใิ บไม้ตบั O. viverrini.........................................................................34
ภาพท่ี 14 ตวั อ่อนระยะ Cercariae ของ O. viverrini....................................................................35
ภาพท่ี 15 ตวั อ่อนระยะ Metacercariae ของ O. viverrini...........................................................35
ภาพท่ี 16 วงจรชีวติ ของพยาธิใบไม้ตบั ...........................................................................................36
ภาพท่ี 17 ขันตอน Polymerase Chain Reaction.......................................................................43
ภาพท่ี 18 ขนั ตอนส้าหรับวิธี Gel electrophoresis......................................................................43
ภาพท่ี 19 วิธีการตรวจหา Nucleic acid hybridization...............................................................44
ภาพท่ี 20 แผนที่จังหวดั พิษณุโลก...................................................................................................46
ภาพท่ี 21 ชนดิ ปลานา้ จืด Family Cyprinidae..............................................................................54
ภาพท่ี 22 ชนดิ ปลานา้ จืด Family Notopteridae.........................................................................55
ภาพท่ี 23 ชนิดปลาน้าจืด Family Osphronemidae...................................................................55
ภาพที่ 24 ชนิดปลาน้าจืด Family Pristolepididae......................................................................55
ภาพที่ 25 ชนดิ ปลานา้ จืด Family Bagaridae...............................................................................56
ภาพท่ี 26 เปรียบเทียบจา้ นวนปลาทงั หมดท่ีสุ่มเก็บได้ในบรเิ วณอ้าเภอเมือง
และอ้าเภอพรหมพิราม (เขื่อนนเรศวร) จังหวัดพิษณุโลก................................................................56
ช
สารบญั ภาพ (ต่อ)
ภาพ หนา้
ภาพที่ 27 แสดงสดั สว่ นของวงศป์ ลาท่ีพบในตัวอย่างปลานา้ จดื ท่ีส้ารวจจากแมน่ า้ นา่ น
จงั หวดั พษิ ณุโลก………………………………………………………………………………………………………………..57
ภาพท่ี 28 เปรยี เทยี บจ้านวนปลาทังหมดที่ติดเชือตวั อ่อนระยะเมตาเซอร์คาเรีย............................59
ภาพที่ 29 ภาพ A และ B ตวั อ่อนระยะเมตาเซอรค์ าเรียของพยาธใิ บไม้
ภายใต้กลอ้ ง Stereomicroscope…………………………………………………………………………………...…59
ภาพท่ี 30 ภาพ A และ B ตัวออ่ นระยะเมตาเซอรค์ าเรยี ของพยาธิใบไม้
ภายใต้กลอ้ ง Compound microscope………………………………………………………………………........60
1
บทที่ 1
บทนา้
1.1 ความส้าคัญและท่มี าของปญั หาที่ท้าการวจิ ยั
โรคตดิ เชือพยาธใิ บไม้ยงั คงเปน็ ปญั หาทางด้านสาธารณสุขที่ส้าคญั ของหลายประเทศในแถบ
ทวีปเอเชียเเละเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ โดยเฉพาะพยาธใิ บไมท้ ี่สามารถติดต่อจากปลา (Fish-borne
trematode: FBT) ในปี ค.ศ. 1995 องค์กรอนามยั โลกไดป้ ระมาณการวา่ ท่วั โลกมผี ู้ตดิ เชือพยาธิ FBT
มากกว่า 18 ลา้ นคน และมปี ระชากรท่ีมีความเส่ียงตอ่ การตดิ พยาธิเหลา่ นใี นประเทศที่พัฒนาเเล้วมาก
ถึง 500 ล้านคน (WHO, 1995) เช่น อียิปต์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น
ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เเละไทย เป็นต้น (Manning, et al., 1971 : Chontananarth, 2017) จึงท้าให้มี
หน่วยงานจากภาคส่วนต่าง ๆ มีการรณรงค์และให้ความรู้ถึงความส้าคัญในการรับประทานอาหาร
โดยเฉพาะการรับประทานอาหารท่ีปรงุ จากปลาแบบสุก ๆ ดิบ ๆ ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ การตดิ พยาธใิ บไม้ได้
พยาธใิ บไมส้ ามารถพบได้ในปลาน้าจืดมีเกลด็ ขาววงศ์ปลาตะเพียนซึง่ เป็นโฮสต์กงึ่ กลางส้าคัญ
ของระยะติดต่อเรียกว่าตัวอ่อนพยาธิระยะเมตาเซอร์คาเรีย (Metacercariae) เป็นสาเหตุท้าให้เกิด
การติดเชือในคน เช่น พยาธิใบไม้ตับ (Liver flukes) และพยาธิใบไม้ล้าไส้ขนาดเล็ก (Minute
intestinal flukes) เป็นต้น โดยเกิดจากการรบั ประทานตวั อ่อนระยะเมตาเซอร์คาเรยี ทีอ่ ยู่ในเนือปลา
หรือครีบปลา พยาธิใบไม้ตับที่มีการระบาดในประเทศไทย ได้แก่ Opisthorchis viverrini ซึ่งเป็น
สาเหตุในการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchiasis) (ประยงค์ และคณะ, 2535) ซ่ึงพบว่ามี
ความสัมพันธต์ ่อการเกิดโรคมะเรง็ ท่อน้าดี (วิฑูรย์ และ พรี พร, 2540) ส่วนพยาธใิ บไม้ทพ่ี บในปลาน้า
จืดซึ่งเป็นโฮสต์กึ่งกลางอีกชนิดหน่ึง คือพยาธิใบไม้ล้าไส้ขนาดเล็ก ซ่ึงพบความชุกสูงทางภาคเหนือ
(กรรณิการ์ และ อดุลศักดิ์, 2564) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกดิ โรคพยาธิใบไมล้ ้าไส้ (Heterophyiasis)
จากรายงานการระบาดในประเทศไทย พยาธิใบไม้ล้าไส้ขนาดเล็กส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์
Heterophyidae ไ ด้ แ ก่ Haplorchis taichui, H. pumilio, Haplorchoides sp., Centrocestus
caninus, C. formosanus และ Stellantchasmus falcatus อาการทวั่ ไปของการติดเชอื เช่น การ
อักเสบ การระคายเคือง ท้องร่วง และบวมน้า เป็นต้น พยาธิเหล่านีสามารถไชหรือหลุดเข้าไปใน
กระแสเลือดและเข้าสู่อวัยวะอ่ืน ๆ ของร่างกาย เช่น สมอง เนือเย่ือใต้ผิวหนัง กล้ามเนือ ตับ ปอด
ม้าม เป็นต้น ซึ่งก่อให้เกิดพยาธิสภาพอย่างรนุ แรงได้ (ฐาปนา, 2558) ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความชกุ ของ
ตัวอ่อนพยาธิระยะเมตาเซอร์คาเรียขึนอยู่กับหลากหลายปัจจัย ทังชนิดของโฮสต์กึ่งกลางตัวที่หน่ึง
หรือโฮสต์กึ่งกลางตัวที่สอง คือหอยและปลาน้าจืด ตามล้าดับ รวมถึงสภาพแวดล้อมและสภาพความ
เป็นอยู่ของประชากรในพืนท่ี ตลอดจนพฤติกรรมการบริโภคอาหารจากปลาสุก ๆ ดิบ ๆ และ
พฤตกิ รรมการขบั ถ่ายอุจจาระลงสแู่ หลง่ น้า ส่งผลให้เกิดการแพรก่ ระจายของพยาธไิ ด้
2
จากการรายงานการแพรร่ ะบาดของพยาธิใบไม้ในจงั หวัดพิษณโุ ลก มีรายงานเกยี่ วกบั สภาวะ
การติดพยาธิในปลา ณ บรเิ วณเขือ่ นแควน้อยบ้ารุงแดน ตรวจพบตัวอ่อนพยาธิระยะเมตาเซอร์คาเรีย
ทงั สนิ 3 ชนดิ คือ H. taichui, Haplorchoides sp. และ C. caninus สว่ นปลาทีพ่ บจ้าแนกไดเ้ ปน็ 5
อันดับ (Order) 6 วงศ์ (Family) 17 ชนิด (Species) ปลาที่พบตัวอ่อนระยะเมตาเซอร์คาเรีย มี 9
ชนิด คอื ปลาตะเพยี นทราย ปลาสรอ้ ยขาว ปลาสรอ้ ยลูกกล้วย ปลาซวิ ควาย ปลากระมงั ปลาซวิ ครีบ
แดง ปลาไสต้ ันตาแดง ปลาไสต้ นั ตาขาว และปลาหนามหลัง (วราภรณ์ และคณะ, 2557)
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศแหล่งน้าต่าง ๆ อาจมีผลกระทบต่อ
แพร่กระจายของโฮสต์กึ่งกลางในแหล่งน้าซึ่งเป็นปัจจัยหน่ึงที่ส่งผลต่อการติดเชือพยาธิใบไม้ ดังนัน
การวจิ ัยครังนีจึงเป็นการศึกษาเกี่ยวกับความชกุ ของตัวออ่ นพยาธใิ บไมร้ ะยะเมตาเซอร์คาเรยี ทตี่ ิดเชือ
ในปลาวงศ์ปลาตะเพียนจากชาวประมงพืนบ้านท่ีจับมาจากแหล่งน้าตามธรรมชาติ หรือน้ามาขาย
ภายใต้ตลาดท้องถิ่นในเขตพืนท่ีจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาครังนีอาจน้าไปใช้เป็น
แนวทางในการเก็บสถิติการพบพยาธิใบไม้ในพืนที่จังหวัดพิษณุโลก หรือวางแผนป้องกันและควบคุม
โรคตดิ เชอื พยาธใิ บไมใ้ นประชาชนตอ่ ไปได้
1.2 วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั
1. เพ่ือส้ารวจความหลากหลายเเละความชุกของชนิดปลาน้าจืดจากตัวอย่างปลาในแหล่ง
น้าธรรมชาติ
2. เพื่อจ้าเเนกชนิดของตัวอ่อนพยาธิใบไม้ระยะเมตาเซอร์คาเรยี ท่พี บในตัวอยา่ งปลาน้าจืด
จากแหลง่ นา้ ธรรมชาติ
1.3 ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับ
ท้าให้ทราบความชุกของชนิดปลาน้าจืด และความชุกของตัวอ่อนพยาธิใบไม้ระยะเมตา
เซอร์คาเรียในปลาน้าจืดจากแหล่งน้า ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในครังนีอาจน้าไปใช้เป็นแนวทางใน
การวางแผนปอ้ งกันและควบคุมโรคตดิ พยาธใิ บไม้ตอ่ ไป
1.4 ขอบเขตของการวจิ ยั
ศกึ ษาปลาน้าจืด บรเิ วณแม่น้าน่าน จังหวัดพิษณุโลก ระหวา่ งเดอื น กรกฎาคม ถงึ สงิ หาคม
พ.ศ. 2565 โดยจัดจา้ แนกชนิดปลาน้าจืดที่พบ ตรวจสอบปรสิตในระยะเมตาเซอร์คาเรยี ทพี่ บในปลา
น้าจืด และศึกษารปู ร่างลักษณะตวั อ่อนระยะเมตาเซอรค์ าเรียของพยาธใิ บไมท้ ี่พบในปลาน้าจืดท้าการ
ตรวจสอบสปชี สี ์ของพยาธโิ ดยวิธีทางโมเลกุล มีพืนท่ีท่ที า้ การศึกษา 2 พนื ที่
จุดสา้ รวจท่ี 1 อ้าเภอเมอื ง จงั หวดั พิษณโุ ลก
จดุ ส้ารวจที่ 2 อา้ เภอพรหมพิราม จงั หวดั พิษณโุ ลก (เขือ่ นนเรศวร)
3
1.5 สถานทท่ี า้ วิจัย
ห้องปฏบิ ตั ิการภาควชิ าจุลชวี วิทยา และปรสติ วิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
มหาวทิ ยาลยั นเรศวร จงั หวัดพิษณุโลก
1.6 ระยะเวลาในการท้าวิจัย
ระหว่างเดือน กรกฎาคม - กันยายน 2565
4
บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจัยทเี่ กี่ยวข้อง
2.1 ประวัตแิ ละทม่ี าของแม่น้าน่าน
แม่น้าน่าน มีต้นก้าเนิดอยู่ในเทือกเขาหลวงพระบาง จังหวัดน่าน มีความยาวตลอดล้าน้า
740 กิโลเมตร ซงึ่ ยาวที่สดุ ในแควต้นน้าเจา้ พระยา ซ่งึ เป็นหนงึ่ ในแม่น้าสายหลกั ในภาคเหนือและภาค
กลางของไทย แมน่ า้ นา่ น มาจากทิวเขาหลวงพระบางและทิวเขาเพชรบรู ณไ์ หลมาบรรจบกนั แม่น้าปิง
ท่ีจังหวัดนครสวรรค์ มีความยาวประมาณ 500 กิโลเมตร โดยไหลผ่านจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ เข้าเขต
จังหวดั พษิ ณุโลก ที่อา้ เภอพรหมพริ าม มีเข่อื นนเรศวรยกระดับหรอื กนั เพอ่ื ผนั นา้ เขา้ คลองชลประทาน
ทังสองฝงั่ นา้ นา่ นไหลผ่านต้าบลตลกุ เทียม ตา้ บลศรีภมิ รย์ ต้าบลวงฆอ้ ง ต้าบลหนองแขม ต้าบลพรหม
พิราม ต้าบลท่าช้าง และ ต้าบลมะตูม ตามล้าดับเหนือใต้ จากนันไหลผ่านเข้าเขตอ้าเภอเมือง
พิษณุโลก ต่อไปทางใต้ ผ่านต้าบลสนามคลี อ้าเภอบางกระทุ่ม รวมความยาวท่ีไหลผ่านจังหวัด
พิษณุโลกประมาณ 127.5 กิโลเมตร (กิติวุฒิ และ ปรัชญาณี, 2556) แล้วไหลผ่าน อ้าเภอเมืองพิจติ ร
อ้าเภอตะพานหิน อ้าเภอบางมูลนาก รวมกับแม่น้ายม ที่ต้าบลเกยไชย อ้าเภอชุมแสง จังหวัด
นครสวรรค์ แล้วไหลไปรวมกับแม่น้าปิง ที่ต้าบลแควใหญ่ อ้าเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
แม่น้าน่าน เป็นแม่น้าสายหลักที่หล่อเลียงผู้คนทังจังหวัด และทอดยาวไปจนถึงดินแดนตอนล่าง
กงึ่ กลางของประเทศ ประจบกันเป็นแมน่ ้าเจ้าพระ (พงศธร, ม.ป.ป.)
ภาพที่ 1 ขอบเขตลุ่มแม่น้าสาขาในลุ่มแมน่ ้านา่ น
(สถาบนั สารสนเทศทรัพยากรน้าและการเกษตร, 2555)
5
2.2 ประวัติ เขือ่ นนเรศวร
จากปัญหานา้ ทว่ มเปน็ ประจา้ ทกุ ปีในพืนท่ี จังหวดั พษิ ณุโลก และจังหวดั ใกล้เคียง โดยเฉพาะ
บริเวณทุ่งสาน อ้าเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ถูกน้าท่วมในพืนท่ีการเกษตรกว่า 95,000 ไร่
ด้วยอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ มองเห็นว่าการก่อสร้างเข่ือนทดน้า
แม่น้าน่านท่ีไหลจากเขื่อนสิริกิต์ิ เพื่อแก้ไขปัญหาน้าท่วมในพืนที่ทุ่งสาน และพืนท่ีโดยรอบพร้อมทัง
สามารถกักเก็บไว้ในฤดูแล้ง และเป็นที่แหล่งน้าทางชลประทานทางการเกษตรอีกด้วย จึงได้
พระราชด้าริใหม้ ีการก่อสร้างโครงการส่งนา้ และบ้ารุงรกั ษาเข่ือนนเรศวร หรือเขื่อนนเรศวรขึนท่ีบ้าน
หาดใหญ่ หมู่ 7 ต้าบลพรหมพิราม อ้าเภอพรหมพริ าม จงั หวดั พษิ ณโุ ลก เม่ือปี 2518
นายสุรินทร์ ทรัพย์สกุล หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้าเข่ือนนเรศวร กล่าวว่า หลังจาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ได้ทรงพระราชด้าริให้ก่อสร้างเขื่อนนเรศวร ขึนในปี
2518 แลว้ เสรจ็ ในปี 2525 โดยมพี ระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช พร้อมดว้ ยสมเด็จ
พระนางเจ้าสิรกิ ิติ์ บรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์
เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินดั ดามาตุ ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธานเปิดปา้ ยเขื่อนนเรศวร
อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2525 ซ่ึงในครังนันมีประชาชนชาวพิษณุโลก และ
ใกลเ้ คียงเดนิ ทางมารบั เสดจ็ กนั เป็นจา้ นวนมาก
ภาพที่ 2 เข่ือนนเรศวร ตังอยูบ่ นแมน่ ้าน่าน อา้ เภอพรหมพิราม จังหวดั พษิ ณุโลก
ที่มา: https://www.egat.co.th/home/naresuan-rohpp/
โครงการพฒั นาเกษตรชลประทานพิษณุโลก เรมิ่ ด้าเนนิ การโดยการกอ่ สร้างเข่ือนนเรศวรซ่ึง
เป็นเขื่อนทดน้ากันล้าน้าน่าน ที่บริเวณบ้านหาดใหญ่ ต้าบลพรหมพิราม อ้าเภอพรหมพิราม จังหวัด
พษิ ณุโลก ซ่ึงเข่อื นทดนา้ แห่งนีอยู่ด้านท้ายน้าของเขอ่ื นสิริกิต์ิ เป็นระยะทางตามล้าน้าประมาณ 176
กิโลเมตร พร้อมทังก่อสร้างระบบส่งน้า ระบบระบายน้า บรรเทาอุทกภัย และระบบชลประทานใน
แปลงนา พร้อมทังก่อสร้างอาคารประกอบต่าง ๆ เพ่ือจัดสรรน้าให้แก่พืนที่เพาะปลูกทัง 2 ฝั่งของ
แม่นา้ นา่ น คดิ เปน็ พืนทป่ี ระมาณ 1,454,700 ไร่ ในบรเิ วณพนื ทีใ่ นเขตจังหวัดพษิ ณุโลก ไดแ้ ก่ อา้ เภอ
6
พรหมพิราม อ้าเภอเมือง อ้าเภอบางระก้า และอ้าเภอบางกระทุ่ม ในจังหวัดพิจิตร ได้แก่ อ้าเภอ
สามง่าม อ้าเภอตะพานหิน อ้าเภอโพธิ์ประทับช้าง อ้าเภอโพทะเล และอ้าเภอบางมูลนาค ตลอดจน
พนื ท่ีตอนบนของจังหวัดนครสวรรค์ ไดแ้ ก่ อ้าเภอชุมแสง (สา้ นักงานชลประทานท่ี 3, 2557)
2.3 ปลาน้าจดื ทีพ่ บในประเทศไทยและมีความส้าคัญทางการแพทย์
รายช่ือพันธ์ุปลาน้าจืดท่ีพบในประเทศไทย พบปลาน้าจืดอย่างน้อย 17 อันดับ (Order)
56 วงศ์ (Family) และ 700 ชนดิ โดยทว่ี งศ์ทีม่ ีจ้านวนชนดิ มากที่สดุ คอื วงศป์ ลาตะเพยี น สร้อย และ
ซิว (Cyprinidae) รองลงมาคือ วงศป์ ลาจงิ จก และวงศ์ปลาหมู (ชวลติ , 2547) ซง่ึ ประเทศไทยมแี หล่ง
น้าจืดหลายแห่งทั่วทุกภูมิภาคทังท่ีเป็นแหล่งน้าธรรมชาติและสร้างขึนท่ีเป็นถิ่นอาศัยของพันธ์ุปลา
หลากหลายชนิด โดยเฉพาะปลาวงศป์ ลาตะเพียนซ่ึงมชี นิดและจา้ นวนปลามากท่ีสดุ ในปลาน้าจืดเกล็ด
ขาว และเป็นแหล่งอาหารที่ส้าคญั ของประชาชน นอกจากนนั ยงั เป็นโฮสตก์ ่งึ กลางชนิดทส่ี องเป็นพวก
ปลาน้าจืดท่ีพบได้ตาม หนอง บึง ทุ่งนา อ่างเก็บน้าต่าง ๆ ส้าหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาเป็น
ระยะติดต่อเมตาเซอร์คาเรีย ของพยาธิใบไม้ตับและล้าไส้อีกด้วย การตรวจพบเมตาเซอร์คาเรียใน
แหล่งพืนที่ต่าง ๆ นันสามารถบ่งบอกได้ว่า ในแหล่งน้ายังคงมีหอยน้าจืดและปลาน้าจืดชนิดที่เป็น
โฮสต์ ก่งึ กลางของพยาธิใบไม้อาศยั อยูร่ วมกัน ตลอดจนประชาชนในพนื ท่ียังคงมพี ฤติกรรมท่ีเส่ียงต่อ
การท้าให้เกิดการแพร่ระบาดของเชอื พยาธใิ บไม้ในตับและล้าไส้อยู่ (พิสษิ ฐ์, 2557)
2.3.1 การจ้าแนกชนั อนั ดบั และวงศ์ ตา่ งๆ ของปลาน้าจดื ท่พี บในประเทศไทย
ปลาใน Subclass นีส่วนใหญ่พบท่ัวไปในน้าจืด น้ากร่อย และน้าทะเล โดยพันธุ์ปลาน้าจืด
ของประเทศไทยนันพบแล้วประมาณ 700 ชนิด จาก 17 อันดับ (Order) 56 วงศ์ (Family) (ชวลิต
และคณะ, 2540) ได้แก่
ตารางท่ี 1 แสดงรายช่ือพันธ์ปุ ลานา้ จดื ทีม่ ีรายงานพบในไทย
ชัน (Class) อนั ดับ (Order) วงศ์ (Family)
Chondriichthys Pristiformes Pristidae (Sawfish วงศฉ์ นาก)
Myliobatiformes Dasyatidae
Osteoglossidae (Stingray วงศป์ ลากระเบน)
Actinopterygii Osteoglossiformes Notopteridae
Anguillidae (Bonytongue วงศ์ปลาตะพัด)
Anguilliformes Sundasalangidae (Featherback วงศ์ปลากราย)
Salmoniformes (True Eel วงศ์ปลาตูหนา)
Engraulididae (Tropical Noodlefish วงศ์
Clupeiformes Clupeidae ปลาถ่ัวงอก)
(Anchovy วงศ์ปลาแมว)
(Sardine วงศ์ปลาหลังเขยี ว)
7
Actinopterygii Cyprinidae (Carp and Barb วงศ์ตะเพียน,
(ตอ่ )
ซิว, สร้อย)
Cypriniformes Balitoridae (Flying Fox วงศป์ ลาจงิ จก)
Cobitidae (Loach วงศ์ปลาหม)ู
Gyrinocheilidae (Honey Sucker วงศป์ ลาสรอ้ ย
นา้ ผงึ )
Bagriichthidae (Black Lancer วงศป์ ลาดกุ มูน)
Bagridae (Bagrid Catfish
วงศป์ ลากด, ปลาแขยง)
Siluridae (Sheat Catfish วงศป์ ลา
เนอื ออ่ น)
Schilbeidae (Schilbeid Catfish
วงศ์ปลาหวเี กศ)
Pangasiidae (Giant Catfish
วงศป์ ลาสวาย)
Amblycipitidae (วงศป์ ลาดัก)
Siluriformes Akysidae (วงศ์ปลาขยุย)
Parakysidae (วงศ์ปลาขยุยพร)ุ
Sisoridae (วงศป์ ลาแค)้
Clariidae (Walking Catfish วงศ์ปลาดกุ )
Heteropneustidae (Stinging Catfish วงศ์ปลาจีน)
Chacidae (Angler Catfish วงศป์ ลากะ
แมะ)
Olyridae (วงศป์ ลาดุกบอนหางแหลม)
Ariidae (Sea Catfish วงศ์ปลากด
ทะเล)
Plotosidae (Eel catfish วงศ์ปลาดุกทะเล)
Atheriniformes Phallostethidae (วงศป์ ลาบู่ใส)
Hemiramphidae (Halfbeak วงศ์ปลาเข็ม)
Beloniformes Belonidae (Needslefish วงศป์ ลากะทุง
เหว)
Oryziidae (Ricefish วงศป์ ลาซวิ ข้าวสาร)
Cyprinodontiformes Aplochelidae (Panchax วงศป์ ลาหวั ตะกวั่ )
Indostomiformes Indostomidae (Dwarf Stickleback วงศป์ ลา
จิมฟนั จระเข้ แคระ)
8
Actinopterygii Gasterosteigformes Syngnathidae (Piperfish วงศป์ ลา
(ตอ่ ) Synbarnchiformes จิมฟันจระเข้)
Synbranchidae (Swamp Eel วงศป์ ลาไหล)
Mastacembelidae (Spiny Eel วงศ์ปลากระทิง)
Chaudhuriidae
Ambassidae (วงศ์ปลาหลดแคระ)
(Glassperch วงศ์ปลา
Coiidae แป้นแกว้ )
Sciaenidae (Tigerperch วงศป์ ลาเสือตอ)
Polynemidae (Croaker วงศ์ปลาจวด)
Toxotidae (Threadfin วงศ์ปลากเุ รา)
Nandidae (Archerfish วงศป์ ลาเสอื
พน่ นา้ )
Kuhlidae (Leaffish, Cameleon วงศ์
ปลาเสอื ด้า)
(Flagtail วงศป์ ลาหางธง)
Perciformes Odontobutidae (Chinese Sleeper วงศ์ปลาบู่
Eleotrididae เขตหนาว)
(Sleeper วงศป์ ลาบู่ทราย)
Gobiidae (Goby วงศ์ปลาบ)ู่
Anabantidae
Belontiidae (Climbing Perch วงศ์ปลา
Helostomidae หมอ)
Osphronemidae (Gouramy, Betta วงศป์ ลา
Luciocephalidae สลิด, กดั , กรมิ )
Channidae (Kissing Gouramy วงศป์ ลา
หมอตาล)
(Giant Gouramy วงศ์ปลา
แรด)
(Pikehead Gouramy วงศ์
ปลาช่อนเข็ม)
(Snakehead, Mueeel วงศ์
ปลาช่อน)
Pleuronectiformes Soleidae (Solre วงศป์ ลาลินหมา)
9
Actinopterygii Cynoglossidae (Tonguefish วงศ์ปลายอด
(ต่อ) Tetraodontiformes Tetraodontidae มว่ ง)
(Puffer วงศ์ปลาปักเปา้ )
2.3.2 รายงานวจิ ัยท่ตี รวจพบตัวอ่อนของพยาธใิ บไมร้ ะยะเมตาเซอร์คาเรยี ในปลานา้ จดื
ตารางที่ 2 การส้ารวจทีพ่ บตวั อ่อนพยาธใิ บไมใ้ นตา่ งประเทศ
พืนท่ี Family ชนิดปลาทตี่ รวจพบตัวออ่ นระยะ
นครหลวงเวยี งจันทร์ Cyprinidae ปลาไส้ตันตาเเดง
และจ้าปาสกั (Anematichthys apogon Valencie
ประเทศลาว ปลากระเบน
(Cyclocheilichthys armatus Valen
ปลากระสูบ
(Hampala dispar Smith, 1934)
ปลาตะเพียนทราย
(Puntius brevis Bleeker, 1850)
ปลาขาวไส้ตัน
(Cyclocheilichthys repasson Bleek
ปลาสรอ้ ยนกเขา
(Osteochilus hasseltii Valencienn
ปลาตะพาก
(Hypsibarbus lagleri Rainboth, 199
ปลากระเบน
(Labiobarbus leptocheilus Valenc
ปลากระเบน
(Onychostoma elongatum Pelleg
10
ะเมตาเซอรค์ าเรีย พยาธใิ บไม้ทต่ี รวจพบ อา้ งอิง
(Eom, et al., 2015)
ennes, 1842) Opisthorchis viverrini
nciennes, 1842) Haplorchis taichui
H. yokogawai
H. pumilio
Centrocestus formosanus
ker, 1853)
nes,1842)
96)
ciennes, 1842)
grin & Chevey, 1934)
นครหลวงเวยี งจนั ทร์ Anabantidae ปลาแกง
และสวุ รรณเขต Cyprinidae (Cirrhinus molitorelle Valencienn
ประเทศลาว ปลาตะเพยี นขาว
(Barbonymus gonionotus Bleeke
ปลากระมงั
(Puntioplites proctozysron Bleek
ปลาสรอ้ ยขาว
(Henicorhynchus siamensis Sauv
ปลากระเเห
(Barbonymus schwanefeldi Bleek
ปลายี่สก
(Probarbus labeaminor Roberts,
ปลาหมอ
(Anabas testudineus Bloch, 1792)
ปลาตะเพียนทราย
(Puntius brevis Bleeker, 1850)
ปลากระสูบจุด
(Hampala dispar Smith, 1934)
ปลากระมังครบี สูง
(Puntioplites falcifer Smith, 1929
ปลาซวิ หนวดยาว
(Esomus metallicus Ahl, 1923)
nes, 1844) O. viverrini 11
er, 1850) H. taichui (Rim, et al., 2008)
ker, 1865) H. yokogawai
vage, 1881) C. formosanus
ker, 1853)
1992)
)
9)
เวยี ดนาม Cyprinidae ปลาโจก
(Cyclocheilichthys armatus Valen
ปลาหนามหลัง
(Mystacoleucus marginatus Vale
& Valenciennes, 1842)
Onychostoma elongatum
ปลาไสต้ นั ตาขาว
(Cyclocheilichthys repasson Blee
ปลาสร้อยนกเขา
(Osteochilus hasseltii Valencienn
ปลาตะพาก
(Hypsibarbus lagleri
Labiobarbus leptocheila Rainbot
ปลาแกง
(Cirrhinus molitorelle Valencienn
ปลาตะพากแหลือง
(Onychostoma elongatum Pelleg
ปลาเฉา(Ctenopharyngodon idellu
Cuvier & Valenciennes, 1844)
ปลาล่ิน
(Hypophthalmichthys molitrix Val
12
nciennes, 1842)
enciennes in Cuvier
eker, 1853) (Phan, et al., 2010)
nes, 1842)
h, 1996)
nes, 1844)
grin & Chevey, 1934)
us Valenciennes in Clonorchis sinensis
H. pumilio
H. taichui
lenciennes, 1844) C. formosanus
ปลายี่สกเทศ
(Labeo rohita F. Hamilton, 1822)
ปลาไน
(Cyprinus carpio Linnaeus, 1758)
กระเบน
(Cirrhinus mrigala Hamilton, 1822
จนี Cyprinidae Pseudorasbora parva Temminck
Hemiculter leucisculus Basilewsky
Perccottus glehnii Reshetnikov, 20
Rhodeus sinensis Günther, 1868
ปลาทอง (Carassius auratus Linnae
Cyprinus carpio Linnaeus, 1758
Gobiidae Ctenogobius giurinus Rutter, 1897
Gobionidae Saurogobio dabryi Bleeker, 1871
Cobitidae Misgurnus anguillicaudatus Canto
Siluridae Silurus asotus Linnaeus, 1758
Channidae Ophiocephalus argus Cantor, 184
Salangidae Hemisalanx prognathus P. W. Fan
13
) C. sinensis (Wang, et al., 2022)
2) Metorchis orientalis
& Schlegel, 1846
y, 1855 Echinochasmus japonicus
010
eus, 1758
7
or, 1842
42
ng, 1934
ตารางที่ 3 การสา้ รวจที่พบตวั อ่อนพยาธใิ บไม้ในประเทศไทย
พนื ท่ี Family ชนดิ ปลาท่ีตรวจพบตัวอ่อ
เขอื่ นปา่ สกั ชลสิทธ์ิ Cyprinidae
ปลากระมัง
(Puntioplites proctozysron
ปลาตะโกก
(Cyclocheilichthys enoplo
ปลาซ่า, ปลาสรอ้ ยลูกกลว้ ย
(Labiobarbus siamensis V
ปลาสรอ้ ยขาว
(Henicorhynchus siamens
ปลาตะพาก
(Acrossocheilus malcolmi
ปลาสรอ้ ยนกเขา
(Osteochilus vittatus Vale
ปลากระแห
(Barbonymus schwanenfe
ปลาตะเพยี นทอง
(Barbonymus altus Günth
ปลากระสบู
14
อนระยะเมตาเซอรค์ าเรยี พยาธใิ บไมท้ ่ตี รวจพบ อ้างอิง
n Bleeker, 1865) (นวลพรรณ, 2556)
C. fomosanus
H. pumilio
os Bleeker, 1850)
Van Hasselt, 1823)
sis Sauvage, 1881)
i Smith, 1945)
enciennes, 1842)
eldii Bleeker, 1853)
her, 1868)
อา้ เภอแม่ลาว Eleotridae (Hampala macrolepidota
จงั หวัดเชยี งราย Cyprinidae 1823)
ต้าบลริมกก อา้ เภอ Cyprinidae ปลาบู่ทราย (Oxyeleotris m
เมือง จังหวัดเชยี งราย 1852)
ปลาหนามหลงั
(Mystacoleucus marginat
Cuvier & Valenciennes, 18
ปลาตะเพยี น
(Barbonymus gonionotus
ปลากระแห
(Barbonymus schwanenfe
ปลาซ่า
(Labiobarbus siamensis V
ปลาสรอ้ ยขาว
(Henicorhynchus siamens
ปลาสร้อยนกเขา
(Osteochilus vittatus Vale
ปลาสร้อยขาว
(Henicorhynchus siamens
ปลาซา่
(Labiobarbus siamensis S
ปลาตะเพยี น
15
a Kuhl & Van Hasselt, H. taichui (พิสิษฐ์ และคณะ,
marmorata Bleeker, Haplorchoides sp. 2557)
Unidentified species
tus Valenciennes in (พสิ ิษฐ์ และ
842) H. taichui อมรรัตน์, 2557)
Haplorchoides sp.
Bleeker, 1850)
eldii Bleeker, 1853)
Van Hasselt, 1823)
sis Sauvage, 1881)
enciennes, 1842)
sis Sauvage, 1881)
Sauvage, 1881)
อา่ งเก็บนา้ แมน่ งึ Cyprinidae (Barbonymus gonionotus
อ้าเภอเมอื งปาน ปลากระแห
จงั หวดั ล้าปาง (Barbonymus schwanenfe
Cichlidae ปลาหนามหลงั , ปลาขยี อก
(Mystacoleucus marginat
Cuvier & Valenciennes, 18
ปลากระแห
(Barbonymus schwanenfe
ปลาซิวครบี แดง
(Rasbora myersi Brittan,
ปลาสรอ้ ยลกู กล้วย, ปลาซ่า
(Labiobarbus siamensis V
ปลากระสบู ขดี
(Hampala macrolepidota
1823)
ปลาซิวมายเออร์
(Rasbora myersi Brittan,
ปลาปากหนวด
(Hypsibarbus suvattii Rain
ปลานิล
(Oreochromis niloticus Li
16
Bleeker, 1850)
eldii Bleeker, 1853) H. taichui (กรรณิการ์ และ
อดุลยศ์ กั ด,์ิ 2562)
tus Valenciennes in Haplorchoides sp.
842) C. fomosanus
Unidentified species
eldii Bleeker, 1853)
1954)
Van Hasselt, 1823)
a Kuhl & Van Hasselt,
1954)
nboth, 1996 )
innaeus, 1758)
จงั หวัดเชียงใหม่ Osphronemidae ปลากระดห่ี มอ้
Cyprinidae (Trichopodus trichopterus
ปลาตะเพยี น
(Barbonymus gonionotus
ปลาหนามหลงั , ปลาขียอก
(Mystacoleucus marginat
Cuvier & Valenciennes, 18
ปลากระมัง
(Puntioplites proctozysron
ปลาสร้อยขาว
(Henicorhynchus siamens
ปลาไสต้ ันตาแดง
(Anematichthys apogon
ปลาสรอ้ ยลูกกลว้ ย, ปลาซา่
(Labiobarbus siamensis) V
ปลาสรอ้ ยนกเขา
(Osteochilus vittatus Vale
ปลากระสูบขีด
(Hampala macrolepidota
1823)
ปลาแก้มช้า
17
s Pallas, 1770) H. taichui (Nithikathkul,
Bleeker, 1850) Haplorchoides sp. and Wongsawad,
2008)
tus Valenciennes in
842)
n Bleeker, 1865)
sis Sauvage, 1881)
Valenciennes, 1842)
Van Hasselt, 1823)
enciennes, 1842)
a Kuhl & van Hasselt,
Anabantidae (Systomus rubripinnis Vale
Valenciennes,1842)
Notopteridae ปลาตะเพยี นทอง
(Barbonymus altus Günt
อา่ งเก็บน้าหนองญาติ Cyprinidae ปลากาด้า
อา้ เภอเมือง จงั หวดั (Labeo chrysophekadion
นครพนม
ปลาหมอไทย
(Anabas testudineus Blo
ปลาสลาด
(Notopterus notopterus P
ปลาไสต้ ันตาขาว
(Anematichthys repasson
ปลาหนามหลงั , ปลาขยี อก
(Mystacoleucus marginat
Cuvier & Valenciennes, 18
ปลากระมัง
(Puntioplites proctozysron
ปลาตะเพียนทราย
(Puntius brevis Bleeker, 1
ปลาซวิ ควาย
(Rasbora tornieri Ahl, 192
ปลาสร้อยขาว
18
enciennes in Cuvier &
her, 1868) Gauhatiana sp. (อนวัทย,์ 2561)
Bleeker, 1849) Allocreadium sp.
och, 1792)
Pallas, 1769) Helostomatis sp.
n Bleeker, 1853) Genarchopsis goppo
tus Valenciennes in
842) Plagioporus sp.
n Bleeker, 1865) Haplorchoides sp.
1850)
22)
Bagaridae (Henicorhynchus siamens
ปลาสร้อยลกู กล้วย, ปลาซ่า
Clariidae (Labiobarbus siamensis V
Channidae ปลาสรอ้ ยนกเขา
Pristolepididae (Osteochilus vittatus Vale
ปลาสร้อยเกลด็ ถ่ี
(Thynnichthys thynnoides
ปลาแกม้ ช้า
(Systomus rubripinnis Val
Valenciennes, 1842)
ปลากระสบู จุด
(Hampala dispar Smith,
ปลากดขาว
(Hemibagrus nemurus Va
ปลาดุกด้าน
(Clarias batrachus Linnae
ปลาชอ่ น
(Channa striata Bloch, 17
ปลาหมอช้างเหยียบ
(Pristolepis fasciata Blee
19
sis Sauvage, 1881)
Van Hasselt, 1823)
enciennes, 1842)
s Bleeker, 1852)
lenciennes in Cuvier &
1934)
alenciennes, 1840)
eus, 1758)
793)
eker, 1851)
Anabantidae ปลาหมอไทย
(Anabas testudineus Bloc
เขื่อนล้าตะคอง เขือ่ น Cyprinidae
ล้าปาว เขอ่ื นน้าอูนและ ปลาไส้ตนั ตาขาว
บึงหนองหาน (Anematichthys repasson
ปลากระมงั
(Puntioplites proctozysron
ปลากระแห
(Barbonymus schwanenfe
ปลาสรอ้ ยขาว
(Henicorhynchus siamens
ปลาไส้ตนั ตาแดง
(Anematichthys apogon
ปลาตะเพยี น
(Barbonymus gonionotus
ปลาสรอ้ ยนกเขา
(Osteochilus vittatus Vale
ปลากระสบู ขดี
(Hampala macrolepidota
1823)
ปลาแกม้ ช้า
20
ch, 1792)
O. viverini (วชั ริยา, 2554)
Haplorchoides sp.
n Bleeker, 1853)
n Bleeker, 1865) C. caninus
eldii Bleeker, 1853) H. pumilio
H. taichui
Unidentified species
sis Sauvage, 1881)
Valenciennes, 1842)
Bleeker, 1850)
enciennes, 1842)
a Kuhl & van Hasselt,
Bagaridae (Systomus rubripinnis Vale
Valenciennes,1842)
โครงการฝายหวั นา Cobitidae ปลาตะพากส้ม
จงั หวัดศรสี ะเกษ Cyprinidae (Acrossocheilus malcolm
ปลากระสบู จุด
อา้ เภอศรีสงคราม Cyprinidae (Hampala dispar Smith,
จงั หวัดนครพนม
ปลากดเหลือง
(Hemibagrus filamentus F
ปลาแขยงขา้ งลาย
(Mystus multiradiatus Ro
ปลารากกล้วย, ปลาช่อนทราย
Hasselt, 1823
ปลาไสต้ นั ตาแดง
(Anematichthys apogon
ปลาสร้อยนกเขา
(Osteochilus vittatus Vale
ปลาตะเพยี น
(Barbonymus gonionotus
ปลาสรอ้ ยครบี แสด
(Henicorhynchus ornatipin
ปลาตะเพียนทราย
(Puntius brevis Bleeker, 18
21
enciennes in Cuvier &
mi Smith, 1945)
1934
Fang & Chaux, 1949)
oberts, 1992)
ย (Acantopsis sp. Van
Valenciennes, 1842) O. viverini (ประวิ, 2557)
enciennes, 1842)
Intestinal flukes (อนวัทย์ และคณะ,
(Unidentified species) 2561)
Bleeker, 1850)
nnis Roberts, 1997) Haplorchoides sp.
850) O. viverini
เข่ือนแควนอ้ ย บา้ รุง Cyprinidae ปลาซิวควาย
แดน จงั หวัดพิษณโุ ลก (Rosbora tornieri Ahl, 192
ปลาตะเพียน
(Barbonymus gonionotus
ปลาสร้อยเกลด็ ถ่ี
(Thynnichthys thynnoides
ปลาไสต้ นั ตาขาว
(Anematichthys repasson
ปลาหนามหนงั
(Mystacoleucus marginat
Cuvier & Valenciennes, 18
ปลาสร้อยขาว
(Henicorhynchus siamens
ปลาไส้ตันตาแดง
(Anematichthys apogon V
ปลาตะเพยี น
(Barbonymus gonionotus
ปลากระมัง
(Puntioplites proctozysron
ปลาซวิ ควาย
(Rosbora tornieri Ahl, 192
22
22) Unidentified species (วราภรณ์, และ
Bleeker, 1850) คณะ, 2557)
s Bleeker, 1852) H. taichui
n Bleeker, 1853) Haplorchoides sp.
tus Valenciennes in C. caninus
842)
sis Sauvage, 1881)
Valenciennes, 1842)
Bleeker, 1850)
n Bleeker, 1865)
22)
23
2.4 พยาธทิ พ่ี บในปลานา้ จืด (Fish-borne parasite)
พยาธิทพ่ี บในปลาน้าจดื (Fish-borne parasitic zoonoses) ยังคงเป็นปัญหาตอ่ สขุ ภาพของ
ประชาชนมากกว่า 40 ล้านคนท่ัวโลก เเละสามารถพบได้ในเเถบเอเชียเเละเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(Chai, et al., 2014) ได้แก่ อียิปต์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า จีน เกาหลี ญปี่ ่นุ ฟลิ ปิ ปนิ ส์ ไต้หวัน
เเละประเทศไทย (Li, et al., 2013 : Boerlage, et al., 2013 : Sohn, et al., 2014 : Chai, et al.,
2015) ในประเทศไทยสว่ นใหญ่มักพบโรคพยาธิใบไมล้ ้าไส้และพยาธิใบไมต้ ับในประชากรทีอ่ าศัยอยู่ใน
เขตพืนท่ีภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ เลย นครราชสีมา
มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุดรธานี ศรีสะเกษ นครพนม อุบลราชธานี เเละพิษณุโลก (วิวิชชุตา, 2549)
โดยมีสาเหตุของการติดพยาธิจากการบริโภคอาหารท่ีปรุงจากปลาแบบสุก ๆ ดิบ ๆ ท่ีมีตัวอ่อนพยาธิ
ระยะเมตาเซอร์คาเรีย เชน่ ปลาสม้ ก้อยปลา ลาบปลา ปลารา้ เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทยมีการพบตวั
ออ่ นระยะเมตาเซอรค์ าเรียของพยาธิใบไมต้ ับกลุ่ม Opisthorchiidae ได้แก่ Opisthorchis viverrini
ทกี่ อ่ ใหเ้ กิดโรคพยาธใิ บไม้ตับ และมีความสมั พันธ์กับการเกดิ โรคมะเรง็ ตบั และท่อน้าดี ส่วนพยาธิใบไม้
ใ น ล้ า ไ ส้ ก ลุ่ ม Herterophyid ไ ด้ แ ก่ Haplorchis taichui, H. Yokogawai, H. Pumilio,
Centrocestus caninus, Stellantchasmus falcatus (Radomyos, 1998) โดยท่ัวไปพยาธิใบไม้
ตับและพยาธิใบไม้ในล้าไส้มีวงจรชีวิตที่คลายคลึงกัน คือ มีโฮสต์ตัวกลางชนิดท่ีหนึ่ง
(1st intermediate host: IH) เป็นหอยน้าจืด และโฮสต์ตัวกลางชนดิ ท่ีสอง (2nd IH) เป็นปลาน้าจืดมี
เกล็ดขาววงศ์ปลาตะเพียน โดยภายตัวปลาน้าจืดอาจมีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ท่ีเป็นระยะติดต่อที่
สามารถก่อโรคในคนและในสัตวอ์ ่ืน ๆ ได้ (พิสษิ ฐ์, 2557)
2.5 พยาธใิ บไม้ (Trematodes or Flukes)
พยาธิใบไม้เป็นหนอนตัวแบนจัดอยู่ใน Class Trematoda ซึ่งเป็นปรสิตทังหมด เเละเป็น
ปญั หาทส่ี า้ คัญทางสาธารณสุขและพบการแพร่กระจายทั่วโลก ลกั ษณะทว่ั ไปของพยาธิใบไม้ มีรปู รา่ ง
ยาวรี โดยจะยาวเรียวทางด้านหัว (anterior) เเละป้านทางด้านท้าย (posterior) ล้าตัวด้านท้องเบน
(ดวงรัตน์ เเละ อนุลักษณ์, 2560) ไม่มีช่องว่างในล้าตัว มีอวัยวะที่ใช้ยึดเกาะเป็นกล้ามเนอื แข็งแรงท่ี
เรียกว่า sucker มี 2 ชนิด คือ oral sucker อยู่ส่วนปลายด้านหน้าล้อมรอบช่องปาก และ ventral
sucker ซึ่งอยู่ทางด้านท้องของพยาธิ ส่วนใหญ่มีอวัยวะเพศผู้และเพศเมียอยู่ในตัวเดียวกัน
(hermaphrodite หรือ monoecious) มีระบบประสาท ระบบขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์พัฒนาอย่างดี
และสมบูรณ์ซึ่งเห็นได้ชัดมากอยู่บริเวณกลางล้าตัวระหว่างแขนงของล้าไส้ทังสองข้าง การสืบพันธ์ุมี
2 แบบ คือ ระยะเต็มวัยการสืบพันธ์ุแบบมีเพศ (sexual reproduction) ส่วนระยะตัวอ่อนมีการ
สืบพันธุ์แบบไม่มีเพศ (asexual reproduction) (นวลพรรณ, 2556) การจัดจ้าแนกกลุ่มพยาธิใบไม้
แบบง่าย โดยเเบ่งตามอวัยวะท่ีพยาธิตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในโฮสต์ ซ่ึงเป็นวิธีนิยมใช้กันในปรสิตวิทยา
ทางการเเพทย์ โดยเเบ่งพยาธิใบไมอ้ อกเป็น 4 กลมุ่ ท่ีมคี วามสา้ คญั ทางการแพทย์ในประเทศไทย ดังนี
(Verbun, et al., 1908 : Leipe, et al., 1915 : Prommas, 1927 : Sadun, 1955 : Wykoff, et al.,
1965)
24
1.) พยาธใิ บไม้ปอด (Lung flukes) จัดเปน็ พยาธิทอี่ าศยั อยใู่ นเนอื ปอด พยาธิใบไม้ปอดทีม่ ี
ความส้าคัญทางการเเพทย์ ได้แก่ Paragonimus westermani เเละ Paragonimus
heterotremus
2.) พยาธใิ บไมล้ ้าไส้ (Intestinal flukes) พยาธติ ัวเต็มวัยอาศยั อยู่ในล้าไ้ส้เล็กหรือล้าไส้
ใหญ่ สามารถเเบ่งเปน็ 3 กลมุ่ ตามขนาดของพยาธิตัวเตม็ วัยเเละไข่ ได้แก่
- พยาธิใบล้าไสข้ นาดใหญ่ (Large intestinal flukes) พยาธิกลุม่ นีตัวเตม็ วยั เเละไข่มี
ขนาดค่อนขา้ งใหญ่ ไข่มีลกั ษณะเหมือนของไขพ่ ยาธิใบไม้ตบั ได้แก่ Fasciolopsis buski
- พยาธิใบไม้ล้าไส้ขนาดกลาง (Medium intestinal flukes) พยาธิกลมุ่ นีตวั เต็มวัยมี
ขนาดกลาง ได้แก่ Echinistoma malayanum, E. ilocanum, E. conoideum, E. revolutum
และ Hypoderaeum conoideum
- พยาธิใบไม้ลา้ ไส้ขนาดเลก็ (Minute intestinal flukes) พยาธิกลุม่ นตี วั เตม็ วยั เเละไข่มี
ขนาดเลก็ สามารถแบ่งได้เป็น 2 Family ได้แก่ Family Heterophyidae ไดแ้ ก่ H. taichui,
H. pumilio, H. yokogawai, Metagonimus yokogawai และ Stellantchasmus falcatus และ
Family Lecithodendriidae ได้แก่ Phaneropsolus bonnie และ Prosthodendrium
molenkampi
3.) พยาธใิ บไมต้ บั (Liver flukes) อาศัยในท่อนา้ ดีในตบั แบง่ ได้ 2 กลมุ่
- Family Opistorchiidae ได้แก่ Opisthorchis viverrini, O. felineus และ
Clonorchis sinensis
- Family Fasciolidae ได้แก่ Fasciola hepatica และ F. gigantica
4.) พยาธใิ บไมเ้ ลอื ด (Blood flukes) พยาธิจะอาศัยอย่ใู นเสน้ เลอื ดดา้ ภายในอวยั วะต่างๆ
ไดแ้ ก่ Schistosoma mansoni, S. haematobium, S. japonicum, S. mekongi เเละ
S. intercalatum
2.6 พยาธใิ บไม้ในลา้ ไสข้ นาดเล็ก (Minute intestinal flukes)
จากรายงานพยาธิใบล้าไสข้ นาดเล็กที่พบในไทย เเบ่งไดเ้ ปน็ 3 Family (อนลุ ักษณ์, 2560)
ดังนี
1.) Family Heterophyidae ไดแ้ ก่ H. taichui, H. yokogawai, H. pumilio,
และ Stellantchasmus falcatus และที่พบได้บ่อย ไดแ้ ก่ H. taichui, Haplorchoides sp. เเละ
Centrocestus caninus
2.) Family Lecithodendriidae ได้แก่ Phaneropsolus bonnie, P. spinicirrus เเละ
Prosthodendrium molenkampi
25
3.) Family Plagiorchiidae ที่มีรายงานในประเทศไทย Piagiorchis harinansutai
พยาธิใบไม้ล้าไส้ขนาดเล็กท่ีพบได้บ่อย ได้แก่ H. taichui, Haplorchoides sp. เเละ Centrocestus
caninus โดยตวั เตม็ วยั จะอาศยั อยใู่ นลา้ ไสเ้ ล็กของมนุษย์และสัตว์เลยี งลกู ด้วยนม พยาธิใบไม้ในลา้ ไส้
ขนาดเล็กพบมากในเขตพืนท่ีภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ก่อโรคพยาธิใบไม้ใน
ล้าไส้ (Heterophyiasis) ในประเทศแถบเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการพบพยาธิใบไม้ใน
ล้าไส้ขนาดเล็กในคนประมาณ 23 ชนิด (Waikagul, 1998) และพบในประเทศไทย 9 ชนิด
(Wongsawad, et al., 2012) ตัวเต็มวัยจะมีล้าตัวที่เเบนคล้ายรูปหยดน้า มีหนามปกคลุมตลอดทัง
ล้าตัว มีขนาดประมาณ 0.5−2.0 มิลลิเมตร ล้าตัวมีหนามปกคลุมเกือบท่ัวล้าตัว อวัยวะท่ีใช้ยึดเกาะ
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ oral sucker อยู่ปลายสุดทางด้านหน้าของล้าตัว เเละ ventral sucker
อยู่กลางล้าตัว ล้าไส้มีผนังหนา แยกออกเป็น 2 ทาง (bifurcate) มีโครงสร้างพิเศษ เรียกว่า
ventrogenital sac ซึ่งเป็นช่องเปิดรวมของระบบสืบพันธ์ุร่วมกับ ventral sucker (ฐาปนา, 2558)
(ภาพท่ี 3)
ไข่ของพยาธิใบไม้ล้าไส้ขนาดเล็กมีขนาดท่ีใกล้เคียงกับไข่ของพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งมีขนาด
ประมาณ 24−33 x 8−10 ไมโครเมตร รูปร่างคล้ายหลอดไฟ เห็นฝาปิดชัดเจน มี knob และ
shoulder ชัดเจน (Keawkes, et al., 1991) ส่วนไข่ของพยาธิใบไม้ล้าไส้ มีขนาด 28.0 x 14.0
ไมโครเมตร มีลกั ษณะรูปไข่ เปลอื กหนา shoulder ไม่ชัดเจน (ประยงค์ และคณะ, 2562)
ภาพท่ี 3 รูปรา่ งลักษณะตัวเต็มวยั ของพยาธิใบไม้ขนาดเลก็
A: Family Lecithodendriidae และ B: Family Heterophyidae
ทม่ี า: เอกสารประกอบการเรยี นวิชาปรสติ วิทยา คณะวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ มหาวิทยาลยั นเรศวร
หวั ขอ้ พยาธใิ บไม้ (อภชิ าติ, 2563)
26
ระบาดวทิ ยา
มีรายงานวา่ พบพยาธิใบไมใ้ นล้าไสข้ นาดเล็ก ในแถบเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไดแ้ ก่
อียิปต์ อิหร่าน เวียดนาม ลาว กัมพูชา จีนตอนใต้ เกาหลี ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เเละไทย
(Manning, et al., 1971 : Li, et al., 2013 : Boerlage, et al., 2013 : Sohn, et al., 2014 : Chai,
et al., 2015) เป็น พ ยาธิ ใบไ ม้ล้าไ ส้ Family Heterophyidae จ้าน ว น 6 สายพัน ธุ์ ไ ด้แก่
Centrocestus formosanus, H. taichui, H. pumilio, H. yokogawai, Procerovum varium
และ Stellantchasmus falcatus (Cribb, and Gibson 1909 : Cha,i et ai., 2009) การศึกษาหา
ความชกุ ของเมตาเซอร์คาเรยี ทีไ่ ต้หวัน ในปี ค.ศ. 1995 ในปลาทีจ่ บั จากทะเลสาบ Sun Moon พบวา่
ปลาที่มีการติดเชือพยาธิชนิดนีเป็นปลาน้าจืด Hemiculter leucisculus พบว่าร้อยละ 96.23 ของ
เมตาเซอรค์ าเรียท่ีส้ารวจเปน็ ของ H. taichui (Ooi, et al., 1997) สว่ นพยาธใิ บไม้ล้าไส้ขนาดเล็กที่มี
การรายงานว่าพบบอ่ ยในประเทศไทยและเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้นัน แสดงขอ้ มลู ดงั ตารางท่ี 4
การแพร่กระจายของเมตาเซอร์คาเรียในแต่ละพืนที่มีความแตกต่างกันขึนอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ
เช่น ฤดูกาล และแหลง่ น้า เป็นตน้ โดยแตล่ ะฤดูกาลจะพบระยะเมตาเซอร์คาเรยี มากนอ้ ยแตกต่างกัน
เน่อื งจากชว่ งฤดูฝนจะมีนา้ จา้ นวนมากท้าให้ไขข่ องพยาธิ ทอี่ ยู่ในอุจจาระไหลลงไปตามแหลง่ นา้ ตา่ ง ๆ
โดยระยะเวลาการเจริญเติบโตของตัวอ่อนพยาธิใบไม้ล้าไส้ จะใช้เวลาค่อนข้างนาน เม่ือเมตาเซอร์
คาเรียเจริญเติบโต ซึ่งจะตรงกับฤดูหนาวที่สามารถตรวจพบการแพร่กระจายของระยะเมตาเซอร์
คาเรียได้จ้านวนมาก (Sukontason, et al., 1999) และพบว่าความชุกของการติดเชือในปลาน้าจืด
อาจขึนอยู่กับปริมาณนา้ ฝนท่ีตกลงมา หากช่วงไหนท่ีมปี รมิ าณน้าฝนตกมากก็สามารถตรวจพบระยะ
เมตาเซอร์คาเรียได้เป็นจ้านวนมาก (Wiwanitkit, 2005) นอกจากนียังขึนอยู่กับชนิดของหอยน้าจืด
และปลาน้าจดื ที่อาศยั รวมกันในแหล่งน้า เนื่องจากหอยและปลาเป็นโฮสต์กง่ึ กลางท่มี ีความส้าคัญท่ีท้า
ให้วงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ล้าไส้ครบสมบูรณ์ ซึ่งแต่ละพืนที่นันมีการบริโภคที่แตกต่างกัน รวมถึง
พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ปรุงจากปลาสุก ๆ ดิบ ๆ และการขับถ่ายอุจจาระลงแหล่งนา้ ซ่ึงท้าให้
เกิดความเสีย่ งตอ่ การแพร่ระบาดของโรคพยาธใิ บไม้ลา้ ไสไ้ ด้
27
ตารางที่ 4 พยาธใิ บไม้ล้าไสข้ นาดเล็กที่มรี ายงานพบในประเทศไทยและเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
(ดดั แปลงจาก Wongsawad et al., 2012 : นิมิตร และ เกตุรตั น์, 2546)
แหลง่ ทม่ี รี ายงานพบผ้ตู ิดเชอื พยาธิ
พยาธิ ประเทศไทย เอเชียตะวนั ออก
เฉียงใต้
Family Heterophyidae
Haplorchis taichui เชียงใหม่ อุดรธานี หนองคาย ลาว ฟลิ ิปปนิ ส์
H. pumilio เชยี งใหม่ อดุ รธานี ขอนแกน่ ลาว ฟลิ ิปปนิ ส์
H. yokogawai อุดรธานี อนิ โดนีเซีย
Stellantchasmus falcatus เชยี งใหม่ ฟลิ ิปส์ปินส์
Centrocestus formosanus เชียงใหม่ เชียงราย ฟิลิปปนิ ส์
Family Lecithodendriidae อดุ รธานี หนองคาย อินโดนีเซยี
Phaneropsolus bonnie กาฬสนิ ธุ์ มาเลเซีย ลาว
P. spinicirrus อดุ รธานี หนองคาย อนิ โดนีเซีย ลาว
Prosthodendrium molenkampi
Family Plagiorchiidae ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือของ -
Plagiorchis harinasutai ประเทศไทย
Haplorchis taichui
รูปรา่ งลกั ษณะของตัวเตม็ วัย
Haplorchis taichui รปู ร่างคล้ายหยดน้า ตัวเต็มวัยของพยาธิ H. taichui ตัวเต็มวยั จะมีขนาด
ประมาณ 1.1 x 0.45 มลิ ลเิ มตร ผิวหนังมหี นามขนาดเล็ก ทปี่ กคลุมผวิ หนังสว่ นหวั 1/3 ส่วนท้ายไม่มี
หนาม มี oral sucker ขนาด 60 x 65 ไมครอน ส่วน ventral sucker มีหนามเรียงเป็นโค้งคล้ายรูป
พัด 12−16 อัน หลอดอาหารยาวเห็นได้ชัดเจน ขนาด 245 ไมครอน และมีอัณฑะอันเดียว รูปร่าง
กลม ขนาดใหญ่ 255 ไมครอน seminal vesicle แบ่งเป็น 2 ส่วน เห็นได้ชัดเจนอยู่ด้านท้าย รังไข่
กลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 92 ไมครอน อยู่ท้ายของ ventrogenital sac ส่วน seminal
receptacle รูปร่างไข่อยู่ทางด้านขวา ด้านข้าง ซึ่งหลังรังไข่ มีขนาด 127 x 100 ไมครอน vitelline
gland เป็น lobe ขนาดมีขนาดใหญ่ กระจายอย่ทู ั่วตัวของพยาธิ (ฐาปนา, 2558) (ภาพที่ 4)
28
ภาพที่ 4 ระยะตัวเต็มของพยาธใิ บไมล้ ้าไส้ขนาดเล็ก
A= H. pumilio, B= H. taichui, C= H. yokogawai เเละ D= Stellantchasmus falcatus
ทม่ี า: Dung, et al., 2007
รูปร่างลกั ษณะของระยะไข่
ไข่ของพยาธิ H. taichui เปลือกหนา มีสีน้าตาล รูปร่างรี คล้ายหลอดไฟ หรือเม็ดเเตงโม มี
ขนาดประมาณ 23−32 x 10−16 ไมครอน คล้ายกับไขข่ องพยาธิ O. viverrini มี shoulder ไม่ชัดเจน
เเละ operculum เหน็ ชัด มี knob ทางด้านท้ายของไข่ (อดุลยศ์ กั ด,ิ์ 2561) (ภาพท่ี 5)
ภาพที่ 5 ลกั ษณะไขข่ องพยาธิ H. taichui
ทีม่ า: อดลุ ย์ศักด,ิ์ 2561
รูปร่างลักษณะของตัวออ่ นระยะเซอร์คาเรีย (Cercariae)
ตัวอ่อนระยะเซอร์คาเรีย เป็นตัวอ่อนระยะสุดท้ายที่มีการเจริญในหอย โดยเจริญมาจาก
ระยะสปอโรซสิ ต์ หรือริเดียมรี ปู รา่ งหลายแบบแล้วแตช่ นิดของตวั ออ่ นพยาธิ ลักษณะของตัวอ่อนเซอร์
คาเรียส่วนใหญม่ ีล้าตวั รปู รี มหี างส้าหรบั ว่ายน้า (นมิ ิตร และ เกตรุ ัตน์, 2546) ปากล้อมรอยดว้ ย oral
sucker ต่อจากนันจะเป็นคอหอยและล้าไส้ที่แยกแขนงออกเป็น 2 แฉก มีต่อมต่าง ๆ ได้แก่ head
gland, preacetabular gland, postacetabular gland แ ล ะ escape gland (ส ม า น , 2559)
(ภาพท่ี 6)