The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บุญชู ภูศรี. (2563). ท้าวคดท้าวซื่อ. อุบลราชธานี : สํานักงานส่งเสริมบริหารงานวิจัย บริการวิชาการและทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 120 หน้า
306.09593
ISBN 978-974-523-390-4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Boonchoo Poosri, 2023-09-19 22:37:25

ท้าวคดท้าวซื่อ

บุญชู ภูศรี. (2563). ท้าวคดท้าวซื่อ. อุบลราชธานี : สํานักงานส่งเสริมบริหารงานวิจัย บริการวิชาการและทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 120 หน้า
306.09593
ISBN 978-974-523-390-4

Keywords: ภูมิปัญญาชาวบัาน,ใบลาน,วัฒนธรรมไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

95 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี บแมน เทียวหาคา ขายของอันตาง พญาเฮย ผัวอยูซอน เทียมขางก็หากมี อันวา เมืองของขา พารานัคเรศ ขาอยาก เห็นประเทศหอง เมืองบานจิ่งตาวมา แทแลว ยามนั้น เปนเดือนหา เมษาปใหม ฝูงหมู ตนหมากไม เปนปุมจอจี อันวา จอมศรีนอย วาจาตามเหตุ อันวา ตนหมากไม เมืองนี้ก็หากหลาย เหลือที่ ผลมันนอย บมีสุกบม อันวา หมากไมเมืองขานอย กินไดซูยาม พระเฮย อันวา หมากไมนี้ มีมากเหลือหลาย ขาได นําเอาแกน ใสเฮือนมาพรอม คันวา ใจประสงคแลว กินสุกเพาะปลูก พระเฮย ก็หาก ยามเดียวเทานั้น สุกเขมเฮื่อเฮียง บชาง คือเมืองเจา คองกินนานขนาด เมืองขานอย ผิดแทตางกัน แทแลว แตนั้น พระก็ฟงเสียงเวา นางคานเปนประหลาด สังวา ปลูกหมากไม กินไดงายดาย ชางมา อุบายเวา ความตัวะใหหลงเชื่อ ขอยบ มีเชื่อแท อยามาเวาใหเบื่อหู สาวบุญชูเลยตาน ความจริงบโลภลาย ขาหาก ปลูกซูมื้อ กินเรื่อยบเซา อันวา ในสะเภาขา เอามาแกนหนึ่ง คันวา คิดอยากแท เอาน้ําโสรจสรง แทแลว พระก็ ฟงนางเวา แถลงเปนหลายวาด ขอยบ ไดเชื่อแท อยามาเวาเบื่อหู คันวา มีในหอง สะเภาทองเจาขี่ มานั้น มาพันตอสู กันแททดลอง ขอยนี้ พญาหลวงแทบไดวาจาเหลน เปนคําตัวะลาย จริงแลว คันมี ใหลองเบิ่งคันวาจริงจั่งเวา สิยอมใหเคิ่งเมือง คันบ มีจริงแท สิเอานางเปนทาส จับเขาหอง ขังไวดังโจร ใหเปน คนอาสาเลี้ยง ชายโจรคุกใหญ


96 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี คนตั้ง เจ็ดแปดฮอย ใหโฮมเจาผูเดียว นางบ มีขัดแท ตามใจแตสิพูด แกนหมากมวงขานอย หุงขาวก็บทัน พระเฮย พระยิ่งซ้ําเดือดฮอน เห็นนางพูดคําจริง พระก็ เอาจูมทอง ตอยตีเสียงหาว คนก็ ไหลมาแท ทั้งเมืองแนนอั่ง จักวา อุบาทวฮาย พญาเจาเยี่ยงใด เขาก็ ไวแวนฟาว ตามทางปบแลน ฮอดแหงหอง พญาเจากลาวจา พระก็ เค็ง ๆ ตาน เสียงดังเกงขนาด อันวา หญิงผูนี้ มาเวาประหลาดใจ เขาวา เมืองใหญพุน ปลูกหมากมวงกินสุก หากได กินยามเดียว บทันพอมื้อ หรือสิ เอายังขาว สาลีมาตมแขง ปลูกหมากมวงหากแลว หุงขาวบทัน วาดาย เขาหาก อุบายเวา เฮาเห็นเปนประหลาด เฮามา พันตอสู เขาแทอยากลัว คันวา จริงคําแท สิยอเมืองใหเคิ่งหนึ่ง เฮาสิ ยอมอบให เมืองนั้นบขีน คันหาก มิดอิ้งติ้ง บคือดังเขาจา สิจับ ขังตะรางหลวง ใหพวกโจรเขาเนน ก็หาก เห็นดีแท วาจาตั้งเที่ยง ทางพุนพี้ สัจจาหมั้นตอกัน อยาพันกันเหลน เสียฝนทางบาป พระก็ ลุกจากหอง โฮงกวางบนาน อันวา นางคานแกว ตามไปเฮ็วฮีบ ฮอดแหงหอง สะเภาแกวอยู(เชา) พระก็ ผายคําตาน พญาหลวงโดยดวน ใหฮีบ จัดแจงหมอ หุงขาวอยานาน เขาก็ หาฟนได ดังไฟเฮ็วฮีบ แลวก็ ตักเอาขาวใสหมอคาง สาแลวเลาหุง อันวา ศรีไวแกว นางคานนั่งอยู นางก็ เคี้ยวหมากเหลน พระองคเจาเลาถาม


97 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี เจาสังมาอยูซง จัดปลูกไววา เขาก็ พากันแนมเบิ่งนาง สินําสรงน้ํา คนก็ ไหลหลามเขา ยอคอกมสอง เหลียวซายลาย มีตั้งแตคน ลางคน แลดูนิ้ว มือนางบมีเปด สังมา งามลื่นลน อยากขอเขาฮวมเฮียง เบิ่งเด คันวา พระหากแพ สิเอาใสตะรางหลวง มาเสียดายเดนอ โจรเขาสิเนน คันแมน เฮาเปนเชื้อ พญาหลวงยศใหญ สิเอาไวแนบซอน แฝงขางอุนทรวง เจาเฮย พอเมื่อ เคี้ยวหมากแลว นางเลาวาจา สิลอง ฮดผลา ใหพญามองเยี่ยม แลวเอา ขันตักน้ํา เทลงใสกะตา หนอแตกพน สูงขึ้นคืบปลาย ฝูงหมู คนทั้งหลายลน เอากันมาเบิ่ง พญาแจมเจา เห็นแลวแปลกก็ใจ อันวา ศรีคานไท ตักถอกที่สอง ก็หาก เปนลําสูง ออนใบเขียวอวน อันวา นางยอมวน ที่สามถอกใส ดอกปงซอน หอมเทาทั่วคน เขาก็ สลวนเวา วาหอม ๆ บมีขาด พญาแจมเจา ตากระดางปากบเปน ก็หาก เห็นกระบวนแลว ตักลงที่สี่ เลยเลา เปนหมากปุม พญาเจาล่ําคอย ก็หาก อัศจรรยแท เห็นเปนอันหลาก เลยเปนปุม พวงออนดูงาม นางซ้ํา ตักเอาน้ํา คันทีสาดใส ซ้ําบาดหา แดงเขมกลิ่นหอม ก็ปดยอมวน ถวายบาทองคกษัตริย ก็หาก กินดีแท หวานเย็นหอมออน พญาแจมเจา คางโอตอนาง โอนอ คาดสิเสียเมืองบาน ใหนางคานทรงอยู สานอ สังวา หมากมวงเจา เปนแทงายดาย


98 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี สังมาอุกใจเด เสียเมืองเคิ่งหนึ่ง เสียคอม นางนาฏนอย อายหนาเทพดา นางก็ วาจาตาน พญาหลวงอยาไดโศก หญิงก็ ยังตางแท บแลหนาเบิ่งกระบวน อันวา หญิงในหอง เมืองอวนมันบต่ํา ส่ําผูชายสิเวา เขานั้นก็บกลัว เห็นวา เปนชายแท สิถือความแข็งขม หญิงรือ หมายสิ เอาขานอย ทานใหแกโจร ขานอย บไดขีนขัดของ กับเมืองพญาใหญ ใหเจา ขนเสื้อผา มาไวใสสะเภา อันวาคนเมืองตก มาเปนทาสทางพี้ ขอยสิ เอาพร่ําพรอม เมือบานถิ่นเดิม พระหาก เห็นดีแท จัดคนโดยดวน ฮีบไป ขนเสื้อผา เงินพรอมมอบนาง พวกหนึ่งให ไปเอาขาทาสาโดยดวน อยาไดชา นางนอยสิตาวเมือ เขาก็ ฮีบฟงฟาว ตกแตงเดาดา เงินคํามา มอบนางยอเมี้ยน กับทั้งทาว บาคานคืนสง กับทั้ง พวกมหาดนอย คืนแทดังเดียว อันวา ชาวเมืองนั้น กลับมาเถิงที่ เขาก็ ยังงึดงอ นางนอยปลูกเปน อันวา ตนพญาเจา ลาเมือหาราช ยังแต ชุม(แจม)เจา จาเวาอิ่นออย นางก็ คิดคอย ๆ น้ําตายาวยมไหล เพราะอาลัยผัวตน เวทนาหิ้วขาว อันวา นางคานไท เห็นบาผอมจอย กับทั้ง พวกไพรนอย หิวขาวสะแมงตาย ทาวก็ ผายคําตาน เมียแพงตามเหตุ เวรขอยมี จิ่งไดเปนขอยใช เขาแทพร่ํานาน คันวา หมดเวรแลว ฝูงเฮาบมีโศก สิได สุขอยูลวน เมืองบานอยูสบาย นองเฮย


99 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี หัวกะโหลกทาวคด ขอเมือนํา “ฮีบมาเอาไปถอน เมือนําอยาไดหาง” พอเมื่อ จากันแลว กลับคืนเมืองเกา หัวบักเวรผัดเลาเอิ้น หาแกวเสี่ยวสหาย โตชาง สิไลเฮาไว ในเมืองของเพิ่น ใผสิ มาปากเวา ดอมแทแหงเฮา ขอยแลเจา หากเปนเสี่ยวแพงฮัก สังสิ ไลลาปละ เคียดใหเฮาวางถิ่ม ฮีบมา เอาไปถอน เมือนําเปนหมู ชางสิ ละขอยไว เมืองนี้บควร บาดวา ไฟลามไหม ดอนเลาเผาจูด เฮาหาก ไปบได ไฟไหมกระดูกหัว ไผสิ มาควาหิ้ว เอาเฮามมเหตุ เฮาหาก คิดตอแท สหายแกวผูเดียว ฮีบมา เอาไปถอน เมือนําอยาไดหาง พอแม สอนสั่งให โตนั้นก็บจํา แทนอ สังบ ฟงความเวา พระปตาสอนบอก ฮีบมาเอาบักขอหลอ เฮา(นี่)ใสสะเภา เสี่ยวเฮย แตนั้น ทาวตอบตาน จาตอหัวผี มึงนี้ คนอัปรีย อยาสิเมือนําถอน มึงหาก เปนคนขวงแท ขายกูใหเปนทาส ความมึง หากหวานจอย ๆ ขันตั้งตอตี ซ้ํามา ตัวะกูเขา ในตะรางคุกใหญ มึงนี้ คนผอกพน หมายฆาตั้งแตกู กูสิ ปละมึงไว ใหเขาเอาคอนใส คันวา เก็บไวได คุณนั้นก็บมี แทนา แตนั้น ผีก็เวาอิ่นออย จาตอบาคาน ทั้งเลา พุม ๆ เสียง กลาวจาทั้งไห ชางสิ ปละเฮาไว ในเมืองบควรชอบ เฮาหาก ผิดเผาผู สหายแกวอยาเค็ม เฮาสิ จําคําไว นําสหายสัตยซื่อ ฮีบเอา เมือพร่ําพรอม เมือไวแหงนคร เสี่ยวเฮย


100 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี แตนั้น ทาวก็ฟงคําตาน หัวสหายนอมเหนี่ยว คิดอีดูแจมเจา เอาขึ้นใสสะเภา แลวก็ พากันเขา สะเภาทองกวักวาด ขึ้นไปตามแมน้ํา หลายมื้อบเซา นางศรีคานตีหัวกะโหลกแลวโยนลงน้ํา “นางก็บายลงน้ํา จมเสียบเห็นไง” อันวา หัวผีเวา วาจาเอิ้นเสี่ยว สังมา ปละละไว เฮาคางอยูสะแนน นี้เด สังมาบ เอาเฮาเขา เมือในหาบอน แนแหม แดดแฮงฮอน หัวหลอนสิแตกตาย แทแลว แตนั้น นางคานได ยินใผเอิ้นวาเสี่ยวกัน เหลียวไปซ้ํา ผัดเห็นแตหัวขอหลอ คาคางอยูสะแนน นางก็ สําคัญแท ผัวกูไดติดยาก เห็นสิ แมนสิ่งนี้ เข็ดฮายใสกรรม จนได เปนคนใช ของเขาแข็งขม ทําเวียกบาน การยาวบไดเซา นางก็ กําเอาได เหล็กสะแลงมาฟาด อันวา หัวขอหลอ สะเด็นฟงแตกทะลาย นางก็ บายลงน้ํา จมเสียบเห็นไง แขวของมัน ก็เลยเปนในหมากเบี้ย หอยโขงหนวยทะเล คนก็ได นํามาเหลน การพนันคีกคู แลวแต มันสิเกิดขึ้น บเจียมยานผูใด คันเฮา พอใจแท สิลงเอาทางคีก มันซ้ํา ยังพลิกปน ทะลอนเยื้อนอยูเลิง มันบ คึดฮักแท ฝูงคนอยูในโลก มีแต โขกหนาเจา หัวหลอนบถอย แทแลว ถาวา เฮาไดแกว ฝูงหมูเงินคํา ก็ดี ถาเฮาไป คบกับมัน ตองเสียทีแท อยาสิ หวังมีถอน ฝูงคนเหลนโบก องคพระพุทธิเจา สอนไวอยากระทํา มันจัก ทําตนให เสียตระกูลทั้งโคตร


101 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี แนวคน เหลนโบกเบี้ย ใผสิยองวาดี อันนี้ มันหากเปนนําแท บักผีเวรทําบาป มันหาก เปนคนผอกพน ตัวะเจาใหเชื่อความ ตัวะให มีการเหลน ทางพนันเบี้ยโบก มันตอง โขกหนาเจา หัวหลอนบถอย ซ้ําผัด ตัวะยัวะใหปอย ดาผิดเถียงกัน จนได เถิงตีกัน คอบการพนันเหลน คันวา เมือเถิงบาน เมียแพงซ้ําพัดโกรธ คอบโต ไปเหลนเบี้ย เสียเงินแกวมากหลาย ขอยหาก บรรยายให ฟงไปอยาประมาท อยาได ทําหยาบชา ไปหนาบดี มันจัก อัปรียแท ภายลุนสิโออาว อยาได ทําอยางนี้ ไปหนาโทษสิมี บัดนี้ ก็หากบรบวรณแลว บักผีเวรหัวแตก หมดทอนี้ ไปหนาบมี เจาเฮย ทาวซื่อและนางศรีคาน ฮอดเมืองพารา “ฮอดแหงหอง โฮงกวางอยูสบาย” บัดนี้ จักไดจาเถิงเจา นายสะเภากลับตาว กอนแลว มื้อสืบมื้อ ไปหนาบเซา ก็จิ่ง ไปฮอดใกล เมืองใหญธานี อันเมืองของตน แตเดิมดาเคา แลวก็ (เอา)เฮือเขา สะเภาทองพักจอด ฝูงคน ก็ไหลหลั่งลน แลเยี่ยมลําดู อันวา บุญชูเจา นําของเมือฮีบ ฮอดแหงหอง โฮงกวางอยูสบาย ก็หาก หมดกรรมแลว บาคานบมีโศก ยูทาง นอนอยูหอง หอแกวกลอมเมีย แทแลว ก็หาก มีสุขแท เงินคําแนนอั่ง ยูทาง ทานทอดให สังฆเจาแผผาย เจาเฮย เถิงเมื่อ วันศีลแลว ลงฟงธรรมเทศน ศีลหาตั้ง ยอไวที่สูง


102 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทาวหาก คึดกอเกื้อ ผายแผกองบุญ จอมแพงนาง ก็ดังเดียวกันแท ทาวก็ ลงมาสราง สงสารในโลก นับได สองรอยเขา ตัวเจาสิ้นตระกูล แลวก็ เอาตนขึ้น เมือเทิงสวรรคโลก ปราสาทหอง เมืองฟาอยูสวรรค อันนี้ ก็หากเวรของทาว บาคานลงใชชาติ ตั้งแต ชาติกอนพุนทาวไดจับไกโจน เจาะหนวยดวงตา มันพางานขึ้น เฮือนเขี่ยสาลีขาว ทาวหาก มีใจฮาย เจาะตาขังสุม ไกก็ ตายมอดเมี้ยน กรรมนั้นตอบถนอง แทแลว อันนี้ ก็หากเวรของทาว บาคานดังกลาว มานี้ เขาจิ่ง เจาะพระเนตรเจา เอาถิ่มลองไหล แทแลว อันวา บักหนาดาน คนถอยผญาทราม มันหาก เอาตนลง สูอบายบมีเวน ลงไป เปนเผตฮาย ไฟไหมบเซา แทแลว มวนชาดก “บัดนี้ชาดกมวน นิทานธรรมโพธิราช” บัดนี้ ชาดกมวน นิทานธรรมโพธิราช อันวา เศรษฐีเจา ตนใหญเมืองพารา บัดนี้ ก็หากแมนพญาศรีสุทโธ พอพระองคคราวนี้ อันวา แพงศรีสรอย เมียเศรษฐีตนแม ยอมอบให นางนอยแกบา ชื่อวา มหามายาแท มารดาพุทธบาท อันวา นางนาฏไท นางแกวฮวมเฮียง นางหาก ลองกลแท บาคานสัตยซื่อ พอแม ยอมอบให สองเจาไดฮวมกัน ก็หาก แมนยโสธราแท พิมพาเทียมบาท ตายจากชาติมนุษยแลว เมือขึ้นสูสวรรค แทแลว อันวา พอแมเจา ผูฮวมในอุทร นางหาก วอนเถิงตา เทพอินทรทานไห


103 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี อันวา นางคานไท บาบุญบุตตราช ฮักยิ่งเพี้ยง เสมอแกวหนวยตา อันวา บาคาน(ทาว) นําของไปตอบ คําแลแกว เงินพรอมอเนกนอง เพราะคึด เห็นคุณเขือ แตคราวถนอมเลี้ยง บัดนี้ ก็หากแมนโคตรมีเจา นางงามฮูปหลอ งามเด เปนแมเลี้ยง บาทาวเมื่อลุน นี้แลว อันวา ปตาไท มารดาผูใหเกิด นบฮอดเจา พระอินทรพรอมสงลง บัดนี้ ก็หาแมนสุกโกแท ตนอาวเทียมแทบ เปนโคตรเคา กันแทบไกล เจาเฮย อันวา พระรัสสีเจา ภาวนาในปา ไดเอา ยาใหใสแท ตาเจาจิ่งฮุงเฮียง บัดนี้ ก็หากแมนกัสสโปแท เทียมองคผูประเสริฐ ไดเปนสาวกเจา องคล้ําโลกรือ แทแลว อันวา สามเสือเจา เห็นองคพุทธเวทน จับเอาเจา เมือไหวพระรัสสี ปางนั้น บัดนี้ ก็หากศิษยของเจา นําไปใชชาติ ไดเปน สัตวต่ําชา หาเตนอยูดง เจาหาก มมโทษแลว ไปเกิดในสวรรค ไดเปน เทวบุตร หมูนางสนมเฝา อันวา อินตาเจา นําบาลงเกิด ก็หาก แมนอนุรุทธเถรเจา คราวนี้บใชใผ อันวา ทาวคดนั้น ตนเสี่ยวบาคาน เปนผูทําเวรบา กอกรรมกระทําฮาย คันวา บาคานทาว ลงมาตรัสรู มันก็ นําซอกไซ กระทําแทบเซา ก็หาก แมนเผาผู เทวทัตคนพาล ตกอยู ในอบาย บไดเงยคอได อันวา ภูธรทาว บาคานยศใหญ จับเอา บาผูกไว เปนขาเวทนา ก็หากแมน พญาอชาตศัตรูฮาย เจาคราวนี้เที่ยงจริง อันวา เทวบุตรพรอม แปงกายกลับเพศ


104 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี นําหมากมวงทิพย มาใหแกนาง คราวนั้น หากแมน มหาอานนทเจา เทียมองคพุทธบาท อุปฏฐากเจา คราวนั้นปนปว ผูที่ ไปนําเจา เขาเอาเปนทาส ไปนํา นางนาฏนอย คราวนั้นก็ดังเดียว เขาหาก เปนศิษยเจา องคเอกสัพพัญู เทียวเลาะ เปนครูสอน โผดคนทั้งคาย อันวา บาคานทาว เขาตัวะไปเทียว เขาเจาะ พระเนตรก้ํา เอาถิ่มลองไหล ก็หาก แมนแกนไท องคเอกสัพพัญู เทียวเลาะ เปนครูสอน โผดคนใหเฮียนฮู ใผอดสู ฟงไปตามเรี่ยง ก็หาก จักไดเรื่อง ในธรรมทานกลาวมา นี้แลว ยังสิได ขึ้นสูหอง นิพพานพุนบอนประสงคแทแลว เพิ่นหาก สอนสั่งให เห็นฮอมคองธรรม สอนให ทรงจําศีลภาวนา ซูวันอยามีคราน สอนคนหาญคนกลา ฟงธรรมพระเทศน อยาสิ เมาเทียวบาน กินเหลาบดี มันจัก อัปรียแท ภายลุนสิโออาว เขาสิ จับผูกมวน โยนถิ่มใสไฟ เพราะเปน คนชั่วฮาย หีนชนคนบาป ไฟสิ เผาจูดไหม ชายหญิงนั้นก็ดังเดียว เจาเฮย คันวา เฮาเปนคนสราง กินทานฟงเทศน ศีลหา ศีลแปดตั้ง จําไวอยาไล ดังนั้น คันวา ตายไปแลว ไดเวนจากอบายภูมิ จักได เอาตนกลับ สูสวรรคเมืองฟา ฝูงหมู เทวดาลอม เปนถันแหนแห บมี ความเดือดฮอน สบายบางอยูเย็น เจาเฮย ก็หาก บรบวรณแลว เทศนาจบเทศน ขาสิ ยกไวเกลา ยอนอมถวายกอนแลว นิฏฐิตัง ก็เสด็จบรบวรรควรเทานี้กอนแลฯ ฿


105 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี ขอสังเกตคําศัพท และรูปแบบการเขียน คําอธิบาย ขอสังเกตคําศัพทและรูปแบบการเขียน เกิดจากการปริวรรต และมีคําศัพทที่นาสังเกต ทั้ง ดานการออกเสียง ทั้งความหมายของคําศัพท รวมถึงรูปแบบการเขียนหรืออักขรวิธีอักษรธรรมที่ แปลกไปจากตําราเรียนอักษรธรรมทั่วไป ผูปริวรรตจึงไดทําเชิงอรรถไวแลวนําขอความในเชิงอรรถ มารวมเปนภาคผนวก การใชความหมายของคําศัพท ไดใหความหมายของคําศัพทตามสารานุกรมภาษาอีสานไทย-อังกฤษ ของปรีชา พิณทอง พิมพในปพุทธศักราช 2532 การใช้สระเอีย แทน เอือ iPO น. เฮียน (เฮือน) น. บานเรือน aP& เฟยง(เฟอง) น. มาตราเงินโบราณ คือ แปดอัฐเปนหนึ่งเฟอง เฟองหนึ่งเทากับสิบสองสตางค. oyOoP& นันเนียง ว. เสียงดังสนั่น การเขียนคําศัพทที่พจนานุกรมบันทึกเปน “เอือ” แตในตัวบทใชสระ “เอีย” สันนิษฐานวา เสียงในทองถิ่นออกเสียงเอีย ผูบันทึกจึงไดบันทึกเปนเสียงเอีย การเขียนพิเศษ 8h: คันวา แm}; แทแลว ;hR วันทา 4]}h พรรณนา vbhตอินตา น. พระอินทรโบราณเรียก อินตา อยางวา พิเศษพรอมเนืองนอบมัสการ ยอมือทูล เทโวฮอดอินตา ไท ขอจงชูชักนอยเนาพลอยพนโทษ ปางนี้แมนวาบาปหมื่นชั้น ขอใหเกื่อยไกล แดถอน (สังข). h: นาว


106 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี ก. เหนี่ยว โนม ดึง อยางวา เมื่อนั้นองคเสถียรไทเทวีวอนวา ขอแกภูวนาถนาวตน ขาขอดตาม แดถอน (สังข). การใช้คําควบกลํÊา ร EdMYk กระทํา Er;Iณ k ภาวนา Er;hO ภาวนา Edi6Iณ k กรุณา Ex}kf ประหลาด El<vO สมร น. นางงามซึ่งเปนที่รัก (ส.) อยางวา ก็หากทัวระคีกสรอยสมรมิ่งมาไกล (ผาแดง). ExoH<dP&,bO ปานมเกลี้ยงมิ่น เปลือยอกไมมีอะไรปดบังไว (บุญชู ภูศรี) EdglO กระเสน น. พิมเสน ชื่อมะมวงชนิดหนึ่งเรียก หมากมวงกะเสน กอเสน ก็วา อยางวา โตนติ เตนหมากมวงกะเสน เทียวไปเพลเจาหัวไลฆา ขึ้นกกหวาจัวนอยไลแทง ขึ้นกกแดง เอาขวานมาปา (กลอมลูก). Edg=Hk กระเชา การใช้วรรณยุกต์ gg]:y แลว -H:-yk< ขาม dYk ๆ xyO กําก่ําปน 8 k-kP คา


107 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี การใช้เครืÉองหมายไม้ยมก fyO ๆ fuO ดั่น ๆ ดิ้น dYk ๆ xyO กําก่ําปน การใช้นิคหิต 9YV ตอ 4Y พอ pYVp7O ยอยื่น ,kรํ8N มารอคอย 0YVdYV จอกอ ก็ได จอกอ ก็ได ว. สิ่งของที่เล็กรวมกันอยูเรียก กองจอกอ ถาตั้งเรียก ตั้งจอกอ ถาเปนของใหญ และรวมกันอยูเรียก กองโจโก ถาตั้งวา ตั้งโจโก. lYi\kO สรญาณ ทิพย แกวกลา เชน สรญาณ เรียก ญาณทิพยอยางวา ขอใหอินตาไทสรญาณหลิง ล่ํา (ผาแดง). voyO9Y อนันตัง อนันต ว. มากลน ไมมีที่สิ้นสุด อยางวา ฮักออนเจามีเปดเปนยาม แทแลว มีใชการ กุมแขวนหมอมชิไปเปนขา นครคนแคลวไกลกันอนันตโยชน ยังจักเห็นหนานอยกู ซ้ําซื่อรือ นั้นเด (สังข). ดั่น ๆ ดิ้น (ผูก 1: 2.1.5) กําก่ําปน (ผูก 2:10.1.4) แลว (ผูก 1: 1.2.5) ขัวขาม (ผูก 1: 8.1.2) กําก่ําปน (ผูก 2:10.1.4) คาขาย (ผูก 5:9.1.3)


108 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี ขอสังเกต : การใชเครื่องหมายนิคหิตมี 2 ประเด็น คือ ใชในกรณีที่ประกอบสระออ ไมมี ตัวสะกด ซึ่งในการบันทึกเรื่องทาวคดทาวซื่อมี 3 แบบคือ 1) - ํ และ 2) - ํÍ ซึ่ง ลักษณะที่ 2 เปนรูปแบบของการเขียนใหม สวนแบบที่ 3 คือ การใชรูปแบบจาก การเขียนภาษาบาลี ในการเขียนคําวา voyO9Y(อนันตัง) การเขียนสังโยค มฺห g,หlug,yP,b” มเหสีเมียมิ่ง ,หkgl9{u มหาเศรษฐี ,หา มหา ขอสังเกตการเขียน : การเขียนลักษณะดังกลาวเปนการนํารูปแบบการเขียนซอนตัวอักษรแบบบาลี หรือ สังโยคมาประกอบการเขียน แตการซอนคําแปลกคือ ซอนไวตนพยางค คําที่ถูก ซอนจะออกเสียงอะโดยไมตองประวิสรรชนีย และไมไดประกอบกับสระที่อยู รอบตัว สระจะใชประกอบกับพยัญชนะที่ซอนอยูดานลาง การใช้สระเอือ g’uvO เงิน g,uv” ตองการเสียงสระเอือ giuv เฮือ g]uvP เรื่อย g,uvP เมื่อย ความหมาย ก. อาการเพลียของกลามเนื้อ เรียก เมื่อย ไมอยากทํางานเรียก เมื่อย มือ ไมอยาก พูดเรียก เมื่อยปาก ไมอยากคิดเรียก เมื่อยหัว. การใช้ร และ ล รั ” ลัง ]y” ลัง


109 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี ก.ดื้อรั้น ขัดขืน การแสดงอาการขัดขืนไมทําตาม เชน วัวที่เทียมเกวียนแลวสลัก แอก เจาของตีไมยอมไปเรียก งัวลัง อยางวา อยาไดลังแข็งขอใสไปเปนทาน (ฮุง). iHF=H: ลดชั่ว ว. สิ้นลมหายใจ เรียก ลดชั่ว คือตาย อยางวา ลดชั่วเมี้ยนเมือสูนะฮกเพราะเขาทํา ปาปงบาปเวรนําเกี้ยว (กาไก). รัdgs}yi ลักเหลน ก. แอบเลน, ขโมยเลน (บุญชู ภูศรี) การเขียนคําวาลัง อาจจะไมมีเกณฑตายตัว เพราะเขียนทั้ง ล และ ร แตทั้งนี้ทั้งนั้น ผูบันทึกบังคับใหออกเสียง ล หรือ ร ไมออกเสียง ฮ เพราะวาใชตัวพยัญชนะ ร ที่มี ปลายอักษรตวัดลงมาดานลาง ซึ่งตางจาก ฮ ที่ปลายอักษรตวัดขึ้น -:i ขวัญ น. จิต, ใจ หรือกําลังใจ เรียก ขวัญ อยางวา อยาเอาขวัญหัวนองไปขีดตางสอ อยา เอาขวัญหัวนองไปฮองหีนเหลี่ยม แพรมนสี่แจใหเจาขอดออมปอมถนอมไวอยาไล (ผญา). การเขียนคําวา ขวัญ นี้ไมมีไมอันอากาศ gm:x6f เทวบุตร ขอสังเกตการเขียน : โดยปรกติถาเขียนรูปแบบดังกลาว จะอานวา ทะเว แตในบริบทตองอานวา เทว บุตร gjHk เอา ก. ยึดไว ถือไว รับไว ตองการ ทํา คําวา เอา มีความหมายหลายอยาง. เอา (ผูก 1: 1.2.2) มิ่งขวัญของเจา (ผูก 1:2.1.3) แอวลัง (ผูก 1: 2.1.4) กุมารนอยอยาลัง (ผูก 1:2.2.5)


110 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี คําวา เอา ในที่นี้เปนการเขียนลักลั่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากวาพบคําวา เอา ในที่อื่น ๆ อีกหลายผูกที่ไมมีสระเอาประกอบดานหนาสระเอลอย mY}kP ทั้งหลาย ws ไฮ ว. ไร ขัดสน ลําบาก ไมมี อยางวา เมื่อนั้นเศรษฐีเถาทังสองพอแม เลาวามาโผดเถา เฮือนไฮดั่งรือ นี้เด (สังข) เลี้ยงพี่นองฝูงหมูคนผอม ลุงอาวสูใสใจจําหมั้น ทอมคนไฮ เฮือนคลองทุกขยาก ดีดาย เขานั้นคือเขื่อนขั้นเวียงแกวเกิ่งหิน (ฮุง). ltskPgdu สหายเกลอ คําวา สหายเกลอ เจอในพจนานุกรมของปรีชา พิณทอง ในคําวา พอง โดย ยกตัวอยางจากยาสอนหลาน คือ “เฮาอาสัยพวกพองนองนุงสหายเกลอ เขาก็ อาสัยเฮาจิ่งเปนเมืองบาน (ยา)” (ปรีชา พิณทอง, 2532 : 561) gs<uvPs<yv เหมือยหมอก เหมือย น.หมอก น้ําคาง ไอน้ําที่เปนควันขาวมัวอยูตามอากาศทั่วไป เรียก เหมือย อยางวา ลัดลวงผายลานหลืบหลึมเหมือย กลายแดนดนดวนเถิงแถนฟา เมื่อนั้นสะบุหนาแถนหลวงหลิงโลก เห็นแกนเหงานงหนาฮ่ําคาญ (ฮุง). หมอก น. ไอน้ําที่ลอยอยูในอากาศ เรียก หมอก อยางวา ใกลฮุงเคาครางอั่นออระ ชอน ขัวนัวเหมือยหมอกนายนงขอน ไฟฟนใตทุกเตาเฮืองฮุง ซวาซวาขาดาตั้งแตง งาย (สังข). x\Ok ปญญา ขอสังเกตการเขียน : คําวา ปญญา ในการเขียน มีเชิง น อยูใตพยัญชนะ ญ ซึ่งจะตีความวาเปนเชิง พยัญชนะ ญ ก็มีรูปรางไมเหมือน ญ จึงสันนิษฐานวาเชิงอักษร น นี้ใชเปนตัวสะกด ของพยางคแรก คือ ปน สวนพยัญชนะ ญ ตัวเต็มนั้นประสมกับสระอา เปน ญา ปญญา ผูก 1: 7.1.1 ทั้งหลาย ผูก 1: 2.2.4


111 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี lts<ฝf สมุด คําเกาหรือใหม ขอยสิ เซ็นนําตา ฮีบซอยเดียวนี้ เขาถามนามเจา สองบานอยออน นามเจา บอกใหขอย สิเขียนไวเพื่อลืม อันวา หมูบานเจา ตั้งอยูที่ทางใด อวนสิ จดจําเอา ใสในสมุดนี้ สมุดในที่นี้คอนขางเปนสมัยใหม โดยจากเนื้อความของวรรณกรรม สมุดเปนสิ่งที่ใช ในชีวิตประจําวันแลว สามารถนําไปตามตลาดได และจดบันทึกฃื่อของผูคนที่ซื้อ ขายแบบเชื่อไว เพื่อเปนหลักฐาน evep โอะโยะ ว. เรียกสิ่งของที่กองกันไมแนน วา กองโอะโยะ ถากองเล็กเรียกวา กองเอาะเยาะ. 86t คุ 86tg=bx6& คุกะเชอบุง ขอสังเกตการเขียน : คําวา คุ เขียนดวย คุ และมีการประวิสรรชนียดานทาย แตพอนําคําวา เชอบุง มา เขียนตอทาย ทําใหเกิดขอสงสัยวาสามารถอาน “คุกระเชอบุง” ไดไหม เนื่องจาก พจนานุกรมอีสานเก็บคําวา กระเชอไวดวย ความหมาย : กระเชอ น. ภาชนะที่สานดวยไมไผ มีรูปรางคลายกระบุง ปากกวาง ใชสําหรับตวง ขาวเปลือกและขาวสาร อีกอยางหนึ่งเปนกระเชอ ชนิดใหญวางบนเกวียน ใช บรรทุกขาวเปลือก เรียก กระเชอ กระโสบ กระโล กระโลง กาบโซก็วา. บุง น. กระบุง ภาชนะที่สานดวยตอกไมไผเรียก บุง มีเชือกเปนสายใชหาบหรือหิ้ว ใสขาวเปลือก ขาวสาร หรือสิ่งของ อยางวา บุงบมีสายชิเกิดเปนทอฮาง (ยา). i^xik”P ฮูปฮางฮาย ขอสังเกต : เปนการเขียนโดยใชพยัญชนะ ฮ รวมกันระหวางคําวา “ฮาง” และ “ฮาย) สมุด ผูก 1: 8.1.1


112 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี ltx^ สบู ขอสังเกตคําศัพท : ในป พ.ศ. 2470 สบูกอนก็เขามาในไทย จากน้ํามือของญี่ปุนที่รับมาจากทางฝง ยุโรปอีกที โดยสบูกอนที่เขามานั้นเปนสบูอเนกประสงคที่ใชอาบน้ําก็ได สระผมก็ได ซักผาก็ได ลางจานก็ได ถือเปนการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวไทยครั้งยิ่งใหญ โดย คําวา ‘สบู’ เปนคําที่คนไทยใชเพี้ยนมาจากคําวา ‘soap’ เนื่องจากชาวญี่ปุนออก เสียงคํานี้วา ‘โซปปุ’ เมื่อพูดเร็วๆ ฟงเร็วๆ คนไทยก็เรียก ‘soap’ วา ‘สบู’ ไปใน ที่สุดนั่นเอง (https://thestandard.co/the-evolution-of-thai-bathing) Erx6& กระบุง น. ภาชนะสานดวยไมไผ มีรูปกลม กนเปนรูปสี่เหลี่ยม มีตีน มีสายทําดวยเชือก ใช บรรจุขาวเปลือก ขาวสาร หรือสิ่งของตางๆ เรียก กระบุง อยางวา มีจองบมีดามชิ เปนบวงตักแกง มีบุงบมีสายชิเปนทอยาฮาง (ยา). mN ถอย ขอสังเกตการเขียน : มีการใชอักษร ท และ ถ ซึ่งเปนการเขียนลักลั่นกัน เนื่องจากพบวาหลายที่คําวา ถอย มีการใช ถ เขียน ดังนี้ hYrbd น้ําพริก ในสารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ ไมพบคําวา น้ําพริก พบในคําวา แจว, บอง ในบริบทของวรรณกรรม ดังนี้ ตัวถอย (ผูก 2 :5.2.3) ผัวถอย (ผูก 2: 9.1.5) พึงคณาตัวถอย (ผูก 3: 10.1.1) เอาสบูมาถูฮุหลังเลยแลว (ผูก 2 :1.2.1)


113 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี ผัวก็ หอมเวา วาจาเสียงมวน ขอยสิ ไปเทียวคา เชิญเจาแตงแปง หาหอขาว น้ําพริกปลามัน น้ําพริกในที่นี้อาจจะหมายถึงน้ําพริกที่เปนน้ําประกอบดวยพริก น้ําปลา หรืออาจจะเปนน้ําพริกในความหมายของแจวในทองถิ่น เนื่องจากการเดินทางและ วัสดุที่ใชหออาจจะทําใหน้ําพริกในความหมายที่มีน้ําดวยหกไดนั่นเอง ในสวนของ อักษรจารึกใชคําวา น้ําพริก ชัดเจน ดังนี้ g,uPgduP เมยเกย ว. เกย นั่งทาทางสงาผาเผย คนที่นั่งทาทางสงาผาเผยมองดูนั่นดูนี้ เรียก นั่งสะเมย เกย -Hfmt,kL ขดทะหมาด ก. คด, งอ คนหลังคดเรียก คนหลังขด นอนหลังคด เรียก นอนขดขี่คู ขั่ง ขัดสมาธิเรียก นั่งขดสมาธิ นั่งขดตะหมาด ก็วา. xbOTxkL บิณฑบาต ขอสังเกต: คําวา บิณฑบาต พยัญชนะ ฑ ตัวเขียนใช ธ ในการเขียน ซึ่งไมคอยพบในการเขียน บอยนัก vue9 อี่โต น. ชื่อมีดชนิดหนึ่ง สันหนา หัวโต เรียก มีดโต มีดอี่โตพราโต พราอี่โตก็วา อยาง วา เผื่อเหนือตกใตไหลลงมากะพอแมน มีดอี่โตบเขาใหฟนเจิ้มแตไกล (กลอน). hPodkO นายนักการ หาหอขาวน้ําพริกปลามัน (ผูก 2: 8.2.1)


114 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี น. หัวหนางานหรือคนชอบทําการเรียก นักการ อยางวา มาแอบคุนคอสอดสะ เนียนทอง นายนักการเขาแตงดีดาเมี้ยน ปะคือคําตั้งเหนือหัวหอนนาค นางนั่งปอง ยังหุมเครื่องคํา (สังข). 0k9^8kL จตุฆาต ความหมาย ก. ธาตุสี่แตก เวลาคนจะตายธาตุสี่คือ ดิน น้ํา ลม ไฟ ไมทํางานตามหนาที่เรียก ธาตุสี่แตก หรือตาย ก็วา อยางวา จตุฆาตเขาเถิงนอยหนอเมือง (กา). E9d}k ตะกรา ความหมาย กะตา น. ตะกรา เครื่องสานชนิดหนึ่งทําดวยไมไผ สําหรับใสสิ่งของ มีชื่อเรียก ตามที่ใชหลายอยาง เชน ใสฝายในไหมหลอด เรียก กะตาหลอด ใสหมากพลูปูนยา เรียก กะตาหมาก กะตาทั่วไปใชไมไผเปนรวง เรียก กะตาฮวง ใชเชือกเปนสายเรียก กะตาสาย ggxydYw0 แปกก็ใจ ขอสังเกต : เปนการนําคําวา แปลก + ใจ โดยเพิ่มเสียง กํ หรือ กะ กลางคํา เพื่อใหเกิดความ ไพเราะดานเสียง l69ตk สุดตา ขอสังเกต : การสะกดในมาตราสะกดแมกด ที่ใช ต สะกด ไมคอยปรากฏบอยครั้งนัก ในการ บันทึกนี้ผูจารไดใช ตฺต ซึ่งอาจจะเลียนแบบมาจากภาษาบาลี voตรkP อันตราย วรรณกรรมอีสานสวนใหญจะให อนตาย หมายถึง อันตราย อันตราย (ผูก 5: 9.1.1)


115 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี r}yi พัน ซึ่งหมายถึง พนัน อยาได พางานถอย ผญาคําฮาย พระก็ ฟงนางเวา แถลงเปนหลายวาด ขอยบ ไดเชื่อแท อยามาเวาเบื่อหู คันวา มีในหอง สะเภาทองเจาขี่ มานั้น มาพันตอสู กันแททดลอง ขอสังเกต : คําวา พัน แมวาตนฉบับอักษรธรรมจะบันทึกเปน พลัน แตในบริบทของบทกลอน เปนการพนัน ซึ่งคําอีสานใชคําวา “พัน” 9HDgg9”fHkfk นาจะเปน “ตกแตงเดาดา” ก. ประดับตกแตง เรียก เดา ดาเดา ก็วา อยางวา คอมวาทาวฮ่ําแลวตกแตงเดาดา (กา) พระก็ตานตอทาวพระยาใหญชาวเมือง เฮาจักเดาดาตกแตงแปลงปุนฟาว นําเอาเจาสุมุณฑาไปสง กับทังผูที่เหงาอาวเจาสงเมือ (สังข). m}vO ทะลอน ว. บังเอิญ ทะลอน แผลงมาจากหลอน อยางวา จวงจันทนคูทะลอนหอมแตมื้อใหม มื้อเกามาลวงล้ําจันทนคูก็เลาเหย (ผญา). 5Ov< ถนอม ก. ระวัง รักษา สงวน คุมครอง อยางวา เมื่อนั้นกุมภัณฑตานโลมนางในอาสน โซม โซเถาถนอมแกวกลอมขวัญ (สังข) เชิญหมอมมาเสวยเขาสาลีดอมพี่แพงเอย พี่ก็ตั้ง แตงถาถนอมไวแตนานแลวเด (สังข).


116 ทาวคดทาวซื่อ : โครงการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ปงบประมาณ 2562 ภูมิปญญาจากเอกสารใบลานวัดโนนบอน ตําบลบุงหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี บุญชู ภูศรี การศึกษา 2558 ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาไทยศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา (นักเรียนทุนเรียนดี มนุษยศาสตรและสังคมศาสตรแหง ประเทศไทย สาขาจารึกไทยศึกษา รุน ที่ 1[บุคคลทั่วไป]) 2551 ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจารึก ภาษาไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร 2549 ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยรามคําแหง 2546 พุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน 2538 เปรียญธรรม 3 ประโยค สํานักเรียนวัดเมืองสรวงเกา อําเภอเมืองสรวง จังหวัด รอยเอ็ด หนวยงาน/สถานที่ติดตอ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษไทย คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี e-mail : [email protected] หนาที่การงาน 2558-ปจจุบัน ผูชวยศาสตราจารย สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัย อุบลราชธานี 2554-2555 อาจารยสาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏรอยเอ็ด 2553 อาจารยสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2548-2550 ครูสอนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรุงเทพฯ 2545 ครูสอนปริยัติธรรม แผนกธรรมศึกษา สํานักเรียนวัดเมืองสรวงเกา 2545 ครูสอนปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา โรงเรียนสุเทพนครวิช วัดเมืองสรวง เกา ตําบลหนองผือ อําเภอเมืองสรวง จังหวัดรอยเอ็ด


Click to View FlipBook Version