The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E book Abstract book 2021-final-July 28-completed

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattapol Patz Paenoi, 2021-07-29 04:59:58

E book Abstract book 2021-final-July 28-completed

E book Abstract book 2021-final-July 28-completed

มหาวิทยาลัยที่เป็นภาคีเครือข่าย จ�ำนวน 16 มหาวิทยาลัย



งานสัมมนาเครือข่ายนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
ครั้งที่ 20 ประจ�ำปี 2564

หนังสือรวมบทคัดย่อ

Abstract Book

ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

เปลี่ยน

หนงั สอื รวมบทคัดย่องานสมั มนาเครอื ขา่ ยนักศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษาสาขาสงั คมวิทยาและมานุษยวทิ ยา
ครง้ั ที่ 20 ประจำ� ปี 2564

บรรณาธกิ าร สิทธิโชค ชาวไรเ่ งิน
ประสานงานการผลิต รพีพรรณ เจรญิ วงศ์
ออกแบบปก ชนญั ญา ประสาทไทย I พงศ์ภนู าถ รุ่งเรอื ง
ออกแบบรูปเลม่ ดษุ ฎีพร ชาติบตุ ร
พิสจู นอ์ กั ษร ดษุ ฎพี ร ชาตบิ ตุ ร
จดั ท�ำโดย คณะสังคมวิทยาและมานษุ ยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ต.คลองหน่งึ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121
โทร. 02 696 5800

สัมมนาเครอื ข่ายนักศึกษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา สาขาสงั คมวิทยาและมานุษยวิทยา ครัง้ ท่ี 20

คณะกรรมการ

❶ รองศาสตราจารย์ ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ประธานกรรมการ
❷ อาจารย์ ดร.ประกรี ติ สตั สตุ กรรมการ
❸ อาจารย์ ดร.คคั ณางค์ ยาวะประภาษ กรรมการ
❹ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทรงสิริ พุทธงชยั กรรมการ
❺ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อาจินต์ ทองอยคู่ ง กรรมการ
❻ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พจนก กาญจนจนั ทร กรรมการ
❼ อาจารย์สทิ ธโิ ชค ชาวไร่เงนิ กรรมการ
❽ นายธนพล พันธง์ุ าม กรรมการ
❾ นายวสิ ุทธ์ิ เวชวราภรณ์ กรรมการ
❿ นางสาวพรหมภสั สร สทุ ธโิ ยธา กรรมการ
⓫ นางสาวจารุวรรณ ด้วงคำ� จนั ทร์ กรรมการ
⓬ นางสาวปพชิ ญานนั ท์ จารอุ ริยานนท์ กรรมการ
⓭ นางสาวสุนิภา รวมทรพั ย์ กรรมการ
⓮ นายกฤตวัฒน์ โกมลวรวิทยา กรรมการ
⓯ นางสาวมนธิรา เพง็ จันทร์ กรรมการ
⓰ นายวิชัย แสงดาวฉาย กรรมการและเลขานกุ าร
⓱ นางสาวศิรภิ ทั ร จยุ้ เป่ยี ม กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ

3

หนังสอื รวมบทคัดย่อ

เก่ยี วกบั การสัมมนา

“เครอื ข่ายนักศึกษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษาสังคมวทิ ยาและมานุษยวิทยา” จัดตง้ั ขน้ึ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2544 ประกอบดว้ ยมหาวิทยาลยั
ที่เข้าร่วมจ�ำนวน 16 แห่ง ทางเครือข่ายฯ ได้จัดงานสัมมนาวิชาการประจ�ำปีอย่างสม่�ำเสมอต่อเน่ืองทุกปี เพ่ือเสริมสร้าง
ต่อยอดความรู้ และสรา้ งเครอื ข่ายทางวชิ าการระหวา่ งนกั ศกึ ษา คณาจารย์ และนกั วิชาการจากทว่ั ประเทศโดยเฉพาะกลุม่
ทสี่ งั กัดเครือข่ายฯ ส�ำหรบั การประชมุ วิชาการประจำ� ปี พ.ศ. 2564 ซง่ึ นับเปน็ ครัง้ ที่ 20 นี้ คณะสงั คมวิทยาและมานษุ ยวิทยา
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รบั เกียรตเิ ป็นเจา้ ภาพ และกำ� หนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-11 มถิ ุนายน 2564 ที่มหาวิทยาลยั

ธรรมศาสตร์ ทา่ พระจันทร์ ภายใต้หวั ข้อ “เปลีย่ น”

เปน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ ทปี่ ฏเิ สธไมไ่ ดว้ า่ โลกและสงั คมไหน ๆ หากแต่ในขณะนี้ สังคมไทยเองและโลกท้ังใบก�ำลัง
เผชิญกับความเปล่ียนแปลงขนานใหญ่ ทั้งท่ีมาจาก
ก็เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้กระนั้น ความพลิกผันโดยไม่คาดคิด (disruption) เช่น จาก
การตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงในทางวิชาการ การเกิดโรคระบาดโควิด-19 จนบีบให้โลกท้ังใบต้อง
สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาก็กลับเกิดขึ้นค่อนข้างช้า ตดั ขาดการตดิ ตอ่ ทต่ี อ้ งสมั ผสั กนั โดยตรงทางกายภาพ
นั่นคือหลังจากที่สาขาวิชาทั้งสองถือก�ำเนิดและต้ังมั่น กันไปทั่วโลก ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงท่ีก่อตัวมา
เปน็ ศาสตรเ์ ฉพาะทางมารว่ มครงึ่ ศตวรรษ จนิ ตนาการ ค่อนข้างยาวนาน เช่น การเปล่ียนข้ัวอ�ำนาจทางการ
ต่อความเปล่ียนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมใน เมืองในระดับโลก ท่ีประเทศมหาอ�ำนาจทางซีกโลก
แวดวงวิชาการไทยก็เช่นกัน การตระหนักถึงความ ตะวันออกอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน มีบทบาท
เปล่ียนแปลงการยอมรับถึงการเปล่ียนผ่านของสังคม นำ� เหนอื ประเทศมหาอำ� นาจในตะวนั ตกอยา่ งทไ่ี มเ่ คย
มนุษย์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แม้จะถูกเอ่ยถึง เป็นมาก่อนในหลายทศวรรษท่ีผ่านมา นอกจากน้ัน
ถกู ศกึ ษาโดยนกั วชิ าการไทยมาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งสมำ�่ เสมอ ยังมีกระแสการเรียกร้องประชาธิปไตยในเอเชีย นับ
แต่ในแง่ของอ�ำนาจน�ำทางวิชาการแล้ว การกล่าวถึง ต้ังแต่ในโลกอาหรบั ในทศวรรษ 1990 จนถึงทศวรรษ
ความเปล่ียนแปลงก็ยังคงอยู่ภายใต้โครงครอบของ 2000 รวมทั้งกระแสประชาธิปไตยในฮ่องกงและ
ความกงั วลตอ่ ความสญู หายไปของ “สง่ิ ดงี ามจากอดตี ” ไต้หวัน ที่พลังของคนรุ่นใหม่เติบโตเข้มแข็งจนส่งผล
“วัฒนธรรมอนั ดีงามของไทย” “เอกลักษณค์ วามเป็น สะเทอื นต่อการขยายอำ� นาจของจนี แผ่นดินใหญ่ ทีย่ ัง
ไทย” ทำ� ให้การศึกษาถงึ ความเปลีย่ นแปลง ไมว่ า่ จะ คงไมย่ อมรบั ความเป็นเอกเทศของไต้หวัน และเขา้ มา
อย่างฉับพลันพลกิ ผนั หรืออย่างตอ่ เนื่องยาวนาน กย็ ัง เปลี่ยนแปลงโครงสร้างอ�ำนาจการเมืองฮ่องกงหลัง
คงมีที่ทางเป็นรองการให้ความส�ำคัญต่อการอนุรักษ์ การคืนอ�ำนาจการปกครองเกาะฮ่องกงกลับไปอยู่ใต้
และสืบทอดสิ่งท่ีเช่ือกันว่าเป็นแบบแผน บรรทัดฐาน อ�ำนาจของจีนแผ่นดินใหญ่ น่ียังไม่นับภาวะโลกร้อน
เอกลกั ษณ์ของสังคมไทย และการเคล่ือนย้ายผู้คนอันเนื่องมาจากสาเหตุทาง
เศรษฐกจิ สงคราม และการเมือง ทที่ �ำใหภ้ มู ทิ ัศนข์ อง
ชาตพิ นั ธุ์เปลี่ยนแปลงไปอยา่ งท่ีไม่เคยเป็นมากอ่ น

4

สัมมนาเครอื ขา่ ยนกั ศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา สาขาสงั คมวิทยาและมานุษยวทิ ยา คร้ังที่ 20

ในประเทศไทย ความเปลี่ยนแปลงในขณะน้ีเกิดข้ึนทั้ง ในวาระครบรอบ 20 ปีของการสัมมนาเครือข่ายบัณฑิต
หลายมิติและหลายระดับด้วยกัน ในมิติทางเศรษฐกิจ ศกึ ษาทางสงั คมวทิ ยาและมานษุ ยวทิ ยา จงึ เปน็ โอกาสอนั ดี
ประเทศไทยกำ� ลงั เผชญิ กบั ภาวะ “กบั ดกั รายไดป้ านกลาง” ทเี่ ราจะไดท้ งั้ ทบทวนและมองไปขา้ งหนา้ ถงึ อนาคตสงั คม
ทำ� ใหไ้ มส่ ามารถกา้ วขา้ มไปสกู่ ารเปน็ ประเทศทปี่ ระชาชน ไทย เพอ่ื นบา้ นในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ และโลก
มีรายได้สูงข้ึนด้วยการผลิตเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นได้ สากล ความเปลย่ี นแปลงเหลา่ นน้ั สง่ ผลตอ่ ความรอู้ ยา่ งไร
ยิ่งเมื่อประสบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 รายได้ ความรู้ทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาในขณะน้ีจะยัง
หลกั ท่ีประเทศไทยเคยได้จากการทอ่ งเท่ียวจงึ ตกวูบ เกิด สามารถสร้างความเข้าใจต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ความชะงักงันจนถึงตกต�่ำของเศรษฐกิจที่ยังไม่รู้ว่าจะ ได้หรือไม่ การท่ีจะยังยื้อยุดไม่ให้เกิดความเปล่ียนแปลง
กอบกกู้ ลบั มาไดอ้ ย่างไร ด้านส่ิงแวดล้อม ทุนขนาดใหญ่ อย่นู ัน้ จะกอ่ ผลอยา่ งไรท้ังตอ่ สงั คมเองและตอ่ วชิ าความรู้
ขยายการช่วงชิงรุกล้�ำยึดครองทรัพยากรจากชุมชนมาก นักศึกษาและนักวิชาการด้านน้ีจะมีข้อเสนอ มีทางเลือก
ขึ้น ในขณะท่ีรัฐเองก็มีแนวโน้มยืนอยู่ข้างทุนขนาดใหญ่ มีความรู้ใหม่ ๆ อย่างไรบ้าง ในการท�ำความเข้าใจความ
ขณะทก่ี ารเตบิ โตของอตุ สาหกรรมทผี่ า่ นมาเรมิ่ กอ่ ผลเสยี เปลยี่ นแปลงหลายมิตแิ ละหลายระดับเหลา่ น้ี อย่างไรก็ดี
ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มชดั เจนและใกลต้ วั ผคู้ นในระดบั ชวี ติ ประจำ� วนั การท�ำความเข้าใจความเปล่ียนแปลงอย่างจริงจังอาจจะ
มากยง่ิ ขน้ึ ดงั จะเหน็ ไดช้ ดั จากมลพษิ หมอกควนั และอากาศ เรม่ิ ตน้ งา่ ย ๆ ดว้ ยถอ้ ยคำ� สน้ั ๆ เพยี งคำ� เดยี ววา่ “เปลยี่ น”
ในเขตเมอื งและอตุ สาหกรรม ดา้ นการเมอื ง การเปลยี่ นแปลง
โครงสร้างอ�ำนาจและอุดมการณ์ทาง คณะกรรมการจัดงานเห็นว่า หัวข้อ “เปลี่ยน” เป็นค�ำ
การเมืองในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมา สั้น ๆ ที่ทรงพลัง เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันที่เต็มไปด้วย
ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งในแง่ของการสร้างความ
หลายกลมุ่ ตอ่ เนอื่ งยาวนาน ทำ� ใหภ้ ายใน ตระหนักรู้ต่อการเปล่ียนแปลง และการกระตุ้นให้คิดถึง
ระยะเวลาเพยี ง 20 กวา่ ปี ประเทศไทยมี ความเปล่ียนแปลงในฐานะเป้าหมายหลักที่ส�ำคัญของ
การรฐั ประหาร 2 ครงั้ และมรี ฐั ธรรมนญู การศึกษาทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ยิ่งกว่านั้น
ใหมถ่ งึ 3 ฉบบั ด้วยกัน (รัฐธรรมนญู 2540, 2550, 2560) ประเด็นน้ียังยังครอบคลุมใจความกว้างขวาง สามารถ
จนแมแ้ ตใ่ นขณะน้ี ความขดั แย้งก็ยงั ไม่มีทีทา่ ว่าจะยตุ ิลง ตอบสนองต่อความสนใจร่วมสมัยอันหลากหลายของ
ดา้ นเทคโนโลยี การขยายตวั ของอนิ เทอรเ์ นต็ และสอ่ื ดจิ ทิ ลั นักศึกษา คณาจารย์ และนักวิชาการได้ ไม่ว่าจะเป็น
ตา่ ง ๆ ทงั้ สรา้ งความเปลยี่ นแปลงทางวฒั นธรรมและสง่ ผล ในมิติย่อย ๆ ของ เมือง ดนตรี เพศภาวะ วัตถุภาวะ
ตอ่ การเกดิ รปู แบบสงั คม การมสี ว่ นรว่ มและการแทรกแซง ดิจิทัลภาวะ ทรัพยากรธรรมชาติ ขบวนการเคล่ือนไหว
ทางการเมอื ง การผลติ และการตลาดแบบใหม่ ๆ ทางสังคม ตลอดจนสงิ่ มชี ีวิตในสปชี สี อ์ ื่น ๆ ไม่ว่าจะเปน็

การเปล่ียนแปลงหลากมิติเหล่าน้ีส่งผลกระทบต่อกัน 5
และกันอย่างต่อเน่ือง ส่งผลกระทบต่อคนทุกชนช้ัน
ทุกระดับของสังคม ถ้วนท่ัวทุกหัวระแหงในสังคมไทย
หากแต่ดูเหมือนว่า ความรู้ของเราจะยังก้าวไม่ทันกับ
การเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่ส่งอิทธิพลกว้างขวางและ
ลกึ ซ้ึงเหล่าน้ี

หนงั สอื รวมบทคดั ยอ่

วานร พืชพันธุ์ ฯลฯ ทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงกับค�ำว่า เพื่อ “เปลี่ยน” ความคิดของผู้คนที่มีต่อตนเองและ
“เปล่ียน” ทั้งส้ิน นอกจากนี้หัวข้อ “เปล่ียน” ยัง ผคู้ นทแ่ี ตกตา่ งทางสงั คม-วฒั นธรรม สว่ นมานษุ ยวทิ ยา
สอดคลอ้ งกบั ประเดน็ ทางวชิ าการทศี่ นู ยม์ านษุ ยวทิ ยา
สิรนิ ธร (องคก์ ารมหาชน) ก�ำลงั ให้ความส�ำคัญ ไดแ้ ก่ สาธารณะก็มเี ป้าประสงค์เพ่อื “เปลี่ยน” แปลงสังคม
ประเดน็ เรอื่ งการลดอคตใิ นสงั คมไทยและมานษุ ยวทิ ยา ไปสู่เป้าหมายท่ีดีขึ้นตามความเปล่ียนแปลงในมิติ
สาธารณะ การลดอคติก็คือการสร้างความตระหนัก
ต่าง ๆ น่นั เอง

ในฐานะคณะผู้จัดงานสัมมนาเครือข่ายฯ ประจ�ำปีคร้ังน้ี คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงมีความมั่นใจว่า งานสัมมนาเครือข่ายฯ ในคร้ังนี้จะช่วยสานต่อ
และสรรคส์ รา้ งบทสนทนาทางมานษุ ยวทิ ยาและสงั คมวทิ ยา ไมเ่ พยี งเพอื่ ใหเ้ ทา่ ทนั กบั โลกทกี่ ำ� ลงั
“เปล่ียน” แต่ยังเพือ่ มสี ่วนในการ “เปลีย่ น” โลกใบนดี้ ว้ ยเช่นกนั

6

สารบัญ

คณะกรรมการ 3
เกี่ยวกบั การสมั มนา 4
ก�ำหนดการ 10
บทคัดย่อ 19
20
การประกอบสรา้ งความหมายของวาทกรรมชังชาตผิ า่ นสังคมออนไลน:์ กรณศี ึกษาบนทวติ เตอร.์ ............................ 21
▸ภัทรวดี อบอาย 22
23
“กีฬาเปน็ ของนกั กฬี าไม่ใชข่ องนกั การเมือง” (?): เชื้อชาติ เอกภาพ และความเปลี่ยนแปลง................................. 24
▸ชุตเิ ดช เมธีชตุ ิกุล
25
การปกครองรฐั บาล คสช. ภายใต้การครองอำ� นาจ (ช)้ี นำ� .............................................................................. 26
▸กนกทิพย์ สาโรจน,์ จีราภรณ์ สุทธยิ านุช และประกายทิพย์ ราชแก้ว
27
ทศั นปฏบิ ัติการในการประท้วงทางการเมอื งของไทย กรณศี กึ ษา: ชูสามนิว้ ........................................................ 28
▸บดินทร์ เทพรัตน์ 29
30
เร่ืองเลา่ ขา้ งเตยี ง: กรณีเครอ่ื งพยงุ ชพี กบั ผปู้ ว่ ยระยะท้าย................................................................................
▸รติมา องอาจอิทธชิ ยั

ชวี ิตทางสงั คมของผูเ้ ขา้ รว่ มการทดลองยา: จรยิ ธรรมที่แฝงฝังในความสัมพันธท์ างสังคม......................................
▸กมลกานต์ ตัง้ นารี

พฤฒพลังกบั ความสมั พนั ธ์เชิงอ�ำนาจในระบบที่ดนิ : กระบวนการยาวนานของปฏบิ ัติการทางสังคม
กรณีเกษตรกรสูงอายบุ า้ นกา้ งปลา อ�ำเภอด่านซา้ ย จงั หวดั เลย.......................................................................

▸ฐติ นิ ันท์ ใกล้ชดิ
วถิ เี กษตรออร์แกนิค: การกอ่ ตวั และการสร้างคุณคา่ เชงิ ชนชนั้ ของคนเมือง..........................................................

▸ธีรินทรา จันทร์แดง
นกั ด�ำน้ำ� อาสาสมัครในยคุ สงั คมความเสยี่ ง: การเปล่ียนแปลงของสอื่ การสอ่ื สารและรปู แบบการคดิ ยอ้ นสะทอ้ นกลบั
ของนกั ดำ� นำ้� อาสาสมคั รในสถานการณว์ กิ ฤตทะเลไทย....................................................................................

▸จุฑามณี สมบูรณ์สุทธ์ิ
ความเป็นพลวัตทางชนชน้ั จากอดีตส่ปู จั จบุ ันผ่านการเลน่ ไม้ดดั ไทย..................................................................

▸ธนภทั ร เสรฐิ ศรี และจริ าพร กำ� เนิดสงิ ห์
ผู้คน สิง่ ของ และผสั สารมณ์ในการประทว้ งของ “ราษฎร” 2563......................................................................

▸ฐาปนพงศ์ ยีขนุ
อยกู่ ับพลังเหนอื ธรรมชาต:ิ วา่ ดว้ ยความสัมพันธ์ระหว่างมนษุ ยก์ บั สง่ิ เรน้ ลบั .......................................................

▸พิภพ ปรดี าภริ ัตน์

สัมมนาเครือข่ายนักศึกษาบัณฑิตศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมานษุ ยวทิ ยา ครัง้ ท่ี 20

หนงั สอื รวมบทคดั ย่อ

ความสมั พนั ธข์ อง “ไก่ชน” และ “มนษุ ย์” ในการชนไก่ผ่านมมุ มองแบบ Posthumanism.................................... 31
▸พงคเ์ ทพ สีคนั ทา
32
ระบบความคิดความเชอื่ ค่านยิ ม และพฤติกรรมทางการเมืองของชาวบ้านชนบทอีสานวันน:้ี 33
สนบั สนนุ คำ้� จนุ หรอื เปน็ อปุ สรรคตอ่ การพฒั นาประชาธปิ ไตย........................................................................... 34
35
▸วรญั ญา ศรรี นิ 36
ผนู้ ำ� กบั การจดั การความสมั พนั ธแ์ ละทนุ ทางสงั คม ใน “ความสำ� เรจ็ และความลม้ เหลวของสภาองคก์ รชมุ ชน”............ 37
38
▸อารมณ์ ชาญกูล 40
อัตลกั ษณน์ �้ำผักสะทอน : การสรา้ งความหมายหลายระดับในวฒั นธรรมอาหารดา่ นซ้าย....................................... 41
42
▸จริยา นาค�ำภา 43
คอนเสริ ต์ ออนไลน์ การปรบั เปลย่ี นจากการแสดงพนื้ ทสี่ กู่ ารแสดงออนไลนข์ องอตุ สาหกรรมเพลงเกาหลี................... 44
45
▸ปยิ ชยั นาคอ่อน 46
รถแหแ่ ละดนตรอี สี านใหมใ่ นยคุ ดจิ ทิ ลั .......................................................................................................... 47

▸จารวุ รรณ ดว้ งค�ำจันทร์
Investigating Conflicts in the Shan State Towards Border Security of Thailand............................................

▸Watchara Pechdin
เชอ่ื มรอ้ ยเชยี งราย: เมอื งเครอื ขา่ ยในอาณาบรเิ วณชายแดนลมุ่ นำ�้ โขงตอนบน......................................................

▸เสาวรยี ์ ชัยวรรณ
การท่องเที่ยวโดยชมุ ชน “ชุมชนกบั กระบวนทัศน์ของการนิยาม”.....................................................................

▸รสสุคนธ์ ประดิษฐ์
การคิดความจรงิ : บางสว่ นของระบบปรชั ญาระหวา่ งค้านท์ และเมล์อาซซ์ ูซ.์ ......................................................

▸ณัฐวฒุ ิ ตติเวชกุล
พระธาตพุ นม: ในฐานะพื้นท่ศี ักดส์ิ ิทธ์กิ บั การศึกษาการกลายเปน็ สนิ คา้ ทางวฒั นธรรม.........................................

▸อรัญ จ�ำนงอุดม
อตั ลกั ษณก์ ลมุ่ ทอผา้ ไหมราชพฤกษ์ จงั หวดั ขอนแกน่ : การเปลย่ี น และการประกอบสรา้ งความหมาย........................

▸เบญจวรรณ นยั นติ ย์
การประกอบสรา้ งพนื้ ทที่ างสงั คมของผเู้ ลน่ สเกตบอรด์ ในพน้ื ทเี่ มอื งสมยั ใหม.่ ......................................................

▸คาลิล พิศสุวรรณ
เปล่ยี นความหมายชาติ เปลีย่ นชายแดนใตส้ สู่ ันตภิ าพ...................................................................................

▸อนวชั จนั ทร์หงษ์
เปลย่ี นท่ี(ไม)่ เปลยี่ นทาง: การผนั ทนุ ของผคู้ า้ ชายแดนรายยอ่ ยในพนื้ ทจี่ ดุ ผอ่ นปรนการคา้ ชายแดนไทย-ลาว.............

▸วัลลภ บญุ ทานัง
‘การสำ� รวจแบบกองโจร’ ในฐานะเครอื่ งมอื การวจิ ยั : กรณศี กึ ษาผเู้ ขา้ รว่ มชมุ นมุ ทางการเมอื งปี2563...........................

▸สุดคนงึ บรู ณรชั ดา

8

สมั มนาเครือขา่ ยนกั ศึกษาระดบั บัณฑิตศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวทิ ยา คร้ังท่ี 20

การศึกษาจดหมายเหตุในทางสงั คมศาสตร:์ บททบทวนแนวคดิ เร่อื งการหวนกลบั ไปศกึ ษาจดหมายเหตุ 48
และการเคลอื่ นไหวเชงิ จดหมายเหต.ุ .......................................................................................................... 49
50
▸การณั ยภาส ภู่ยงยุทธ์ 52
การเปลยี่ นมมุ มองเกยี่ วกบั ปญั หาทางสงั คมในทนุ นยิ มเสรนี ยิ มใหม.่ .................................................................. 53
54
▸จารกุ ิตติ์ ขวญั มงคลพงศ์ 55
เม่ือความจนถกู หา้ มจน: บัตรสวัสดกิ ารแห่งรัฐ เทคโนโลยแี ละเสรนี ิยมใหม.่ ....................................................... 57
58
▸ยวุ ดี วงศ์วีระประเสริฐ
การจดั การความเสยี่ งของครวั เรอื นเกษตรกรผปู้ ลกู ออ้ ยในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ............................................. 59

▸ปยิ ะดา แนวประเสรฐิ
จากน�ำ้ ตาลส่นู �้ำตา: กรณสี ัมปทานท่ดี ินเพือ่ การปลกู ออ้ ยและทำ� โรงงานนำ�้ ตาลของบรษิ ทั ไทยในกมั พูชา.................

▸ชนาง อำ� ภารักษ์
ความเปน็ ชายขอบของนสิ ติ ทไี่ มผ่ า่ นกระบวนการรบั นอ้ ง................................................................................

▸วลพี ร ผาสขุ
“การเปลี่ยน” พื้นทแี่ ละเวลา ช่วยลดอาชญากรรมในสถานศกึ ษา: กรณศี กึ ษาจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย...................

▸อู่ธนา สุระดะนยั
การศกึ ษาทหารหญงิ ในสงั คมไทยผา่ นมมุ มองTokenism.................................................................................

▸ปาณสิ รา ตุงคะสามน
“เอา กบั สัตว”์ : ความสมั พนั ธ์ทางเพศของคนกบั สัตว์ในเรอ่ื งเสียว...................................................................

▸ปิยเทพ ตนั มหาสมุทร
วัฒนธรรมกระแสนยิ มของไอดอลต่างประเทศสู่การเปล่ียนแปลงสงั คมไทย
กรณศี ึกษา: แฟนคลบั และไอดอล BNK48...................................................................................................

▸กันตธ์ นัน ด�ำดี

9

หนังสือรวมบทคัดย่อ

กำ� หนดการ

งานสมั มนาเครอื ขา่ ยนักศกึ ษาระดับบณั ฑติ ศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมานษุ ยวทิ ยา ครั้งท่ี 20
วนั ที่ 10 - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2564

จัดโดย คณะสังคมวทิ ยาและมานษุ ยวทิ ยา มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
ร่วมกับ ศูนยม์ านุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
รูปแบบการสมั มนา : การสมั มนาทางออนไลน์

วนั พฤหสั บดีที่ 10 มถิ ุนายน 2564

เวลา เวทีสัมมนา
09.00-10.30 น. ห้อง A1 เปิดงานและปาฐกถา

09.00-09.30 น. กล่าวเปดิ งาน โดย
09.30-10.30 น. ผศ.ดร.จันทนี เจริญศรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดร.นพ.โกมาตร จงึ เสถียรทรัพย์ ศนู ย์มานษุ ยวิทยาสริ ินธร (องค์การมหาชน)

ปาฐกถาเปดิ งาน หัวขอ้ อะไรที่ไมเ่ คยเห็นก็จะไดเ้ หน็ โดย
คุณสรัช สนิ ธปุ ระมา

มหาบณั ฑิต สาขาวิชามานุษยวทิ ยา คณะสงั คมวทิ ยาและมานุษยวทิ ยา
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์

ด�ำเนินรายการโดย
รศ.ดร.ยกุ ติ มุกดาวจิ ิตร มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์

11.00-12.30 น. ห้อง A2 เปลี่ยนการเมือง

ให้ความเห็นโดย
ผศ.อาจินต์ ทองอยู่คง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.ชลิตา บณั ฑวุ งศ์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

A2-1 การประกอบสรา้ งความหมายของวาทกรรมชงั ชาติผ่านสงั คมออนไลน์:
กรณีศึกษาบนทวติ เตอร์
ภัทรวดี อบอาย

A2-2 “กฬี าเป็นของนักกีฬาไม่ใชข่ องนักการเมอื ง” (?): เชอื้ ชาติ เอกภาพ และความเปลย่ี นแปลง
ชตุ เิ ดช เมธีชตุ ิกุล

10

สมั มนาเครือขา่ ยนกั ศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาสงั คมวิทยาและมานุษยวิทยา ครงั้ ท่ี 20

เวลา เวทีสัมมนา
11.00-12.30 น. ห้อง A2 เปล่ียนการเมือง (ต่อ)

A2-3 การปกครองรัฐบาล คสช. ภายใต้การครองอำ� นาจ (ชี)้ นำ�
กนกทพิ ย์ สาโรจน์, จีราภรณ์ สทุ ธยิ านชุ และประกายทพิ ย์ ราชแกว้

A2-4 ทศั นปฏบิ ตั กิ ารในการประทว้ งทางการเมืองของไทย กรณศี กึ ษา: ชูสามน้ิว
บดินทร์ เทพรัตน์

ห้อง B2 สุขภาพใหม่

ให้ความเห็นโดย
อ.สิทธโิ ชค ชาวไรเ่ งนิ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.ปาณภิ า สุขสม มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์

B2-1 เรอื่ งเลา่ ขา้ งเตียง: กรณีเครือ่ งพยงุ ชีพกับผูป้ ว่ ยระยะท้าย
รติมา องอาจอทิ ธิชยั

B2-2 ชวี ิตทางสังคมของผู้เขา้ ร่วมการทดลองยา: จริยธรรมทแ่ี ฝงฝังในความสัมพนั ธ์ทางสังคม
กมลกานต์ ตัง้ นารี

B2-3 พฤฒพลงั กบั ความสมั พันธ์เชิงอ�ำนาจในระบบท่ดี นิ : กระบวนการยาวนานของปฏิบตั ิการ
ทางสงั คม กรณีเกษตรกรสงู อายุบา้ นกา้ งปลา อำ� เภอด่านซา้ ย จงั หวดั เลย
ฐิตนิ นั ท์ ใกลช้ ดิ

ห้อง C2 อีกธรรมชาติ

ให้ความเห็นโดย
อ.ศิรพิ ร ศรสี ินธุ์อไุ ร มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.บณั ฑติ ไกรวิจติ ร มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์

C2-1 วถิ เี กษตรออรแ์ กนคิ : การก่อตวั และการสรา้ งคุณคา่ เชงิ ชนชน้ั ของคนเมอื ง
ธรี นิ ทรา จนั ทร์แดง

C2-2 นักดำ� นำ�้ อาสาสมคั รในยุคสงั คมความเสีย่ ง: การเปลีย่ นแปลงของส่อื การส่อื สารและ
รปู แบบการคิดย้อนสะท้อนกลับของนกั ด�ำน้�ำอาสาสมคั รในสถานการณว์ กิ ฤตทะเลไทย
จฑุ ามณี สมบรู ณ์สุทธ์ิ

C2-3 ความเป็นพลวัตทางชนช้ันจากอดตี สูป่ จั จุบันผ่านการเล่นไม้ดดั ไทย
ธนภทั ร เสริฐศรี และจริ าพร ก�ำเนดิ สิงห์

11

หนังสอื รวมบทคดั ยอ่

เวลา เวทีสัมมนา
13.30-15.00 น. ห้อง A3 แปลงมนุษย์

ใหค้ วามเหน็ โดย
ผศ.ดร.จันทนี เจริญศรี มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.เก่งกิจ กติ เิ รยี งลาภ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่

A3-1 ผู้คน สิ่งของ และผัสสารมณ์ในการประทว้ งของ “ราษฎร” 2563
ฐาปนพงศ์ ยขี ุน

A3-2 อยกู่ ับพลงั เหนอื ธรรมชาติ : ว่าด้วยความสัมพนั ธร์ ะหว่างมนุษย์กบั ส่งิ เร้นลบั
พิภพ ปรีดาภริ ตั น์

A3-3 ความสมั พันธข์ อง “ไก่ชน” และ “มนุษย์” ในการชนไก่ผา่ นมุมมองแบบ Posthumanism
พงค์เทพ สีคันทา

ห้อง B3 เปล่ียนท้องถิ่น

ให้ความเหน็ โดย
รศ.ดร.อนุสรณ์ อณุ โณ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.กนกวรรณ มะโนรมย์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี

B3-1 ระบบความคดิ ความเชื่อ ค่านยิ ม และพฤตกิ รรมทางการเมืองของชาวบ้านชนบทอสี าน
วนั น้:ี สนับสนุนค้�ำจุนหรือเป็นอุปสรรคตอ่ การพัฒนาประชาธปิ ไตย
วรญั ญา ศรรี ิน

B3-2 ผนู้ ำ� กับการจดั การความสมั พนั ธแ์ ละทุนทางสงั คม ใน “ความสำ� เร็จและความล้มเหลว
ของสภาองคก์ รชมุ ชน”
อารมณ์ ชาญกูล

B3-3 อตั ลกั ษณ์น�ำ้ ผักสะทอน : การสรา้ งความหมายหลายระดับในวัฒนธรรมอาหารดา่ นซา้ ย
จริยา นาคำ� ภา

ห้อง C3 ปรุงศิลปะ

ใหค้ วามเห็นโดย
ผศ.ดร.พเิ ชฐ สายพันธ์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.วสนั ต์ ปญั ญาแก้ว มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่

12

สัมมนาเครอื ขา่ ยนกั ศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศึกษา สาขาสังคมวทิ ยาและมานษุ ยวิทยา ครงั้ ที่ 20

เวลา เวทีสัมมนา
13.30-15.00 น. ห้อง C3 ปรุงศิลปะ (ต่อ)

C3-1 คอนเสิรต์ ออนไลน์ การปรบั เปล่ียนจากการแสดงพ้ืนทสี่ ่กู ารแสดงออนไลน์
ของอตุ สาหกรรมเพลงเกาหลี
ปยิ ชัย นาคอ่อน

C3-2 รถแห่และดนตรอี สี านใหม่ในยุคดิจิทลั
จารุวรรณ ด้วงค�ำจันทร์

วนั ศกุ รท์ ่ี 11 มิถุนายน 2564

เวลา เวทีสัมมนา
09.00-10.30 น. ห้อง A4 ปรับปลายแดน

ให้ความเหน็ โดย
ผศ.ดร.ประเสริฐ แรงกล้า มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
อ.ดร.บศุ รินทร์ เลศิ ชวลิตสกลุ มหาวิทยาลัยนเรศวร

A4-1 Investigating Conflicts in the Shan State Towards Border Security of Thailand
Watchara Pechdin

A4-2 เชื่อมร้อยเชียงราย: เมอื งเครือขา่ ยในอาณาบริเวณชายแดนลมุ่ นำ้� โขงตอนบน
เสาวรยี ์ ชยั วรรณ

ห้อง B4 ถอดความจริง

ใหค้ วามเห็นโดย
ผศ.ดร.ฐานิดา บญุ วรรโณ มหาวทิ ยาลัยนเรศวร
ผศ.ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย

B4-1 การท่องเทีย่ วโดยชุมชน “ชุมชนกบั กระบวนทศั น์ของการนยิ าม”
รสสุคนธ์ ประดิษฐ์

B4-2 การคดิ ความจริง: บางสว่ นของระบบปรัชญาระหว่างค้านท์ และเมลอ์ าซซ์ ซู ์
ณัฐวฒุ ิ ตติเวชกุล

13

หนงั สือรวมบทคดั ย่อ

เวลา เวทีสัมมนา
09.00-10.30 น. ห้อง C4 เปลี่ยนความหมาย

ให้ความเห็นโดย
ผศ.สุดแดน วสิ ทุ ธิลกั ษณ์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.จกั รพันธ์ ขัดชุ่มเเสง มหาวิทยาลัยขอนแก่น
รศ.ดร.ยุกติ มกุ ดาวิจติ ร มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์

C4-1 พระธาตุพนม: ในฐานะพ้ืนทศี่ ักดส์ิ ทิ ธ์กิ บั การศึกษาการกลายเปน็ สินค้าทางวัฒนธรรม
อรญั จ�ำนงอดุ ม

C4-2 อตั ลักษณก์ ลุ่มทอผ้าไหมราชพฤกษ์ จงั หวัดขอนแกน่ : การเปลี่ยน และการประกอบสร้าง
ความหมาย
เบญจวรรณ นัยนติ ย์

C4-3 การประกอบสร้างพ้ืนท่ีทางสงั คมของผเู้ ล่นสเกตบอรด์ ในพื้นท่ีเมืองสมัยใหม่
คาลลิ พศิ สุวรรณ

11.00-12.30 น. ห้อง A5 ชายแดนเปล่ียน

ให้ความเหน็ โดย
อ.ดร.คัคณางค์ ยาวะประภาษ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.แพร ศริ ิศกั ด์ิด�ำเกงิ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร

A5-1 เปล่ียนความหมายชาติ เปล่ียนชายแดนใต้สสู่ ันตภิ าพ
อนวัช จนั ทร์หงษ์

A5-2 เปลี่ยนท่ี (ไม)่ เปลี่ยนทาง: การผันทุนของผู้ค้าชายแดนรายยอ่ ยในพ้ืนที่จุดผอ่ นปรน
การค้าชายแดนไทย-ลาว
วลั ลภ บญุ ทานงั

ห้อง B5 รื้อวิธี

ให้ความเหน็ โดย
อ.ดร.ประกีรติ สตั สตุ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.ปนิ่ แกว้ เหลืองอรา่ มศรี มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่

14

สมั มนาเครอื ข่ายนักศกึ ษาระดบั บัณฑิตศึกษา สาขาสงั คมวทิ ยาและมานุษยวทิ ยา คร้งั ที่ 20

เวลา เวทีสัมมนา
11.00-12.30 น. ห้อง B5 ร้ือวิธี (ต่อ)

B5-1 ‘การส�ำรวจแบบกองโจร’ ในฐานะเครอื่ งมือการวิจยั : กรณีศกึ ษาผ้เู ขา้ ร่วมชุมนมุ
ทางการเมอื งปี 2563
สุดคนงึ บูรณรัชดา

B5-2 การศกึ ษาจดหมายเหตุในทางสงั คมศาสตร:์ บททบทวนแนวคดิ เรอื่ งการหวนกลบั ไป
ศึกษาจดหมายเหตุ และการเคลอื่ นไหวเชงิ จดหมายเหตุ
การัณยภาส ภู่ยงยทุ ธ์

B5-3 การเปลย่ี นมมุ มองเก่ยี วกบั ปัญหาทางสังคมในทุนนยิ มเสรนี ิยมใหม่
จารกุ ิตติ์ ขวญั มงคลพงศ์

ห้อง C5 ถางเศรษฐกิจ

ใหค้ วามเหน็ โดย
อ.ดร.ธนานนท์ บัวทอง มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
ศ.ดร.นติ ิ ภวัครพนั ธ์ุ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั

C5-1 เม่อื ความจนถูกห้ามจน: บัตรสวัสดิการแห่งรฐั เทคโนโลยีและเสรีนยิ มใหม่
ยุวดี วงศว์ ีระประเสริฐ

C5-2 การจดั การความเสยี่ งของครัวเรอื นเกษตรกรผ้ปู ลูกอ้อยในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
ปิยะดา แนวประเสรฐิ

C5-3 จากน�ำ้ ตาลสนู่ ้�ำตา: กรณีสัมปทานทีด่ นิ เพื่อการปลูกออ้ ยและท�ำโรงงานนำ้� ตาลของ
บรษิ ัทไทยในกัมพูชา
ชนาง อำ� ภารักษ์

13.30-15.00 น. ห้อง A6

เปดิ หนงั สอื
เปิดตวั หนงั สอื คน/งาน มานษุ ยวทิ ยา Cyborg
วิทยากรโดย

รศ.ดร.วสนั ต์ ปญั ญาแกว้ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่
ปณั ณวิชญ์ เถระ นกั ศึกษาปรญิ ญาเอก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
รวิพล ลมี้ ิ่งสวสั ดิ์ มหาบัณฑติ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่

15

หนังสอื รวมบทคัดย่อ

เวลา เวทีสัมมนา
13.30-15.00 น. ห้อง A6 (ต่อ)

รว่ มเสวนาโดย
รศ.ดร.ยุกติ มกุ ดาวจิ ิตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิสุทธ์ิ เวชวราภรณ์ นักศึกษาปรญิ ญาโท มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์

ด�ำเนนิ รายการโดย
ผศ.อาจนิ ต์ ทองอย่คู ง มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์

ห้อง B6 ร่มสถาบัน

ใหค้ วามเห็นโดย
อ.ติณณภพจ์ สินสมบูรณท์ อง มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.จกั รกริช สงั ขมณี จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย

B6-1 ความเปน็ ชายขอบของนิสติ ที่ไม่ผา่ นกระบวนการรบั นอ้ ง
วลีพร ผาสขุ

B6-2 “การเปล่ียน” พน้ื ทีแ่ ละเวลา ชว่ ยลดอาชญากรรมในสถานศึกษา:
กรณศี ึกษาจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
อธู่ นา สรุ ะดะนยั

ห้อง C6 ถอดเพศ

ให้ความเห็นโดย
ผศ.ดร.ทรงสิริ พุทธงชยั มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรนิ ธร (องค์การมหาชน)

C6-1 การศกึ ษาทหารหญงิ ในสงั คมไทยผา่ นมุมมอง Tokenism
วลพี ร ผาสขุ

C6-2 “เอา กบั สัตว”์ : ความสัมพันธ์ทางเพศของคนและสตั ว์ในเรอื่ งเสยี ว
ปยิ เทพ ตันมหาสมุทร

C6-3 วัฒนธรรมกระแสนิยมของไอดอลตา่ งประเทศสกู่ ารเปลี่ยนแปลงสงั คมไทย
กรณศี ึกษา: แฟนคลบั และไอดอล BNK48
กันต์ธนัน ดำ� ดี

16

สัมมนาเครือขา่ ยนักศึกษาระดับบณั ฑิตศกึ ษา สาขาสงั คมวิทยาและมานษุ ยวิทยา ครั้งที่ 20

เวลา เวทีสัมมนา
15.30-16.30 น.
ห้อง A7
16.30-18.00 น.
Roundtable S(h)oc(k)-anth: เรื่องเล่าหักมุมจากสนามและต�ำรา
ร่วมเสวนาโดย

ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเครือข่าย
(มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ด�ำเนินรายการโดย

ธนพล พันธ์งาม นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ห้อง B7

ประชุมเครือข่ายส�ำหรับเตรียมงานครั้งต่อไป

ห้อง A8

Exclusive talk และ Online party
ท�ำไมถึงมาเป็นนักสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
วิทยากรโดย

ศ.ดร.นิติ ภวัครพันธุ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผศ.ดร.วิลาสินี พนานครทรัพย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ด�ำเนินรายการโดย
สุดคนึง บูรณรัชดา

รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร กล่าวปิดงาน

17

บทคัดย่อ

สัมมนาเครือข่ายนกั ศึกษาระดับบัณฑิตศกึ ษา สาขาสังคมวทิ ยาและมานุษยวิทยา คร้ังท่ี 20

การประกอบสรา้ งความหมายของวาทกรรมชงั ชาตผิ า่ นสงั คมออนไลน:์ กรณศี กึ ษาบนทวติ เตอร์

Meaning Construction of Anti-Nationalism Discourse Social Media: Case Study on Twitter.

ภัทรวดี อบอาย Pattarawadee Op-ai

นสิ ติ ปริญญาโท ภาควิชาสงั คมวทิ ยาและมานุษยวิทยา Graduate student, Department of Sociology and Anthropology,
คณะสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร
Faculty of Social Sciences, Naresuan University

บทคดั ย่อ Abstract

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1) The study was qualitative research. The purposes of
เพื่อศึกษาลักษณะของการประกอบสร้างความหมายของ this study were 1) to study the meaning construction
วาทกรรมชงั ชาตผิ า่ นสงั คมออนไลน์ 2) เพอ่ื ศกึ ษาปฏบิ ตั กิ าร of Anti-Nationalism discourse, 2) to study discursive
ทางวาทกรรมของวาทกรรมชังชาติผ่านสังคมออนไลน์ 3) practice of Anti-Nationalism discourse through
เพอ่ื ศกึ ษาผลกระทบของวาทกรรมชงั ชาตผิ า่ นสงั คมออนไลน์ social media, and 3) to study impacts of discourse
ท่ีมีต่อการตีตราทางสังคมและความขัดแย้งทางความคิด on social stigmatization and ideology conflict. The
โดยทำ� การมงุ่ ศกึ ษา ในสภาพแวดลอ้ มเฉพาะสอ่ื สงั คมออนไลน์ research emphasized in social media context on
บนทวิตเตอร์ (Twitter) โดยใช้ขอ้ มูลจากข้อความ รูปภาพ Twitter by using data from text, pictures, video
คลปิ วดิ โี อ และขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ งและสอดคลอ้ งกบั #วาทกรรม clips, and related information of #anti-nationalism
ชังชาติ และท�ำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการวเิ คราะห์เนอ้ื หา discourse (#วาทกรรมชงั ชาต)ิ and analyzed data by
(content analysis) ผลการวจิ ยั แสดงใหเ้ หน็ วา่ การประกอบ using content analysis. The results showed that the
สร้างความหมายของวาทกรรมชังชาติ เป็นปฏิบัติการทาง meaning construction of Anti-Nationalism discourse
วาทกรรม ที่สะท้อนให้เห็นถึงการช่วงชิงพ้ืนท่ีทางความคิด was a discursive practice that represents the war of
(War of Movement) ของการนิยามคำ� วา่ “ชาต”ิ โดยผา่ น movement of “Nationalism” identification through
ตัวแสดง ซึ่งมีการใช้สถาบัน รัฐ ประเพณีขนบธรรมเนียม the actors. There was the use of institution, state,
และความเป็นชาติพันธุ์ มาเป็นตัวแทนของความเป็นชาติ tradition, norms, and ethnicity to represent nationalism.
หากผใู้ ดทมี่ คี วามคดิ เหน็ แตกตา่ งจากน้ี จะถกู กดี กนั แบง่ แยก So, if anyone had different opinions, they would be
ใหก้ ลายเปน็ อน่ื รวมถงึ มกี ารใชแ้ นวคดิ การปฏปิ กั ษใ์ นลกั ษณะ obstructed to be others. There was the use of binary
คูต่ รงข้าม (binary opposition) ซง่ึ เปน็ ไปในลกั ษณะของ opposition ideology that presents information and
การน�ำเสนอข้อมูล และเร่ืองราวต่าง ๆ โดยใช้ข้อความ story through texts, pictures, and video clips in the
รูปภาพ และคลิปวิดีโอ ในลักษณะของการชักชวน เพื่อให้ forms of invitation to cooperate and agree in the
เข้าร่วม และเห็นพ้องถึงอุดมการณ์และความคิดข้างต้น same ideology. The discursive practice of Anti-
ปฏิบัติการทางวาทกรรมของวาทกรรมชังชาติ ปรากฏใน Nationalism discourse was explored in the post,
ลกั ษณะของการโพสต์ การแชร์และการกดหวั ใจ ซงึ่ ถอื เป็น shared, and liked which were the reproduction of
การผลติ ซำ้� ชดุ ความคดิ ในลกั ษณะหนง่ึ นอกจากนี้ วาทกรรม ideology. Besides, the Anti-Nationalism discourse
ชงั ชาตไิ ดส้ ง่ ผลกระทบทม่ี ตี ่อการตตี ราทางสงั คม และความ had impacted to social stigmatization and ideology
ขัดแย้งทางความคิด เช่น การสร้างความหมายในด้านลบ conflict of society such as the negative meaning
การกีดกันผู้ท่ีมีความคิดเห็นแตกต่างออกไป และท�ำการลด construction, the obstruction of different ideology
สถานภาพ ให้มลี ักษณะดอ้ ยค่าในสายตาสังคม to be others, and the reduction of valueless status.

ค�ำส�ำคัญ: วาทกรรมชังชาติ, ปฏิบัติการทางวาทกรรม, Keyword: Anti-Nationalism discourse, Discursive
การตีตราทางสงั คม, การขัดแยง้ ทางความคดิ Practice, Social Stigmatization, Ideology Conflict.

19

หนังสอื รวมบทคัดยอ่

“กฬี าเปน็ ของนกั กฬี าไม่ใชข่ องนกั การเมอื ง”(?): เชอ้ื ชาติ เอกภาพ และความเปลย่ี นแปลง

“Sports Belong to Players, Not Politicians”: Race, Unity and Change

ชุติเดช เมธชี ตุ ิกุล Chutidej Metheechutigul

นกั ศึกษาปริญญาโท คณะรฐั ศาสตร์ (สาขาปกครอง) Graduate Student, Faculty of Political Science,

มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ Thammasat University

บทคดั ย่อ Abstract
บทความช้ินนี้ต้องการตอบค�ำถามท่ีว่ากีฬาสามารถถูก The article concentrates on the question that
ใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื ทางการเมอื งโดยเฉพาะในประเดน็ เรอื่ ง how sport can be used by politics especially
ชาตินิยมได้อย่างไร โดยศึกษาผ่านกรณีศึกษา 2 กรณี nationalism. One answers this question by
คือ 1) กรณีการแข่งขันโอลมิ ปกิ ที่เบอรล์ นิ ปี ค.ศ. 1936 reckoning two case studies from the relationship
ที่ประเทศเยอรมนี และ 2) กรณีการแข่งขันรักบี้ชิง between sport, politics, and nationalism
แชมปโ์ ลก ปี ค.ศ. 1995 ที่ประเทศแอฟรกิ าใต้ ผา่ นการ framework: firstly, Berlin Olympics 1936 in
วิเคราะห์ด้วยกรอบการศึกษาที่พิจารณาความสัมพันธ์ Germany and; 2) Rugby World Cup 1995 in
ระหวา่ งกฬี า การเมอื ง และชาตนิ ยิ ม โดยผลทไ่ี ดจ้ ะทำ� ให้ South Africa. In short, this article argues sport
เห็นว่ากีฬามีศักยภาพที่จะกลายเป็นเครื่องมือทาง has the potentiality that becomes powerful
การเมือง โดยเฉพาะในประเด็นเร่ืองชาตินยิ มทสี่ ามารถ political instruments, especially nationalism to
นำ� ไปเปน็ เปา้ หมายเพอื่ สนั ตภิ าพ การสรา้ งความปรองดอง achieve politically such as peace, reconciliation,
สร้างอัตลักษณ์ของชาติใหม่ หรือสร้างความสามัคคี new national identity, or unity for war and
เพื่อรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพ่ือน�ำไปสู่การก่อสงคราม violence, etc.
และความรนุ แรง Keywords: Sport, Politics, Nationalism, Berlin
ค�ำสำ� คญั : กฬี า, การเมือง, ชาตินิยม, เบอรล์ นิ โอลิมปิก Olympics 1936, Rugby World Cup 1995
ปี ค.ศ. 1936, รักบีช้ ิงแชมป์โลก ปี ค.ศ. 1955

20

สัมมนาเครือขา่ ยนกั ศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวทิ ยา ครงั้ ท่ี 20

การปกครองรัฐบาล คสช. ภายใต้การครองอ�ำนาจ (ชี้) น�ำ

The Ruling of NCPO and Its (imperative) Hegemony

กนกทิพย์ สาโรจน์ Kanoktip Saroj

นักศกึ ษาชั้นปีท่ี 4 สาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉยี งใตศ้ ึกษา 4th year Southeast Asian Studies student at Faculty of
คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น Humanities and Social Sciences, Khon Kaen University

จรี าภรณ์ สทุ ธยิ านชุ Jeeraporn Soottiyanoot

นกั ศกึ ษาชัน้ ปีท่ี 4 สาขาวชิ าเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ศึกษา 4th year Southeast Asian Studies student at Faculty of
คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ Humanities and Social Sciences, Khon Kaen University

ประกายทพิ ย์ ราชแก้ว Prakaithip Rachkaew

นกั ศึกษาชน้ั ปีท่ี 4 สาขาวิชาเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ศึกษา 4th year Southeast Asian Studies student at Faculty of
คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น Humanities and Social Sciences, Khon Kaen University

บทคัดยอ่ Abstract

บทความวิจัยหรืองานวิจัยส่วนมากที่ศึกษาการ Most articles and research related to the state’s ruling
ปกครองหรือการครองอ�ำนาจน�ำของรัฐมุ่งเสนอ or state’s hegemony focus only on the establishing
แตเ่ พยี งการสรา้ งอดุ มการณข์ องรฐั โดยอาศยั กรอบ state’s ideology based on Antonio Gramsci’s framework.
แนวคดิ ของอนั โตนโิ อ กรมั ชี่ เปน็ หลกั จนหลายครง้ั They have often overlooked hegemony through
ละเลยการศึกษาการครองอ�ำนาจน�ำโดยผ่านกลไก Repressive State Apparatuses (RSAs). The hegemony
เชิงปราบปราม เน่ืองจากการครองอ�ำนาจน�ำของ of the state cannot depend solely on the Ideological
รฐั ไมส่ ามารถอาศยั แตเ่ พยี งกลไกเชงิ อดุ มการณข์ อง State Apparatuses (ISAs), but also hinge upon the
รฐั เทา่ นน้ั หากแตย่ งั ตอ้ งอาศยั กลไกเชงิ ปราบปราม Repressive State Apparatuses (RSAs) according to Louis
ตามกรอบแนวคิดของหลุยส์ อัลธูแซร์ อีกด้วย Althusser’s framework. By this means, the hegemonic
การครองอ�ำนาจน�ำของรัฐจึงจะสมบูรณ์และมี leadership of the state would be absolute and
ประสิทธผิ ล บทความวิจัยนจี้ งึ เสนอวา่ การท่ีคณะ effective. This research paper argues that the National
รักษาความสงบแหง่ ชาติ (คสช.) สามารถปกครอง Council for Peace and Order (NCPO) could rule the
ประเทศได้อย่างยาวนานและค่อนข้างราบร่ืน country for a long and relatively smooth; particularly,
รวมถึงยังคงได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน they have received relatively much support from the
เนื่องจาก คสช. อาศัยกลไกเชิงอุดมการณ์และ people. Since the NCPO have wielded Repressive
กลไกเชิงปราบปรามของรฐั จนสามารถสร้างความ State Apparatuses (RSAs) and Ideological State
ยินยอมพร้อมใจและการครองอ�ำนาจน�ำได้อย่าง Apparatus (ISAs) until it could achieve a relatively
ค่อนขา้ งสมบรู ณ์และมเี สถียรภาพ absolute consent and firm leadership.

ค�ำส�ำคัญ: การครองอ�ำนาจ (ช้ี) น�ำ, คณะรักษา Keywords: (imperative) Hegemony, National Council for
ความสงบแห่งชาติ (คสช.), กลไกการปรามปราม Peace and Order (NCPO), Ideological State Apparatuses
ของรฐั , กลไกเชิงอดุ มการณ์ของรัฐ (ISAs), Repressive State Apparatuses (RSAs)

21

หนงั สือรวมบทคัดย่อ

ทศั นปฏบิ ัติการในการประท้วงทางการเมืองของไทย กรณีศกึ ษา: ชูสามนิว้

Visual Activism in Thai Political Protest. Case Study: Three-Finger Salute

บดนิ ทร์ เทพรัตน์ Bodin Theparat

นกั ศกึ ษาปริญญาโท ภาควชิ าสังคมวทิ ยาและมานษุ ยวทิ ยา Graduate Student, Department of Sociology and Anthropology,

คณะสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ Faculty of Social Sciences, Chiang Mai University

บทคดั ยอ่
บทความนตี้ อ้ งการนำ� เสนอถงึ การประทว้ งทางการเมอื งของไทยในปจั จบุ นั ซง่ึ ภาพหรอื วชิ วลมบี ทบาทสำ� คญั อนั เปน็ ผล
จากรปู แบบสงั คมทถี่ กู ไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากอนิ เตอรเ์ นต็ ความเรว็ สงู โซเชยี ลมเี ดยี ภมู ทิ ศั นส์ อื่ ทเ่ี ปดิ กวา้ งขนึ้ และไมถ่ กู ผกู ขาด
จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผเู้ ขียนใช้คอนเซปต์ “ทศั นปฏบิ ัตกิ าร (Visual Activism)” เพอ่ื วเิ คราะหบ์ ทบาทของวชิ วลในการ
ประท้วงซ่ึงเกิดขึ้นได้ผ่านกระบวนการของการท�ำให้มองเห็น (visibility) และการผลิตซ�้ำ (reproduction) โดยวิชวล
เหล่านไ้ี มไ่ ด้เป็นเพียงแคส่ ิ่งสะทอ้ นเหตุการณ์ เป็นวาทกรรม เป็นสิ่งทถ่ี ูกบรโิ ภคเท่าน้นั แตม่ ันมีบทบาทส�ำคัญในฐานะ
อาวุธทีใ่ ช้ตอ่ ตา้ น ระดมพล สร้างความเปน็ อันหนึ่งอันเดยี ว สร้างอัตลักษณ์ สรา้ งความเปน็ สากล สรา้ งความตระหนักรู้
แก่ผูอ้ น่ื บริบทในการศกึ ษาครงั้ นี้คอื การประท้วงทางการเมอื งในไทย ปี ค.ศ. 2020 ซง่ึ ผเู้ ข้ารว่ มสว่ นใหญ่เป็นเยาวชนท่ี
มีลกั ษณะแบบ Digital Natives พวกเขามวี ธิ คี ิดและวิธีปฏบิ ัตทิ ่เี ชื่อมโยงกับโลกดิจทิ ัลซง่ึ ภาพเป็นองค์ประกอบส�ำคัญ
อีกทั้งพยายามเช่ือมโยงตัวเองกับการเป็นพลเมืองโลก ผู้เขียนยกกรณีศึกษา “ชูสามนิ้ว” ว่าเป็นตัวอย่างของ Visual
Activism โดยอธิบายถงึ บทบาทของมนั ในการประท้วง ผู้เขียนแย้งว่า ในขณะทภี่ าพชสู ามนิ้วไดท้ ำ� หนา้ ท่ขี องการเป็น
อาวธุ ทใ่ี ชต้ ่อตา้ น แต่โดยภาพรวมแล้วมนั ไม่ได้สง่ เสรมิ การประทว้ งให้ไปได้ไกลอย่างทห่ี ลายคนคาดหวงั ไว้
ค�ำส�ำคัญ: ทัศนปฏิบัติการ (Visual Activism), การท�ำให้มองเห็น (Visibility), การผลิตซ้�ำ (Reproduction),
การประท้วง, ชูสามน้ิว

22

สมั มนาเครือขา่ ยนักศึกษาระดับบณั ฑติ ศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คร้ังที่ 20

เรอ่ื งเล่าขา้ งเตยี ง : กรณีเคร่ืองพยุงชีพกบั ผู้ป่วยระยะทา้ ย1

Bedside Stories: A Study of Life Support Machine and End of Life Care

รติมา องอาจอิทธิชยั Ratima Ongarjitthichai

นกั ศึกษาปรญิ ญาโท คณะสงั คมศาสตร์และมนษุ ยศาสตร์ Faculty of Social Sciences and Humanities,

มหาวิทยาลัยมหดิ ล Mahidol University

บทคดั ย่อ Abstract
การวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชุดประสบการณ์ The purpose of this research was to study
การเจ็บป่วย และประสบการณ์การใช้เครื่องพยุงชีพ illness experiences and experience in using life
ในการดูแลผู้ปว่ ยระยะทา้ ย มุ่งตอบค�ำถามวา่ ปฏิบัตกิ าร support machines at the end of life care. Aiming
ทางการแพทย์ เครอื่ งพยงุ ชพี และวฒั นธรรมความเจบ็ ปว่ ย to answer the question of whether the medical
มีอ�ำนาจต่อผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยระยะท้ายอย่างไร practice how does life support and sickness
โดยน�ำกรอบแนวคิดมานุษยวิทยาการแพทย์เชิงวิพากษ์ culture impact patients and caregivers of end of
มาเป็นเคร่ืองมือในการวิเคราะห์ และใช้วิธีการศึกษา life patients? by using the conceptual framework
เชิงคุณภาพด้วยการศึกษาเรื่องเล่าในการเก็บรวบรวม of Critical Interpretive Medical Anthropology as
ขอ้ มลู กบั ผปู้ ว่ ยระยะทา้ ยทต่ี อ้ งใชเ้ ครอ่ื งพยงุ ชพี ญาติ และ a tool for analysis. This is a qualitative approach
ผู้เก่ียวข้องในการดูแล จ�ำนวน 12 ครอบครัว ในพ้ืนที่ with the story-telling study was used to collect
กรงุ เทพมหานคร นนทบรุ ี และปทมุ ธานี ผลการศกึ ษา data with 12 families of end-of-life patients
พบว่า เคร่ืองพยุงชีพมีความส�ำคัญและเข้ามามีบทบาท who requiring life support, their relatives, and
ในชวี ติ ของผปู้ ว่ ยและผดู้ แู ล มอี ทิ ธพิ ลตอ่ การดำ� เนนิ ชวี ติ related persons in care, in Bangkok, Nonthaburi,
ทั้งในแง่บวกและลบ รวมถึงเป็นตัวแทนของความรู้ and Pathum Thani areas. Life support is important
ความเช่ยี วชาญท่คี รอบงำ� วิธคี ิดของเร่ืองสุขภาพอกี ดว้ ย and plays an important role in the lives of
ค�ำส�ำคัญ: เคร่ืองพยุงชีพ, ผู้ป่วยระยะท้าย, อ�ำนาจ, patients and caregivers. It has a positive and
ประสบการณ์ความเจ็บป่วย negative influence on lifestyle. It also represents
the expertise that dominates the way of thinking
about health.
Keywords: Life support machine, End of life
patient, Power, Illness experience

1 อาจารยท์ ี่ปรกึ ษา: รศ. ดร.เพ็ญจันทร์ ประดบั มุข เชอร์เรอร์ และศาสตราจารย์เกยี รตคิ ณุ ดร.พิมพวลั ย์ บุญมงคล

23

หนงั สอื รวมบทคัดยอ่

ชวี ติ ทางสงั คมของผเู้ ขา้ รว่ มการทดลองยา:จรยิ ธรรมทแ่ี ฝงฝงั ในความสมั พนั ธท์ างสงั คม1

Social Life of Drug Trial Participants: Ethics Embedded in Social Relationships

กมลกานต์ ตงั้ นารี Kamonkan Tangnaree

นักศึกษาปริญญาโท สาขาการวิจัยทางสงั คม Graduate Student, Faculty of Sociology and Anthropology

คณะสังคมวทิ ยาและมานษุ ยวิทยา มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ (Social Research), Thammasat University

บทคดั ย่อ Abstract
เม่ือความเจ็บป่วยด้วยโรคท่ีจะน�ำไปสู่การตีตราสังคม Sickness with a disease that could lead to social
ท�ำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะเฉียบพลันเลือกตัดสินใจ stigmatization made people with acute HIV
น�ำร่างกายที่เจ็บป่วยเข้าสู่การทดลองยา บทความนี้จึง chose the decision to put their sick bodies into
ส�ำรวจกระบวนการตัดสินใจเข้าสู่การทดลองยา และ drug trials. This article explored the rationale for
ชีวิตทางสังคมของผู้เข้าร่วมการทดลองยาในด้านต่าง ๆ the decision to enter drug trials and the social
งานศึกษาน้ีใชร้ ะเบียบวิธวี จิ ัยเชงิ คุณภาพ โดยใช้เทคนคิ life of participants in the field’s drug trials. This
การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เข้าร่วมการทดลองยาในโครงการ study uses a qualitative research methodology
วิจัยเพ่ือทดสอบประสิทธิภาพยาต้านไวรัสแบบฉีดเข้า was used to interview participants in an experimental
เส้นเลอื ด ขอ้ มลู จากงานศกึ ษานี้ช้ีใหเ้ ห็นว่า เหตุผลการ drug trial to test the efficacy of intravenous
ตดั สนิ ใจเกดิ ขน้ึ เนื่องจาก “ตราบาป” (stigma) ท�ำให้ antiretroviral therapy. Data from this study
ทางเลือกในการใช้สิทธ์ิการรักษาตามระบบของรัฐไม่ใช่ pointed out the reason for the stigma arising as
ทางเลือกส�ำหรับบางคน ส่งผลให้พวกเขาเลือกส�ำรวจ a result of “stigmatization”. When the option to
ทางเลือกใหม่เพื่อพาตนเองเข้าสู่การรักษาควบคู่ไปกับ use state-of-the-art treatment was not an option
การทดลองยา นอกจากน้งี านศึกษานชี้ ใี้ ห้เหน็ วา่ ภายใต้ for some people, they had to find alternatives
ข้อก�ำหนดของโครงการวิจัย (protocol) มีจริยธรรม to bring themselves to treatment alongside
ทางการแพทย์ท่ีเป็นสากลคอยก�ำกับอยู่ แต่จริยธรรม drug trials. In addition, the study indicated that,
ที่เกิดขึ้นจริงในกระบวนการทดลองยา เป็นจริยธรรม under the protocol requirements, there was
ท่ีแฝงฝังอยู่ในชีวิตทางสังคม (socially embedded a universal medical ethics governance. The real
ethics ) ซง่ึ เป็นความสมั พันธท์ างสงั คมท่เี กิดขึ้นในชีวติ ethics in drug testing processes took the form
จริง และจริยธรรมท่ีว่าน้ีไม่ได้ถูกพูดถึงในจริยธรรมที่ of socially embedded ethics, which were social
เปน็ สากล เช่น ชีวิตทางสงั คมกบั เรอื นรา่ ง และชีวติ ทาง relationships that arise in real life, but these
สังคมกับการทำ� งาน ethics was not addressed in universal ethics, such
ค�ำส�ำคัญ: ผู้เข้าร่วมการทดลองยา, ความสัมพันธ์ทาง as social life and body and social life and work.
สังคม, ชวี ิตทางสงั คม, จรยิ ธรรมการวิจยั Keywords: drug trial participants, social
relationships, social life, Research ethics

1 บทความนีเ้ ป็นสว่ นหนง่ึ ของวทิ ยานพิ นธ์ หัวข้อ “การทดลองยาในมนษุ ย์ ร่างกาย อำ� นาจ และจรยิ ธรรม” หลักสูตรสงั คมวทิ ยาและ
มานษุ ยวทิ ยามหาบณั ฑติ สาขาการวจิ ยั ทางสังคม คณะสงั คมวทิ ยาและมานษุ ยวิทยา มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์

24

สัมมนาเครอื ขา่ ยนักศกึ ษาระดับบัณฑติ ศึกษา สาขาสงั คมวทิ ยาและมานษุ ยวทิ ยา ครั้งท่ี 20

พฤฒพลังกับความสัมพันธ์เชิงอ�ำนาจในระบบที่ดิน: กระบวนการยาวนานของปฏิบัติการ
ทางสงั คม กรณเี กษตรกรสูงอายุบา้ นกา้ งปลา อ�ำเภอดา่ นซ้าย จงั หวดั เลย1

Active Aging and Power Relations in Land System: A Long Process of Sociocultural Practice

in Case Elderly Farmer in Kangpla Village, Dansai District, Loei Province

ฐิตนิ นั ท์ ใกล้ชิด Thitinan Klaichid

นักศึกษาปรญิ ญาโท สาขามานษุ ยวทิ ยา Graduate Student, Department of Anthropology,

มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร Silpakorn University

บทคัดยอ่ Abstract
บทความนี้หยิบยกเอาแนวคิดพฤฒพลังขององค์การ This article takes the Active Aging’s conceptual
อนามยั โลก (WHO) มาพจิ ารณาใหมด่ ว้ ยบรบิ ททางสงั คม framework proposed by the World Health
วฒั นธรรมของบ้านกา้ งปลา อ�ำเภอดา่ นซ้าย จงั หวัดเลย Organization to reconsider the socio-cultural
โดยใชข้ อ้ มลู จากขอ้ มลู ภาคสนามทไี่ ดจ้ ากการสงั เกตการณ์ context of Kangpla Village, Dan Sai District, Loei
แบบมีส่วนร่วมที่เสนอผ่านผังเครือญาติ แล้ววิเคราะห์ Province. It was based on field data obtained
โดยแนวคิดปฏิบัติการทางสังคม พบว่า ปฏิบัติการทาง from participant observations and presented
สังคมของผู้สูงอายุบ้านก้างปลาใช้กระบวนการก่อรูป through the kinship chart. Then analyze that
ยาวนาน ตง้ั แตก่ ารบกุ เบกิ ทดี่ นิ ทำ� กนิ และสรา้ งเครอื ขา่ ย data on the concept of social practice. The result
ทางเครอื ญาตจิ นเปน็ ครอบครวั ขนาดใหญ่ ในกระบวนการ is the social practice of the elderly farmers in
นั้นก่อให้เกิดแบบแผนทางวัฒนธรรมการสืบมรดก Kangpla village had formed long process from
เฉพาะกรณี ซึ่งแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ทางอ�ำนาจที่ the land clearing and made a relative network
ไม่เท่าเทียมในหมู่บ้าน น�ำไปสู่ข้อเสนอให้เพิ่มกรอบ to a big family that formed inheritance cultural
การวเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธเ์ ชงิ อำ� นาจรว่ มกบั 3 เสาหลกั pattern. So, it shows the unequal power relations
พฤฒพลังขององคก์ ารอนามยั โลก in the village through add the concept of power
คำ� สำ� คญั : พฤฒพลงั , ปฏบิ ตั กิ ารทางสงั คม, สังคมผูส้ งู relation with the old 3 concepts of active aging
อายุ, ความสัมพนั ธเ์ ชิงอำ� นาจ, ระบบท่ดี นิ of the World Health Organization.
Keywords: Active Aging, Social Practice, Aging
Society, Power Relations, Land System

1 บทความนี้เป็นส่วนหนึง่ ของวทิ ยานพิ นธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขามานุษยวทิ ยา มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร เรือ่ ง ระบบที่ดนิ และ
พฤฒพลงั : ความสัมพันธเ์ ชงิ อ�ำนาจในปฏบิ ตั ิการทางสงั คมของเกษตรกรสูงอายุ กรณีบ้านก้างปลา อำ� เภอดา่ นซา้ ย จงั หวัดเลย

25

หนังสือรวมบทคดั ยอ่

วิถเี กษตรออร์แกนคิ : การกอ่ ตัวและการสรา้ งคณุ คา่ เชิงชนชั้นของคนเมือง1

‘Organic’ Lifestyle: Formation of Trend and Construction of Class-Based Value among the Urbanites

ธีรินทรา จนั ทรแ์ ดง Theerintra Jundang

นักศกึ ษาปริญญาโท สาขามานุษยวทิ ยา Graduate student, Faculty of Sociology and Anthropology,

คณะสังคมวิทยาและมานุษยวทิ ยา มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ Thammasat University

บทคัดย่อ Abstract
งานศกึ ษา “วถิ เี กษตรออรแ์ กนคิ ” เปน็ การทำ� ความเขา้ ใจ The study of “‘Organic’ Lifestyle” is to examine
ปรากฏการณ์ที่เป็นกระแสสังคมหน่ึงในปัจจุบัน ซึ่งคน a phenomenon that is a trend in Thai society in
เมอื งจำ� นวนหนงึ่ มปี ฏบิ ตั กิ ารในการผลติ แปรรปู บรโิ ภค the present. It is the practice in which the urbanites
จัดจ�ำหน่าย รวมไปถึงกิจกรรมอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับ produce, homemade-process, consume, sell and
ความเป็นอนิ ทรีย์ มพี ้ืนท่อี ยใู่ นเมืองเปน็ หลกั และมีการ do or join with other activities that concern the
นิยามความหมายโดยพวกเขาเองท่ีสะท้อนถึงการใส่ใจ organic. These activities mainly take place in
ในประเด็นหลากหลาย เชน่ สุขภาพ ส่ิงแวดลอ้ ม สงั คม urban areas and people in this network show
ฯลฯ บทความนำ� เสนอพัฒนาการของกระแสออรแ์ กนคิ that they also link their behavior to various
ซง่ึ ในไทยมโี ครงการสวนผกั คนเมอื งเปน็ หมดุ หมายสำ� คญั issues such as health, environment, social, etc.
สว่ นการพจิ ารณาวถิ ชี วี ติ ของคนเมอื งทเ่ี ปน็ กลมุ่ ตวั อยา่ ง The article presents the development of the
พบว่า มีการประกอบสร้างคุณค่าผ่านการสร้างพ้ืนท่ี organic trend which found that the Thai City
เชิงกายภาพท่ีน่าปรารถนา การมีความสามารถในการ Farm Project is the milestone of organic history
พึ่งตนเอง และการมีศักยภาพในการสรา้ งจุดขาย โดยมี in Thailand. Finally, I consider the lifestyle of
รสนิยมท่ีสะท้อนถึงการมีฮาบิทัสแบบใส่ใจส่ิงแวดล้อม people who are the cases of the study and
ซ่ึงท�ำให้คนในวิถีน้ีครอบครองและสะสมทุนจนสามารถ found that there is a construction of values by
สรา้ งความโดดเด่นทางสงั คมได้ building the good physical space, the capacity of
คำ� สำ� คญั : วถิ ชี วี ติ , ออรแ์ กนคิ , อาหารออรแ์ กนคิ , อนิ ทรยี ,์ self-reliance, and the ability to make themselves
เกษตรในเมือง, คนเมอื ง, ชนชนั้ ทางสงั คมทางเพศ attractive in the market. Their tastes relate to
eco-habitus. So, people in this lifestyle possess
and can accumulate capital which makes them
gain social distinction.
Keywords: lifestyle, organic, organic food, urban
agriculture, urban farming, social class

1 บทความนเี้ ป็นสว่ นหนึ่งของวทิ ยานพิ นธ์ “วิถเี กษตรออร์แกนิค” กับการสถาปนาคณุ คา่ เชงิ ชนชนั้ ของคนเมอื ง

26

สัมมนาเครือข่ายนักศึกษาระดับบณั ฑติ ศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คร้ังที่ 20

นักด�ำน้�ำอาสาสมัครในยุคสังคมความเส่ียง: การเปล่ียนแปลงของสื่อ การส่ือสารและ
รปู แบบการคดิ ยอ้ นสะท้อนกลบั ของนักด�ำน�้ำอาสาสมัครในสถานการณ์วกิ ฤตทะเลไทย

The Spirit of Volunteer Scuba Divers in the Risk Society: The Changing Forms of Media,

Communication and Reflexivity in the Case of Volunteering Scuba Divers in the Situation

of the Ocean Crisis, Thailand

จฑุ ามณี สมบรู ณ์สทุ ธ์ิ Juthamanee Somboonsut

นิสติ ปริญญาเอก สาขาสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา Ph.D. Student, Department of Sociology and Anthropology,

คณะรัฐศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั Faculty of Political Science, Chulalongkorn University

บทคัดยอ่ หนิ เพลงิ จงั หวัดระยอง เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก
บทความน้ีเกิดจากประสบการณ์ด�ำน้�ำลึก (scuba เกาะรัง จังหวัดตราด และเกาะทะลุ จังหวัดชุมพร
diving) อยา่ งตอ่ เน่อื งของผเู้ ขยี นตลอดระยะเวลา 8 ปี รวมถึงรวมรวบข้อมูลจากส่ือต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับ
จากการด�ำด่ิงลงไปร่วมท่องเท่ียวและท�ำงานคลุกคลี สถานการณ์ทางทะเลและการด�ำน�้ำ ผลการศึกษา
ใตท้ อ้ งทะเลรว่ มกบั นกั ดำ� นำ้� อาสาสมคั รทม่ี คี วามแตกตา่ ง พบว่า นกั ดำ� น�้ำมกี ารเปลยี่ นแปลงรปู แบบจากนักด�ำน�้ำ
หลากหลายในตา่ งช่วงเวลา ท�ำให้พบว่า สิง่ แวดล้อมใต้ แนวสันทนาการมาเป็นนักด�ำน�้ำอาสาสมัคร เกิดจาก
ทอ้ งทะเลมคี วามเปลย่ี นแปลง การนำ� เสนอขา่ วเกยี่ วกบั ปัจจัยสังคมความเสี่ยงวิกฤตทางทะเลที่ได้เผชิญจาก
ทะเลไทยมคี วามเปลยี่ นไปและรปู แบบการดำ� นำ�้ ในสงั คม ประสบการณ์ของตนเองประกอบกับการน�ำเสนอข่าว
ยุคดิจิทัลก็แปรเปลี่ยนตามไปด้วย ดังนั้น วัตถุประสงค์ ปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มทางทะเลจากสอื่ ตา่ ง ๆ รวมถงึ นกั ดำ� นำ�้
ของบทความช้ินนี้จึงต้องการอธิบายความสัมพันธ์ของ อาสาสมัครมีการใช้โซเชียลมีเดียโต้ตอบ เคล่ือนไหว
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมท่ีเช่ือมโยงและส่งผลกระทบ เรื่องการด�ำน�้ำเพื่อการอนุรักษ์ผ่านทางโลกออนไลน์
ตอ่ กันใน 3 ปรากฏการณ์ คอื 1. การเปล่ยี นแปลงของ โดยเครือข่ายสังคมออนไลน์ท่ีนิยมใช้เป็นประจ�ำ คือ
สถานการณ์สังคมความเสี่ยงวิกฤตทะเลไทย 2. การ ไลนก์ ลุ่มและเฟสบุ๊ค
เปล่ียนแปลงของส่ือ การสื่อสารในยุคดิจิทัล และ ค�ำส�ำคญั : สังคมความเส่ียง (Risk Society), นักดำ� น�้ำ
3. การเปลี่ยนแปลงในการคิดย้อนสะท้อนกลับของ อาสาสมคั ร (Scuba Volunteer), สอ่ื สารมวลชน (Mass
นกั ด�ำน้ำ� อาสาสมคั ร วธิ ีการเกบ็ ข้อมลู ใชก้ ารสมั ภาษณ์ Media), การคิดย้อนสะท้อนกลับในสังคมสมัยใหม่
ระดบั ลกึ กบั นกั ดำ� นำ�้ อาสาสมคั รและผเู้ กย่ี วขอ้ ง รว่ มกบั (Reflexive Modernization), วกิ ฤตทะเลไทย (Marine
การสังเกตการณ์ใต้ท้องทะเลและในเครือข่ายสังคม Crisis)
ออนไลน์ของนักด�ำน้�ำอาสาสมัคร สถานที่ในการเก็บ
ขอ้ มูล ประกอบดว้ ย อา่ วแสมสาร จงั หวดั ชลบรุ ี บรเิ วณ

27

หนังสอื รวมบทคัดยอ่

ความเปน็ พลวตั ทางชนชัน้ จากอดีตสปู่ ัจจบุ ันผา่ นการเล่นไม้ดดั ไทย

The Class Dynamic of Thai Dwarf Game

ธนภัทร เสริฐศรี Thanapat Sertsri

นสิ ิตปริญญาตรี สาขาสงั คมวิทยาเพ่อื การพฒั นา Undergraduate, Sociology for Development,
Faculty of Social Sciences, Srinakharinwirot University
คณะสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ
Jiraporn Kamnerdsing
จิราพร กำ� เนิดสงิ ห์
Undergraduate, Sociology for Development,
นสิ ติ ปริญญาตรี สาขาสังคมวทิ ยาเพือ่ การพฒั นา Faculty of Social Sciences, Srinakharinwirot University

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ

บทคัดย่อ Abstract
การวจิ ยั นผี้ วู้ จิ ยั ไดต้ งั้ วตั ถปุ ระสงคไ์ วค้ อื เพอ่ื ศกึ ษาประวตั ิ The research aims to study the history of the
ความเป็นมาของการเล่นไม้ดัดไทยและเพื่อศึกษาความ Thai dwarf game and its class dynamic. It is
เป็นพลวัตทางชนชั้นที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงของ a qualitative study collecting information at
การเลน่ ไมด้ ดั ไทย โดยใชร้ ะเบยี บวธิ กี ารวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ Ta Reu district, Ayutthaya Province. The result
พ้ืนที่หลักในการวิจัย คือชุมชนอ�ำเภอท่าเรือ จังหวัด points that the game has a dynamic from
พระนครศรอี ยธุ ยา one that exclusively played only within elite
ผลการวจิ ยั จากไม้ดัดท่ีสามารถเล่นไดเ้ พยี งชนชน้ั สูงใน society in the past to a popular one following
อดีตจนมาสู่ยุคสมัยการเปล่ียนแปลงการปกครองในยุค globalization in a contemporary time.
ของปัจจุบันเม่ือโลกเข้าสู่กระแสโลกาภิวัตน์ ไม้ดัดได้มี Keywords: Thai dwarf game, class, dynamic,
การเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเปรียบเสมือนสัญญะ history, Ayuthaya
ท่ีสะท้อนการเปล่ียนแปลงทางชนชั้นที่ส่งผ่านการเล่น
ไมด้ ดั ไทยในแตล่ ะยคุ สมยั ทสี่ ามารถบอกถงึ ความเปน็ มา
ในอดีตจนมาถงึ สภาพทีเ่ กดิ ขึ้นในปัจจุบนั
คำ� สำ� คญั :การละเลน่ ไมด้ ดั ,ชนชนั้ ,พลวตั ,ประวตั ศิ าสตร์,
อยธุ ยา

28

สัมมนาเครอื ขา่ ยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวทิ ยา คร้ังท่ี 20

ผคู้ น สงิ่ ของ และผสั สารมณ์ในการประท้วงของ “ราษฎร” 2563

People, Material and Affect in the Protest of the ‘Ratsadon’ 2020

ฐาปนพงศ์ ยขี ุน Thapanapong Yeekhun

นิสิตปรญิ ญาโท ภาควิชาสงั คมวทิ ยาและมานุษยวิทยา Graduate student, Department of Sociology and Anthropology,

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย Faculty of Political Science, Chulalongkorn University

บทคัดยอ่ Abstract
“ผัสสารมณ์” (affect) ยังเป็นส่ิงท่ีมีการศึกษาอยู่น้อยใน “Affect” has been little explored in Thailand,
ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทาง especially in the context of the current “Ratsadon”
การเมอื งในปจั จบุ นั ทเี่ กดิ ขนึ้ ของกลมุ่ “ราษฎร” ผเู้ ขยี นจงึ protests. This paper will explore what this “affect”
สนใจวา่ “ผัสสารมณ์” ดงั กล่าวน้นั มีลักษณะเปน็ อย่างไร looks like. As well as objects or environments
ตลอดจนวตั ถุ สง่ิ ของ หรอื สงิ่ แวดลอ้ ม ทเี่ ขา้ มาเปน็ สงิ่ ละอนั that assemblage in protests as an agent that
พนั ละนอ้ ยทม่ี สี ว่ นรว่ มในการประกอบกนั (assemblage) contributes to the emotion, perception, or effect
ในการชมุ นมุ ทางการเมอื งในฐานะ “ผกู้ ระทำ� การ” (agent) on “affect”. As well as the creation of an atmosphere
ท่ีมีส่วนให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึก การรับรู้ หรือส่งผลต่อ that occurs in offline protest areas and online
“ผสั สารมณ”์ อยา่ งไรตลอดจนการเกดิ ขน้ึ ของ“บรรยากาศ” areas. I followed the protest movement through
(atmosphere) ทเ่ี กดิ ขนึ้ ทง้ั ในพนื้ ทช่ี มุ นมุ และพน้ื ทอี่ อนไลน์ social networks, walked through the protest
โดยผเู้ ขยี นไดย้ อ้ นดกู ารเคลอื่ นไหวของมวลชนผา่ นเครอื ขา่ ย area, and used the senses of all perceptions
สงั คมออนไลน์ ควบคไู่ ปกบั การเขา้ ไปในพน้ื ทชี่ มุ นมุ พรอ้ ม to observe. I found that objects or materials,
กับใช้ผัสสะในการรับรู้ความรู้สึกท้ังหมดเพื่อสังเกตการณ์ especially the “Ratsadon plaque 2020” and
ผู้เขียนพบว่าวัตถุหรือส่ิงของต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิง “Rubber Ducks”, act as actors in the protest area,
“หมุดคณะราษฎร 2563” และ “เป็ดยาง” ในฐานะทเ่ี ปน็ along with other actors such as lights, music, and
ตวั กระทำ� การทป่ี รากฏขน้ึ ในบรเิ วณพนื้ ทกี่ ารชมุ นมุ ประทว้ ง street food stalls, which all work together to help
พรอ้ มกับตวั กระท�ำการอน่ื ๆ เช่น แสงไฟ เสยี งดนตรี และ create an atmosphere. It allows people to face
รา้ นอาหารรถเขน็ ตา่ งมสี ว่ นในการประกอบเขา้ ดว้ ยกนั จน their senses and share their emotions with fun,
สรา้ งบรรยากาศขึ้นมา ใหผ้ ูค้ นเผชิญกับผสั สารมณ์ และมี grief, and anger in the protest area, and it can also
อารมณ์ร่วมข้ึน ทั้งความสนุกสนาน ความเศร้าโศก และ increase their emotional intensity when buildings,
ความโกรธแค้น ในพ้ืนท่ีการชุมนุม อีกท้ังยังสามารถทวี environments, or infrastructure are involved in
ความเข้มข้นของอารมณ์ได้มากขึ้น เม่ือสภาพแวดล้อม the area, especially when there is history such
สิ่งก่อสร้าง หรือโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ใน as Sanam Luang or in the case of the Kiak Kai
บรเิ วณดงั กลา่ วมสี ว่ นรว่ ม โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ เมอื่ มเี รอื่ งราว intersection, which has become a dangerous area
ความเป็นมาดังเช่นสนามหลวง หรือในกรณีของแยก in the protesters’ feelings because of its proximity
เกียกกายท่ีกลายเป็นพ้ืนที่เส่ียงอันตรายในความรู้สึกของ to the military area.
ผ้ชู มุ นมุ เพราะเขา้ ใกล้เขตทหาร Keywords: Affect, Atmosphere, Material culture,
ค�ำส�ำคัญ: ผัสสารมณ์, บรรยากาศ, วัฒนธรรมทางวัตถุ, The protest, Ratsadon 2020
การชุมนมุ ประท้วง, ราษฎร 2563
29

หนงั สือรวมบทคดั ยอ่

อยู่กบั พลงั เหนือธรรมชาติ: วา่ ด้วยความสมั พันธ์ระหวา่ งมนุษยก์ ับสง่ิ เรน้ ลบั

Staying with Supernature: Intimacy Between Humans and Spirits

พภิ พ ปรีดาภริ ัตน์ Piphop Preedaphirat

นิสติ ปริญญาโท ภาควิชาสงั คมวิทยาและมานษุ ยวิทยา Graduate Student, Department of Sociology and Anthropology,

คณะรฐั ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย Faculty of Political Science, Chulalongkorn University

บทคดั ย่อ Abstract
บทความช้ินนี้ต้องการน�ำเสนอภววิทยาของสิ่งเร้นลับ This paper aims to consider a Mystery’s Ontology
ทแ่ี ตกตา่ งไปจากงานศกึ ษาทผ่ี า่ นมา โดยมองวา่ สง่ิ เรน้ ลบั that differs from previous studies. By the view
น้ันด�ำรงอยู่เพียงเพ่ือให้มนุษย์ฉวยใช้ประโยชน์ และ that the mystery exists only for exploitation
ตอบแทนด้วยการให้สิ่งของต่าง ๆ เป็นการแลกเปลี่ยน by humans and giving things in exchange. Such
สำ� หรบั ผเู้ ขยี นมองวา่ การพจิ ารณาเชน่ นนั้ ไมไ่ ดต้ า่ งอะไร considerations are no different from a human-
จากการมองมนษุ ย์เปน็ ศูนยก์ ลาง และเบยี ดขบั ผ้กู ระท�ำ centric view and pushing other actors away
การอนื่ ๆ ออกไปจากฉากหนา้ ของความสมั พนั ธท์ างสงั คม from the foreground of social relations. As for
ส�ำหรับวิธีการศึกษาผู้เขียนได้หยิบเรื่องเล่าเกี่ยวกับ the method of study, I picked up two narratives
พลังเหนือธรรมชาติขึ้นมาสองเรื่อง โดยอาศัยทฤษฎี about supernatural stories and described them
เครอื ขา่ ย-ผกู้ ระทำ� เปน็ แกนหลกั ในการอธบิ ายถงึ ภววทิ ยา based on the Actor-Network theory as the basis
ท่ีเปลี่ยนแปลงไปของส่ิงเรน้ ลับ for explaining.
ค�ำส�ำคัญ: พลังเหนือธรรมชาติ, ภววิทยาแนวระนาบ, Keywords: Supernature, Flat Ontology, Post-
หลังมนุษยนยิ ม humanism

30

สมั มนาเครอื ขา่ ยนกั ศกึ ษาระดบั บัณฑิตศึกษา สาขาสงั คมวทิ ยาและมานุษยวิทยา ครั้งที่ 20

ความสมั พันธ์ของ “ไก่ชน” และ “มนุษย”์ ในการชนไก่ผ่านมุมมองแบบ Posthumanism

The Relationship Between “Fighting Cock” and “Human” in Cockfighting Through the Perspective

of Posthumanism

พงคเ์ ทพ สคี นั ทา Pongtep Srikanta

นกั ศึกษาปริญญาโท คณะสงั คมวิทยาและมานษุ ยวิทยา Graduate student, Faculty of Sociology and Anthropology,

มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ Thammasat University

บทคัดยอ่ Abstract
บทความน้ีได้ท�ำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ This article examines the relationship between
และไก่ชน ผ่านการเลี้ยงไก่ชนและกีฬาไก่ชน โดยใช้ humans and fighting cock in cockfighting and
มุมมองหลังมนุษนิยมท่ีให้ความสัมพันธ์กับส่ิงท่ีไม่ใช่ husbandry by using a Posthumanism perspective
มนษุ ยใ์ นระดบั ทเ่ี ทา่ เทยี มกนั สงิ่ ทคี่ น้ พบคอื ความสมั พนั ธ์ that equates ties between humans and
ของผู้เล้ียงไก่ชนและไก่ชนนั้นเป็นมากกว่าแค่สัตว์เลี้ยง nonhumans. What we have found is that the
เพราะไม่ใช่แค่มนุษย์มีอ�ำนาจในการจัดการหรือควบคุม relationship between fighting cock and owners
ไก่ แต่ตัวไก่ชนก็มีสิ่งที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์ ทำ� ให้มนุษย์ is more than just pets because not just humans
ตอ้ งปรบั เปลยี่ นการจดั การไกช่ นเชน่ กนั เปน็ ความสมั พนั ธ์ have the power to manipulate or control
ที่พึ่งพาอาศัยกันมากกว่าท่ีใครจะอยู่เหนือใคร แต่ถึง chickens. But cockfighting has influences on
กระนั้นก็มีข้อถกเถียงจากกลุ่มไม่เห็นด้วยว่าการชนไก่ humans too. They causing humans to modify
เป็นการทรมานสัตว์มากกว่าและเป็นการตอบสนอง their management of husbandry as well. It’s
ความต้องการของมนษุ ยเ์ องมากกว่าการช่วยเหลือกนั a relationship that is more dependent on one
คำ� สำ� คัญ: มนษุ ย,์ ไก่ชน, ความสัมพนั ธ์, หลังมนุษนิยม another than above the others. Still, there was
some controversy from the group against
cockfighting. They view cockfighting as more of
the torture of animals and more to the needs
of humans than to help one another.
Keywords: Human, Fighting Cock, Cockfighting,
Posthumanism

31

หนังสอื รวมบทคัดย่อ

ระบบความคดิ ความเชอื่ คา่ นยิ ม และพฤตกิ รรมทางการเมอื งของชาวบา้ นชนบทอสี านวนั น:ี้
สนบั สนุนค้ำ� จุนหรอื เป็นอปุ สรรคต่อการพฒั นาประชาธปิ ไตย

The Patterns of Thinking and Beliefs, Values and Political Behavior of Villagers in Northeastern

Region Today: Underpin or Obstruct Toward Democratic Development

วรญั ญา ศรีรนิ Warunya Sririn

นกั ศึกษาปริญญาเอก สาขาสงั คมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ Ph.D. Student in Sociology, Faculty of Humanities and Social Sciences,
และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ Khon Kaen University

บทคัดยอ่ Abstract

บทความวจิ ยั น้ี มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ตอ้ งการวเิ คราะหห์ า This research article aims to analyze the patterns of
วัฒนธรรมทางการเมอื งหลกั ในชมุ ชนท้องถิน่ อันเปน็ the principal political culture in the local community.
การศกึ ษาถงึ แบบแผนของความคดิ ความเชอื่ คา่ นยิ ม This is a study of the patterns of thoughts, beliefs,
และพฤติกรรมของชาวบ้านท่ีปรากฏอยู่อย่างเด่นชัด values, and behavior of the villagers. That has been
เป็นส่วนหลักมานานในชุมชนหมู่บ้านซึ่งเก่ียวข้องกับ prominently displayed for a long time in the village
ระบบการเมอื ง การศกึ ษานใี้ ชร้ ะเบยี บวธิ วี จิ ยั เชงิ คณุ ภาพ community which is involved in the political system.
เก็บรวบรวมข้อมลู จากกลุ่มเปา้ หมาย ไดแ้ ก่ ชาวบา้ น This study uses a qualitative research methodology.
ผู้น�ำ ผรู้ ูใ้ นชมุ ชน นักวชิ าการ และปัญญาชน จำ� นวน Collect data from target groups including villagers,
22 คน ดว้ ยวธิ กี ารสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ และการสงั เกตแบบ leaders, key informants academics and intellectual
ไมม่ สี ว่ นรว่ ม ผลการวจิ ยั พบวา่ วฒั นธรรมทางการเมอื ง are 22 persons with in-depth interview methods
หลักของชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอีสานเหนือ and non - participation observations. The results of
สามารถจำ� แนกออกได้เปน็ สองรปู แบบ คือ หนง่ึ ด้าน the research were as follows, the principal political
ความโนม้ เอยี งทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ความคดิ ความเชอ่ื และ culture of the villagers in a village of the upper north
ค่านิยมของกลุ่มคนที่มีต่อระบบการเมือง มีลักษณะ eastern can be categorized into two forms: one - The
ดังนี้ ได้แก่ ความเชือ่ วา่ การเมอื งคือการเลอื กตง้ั และ orientation of ideas, the beliefs and values of the
การเมืองคือการแลกเปล่ียนผลประโยชน์ระหว่างกัน people towards the political system has the following
ค่านิยมการเชื่อฟังและยอมจ�ำนนต่อผู้มีอ�ำนาจ และ characteristics: the belief that politics is elections
ความเชื่อในเร่อื งโชคชะตา วาสนา และเคราะหก์ รรม and politics is an exchange of interests between
สอง ดา้ นแบบแผนพฤตกิ รรมทางการเมอื ง มลี กั ษณะ each others. Values of obedience and surrender of
ดังน้ีได้แก่ วัฒนธรรมการวางเฉยต่อผลประโยชน์ authority and belief in destiny, fortune, and fate. Two
สว่ นรวม มกี ารรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารทางการเมอื งมากขน้ึ - Patterns of political behavior have the following
แต่มีการพูดคุยถกเถียงในเร่ืองราวทางการเมืองหรือ characteristics: the culture of apathy towards public
ปญั หาสาธารณะนอ้ ย และมีวฒั นธรรมหลีกเลี่ยงการ interests. There is a greater perception of political
เผชิญหน้าและความขดั แยง้ ในประเดน็ ทางการเมือง information, but there is little discussion of political
ค�ำส�ำคัญ: วัฒนธรรมทางการเมือง, วัฒนธรรม matters or public issues, and there is a culture of
ทางการเมืองหลัก, วัฒนธรรมทางการเมืองแบบ avoiding confrontation and conflict in political issues.
ประชาธปิ ไตย Keywords: political culture, the principal of political
culture, democratic political culture
32

สัมมนาเครือขา่ ยนกั ศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา สาขาสงั คมวทิ ยาและมานุษยวิทยา ครัง้ ที่ 20

ผู้น�ำกับการจัดการความสัมพันธ์และทุนทางสังคม ใน “ความส�ำเร็จและความล้มเหลว
ของสภาองคก์ รชุมชน”

The Leadership with Relationship Management and Social Capital in Community Organization

Councils of Success and Failure

อารมณ์ ชาญกูล Arom Chankun

นสิ ิตปริญญาเอก สาขาพฒั นาสงั คม Ph.D. Student in Social Development,

คณะสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร Faculty of Social Sciences, Naresuan University

บทคัดยอ่ Abstract
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย มงุ่ สง่ เสรมิ การกระจาย The Thai Constitution aims to promote decentralization
อำ� นาจลงสทู่ อ้ งถนิ่ และเพม่ิ การมสี ว่ นรว่ มของประชาชน to the locals and increase the participation of
รองรับสิทธิชุมชน โดยให้ความส�ำคัญกับการกระจาย people to support community rights by focusing
อำ� นาจการปกครองสทู่ อ้ งถิน่ แตก่ ารปกครองทอ้ งถนิ่ นั้น on decentralizing power to the local government.
ก็ยังคงประสบปัญหาอยู่ตลอด โดยเฉพาะสาเหตุจาก But, they seem to still have problems all the time,
วัฒนธรรมการเมืองแบบตัวแทนที่สร้างกระบวนการ especially the representative political culture that
แตกแยก และไม่ได้ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่าง created the divisive process and doesn’t promote
แท้จรงิ จึงน�ำไปส่คู วามต้องการขององคก์ รท่มี ฐี านะตาม public participation. Thus leading to the needs of
กฎหมาย เป็นนติ บิ ุคคล และยงั คงความเปน็ อสิ ระ และ organizations with legal status is a legal entity and
ความร่วมมือต่อกันในการท�ำงานในท้องถ่ิน เพื่อเป็น remains independent and cooperate in local work
เครอื่ งมอื ในการรอ้ื ฟน้ื คนื อำ� นาจการบรหิ ารจดั การตนเอง to restore the power to self-management until there
จนเกดิ เปน็ พระราชบญั ญตั สิ ภาองคก์ รชมุ ชน พ.ศ. 2551 is the establishment of the Community Organizations
สภาองค์กรชุมชนได้เกิดข้ึนมาเป็นระยะเวลากว่า 12 ปี Council Act in 2551 (2008). The community organization
แตส่ ภาองคก์ รชมุ ชนทเี่ ขม้ แขง็ มผี ลการดำ� เนนิ งานชดั เจน councils have existed for more than 12 years, but
เป็นพื้นท่ีประสบความส�ำเร็จ มีจ�ำนวนเพียง 63 แห่ง only 63 councils have seen to be strong successfully,
คดิ เปน็ 0.8 เปอร์เซ็นต์ จาก 7,711 แหง่ ทีย่ ังไมป่ ระสบ representing 0.8 percentages out of the 7,711 that
ความส�ำเร็จ ทั้งนี้จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า have not yet been achieved. According to the literature
ความส�ำเร็จและความล้มเหลวของสภาองค์กรชุมชน review, it was found that the success and failure of
เกดิ ขน้ึ จากเง่ือนไขส�ำคัญ คือ “ผนู้ �ำ” ซึ่งมลี ักษณะความ the council of community organizations arise from
สมั พนั ธ์ทางการเมอื งทเี่ ป็นตวั การส�ำคญั ในการท�ำใหเ้ กิด the key terms “leaders”, which are the main characters
ความขัดแย้ง และ “ทุนทางสังคม” ในการประยุกต์ใช้ of political relations causing conflict and “social
ทุนทางสังคมและภูมิปัญญาเหล่าน้ีก็จะท�ำให้เกิดการ capital” in the application of social capital and
ขบั เคลอ่ื นงานของสภาองคก์ รชมุ ชนไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ wisdom. Therefore, it definitely will drive the work
คำ� สำ� คญั : สภาองคก์ รชมุ ชน, ผูน้ ำ� , ทุนทางสังคม, of the community organization council effectively.
การจดั การความสัมพันธ์ Keyword: Community organization council, Leadership,
Social capital, Relationship management

33

หนงั สอื รวมบทคัดยอ่

อตั ลกั ษณน์ �ำ้ ผกั สะทอน : การสรา้ งความหมายหลายระดับในวฒั นธรรมอาหารด่านซ้าย1

Nam Pak Sathorn Identity : The Various Levels of Meaning Conduction in Dansai Food Culture

จรยิ า นาค�ำภา Jariya Nakhampha

นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชามานษุ ยวิทยา Graduate Student, Department of Anthropology,

มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร Silpakorn University

บทคัดย่อ Abstract
บทความ “อตั ลกั ษณน์ ำ�้ ผกั สะทอน : การสรา้ งความหมาย Article “Nam Pak Sathorn Identity: The various
หลายระดบั ในวฒั นธรรมอาหารดา่ นซา้ ย” เปน็ สว่ นหนงึ่ levels of meaning conduction in Dansai food
ของวิทยานิพนธ์เร่ือง น้�ำผักสะทอน กระบวนการสร้าง culture” is a part of the thesis of Nam Pak
อัตลักษณ์ในอาหารด่านซา้ ย กรณีศึกษาบ้านนาดี ตำ� บล Sathorn: The Processes of Identity Construction
นาดี อ�ำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีวัตถุประสงค์ เพื่อ in Dansai Food Case Study Nadi Village, Nadi
อธบิ ายกระบวนการสรา้ งอตั ลกั ษณข์ องคนดา่ นซา้ ย ผา่ น Sub-District, Dansai District, Loei Province. It has
วฒั นธรรมการบริโภคอาหารท้องถน่ิ และการให้แขง่ ขนั aimed to identify a building process through
หรือช่วงชิงเป็นเจ้าของน�้ำผักสะทอน โดยมีวิธีการเก็บ local food culture and to bring a competition of
ข้อมูลจากการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการและการ who is the owner of Sathorn vegetable juice by
สังเกตการณ์แบบมีสว่ นร่วมในพน้ื ท่ดี า่ นซ้าย แลว้ นำ� มา having an informal interview and participative
อธิบายภายใต้กรอบแนวคิดเร่ือง “วัฒนธรรมอาหาร” observation in the Dansai area. The research was
และ “อตั ลกั ษณ”์ พบวา่ นำ�้ ผกั สะทอนถกู ใหค้ วามหมาย examined under the concept of “food culture”
ที่แตกต่างจากอาหารชนิดอื่น ซึ่งการให้ความหมายที่ and “identity” and was found that Sathorn
แตกต่างน้ีท�ำให้น้�ำผักสะทอนกลายเป็นอัตลักษณ์ของ vegetable juice was given a different meaning
คนดา่ นซ้าย compared with other foods which make Sathorn
คำ� สำ� คญั : นำ้� ผกั สะทอน, คนดา่ นซา้ ย, วฒั นธรรมอาหาร, Vegetable Juice become an identity of Dansai
อตั ลกั ษณ์ people.
Keywords: Nam Pak Sathorn (Sathorn Vegetable
Juice), Dan People, Food culture, Identity

1 บทความนีเ้ ป็นส่วนหนง่ึ ของวทิ ยานิพนธ์ เรื่อง น�้ำผกั สะทอน: กระบวนการสร้างอัตลกั ษณ์ในอาหารดา่ นซา้ ย กรณีศึกษาบา้ นนาดี
ต�ำบลนาดี อำ� เภอดา่ นซา้ ย จงั หวัดเลย ภายใต้การดูแลของอาจารย์ทปี่ รึกษา รองศาสตราจารย์ ดร.เอกรินทร์ พ่งึ ประชา

34

สัมมนาเครือข่ายนักศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาสงั คมวิทยาและมานษุ ยวทิ ยา ครัง้ ท่ี 20

คอนเสิร์ตออนไลน์ การปรบั เปล่ยี นจากการแสดงพืน้ ทีส่ ู่การแสดงออนไลนข์ อง
อุตสาหกรรมเพลงเกาหลี

K-POP Live Concert: From Concert to Online Music Entertainment

ปิยชัย นาคอ่อน Piyachai Nakon

นิสิตปริญญาโท ภาควชิ าสงั คมวทิ ยาและมานษุ ยวิทยา Graduate student, Department of Sociology and Anthropology,

คณะรฐั ศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย Faculty of Political Science, Chulalongkorn University

บทคดั ย่อ Abstract
บทความชนิ้ นม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศกึ ษาคอนเสริ ต์ ออนไลน์ The purposes of this article were to examine
ของศิลปินเกาหลีท่ีมีการเคล่ือนย้ายจากคอนเสิร์ต K-pop concert (includes fan meeting and fan
ทางกายภาพไปสู่คอนเสิร์ตเสมือนออนไลน์ในช่วงการ sign event) from physical to online because of
แพร่ระบาดของโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 ที่ท�ำให้ coronavirus 2019 pandemic situation is making
การพบปะสังสรรค์เปน็ ไปได้ยาก ผา่ นมมุ มองของชุมชน difficult to meet. Base on the visual community
เสมือน พบว่า คอนเสิร์ตออนไลน์ได้สร้างชุมชนเสมือน perspective. It was found that online concerts
ขึ้นมา และกลุ่มแฟนคลับเองได้มีการเคล่ือนย้ายจาก establish a visual community for fan club and
ชุมชนเสมือนของตนไปสู่ชุมชนเสมือนที่ศิลปินสร้างขึ้น artist. Therefore, fan club transfer from them
ซ่ึงแตกต่างกับการใช้แอปพลิเคชันในการติดตามศิลปิน space (fan club community) to online concert
อืน่ ๆ หรอื การรบั ชมรายการเพลง คอื มกี ารปฏสิ ัมพันธ์ space. It contrasts from other mobile applications
ระหวา่ งแฟนคลบั และกลมุ่ ศลิ ปนิ อยา่ งทนั ทว่ งที อยา่ งไร and music shows as an interaction between
กต็ าม คอนเสริ ต์ ออนไลนถ์ กู มองวา่ เปน็ เพยี งแคก่ จิ กรรม fan club and artist immediately or special
สุดพิเศษที่ถกู สร้างขน้ึ เพอื่ ชดเชยกจิ กรรมทข่ี าดหายไป experience that on one received. However,
ในชว่ งของการแพรร่ ะบาด และเพม่ิ ความใกลช้ ดิ ระหวา่ ง online concert is exclusively event to substitute
ศิลปินและแฟนคลับ as the pandemic situation and decrease the
คำ� สำ� คัญ: คอนเสิรต์ ออนไลน์, ชมุ ชนเสมอื น, distance between fan club and artist.
การปรับเปลยี่ น, แฟนคลับศลิ ปินเกาหลี Keywords: Online concert, Visual community,
Transforms, K-pop fan club

35

หนงั สอื รวมบทคดั ย่อ

รถแหแ่ ละดนตรอี ีสานใหม่ในยคุ ดจิ ทิ ลั

Rod Hae: Mobile Music Bands and Northeastern Thai Music in the Digital Age

จารุวรรณ ด้วงคำ� จนั ทร์ Jaruwan Duangkhamchan

นกั ศกึ ษาปรญิ ญาโท สาขามานษุ ยวิทยา Graduate student, Faculty of Sociology and Anthropology,

คณะสงั คมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ Thammasat University

บทคัดย่อ Abstract
บทความนี้ศึกษา “รถแห่” ในฐานะหน่วยย่อยทาง This paper studies Rod Hae (mobile music bands)
วฒั นธรรมดนตรอี สี านสมยั ใหม่ วงดนตรลี กั ษณะนเี้ ปน็ ท่ี as a sub-genre of modern Northeastern Thai (Isan)
นิยมท้ังในอีสานและนอกอีสานมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ music. These bands have been gaining popularity
2550 บทความนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 1) การทบทวน since the late 2010s. This paper presents 1)
วรรณกรรมเกี่ยวกับแนวคิดมานุษยวิทยาวัตถุทาง a literature review of material culture and
วฒั นธรรม (material culture) และมานษุ ยวทิ ยาดจิ ทิ ลั Digital anthropology frameworks, 2) the growth
(Digital anthropology) 2) ศกึ ษาการเตบิ โตของมหรสพ of modern Isan performances via online media,
อสี านสมยั ใหมผ่ า่ นสือ่ ออนไลน์ และ 3) ศกึ ษากล่มุ ก้อน and 3) the social group of Rod Hae bands in the
ทางสงั คมของชาวรถแหใ่ นรปู แบบออนไลน์ ผลการศกึ ษา online form. The study finds that an important
พบว่าเง่ือนไขส�ำคัญประการหน่ึงที่ท�ำให้รถแห่และคน condition of the rise and popularity of Rod Hae
ดนตรีอีสานใหม่เติบโต โด่งดังขึ้นมาได้คือการรู้จักใช้ and these new Isan musicians is the musicians’
เทคโนโลยี รจู้ กั ปรบั ตัวเข้ากบั ยคุ ดิจิทลั ทัง้ น้ีเหน็ ไดจ้ าก utilization of technology and their ability to
ทงั้ วธิ กี ารบรรเลงดนตรอี นั ประกอบไปดว้ ยเครอ่ื งมอื ดจิ ทิ ลั adjust to the digital age. It is depicted by: the way
ที่มีความหลากหลาย การเผยแพร่งานผ่านสื่อออนไลน์ the bands perform music by maneuvering various
รวมถงึ การรวมกลมุ่ กอ้ นทางวฒั นธรรมดนตรขี องพวกเขา digital equipment; the way they distribute music
ที่เตบิ โตขน้ึ จากการใช้เครือขา่ ยสงั คมออนไลน์ ซง่ึ ถอื ได้ on the online media; and the formation of
ว่าเป็นวิธีการขยายฐานกลุ่มคนฟังออกอย่างกว้างขวาง their association on the online society that
โดยสรุปแล้วบทความเสนอว่าความเป็นดนตรี “อีสาน extensively expand their audiences.
ใหม่” จึงไม่ใช่เพียงการเล่นดนตรีรูปแบบใหม่ในพ้ืนท่ี In conclusion, this article argues, not only the
ภาคอีสาน โดยคนอสี าน เพอื่ ให้คนอีสานฟงั เท่าน้นั แต่ New Isan music is a new music performance in
คือการสร้างวัฒนธรรมดนตรีแบบใหม่ของตนเองข้ึนมา the Isan area performed by and for people of
ใหเ้ ข้ากบั สังคมรว่ มสมัยมากยงิ่ ข้ึน Isan, but also it is a fabrication of the people’s
คำ� ส�ำคัญ: รถแห่, มานุษยวิทยาดนตรี, วัตถุทาง new music culture in order to increasingly
วฒั นธรรม, มานุษยวทิ ยาดิจิทลั , วัฒนธรรมสมัยนยิ ม adapt to the contemporary society.
Keywords: Rod Hae, anthropology of music,
material culture, Digital anthropology,
contemporary culture

36

สมั มนาเครือขา่ ยนักศกึ ษาระดับบณั ฑติ ศึกษา สาขาสังคมวทิ ยาและมานุษยวทิ ยา ครัง้ ท่ี 20

Investigating Conflicts in the Shan State Towards Border Security of Thailand1

Watchara Pechdin

Disaster Preparedness, Mitigation and Management Programme Asian Institute of Technology
Abstract
This paper aims to investigate the conflicts in Shan state, Myanmar, towards Thai Border Security.
The literature surveys and interviews with key persons are adopted for the investigation. An endeavor
is also made to explore development of the conflicts and Country’s peacebuilding process. The
outcome from the study highlights three main challenging issues towards Thailand border security;
economic consequences, displaced persons and drug trafficking. The way forward and recommendation
are discussed in this paper.
Keywords: Ethnic Conflict, Shan State, Peacebuilding, Border Security

1 Assistant Professor Mokbul Morshed Ahmad, Disaster Preparedness, Mitigation and Management Programme,
Asian Institute of Technology (Advisor)

37

หนงั สอื รวมบทคดั ย่อ

เช่ือมร้อยเชียงราย: เมอื งเครือข่ายในอาณาบรเิ วณชายแดนลมุ่ น�้ำโขงตอนบน1

Connected Chiang Rai: Networked City in the Borderland Area of Upper Mekong

เสาวรีย์ ชยั วรรณ Saowaree Chaiwan

นักศึกษาปรญิ ญาเอก สาขาสงั คมวทิ ยาและมานษุ ยวิทยา Ph.D. Student in Sociology and Anthropology,

คณะสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ Faculty of Social Sciences, Chiang Mai University

บทคัดยอ่ คา้ ขายกบั ประเทศเพอื่ นบา้ น ไมเ่ พยี งแตจ่ ะนำ� พาแรงงาน
เชียงราย จังหวัดชายแดนเหนือสุดของประเทศไทย สินคา้ ผคู้ น ทีไ่ หลผา่ น เดนิ ทางเข้า-ออก ทว่ารวมไปถงึ
มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน ก่อนจะกลายมา การลงทนุ ด้านอสงั หาริมทรพั ย์ ธรุ กิจที่อย่อู าศัย กิจการ
เป็นชื่อของเขตปกครองระดับจังหวัดในปี พ.ศ. 2476 บันเทิง การศึกษาและสุขอนามัย ในพ้ืนที่ชายแดนของ
และในปี พ.ศ. 2482 เชียงรายคอ่ ย ๆ กลายฐานะเปน็ จังหวัดเชียงราย กระบวนการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มี
“ศูนย์ราชการ” ภายใต้การปกครองควบคุมของสยาม ส่วนประกอบสร้างให้เมืองเชียงรายกลายเป็นเมือง
มขี า้ หลวงทถี่ กู สง่ มาจากสว่ นกลางเขา้ มาบรหิ ารราชการ เครือข่ายส�ำคัญในพื้นท่ีอาณาบริเวณชายแดน หลังการ
และกลไกการปกครองที่สถาปนาขึ้น กระท่ังกลายเป็น เขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น การเปลย่ี นแปลงดา้ นโครงสรา้ ง
จังหวัดหน่ึงของประเทศไทยท่ีมีอาณาเขตชายแดน พื้นฐาน การกลายเป็นเมือง และการเปล่ียนแปลงเชิง
ติดกับประเทศเพื่อนบ้านคือ พม่าและลาว นับจาก นโยบายทำ� ให้นครเชยี งรายกลายเป็นเมืองเครือข่าย ซึง่
ทศวรรษ 2530 โครงการพัฒนาระดับภูมิภาคระหว่าง ท�ำหน้าที่เชื่อมต่อกับเมืองหรือพื้นท่ีอื่น ๆ ผ่านรูปแบบ
จีน-ไทย-พม่า-ลาว ในนามของ “ส่ีเหลี่ยมเศรษฐกิจ” ของการบริโภค การไหลเวียนของสินค้า การเดินทาง
ได้พลิกโฉมหน้าของเชียงราย “จังหวัดไกลปืนเท่ียง” ท่องเท่ยี ว การศึกษา การเขา้ ถึงบรกิ ารสขุ ภาพข้ามแดน
ใหเ้ ปลยี่ นแปลงไปอยา่ งมนี ยั สำ� คญั บทความนจ้ี ะนำ� เสนอ ค�ำส�ำคญั : เชียงราย, อาณาบริเวณชายแดน, ลุ่มน้ำ� โขง
ให้เห็นว่าโครงการลงทุนพัฒนาด้านโครงสร้างท้ังถนน ตอนบน, เมืองเครือขา่ ย
ท่าเรือ สะพาน และดา่ นตรวจคนเข้าเมอื ง ทม่ี ุ่งยกระดบั
และใช้พื้นท่ีของจังหวัดเชียงรายเป็น “ทางเชื่อมต่อ”

1 บทความนีเ้ ปน็ สว่ นหนึ่งของวทิ ยานพิ นธ์ เรอื่ ง เชอ่ื มร้อยนครเชยี งราย: การเปลย่ี นแปลงเชงิ พื้นทข่ี องเมอื งและปฏิบตั กิ ารของแรงงาน
ข้ามแดน บรกิ ารขนสง่ สาธารณะ และการบรโิ ภคของผคู้ นในอาณาบรเิ วณชายแดนไทย-พม่า ซ่ึงอยรู่ ะหวา่ งการดำ� เนินงานศึกษาวิจยั

38

สมั มนาเครือข่ายนักศึกษาระดับบณั ฑิตศึกษา สาขาสงั คมวทิ ยาและมานุษยวิทยา คร้งั ท่ี 20

Abstract through, it also included an investment of real
Chiang Rai, the northernmost province of estate, accommodation business, entertainment
Thailand, had had a long history and having activity, education, and sanitation. In a case of
been merged with Siamese State and renamed a border area of Chiang Rai after entering ASEAN
Thai State in 1939, Chiang Rai gradually became Community at the end of 2015, these later
a “government center” under the control of became important mechanisms of the city
Siam. There were governors sent from the central growth and urbanization of Chiang Rai, and now
to administer government services and the it is a borderlands city of upper Mekong basin
established governing mechanism until later it area. Then there was an emergence of a
became one of Thailand’s provinces bordering “Networked City” and networks of interconnected
with Myanmar and Laos in 1993. From 1987s medium to small cities caused consumption,
onwards a regional development project moving of goods, and travel (for trade, tourism,
between China-Thailand-Laos called “Economic education, consumption, and health care
Quadrangle” significantly changed the perception accessing) which were carried in an international
of Chiang Rai. The project invested in infrastructure level.
development which aimed to improve and utilize Keywords: Chiang Rai, Borderlands city, Upper
the area of Chiang Rai province as “a connecting Mekong, Networked City
path” to trade with the neighboring countries.
It not only brought labors, goods, people passing

39

หนงั สอื รวมบทคัดย่อ

การทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชน “ชมุ ชนกับกระบวนทัศน์ของการนยิ าม”

Community Based Tourism “Community: A Paradigm of Definition”

รสสคุ นธ์ ประดษิ ฐ์ Rodsukon Pradit

นิสิตปรญิ ญาเอก สาขาพัฒนาสังคม Ph.D. Student in Social Development,

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร Faculty of Social Sciences, Naresuan University

บทคัดยอ่ Abstract
บทความเรื่อง การท่องเท่ียวโดยชุมชน “ชุมชนกับ Community based Tourism: Paradigm shift of
กระบวนทัศน์ของการนิยาม” มีวัตถุประสงค์ของการ Definition. This study aimed to find community
ศึกษาคือ 1) เพื่อศึกษานิยามของชุมชน และ 2) เพ่ือ definition, study community definition, and
ศึกษานิยามชุมชนกับบริบทของการปฏิบัติการด้าน context on tourism operations. The study found
การท่องเที่ยว ผลการศึกษาพบว่า การศึกษาเรื่องของ that still not able to conclude the exact definition.
ชุมชนยังไม่อาจสรุปนิยามท่ีแน่นอนได้ ด้วยการนิยาม Its definition is based on the theoretical concept
ก็ข้ึนอยู่กับแนวคิดทฤษฎีท่ีใช้ในการศึกษา ท�ำให้ค�ำว่า used in the study, making the term community
ชุมชนมีหลากหลายกระบวนทัศน์การนิยามท่ีแตกต่าง vague and there are different definitions and
กันออกไป ซึ่งพบค�ำนิยามที่ส�ำคัญที่เชื่อมโยงกับบริบท meanings. The study found important definitions
ของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในสองมิติด้วยกัน that are linked to the context of community-
คือชุมชนหน่วยการบริหารการปกครองของรัฐท่ีจะมี based tourism in two dimensions. First, community
การด�ำเนินการท่องเที่ยวโดยส่วนใหญ่ริเริ่มจากการ administrative unit which the majority of tourism
ส่งเสริมจากนโยบายของภาครัฐในลักษณะของการ operations from the promotion of government
ด�ำเนินงานแบบองค์กรพ่ีเล้ียงและให้การสนับสนุน policy as a mentor organization and support the
งบประมาณ ชุมชนในมติ นิ ้ีจะถูกกำ� กบั และครอบงำ� โดย budget.Communitiesinthisdimensionaregoverned
อ�ำนาจรฐั กับชมุ ชนในมติ ทิ ่ีสองคือชุมชนทางวัฒนธรรม and dominated by state power. The community
ทไี่ มไ่ ดย้ ดึ โยงกบั อาณาบรเิ วณทแี่ นน่ อนแตส่ มาชกิ จะถกู in another dimension is a cultural community
ยดึ โยงเขา้ ดว้ ยกนั ดว้ ยสญั ลกั ษณห์ รอื วฒั นธรรมเดยี วกนั that is not tied to a certain area but the members
จะมีลักษณะของความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมมีการ are tied together by the same symbol or culture.
ปฏบิ ตั กิ ารผา่ นการตอ่ สู้ เรยี กรอ้ ง หรอื ชว่ งชงิ อำ� นาจของ There is a character of cultural strength. They
ชมุ ชนคนื มาจากอำ� นาจรฐั เชน่ การชว่ งชงิ พน้ื ที่ การชว่ งชงิ have been fighting and reclaiming their community
อำ� นาจในการจดั การทรพั ยากรชมุ ชน รวมถงึ การไมย่ อม power from the state power such as area scramble,
อยู่ภายใต้การวาทกรรมทร่ี ัฐเปน็ ผูก้ ำ� หนด the contention of power in the community-based
คำ� สำ� คญั : การทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชน, ชมุ ชน, ชมุ ชนหนว่ ย natural resource management, and refusing to
การบริหารการปกครอง, วฒั นธรรมชุมชน be subject to state-directed discourses.
Keywords:Communitybasedtourism,Community,
Community administrative Unit, Cultural community

40

สัมมนาเครือขา่ ยนกั ศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาสงั คมวิทยาและมานษุ ยวทิ ยา คร้ังท่ี 20

การคิดความจริง: บางส่วนของระบบปรัชญาระหวา่ งค้านท์ และเมลอ์ าซซ์ ูซ์

Thinking About Reality: Some Philosophical Thoughts Between Kant and Meillassoux

ณัฐวฒุ ิ ตตเิ วชกลุ Nattawut Tatiwetchakun

นกั ศึกษาปรญิ ญาโท ภาควิชาปรชั ญาและศาสนา Graduate Student, Department of Philosophy and Religions,

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ Faculty of Humanities, Chiang Mai University

บทคัดย่อ Abstract
บทความน้ีจะกล่าวถึงรากของปัญหาของการเข้าถึง This article attends to present Post-Kantian’s
ความจริงหลังค้านท์เป็นต้นมาภายใต้กรอบคิดของ inaccessible reality problem under the approach
ความเคลอ่ื นไหวของนกั ปรชั ญารว่ มสมยั ทเี่ รยี กตวั เองวา่ of the contemporary philosophical movement
Speculative Realism โดยจะเริ่มต้นด้วยการให้ภาพ called ‘Speculative Realism’. Of which we will
ข้อจำ� กดั ในการเข้าถงึ ความจรงิ ของคา้ นท์ และขอ้ จ�ำกดั start with rendering the idea of limitation of
ของคา้ นทเ์ องทส่ี ง่ อทิ ธพิ ลตอ่ นกั ปรชั ญาตน้ ศตวรรษท่ี 20 our cognition faculties presented by Kant and
จนถึงปัจจุบัน อันเป็นประเด็นปัญหาท่ีถูกยกข้ึนมาโดย the limit of Kant himself, which dominate the
เหล่านักปรัชญาดังกล่าว และจะแสดงให้เห็นมุมมอง ideas of 20th-century philosopher until now.
ต่อประเด็นปัญหาของนักปรัชญาส�ำคัญสองคนในกลุ่ม The problem is raised by the aforementioned
คอื แกรม ฮาร์แมน (Graham Harman) และ กอ็ งแต็ง philosophers. In which we will see the approach
เมลอ์ าซซ์ ซู ์ (Quentin Meillassoux) โดยเฉพาะบุคคล to the problem by the two most critical
หลงั เปน็ หลกั เนอ่ื งจากเขามองวา่ ปญั หาเกดิ จากขอ้ เสนอ philosophers of the movement named Graham
ส�ำคัญของค้านท์โดยตรง เพื่อช้ีให้เห็นวิธีการให้เหตุผล Harman and Quentin Meillassoux. Especially
ต่อการแกป้ ัญหาของเขาตอ่ ข้อจ�ำกดั ดงั กลา่ ว the latter, because of his problematization direct
ค�ำส�ำคัญ: ความจริง, สหสัมพันธนิยม, สัจจนิยมเก็ง to Kant’s central idea, to point out his reasoning
ความจรงิ , ค้านท,์ เมล์อาซ์ซซู ์ method to resolve the abovementioned
inaccessible reality problem.
Keywords: reality, Correlationism, Speculative
Realism, Kant, Meillassoux

41

หนังสอื รวมบทคดั ย่อ

พระธาตุพนม: ในฐานะพืน้ ที่ศักด์สิ ทิ ธิ์กบั การศกึ ษาการกลายเปน็ สนิ ค้าทางวฒั นธรรม

Phra That Phanom: As a Sacred Space with the Study of Becoming a Cultural Commodity

อรญั จำ� นงอดุ ม Aran Jamnongudom

นกั ศกึ ษาปริญญาโท สาขาวชิ าสหวทิ ยาการสงั คมศาสตร์ Graduate Student, Trans-Disciplinary and Social Sciences,

คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น Faculty of Humanities and Social Sciences, Khon Kaen University

บทคดั ย่อ Abstract
บทความนมี้ ีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื นำ� เสนอแนวคดิ ท่ใี ช้ศึกษา This article aims to present the concepts used
การกลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมของพื้นท่ีศักด์ิสิทธิ์ in the study of the cultural commodification
พระธาตุพนม แนวคิดแรก ได้แก่ แนวคิดเรื่องพ้ืนที่ of the Phra That Phanom. The first concept
ศักดิ์สิทธ์ิ ซึ่งจะสามารถสะท้อนให้เห็นถึงพระธาตุพนม is the concept of sacred space, which can
ในฐานะพนื้ ทศ่ี กั ดส์ิ ทิ ธท์ิ มี่ คี วามเกา่ แกแ่ ละมคี วามสำ� คญั reflect Phra That Phanom is the oldest and
มากท่ีสุดของผู้คนท่ีมีชีวิตในพ้ืนท่ีสองฟากฝั่งแม่น้�ำโขง most important sacred space of the people
ระหวา่ งอสี านและลาว นอกจากนย้ี งั ใชแ้ นวคดิ การกลาย living on the two banks of the Mekong River
เปน็ สนิ คา้ ซง่ึ เสนอโดยสำ� นกั คดิ ทม่ี ที ศั นะแตกตา่ งกนั คอื between Isan and Laos. In addition, the concept
ส�ำนักแฟรงก์เฟิร์ต โดยธีโอดอร์ อะดอร์โน และแมกซ์ of commodification proposed by the two schools
ฮอร์ไคเมอร์ และส�ำนักวัฒนธรรมศึกษา โดยเรย์มอนด์ of thought—Frankfurt and Cultural Studies—
วิลเลียมส์ ที่จะช่วยให้เห็นแนวทางการวิเคราะห์การ would be employed to analyze the cultural
กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมของพระธาตุพนมทั้งมิติ commodification of Phra That Phanom, both
ที่เป็นคุณูปการเชิงลบและบวก เพ่ือเป็นการเปิดประตู negative and positive dimensions. These concepts
ขององค์ความรู้อีกบานส�ำหรับการศึกษาการกลายเป็น would lead to a more comprehensive body of
สินค้าทางวัฒนธรรมในสังคมยุคสมัยใหม่ อันจะท�ำให้ knowledge about cultural commodification in
สามารถเข้าใจสภาพการเปล่ียนแปลงวิถีการผลิต การ modern society, which could help us holistically
บริโภค การเผยแพร่ และการผลติ ซ้�ำ ของกระบวนการ understand the transformation of production,
กลายเปน็ สนิ คา้ ไดอ้ ย่างรอบด้านมากข้นึ consumption, dissemination, and reproduction
ค�ำส�ำคัญ: พระธาตุพนม, พ้ืนที่ศักด์ิสิทธิ์, สินค้าทาง of the commodification process.
วัฒนธรรม Keywords: Phra That Phanom, Sacred Space,
Cultural Commodity

42

สมั มนาเครอื ขา่ ยนกั ศกึ ษาระดับบัณฑิตศกึ ษา สาขาสังคมวทิ ยาและมานษุ ยวทิ ยา ครัง้ ท่ี 20

อตั ลกั ษณก์ ลุ่มทอผา้ ไหมราชพฤกษ์ จังหวัดขอนแกน่ :
การเปล่ียน และการประกอบสรา้ งความหมาย1

Identity of the Silk Weaving Ratchaphruek Group, Khon Kaen Province:

Change and Assembling to Create Meaning

เบญจวรรณ นัยนิตย์ Benjawan Naiyanit

นักศึกษาปรญิ ญาเอก สาขาสงั คมวิทยา คณะมนษุ ยศาสตร์ Ph.D. Student in Sociology, Faculty of Humanities and Social Sciences,
และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น Khon Kaen University

บทคัดย่อ Abstract

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยน และ This article aims to study, change and create meaning
การประกอบสร้างความหมายของกลุ่มทอผ้าไหม of the Ratchaphruek silk weaving group (fictitious
ราชพฤกษ์ (นามสมมตุ )ิ อำ� เภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน่ name), Chonnabot district, Khon Kaen Province.
ซ่ึงเป็นเมืองแห่งการผลิตผ้าไหมที่ส�ำคัญในประเทศ Which is an important silk production city in the country.
ใชร้ ะเบยี บวธิ วี จิ ยั เชงิ คณุ ภาพ ดว้ ยการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ The qualitative research method was through in-depth
กับตัวแทนกลุ่มทอผ้าไหมในจังหวัดขอนแก่น ผล interviews with representatives of the silk weaving
การศึกษาพบว่า อัตลักษณ์กลุ่มทอผ้าไหมราชพฤกษ์ group in Khon Kaen Province. Results of the study
แบ่งออกเป็น 3 ยคุ คือ ยคุ การทอผ้าเพือ่ ยังชพี (พ.ศ. showed that the identity of the silk weaving Ratchaphruek
2360 - 2510) เปน็ ยคุ ทก่ี ารทอผา้ ถกู สรา้ งความหมาย group: change and assembling to create meaning in
โดยวัฒนธรรมท้องถ่ินจากบทบาทความเป็นสตรี Khon Kaen Province, divided into three eras: weaving
ตอ่ มายคุ การทอผา้ ในรปู แบบกลมุ่ (พ.ศ. 2511 - 2543) for sustenance (1817-1967). Was an era when the meaning
กลุ่มคนทอผ้าถูกให้ความหมายโดยรัฐในการเป็นการ of weaving was determined by local cultures as to
ร่วมกลุ่มของสตรีเพื่อประกอบอาชีพเสริม และยุค the role of femininity. Later, the era of group weaving
ความหมายกลุ่มทอผ้าช่วงยุคโอทอป (พ.ศ. 2544 - (1968-2000). An era where the meaning of weaving was
ปจั จบุ นั ) เปน็ ยคุ ทไ่ี ดร้ บั อทิ ธพิ ลจากกระแสโลกาภวิ ตั น์ defined by the state as a group of women to additional
ทไี่ หลบา่ เขา้ มา ความหมายของการเปน็ กลมุ่ ทอผา้ จงึ มี occupations. Last is the era of the OTOP group
การผสมผสานทง้ั อทิ ธพิ ลจากรฐั การเปน็ ผปู้ ระกอบการ (2001-present). In an era influenced by globalization,
และการเลือกน�ำเสนออัตลักษณ์ของกลุ่มเพ่ือ the meaning of being a silk weaving group has therefore
ผลประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการด�ำรงอยู่ been influenced by both government and business
ของวัฒนธรรมการทอผา้ ในอสี าน executives. The aim of the silk weaving group’s identity
คำ� ส�ำคัญ: อตั ลกั ษณก์ ลุม่ , อตั ลกั ษณ์กล่มุ ทอผา้ ไหม, was to achieve the economic benefits and persistence
การประกอบสร้างอัตลกั ษณ์ of the Isan silk-weaving culture.
Keywords: collective identity, identity of the silk
weaving group, contraction identity

1เปน็ สว่ นหนึ่งของดษุ ฎีนพิ นธเ์ รอื่ ง กลมุ่ ทอผา้ ไหมอสี าน: การถกั ทอทุน และอัตลักษณ์บนผนื ผ้า หลกั สูตรปรชั ญาดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ า
สงั คมวิทยา ไดร้ ับทุนสนบั สนนุ จากทุนวิจยั ส�ำหรบั คณาจารย์บัณฑิตศกึ ษา บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี ผศ.ดร.กีรตพิ ร
จูตะวริ ิยะ เป็นอาจารยท์ ี่ปรึกษาหลกั และผศ.ดร.วภิ าวี กฤษณะภตู ิ เปน็ อาจารย์ที่ปรกึ ษารว่ ม

43

หนังสือรวมบทคัดยอ่

การประกอบสรา้ งพ้นื ทที่ างสังคมของผูเ้ ลน่ สเกตบอร์ดในพื้นที่เมอื งสมยั ใหม1่

Skateboarding and the Construction of Social Spaces in Modern Urban Space

คาลิล พศิ สุวรรณ Kalil Pitsuwan

นักศึกษาปรญิ ญาโท ภาควชิ าสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา Graduate Student, Department of Sociology and Anthropology,

คณะสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ Faculty of Social Sciences, Chiang Mai University

บทคัดยอ่ Abstract
สเกตบอรด์ คือกจิ กรรมท่ถี อื กำ� เนิดขนึ้ ในพื้นที่เมอื ง และ Not only that skateboard was invented in the
การเล่นสเกตบอร์ดจ�ำเป็นจะต้องปฏิสัมพันธ์อยู่กับ urban space but the skateboard tricks and
โครงสรา้ งพนื้ ฐานและสถาปตั ยกรรมภายในเมอื ง ในแงน่ ี้ techniques are also developed on the condition
สเกตบอร์ดจึงไม่สามารถแยกขาดจากเง่ือนไขของ of urban infrastructure and urban architecture,
ความเปน็ เมอื งได้ ผา่ นการปฏสิ มั พนั ธก์ นั ในลกั ษณะนเ้ี อง thus skateboarding and the condition of urban
ท่ีกิจกรรมสเกตบอร์ดได้เปิดเผยให้เห็นถึงรูปแบบความ space cannot be separated. The interaction
สัมพันธ์ที่ขับเคี่ยวต่อรองกันอยู่เสมอระหว่างพลเมือง between skateboard and urban space also
ธรรมดาสามัญกับพื้นท่ีของเมืองสมัยใหม่ที่ถูกบริหาร expose the condition of a modern urban space
จัดการด้วยตรรกะของทนุ นยิ ม ซ่ึงไม่เพยี งแต่จะปรากฏ as a site that is being controlled by the logic of
ให้เห็นในพ้ืนท่ีปิดอย่างลานสเกตบอร์ดเท่าน้ัน แต่ยัง capitalism both in the enclosed skate parks and
รวมถงึ ในพน้ื ท่สี าธารณะอกี ด้วย in the city public space.
ค�ำส�ำคัญ: สเกตบอร์ด, ลานสเกตบอรด์ , ทนุ นิยม, Keywords: Skateboard, Skatepark, Capitalism,
พน้ื ท่ีเมือง, พน้ื ทีส่ าธารณะ Urban Space, Public Space

1 บทความชนิ้ นเ้ี ป็นส่วนหน่ึงของวิทยานพิ นธ์ระดับปรญิ ญาโทเร่อื ง “การประกอบสรา้ งพื้นที่ทางสังคมของผู้เล่นสเกตบอร์ดในพนื้ ทเี่ มือง
สมยั ใหม”่ ของภาควชิ าสังคมวทิ ยาและมานษุ ยวิทยา คณะสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่

44

สัมมนาเครือขา่ ยนักศึกษาระดับบณั ฑิตศึกษา สาขาสงั คมวทิ ยาและมานษุ ยวิทยา คร้งั ที่ 20

เปลีย่ นความหมายชาติ เปลยี่ นชายแดนใต้สสู่ ันติภาพ

Changing the Meaning of Nation, Changing the Deep South to Peace

อนวชั จันทร์หงษ์ Anawat Chanhong

นักศึกษาปรญิ ญาโท สาขาการเมืองการปกครอง Graduate Student, Faculty of Political Science,

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ Thammasat University

บทคัดย่อ Abstract
สงครามแบ่งแยกดินแดนที่เกิดขึ้นท่ัวโลกมักมีสาเหตุท่ี Nation-building is a discursive practice that is
ลกึ ถงึ ความรนุ แรงเชงิ วฒั นธรรมคอื การสรา้ งชาตซิ ง่ึ เปน็ always culturally involved with the root cause
กระบวนการทางวาทกรรมแบบหนง่ึ ในลกั ษณะของการชู of separatism. Nation-building is also the process
อตั ลกั ษณข์ องกลมุ่ ชาตพิ นั ธห์ุ ลกั ในสงั คมเปน็ เอกลกั ษณ์ through which the ethnic dominant group is
ประจ�ำชาติ จากนั้นจึงสร้างรัฐขึ้นมาควบคุมบูรณาการ constructed to be a national identity. State-
ผคู้ นใหเ้ ปน็ พลเมอื งของชาตดิ งั กลา่ ว กระบวนการเชน่ น้ี building comes afterward and integrates people
มกั เปน็ ความรนุ แรงเชงิ โครงสรา้ งทนี่ ำ� ไปสกู่ ารกดทบั และ in the nation-state. This is a process of structural
สลายอัตลกั ษณข์ องกลุ่มชาตพิ นั ธอ์ ื่น ๆ ท่ีมีอยเู่ ดมิ ดว้ ย violence that always results in the oppression
เหตุน้ีกลุ่มชาติพันธุ์ท่ีถูกกดทับจึงลุกขึ้นต่อต้านและ and de-identification of ethnic minority groups.
บานปลายไปสู่สงครามแบ่งแยกดินแดนซ่ึงเป็นความ So that creating separatist groups that resist and
รนุ แรงทางตรง ปรากฏการณข์ บวนการแบง่ แยกดนิ แดน pursue the nation-state by using direct violence.
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อความรุนแรงต่อจินตกรรม A separatist movement in the Deep South of
ชาติไทยบ่งชีว้ า่ สถานการณค์ วามไมส่ งบในพน้ื ท่ีมตี น้ ตอ Thailand uses violence against the Thai imagined
มาจากปัญหานี้ แต่การแก้ไขปัญหาในพื้นท่ีที่ผ่านมาไม่ community. This emphasizes the root cause of
ตรงจุดเพราะถูกอ�ำพรางและต้องสนองตามอ�ำนาจของ the current situation in that area. However, the
วาทกรรมชาติไทยซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา ด้วยเหตุน้ี Thai government has failed to find the solutions.
จึงต้องเปล่ียนหันมาทบทวนชาติในฐานะต้นเหตุของ The discourse of the Thai Nation has blinded
ปัญหา โดยผู้เขียนเสนอว่าการเปล่ียนความหมายของ them far from the way out. This essay suggests
ชาติเพ่ือบรรลุถงึ ความเปน็ ประชาชาตินยิ ม คอื ทางออก that the meaning of a nation in order to achieve
จากวฏั จกั รความรนุ แรงในพน้ื ทท่ี ยี่ ดื เยอ้ื ยาวนานซงึ่ ตอ้ ง the civil nation-state would make a new solution
สังเวยต่ออ�ำนาจและบงการของชาติไทยในปจั จบุ นั for this circle of violence.
ค�ำส�ำคญั : วาทกรรม, รฐั , ชาต,ิ ความรุนแรง Keywords: Discourse, state, nation, violence

45

หนงั สือรวมบทคัดย่อ

เปล่ยี นท่ี (ไม่) เปลยี่ นทาง: การผันทนุ ของผู้ค้าชายแดนรายย่อยในพืน้ ทจี่ ุดผ่อนปรน
การค้าชายแดนไทย-ลาว1

Change Field (not) Change Route: Capital Diversion of Border Petty Traders at the Checkpoint
for Border Trade on Thailand-Laos Border

วัลลภ บญุ ทานงั Wallop Boontanung

นักศกึ ษาปริญญาเอก สาขาวิชาสงั คมวิทยา Ph.D. Student in Sociology, Faculty of Humanities and Social

คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ Sciences, Khon Kaen University

บทคดั ยอ่ Abstract
บทความนม้ี งุ่ ศกึ ษาการผนั ทนุ ของผคู้ า้ ชายแดนรายยอ่ ย This article explores the Capital diversion of
ในพ้ืนที่จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-ลาว ท่าอุเทน Border Petty Traders at the Checkpoint for Border
รวมถงึ เงอ่ื นไขและบรบิ ทในการเลอื กใชท้ นุ ตา่ งๆ โดยใช้ Trade on Thailand-Laos Border; it aims to study
วธิ กี ารศกึ ษาเชงิ คณุ ภาพตามแนวทางปรากฏการณว์ ทิ ยา the conditions and contexts influencing the use
การสมั ภาษณผ์ รู้ ใู้ นชมุ ชน ผคู้ า้ ชายแดนรายยอ่ ย เจา้ หนา้ ที่ of capital. It applies qualitative methodology
รัฐ และผู้เดินตลาด ผลการศึกษาพบว่า จุดผ่อนปรน based on Phenomenology. Data were collected
ทางการค้าชายแดนได้สร้างโอกาสให้คนในชุมชนมีทาง through interviewing key informants, including
เลือกในการประกอบอาชีพมากข้ึน ทั้งนี้ผู้ค้าชายแดน border petty traders and Government officials,
รายย่อยมีส่วนส�ำคัญในการผลักเศรษฐกิจชายแดนให้ and consumers. The study found that the
ขับเคลื่อน พวกเขามีความสามารถในการใช้และผันทุน establishment of relief points has created a
ไปเปน็ ทนุ อน่ื ไดแ้ ก่ ทนุ สงั คม และทนุ วฒั นธรรม สะทอ้ น suitable environment for the diversification of
ถึงการผันทุนในเง่ือนไขและบริบทท่ีต่างกัน อันเป็นไป professions among the villagers. Smaller border
เพอ่ื ประโยชนต์ อ่ การดำ� รงชพี ของตนตลอดจนการรกั ษา traders play an important role in driving the
ไวซ้ ึง่ ประโยชนข์ องชมุ ชนดว้ ย border economy. They can use and convert
capital into other capital, such as social capital.
ค�ำสำ� คัญ: การผนั ทนุ , ผ้คู า้ ชายแดน, จดุ ผอ่ นปรน And cultural capital reflects the diversion of
การคา้ ชายแดน capital in different conditions and contexts for
the benefit of one’s livelihood as well as in
the preservation of the community’s interests,
readily available as the resources for living and
communal interests.
Keywords: Capital diversion, border traders,
Checkpoint for Border Trade.

1 บทความนเี้ ปน็ สว่ นหน่ึงของดุษฎีนพิ นธ์สาขาวิชาสงั คมวิทยา คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น เรอ่ื ง การใช้
และการสะสมทุนของผู้คา้ ชายแดนรายย่อยในพื้นทีจ่ ดุ ผ่อนปรนการคา้ ชายแดนไทย-ลาว

46


Click to View FlipBook Version