89. อนั ดับความยาก – งา่ ยในการประกอบธรุ กจิ
ประจาปี 2563 ประเทศไทยไดอ้ นั ดบั ที่ 21 ของโลก
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ธนาคารโลกได้เผยแพร่
การจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบ ธุรกิจ
ประจาปี 2563 (Doing Business 2020) ของ
ประเทศต่างๆ ท่ัวโลก รวม 190 ประเทศ โดย
ประเทศไทย ได้อันดับท่ี 21 ของโลก ดีข้ึน 6 อันดับ
จากอันดับท่ี 27 ในปีที่ผ่านมา และมีคะแนนขึ้นมา
ใกล้เคียงกับ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอยู่อันดับที่ 2 และ
มาเลเซยี อยูอ่ นั ดบั ท่ี 12
101
90. สรรพากรฉีดยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ
เดินเครอื่ งลดหย่อนเครอ่ื งจกั รใหม่ 2.5 เท่า
สรรพากรเตรียมออกกฎหมายสนองมาตรการ
การเงินการคลังเพื่อสนับสนุนการลงทุน ใน
ประเทศปี 2563 หลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติ
เห็นชอบมาตรการภาษีฯ ท่ีกระทรวงการคลังเสนอ
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 ผู้ประกอบการ
นารายจ่ายลงทุนในเครื่องจักรมาหักภาษีได้มากถึง
2.5 เทา่
102
สาระสาคัญของมาตรการภาษี เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศว่า
กาหนดให้ บริษัท หรือ ห้างหุ้นสว่ นนิตบิ คุ คลสามารถหกั รายจ่ายจากการลงทนุ ใน
เคร่ืองจักร ในการคานวณกาไรสุทธิ เพ่ือเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เป็นจานวน
2.5 เท่า โดยแยกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 จานวน 1.5 เท่า (ของรายจ่าย
ตามจานวนที่จ่ายจริง) เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และส่วนท่ี 2 จานวน
1 เท่า เป็นการ หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ทั้งน้ีไม่รวมถึงกรณีที่เป็นบริษัท
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลท่ีประกอบกิจการให้เช่า แบบลิสซ่ิง และลงทุนใน
เคร่ืองจักร เพ่ือให้เช่าเครื่องจักรนั้นแบบลิสซิ่ง) โดยผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิ
ประโยชน์น้ี ในกรณีที่ไดล้ งทนุ ซ้ือเครือ่ งจกั รภายในวนั ที่ 1 มกราคม 2563 จนถงึ
วันที่ 31 ธันวาคม 2563 เท่านั้น และ เคร่ืองจักรมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ประกอบดังต่อไปนี้ 1. ไม่เคยผา่ นการใชง้ านมาก่อน
๒. หกั คา่ สกึ หรอและคา่ เส่อื มราคาได้และอยใู่ นสภาพพร้อมใช้การได้
ภายใน 31 ธันวาคม 2563
๓. อยใู่ นราชอาณาจักร
๔. ไม่ได้รับสิทธปิ ระโยชนท์ างภาษตี ามพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตาม
ความในประมวลรษั ฎากร ฉบบั อ่ืน ๆ
103
91. สรรพากรร่วมกับ 20 ธนาคาร ชาระภาษี
ผา่ นช่องทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ฟรี! คา่ ธรรมเนียมถงึ
สน้ิ ปี 2563
ต้ังแต่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ผู้ท่ีย่ืนแบบแสดง
รายการทกุ ประเภทภาษีทางอินเทอร์เน็ต ใช้ช่องทางชาระ
ภาษีผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ กรมสรรพากรจึงร่วมกับ 20
ธนาคารชั้นนายกเว้นค่าธรรมเนียม การโอนเงินจ่ายภาษี
ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563
จะช่วยเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย ลดค่าใช้จ่ายในการ
เดินทาง และลดความเส่ียงจากการแพร่ระบาดของโรค
ตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
104
92. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้ผู้เดินทาง
ออกไปนอกราชอาณาจักร ท่ีซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการ
จดทะเบียนเพ่ือนาออกไปนอกราชอาณาจักร ขอคืน
ภาษีมูลค่าเพ่ิม ท่ีถูกเรียกเก็บไว้แล้วได้ตามมาตรา 84/4
แห่งประมวลรษั ฎากร
ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพ่ิมที่
ถกู เรียกเก็บ ไวแ้ ล้วซ่งึ มมี ลู ค่าการซื้อสนิ ค้ารวมกันทั้งหมดต้ังแต่
ห้าพันบาทข้ึนไป ต้องนาสินค้าตามท่ีกาหนด และคาร้องขอคืน
ภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมใบกากับภาษีไปแสดงต่อเจ้าพนักงาน
ศุลกากร ณ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ในขณะเดินทาง
ออกนอกราชอาณาจักร เพ่ือให้เจ้าพนักงานศุลกากรประทับ
รับรองในคาร้องขอคืน ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) หรือตรวจ
รับรองคาร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) โดยวิธีการทาง
อเิ ล็กทรอนิกส์ ”
105
“ เ ม่ื อ ผู้ เ ดิ น ท า ง อ อ ก น อ ก ร า ช อา ณ า จั ก ร ป ฏิ บั ติ ต า ม ที่
กาหนดแล้ว ให้ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรขอรับคืน
ภาษมี ูลค่าเพิม่ ได้ โดยวิธีการ ดังน้ี
1. ย่ืนคาร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) ดังกล่าวต่อ
เจ้า พนั ก ง าน สรรพา ก ร หรือตั วแทนที่ได้ รับแต่งต้ั ง
ณ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศขณะเดินทางออกนอก
ราชอาณาจกั ร หรอื
2. นาส่งคาร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพ่ิม (ภ.พ.10) ดังกล่าวทาง
ไปรษณีย์ ให้กับ เจ้าพนักงานสรรพากรหรือตัวแทนท่ีได้รับ
แตง่ ตง้ั ภายใน 60 วนั นับแตว่ นั ที่ซือ้ สินคา้ เป็นวนั แรก หรือ
3. ย่ืนคาร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพ่ิม (ภ.พ.10) โดยวิธีการทาง
อิเล็กทรอนกิ ส์ ”
106
“ ใ น ก ร ณี ท่ี ผู้ เ ดิ น ท า ง อ อ ก น อ ก ร า ช อ า ณ า จั ก ร
ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มท่ีถูกเรียกเก็บไว้แล้ว ให้เจ้า
พนักงานสรรพากรหรือตัวแทนท่ีได้รับแต่งต้ังคืน
ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ใ ห้ ผู้ เ ดิ น ท า ง อ อ ก น อ ก
ราชอาณาจักร ผ่านช่องทางการชาระเงินด้วย
วธิ ีการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ ทา่ นนั้ ”
107
9 3 . ป ร ะ ก า ศ อ ธิ บ ดี ก ร ม ส ร ร พ า ก ร เ กี่ ย ว กั บ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 234) เร่ือง กาหนด
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคาขอ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจ
การคา้ และการออกใบทะเบยี นภาษีมลู คา่ เพมิ่
1. ผู้ประกอบการที่ย่ืนคาขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลต่อกรม
พัฒนาธุรกิจการค้าและ ประสงค์จะเร่ิมประกอบกจิ การขายสินค้า
หรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพ่ิม มีสิทธิยื่นแบบ
คาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมพร้อมการจดทะเบียนจัดตั้งนิติ
บุคคลผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามแบบคาขอท่ีแนบท้าย
ประกาศน้ี โดยให้ถือเป็นการยื่นคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ได้อีกวธิ หี นึง่
108
2. ผู้ประกอบการตามข้อ 1 มีสิทธิย่ืนคาขอจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพ่ิมผ่านกรมพัฒนา ธรุ กิจการคา้ ก่อนวันเริ่ม
ประกอบกจิ การได้ในเมอ่ื
(1) ผู้ประกอบการดังกล่าวมีแผนงานที่สามารถ
พิสูจน์ได้ว่าได้เตรียมการเพ่ือประกอบกิจการ ขาย
สิ น ค้ า ห รื อ ใ ห้ บ ริ ก า ร ที่ อ ยู่ ใ น บั ง คั บ ต้ อ ง เ สี ย
ภาษีมลู ค่าเพมิ่ และ
(2) มกี ารดาเนนิ การเพอ่ื เตรียมประกอบกจิ การอัน
เป็นเหตุให้ต้องมีการซ้ือสินค้าหรือ รับบริการที่อยู่ใน
บังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพ่ิม เช่น การก่อสร้างโรงงาน
การกอ่ สร้างอาคารสานกั งาน หรอื การตดิ ต้งั เคร่อื งจักร
109
ใ ห้ ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ต า ม ว ร ร ค ห น่ึ ง มี สิ ท ธิ ยื่ น ค า ข อ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมผ่านกรมพัฒนาธุรกิจ
การค้าได้ ภายในกาหนดหกเดือนก่อนวันเริ่ม
ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ เว้นแต่
จะมสี ัญญา หรอื หลักฐานท่ีสามารถพิสูจน์ได้วา่ จะ
ดาเนินการก่อสร้างโรงงานหรืออาคารสานักงาน
หรือติดต้ัง เครอื่ งจักร หรอื มีการกระทาในลักษณะ
ทานองเดียวกัน ให้มีสิทธิยื่นคาขอจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพ่ิมได้ ภายในเวลาท่ีเหมาะสมและ
จ า เ ป็ น ต่ อ ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง โ ร ง ง า น ห รื อ อ า ค า ร
สานักงานหรอื ตดิ ตั้งเครือ่ งจักร
110
3. ให้เจ้าพนักงานสรรพากรดาเนินการออกใบ
ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ให้แก่
ผู้ประกอบการ กรณีผู้ประกอบการมีสถาน
ประกอบการหลายแห่งให้ออกใบทะเบียน
ภาษีมลู คา่ เพิม่ เปน็ รายสถานประกอบการ
111
4. กรณีผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลาย
แห่งในขณะขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่าน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่ย่ืนคาขอจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพ่ิมโดยระบุเฉพาะสถานประกอบการ
ที่เป็นสานักงานใหญ่ มิได้ระบุสถานประกอบการ
แห่งอ่ืน ๆ ไว้ในคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย ให้ถือว่าสถาน
ประกอบการแห่งอื่น ๆ นั้นเป็นผปู้ ระกอบการจด
ทะเบยี น ในวนั เดอื นปเี ดยี วกนั กับสานกั งานใหญ่
112
5. ผู้ประกอบการสามารถพิมพ์คาขอจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ผ่านระบบ
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของกรม
สรรพากรท่ีมีเลขท่ีอ้างอิง เพ่ือใช้เป็นเสมือน
ใบทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มได้จนกว่าจะได้รับ
ใบทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพิ่ม (ภ.พ.20)
113
6. ผมู้ ีอานาจออกใบทะเบียนภาษมี ลู คา่ เพิม่ ไดแ้ ก่ บุคคล
ดงั ต่อไปน้ี
(1) สรรพากรพื้นที่ หรือผู้ท่ีสรรพากรพื้นที่
มอบหมายสาหรบั ผู้ประกอบการท่ีมสี ถาน ประกอบการ
ต้ังอยู่ในเขตท้องที่รับผิดชอบของสานักงานสรรพากร
พนื้ ที่นัน้
(2) ผู้อานวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
หรือผู้ที่ผู้อานวยการกองบริหารภาษีธุรกิจ ขนาดใหญ่
มอบหมาย สาหรับผู้ประกอบการท่ีอยู่ในความ
รบั ผดิ ชอบของกองบริหารภาษธี รุ กจิ ขนาดใหญ่
114
7. ประกาศนีใ้ ห้ใช้บังคบั สาหรบั การยื่นคาขอ
ตั้งแตว่ ันท่ี 20 เมษายน พ.ศ. 2563
เปน็ ต้นไป
115
94. คาช้ีแจงกรมสรรพากร เร่ือง การคานวณเงินตรา
ทรัพย์สิน หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตรา
ต่างประเทศท่ีเหลืออยู่ ในวันสุดท้ายของรอบ
ระยะเวลาบญั ชี
1. กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนอกจาก
ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น ตามที่
รัฐมนตรีกาหนดมีเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหน้ีสินซ่ึงมี
ค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศท่ีเหลืออยู่ ใน
วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้คานวณค่า
หรือราคาเป็นเงินตราไทยด้วยวิธีการอย่างใดอย่าง
หนงึ่ ดงั น้ี
116
1.1 ใช้วิธีการคานวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือ
หนี้สินเป็นเงินตราไทย ตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซ้ือและ
อัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้
คานวณไว้
1.2 ใช้วิธีการคานวณค่าหรือราคาของเงินตรา หรือทรัพย์สินเป็น
เงินตราไทยตาม อัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซ้ือซึ่ง
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คานวณไว้ และคานวณค่าหรือราคา
ของหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์
ขายซ่ึงธนาคารแห่งประเทศไทยได้คานวณไว้
1.3 ใช้วิธีการอืน่ ซง่ึ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชี ตาม
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีรัฐมนตรีประกาศกาหนดใน
ราชกิจจานุเบกษา เม่ือเลือกใช้วิธีการใดในการคานวณค่าหรือ
ราคาดังกล่าวแล้ว ให้ใช้วิธีการน้ันตลอดไป เว้นแต่จะไดร้ ับอนมุ ัติ
จากอธิบดีจงึ จะเปลีย่ นแปลงได
117
2. กรณีตาม 1. ให้ใช้บังคับสาหรับรอบระยะเวลาบัญชีท่ีเร่ิม
ในหรอื หลงั วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นตน้ ไป น้ัน
กรมสรรพากรขอชี้แจงว่า สาหรับรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลไม่รวมถึงธนาคารพาณิชย์
ห รื อ ส ถ า บั น ก า ร เ งิ น อ่ื น ต า ม ที่ รั ฐ ม น ต รี ก า ห น ด มี เ งิ น ต ร า
ทรัพย์สิน หรือหน้ีสินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตรา
ต่างประเทศเหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลน้ัน คานวณค่าหรือราคา
เปน็ เงินตราไทย โดยเลอื กใช้วธิ กี ารใด วธิ ีการหนง่ึ โดยไม่ต้อง
ขออนมุ ัติต่ออธบิ ดี และเม่ือใช้วิธกี ารใดแลว้ ให้ใช้วิธีการนั้น
ตลอดไป เวน้ แต่ จะได้รับอนุมัติจากอธบิ ดีจึงจะเปลี่ยนแปลง
ได้ทั้งน้ี ต้ังแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เร่ิมในหรือหลังวันที่
1 มกราคม พ.ศ. 2562 เปน็ ต้นไป
118
95. กฎกระทรวง ฉบับท่ี 361 (พ.ศ. 2563) ออก
ตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้
1. (17/4 ) การจ่ายเงินได้พึงประเมินดังต่อไปนี้
ที่ได้จ่ายต้ังแต่วันท่ี 1 เมษายน พ.ศ. 2563 ถึง
วันท่ี 30 กันยายน พ.ศ. 2563 รอ้ ยละ 1.5
119
(ก) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๒) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ใหแ้ ก่บริษทั หรือ หา้ งหุ้นส่วนนิติบุคคล
แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมท่ีประกอบกิจการซ่ึงมี
รายได้และมูลนิธิหรือ สมาคมท่ีรัฐมนตรีประกาศกาหนด
ตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
(ข) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๓) แห่ง
ประมวลรัษฎากร เฉพาะท่ีเป็นเงินได้ จากค่าแห่งกู๊ดวลิ ล์
ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ให้แก่บริษัทหรือห้าง
หุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมท่ี
ประกอบกิจการซ่ึงมีรายได้และมูลนิธิหรือสมาคมท่ี
รัฐมนตรีประกาศ กาหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่ง
ประมวลรัษฎากร
120
(ค) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๖) และ (๗) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ให้แก่ ผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมท่ี
ประกอบ กิจการซ่ึงมีรายได้และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรี
ประกาศกาหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
(ง) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๘) แห่งประมวล
รัษฎากร เฉพาะท่เี ป็นเงนิ ได้ จากการจา้ งทาของ การจ่ายรางวัล
ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย และ
การให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีท่ีกาหนดไว้ใน (๓)
(๑๕) (๑๖) และ (๑๗) แต่ไม่รวมถึง การจ่ายค่าบริการของ
โรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบ้ียประกันชีวิต ให้แก่
ผมู้ ีหนา้ ทเี่ สยี ภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษเี งินได้นิติบุคคล
แต่ไม่รวมถึงมลู นธิ ิหรอื สมาคมทป่ี ระกอบกิจการซึง่ มีรายได้ และ
มูลนิธิหรือสมาคมท่ีรัฐมนตรีประกาศกาหนดตามมาตรา ๔๗
(๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
121
คาว่า “การให้บริการ ” หมายความว่า การ
กระทาใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่า ซ่ึง
มใิ ชก่ ารขายสินค้า
คาว่า “ภัตตาคาร ” หมายความว่า กิจการขาย
อาหารหรือเครื่องดื่ม ไม่ว่าชนิดใด ๆ รวมทั้ง
กิจการรับจ้างปรุงอาหารหรือเครื่องด่ืม ท้ังนี้ ไม่
ว่าในหรือจากสถานท่ีซ่ึงจัดให้ประชาชนเข้าไป
บรโิ ภคได้
122
2. (๑๗/ 5 ) การจ่ายเงินได้พึงประเมินดังต่อไปน้ีที่ได้จ่ายตั้งแต่
วันท่ี ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ และ
ผู้มีหน้าท่ีนาส่งภาษีได้ดาเนินการตามวิธีนาส่งที่กาหนด ตามมาตรา ๓
ปณั รส แห่งประมวลรษั ฎากร รอ้ ยละ ๒.๐
(ก) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร
ให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือ
สมาคมที่ประกอบกิจการซ่ึงมีรายได้และมูลนิธิ หรือสมาคมท่ี
รัฐมนตรีประกาศกาหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวล
รษั ฎากร
(ข) การจ่ายเงินได้พึงประเมนิ ตามมาตรา ๔๐ (๓) แห่งประมวลรัษฎากร
เฉพาะทเี่ ปน็ เงนิ ได้ จากค่าแห่งกู๊ดวิลล์ คา่ แห่งลขิ สิทธ์ิ หรือสทิ ธิอยา่ ง
อ่ืน ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือ
สมาคมที่ประกอบกิจการซง่ึ มีรายได้และมลู นิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรี
ประกาศ กาหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แหง่ ประมวลรัษฎากร
123
(ค) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๖) และ (๗) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ให้แก่ ผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมท่ี
ประกอบ กิจการซึ่งมีรายได้และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรี
ประกาศกาหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แหง่ ประมวลรัษฎากร
(ง) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๘) แห่งประมวล
รัษฎากร เฉพาะท่ีเป็นเงินได้ จากการจ้างทาของ การจ่ายรางวัล
ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย และ
การให้บริการอ่ืน ๆ นอกเหนือจากกรณีท่ีกาหนดไว้ใน (๓) (๑๕)
(๑๖) และ (๑๗) แต่ไม่รวมถึง การจ่ายค่าบริการของโรงแรม
ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้มีหน้าที่
เสียภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่
รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ และมูลนิธิ
หรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกาหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข)
แห่งประมวลรษั ฎากร
124
96. ประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการ
แต่งต้ังเจ้าพนักงาน (ฉบับที่ 65) เรื่อง แต่งตั้ง
เจา้ พนกั งานประเมนิ ตามประมวลรษั ฎากร
1. ให้นายทะเบียนผู้รับจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัทจากัด
บริษัทมหาชนจากัด สมาคมการค้า และหอการค้า ตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยบริษัท
มหาชนจากัด กฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า และกฎหมายว่า
ด้วยหอการค้า เป็นเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา 16 แห่ง
ประมวลรัษฎากร เฉพาะกรณีการรับคาขอจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพมิ่ ผา่ นกรมพฒั นาธุรกิจการค้า
2. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับสาหรับการรับคาขอต้ังแต่วันที่ 20
เมษายน พ.ศ. 2563 เปน็ ต้นไป
125
97. ประกาศกระทรวงการคลัง เร่ือง ขยายกาหนดเวลา
การยน่ื รายการและชาระภาษีของผู้มีเงินได้จากการให้เช่า
ทรัพย์สิน ที่ได้รับเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูก
สร้าง เงินค่าซ่อมแซม หรือค่าแห่งอาคาร หรือโรงเรือนที่
ได้รับกรรมสิทธิ์ หรอื เงนิ ได้อนื่ ในลักษณะทานองเดียวกนั
เพ่ือให้ผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งมีหน้าท่ีต้องยื่นรายการและชาระ
ภาษี ตามแบบ ภ.ง.ด.๙๓ สาหรับเงินได้หรือประโยชน์อย่างอ่ืนเน่ืองจากการให้
เช่าอสังหาริมทรัพย์ท่ีได้รับ ในปีภาษี พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้รับการบรรเทาภาระภาษี
เช่นเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงอาศัยอานาจตามมาตรา ๓
อัฏฐ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ขยายกาหนดเวลาการยื่นรายการ และ
ช า ร ะ ภ า ษี ใ ห้ แ ก่ ผู้ มี ห น้ า ที่ เ สี ย ภ า ษี เ งิ น ไ ด้ บุ ค ค ล ธ ร ร ม ด า ต า ม ป ร ะ ก า ศ
กระทรวงการคลัง เรอ่ื ง การเสีย ภาษีเงินได้ของผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน
ท่ีได้รับเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจ๊ียะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม หรือค่าแห่ง
อาคารหรอื โรงเรือนท่ีไดร้ ับกรรมสทิ ธิ์ หรือเงนิ ได้อืน่ ในลักษณะทานองเดียวกัน ลง
วันท่ี ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ตามแบบ ภ.ง.ด.๙๓ สาหรับเงินได้พึงประเมินที่
ได้รับในปีภาษี พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งต้องย่ืนรายการและชาระภาษีภายในวันที่
๓๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ออกไปเปน็ ภายในวนั ที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
126
98. กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๓๖๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วย
การนาส่งเงินภาษี
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ธนาคาร” หมายความว่า
ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบัน
การเงิน และสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะ
จดั ต้งั ขนึ้
ข้อ ๒ ผู้มีหน้าท่ีนาส่งเงินภาษีตามประมวลรัษฎากรอาจ
เลือกวิธีการนาส่งเงินภาษี ต่อกรมสรรพากรผ่านธนาคาร
ตามมาตรา ๓ ปัณรส ได้ตามกฎกระทรวงนี้ ธนาคารท่ี
ประสงค์จะรับเงินภาษีจากผู้มีหน้าที่นาส่งเงินภาษีแทน
กรมสรรพากรตามวรรคหนึ่ง ต้องย่ืนคาขอต่ออธิบดีตาม
หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทอ่ี ธิบดีประกาศกาหนด
127
ข้อ ๓ ให้ผู้มีหน้าท่ีนาส่งภาษีเงินได้หัก ณ ท่ีจ่าย
ตามมาตรา ๕๒ ภาษเี งนิ ไดต้ ามมาตรา ๗๐ และ
มาตรา ๗๐ ทวิ และภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา
๘๓/๕ และมาตรา ๘๓/๖ นาส่งเงินภาษี ผ่าน
ธนาคาร พร้อมกับการจ่ายเงินได้พึงประเมิน
หรือการจาหน่ายเงินกาไรหรือเงินประเภทอ่ืนใด
ท่ีกันไว้จากกาไรหรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกาไร
หรือการจ่ายเงินค่าซอื้ สินค้าหรือคา่ บริการให้แก่
ผปู้ ระกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรก็ได้
128
ข้อ ๔ ให้ผู้มีหน้าท่ีนาส่งเงินภาษีตามข้อ ๓ แจ้งรายการท่ี
เกี่ยวข้องต่อธนาคารตามท่ีอธิบดี ประกาศกาหนด โดยต้องมี
รายการอยา่ งนอ้ ย ดงั ต่อไปนี้
(๑) เลขประจาตัวผเู้ สยี ภาษีอากรของผูม้ หี น้าที่นาสง่ ภาษี
(๒) ชื่อหรือเลขประจาตวั ผู้เสยี ภาษอี ากรของผ้รู ับเงนิ
(๓) ในกรณีภาษีเงินได้ ให้ระบุประเภทของเงินได้พึงประเมิน
และจานวนเงินได้ที่ผู้มีหน้าที่ นาส่งเงินภาษีได้นาส่ง และจานวน
ภาษีมูลค่าเพม่ิ (ถ้าม)ี
(๔) ในกรณีภาษีมูลค่าเพ่ิม ให้ระบุมูลค่าทั้งหมดท่ี
ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจาก การขายสินค้าหรือการ
ให้บรกิ าร
(๕) จานวนภาษที ่หี ักหรอื นาส่ง
129
ข้อ ๕ เมื่อธนาคารได้รับเงินภาษีจากผู้มีหน้าที่
นาส่งเงินภาษีตามข้อ ๓ แล้ว ให้ธนาคาร ออก
หลักฐานเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพ่ือแสดงการ
รับชาระเงินภาษีดังกล่าวให้แก่ผู้มีหน้าท่ีนาส่ง
เงินภาษี และผรู้ บั เงินหรอื ผถู้ กู หกั ภาษี ณ ท่ีจ่าย
การออกหลักฐานเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ
แสดงการรับเงินภาษีตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไป
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดี
ประกาศกาหนด
130
ข้อ ๖ ให้ธนาคารนาส่งเงินภาษีตามข้อ ๓ และ
รายการตามข้อ ๔ ต่อกรมสรรพากร ภายใน
ระยะเวลาที่ได้ทาความตกลงกับกรมสรรพากรแต่
ไม่เกินส่ีวันทาการนับถัดจากวันที่ธนาคาร ได้รับ
เงินภาษีและรายการ ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
เงื่อนไขทอ่ี ธบิ ดีประกาศกาหนด
ข้อ ๗ เมอ่ื ธนาคารได้นาส่งเงินภาษีให้กรมสรรพากร
แล้ว ให้กรมสรรพากรออก ใบเสร็จรับเงินด้วย
วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้มีหน้าที่นาส่งเงิน
ภาษี และให้ถือว่าการเสียภาษีอากร เป็นการ
สมบูรณ์เมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินด้วยวิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส์
131
99. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 16)
เร่ือง กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการ
ร า ย ง า น ข้ อ มู ล เ กี่ยว กับ บุ ค ค ล ท่ี มี ธุ ร ก ร ร ม
ลั ก ษ ณ ะ เ ฉ พ า ะ ผ่ า น ร ะ บ บ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ ข อ ง
กรมสรรพากร
1. “ผู้มีหน้าท่ีรายงาน” หมายความว่า สถาบัน
การเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง
ข้ึน และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตาม
กฎหมาย ว่าด้วยระบบการชาระเงิน
132
2 . “ ใ บ รั บ ร อ ง อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ ( Electronic
Certificate)” หมายความว่า ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
หรือการบันทึกอ่ืนใดซ่ึงยืนยันความเชื่อมโยงระหว่าง
ผู้มีหน้าที่รายงานกับข้อมูลเก่ียวกับบุคคลที่มีธุรกรรม
ลักษณะเฉพาะสาหรับการเข้ารหัสลับ (Encryption)
และใช้สร้างลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature)
ท่ีกรมสรรพากรออกให้แก่ผู้มีหนา้ ท่รี ายงาน
3. “ระบบ” หมายความว่า ระบบการนาเข้าและ
คั ด แ ย ก ข้ อ มู ล ก า ร ช า ร ะ เ งิ น แ บ บ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์
(National e-Payment) ของกรมสรรพากร
133
4. ให้ผู้มีหน้าที่รายงานลงทะเบียนเพือ่ พสิ ูจนแ์ ละ
ยื น ยั น ตั ว ต น พ ร้ อ ม กั บ ยื่ น ค า ร้ อ ง ข อ รั บ
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ โดยปฏิบัติ
ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเง่ือนไขของการใช้
งานซงึ่ กาหนดไว้บนระบบ
5. เมื่อผู้มีหน้าที่รายงานพิสูจน์และยืนยันตัวตน
สาเร็จ โดยไดร้ ับแจง้ จากระบบแลว้ ใหผ้ ู้มีหน้าท่ี
รายงานดาวน์โหลดและติดต้ังโปรแกรมเข้ารหัส
ข้อมูลจากระบบ พร้อมต้ังค่าโปรแกรม ตาม
คู่มอื ทีด่ าวนโ์ หลดจากระบบกรมสรรพากร
134
6. ให้ผู้มีหน้าท่ีรายงานจัดทารายงานข้อมูลตามรูปแบบ
รายการข้อมูลตามท้ายประกาศนี้ โดยทาการเข้ารหัสลับ
(Encryption) และสร้างลายมือชื่อดิจิทัล (Digital
Signature) ผ่านโปรแกรม เข้ารหัสข้อมูลโดยใช้กุญแจ
ส่วนตัว (PrivateKey) ท่ีเป็นคู่กับใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Certificate) ท่ีกรมสรรพากรออกให้ซึ่งยังไม่
หมดอายุในขณะสร้างลายมือช่อื ดิจิทัล (Digital Signature)
และขณะส่ง ข้อมูลเก่ียวกับบุคคลท่ีมีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ
เข้าสู่ระบบ
7. ให้ผู้มีหน้าท่ีรายงานนาส่งข้อมูลเก่ียวกับบุคคลที่มีธุรกรรม
ลักษณะเฉพาะของปีท่ีล่วงมา ซ่ึงได้ดาเนินการตามข้อ 6
เขา้ ส่รู ะบบภายวนั ท่ี 31 มีนาคม ของทุกปี
135
100. ประกาศกระทรวงการคลงั เกี่ยวกบั ภาษี
เงินได้ (ฉบับที่ 392) เรื่อง กาหนดเงินตราสกุล
อ่ืนนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการ
ดาเนินงาน เพื่อการปฏิบัติการ เกย่ี วกับภาษีเงิน
ได้สาหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม
ประมวลรัษฎากร
1. กาหนดให้เงินตราสกุลดังต่อไปนี้ เป็นเงินตราสกุลอ่ืน
นอกจากเงินตราไทยท่ีใช้ในการ ดาเนินงาน ซ่ึงบริษัทหรือ
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอาจแจ้งหรือขออนุมัติต่ออธิบดี
แล้วแต่กรณี เพ่ือใช้ในการ ปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีเงินได้
สาหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวล
รษั ฎากร
136
(1) ดอลลาร์สหรัฐอเมรกิ า (USD)
(2) ปอนด์สเตอลงิ (GBP) (3) ยูโร (EUR)
(4) เยน (JPY) (5) ดอลลาร์ฮอ่ งกง (HKD)
(6) รงิ กติ มาเลเซยี (MYR) (7) ดอลลารส์ งิ คโปร์ (SGD)
(8) ดอลลารบ์ รูไนดารุสซาลาม (BND)
(9) เปโซ ฟิลปิ ปนิ ส์ (PHP) (10) รเู ปยี (IDR)
(11) รูปีอนิ เดยี (INR) (12) ฟรังก์สวิส (CHF)
(13) ดอลลาร์ออสเตรเลยี (AUD)
(14) ดอลลารน์ ิวซีแลนด์ (NZD)
(15) ดอลลาร์แคนาดา (CAD) (16) โครนา สวีเดน (SEK)
137
(17) โครน เดนมาร์ก (DKK) (18) โครน นอรเ์ วย์ (NOK)
(19) หยวนเหรนิ หมนิ บ้ี (CNY) (20) ดอง เวียดนาม (VND)
(21) วอน เกาหลใี ต้ (KRW)
(22) ดอลลาร์ไตห้ วนั (TWD)
(23) ดีแรห์ม สหรัฐอาหรับเอมเิ รตส์(AED)
2. ประกาศนใ้ี ห้ใชบ้ งั คบั ต้ังแต่วันที่ 21 มีนาคม 2563
เปน็ ตน้ ไป
138
101. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษี
เงินได้ (ฉบับที่ 369) เร่ือง กาหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ และเง่ือนไข เพ่ือการยกเว้นภาษีเงินได้
สาหรับเงินได้เท่าท่ีได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุน
ในกองทนุ รวมเพอื่ การออม
1. เงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนใน
กองทุนรวมเพ่ือการออมตามกฎหมายว่าด้วย
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่จะได้รับ
ยกเว้นไม่ต้องรวมคานวณเพ่ือเสียภาษีเงินได้
บุคคลธรรมดา ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงอ่ื นไข ดงั นี้
139
(๑) ผู้มีเงินได้ต้องซ้ือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อ
การออมมีจานวนรวมกนั ไม่เกินรอ้ ยละ ๓๐ ของ
เงินได้พึงประเมินท่ีได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้
ใ น ปี ภ า ษี น้ั น ท้ั ง นี้ เ ฉ พ า ะ ส่ ว น ที่ ไ ม่ เ กิ น
๒๐๐,๐๐๐ บาท สาหรับปีภาษีน้ัน และได้ซ้ือ
หน่วยลงทุนนั้นในระหว่างวันท่ี ๑ มกราคม
พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันท่ี ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗
(๒) ผู้มีเงินได้ต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อ
การออมต่อเนอื่ งกันไมน่ ้อยกวา่ ๑๐ ปี นับตั้งแต่
วันซ้ือหน่วยลงทุน เว้นแต่กรณีที่ผู้มีเงินได้ไถ่
ถอนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม
เพราะเหตุทุพพลภาพหรือตาย
140
กร ณี ทุ พ พ ล ภ า พ ต้ อง เ ป็ น ก ร ณี ที่ แ พ ท ย์ ที่
ทางราชการรับรองได้ตรวจและแสดงความเห็น
ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนทุพพลภาพจนไม่สามารถ
ประกอบอาชีพซึ่งก่อให้เกิดเงินได้ที่จะนามาซื้อ
หน่วยลงทุนใน กองทุนรวมเพื่อการออมได้
อีกตอ่ ไป
141
๒. กรณีผู้มีเงินได้ได้ซอ้ื หน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพ่ือ
การออมเกินกว่าหนึ่งกองทุน เงินได้ เท่าท่ีจ่ายเป็น
ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพ่ือการออมในแต่
ละกองทุนท่ีจะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวม คานวณเพ่ือ
เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องเป็นไปตาม
หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขตามข้อ ๑
การซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพ่ือการออมตาม
วรรคหน่ึงต้องมีจานวนรวมกันไม่เกินร้อยละ ๓๐
ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้
ในปีภาษีน้ัน ทั้งนี้ เฉพาะส่วนท่ีไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐
บาท สาหรบั ปภี าษีนนั้
142
๓. การยกเว้นภาษีเงินได้สาหรับเงินได้เท่าท่ีได้
จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนตามข้อ ๑ และข้อ ๒
ให้ยกเว้นเงินได้ในอัตราไมเกินร้อยละ ๓๐ ของ
เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซ่ึงต้องเสียภาษีเงินได้
ใ น ปี ภ า ษี นั้ น ท้ั ง นี้ เ ฉ พ า ะ ส่ ว น ที่ ไ ม่ เ กิ น
๒๐๐,๐๐๐ บาท สาหรับปีภาษีนั้น โดยผู้มีเงิน
ได้ดังกล่าวต้องเป็นบุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึง
ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลท่ี มิใช่
นติ บิ คุ คลและกองมรดกทย่ี ังไม่ไดแ้ บ่ง
143
เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่ง เมื่อรวมกับเงินได้ท่ีได้รับ
ยกเวน้ ไมต่ ้องรวมคานวณ เพ่ือเสยี ภาษีเงินได้ สาหรับกรณีที่
ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนสารองเลี้ยงชีพตาม
กฎหมาย ว่าด้วยกองทุนสารองเลี้ยงชีพ หรือเงินสะสมเข้า
กองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วย
กองทุนบาเหน็จบานาญขา้ ราชการ หรอื เงนิ สะสมเขา้ กองทุน
สงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แล้วแต่กรณี
หรือเงินค่าซ้ือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพ่ือการเลี้ยงชีพ
ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์หรือ
เบ้ียประกันภัยสาหรับการประกันชีวิตแบบบานาญ หรือ
เงินสะสมเข้ากองทุน การออมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วย
กองทุนการออมแห่งชาติแล้ว ต้องไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
ในปีภาษี เดียวกัน
144
๔. กรณีผู้มีเงินได้ได้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม
และได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ตามข้อ ๓ แล้ว ต่อมาได้
ปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของข้อ ๑ หรือข้อ ๒ ผู้มีเงิน
ได้หมดสิทธิได้รับ ยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อ ๓ แต่ไม่รวมถึง
กรณีที่ผู้มีเงินได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพ่ือการ
ออม เพราะเหตุทุพพลภาพหรือตาย ผู้มีเงินได้ต้องเสียภาษี
เงินได้สาหรับปีภาษีที่ได้นาเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไป หักออก
จ า ก เ งิ น ไ ด้ เ พ่ื อ ย ก เ ว้ น ภ า ษี เ งิ น ไ ด้ ม า แ ล้ ว ที่ อ ยู่ ใ น ช่ ว ง
ระยะเวลาไมเ่ กิน ๕ ปนี ับตง้ั แตว่ ันทไ่ี ดย้ นื่ แบบแสดงรายการ
ภาษีเงินได้ของปีภาษีน้ัน ๆ จนถึงวันท่ีได้ย่ืนแบบแสดง
รายการภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดา เพม่ิ เตมิ เพอื่ เสยี ภาษเี งนิ ได้
เพ่ิมเติมของปีภาษีดังกล่าว พร้อมเงินเพ่ิมตามมาตรา ๒๗
แหง่ ประมวลรัษฎากร
145
ในกรณีท่ีมีการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวม
เพื่อการออมซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตามข้อ ๑
หรือข้อ ๒ การคานวณต้นทุนผลประโยชน์ท่ีได้จาก
การโอนหน่วยลงทุน (capital gain) เพ่ือเสียภาษี
ในกรณีดังกล่าวให้คานวณโดยวิธีเข้าก่อนออกก่อน
(FIFO)
5. การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามประกาศนี้ผู้มเี งินได้
ต้องมีหนังสือรับรองการซ้ือหน่วยลงทุน ในกองทุน
รวมเพ่ือการออมจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการ
กองทุนรวมท่ีแสดงได้ว่ามีการจ่ายเงินเข้ากองทุน
รวม เพอ่ื การออมดงั กล่าว
146
๖. กรณีผู้มีเงินได้ได้โอนการลงทุนในหน่วยลงทุนในกองทุน
รวมเพื่อการออมท้ังหมด หรือบางส่วนไปยังกองทุนรวมเพ่ือ
การออมอีกกองทุนหน่ึง ไม่ว่าจะโอนไปยังกองทุนรวมเพื่อ
การออม กองทุนเดียวหรือหลายกองทุน ผู้มีเงินได้จะต้อง
โอนการลงทุนไปยังกองทนุ รวมเพ่ือการออมนั้นภายใน ๕ วัน
ทาการนับต้ังแต่วันถัดจากวันที่กองทุนรวมเพ่ือการออมท่ี
โอนได้รับคาส่ังโอนจากผู้มีเงินได้จึงจะถือว่า ระยะเวลาใน
การถือหน่วยลงทุนในกรณดี ังกล่าวมีระยะเวลาตอ่ เน่ืองกัน
การโอนการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมตามวรรคหนึ่ง
กองทุนรวมเพื่อการออม ที่ได้รับคาสั่งโอนจากผู้มีเงินได้
จะตอ้ งจัดทาหนังสือรบั รองการโอนหนว่ ยลงทนุ สง่ มอบให้แก่
กองทุนรวม เพื่อการออมท่ีรับโอนเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อม
ทจี่ ะใหเ้ จา้ พนกั งานประเมนิ ตรวจสอบได้
147
๗. หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพ่ือการออม
ตามข้อ ๕ และหนังสือ รับรองการโอนหน่วยลงทุนในกองทุน
รวมเพ่ือการออมตามข้อ ๖ ต้องจัดทาเป็นภาษาไทยหรือ
ภาษาอังกฤษ แต่ถ้าทาเป็นภาษาต่างประเทศอ่ืนต้องมี
คาแปลภาษาไทยกากับด้วย ส่วนตัวเลขให้ใช้เลขไทยหรือเลข
อารบคิ โดยมีข้อความอย่างนอ้ ยตามแบบทแ่ี นบทา้ ยประกาศน้ี
การลงลายมือชื่อของผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการซ้ือหน่วย
ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม และหนังสือรับรองการโอน
หน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพ่ือการออมตามวรรคหน่ึง จะใช้วิธี
ประทบั ลายมือช่ือ ผมู้ ีหน้าท่ีออกหนงั สอื รับรองดงั กล่าวด้วยตรา
ยาง หรือจะพิมพ์ลายมือชื่อผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรอง โดย
เครอ่ื งคอมพิวเตอรท์ ีไ่ ดม้ กี ารเก็บลายมอื ช่ือไว้ (SCAN) กไ็ ด้
148
๘. การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามประกาศนี้ ให้
ผู้มีเงินได้นาเงินได้ท่ีได้รับยกเว้นภาษี ไป
คานวณหักจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา
๔๐ แห่งประมวลรัษฎากร เม่ือได้หักตามมาตรา
๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๖ แห่งประมวลรัษฎากร
แล้ว
๙. ประกาศนี้ใหใ้ ช้บังคับสาหรับเงินไดพ้ ึงประเมิน
ท่ีได้รับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓
เปน็ ตน้ ไป
149
102. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับท่ี ๒๐)
เร่ือง กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และ
ระยะเวลา ในการนาส่งเงินภาษี ผ่านระบบ
อิเล็กทรอนกิ สข์ องกรมสรรพากร
๑. ในประกาศนี้ “ธนาคาร” หมายความว่า
ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจ
สถาบันการเงิน และสถาบันการเงิน ของรัฐที่มี
กฎหมายเฉพาะจัดต้ังข้ึน
150