การอ่อ่ อ่ า อ่ านเชิชิชิ ง ชิ งวิวิ วิ เ วิ เคราะห์ห์ ห์ แ ห์ และวิวิ วิ จ วิ จารณ์ณ์ ณ์ ว ณ์ วรรณกรรม รายงาน เสนอ อาจารย์ ดร.อัฐพล อินต๊ะเสนา รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ๐๕๖๓๑๐๕ การอ่านเชิงวิเคราะห์และวิจารณ์ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภาคเรียนที่๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ยวนพ่พ่ พ่ า พ่ ายโคลงดั้ดั้ ดั้ น ดั้ น
การอ่านเชิงวิเคราะห์และวิจารณ์วรรณกรรม เรื่อง ยวนพ่ายโคลงดั้น จัดท าโดย นางสาวชนัญชิดา ตุแก้ว รหัสนิสิต ๖๑๐๑๐๕๑๔๐๐๘ นางสาวทัศนวรรณ ศิริสุนทรกุล รหัสนิสิต ๖๑๐๑๐๕๑๔๐๑๐ นายธนาวุฒิ ชะฎาแก้ว รหัสนิสิต ๖๑๐๑๐๕๑๔๐๑๒ เสนอ อาจารย์ ดร.อัฐพล อินต๊ะเสนา รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ๐๕๖๓๑๐๕ การอ่านเชิงวิเคราะห์และวิจารณ์ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๑
การอ่านเชิงวิเคราะห์และวิจารณ์วรรณกรรม เรื่อง ยวนพ่ายโคลงดั้น จัดท าโดย นางสาวชนัญชิดา ตุแก้ว รหัสนิสิต ๖๑๐๑๐๕๑๔๐๐๘ นางสาวทัศนวรรณ ศิริสุนทรกุล รหัสนิสิต ๖๑๐๑๐๕๑๔๐๑๐ นายธนาวุฒิ ชะฎากร รหัสนิสิต ๖๑๐๑๐๕๑๔๐๑๒ นิสิตชั้นปีที่ ๑ สาขาวิชาภาษาไทย เสนอ อาจารย์ ดร.อัฐพล อินต๊ะเสนา รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ๐๕๖๓๑๐๕ การอ่านเชิงวิเคราะห์และวิจารณ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๑
ก คํานํา รายงานการวิเคราะหและวิจารณวรรณกรรม เรื่อง ยวนพายโคลงดั้น ไดมีการจัดทําเนื้อหาให ครบถวนตามกระบวนการทางวิชาการ โดยมีวัตถุประสงคสําคัญเพื่อใหนิสิตเกิดการเรียนรูจากงานที่ คนควา ผานองคประกอบ การระดมความคิด เพื่อหาแนวทางเขาถึงคุณคาแหงเปาหมายการทํางาน เขาใจตัวบทแกนเนื้อหา สูการวิเคราะห“การวิเคราะหและวิจารณวรรณกรรม เรื่อง ยวนพายโคลง ดั้น” ขัดเกลาจนไดทิศทางของการศึกษาในภาพรวม ดังนี้ การวิเคราะหและวิจารณวรรณกรรม เรื่อง ยวนพายโคลงดั้น ที่ไดศึกษาผานหนังสือ แลว นํามาวิเคราะหในแตละหัวขอตางๆ ไดแก การวิเคราะหชื่อเรื่อง ประวัติความเปนมาของยวนพาย โคลงดั้น เนื้อเรื่อง ตลอดจนกลวิธีการประพันธที่กวีนิพนธสรรคสรางขึ้นมา และนอกจากนี้วรรณกรรม ยวนพายโคลงดั้นยังมีความงดงามดานการใชภาษาไมวาจะเปนการใชภาพพจนตางๆ ในการยกยอง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ตองการเนนใหชัดเจน ที่มีคุณคาควรแกการศึกษาเปนอยางยิ่ง รายงานเลมนี้คณะผูจัดทํา สรางองคความรูในเนื้อหา ดวยความพยายามอยางเต็มศักยภาพที่ มี จึงหวังเปนอยางยิ่งวาจะเปนประโยชนตอผูเขามาศึกษาไดอยางมีคุณภาพ หากมีขอเสนอแนะใดๆ คณะผูจัดทําก็จะนําไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาการเรียนรูตอไป คณะผูจัดทํา
ข สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า …………………………………………………………………………………………………………………………… ก สารบัญ ………………………………………………………………………………………………………………………… ข สารบัญแผนภาพ ………………………………………………………………………………………………………...... ค ๑ ผู้แต่ง ………………………………………………………………………………………………………………. ๑ ๒ วิเคราะห์ชื่อเรื่อง ………………………………………………………………………………………………. ๓ ๓ แนวคิดและจุดมุ่งหมายของผู้แต่ง ……………………………………………………………………….. ๓ ๔ ลักษณะค าประพันธ์ …………………………………………………………………………………………. ๔ ๕ เนื้อเรื่องย่อ …………………………………………………………………………………………………….. ๕ ๖ การวิเคราะห์องค์ประกอบของเรื่อง …………………………………………………………………… ๖ โครงเรื่อง …………………………………………………………………………………………… ๖ แก่นเรื่อง ……………………………………………………………………………………………. ๑๑ การด าเนินเรื่อง …………………………………………………………………………………… ๑๑ ตัวละคร ……………………………………………………………………………………........... ๑๘ ฉาก …………………………………………………………………………………………………… ๒๒ ๗ คุณค่าของวรรณกรรม ………………………………………………………………………………………. ๓๒ คุณค่าทางวรรณศิลป์ …………………………………………………………………………… ๓๒ คุณค่าด้านสังคม …………………………………………………………………………………. ๖๔ คุณค่าด้านการน าไปประยุกต์ใช้ ……………………………………………………………. ๘๑ ๘ การวิจารณ์ ……………………………………………………………………………………………………… ๘๕ บรรณานุกรม ………………………………………………………………………………………………………………. ๙๐
ค สารบัญแผนภาพ เรื่อง หน้า ๑ แผนผังโคลงดั้นบาทกุญชร ……………………………………………………………………………………. ๕
๑ ยวนพ่ายโคลงดั้น วรรณคดี“ยวนพ่ายโคลงดั้น” เป็นวรรณคดีในสมัยอยุธยาตอนต้น ที่ทรงคุณค่าเรื่องหนึ่ง ของไทย ที่ได้กล่าวสรรเสริญสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ อีกทั้งยังมีการบันทึกเรื่องราวพระราช ประวัติ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถไว้เป็นจ านวนมาก ซึ่งผู้แต่งเป็นผู้รู้เห็น เหตุการณ์ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถและรอบรู้ทั้งการทหาร การพลเรือนอย่าง ละเอียดลออ นอกจากนั้นบทประพันธ์ยังเป็นหลักพิสูจน์เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม โบราณคดี ตลอดจนเรื่องราวชาติไทยในอดีตกาลได้อย่างแม่นย า ๑. ผู้แต่ง ลิลิตยวนพ่ายเหมือนกับหนังสือหลายเล่มของสมัยอยุธยาตอนต้น คือ ไม่มีหลักฐานแน่นอนว่า ผู้แต่งเป็นใครและแต่งในสมัยใด แต่อย่างไรก็ตามได้มีผู้สันนิษฐานเกี่ยวกับผู้แต่งและสมัยแต่งของลิลิต ยวนพ่ายไว้หลายท่าน ดังนี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด ารงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานเกี่ยวกับผู้แต่งของลิลิตยวน พ่ายไว้ในฉบับพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๕ ว่าผู้แต่งน่าจะเป็นกวีส าคัญในสมัยสมเด็จพระบรมไตร โลกนาถเพราะใช้ส านวนภาษาเก่ามาก ทั้งมีความเชี่ยวชาญเรื่องภาษาและแบบแผนขนบธรรมเนียม ราชการ ส่วนสมัยที่แต่งก็น่าจะเป็นเวลาที่ใกล้กับที่เกิดสงครามระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเชียงใหม่ ใน พ.ศ. ๒๐๑๖ (สงครามเชียงชื่น) ผู้แต่งจึงรู้เรื่องในพงศาวดารถี่ถ้วนกว่าที่ปรากฏในหนังสือพระราช พงศาวดารหรือพงศาวดารเชียงใหม่สมัยใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่ว่า คือ สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ (พ.ศ. ๒๐๓๔-๒๐๗๒) หลักฐานที่สนับสนุนข้อสันนิษฐานข้างต้นอย่างหนึ่ง คือ ในตอนท้ายของหนังสือมีโคลงที่ ขึ้นต้นด้วยค า “ชยชย” ถึงหกบทโคลงเหล่านี้แสดงความยินดีของผู้แต่งเมื่อเห็นว่ากรุงศรีอยุธยามีชัย ชนะต่อข้าศึกในสงครามเชียงชื่น ผู้แต่งคงทราบเหตุการณ์ที่บรรยายไว้อย่างดีและคงจะแต่งหลังเวลาที่ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้วไม่นานนัก จึงยังมีความประทับใจและตื่นเต้นอยู่ ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ ชยชยยศโยคเจ้า จักกรี ไกรเทพศรีสาคร เฟื่องหน้า ชยชยเมื่อพูนศรี นางนาฏ ชยบพิตรพ้นเช้า เพื่อมมา ฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๘๖) ถอดบทความ สรรเสริญการมีชัยชนะของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เหมือนความ มีชัยของพระเจ้าองค์หนึ่งในตรีมูรติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และเหมือนชัยชนะของพระ
๒ อิศวรผู้ทรงชนะศรีสาครด้วยพระพักตร์อันเบิกบานและความมีชัยเหมือนเมื่อครั้งเกิดศรีนางนาฏ ซึ่ง หมายถึง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงได้เมืองเชลียง – เชียงชื่น ซึ่งได้นางมิ่งเมืองมาด้วย ชยชยอ านาจท้าว คือราม รอนราพน์ล่วงลงกา แผ่นแผ้ว ชยชยดิ่งติดตาม มารมารค นั้นฤๅ ชยช านะได้แก้ว คอบครอง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๙๗) ถอดบทความ ชัยชนะและอ านาจของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเหมือนพระรามที่ สังหารทศกัณฐ์ทางเกาะลงกา ท าให้แผ่นดินแผ้ว ปราบเมืองมารให้ราบเรียบกลายเป็นถนนไปเมือง ลงกา และได้นางสีดากลับคืนมาครอบครอง โดยนัยของค าประพันธ์ที่ยกมาอาจจะสันนิษฐานได้เช่นกันว่า ลิลิตยวนพายแต่งขึ้นในสมัย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เพราะพระองค์ทรงครองราชสมบัติถึง ๓๒ ปี (พ.ศ. ๑๙๙๙-๒๐๓๑) เมื่อไม่นานมานี้ ดร.นิยดา เหล่าสุนทร ได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับผู้แต่งลิลิตยวนพ่ายไว้ใน เอกสารประกอบการสัมมนาเรื่อง “แนวคิดใหม่เกี่ยวกับการศึกษาประวัติวรรณคดีไทย” ว่าเมื่อยังไม่ อาจจะตัดสินได้ว่า ลิลิตยวนพ่ายแต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ หรือสมัยสมเด็จพระ รามาธิบดีที่ ๒ หนังสือนี้อาจจะแต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาที่ ๓ (พ.ศ. ๒๐๓๑-๒๐๓๔) เพราะ กษัตริย์พระองค์นี้ก็ทรงปรีชาสามารถไม่แพ้สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถและสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ และได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจไว้มากมาย ครั้งสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ ยังทรงเป็นพระอินทราชาอยู่ ก็ได้เสด็จไปราชการสงคราม กับพระราชบิดา ในพ.ศ. ๒๐๐๐ จนต้องปืนที่พระพักตร์ คนทั้งหลายเข้าใจว่าสิ้นพระชนม์ ในภายหลัง และเข้าใจว่าเป็นคนละคนกับสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ต ารา พื้นเมืองเชียงใหม่รื้อฟื้น ๑๕ ราชวงศ์ และยวนพ่ายฉบับร้อยแก้วส านวนพระเทพมุนีต่างยืนยันว่า พระอินทราชามิได้สิ้นพระชนม์เพราะต้องปืนในคราวนั้น ยิ่งกว่านั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมไตรโลกนาถเสด็จไปประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลก ใน พ.ศ. ๒๐๐๖ พระอินทราชาได้เสวยราชสมบัติในพระนครศรีอยุธยาในฐานะ “ลูกหลวง” ด้วย และต่อมาได้ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๐๓๑ ต่อจากพระราชบิดา ทรงพระนามว่าสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ พระองค์ทรงอยู่ในราชสมบัตินานถึง ๒๘ ปี (รวมทั้งเวลาที่ครองราชย์ระหว่างเป็น ลูกหลวง) ด้วยเหตุนี้พระองค์น่าจะทรงมีพระปรีชาสามารถและทรงนิพนธ์ลิลิตยวนพ่ายได้
๓ ๒. วิเคราะห์ชื่อเรื่อง ความหมายของค าว่า “ลิลิต” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิยสถาน (๒๕๓๘: ๗๓๕) ให้ค านิยาม ไว้ว่า “ค าประพันธ์ ซึ่งใช้โคลงและร่ายสัมผัสกัน” ในด้านเนื้อหาเป็นการสดุดีวีรกรรมพระมหากษัตริย์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิยสถาน (๒๕๔๔: ๙๐๑) ได้ให้ความหมายเอาไว้ว่า ยวน [ยวน] ชาว ล้านนาไทย Cochin Chinese ไทยยวน ก็เรียก เพี้ยนมาจาก โยนก, โยน ลิลิตยวนพ่ายเรื่องนี้จัดว่าเป็นหนังสือที่แต่งได้ดีอย่างยิ่งเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องพงศาวดารเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เมื่อครั้งทรงปราบศึกเชียงใหม่ในสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งนครพิงค์เชียงใหม่ อาณาจักรล้านนา ที่ทรงยกทัพมาชิงหัวเมืองฝุายเหนือของไทยอยู่เสมอ พระองค์ได้ทรงท าสงครามจนมีชัยชนะเอาหัวเมืองเหล่านั้นคืนมาได้ และกองทัพของพระเจ้าติโลกราช พ่ายแพ้ไปอย่างยับเยินจึงเรียกชื่อเรื่องว่า “ยวนพ่าย” (สนิท ตั้งทวี, ๒๕๒๖: ๖๕) ๓. แนวคิดและจุดมุ่งหมายของผู้แต่ง วรรณคดียวนพ่ายโคลงดั้น เป็นวรรณคดีในสมัยอยุธยาตอนต้นที่แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวใน ประวัติศาสตร์ที่น าเสนอผ่านเรื่องราวการท าศึกสงคราม อีกทั้งยังมุ่งสรรเสริญพระมหากษัตริย์ซึ่ง สอดคล้องกับความเชื่อของคนไทยในสมัยอดีต ที่ยกย่องพระมหากษัตริย์เสมือนสมมติเทพ และ นอกจากนี้ยังบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีต ศาสนา ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยมของคนในสมัยนั้น วิถีชีวิตของคนไทยในอดีต อันก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการศึกษา วัฒนธรรมแก่ชนรุ่นหลัง ทั้งยังเต็มเปี่ยมด้วยคุณค่าในงานวรรณคดีถ่ายทอดเป็นบทประพันธ์อัน ไพเราะ ซาบซึ้งกินใจ และท าให้ผู้อ่านได้รับแง่คิดที่เป็นประโยชน์ต่อการด ารงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัย ไหน นับเป็นงานวรรณคดีอันทรงคุณค่าอย่างยิ่งด้วยความสามารถของกวีในสมัยนั้น เป็นแนวทางให้ เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาและน าไปประยุกต์ใช้สืบไป ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ พระกฤษฎีสงวนโลกพ้ยง พระพรหม พระรอบรักษาพยงพิษณุ ผ่านเฝูา พระผลาญพ่างพระสยม ภูวนารถ ใส้แฮ พระโปรตพยงพระเจ้า โปรดปราณ ฯ พระเบญโญภาศพ้ยง ทินกร พระสนยงปานศวร สี่หน้า พระโฉมเฉกศรสมร ภิมภาคย ใส้แฮ พระแจ่มพระเจ้าจ้า แจ่มอินทร์ฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๓๒-๓๓)
๔ ถอดความ ทรงพระกฤศดิที่ดูแลรักษาโลกเหมือนพระพรหม ทรงระวัง รักษาโดยรอบเหมือนพระนารายณ์ ทรงล้างท าลายเหมือนพระสยมภูวนารถ ทรงพระกรุณาเหมือน พระพุทธเจ้าทรงโปรดเวไนยสัตว์ มีพระปัญญาส่องสว่างเหมือนแสงตะวัน มีพระสุรเสียงไพเราะเหมือนเสียง แห่งพรหม มีพระรูปโฉมเฉกเหมือนหล่อจากพิมพ์อันงามของพระศรีสมร มีพระสิริแจ่มใสงามแฉล้ม เหมือนพระอินทร์ จะเห็นว่าความคิดเรื่องเทวราชาเป็นความคิดที่ยวนพ่ายโคลงดั้นน ามาใช้ใน การสรรเสริญพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนมากกว่าในจารึกสมัยสุโขทัย ภาพลักษณ์พระมหากษัตริย์ ของยวนพ่ายโคลงดั้นจึงแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า ในองค์ พระมหากษัตริย์เข้มข้นกว่าพระมหากษัตริย์ในสมัยสุโขทัย ๔. ลักษณะค าประพันธ์ ยวนพ่ายโคลงดั้นเป็นวรรณคดีที่แต่งด้วยค าประพันธ์ประเภทโคลงสี่ดั้นจ านวน ๒๙๕ บท ร่ายดั้น ๑ บท และร่ายสุภาพ ๑ บท ในจ านวนโคลงสี่ดั้นนี้เป็นโคลงสี่ดั้นบาทกุญชรมากที่สุด และมี โคลงสี่ดั้นวิวิธมาลีจ านวน ๕ บท (ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต, ๒๕๔๗: ๗๒) ลักษณะฉันทลักษณ์ของร่าย สุภาพและร่ายดั้นมีจ านวนค าในแต่ละวรรคไม่สม่ าเสมอ มีได้ตั้งแต่ ๔ – ๑๐ ค าและมีการรับสัมผัส จากค าสุดท้ายในวรรคก่อนหน้ามาค าที่ ๑-๔ ของวรรคต่อมา แม้ว่าจะเป็นค าประพันธ์ประเภทร่าย เหมือนกัน แต่ร่ายสุภาพและร่ายดั้นก็มีฉันทลักษณ์ที่แตกต่างกันในเรื่องการจบบท ร่ายดั้นจะจบบท ด้วยบาทที่ ๓ และบาทที่ ๔ ของโคลงสี่ดั้น ส่วนร่ายสุภาพจะจบบทด้วยโคลงสองสุภาพ ส่วนโคลงสี่ดั้นบาทกุญชรและโคลงสี่ดั้นวิวิธมาลีมีข้อบังคับทางฉันทลักษณ์ที่เหมือนกัน แตกต่างกันเฉพาะการรับส่งสัมผัสระหว่างบท ๑ แห่ง คือ โคลงสี่ดั้นวิวิธมาลีไม่มีการรับส่งสัมผัสจาก ค าที่ ๗ ในบาทที่ ๓ ไปยังค าที่ ๔ ในบาทที่ ๑ ของโคลงบทต่อไป ข้อบังคับทางฉันทลักษณ์ของโคลงสี่ดั้นบาทกุญชรซึ่งเป็นค าประพันธ์ส่วนใหญ่ในยวนพ่าย โคลงดั้นมีข้อบังคับในเรื่องต าแหน่งบังคับค าเอก ๗ แห่งและบังคับค าโท ๔ แห่ง และการรับส่งสัมผัส ที่มีอยู่ทุกบาทเหมือนการก้าวเดินของช้าง ดังแผนผังต่อไปนี้
๕ แผนผัง ๐ ๐ ๐ เอก โท ๐ ๐ (๐ ๐) ๐ เอก ๐ ๐ ๐ เอก โท ๐ ๐ เอก ๐ ๐ ๐ เอก (๐ ๐) ๐ เอก ๐ โท โท เอก ๐ ๐ ๐ ๐ เอก โท ๐ ๐ (๐ ๐) ๐ เอก ๐ ๐ ๐ เอก โท ๐ ๐ เอก ๐ ๐ ๐ เอก (๐ ๐) ๐ เอก ๐ โท โท เอก ๐ ภาพที่ ๑ แสดงแผนผังโคลงดั้นบาทกุญชร ภาษาที่ใช้เป็นภาษาไทยโบราณ เขมร สันสกฤต และบาลี จึงอ่านเข้าใจได้ยาก ใช้ภาษาที่ ประณีตงดงาม ศัพท์สูงส่งวิจิตร เต็มไปด้วยชั้นเชิงสูงด้านการใช้ภาษา ๕. เนื้อเรื่องย่อ เริ่มแรกเป็นการบูชาหรือนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มการประพันธ์ วรรณคดีไทยนิยมเริ่มต้นเรื่องด้วยบทประณามพจน์เสมอ ซึ่งถือเป็นขนบวรรณคดีไทยที่ยึดถือและสืบ ทอดกันมาโดยตลอด ส าหรับยวนพ่ายโคลงดั้นมีการเริ่มเรื่องด้วยการบูชาพระรัตนตรัย การสรรเสริญ พระคุณของเทพเจ้าทั้ง ๓ องค์ คือ พระพรหม พระนารายณ์ และพระอิศวร รวมทั้งการสรรเสริญ พระมหากษัตริย์ คือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ต่อมาแสดงคุณสมบัติพระมหากษัตริย์เป็นเนื้อความพรรณนาคุณสมบัติของพระมหากษัตริย์ ในภาพรวมด้านต่างๆ ส่วนแสดงคุณสมบัติพระมหากษัตริย์ในยวนพ่ายโคลงดั้น เป็นเนื้อความที่ต่อ จากส่วนนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ ตั้งแต่โคลงบทที่ ๑ – ๕๕ เนื้อความในส่วนนี้ยังไม่เน้นเรื่องศึกเมือง เชียงชื่นโดยตรง แต่เป็นเนื้อความมุ่งสรรเสริญสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถในหลายด้าน เช่น การก าเนิดจากเทพเจ้า คุณประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการก าเนิดมาของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ความรอบรู้พระธรรมหมวดต่างๆ พระเกียรติยศอันกว้างไกล พระปัญญาญาณหยั่งรู้อดีต ปัจจุบัน อนาคต และจิตใจ รวมทั้งพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ ดังตัวอย่างเนื้อความที่กล่าวสดุดีสมเด็จพระ บรมไตรโลกนาถว่าการเสด็จมาประสูติของพระองค์ท าให้ทรัพย์สมบัติเพิ่มเต็มบริบูรณ์มากยิ่งกว่าท้าว กุเวรผู้เป็นเทพแห่งทรัพย์สมบัติ พระองค์ทรงท าให้บ่อเงิน บ่อทอง และบ่อแก้วเพิ่มพูนจนเต็มบริบูรณ์
๖ พระองค์ประสูติมาท าให้แผ่นดินทั้ง ๔ ทวีป มีแต่ความสุขสบาย พระองค์ทรงแสดงให้เห็นความกล้า หาญในการรบอย่างมาก เเล้วมีการแสดงจุดมุ่งหมายของกวีเป็นส่วนที่กวีแสดงความคิดและความ ปรารถนาของตนเองในการประพันธ์งานครั้งนี้ ส่วนแสดงจุดมุ่งหมายของกวีในยวนพ่ายโคลงดั้นมี เนื้อความเกี่ยวกับการออกตัวของกวีว่ามีความสามารถทางการประพันธ์น้อย การเชิญให้ปราชญ์ผู้รู้มา ช่วยแต่งเติม การชื่นชมผลงานว่ามีความงดงาม การอธิษฐานขอให้ผลงานอยู่นิรันดร์และการขอพร ต่อมาเป็นการเกริ่นน าก่อนจะเข้าสู่เหตุการณ์หลักของเรื่อง กล่าวถึงพระราชประวัติของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถตั้งแต่ประสูติขึ้นครองราชย์ และพระราชกรณียกิจต่างๆ โดยกล่าวถึงแต่ ละเหตุการณ์ไว้อย่างนั้น ๓๐ เหตุการณ์ เหตุการณ์หลักของเรื่องยวนพ่ายโคลงดั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การท าสงครามของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถกับล้านนา โดยมีเหตุการณ์ส าคัญอยู่ที่ศึกเมืองเชียงชื่น เนื้อความในตอนศึกเมืองเชียงในนี้พรรณนาให้เห็นการเตรียมความพร้อมในการท าสงครามระหว่างกัน ทั้งฝุายล้านนาในการเตรียมเมืองเชียงขึ้นเพื่อรับศึก และฝุายอยุธยาที่มีการเตรียมกองทัพและยาตรา ทัพอย่างยิ่งใหญ่ รวมทั้งการต่อสู้กันระหว่างกองทัพทั้งสอง นอกจากนี้ยังกล่าวถึงเหตุการณ์การท า สงครามก่อนเกิดศึกเมืองเชียงชื่น คือ เหตุการณ์ศึกพระยายุธิษฐิระและศึกเมืองสุโขทัย ศึกทั้ง ๒ ครั้ง มีความต่อเนื่องและเกี่ยวข้องกับศึกเมืองเชียงชื่นที่เป็นเหตุการณ์ส าคัญ กล่าวคือ เหตุการณ์ศึกยุธิษฐิ- ระเป็นสาเหตุในการเริ่มเปิดสงครามกันอย่างจริงจังระหว่างอาณาจักรอยุธยาและอาณาจักรล้านนาใน ยวนพ่ายโคลงดั้น เพราะพระยายุธิษฐิระเจ้าเมืองพิษณุโลกได้แปรพักตร์ไปสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าติโลก ราช สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจึงทรงยกทัพมาที่เมืองพิษณุโลกเพื่อปูองกันเมืองไว้ หลังจากศึกพระ ยายุธิษฐิระ พระเจ้าติโลกราชมิได้ทรงหยุดการรุกรานอยุธยา พระองค์ยังทรงใช้เล่ห์อุบายต่างๆ เข้าตี หัวเมือง ดังนั้น เหตุการณ์หลักของเรื่องยวนพ่ายโคลงดั้น คือ การท าสงครามระหว่างอาณาจักร อยุธยาและอาณาจักรล้านนา จึงเป็นองค์ประกอบส าคัญของเรื่องที่ท าให้การสรรเสริญสมเด็จพระบรม ไตรโลกนาถสมบูรณ์และเป็นไปตามจุดมุ่งหมายของเรื่องได้อย่างดี ๖. การวิเคราะห์องค์ประกอบของเรื่อง ๖.๑ โครงเรื่อง โครงเรื่องของลิลิตยวนพ่ายจะกล่าวถึงพระราชประวัติของสมเด็จพระบรมไตร โลกนาถประกอบด้วย ๔ ส่วนหลักๆ ได้เเก่ บทนมัสการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เเละคุณสมบัติของ พระมหากษัตริย์ พระราชประวัติเเละพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เเก่นเรื่อง หลัก คือ การท าสงครามกับล้านนา และท้ายเรื่องมีการกล่าวสรรเสริญพระบรมไตรโลกนาถอีกครั้ง
๗ ๑.บทน าเรื่อง บทนมัสการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เเละคุณสมบัติของพระมหากษัตริย์โดยเริ่มจากการ กล่าวนมัสการพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เทพเจ้าทั่วจักรวาล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลกและยก หัวข้อธรรมะเพื่อสรรเสริญสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ ศรีสิทธิสวัสดิ์ ชยัศดุมงคล วิมลวิบุล อดุลยาดิเรก เอกภูธรกรกช ทศนัขสมุชลิต วิกสิตสโรโชดม บรมนบอภิวาท บาทรโชพระโคดม สมนุพระสัทธรรมาทิตย์ บพิตรมหิทธิมเหาฬาร มหานดทธยาศรย หฤทยวรงค์ ทรงทวดึงษมหาบุรุษยลักษณ์ อรรถอัษโฏดดร บวรสตะมงคล อนนตญาณอเนก อเศกษาเสาวภิต อสิตยานุพยัญชน์ ภิรญชิตพราย ฉายฉัพพิธรังสี เพียงรพีพรรณจันทรโกฏิ โชติสหัสชัชวาล พิศาลแสงรุ่งเร้า เท้าหกห้องฟูาหล้าสี่ลบ ดารรณพมณฑล สรณาภิวนทนประวัติ วรสัทธรรมมาคม อุดมดมอภิวันทนา อัษฏาริยาภิวาท อาทิยุคขุกเข็ญ เป็นกระลีกระล าภร ผงอนทั่วธรณีดล จลพิจลต่างต่าง พ่างจะคว่ าทั้งสี่หล้า ฟูาทั้งหกผกหงาย รสายรส่ าแสยงสยบ สกลภพมณฑล ดลบันดาลในกษณนั้น บั้นพระพรหมพระพิศณุ์ พรอิศวรผู้อดุลเดช เหตุบรมบพิตร คะนึงคิดกรุณา แก่ประชาชาวราษฎร์ อวยวัจนนาดถ์ทั้งมูล สูญพิภพณสบสิ่ง ธจึ่งแกล้งแสร้งสรวบ รวบเอาอัษเฏามูรรดิมามิศร ด้วยบพิตรสรัพเสร็จ พระก็เสด็จมาอุบัติ
๘ ในวรรัชกษัตรีย์ ทวีดิวงษ์อภิชาต ระงับบรราชริปู ชูแผ่นดินให้หงาย ทายแผ่นฟูาให้คว่ า ล้ ากรันธรัตนวัตถวี ตรีโลกย์บ่ให้อูน หนูนพระพุทธสาสนให้ตรง ด ารงกษัตริย์ให้กรสานติ์ ประหารทุกข์ให้กษัย ไขเกษตรให้เกษม เปรมใจราษฎร์นิกร ก าจรยศใหญ่โยค ดิลกโลกย์อาศรย ชยชยนฤเบนทราทรงเดช ฦๅล่งดินฟูาฟุูง ข่าวขจรฯ (ร่ายดั้น) ถอดความ ขอความมีสิริมงคล ขอความส าเร็จ ขอความสวัสดี ขอจงมีชัยชนะ ขอ ความเจริญ ขอความบริสุทธิ์ ขอความบริบูรณ์ จงมีแด่พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว ผู้ เปี่ยมด้วย (พระเดช หรือ พระคุณ) อันหาที่เปรียบมิได้ (หรือขอความบริบูรณ์อันมากมายมหาศาลจน นับค่ามิได้ จงมีแด่พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว) ข้าพเจ้าขอประนมมือ พร้อมด้วยดอกบัว แรกแย้มอันเป็นยอดแห่งดอกไม้ น้อมไหว้ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด แทบละอองพระบาทของพระ โคดม พระองค์ผู้ประกอบด้วยพระธรรมอันดีงามที่ส่องโลกดุจพระอาทิตย์ พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์อัน ยิ่งใหญ่ พระองค์ผู้มีอัธยาศัยอันยิ่งใหญ่หาที่สุดมิได้ พระองค์ผู้มีพระทัยและพระวรกายอันประเสริฐ ประกอบด้วยมหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการ และมงคลลักษณะอันประเสริฐ ๑๐๘ ประการ พระองค์ ผู้ทรงมีญาณหยั่งรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด พระองค์ผู้ไม่ต้องทรงศึกษา ทรงเป็นผู้กล้า ประกอบด้วยลักษณะ ส าคัญย่อย (ในร่างกายของผู้ที่เป็นพระมหาบุรุษ) ๘๐ ประการ พระองค์ผู้ทรงเปล่งพระรัศมี๖ ชนิด อันเสมอด้วยแสงพระอาทิตย์และพระจันทร์ ๑๐ ล้านดวง สว่างโชติช่วงด้วยแสงพันแสงรุ่งโรจน์ด้วย แสงอันไพศาล (ส่องสว่างไป) ตลอดถึงสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้นและทวีปทั้ง ๔ (ครอบคลุม) ขอบเขตแห่งดาว นพเคราะห์ ข้าพเจ้าขอไหว้พระธรรมอันสูงสุดด้วยการถึงสรณะคือที่พึ่งที่ระลึก (หรือขอให้ข้าพเจ้าได้ เข้าถึงพระสัทธรรมด้วยการระลึกถึงและการกราบไหว้) ข้าพเจ้าขอไหว้พระอริยสงฆ์ทั้ง ๘ ด้วยการ อภิวาทอย่างสูงสุด ในยุคเริ่มแรก (โลกก็เกิด) ความล าบาก ทั่วพื้นแผ่นดินเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ความหายนะ มีแต่ความวุ่นวายหวั่นไหวต่างๆ ประหนึ่งว่าทวีปทั้ง ๔ จะพลิกคว่ า สวรรค์ทั้ง ๖ ชั้นจะ พลิกหงาย ท าให้พื้นโลกทรุดระส่ าระสาย ในขณะนั้นฝุายพระพรหม พระวิษณุ พระอิศวร ผู้มีเดชาหา ที่เปรียบมิได้ ด้วยว่าพระองค์ทรงคิดกรุณาต่อประชาราษฎร ทรงเกรงว่าโลกจะพินาศหมดสิ้น สูญสิ้น ทั้งโลกและสรรพสิ่ง พระองค์จึงทรงตั้งพระทัย รวบรวมเอาร่างของเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง ๘ องค์ มารวมเข้า กับพระองค์จนส าเร็จ ก็เสด็จลงมาเกิดในวงศ์กษัตริย์ที่มีพระชาติยิ่งใหญ่จากวงศ์ทั้ง ๒ ฝุาย
๙ (คือพระชนกมาจากวงศ์อยุธยาและพระราชชนนีมาจากวงศ์สุโขทัย) พระองค์ทรงสามารถระงับข้าศึก ศัตรู ทรงพลิกแผ่นดินให้หงาย ยกแผ่นฟูาไว้ไม่ให้คว่ า แผ่นดินจึง (ตั้งอยู่อย่างสวยงาม) ยิ่งกว่าตลับ แก้ว พระองค์ทรงค้ าจุนโลกทั้ง ๓ ไว้ไม่ให้โอนเอน (คือให้มีความเที่ยงธรรม) ทรงค้ าจุน พระพุทธศาสนาให้ด ารงอยู่ ท าให้ผู้ปกครองแผ่นดิน (ทั้งหลาย) มีความสงบสุข พระองค์ทรงขจัดความ ทุกข์ให้สิ้นไป ทรงขยายแผ่นดินให้กว้างขวาง และท าให้ (ประชาชน) มีความสุข เหล่าพลเมืองมีความ รื่นเริงใจ พระองค์ผู้ทรงเกียรติคุณขจรไป [หรือ พระองค์ทรงท าให้ (แผ่นดินนี้) ทีเกียรติคุณขจรไป] ทรงท าให้โลกที่อยู่อาศัย (นี้) เป็นเลิศ (ขอให้) พระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงเดชานุภาพ (ทรงมี) ชัยชนะ และ เรื่องราวของพระองค์เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งแผ่นฟูาและแผ่นดิน ๒. กลางเรื่อง พระราชประวัติเเละพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เริ่มกล่าวถึงพระราชประวัติของพระองค์ตั้งแต่ประสูติจนกระทั่งเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติเป็น พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาเจ้าเมืองพิษณุโลกเอาใจออกห่างกรุงศรีอยุธยาโดยหันไป ติดต่อกับพระเจ้าติโลกราช พระองค์จึงทรงยกทัพไปขึ้นไปตีและปราบปรามมาจนสงบ และเสด็จ ประทับที่เมืองพิษณุโลก ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ แถลงปางพระมาตรไท้ สมภพ ท่านนา แดนด่ าบลพระอุทัย ท่งกว้าง แถลงปางเกลื่อนพลรบ เรืองเดช เอามิ่งเมืองได้ง้าง แง่บร (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๒) ถอดความ เล่าเรื่องพระมารดาได้สมภพพระองค์ท่านที่ต าบลทุ่งกว้าง ชื่อว่า ทุ่งพระ อุทัย เล่าเรื่องเมื้อทรงเคลื่อนพลรบอันเรืองเดช เอาเมือมาได้จากข้าศึกด้วยอุบายอันแยบคาย แถลงปางเทนคเรศ ยังกรุง พระนครอโยทธยา ยิ่งฟูา แถลงปางท่านผดุงเอา รสราช เวนพิภพไว้หล้า เษกศรี (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๓) ถอดความ เล่าเรื่องเมื่อได้ย้ายชาวพระนครหลวงลงมายังกรุงพระนครศรีอยุธยา เล่า เรื่องเมื่อทรงสถาปนาราชโอรสให้ครองพระนครหลวงด้วยการราชาภิเษก
๑๐ ๓. เเก่นเรื่องหลัก ความขัดแย้งของพระบรมไตรโลกนาถกับเชียงชื่น กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าติโลก ราชเสียพระจริตประหารหนานบุญเรือง ราชบุตรและหมื่นดังนคร เจ้าเมืองเชียงชื่น เป็นเหตุให้ภรรยา ของหมื่นดังนครไม่พอใจและส่งสารมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของสมเด็จสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระองค์จึงยกทัพไปช่วย จนเกิดสงครามระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าติโลกราช ทรงยกทัพมาปูองกันเมืองเชียงชื่น เสร็จแล้วเสด็จกลับไปรักษาเมืองเชียงใหม่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงกรีธาทัพหลวงขึ้นไปรบตีเชียงใหม่พ่ายไปได้เมืองเชียงชื่น ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ สั่งแสนฟูาเรื่อให้ กุมตัว หมื่นนครโทษอ า ผิดไว้ แสนสูตัดเอาหัว มันเสียบ เสียนา ไว้หว่างทางเหนือใต้ ต่อกัน (ตอนพิเศษ ๑ พญาตรังแต่งแทรก เพราะต้นฉบับช ารุด) ถอดความ พระเจ้าติโลกราชรับสั่งแสนฟูาเรื่อน าตัวหมื่นด้งนครไปประหาร ปกปิด โทษ น าหัวมันเสียบทิ้งไว้ที่ระหว่างทางที่เหนือใต้ต่อกัน ๔.ท้ายเรื่อง สุดท้ายเป็นการยอพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถอีกครั้งหนึ่ง ดังบท ประพันธ์ต่อไปนี้ ชยชยานุภาพท้าว เทียมทิน กรแฮ เมืองเทพคนธรรพ์ฦๅ อยู่ถ้อย ชยชยพ่อเพียงอิน ทรานุภาพ บุญเบอกเมืองถ้วนร้อย รอบถวาย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๙๐) ถอดความ ชัยชนะและอานุภาพของพระองค์เทียบดวงอาทิตย์ เมืองเทวดา ชาว สวรรค์พวกหนึ่งช านาญพิณก็ร้องรับขับสรรเสริญพระราชานุภาพ เปรียบชัยชนะเหมือนครั้งที่พระ อินทร์ทรงชนะท้าวเวปจิตราสูร บุญน าเมืองครบร้อยล้อมถวายดอกไม้ เงินทอง ไปยอยุบาตรส้อง ศรีสกุณ ก่อนฤๅ ในท่าไชยเอาไชย ชื่นแกล้ว คือเทพอรชุนเร็วรวจ การแฮ
๑๑ พระแต่งตรัสแล้วถ้วน เสร็จแสดง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบททื่ ๑๘๖) ถอดความ ไปยอยุบาตรและสกุณก่อน ณ ที่ท่าไชย เพื่อเอาไชยด้วยความชื่นชมกล้า หาญ คือ เทพอรชุนผู้รวดเร็วในการรบ ทรงแต่งทรงรู้แล้วถ้วนจบการท าพิธี ๖.๒ แก่นเรื่อง เป็นการบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในสมัยอยุธยา วิถีชีวิต วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยม ความเชื่อ เเละพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เเละเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งผู้แต่งได้ยอพระเกียรติของพระองค์เมื่อครั้งรบ ชนะศึกเมืองเชียงชื่น ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ ชยชยยศโยคก้อง ไตรยตรึงษ์ บุญเบอกเวียง ทองบือ ไต่เต้า ชยชยร าพึงเสียง ฦๅลาภ สรหนั่นนิ้วนอบเข้า อยู่มือ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๘๙) ถอดความ ชัยชนะของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถต่อเมืองเชียงชื่น พระเกียรติยศ ของพระองค์กึกก้องไปทั่วสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ชัยชนะเป็นบุญเบิกทางที่ได้มาซึ่งทองค าและสิ่งมีค่าและ เสียงกล่าวขานคือลาภอันประเสริฐ ไม่ว่าจะเมืองไหนก็ต้องก้มกราบอยู่ภายใต้อ านาจ ๖.๓ การด าเนินเรื่อง การด าเนินเรื่อง (Chronological order) คือ การเล่าเรื่องไปตามล าดับเวลา ก่อนหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้ การด าเนินเรื่องประกอบด้วยบทไหว้ครู นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สรรเสริญพระเกียรติคุณพระพุทธเจ้า ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ ศรีสิทธิสวัสดิ์ ชยัศดุมงคล วิมลวิบุล อดุลยาดิเรก เอกภูธรกรกช ทศนัขสมุชลิต วิกสิตสโรโชดม บรมนบอภิวาท บาทรโชพระโคดม สมนุพระสัทธรรมาทิตย์ บพิตรมหิทธิมเหาฬาร มหานดทธยาศรย หฤทยวรงค์ ทรงทวดึงษมหาบุรุษยลักษณ์ อรรถอัษโฏดดร บวรสตะมงคล
๑๒ อนนตญาณอเนก อเศกษาเสาวภิต อสิตยานุพยัญชน์ ภิรญชิตพราย ฉายฉัพพิธรังสี เพียงรพีพรรณจันทรโกฏิ โชติสหัสชัชวาล พิศาลแสงรุ่งเร้า เท้าหกห้องฟูาหล้าสี่ลบ ดารรณพมณฑล สรณาภิวนทนประวัติ วรสัทธรรมมาคม อุดมดมอภิวันทนา อัษฏาริยาภิวาท อาทิยุคขุกเข็ญ เป็นกระลีกระล าภร ผงอนทั่วธรณีดล จลพิจลต่างต่าง พ่างจะคว่ าทั้งสี่หล้า ฟูาทั้งหกผกหงาย รสายรส่ าแสยงสยบ สกลภพมณฑล ดลบันดาลในกษณนั้น บั้นพระพรหมพระพิศณุ์ พรอิศวรผู้อดุลเดช เหตุบรมบพิตร คะนึงคิดกรุณา แก่ประชาชาวราษฎร์ อวยวัจนนาดถ์ทั้งมูล สูญพิภพณสบสิ่ง ธจึ่งแกล้งแสร้งสรวบ รวบเอาอัษเฏามูรรดิมามิศร ด้วยบพิตรสรัพเสร็จ พระก็เสด็จมาอุบัติ ในวรรัชกษัตรีย์ ทวีดิวงษ์อภิชาต ระงับบรราชริปู ชูแผ่นดินให้หงาย ทายแผ่นฟูาให้คว่ า ล้ ากรันธรัตนวัตถวี ตรีโลกย์บ่ให้อูน หนูนพระพุทธสาสนให้ตรง ด ารงกษัตริย์ให้กรสานติ์ ประหารทุกข์ให้กษัย ไขเกษตรให้เกษม เปรมใจราษฎร์นิกร ก าจรยศใหญ่โยค ดิลกโลกย์อาศรย ชยชยนฤเบนทราทรงเดช ฦๅล่งดินฟูาฟุูง ข่าวขรฯ (ร่ายดั้น) ถอดความ ขอความมีสิริมงคล ขอความส าเร็จ ขอความสวัสดี ขอจงมีชัยชนะ ขอ ความเจริญ ขอความบริสุทธิ์ ขอความบริบูรณ์ จงมีแด่พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว ผู้ เปี่ยมด้วย (พระเดช หรือ พระคุณ) อันหาที่เปรียบมิได้ (หรือขอความบริบูรณ์อันมากมายมหาศาลจน
๑๓ นับค่ามิได้ จงมีแด่พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว) ข้าพเจ้าขอประนมมือ พร้อมด้วยดอกบัว แรกแย้มอันเป็นยอดแห่งดอกไม้ น้อมไหว้ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด แทบละอองพระบาทของพระ โคดม พระองค์ผู้ประกอบด้วยพระธรรมอันดีงามที่ส่องโลกดุจพระอาทิตย์ พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์อัน ยิ่งใหญ่ พระองค์ผู้มีอัธยาศัยอันยิ่งใหญ่หาที่สุดมิได้ พระองค์ผู้มีพระทัยและพระวรกายอันประเสริฐ ประกอบด้วยมหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการ และมงคลลักษณะอันประเสริฐ ๑๐๘ ประการ พระองค์ ผู้ทรงมีญาณหยั่งรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด พระองค์ผู้ไม่ต้องทรงศึกษา ทรงเป็นผู้กล้า ประกอบด้วยลักษณะ ส าคัญย่อย (ในร่างกายของผู้ที่เป็นพระมหาบุรุษ) ๘๐ ประการ พระองค์ผู้ทรงเปล่งพระรัศมี ๖ ชนิด อันเสมอด้วยแสงพระอาทิตย์และพระจันทร์ ๑๐ ล้านดวง สว่างโชติช่วงด้วยแสงพันแสงรุ่งโรจน์ด้วย แสงอันไพศาล (ส่องสว่างไป) ตลอดถึงสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้นและทวีปทั้ง ๔ (ครอบคลุม) ขอบเขตแห่งดาว นพเคราะห์ ข้าพเจ้าขอไหว้พระธรรมอันสูงสุดด้วยการถึงสรณะคือที่พึ่งที่ระลึก (หรือขอให้ข้าพเจ้าได้ เข้าถึงพระสัทธรรมด้วยการระลึกถึงและการกราบไหว้) ข้าพเจ้าขอไหว้พระอริยสงฆ์ทั้ง ๘ ด้วยการ อภิวาทอย่างสูงสุด ในยุคเริ่มแรก (โลกก็เกิด) ความล าบาก ทั่วพื้นแผ่นดินเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ความหายนะ มีแต่ความวุ่นวายหวั่นไหวต่างๆ ประหนึ่งว่าทวีปทั้ง ๔ จะพลิกคว่ า สวรรค์ทั้ง ๖ ชั้นจะ พลิกหงาย ท าให้พื้นโลกทรุดระส่ าระสาย ในขณะนั้นฝุายพระพรหม พระวิษณุ พระอิศวร ผู้มีเดชาหา ที่เปรียบมิได้ ด้วยว่าพระองค์ทรงคิดกรุณาต่อประชาราษฎร ทรงเกรงว่าโลกจะพินาศหมดสิ้น สูญสิ้น ทั้งโลกและสรรพสิ่ง พระองค์จึงทรงตั้งพระทัย รวบรวมเอาร่างของเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง ๘ องค์ มารวมเข้า กับพระองค์จนส าเร็จ ก็เสด็จลงมาเกิดในวงศ์กษัตริย์ที่มีพระชาติยิ่งใหญ่จากวงศ์ทั้ง ๒ ฝุาย (คือพระ ชนกมาจากวงศ์อยุธยาและพระราชชนนีมาจากวงศ์สุโขทัย) พระองค์ทรงสามารถระงับ หลังจากนั้นแล้วก็กล่าวถึงเหตุการณ์ส าคัญต่างๆตั้งแต่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (พระราชบิดาของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) ทรงยกทัพไปรบเขมร และสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ประสูติตอนที่พระบิดาก าลังชุมนุมพลที่ทุ่งพระอุทัย ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ แต่นี้จักตั้งอาทิ กลกานต์ แลนา เป็นสูตรสถานีอัน เรียบร้อย แถลงปางปิ่นภูบาล บิตุราช ยังยโสธรคล้อย คลี่พล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๑) ถอดความ แต่นี้จักตั้งต้นกลกานต์ เข้าสู่สูตรสถานีเป็นอันเรียบร้อย เล่าเรื่องเมื่อปิ่น กษัตริย์ ผู้เป็นพระราชบิดา (ของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) เสด็จพระราชด าเนินเคลื่อนพลรบไปยัง เมืองกัมพูชา
๑๔ พระราชมารดาประสูติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ทุ่งพระอุทัย ดังบทประพันธ์ ต่อไปนี้ แถลงปางพระมาตรไท้ สมภพ ท่านนา แดนด่ าบลพระอุทัย ท่งกว้าง แถลงปางเกลื่อนพลรบ เรืองเดช เอามิ่งเมืองได้ง้าง แง่บร (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๒) ถอดความ เล่าเรื่องพระมารดาได้สมภพพระองค์ท่านที่ต าบลทุ่งกว้าง ชื่อว่า ทุ่งพระ อุทัย เล่าเรื่องเมื่อทรงเคลื่อนพลรบอันเรืองเดช เอาเมืองมาได้จากข้าศึกด้วยอุบายอันแยบคาย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ เคลื่อนพลไปตีเขมรและได้รับชัยชนะ ทรงกวาดต้อน ผู้คนและทรัพย์สมบัติจากเขมรและเสด็จคืนกรุงศรีอยุธยาอีกทั้งทรงแต่งตั้งให้โอรสครองเขมร ดังบท ประพันธ์ต่อไปนี้ แถลงปางเทนครเรศรื้อ ยังกรุง พระนครอโยทธยา ยิ่งฟูา แถลงปางท่านผดุงเอา- รสราช เวนพิภพไว้หล้า เษกศรี (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๓) ถอดความ เล่าเรื่องเมื่อได้เทครัวชาวนครหลวงมายังกรุงศรีอยุธยา ยกย่องพระราช โอรสอินทราชา มอบให้ครองนครหลวง (กรุงยโสธร) ให้อยู่ครองแผ่นดินกรุงกัมพูชา ต่อมาเมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ สวรรคต สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรง จัดการปลงพระศพพระบิดา และพระองค์ก็ขึ้นเสวยราชย์ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงสร้างสถูป ถวายพระราชบิดาและทรงนิมนต์พระสงฆ์มาชุมนุมกัน ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ แถลงปางนฤนาถไท้ สวรรคต ยังมิ่งเมืองบนบี- เยศเหย้า แถลงปางปิ่นเอารส ศัลยโศก ยอพระศพพระเจ้า เจษฎา (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๔)
๑๕ ถอดความ กษัตริย์ผู้มีนามกึกก้อง เมืองทางเหนือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรง เสด็จไปเมืองทางเหนือด้วยความอาลัยรักในพระปิตุราช สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก าสรวลโศก อัน เชิญพระศพพระราชบิดา (พระบรมราชาธิราชที่ ๒) ลงมายังกรุงศรีอยุธยา ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ แถลงปางปราโมทย์เชื้อ เชิญสงฆ์ สมสโมสรสบ เทศไท้ แถลงปางเมื่อลาวลง ชัยนารถ นั้นฤๅ เพราะยุทธิษฐิรได้ ย่างยาว (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๖) ถอดความ เล่าเรื่องเมื่อทรงนิมนต์พระสงฆ์ มาร่วมชุมนุมท าสังฆกรรม เล่าเรื่องเมื่อ พระเจ้าติโลกราชกษัตริย์เมืองเชียงใหม่ ยกทัพลงมาตีเมืองก าแพงเพชร และทัพหน้าลงมากวาดต้อน ครัวถึงชัยนาท พระยายุธิษฐิระเอาใจออกห่างสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถไปสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าติ โลกราชผู้ครองเมืองเชียงใหม่ ต่อมากองทัพล้านนายกพลมายังเมืองชัยนาท (พิษณุโลก) เพราะพระยายุธิษฐิระเอา ใจออกห่างสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถไปสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าติโลกราชผู้ครองเมืองเชียงใหม่ เมื่อ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงทราบเรื่องพระยายุธิษฐิระเอาใจออกห่าง จึงยกทัพมาที่เมืองพิษณุโลก พระเจ้าติโลกราชต่อสู้จนประชวรต้องยกทัพกลับเชียงใหม่ไป กองทัพอยุธยาตามไล่ตีกองทัพล้านนา จนได้รับชัยชนะที่แม่น้ าลิบ ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ แถลงปางข้าไท้ถ่วย ใจหาญ ตามต่อยไพรีเรือง ร่อนแกล้ว แถลงปางร าบาญลาว มัวโมห์ ทันทีน้ าลิบแล้ว ชื่นไชย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๘) ถอดความ เล่าเรื่องเมื่อข้าแผ่นดินทั้งหลายผู้มีน้ าใจห้าวหาญ ได้ตามตีข้าศึกไปด้วย ความแกร่งกล้า เล่าเรื่องเมื่อได้รบลาวผู้มัวเมา ไล่ไปทันที่แม่น้ าลิบแล้วได้มีชัยชนะที่นั้น แล้วประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลก ทรงบ ารุงพระพุทธศาสนา พระองค์เองได้ทรงผนวช อยู่คราวหนึ่ง ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ แถลงปางแสดงดิพรเกื้อ บุญบง บาปนา เออาศน์ไอสูริย์เสีย จรกล้าย แถลงปางเมื่อพระทรง พระผนวช นั้นนา
๑๖ งามเงื่อนสรรเพชญผ้าย แผ่นเกษม (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๗๗) ถอดความ เล่าเรื่องเมื่อทรงแสดงความเกื้อบุญ อันไม่รู้สิ้นด้วยทรงเห็นภัยแห่งบาป ทรงสละพระที่นั่ง ทิ้งความเป็นใหญ่ แล้วทรงพระผนวช งามเหมือนพระสรรเพชญพุทธเจ้า เสด็จพุทธ ด าเนินมายังแผ่นดินท าให้มีแต่ความเกษมสุข กล่าวเรื่องฝุายเชียงใหม่ว่าพระเจ้าติโลกราชทรงตั้งหมื่นด้งนครเป็นเจ้าเมืองเชียงชื่น (เชลียง ศรีสัชนาลัย) กล่าวถึงพระเจ้าติโลกราชเกิดเสียจริต ประหารชีวิตหนานบุญเรืองราชบุตร แล้ว เรียกหมื่นด้งนครกลับเชียงใหม่ แล้วจับตัวประหารชีวิตเสีย ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ สั่งแสนฟูาเรื่อให้ กุมตัว หมื่นนครโทษอ า ผิดไว้ แสนสูตัดเอาหัว มันเสียบ เสียนา ไว้หว่างทางเหนือใต้ ต่อกัน (พิเศษ ๑ พญาตรังแต่งแทรก เพราะต้นฉบับช ารุด) ถอดความ พระเจ้าติโบกราชรับสั่งแสนฟูาเรื่อน าตัวหมื่นด้งนครไปประหาร ปกปิด โทษ น าหัวมันเสียบทิ้งไว้ที่ระหว่างทางที่เหนือใต้ต่อกัน ส่วนภรรยาหมื่นด้งนครซึ่งอยู่ทางเมืองเชียงชื่น ได้ทราบเรื่องก็แค้นใจ ท าการไม่ สวามิภักดิ์เมือง แล้วมีสารมายังกรุงศรีอยุธยาขอกองทัพขึ้นไปช่วย แต่ทัพไทยยังไม่ทันขึ้นไป ทาง เชียงใหม่ก็ยกลงมาตีเมืองเชียงชื่นแตกเสียก่อน แล้วเตรียมตกแต่งเมืองตั้งรับทัพไทย ดังบทประพันธ์ ต่อไปนี้ นางเมืองคิดใคร่ด้วย พลเมือง บใคร่แลเล็งเชียง ใหม่ม้อย ปองไปพึ่งจอมเลือง ไกรกว่า นั้นนา นางจึ่งจักพร้องถ้อย ถ่องจา (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๒๖) ถอดความ นางเมืองได้คิดไตร่ตรองว่าพลเมืองชาวเชียงชื่นไม่เล็งเห็นว่าเชียงใหม่จะ ช่วยเหลือเรื่องที่ประหารหนานบุญเรืองราชบุตรและหมื่นดังนครเจ้าเมืองเชียงชื่น จึงหวังพึ่งสมเด็จ พระบรมไตรโลกนาถ ผู้ซึ่งมีอ านาจเหนือกว่าเจ้าเมืองเชียงใหม่ให้ช่วยเหลือ นางจึงได้ขอเจรจาด้วย ถ้อยค าที่ตรงไปตรงมา
๑๗ ไปุทันเจ้าหล้าหลั่ง พลพฤนทร ถึงนา น่านแพร่เขียวออกถึง นอกต้าย นางเมืองไปุยอมยิน ใจจอด พระเลย แข็งอยู่จรกล้ายถ้า ท่านดล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๓๔) ถอดความ แต่ไม่ทันที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจะเคลื่อนพลรบขึ้นมาถึง เจ้าเมือง น่านเมืองแพร่ก็ขึ้นมาถึงนอกก าแพงเมือง นางเมืองไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นอีกต่อไป เพราะใจสวามิภักดิ์ตั้ง มั่นรอท่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถมาถึง ฝุายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก็ทรงยาตราทัพไปประชิดทัพเมืองเชียงใหม่ ทัพทั้ง สองได้รบกันเต็มสามารถ แต่ทัพเชียงใหม่เป็นฝุายพ่ายแพ้ไป สุดท้ายเป็นการยอพระเกียรติสมเด็จพระ บรมไตรโลกนาถอีกครั้งหนึ่ง เป็นจบเรื่อง ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ ชยชยยศโยคเจ้า จักกรี ไกรเทพศรีสาคร เฟื่องหน้า ชยชยเมื่อพูนศรี นางนาฏ ชยบพิตรพ้นเช้า เพื่อมมา ฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๘๖) ถอดบทความ สรรเสริญการมีชัยชนะของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เหมือนความ มีชัยของพระเจ้าองค์หนึ่งในตรีมูรติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และเหมือนชัยชนะของพระ อิศวรผู้ทรงชนะศรีสาครด้วยพระพักตร์อันเบิกบานและความมีชัยเหมือนเมื่อครั้งเกิดศรีนางนาฏ ซึ่ง หมายถึง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงได้เมืองเชลียง – เชียงชื่น ซึ่งได้นางมิ่งเมืองมาด้วย ชยชยอ านาจท้าว คือราม รอนราพน์ล่วงลงกา แผ่นแผ้ว ชยชยดิ่งติดตาม มารมารค นั้นฤๅ ชยช านะได้แก้ว คอบครอง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๙๗) ถอดบทความ ชัยชนะและอ านาจของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเหมือนพระรามที่ สังหารทศกัณฐ์ทางเกาะลงกา ท าให้แผ่นดินแผ้ว ปราบเมืองมารให้ราบเรียบกลายเป็นถนนไปเมือง ลงกา และได้นางสีดากลับคืนมาครอบครอง
๑๘ ๖.๔ ตัวละคร สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงมีบทบาทส าคัญอย่างมากในเรื่อง พระองค์ทรงเป็น กษัตริย์ที่มีความเสียสละ มีพระปรีชาสามารถในการรบทั้งการวางแผนกลยุทธ์และการต่อสู้ดังเช่นใน เรื่อง มีพระปัญญาที่กว้างไกล และปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรมด้วยการพรรณนาให้ เห็นว่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงมีคุณลักษณะของพระมหากษัตริย์ในอุดมคติหลายประการ ภาพลักษณ์สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ปรากฏในเรื่องจึงมีอย่างหลากหลาย ดังต่อไปนี้ การมีพระปรีชาสามารถในการรบทั้งการวางแผนกลยุทธ์และการต่อสู้ดังบท ประพันธ์ต่อไปนี้ กลริรณแม่นพ้อง พระกฤษณ กลต่อกลกรรกล กยจก้งง กลกลตอบกลคิด กลใคร่ ถึงเลย กลแต่งกลต้งงรื้อ รอบรณฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๔๐) ถอดความ ทรงริเริ่มกลศึกช านาญเหมือนพระกฤษณ์ ทรงใช้กลเป็นการปูองกัน ทรง คิดกลวิธีที่ไม่มีผู้ใดสามารถคิดได้ทั้งกลวิธีที่ตั้งขึ้น กลตั้งค่ายรบ รอบรู้การรบไปทุกอย่าง การมีความกว้างไกลของพระปัญญาเหมือนดังแสงพระอาทิตย์ที่มีความสว่าง โดยรอบ ดังเนื้อความต่อไปนี้ “พระญาณพ่างพันแสง แสงรอบ เรืองแฮง” (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๓๕) ถอดความ ความกว้างไกลของพระปัญญาส่องสว่างไปทั่วเหมือนตะวันส่องแสง เรืองรองไปรอบทวีป การเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ปกรองบ้านเมืองด้วยธรรม เช่น เนื้อความตอนที่สมเด็จ พระบรมไตรโลกนาถเพิ่งจะขึ้นครองราชย์ก็มีเนื้อความยกย่องว่าปกครองบ้านเมืองด้วยธรรม ดังบท ประพันธ์ต่อไปนี้ แถลงปางพระล้ยง โลกย ลองธรรม์ เกษมอโยธยายง ยิ่งฟูา แถลงปางพระศรีสรร เพชญโพธ
๑๙ แสดงสดูปพระเจ้าหล้า ข่าวขจรฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๕) ถอดความ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถขึ้นครองราชย์ก็ทรงปกครองบ้านเมืองและ ราษฎร์ด้วยหลักทศพิธราชธรรมให้กรุงศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรือง ไม่มีภัยมารุกราน พระเจ้าติโลกราช พระเจ้าติโลกราชทรงเป็นกษัตริย์ที่มีนิสัยใจร้อน มีความขลาดกลัว หวาดระแวง มี จิตใจที่ริษยาอาฆาต มีเล่ห์กล และโหดร้าย ดังเช่นในเนื้อเรื่องที่มีการกล่าวถึงพระเจ้าติโลกราชสั่ง ประหารชีวิตพระโอรสของตนเอง เพราะเกรงว่าพระโอรสจะมาแย่งชิงราชสมบัติไป ซึ่งพระเจ้าติโลก ราชนั้น ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีลักษณะตรงข้ามกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถอย่างสิ้นเชิงภาพลักษณ์ พระเจ้าติโลกราชที่ปรากฏในเรื่อง ดังต่อไปนี้ ขลาดกลัว หวาดระแวง มีจิตริษยาอาฆาต มีเล่ห์กล มีการบรรยายว่าพระเจ้าติโลก ราชมีความเกรงกลัวแต่ท าเหมือนไม่เกรงกลัว ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ พลลาวลุโทษร้อน รัวรัว โจนบหลยวโกรยเกรง ท่านข้า กรุงลาวก็ลักกลัว เอาเงื่อน งามแฮ บางรอดยังครันหน้า ไข่ขาว (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๙๖) ถอดความ ไพร่พลชาวล้านนากลัวสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจะฆ่าจึงหนีไปไม่ เหลียวหลัง พระเจ้าติโลกราชยกพลกลับด้วยความกลัว แต่ท าเหมือนไม่กลัว บางคนหนีรอดไปได้แต่ ใบหน้านั้นซีดขาว พระเจ้าติโลกราชทรงมีลักษณะบุคลิกหวาดระแวงผู้คนรอบข้าง เพราะกลัวว่าจะมี คนมาแย่งราชสมบัติ ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ ต้งงเอารสเรื้องคู่ คือองค์ น้นนนา นามบุนเรืองแสดง ชื่อชี้ เพราะแรงระวังหวง แทนราช กุมลูกลยวฟั้นฟี้ พี่พงษฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๐๖) ถอดความ ท้าวศรีบุนเรืองถูกประหาร เพราะพระเจ้าติโลกราชทรงระแวงกังวลว่า ท้าวศรีบุนเรืองราชโอรสคิดกบฏ จึงให้ปลงพระชนม์
๒๐ พระเจ้าติโลกราชทรงมีจิตใจที่โหดร้าย เปี่ยมไปด้วยจิตคิดริษยา ดังบทประพันธ์ ต่อไปนี้ คราน้นนนนเรศร้าย ฤษยา พ่อแฮ ท าโทษกลใดกล ท่านแก้ กลกฤษณย่อยโยธา ทูรโยท ทนท่านบได้แพ้ พ่ายเองฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๙๘) ถอดบทความ พระเจ้าติโลกราช มีจิตคิดริษยาต่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ไม่ว่า พระองค์จะใช้กลศึกใดมาต่อสู้กับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก็ทรงพ่ายแพ้ไปเองทุกครั้ง เหมือน พระกฤษณะพระราชาแห่งทวารกะ ราชสกุลยาทพ ซึ่งเป็นผู้แนะน าให้ยุทธิษเฐียรท าลายทุรโยธน์ จน ทุรโยธน์ไม่สามารถทนก าลังอ านาจและพ่ายแพ้ไปเอง พระยายุทธิษฐิระ พระยายุทธิษฐิระผู้นี้เป็นเชื้อสาย พระราชวงศ์สุโขทัย คือ เป็นโอรสของพระยา รามค าแหง ผู้ครองเมืองสุโขทัยน้องเธอ พระยาบาลเมือง ผู้ครองเมืองก าแพงเพชร พระยายุทธิษฐิระนี้ ตามพงศาวดารว่าเป็นพระสหายกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ รักใคร่สนิทสนมกันมากถึงกับสาบาน เป็นพระสหายกัน คราวหนึ่งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถรับสั่งว่าถ้าเสด็จครองราชย์สมบัติเมื่อใด ก็จะ สถาปนาพระยายุทธิษฐิระเป็นมหาอุปราช แต่เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติแล้วเหตุการณ์หาได้ เป็นไปดั่งค ามั่นสัญญาไม่ พระยายุทธิษฐิระไม่ได้เป็นมหาอุปราชาก็โกรธ เอาใจออกห่างสมเด็จพระ บรมไตรโลกนาถไปหาพระเจ้าติโลกราช น าทัพไปตีสุโขทัย แสดงให้เห็นว่าพระยายุทธิษฐิระเป็นคนที่มี นิสัยไม่มั่นคง หลงระเริงในอ านาจ เห็นผิดเป็นชอบ ไม่มีเหตุผล เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง ดังเนื้อความ ต่อไปนี้ “แถลงปางเมื่อลาวลง ชัยนารถ นั้นฤๅ เพราะยุทธิษฐิรได้ ย่างยาว” (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๖๖) ถอดความ พระเจ้าติโลกราชกษัตริย์เมืองเชียงใหม่ ยกทัพลงมาตีเมืองก าแพงเพชร และทัพหน้าลงมากวาดต้อนครัวถึงชัยนาท พระยายุธิษฐิระเอาใจออกห่างสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ไปสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าติโลกราชผู้ครองเมืองเชียงใหม่
๒๑ หมื่นด้งนคร เป็นผู้ที่ซื่อตรงนอบน้อมต่อพระเจ้าติโลกราช แม้จะรู้ว่าตนจะถูกรับสั่งให้น าตัวไป ประหารแม้รู้ตัวว่าตนจะต้องตาย แต่ก็ไม่กลัวความตาย แต่ยอมตายเพราะถือว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งประเสริฐ ของข้าทหารผู้ซื่อสัตย์ ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ บังควรข้าผู้ก่อ การภัก ดีนา หมายหมื่นนครมี ชื่อซร้อม เห็นหาญหื่นแหลมหลัก ไกรกว่า ตนนา ไท้เทศทุกผู้น้อม นอบกลัว (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๐๘) ถอดความ เป็นคนที่มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ ไม่กลัวตาย เก่งกล้ามาก จนท้าวต่าง เมืองนอบน้อมเกรงกลัว นางเมือง เป็นคนส าคัญของเมืองเชียงชื่นและเป็นภรรยาของหมื่นด้งนคร นางเมืองมีลักษณะ นิสัยเป็นคนมีเหตุผล คิดวิเคราะห์ไตร่ตรอง รู้จักผิดชอบชั่วดี เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ รักความยุติธรรม จากเหตุการณ์ที่พระเจ้าติโลกราชได้สั่งประหารหนานบุญเรืองราชบุตรและหมื่นดังนครเจ้าเมืองเชียง ชื่น ซึ่งนางเมืองเห็นว่าเป็นการกระท าที่ไม่ยุติธรรม โหดร้าย จึงได้หันมาขอพึงพระบรมโพธิสมภาร สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เพื่อหวังขอความยุติธรรมให้กับหนานบุญเรืองราชบุตรและหมื่นดังนคร เจ้าเมืองเชียงชื่น ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ นางเมืองคิดใคร่ด้วย พลเมือง บใคร่แลเล็งเชียง ใหม่ม้อย ปองไปพึ่งจอมเลือง ไกรกว่า นั้นนา นางจึ่งจักพร้องถ้อย ถ่องจา (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๒๖) ถอดความ นางเมืองได้คิดไตร่ตรองว่าพลเมืองชาวเชียงชื่นไม่เล็งเห็นว่าเชียงใหม่จะ ช่วยเหลือเรื่องที่ประหารหนานบุญเรืองราชบุตรและหมื่นดังนครเจ้าเมืองเชียงชื่น จึงหวังพึ่งสมเด็จ พระบรมไตรโลกนาถ ผู้ซึ่งมีอ านาจเหนือกว่าเจ้าเมืองเชียงใหม่ให้ช่วยเหลือ นางจึงได้ขอเจรจาด้วย ถ้อยค าที่ตรงไปตรงมา
๒๒ ๖.๕ ฉาก การสร้างฉากในยวนพ่ายโคลงดั้นมีอิทธิพลต่อการสร้างภาพลักษณ์ของสมเด็จพระ บรมไตรโลกนาถ เพราะช่วยแสดงเดชานุภาพของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถให้เด่นชัดขึ้น ดังเช่นฉาก ต่อไปนี้ ฉากทหารมาสวามิภักดิ์สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กล่าวถึงจ านวนทหารโดยไม่ระบุชื่อด้วยว่ามีทหารหาญนับพันคนเดินทางจากทาง เหนือลงใต้ทหารทั้งนายและไพร่นับพันคนล้วนมีฝีมือทหาร อีกจ านวนถึง ๘๐๐ นายมีความรู้สามารถ ช่วยกิจการงานได้รวมทั้งยังมีทหารม้าอีก ๓๐๐ นายที่มีเครื่องประดับงามพร้อมสรรพไพร่พลทุกหมู่ เหล่าต่างก็เข้าเฝูาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ พนนชยหน้าไม้แม่น แวะวาง ถึงแฮ พนนพวกหาญแห่เหนือ หน่วงใต้ นบพนนไพร่นายปาง ไปแต่ ดีฤๅ ปูแปดร้อยรู้ใช้ ช่วยการณ์ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๔๔) ถอดความ พันไชย มีฝีมือด้านการยิงธนู มาถึงก่อน หลังจากนั้น ทหารโดยไม่ระบุชื่อ ด้วยว่ามีทหารหาญนับพันคนเดินทางจากทางเหนือลงใต้ทหารทั้งนายและไพร่นับพันคนล้วนมีฝีมือ ทหารอีกจ านวนถึง ๘๐๐ นายมีความรู้สามารถช่วยกิจการงาน “ส่วนม้าสามร้อยแง่ งามสรรพ เครื่องนา ทุกพวกพลหารคัน ควบไท้ฯ” (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๔๕) ถอดความ ม้าสามร้อยตัว สวยงามเต็มไปด้วยเครื่องประดับม้า พร้อมด้วยพลทหาร ทุกหมู่เหล่า ควบม้ามาถึงและเข้าเฝูาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ฉากทหารเชียงชื่นที่หนีเข้ามาสวามิภักดิ์สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถนี้เป็นฉากที่ แสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่และพระเมตตาบารมีของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ทรงมีต่อผู้คน ทั้งหลายแม้จะเคยเป็นทหารของศัตรูก็ตาม ฉากเมืองเชียงชื่น เมืองเชียงชื่นเป็นฉากที่มีความส าคัญในเรื่องยวนพ่ายโคลงดันเพราะเป็นเมืองที่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงยกทัพไปท าสงครามกับกองทัพล้านนา การบรรยายเมืองเชียงชื่นจึง
๒๓ บรรยายอย่างละเอียดทั้งสภาพทางกายภาพและการเตรียมเมืองให้มีความแข็งแรงมั่นคงในการรับศึก จากกองทัพของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ ถมทวารทุกที่ไว้ แหลนหลาว ทุกช่องเชิงปืนไฟ ต่อตั้ง พลเมืองเพิ่มพลชาว เชียงใหม่ เรียบเรียงคือรั้วรั้ง หนั่นนา เมืองนี้เชิงใช่ด้วย ภุชพล ง่ายนา เบญจทูรคาการ พ่างถ้วน มรรคาส่วนสถลสฐิร ทุกทื่อ พลพวกช้างม้าล้วน โจษแจ บางเม็งเป็นขื่อหน้า ขวางชนัน ก่อนแฮ มีแม่ยมเป็นแย แก่งกั้น เขาสามเกือบกันกัน เมืองมิ่ง เขาแฮ คูขอบสามชั้นซึ้ง ขวากแขวง เร่งหมั้นเหลือหมั้นยิ่ง เวียงเหล็ก มีก าแพลแลงเลือน ต่อต้าย หัวเมืองเตกเสียงกล่าว แก่บ่าว ทั้งขวาทั้งซ้ายถ้วน หมู่หมาย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๖๗-๑๗๐) ถอดความ กล่าวถึงการถมปิดประตูเมืองทุกแห่งมีการน าเอาแหลนหลาวมาวางไว้ ตรงเชิงเทินทุกช่องและมีปืนไฟวางตั้งต่อกันพลเมืองเชียงชื่นรวมกับพลเมืองเชียงใหม่เรียงรายกันเป็น ระเบียบเรียบร้อยเหมือนรั้วที่แน่นหนาแข็งแรง นอกจากการเตรียมเมืองให้แข็งแรงแล้วเมืองเชียงชื่น ยังเป็นเมืองที่เอาชนะด้วยก าลังพลได้ยาก เพราะประกอบด้วยเบญจทรตาการ คือ ลักษณะเข้าถึงยาก ๕ ประการ กล่าวคือ เส้นทางบกมีความมั่นคงแข็งแรงทุกแห่งมีไพร่พล ช้าง ม้า ล้วนส่งเสียงอื้ออึง มี คลองบางเม็งเป็นขอกันด้านหน้า มีแม่น้ ายมขวางกั้น มีภูเขา ๓ ลูก เป็นแนวปูองกันและมีคูเมือง ๓ ชั้นที่มีความลึกและมีขวากหนามเต็มไปหมด เมืองเชียงชื่นเสริมความมั่นคงของเมืองให้มั่นคงมากยิ่ง กว่าเมืองเหล็ก มีก าแพงศิลาแลงล้อมรอบต่อเสาเขื่อน
๒๔ ฉากสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถยกทัพไปตีเมืองเชลียง กล่าวถึงพระยาลาวพึงกับพวกยกทัพออกมา แต่ออกนางเมืองผู้อยู่ในเมืองเชลียงนั้น มีความสวามิภักดิ์ต่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถไม่สามารถเปรียบได้กับแผ่นดินและท้องฟูา ดังบท ประพันธ์ต่อไปนี้ สารพู้นสพราศเหลื้อม เขนทอง ตนพระยาลาวพึง พวกเพึ้อ พระคุณออกนางครอง รักราช นั้นฤๅ ดินแลฟูาคว้างเค้อ ไปุแทน (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๖๕) ถอดความ ช้างของพระยาลาวพึงมีความสง่างาม พระยาลาวพึงและพวกพ้อง บุญคุณของออกนางครองที่มีต่อกษัตริย์นั้นไม่สามารถเอามาเปรียบได้กับดินและฟูา ฉากการท าศึกระหว่างพระเจ้าติโลกราชพระเจ้าเชียงใหม่กับสมเด็จพระบรมไตร โลกนาถ อยู่ไท้ธิเบศรเจ้า จอมปราณ พราวพฤๅบพลคชเศร เกลื่อนแกล้ว ครั้นพระผ่าผลาญพล ยวนย่อย ไปแฮ พันที่น้ าลิบแล้ว เลอศไชย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๘๘) ถอดความ อยู่มาจอมกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่เป็นเจ้าชีวิต ก็ได้ยกพลเสนาจ าพวกช้าง เคลื่อนทัพไปด้วยความกล้าหาญ ครั้นสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงแหวกไปท าลายพลยวนย่อยยับ เพราะตามไปทันที่แม่น้ าลี้ แล้วก็มีชัยเหนือศัตรู ฉากเคลื่อนพล สรรเพชญกรูเกลื่อนพ้อง พลพฤนทร โจมจ่ายลาวฤๅฤทธิ์ ร่อนแกล้ว เพียงพระสุรินทรา ธิกราช ตามต่อยไพริศแล้ว เลอศบรรพ์ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๙๗)
๒๕ ถอดความ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเคลื่อนพลกรูเข้าไปปะทะด้วยก าลังทหาร พวกยวนมีฤทธิกล้าขึ้นต่อสู้ เหมือนพระสุรินทราธิกราชพระอินทร์ผู้เป็นใหญ่แห่งเทวราชตามตีท้าวเวป จิตราสูร ในสมัยที่ล่วงทั้งยังเป็นเลิศและมีความเก่งกาจ ฉากพลทหารคุมไพร่พลไปยังสุโขทัย จ าเนียรท้างใช้ดาษ ชาญไชย คุมส่ าแสนยากร คลี่คล้อย เอาศรีสุโขไท เดียวดีด มือแฮ ฦๅล่งลาวลักสร้อย สั่นหัว (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๙๙) ถอดความ สืบมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงใช้ขุนพลผู้ซื่อสัตย์คุมหมู่ไพร่พล เคลื่อนพลขึ้นไป ได้กรุงสุโขทัยด้วยเวลาอันรวดเร็ว ลาวลอบร้องไห้กลัวไม่กล้าสู้ ฉากเจ้าเมืองน่านเมืองแพร่บุกมาถึงก าแพงเมืองชียงชื่น ไปุทันเจ้าหล้าหลั่ง พลพฤนทร ถึงนา น่านแพร่เขียวออกถึง นอกต้าย นางเมืองไปุยอมยิน ใจจอด พระเลย แข็งอยู่จรกล้ายถ้า ท่านดล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๓๔) ถอดความ แต่ไม่ทันที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจะเคลื่อนพลรบขึ้นมาถึง เจ้าเมือง น่านเมืองแพร่ก็ขึ้นมาถึงนอกก าแพงเมือง นางเมืองไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นอีกต่อไป เพราะใจสวามิภักดิ์ ตั้งมั่นรอท่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถมาถึง ฉากพลเมืองชาวเชลียงพร้อมใจกันสู้ พลเมืองสพราศ พร้อม ใจหาญ ขุนขี่กุญชรผาย ผาดม้า ประทับประทังทาน คือดั่งคลื่นแฮ น่านแพร่ท าแกล้วกล้า เกลื่อนพล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๓๖) ถอดความ พลเมือง (ชาวเชลียง) พร้อมใจกันสู้ด้วยความกล้าหาญ ขุนนางเมือง เชลียง (เชียงชื่น) ขี่ช้างขี่ม้าไปโดยเร็ว ประทะต้านทานข้าศึกเหมือนคลื่น ทัพเมืองน่าน-เมืองแพร่มี ความกล้าหาญเคลื่อนพลเข้าเมือง
๒๖ ฉากป้องกันประตูเมืองของนายทหาร นานาไพร่พลห้อม แหนทวาร หอแฮ หืนหอกสรรพาฝา เลื่อนล้อม ฝูงทหารแข่งขันหาร หาเพื่อ ตายแฮ พลเทียบทุกด้านพร้อม ไพร่นาย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๕๗) ถอดความ พลไพร่ต่างๆ ล้อมรักษาประตูหอรบ หอกซัดหรือหอกสั้นพร้อมไปด้วยฝา เลื่อน หมู่ทหารแข่งขันหาความกล้าหาญเพื่อตายแทน พลทหารเต็มทุกด้านพร้อมทั้งไพร่นาย ฉากการเตรียมอุปกรณ์การรบ ปืนยายาเบื่อง้วน ขืนเข็ม แต่งแฮ หอกดาบแหลนหลาวหลาย ส่ าแกล้ว ปืนไฟร่อรูเต็ม ตับอยู่ อ ามราเรียงร้อยแล้ว เขื่อนขนัน (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๕๘) ถอดความ ธนูอาบยาพิษ ยาพิษ เสี้ยมขวากหนามปักไว้ปูองกัน พวกดาบแหลน หลาวหลายพวกล้วนกล้าหาญ ปืนไฟมีดินปืนใส่ร่อไว้เต็มรูตั้งไว้เป็นตับ ชาวฝรั่งอาสาแม่นปืนมัดเสา เขื่อนให้แน่น ฉากพลทหารเตรียมการรบ ขวาซ้ายหมายหมู่พ้อง พลทหาร หื่นแฮ นอนนั่งในทางจรัล แจกถ้วน ระไวระวังทวาร ทุกที่ พลพวกหารห้าวถ้วน อยู่อยาย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๕๙) ถอดความ ทางขวาซ้ายหมู่พวกพลทหารล้วนแต่อยากรบ นั่งเต็มในแนวเสาระเบียง แล้วแจกปืนให้ถือโดยทั่วหน้ากันให้ดูแลรักษาประตู พวกพลหาญล้วนแต่ห้าวหาญเรียงรายอยู่เต็ม พื้นที่ หลายแถวหลายถ้องถี่ ก้นกุม เกือบแฮ หลายส่ าหลายสารหลาย พวกพ้อง พลลาวลลุมทัง เซียงชื่น แซงแฮ
๒๗ เต็มอาจเต็มปูอมปูอง เปี่ยมหอ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๖๐) ถอดความ ขยายหลายแถวหลายทางรักษาปูองกันกุมเต็มที่ พลลาวมีปะปนกันเป็น จ านวนมาและมีชาวเชียงชื่นแทรกอยู่ด้วยมีก าลังเต็มความสามรถปูองกันอยู่เต็มหอ สรรพร้อมสรพราศพ้อง พลขันธ์ สรพรั่งุกทางทวาร อยู่อยั้ง พนักทรองเทียบขนดขนัน เพลาะแต่ง แคร่เครื่องยกย้ายตั้ง เรียบรัล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๖๒) ถอดความ พร้อมสรรพไปด้วยพลกองทัพเต็มทุกทางทุกประตูทางเดิน ชาว เจ้าหน้าที่ขุดคูไว้เป็นที่ปูองกัน เครื่องคานหามวางเรียงเป็นแถว ทุกหอทุกแห่งหมั้น หมูทะลวง เทียบแฮ ลดเขื่อนลดขัวขนัน ช่องช้าง ทังปักทังปวงพล หารแห่ ปักขวากเป็นแขวงขว้าง ทั่วทาง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๖๓) ถอดความ ทุกหอรบทุกแห่งเต็มไปด้วยกองทะลวงฟันประจ าการอยู่ ลงเขื่อนปลด สะพานลงแล้วผูกเป็นแบบขันชะเนาะเป็นช่องให้ช้างเดิน ทั้งหมดทั้งมวลมีก าลังทหารเฝูา ปักเครื่องกีด ขวางชนิดเสี้ยมปลายแหลม เป็นแดนขว้างทุกหนทาง หัวเมืองแซ่ห่มห้าว แหนทวาร รอบแฮ ขับขี่กุญชรกาง กล่าวกล้า ตระบัดตระเบงหาร หาดาบ ค้าค่าพลช้างม้า ดาษแดน (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๖๔) ถอดความ เจ้าเมืองแซ่ซมผู้รักษาประตูเมือง ขี่ช้างพลายกางส่งเสียงร้องหาดาบ น า แสดงไพร่พลช้างม้ามาเต็มไปหมด สารพาฝาเลื่อนแบ้ บาพก ขอหอกแหลนหลาวหลาย ส่ าส้าง
๒๘ เวียงเหล็กหลากหอหก เตรียบแต่ง ทังทุบทูต่างย้าง จรวจไจร (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๗๕) ถอดความ พร้อมสรรพไปด้วยเครื่องก าบังร่างกายไม่ให้ถูกของร้อนหรืออาวุธ เขาวัว ประจุดินปืน มีขอเกี่ยวเหล็กส าหรับเกี่ยวปืนก าแพงเมือง หอก แหลน หลาว ที่สรรค์สร้างขึ้น เมือง เชียงชื่นมากไปด้วยหอรบหกแห่ง เตรียมแต่งมือไว้รอท่ารบ รวมทั้งเครื่องก าบังร่างกาย ต่างคนต่าง เดินตรวจตรา ช้างม้าเดียรดาษเต้า เติมไป เล่าแฮ พลแปดพันเขนแพน หลากเหลื้อม พระยาศุโขไทย กุมกว่า เองแฮ เมลืองมล่านกลิ้งเพรื้อม เพรอศพราย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๘๒) ถอดความ ช้างม้าเกลื่อนกราดเติมไปแล้วไปเล่า พลแปดพันพร้อมอาวุธถือเครื่องมือ ปูองกันตัว โลหะปูองกันอาวุธงามเป็นมันระยับ พระยาศุโขทัยเป็นผู้คุมพลแปดพันมาร่วมศึกด้วย ร่ม กลดกลิ้งกระเพื้อมงามอร่ามระยิบระยับ ฉากประโคมดนตรี จามรยาบยาบกลึ้ง กลดไกว แกว่งแฮ สรพรั่งพลหารแหน แห่เฝูา น้าวน้าวโห่เอาไชย ชมชื่น พิณพาทย์กลองฆ้องเคล้า คลี่เสียง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๖๕) ถอดความ จามร ร่มประดับอิสริยยศเคลื่อนไหวไปมา พร้อมด้วยพลทหารแห่เฝูา ส่งเสียงโห่เอาชัยชนะด้วยความรื่นรมย์ เครื่องประโคม อันประกอบด้วยปี่ ฆ้องวง ระนาด กลอง เคล้า กับเสียงโห่ ฉากเตรียมการบริเวณฝั่งแม่น้ ายม หัวพันหัวหมื่นหมั้ว โดยเดียรถ์ ดาษแฮ หอกดาบโตมรเรียง รอบช้าง และสารส่ าเทียรทัง เมืองมี่
๒๙ เสโล่เขนขว้างด้าง ไขว่ขวืน (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๖๖) ถอดความ หัวพันหัวหมื่นประชุมกันตามฝั่งน้ า (ยม) เต็มไปหมด หอกดาบโตมร เรียงรายรอบช้าง ม้าช้างทั้งหมู่ส่งเสียงอืออึงไปทั้งเมือง โล่เครื่องปูองกันอาวุธต่างๆ วางไว้อย่างสับสน ฉากวางแผนกลอุบายในการรบ เชองลุกเชองนั่งปล้น ปืนเมือง พระสั่งเชองกลกล กล่าวล้วน สบแสนคนเนืองนบ บัวบาท พระแฮ มาแต่งการย์เกื้อถ้วน หมู่หมาย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๗๔) ถอดความ กระบวนการลุกขึ้น กระบวนนั่งปล้นปีนเข้าเมืองว่าท าด้วยกลอุบาย อย่างไร ก็รับสั่งให้แจ้งกลอันซับซ้อนให้พลรู้ทั้งสิ้น คนมากมายมาร่วมศึกพากันมาถวายบังคม แต่ละ คนมาร่วมกันท าการท างานครบทุกหมู่หมายรู้ทั่วกัน ฉากรวมพล ผชุมพลทุกแห่งเต้า เตมแดน ดาษแฮ ชุมคชากรไตร ตรวจม้า บกเรือเรียบพลแสน หมายหมู่ สบส่ าขวาซ้ายหน้า หนั่นหลั่ง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๗๖) ถอดความ รวมพลทุกแห่งต่างเดินมาถึงเต็มกลานเกลื่อน รวมหมู่ช้างแลตรวจนับม้า ทั้งบกทั้งเรือพลมากมายหลายหมู่ รวมทุกหมวดหมู่ขวาซ้ายหน้าและหลังแน่นหนา ฉากข้าศึกไปถึงเมืองเชียงชื่น ไปตกไพริศด้าว แดนเชียง ชื่นแฮ ทุกด่านทางเทียวหา เกลื่อนกล้า มหาพิไชยเรียง พลคลื่น คลาแฮ ซันแซ่ฟูา ฟุูงฟูา เบื่องบร (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๘๐) ถอดความ ไปถึงแดนข้าศึกเมืองเชียงชื่น ทุกด่านทุกทางเที่ยวหาคนกล้า พระมหาพิ- ไชยเคลื่อนพลไปตามรับสั่ง รีบเร่งกันอึกทึกกึกก้องฟูารู้ไปทุกฝุาย
๓๐ ฉากเดินทางไปดอนมะม่วง การศึกครั้งนี้รับสั่งให้ยกพลช้างพลม้าขึ้นไปด้วย โดยให้คลี่พลยกขึ้นไปก่อนทาง รกชัฏที่เรียกกันว่า ดอนแดนมะม่วง ให้ไปรอท่าที่เมืองพิชัย พอสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถยกทัพไป ทางชลมารคไปตามล าน้ าน่าน ถึงเมืองพิชัยก็เสด็จจากเรือพระที่นั่งขึ้นที่ท่าสนายพรวน ประทับช้างไป ตีเมืองเชียงชื่น ไปเติมเต็มหมื่นหมั้ว สารเส นิศแฮ ทางชฎาดอนแดน ม่วงด้าน พระศรีราชเดโช ชยราช ถกลแฮ ทังหมื่นพ้านเรื่องรู้ ด่านแดน (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๘๑) ถอดความ แลกองช้าง หนทางที่ไปเป็นทางรกชัฏอันเป็นฝุายต าบลดอนแดนม่วง มี พระศรีราชเดโชชัย ขุนนางผู้ใหญ่ฝุายทหาร ผู้ซึ่งในหลวงทรงแต่งตั้ง ทั้งต าแหน่งขุนหมื่น ผู้รู้เรื่องการ เดินทางไปด้านดอนแดนมะม่วง ฉากเคลื่อนพลเข้าเขตเมือง หยหัศพิรพาหพ้อง พลแขวง หนึ่งฤๅ ปูนแปดพันปลายปอง เกลื่อนแกล้ว หัวเมืองก าแพงเพชร ครองเคลื่อน ไคลแฮ ธงเทศพร้ายแพร้วกั้ง กูบเงิน (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๘๓) ถอดความ ช้างม้าพาหะของพวกพลผู้กล้าอีกเขตเมืองหนึ่ง ประมาณแปดพันเศษ ต่างล้วนแล้วแต่กล้าหาญ พระยาก าแพงเพชรเป็นผู้ปกครองเคลื่อนขบวนไป ธงเทศพราวงามกั้งร่มกาง บังแดด ฉากท าสะพานเทียบเกลื่อนดิน ข้าไทธิราชเรื้อง ขุนอินทร กุมพวกพลเรือราย แต่งตั้ง ขัวขนานลี่เลื่อนดิน แดนมารค เสมอแฮ เตรียมแต่งจรดจั้งถ้า ท่านไคล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๘๕)
๓๑ ถอดความ ขุนนางข้าแผ่นดินผู้หนึ่งชื่อขุนอินทรรับหน้าที่คุมน าเรือมาจอดรายไว้ ท า สะพานเทียบเกลื่อนดินให้แถบทางนั้นเกลี่ยเสมอกัน หยุดรอท่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จมา ฉากไปท าพิธีข่มนามและดูสกุณฤกษ์ ไปอยุบาตรส้อง ศรีสกุณ ก่อนฤๅ ในท่าไชยเอาไชย ชื่นแกล้ว คือเทพอรชุน เร็วรวจ การแฮ พระแต่งตรัวแล้วถ้วน เสร็จแสดง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๘๖) ถอดความ ยกกระบวนพยุหบาตรไปท าพิธีตัดไม้ข่มนามดูสกุณฤกษ์ ก่อนจะยาตรา กระบวนกระทัพไปท าศึก ณ ต าบลท่าไชยเพื่อเอาชัยชนะ น าความชื่นใจให้เกิดความกล้าหาญ เหมือน เทพอรชุนผู้รวดเร็วในการรบ เมื่อทรงรู้แจ้งแล้วเป็นอันเสร็จพิธี ฉากเสด็จทางชลมารคและการพายเรือ พระพุทธยามโยคล้วน ลางไชย พระพ่างพระกุณฐ เกลื่อนแกล้ว พระเสด็จคัลไลลวง ชลมารค ชลพาห์มานล้วนแล้ว แหล่หลาย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๘๘) ถอดความ กาลนั้นได้ยามวันยกทัพเป็นวันพุธ ซึ่งเป็นยามโยคแห่งความมีไชย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเปรียบเหมือนพระวิษณุเสด็จไปปราบยักษ์ให้ราบคาบ สมเด็จพระบรมไตร โลกนาถเสด็จไปทางชลมารค ผู้เป็นฝีพายล้วนแล้วแต่มีฝีมือพายแท้ๆ มีเป็นจ านวนมาก พายทองสรพราศพร้อม แขวงขวา พรรคพวกพายเงินหมาย หมู่ผ้าย คฤหทองแคร่ทองนา นาหมู่ หมายแฮ ยุ่งยุ่งแลย้ายย้าย คล่าวไคล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๘๙) ถอดความ ฝีพายถือพายทองงามพรายอยู่ทางด้านขวา ฝีพายถือพายเงินไปตามหมู่ เรือคฤหปิดทอง มีแคร่ทองวางปากระวางเรือหลากหลายชนิด คละสับสนโยกย้ายตามกันไป รายเรือแผดงคู่ถ้วน แถวคับ คั่งแฮ เสียงส ารางชิงไชย ชื่นผ้าย
๓๒ เรือโยงแย่งโยงตับ แต่งต่อ กันแฮ หลังก่อนขวาซ้ายซ้อง แหล่เหลือ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๙๐) ถอดความ เรือกระบวนรบจอดรายล า แสดงเห็นเป็นคู่ครบล า เสียงสรวลเฮฮาจะไป ชิงเอาชัยด้วยกันทั้งสิ้น เห็นโยงเรือผูกกันเป็นตับ หลังไปก่อนขวาซ้ายพร้อมไปด้วยมากเหลือ เรือหุ้มเรือห่อซ้อน ซับกัน เรือแห่เรือแหนแหน แห่ห้อม พิทุยพิทันแซ ซามาก ทุกท่าทุกท่งล้อม หนั่นหนา (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๙๑) ถอดความ เรือหุ้มเรือห่อจอดลอยล าซ้อนทับกัน เรือแห่เรือแหนก็ล้อมเรือพระที่นั่ง เรือพิทุยกับเรือพิทันเรือแซเรือซาก็มาก ทุกท่าน้ า ทุกท้องทุ่ง มีเรือล้อมแน่นหนา ๗. คุณค่าของวรรณกรรม ๗.๑ คุณค่าทางวรรณศิลป์ ๗.๑.๑ โวหาร บรรยายโวหาร บรรยายโวหาร มุ่งเน้นวิธีการเล่าเรื่องให้เป็นล าดับว่าใครท าอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร เน้นความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ ท าให้เข้าใจเนื้อหาและเรื่องราวต่างๆ ได้โดยที่ เนื้อหาเรื่องยังคงด าเนินไปไม่หยุด ภาพที่เกิดขึ้นใจผู้อ่านให้นิ่ง อยู่ตรงจุดใดจุดหนึ่งของเรื่อง (กีรติ ธนะไชย, ๒๕๖๐: ๔๔) ยวนพ่ายโคลงดั้นเป็นวรรณคดีเกี่ยวกับการท าสงคราม ดังนั้นการต่อสู้รบ กันระหว่างอาณาจักรอยุธยาและล้านนาจึงเป็นเนื้อหาส่วนที่ส าคัญ การบรรยายเป็นการบรรยายภาพ การต่อสู้เป็นการแสดงให้เห็นความเก่งกล้าในการรบของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เช่น เนื้อความที่ กล่าวถึงกองทัพล้านนาเข้าท าสงครามกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กองทัพล้านนาได้ตกแต่งแนว ก าแพงไว้อย่างแน่นหนา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเคลื่อนทัพตามมาอย่างเร่งรีบ แล้วเข้าช่วย เชือด แทง และตัดหัวม้าทุกตัว ช้างทรงบุญ (ซึ่งเป็นช้างทรงของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) มีตัวสูง ใหญ่เดินตรงเข้าไปประสานงากับช้างข้าศึก ช้างฟองสมุทรของข้าศึกตื่นตกใจจนล้มลง ช้างต่างๆ ก็รุม เข้ามาช่วยปูองกันไว้คือ มีการใช้งาต่องายกขึ้นกันไว้จนซรวดเซไป ช้างทรงบุญถอยแล้วรุกเข้าแทง
๓๓ ข้างของกองทัพล้านนา จนกองทัพล้านนาวิ่งหนีไปพร้อมทหารบนหลังช้างที่หัวขาดตายคว่ าอยู่บนนั้น ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ ร่ าปางเขาได้ร้า สงคราม ท่านนา สาวแต่งตบบปราการ หน่นนหน้า กษัตริย์เลื่อนพลตาม เรวเร่ง โซรมเช็อตแทงทวนม้า หน่นนหววฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๖๗) ถอดความ พูดถึงคราวการท าศึกสงคราม กองทัพของฝุายล้านนาตั้งก าแพง ย่างอบแน่นหนา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก็เคลื่อนก าลังรบมาอย่างรวดเร็ว แล้วช่วยกันรุม เชือด แทง หั่น หัวม้า ทรงบุญจรหง่านเสื้อง ผสารงา ฟองสมุทตื่นกลางแปลง ท่าวห้นน สบสารก็ชวนมา โชรมช่วย กนนแฮ งาต่องายอก้น ชรวดเชร (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๖๙) ถอดความ ช้างทรงชื่อทรงบุญ มีรูปร่างสูงตระหง่าน เดินเข้าไปผสานงา อย่างช้าๆ กับช้างฟองสมุทร ช้างฟองสมุทรตื่นเต้นตกใจกลางสนามล้มลงไป ช้างอื่นรุมกันช่วยเหลือ ยกขึ้นด้วยการต่องายกขึ้นกันไว้จนซรวดเซ “ทรงบุญถอยเร่ร้น รุกแทง ลาวแล่นเปรตายหัว ขาดขว้ า” (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๗๐) ถอดความ ช้างทรงบุญถอยออกมาแล้วรุกเข้าแทงกองทัพล้านนา จน กองทัพล้านนาวิ่งหนีไปพร้อมทหารบนหลังช้างที่หัวขาดตายคว่ าอยู่บนนั้น พรรณนาโวหาร พรรณนาโวหาร เป็นข้อความที่เน้นรายละเอียดด้วยวิธีการอธิบายความ อย่างถี่ถ้วน ไม่มีการด าเนินเรื่อง ท าให้ภาพที่เกิดขึ้นในใจผู้อ่านนิ่ง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวของ เหตุการณ์ในเรื่อง งานเขียนของไทยโดยเฉพาะในวรรณคดีโบราณปรากฏบทพรรณนาโวหารจ านวน มาก เช่น บทพรรณนาพระเกียรติคุณของกษัตริย์ ความงาม สถานที่ และภูมิประเทศ พรรณนา
๓๔ ความรู้สึก บทเเต่งองค์ทรงเครื่อง ชมนก ชมไม้ ชมรถ กล่าวได้ว่าพรรณนาโวหารเป็นเรื่องท้าทาย ความสามารถของกวีเป็นอย่างมาก เพราะต้องเลือกถ้อยค าที่สื่อเนื้อหาให้ชัดเจนที่สุด (กีรติ ธนะไชย, ๒๕๖๐: ๔๕) การพรรณนากองทัพเป็นเนื้อหาที่มีพื้นที่ในเรื่องยวนพ่ายโคลงดั้นมาก การ พรรณนากองทัพเป็นการแสดงความสามารถทางการประพันธ์ของกวีประการหนึ่ง การพรรณนา กองทัพของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถในยวนพ่ายโคลงดั้น แบ่งเนื้อหาการพรรณนากองทัพเป็นส่วน ต่างๆ ที่ชัดเจน ได้แก่ ไพร่พล กองทัพเรือ กองทัพช้าง กองทัพม้า และเครื่องประกอบกองทัพ เช่น ธง ฉัตร และเครื่องดนตรี กองทัพเรือ เรือหุ้มเรือห่อซ้อน ซับกัน เรือแห่เรือแหนแหน แห่ห้อม พิทยพิทันแซ ซามาก ทุกท่าทุกท่งล้อม หนั่นหนา (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๙๑) ถอดความ เรือหุ้มและเรือห่อที่เรียงซ้อนกันอยู่ เรือแห่และเรือแหนก็ห้อม ล้อม เรือพิทย เรือพิทัน เรือแซและเรือซาก็มีจ านวนมาก ทุกท่าน้ าก็มีเรืออยู่มากมาย เรือคฤหเรือแคร่เต้า เต็มแคว น่านนา เรือเครื่องเรือครัวคลา คล่ าหล้า เรือซาคู่เรือแซ แซมผ่า ผื่นแฮ ขนัดหมู่ขนานม้าช้าง คล่าวไคล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๙๒) ถอดความ เรือคฤหและเรือแคร่ลอยอยู่เต็มแม่น้ า เรือเครื่องและเรือครัวก็มี อยู่จ านวนมาก เรือซาจอดแทรกขนาดอยู่กับเรือแซ ซึ่งเคลื่อนขบวนไปกับกองทัพช้างและกองทัพม้าที่ ก าลังเคลื่อนไป การพรรณนากองทัพเรือมีการกล่าวถึงเรือชนิดต่างๆ ที่ตามเสด็จในการศึก โดยจะพรรณนาชื่อเรือเป็นคู่ไป เช่น เรือหุ้มและเรือห่อที่เรียงซ้อนกันอยู่ เรือแห่และเรือแหนก็เฝูา ห้อมล้อม เรือพิทย เรือพิทัน เรือแซ และเรือชาก็มีจ านวนมาก ทุกท่าและทุกทุ่งก็มีเรืออยู่หนาแน่น เรือคฤหและเรือแคร่ลอยอยู่เต็มแม่น้ า เรือเครื่องและเรือครัวมีมากมาย เรือซาอยู่คู่กับเรือแซแทรกกัน อยู่ แนวของหมู่เรือขนาน ไปกับกองทัพช้างและกองทัพม้าที่เคลื่อนไป
๓๕ กองทัพช้าง ภูโชพรายแพร่งเหลื้อม โสภา เพรอศแฮ เมิลมโนนฤมินท อยู่ยั้ง อยืนเทียมเทียบอิษฎา รมย์รวจ เร็วแฮ เมิลมณีฉัตรตั้ง จ่ายบร (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๑๖) ถอดความ งวงช้าง ประดับไปด้วยเลื่อม เป็นมันระยับ งามเลิศ ดูแล้วต้อง ใจไม่กะพริบตา ยืนเทียบเทียมด้วยอารมณ์ที่น่าพอใจรวดเร็ว ดูฉัตรแก้วกั้นกางอยู่ซึ่งจ่ายแจกไปรบศึก ไชยพระอินทร์ทราศน์เที้ยน เมามัน ชาติพระอินทรีย์องค์ อ่าแกล้ว ฉินโฉมพระฉัททันต์ ทรงเดช อย้ายอยู่ล้อมแลวล้ า เขื่อนขันธ์ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๓๕) ถอดความ ช้างชื่อไชยพระอินทราศย่อมเมามัน ช้างชื่อชาติพระอินทรีย์รูป สง่าและกล้าแกล้ว คล้ายโฉมช้างชื่อพระฉัททันต์ทรงอ านาจ ขยายอยู่ล้อมแล้วเกินกว่าเขื่อนขันธ์ กองทัพม้า แต่พลม้าแล้วเลอศ สรวลสวรรค์ เบญจสัตสังษยา คล่าวคล้อย สยามกรรณ์สุพรรณหงส์ เขียนแข่ง งามแฮ สรรพแคปหมอนทองห้อย ภู่พราย (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๔๗) ถอดความ เฉพาะแต่พลม้าก็ล้วนแล้วเลิศราวกบสรวงสวรรค์ นับจ านวนได้ ๕๐๐ เคลื่อนไปช้าๆ สยามกรรณกับสุพรรณหงส์เขียนแข่งก็ยังสู้ความงามไม่ได้ เครื่องประดับหลังม้ามี ลักษณะงอนเชิดขึ้น ภู่ ๒ ข้าง ห้อยจากปุุมข้างหูม้า จักรลักษณ์ศักดิพ่าห์แม้น แมนเฉลา แรงเรี่ยวแข็งขลังเร็ว รวจผ้าย อาภรณ์พันเหารัตน รายเรียบ กลับกลอกขวาซ้ายแผ้ว ผาดผัน (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๕๒)
๓๖ ถอดความ ม้าชื่อจักรลักษณ์ ม้าชื่อศักดิพาหเหมือนแมนมาหล่อเหลา มี เรี่ยวแรงแข็งขลังแล่นรวดเร็ว เครื่องประดับก็มากไปด้วยดวงแก้วเรียบร้อยกลับกลอกขวาซ้าย เครื่องประกอบกองทัพ การพรรณนาเครื่องประกอบกองทัพก็พรรณนาให้เห็นความยิ่งใหญ่ เช่น ธง เที่ยว และ กลิ้งกลดมีอยู่มากมายหลากหลาย จนตูมืดครึ้มไปทั่ว แพนทองสีเลื่อมพรายระยับรุ่งเรือง ทหารหาญ ต่างก็แห่แหนมารุมล้อมกันอย่างแน่นหนา และมีเสียงเครื่องดนตรีดังกึกก้อง ดังบท ประพันธ์ต่อไปนี้ ธงทยวหลายหลากกลิ้ง กลดไชย ชรอ่ าท้งงทางอา กาศกลุ้ม แพนทองพรรณรายไพ โรจโชติ หาญแห่จ้มจ้มล้อม หน่นนหนา ฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๕๕) ถอดความ ธงเที่ยวและกลิ้งกลดมีอยู่มากมาย จนดูมืดครึ้มไปหมด แพน ทองสีเหลืองเลื่อมอร่าม ทหารต่างก็แห่มารุมล้อมกันกันอย่างแน่นหนาและมีเสียงดนตรีประโคมดัง กึกก้อง ศวรศัพทคฤโฆษฆ้อง กลองไชย ทุ่มฟางแตรสงงชวา ปีห้อ มฤทิ้งค์ทรไนทรอ ทรุพราช ดังเดือดม้าพ่อก้อ โกรศกรยง ฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๕๖) ถอดความ ฟังเสียงอึกทึกครื้นเครงของฆ้องประจ าทัพและกลองไชย กลอง ส าหรับตีประโคม เสียงแตรสังข์ และปี่ห้อ ปี่ชวา เสียงตะโพน ปี่ไฉน เสียงซอ เครื่องประโคม ก็ส่ง เสียงดังไปไกล การพรรณนาฉากกองทัพนี้แสดงฝีมือการประพันธ์ของกวีเหมือนกับการ พรรณนาธรรมชาติ การพรรณนากองทัพในยวนพ่ายโคลงดั้น ไม่ว่าจะเป็นกองทัพส่วนใดล้วนมีส่วน คล้ายคลึงกัน ได้แก่ จ านวนที่มาก ความสามารถที่เก่งกล้า ความฮึกเหิมพร้อมในการรบ และความงาม ลักษณะเด่นของการพรรณนากองทัพในยวนพ่ายโคลงดั้น ก็คือ การกล่าวถึงชื่อชนิดของเรือต่างๆ ชื่อ ช้างและชื่อม้า ในท าเนียบมากล่าวพรรณนาไว้ ท าให้เห็นภาพกองทัพที่ยิ่งใหญ่และเป็นการบันทึก ข้อมูลกองทัพของไทยในอดีตไว้ด้วยการบรรยายกองทัพอย่างละเอียดนี้เป็นทั้งการแสดงฝีมือการ
๓๗ ประพันธ์อันยอดเยี่ยมของกวี และยังมีส่วนส าคัญในการแสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่และแสนยานุภาพ ทางการทหารของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ชัดเจนมากขึ้น เทศนาโวหาร เทศนาโวหาร เป็นโวหารที่เกี่ยวกับการสั่งสอนโดยใช้วิธีการชี้เเจงเหตุผล อธิบายคุณโทษ หรือกล่าวถึงข้อเท็จจริงโดยมุ่งหมายให้คติสอนใจ (กีรติ ธนะไชย, ๒๕๖๐: ๔๖) ยวนพ่ายโคลงดั้นมีหลักธรรมค าสอนที่สอดแทรกเข้ามาในบทประพันธ์ ดัง บทประพันธ์ต่อไปนี้ ทวิบททวิชาติเชื้อสุริยวงษ์ ท่านฤๅ ทวิคุณาธิกธรรม์ เลิศล้น ทวิพิธทวิธารทรง สุรยเสพย์ ไส้แฮ เทวภาพเทวฬหกพ้น แว่นไว (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๓) ถอดความ ทรงมีทางแห่งพระชาติก าเนิดจากเชื้อสุริยวงษ์ทั้งสองฝุาย ทรง เลิศด้วยคุณธรรม คือ หิริ โอตตัปปะ ทรงปฏิบัติกุศลธรรมและราชธรรมด้วยความกล้าหาญ ทรงเป็น พระราชาที่มีความกังขาสนเท่ห์ เหนือความแคล่วคล่องว่องไว ไตรย์ตรัสไกรเทพเรื้อง ไตรย์รัตน์ ไตรฌลกย์ไกรไตรภพ ทั่วแท้ ไกรไตรย์ปิฎกตรัส ไตรย์เพท ไกรทั่วไตรย์พิธแปล้ ปล่งชาญ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๔) ถอดความ ทรงรู้แจ้งในสุจริตสามดังเทพผู้เลิศไกร ถึงพร้อมด้วยแก้วสาม ประการ ทรงรู้โลกทั้งสามเห็นโลกทั้งสามทั่วทุกอย่าง ทรงเลิศด้วยธรรมค าสอนทั้งสามหมวด เลิศด้วย ลัทธิไสยศาสตร์ทั้งสาม ทรงรอบรู้ทั่ววิชาสามด้วยความช านาญ ตรีศรีตรีเนตรต้าน ตรีศัตดิ์ ก็ดี ตรัสท่านตรัสปานตรัส ท่านได้ ไตรย์ตรึงษ์ก็ดีตรัส ไตรย์ถ่อง ตรีโทษตรีคุณไท้ เลิศฦๅ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๕)
๓๘ ถอดความ ทรงศรีสามประการเสมอพระอินทร์ ทรงศักดิ์สามอย่าง ทรงมี พระราชด ารัสเหมือนพระพุทธด ารัส ทรงรู้แจ้งถึงไตรย์ตรึงษ์และไตรย์กุศล ทรงรู้ตรีโทษตรีคุณ ตุรทฤษฎิธรรมถ่องแจ้ง จตุรา คตมจตุรคุณฤๅ กีดกั้น จตุราคมารักษ์ จตุรโลกย แจ้งจตุรยุคชั้น ช่องกัล์ป (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๖) ถอดความ ทรงเห็นแจ้งในจตุรทฤษฎิธรรมและจตุราคตมะ ทรงแจ้งในจตุร คุณ หรือกีดกั้น ทรงระลึกรักษาอนุสสติทั้งสี่ และทรงแจ้งโลกทั้งสี่ ทรงแจ้งจตุรยุคทุกชั้นของช่องกัลป์ จตุรมรรคโยคแจ้ง จตุรพิธ เพริศแฮ แจ้ง(เพศ)จตุร พรรค์ฬ่อเลี้ยง จตุราวุธทิศ จตุรเทศ แจ้งจตุรพักตรเพี้ยง พ่างอาริย์ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๗) ถอดความ ทรงแจ้งในจตุโรบายและแจ้งในจตุรงค์ ทรงแจ้งในจตุรงค์ ทรง แจ้งในจตุริทธีฌาณทั่วทั้งสี่ประการ ทรงแจ้งพระจตุราริยสัจจ์โดยยิ่งยวด ทรงแจงจตุรผลและแก้ได้ ด้วยความช านาญ จตุโรบาเยศแจ้ง จตุรงค์ แจ้งจตุรฤทธิฌาน ทั่วแท้ จตุราริยสัตย์ทรง ทายาทย์ แจ้งจตุรผลแก้ ยอดชาญ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๘) ถอดความ ทรงแจ้งในจตุโรบายและแจ้งในจตุรงค์ ทรงแจ้งในจตุรงค์ ทรง แจ้งในจตุริทธีฌาณทั่วทั้งสี่ประการ ทรงแจ้งพระจตุราริยสัจจ์โดยยิ่งยวด ทรงแจงจตุรผลและแก้ได้ ด้วยความช านาญ เบ็ญจาวุธธราศบั้น เบญจางค์ เบ็ญจมารเบ็ญญา ผ่าแผ้ว เบ็ญจาพิทธยางค์ คญาเณศ
๓๙ เบ็ญจนิวรณ์แร้วร้าง ร่างเห็น (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๙) ถอดความ ทรงใช้อาวุธห้าอย่างทรงไว้ด้วยเบญจางค์ ทรงแตกออกเบญมาร ด้วยพระปัญญา ทรงท าเบญจกามคุณให้สะอาดด้วยองค์ญาณห้าประการ ทรงร้างบ่วงเบญจนิวรณ์ห่าง ไม่เห็นร่าง เบ็ญเจนทริเยศบั้น เบ็ญจานันตริยเบ็ญจัก ไปล่เปลื้อง เบ็ญจปกรณา พิธมารรค์ ก็ดี เบญจยศนั้นเรื้อง รวดพรหม (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๐) ถอดความ ทรงมีพลังในเบญจธรรมห้าประการ ทรงปลดเปลื้องไม่ให้มี เบญจานันตรืยกรรม ทรงทราบนิกายห้าประการและคติห้าประการ ทรงรับเบญยศเรืองไปถึงชั้น พรหม เบ็ญประสาทบั้น เบญจัศสกนธเบญจารมณ์ฤๅ ร่ าได้ แจ้งเบญจพยยัศน์ เลอศนิ ก็ดี เบญจพิมุตติท้าวไท้ ถี่แถลง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๑) ถอดความ ทรงทราบเบญจประสาททุกส่วน ทรงทราบเบญขันธ์และเบญจ อารมณ์ ทรงทราบเบญจพยยัศน์ทังห้าประการ ทรงทราบเบญจพิมุตติอย่างถี่ถ้วน ษฏคุณกษัตริยเตรศได้ โดยอรรถ ถ่องแฮ ษฏทวารษฏพัศดุแจง แจกถ้วน ษฏทวารษฏเคา- รพย์สาธุ ใส้แฮ ษฏนิวรณ์เว้นล้วน เผื่อพล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๒) ถอดความ ทรงบ าเพ็ญคุณหกโดยท่องแท้ทุกอรรถ ทรงแจกแจงเหตุทั้งหก และวัตถุทั้งหกได้ถูกถ้วน ทรงทราบทวารทั้งหกและเคารพทั้งหก ทรงเว้นนิวรณ์ทั้งหกเพื่อผล ษฏสารนยารภรู้ ฤๅมี อยดนา ษฏบ่ดลเดียงดล คอบเคื้อ
๔๐ ษฏพิธะรังสี เสาวภาศ ษฏสมบแก้วเกื้อ เกอดเกษม (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๓) ถอดความ ทรงมีพระทัยปราถนาและทรงรู้ในสารนิยารภไม่มีหยุด ทรง ทราบสิ่งที่ควรไม่ควรในการปกครอง ทรงทราบรัศมีอันงามหกอย่าง ทรงทราบรดูการทั้งหกรดูที่ ก่อให้เกิดความเกษมส าราญ สับดานุสรยาฆรไท้ ถาแถลงถ่อง ถ่องพ่อ สัลดเศกษาเปรม ปราชญ์แปล้ สับดครหาแสวง สับด่าห์ สับดนิรัชแก้ถ้วน ถ่องอรรถ์ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๔) ถอดความ ทรงทราบเรือนแห่งอนุสัยทั้งเจ็ดอย่างถ่องแถลง ทรงทราบพระ อริยบุคคลทั้งเจ็ดที่ปฏิบัติเพื่อมรรคผล ทรงทราบทางโคจรของดาวเคราะห์ทั้งเจ็ดในหนึ่งสัปดาห์ ทรง แก้ธรรมทั้งเจ็ดได้ครบถ้วนแจ่มแจ้ง สัปดนัคสัปดพ่าห์พร้อง สัปดสินธุ์ สัปดสีทันดรแจง แจกแจ้ง สัปดทักษิณยล สัปดธเนศ ก็ดี สัปดวิสุทธไท้แกล้ง ก่อผล (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๕) ถอดความ ทรงแจ้งสัตตปริภัณฑ์คีรีและสัปดพ่าห์ที่เรียกว่าแม่น้ าทั้งเจ็ด ทรงแจ้งสีทันดรสมุทรเจ็ดชั้นโดยแจ่มแจ้ง ทรงรู้จักทักขิไณยบุคคลทั้งเจ็ดและอริยทรัพย์ทั้งเจ็ด ทรง แจ้งในวิสุทธิทั้งเจ็ดด้วยการตั้งพระทัยก่อให้เกิดผล อัษฎโลกุดดเรศเรื้อง อัษฎฌาน อัษฎมงคลไคร เทียบไท้ อัษฎโลภาษฎาริยัษฎ พิบาก ก็ดี อัษฎเบ็ญญาได้ เชี่ยวชาญ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๖)
๔๑ ถอดความ ทรงทราบธรรมอันสูงสุดทั้งแปดและฌานทั้งแปด ทรงทราบ มงคลแปดไม่ใครเทียบได้ ทรงทราบที่มาของโลภทั้งแปดพระอริยแปด และผลแห่งมหาวิบากแปด ประการ ทรงไว้ซึ่งปัญญาแปดอย่างเชี่ยวชาญ อัษฎมิถยาภาคย์แม้ เมธา เที่ยงแฮ อัษฎกษิานอรรถ กล่าวแก้ อัษฎโลกธรรมม- ศรยสธุ ไส้แฮ อัษฎมัค ธ ไท้แท้ เที่ยงฌาณ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๗) ถอดความ ทรงทราบที่มาของความเห็นผิดแปดประการด้วยปัญญาที่ เที่ยงตรง ทรงทราบกสิณแปดด้วยการเพ่งและก าหนดลมหายใจและกล่าวแก้อรรถ ทรงทราบโลก ธรรมแปดและธรรมาศรัยแปดประการอย่างดี ทรงทราบมรรคแปด ทรงฌาณอันเที่ยง นพสัปดาวาศรู้ เรียงสบ สิ่งแฮ นพรูปเรียงนพมาน ล่งล้วน นพโลกุดดรจบ คุณโทษ ก็ดี นพสังษการแล้วถ้วน ถี่แถลง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๘) ถอดความ ทรงทราบภพอันเป็นที่อยู่แห่งสัตว์เรียกสัตตาวาส เรียงหนึ่งถึง เก้า ทรงทราบธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ตามล าดับเก้าประการ และทรงทราบมานะเก้าประการ ทรง ทราบโลกุตตรธรรมเก้าประการ ทรงทราบสังษการเก้าอย่างถี่ถ้วน ทศพิธธรรโมชแท้ ทศษกนธ์ ทศพัศดุ์ แสดงทศ- เกลศกลั้ว ทศกายพลทศ- พลภาคย์ ก็ดี ทศอศุภหมั้วห้อม ห่อษกนธ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๙) ถอดความ ทรงทราบโอชะแห่งธรรมสิบประการ และส่วนของสกนธสิบ ประการ ทรงทราบวัตถุทานสิบประการและกิเลสสิบประการ ทรงทราบทศกายพลสิบประการ และ ทศพลสิบประการ ทรงทราบอศุภสิบประการที่ห้อมล้อมอยู่ภายในขันธ์ ทศกุศลในสาครแท้ ทศธรรม์ ทศอกุศลทศกษิณ สืบสร้าง
๔๒ ทศบารมีสรร- เพชญพ่อ กลพ่อ ทศโกรธพระเจ้ามล้าง เน่งนอน (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๓๐) ถอดความ ทรงบ าเพ็ญทศกุศลใสสะอาดเหมือนแม่น้ าสาครด้วยทศธรรม์ ทรงไม่ด าเนินในทศอกุศลด้วยสืบสร้างทศกษิณ ทรงบ าเพ็ญทศบารมีเยี่ยงสมเด็จพระศรีสรรเพชญ ทรงล้างความโกรธสิบประการเยี่ยงพระเจ้าทรงล้างได้อย่างแน่นอน ทศบุญพระแต่งตั้ง แสวงสลัด บาปแฮ ทศนิชรยล ยิ่งผู้ ทศญาณทศพัศดุ์ ยลโยค ไส้แฮ ทศรูปพระเจ้ารู้ เรียบเรียง (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๓๑) ถอดความ ทรงบ าเพ็ญบุญกริยาวัตถุทั้งสิบและสลัดบาป ทรงบ าเพ็ญนิชรา วัตถุสิบประการยิ่งกว่าผู้ใด ทรงเลื่อมใสในทศญาณและทศพัสดุอย่างกล้าแข็งควบคู่กันไป ทรงทราบ ทศรูปพระองค์ ทรงเรียงรู้ตามล าดับ ๗.๑.๒ การใช้ภาพพจน์ในยวนพ่ายโคลงดั้น ภาพพจน์ คือ ถ้อยค าที่ท าให้เกิดภาพในใจ โดยใช้กลวิธีหรือชั้นเชิงในการเรียบเรียง ถ้อยค าให้มีพลังที่จะสัมผัสอารมณ์ของผู้อ่านจนเกิดความประทับใจ เกิดความเข้าใจลึกซึ้ง และเกิด อารมณ์สะเทือนใจมากกว่าถ้อยค าที่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา (จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ, ๒๕๕๐: ๕๓) ยวน พ่ายโคลงดั้นมีการใช้ภาพพจน์ ๓ ลักษณะ ได้แก่ อุปมา อุปลักษณ์ และอติพจน์ ๗.๑.๒.๑ อุปมา อุปมาเป็นภาพพจน์ที่ใช้เปรียบเทียบสิ่งหนึ่งว่ามีลักษณะเหมือนกับอีกสิ่ง หนึ่ง มักจะมีค าแสดงการเปรียบเทียบ เช่น เหมือน คล้าย เพียง ดัง ดุจ ยวนพ่ายโคลงดั้นมีการใช้ อุปมาในการสร้างวรรณศิลป์มากที่สุด โดยมีการเปรียบเทียบ ๔ ลักษณะดังต่อไปนี้ การเปรียบสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถกับเทพเจ้า ยวนพ่ายโคลงดั้นมีการเปรียบเทียบสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถว่า ทรงมี พระคุณสมบัติเหมือนกับเทพเจ้าหลายพระองค์ ดังนี้ พระพรหม กวีเปรียบสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถกับพระพรหมว่าทรงเป็น ผู้ด ารงโลกไว้เหมือนพระพรหม ดังเนื้อความต่อไปนี้ “พระกฤษฏิสงวน โลกพ้ยง พระพรหม”
๔๓ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๓๒) ถอดความ พระองค์ดูแลรักษาเหมือนพระพรหมที่ดูแลโลก พระพรหมเป็น หนึ่งในเทพเจ้าตรีมูรติ ซึ่งเป็นเทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดู พระพรหมเป็นเทพผู้สร้างโลกและสวรรค์ ถือเป็นปฐมเทพผู้สร้างสิ่งทั้งหมดเป็นมหาประชาบดียอดแห่งฤษีทั้งหลาย (เกื้อพันธุ์ นาคบุปผา, ๒๕๔๒: ๔๖) กวีเปรียบสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ทรงด ารงโลกไว้เหมือนพระพรหม คงจะหมายถึง การสร้างให้โลกนี้ยังคงด ารงอยู่ พระนารายณ์กวีเปรียบสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถกับพระนารายณ์ว่า ทรงดูแลรักษาโลกให้สงบสุขเหมือนพระนารายณ์ ดังเนื้อความต่อไปนี้ “พระรอบรักษพยงพิษณุ ผ่านเฝูา” (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๓๒) ถอดความ ทรงรักษาทั่วแผ่นดินเหมือนพระนารายณ์ และทรงมีพระปรีชาสามารถในการรบอย่างแกล้วกล้าเหมือนพระนารายณ์ ดังเนื้อความ ต่อไปนี้ “พระพ่างพระไพกุณฑ เกลื่อนแกล้ว" (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๑๙๐) ถอดความ ทรงขจัดความเดือดร้อนเหมือนพระอิศวร รวมทั้งยังทรงมีพระสิริโฉมและพระเดชานุภาพเหมือนพระนารายณ์ด้วย ดังเนื้อความต่อไปนี้ “พระโฉมเฉกนารายน์ เรื่องราช นั้นนแฮ ตาลเดช ตรัสเจ้าฟูา สี่มือฯ” (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๒๗๕) ถอดความ ทรงพระรูปโฉมเหมือนพระนารายณ์ พระราชาผู้เรืองโรจน์เกิด พระเดชเห็นแจ้งเหมือนพระนารายณ์ พระนารายณ์หรือพระวิษณุเป็นเทพเจ้าที่มีความเกี่ยวข้องกับ พระมหากษัตริย์ไทยมากที่สุด เพราะมีความคิดความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ไทยเป็นนารายณ์อวตาร พระนารายณ์เป็นเทพเจ้าที่มีหน้าที่ดูแลรักษาและปกปูองโลกให้มีความสงบสุข เมื่อใดบังเกิดมีเหตุร้าย ใหญ่หลวงขึ้นในโลก หรือมีความชั่วร้ายของผู้ใดผู้หนึ่งท าให้โลกเดือดร้อน พระนารายณ์ในหน้าที่ผู้ สงวนโลกต้องอวตารลงมาดับเข็ญ (เกื้อพันธุ์ นาคบุปผา, ๒๕๔๒: ๓๖) กวีเปรียบสมเด็จพระบรมไตร โลกนาถกับพระนารายณ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ก าจัดความไม่สงบสุขของบ้านเมือง จากการรุกรานของพระเจ้าติโลกราช ท าให้อาณาจักรกลับมามีความสงบสุขอีกครั้ง
๔๔ พระอิศวร กวีเปรียบสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถกับพระอิศวรว่าทรง ท าลายล้างความทุกข์โศกเหมือนพระอิศวร ดังเนื้อความต่อไปนี้ “พระผลาญพ่างพระสยม ภูวนารถ ใส้แฮ” (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๓๒) ถอดความ ทรงขจัดความเดือดร้อนเหมือนพระอิศวร พระอิศวรเป็นเทพ เจ้าที่ทรงมีพระเมตตาอย่างมาก พระองค์มักจะประทานพรให้แก่เหล่าเทวดา ฤษี และอสูรทั้งหลาย จนหลายครั้งผู้รับพรจากพระอิศวรไปก็ใช้พรนั้น ในทางท าลายผู้คนและโลก แม้ว่าพระองค์ทรงมี พระทัยเมตตาอย่างมาก แต่พระองค์ก็ทรงมีพลานุภาพแห่งการท าลายล้างอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะเนตรที่ ๓ ตรงพระนลาฏที่สามารถบันดาลให้เป็นไฟ ผลาญทุกอย่างได้จนหมดสิ้น พระ อิศวรจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการท าลาย กวีน าพระอิศวรมาใช้เปรียบกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระอินทร์กวีเปรียบสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถกับพระอินทร์ว่าทรงต่อสู้ กับศัตรูได้เก่งกล้าเหมือนพระอินทร์ ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้ สรรเพชญกรูเกลื่อนพ้อง พลพฤนทร โจมจ่ายลาวภาฤทธิ์ ร่อนแกล้ว พยงพระสุรินทรา ธิกราช ตามต่อยไพริศแล้ว เลอศบรรพ์ ฯ (ยวนพ่ายโคลงดั้น: โคลงบทที่ ๙๗) ถอดความ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เคลื่อนพลเข้าไปต่อสู้อย่างเก่งกล้า เปรียบเหมือนพระสุรินทราธิกราชตามตีข้าศึกแล้วเป็นเลิศในปางพรรค์ นอกจากนี้ กวียังเปรียบชัยชนะของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเหมือนกับ พระเดชานุภาพของพระอินทร์อีกด้วย ดังเนื้อความต่อไปนี้ “ชยชยพ่อพยงอิน ทรนุภาพ” (ยวนพ่ายโคลง ดั้น โคลงบทที่ ๒๙๒) ถอดความ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเคลื่อนพลเข้าปะทะด้วยก าลัง ทหาร โจมตีเหมือนพระอินทร์ผู้เป็นเจ้าแห่งเทวดาก าลังต่อสู้กับท้าวเวสจิตราสูร พระอินทร์เป็นเทพเจ้าที่มีบทบาทอยู่ทั้งในศาสนาพราหมณ์ฮินดูและ ศาสนาพุทธ พระอินทร์ทางพุทธศาสนาเป็นพระอินทร์ที่เคารพนับถือพุทธธรรม ซึ่งในคัมภีร์จีนและ พม่าก็กล่าวยืนยันว่าท้าวสักกะเทวราชหรือพระอินทร์เป็นผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา (ส.พลายน้อย, ๒๕๕๕: ๑๖๘) ส่วนในศาสนาพราหมณ์ฮินดู พระอินทร์เคยเป็นเทพเจ้าที่ส าคัญอย่างมากก่อนที่คน