แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ระดับประถมศึกษา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำ เภอพระประแดง สำ นักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสมุทรปราการ
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1 พว12010 จำนวน 2 หน่วยกิต 80 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่........ วันที่..........เดือน..........................พ.ศ................. -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย ประเทศในกลุ่มอาเซียน และโลก มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเห็นคุณค่าเกี่ยวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นประเทศและโลก สาร แรง พลังงาน กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก และดาราศาสตร์ มีจิตวิทยาศาสตร์และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน การดำเนินชีวิต ตัวชี้วัด 1. บอกสัดส่วนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยประเทศในอาเซียนและโลก 2. ตระหนักถึงสถานการณ์ของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย 3. วิเคราะห์สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย 4. เปรียบเทียบสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย ประเทศในอาเซียนและโลก เนื้อหา 1. สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย 1.1 สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ ของประเทศไทย 1.2 การใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาในหนึ่งวันของประเทศไทย 1.3 สภาพปัจจุบันและแนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้า 1.4 แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) 2. สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศในกลุ่มอาเซียน 3. สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของโลก การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ทำแบบทดสอบก่อนเรียน - ครูและผู้เรียนร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับเรื่อง 1. สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย 1.1 สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ ของประเทศไทย 1.2 การใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาในหนึ่งวันของประเทศไทย 1.3 สภาพปัจจุบันและแนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้า
1.4 แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) 2. สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศในกลุ่มอาเซียน 3. สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของโลก ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ผู้เรียนศึกษาจากใบความรู้ คลิปวิดีโอเสริมความรู้และจากสื่อต่าง ๆ - ครูและผู้เรียนนำความรู้ที่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ - ครูและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับ ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในชีวิตประจำวัน ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปหลังจากทุกกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน - การสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม - มอบหมายให้ทำใบงาน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1 พว12010ระดับประถมศึกษา - แบบทดสอบก่อนเรียน - ใบงาน - คลิปวิดีโอเสริมความรู้ - Internet การวัดและประเมินผล - ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1 พว12010 จำนวน 2 หน่วยกิต 80 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่........ วันที่..........เดือน..........................พ.ศ................. ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง เชื้อเพลิงและพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเห็นคุณค่าเกี่ยวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นประเทศและโลก สาร แรง พลังงาน กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก และดาราศาสตร์ มีจิตวิทยาศาสตร์และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน การดำเนินชีวิต ตัวชี้วัด เชื้อเพลิงและพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า 1. อธิบายกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแต่ละประเภท 2. เปรียบเทียบต้นทุนการผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยจากเชื้อเพลิงแต่ละประเภท 3. เปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัดของเชื้อเพลิงและพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า 4. วิเคราะห์ศักยภาพพลังงานทดแทนที่มีในชุมชนของตนเอง เนื้อหา 1. เชื้อเพลิงฟอสซิล 1.1 ถ่านหิน 1.2 น้ำมัน 1.3 ก๊าซธรรมชาติ 2. พลังงานทดแทน 2.1 พลังงานลม 2.2 พลังงานน้ำ 2.3 พลังงานแสงอาทิตย์ 2.4 พลังงานชีวมวล 2.5 พลังงานความร้อนใต้พิภพ 2.6 พลังงานนิวเคลียร์ 3. การวิเคราะห์ศักยภาพพลังงานทดแทนในชุมชน 3.1 พลังงานทดแทนในชุมชน 3.2 พลังงานทดแทนจากกระแสลม 3.3 พลังงานทดแทนจากพลังน้ำ 4. ต้นทุนการผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยจากเชื้อเพลิงแต่ละประเภท 5. ข้อดีและข้อจำกัดของการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแต่ละประเภท
การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ครูและผู้เรียนร่วมกันสร้างความเข้าใจเรื่องเชื้อเพลิงและพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า - ครูและผู้เรียนร่วมกันเปรียบเทียบและวิเคราะห์ศักยภาพพลังงานทดแทนที่มีในชุมชน ของตนเอง และนำเสนอหน้าชั้น ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องเชื้อเพลิงและพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า - ครูและผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยใช้คำถามปลายเปิดในการชวนคิด ชวนคุยเพื่อหาข้อสรุปในการ เปรียบเทียบต้นทุนการผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยจากเชื้อเพลิงแต่ละประเภท และข้อดีและข้อจำกัด ของการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแต่ละประเภท - ครูให้ผู้เรียนทำใบงานส่ง และร่วมกันเฉลย - แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละไม่เกิน 5 คน ในการจัดทำรายงานเรื่อง เชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงาน ทดแทน พลังงานทดแทนในชุมชน แล้วนำเสนอในวันพบกลุ่ม ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ผู้เรียนสรุป จัดทำรายงาน และรวบรวมไว้ในแฟ้มสะสมงาน - ครูแก้ไขข้อบกพร่อง ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ตรวจใบงาน - สังเกตการณ์มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม - แบบทดสอบออนไลน์ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1 พว12010ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย - แบบทดสอบออนไลน์ - ใบงาน - คลิปวิดีโอเสริมความรู้ - Internet การวัดและประเมินผล - ประเมินจากใบงาน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม
- ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1 พว12010 จำนวน 2 หน่วยกิต 80 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่........ วันที่..........เดือน..........................พ.ศ................. ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง โรงไฟฟ้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเห็นคุณค่าเกี่ยวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นประเทศและโลก สาร แรง พลังงาน กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก และดาราศาสตร์ มีจิตวิทยาศาสตร์และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน การดำเนินชีวิต ตัวชี้วัด 1. อธิบายผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโรงไฟฟ้า 2. อธิบายการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้า 3. อธิบายข้อกำหนดเกี่ยวกับการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ (EHIA) 4. เปรียบเทียบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และ สุขภาพ (EHIA) 5. มีเจตคติที่ดีต่อโรงไฟฟ้าแต่ละประเภท เนื้อหา 1. ผลกระทบและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 1.1 ด้านอากาศ 1.2 ด้านน้ำ 1.3 ด้านเสียง 2. ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าด้านสิ่งแวดล้อม 2.1 การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) 2.2 การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ (Environmental Health Impact Assessment : EHIA) การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง
- ครูนำภาพเกี่ยวกับมลพิษด้านต่างๆ ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ภาพการปล่อยควันดำที่มาจากโรงงาน อุตสาหกรรม แหล่งน้ำเน่าเสีย มลพิษทางเสียง มาให้ผู้เรียนดู แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น เช่น 1. ผู้เรียนรู้สึกอย่างไร เมื่อดูภาพต่างๆ 2. ถ้าผู้เรียนต้องเข้าไปอยู่ในสถานที่ดังกล่าว จะมีผลเป็นอย่างไร 3. สาเหตุของการเกิดมลพิษด้านต่าง ๆ มาจากสิ่งใด - ผู้เรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การ เรียนรู้เรื่องโรงไฟฟ้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อม ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูให้ผู้เรียนศึกษาผลกระทบและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโรงไฟฟ้าด้านอากาศ ด้านน้ำ และด้านเสียง จากใบความรู้และในหนังสือเรียน จากนั้นครูเปิดคลิปวีดีโอเกี่ยวกับมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม กฟผ.เหมืองแม่เมาะ ให้ผู้เรียนดูเพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจมากยิ่งขึ้น - แบ่งผู้เรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าด้านสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ - แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อที่กำหนด 1. กลุ่มที่ 1 เรื่อง การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) 2. กลุ่มที่ 2 เรื่อง การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ (Environmental Health Impact Assessment : EHIA) - สมาชิกกลุ่มนำข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อนๆ สมาชิกในกลุ่มฟัง รวมทั้งร่วมกันอภิปราย ซักถามจนคาดว่าสมาชิกทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน - สมาชิกกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้ทั้งหมดเป็นผลงานของกลุ่ม - แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลจากการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน - ผู้เรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม - ครูอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับเจตคติที่ดีต่อโรงไฟฟ้าแต่ละประเภท จากนั้นให้ผู้เรียนทำใบงาน ที่ 14 ส่ง และทำแบบทดสอบออนไลน์ ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปผลการเรียนรู้ จดบันทึกผลการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ตรวจใบงาน - สังเกตการณ์มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม - แบบทดสอบหลังเรียนออนไลน์ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1 พว12010ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย - แบบทดสอบหลังเรียนออนไลน์ - ใบงาน
- คลิปวิดีโอเสริมความรู้ - Internet การวัดและประเมินผล - ประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชา โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทร02006 จำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมาย แนวคิดและหลักการของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความหมาย แนวคิดและหลักการของโครงงานเพื่อพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ ประเภทของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะที่จำเป็นในการทำโครงงานเพื่อ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ การเตรียมการและกระบวนการจัดทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ และการสะท้อน ความคิดเห็นต่อโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตัวชี้วัด 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมายแนวคิดและหลักการของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ เรียนรู้ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการจำแนกประเภทของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ 4. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถเตรียมการและดำเนินการจัดทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ เรียนรู้ได้ 5. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดี และสามารถสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงานเพื่อพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ เนื้อหา 1. ความหมายของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ 2. แนวคิดของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ 3. หลักการของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - ครูกล่าวทักทายผู้เรียน - ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน - ครูและผู้เรียนร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับความหมายของโครงงานเพื่อพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ - ครูแจ้งวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามเนื้อหาสาระการเรียนรู้
ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูและผู้เรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับความหมายของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ - ครูแนะนำวิธีการเรียนรู้แนวคิดของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ - ครูแบ่งกลุ่มและมอบหมายให้ผู้เรียนยกตัวอย่างโครงงานประเภทต่างๆและให้ทำและนำเสนอหน้าชั้น เรียน ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำผลการระดมความคิดในกลุ่ม ของตนเองออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน - ผู้เรียนทำใบงานเพื่อทดสอบความรู้ ความเข้าใจ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปหลังจากทุกกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน - ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน - ครูเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - ใบความรู้ - แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน - ใบงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม การวัดและประเมินผล - ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชา โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทร02006 จำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ประเภทของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะที่จำเป็นในการทำ โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความหมาย แนวคิดและหลักการของโครงงานเพื่อพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ ประเภทของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะที่จำเป็นในการทำโครงงานเพื่อ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ การเตรียมการและกระบวนการจัดทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ และการสะท้อน ความคิดเห็นต่อโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตัวชี้วัด 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมายแนวคิดและหลักการของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ เรียนรู้ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการจำแนกประเภทของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ 4. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถเตรียมการและดำเนินการจัดทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ เรียนรู้ได้ 5. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดี และสามารถสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงานเพื่อพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ เนื้อหา การจัดทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้นอกจากผู้เรียนจะต้องรู้และเข้าใจถึงความหมาย แนวคิดและหลักการของโครงงานแล้ว ผู้เรียนยังจะต้องรู้เข้าใจและมีทักษะในการจำแนกรูปแบบของโครงงาน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการจัดทำโครงงานได้อย่างมีเป้าหมายชัดเจนและนำไปสู่ความสำเร็จ คือ เกิดการเรียนรู้ และค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - ครูกล่าวทักทายผู้เรียน - ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน - ครูและผู้เรียนร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเภทขอโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ เรียนรู้แบ่งออกได้กี่ประเภทครูยกตัวอย่าง - ครูแจ้งวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามเนื้อหาสาระการเรียนรู้
ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูและผู้เรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ - ครูแนะนำวิธีการเรียนรู้แนวคิดการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ประเภทต่างๆและทักษะ ต่าง ๆ ในการทำโครงงาน ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ครูแบ่งกลุ่มและมอบหมายให้ผู้เรียนยกตัวอย่างโครงงานประเภทต่างๆและให้ทำและนำเสนอหน้าชั้น เรียน - ครูผู้สอนสรุปองค์ความรู้และประเด็นสำคัญจากการนำเสนอและร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่อง ดังกล่าวเพิ่มเติม ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปหลังจากทุกกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน - ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน - ครูเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - ใบความรู้ - แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน - ใบงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม การวัดและประเมินผล - ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - โครงงาน - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชา โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทร02006 จำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การเตรียมการและกระบวนการจัดทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความหมาย แนวคิดและหลักการของโครงงานเพื่อพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ ประเภทของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะที่จำเป็นในการทำโครงงานเพื่อ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ การเตรียมการและกระบวนการจัดทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ และการสะท้อน ความคิดเห็นต่อโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตัวชี้วัด 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมายแนวคิดและหลักการของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ เรียนรู้ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการจำแนกประเภทของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ 4. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถเตรียมการและดำเนินการจัดทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ เรียนรู้ได้ 5. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดี และสามารถสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงานเพื่อพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ เนื้อหา กระบวนการทำโครงงานเป็นขั้นตอนการเรียนรู้ที่สำคัญ เพราะจะทำให้ผู้เรียนได้นำความรู้เกี่ยวกับ การทำโครงงานไปสู่การแสวงหาองค์ความรู้ในทางปฏิบัติได้อย่างเป็นประโยชน์แต่ในระดับการเรียนชั้นนี้ การเรียนรู้กระบวนการของโครงงานจะได้นำเสนอในลักษณะที่เป็นพื้นฐานเพื่อให้ผู้เรียนไประยุกต์ใช้ในโอกาส ต่อไปได้อย่างหลากหลาย การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - ครูกล่าวทักทายผู้เรียน - ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน - ครูและผู้เรียนร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเภทขอโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการ เรียนรู้แบ่งออกได้กี่ประเภทครูยกตัวอย่าง - ครูแจ้งวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามเนื้อหาสาระการเรียนรู้
ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูและผู้เรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ - ครูแนะนำวิธีการเรียนรู้ให้มีความสงสัยใคร่รู้สามารถตั้งคำถามอย่างมีเหตุผลในทำโครงงานเพื่อ พัฒนาทักษะการเรียนรู้เรียงลำดับการจัดทำโครงงาน - ครูแบ่งกลุ่มและมอบหมายให้ผู้เรียนยกตัวอย่างโครงงานประเภทต่างๆและให้ทำและนำเสนอหน้าชั้น เรียน - ครูผู้สอนสรุปองค์ความรู้และประเด็นสำคัญจากการนำเสนอและร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่อง ดังกล่าวเพิ่มเติม ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ครูแบ่งกลุ่มและมอบหมายให้ผู้เรียนยกตัวอย่างโครงงานประเภทต่างๆและให้ทำและนำเสนอหน้าชั้น เรียน - ครูผู้สอนสรุปองค์ความรู้และประเด็นสำคัญจากการนำเสนอและร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่อง ดังกล่าวเพิ่มเติม ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปหลังจากทุกกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน - ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน - ครูเฉลยแบบทดสอบหลังเรียน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - ใบความรู้ - แบบทดสอบหลังเรียน - ใบงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม การวัดและประเมินผล - ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - โครงงาน - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาทักษะการประกอบอาชีพ อช11002 จำนวน 4 หน่วยกิต 160 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความจำเป็นในการฝึกทักษะ กระบวนการผลิตกระบวนการตลาดที่ใช้ นวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอาชีพ มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจทักษะในการพัฒนาอาชีพที่ตัดสินใจเลือกบนพื้นฐานความรู้ กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีที่เหมาะสม และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ตัวชี้วัด 1. อธิบายความจำเป็นในการฝึกทักษะ กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี เนื้อหา 1. ความจำเป็นในการฝึกทักษะ เพื่อพัฒนาอาชีพ 2. ความจำเป็นในการพัฒนาการผลิต 3. ความจำเป็นในการพัฒนากระบวนการตลาด การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ทำแบบทดสอบก่อนเรียน - ครูพูดคุยเกี่ยวกับสภาพปัญหาในการประกอบอาชีพ ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และสามารถนำทักษะและ กระบวนการผลิต คือ ทุน แรงงาน สถานที่ การจัดการเข้ามาบริหารจัดการโดยใช้นวัตกรรมและ เทคโนโลยี พร้อมกับกระบวนการตลาดที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้อย่างไร ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูนำสินค้าชนิดเดียวกัน แต่คนละยี่ห้อมาให้ผู้เรียนเปรียบเทียบสินค้าทั้งสองชนิดในชั้นเรียนในเรื่อง 1.1 ราคา 1.2 ผลิตภัณฑ์ 1.3 ช่องทางการจัดจำหน่าย 1.4 การส่งเสริมการขาย - ครูให้ผู้เรียน แบ่งเป็น 3 กลุ่มๆละ เท่าๆ กัน โดยกำหนดประเด็นการศึกษาค้นคว้า 1. ความจำเป็นในการพัฒนาการผลิต 2. ความจำเป็นในการพัฒนากระบวนการตลาด 3. ความจำเป็นในการฝึกทักษะเพื่อพัฒนาอาชีพ 4. สรุปเป็นรายงาน 1 เล่ม
ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ให้ผู้เรียนวิเคราะห์อาชีพที่สนใจ ให้ครอบคลุมเนื้อหาความจำเป็นทั้งสามหัวข้อ พร้อมนำเสนอหน้าชั้น เรียน ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปหลังจากทุกกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน - การสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม - ชิ้นงาน/ผลงาน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาทักษะการประกอบอาชีพอช11002ระดับประถมศึกษา - แบบทดสอบก่อนเรียน - ใบงาน - เล่มรายงาน การวัดและประเมินผล - ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
กิจกรรมที่ 1 แบบวิเคราะห์อาชีพเพื่อการพัฒนาอาชีพ ให้ผู้เรียนแต่ละคนไปสอบถามผู้รู้ที่ประกอบอาชีพที่ผู้เรียนสนใจหรืออาชีพที่ตนเองประกอบการอยู่ เกี่ยวกับสถานที่ดำเนินงานและสิ่งที่ควรปรับปรุง ทั้งด้านกระบวนการผลิต และกระบวนการตลาด แล้วบันทึก ลงในแบบบันทึก แบบบันทึก วิเคราะห์อาชีพเพื่อพัฒนาอาชีพ ชื่อผู้รู้....................................................................... อาชีพ.................................................................. ที่อยู่...................................................................................................................................................... เรื่อง สรุปผล ข้อเสนอแนะ กระบวนการผลิต 1.1 การใช้ทุน มีการใช้ทุนประเภทใดบ้างและพัฒนาอย่างไร มีสภาพ ปัญหา อุปสรรคอย่างไรและควรปรับปรุงอย่างไร 1.2 การใช้แรงงาน แรงงานที่ใช้งานเป็นแรงงานประเภทใด มีปัญหา อุปสรรคอย่างไร และควรปรับปรุงอย่างไร 1.3 สถานที่ทำกิน มีการพัฒนาสถานที่ทำกินมากน้อยเพียงใด เป็นของตัวเองหรือเช่า มีปัญหาอุปสรรคอย่างไรและควรปรับปรุงอย่างไร 1.4 การจัดการ มีวิธีการพัฒนาการจัดการด้านการวางแผน การดำเนินการตาม แผน มีการจดบันทึก มีการทำบัญชีรับ-จ่ายหรือไม่และคุ้มค่ากับ การลงทุนหรือไม่ มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร และควรปรับปรุง อย่างไร
เรื่อง สรุปผล ข้อเสนอแนะ กระบวนการตลาด 2.1 ผลผลิต/ผลิตภัณฑ์/การบริการ มีการผลิตสินค้าและการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการ ของลูกค้าหรือไม่และพัฒนาอย่างไร มีปัญหา อุปสรรค อย่างไร และควรปรับปรุงอย่างไร 2.2 ราคา มีการตั้งราคาและการปรับปรุงการตั้งราคาที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด คุ้มกับการลงทุน และราคาขายของคู่แข่งขันเป็น อย่างไร มีปัญหาอุปสรรคอย่างไรและควรปรับปรุงอย่างไร 2.3 ช่องทางการจัดจำหน่าย มีช่องทางการจัดจำหน่ายและการพัฒนาช่องทางการจัด จำหน่ายหรือไม่อย่างไร มีปัญหา อุปสรรค อย่างไรและควร ปรับปรุงอย่างไร 2.4 การส่งเสริมการขาย มีการส่งเสริมการขายและการพัฒนาการส่งเสริมการขายหรือไม่ อย่างไร มีปัญหา อุปสรรคอย่างไรและควรปรับปรุงอย่างไร (.............................................................) ผู้รู้/ภูมิปัญญาท้องถิ่น
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาทักษะการประกอบอาชีพ อช11002 จำนวน 4 หน่วยกิต 160 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ความหมาย ความสำคัญของการจัดการอาชีพ มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจทักษะในการพัฒนาอาชีพที่ตัดสินใจเลือกบนพื้นฐานความรู้ กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีที่เหมาะสม และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ตัวชี้วัด 1. อธิบายความหมาย ความสำคัญของการจัดการอาชีพ และระบบการจัดการ เพื่อการพัฒนาอาชีพ โดย ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา เนื้อหา 1. อธิบายความหมายความสำคัญของการจัดการอาชีพ 2. อธิบายความหมายความสำคัญของการจัดการอาชีพ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ครูและผู้เรียนพูดคุยเรื่องภูมิปัญญาในท้องถิ่น และยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของภูมิปัญญาใน ท้องถิ่นที่ผู้เรียนรู้จัก - ครูและผู้เรียนร่วมกันพูดคุยเกี่ยวกับสินค้าของภูมิปัญญาชุมชน ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิ ปัญญาของคนในชุมชน ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าความหมายความสำคัญของการจัดอาชีพและระบบการจัดการเพื่อพัฒนา อาชีพโดยประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา จากอินเทอร์เน็ต หนังสือแบบเรียน และสื่อภายใน กศน.ตำบล ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - กิจกรรม ภูมิปัญญาที่ต้องใช้ในการพัฒนาอาชีพ ให้ผู้เรียนสรุปความรู้ของภูมิปัญญาที่ได้เชิญมาให้ความรู้ลงในแบบบันทึกดังนี้
แบบบันทึก อาชีพ ....................................................................................................................... ชื่อผู้รู้........................................................................................................................ การวางแผนการประกอบอาชีพ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ระบบการจัดการอาชีพ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณธรรมในการประกอบอาชีพ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. การนำความรู้ที่ได้รับจากภูมิปัญญา นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขั้นตอนที่ ๔ การประเมินผล ( E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปหลังจากทุกกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน - การสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม - ชิ้นงาน/ผลงาน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาทักษะการประกอบอาชีพอช11002ระดับประถมศึกษา - ใบงาน การวัดและประเมินผล - ประเมินจากใบงาน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาทักษะการประกอบอาชีพ อช11002 จำนวน 4 หน่วยกิต 160 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ทักษะการพัฒนาอาชีพ มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจทักษะในการพัฒนาอาชีพที่ตัดสินใจเลือกบนพื้นฐานความรู้ กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีที่เหมาะสม และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ตัวชี้วัด 1. สำรวจแหล่งเรียนรู้ และสถานที่ฝึกทักษะในการพัฒนาอาชีพ เนื้อหา 1. แหล่งเรียนรู้ และสถานที่ฝึกอาชีพ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ครูและผู้เรียนพูดคุย ซักถาม เกี่ยวกับอาชีพในชุมชน 1. ครูให้ผู้เรียน เขียนอาชีพที่มีอยู่ในท้องถิ่น 2. เรียงลำดับความต้องการของตลาดแรงงานในชุมชน 3. ครูให้ผู้เรียน เขียนชื่อกิจการ ที่มีแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าว ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) 2.1 ครูเปิด วีดีทัศน์ ให้ผู้เรียน เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2.2 ครูให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าความหมายความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาอาชีพ ดังต่อไปนี้ จาก กศน.ตำบล สื่อ อินเทอร์เน็ต ห้องสมุดประชาชน 2.2.1 แหล่งเรียนรู้ 2.2.2 แหล่งเงินทุน 2.2.3 แหล่งวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร 2.2.4 แหล่งแรงงาน 2.2.5 ตลาด
ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - กิจกรรมที่ การสำรวจแหล่งที่เอื้อต่อการพัฒนาอาชีพ ให้ผู้เรียนสำรวจแหล่งที่เอื้อต่อการพัฒนาอาชีพของผู้เรียนในชุมชนว่า มีแหล่งใดบ้าง ตั้งอยู่ที่ใด มี เงื่อนไขการให้บริการอย่างไร แบบฝึกหัด แหล่งที่เอื้อต่อการพัฒนาอาชีพ ชื่อผู้สำรวจ..................................................................... แหล่ง ชื่อ-ที่ตั้ง การให้บริการ 1. แหล่งเรียนรู้ 2. แหล่งแรงงาน 3. แหล่งเงินทุน 4. แหล่งวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักร 5. ตลาด
3.2 ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ตนเอง ในการพัฒนาอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตารางวิเคราะห์ความพอเพียงของตนเองเพื่อพัฒนาอาชีพ กิจกรรม ความรู้ คุณธรรม พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ขั้นตอนที่ ๔ การประเมินผล ( E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปหลังจากทุกกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน - การสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม - ชิ้นงาน/ผลงาน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาทักษะการประกอบอาชีพอช11002ระดับประถมศึกษา - ใบงาน - เล่มรายงาน การวัดและประเมินผล - ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม
- ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาทักษะการประกอบอาชีพ อช11002 จำนวน 4 หน่วยกิต 160 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การวางแผนและการฝึกทักษะอาชีพ มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจทักษะในการพัฒนาอาชีพที่ตัดสินใจเลือกบนพื้นฐานความรู้ กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีที่เหมาะสม และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ตัวชี้วัด 1. การวางแผนการฝึกทักษะอาชีพโดยพัฒนาต่อยอดและประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา 2. ฝึกทักษะอาชีพตามแผนที่กำหนดไว้ได้โดยมีการบันทึกขั้นตอนการฝึกทุกขั้นตอน เนื้อหา 1. การวางแผนโดยกำหนดสิ่งต่างๆ ดังนี้ 1.1 ความรู้และทักษะที่ต้องฝึก 1.2 วิธีการฝึก 1.3 แหล่งฝึก 1.4 วันเวลาในการฝึก 2. การฝึกทักษะอาชีพ 2.1 การจดบันทึก 2.2 ปัญหาและการแก้ปัญหา 2.3 ข้อเสนอแนะ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ครูและผู้เรียน พูดคุยเกี่ยวกับสถานที่ฝึกอาชีพที่มีทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่มีหน้าที่ ในการอบรมและ พัฒนาอาชีพให้กับผู้สนใจ และต้องการเพิ่มพูนทักษะอาชีพ ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) 1. ครูให้ผู้เรียนร่วมออกแบบสมุดบันทึกการฝึกงาน ตามหัวข้อต่อไปนี้ 1.1. ข้อมูลทั่วไป 1.2. กระบวนการผลิต 2. ครูและผู้เรียนศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งฝึกทักษะอาชีพในชุมชน 3. ผู้เรียนจัดทำสมุดบันทึกการฝึกงานของตัวเอง
ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) 1. ผู้เรียนปฏิบัติงานในแหล่งเรียนรู้ และจดบันทึกขั้นตอนควรฝึกทุกขั้นตอน 2. ครูติดตามดูแลการฝึกงานของผู้เรียน 3. นักเรียนสรุปและรายงานผล จากการฝึกงาน 1. ให้ผู้เรียนเขียนแผนการฝึกอาชีพโดยมีหัวข้อหัวกำหนดดังต่อไปนี้ 1. อาชีพที่ต้องการฝึก 2. วิธีการฝึกต้องทำอย่างไรบ้าง 3. สถานที่ในการฝึก 4. วันเวลาในการฝึก 5. บันทึกการฝึกอาชีพตามขั้นตอนโดยละเอียด
กิจกรรมที่ ภูมิปัญญาที่ต้องใช้ในการพัฒนาอาชีพ 1. ให้ผู้เรียนเขียนแผนการฝึกอาชีพโดยมีหัวข้อหัวกำหนดดังต่อไปนี้ แบบบันทึก อาชีพที่ต้องการฝึก........................................................... วันเวลาในการฝึก................................................................ วิธีการฝึก……………………………………………………………………………….…………… สถานที่ในการฝึก………………………...………………………………………………..………… คุณธรรมในการประกอบอาชีพ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………… วันเวลาในการฝึก.............................................................................................................................. บันทึกการฝึกอาชีพตามขึ้นตอนโดยละเอียด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปหลังจากทุกกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน - การสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม - ชิ้นงาน/ผลงาน - แบบทดสอบหลังเรียน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาทักษะการประกอบอาชีพอช11002ระดับประถมศึกษา - แบบทดสอบก่อนเรียน - ใบงาน - เล่มรายงาน การวัดและประเมินผล - ประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาวิทยาศาสตร์ พว11001 จำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ธรรมชาติทางวิทยาศาสตร์และทักษะทางวิทยาศาสตร์มาตรฐานการเรียนรู้ มีมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตัวชี้วัด 1. อธิบายธรรมชาติและความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เนื้อหา 1. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1.1 ความหมายและความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.2 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1.2.1 วิธีการทางวิทยาศาสตร์5 ขั้น 1.2.2 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์13 ทักษะ 1.2.3 เจตคติทางวิทยาศาสตร์6 ลักษณะ 1.2.4 จิตวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ทำแบบทดสอบก่อนเรียน - ครูพูดคุยกับนักศึกษา ถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของคนเรา เช่น ด้านการสื่อสาร เทคโนโลยีด้านการแพทย์ เทคโนโลยีด้านอวกาศ ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูกับผู้เรียนร่วมกันวางแผนการเรียนรู้ในเรื่อง ธรรมชาติและความสำคัญของวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี - ครูสนทนากับผู้เรียนเกี่ยวกับความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - แบ่งกลุ่มผู้เรียนกลุ่มละ 3 คน ให้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศึกษาใบความรู้เรื่อง ธรรมชาติทาง วิทยาศาสตร์และทักษะทางวิทยาศาสตร์ แล้วทำกิจกรรมในใบงาน - ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปกิจกรรมจากใบความรู้ - ครูกับผู้เรียนร่วมกันสรุป ความรู้ที่ได้รับ
ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปหลังจากทุกกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน - การสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม - ชิ้นงาน/ผลงาน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ พว21001 ระดับประถมศึกษา - แบบทดสอบก่อนเรียน - ใบงาน - เล่มรายงาน การวัดและประเมินผล - ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
ใบงานที่ 1. ให้นักศึกษาอธิบายทักษะทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ 2. แบ่งกลุ่มและร่วมกันอภิปราย สรุป 6 คุณลักษณะของบุคคลที่มีจิตวิทยาศาสตร์ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................
แบบทดสอบย่อย จงนำตัวอักษรหน้าทักษะต่าง ๆ ไปเติมหน้าข้อที่สัมพันธ์กัน ก. ทักษะการสังเกต ข. ทักษะการวัด ค. ทักษะการคำนวณ ง. ทักษะการจำแนกประเภท จ. ทักษะการทดลอง ............1. ม้ามี 4 ขา สุนัข มี4 ขา ไก่มี 2 ขา นกมี 2 ขา ช้างมี 4 ขา ............2.ด.ญ.วิไล วัดอุณหภูมิของอากาศได้ 40 ํC ............3. ด.ญ.อริษากำลังทดสอบวิทยาศาสตร์ ............4. ด.ญ. พนิดา กำลังเทสารเคมี ............5. ด.ช. สุบินใช้ตลับเมตรวัดความยาวของสนามตะกร้อ ............6. ด.ญ. อพิจิตรแบ่งผลไม้ได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มรสเปรี้ยวและรสหวาน ............7. วรรณนิภา ดูภาพยนตร์วิทยาสาสตร์ 3 มิติ ............8. ด.ญ. นันทพร หยดสารละลายไอโอดีน ลงบนข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ ............9. รูปทรงกระบอกมีความสูงประมาณ 4 นิ้ว ผิวเรียบ ............10. นักวิทยาศาสตร์แบ่งพืชออกเป็น 2 พวก คือ พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาวิทยาศาสตร์ พว11001 จำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง โครงงานวิทยาศาสตร์ มาตรฐานการเรียนรู้ มีมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ตัวชี้วัด 1. อธิบายประเภท การเลือกหัวข้อ วิธีดำเนินการ และการนำเสนอโครงงาน 2. นำความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และโครงงานไปใช้ 3. เกิดกระบวนการกลุ่ม เนื้อหา 1. ประเภทของโครงงาน 1. การเลือกหัวข้อโครงงาน 2. การเขียนโครงงาน 3. การวางแผน และการทำโครงงาน 2. การนำเสนอโครงงาน การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ทบทวนความรู้เดิม - ครูนำตัวอย่างโครงงานวิทยาศาสตร์มาให้ผู้เรียนดู แล้วครูและผู้เรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ ความหมาย จุดประสงค์ ประเภท และการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ - ผู้เรียนดูแผนภูมิ วิธีการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ แล้วร่วมกันสนทนาซักถามในสิ่งที่สงสัยครูอธิบาย เกี่ยวกับการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ให้ผู้เรียนเข้าใจ ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 - 6 คน ให้แต่ละกลุ่มวางแผนการจัดทำโครงงาน โดยเลือกหัวข้อโครงงาน ที่สนใจ และจัดทำเป็นเค้าโครงย่อของโครงงาน เพื่อนำเสนอให้ครูตรวจพิจารณา แล้วนำมาแก้ไข ปรับปรุงตามที่ครูเสนอแนะ - ให้แต่ละกลุ่มวางแผนการจัดทำโครงงานโดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและดำเนินการจัดทำโครงงานตามที่ได้ วางแผนไว้
ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการจัดทำโครงงาน - ครูและผู้เรียนกลุ่มอื่นๆ ร่วมกันสนทนาซักถาม - ครูและนักเรียนร่วมกันนำเสนอโครงงาน โดยทำเป็นแผงโครงงาน หรือจัดนิทรรศการร่วมกันภายใน กศน. - ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายว่า จะนำความรู้ที่ได้จากการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างไร ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนช่วยกันสรุปสาระสำคัญทุกหัวข้อ/ลงในกระดาษรวบรวมส่งเป็นรูปเล่ม - ประเมินผลการจัดกิจกรรม สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ พว21001 ระดับประถมศึกษา - ตัวอย่างโครงงานวิทยาศาสตร์ ที่ครูนำมาให้นักเรียนดู - แผนภูมิวิธีการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ - แบบบันทึกเสนอโครงงาน การวัดและประเมินผล - ประเมินจากใบงาน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
ใบงานที่ 1 ประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์ จงบอกประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ 1. ก้านผักตบชวากับการลดปริมาณสารพิษในในควันบุหรี่ ......................................................................................................................................................... 2. เปลือกผลไม้ลบคำผิด ......................................................................................................................................................... 3. เครื่องแยกไข่แดงไข่ขาว ......................................................................................................................................................... 4. การสำรวจลักษณะทางพันธุกรรมของนักเรียนโรงเรียนบ้านบางสาน ......................................................................................................................................................... 5. การอธิบายคลื่นยักษ์ สึนามิ ......................................................................................................................................................... 6. การทำกระดาษสาจากใบพืช ......................................................................................................................................................... 7. ปิโตรเลียมเกิดขึ้นได้อย่างไร ......................................................................................................................................................... 8. เครื่องให้อาหารปลาดุก ......................................................................................................................................................... 9. เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ ......................................................................................................................................................... 10. การวิเคราะห์ค่ามุม โดยใช้หลักปิโตรเลียม .........................................................................................................................................................
ใบงานที่ 2 สำรวจและเลือกเรื่องที่จะทำโครงงาน ตอนที่ 1 เลือกวิเคราะห์สภาพปัญหาต่าง ๆ ในท้องถิ่น ตามความสนใจและระดับความรู้ของผู้เรียน 1.1 คุณภาพของน้ำ ดิน หรือปัญหาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นถูกทำลาย ปัญหา .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... สาเหตุของปัญหา .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... แนวคิดในการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 1.2 ด้านการเกษตรหรือผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น ปัญหา .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... สาเหตุของปัญหา .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... แนวคิดในการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 1.3 ด้านอุตสาหกรรมในท้องถิ่น อุตสาหกรรมประเภท ......................................................................................................................................................... การใช้วัตถุดิบ ......................................................................................................................................................... ผลผลิตของอุตสาหกรรม ......................................................................................................................................................... ของเสียของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต ......................................................................................................................................................... แนวคิดในการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
ตอนที่ 2 ศึกษาเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามความสนใจจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ภูมิปัญญาท้องถิ่น เอกสารวิชาการต่าง ๆ เรื่องที่ศึกษา .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... แหล่งข้อมูลที่ศึกษาเรื่องนี้ คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... สาระสำคัญของเรื่องที่ศึกษา .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... แนวคิดของผู้เรียนที่มีต่อเรื่องที่ศึกษา .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาวิทยาศาสตร์ พว11001 จำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ตัวชี้วัด 1. อธิบายลักษณะ โครงสร้างองค์ประกอบ และหน้าที่ของเซลล์ 2. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ เนื้อหา 1. ลักษณะ รูปร่างของเซลล์พืชและสัตว์ 1.1 สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว 1.2 สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ 2. องค์ประกอบโครงสร้าง และหน้าที่ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ 3. กระบวนการที่สารผ่านเซลล์ 3.1 การแพร่ 3.2 การออสโมซิส การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ทบทวนความรู้เดิม - ครูนำตัวอย่างเซลล์พืชและเซลล์สัตว์มาให้ผู้เรียนดู แล้วครูและผู้เรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับรูปร่าง ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูให้ผู้เรียนนำแบบสำรวจเซลล์พืชและเซลล์สัตว์แล้วจดบันทึก - ครูให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม ทดลอง แบบความสามารถ - ให้นักศึกษาตั้งปัญหาและใช้กระบวนการกลุ่ม สืบค้นข้อมูล - ให้นักศึกษาวิเคราะห์ ปัญหา ตั้งสมมุติฐาน วิเคราะห์ข้อมูล สร้างแบบจำลอง จากข้อมูลที่ได้จาก การสำรวจ
ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอข้อมูลที่ได้ไปสำรวจมา - ครูและผู้เรียนกลุ่มอื่น ๆ ร่วมกันสนทนาซักถาม ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ครูและผู้เรียนช่วยกันสรุปสาระสำคัญทุกหัวข้อ/ลงในกระดาษรวบรวมส่งเป็นรูปเล่ม - ประเมินผลการจัดกิจกรรม สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ พว21001 ระดับประถมศึกษา - ใบงาน การวัดและประเมินผล - ประเมินจากใบงาน - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
ใบงาน ให้ผู้เรียนศึกษาเขียนรูปภาพส่วนประกอบของเซลล์
แบบทดสอบ คำชี้แจง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดมีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน ก. แวคิวโอล ข. คลอโรพลาสต์ ค. เยื่อหุ้มเซลล์ ง. ไซโทพลาสซึม 2. ใครคือผู้ตั้งทฤษฎีเซลล์ ก. เทโอดอร์ ชวันน์ ข. โรเบิร์ต ฮุก ค. หลุยส์ ปาสเตอร์ ง. ชาลส์ ดาร์วิน 3. การดูภาพครั้งแรกของกล้องจุลทรรศน์ควรเริ่มใช้เลนส์วัตถุกำลังขยายเท่าใดก่อน ก. 100x ข. 40x ค. 20x ง. 10x 4. ถ้านำเลนส์ใกล้วัตถุกำลังขยาย 40x และเลนส์ใกล้ตากำลังขยาย 5x ไปตรวจดูวัตถุจะขยายวัตถุได้กี่เท่า ก. 200 เท่า ข. 45 เท่า ค. 100 เท่า ง. 40 เท่า 5. ส่วนประกอบของเซลล์ส่วนใดที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสร้างพลังงานให้แก่เซลล์ ก. นิวเคลียส ข. ไมโทคอนเดรีย ค. คลอโรพลาสต์ ง. ออร์แกเนลล์ 6. ออร์แกเนลล์ที่พบได้เฉพาะในเซลล์พืชไม่พบในเซลล์อื่นคือข้อใด ก. คลอโรพลาสต์และแวคิวโอ ข. คลอโรพลาสต์และนิวเคลียส ค. ไมโทคอนเดรียและนิวเคลียส ง. กอลจิบอดีและแวคิวโอล 7. ข้อใดคือรงควัตถุสีเขียวที่สามารถพบอยู่ภายในเม็ดเลือดคลอโรพลาสต์ ก. โครโมโซม ข. คลอโรฟิลล์ ค. แคโรทีนอยด์ ง. เซลลูโลส 8. เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่าเซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ก. เพราะเป็นหน่วยโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ข. เนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดประกอบด้วยเซลล์ ค. สิ่งมีชีวิต 1 ชนิดมี 1 เซลล์ ง. เป็นสิ่งแรกที่ศึกษาพบ 9. นิวเคลียสมีความสำคัญยกเว้นข้อใด ก. ควบคุมการทำงานของเซลล์ ข. ควบคุมการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ค. ควบคุมการผ่านเข้าออกของสาร ง. เป็นที่สร้างสารพันธุกรรม 10. ออร์แกเนลล์ส่วนใดที่สามารถพบได้ทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ก. กอลจิบอดี ข. คลอโรพลาสต์ ค. แวคิวโอล ง. เซนทริโอล
11. การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส จำนวนโครโมโซมในเซลล์ใหม่จะเป็นเท่าใด ก. ครึ่งหนึ่งของเซลล์เดิม ข. เท่ากับเซลล์เดิม ค. สองเท่าของเซลล์เดิม ง. หนึ่งในสี่ของเซลล์เดิม 12. การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส เซลล์ใหม่ที่ได้มีลักษณะเป็นอย่างไร ก. เซลล์ เหมือนเดิมทุกประการ ข. เซลล์ เหมือนเดิมทุกประการ ค. เซลล์ มีจำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่งของเซลล์เดิม ง. เซลล์ มีจำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่งของเซลล์เดิม 13. การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เซลล์ใหม่ที่ได้มีลักษณะเป็นอย่างไร ก. เซลล์ เหมือนเดิมทุกประการ ข. เซลล์ เหมือนเดิมทุกประการ ค. เซลล์ มีจำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่งของเซลล์เดิม ง. เซลล์ มีจำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่งของเซลล์เดิม 14. เซลล์ต่อไปนี้ คือ ก. อสุจิ ข. ไข่ ค. เซลล์เม็ดเลือดขาว ง. เซลล์ผิวหนัง เซลล์ในข้อใดเกิดจากการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส ก. ก , ข ข. ก , ค ค. ข , ค ง. ค , ง 15. การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร ก. ทำให้สิ่งมีชีวิตมีการเจริญเติบโต ข. ทำให้มีเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ชำรุด ค. ทำให้สิ่งมีชีวิตมีจำนวนโครโมโซมคงที่ในทุกรุ่น ง. ทำให้เกิดการรวมกันของเซลล์สืบพันธุ์ 2 เพศ 16. ถ้าเซลล์ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งมีจำนวนโครโมโซม 8 คู่ เมื่อมีการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสสิ้นสุดลง เซลล์ ใหม่ ที่ได้จะมี จำนวนโครโมโซมเท่าใด ก. 2 โครโมโซม ข. 4 โครโมโซม ค. 8 โครโมโซม ง. 16 โครโมโซม 17. การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส แตกต่างจากไมโอซิสอย่างไร ก. ไมโทซิสใช้เวลานานกว่าไมโอซิส ข. ไมโทซิสเป็นการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ไมโอซิสสร้างเซลล์ร่างกาย ค. ไมโทซิสได้เซลล์ใหม่ 4 เซลล์ ไมโอซิสได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์ ง. ไมโทซิสไม่มีการไซแนปซิส ไคแอสมาและครอสซิงโอเวอร์ แต่ไมโอซิสมี 18. ข้อใดกล่าวถึงการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสถูกต้อง ก. เกิดขึ้นกับเซลล์ร่างกายทั่วไป ข. แบ่งครั้งเดียว ได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์ เหมือนเดิมทุกประการ ค. แบ่ง 2 ครั้ง ได้เซลล์ใหม่ 4 เซลล์ มีจำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่งของเซลล์เดิม (n) ง. แบ่ง 2 ครั้ง ได้เซลล์ใหม่ 4 เซลล์ เซลล์ใหม่มีจำนวนโครโมโซมเท่ากับเซลล์เดิม (2n)
19. เซลล์ใหม่ที่ได้จากการแบ่งแบบไมโอซิส มีสารพันธุกรรมเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะเหตุใด ก. เหมือนแน่นอน เพราะมีการจำลองโครโมโซมขึ้นมาอีก 1 ชุด ข. เหมือนแน่นอน เพราะมีการแบ่งเซลล์ครั้งเดียว เป็นการแบ่งครึ่งโครโมโซม ค. อาจไม่เหมือนเดิม เพราะขณะแบ่งเซลล์อาจเกิดความผิดพลาด มีบางส่วนของโครโมโซม ขาดหายไป ง. อาจไม่เหมือน เพราะขณะแบ่งเซลล์มีการแลกเปลี่ยนบางส่วนของโครโมโซมจากการ ไซแนปซิส ไคแอสมา และครอสซิงโอเวอร์ 20. เซลล์ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว หรือที่เรียกว่าไซโกต (zygote) เจริญเติบโตไปเป็นตัวอ่อน หรือ เอมบริโอ (embryo) ต้องอาศัยการแบ่งเซลล์ในข้อใด ก. ไมโทซิส หลาย ๆ ครั้ง ข. ไมโอซิส หลาย ๆ ครั้ง ค. ไมโทซิสสลับกับไมโอซิส ง. แบ่งแบบไมโอซิสเพียงอย่างเดียว เฉลย 1.ค 2.ก 3.ง 4.ก 5.ข 6.ก 7.ข 8.ข 9.ค 10.ก 11. ข 12. ข 13. ง 14. ก 15. ค 16. ค 17. ง 18. ค 19.ง 20.ก
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาวิทยาศาสตร์ พว11001 จำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง เกณฑ์ในการจำแนกสาร มาตรฐานการเรียนรู้ มีมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ตัวชี้วัด 1. อธิบายความแตกต่างและจำแนกธาตุ สารประกอบ สารละลาย และสารผสม 2. สามารถจำแนกสารโดยใช้เนื้อสารและสถานะเป็นเกณฑ์ เนื้อหา 1. เกณฑ์ ในการจำแนกสาร 2. การใช้สถานะใช้เนื้อสาร 3. สมบัติของธาตุ สารประกอบสารละลาย สารผสม การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ครูสร้างความคุ้นเคยกับผู้เรียนทำความเข้าใจเนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องเกณฑ์ในการจำแนกสาร ชี้แจงตัวชี้วัดของหน่วยการเรียนรู้ - ครูทักทายกล่าวนำอธิบายการกำหนดเป้าหมายและการวางแผนการเรียนรู้เกณฑ์ในการจำแนกสาร สมบัติของธาตุสารประกอบ สารละลาย สารผสม ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูและผู้เรียนวางแผนวิธีการเรียนรู้เนื้อหาที่กำหนด - ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตามหัวข้อที่กำหนดให้ โดยวิธีการจับฉลาก 1. เกณฑ์ในการจำแนกสาร 2. สมบัติของธาตุ สารประกอบ สารละลาย สารผสม - ผู้เรียนศึกษาใบความรู้จากที่แต่ละกลุ่มจับฉลากได้ โดยให้เวลาศึกษา 15 นาที - ผู้เรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอเรื่องที่ศึกษา กลุ่มละไม่เกิน 5 นาที หน้าชั้นเรียน - ผู้เรียนทำแบบทดสอบเรื่องสมบัติของสาร เพื่อทดสอบความเข้าใจ ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินแบบฝึกหัดของแต่ละกลุ่มโดยการเขียนชื่อตนเองไว้ในใบงาน - ครูสังเกตจากการมีส่วนร่วมของผู้เรียน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ พว21001 ระดับประถมศึกษา - ใบงาน - แบบฝึกหัด การวัดและประเมินผล - ประเมินจากใบงาน/แบบฝึกหัด - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง
แบบฝึกหัด คำชี้แจง จงเลือกคาตอบที่คิดว่าถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียวในแต่ละข้อ 1) ข้อใดไม่ใช่สสาร ก. เกลือแกงใส่ลงในอาหาร ข. เสียงของสุนัขหอน ค. น้ำแกงกาลังเดือด ง. สายไฟที่ทาจากพลาสติก 2) ทองเหลืองจัดเป็นสารประเภทใด ก. ธาตุ ข. สารประกอบ ค. สารละลาย ง. สารเนื้อผสม 3) ข้อใดต่อไปนี้เป็นความหมายของสารประกอบ ก. โมเลกุลของสารประกอบด้วยธาตุ 2 อะตอมขึ้นไป ข. สารที่ธาตุเป็นชนิดเดียวกัน ค. สารที่เกิดจากธาตุ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกัน ง. ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการทาปฏิกิริยากันของสาร 2 ชนิด 4) ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง ก. สารละลายทุกชนิดเป็นสารบริสุทธิ์ ข. สารบริสุทธิ์บางชนิดเป็นสารเนื้อเดียว ค. สารประกอบทุกชนิดเป็นสารเนื้อเดียว ง. ธาตุบางชนิดเป็นสารเนื้อเดียว 5) ถ้าจัด เหล็ก น้ำเชื่อม และสารละลายกรดซัลฟิวริก ให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน จะต้อง ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการ จัด ก. การนำไฟฟ้า ข. การละลาย ค. การเป็นสารเนื้อเดียวกัน ง. สมบัติเป็นกรด-เบส 6) วิธีการกลั่นน้ำให้บริสุทธิ์แบบธรรมดาจะไม่เหมาะสม เมื่อนามาใช้กับอะไร ก. น้ำทะเล ข. น้ำคลอง ค. น้ำผสมแอลกอฮอล์ ง. สารละลายโพแทสเซียมคลอไรด์ 7) การแยกน้ำมันดิบส่วนใหญ่อาศัยวิธีการแบบใด ก. การสันดาป ข. การกลั่นลาดับส่วน ค. การตกตะกอนลาดับส่วน ง. การสลายตัวด้วยความร้อน
8) กรดในข้อใดเป็นกรดอินทรีย์ทั้งหมด ก. น้ำมะขาม กรดไฮโดรคลอริก ข. น้ำมะนาว กรดไนตริก ค. กรดแอซิติก น้ำมะนาว ง. น้ำมะขาม กรดซัลฟิวริก 9) สารใดต่อไปนี้มีสภาพเป็นเบส ทั้งหมด ก. น้ำมะนาว น้ำอัดลม ข. น้ำมะขาม น้ำเกลือ ค. สารละลายผงซักฟอก น้ำขี้เถ้า ง. สารละลายยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน 10) สบู่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างสิ่งใด ก. แชมพูกับน้ำมันพืช ข. กรดกับไขมันสัตว์ ค. ไขมันสัตว์กับน้ำขี้เถ้า ง. ไม่มีข้อใดถูก เฉลยแบบทดสอบ เรื่องสารและการจำแนกสาร 1. ข 6. ง 2. ก 7. ข 3. ค 8. ก 4. ค 9. ค 5. ก 10. ง
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ONIE MODEL รายวิชาวิทยาศาสตร์ พว11001 จำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง ระดับประถมศึกษา ครั้งที่...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ. 2566 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การจำแนกธาตุ มาตรฐานการเรียนรู้ มีมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ตัวชี้วัด 1. อธิบายและจำแนกธาตุ สารประกอบ โลหะ อโลหะ และโลหะกึ่งอโลหะได้ 2. บอกผลกระทบที่เกิดจากธาตุกัมมันตรังสีได้ 3. อธิบายการเกิดสารประกอบได้ 4. บอกธาตุและสารประกอบที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เนื้อหา 1. สมบัติของโลหะ อโลหะ และโลหะกึ่งอโลหะ 2. ธาตุกัมมันตรังสี 3. สารประกอบ 3.1 ความหมาย 3.2 การเกิดสารประกอบ 3.3 ธาตุและสารในชีวิตประจำวัน การจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O :Orientation) - กิจกรรมตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณตน ค่านิยมหลัก 12 ประการ - ตรวจการแต่งกาย อบรมคุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง - ครูสร้างความคุ้นเคยทำความเข้าใจกับวิชาพร้อมมาตรฐานและชี้แจงตัวชี้วัดของหน่วยการเรียนรู้ - ครูทักทายกล่าวนำอธิบายการกำหนดเป้าหมายและการวางแผนการเรียนรู้เกี่ยวกับการจำแนกธาตุ - ครูและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายความหมายและสมบัติของธาตุแต่ละประเภท - ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถามข้อสงสัยก่อนนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ (N: New way of Learning) - ครูและผู้เรียนวางแผนวิธีการเรียนรู้เนื้อหาที่กำหนด - ครูอธิบายความหมายและสมบัติของธาตุแต่ละประเภท - ครูให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง การจำแนก - ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปสมบัติของธาตุแต่ละประเภทธาตุ และให้ผู้เรียนบันทึกลงสมุดเรียนรู้
- ผู้เรียนทำใบงานเรื่อง การจำแนกธาตุ ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) - ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) - ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินใบงานของแต่ละกลุ่มโดยการเขียนชื่อตนเองไว้ในใบงาน - ครูสังเกตจากการมีส่วนร่วมของผู้เรียน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - หนังสือแบบเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ พว21001 ระดับประถมศึกษา - ใบงาน - อินเทอร์เน็ต การวัดและประเมินผล - ประเมินจากใบงาน/แบบฝึกหัด - ประเมินผลจากการปฏิบัติงานกลุ่ม และการนำเสนอ - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ในการทำงานกลุ่ม - ประเมินจากความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินโดยการสังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม ลงชื่อ...........................................ผู้จัดทำ (นายประชากร สืบเพ็ง) ครู กศน.ตำบลสำโรง