๑
๒
หลกั สูตรท้องถิน่ ประถมศกึ ษา เรอ่ื ง หลกั สูตรวดั พระปฐมเจดยี ร์ าชวรมหาวิหาร
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร (ปฐมวัยและประถมศกึ ษา)
ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
เสนอ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วาสนา วสิ ฤตาภา
คณะทางานเพือ่ จัดทาหลักสูตร
ประธาน ครวู รษิ ฐา นาครทรรพ เลขทะเบียน ๖๔๕๑๖๑๐๔๐๐๐๘๐
รองประธาน ๖๔๕๑๖๑๐๔๐๐๐๖๙
คณะกรรมการ ครูสุธารา ขนั ทศกร เลขทะเบียน ๖๔๕๑๖๑๐๔๐๐๐๗๔
คณะกรรมการ ๖๔๕๑๖๑๐๔๐๐๐๗๗
คณะกรรมการ ครปู ทติ ตา สัตตภธู ร เลขทะเบียน ๖๔๕๑๖๑๐๔๐๐๐๗๘
คณะกรรมการ ๖๔๕๑๖๑๐๔๐๐๐๘๕
ครูปัทมวรรณ แสนบดุ ดา เลขทะเบียน
ครอู กุ ฤษฏ์ อว่ มเจริญ เลขทะเบยี น
ครพู ิสมยั เลาจาง เลขทะเบยี น
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพครู วิทยาครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยธุรกิจบณั ฑิตย์
๓
๑. หลักการ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ได้กาหนดการจัดการศึกษา ท้ังในระบบ นอกระบบ
และตามอัธยาศยั ทีเ่ นน้ ทัง้ ความรู้ คณุ ธรรม กระบวนการเรียนร้แู ละบรกิ ารตามความเหมาะสมของแตล่ ะระดับ
การศึกษา โดนเฉพาะในเร่ืองความรู้เกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว
ชุมชน ชาติ และสงั คมโลก รวมถึงความร้เู กยี่ วกบั ประวัตศิ าสตรค์ วามเป็นมาของสังคมไทย
นอกจากต้องจัดการศึกษาให้นักเรียนเกิดความรู้คู่คุณธรรมแล้ว ยังจะต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้อง
กับสภาพของท้องถ่ินเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ชีวิตจริงของตนเองในท้องถ่ิน เรียนรู้สภาพภูมิศาสตร์ ประวัติ
ความเป็นมาสภาพเศรษฐกิจ สังคม การดารงชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ตลอดจนให้มีความรัก ความ
ผูกพัน และมีความภาคภูมิใจในท้องถ่ินของตนเอง รวมทั้งสามารถนาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการ
ประกอบอาชีพและการดารงชีวิตในสังคม ซึ่งทาให้สถานศึกษาหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องต้องตระหนักถึง
ความสาคัญดังกล่าวนี้รวมทั้ง จะต้องดาเนินการส่งเสริมสนับสนุนให้ครูครู สามารถนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
ไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดสัมฤทธ์ิผลบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริงและมี
ส่วนรว่ มในการถา่ ยทอดวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ อันดงี าม
หลักสูตรท้องถิ่นประถมศึกษา เรื่องวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหารน้ี พัฒนาข้ึนโดยสารวจสภาพ
ปัญหาภายในโรงเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร (ปฐมวัยและประถมศึกษา) และชุมชนจังหวัด
นครปฐม ที่นักเรียนไม่ค่อยรู้จัก ภูมใิ จ และหวงแหนสถานทส่ี าคัญทางประวัติศาสตร์ของชุมชนรอบข้างภายใน
จังหวัดของตนเอง ซ่ึงพระปฐมเจดีย์เป็นปูชนียสถานซ่ึงมีประวัติสาคัญทางพระพุทธศาสนา ทั้งยังเป็นแหล่ง
ศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์และแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุไว้มากมาย รวมไปถึงเป็นแหล่งรวบรวมความรู้
ท้งั ด้านสถาปัตยกรรม วรรณกรรม วฒั นธรรม และประเพณที ้องถ่ินอกี มากมาย ซึ่งจดั เป็น อตั ลักษณส์ าคัญของ
จงั หวัดนครปฐม
ดังนั้น การนาหลักสูตรท้องถ่ินมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยประยุกต์จากสถานท่ีสาคัญอัน
เป็นเป็นอัตลักษณ์ของท้องถ่ินมาใช้จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ภูมิปัญญาที่อยู่รอบตัว จะช่วยให้นักเรียน
ไดร้ บั ความรู้ พรอ้ มเหน็ คุณค่าและภาคภูมใิ จในภมู ิปัญญาและท้องถ่ินของตน การเรียนรเู้ กี่ยวกับสถานท่ีสาคัญ
ยังเหมาะสมกับวัยสาหรับเด็กช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ เพราะเป็นเร่ืองใกล้ตัวท่ีเป็นรูปธรรม และมีความ
เกี่ยวข้องกับการดาเนินชีวิต ซึ่งจะช่วยตอบสนองเป้าหมายในการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานท่ีต้องการให้การ
เรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพของท้องถิ่นเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ชีวิตจริงของตนเอง ตลอดจนให้มีความรัก
ความผกู พัน และมคี วามภาคภูมใิ จในทอ้ งถิ่นของตนเอง
๔
๒. จดุ มุ่งหมาย
๑. เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงความสาคัญ มีความเข้าใจประวัติความเป็นมาขององค์พระปฐมเจดีย์
ตลอดจนมีเจตคตทิ ่ีดี มคี วามรกั และความภาคภมู ใิ จตอ่ มรดกและสมบตั ิของชาติ
๒. เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจในประวัติความเป็นมาขององค์พระปฐมเจดีย์สู่ชุมชนและสังคม
โดยผ่านนักเรียนท่ีจะทาหนา้ ท่ีเป็นผูถ้ ่ายทอด เพ่ือให้ชุมชนและสงั คม เกิดความความรักและความภาคภูมิใจที่
จะรว่ มสืบสาน รักษาตอ่ มรดกและสมบัตขิ องชาตติ ่อไป
๓. โครงสร้างหลักสตู ร
๓.๑ เนอ้ื หา
เนือ้ หาสาระท่ีกาหนดไวใ้ นหลักสตู รท้องถิน่ ฉบับน้ี ประกอบด้วยเนื้อหาเกย่ี วกบั วดั พระปฐมเจดียร์ าช-
วรมหาวิหาร สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (ปฐมวัยและ
ประถมศึกษา) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เขต ๑ ตาบลพระปฐมเจดีย์
อาเภอเมือง จังหวดั นครปฐม
ประกอบไปดว้ ย ๕ กลมุ่ สาระวชิ าดงั น้ี
๑. กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย
๒. กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
๓. กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
๔. กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
๕. กลมุ่ สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ
๓.๒ หน่วยการเรยี นรู้
๑) สาระการเรียนรู้ ของหลักสูตรท้องถิน่ ประถมศึกษา เรือ่ ง หลกั สตู รวดั พระปฐมเจดีย์ราช-
วรมหาวหิ ารประกอบด้วย ๔ หน่วยการเรยี นรู้ ดงั นี้
๕
หน่วยท่ี ๑ กวา่ จะเป็น ‘พระปฐมเจดีย์’ จานวน ๒ ชว่ั โมง
หนว่ ยท่ี ๒
หน่วยที่ ๓ มหัศจรรยแ์ หง่ โครงสร้าง จานวน ๒ ชว่ั โมง
หน่วยที่ ๔
ณ ทน่ี มี้ ีตานาน จานวน ๒ ช่ัวโมง
ณ ท่นี ีม้ ีความรัก จานวน ๔ ชั่วโมง
รวม จานวน ๑๐ ชวั่ โมง
๒) มาตรฐานการเรยี นรู้
ภาษาไทย
สาระท่ี ๓ การฟัง การดูและการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ความคิดและ
ความรู้สกึ ในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
ภาษาองั กฤษ
สาระท่ี ๑ ภาษาเพ่ือการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตีความเร่ืองท่ฟี ังและอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็
อยา่ งมีเหตผุ ล
สงั คมศึกษา
สาระที่ ๔ ประวัตศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา้ ใจความหมาย ความสาคญั ของเวลาและยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตร์ สามารถ
ใชว้ ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์มาวเิ คราะห์เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งเปน็ ระบบ
๖
วทิ ยาศาสตร์
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหว่างสมบตั ิของ
สสารกบั โครงสร้างและแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาติ ของการเปลย่ี นแปลงสถานะของ
สสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
ศลิ ปะ (ทัศนศลิ ป)์
สาระที่ ๑ ทัศนศิลป์
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งทัศนศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณค่างาน
ทศั นศิลป์ท่เี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล
๓) มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงช้นั ท่ี ๒ (ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔- ๖)
๑) ภมู ใิ จและชื่นชมในความเป็นพลเมอื งดีตามวิถีชีวติ ประชาธปิ ไตยของตนเอง และบุคคลอื่นในระดับ
กลมุ่ สงั คมท้องถิ่น และประเทศชาติ
๒) ตระหนักถึงสถานภาพ บทบาท สทิ ธเิ สรีภาพ และหน้าท่ีในฐานะพลเมอื งดี ในท้องถ่นิ และประเทศ
รวมทงั้ เขา้ ใจในเร่อื งสิทธเิ ดก็ เพ่อื คุ้มครองปกปอ้ งตนเองและผู้อ่ืน ตลอดจน ปฏบิ ัติตามกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกบั
ตนเอง ครอบครัวและชุมชน
๓) เขา้ ใจปจั จยั ทางภูมิศาสตร์ ที่มีผลตอ่ การพัฒนาการ การตั้งถนิ่ ฐานของมนุษยแ์ ละการดาเนนิ ชวี ิต
ของตนในจังหวดั ภาค และประเทศ
๔) เขา้ ใจปัจจัยท่ีมผี ลต่อการสร้างสรรค์วฒั นธรรมไทย และวัฒนธรรมทอ้ งถนิ่
๕) รู้จักและวิเคราะหผ์ ลงานสาคญั ท่ีเกิดจากการสรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรม ในภูมภิ าคต่าง ๆ ของประเทศไทย
๖) เขา้ ใจปจั จัยพ้ืนฐาน และผลกระทบจากภายนอกท่มี ีอิทธิพลตอ่ การ สรา้ งสรรคภ์ ูมิปัญญาทอ้ งถิน่
ของตน ต้ังแตอ่ ดตจี นถึงปจั จุบัน
๗
๓.๓ เวลาเรียน
หลักสูตรทอ้ งถิ่นฉบับน้ใี ช้เวลาในการเรียนการสอนในภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ โดยใช้เวลา
ในการทดลองใช้หลกั สตู ร เป็นเวลา ๔ สัปดาห์ สามสปั ดาห์แรก สัปดาห์ละ ๒ ช่ัวโมง สปั ดาห์สดุ ทา้ ย ๔ ชวั่ โมง
รวมจานวน ๑๐ ชวั่ โมง
๔. แนวการจดั การเรยี นรู้
ข้ันนา
ครูสนทนาแลกเปล่ียนกับนักเรียน เกี่ยวกับความเป็นมา ความสาคัญของศิลปวัฒนธรรมในชุมชน
ท้องถ่ิน โดย ครูแจ้งวัตถุประสงค์และเนื้อหาการจัดการเรียนการสอนในแต่ละหน่วย โดยครูอธิบายตาม
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ได้กาหนดไว้ และให้นกั เรียนแบง่ กล่มุ ละ ๔-๕ คน
ขั้นเข้าสู่บทเรียน
๑. ครูให้นักเรียนดูรูปภาพศิลปวัฒนธรรมองค์พระปฐมเจดีย์ ของจังหวัด นครปฐม เพื่อที่จะสร้าง
ความตระหนักความสนใจของนักเรียน จากน้ันครูได้สนทนาซักถามนักเรียนตามเน้ือหาสาระการจัดการเรียน
การสอนโดยให้นักเรียนไดม้ ีส่วนร่วมทุกคน
๒. ครใู ช้กระบวนการบรรยายซักถามเรื่องราวขององค์พระปฐมเจดีย์เพ่ือทจ่ี ะเชื่อมโยงมาถงึ หน่วยการ
เรียนรู้อื่น ว่ามีสิ่งไหนเกิดความมหัศจรรย์อะไรบ้าง มีตานานอะไรบ้าง และมีความรักอะไรเกิดข้ึนท่ีน้ีบ้าง
จากนั้นครูคอยกระตุ้นความคิดโดยใช้คาถาม เพื่อท่ีจะให้ตัวของนักเรียนช่วยกันหาคาตอบและแสดงความ
คิดเหน็
๓. จากนั้นนักเรียนในแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายถึงองค์ความรู้ ที่ได้เรียน แล้วให้แต่ละกลุ่มออกมา
นาเสนอในเรอ่ื งราวของ วดั พระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวหิ าร หนา้ ชั้นเรียน จากนัน้ ครูครคู อยให้คาแนะนาขณะท่ี
นักเรยี นนาเสนองาน
ขั้นสรุปและวดั ประเมินผล
๑. นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายและสรุปเนือ้ หาสาระการจดั การเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง โดยครคู อยเพิ่มเติมและ
ให้คาชี้แนะเทา่ ทจ่ี าเปน็
๘
๒. จากนั้นครูครไู ด้สรปุ อธิบายองค์ความรเู้ พ่ิมเติมต่อจากนักเรียนอีกครัง้ เกี่ยวกับวัดพระปฐมเจดยี ์
ราชวรมหาวหิ าร เพือ่ ทีจ่ ะให้นักเรียนเกิดความเขา้ ใจเพิ่มมากย่ิงขึน้ และใหท้ าใบงานเพ่มิ เติม
๕. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
- รูปภาพองค์พระปฐมเจดีย์
- ใบงาน
๖. การวดั และประเมนิ ผล
๑. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรท้องถิ่น วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จากแบบทดสอบ
กอ่ นและหลังเรยี น แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ การร่วมทากจิ กรรม ใบงาน
๒. ความพึงพอใจและความคดิ เหน็ ตอ่ หลักสตู รท้องถ่นิ วดั พระปฐมเจดียร์ าชวรมหาวิหาร เกย่ี วกบั การ
ทดลองใช้หลักสูตร โดยประเมินความพึงพอใจและความคิดเห็นหลังจากการใช้หลักสูตรจากบุคคล
ประกอบด้วย
๒.๑ นกั เรียนระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒.๒ ครู
๒.๓ พระหรือเจ้าหน้าทจ่ี ากวัดพระปฐมเจดยี ์ราชวรมหาวิหาร
๙
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑
หลกั สูตรวัดพระปฐมเจดียร์ าชวรมหาวหิ าร
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ ชื่อหนว่ ย กวา่ จะเป็น “องคพ์ ระปฐมเจดีย์” เวลา ๒ ช่ัวโมง
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
...................................................................................................................................................................
๑. สาระที่
สาระท่ี ๔ ประวตั ิศาสตร์ (วิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม)
เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตถึง
ปัจจุบัน ความสัมพันธ์และเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ผลกระทบท่ีเกิดจากเหตุการณ์สาคัญในอดีต
บคุ คลสาคัญทม่ี อี ทิ ธิพลตอ่ การเปล่ียนแปลงตา่ ง ๆ ในอดตี ความเปน็ มาของ ชาตไิ ทย วฒั นธรรมและภูมิปัญญา
ไทย แหลง่ อารยธรรมท่ีสาคัญของโลก
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ๔.๑ เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วิธีการทางประวตั ิศาสตร์มาวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ
๓. ตวั ช้วี ดั
ส ๔.๑. ป.๖/๑ อธิบายความสาคัญของวิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเร่ืองราวทาง
ประวตั ิศาสตร์อย่างง่ายๆ
ส ๔.๑. ป.๖/๒ นาเสนอขอ้ มูลจากหลกั ฐานท่ีหลากหลายในการทาความเขา้ ใจเร่ืองราวสาคัญในอดีต
๑๐
๔. วเิ คราะห์ผลการเรียนรู้
๑. ด้านความรู้
- สามารถอธิบายประวัติความเปน็ มาขององค์พระปฐมเจดยี ์ได้
- สามารถอธบิ ายถึงแหลง่ มรดกทางวัฒนธรรมขององค์พระปฐมเจดยี ์ได้
๒. ด้านเจตคติ – ค่านยิ ม
- เหน็ คุณค่าและความสาคญั ขององค์พระปฐมเจดยี ์
๓. ด้านทักษะ / กระบวนการ
- ฝึกทักษะการแก้ปัญหาและทางานรว่ มกบั ผู้อื่นได้
- สามารถเล่าประวตั ิความเป็นมาขององคพ์ ระปฐมเจดียใ์ หผ้ ูอ้ ื่นฟงั ได้
๕. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายประวตั คิ วามเป็นมาขององค์พระปฐมเจดยี ไ์ ด้ (K)
๒. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนมีทักษะการแก้ปัญหาและทางานร่วมกบั ผอู้ ่นื ได้ (P)
๓. เพอ่ื ให้นักเรยี นตระหนักถงึ คุณค่าและความสาคัญขององค์พระปฐมเจดยี ์ (A)
๖. สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด
จงั หวัดนครปฐมเปน็ จังหวดั ที่มีสถานท่ีสาคัญทางประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรมอันแสดงถงึ ความเจรญิ รงุ่ เรือง
ในอดีต มีท้ังโบราณสถานและโบราณวัตถุท่ีมีคุณค่าควรแก่การศึกษาและชมความงาม สถานที่สาคัญที่น่าสนใจใน
จังหวดั นครปฐม ไดแ้ ก่ องค์พระปฐมเจดีย์ ถอื วา่ เป็นปชู นยี สถานอนั สาคัญของประเทศไทย อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดยี ์
ราชวรมหาวหิ าร เปน็ พระมหาเจดยี ์ทใ่ี หญท่ ี่สุดของประเทศไทย
๑๑
๗. สาระการเรียนรู้
๑. ประวัติความเปน็ มาขององค์พระปฐมเจดยี ์
๒. สิ่งทีห่ ้ามพลาด เม่ือมาเยอื นองค์พระปฐมเจดีย์
๘. รายละเอียดสาระการเรียนรู้
๑. ประวตั ิความเป็นมาขององคพ์ ระปฐมเจดีย์
พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสาคัญของประเทศไทย อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร เป็น
พระมหาเจดีย์ท่ีใหญ่ท่ีสุดของประเทศไทย การท่ีได้ช่ือว่าพระปฐมเจดีย์นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงสันนษิ ฐานวา่ น่าจะเปน็ พระเจดียเ์ ก่ากว่าพระเจดยี ์อื่น ๆ ในประเทศสยาม สนั นษิ ฐานวา่ สร้างสมยั ทวาราวดี ตงั้ อยู่
ท่ีเมอื งนครไชยศรีในสมยั ก่อน ปัจจบุ ันอยู่ในอาเภอ เมอื งนครปฐม องคพ์ ระปฐมเจดีย์ เป็นพระเจดียใ์ หญ่ รูประฆังคว่า
ปากผาย มหึมา โครงสร้างเปน็ ไม้ซุงรัดด้วยโซ่เสน้ มหึมาก่ออิฐถือ ปูนประดับด้วยกระเบ้ืองปูทับ ประกอบด้วยวิหาร ๔
ทิศกาแพงแก้ว ๒ ช้ัน เป็นท่ีประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นท่ีเคารพสักการบูชาของบรรดา
พุทธศาสนิกชนทั่วโลกทางวัดกาหนดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ในวันขึ้น ๑๒ ค่า เดือน ๑๒ ถึง วัน
แรม ๕ ค่า เดือน ๑๒ รวม ๙ วนั ๙ คืน เปน็ ประจาทกุ ปี
พระปฐมเจดีย์ หรือเดิมเรียกว่าพระธมเจดีย์มีฐานะเป็นมหาธาตุหลวงของแผ่นดินสุวรรณภูมิท้ังน้ี
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั ทรงมีพระราชวนิ จิ ฉัยวา่ พระธมเจดยี อ์ งคน์ ี้อาจเป็นเจดยี ์ที่สรา้ งข้ึน เม่ือคราวที่
พระสมณทตู ในพระเจา้ อโศกมหาราชเดนิ ทางมาเผยแผ่ศาสนายังสุวรรณภูมิก็เป็นได้ เพราะพระเจดีย์เดิมมลี ักษณะทรง
โอคว่า หรือทรงมะนาวผ่าซีกแบบเดียวกับพระสถูปสาญจีแต่ปรากฏว่ามียอดเป็นแบบปรางค์ซึ่งพระองค์ฯ ทรงมีพระ
ราช วินจิ ฉยั วา่ อาจมเี จา้ นายพระองคใ์ ดมาบรู ณะไว้กเ็ ปน็ ได้ ซึง่ ตรงกบั ความในศิลาจารึกหลกั ท่ี ๒ (ศลิ าจารกึ วัดศรีชุม)
ของพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ อันได้ กล่าวไว้ว่า พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ท่านทรงได้แวะมาบูรณะพระธมเจดีย์องค์นี้
ก่อนท่ีท่านจะเดินทางกลับเมืองราดเมื่อคราวที่ท่านเสด็จกลับจากศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลังกา ทั้งน้ีพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว จงึ ทรงพระราชทานนามใหมว่ ่าพระปฐมเจดีย์ดว้ ยทรงเชื่อว่านี่คือเจดียแ์ หง่ แรกของสวุ รรณภูมิ
น่ันเอง ในเร่ืองน้ีนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีบางท่านได้ระบุว่า พระปฐมเจดีย์ ไม่ได้เป็นเจดีย์ท่ีเก่าท่ีสุดของ
สุวรรณภูมิ แต่เป็นพระมหาธาตุหลวงในยุคทวารวดีมากกว่า เน่ืองด้วยเหตุผลประกอบหลายประการ โดยเฉพาะการ
ค้นพบเจดีย์ทม่ี อี ายเุ กา่ แก่กวา่ พระธมเจดยี ์ และหลกั ฐานลายลักษณ์อกั ษรท่ีระบุวา่ พระเจดยี อ์ งค์นี้ เดิมขอมเรยี กพระ
ธมซึ่งไม่ว่าจะเปน็ ชาวขอมจรงิ ๆ หรอื ชาวลวรฐั ซึ่งสมัยนัน้ เรยี กว่าขอม เชน่ ขอมสบาด โขลญลาพง คาวา่ ธมสาหรบั ชาว
ขอมน้ัน แปลว่า ใหญ่ ตรงกบั คาเมืองว่า หลวงซง่ึ เรากเ็ รียกพระนครธม ว่าพระนครหลวงด้วยเหตผุ ลเดยี วกัน
๑๒
นอกจากน้ีพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัว บรรจุที่ฐานพระรว่ ง
โรจนฤทธิ์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม และฐานพระพุทธชินสีห์วดั บวรนิเวศวิหารตามที่มีพระบรมราชโองการสงั่ ไว้
ในพระราชพินัยกรรม ต่อมาในพุทธ ศักราช ๒๕๒๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รัชกาลปจั จุบัน ทรงพระกรุณาโปรด
เกล้าฯ ให้เชิญพระอังคารของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ ๖ ไปบรรจุไว้เคียงข้างพระบรมราช
สรรี างคารรชั กาลที่ ๖ ทีใ่ ตฐ้ านพระรว่ งโรจนฤทธิ์
๒. ส่งิ ทไ่ี มค่ วรพลาด เมือ่ มาเยือนองค์พระปฐมเจดีย์
๑. สักการะพระบรมสารีริกธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ในพระวิหารด้านทิศตะวันออก หรือพระวิหารหลวง โดยในช่วงเทศกาล
สงกรานต์จะอัญเชิญมาประดิษฐานด้านหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเท่ียวได้มีโอกาสทรงน้า
สักการะ
๒. สักการะพระร่วงโรจนฤทธ์ิ พระคู่บา้ นค่เู มือง
พระร่วงโรจนฤทธิ์ พระพุทธรูปเก่าแก่ปางหา้ มญาติ ศลิ ปะสโุ ขทัย เดมิ ประดษิ ฐานอยู่ที่ อ.ศรสี ชั นาลัย จ.
สุโขทัย แตม่ ลี กั ษณะชารดุ มากเหลือเพยี รพระเศยี ร พระหัตถ์ และพระบาท แตย่ งั คงมีลักษณะงดงาม
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ครั้งดารงพระอิสริยยศเป็นสยามมกุฎราชกุมาร ได้
ทอดพระเนตรเห็นคราวเสด็จประพาสเมืองเหนือ จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญลงมากรุงเทพฯ แล้วให้ช่างปั้นบูรณะ
พระองค์ โดยใช้โลหะทองเหลืองจนเสรจ็ สมบูรณด์ ังเชน่ ปจั จบุ นั ในสมัยรัชกาลท่ี ๗ ไดม้ ีการอัญเชิญพระราชสรรี างคาร
ของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ ๖ มาประดษิ ฐานไวท้ ่ฐี านของพระร่วงโรจนฤทธิ์ให้ผคู้ นได้กราบ
ไหวส้ ักการะ
๓. สักการะหลวงพอ่ ประธาน พระพทุ ธรปู ศิลาขาว
พระพุทธรูปศิลาขาว พระพุทธประทับน่ังห้อยพระบาท ปางปฐมเทศนา สร้างขึ้นในศิลปะทวารวดี อายุกว่า
๑,๐๐๐ ปี เป็นพระประธานในอุโบสถวัดปฐมเจดีย์ เดิมประดิษฐานอยู่ท่ีวัดทุ่งพระเมรุหรือวัดพระเมรุ ซ่ึงเป็นวัดร้าง
ชาวบ้านพบพระพุทธรูปอยู่ในจอมปลวกสภาพยังสมบูรณ์ ขณะกาลังขนย้ายอิฐเพ่ือนามาบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์
พระพทุ ธรูปองคน์ ี้สามารถถอดออกเป็นชน้ิ สว่ นต่าง ๆ ได้
๑๓
๔. สกั การะพระพทุ ธรูปคนั ธารราษฎร์ ศิลปะทวารวดี
พระพุทธรูปศิลาขาว พระพุทธประทับนั่งห้อยพระบาท ปางปฐมเทศนา ศิลปะทวารวดีอีกองค์หน่ึงที่สรา้ งใน
ยุคเดียวกับหลวงพ่อประธาน ประดิษฐานอยู่ท่ีลานทางทิศใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์ โดยในประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า
พระพทุ ธรปู ศิลาขาวปางปฐมเทศนาในประเทศไทยมีอยู่ ๔ องค์ ปัจจุบนั ประดษิ ฐานอยทู่ ี่พิพิธภณั ฑ์สถานแหง่ ชาติ เจา้
สามพระยา พระนครศรอี ยุธยา พิพธิ ภณั ฑแ์ ห่งชาติ พระนคร กรงุ เทพมหานคร และท่พี ระปฐมเจดยี น์ ม้ี ี ๒ องค์ คือองค์
น้ที ่ีอยูท่ างทิศใต้และพระประธานในอโุ บสถวัดปฐมเจดยี ์
๕. สักการะพระพุทธไสยาสน์ พระนอนในสมยั รชั กาลท่ี ๔
พระพุทธไสยาสน์ ยาว ๑๗ เมตร ท่มี คี วามงดงามมากองค์น้ี รัชกาลท่ี ๔ โปรดให้สรา้ งข้ึนเพ่ือประดิษฐานเป็น
พระประธานในพระวิหารด้านตะวันตก
๖. เรียนรเู้ ร่อื งราวของดินแดนแหง่ น้ี ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพระปฐมเจดีย์
ถา้ ทราบเรือ่ งราวประวัตคิ วามเป็นมาของดนิ แดนแห่งน้ีตอ้ งมาที่น่ี พพิ ิธภัณฑแ์ ห่งน้ีไดร้ วบรวมโบราณวัตถุหา
ยากต้ังแต่สมัยทวารวดี และหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบในจังหวัดนครปฐม ความเจริญรุ่งเรืองจากอดีตจนถึง
ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมเพียง ๒๐
บาทเท่านั้น
๗. เรยี นร้รู ูปแบบขององคพ์ ระปฐมเจดยี ท์ ี่เจดีย์องคเ์ ก่าจาลอง
พระปฐมเจดยี ์ถกู สร้างและบรู ณะใหมแ่ ลว้ ถึง ๔ ครั้ง โดยได้สรา้ งครอบเจดยี อ์ งค์เดมิ ไว้จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์
เป็นเจดีย์ในรูปแบบปัจจุบันในสมัยรัชกาลท่ี ๕ โดยเราจะเห็นรูปทรงของเจดีย์ในยุคก่อนได้จากเจดีย์จาลององค์นี้ ซ่ึง
ตั้งอยทู่ างทิศใต้ขององคพ์ ระปฐมเจดีย์
๘. ชมความงามของศิลปะชา่ งนคนปฐมผ่านภาพจติ รกรรมฝาผนัง
ในวิหารแต่ละหลงั ของวดั แห่งนี้ จะมภี าพวาดจิตรกรรมฝาผนังท่ีงดงามอยู่ ไม่วา่ จะเปน็ ภาพทวี่ าดให้เห็นด้าน
ในขององค์พระเจดีย์ท่ีหาชมได้ยากในวิหารหลวงด้านทิศใต้ ต้ังแต่อดีตท่ีเป็นสถูปมียอดปรางค์ จนเป็นทรงระฆังอย่าง
ในปจั จบุ นั หรือจะเปน็ ภาพเทพชุมนมุ ท่มี รี ปู ร่างหนา้ ตา สรรี ะ และท่าทางท่มี ีความสมจรงิ ทมี่ คี วามงดงาม
๙. ถา่ ยรปู เก๋ ๆ กบั ส่งิ ท่ียังเหลอื ยูจ่ ากจุดเรมิ่ ตน้ การคา้ ขายจากประเทศจีน
ตุ๊กตาจีนได้เข้ามาในประเทศไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยชาวจนี ได้โลส้ าเภานาสินค้าเข้ามาขายที่ประเทศ
ไทย โดยตุ๊กตาจีนจะใชใ้ นการถว่ งเรอื สินค้าเม่ือไมใ่ หโ้ คลงเคลงเม่ือเจอลมพายุ จนเมอ่ื พอ่ ค้ามมี าก ตุ๊กตาจีนจึงมจี านวน
มากตาม รชั กาลท่ี ๓ ได้โปรดเกล้าฯ ให้นาไปประดับตามวัดตา่ ง ๆ
๑๔
๑๐. ตีระฆงั เสรมิ มงคล
หอระฆังจะอยู่บริเวณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ มีท้ังหมด ๒๔ หอ สร้างข้ึนต้ังแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ แล้วเสร็จใน
สมัยรัชกาลท่ี ๕ ท่เี สาของหอระฆังด้านหนงึ่ จะมีการจารกึ ภาษาบาลไี ว้ เปน็ โคลงบทตา่ ง ๆ
๑๑. ตลาดโต้รงุ่ องค์พระปฐมเจดีย์
อีกหนงึ่ จดุ ท่ีต้องไปเยอื นเมื่อมาถึงนครปฐม นั้นก็คือตลาดโต้รุ่งองค์ปฐมเจดยี ์ เพราะตลาดแห่งนีจ้ ะยกเอาของ
ดขี องดงั และรวบรวมของเด็ดๆ ใหน้ กั ท่องเท่ยี วไดช้ อ้ ปชมิ ชิว
๙. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (ระบุวธิ สี อนหรอื รปู แบบการสอนทีใ่ ช)้
การจดั การเรียนรู้แบบรว่ มมอื (Cooperative Learning)
การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีแบ่ง
นักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ส่งเสริมให้นักเรียนทางานร่วมกันโดยในกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกท่ีมี
ความสามารถแตกต่างกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน และมีความ
รับผิดชอบร่วมกัน ทั้งในส่วนตนและส่วนรวม เพ่ือให้ตนเองและสมาชิกทุกคนในกลุ่มประสบความสาเร็จตาม
เป้าหมายท่ีวางไว้
ขนั้ ตอนจัดการเรียนร้แู บบร่วมมือ (Co-operative learning)
๑. ขั้นเตรียมการ ในข้ันตอนน้ีเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเรียน เริ่มด้วยครูชี้แจงจุดประสงค์ของ
บทเรียน หลังจากน้ันครูจะจัดกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย โดยคละนักเรียนในกลุ่มให้แตกต่างกันในด้าน
สติปัญญาความถนัดและภูมิหลัง แบ่งจานวนสมาชิกในกลุ่มละประมาณไม่เกิน ๖ คน หลังจากนั้นครูแนะนา
วธิ กี ารทางานกลุม่ และบทบาทของสมาชกิ กลุ่ม
๒. ขั้นสอน ในขัน้ ตอนนี้ครูนาเข้าสบู่ ทเรียนโดยการสอนหรือบรรยายเน้ือหาตามบทเรยี น หลังจากน้ัน
มอบหมายงานให้แตล่ ะกลมุ่
๓. ข้ันทากิจกรรม เป็นขั้นตอนท่ีสมาชิกในกลุ่มจะได้ฝึกทักษะการเรียนรู้ร่วมกัน การทางานเป็นทีม
การ่วมกันรับผิดชอบในงานท่ีได้รับมอบหมาย ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ร่วมการทางานตามบทบาทท่ีได้รับ
โดยครูครอู าจใช้เทคนคิ การเรียนรแู้ บบรว่ มแรงรว่ มใจทนี่ ่าสนใจและเหมาะสมกบั นักเรียน
๔. ข้ันตรวจสอบผลงานและทดสอบ ขั้นตอนน้ีสมาชิกภายในกลุ่มจะรายงานผลการดาเนินงานกลุ่ม
โดยครูครแู ละเพ่ือนกลุม่ อนื่ สามารถซักถามหรือแลกเปล่ียนเรียนรูเ้ พ่ือให้เกิดความชัดเจนมากขึน้ เนน้ การตรวจ
ผลงานกลมุ่ และผลงานรายบุคคล
๑๕
๕. ข้นั สรุปบทเรยี นและประเมนิ ผลการทางานกลุ่ม ข้ันนีค้ รูครแู ละนักเรียนชว่ ยกนั สรุปบทเรียน
ครคู รชู ว่ ยเสริมเพ่ิมเตมิ ความรทู้ ่ีจาเปน็ หรือไมค่ รอบคลมุ เพ่อื ให้บรรลตุ ามเปา้ หมายการเรยี นทกี่ าหนดไว้
และชว่ ยกันประเมนิ ผลการทางานกลมุ่ ท้งั ส่วนที่เด่นและส่วนทค่ี วรปรับปรุงแก้ไข ให้การเสริมแรงโดยการ
ชมเชย
ชว่ั โมงท่ี ๑ ประวตั ิความเป็นมาขององคพ์ ระปฐมเจดีย์
ขน้ั นา
๑. ครกู ลา่ วทักทายนักเรยี น และพดู ถึงประวัติความเป็นมาของจังหวัดนครปฐมแบบคร่าวๆ พรอ้ มต้ัง
คาถาม “ถ้าพูดถึงจังหวดั นครปฐม นกั เรยี นมกั นกึ ถงึ อะไร” เพอ่ื แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ กนั
ข้นั สอน
๒. ครูให้นักเรียนศึกษาประวัติความเป็นมาขององค์พระปฐมเจดีย์ ให้สรุปใจความสาคัญในรูปแบบ
ใบงาน จากน้นั นาความรทู้ ไี่ ดม้ าแลกเปล่ยี นความคิดเห็น
๓. ครใู ชโ้ ปรแกรม Wheel of names ในการสุ่มช่ือนกั เรียน เพื่อนาเสนอใจความสาคญั ประวัตคิ วาม
เปน็ มาขององคพ์ ระปฐมเจดยี ์ หน้าชน้ั เรียน
ขนั้ สรปุ
๔. นกั เรยี นรว่ มกนั แลกเปลยี่ นความคิดประวตั ิความเป็นมาและความสาคัญขององค์พระปฐมเจดยี ์
๕. นักเรยี นเล่มเกมผ่านโปรแกรม Kahoot เพ่ือทบทวนเน้อื หาทเี่ รยี นในวนั นี้
ชั่วโมงท่ี ๒ สิ่งที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือนองค์พระปฐมเจดีย์ โดยใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ
(Cooperative Learning)
ขน้ั นา
ขั้นเตรยี มการ
๑. ครูกล่าวทักทายนักเรียน และชวนแลกเปล่ียนความคิดเห็น “สิ่งท่ีไม่ควรพลาด เม่ือมาเยือนองค์
พระปฐมเจดีย์”
๑๖
ข้นั สอน
ขน้ั สอน
๒. ครูนาเข้าสู่บทเรียน เรือ่ ง ส่ิงที่ไมค่ วรพลาด เมื่อมาเยอื นองค์พระปฐมเจดีย์
ขั้นทากิจกรรม
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน ร่วมกันออกแบบโปสเตอร์ เรื่อง สิ่งท่ีไม่ควรพลาด เมื่อมา
เยือนองคพ์ ระปฐมเจดยี ์
ข้ันตรวจสอบผลงานและทดสอบ
๔. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอ เพื่อนๆ กล่มุ อื่นช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็
ข้นั สรุป
ขั้นสรปุ บทเรียนและประเมนิ ผลการทางานกลมุ่
๑. นกั เรยี นรว่ มกนั แลกเปลี่ยนความคดิ ส่ิงท่ไี มค่ วรพลาด เมื่อมาเยอื นองคพ์ ระปฐมเจดยี ์
๒. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ เน้ือหา
๑๐. ส่อื การเรยี นร้แู ละแหล่งเรยี นรู้
๑๐.๑ ส่อื การเรียนรู้
๑. Power Point เรือ่ ง ประวัตคิ วามเปน็ มาขององคพ์ ระปฐมเจดีย์
๒. โปรแกรม Wheel of names
๓. โปรแกรม Kahoot
๔ . ใบงาน
๑๐.๒ แหลง่ การเรียนรู้
๑. ห้องสมุด
๒. วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
๑๗
๑๑. การวดั ผลและประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เครือ่ งมือวัดผล เกณฑ์
จุดประสงค์การเรยี นรู้ การประเมินผล
ด้านความรู้ (K) ประเมินจากใบงาน ใบงาน ๓ คะแนน = ดี
๑. เพื่อใหน้ กั เรียนสามารถอธบิ าย สรุปใจความสาคญั ๒ คะแนน = พอใช้
ประวตั คิ วามเปน็ มาขององค์พระปฐม ๑ คะแนน = ปรับปรงุ
เจดยี ์ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) ประเมินพฤติกรรม แบบประเมิน ๓ คะแนน = ดี
๒. เพอื่ ใหน้ กั เรียนมที กั ษะการ การทางานเปน็ ทีม พฤติกรรม ๒ คะแนน = พอใช้
แก้ปญั หาและทางานร่วมกับผู้อื่นได้ ๑ คะแนน = ปรบั ปรุง
ดา้ นเจตคติ (A) สงั เกตจากพฤติกรรม แบบสงั เกต ๓ คะแนน = ดี
๓. เพื่อใหน้ ักเรียนตระหนักถงึ คุณค่า การตอบคาถามใน พฤติกรรมการ ๒ คะแนน = พอใช้
และความสาคัญขององค์พระปฐม ช่ัวโมงเรยี น ตอบคาถามใน ๑ คะแนน = ปรบั ปรงุ
เจดยี ์ ชัว่ โมงเรียน
รายละเอยี ดการวัดผลและประเมนิ ผล
๑. เพ่ือให้นกั เรียนสามารถอธบิ ายประวตั คิ วามเป็นมาขององค์พระปฐมเจดียไ์ ด้ (K)
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลของแบบประเมินผลจากใบงาน
นักเรียนสามารถสามารถอธิบายประวตั ิความเปน็ มาขององค์พระปฐมเจดยี ์ได้ถกู ต้องและครบถ้วน
= ๓ คะแนน อยใู่ นเกณฑ์ ดี
นักเรยี นสามารถสามารถอธิบายประวตั คิ วามเป็นมาขององค์พระปฐมเจดยี ์ได้ถูกต้องส่วนใหญ่
= ๒ คะแนน อยใู่ นเกณฑ์ พอใช้
นกั เรยี นสามารถสามารถอธบิ ายประวัติความเปน็ มาขององค์พระปฐมเจดียไ์ ด้ถูกต้องบางส่วน
= ๑ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรบั ปรงุ
๑๘
๒. เพือ่ ให้นกั เรียนมีทักษะการแกป้ ญั หาและทางานร่วมกบั ผอู้ นื่ ได้ (P)
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลแบบประเมินพฤติกรรมการทางาน
สมาชิกกลมุ่ มีความสามัคคดี ีมาก และงานเสรจ็ สมบรู ณ์ตามกาหนด = ๓ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี
สมาชิกกล่มุ มคี วามสามคั คดี ี และงานเสรจ็ สมบรู ณต์ ามกาหนด = ๒ คะแนน อยใู่ นเกณฑ์ พอใช้
สมาชกิ กลุม่ มคี วามสามคั คีนอ้ ย และงานเสรจ็ ไมเ่ สร็จสมบรู ณ์ตามกาหนด = ๑ คะแนน อยู่ในเกณฑ์
ปรับปรงุ
๓. เพือ่ ใหน้ กั เรียนตระหนักถึงคุณค่าและความสาคญั ขององคพ์ ระปฐมเจดยี ์ (A)
เกณฑก์ ารประเมินผลของแบบสงั เกตพฤติกรรมการตอบคาถามในชัว่ โมงเรียน
นกั เรยี นสามารถบอกความสาคัญและคุณค่าของความสาคัญขององค์พระปฐมเจดีย์ไดด้ ว้ ยตนเอง
= ๓ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี
นกั เรยี นสามารถบอกความสาคัญและคณุ ค่าของความสาคัญขององค์พระปฐมเจดีย์ได้หากมีผชู้ ี้แนะแนวทาง
= ๒ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
นักเรียนสามารถบอกความสาคัญและคุณค่าของความสาคัญขององค์พระปฐมเจดีย์ได้หากมีผู้ช้ีแนะแนวทาง
และยกตัวอยา่ ง
= ๑ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรบั ปรุง
๑๒. การบูรณาการกบั กลุ่มสาระอ่ืน ๆ
๑๒.๑ การบูรณาการกบั กลมุ่ สาระ ภาษาไทย
การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุ มักมีความสอดคล้อง
กับภาษาไทยอยู่เสมอๆ ภาษาถือเป็นลายลักษณ์อักษรที่สาคัญทางประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้ เพ่ือเป็นมรดก
ถ่ายทอดสูช่ นรุน่ หลัง
๑๙
๑๒.๒ การบรู ณาการกบั กลุ่มสาระ ศิลปะ
ในการจัดการเรยี นการสอนเรื่อง ส่ิงทไ่ี มค่ วรพลาด เมอ่ื มาเยือนองค์พระปฐมเจดีย์ นัน้ ครูครไู ด้บูรณา
การกบั กล่มุ สาระศิลปะ โดยการใหน้ ักเรยี นได้ออกแบบโปสเตอร์ วาดภาพและระบายสี เพ่ือให้การจัดการเรียน
การสอนนน้ั เกิดสนุกสนานและนกั เรยี นได้ใช้จินตนาการในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานได้อยา่ งเต็มที่
๑๓. คุณธรรมท่ีสอดแทรก
๑๓.๑ คณุ ธรรมในเร่อื ง ความสามคั คี โดยครสู อดแทรกแนวคิดดังนี้
ในการทากิจกรรมในช่ัวโมงที่ ๒ ครูให้แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน เพื่อทางานเป็นทีม
ช่วยรว่ มกันออกแบบโปสเตอร์ เรอ่ื ง ส่ิงท่ีไมค่ วรพลาด เมือ่ มาเยอื นองค์พระปฐมเจดีย์ ซง่ึ นกั เรียนตอ้ งใช้ทักษะ
การทางานเป็นทมี และความสามัคคี
๑๓.๒ คุณธรรมในเรอื่ ง ความขยัน โดยครสู อดแทรกแนวคิดดังนี้
ในการทากิจกรรมในชั้นเรียน ครูให้นักเรียนทางานกลุ่ม เพื่อฝึกให้นักเรียนรู้จักบทบาทและหน้าที่ มี
ความขยัน และทางานให้สาเร็จลลุ ว่ งตามเวลาทก่ี าหนดได้
๒๐
ภาคผนวก
แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
กลมุ่ ..............
สมาชกิ ในกลุ่ม
๑.......................................................... ๒..........................................................
๓.......................................................... ๔..........................................................
๕......................................................... ๖..........................................................
พฤติกรรมทีส่ ังเกต ๓ คะแนน ๑
๒
๑. การมีส่วนร่วมในการทางาน
๒. การปฏิบตั ิงานตามหนา้ ที่ทไี่ ด้รับมอบหมาย
๓. การแสดงความคิดเหน็ และตอบคาถามในช้นั เรยี น
๔. การสง่ งานตามเวลาทกี่ าหนด
๕. การยอมรับความคดิ เห็นของผู้อน่ื
ลงช่อื ผปู้ ระเมนิ
.............................................................................
.................../................../..................
เกณฑ์การให้คะแนน
๓ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี
๓ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
๓ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรบั ปรงุ
๒๑
แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒
หลักสตู รวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๒ ชอ่ื หนว่ ย มหศั จรรย์แหง่ โครงสรา้ ง เวลา ๒ ช่ัวโมง
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
................................................................................................................................................................................
๑. สาระที่
สาระท่ี ๑ ทัศนศลิ ป์
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างาน
ทศั นศลิ ป์ท่ีเปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทย และสากล
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกบั โครงสรา้ งและแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนภุ าค หลักและธรรมชาตขิ องการเปล่ยี นแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลายและการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
๓. ตวั ชว้ี ดั
สร้างงานทัศนศิลปเป็นแผนภาพ แผนผังและภาพประกอบ เพื่อถ่ายทอด ความคิดหรือเร่ืองราว
เก่ยี วกับเหตุการณตา่ ง ๆ
๔. วเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้
๑. ดา้ นความรู้
- อธิบายลาดับการสรา้ งองค์พระปฐมเจดยี ์ตงั้ แตเ่ ร่ิมต้นสรา้ งจนถึงปัจจุบนั ได้
- สามารถยกตัวอย่างวัสดแุ ละอธบิ ายคณุ สมบัติของวัสดุที่ใช้ในการสร้างองค์พระปฐมเจดียไ์ ด้
๒. ด้านเจตคติ – คา่ นยิ ม
ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่นั ในการทางาน มวี นิ ยั และเห็นความสาคัญของภมู ิปัญญาของบรรพชนเก่ียวกับ
วางรากฐานทางงานกอ่ สร้างและงานออกแบบ
๒๒
๓. ด้านทักษะ / กระบวนการ
- ฝึกทกั ษะการวาดภาพและระบายสีองคพ์ ระปฐมเจดยี ์ตามลาดบั ขั้นตอนการสรา้ ง
- ฝกึ ทกั ษะการแจกแจงวัสดุและคุณสมบัตขิ องวัสดทุ ่ีใชใ้ นการสรา้ งองค์พระปฐมเจดีย์
๕. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. เพื่อใหน้ ักเรียนเข้าใจและสามารถอธบิ ายลาดับการสรา้ งองค์พระปฐมเจดยี ์ตั้งแต่เร่ิมต้นสร้างจนถึง
ปัจจุบัน (K)
๒. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนแจกแจงวัสดแุ ละคณุ สมบัติของวัสดุท่ใี ชใ้ นการสรา้ งองคพ์ ระปฐมเจดีย์ (P)
๓. เพื่อให้นักเรียนเห็นความสาคัญของภูมิปัญญาของบรรพชนเกี่ยวกับวางรากฐานทางงานก่อสร้าง
และงานออกแบบ (A)
๖. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
งานก่อสร้าง เป็นงานหน่ึงท่ีสะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมและวัฒนธรรมของกลุ่มชนที่มีอายุยาวนาน
โดยมีววิ ฒั นาการมาอย่างต่อเนือ่ งทกุ ยุคทุกสมยั ท้งั ด้านเครือ่ งมือ อปุ กรณ์ เคร่ืองจกั รกลต่าง ๆ ตลอดจนวัสดทุ ่ี
จะเป็นตวั กาหนดความแข็งแรงทนทาน ประกอบกับงานออกแบบซึง่ เปน็ ศาสตรส์ าขาหนึ่งท่ีจะชว่ ยเติมเต็มงาน
สถาปัตยกรรมนั้น ๆ ให้มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ อันจะบ่งบอกถึงรากฐานทางความคิด ภูมิปัญญา
ของกลุ่มชนนั้น ซึ่งการเรียนรู้เก่ียวกับงานก่อสร้างและงานออกแบบของสถาปัตยกรรมในอดีตจะช่วยให้
นักเรยี นไดเ้ ขา้ ใจหลกั การก่อสรา้ งและงานออกแบบและภูมิใจในภูมปิ ัญญาของบรรพชนของตนเอง
๗. สาระการเรยี นรู้
๑. รายละเอยี ดเก่ยี วกบั พระปฐมเจดีย์
๒. ลาดับการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์
๓. วัสดแุ ละคุณสมบัตวิ ัสดทุ ใี่ ชใ้ นการสรา้ งองค์พระปฐมเจดยี ์
๘. รายละเอยี ดสาระการเรยี นรู้
๑. รายละเอยี ดเก่ียวกับพระปฐมเจดยี ์
องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสาคัญของประเทศไทย อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดีย์
ราชวรมหาวหิ าร มปี ระวตั ิความเป็น มายาวนาน เชอ่ื ว่าเปน็ ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์
พระโคตมพุทธเจา้ องค์พระปฐมเจดยี ์ เปน็ พระเจดยี ์ใหญ่ รูป ระฆงั คว่า ปากผายมหึมา โครงสร้างเป็น
ไม้ซุง รัดด้วยโซ่เส้นมหึมาก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยกระเบ้ืองปูทับ ประกอบด้วยวิหาร ๔ ทิศ กาแพง
แก้ว ๒ ชนั้ ถอื เป็นเจดียท์ ่ใี หญท่ ่ีสุด เป็นอนั ดบั ๑ ของประเทศไทย โดยมรี ายละเอียดดงั ตอ่ ไปนี้
๒๓
- สงู จากพืน้ ดินถงึ ยอดมงกุฏ ๑๒๐.๔๕ เมตร
- ฐานโดยรอบวัด ๒๓๕.๕๐ เมตร
- เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางวดั โดยรอบ ๕๖.๖๔ เมตร
- จากปากระฆงั ถึงสเ่ี หลย่ี มสูง ๑๘.๓๐ เมตร
- สเ่ี หลี่ยมด้านละ ๒๘.๑๐ เมตร
- ปล้องไฉนท้ังหมดมี ๒๗ ปล้อง
- เสาหารมี ๑๖ ตน้
- ระเบียงโดยรอบ ๕๖๒ เมตร
- กาแพงแกว้ ชนั้ ในโดยรอบ ๙๑๒ เมตร
- ซมุ้ ระฆังบนลานองค์พระปฐมเจดีย์ ๒๔ ซมุ้
๒. ลาดบั การสร้างองค์พระปฐมเจดยี ์
พระปฐมเจดีย์ ท่ีจังหวัดนครปฐม มีอายุอยู่ราว ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เจดีย์ท่ีเห็นกันใน
ปัจจุบันองค์ที่เห็นในตอนนี้กลับเป็นองค์ที่ ๓ และยังมีอีก ๒ องค์ซ้อนอยู่ข้างใน พระปฐมเจดีย์องค์
แรกน้ันนักโบราณคดีสันนิษฐานกันว่า สร้างข้ึนในสมัยที่นครปฐมยังเป็นเมืองศรีวิชัยของอาณาจักร
ทวารวดีและมีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเป็นเมืองท่าท่ีติดตอ่ กับต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย ชวา เม่ือ
พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งชมพูทวีปทรงส่งพระโสณะเถระและพระอุตตระเถระ เป็นสมณทูตมา
เผยแพรพ่ ุทธศาสนาในสุวรรณภมู ิ ศรีวชิ ยั ก็ได้กลายเป็นเมืองสาคัญทางพุทธศาสนาในย่านนี้และมีการ
สร้างพระเจดีย์ใหญ่ข้ึนเพ่ือประกาศความย่ิงใหญ่ของพระพุทธศาสนา โดยบรรจุพระบรมสารีริกธาตทุ ่ี
พระเจ้าอโศกขุดพบในอินเดีย ตอ่ มาพระปฐมเจดีย์องค์นี้กผ็ ุพังไปตามกาลเวลากลายเป็นเนินดนิ ขนาด
ใหญ่ จนราว พ.ศ. ๑๘๐๐ เจ้าศรีศรัทธารัตนมณีลังกาทวีป เจ้านายพระองค์หน่ึงในราชวงศ์พระร่วง
แห่งกรุงสุโขทัย ทรงออกผนวชและธุดงค์ไปในถิ่นต่าง ๆ จนธุดงค์ผ่านมาพบเนินดินท่ีเป็นพระปฐม
เจดีย์องค์แรก จึงได้สร้างพระเจดีย์ขึ้นใหม่บนเนินนั้น เป็นเจดีย์ยอดปรางค์ สูง ๔๒ วา ๒ ศอก พระ
ปฐมเจดยี อ์ งค์นี้ กค็ อื องค์ทม่ี ีตานานวา่ พญาพานเปน็ ผูส้ ร้างข้ึนสูงเท่านกเขาเหิน เพื่อเป็นการไถ่บาปท่ี
ได้ทาปิตุฆาตพญากง โดยไม่ทราบว่าเป็นบิดาของตนเอง พระปฐมเจดีย์ท่ีสร้างโดยเจ้าศรีศรัทธาฯนี้
ยั่งยืนต่อมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระปฐมเจดีย์องค์ที่ ๒ ถูกทอดทิ้งอยู่ในป่าหลายร้อยปี จน
เม่ือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ข้ึนครองราชย์ พระองค์ทรงระลึกถึงพระเจดีย์องค์ใหญ่ท่ีธุดงค์ไป
พบ จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ทรงลังกาเป็นรูประฆังคว่าข้ึน มีความสูงถึง ๑๒๐ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง
รอบฐานวดั ได้ ๖๐ เมตร ครอบเจดียอ์ งค์เดิมไว้ ทงั้ ยงั โปรดให้จาลองเจดีย์องค์ที่ถูกครอบไวภ้ ายใน มา
สร้างไว้ทางทิศใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์ด้วย เพื่อให้การเดินทางจากกรุงเทพฯไปพระปฐมเจดีย์ได้
สะดวก ตอ่ มาสมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลท่ี ๕ ยังทรงให้นากระเบื้องเคลือบสเี หลอื งข้ึนตดิ รอบองค์
พระ แตท่ ว่ายงั ไม่แลว้ เสรจ็ ก็สิน้ รชั กาลเสยี ก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หวั โปรดฯให้ทา
ต่อจนเสร็จสมบูรณ์ ทรงอัญเชิญพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระพุทธรูปปางห้ามญาติ ซ่ึงพระองค์ทรงพบท่ี
๒๔
เมืองสวรรคโลกในสภาพชารุด เหลือแต่เพียงพระเศียร พระหัตถ์และพระบาท โปรดให้นามาต่อเติม
จนเตม็ องค์ ประดษิ ฐานไว้ที่ซุม้ ด้านเหนือ ซึง่ ถอื วา่ เปน็ ด้านหน้าขององค์พระปฐมเจดยี ์ ถวายพระนาม
วา่ “พระรว่ งโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร
อ้างองิ https://thaihitz.com/
๓. วสั ดุและคณุ สมบัตวิ ัสดทุ ี่ใช้ในการสร้างองคพ์ ระปฐมเจดีย์
- อิฐดินเผา
อฐิ ทีม่ ีลักษณะสีส้มแดงหรือท่ีเรามักเรียกกนั วา่ สีสม้ อิฐ มีตน้ กาเนิดมาจากชาวมอญท่ี
ย้ายถ่ินฐานเข้ามาอยู่ในประเทศไทย กระบวนการผลิตและส่วนประกอบทามาจากดินเหนียว
และแกลบ ผสมใสแ่ บบพิมพ์แล้วนามาเผาเพื่อคงรูปอิฐที่อุณหภูมิ ๗๐๐-๘๐๐ องศาเซลเซียส
เป็นวสั ดทุ ใ่ี ช้มาอย่างยาวนาน มกั จะเหน็ ได้บอ่ ยในงานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เชน่ วดั วาอาราม
และอิฐมอญก็ยังเป็นวัสดุท่ีนิยมใช้มาจนถึงปัจจุบัน อิฐมอญเป็นอิฐท่ีสามารถผลิตได้เองใน
ประเทศไทย ราคาต่อก้อนถูกมากและท่ีสาคัญคือช่างค่อนข้างมีความชานาญและคุ้นเคยใน
การก่ออิฐประเภทนี้
- ปูน
เป็นวัสดุเชื่อมประสานที่ได้จากการบดปูนเม็ด ซึ่งเกิดจากการเผาส่วนต่าง ๆ อัน
ได้แก่ หินปูนหรือปูนดินขาวกับดินเหนียวหรือดินดาน ในสัดส่วนท่ีเหมาะสมเป็นวัตถุดิบที่
สาคญั ในการผลติ และมผี สมอนื่ เช่น ซลิ กิ า้ อลมู นิ ่า สินแรเ่ หล็ก ยิปซมั่ และสารเพิ่มพิเศษอื่น ๆ
- ไมซ้ ุง
ซุง หรือไม้ท่อนท่ีมีขนาดใหญ่ อาจนาไปแปรรูปโดยการเฉลี่ย ให้เป็นไม้แผ่นมีขนาด
ตา่ ง ๆ ตามความประสงค์ในการก่อสร้างอาคาร บา้ นเรอื น เคร่ืองเรอื นและเคร่ืองมือเครื่องใช้
ตา่ ง ๆ หรอื อาจปอก หรอื ผ่านใหเ้ ปน็ ไม้แผ่นบาง ๆ เพอื่ นาไปทาเปน็ ไมอ้ ัด ไม้ประสาน ประตู
๒๕
พ้ืนเรียบหรืองานอ่ืน ๆ ได้ ไม้ขนาดเล็ก รวมทั้งกิ่งก้านและตอราก หรือเศษไม้ท่ีได้จากการ
แปรรปู ดว้ ยวิธดี งั กลา่ ว อาจนามาสับ ไสหรอื บด ย่อยลงจนเปน็ ช้นิ เล็ก ๆ ลงไปอกี เพอื่ ทาเป็น
แผน่ ไม้ประกอบประเภทต่าง ๆ รวมท้งั ทากระดาษหรือนาไปใช้ในอุตสาหกรรมเคมีชนิดอน่ื ๆ
หรืออาจใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยทาเป็นฟืนหรือเผาให้เป็นถ่านเสียก่อนได้ ข้ีเลื่อยนั้นแต่ก่อนมา
เชื่อกันว่า นอกจากจะใช้เป็นเชื้อเพลิงแล้วก็แทบหาประโยชน์อะไรมิได้ แต่ปัจจุบันได้มีการ
นาไปใช้ในอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษกันมากในประเทศในยุโรป ในแง่ท่ีจะใช้เป็นเชื้อเพลิง
อาจปรับปรุงให้มีคุณภาพดีข้ึน โดยการอัดให้เป็นแท่งหรือเผาเป็นถ่านก่อน แล้วจึงอัดให้เปน็
แทง่ กไ็ ด้
- เหล็ก (โซ่)
เป็นโลหะสีเงินสีขาวหรือสีเทา เป็นเงา วิธีการหลอ่ สามารถใช้ค้อนทบุ เป็นแผน่ บางๆ
ได้ สามารถยืดได้ เหล็กมีความต้านทานแรงดึงสูง อีกทั้งยังนาไฟฟ้า นาความร้อนได้ดีและใช้
ประโยชน์ต่าง ๆ ได้อีกมากมาย คุณสมบัติที่สาคัญของเหล็ก คือ เมื่อหล่อแล้วสามารถข้ึนรูป
ใหม่ได้และยังมีความทนทานท่ีดี นอกจากน้ีโซ่เหล็กสามารถใช้ในการโค้ง งอ ม้วน ดัดเป็น
รูปร่างรูปแบบและอื่น ๆ เพื่อนามาประดิษฐ์เป็นส่ิงของท่ีเรานามาใช้ในชีวิตประจาวัน หรือ
นามาใชใ้ นโรงงานอุตสาหกรรม
- กระเบอื้ งเคลอื บ
เป็นกระเบื้องท่ีผ่านการเผา ๑ หรือ ๒ คร้ังและนาเอามาขึ้นรูป จากน้ันจึงทาการ
เคลอื บผวิ เพ่อื ทาให้เกดิ ลวดลายของกระเบ้อื งทสี่ วยงาม เป็นกระเบ้ืองทม่ี ขี นาดหลากหลาย มี
อัตราการซึมน้าต่า เนื้อกระเบื้องมีความแน่นและแข็งแกร่งค่อนข้างสูง และมีโทนสีสไตล์
ตา่ งๆ ให้เลือกใชม้ ากท่สี ดุ สามารถใช้เพื่อตกแต่งได้ง่ายและสะดวก เม่ือทาการเคลอื บเงาแล้ว
จะมีความสวยงามเหมาะสาหรบั ใชป้ ูพ้นื
๙. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (ระบุวิธสี อนหรือรูปแบบการสอนทใ่ี ช้)
รปู แบบการเรยี นการสอน Gagne’s Instructional Model ประกอบดว้ ยการดาเนนิ การเป็นลาดับ
ขน้ั ตอนรวม ๙ ขน้ั ดังน้ี
ขัน้ ที่ ๑ การกระตุ้นและดึงดดู ความสนใจของนักเรยี น เป็นการชว่ ยให้นกั เรยี นสามารถรับสิ่ง
เร้า หรอื ส่งิ ท่ีจะเรียนรู้ไดด้ ี
ข้ันท่ี ๒ การแจ้งวัตถุประสงค์ของการเรียนให้นักเรียนทราบ เป็นการช่วยให้นักเรียนได้รับรู้
ความคาดหวงั
๒๖
ข้ันท่ี ๓ การกระตุ้นให้ระลึกถึงความรู้เดิม เป็นการช่วยให้นักเรียนดึงข้อมูลเดิมท่ีอยู่ใน
หน่วยความจาระยะยาวให้มาอยู่ในหน่วยความจาเพื่อใช้งาน (working memory) ซ่ึงจะช่วยให้
นักเรยี นเกดิ ความพร้อมในการเชอ่ื มโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม
ข้ันท่ี ๔ การนาเสนอสิ่งเร้าหรือเนื้อหาสาระใหม่ ครูควรจะจัดสิ่งเร้าให้นักเรียนเห็น
ความสาคัญของส่ิงเร้าน้นั อย่างชัดเจน เพ่อื ความสะดวกในการเลือกรบั รขู้ องนักเรยี น
ข้ันท่ี ๕ การให้แนวการเรียนรู้ หรือการจัดระบบข้อมูลให้มีความหมาย เพื่อช่วยให้นักเรียน
สามารถทาความเข้าใจกับสาระที่เรียนไดง้ า่ ยและเรว็ ข้ึน
ข้ันท่ี ๖ การกระตุ้นให้นักเรียนแสดงความสามารถ เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสตอบสนองต่อส่ิง
เร้าหรือสาระทเ่ี รยี น ซ่ึงจะช่วยใหท้ ราบถงึ การเรยี นรู้ทีเ่ กดิ ขน้ึ ในตวั นักเรยี น
ขั้นที่ ๗ การให้ข้อมูลป้อนกลับ เป็นการให้การเสริมแรงแก่นักเรียน และข้อมูลท่ีเป็น
ประโยชนก์ บั นักเรยี น
ขั้นท่ี ๘ การประเมินผลการแสดงออกของนักเรียน เพ่ือช่วยให้นักเรียนทราบว่าตนเอง
สามารถบรรลุวตั ถปุ ระสงคม์ ากน้อยเพยี งใด
ขั้นที่ ๙ การส่งเสริมความคงทนและการถ่ายโอนการเรียนรู้ โดยการให้โอกาสนักเรียนได้มี
การฝึกฝนอย่างพอเพียงและในสถานการณ์ที่หลากหลาย เพ่ือช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจท่ีลึกซึ้ง
ขนึ้ และสามารถถา่ ยโอนการเรียนรไู้ ปสสู่ ถานการณ์อืน่ ๆ ได้
ชัว่ โมงที่ ๑-๒ มหศั จรรยแ์ หง่ โครงสร้าง โดยใช้ Gagne’s Instructional Model
ขน้ั นา
๑. ครูกระตุ้นและดึงดูดความสนใจของนักเรียน (ข้ันตอนที่ ๑ Gain Attention) โดยการเปิดคลิปวีดีโอ
เลา่ นิทานตานานองคพ์ ระปฐมเจดยี ์ (ลงิ ก์ https://www.youtube.com/watch?v=uS4kMEoE4gg) เป็น
เวลา ๒๐ นาที
๒. ครพู ดู เชอื่ มโยงเข้าสู่บทเรยี น เรอ่ื ง องคพ์ ระปฐมเจดีย์
ขั้นสอน
๑. ครแู จ้งวัตถุประสงค์ของการเรยี นให้นกั เรยี นทราบ (ขนั้ ตอนที่ ๒ Specify Objective) เปน็ การชว่ ยให้
นกั เรยี นไดร้ ับรู้ความคาดหวัง
๒. ครูกระตุ้นให้นักเรียนระลึกถึงความรู้เดิม (ขั้นตอนท่ี ๓ Activate Prior Knowledge) เกี่ยวกับหน่วย
ที่ ๑ กว่าจะเป็น “พระปฐมเจดีย์” เพื่อให้นักเรียนเกิดความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับ
ความรเู้ ดิม
๓. ครอู ธบิ ายเน้ือหางานออกแบบและงานก่อสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ โดยอธิบายภาพรวมของหัวข้อท่ีจะ
เรียนทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับพระปฐมเจดีย์, ลาดับการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์และ
๒๗
วสั ดุและคณุ สมบตั ิวสั ดุที่ใช้ในการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ เพ่ือให้นักเรียนจัดระบบข้อมูลและสามารถ
ทาความเข้าใจกบั สาระทเี่ รยี นไดง้ า่ ยและเร็วขึน้ (ข้ันตอนที่ ๔ Present New Information)
๔. ครูอธิบายเน้ือหาอย่างละเอียดไปตามหัวข้อ ท้ังยกตัวอย่างโดยใช้ส่ือและภาพประกอบจาก
PowerPoint ประกอบการสอน (ส่ือสอน) เพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากย่ิงข้ึน (ข้ันตอนท่ี ๕ Guide
Learning) เป็นเวลา ๔๐ นาที จากน้ันกระตุ้นนักเรียนโดยการถามเก่ียวกับเนื้อหาท่ีได้อธิบายไป
ท้งั หมด โดยการส่มุ (ข้นั ตอนท่ี ๖ Elicit Response) โดยโปรแกรมสุ่ม ClassDojo (สื่อสอน)
ขัน้ สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเน้ือหา (ขั้นตอนท่ี ๙ Review and Transfer) โดยครูทาหน้าท่ี
เป็นผู้ถามและเช่ือมโยงประเด็นหัวข้อต่าง ๆ และนักเรียนร่วมกันตอบความรู้เกี่ยวกับเน้ือหานั้น
(ข้ันตอนที่ ๗ Provide Feedback) และทาใบกิจกรรม ๑ มหัศจรรย์สารสร้าง, ใบกิจกรรมท่ี ๒ พระ
ปฐมงดงามตามลาดับ และใบสรุปความรู้ (ส่ือการเรียนรู้) (ข้ันตอนที่ ๘ Assess Performance) เป็น
เวลา ๑ ชั่วโมง
๑๐. ส่อื การเรียนรู้และแหล่งเรยี นรู้
๑๐.๑ สือ่ การเรยี นรู้
๑. PowerPoint ประกอบการสอน
๒. ใบกจิ กรรมท่ี ๑ มหศั จรรย์สารสร้าง
๓. ใบกจิ กรรมที่ ๒ พระปฐมงดงามตามลาดับ
๔. โปรแกรมสุ่ม ClassDojo
๕. YouTube ลงิ ก์ https://www.youtube.com/watch?v=uS4kMEoE4gg
๖. ใบสรปุ ความรู้
๑๐.๒ แหลง่ การเรียนรู้
๑. หอ้ งสมุดโรงเรียน
๒. พิพธิ ภณั ฑ์จงั หวดั นครปฐม
๓. วัดพระปฐมเจดียร์ าชวรมหาวหิ าร
๒๘
๑๑. การวดั ผลและประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมอื วัดผล เกณฑ์
การประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ (K) ประเมนิ จากใบสรปุ ใบสรุปความรู้ ๓ คะแนน = ดี
๑. เพื่อให้นักเรียนเข้าใจและสามารถ ความรู้ ๒ คะแนน = พอใช้
อธิบายลาดับการสร้างองค์พระปฐม ๑ คะแนน = ปรับปรุง
เจดีย์ตัง้ แต่เรม่ิ ตน้ สร้างจนถงึ ปัจจบุ นั
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ใบกิจกรรมที่ ๑ ใบกิจกรรม ๓ คะแนน = ดี
๒. เพ่ือให้นักเรียนแจกแจงวัสดุและ มหศั จรรย์สารสร้าง ๒ คะแนน = พอใช้
คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในการสร้างองค์ ประเมินจากใบ ๑ คะแนน = ปรับปรงุ
พระปฐมเจดีย์ กิจกรรมที่ ๒
ด้านเจตคติ (A) สังเกตจาก แบบสงั เกต ๓ คะแนน = ดี
๓. เพื่อให้นักเรียนเห็นความสาคัญของ พฤติกรรมในชนั้ พฤติกรรม ๒ คะแนน = พอใช้
ภู มิ ปั ญ ญ า ข อ ง บ ร ร พ ช น เ กี่ ย ว กั บ เรียน ๑ คะแนน = ปรับปรงุ
วางรากฐานทางงานก่อสร้างและงาน
ออกแบบ
รายละเอยี ดการวดั ผลและประเมินผล
๑. เพ่ือให้นักเรียนเข้าใจและสามารถอธิบายลาดับการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ตั้งแต่เริ่มต้นสร้าง
จนถงึ ปจั จุบัน (K)
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลของแบบประเมินผลจากใบสรปุ ความรู้
ผลงานเสร็จสมบูรณ์ สื่อความหมายได้ดี เน้ือหาถูกต้อง กล่าวถึงเน้ือหาครบทุกหัวข้อได้แก่
รายละเอียดเก่ียวกับพระปฐมเจดีย ลาดับการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ วัสดุและคุณสมบัติวัสดุท่ีใช้ในการสร้าง
องค์พระปฐมเจดยี ์และอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ได้ชดั เจน เปน็ แบบอย่างแก่ผู้อื่นได้ = ๓ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี
ผลงานเสร็จสมบูรณ์ เนื้อหาถูกต้อง กล่าวถึงเน้ือหาครบทุกหัวข้อได้แก่ รายละเอียดเกี่ยวกับพระปฐม
เจดีย์ ลาดับการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ วัสดุและคุณสมบัติวัสดุที่ใช้ในการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ สื่อ
ความหมายไดด้ ี = ๒ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
ผลงาน ไม่เสร็จ เนอื้ หาถกู ต้อง กล่าวถึงหวั ขอ้ เพยี ง ๑ ใน ๓ เทา่ นน้ั หรอื มเี นอ้ื หาบางสว่ นไม่ถกู ตอ้ ง =
๑ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรับปรงุ
๒๙
๒. เพอื่ ให้นกั เรียนแจกแจงวสั ดแุ ละคุณสมบัตขิ องวสั ดทุ ใ่ี ช้ในการสรา้ งองคพ์ ระปฐมเจดีย์ (P)
เกณฑ์การประเมินผลจากใบกิจกรรม
ใบกจิ กรรมครบถ้วนสมบรู ณแ์ ละเตมิ คาและจดั ลาดับการสรา้ งได้ถูกต้อง = ๓ คะแนน อยใู่ นเกณฑ์ ดี
ใบกิจกรรมครบถว้ นสมบรู ณ์ = ๒ คะแนน อยูใ่ นเกณฑ์ พอใช้
ใบกจิ กรรมสมบรู ณ์ ๑ ใบกจิ กรรม = ๑ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรบั ปรงุ
๓. เพื่อให้นักเรียนเห็นความสาคัญของภูมิปัญญาของบรรพชนเกี่ยวกับวางรากฐานทางงาน
ก่อสร้างและงานออกแบบ (A)
เกณฑ์การประเมนิ ผลของแบบสงั เกตพฤติกรรมในช้นั เรียน
นักเรียนเข้าเรียนครบตรงเวลา ให้ความร่วมมือ มีความสนใจในการเรียนและต้ังใจทาผลงาน = ๓
คะแนน อย่ใู นเกณฑ์ ดี
นักเรียนเข้าเรียนครบตรงเวลา ให้ความร่วมมือ มีความสนใจในการเรียน = ๒ คะแนน อยู่ในเกณฑ์
พอใช้
นักเรียนเข้าเรยี นครบตรงเวลา = ๑ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรบั ปรุง
๑๒. การบูรณาการกบั กลุ่มสาระอื่น ๆ
๑๒.๑ การบูรณาการกับกลมุ่ สาระ ภาษาไทยและประวัตศิ าสตร์ บูรณาการดงั น้ี
นักเรียนจะได้รับฟังตานานและนิทานผ่านวีดีโอเร่ือง พระปฐมเจดีย์ ที่เป็นการนาเอาความรู้
เกยี่ วกับเรอ่ื งราวในอดีตของการสรา้ งองค์พระปฐมเจดีย์ ทง้ั ทีต่ รงกับความเป็นจรงิ และแต่งขนึ้ เพ่ือใหส้ อดคล้อง
กับความเป็นจริง โดยใช้ถ้อยคาและภาษาผนวกกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ทาให้นักเรียนเกิดความสนใจ
อยากร้อู ยากเหน็ และพร้อมทจี่ ะเร่ิมเรียน
๑๒.๒ การบรู ณาการกบั กลุม่ สาระ วิทยาศาสตร์ บูรณาการดงั นี้
นักเรียนจะได้เรียนรู้เรื่องโครงสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ ผ่านเรื่องของวัสดุหรือวัตถุต่าง ๆ ท่ี
ทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า สสาร ซ่ึงเป็นสิ่งท่ีมีมวล ต้องการท่ีอยู่และสามารถสัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสท้ัง ๕
สสารเม่ือถูกแยกออกจะพบเนื้อด้านในที่เรียกวา่ สาร ซึ่งสารแต่ละประเภทจะมีคุณสมบตั ิที่แตกต่างกันออกไป
เช่น จุดเดือด จุดหลอมเหลว ความมันวาว การนาไฟฟ้า ความแข็งแรง ความหนาแน่น เป็นต้น ในการสร้าง
องคพ์ ระปฐมเจดีย์น้ีก็อาศัยสารหรือวัตถทุ ่ีมีคุณสมบัติเฉพาะที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้องคพ์ ระปฐมเจดีย์อยู่
คกู่ ับชาตไิ ทยมาอย่างยาวนาน
๓๐
๑๓. คุณธรรมท่สี อดแทรก
๑๓.๑ คณุ ธรรมในเรอ่ื ง มวี ินัย โดยครสู อดแทรกแนวคดิ ดงั นี้
ในช่วงข้ันนาเข้าสู่บทเรียน ครูอธิบายเก่ียวกับการเข้าเรียนให้ตรงเวลา เพื่อแสดงถึงความมี
วินัยในชั้นเรียนและหลังจากการเรียนการสอน ครูจะมอบหมายภาระงานและชี้แจงรูปแบบและ
ระยะเวลาในการส่งงานและสอดแทรกคุณธรรมในเร่ืองความมีวินัย ความรับผิดชอบต่อภาระงานท่ี
ได้รับมอบหมายและการสง่ งานให้ทนั ตามระยะเวลาท่กี าหนด
๑๓.๒ คณุ ธรรมในเร่อื ง ความซ่ือสัตย์ โดยครสู อดแทรกแนวคิดดังนี้
ครใู ห้นกั เรยี นทาใบกจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรมความซ่ือสัตย์ในการทาด้วยความสามารถ
ของตนเองโดยไมล่ อกผ้อู ่นื
๓๑
ชอ่ื .................นามสกลุ ...................................เลขที่..................
ใบสรปุ ความรู้
หลักสตู ร วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวหิ าร หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ ชือ่ หนว่ ย มหัศจรรยแ์ หง่ โครงสรา้ ง .
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ เวลา ๒ ชว่ั โมง
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นนาความรู้เรอ่ื ง มหศั จรรย์แห่งโครงสร้าง มาสร้างเป็นแผนผังความคิดและตกแตง่ ให้สวยงาม
๓๒
ชื่อ..................นามสกุล........................เลขท.ี่ .................
ใบกจิ กรรมที ๑
“มหศั จรรยส์ ารสร้าง”
หลกั สูตร วัดพระปฐมเจดยี ร์ าชวรมหาวหิ าร หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๒ ชอื่ หน่วย มหัศจรรยแ์ หง่ โครงสรา้ ง .
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ เวลา ๒ ช่วั โมง
คาช้แี จง ให้นักเรยี นเติมคาและวาดภาพในชอ่ งว่างใหค้ รบถ้วน
ชอ่ื สาร รูปภาพ คณุ สมบตั ิ
อิฐดินเผา ลักษณะสีส้มแดง มีต้นกาเนิดมาจากชาว
มอญ ส่วนประกอบทามาจากดินเหนียว
และเผาเพ่ือคงรูปอิฐที่อุณหภูมิ ๗๐๐ -
๘๐๐ องศาเซลเซียส
.........................................................
ปนู .........................................................
.........................................................
...................... ไม้ท่อนที่มีขนาดใหญ่ อาจนาไปแปรรูป
เหลก็ (โซ)่ โดยการเฉลี่ยให้เป็นไม้แผ่นมีขนาดต่าง ๆ
...................... และอาจนามาสับ ไสหรือบดเพื่อทาเป็น
แผ่นไมป้ ระกอบประเภทตา่ ง ๆ
.........................................................
.........................................................
.........................................................
ผ่านการเผา ๑ หรือ ๒ ครั้ง และนาเอา
มาข้ึนรูป จากนั้นจึงทาการเคลือบผิวเพ่ือ
ทาใหเ้ กดิ ลวดลายทส่ี วยงาม มีอัตราการซมึ
น้าต่า เน้ือมีความแน่นและแข็งแกร่ง
คอ่ นขา้ งสูง
๓๓
ชอื่ ..................นามสกลุ ........................เลขท่.ี .................
ใบกจิ กรรมที่ ๒
“พระปฐมงดงามตามลาดับ”
หลกั สตู ร วดั พระปฐมเจดยี ร์ าชวรมหาวิหาร หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๒ ชอื่ หน่วย มหัศจรรย์แห่งโครงสรา้ ง .
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ เวลา ๒ ชว่ั โมง
คาช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นวาดภาพววิ ฒั นาการขององค์พระปฐมเจดยี ์และเขียนอธิบายกากบั ลาดบั การสร้างก่อนหลัง
ให้ครบถว้ นสมบูรณแ์ ละตกแตง่ ใหส้ วยงาม
แผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๓
หลกั สูตรวดั พระปฐมเจดียร์ าชวรมหาวิหาร
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ชื่อหนว่ ย ณ ที่นี้มตี านาน เวลา ๒ ชัว่ โมง
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
...................................................................................................................................................................
.............
๑. สาระที่
ใบงาน
เรอื่ ง จาได้...เข้าใจเรื่อง
คาส่งั : ให้นักเรยี นเติมคาศัพท์ภาษาอังกฤษทปี่ รากฏในตานานพญากงพญาพานตรงกบั รปู ภาพใหถ้ กู ตอ้ ง
Father Teacher Huntsman Pagoda Governor
King's treasure King Son Queen City
๓๔
แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓
หลักสตู รวดั พระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๓ ชือ่ หน่วย ณ ทน่ี ี้มีตานาน เวลา ๒ ชัว่ โมง
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
................................................................................................................................................................................
๑. สาระท่ี
สาระที่ ๓ การฟัง การดแู ละการพดู (วิชาภาษาไทย)
การฟังและดูอย่างมวี ิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเหน็ ความรสู้ กึ พดู ลาดบั เรื่องราวต่าง ๆ อยา่ ง
เป็นเหตุเปน็ ผล การพดู ในโอกาสตา่ ง ๆ ทั้งเปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ และการพูดเพื่อโนม้ น้าวใจ
สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร (วิชาภาษาองั กฤษ)
การใช้ภาษาต่างประเทศในการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน แลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ
ความคิดเห็น ตีความ นาเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอดและความคิดเห็นในเร่ืองต่าง ๆ และสร้างความสมั พันธ์
ระหวา่ งบุคคลอยา่ งเหมาะสม
๒. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ความคิดและ
ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟังและอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อย่างมีเหตผุ ล
๓. ตวั ชวี้ ัด
ท ๓.๑ ป. ๖/๑ พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงคข์ องเร่ืองที่ฟังและดู
ท ๓.๑ ป. ๖/๒ ตั้งคาถามและตอบคาถามเชงิ เหตผุ ลจากเรื่องท่ีฟังและดู
๓๕
ท ๓.๑ ป. ๖/๔ พดู รายงานเร่ืองหรอื ประเด็นท่ีศกึ ษาค้นคว้าจากการฟงั การดู และการสนทนา
ท ๓.๑ ป. ๖/๖ มีมารยาทในการฟงั การดูและการพดู
ต ๑.๑ ป.๖/๒ อา่ นออกเสยี งขอ้ ความ นทิ านและบทกลอนสน้ั ๆ ถูกต้องตาม หลักการอ่าน
ต ๑.๑ ป.๖/๓ เลือก/ระบุประโยค หรือข้อความส้ันๆ ตรงตามภาพ สญั ลกั ษณห์ รือเคร่ืองหมายท่ีอ่าน
ต ๑.๑ ป.๖/๔ บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟงั และอ่านบทสนทนา นิทานง่าย ๆ และเรอ่ื งเลา่
๔. วิเคราะห์ผลการเรียนรู้
๑. ดา้ นความรู้
- สามารถบอกความหมายของคาศัพท์ภาษาอังกฤษท่ปี รากฎในตานานได้
๒. ดา้ นเจตคติ – คา่ นยิ ม
เหน็ ความสาคัญและคุณคา่ ของตานานพญากงพญาพาน
๓. ด้านทักษะ / กระบวนการ
- สามารถเขียนแผนภาพโครงเรอื่ งจากตานานพญากงพญาพานได้
- สามารถเรียงลาดบั เหตุการณ์ตานานพญากงพญาพานได้
- สามารถเล่าตานานพญากงพญาพานให้ผู้อื่นฟังได้
๕. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. เพ่อื ให้นกั เรยี นอธิบายความหมายของคาศัพทภ์ าษาอังกฤษทปี่ รากฏในตานานพญากงพญาพานได้ (K)
๒. เพอื่ ให้นักเรยี นเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งจากตานานพญากงพญาพานได้ (P)
๓. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนเห็นความสาคญั และคุณค่าของตานานพญากงพญาพาน (A)
๓๖
๖. สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด
ตานานพญากงพญาพาน เป็นวรรณกรรมพื้นบ้านที่บอกเล่าและเช่ือมโยงท่ีมาของโบราณสถานและชื่อบ้าน
นามเมอื งในภูมิภาคตะวันตก โดยเฉพาะในพนื้ ท่จี งั หวดั นครปฐม เชน่ พระปฐมเจดยี ์ พระประโทณเจดยี ์ เนินพระ บา้ น
สามพราน เนื้อหาแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาค ตลอดจนวิถีชวี ิตในท้องถ่ิน นอกจากนี้ตานาน
พญากงพญาพาน ยังแพร่หลายและได้รับการเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ ตราบจนปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมท่ี
สืบเนอ่ื งมา ตานานพญากงพญาพาน ด้วยเหตุนจ้ี ึงสมควรได้รับการยกยอ่ งเปน็ มรดกภูมิปญั ญาทางวัฒนธรรมของชาติ
๗. สาระการเรียนรู้
๑. ประวตั คิ วามเป็นมา
๒. ชุมชน/กลมุ่ คนท่ีเกี่ยวข้อง
๓. โครงเรอ่ื งของแต่ละสานวน
๔. คณุ ค่า
๕. คาศพั ทภ์ าษาองั กฤษทป่ี รากฏอยูใ่ นตานาน โครงเรอื่ งของเรือ่ งพญากงพญาพาน
๘. รายละเอียดสาระการเรยี นรู้
๑. ประวตั ิความเป็นมา
พญากง พญาพาน เป็นตานานประจาถ่ินของจังหวัดนครปฐม เป็นชื่อที่รับรู้กันแพร่หลายทั่วไป บ้าง
เรยี กว่า ตานานพระปฐมเจดีย์ ตน้ เคา้ ของเรอ่ื งได้รบั อิทธพิ ลมาจากคัมภรี ์ปุราณะ คอื เรื่องพญากังสะ (กงสฺ ) ฆ่า
พระราชบิดาเพื่อชงิ พระราชสมบัติ และตามฆ่าลูกชายของพระนางเทวกี ภายหลังถูกพระกฤษณะสังหาร เรื่อง
ดังกล่าวได้แพร่หลายมากจนภายหลังมีการสร้างสรรค์ข้ึนใหม่เป็นแบบฉบับของไทยเพ่ือใช้ผูกเรื่อง สาหรับ
อธิบายโบราณสถานหรือสถานที่ต่างๆ อาทิ ตานานพญากงพญาพาน (ตานานพระปฐมเจดีย์) นิทานเร่ืองอุษา
บารส (ตานานพระพุทธบาทบัวบก) อย่างไรก็ตามตานานพญากงพญาพานฉบับที่เก่าที่สุดปรากฏอยู่ใน
พงศาวดารเหนือที่เป็นการเรียบเรียงเรื่องราวมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยา ซ่ึงในพงศาวดารเหนือกล่าวถึงยุคสมัย
ของเรือ่ งพญากง พญาพาน วา่ อยใู่ นช่วงประมาณต้นกรงุ ศรีอยธุ ยา
๓๗
๒. ชุมชน/กลุ่มคนที่เกีย่ วขอ้ ง
เรื่องพญากง พญาพาน ปจั จุบันได้รับการยอมรับวา่ เป็นตานานประจาถิน่ จังหวัดนครปฐม และมกั มี
การนามาสร้างเป็นการแสดงของจงั หวดั นครปฐมในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งต่อเน่ือง ตลอดจนมีการนามาใช้ในการ
สง่ เสริมการขายของผลติ ภัณฑแ์ ละการท่องเท่ียวของจังหวัดนครปฐม ในฐานะทเ่ี ปน็ เอกลักษณ์ประจาจังหวัด
นครปฐมอีกด้วย
๓. โครงเรือ่ งของแต่ละสานวน
โครงเร่ืองของเร่ืองพญากงพญาพานกล่าวถึง ขณะนน้ั พญากงไดค้ รองเมืองกาญจนบุรี (บางสานวนว่า
เปน็ เมอื งนครชัยศรี) มีพระมเหสีรปู โฉมงดงาม เมือ่ พระมเหสที รงพระครรภ์โหรหลวงได้ทานายว่าจะได้พระราช
พระราชโอรสเป็นผู้มีบุญ และจะได้เป็นใหญ่ภายหน้า แต่จะเป็นผู้ฆ่าพระราชบิดาเมื่อครบ กาหนดพระมเหสีก็
ประสูติพระกุมาร ขณะที่ข้าราชบริพารได้เอาพานไปรองรับ บังเอิญหน้าผากของพระกุมาร กระทบขอบพาน
เป็นแผล พญากงได้ส่ังให้นาพระกุมารไปท้ิงตามยถากรรม ยายหอมไปพบเข้านาไปเล้ียงไว้ และตั้งช่ือว่า
“พาน”
คร้ันเม่ือเด็กชายพานโตข้ึนยายหอมก็นาไปฝากให้เล่าเรียนที่วัด พานเป็นเด็กฉลาด สมภารวัดผู้เป็น
อาจารย์จึงรักใคร่เอ็นดูมีวิชาอะไรก็สอนให้หมดอาจารย์ได้นาพานไปฝากให้เข้ารับราชการกับเจ้าเมืองราชบุรี
พานเป็นคนปัญญาดี เรียบร้อยและขยัน จึงเป็นที่โปรดปรานของเจ้าเมืองราชบุรีมาก จนถึงกับรับไว้เป็น พระ
ราชโอรสบุญธรรม สมัยนั้น เมืองราชบุรีขึ้นกับเมืองกาญจนบุรี (บางสานวนว่าเมืองนครชัยศรี) พระยาราชบุรี
ตอ้ งส่งเคร่อื งบรรณาการทุกปี พญาพานเป็นผมู้ ฝี ีมือในการรบจึงชกั ชวน ใหเ้ จ้าเมอื งราชบุรแี ข็งเมืองยกกองทัพ
ไป ปราบพญายาพานเป็นแม่ทัพออกไป รบกับพญากง ทั้งสองทายุทธหัตถีกัน ในที่สุดพญากงก็ถูกฟันด้วยขอ
งา้ วคอขาดตายในทร่ี บ
เม่ือพญาพานเข้ายึดเมืองกาญจนบุรี (บางสานวนวา่ เมืองนครชัยศรี) ได้แล้ว ย่อมได้ทั้งพระราชสมบตั ิ
ตลอดจนพระมเหสีของพญายากงด้วย แต่ในขณะที่จะเข้าไปหาพระมเหสีน้ัน เทวดาได้แปลงกายเป็นแมวแม่
ลูกอ่อนให้ลูกกินนมขวางประตูไว้ แล้วร้องทักเสียก่อน พญายาพานจึงได้อธิษฐานว่า ถ้าพระมเหสีเป็นแม่ของ
ตนจริงก็ขอให้มนี า้ นมไหลซึมออกมา ก็เห็นน้านมไหลออกมาจริง จึงไดร้ ้วู ่าทงั้ สองเป็นแมล่ ูกกัน พญายาพานจึง
สานกึ ได้วา่ ได้กระทาปติ ุฆาตฆ่าพระราชบิดา และโกรธทีย่ ายหอมปดิ บังความจริง ด้วยโทสะจรติ จงึ ส่งั ให้นายาย
หอมไปฆ่าเสีย ต่อมาด้วยความสานึกผิด ที่ได้ฆ่าพระราชบิดาและยายหอมผู้มีพระคุณ จึงได้สร้างพระเจดีย์
ขนาดใหญ่ สงู ชัว่ นกเขาเหนิ ตามคาแนะนาของพระอรหนั ต์ คอื พระปฐมเจดีย์ ทีเ่ มอื งนครชยั ศรี (ปัจจบุ นั ตั้งอยู่
๓๘
ในจังหวัดนครปฐม) เพ่ือเป็นการล้างบาปท่ีฆ่าพระราชบิดาให้บรรเทาลงบ้าง และสร้างพระประโทณเจดีย์
(ปจั จุบนั ตง้ั อยใู่ นจังหวัดนครปฐม) เพ่อื ล้างบาปทีฆ่ า่ ยายหอม
ตานานเรือ่ งพญากง พญาพานแพรห่ ลายอย่างมากในภาคกลางโดยเฉพาะในจังหวัดนครปฐมและพ้ืนที่
ใกล้เคยี ง อาทิ จังหวดั ราชบรุ ี จงั หวัดกาญจนบุรี เป็นตานานประจาถิ่นท่ใี ช้อธบิ ายประวัตคิ วามเปน็ มาของพระ
ปฐมเจดีย์ พระประโทณเจดีย์ ตลอดจนชื่อหมู่บ้าน ตาบล ตลอดจนแม่น้าลาคลองต่างๆ ในจังหวัดนครปฐม
และจังหวดั ใกลเ้ คียง อาทิ จังหวัดกาญจนบรุ ี ราชบรุ ี พระนครศรีอยธุ ยา เชน่ บ้านถนนขาด (ถนนทพ่ี ญากงกับ
พญาพานใช้สู้รบกัน) บ้านสามพราน (บริเวณท่ีนายพรานสามคนช่วยกันหาช้างให้พญาพานไปรบกับพญากง)
บ้านดอนยายหอม (บริเวณท่ีตั้งบ้านเรือนยายหอม) นอกจากนี้ยังมีการเล่าสืบต่อกันมาในรูปแบบต่างๆ ในมุข
ปาฐะ เช่น เพลงขอทานเรื่องพญากง พญาพาน เพลงฉอ่ ยเรื่องพญากง พญาพาน เพลงอแี ซวเรอ่ื งพญากง พญา
พาน ลิเกเรื่องพญากง พญาพาน เพลงราโทนเรื่องพญากง พญาพาน แหล่นอกเรื่องพญากง พญาพาน เพลง
ทรงเคร่ืองเรื่องพญากง พญาพาน เป็นต้น ส่วนรูปแบบลายลักษณ์พบสมุดไทยที่หอสมุดแห่งชาติ ๙ ฉบับ
รวมถึงมีการตีพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบของโรงพิมพ์ราษฎร์เจริญ (วัดเกาะ) และโรงพิมพ์อ่ืนๆ อีกจานวนมาก
และยงั คงมีการตีพมิ พ์ต่อเนอ่ื งมาจนถึงปัจจุบนั
นอกจากนี้ยังมีศาลพญากง ต้ังอยู่บริเวณตลาดทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ใกล้กับพระปฐมเจดีย์
และศาลยายหอม ซึ่งมี ๓ แหง่ ได้แก่ พระปฐมเจดยี ์ วัดพระประโทณเจดีย์ และวดั ดอนยายหอม ยังปรากฏสืบ
มาจนปัจจุบัน และเปน็ ทเ่ี คารพนับถอื ของชาวจงั หวัดนครปฐมอยา่ งยิ่ง
๔. คุณคา่
๑. บทบาทในการอธิบายความเปน็ มาของสถานที่
ตานานพญากงพญาพาน ทาหน้าที่ดังกล่าวใน ๒ มิติ คือได้ชี้ให้เห็นความสาคัญของข้อมูลคติชนที่จะ
เป็นเครืองมือในการอธิบายและให้ความรู้ ซ่ึงในข้อมูลตานานพญากงพญาพานพบท้ัง บทบาทในการอธิบาย
ความเป็นมาของโบราณสถานที่ตัวเองไม่รู้จัก/ไม่ได้สร้าง และ บทบาทในการอธิบายเป็นแหล่งรวบรวม
(Collection) ของชือ่ หมบู่ า้ น-ตาบลในภมู ิภาค ซ่งึ มีลักษณะทนี่ า่ สนใจดังนี้
๑.๑ บทบาทในการอธิบายความเปน็ มาของโบราณสถานทต่ี ัวเองไมร่ จู้ ัก/ไม่ไดส้ ร้าง
บทบาทน้ีเป็นบทบาทของตานานพญากงพญาพานท่ีเป็นที่รับทราบกันดีว่าเป็นตานานท่ีอธิบายเหตุ
แห่งการสร้างพระปฐมเจดีย์ และพระประโทณเจดีย์ ซ่ึงจากการศึกษาพบว่าเรื่องพญากงพญาพาน ได้รับ
อิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ฮินดู และในตอนท้ายเร่ืองมีการกล่าวถึงพระอรหันตสาวก คือ พระคิริมานนท์
๓๙
และพระองคุลมิ าล ในพระพทุ ธศาสนา แสดงให้เหน็ วา่ กล่มุ ผสู้ รา้ งเจดีย์ กบั ผู้สรา้ งสรรค์ตานานนา่ จะเป็นคนละ
กลุ่มกัน ผู้สร้างสรรค์ตานานสันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มคนใหม่ที่เข้ามาดินแดนที่มีโบราณสถาน เช่นเดียวกับนิทาน
พ่อฆ่าลูกที่สงิ หบ์ รุ ี หรือ ตานานพระนอนจักรสีห์
๑.๒ บทบาทในการอธบิ ายเป็นแหลง่ รวบรวมเรอ่ื ง (Collection) ของชื่อหม่บู ้าน-ตาบลในภมู ิภาค
ตานานพญากงพญาพาน ทาหนา้ ที่ในการร้อยตานานประจาถิ่น หรือนทิ านพน้ื บ้านตา่ ง ๆ ในทอ้ งถิ่นท่ี
ใกล้เคียงโดยเชื่อมกับชื่อหมู่บ้านตาบล ทานองน้ีคล้ายกับ “ตานานพระเจ้าเลียบโลก” ท่ีมีการกล่าวถึงชื่อ
หมู่บา้ นตาบลต่าง ๆ มีลกั ษณเ์ ป็นแหล่งรวบรวมเร่ือง(Collection) ดังทป่ี รากฏในตานานพระพุทธเจา้ เลยี บโลก
ท่ผี นวกเข้ากับตานานประจาถิน่ ต่าง ๆ หรอื ลักษณะท่ปี ญั ญาสชาดกรวบรวมนิทานพืน้ เมืองมารวมกันเพียงแต่
เพ่มิ สถานทีจ่ รงิ ใหป้ รากฏให้อย่ใู นเร่อื งน้นั ด้วย
ตานานประจาถ่ินท่ีพบแบบเรื่องพ่อฆ่าลูก นี้พบแพร่หลายในพื้นท่ีภาคกลาง – ภาคตะวันตกของไทย
และมีพ้ืนที่ท่ีมีพรมแดนติดต่อกัน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น ๓ กลุ่ม คือ กลุ่มตานานพระปฐมเจดีย์ พบชื่อหมู่บ้าน
ตาบลอยู่ในแถบจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม กลุ่มตานานวัดพระยากง พบชื่อปรากฏในจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา และเล่าว่าผู้สร้างวัดพระยากงเป็นกลมุ่ คนชาวสุพรรณบุรี และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มตานาน
พระนอนจักรสีห์ (ซึ่งมีการเล่าเช่ือมต่อกับตานานวัดขุนอินทประมูล) พบในแถบจังหวัดสิงห์บุรี ชัยนาท
อา่ งทอง
๒. บันทกึ ประวตั ศิ าสตรส์ ังคม-ร่องรอยความขดั แย้งและประนปี ระนอม
ข้อมูลคตชิ นประเภทตานานนับเป็นข้อมูลประวตั ิศาสตร์สังคมท่ีมีความน่าสนใจ หากได้ไขรหัสและทา
ความเข้าใจภายใต้บริบทสังคมวัฒนธรรมแล้ว จะเป็นประโยชน์ในเชิงวิชาการเป็นอย่างย่ิง ดังเช่น งานศึกษา
ความขัดแย้งและประนีประนอมในตานานปรัมปราไทย ของ ปรมินท์จารุวรซึ่งเป็นความพยายามท่ีจะมอง
ตานานปรมั ปราไทยดว้ ยมิติของวธิ ีการศึกษาเชงิ โครงสร้างนิยมของ โคลด เลว่ี-สเตราส์ (Claude levi-Strauss)
เพ่ือที่จะชี้ให้เห็นว่าเรื่องราวศักดิ์สิทธิ์เหนือจริงประเภทต่าง ๆ ในสังคมวัฒนธรรมไทยที่เราเรียกกันว่าตานาน
ปรัมปราน้ัน มีบทบาทสาคัญในการบันทึกร่องรอยความขัดแย้งและการประนีประนอมทางความคิดความเชื่อ
ของบรรพชนไทยในเร่ืองของการเลือกรับนับถือศาสนาประการหนึ่ง และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม
ชนต่าง ๆ อีกประการหนึ่ง ผู้วิจัยได้อาศัยแนวทางการศึกษาจากงานวิจัยข้างต้นมาใช้ในการพิจารณาข้อมูล
ตานานพญากงพญาพาน โดยมแี บ่งประเด็นในการศึกษาออกเป็น ๒ ประเด็น ดงั นี้
๔๐
๒.๑ บนั ทึกประวัติศาสตร์สังคมในอาณาบรเิ วณในภาพกว้าง
จากตานานพญากงพญาพาน จะเห็นความสัมพันธ์ใน ๒ เมืองหลัก คือเมืองของพญากง ซึ่งบ้างว่า
ครองเมืองกาญจนบุรี บ้างว่าครองเมืองนครปฐม และเมืองของพญาพาน ซึ่งบ้างว่าครองเมืองราชบุรี และบ้าง
ว่าครองเมอื งกาญจนบุรี หากพิจารณาดจู ะพบว่า ความสัมพันธ์ในตานานเปน็ คู่ขดั แย้งท่สี าคัญกันระหว่างเมือง
ทงั้ สอง โดยเฉพาะเมืองของพญาพาน เป็นเมอื งที่เจ้าเมืองซงึ่ เป็นบิดาบุญธรรมของพญาพานครองมาก่อน และ
นาตานานเล่าวา่ ต้องสง่ เครือ่ งราชบรรณาการไปให้แกเ่ มืองของพญากงทุกปีมิได้ขาด ครั้นเมอื งพญาพานเข้ามา
ปกครองจงึ คิดแขง็ เมืองไม่กระทาดังท่ีเคยปฏบิ ัตมิ า แสดงให้เห็นว่าเมอื งของพญากงน้ี คงเปน็ เมืองเกา่ และเมือง
ใหญ่มาก่อน สอดคล้องกับท่ีเมืองนครชัยศรีและเมืองกาญจนบุรี ต่างก็นับได้ว่าเป็นเมืองสาคัญมาแต่อดีต และ
ยังแสดงใหเ้ หน็ วา่ เมืองเหล่าน้ีต่างกเ็ ป็นเอกเทศต่อกันไมข่ ้ึนแกก่ ัน
อยา่ งไรกต็ าม หากตีความเชิงสัญลกั ษณ์ จะพบว่า เมอื งของพญากง อาจเปน็ สัญลักษณข์ อง ความเป็น
พ่อ และเมืองของพญาพานอาจเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นลูก เมืองของพญาพานจึงอาจเป็นเมืองท่ีแยกตัว
หรือผู้ปกครองเคยสืบวงศ์มาจากกันและกัน กระนั้นก็ดีแม้ว่าตานานพญากงพญาพาน จะสะท้อนภาพสงคราม
ในภูมิภาค แต่ขณะเดียวกันก็ยังแสดงให้เห็นถึงการประนีประนอมระหว่างเมืองได้ในท่ีสุด โดยการกาหนดให้
เชื้อสาย หรือ ผู้นาท่ีมีการยอมรับร่วมกันเป็นผ้ปู กครองและรวมเป็นเมืองเดียวกัน คือพญาพาน ผู้เป็นพระราช
โอรสของพญากง และเปน็ พระราชโอรสบุญธรรมของเจา้ เมืองราชบรุ ี
ความพยายามข้างต้นสะท้อนการใช้ตานานพญากงพญาพานในการหลอมรวมคนท่ีเคยมีความคิด
แตกต่างกันหรือคนจากเมืองต่าง ๆ และภายหลังให้คนทุกเมืองอยู่ภายใต้การปกครองของบุคคลคนเดียวและ
กล่าวถึงความชอบธรรมดว้ ยการเก่ียวดองเชิงเครือญาติกับทุกกลุ่ม ก็จะชว่ ยใหเ้ กิดความเป็นปึกแผน่ มากยิ่งข้ึน
ด้วย และจะนาไปสู่การสถาปนาเรื่องราวไปสู่กระบวนการสร้างให้กลุ่มชนมี “ความเช่ือในตานานเรื่อง
เดยี วกัน” เพอ่ื นามาสพู่ ลงั กล่มุ และสรา้ งอตั ลกั ษณข์ องกลุม่ ชนกลุ่มใหญ่ไปพร้อมกนั ด้วย
๒.๒ สรา้ งตวั ตนของท้องถ่ินหรือชมุ ชนขนาดเลก็ ให้ปรากฏในประวตั ิศาสตรม์ หัพภาค
ในแง่นี้พบว่าในตานานพญากงพญาพาน และกลุ่มแบบเร่ืองนิทานลูกฆ่าพ่อ ต่างมีการอธิบายชื่อ
หมบู่ า้ นตาบลที่แถบนนั้ ๆ แทรกอยเู่ ป็นระยะ ทงั้ ใน ตานานพญากงพญาพาน หรอื ตานานพระปฐมเจดีย์ และ
ตานานพระนอนจักรสีห์ รวมถึงตานานวัดขุนอินทประมูล สะท้อนให้เห็นความนิยมของตานานท่ีเป็นตานานที่
เปน็ ท่รี จู้ ักและเปน็ ที่นยิ ม ท่ีนามาสกู่ ารเปน็ เวทใี ห้ชมุ ชนต่าง ๆ ได้แสดง “ตวั ตน” ประหนง่ึ เปน็ “พ้ืนทโ่ี ฆษณา”
กับทางการเพื่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เป็นความพยายาม “ฝาก” ตัวตนไว้ในภาพใหญ่เพ่ือไม่ให้คนลืม หรือถูก
ลดทอดความสาคัญ ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือแก่ตานานเนื่องจากมีสถานท่ีท่ีมีอยู่จริง เป็น
เน้นย้า และเพ่มิ น้าหนกั ให้ดูเกดิ ความสมจริงมากข้ึนด้วย
๔๑
๕. คาศัพทภ์ าษาอังกฤษทีป่ รากฏอย่ใู นตานาน โครงเร่ืองของเร่อื งพญากงพญาพาน
ขอ้ คาศพั ท์ภาษาไทย คาศพั ท์ภาษาองั กฤษ
๑ เมอื ง City
๒ พระมเหสี Queen
๓ พระราชบดิ า Father
๔ อาจารย์ Teacher
๕ เจ้าเมือง Governor
๖ พระราชโอรส Son
๗ พระราชสมบตั ิ King's treasure
๘ เจดยี ์ Pagoda
๙ นายพราน Huntsman
๑๐ พระมหากษัตรยิ ์ King
๙. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ระบุวธิ สี อนหรือรูปแบบการสอนท่ีใช)้
กระบวนการสอนแบบ Activity-Based Learning (ABL)
การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ท่ีพัฒนามา
จากแนวคิดในการจัดการเรียนการสอนที่เผยแพร่ในปลายศตวรรษท่ี ๒๐ ท่ีเรียกว่าการเรียนรู้ที่เน้นบทบาท
ปละการมสี ่วนรว่ มของนักเรียน หรือ “การเรยี นรูเ้ ชิงรกุ ” (Active Learning) ซึ่งหมายถึงรปู แบบการเรยี นการ
สอนทีม่ ่งุ เนน้ ส่งเสรมิ ให้นักเรียนมีส่วนรว่ มในการเรยี นรแู้ ละบทบาทในการเรียนร้ขู องนักเรยี น
ข้ันตอนในการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นกิจกรรมเป็นฐานมี ๖ ขั้นตอน
๑. ขั้นนา ครูใหโ้ อกาสการเรียนรู้และช้แี นะการเรียนรู้ใหก้ ับนักเรียน
๒. ข้ันประสบการณ์ ครูให้สถานการณ์การเรียนรู้ โดยให้นักเรียนมีโอกาสท่ีจะสังเกตสารวจให้
ประสบการณ์เพอ่ื พัฒนาความเข้าใจของตนเอง
๓. ขัน้ กิจกรรม นกั เรยี นทุกคนมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมท่ีแตกต่างกนั
๔. ขั้นสร้างความรู้ นักเรียนทุกคนสรา้ งความรขู้ องตัวเองโดยขึ้นอยู่กับประสบการณ์
๕. ข้นั แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นกั เรียนในกลุ่มพดู คุยร่วมกัน แลกเปล่ียนความคิด
๔๒
๖. ขั้นประเมินผล เป็นการประเมินตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเรียนรู้ และการจัดการ
เรียนการสอน
รปู แบบการเรยี นการสอนเนน้ ความจา (Memory Model)
ก. ทฤษฎี/หลกั การ/แนวคิดของรปู แบบ
รปู แบบนพ้ี ัฒนาข้นึ โดยอาศัยหลัก ๖ ประการเกย่ี วกบั
๑) การตระหนักรู้(awareness) ซ่ึงกล่าวว่า การที่บุคคลจะจดจาส่ิงใดได้ดีน้ัน จะต้องเร่ิม
จากการรับรูส้ ิง่ น้ัน หรอื การสงั เกตสงิ่ น้ันอยา่ งตง้ั ใจ
๒) การเชอ่ื มโยง(association) กับสงิ่ ท่ีรูแ้ ล้วหรือจาได้
๓) ระบบการเช่ือมโยง(link system) คือระบบในการเช่ือมความคิดหลายความคิดเข้า
ดว้ ยกันในลกั ษณะทีค่ วามคดิ หนึง่ จะไปกระตนุ้ ให้สามารถจาอีกความคดิ หนึง่ ได้
๔) การเช่ือมโยงท่ีน่าขบขัน(ridiculous association) การเชื่อมโยงท่ีจะช่วยให้บุคคลจดจา
ได้ ดีนั้น มักจะเป็นส่ิงท่ีแปลกไปจากปกติธรรมดา การเช่ือมโยงในลักษณะท่ีแปลก เป็นไปไม่ได้ ชวน
ใหข้ บขนั มักจะประทับในความทรงจาของบคุ คลเปน็ เวลานาน
๕) ระบบการใช้คาทดแทน
๖) การใช้คาสาคัญ(key word) ได้แก่ การใช้คา อักษร หรือพยางค์เพียงตัวเดียว เพ่ือช่วย
กระตนุ้ ให้จาสงิ่ อน่ื ๆ ท่เี กย่ี วกันได้
ข. วัตถปุ ระสงค์ของรูปแบบ
รูปแบบนีม้ ีวัตถปุ ระสงคช์ ว่ ยให้นักเรียนจดจาเนอ้ื หาสาระที่เรยี นรไู้ ดด้ ีและไดน้ าน และได้เรียนรู้ กลวิธี
การจาซึ่งสามารถนาไปใชใ้ นการเรยี นรสู้ าระอน่ื ๆ ได้อกี
ค. กระบวนการเรยี นการสอนของรูปแบบ
ในการเรียนการสอนเนื้อหาสาระใด ๆ ครูสามารถช่วยให้นักเรียนจดจาเนื้อหาสาระน้ันได้ดีและ ได้
นานโดยดาเนนิ การดังนี้
๔๓
ขัน้ ท่ี ๑ การสังเกตหรือศึกษาสาระอย่างต้งั ใจ ครชู ว่ ยให้นกั เรียนตระหนักรใู้ นสาระท่เี รียน โดยการใช้
เทคนคิ ตา่ ง ๆ เชน่ ให้อา่ นเอกสารแลว้ ขดี เสน้ ใตค้ า/ประเดน็ ทส่ี าคัญ ให้ต้ังคาถามจากเรอ่ื งทอ่ี า่ น ให้หาคาตอบ
ของคาถามตา่ ง ๆ เป็นต้น
ข้ันที่ ๒ การสร้างความเชื่อมโยง เม่ือนักเรียนได้ศึกษาสาระที่ต้องการเรียนรแู้ ล้ว ให้นักเรียนเชื่อมโยง
เนื้อหาส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการจดจากับ สิ่งที่ตนคุ้นเคย เช่น กับคา ภาพ หรือความคิดต่าง ๆ (ตัวอย่างเช่น เด็ก
จาไม่ได้ว่าค่ายบางระจันอยู่จังหวัดอะไร จึงโยงความคิดว่า ชาวบางระจันเป็นคนกล้าหาญ สัตว์ที่ถือว่าเก่งกลา้
คอื สงิ โตบางระจันจึงอย่ทู ี่จังหวัดสงิ ห์บรุ ี) หรอื ใหห้ าหรือคิดคาสาคัญ ทสี่ ามารถกระตนุ้ ความจาในข้อมลู อื่น ๆท่ี
เกี่ยวขอ้ งกัน เช่น สูตร ๔ M หรือทดแทน คาท่ไี มค่ ุ้นดว้ ย คาภาพ หรือความหมายอื่น หรือการใชก้ ารเช่ือมโยง
ความคดิ เขา้ ดว้ ยกนั
ขั้นท่ี ๓ การใชจ้ นิ ตนาการ เพ่ือให้จดจาสาระได้ดขี น้ึ ให้นักเรยี นใช้เทคนคิ การเชอื่ มโยงสาระตา่ ง ๆ ให้
เห็นเป็นภาพท่ีนา่ ขบขัน เกนิ ความเปน็ จรงิ
ขั้นที่ ๔ การฝึกใช้เทคนคิ ต่าง ๆ ทีท่ าไวข้ า้ งต้นในการทบทวนความรแู้ ละเนื้อหาสาระต่าง ๆ จนกระท่ัง
จดจาได้
ง. ผลทนี่ กั เรยี นจะได้รบั จากการเรยี นตามรปู แบบ
การเรียนโดยใช้เทคนิคช่วยความจาต่าง ๆ ของรูปแบบ นอกจากจะช่วยให้นักเรียนสามารถจดจา
เนื้อหา สาระต่าง ๆ ที่เรียนได้ดีและได้นานแล้ว ยังช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้กลวิธีการจา ซึ่งสามารถ
นาไปใช้ในการ เรียนร้สู าระอน่ื ๆ ได้อีกมาก
ชว่ั โมงที่ ๑ ตานานพญากง พญาพาน โดยใช้ Activity Based Learning (ABL)
ข้ันนา
ขัน้ ท่ี ๑ ขนั้ นา
๑. ครูกล่าวทกั ทายนักเรยี น และพดู คาขวัญจงั หวัดนครปฐม
๒. ครสู อบถามนักเรียนว่า นักเรียนเคยไดย้ ินตานานพญากง พญาพานหรือไม่ แล้วพดู คยุ แลกเปล่ยี นกัน
ขั้นที่ ๒ ข้นั ประสบการณ์
๒. นกั เรยี นร่วมกนั เล่าประสบการณ์และความรูท้ ่ีมีต่อตานานพญากง พญาพาน จงั หวัดนครปฐม
๔๔
ขน้ั สอน
ขัน้ ที่ ๓ ขนั้ กิจกรรม
๓. นกั เรยี นดูวดี ทิ ศั น์ เรอื่ ง พญากง พญาพาน แล้วพูดคุยแลกเปลีย่ นกัน
ขนั้ ท่ี ๔ ขนั้ สร้างความรู้
๔. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ ๔-๕ คน รว่ มกันเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง เกี่ยวกบั พญากง พญาพาน
พร้อมออกแบบแผนภาพโครงเรือ่ งใหส้ วยงาม
ขนั้ ท่ี ๕ ข้ันแลกเปลยี่ นเรยี นรู้
๕. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอแผนภาพโครงเรื่องของกลุ่มตนเอง เพ่ือน ๆ กลมุ่ อื่นรว่ มกัน
แสดงความคดิ เห็น
ข้ันสรปุ
ขนั้ ที่ ๖ ขน้ั ประเมินผล
๖. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ชว่ ยกันประเมนิ ผลงายของเพือ่ นและรว่ มกนั ให้คะแนนเพ่อื นกลุม่ อื่น ๆ
๗. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายถึงความสาคญั และคุณคา่ ของตานานพญากงพญาพานเรอ่ื งท่ีเรียนในครง้ั น้ี
ชวั่ โมงที่ ๒ ตานานพญากง พญาพาน (ตอ่ ) โดยใช้ รูปแบบการเรยี นการสอนเนน้ ความจา (Memory Model)
ขน้ั นา
๑. ครทู ักทายนักเรียน และให้นักเรยี นทบทวนเรือ่ งราวที่ไดเ้ รียนเม่อื วานรว่ มกัน
ขน้ั สอน
๒. ครใู ห้นักเรยี นอา่ นตานานร่วมกนั อีกคร้ังแล้วสงั เกตคาทีเ่ น้นด้วยตัวสแี ดง
๓. ครสู อบถามนกั เรียนว่าคาศัพทท์ ่ีนกั เรยี นพบนน้ั พบในสถานการณใ์ ดของเรอื่ งแลว้ ใหล้ องเดา
ความหมายจากบริบทต่าง ๆ ในเรอ่ื ง
๔. นักเรียนร่วมกนั หาความหมายของคาศัพท์เหลา่ น้นั ทเ่ี ปน็ ภาษาอังกฤษ
๕. นักเรียนสง่ ตวั แทนออกมาแสดงทา่ ทางทเ่ี ปน็ ความหมายของคาภาษาองั กฤษเหลา่ นนั้
๖. ผูส้ อบทบทวนคาศัพท์ต่าง ๆ ด้วยวิธกี ารขา้ งตน้ ท่ีไดก้ ลา่ วไปแลว้ จนกระทงั่ จาคาศัพท์ต่าง ๆ ได้
ขัน้ สรุป
๗. นกั เรียนทาใบงาน จาได้...เขา้ ใจเรอ่ื ง โดยเติมคาศัพท์ภาษาอังกฤษท่ปี รากฏในตานานพญากง
พญาพานตรงกับรูปภาพให้ถูกต้อง เพ่ือทบทวนความจา
๔๕
๑๐. สอื่ การเรยี นรูแ้ ละแหล่งเรยี นรู้
๑๐.๑ สอ่ื การเรียนรู้
๑. Power Point เรอื่ ง ตานานพญากงพญาพาน
๒. วีดทิ ศั น์ เร่อื ง ตานานพญากงพญาพาน
๓. ตวั อย่างการเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
๔. ใบความรู้ เรอื่ ง ตานานพญากงพญาพาน
๕. ใบงาน เรอ่ื ง จาได้...เขา้ ใจเร่ือง
๑๐.๒ แหลง่ การเรยี นรู้
https://www.youtube.com/
วีดทิ ศั น์ เรื่อง ตานานพญากงพญาพาน
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=_1bi8IHCw6k
๑๑. การวดั ผลและประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์
การประเมินผล
ด้านความรู้ (K) ทาใบงาน ตานาน แบบประเมนิ ๓ คะแนน = ดี
๑. เพื่อให้นกั เรยี นอธบิ ายความหมาย พญากงพญาพาน ผลการทาใบ ๒ คะแนน = พอใช้
ของคาศัพท์ภาษาองั กฤษทป่ี รากฏใน งาน ตานาน ๑ คะแนน = ปรับปรุง
ตานานพญากงพญาพานได้ (K) ประเมนิ จากการเขยี น พญากงพญา
แผนภาพโครงเรื่อง พาน ๓ คะแนน = ดี
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) รายกลมุ่ แบบประเมิน ๒ คะแนน = พอใช้
๒. เพื่อให้นกั เรยี นเขียนแผนภาพโครง เขียนแผนภาพ ๑ คะแนน = ปรบั ปรงุ
เร่ืองจากตานานพญากงพญาพานได้ โครงเร่ืองราย
(P) กลุ่ม
๔๖
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมือวดั ผล เกณฑ์
ดา้ นเจตคติ (A) สงั เกตจากพฤติกรรม การประเมนิ ผล
๓. เพ่ือใหน้ ักเรยี นเห็นความสาคัญ การตอบคาถามใน
และคณุ ค่าของตานานพญากงพญา ชั่วโมงเรียน แบบสงั เกต ๓ คะแนน = ดี
พาน (A)
พฤติกรรมการ ๒ คะแนน = พอใช้
ตอบคาถามใน ๑ คะแนน = ปรบั ปรุง
ชัว่ โมงเรยี น
รายละเอยี ดการวดั ผลและประเมินผล
๑. เพอื่ ให้นักเรียนอธิบายความหมายของคาศัพทภ์ าษาอังกฤษท่ีปรากฏในตานานพญากงพญาพานได้ (K)
เกณฑ์การประเมินผลของแบบประเมนิ ผลการทาใบงาน ตานานพญากงพญาพาน
นักเรียนสามารถบอกความหมายของคาศพั ทภ์ าษาอังกฤษทป่ี รากฏในตานานพญากงพญาพานได้ ๗-๑๐ คา
= ๓ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี
นักเรียนสามารถบอกความหมายของคาศัพท์ภาษาอังกฤษท่ีปรากฏในตานานพญากงพญาพานได้ ๕-๖ คา
= ๒ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
นักเรยี นสามารถบอกความหมายของคาศัพทภ์ าษาอังกฤษท่ีปรากฏในตานานพญากงพญาพานได้น้อยกวา่ ๕ คา
= ๑ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรับปรงุ
๒. เพอื่ ให้นักเรียนเขยี นแผนภาพโครงเร่ืองจากตานานพญากงพญาพานได้ (P)
เกณฑ์การประเมินผลของการเขียนแผนภาพโครงเร่ืองรายกลุ่ม
นักเรยี นสามารถเขยี นแผนภาพโครงเรื่องได้ถูกต้องครบถ้วน = ๓ คะแนน อย่ใู นเกณฑ์ ดี
นกั เรยี นสามารถเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งได้ถกู ต้องส่วนใหญ่ = ๒ คะแนน อยใู่ นเกณฑ์ พอใช้
นกั เรียนสามารถเขียนแผนภาพโครงเร่ืองได้ถูกต้องบางสว่ น = ๑ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรับปรงุ
๔๗
๓. เพ่ือให้นักเรยี นเห็นความสาคญั และคณุ คา่ ของตานานพญากงพญาพาน (A)
เกณฑ์การประเมนิ ผลของแบบสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคาถามในชว่ั โมงเรยี น
นกั เรยี นสามารถบอกความสาคัญและคณุ คา่ ของตานานพญากงพญาพานได้ดว้ ยตนเอง
= ๓ คะแนน อยใู่ นเกณฑ์ ดี
นกั เรยี นสามารถบอกความสาคญั และคณุ ค่าของตานานพญากงพญาพานได้หากมผี ชู้ แ้ี นะแนวทาง
= ๒ คะแนน อยใู่ นเกณฑ์ พอใช้
นักเรยี นสามารถบอกความสาคัญและคุณคา่ ของตานานพญากงพญาพานได้หากมผี ู้ช้แี นะแนวทางและยกตัวอยา่ ง
= ๑ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรบั ปรงุ
๑๒. การบูรณาการกับกลมุ่ สาระอ่ืน ๆ
๑๒.๑ การบรู ณาการกับกลมุ่ สาระ ภาษาไทย
การสอนเร่ืองตานานพญากงพญาพาน ถือเป็นส่วนหน่ึงในรายวิชาภาษาไทย ซึ่งตานานพญากงพญาพาน
เป็นวรรณกรรมพ้ืนบ้านท่ีบอกเล่าและเช่ือมโยงท่ีมาของโบราณสถานและช่ือบ้านนามเมืองในภูมิภาคตะวันตก
โดยเฉพาะในพ้ืนทจี่ ังหวดั นครปฐม จึงสมควรได้รับการยกย่องเป็นมรดกภูมปิ ัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ
๑๒.๑ การบรู ณาการกับกลุ่มสาระ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
การสอนเร่ืองตานานพญากงพญาพานในชั่วโมงท่ี ๒ ครูได้มีการเสริมคาศัพท์ภาษาอังกฤษที่เก่ียวข้อง
เพื่อให้นักเรียนได้มีความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม และสามารถนาไปใช้เผยแพร่ให้คนในสังคม รวมถึงคนต่างชาติที่
สนใจเร่ืองนไ้ี ด้
๑๓. คณุ ธรรมทส่ี อดแทรก
๑๓.๑ คณุ ธรรมในเร่ือง ความสามคั คี โดยครูสอดแทรกแนวคิดดงั น้ี
ในข้ันสร้างความรู้ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน ร่วมกันเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง เก่ียวกับ
พญากง พญาพาน พร้อมออกแบบแผนภาพโครงเรื่องให้สวยงาม ซึ่งนักเรียนต้องใชค้ วามสามัคคีในการทางาน
กล่มุ เพ่อื ใหส้ าเร็จลุลว่ งด้วยดี
๔๘
ภาคผนวก
๔๙
ตวั อย่างแผนภาพโครงเรอื่ ง
๕๐
ใบงาน
เร่ือง จาได้...เข้าใจเรื่อง
คาส่งั : ให้นักเรียนเติมคาศพั ทภ์ าษาองั กฤษท่ีปรากฏในตานานพญากงพญาพานตรงกับรูปภาพใหถ้ ูกตอ้ ง
Father Teacher Huntsman Pagoda Governor
King's treasure King Son Queen City
เมือง = ……………………………… พระราชโอรส = ………………………………
พระมเหสี = ……………………………… พระราชสมบตั ิ = ………………………………
พระราชบดิ า = ……………………………… เจดีย์ = ………………………………
อาจารย์ = ……………………………… นายพราน = ………………………………
เจา้ เมอื ง = ……………………………… พระมหากษัตริย์ = ………………………………