0 หน่วยงาน จักษุ,โสต-ศอ-นาสิก มาตรฐานส าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE)
1 1.วัตถุประสงค์: เพื่อวินิจฉัยการอุดตันของท่อระบายน ้าตา, เพื่อท้าความสะอาด หรือใส่ยาในท่อระบาย น ้าตาในระยะที่มีการติดเชื อ, เพื่อการประเมินผลหลังผ่าตัดท่อน ้าตา 2.นิยามศัพท์ : ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณาให้ล้างท่อน ้าตา การล้างท่อระบายน ้าตา เป็นการใช้เข็มปลายมน โค้งมุม No. 25 หรือ 27 ต่อกับSYRINGE 3 cc. ดูด น ้าเกลือ 0.9 % NSS แยงผ่านรูท่อน ้าตาเพื่อชะล้าง ดูการอุดตันก่อน ผ่าตัด หรือหลังผ่าตัดท่อระบายน ้าตา และประเมินความก้าวหน้าของท่อระบายน ้าตา 3.หน้าที่รับผิดชอบ :-แพทย์ มีหน้าที่ในการตรวจวินิจฉัย ออกค้าสั่งในแผนการรักษา -พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่ในการรับค้าสั่งแพทย์ประเมินและวินิจฉัยเพื่อให้การพยาบาล ที่ถูกต้อง จัดเตรียมอุปกรณ์ครบชุด STERILE และล้างท่อน ้าตา บันทึกและรายงานผล 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ครบชุด STERILE IRRIGATE SAC มีดังนี : - เข็ม No. 25 หรือ 27 และถาดใส่อุปกรณ์ใช้ SET ท้าแผลก็ได้ - ถ้วยใส่น ้าเกลือ 0.9 % NSS 3 cc. – 5 cc. - SYRINGE 3 cc. - ก๊อซ, ส้าลี ยาหยอดตา (0.5 % TETRACAINE HYDROCHLORIDE และ POLY-OPH ED) มีขั นตอนดังนี : - จัดเตรียมอุปกรณ์ครบชุด ไปที่เตียงผู้ป่วย อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ - จัดให้นอนหงายศีรษะไม่หนุนหมอน มาทางท้ายเตียง จัดแสงให้เพียงพอ -ล้างมือให้สะอาด เช็ดให้แห้ง หยอด 0.5 % TETRACAINE HYDROCHLORIDE 1 หยด 15 - 20 วินาที ยาชาจึงจะออกฤทธิ์ชานาน 30 นาที โดยผู้ที่ล้างท่อน ้าตาให้อยู่ทางเหนือ ศีรษะของผู้ป่วยเสมอ -ดูด 0.9 % NSS 2 – 3 cc. ต่อปลายด้วยเข็ม IRRIGATE No. 25 หรือ 27 โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 1-2 ของ : 87 เรื่อง : การล้างท่อน้ าตา (STERILE IRRIGATE SAC) วันที่เริ่มใช้: 1กพ56 วันที่แก้ไข : 31พค65 ทะเบียนเอกสาร: SOP EYE 01 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
2 ให้ผู้ป่วยมองขึ นด้านบนนิ่ง ๆ และหยิบส้าลีหรือกอซ STERILE ไว้ หัน ปลายเข็มไปทางหัวตาดึงเปลือกตา ล่างลงเบาๆ ค่อย ๆ สอดปลายเข็มไปทางหัวตา ตามทิศทางของท่อพร้อมดันSYRINGE เบา ๆ เพื่อให้ น ้าเกลือไหลไปตามท่อน ้าตาและใช้ก๊อซรองที่หางตาผู้ป่วยไว้เพื่อรองน ้าตาที่อาจล้นออกมา สังเกตดูว่ามี การอุดตันของท่อน ้าตา โดยถามความรู้สึกของผู้ป่วยว่ามีน ้าลงคอหรือไม่ ถ้าลงคอให้กลืนลงได้ แสดงว่าท่อ น ้าตาไม่อุดตัน แต่ถ้ามีล้นออกมาทางรูท่อน ้าตาและไม่ลงคอ แสดงว่าอุดตัน หรือไหลลงคอบ้างล้นออกมา บ้าง แสดงว่ามีการอุดตันบางส่วน และสังเกตดูลักษณะของน ้าที่ล้นออกมาเป็นลักษณะอย่างไร ให้ผู้ป่วย มองด้านบนไว้ ค่อย ๆ ถอยปลายเข็มออกเบา ๆ และช้า ๆ พร้อมหยอดยาPoly-oph ED 1 หยด ให้ผู้ป่วย หลับตาเบาๆ บันทึก เก็บอุปกรณ์ และ รายงานผลตามขั นตอน รูปแสดงระบบน้ าตา (Lacrimal System) 5.แหล่งอ้างอิง 1.ชัยศิริ จ้าเริญดารารัศมี, และวรพร ชัยกิจมงคล. (2559). คู่มือตรวจตาพื้นฐานส าหรับนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจ าบ้านสาขาจักษุวิทยา แพทย์ทั่วไป พยาบาลเวชปฏิบัติทางตาและผู้สนใจด้านจักษุ วิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คอร์ปอเรชั่น โฟร์ดี 2.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. Lacrimal gland Superior canaliculus Inferior canaliculus Lacrimal sac
3 1.วัตถุประสงค์: เพื่อเตรียมความสะอาดก่อนผ่าตัด ปราศจากเชื อโรค, เพื่อล้างสารเคมี หรือสิ่ง แปลกปลอม, เพื่อให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ น 2.นิยามศัพท์ : ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณาให้ล้างตา การล้างตา เป็นการล้างด้วยน ้าเกลือปราศจากเชื อกับดวงตาผู้ป่วย เพื่อเตรียมความพร้อม ด้าน ร่างกาย บริเวณผ่าตัดใหญ่ในตา ช่วยลดการติดเชื อสิ่งแปลกปลอมและท้าให้เกิดความสะอาดไม่ ระคายเคืองจากสารเคมีหรืออื่น ๆ 3.หน้าที่รับผิดชอบ : - แพทย์ มีหน้าที่ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา และออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย - พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่รับค้าสั่งแพทย์ พิจารณาให้การวางแผนการรักษาเบื องต้น และบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์การล้างตา: - Syring 20 cc - SET ล้างตา (ชามรูปไต, ส้าลีแห้ง ~ 5 ก้อน, ก๊อซ) - 0.9% NSS - ชามรูปไตหรือใช้ถุงพลาสติกใสที่ติดกระดาษกาว2 หน้า แทนชามรูปไต (ส้าหรับรองน ้าทิ ง) มีขั้นตอนดังนี้: - จัดเตรียมอุปกรณ์ครบชุด STERILE ไปไว้ที่เตียงผู้ป่วย - อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ และจัดศีรษะให้นอนราบไม่หนุนหมอนมาท้ายเตียงซึ่งรองศีรษะ ด้วยผ้ายางให้เรียบร้อย - ล้างมือให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง - เท 0.9 % NSS ในชามรูปไตเล็ก ใช้Syring 0.9 % NSS - ใช้ส้าลีอุดหูข้างที่จะล้างตาไว้เพื่อป้องกันน ้าไหลเข้าหู โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 3-4 ของ : 87 เรื่อง : การล้างตา (EYE IRRIGATE ) วันที่เริ่มใช้ :1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 02 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
4 - รองใต้หางตาผู้ป่วยด้วยชามรูปไต STERILE อีกอัน ให้ส่วนเว้าโค้งกระชับพอดีขมับ และแก้ม หรือใช้ถุงพลาสติกใสที่ติดกระดาษกาว 2 หน้า แทนชามรูปไต (ส้าหรับรองน ้าทิ ง) บอกผู้ป่วยเอียง ศีรษะมาข้างที่จะล้างตาเล็กน้อยเพื่อให้น ้าไหลลงชาม รูปไต (ลงถุง) ได้สะดวก ให้ผู้ป่วยช่วยถือชามรูปไตไว้ - เตรียมส้าลีไว้เพื่อเช็ดน ้าบริเวณตาหลังล้างตา - เปิดเปลือกตาล่างบนเบา ๆ แรงกดด้านบนอยู่บนคิ ว ด้านล่างอยู่โหนกแก้ม - ค่อย ๆ ดันปลายก้าน syring ให้น ้าไหลลงบนแก้มก่อนเพื่อให้ผู้ป่วยรู้ตัว แล้วเบนไปที่ หัวตาบริเวณเยื่อบุตาขาว ให้ปลายsyring ห่างตา 1-2 นิ ว ท้าด้วยความเบามือ อย่าให้น ้าพุ่งลงบนกระจก ตาเนื่องจากจะท้าให้ผู้ป่วยปวดตาได้ สอนให้ผู้ป่วยกลอกตาไปรอบ ๆซ้าย-ขวา-บน-ล่างไปเรื่อย ๆ จนแน่ใจ ว่าสะอาด - ให้ผู้ป่วยหลับตาแล้วเช็ดบริเวณหัวตาไปหางตาเพื่อป้องกันส้าลีเข้าตา และป้องกัน การถลอกของกระจกตา และส้าลีก้อนหนึ่งเช็ดได้ครั งเดียว ไม่น้ามาเช็ดซ ้า - เก็บอุปกรณ์, บันทึกอาการ และรายงานผลตามขั นตอน 5.แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุ วิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.อาภาภัทรสา เล็กสกุล. (2561). จักษุวิทยารามาธิบดี(พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
5 1.วัตถุประสงค์: ยาหยอดตา เพื่อให้ยาชาเฉพาะที่, เพื่อขยายหรือหดม่านตา, เพื่อฆ่าเชื อโรค, เพื่อลดการ อักเสบ , เพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง : ยาป้ายตา เพื่อต้องการให้ยาอยู่ในช่องเยื่อบุตานาน ๆ, ต้องการหล่อลื่น อาการตาแห้ง หรือตาถูกกรดหรือด่าง, ป้องกันกระจกตาแห้งภายหลังหยอดยาชา หรือตาโปน ตาหลับไม่สนิท, หลีกเลี่ยง การแพ้ยา เนื่องจากยาไม่ถูกดูดซึมผ่านเยื่อในจมูก 2.นิยามศัพท์: การหยอดตา เป็นการหยอดให้ยาผ่านในถุงเยื่อตา, ดูดซึมผ่านตาด้า กระจกตาและเยื่อบุตา เข้าในลูกตา ยาส่วนที่เหลือก็จะไหลออกทางท่อน ้าตาล่างไปสู่จมูกและคอ มีบางส่วนล้นจากขอบ ต าไหลทั่ วไป ปกติเยื่อบุต าจ ะบ ร รจุได้7-10 l แล ะย าใน 1 หยดจ ะป ร ะม าณ 50 - 75 l ป ริม าณย า 80 % จะถูกขับออกท างท่อเป็นน ้ าต าหลังหยอดย าถูกระบ ายใน 15 – 30 วิน าที ฉะนั นควรหยอดยาไม่เกินครั งละ 1 หยด - การป้ายยา จะไม่ถูกดูดซึมผ่านเยื่อในจมูก ออกฤทธิ์นาน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ช้า ท้าให้ตา มัวจึงนิยมใช้ป้ายก่อนนอน - ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่มารับบริการ ผู้ที่แพทย์พิจารณารักษาโดยวิธีหยอดตาหรือป้ายยา 3.หน้ารับผิดชอบ: - แพทย์ มีหน้าที่ตรวจวินิจฉัย ให้การรักษา ผ่าตัดและออกค้าสั่งต่างๆในการใช้ยา - พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่ในการรับค้าสั่งแพทย์ ดูแลให้การพยาบาล วินิจฉัยคัดกรอง เบื องต้น ป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันเกิดจากการใช้ยา 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ครบชุดประกอบด้วย: - ถาดใส่อุปกรณ์สะอาด, ถุงขยะ - ยาตามแผนการรักษา หยอดยาทั่วไปที่ไม่ได้ผ่าตัด - ส้าลีแห้ง STERILE 1 – 2 ก้อน - ผ้าปิดตา / ที่ครอบตา STERILE - PLASTER ขนาด 1 ซม. ยาวเท่ากัน 2 อัน กรณีก่อนและหลังผ่าตัด STERILE - ถุงมือ STERILE 1 คู่ แยกชุด จาก ตาติดเชื ออื่น เช่น โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 5-7 ของ : 87 เรื่อง : การหยอดยา, การป้ายตา วันที่เริ่มใช้ :1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 03 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
6 - อับส้าลี ALCOHOL 70% กระจกตา เป็นแผล - อับส้าลี NSS มีขั้นตอน ดังนี้: - จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ยกไปที่เตียงผู้ป่วย อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ - จัดให้นอนหงายราบ ไม่หนุนหมอน ศีรษะมาท้ายเตียง - ล้างมือให้สะอาด เช็ดให้แห้ง หยิบส้าลีเตรียมไว้ 1 ก้อน ผู้หยอดยา – ป้ายยา เข้าทาง ศีรษะผู้ป่วยเสมอ - ใช้นิ วก้อยหยิบจุกขวดยาน ้าไว้ ถ้าเป็นยาที่ตกตะกอนให้คว่้าขวดยาขึ นลงเบาๆ 2 – 3 ครั ง นิ วหัวแม่มือและนิ วชี อีกข้างหนึ่งหมุนยาออก นิ วก้อยอีกข้างที่จับจุกยาไว้ ห้ามวางจุกยาลง กันการ ปนเปื้อน ใช้นิ วข้างเดียวกันที่จับจุกยานี ดึงเปลือกตาล่างลงเบา ๆ ให้ผู้ป่วยมองขึ นด้านบน พร้อมมืออีกข้าง ที่จับขวดยาไว้บีบยาลงที่ด้านในของเปลือกตาล่างเบา ๆ 1 หยดห่างจากตาประมาณ 1 – 2 นิ ว ห้ามหยอด ลงบนกระจกตาเนื่องจากจะท้าให้ตามัวและผู้ป่วยรู้สึกเจ็บตาได้ ปล่อยมือที่ดึงเปลือกตาล่างลงเบา ๆ ให้ ผู้ป่วยหลับตาไว้สักครู่ น ้ายาจะล้นออกมาใช้ส้าลีซับเบา ๆ ห้ามใช้ส้าลีซับกรณีที่ผู้ป่วยยังไม่หลับตา เนื่องจากจะท้าให้ส้าลีครูดตาด้าเกิดถลอกและสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในตาท้าให้ระคายเคืองได้ - ปิดฝาขวดยา เก็บให้เรียบร้อย - สังเกตการแพ้ยาหลังหยอดยาทุกครั ง อธิบายฤทธิ์ของยา เช่น ยาชา ห้ามขยี ตา หลัง หยอด ยา เนื่องจากยาออกฤทธิ์นาน ½ ชั่วโมง ถ้าเป็นยาขยายม่านตา เช่น1% MYDRIACYL ED, 10 % PHENYLD ED จะ ให้ตาพร่ามัวเนื่องจากม่านตาขยายจะปรับแสงที่เข้าตาโดยการหดม่านตาไม่ได้นานถึง 6 – 8 ชั่วโมง ส่วน 1 %ATROPINE จะ ออกฤทธิ์ขยายม่านตา นาน 14 วัน จะมี อาการไข้ ผื่นแดง ตามหน้า ผิวแห้ง ปากแห้ง คอแห้งได้ การใช้ 10 % PHENYL ED ระมัดระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคหัวใจและความ ดันโลหิตสูง เนื่องจากจะท้าให้เกิดความรุนแรงของโรคได้ ข้อควรระวังในการใช้ยาหยอดตา ถ้ายาหยอดตามีลักษณะผิดไปจากเดิมเช่น ตกตะกอน สีเปลี่ยนไป และยาเปิดใช้นานเกิน 1 เดือน ให้งดยานั นทันทียาหยอดทุกชนิดต้องเขียนวัน หมดอายุหลังเปิดใช้ 1 เดือนที่ข้างขวดทุกครั ง - กรณีหยอดยา STERILE ในผู้ป่วยหลังผ่าตัด ให้ใส่ถุงมือ STERILE ให้ผู้ช่วยเสิร์ฟหยิบส้าลีALCOHOL 1 ก้อน เพื่อเช็ดฝุ่นแป้ง หยิบส้าลีแห้ง / NSS 1 ก้อน บีบให้แห้ง หยอดยาตามขั นตอนเดิมปิดด้วย EYE SHIELD และ PLASTER ขนาด 1 ซม.โดยไม่คร่อมจมูก และระหว่าง CASE STERILE เช็ดถุงมือด้วยส้าลี ALCOHOL ก่อนทุก CASE และแยก SET เช็ดตา STERILE กับตาติดเชื อทุกชนิด ให้เช็ดตาผู้ป่วยก่อน / หลัง ผ่าตัด ก่อนผู้ป่วยตาติดเชื อ และแยกถุงมือ STERILE และ INFECT การป้ายยา STERILE โดยใช้วิธี เดียวกับการ หยอดยา STERILE - กรณีป้ายยา ถ้าไม่ใช่ผู้ป่วยหลังผ่าตัด หรือตาติดเชื อให้เตรียม EYE SHIELD /
7 PAD 1 อัน และ PLASTER 2 เส้น เตรียมไว้ โดยให้ผู้ป่วยมองด้านบน ดึงเปลือกตาล่างลง เบา ๆ บีบยา OINTMENT ลงบนเปลือกตาล่าง 1 นิ ว โดยบีบจากหัวตาไปหางตา ระวังอย่าให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของ หลอดยาสัมผัสกับตาของผู้ป่วยเด็ดขาด ให้ผู้ป่วยหลับตา เบา ๆ - ใช้ส้าลีแห้งเช็ดจุกยาก่อนปิดยาเก็บไว้ - ปิด EYE PAD / EYE SHIELD ตามการวินิจฉัยโรค - เก็บอุปกรณ์ บันทึกผลและรายงานผลตามขั นตอน 5.แหล่งอ้างอิง 1.สมสงวน อัษญคุณ, ประภัสสร ผาติกุลศิลา, นภาพร ตนานุวัฒน์, ดิเรก ผาติกุลศิลา, และเกษรา พัฒนพิบูลย์ (2560). โรคตาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์ จ้ากัด. 2.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น. สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. 3.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.
8 1.วัตถุประสงค์ : เพื่อวินิจฉัยโรค, เพื่อติดตาม และประเมินการรักษาโรค 2.นิยามศัพท์ : - ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณาขูดแผลที่กระจกตา - การ SCRAP CORNEA เป็นการขูดแผลที่ติดเชื อที่กระจกตาเพื่อน้าไปตรวจ หาเชื อหรือติดตามประเมินผลการรักษา โดยการย้อม Gram Stain, KOH, CULTURE (ROUNTINE, FUNGUS) 3.หน้าที่ความรับผิดชอบ : - แพทย์ มีหน้าที่ในการตรวจวินิจฉัย, ออกค้าสั่ง, ให้การรักษาและ SCRAPE CORNEA - พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่ในการรับค้าสั่งแพทย์ ปฏิบัติให้การพยาบาลและแนะน้า การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ นบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรจัดเตรียมผู้ป่วย, และอุปกรณ์อย่างถูกต้องตามหลักการ 4. ขั้นตอนปฏิบัติ อุปกรณ์ที่ใช้ในการ SCRAPE CORNEA: - SET ท้าแผลใส่กอซ 1 – 2 แผ่น, ส้าลี ~ 6 ก้อน, ไม้พันส้าลีเล็ก ~ 4 อัน - ถ้วยใส่น ้ายา ANTISEPTIC SOLOTION PROVIDODE- IODINE 10 % W/V และ 0.9% NSS - FORCEPS ส้าหรับ PAINT 1 อัน - ผ้า 1 ผืน - EYE RETRACTOR 1 อัน - SPATULA หรือใบมีด No.15 1 อัน - ถุงมือ 1 คู่ ของอื่น ๆ - แผ่นอาหารส้าหรับเพาะเชื อ จ้านวน 3 อัน ส้าหรับ CULTURE for FUNGUS และ CULTURE for ROUTINE - SLIDE ย้อม KOH, และมี COVER GLASS ปิดโดยใช้ปากกาแบบลบ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 8-9 ของ : 87 เรื่อง : การขูดแผลที่กระจกตา (SCRAPE แผลที่ CORNEA) วันที่เริ่มใช้ :1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 04 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
9 ได้จุดเป็นต้าแหน่งหลัง SLIDE - SLIDE ย้อม Gram Stain - ตะเกียง ALCOHOL - ยาชาหยอดตา 0.5 % TETRACAINE HYDROCHLORIDE และ Poly-opdED) - ที่ครอบตา และ PLASTER ขนาด 1 ซม. - ใบส่ง เพาะเชื อ จ้านวน 2 ใบ มีขั้นตอน ดังนี้: - จัดเตรียมผู้ป่วย โดย วัดสายตา และจัดให้นอนราบไม่หนุนหมอน อธิบายให้ผู้ป่วย เข้าใจถึงขั นตอนต่าง ๆ - หยอดยาชาตา 1 หยด และห่างกัน 5 นาที หยอดซ ้าอีก 1 หยด - ดูแลให้ผู้ป่วยปฏิบัติตามขั นตอนต่าง ๆ และตามหลักการ STERILE ด้วย - แพทย์ SCRAPE CORNEA , ผู้ช่วยแพทย์ต้องจัดเสริฟอุปกรณ์เพาะเชื อและตรวจ ทาง ห้องปฏิบัติการ ดังนี ครั งแรก เตรียม PLATE ส้าหรับเพาะเชื อ จ้านวน 3 อัน คือ Bacteria และ Fungus ครั งที่สอง เตรียม SLIDE จุดต้าแหน่งหลัง SLIDE ส้าหรับย้อม gm STAIN หลังจากที่ แพทย์ป้ายจาก CORNEA มาใส่ SLIDE แล้วลนผ่านตะเกียง ALCOHOLทันที ครั งที่สาม เตรียม SLIDE จุดต้าแหน่งหลังSLIDE ส้าหรับย้อม KOH หลังจากที่แพทย์ป้าย CORNEA มาใส่ SLIDE แล้ว ให้หยดน ้ายา KOH 1 หยด แล้วปิดด้วย COVER GLASS ทันที หลังจากป้ายลงบน SLIDE แล้ว - ผู้ช่วยแพทย์เช็ดตา STERILE หลังจากแพทย์SCRAPE CORNEA เสร็จแล้วและ ปิด ด้วย EYE SHIELD / PLASTER - บันทึกและเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย 5.แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุ วิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.สมสงวน อัษญคุณ, ประภัสสร ผาติกุลศิลา, นภาพร ตนานุวัฒน์, ดิเรก ผาติกุลศิลา และเกษรา พัฒนพิบูลย์. (2560). โรคตาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์ จ้ากัด.
10 1.วัตถุประสงค์ : เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคที่เป็นมาแต่ก้าเนิดบางชนิด , เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมบาง ชนิดและแนะน้า GENETIC COUNSELLING , เพื่อช่วยในการแนะแนวอาชีพที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย เช่น การตรวจตาบอดสีในการสมัครงาน 2.นิยามศัพท์ : - ผู้มารับบริการ หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณาให้ตรวจตาบอดสี - การตรวจตาบอดสี เป็นการตรวจวัดความสามารถในการมองเห็นสีต่าง ๆเนื่องจากการ มองเห็นสีผิดปกติ เป็นอาการแสดงในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของเซลล์รับสีในจอรับภาพหรือมีโรคของ OPTIC NERVE อาจเป็นมาแต่ก้าเนิดหรือภายหลังก็ได้และเป็นการวินิจฉัยแยกโรคทางตาโดยใช้ ISHIHARA’S TEST 24 PLATES 3.หน้าที่รับผิดชอบ - แพทย์ มีหน้าที่ในการวินิจฉัย และออกค้าสั่งในการตรวจตาบอดสี - พยาบาล มีหน้าที่ในการตรวจตาบอดสีกับผู้ป่วยบันทึกผลการตรวจ และรายงานผล การตรวจแก่แพทย์โดยตรง 4.ขั้นตอนปฏิบัติ อุปกรณ์: - คู่มือการตรวจตาบอดสี 1 ชุด - ที่ปิดตาผู้ป่วย 1 ชุด มีขั้นตอน ดังนี้ : - อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจ - ตรวจตาบอดสี โดยเริ่มจากตาขวาก่อนเสมอ จะท้าให้การมองเห็นสีผิดปกติไป - แผ่นตรวจตาบอดสีควรห่างจากสายตาประมาณ 75 เซนติเมตร ในแนว 90 - อ่านภาพที่เป็นตัวเลขใช้เวลาไม่เกินภาพละ 3 วินาที และภาพเส้นต่าง ๆ ไม่เกิน ภาพละ 10 วินาที จนครบ 24 PLATES และครบตา 2 ข้าง - บันทึกผลที่ได้ว่าปกติ หรือผิดปกติ (NORMAL OR DEFICIENCY) และรายงานผลที โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 10-12 ของ : 87 เรื่อง : การตรวจตาบอดสี (TEST OF COLOUR VISION) วนัที่เริ่มใช้:1กพ56 วนัที่แกไ้ข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 05 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
11 ตรวจได้แก่แพทย์ผู้วินิจฉัย บันทึกผลเป็นจ้านวนภาพที่อ่านได้ ต่อภาพที่มีทั งหมด เช่น ถ้าอ่านได้หมดเขียน เป็น 24/24,24/24 ตาขวาและตาซ้าย ถ้าอ่านได้ 22 ภาพเขียนเป็น22/24 - กรณีถ้ามีผู้มาตรวจตาบอดสีมากกว่า 100 ขึ นไป ให้ตรวจจ้านวน 6 ภาพ ดังนี ภาพที่ 1, ภาพที่ 2 หรือ 3 จ้านวน 1 ภาพ, ภาพที่ 4 ถึง 7 จ้านวน 1 ภาพ,ภาพที่ 8 ถึง 9 จ้านวน 1 ภาพ, ภาพที่ 10 ถึง 13 จ้านวน 1 ภาพ และ ภาพที่ 14 ถึง 15 จ้านวน 1 ภาพรวมครบ 6 ภาพ - หรือ ตรวจจ้านวน 13 ภาพ โดยอ่านตั งแต่แผ่นแรกจนถึงแผ่นที่13 ถ้าอ่านแผ่นที่ 2-13 ผิดตั งแต่ 4 แผ่นขึ นไปถือว่ามีความบกพร่องในการมองเห็นสี ถ้าอ่านถูกทั งหมดบันทึกเป็น 12/12,12/12 ถ้าอ่านผิด 2 แผ่นก็บันทึกเป็น 10/12,10/12 เป็นต้น รายละเอียด plate Normal person Person with red green deficiency Person with total color blindness 1 12 12 X 2 8 3 X 3 29 70 X 4 5 2 X 5 3 6 X 6 15 17 X 7 74 21 X 8 6 X X 9 45 X X 10 5 X X 11 7 X X 12 16 X X 13 73 X X 14 x 5 X 15 x 45 X Protan (บอดสีแดง) Deutan(บอดสีเขียว) strong mild strong mild 16 26 6 (2)6 2 2(6) 17 42 2 (4)2 4 4(2) - การตรวจภาพที่เป็นเส้นต่าง ๆ ให้ลากห่าง ๆ ภาพ ~ 1 เซนติเมตร ห้ามใช้มือสัมผัส
12 กับจุดสีโดยตรงเด็ดขาด เนื่องจากจะท้าให้สีจางลอกหลุดได้ การมองเห็นสีจะเปลี่ยนไปได้โดยลากเส้น ตั งแต่แผ่นแรกจนถึงแผ่นที่7 ถ้าอ่านถูกทั งหมดบันทึกเป็น 6/6 ,6/6 ถ้าอ่านผิด 2 แผ่นก็บันทึกเป็น 4/6, 4/6 เป็นต้น หมายเหตุ กรณี 1. ผู้ป่วยอุบัติเหตุใบหน้า , มีโรคประจ้าตัว ที่ต้องทานยา Chloroquine ตรวจวัดตาทีละข้าง 2. กรณีออกใบรับรองแพทย์ตรวจสุขภาพ หรือท้าใบขับขี่ โดยที่ไม่มีโรคประจ้าตัว ตรวจพร้อมกัน สองตา 5.แหล่งอ้างอิง 1.ชัยศิริ จ้าเริญดารารัศมี, และวรพร ชัยกิจมงคล. (2559). คู่มือตรวจตาพื้นฐานส าหรับนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจ าบ้านสาขาจักษุวิทยา แพทย์ทั่วไป พยาบาลเวชปฏิบัติทางตาและผู้สนใจด้านจักษุ วิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คอร์ปอเรชั่น โฟร์ดี 2.สมสงวน อัษญคุณ, ประภัสสร ผาติกุลศิลา, นภาพร ตนานุวัฒน์, ดิเรก ผาติกุลศิลา และเกษรา พัฒนพิบูลย์ (2560). โรคตาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์ จ้ากัด.
13 1.วัตถุประสงค์ : เพื่อห้ามเลือด, เพื่อส่งเสริมให้เกิดการงอกของชั น EPITHELIUM ของกระจกตาภายใน 24 ชั่วโมง 2.นิยามศัพท์ : - ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณาเพื่อท้าการรักษาโดยวิธีการปิดตาแน่น - การปิดตาแน่น เป็นการใช้ OINTMENT ป้ายในตา และปิดตาด้วย EYE PADและก๊อซพับ ด้ วย PLASTER 5 อัน เพื่อใช้หลังผ่ าตัดต้ อเนื อ, ก า ร ร ะบ ายหนองที่เปลื อกต าเพื่ อช่ ว ยห้ าม เลือด เพื่อช่ วยห้ ามเลือด แล ะก รณีมีก า รถลอกของก ระจกต าเพื่อช่ วยให้ก ระจกต าชั นผิ ว สามารถงอกนูนขึ นมาได้ ส่วนมากจะปิดไว้นาน 1วัน (24 ชั่วโมง) 3.หน้าที่รับผิดชอบ : - แพทย์ มีหน้าที่ในการออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย ตรวจวินิจฉัยและวางแผนการ รักษา - พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่รับค้าสั่งแพทย์ ประเมินสภาพผู้ป่วย ตรวจร่างกาย ซัก ป ร ะ วัติเบื องต้น ให้ ก า ร ดู แ ล ต าม แ ผน ก า ร รั กษ า ของ แพท ย์ แ ล ะบันทึ กไ ว้เป็น ล า ย ลั กษณ์ อักษร มีหน้าที่จัดเตรียมอุปกรณ์ และด้าเนินการในการปฏิบัติการปิดตา 4.ขั้นตอนปฏิบัติ อุปกรณ์ - EYE PAD เด็ก/ ผู้ใหญ่ 1 อัน - กอซ STERILE 1 แผ่น - OINMENT (Terramycin) 1 หลอด - PLASTER ขนาด 1" จ้านวน 5 เส้น - ส้าลี ALCOHOL ~ 3 ก้อน ส้าลีแห้ง 1 ก้อน และถุงขยะ มีขั้นตอน ดังนี้: - จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ - จัดท่าให้ศีรษะผู้ป่วยมาทางท้ายเตียงนอนราบไม่หนุนหมอน - ล้างมือให้สะอาดเช็ดให้แห้ง - ใช้ส้าลี ALCOHOL ~ 3 ก้อน บีบให้แห้ง ก้อนที่ 1 เช็ดจากสันจมูกไปปลาย โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 13-14 ของ : 87 เรื่อง : การปิดตาแน่น (PRESSURE PATCH) วันที่เริ่มใช้ :1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 06 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
14 จมูกกลับด้านและเช็ดซ ้าอีกครั ง , ก้อนที่ 2 เช็ดจากหัวตา ห่างตาไป 1–2 นิ ว เช็ดจากหัวตาไปหางตากลับ ด้านส้าลีและเช็ดซ ้า, ก้อนที่ 3 เช็ดห่างจากเปลือกตาล่าง 1-2 นิ ว เช็ดจากหัวตาไปหางตา กลับด้านส้าลี และเช็ดซ ้าเพื่อเช็ดคราบสกปรกฝุ่นละอองต่าง ๆ รอบดวงตาให้หมดไป - นิ วก้อยข้างหนึ่งจับจุกยา มืออีกข้างหนึ่งใช้นิ วหัวแม่มือและนิ วชี จับยาหมุนเพื่อคลาย จุกยาออก และใช้นิ วข้างที่จับจุกยาไว้ดึงเปลือกตาลงเบา ๆ ให้ผู้ป่วยมองขึ นบีบยาจากหัวตาไปหางตา ห่าง ตา ~ 1 นิ ว และบีบยาในตายาว ~1 นิ ว ปล่อยมือที่ดึงเปลือกตาล่างออกเบา ๆ ให้ผู้ป่วยหลับตาไว้ แล้วใช้ ส้าลีแห้งเช็ดจุกยา ก่อนปิดยาเก็บไว้ - ปิดด้วย EYE PAD และซ้อนทับด้วยกอซพับครึ่ง จ้านวน 2 ครั ง ปิดด้วยPLASTER ขนาด 1 นิ ว ตรงกลาง 1 เส้น ด้านข้าง 2 ข้าง อย่างละ 1 เส้น และสับหว่างPLASTER 3 เส้นนั น อีก 2 เส้น รวมเป็น 5 เส้นปิดนานตามORDER แพทย์อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ - สังเกตดูว่าปิดตาแน่นเกินไปหรือไม่ โดยดูใบหน้าผู้ป่วยว่าเอียงขึ นผิดปกติ หรือไม่ ผู้ป่วยบ่นปวดมาก มุมปากเอียงขึ นตามแนว PLASTER มาก ก็ให้คลาย PLASTER ออกเล็กน้อย - เก็บอุปกรณ์ บันทึกผลและรายงานตามขั นตอน 5.แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุ วิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น. สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. 3.อาภาภัทรสา เล็กสกุล. (2561). จักษุวิทยารามาธิบดี (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
15 1.วัตถุประสงค์ : เพื่อระบายหนองออก และลดอาการบวมแดง 2.นิยามศัพท์ : ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณา เพื่อท้าการรักษาโดยการระบายหนองจากตากุ้งยิง - การระบายหนองจากตากุ้งยิง เป็นการใช้มีดกรีดบริเวณตุ่มหนองนั นออกและขูดเอาสิ่ง คั่งค้างในถุงหุ้มออก เพื่อลดอาการบวม และระบายสิ่งติดเชื อให้หมดไป และป้องกันการกลับมาเป็นซ ้าอีก 3.หน้าที่รับผิดชอบ : - แพทย์ มีหน้าที่ในการตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา และออกค้าสั่งในการรักษา ผู้ป่วย - พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่ในการรับค้าสั่งเพื่อน้าไปสู่การปฏิบัติ ให้การพยาบาลและ แนะน้าการปฏิบัติตน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ น และบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ ของ STERILE - ถาดใส่อุปกรณ์, กอซ ~ 2-3 แผ่น, ส้าลี ~ 5-6 ก้อน - ถ้วยใส่น ้ายา Betadine solution และใส่ 0.9 % NSS - SYRINGE INSULINE, เข็ม No27 และ เข็ม No 20 - ผ้า 1 ผืน - EYE PAD 1 อัน - CURRATTAGE ตา 1 อัน - CHALAZION CLAMP 1 อัน - FORCEPS ส้าหรับ PAINT 1 อัน - ยาชาหยอดตา 5 % TETRACAINE HYDROCHLORIDE และ POLY-OPH ED - 2% XYLOCAIN with ADRENALINE - TERRAMYCIN EYE OINT - ไม้พันส้าลีเล็ก - PLASTER กว้างขนาด 1 นิ ว - ถุงมือ STERILE 1 คู่ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 15-16 ของ : 87 เรื่อง : การระบายหนองจากตากุ้งยิง (INCISION and CURATTAGE) วันที่เริ่มใช้ :1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 07 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
16 - โคมไฟ 1 ดวง - ถุงขยะ มีขั้นตอน ดังนี้: - จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และจัดให้ผู้ป่วยนอนราบ ไม่หนุนหมอน - อธิบายให้ผู้ป่วยทราบขั นตอนต่าง ๆ - หยอดยาชาตา 1 หยด และห่างกัน 5 นาที หยอดซ ้าอีก 1 หยด - ดูแลผู้ป่วยขณะแพทย์ท้าการระบายหนอง โดยให้ถูกหลักการ STERILE พร้อมให้ก้าลังใจอธิบายผู้ป่วยเป็นระยะ ๆ ระวังผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาชาชนิดฉีด และรายงานแพทย์ก่อน ฉีดทันที - หลังแพทย์ท้าเสร็จแล้วให้ป้ายตาด้วย TERAMYCIN EYE OINT - ปิดตาด้วย EYE PAD และใช้ PRESSURE PATCH นาน 4- 24 ชั่วโมง - อธิบายถึงการใช้ยาตามความเห็นของแพทย์แก่ผู้ป่วย เช่นการรับประทานยาแก้ปวด การทานยาฆ่าเชื อ การหยอดยา ตามแผนการรักษาของแพทย์ - บันทึกผล และเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย 5.แหล่งอ้างอิง 1.ชัยศิริ จ้าเริญดารารัศมี, และวรพร ชัยกิจมงคล. (2559). คู่มือตรวจตาพื้นฐานส าหรับนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจ าบ้านสาขาจักษุวิทยา แพทย์ทั่วไป พยาบาลเวชปฏิบัติทางตาและผู้สนใจด้านจักษุ วิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คอร์ปอเรชั่น โฟร์ดี 2.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น.สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. 3.อาภาภัทรสา เล็กสกุล. (2561). จักษุวิทยารามาธิบดี(พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
17 1.วัตถุประสงค์: เพื่อรักษาด้านการใช้ยา ช่วยให้ยาดูดซึมเข้าในตาโดยตรงในกรณีเป็นโรคทาง RETINA, ENDOPTHAMITIS 2.นิยามศัพท์ : - ผู้ป่วยหมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณา เพื่อท้าการรักษา โดยวิธีใช้ยาฉีดเข้าในตาโดยตรง - การฉีดยา INTRA VITREOUS ในกรณีผู้ป่วย ENDOPHTHALMITIS , CMVR ,Wet AMD และโรคทางRETINA อื่นๆ เป็นการใช้ยา ฉีดเข้าไปในลูกตาบริเวณตาขาว (SCLERA) ซึ่งช่วยให้ยาดูด ซึมเข้าในตาโดยตรง 3.หน้าที่รับผิดชอบ : - แพทย์ มีหน้าที่ในการตรวจวินิจฉัย ออกค้าสั่ง ให้การรักษาและพิจารณาการฉีดยา - พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่ในการรับค้าสั่ง เพื่อน้าสู่การปฏิบัติ ให้การพยาบาลและ แนะน้าการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ นได้ 4.ขั้นตอนวิธีปฏิบัติ อุปกรณ์อุปกรณ์ STERILE - ถาดใส่อุปกรณ์ กอซ 2 แผ่น, ส้าลี 6 ก้อน, ไม้พันส้าลี 5 อัน - ถ้วยใส่น ้ายา BETADINE SULOTION และ 0.9 % NSS - SYRINGE INSULIN 2 SET (ชนิดเปลี่ยนเข็มได้) - เข็ม No. 27 และ No. 18 - ผ้า 1 ผืน - FORCEPS ท้าแผล 1 อัน - EYE RETRACTOR 1 อัน, - EYE PAD 1 อัน - CONJUNCTIVAL FORCEPS 1 อัน - ของอื่น ๆ - ยาขยายม่านตา 1 % MYDRIACYL EDและ 10% PHENYLEPHINE ED - ยา AVASTIN หรือ Anti Virus /Bacteria ตามค้าสั่งแพทย์ - ยาชาส้าหรับหยอดตา 5 % TETRACAINE HYDROCHLORIDEและ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 17-18 ของ : 87 เรื่อง :การฉีดยา INTRA VITREOUS วันที่เริ่มใช้ :1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 08 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
18 POLY-OPH ED) - โคมไฟผ่าตัด - ถุงมือ STERILE - PLASTER ปิดตาขนาด 1 ซม. - ถุงขยะ มีขั้นตอน ดังนี้: - จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม - เตรียมผู้ป่วยก่อนฉีดยา ดังนี วัดสายตา, ขยายม่านตาจัดให้นอนราบไม่หนุนหมอน อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงขั นตอน - หยอดยาชาตา 1 หยด และห่างกัน 5 นาที หยอดซ ้าอีก 1 หยด - ดูแลผู้ป่วยขณะแพทย์ฉีดยา ให้นอนนิ่ง ๆ ปฏิบัติตามแพทย์แนะน้าทุกขั นตอนตามหลัก STERILE - หลังแพทย์ฉีดยา ดูแลหยอดยา POLY-OPH ED ปิดด้วย EYE PAD และ PLASTER - ให้ผู้ป่วยหลับตา และกดตาไว้ นวดเบา ๆ ไว้ 5 นาที เพื่อป้องกันBLEEDING และให้ยาดูด ซึมได้ดี - สังเกตอาการผิดปกติอื่น ๆ และแนะน้าผู้ป่วยให้ปิดตาไว้ 1 วัน - บันทึกและเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย 5.แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุ วิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.อาภาภัทรสา เล็กสกุล. (2561). จักษุวิทยารามาธิบดี(พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. 3.อรวี จตุทอง, รวิวรรณ ศันสนยุทธ, และชวลิต สนธิสมบัติ. (2562). จักษุวิทยาเบื้องต้น (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า.
19 1.วัตถุประสงค์ : เพื่อรักษาความสะอาดของดวงตา, เพื่อคงสภาพให้คล้ายปกติมากที่สุด 2.นิยามศัพท์ : - ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณาในการใส่และถอดตาปลอม - การใส่และถอดตาปลอม เป็นการคงสภาพดวงตาที่บอดสนิทแล้ว ให้มีรูปร่างทาง กายภาพคล้ายดวงตาเดิม และท้าให้เกิดความสวยงาม ซึ่งตาปลอมที่นิยมส่วนมากจะเป็นชนิดที่ท้าด้วย พลาสติกมากกว่าชนิดแก้ว เนื่องจากถอดล้างท้าความสะอาดง่ายกว่า ไม่แตก และบิ่นง่าย เมื่อน้าไปใช้ อีกจะไม่เกิดอันตรายกับผู้ป่วย 3.หน้าที่รับผิดชอบ : - แพทย์ มีหน้าที่ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา และออกค้าสั่งในการ รักษาผู้ป่วย - พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่รับค้าสั่งแพทย์ ประเมินและวินิจฉัยเบื องต้นเพื่อการ รักษาพยาบาลที่ถูกต้อง ปฏิบัติการพยาบาล ให้สุขศึกษาในการปฏิบัติตนของผู้ป่วย และบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ : ถาด STERILE ใส่อุปกรณ์ - CONFORMER STERILE - ก๊อซ, ส้าลี - ถ้วยใส่น ้ายา ALCOHOL และ 0.9 % NSS - TOOTH FORCEPS - OINTMENT - ถุงมือ STERILE - โคมไฟ / ถุงขยะ มีขั้นตอน ดังนี้ - จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และจัดท่าผู้ป่วยให้นอนราบไม่หนุนหมอน โดยจัดให้ ศีรษะผู้ป่วยมาท้ายเตียง ผู้ที่จะท้าการถอดหรือใส่ตาปลอมอยู่ทางศีรษะผู้ป่วย อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ - หยอดยาชาที่ตาผู้ป่วย 1 หยด - ล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง สวมถุงมือ STERILE เช็ดฝุ่นแป้งด้วยส้าลี ALCOHOL โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 19-20 ของ : 87 เรื่อง : การใส่และถอดตาปลอม วันที่เริ่มใช้ :1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 09 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
20 - ถ้าผู้ป่วยใส่ตาปลอมอยู่แล้ว จะถอดเช็ดท้าความสะอาด ให้เช็ดตา Sterile ก่อนแล้ว ค่อยสอดเปลือกต าล่ างเข้ าไปที่ขอบต าปลอ ม ขณะเดีย วกันใช้มือกดเบ าๆที่เปลือกต าบน พร้อมกันเพื่อดันให้ตาปลอมหลุดออกมา - เช็ดท้าความสะอาด discharge ที่ตา ตรวจดูว่าเนื อเยื่อในตามีรอยเลือดออกหรือรอย ถลอกหรือไม่ ล้างท้าความสะอาดตาปลอมด้วยส้าลีชุบ NSS ตรวจดูว่ามีรอยแตก หรือถลอก ไม่ควร น้ามาใช้ - เวลาต้องการใส่ตาปลอม ให้ผู้ป่วยเช็ดตา STERILE ก่อน แล้วป้ายด้วย OINTMENT ในตาปลอมด้านหลังเล็กน้อย และตรวจเช็ดให้หันด้านปลายที่ แหลม กว่าไปด้านจมูกของผู้ป่วย - ดึงหนังตาด้านบนขึ น พร้อมกับสอดขอบบนของตาปลอมเข้าใต้หนังตาบน เลื่อนเข้าไป ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะท้าได้ แล้วปล่อยนิ วจากที่ดึงหนังตาบนขึ น - ประคองตาปลอมไว้ไม่ให้เคลื่อนที่ และเปิดหนังตาล่างจนเลยขอบล่างของตาปลอม ขึ นมาคลุมตาปลอมแทน - ตรวจดูตาปลอม ให้อยู่สภาพที่ถูกต้อง เช็ดท้าความสะอาดรอบดวงตาให้เรียบร้อย - เก็บอุปกรณ์ บันทึกอาการและรายงานผลตามขั นตอน 5.แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุ วิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.สมสงวน อัษญคุณ, ประภัสสร ผาติกุลศิลา, นภาพร ตนานุวัฒน์, ดิเรก ผาติกุลศิลา, และเกษรา พัฒนพิบูลย์. (2560). โรคตาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์ จ้ากัด.
21 1.วัตถุประสงค์ : เพื่อวัดความสามารถในการมองเห็นวัตถุ, เพื่อวินิจฉัยโรค และเพื่อติดตามประเมิน ผลการรักษา 2.นิยามศัพท์: ผู้มารับบริการ หมายถึง ผู้ที่มารับการตรวจจากแพทย์, จักษุแพทย์ และผู้ที่มีปัญหาทาง สายตาและการมองเห็น - การวัดสายตา หมายถึง การตรวจการท้างานของ FOVIA โดยใช้แผ่นป้ายมาตรฐาน Snellen’s chart ส้าหรับผู้ที่อ่านตัวเลขได้ ใช้รูปตัว E ส้าหรับผู้ที่อ่านตัวเลขไม่ได้ และ Allen’s card หรือ รูปภาพต่าง ๆ ส้าหรับเด็กเล็กวัยก่อนเรียน 3.หน้าที่รับผิดชอบ : - แพทย์ มีหน้าที่ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา และออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย - พยาบาล มีหน้าที่รับค้าสั่งแพทย์ วัดสายตาผู้รับบริการทางโรคตาทุกชนิดและบันทึก เป็นลายลักษณ์อักษร 4.ขั้นตอนปฏิบัติ อุปกรณ์- แผ่นป้ายวัดสายตาขนาดมาตรฐานทั งแบบตัวเลข, - E – Game, และ Pediatric Card - ไฟฉาย, ที่ปิดตา, Pin Hole, Len + 10 D, ระยะวัดสายตา 6 เมตร มีขั้นตอนดังนี้ : การวัดสายตาระยะไกล - ซักประวัติการเจ็บป่วยทางโรคตา บันทึกไว้ - ให้ผู้ป่วยนั่งที่ระยะห่างจากแผ่นป้ายวัดสายตา 6 เมตร (20 ฟุต) - ใช้ที่ปิดตา (Occluder) ปิดตาซ้าย โดยไม่กดลูกตา ให้เสมือนว่าเราถนัดขวา วัดสายตา ขวาก่อนเสมอ - ให้ผู้ป่วยอ่านจากแผ่นป้ายวัดสายตาด้วยตาขวา ตั งแต่แถวบนสุดถึงล่างสุด แล้วบัน ทึกไว้ให้อ่านด้วยตาซ้ายโดยวิธีเดียวกัน โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 21-24 ของ : 87 เรื่อง : การวัดสายตา วันที่เริ่มใช้ :1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 10 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
22 ค่าที่ได้เป็นสัดส่วน = ระยะที่คนไข้สามารถมองเห็นได้ ระยะที่คนปกติอ่านได้ การบันทึกผลการวัดมี 2 ระบบ คือ ระบบอังกฤษ และระบบเมตริก ตัวเลข แถวที่ ระบบอังกฤษ ระบบเมตริก 85 1 20 / 200 6 / 60 293 2 20 / 100 6 / 36 8754 3 20 / 70 6 / 24 63952 4 20 / 50 6 / 18 428356 5 20 / 40 6 / 12 3746285 6 20 / 30 6 / 9 7264793 7 20 / 20 6 / 6 - กรณีอ่านผิดให้จดบันทึกลงไปด้วย อ่านเพิ่มเป็นบวก ตัวอย่างเช่น แถว 5 ผิดไป 2 ตัว =6 /12 – 2 หรืออ่านแถว 6 ได้หมด แต่อ่านแถว 7 ได้เพียง 2 ตัว = 6 / 9 + 2 - กรณีอ่านแถวบนสุดไม่ได้ ให้เคลื่อนที่เข้าใกล้ แผ่นป้ายทีละ 1 เมตร จนกว่าจะอ่านแถวบนสุดได้ - ถ้าผู้ป่วยเคลื่อนเข้าใกล้แผ่นป้ายวัดสายตาจนถึง 1เมตรแล้วยังอ่านแถวบนสุดไม่ได้ให้ผู้ป่วยนับนิ ว ของผู้ตรวจในระยะ 1ฟุต ถ้าอ่านได้แสดงว่า Counting Finger 1ฟุต (F.C 1’) - ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถนับนิ วได้ถูกต้อง ให้ผู้ป่วยดูมือของผู้ตรวจที่โบกมือไปมา ถ้าเห็นมือโบกไปมา แสดงว่ามีสายตาเป็น Hand Movement (H.M) - ถ้าผู้ป่วยยังไม่สามารถมองเห็นมือของผู้ตรวจที่โบกไปมาหน้าลูกตาได้ ให้ผู้ตรวจส่องไฟฉายไปที่ ตาของผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยมองเห็นแสงไฟที่ส่องเข้าตา และบอกทิศทางได้ แสดงว่ามีสายตา Light Projection (P.J) - ถ้ามองเห็นแสงไฟที่ส่องเข้าตา แต่บอกทิศทางไม่ได้ แสดงว่ามีสายตา Light Perception (P.L) - ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถมองเห็นแสงไฟที่ส่องเข้าตาเลย แสดงว่าตาข้างนั นบอดสนิท คือNo Light Perception (N.P.L) - กรณีที่ผู้ป่วยสายตาผิดปกติ และสวมแว่นตาอยู่ ให้วัดโดยไม่สวมแว่นก่อน แล้วจึงวัดขณะสวม แว่น ถ้าเป็น Contact Lens ให้วัดสายตาด้วย CL แล้วค่อยถอด CL วัดสายตาอีกครั ง ในทางปฏิบัติ ส่วนมากไม่สะดวก จึงมักให้อ่านแผ่นป้ายได้เลยกรณีที่วัดสายตาได้น้อยกว่า 6 / 6 ให้ถือว่าผู้ป่วยมี สายตาผิดปกติ ให้ผู้ป่วยอ่านตัวเลขบนแผ่นป้ายโดยมองผ่าน Pin Hole ซึ่งเป็นแผ่นพลาสติกมีรูตรง กลางเล็ก ๆ 1-2.5 มม.อาจอ่านได้เพิ่มขึ นหรือเท่าเดิมถ้าอ่านได้ดีขึ นแสดงว่า Refractive Error
23 การวัดสายตาเด็กโดยใช้ Preferential looking test ใช้ในเด็กอายุ 3 เดือน ขึ นไป เป็นแถบขาวสลับด้า ซึ่งมีขนาดต่างๆ กัน ตามระดับของสายตา วิธีทดสอบ 1. ถือแถบด้า-ขาว ขนาดใหญ่สุด คู่กับพื นเรียบสีขาว ไว้หน้าเด็กที่มาทดสอบ ในระยะห่าง 57 ซม.หรือ 2 ฟุต (ถ้าเด็กอายุประมาณ 3-6 เดือน อาจใช้ประมาณ 1 ฟุต) 2. สังเกตดูว่าเด็กเหลือบมองอันไหน (โดยธรรมชาติจะมองแถบสลับสี มากกว่าสีเรียบ) 3. ถ้าเด็กมองเห็นแถบจะหันหน้าไปด้านที่มีแถบแทนแผ่นเรียบ 4. ให้ลดขนาดของแถบด้า-ขาว ไปจนกระทั่งเด็กไม่สนใจมองแผ่นแถบ แสดงว่าไม่เห็นแถบ 5. ลงบันทึกระดับการมองเห็นของเด็กได้จากตัวเลขที่ก้ากับอยู่ที่แผ่นทดสอบ ดังนี 20/800 ,20/400 ,20/300 ,20/100,20/60 ,20/30 การวัดสายตาเด็กโดยใช้ Allen Chart ใช้ในเด็กอายุ 2 ปี ขึ นไป วิธีทดสอบ 1. สอนให้เด็กรู้จักรูปภาพต่างๆ ที่น้ามาทดสอบ และให้ความคุ้นเคย 2. วัดสายตาทีละข้าง โดยวัดตาขวาก่อนเสมอ 3. ยืนห่างจากเด็กในระยะ 20 ฟุต ให้เด็กตอบรูปภาพที่น้ามาทดสอบ ถ้าตอบได้หมดค่าของ สายตา = 20/30 ถือว่าสายตาปกติในเด็ก 4. ถ้าเด็กมองไม่เห็น และตอบไม่ได้ ให้น้ารูปภาพเดินเข้าหาเด็ก จนกระทั่งมองเห็น และตอบได้ 5. วัดระยะทางจากเด็กนั่ง ถึงระยะทางที่มองเห็น เป็นระบบฟุต น้าระยะทางที่ได้หารด้วย 30 , เช่น ถ้ามองเห็นระยะ 9 ฟุต ค่าสายตา =9/30 =0.3 ,VA =20/50
24 หากคิดระบบเมตรมีสูตร ดังนี ระยะทางที่มองเห็น(เมตร) x 100 ÷ 30 30 ตารางเปรียบเทียบ VA การวัดสายตาที่ใกล้ ใช้แผ่นมาตราฐาน หรืออ่านตัวหนังสือพิมพ์ก็ได้ โดยให้อ่านในระยะ 1 ฟุต หรือ1 ช่วงแขน แบบบันทึกเวลาวัดสายตา VA ตาขวา,ตาซ้าย ; CPH . . . , . . . หมายถึง With Pin Hole = มองผ่านรู Pin Hole ; CC . . . , . . . หมายถึง With Correction = สวมแว่นตาขณะวัดสายตา ; C+10D . . . , . . . หมายถึง With Lens Power 10 Diopter = มองผ่าน + 10D ในผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก ไม่ใส่แก้วตาเทียม ; C CL . . . , . . . หมายถึง With Contact Lens = Contact Lens ขณะวัดสายตา ; E . . . , . . . หมายถึง ใช้กับผู้ป่วยอ่านตัวเลขไม่ได้ จึงใช้ E-Game วัด : CIOLs . . . , . . . หมายถึง With Intraocular Lens Implantation = ผู้ป่วยที่ ผ่าตัดต้อกระจก และได้ใส่แก้วตาเทียมแล้ว 5.แหล่งอ้างอิง 1.ชัยศิริ จ้าเริญดารารัศมี, และวรพร ชัยกิจมงคล. (2559). คู่มือตรวจตาพื้นฐานส าหรับนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจ าบ้านสาขาจักษุวิทยา แพทย์ทั่วไป พยาบาลเวชปฏิบัติทางตาและผู้สนใจด้านจักษุ วิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คอร์ปอเรชั่น โฟร์ดี 2.อรวี จตุทอง, รวิวรรณ ศันสนยุทธ, และชวลิต สนธิสมบัติ. (2562). จักษุวิทยาเบื้องต้น (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. มองเห็นระยะ ระบบเมตริก ระบบฟุต เศษส่วน 1 เมตร 6/60 20/200 0.1 2 เมตร 6/24 20/70 0.25 3 เมตร 6/18 20/50 0.3 4 เมตร ... ... ... 5 เมตร 6/12 20/40 0.5 6 เมตร 6/9 20/30 0.6
25 1.วัตถุประสงค์ : เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคทางตาที่ส้าคัญ, เพื่อตรวจหาค่าความดันภายในลูกตา และเพื่อ ติดตามประเมินผลการรักษา 2.นิยามศัพท์ : -ผู้มารับบริการทางจักษุ หมายถึง ผู้ที่มีอายุตั งแต่ 40 ปีขึ นไป หรือผู้ที่มีอาการสัมพันธ์กับ โรคต้อหิน และไม่มีอาการติดเชื อทางตา - การวัดความดันตา หมายถึง การใช้เครื่องมือ Schiotz วัดที่กระจกตาเพื่อดูการ ไหลเวียนของน ้าในลูกตา ปกติ 12–20 มิลลิเมตรปรอท ถ้าสูงเกินกว่า 21 มิลลิเมตรปรอทถือว่าผิดปกติ 3.หน้าที่รับผิดชอบ : -แพทย์ มีหน้าที่ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษาและออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย - พยาบาล มีหน้าที่รับค้าสั่งแพทย์ ประเมินอาการผู้ป่วย วัดความดันตาและบันทึกไว้ เป็นลายลักษณ์อักษร 4.ขั้นตอนปฏิบัติ : อุปกรณ์ - ส้าลีแห้ง, ส้าลีชุบ Alcohol - ยาชาส้าหรับหยอดตา 5 % TETRACAINE HYDROCHLORIDE และ POLY-OPH ED ยา ปฏิชีวนะหยอดตา - เครื่องมือวัดความดันตาSchiotz Tonometry มีขั้นตอนดังนี้ - ให้ผู้ป่วยนอนหงายราบศีรษะ ไม่ก้มหรือแหงนเกินไป อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ - หยอดยาชา ข้างละ 1 หยด รอยาชาออกฤทธิ์ ใช้เวลาประมาณ 15 วินาทีและจะออก ฤทธิ์ชานาน 30 นาทีผู้ป่วยจะบ่นแสบตาเล็กน้อย ให้หลับตารอจนหายแสบตาแล้วค่อยวัด - ตรวจสอบเครื่องมือ Schiotz โดยวางบนตุ้มเหล็กมาตรฐาน เข็มตรวจต้องชี ที่ศูนย์ ตรวจสอบความคล่องของ Plunger ว่าไม่มีความฝืด - ยกมือผู้ป่วยขึ นเพื่อใช้เป็นจุด Fixation เหนือศีรษะหน้าต่อลูกตา โดยสังเกตตาด้าให้ อยู่ตรงกลางและตรงนิ่ง เริ่มวัดที่ตาขวาก่อนเสมอ - ผู้ตรวจใช้นิ วเปิดเปลือกตาผู้ป่วย ระวังไม่ให้กดลูกตา โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 25 -26 ของ : 87 เรื่อง : การวัดค่าความดันลูกตาด้วย Schiotz Tonometry วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 11 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
26 - ค่อย ๆ วางเครื่องมือวัดลงบนกระจกตา (หรือตาด้า) ประคองให้ตัวเครื่องตั งตรงสเกล หันมาทางผู้วัด อ่านค่าที่ได้บนสเกลตรงต้าแหน่งที่เข็มชี แล้วน้าค่าที่วัดได้ไปเทียบตารางเพื่อหาค่าความดัน ลูกตา - ใช้เครื่องมือ 5.5 กรัมก่อนเสมอ ถ้าต่้ากว่า 4 ให้ใช้น ้าหนัก 7.5 และ 10 กรัมตามล้าดับ - หลังวัดเสร็จให้หยอดยา Silmycetin ED หรือ XANALINE ED ข้างละ1หยด เช็ดเครื่องมือ ด้วย Alcohol 70% - บันทึกค่าที่ได้ลงในประวัติคนไข้ ดังนี Tn ? = , ? = mmHg เช่น Tn 5 = 17.3, 6 = 14.6 mmHg 5.5 5.5 5.5 5.5 หรือ ? = , ? = mmHg 7.5 7.5 หรือ ? = , ? = mmHg 10 10 ข้อห้ามในการวัดความดันตา - มีการติดเชื อที่ตา - ได้รับอุบัติเหตุทางตา - กระจกตาเป็นแผล, บวม, บิดเบี ยว และมีแผลเป็น - ตาสั่นมาก/บีบตาตลอด /ไม่ร่วมมือ - ตาแดงระบาด - สายตาสั นมาก ๆ 5.แหล่งอ้างอิง 1.ชัยศิริ จ้าเริญดารารัศมี, และวรพร ชัยกิจมงคล. (2559). คู่มือตรวจตาพื้นฐานส าหรับนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจ าบ้านสาขาจักษุวิทยา แพทย์ทั่วไป พยาบาลเวชปฏิบัติทางตาและผู้สนใจด้านจักษุ วิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คอร์ปอเรชั่น โฟร์ดี 2.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 3.สมสงวน อัษญคุณ, ประภัสสร ผาติกุลศิลา, นภาพร ตนานุวัฒน์, ดิเรก ผาติกุลศิลา และเกษรา พัฒนพิบูลย์. (2560). โรคตาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์ จ้ากัด.
27 1.วัตถุประสงค์ เพื่อทราบระดับความดันลูกตาใช้เป็นข้อมูลพื นฐานของผู้ป่วยใช้ในการวินิจฉัยแยกโรค เช่น Glaucoma, Uveitis และเพื่อประเมินความก้าวหน้าของโรค และผลการรักษา 2.ค านิยามศัพท์ -การวัดค่าความดันลูกตา คือการใช้เครื่องมือวัดความดันในลูกตา ค่าปกติคือ 10 - 21mmHg. -non-contact tonometer คือ เครื่องมือที่ใช้วัดความดันลูกตา มีหลักการท้างานโดยเครื่องจะพ่นลมด้วย ขนาดคงที่ลงบนกระจกตา เพื่อกดผิวโค้งของกระจกตาให้แบนราบ และค้านวณเวลาที่ใช้ในการพ่นจนผิว กระจกตาแบนราบเป็นค่าความดันภายในลูกตา เครื่องมือชนิดนี มีข้อดีคือ เครื่องมือไม่สัมผัสกระจกตาและ ไม่ต้องใช้ยาชาชนิดหยอดในการวัดความดันในลูกตา 3. หน้าที่รับผิดชอบ - แพทย์ มีหน้าที่ในการตรวจ วินิจฉัย ออกค้าสั่งในแผนการรักษา - พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่ ประเมินผู้ป่วย วินิจฉัยการพยาบาล วางแผนการพยาบาล ปฏิบัติพยาบาลตาม ค้าสั่งการรักษาของแพทย์ ประเมินผลการพยาบาลและปรึกษาให้ค้าแนะน้าแก่ผู้ป่วย 4. ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์1. เครื่อง Non contact Tonometry 1 เครื่อง 2. ส้าลีชุบแอลกอฮอล์ 1 ก้อน มีขั้นตอนดังนี้ 1. ตรวจสอบชื่อผู้ป่วยและตาข้างที่วัดให้ถูกต้องตาม แผนการรักษา 2. บอกให้ผู้ป่วยทราบว่า พร้อมอธิบายขั นตอนการตรวจให้ทราบ 3. ให้ผู้ป่วยนั่งบนเก้าอี หน้าตรง วางคางบนแป้นและให้ หน้าผากชิดพนักพิงด้านหน้าเครื่อง 4. ให้ผู้ป่วยมองตรงเข้าไปในเครื่อง จะเห็นเป็นไฟสีแดง ให้จ้องไว้ 5. ท้าการวัดโดยเลื่อนปรับโฟกัสให้คมชัดเป็นรูปสามเหลี่ยมบนล่าง 6. เครื่องจะอ่านค่าความดันลูกตาโดยอัตโนมัติ 7. บันทึกความดันลูกตา โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน: จักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 27-28 ของ : 87 เรื่อง : การวัดค่าความดันลูกตา ด้วยNon contact Tonometry วันที่เริ่มใช้ :1 พค63 วันที่แก้ไข : 1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 12 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
28 8.ท้าความสะอาดบริเวณแป้นรองคางและแผ่นกั นหน้าผากด้วยส้าลี 70% alcohol หลังการวัดผู้ป่วยทุก ราย 5. แหล่งอ้างอิง 1.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์, และณวพล กาญจนารัณย์. (2556). ต าราปฏิบัติการและหัตถการทางจักษุ วิทยา (พิมพ์ครั งที่2). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. 2.คู่มือ Non contact Tonometry
29 1.วัตถุประสงค์ เพื่อทราบระดับความดันลูกตาใช้เป็นข้อมูลพื นฐานของผู้ป่วยใช้ในการวินิจฉัยแยกโรค เช่น Glaucoma, Uveitis และเพื่อประเมินความก้าวหน้าของโรค และผลการรักษา 2.ค านิยามศัพท์ -การวัดค่าความดันลูกตา คือการใช้เครื่องมือวัดความดันในลูกตา ค่าปกติคือ 10 - 21mmHg. - iCare IC100 tonometer คือ เครื่องมือที่ใช้วัดความดันลูกตา มีหลักการท้างานโดยเครื่องจะยิง ตัว Probe ขนาดเล็ก ไปสัมผัสกระจกตาเบาๆและไม่ต้องใช้ยาชาชนิดหยอดในการวัดความดันในลูกตา 3. หน้าที่รับผิดชอบ - แพทย์ มีหน้าที่ในการตรวจ วินิจฉัย ออกค้าสั่งในแผนการรักษา - พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่ ประเมินผู้ป่วย วินิจฉัยการพยาบาล วางแผนการพยาบาล ปฏิบัติพยาบาลตาม ค้าสั่งการรักษาของแพทย์ ประเมินผลการพยาบาลและปรึกษาให้ค้าแนะน้าแก่ผู้ป่วย 4. ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ 1. เครื่อง iCare IC100 tonometer 1 เครื่อง 2. ส้าลีชุบแอลกอฮอล์ 1 ก้อน ขั้นตอนดังนี้ 1. ตรวจสอบชื่อผู้ป่วยและตาข้างที่วัดให้ถูกต้องตาม แผนการรักษา 2. บอกให้ผู้ป่วยทราบว่า พร้อมอธิบายขั นตอนการตรวจให้ทราบ 3.เปิดเครื่อง โดย กดปุ่มรูปสี่เหลี่ยมค้างไว้ประมาณ 3 วินาที หน้าจอจะขึ น Measure 4. กดปุ่ม3 เหลี่ยมประมาณ3 วินาที หน้าจอจะแจ้งให้ loading ให้ใส่ Probe ในแนวตั งตรง ระวัง อย่าให้ หัวProbe งอ 5. จัดท่าให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง ปรับระยะ Probe กับ Cornea ให้ตั งฉากกัน เมื่อได้ระยะที่เหมาะสมจะมีไฟสี เขียว ระยะที่ไม่เหมาะสมไฟจะมีสีแดงและขึ นข้อความ too far หรือ too nearให้ปรับระยะให้เหมาะสม โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน: จักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 29-30 ของ : 87 เรื่อง : การวัดค่าความดันลูกตา ด้วย iCare IC100 tonometry วันที่เริ่มใช้:1ตค65 วันที่แก้ไข : - ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 13 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
30 6.ท้าการวัด โดยการกดปุ่มลูกศรสีเขียวค้างไว้ probe จะสัมผัสกับcornea และเครื่องจะวัดค่าทั งหมด 6 ครั งใน 1 รอบ หากต้องการวัดซ ้าให้กดรูปสามเหลี่ยมอีกครั ง 7.เมื่อวัดเสร็จให้กดปุ่มสี่เหลี่ยมค้าง3วินาทีเพื่อปิดเครื่อง probe จะไหลออกมา 8. บันทึกความดันลูกตาแต่ละข้าง 9.ท้าความสะอาดบริเวณปลายกั นระยะหากมีการสัมผัสกับหน้าผากด้วยส้าลี 70% alcohol หลังการวัด ผู้ป่วยทุกราย 5. แหล่งอ้างอิง 1.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์, และณวพล กาญจนารัณย์. (2556). ต าราปฏิบัติการและหัตถการทางจักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่2). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. 2.คู่มือ iCare IC100 tonometry
31 1.วัตถุประสงค์: เพื่อความสะอาดบริเวณรอบดวงตา ก่อนและหลังผ่าตัด, เพื่อป้องกันลดการติดเชื อ และ ลดอาการระคายเคือง, เพื่อประเมินพยาธิสภาพ และการเปลี่ยนแปลงของตา 2.นิยามศัพท์ : - ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณารักษาด้วยยาและการผ่าตัดทางตา - การเช็ดตาโดยวิธีปลอดเชื อ หมายถึง การเช็ดตาด้วยเทคนิคปราศจากเชื อเพื่อขจัดคราบ สกปรกต่าง ๆ แก่ผู้ป่วย ก่อนและหลังผ่าตัด และผู้ป่วยที่มีการติดเชื อที่ตา 3.ความรับผิดชอบ : - แพทย์ มีหน้าที่ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา และออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย - พยาบาล มีหน้าที่รับค้าสั่งแพทย์ อธิบายผู้ป่วย เช็ดตา Sterile และบันทึกไว้เป็น ลายลักษณ์อักษร 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ - อับส้าลี Sterile 2 อัน (ใส่ NSS และ Alcohol ) - Long Forceps Jar 1 ชุด - Eye Pad, Eye Shield - ถุงมือ Sterile - Plaster ขนาด 1 ซม. - ถุงขยะ มีขั้นตอนดังนี้ : - จัดเตรียมอุปกรณ์ให้ครบ (อับส้าลี Alcohol, อับส้าลี NSS, Forceps Jar, Eye Pad / Eye Shield, กรรไกร, Plaster ขนาด 1 ซม., ถุงมือ Sterile, และถุงขยะติดเชื อ) โดยเตรียมไปไว้ที่ข้างเตียง ผู้ป่วยให้เรียบร้อย - อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ และจัดให้ผู้ป่วยนอนหงายราบไม่หนุนหมอน ศีรษะมาท้ายเตียง - พยาบาลผู้เช็ดตาล้างมือให้สะอาดเช็ดให้แห้งใส่ถุงมือ Sterile และอยู่ทางศีรษะผู้ป่วย - พยาบาล/ผู้ช่วยเสริฟอุปกรณ์ คีบ ส้าลีชุบ Alcohol 70% ให้ผู้เช็ด 1 ก้อนเพื่อเช็ด คราบฝุ่นที่รอบถุงมือให้สะอาด เพื่อป้องกันฝุ่นแป้งตกลงไปในตาผู้ป่วย เกิดระคายเคืองได้ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 31-32 ของ : 87 เรื่อง : การเช็ดตา STERILE วันที่เริ่มใช้:1กพ 56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 14 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
32 - ผู้ช่วยเสริฟอุปกรณ์ คีบ ส้าลีชุบ Alcohol 70% จ้านวน 5 ก้อน บีบหมาด ส้าลีชุบ NSS 5ก้อน บีบหมาด ๆ โดยวางบนมือซ้าย และคั่นไว้ด้วยนิ วหัวแม่มือ - บอกผู้ป่วยให้หลับตาเพื่อป้องกัน Alcohol เข้าตา และด้าเนินการเช็ด ดังนี ส้าลี Alcohol 5 ก้อน ก้อนที่ 1 เช็ดจากหัวคิ วตรงเหนือดั งจมูกลงไปปลายจมูกกลับด้านส้าลี เช็ดซ ้าอีกครั ง ก้อนที่ 2 เช็ดจากหัวคิ วไปหางคิ ว ห่างตา ~ 2 นิ ว กลับด้านส้าลีเช็ดต่อเนื่องถัดขึ นไปถึงหน้าผาก ก้อนที่ 3 เช็ดเหมือนก้อนที่ 2 ก้อนที่ 4 เช็ดห่างหัวตาล่าง 1-2 นิ ว จากหัวตาไปหางตากลับส้าลีเช็ดต่อเนื่องออกไปจน ถึงโหนกแก้ม ก้อนที่ 5 เช็ดเหมือนก้อนที่ 4 ส้าลี NSS 5 ก้อน ก้อนที่ 1 จะเช็ดเปลือกตาล่าง โดยให้ผู้ป่วยมองขึ นด้านบนดึงเปลือกตาล่างลงเบา ๆ เช็ดจากหัวตา ไปหางตาระวังไม่ให้เศษส้าลีถูกในลูกตาเด็ดขาดจะเกิดอาการเคืองได้ กลับด้านเช็ดซ ้าอีกครั ง ก้อนที่ 2 เช็ดเหมือนก้อนที่ 1 ก้อนที่ 3 จะเช็ดเปลือกตาบน โดยให้ผู้ป่วยมองลงล่าง ดึงเปลือกตาบนขึ นเบา ๆ เช็ดจากหัวตาไป หางตากลับด้านเช็ดซ ้าอีกครั ง ก้อนที่ 4 เช็ดเหมือนก้อนที่ 3 ก้อนที่ 5 เช็ดซ ้าหัวตา กรณียังมี Discharge อีก ถ้ามี การหยอดยาให้ดึงเปลือกตาล่างลงเบา ๆ หยดยาลงไป1 หยด ให้ผู้ป่วยหลับตาไว้สักครู่ ส้าลีก้อนนี ใช้เช็ดน ้ายาที่ล้นออกมา - ปิด Eye Pad และ Plaster 2 อัน กรณีเตรียมผู้ป่วยก่อนส่งเข้าห้องผ่าตัด หรือปิดด้วย Eye Shield กรณีที่หลังผ่าตัดและมีการเช็ดตา Sterile หลังแพทย์มาเยี่ยมอาการแล้วโดยค้านึงถึงการปิด Plaster ไม่ให้คล่อมจมูก และเปลี่ยน Eye Shield ที่ Sterile ทุกวันการเช็ดตาผู้ป่วย ก่อนและหลังผ่าตัด ให้เช็ดตาก่อนผู้ป่วยตาติดเชื ออื่น และแยกรถเช็ดตา Sterile ที่ใส่อุปกรณ์ครบชุดด้วย - บันทึกผล อาการที่พบ และเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย 5.แหล่งอ้างอิง ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์, และณวพล กาญจนารัณย์. (2556). ต าราปฏิบัติการและหัตถการทางจักษุวิทยา. (พิมพ์ครั งที่2). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
33 1.วัตถุประสงค์ : เพื่อท้าความสะอาดตาก่อนผ่าตัด 2.นิยามศัพท์ : - ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณาเพื่อท้าการผ่าตัดใหญ่ภายในลูกตา - การตัดขนตา เป็นการเตรียมร่างกายด้านจักษุส้าหรับการผ่าตัดใหญ่ในลูกตา ตาทุกชนิด และเน้นการเตรียมบริเวณใกล้ผ่าตัดให้สะอาด 3.หน้าที่รับผิดชอบ : - แพทย์ มีหน้าที่ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา และออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย - พยาบาล มีหน้าที่รับค้าสั่งแพทย์ อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ จัดเตรียมอุปกรณ์, ตัดขน ตา, ล้างตา, ล้างท่อน ้าตา และบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์- ถาด Sterile ใส่ กรรไกรตัดขนตา - ก๊อซ, ก๊อซใส่วาสลีน - Set ล้างตา, Set Irrigate Sac (ส้าหรับผ่าตัดต้อกระจก) - โคมไฟและถังขยะ มีขั้นตอนดังนี้ - ยกเตรียมอุปกรณ์ไปที่เตียงผู้ป่วย อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจ - จัดท่านอนให้ศีรษะผู้ป่วยหันมาท้ายเตียง ไม่หนุนหมอน โดยให้ศีรษะชิดขอบเตียงด้านที่พยาบาล เข้าไปได้สะดวก - ใช้ไฟตั งส่องเข้าไปเฉียง ๆ กับดวงตา เพื่อผู้ป่วยจะไม่แสบตา - พยาบาลอยู่เหนือศีรษะผู้ป่วย เตรียมกรรไกรป้ายวาสลินให้มากพอดี ที่ขนตาจะติดอยู่ได้ใน ขณะตัด - ให้ผู้ป่วยลืมตามองขึ นด้านบน ดึงหนังตาล่างลงเบา ๆ ใช้กรรไกรบรรจงขลิบขนตาล่างให้เกือบชิด ขอบหนังตาผู้ป่วยที่ละน้อย ขนตาที่ตัดออกจะต้องติดวาสลีนที่กรรไกร ท้าให้ไม่ร่วงเข้าตา จึงเช็ดออกด้วย ก๊อซที่เตรียมไว้ ระหว่างตัดห้ามผู้ป่วยกะพริบตา ขนตามักแข็ง ควรระวังให้มากเพราะจะร่วงเข้าตาได้ง่าย กรรไกรต้องคมถึงปลายสุด ถ้าปลายทู่จะดึงขนตาท้าให้ผู้ป่วยเจ็บและไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ควรตัดให้ติด ขอบตาเพราะจะไปตัดเอาขอบหนังตาท้าให้บาดเจ็บได้ ตัดขนตาบนด้วยวิธีเดียวกันแต่ให้ผู้ป่วยมอง ลงล่าง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 33-34 ของ : 87 เรื่อง : การตัดขนตา วันที่เริ่มใช้:1กพ 56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 15 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
34 - กรณีรอบ ๆ เปลือกตาบวมอักเสบ ให้รายงานแพทย์ก่อนท้าการตัดขนตา เนื่องจากแพทย์อาจ งดการผ่าตัด เพราะการติดเชื อมีผลต่อแผลผ่าตัดได้ - ล้างตาด้วย 0.9 % NSS – 200 cc. ตามหลักการที่ถูกต้อง - สังเกตอาการว่าผู้ป่วยมีเคืองตาหรือไม่ ถ้ามีอาการเคืองตาให้ตรวจดูในตาว่ามีเศษขน ต าติดอยู่ หรือไม่ และควรล้างตาจนหายระคายเคือง - ล้างท่อน ้าตา ~ 2 – 3 cc. และสังเกตดูว่ามีการอุดตันหรือไม่ ถ้าไม่ลงคอหรือล้นออกมา บางส่วนให้บันทึกและรายงานตามขั นตอน และห้ามล้างท่อน ้าตาก่อนตัดขนตาเนื่องจากยาชาออกฤทธิ์นาน 30 นาที ถ้ามีเศษขนตาเข้าตาจะท้าให้ผู้ป่วยอาจไม่รู้สึกระยะนี ได้ และลายเป็น F.B. ระคายเคือง ผู้ป่วยอาจ ขยี ตาเกิดรอยถลอกกระจกตาเป็นแผลติดเชื อได้ - บันทึกผลและเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย พร้อมรายงานผลตามขั นตอน 5.แหล่งอ้างอิง ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์, และณวพล กาญจนารัณย์. (2556). ต าราปฏิบัติการและหัตถการทางจักษุวิทยา. (พิมพ์ครั งที่2). กรุงเทพฯ: ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
35 1.วัตถุประสงค์ : เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจขั นตอนการยิงเลเซอร์ ,เพื่อลดความวิตกกังวล,ลดภาวะแทรกซ้อน อันเนื่องมาจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องขณะท้าการผ่าตัด 2.ค านิยามศัพท์ : ผู้ป่วยหมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณาเพื่อท้าการรักษาตาด้วยเลเซอร์ ก า ร ยิง เ ล เ ซ อ ร์ คื อ ก า รใ ช้ เ ล เ ซ อ ร์ใน ก า รรั กษ าโ ร ค ต า Selective laser trabeculoplasty (SLT) เป็นการรักษาต้อหินมุมเปิด ใช้ในกรณีที่รักษาด้วยยาหยอดตาแล้วได้ผลไม่ดีนัก มักเลือกใช้ร่วมกับการรักษาอื่นๆ Laser peripheral iridotomy (LPI) เป็นการรักษาต้อหินมุมปิดโดย สามารถใช้ท้า Iridotomy (รูเปิดขนาดเล็กที่ม่านตา) เพื่อช่วยในการป้องกันและรักษาต้อหินแบบมุมปิด ใช้ เลเซอร์ยิงเพื่อให้น ้าในลูกตาระบายได้ดีขึ น และYag laser capsulotomy ใช้ส้าหรับรักษาหลังการผ่าตัดต้อ กระจกเพื่อ ขัดเยื่อหุ้มเลนส์ในผู้ป่วยถุงหุ้มเลนส์ขุ่น 3.หน้าที่รับผิดชอบ : - แพทย์มีหน้าที่ ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษาและออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย - พยาบาล มีหน้าที่ รับค้าสั่งแพทย์ เตรียมผู้ป่วย ดูแลตามแผนการรักษา และ ลงบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ เครื่องเลเซอร์ครบชุด , ชุดล้างตา, ยาขยายม่านตา ,ยาหดม่านตา, ยาชาหยอดตา, Methycellulose ED, ถุงกระดาษ, กระดาษทิชชู มีขั้นตอนดังนี้ - แพทย์ตรวจวินิจฉัย และออกค้าสั่ง ในการรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีเลเซอร์ - พยาบาลรับค้าสั่งแพทย์ แจ้งผู้ป่วยและญาติ พร้อมนัดผู้ป่วยให้ผู้ป่วยมารับการรักษา ในวันที่ก้าหนด พร้อมเตรียมเอกสารบัตรลดหย่อน และค่ารักษามาในวันนัดด้วย - ก่อนยิงเลเซอร์ ตรวจวัดสัญญาณชีพ บันทึกอาการส้าคัญ ให้ยาก่อนผ่าตัด ดังนี Laser LPI /SLT ให้ 2 % Pilocapine ED ทุก 15 นาที จ้านวน 4 ครั ง หยอดAlphagan ED 1หยด ก่อนยิงเลเซอร์ 30 นาที ผ่าตัด Laser Capsulotomy ให้ Mydriamac ED ทุก 15 นาที จ้านวน 4 ครั ง หยอดAlphagan ED 1 หยดก่อนยิงเลเซอร์ 30 นาที หรือจนกว่าม่านตาขยายแล้ว หยอดยาชา 0.5 % Tetracaine hydrochlorile ED ก่อนแพทย์ยิงเลเซอร์ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 35-36 ของ : 87 เรื่อง : การเตรียมผู้ป่วยยิงเลเซอร์ วันที่เริ่มใช้:1 กพ 56 วันที่แก้ไข : 1ตค65 ทะเบียนเอกสาร: SOP EYE 16 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
36 - ขณะยิงเลเซอร์ ติดป้ายหน้าห้อง “ ห้ามเข้า เขตอันตรายจากเลเซอร์ ” ผู้ช่วยแพทย์ต้องสวมแว่นตา ให้การดูแลผู้ป่วยทั งด้านร่างกายและจิตใจ ช่วยเหลือแพทย์จนเสร็จสิ น กระบวนการและบันทึกไว้ - หลังยิงเลเซอร์ให้ผู้ป่วยนั่งพัก สอบถามอาการข้างเคียงเช่นหน้ามึด เวียนศีรษะ ใจสั่น ตรวจวัด V/S หากมีมีอาการผิดปกติให้รายงานแพทย์ - ให้ล้างตาตามวิธีปฏิบัติการล้างตา แนะน้าการมาตรวจซ ้าตามนัด ให้สุขศึกษา 5.แหล่งอ้างอิง อาภาภัทรสา เล็กสกุล. (2561). จักษุวิทยารามาธิบดี(พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาล รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
37 INDIRECT OPHTHALMOSCOPE เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจดู EYE GROUND ( Fundus ) ซึ่งสามารถดูได้ถึงขอบริม สุด(PERIPHERY) เป็นชนิด BINOCULAR คือใช้ได้ทั งสองตา ก้าลังขยาย 5 เท่า ประโยชน์ใช้ดูFUNDUS ของตาได้กว้างขวางละเอียดมาก ข้อดี 1. ดูได้กว้างถึง ORA SERATA 2. เห็นเป็นภาพสามมิติ( STEREOPSIS) เห็นความลึกนั่นเอง 3. ไฟสว่าง 4. เปลี่ยนก้าลังขยายได้2 เท่า ถึง 5.5 เท่า 5. มองระยะใกล้ได้ซึ่งสะดวกที่จะใช้ในห้องผ่าตัด ข้อเสีย 1. ต้องขยายม่านตาก่อนตรวจ 2. คนไข้ไม่สบายตาเพราะแสงจ้ามาก 3. จะเห็นภาพจริง แต่หัวกลับ การดูแลรักษา 1. หลังการใช้งาน ดูแลเช็ดท้าความสะอาดให้ปราศจากสิ่งสกปรก 2. เก็บใส่ Carring case ให้เรียบร้อย 3. สายไฟไม่พันกัน 4. เลนส์เช็ดด้วยกระจกเช็ดเลนส์ให้แห้ง เก็บให้เรียบร้อยห้ามถูก Alcohol เด็ดขาดเพาะจะท้าให้เลนส์ขุ่น เป็นฝ้า เช็ดอย่างระมัดระวังมิฉะนั นจะท้าให้เป็นรอยขีดข่วน โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 37 ของ : 87 เรื่อง :การดูแลเครื่องมือแพทย์ INDIRECT OPHTHALMOSCOPE วันที่เริ่มใช้:1 กพ.56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 17 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
38 DIRECT OPHTHALMOSCOPE เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจ ความขุ่นของลูกตาในส่วนหลัก และตรวจจอประสาทตาซึ่งภาพจะ ขยายใหญ่ ประมาณ 15 เท่า การดูแลรักษา 1. บรรจุเก็บไว้ในกล่องตลอดเวลากันกระแทกโดยตรงและฝุ่นละออง 2. ส้ารวจถ่านไฟฉายที่ใช้ เรื่องความเสื่อม ความสว่าง ช้ารุด 3. หลังใช้งานแล้วถอดส่วนหัว แลละตัวเครื่องออกจากกันทุกครั ง พร้อมทั งต้องปิดไฟก่อนถอด กันเรื่อง หลอดไฟอาจขาดได้ เก็บเข้าไว้ตามช่องเก็บภายในกล่อง 4. ท้าความสะอาด เช็ดฝุ่นละอองให้เรียบร้อย บริเวณกระจกห้ามถูก Alcohol 5. เช็ดให้แห้ง เก็บใส่ตัวกล่องให้เรียบร้อย ( ถอดถ่านเก็บไว้ต่างหาก ป้องกันการเสื่อมของถ่าน) 6. ระมัดระวังอย่าให้กล่องเครื่องมือทั งชุดตก หรือกระแทกเด็ดขาด โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 38 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ DIRECT OPHTHALMOSCOPE วันที่เริ่มใช้: 1 กพ 56 วันที่แก้ไข : 1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 18 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
39 AUTOREF/KERATOMETER คู่มือการใช้งาน 1. เปิดสวิทซ์ที่ฐานและตัวเครื่อง 2.ปลดล็อคตัวเครื่องโดยโยกสวิทซ์ขึ น 3. จัดให้คนไข้นั่งคางวางห้าผากชิด ให้ระดับตาอยู่ที่ EYE Level และปรับระดับคางด้วยปุ่ม (Motorized chinrest) 4. กดปุ่มเคลียร์ข้อมูลเก่าค้างไว้ 3 วินาที 5.เลื่อนตัวเครื่องเข้าหาคนไข้ ดูที่หน้าจอภาพจนภาพตาชัด จะมีลูกศรคอยชี ว่าต้องปรับไปทางไหน 6. หลังจากขีดวัดอัตโนมัติ ผู้ใช้เพียงแต่ประคองเครื่องพอ 7. เมื่อวัดเสร็จแต่ละข้างจะปรากฏค้าว่า FINISH หมายถึง การวัดเสร็จเรียบร้อย 8. บางครั งจะขึ น KM ? ให้กดปุ่มที่จอยสติก เพื่อท้าการวัดค่าความโค้งกระจกตา จนกว่าจะ FINISH เป็นอัน เรียบร้อย ที่เป็นแบบนี เนื่องจากขณะวัดคนไข้อาจกระพริบตา หรือกรอกตาพอดี 9. พิมพ์ผล การท าความสะอาด 1. ส่วนที่สัมผัสกับคนไข้เช็ดด้วยAlcohol 2. ตัวเครื่องเช็ดท้าความสะอาดด้วยผ้าแห้งสะอาด โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 39 ของ : 87 เรื่อง :การดูแลเครื่องมือแพทย์ AUTOREF/KERATOMETER วันที่เริ่มใช้:1 กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 19 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
40 A-SCAN คู่มือการใช้งาน 1. เปิดสวิทซ์ด้านขวาล่างหน้าจอ 2. หน้าจอจะขึ น MENU เลือกปุ่ม BIOMETRY 3. หน้าจอจะขึ น BIOMETRY SCAN SCAN เลือกปุ่มศรชี ซ้าย 4. หน้าจอขึ น PATIENT INFERMATION เติมค่า K 1 , K 2 ทั ง OD และ OS แล้วกดปุ่มศรชี ขวา 5. ด้าเนินการวัดโดยใช้วิธี IMMERTION (วัดโดยผ่านน ้า) ทั ง OD และ OS ตามล้าดับ 6. เมื่อได้ค่า Avg และ SD จนครบ 10 ครั ง ให้กดPrint 7. เลือกมุมซ้ายที่จอตรวจ PATIENT หน้าจอจะกลับไปล้าดับข้อที่ 4 ให้เลือกกดปุ่ม NEW PATIENT ข้อมูล จะถูกลบไปแล้ว ด้าเนินการวัดกับ PATIENT รายใหม่ ตามล้าดับ 4-6 8. ก่อนปิดสวิทซ์ให้กลับไปหน้าจอ MENU ทุกครั ง การท าความสะอาด 1. เช็ดProbe ส่วนที่สัมผัสกับคนไข้เช็ดด้วยAlcohol 2. ล้างอุปกรณ์ที่เป็นท่อบรรจุน ้าขณะวัด A-SCAN ด้วยน ้าสบู่สะอาด 3. ตัวเครื่องเช็ดท้าความสะอาดด้วยผ้าแห้งสะอาด 4. ระมัดระวัง การหล่นกระแทกของProbe โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 40 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ A-SCAN วันที่เริ่มใช้:1 กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 20 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
41 COMPUTERIZED STATIC PERIMETRY VISUAL FIELD (CTVF) คู่มือการใช้งาน 1. หรี่ไฟในห้องตรวจ CTVF ให้น้อยที่สุด 2. เปิดสวิทซ์ที่เครื่องส้ารองไฟ และสวิตซ์ที่ด้านหลังของเครื่อง 3. เครื่องจะตรวจสอบระบบต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที 4. หน้าจอจะแสดง MIAN MENU เลือกวิธีการวัดที่หน้าจอ ตามค้าสั่งแพทย์ เช่น 30-2 5. SELECT EYE – RIGHT or LEFT 6. PATIENT DATA 1 บันทึก ดังนี PATIENT ID = ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ) PATIENT NAME = เลขHN DATE OF BIRTH = MM-DD-YYYY ( ค.ศ. ) กดenter หน้าจะจะกลับมาเป็น PATIENT DATA 1 กด PROCEED 7. ปิดตาซ้าย เพื่อเลือกวัดตาขวาก่อน ให้คางวางตรงช่องซ้าย ปิดตาขวา เพื่อต้องการวัดตาซ้ายภายหลัง ให้วางคางช่องขวา 8. ปรับความสูงต่้าของโต๊ะให้เหมาะสมกับท่านั่งของคนไข้ 9. ปรับให้ตาคนไข้อยู่กึ่งกลางของ EYE monitor ( มองที่จุดเหลือง ห้ามกลอกตา) 10. กด START เริ่มท้าการ TEST ถ้าการทดสอบส้าเร็จให้กด CONTINUE (ถ้าไม่ส้าเร็จให้กด TURN OFF GAZE TRACTEING ) 11. ใช้ระยะเวลาต่อตา 1 ข้าง ประมาณ 6- 10 นาที โดยห้ามกลอกตาไปมา 12.หลังจาก TEST เสร็จให้กด YES เพื่อเก็บผลการTESTไว้ใน DISK 13. กด ICON รูปเครื่องพิมพ์ด้านขวามือ 14. กด PRINT ALL SELECTED ITEMSเพื่อพิมพ์ผลการ TEST โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 41-42 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ COMPUTERIZED STATIC PERIMETRY VISUAL FIELD (CTVF) วันที่เริ่มใช้:1 กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 21 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
42 15. กลับไปยัง MIAN MENU ทุกครั งก่อนปิดตัวเครื่อง ปิดเครื่องส้ารองไฟ ดึงปลั๊กออกทุกครั งหลังเสร็จสิ น การ ใช้งาน วิธีบ ารุงรักษา 1.ส่วนที่สัมผัสกับคนไข้ให้เช็ดด้วยส้าลีvALCOHOL 2. ส่วนตัวเครื่องท้าความสะอาดด้วยผ้าสะอาด ใน ZONE ที่ปล่อยแสงท้าสอบห้ามเช็ดท้าความสะอาด เด็ดขาด 3. คลุมผ้าที่ตัวเครื่องทุกครั งหลังท้าการทดสอบเสร็จ
43 เครื่องตรวจตาด้วยล าแสงแคบ ( slit lamp) เป็นเครื่องมือที่สามารถตรวจตาส่วนหน้า Conjuct,Cornea,AC ,Angle เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรค ทางตา วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1.โต๊ะวางเป็นโต๊ะล็อคล้อได้ มีน็อตยึดตัว ( slit lamp) กับโต๊ะ แน่นหนา มั่นคง 2. สายไฟของเครื่องตรวจ+โต๊ะ เสียบต่อกับเครื่องส้ารองไฟ ไม่ให้สายไฟพับงอ เปิดสวิตท์เครื่องส้ารองไฟ - เครื่องตรวจ ดูการท้างานของหลอดไฟสว่าง-โต๊ะตรวจการปรับโต๊ะตรวจขึ นลงได้ดี 3. ในส่วนที่สัมผัสกับผู้รับบริการบริเวณคาง และหน้าผาก เช็ดด้วย Alcohol 70% หลังตรวจเสร็จทุกราย 4. ขณะตรวจระวังการเกิดอุบัติเหตุอันอาจเกิดจากการกระแทกกับเครื่องโดยตรง จากแรงผลักต่าง ๆ 5. เมื่อเกิดฝุ่นละอองจับบริเวณกระจกให้ใช้ลูกยางเป่าเช็ดด้วยกระดาษเช็ดเลนส์ ระวังอย่าให้กระจกแตก 6. หลังตรวจเสร็จให้ปิดไฟ slit lamp ทุกครั ง (ป้องกันหลอดไฟขาด) 7. หลังเลิกงาน ส้ารวจความเรียบร้อยของตัวเครื่อง - ปิดไฟ slit lamp -ปิดเครื่องส้ารองไฟ ถอดปลั๊กไฟ จากเต้าเสียบ ทุกครั ง 8. ท้าความสะอาดส่วนของโต๊ะเช็ดด้วย Alcohol 70% 9. คลุมตัวเครื่อง slit lamp ด้วยผ้าคลุม เพื่อป้องกันฝุ่นละออง 10. ระมัดระวังการเคลื่อนย้าย อย่าให้ล้ม หรือ ขณะถอดผ้าคลุมให้ระมัดระวังการเกาะเกี่ยวกับส่วนของ อุปกรณ์เครื่องมือ 11.ส้ารวจความเรียบร้อยทั งหมดอีกครั งก่อนลงเวร โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 43 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจตาด้วยล้าแสงแคบ ( slit lamp) ตัวที่1/2 วันที่เริ่มใช้:1 กพ.56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 22 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
44 เครื่องตรวจตาด้วยล าแสงแคบ ( slit lamp,SL120) เป็นเครื่องมือที่สามารถตรวจตาส่วนหน้าพร้อมระบบเก็บภาพดิจิตัล รุ่น slit lamp,SL120 ใช้ตรวจ ตาส่วนหน้า Conjuct,Cornea,AC , และมุม ตา เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคทางตา สามารถ บันทึกภาพได้ วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1.โต๊ะวางเป็นโต๊ะล็อคล้อได้ มีน็อตยึดตัว ( slit lamp) กับโต๊ะ แน่นหนา มั่นคง 2. เครื่องคอมพิวเตอร์ต่อกับตัวเครื่อง slit lamp 2. สายไฟของเครื่องตรวจ+โต๊ะ +คอมพิวเตอร์ เสียบต่อกับเครื่องส้ารองไฟ ไม่ให้สายไฟพับงอ เปิดสวิตท์ เครื่องส้ารองไฟ -เครื่องตรวจ ดูการท้างานของหลอดไฟสว่าง-โต๊ะตรวจการปรับโต๊ะตรวจขึ นลงได้ดี-ดูการ ท้างานของคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ปกติ 3.ในส่วนที่สัมผัสกับผู้รับบริการบริเวณคาง และหน้าผาก เช็ดด้วย Alcohol 70% หลังตรวจเสร็จทุกราย 4. ขณะตรวจระวังการเกิดอุบัติเหตุอันอาจเกิดจากการกระแทกกับเครื่องโดยตรง จากแรงผลักต่าง ๆ 5.เมื่อเกิดฝุ่นละอองจับบริเวณกระจกให้ใช้ลูกยางเป่าเช็ดด้วยกระดาษเช็ดเลนส์ ระวังอย่าให้กระจกแตก 5.หลังตรวจเสร็จให้ปิดไฟ slit lamp ทุกครั ง (ป้องกันหลอดไฟขาด) 6.หลังเลิกงาน ส้ารวจความเรียบร้อยของตัวเครื่อง - ปิดไฟ slit lamp –เครื่องคอมพิวเตอร์- ปิดเครื่อง ส้ารองไฟ ถอดปลั๊กไฟจากเต้าเสียบ ทุกครั ง 7.ท้าความสะอาดส่วนของโต๊ะเช็ดด้วย Alcohol 70% 8.คลุมตัวเครื่อง slit lamp ด้วยผ้าคลุม เพื่อป้องกันฝุ่นละออง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 44-45 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจตาด้วยล้าแสงแคบ ( slit lamp,SL120) ตัวที่2/2 วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 23 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
45 9. ระมัดระวังการเคลื่อนย้าย อย่าให้ล้ม หรือ ขณะถอดผ้าคลุมให้ระมัดระวังการเกาะเกี่ยวกับส่วนของ อุปกรณ์เครื่องมือ 10.ส้ารวจความเรียบร้อยทั งหมดอีกครั งก่อนลงเวร
46 เครื่องตรวจตาด้วยล าแสงแคบชนิดพกพา( slit lamp portable) เป็นเครื่องมือที่สามารถตรวจตาส่วนหน้า Conjuct,Cornea,AC ,Angle เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรค ทางตา วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1.ขณะตรวจใช้มือจับตัวเครื่องให้ดี ระวังตก หล่น ระวังการเกิดอุบัติเหตุอันอาจเกิดจากการกระแทกกับ เครื่องโดยตรง 2.เมื่อเกิดฝุ่นละอองจับบริเวณกระจกให้ใช้ลูกยางเป่าเช็ดด้วยกระดาษเช็ดเลนส์ ระวังอย่าให้กระจกแตก 3.หลังเลิกงาน เช็ดตัวเครื่องด้วยส้าลีแอลกอฮอล์ ส้ารวจความเรียบร้อยของตัวเครื่อง 4. เก็บในกล่องบรรจุในช่องเก็บให้พอดี อย่าให้ส่วนสวิตซ์เปิดกดถูกส่วนใดของช่องที่ท้าให้เกิดไฟสวิตซ์เปิด ตลอดเวลา จะท้าให้หลอดไฟขาด 5.เก็บในที่อากาศถ่ายเทสะดวกและแห้ง 4.ควรชาร์ตแบตอย่างน้อยเดือนละ2ครั ง ขณะน้าออกมาชาร์ตระมัดระวัง การหล่น การกระแทกของ เครื่องมือ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 46 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจตาด้วยล้าแสงแคบชนิด พกพา( slit lamp portable) วันที่เริ่มใช้:1ตค65 วันที่แก้ไข : ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 24 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
47 เครื่องตรวจจอประสาทตา ( Fundus Camera AFC- 210 ) เป็นการถ่ายภาพจอประสาทตา เพื่อดูพยาธิสภาพโรคเรื อรังที่มีผลต่อจอประสาทตา วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1. เสียบเครื่องส้ารองไฟ เปิดสวิตท์เครื่องCPU ,หน้าจอคอมพิวเตอร์, เปิดสวิตซ์กล้องถ่ายรูป,เปิด หน้าเครื่องถ่ายภาพ 2. ด้าเนินการถ่ายภาพตามคู่มือ - โดยเปิดเครื่อง Fundus Camera และกล้องถ่ายภาพให้พร้อม แล้วเปิดโประแกรม ใส่User =nidex Password =nidex ใส่ข้อมูล HN ชื่อผู้ป่วย คลิกCapture -ให้ผู้ป่วยเอาคางวางที่วางคาง และหน้าผากชิดที่พนักพิงหน้าตัวเครื่อง แจ้งให้ผู่ป่วยมองตรง ไปที่ ไฟกระพริบ -เลื่อนตัวเครื่อง และท่าต้าแหน่งตาผู้ป่วย เพื่อให้ได้ระยะที่เหมาะสมแล้วกดถ่ายภาพทีละตา -หากไม่สามารถถ่ายภาพให้ชัดเจนเนื่องจาก pupil เล็ก พิจารณาขยายม่านตาตามความเหมาะสม 3. การปิดเครื่องให้ปิดตามล้าดับดังนี ปิดกล้องถ่ายรูป ,ปิดฝาครอบหน้าเครื่องถ่ายภาพ,ปิดโปรแกรม ถ่ายภาพ,ปิดคอมพิวเตอร์ และเครื่องส้ารองไฟ 4. เช็ดส่วนที่สัมผัสกับผู้ป่วยด้วย Alcohol หลังการใช้งานทุกราย 5. เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้าสะอาดแห้ง หลังการใช้งานทุกวัน แล้วคลุมเครื่องด้วยผ้าป้องกันฝุ่นละออง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 47 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจจอประสาทตา ( Fundus Camera AFC- 210) วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 25 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
48 เครื่องตรวจจอประสาทตา ( Fundus Camera DRS) เป็นการถ่ายภาพจอประสาทตา เพื่อดูพยาธิสภาพโรคเรื อรังที่มีผลต่อจอประสาทตา วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1. เสียบเครื่องส้ารองไฟ เปิดสวิตท์เครื่องCPU, เปิดสวิตซ์เครื่องDRS ,เปิดฝาหน้าเครื่องถ่ายภาพ 2. ด้าเนินการถ่ายภาพตามคู่มือ - โดยเปิดเครื่องDRS หน้าHome ใส่ข้อมูล HN ชื่อ-นามสกุล เพศ แล้วกดsave - ให้ผู้ป่วยเอาคางวางที่วางคาง และหน้าผากชิดที่ส่วนพนักพิงด้านหน้าตัวเครื่อง แจ้งให้ผู่ป่วยมองตรง ไปที่ ไฟกระพริบ -เลื่อนตัวเครื่อง และท่าต้าแหน่งตาผู้ป่วย เพื่อให้ได้ระยะที่เหมาะสม เลือกตาที่จะถ่าย แล้วกดปุ่ม start -เครื่องจะถ่ายภาพเอง อัตโนมัติ -หากไม่สามารถถ่ายภาพให้ชัดเจนเนื่องจาก pupil เล็ก พิจารณาขยายม่านตาตามความเหมาะสม 3. การปิดเครื่องให้กดปุ่มสีแดงที่หน้าจอ แล้วกดshut down,ปิดฝาครอบหน้าเครื่องถ่ายภาพ และเครื่อง ส้ารองไฟ 4. เช็ดส่วนที่สัมผัสกับผู้ป่วยด้วย Alcohol หลังการใช้งานทุกราย 5. เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้าสะอาดแห้ง หลังการใช้งานทุกวัน แล้วคลุมเครื่องด้วยผ้าป้องกันฝุ่นละออง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 48 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจจอประสาทตา ( Fundus Camera DRS) วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 26 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
49 เครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียมแบบไม่สัมผัสลูกตาโดยใช้แสงเลเซอร์ (IOLs master) -สามารถวัดความยาวลูกตา วัดความโค้งกระจกตา วัดความลึกช่วงหน้าลูกตา -วัดความหนาของเลนส์ วัดความหนาของจุดกึ่งกลางกระจกตา วัดเส้นผ่านศูนย์กลางกระจกตาด้า และ ค้านวณค่าเลนส์แก้วตาเทียมภายในเครื่องเดียวกัน -สามารถถ่ายภาพตัดขวางของลูกตา เพื่อดูโครงสร้างของลูกตาได้ วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1. เสียบเครื่องส้ารองไฟ เปิดสวิตท์เครื่องCPU, เปิดสวิตซ์เครื่อง ,เปิดฝาหน้าเครื่อง 2. ด้าเนินการตรวจตามคู่มือ - โดยเปิดเครื่อง ใส่ข้อมูลผู้ป่วย HN ชื่อ-นามสกุล เพศ ชื่อแพทย์ที่ตรวจ แล้วกดOK - ให้ผู้ป่วยเอาคางวางที่วางคาง และหน้าผากชิดที่ส่วนโค้งหน้าตัวเครื่อง แจ้งให้ผู่ป่วยมองตรง ไปที่ไฟ กระพริบ - เลื่อนตัวเครื่อง และจัดต้าแหน่งตาผู้ป่วย เพื่อให้ได้ระยะที่เหมาะสม กดหน้าจอเลือกตาที่จะวัด - เครื่องจะถ่ายวัดเอง อัตโนมัติ - หากหากต้องการวัดซ ้าข้างเดิม ให้กดretake - เมื่อวัดเรียบร้อย กด IOLs เพื่อให้เครื่องค้านวณเป็นค่าPower IOLs - กดsave+External print เพื่อprint ผลตรวจให้จักษุแพทย์เลือก Power IOLs ส้าหรับผู้ป่วย - หากไม่สามารถวัดได้เนื่องจาก ต้อกระจกขุ่นมาก ให้วัดด้วยเครื่อง Asan แทน 3. การปิดเครื่องให้ กดปุ่มสี่เหลี่ยมด้านข้างตัวเครื่องเพื่อให้ได้ต้าแหน่งตรง แล้วสวิตซ์ปิด,ปิดฝาครอบหน้า เครื่องถ่ายภาพ และเครื่องส้ารองไฟ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 49-50 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียมแบบไม่ สัมผัสลูกตา โดยใช้แสงเลเซอร์(IOLs master) วันที่เริ่มใช้:31พค65 วันที่แก้ไข :- ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 27 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล