The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มาตรฐานสำหรับวิธีปฏิบัติ (standard operating Procedure )หน่วยงานจักษุ โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลศรีสังวาลย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KJ Glasses, 2023-08-21 02:00:38

มาตรฐานสำหรับวิธีปฏิบัติSOP EYE

มาตรฐานสำหรับวิธีปฏิบัติ (standard operating Procedure )หน่วยงานจักษุ โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลศรีสังวาลย์

Keywords: มาตรฐานสำหรับวิธีปฏิบัติ (standard operating Procedure )

50 4. เช็ดส่วนที่สัมผัสกับผู้ป่วยด้วย Alcohol หลังการใช้งานทุกราย 5. เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้าสะอาดแห้ง หลังการใช้งานทุกวัน แล้วคลุมเครื่องด้วยผ้าป้องกันฝุ่นละออง


51 เครื่องวัดความดันตาแบบ Non contact รุ่น Reichert 7 ใช้วัดความดันลูกตาผู้ป่วยโดยไม่ต้องสัมผัสกระจกตา เพื่อคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นต้อหิน เพื่อ วินิจฉัยโรค และเพื่อติดตามการรักษา วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1. เสียบเครื่องส้ารองไฟ เปิดสวิตท์เครื่องCPU, เปิดสวิตซ์เครื่อง 2. ด้าเนินการตรวจตามคู่มือ - เลื่อนแผ่น Slideพนักพิงศีรษะ ไปทางซ้าย หรือขวาจนสุด ให้ผู้ป่วยเอาคางวางที่วางคาง และหน้าผากชิด ที่พนักพิงด้านหน้าตัวเครื่อง แจ้งให้ผู่ป่วยมองตรง ไปที่ไฟสีเขียว -เลื่อนตัวเครื่อง และจัดต้าแหน่งตาผู้ป่วย เพื่อให้ได้ระยะที่เหมาะสม -กดรูปตาเพื่อเลือกวัดค่าจ้านวน1ครั ง หรือ3 ครั ง โดยเครื่องจะพ่นลมเป่าตาผู้ป่วยและให้ค่าความดันลูกตา โดยอัตโนมัติ 3. การปิดเครื่องให้ กดสวิตซ์ด้านข้างตัวเครื่อง และเครื่องส้ารองไฟ 4. เช็ดส่วนที่สัมผัสกับผู้ป่วยด้วย Alcohol หลังการใช้งานทุกราย 5. เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้าสะอาดแห้ง หลังการใช้งานทุกวัน แล้วคลุมเครื่องด้วยผ้าป้องกันฝุ่นละออง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 51 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องวัดความดันตาแบบ Non contact รุ่น Reichert 7 วันที่เริ่มใช้:1 พค63 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 28 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


52 เครื่องวัดความดันตาแบบ Non contact รุ่น NT-530 P ใช้วัดความดันลูกตาผู้ป่วยโดยไม่ต้องสัมผัสกระจกตา เพื่อคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นต้อหิน เพื่อ วินิจฉัยโรค และเพื่อติดตามการรักษา วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1. เสียบเครื่องส้ารองไฟ เปิดสวิตท์เครื่องCPU, เปิดสวิตซ์เครื่อง 2. ด้าเนินการตรวจตามคู่มือ - ให้ผู้ป่วยเอาคางวางที่วางคาง และหน้าผากชิดที่พนักพิงด้านหน้าตัวเครื่อง แจ้งให้ผู่ป่วยมองตรง ไปที่ไฟสี แดง -เลื่อนตัวเครื่อง และจัดต้าแหน่งตาผู้ป่วยข้างที่จะวัด เพื่อให้ได้ระยะที่เหมาะสม -เมื่อได้ต้าแหน่งที่พอดี เครื่องจะพ่นลมเป่าตาผู้ป่วย 3 ครั งและให้ค่าความดันลูกตาโดยอัตโนมัติ 3. การปิดเครื่องให้ กดสวิตซ์ด้านข้างตัวเครื่อง และเครื่องส้ารองไฟ 4. เช็ดส่วนที่สัมผัสกับผู้ป่วยด้วย Alcohol หลังการใช้งานทุกราย 5. เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้าสะอาดแห้ง หลังการใช้งานทุกวัน แล้วคลุมเครื่องด้วยผ้าป้องกันฝุ่นละออง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 52 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องวัดความดันตาแบบ Non contact รุ่น NT-530 P วันที่เริ่มใช้:1พค63 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 29 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


53 เครื่องวัดความดันลูกตาแบบพกพา รุ่นicare IC100 ใช้วัดความดันลูกตาผู้ป่วยโดยแบบอัตโนมัติไม่ต้องหยอดยาชา เพื่อคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นต้อหิน เพื่อวินิจฉัยโรค และเพื่อติดตามการรักษา วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1.เปิดเครื่อง โดย กดปุ่มรูปสี่เหลี่ยมค้างไว้ประมาณ 3 วินาที หน้าจอจะขึ น Measure 2.กดปุ่ม3 เหลี่ยมประมาณ3 วินาที หน้าจอจะแจ้งให้ loading ให้ใส่ Probe ในแนวตั งตรง ระวัง อย่าให้ หัวProbe งอ 3. จัดท่าให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง ปรับระยะ Probe กับ Cornea ให้ตั งฉากกัน เมื่อได้ระยะที่เหมาะสมจะมีไฟสี เขียว ระยะที่ไม่เหมาะสมไฟจะมีสีแดงและขึ นข้อความ too far หรือ too nearให้ปรับระยะให้เหมาะสม 4.ท้าการวัด โดยการกดปุ่มลูกศรสีเขียวค้างไว้ probe จะสัมผัสกับcorneaผู้ป่วย และเครื่องจะวัดทั งหมด 5. ครั งใน 1 รอบ หากต้องการวัดซ ้าให้กดรูปสามเหลี่ยมอีกครั ง 6.เมื่อวัดเสร็จให้กดปุ่มสี่เหลี่ยมค้าง3วินาทีเพื่อปิดเครื่อง probe จะดันออกมา 7.ท้าความสะอาดบริเวณปลายกั นระยะหากมีการสัมผัสกับหน้าผากด้วยส้าลี 70% alcohol หลังการวัด ผู้ป่วยทุกราย 8. เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้าสะอาดแห้ง หลังการใช้งานทุกวัน เก็บในกล่องบรรจุเครื่องมือ 9.เก็บในที่อากาศถ่ายเทสะดวกและแห้ง 10.ควรชาร์ตแบตอย่างน้อยเดือนละ2ครั ง 11. ขณะใช้งาน /ขณะน้าออกมาชาร์ตระมัดระวัง การหล่น การกระแทกของเครื่องมือ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 53 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องวัดความดันลูกตาแบบพกพา รุ่น icare IC100 วันที่เริ่มใช้:1ตค65 วันที่แก้ไข :- ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 30 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


54 เครื่องเครื่องยิงแสงเลเซอร์ YAG/SLT -สามารถยิงเลเซอร์ รักษาถุงหุ้มเลนส์ขุ่นหลังผ่าตัดต้อกระจก(Posterior capsule opacification (PCO)) รักษาต้อหินชนิดมุมเปิด และมุมปิด วิธีการใช้และบ ารุงรักษา 1. เสียบเครื่องส้ารองไฟ เปิดสวิตท์เครื่องCPU, บิดกุญแจไปทางขวาเพื่อเปิดเครื่อง 2. แพทย์ด้าเนินการใช้ตามคู่มือ - ให้ผู้ป่วยเอาคางวางที่วางคาง และหน้าผากชิดที่ส่วนโค้งหน้าตัวเครื่อง แจ้งให้ผู่ป่วยมองตรง ไปที่ไฟ กระพริบสีแดง -เลื่อนตัวเครื่อง และจัดต้าแหน่งตาผู้ป่วย เพื่อให้ได้ระยะที่เหมาะสม -กดปุ่มเปิด laser -เลือกโหมดการยิง YAG/SLT -ปรับ Offset ที่ต้องการยิง (Posterior +,Focus 0, Anterior-) -ปรับพลังงานที่ต้องการยิง -กดปุ่ม ready/Standby แล้งยิงlaser 3. เมื่อยิงเลเซอร์เรียบร้อยการปิดปุ่มปิดเลเซอร์ และหมุนกุญแจสวิตซ์ตัวเครื่อง ปิดเครื่องส้ารองไฟ 4. เช็ดส่วนที่สัมผัสกับผู้ป่วยด้วย Alcohol หลังการใช้งานทุกราย 5. เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้าสะอาดแห้ง หลังการใช้งานทุกวัน แล้วคลุมเครื่องด้วยผ้าป้องกันฝุ่นละออง 6. ล้างเลนส์สัมผัสด้วยน ้าเปล่า และผึ่งให้แห้งก่อนเก็บในกล่องเลนส์ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 54 ของ : 87 เรื่อง : การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องยิงแสงเลเซอร์YAG/SLT วันที่เริ่มใช้:1ตค65 วันที่แก้ไข :- ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 31 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


55 HYPHEMA เลือดออกในช่องตาส่วนหน้า มักเกิดจากการฉีกขาดของ ROOT OF IRIS และ CILIARYBODY และ ABSORB ทาง TRABECULAR MESHWORK เป็นส่วนใหญ่และส่วนน้อยเข้าทาง IRIS VESSELS และ CORNEAL STROMA วัตถุประสงค์การพยาบาล 1. เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพิ่มมากขึ น 2. เพื่อให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้เลือดไม่ออกเพิ่มขึ น การพยาบาล 1. ให้ABSOLUTE BED REST เพื่อน้าส่งจุดต่าง ๆ โดยใช้รถเข็นนั่งเท่านั น 2. ครอบ EYE SHIELD ไว้ เพื่อป้องกันDIRECT TRAUMA 3. งด ACTIVITY ต่าง ๆ และการใช้สายตาที่เพิ่มขึ น เช่นอ่านหนังสือ, ดูโทรทัศน์ 4. จัดให้ ศีรษะสูง 45 – 60 องศา 5. แนะน้าการใช้ยาหยอดตา, แผนการรักษาของแพทย์ 6. ระมัดระวังอุบัติเหตุซ ้า 7. สังเกตการมองเห็น, อาการปวดตามากขึ น หลัง 5 วันไปแล้ว ถ้าไม่ทุเลาอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ น ในกรณี ADMIT 8. ดูแลให้ได้รับความสุขสบาย จัดให้นอนหัวสูง 45 – 60 องศา 9. ดูแลให้ได้รับอาหารย่อยง่าย และมีกากอย่างเพียงพอ เพื่อให้สะดวกต่อการขับถ่าย ดูแลให้ขับถ่าย ตามปกติ ป้องกันการเบ่งถ่าย 10. ดูแลให้มีโอกาสสร้างสัมพันธภาพกับบุคคล เช่น ญาติ เพื่อนข้างเตียง และเจ้าหน้าที่ผู้ให้การดูแล 11. ดูแลสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ปลอดภัย 12. ดูแลรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล 13. รับฟังปัญหาข้อข้องใจของผู้ป่วย เพื่อลดความวิตกกังวล โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 55-56 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ HYPHEMA วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 32 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


56 14. ให้ยาตามแนวทางการรักษาของแพทย์ 15. ดูแลให้ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ 16. มาตามแพทย์นัดอย่างต่อเนื่อง แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น. สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. 3.อาภาภัทรสา เล็กสกุล. (2561). จักษุวิทยารามาธิบดี(พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.


57 EYE BURN โดยเฉพาะจากน ้ายาเคมี, เลือด, DISCHARGE ต่าง ๆ, กรด, ด่าง ฯลฯ เป็นภาวะที่ท้าให้ตาบอดง่าย ควรให้การพยาบาลโดยเร็ว วัตถุประสงค์การพยาบาล 1. เพื่อลดความรุนแรงของสารเคมี 2. เพื่อลดอาการปวดตา 3. ป้องกันการเกิด SYMBLEPHARON การพยาบาล 1. ยึดหลักเจือจางให้มากที่สุด โดยใช้ 0.9 % NSS IRRIGATE 1 –2 LITE 2. ถ้ากรณี กรดหรือด่างให้ใช้ไม้พันส้าลี เปิดเปลือกตาเบา ๆ หยอดยาชา 1 – 2 หยดต่อ SET IV จาก SOLUTION CONTINUE FREE FLOW 2 ลิตร นาน 30 นาที 3. OBSERVE อาการ, ครอบ EYE SHIELD ไว้ 4. ให้ยาตามแผนการรักษาของแพทย์ รวมทั ง PRN 5. MENTAL SUPPORT 6. HYGINE, UNIT CARE 7. EYE REST 8. COLD COMPRESSION 9. FOLLOW UP อย่างต่อเนื่อง 10. ให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่าง ๆ 11. แนะน้าการกลอกตาตามทิศต่าง ๆ ซึ่งท้าให้ไม่สบายตา แต่เป็นผลดียิ่งต่อการป้องกันเยื่อบุยึดติดกัน 12. ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุซ ้า และควรใช้เครื่องป้องกันดวงตา 13. เน้นการรับประทานอาหารที่มีวิตามิน C สูง ช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของเยื่อบุตา โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 57-58 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุEYE BURN วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 33 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


58 แหล่งอ้างอิง 1.ชัยศิริ จ้าเริญดารารัศมี, และวรพร ชัยกิจมงคล. (2559). คู่มือตรวจตาพื้นฐานส าหรับนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจ าบ้านสาขาจักษุวิทยา แพทย์ทั่วไป พยาบาลเวชปฏิบัติทางตาและผู้สนใจด้านจักษุ วิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คอร์ปอเรชั่น โฟร์ดี 2.สมสงวน อัษญคุณ, ประภัสสร ผาติกุลศิลา, นภาพร ตนานุวัฒน์, ดิเรก ผาติกุลศิลา, และเกษรา พัฒนพิบูลย์. (2560). โรคตาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์ จ้ากัด. 3.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น.สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th.


59 RADIATION BURN ที่พบบ่อยได้แก่ ULTRAVIOLET พบในช่างเชื่อมโลหะ อาจเกิดอาการประมาณ 6 – 10 ชั่วโมง หลังจาก EXPOSE ต่อ RADIATION จะเกิดอาการเคืองตาอย่างมาก คล้ายมีสิ่งแปลกปลอมปวดตา, ลืมตา ไม่ขึ น, บวมเปลือกตา, ตาแดง วัตถุประสงค์การพยาบาล 1. เพื่อลดอาการปวด และระคายเคืองตา 2. เพื่อช่วยให้มีการงอกของชั นผิวกระจกตา การพยาบาล 1. หยอดยาชาก่อนการตรวจ เพราะผู้ป่วยลืมตาไม่ขึ น, ป้าย OINTMENT 2. ปิด PRESSURE PATCH 1 วัน, COLD COMPRESSION 3. ให้ยาแก้ปวด และยาอื่น ๆ ตามแพทย์สั่ง 4. EPITHELIUM CORNEA จะ HEALใน 24 – 48 ชั่วโมง และอาการต่าง ๆ จะหายไป นอกจากนี INFRARED เป็น SHORT WAVE LENGTHS มักไม่ท้าให้เกิดอันตรายต่อตา แต่จะท้าให้เกิด ต้อกระจกขึ นได้ในภายหลัง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน พบได้บ่อยในคนที่มีอาชีพเป่าแก้ว เนื่องจากเลนส์ ถูกท้าลายได้ง่าย เพราะไม่มี BLOOD SUPPLY ท้าให้REMOVE HEAT ไม่ได้ แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.สมสงวน อัษญคุณ, ประภัสสร ผาติกุลศิลา, นภาพร ตนานุวัฒน์, ดิเรก ผาติกุลศิลา, และเกษรา พัฒนพิบูลย์. (2560). โรคตาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์ จ้ากัด. 3.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น.สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 59 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ RADIATION BURN วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 34 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


60 RETAINED FORIGN BODY : สิ่งแปลกปลอมภายในลูกตา (กระจกตา) มักมาจากอาชีพ (เจียรนัยเหล็ก), จากการท้างาน, อุบัติเหตุ วัตถุประสงค์การพยาบาล เพื่อลดการระคายเคือง และการปวดตา การพยาบาล 1. ห้ามขยี ตา 2. หยอดยาชา 0.5 % TETRACAINE HYDROCHLORIDE 3. ตรวจเช็คต้าแหน่ง FORIGN BODY จาก SLIT LAMP โดยแพทย์ 4. REMOVE F.B. โดยแพทย์ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เช่น SWAB, GAUSE, เข็ม NO.27 SYRING 1cc ต่อปลายเข็มไว้เรียบร้อย, OINTMENT, EYE PAD, PLASTER, EYE IRREGATE ด้วย NSS 2. หยอดยา, ป้ายยา ตามแผนการรักษาของแพทย์ 3. FOLLOW UP อย่างต่อเนื่อง 4. หลีกเลี่ยงและระวังอุบัติเหตุซ ้า 5. ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องโดยมีเครื่องป้องกันที่เหมาะสม : แว่นตา, เครื่องกันเวลาเชื่อมเหล็กเป็นต้น แหล่งอ้างอิง 1.สมสงวน อัษญคุณ, ประภัสสร ผาติกุลศิลา, นภาพร ตนานุวัฒน์, ดิเรก ผาติกุลศิลา,และเกษรา พัฒพิบูลย์. (2560). โรคตาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์ จ้ากัด. 2.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น. สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 60 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ RETAINED FORIGN BODY วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 35 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


61 CORNEAL ULCER: กระจกตาเป็นแผลติดเชื้อ การติดเชื อของแผลที่กระจกตา มักเกิดจาก หลังจากกระจกตามีแผลเกิดขึ นเป็นส่วนใหญ่ วัตถุประสงค์การพยาบาล 1. เพื่อลดและป้องกันการติดเชื อเพิ่มขึ น 2. เพื่อส่งเสริมความแข็งแรงของกระจกตา การพยาบาล 1. เช็ดตา STERILE ครอบ EYE SHIELD ไว้ แนะน้าการท้าความสะอาดตาแก่ผู้ป่วย 2. การใช้ยาหยอดตามแผนการรักษา 3. การมาตามนัดอย่างต่อเนื่อง 4. แนะน้าการรักษาความสะอาดใบหน้า, ดวงตา, ร่างกาย 5. ดูแลการได้อาหารที่มีวิตามิน C สูง 6. สังเกตอาการตาแดง, ขี ตามาก, ตามัว, ปวดตามาก ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเพิ่ม 7. ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุต่อดวงตาซ ้า แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.สมสงวน อัษญคุณ, ประภัสสร ผาติกุลศิลา, นภาพร ตนานุวัฒน์, ดิเรก ผาติกุลศิลา,และเกษรา พัฒพิบูลย์. (2560). โรคตาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์ จ้ากัด. โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 61 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ CORNEAL ULCER วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 36 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


62 กระจกตาเป็นแผล กระจกตาเป็นแผลเกิดจากการขยี ตา โดนปลายเล็บ ปลายไม้ ใบไม้ ใบข้าว บาดตา ท้าให้ชั นผิว ของกระจกตาถลอก หรือหลุดลอกได้ ท้าให้เกิดอาการปวดมาก ระคายเคือง ตาแดง ตามัว กระจกตาแทนที่ จะใสกลับด้าน วัตถุประสงค์การพยาบาล : เพื่อลดการระคายเคือง และช่วยให้มีการงอกของผิดกระจกตา (EPITHELIUM) การพยาบาล 1. เช็ดตาตามหลัก STERILE 2. ป้ายยา OINTMENT และปิดตาแน่นไว้ 24 ชั่วโมง หรือตามค้าสั่งการรักษาของแพทย์ 3. อธิบายวิธีการรับยาตามแผนการรักษาของแพทย์ให้ผู้ป่วยทราบ 4. นัดมาตรวจซ ้าตามแผนการรักษาของแพทย์ทุกวันอย่างต่อเนื่อง 5. แนะน้าให้ผู้ป่วยระมัดระวังอุบัติเหตุ 6. แนะน้าให้รับประทานผลไม้ที่มีวิตามิน C เพื่อส่งเสริมการหายของแผลเร็วขึ น แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น. สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 62 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ CORNEAL ABRASION วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 37 ผู้จัดท้า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


63 เปลือกตาบวมช้ าจากแรงกระแทก เปลือกตาบวมช ้าจากแรงกระแทกใดๆ แต่การมองเห็นยังปกติ วัตถุประสงค์การพยาบาล : เพื่อลดอาการปวดบวมรอบดวงตา และช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ น การพยาบาล 1. ประคบตาด้วยความเย็นทันทีภายใน 24 ชั่วโมงแรก 2. ประคบตาด้วยความร้อน หลังเหตุเกิด 24 ชั่วโมงไปแล้ว 3. อธิบายการได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์ 4. สังเกตอาการผิดปกติทางตาอื่นๆ เช่น การมองเห็นลดลง ตาแดงมีขี ตามาก ปวดตา และอาการผิดปกติ อื่นๆ 5. แนะน้าให้มาตรวจซ ้าตามแพทย์นัด แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น. สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 63 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ เปลือกตาบวมช ้าจากแรงกระแทก วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 38 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


64 แผลฉีกขาดรอบดวงตา เกิดจากอุบัติเหตุต่างๆ ที่ท้าให้เกิดบาดแผลรอบดวงตา ซึ่งควรสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่ วัตถุประสงค์การพยาบาล : เพื่อป้องกันภาวะติดเชื อต่ออวัยวะลูกตา การพยาบาล 1. ประเมินบาดแผลเบื องต้นจากสาเหตุนั น ๆ 2. สังเกตอาการร่วม เช่น การฉีกขาดของท่อน ้าตา สิ่งแปลกปลอมคั่งค้าง 3. ท้าความสะอาดบาดแผล ปิดแผลไว้ด้วยผ้ากอซ STERILE ส่งตรวจกับจักษุแพทย์ และให้การพยาบาล ตามแผนการรักษา ( กรณีส่งเข้าห้องผ่าตัดไม่ต้องตัดขนตา) 4. แนะน้าให้ผู้ป่วยมาตรวจตามนัด 5. แนะน้าให้ผู้ป่วยระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุซ ้า 6. แนะน้าให้รับประทานผลไม้ที่มีวิตามิน C สูง เพื่อส่งเสริมการหายของแผล ตามก้าลังทรัพย์ของผู้ป่วย แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น. สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 64 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ แผลฉีกขาดรอบดวงตา วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 39 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


65 ตาแตก เกิดจากอุบัติเหตุ หรือจากสาเหตุอื่น พบว่ามีอาการปวดตามาก ตามัว ลืมตาไม่ขึ น น ้าตาไหลมาก พบรอยฉีกขาด เช่น ม่านตาโผล่ กระจกตาแตก มีรอยขาดรุ่งริ่ง มีเลือดออกช่องหน้าลูกตา ลูกตานิ่ง มี เลือดออกใต้เยื่อบุตา ช่องลูกตาตื น วัตถุประสงค์การพยาบาล : เพื่อป้องกันภาวะติดเชื อต่ออวัยวะลูกตา การพยาบาล 1. ประเมินลักษณะบาดแผลเบื องต้นจากสาเหตุนั น ๆ เช่นจากของมีคม หรือจากของไม่มีคม 2. เช็ดท้าความสะอาดรอบดวงตาเบาๆ พร้อมตัดขนตาตามวิธีปฏิบัติ ห้ามใช้แรงกดเด็ดขาด ห้ามล้างตา 3. ปิดตาเบาๆ ด้วย EYE PAD ครอบด้วย EYE SHIELD เพื่อป้องกันการกดตา เพราะจ้าท้าให้เกิดความ เสียหายต่อตามากขึ น 4. แนะน้าให้ผู้ป่วยเตรียมงดอาหาร และน ้าทันที 5. ส่งตรวจชันสูตรต่างๆ ตามแผนการรักษาของแพทย์ พร้อมรายผลการตรวจที่ได้ 6. ดูแลการได้รับสารน ้า และยา และให้การพยาบาลเบื องต้นตามแผนการรักษาของแพทย์ แหล่งอ้างอิง 1.วณิชา ชื่นกองแก้ว, และอภิชาติ สิงคาลวณิช. (2559). จักษุวิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: ภาควิชา จักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2.ส้านักบริหารการสาธารณสุขและโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง). (2556). คู่มือการดูแลโรคตา เบื้องต้น. สืบค้นเมื่อ31พฤษภาคม2565. จาก http://www.metta.go.th. โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 65 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ ตาแตก วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 40 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


66 ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน เป็นภาวะทีมีการคั่ง การอุดตันของน ้า AQUEOUS เข้าสู่ของ SCHLEMM’ CANAL และ ไหลไม่สะดวก ท้าให้ความดันลูกตาสูงขึ นเฉียบพลันได้ เกิดอาการอย่างรุนแรง ตามัวมาก ตาแดง กระจกตา บวม ขุ่น เหมือนมีไอน ้าจับ ปวดตามาก ช่องหน้าม่านตาตื น คลื่นไส้ อาเจียน เคืองตามาก น ้าตาไหล มอง ดวงไฟเหมือนเห็นรุ้งกินน ้ารอบดวงไฟได้ วัตถุประสงค์การพยาบาล : เพื่อลดอาการปวดตา ช่วยลดความดันในลูกตา การพยาบาล 1. ประเมินอาการ ความดันลูกตาผู้ป่วย รายงานจักษุแพทย์ทันที 2. ดูแลให้ได้รับยา DIAMOX ( 250 mg.) 1 เม็ดทันทีตามการรักษาแพทย์ 3. ดูแลการได้ยาหยอดตา STAT เช่น 2 % PILOCAPINE , 0.5 % TIMOLOL 4. ประเมินอาการหลังได้รับยา และสังเกตภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยานั น ๆ 5. อธิบายถึงแผนการรักษาของแพทย์ และโรคต้อหินที่ควรทราบ 6. แนะน้าให้ผู้ป่วยมาตรวจตามนัดอย่างสม่้าเสมอ 7. หยอดตาต่อเนื่อง และไม่ขาดยาเด็ดขาด เนื่องจากการขาดยาหยอดตา จะท้าให้ประสาทตาเสียอย่าง ถาวร มีผลท้าให้ตาบอดสนิทได้ ข้อควรระวังอาการไม่พึงประสงค์ของยา DIAMOX เช่น อาการชารอบปาก ชาปลายมือ ปลายเท้า วิตกกังวล Electrolyte imbalance นอนไม่หลับ ท้องเดิน นิ่วในไต PILOCAPINE จะท้าให้ปวดหัวคิ ว ตามัวลงกว่าปกติ เนื่องจากม่านตาหด TIMOLOL ระวังผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด และโรคหัวใจ เพราะท้าให้อาการก้าเริบได้ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 66-67 ของ : 87 เรื่อง : ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 41 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


67 แหล่งอ้างอิง 1.ชัยศิริ จ้าเริญดารารัศมี, และวรพร ชัยกิจมงคล. (2559). คู่มือตรวจตาพื้นฐานส าหรับนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจ าบ้านสาขาจักษุวิทยา แพทย์ทั่วไป พยาบาลเวชปฏิบัติทางตาและผู้สนใจด้านจักษุ วิทยา (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คอร์ปอเรชั่น โฟร์ดี 2.อาภาภัทรสา เล็กสกุล. (2561). จักษุวิทยารามาธิบดี(พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.


68 1.วัตถุประสงค์ -เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่จอตา/เป็นแนวทางในการดูแล รักษา และติดตามผล -เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงรุนแรงก่อนตรวจ ขณะตรวจ และหลังตรวจ 2. ค านิยามศัพท์ ภาวะจอตาผิดปกติในทารกคลอดก่อนก้าหนด (retinopathy of prematurity: ROP)คือเป็นภาวะที่พบใน ทารกที่คลอดก่อนก้าหนดและมีน ้าหนักแรกคลอดน้อย การคลอดก่อนก้าหนดมีผลท้าให้เส้นเลือดจอตา เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ เกิดเส้นเลือดงอกผิดปกติไปจนถึงการเกิดพังผืดดึงรั งจนจอประสาทตาหลุดลอก ท้าให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรตามมา ปัจจัยเสี่ยงที่ส้าคัญคือทารกคลอดก่อนก้าหนดมาก(younger gestational age), น ้าหนักแรกคลอดน้อย (low birth weight), และการได้รับ oxygenหลังคลอด การ ตรวจคัดกรองเบื องตันในทารกที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อให้การวินิจฉัย และท้าการรักษาอย่างรวดเร็วเหมาะสม จะช่วยลดอัตราการเกิดภาวะสายตาเลือนลางในอนาคตต่อไป 3.หน้าที่รับผิดชอบ -แพทย์มีหน้าที่ ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษาและออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย -พยาบาล มีหน้าที่ รับค้าสั่งแพทย์ เตรียมผู้ป่วยและการดูแลตามแผนการรักษา และลงบันทึกไว้เป็นลาย ลักษณ์อักษร 4ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ 1.อุปกรณ์ส้าหรับขยายม่านตาในเด็ก 2.อุปกรณ์ส้าหรับตรวจจอตาด้วย Indirect ophthalmo scope ขั้นตอน 1. ตรวจสอบชื่อผู้ป่วยและข้อมูลผู้ป่วยถูกต้อง 2.ซักประวัติการคลอด อายุครรภ์ตอนคลอด อายุหลังคลอด น ้าหนักแรกคลอด การได้รับ Oxygen อาการ ผิดปกติอื่นๆ และบันทึกผล โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 68-70 ของ : 87 เรื่อง : การคัดกรองภาวะจอตาผิดปกติ ในทารกคลอดก่อนก้าหนด (retinopathy of prematurity: ROP) วันที่เริ่มใช้:1กพ56 วันที่แก้ไข :1ตค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 42 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


69 3.ประเมินอาการผู้ป่วยก่อนตรวจได้แก่ คะแนน 0-1 = ปกติ ไม่มีความเสี่ยง คะแนน2-3 = ความเสี่ยงเล็กน้อย รายงานแพทย์พิจารณาก่อนขยายม่านตา คะแนน 4-5 = ความเสี่ยงปานกลาง รายงานแพทย์เพื่อประเมินซ ้า คะแนน ≥6 = ความเสี่ยงสูง รายงานแพทย์เพื่อประเมินซ ้า 4. อธิบายขั นตอนการตรวจให้ผู้ปกครองทราบ 5. หยอดยาขยายม่านตาด้วย ขยายม่านตา 2 ข้าง ด้วย Mydriamac dilute (0.4% Mydriacyl +2.5% Phenyl ) หยอดตาทุก 5 นาที 4 ครั ง รอเวลาไปอีก30นาที ม่านตาจะขยาย รวมเวลา50 นาทีระหว่าง หยอดยา ควรติดตาม Heart rate และ Oxygen saturation กรณี Heart rate > 160 beat/minute, Oxygen saturation < 95% แจ้งจักษุแพทย์/กุมารแพทย์เพื่อประเมินและให้การรักษา 6. แพทย์ตรวจจอตาด้วย Indirect ophthalmo scope - ก่อนตรวจให้หยอดยา 0.5 % Tetracaine ทั ง2ตา - ผู้ช่วยแพทย์คนที่1ห่อผ่าอ้อมให้กระชับ จับทารกให้อยู่ในท่านอนหงาย ใช้มือจับทารกให้แน่น -ผู้ช่วยแพทย์คนที่2 ใช้ eye retractor เปิดตาให้กว้างขึ น ระหว่างการตรวจ หยอดยา Poly-oph ED เป็น ระยะเพื่อป้องกันตาแห้ง /ระวังการเกิดtrauma ต่อตาระหว่างการตรวจ -ระหว่างการตรวจสังเกตอาการทารกตลอดเวลา ขณะตรวจมีโอกาสเกิด ocular cardiac refrex+Pain respons ให้ประเมินการเกิด Apnea Brady cardia trachycadia hypoxia หากพบให้แจ้งจักษุแพทย์ เพื่อหยุดตรวจและแก้ไข -หลังตรวจหยอดยาPoly-oph ED 1 หยด ทั ง2ตา 7. แพทย์แจ้งผลการตรวจแก่ผู้ป่วย บันทึกผล วินิจฉัยโรคและ ข้อมูลการตรวจในHosXP 8. พยาบาลแนะน้าการปฏิบัติตัวหลังหยอดยาขยายม่านตา การสังเกตอาการผิดปกติ การรักษาโรคต่อเนื่อง และการมาตรวจตาตามนัด 9. ปฏิบัติแนวทางการคัดกรองผู้ป่วย Retinopathy of prematurity (ROP)โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัด แม่ฮ่องสอน( Guideline for ROP screening)


70 5.แหล่งอ้างอิง ญาณิกา เชษฐ์โชติศักดิ์. ความปลอดภัยในการตรวจคัดกรองโรคจอตาผิดปกติในทารกเกิดก่อนก าหนด. ในการประชุมวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติทางตา. วันที่ 26 มกราคม 2562 .ณ โรงแรมอีสติน กรุงเทพมหานคร.


71 1.วัตถุประสงค์ -เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่จอตา/เป็นแนวทางในการดูแล รักษา และติดตามผล 2. ค านิยามศัพท์ จอตาเสื่อมจากยา Chloroquine (CQ) คือ ภาวะแทรกซ้อนที่พบในผู้ป่วยที่ใช้ยาChloroquine (CQ) หรือ Hydroxychloroquine (HCQ) ที่ใช้รักษาโรคเนื อเยื่อเกี่ยวพันธ์ (Connective tissue) เช่น โรค SLE, Rheumatoid และอื่นๆ เมื่อใช้ในระยะเวลายาวนาน มีการสะสมของยา เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จอตาที่ บริเวณ macula ซึ่งเป็นจอตาส่วนที่ส้าคัญที่สุดในการมองเห็น เมื่อเกิดพยาธิสภาพที่จอตาจนตามัวลงแล้ว นอกจากสายตาจะไม่กลับคืน แต่พยาธิสภาพยังด้าเนินต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง ท้าให้สายตามัวลงไปอีกแม้ จะหยุดยาแล้ว 3.หน้าที่รับผิดชอบ -แพทย์มีหน้าที่ ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษาและออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย -พยาบาล มีหน้าที่ รับค้าสั่งแพทย์ เตรียมผู้ป่วยและการดูแลตามแผนการรักษา และลงบันทึกไว้เป็นลาย ลักษณ์อักษร 4ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ 1.อุปกรณ์ส้าหรับวัดสายตา /วัดความดันลูกตา/ตรวจตาบอดสี/วัดลานสายตา/fundus camera มีขั้นตอนดังนี้ 1. ตรวจสอบชื่อ-สกุลและข้อมูลผู้ป่วยถูกต้อง 2. อธิบายพร้อมอธิบายขั นตอนการตรวจให้ผู้ป่วยทราบ 3. การตรวจคัดกรองประกอบด้วยวัดระดับสายตา วัดความดัน ตรวจการมองเห็นสี ตรวจวัดลานสายตา CTVF 24-2 ถ่ายรูปจอตาด้วยfundus camera 4. บันทึกข้อมูลการตรวจในHosXP 5. แพทย์แจ้งผลการตรวจแก่ผู้ป่วย บันทึกผล วินิจฉัยโรคและ ข้อมูลการตรวจในHosXP 6. พยาบาลแนะน้าการปฏิบัติตัว อาการผิดปกติทางตา และการมาตรวจตาตามนัด 7.ปฏิบัติตามแนวทางการคัดกรองผู้ป่วย Chloroquine Maculopathy โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 71-72 ของ : 87 เรื่อง : การคัดกรองภาวะจอตาเสื่อม จากยา Chloroquine (CQ) วันที่เริ่มใช้:1ตค65 วันที่แก้ไข :- ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 43 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


72 โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน( Guideline for Chloroquine Maculopathy screening) 5.แหล่งอ้างอิง ศักดิ์ชัย วงศ์กิตติรักษ์. (2561). จักษุวิชาการเล่ม2 (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.


73 1.วัตถุประสงค์ -เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่จอตา/เป็นแนวทางในการดูแล รักษา และติดตามผล -เพื่อลดระยะเวลาในการรอให้ม่านตาขยาย -เพื่อควบคุมปริมาณการใช้ยาหยอดขยายม่านตา -เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาหยอดขยายม่านตา 2. ค านิยามศัพท์ เบาหวานขึ้นจอตา Diabetic Retinopathy คือ ภาวะแทรกซ้อนที่พบในผู้ป่วยที่เป็น โรคเบาหวาน ส่งผลให้เกิดอาการตามัว ซึ่งอาจร้ายแรงถึงขั นสูญเสียการมองเห็น กลไกการเกิดโดยภาวะ น ้าตาลในเลือดสูงจะกระตุ้นกระบวนการต่างๆในตา ประกอบด้วยการลดลงของการไหลเวียนของ retinal blood flow การสูญเสีย endothelial cells และ pericytesของ retinal capillary การก่อเกิดเส้นเลือด โป่งพองขนาดเล็ก (microaneurysms) และการแตกสลายของ blood-retinal barrier ขบวนการต่างๆ เหล่านี จะท้าให้เกิด retinal ischemiaและเพิ่ม vascular permeability ท้าให้เกิดการสร้างสารกลุ่ม VEGF และท้าให้เกิดสร้างเส้นเลือดใหม่ (neovascularization) 3.หน้าที่รับผิดชอบ -แพทย์มีหน้าที่ ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษาและออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย -พยาบาล มีหน้าที่ รับค้าสั่งแพทย์ เตรียมผู้ป่วยและการดูแลตามแผนการรักษา และลงบันทึกไว้เป็นลาย ลักษณ์อักษร 4ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ 1. เครื่องถ่ายภาพจอตา 1 เครื่อง 2. ส้าลีชุบแอลกอฮอล์ 1 ก้อน มีขั้นตอนดังนี้ 1. ตรวจสอบชื่อ-สกุลและข้อมูลผู้ป่วยถูกต้อง 2. อธิบายพร้อมอธิบายขั นตอนการตรวจให้ผู้ป่วยทราบ 3.เปิดเครื่องตรวจจอตา Fundus camera และบันทึกข้อมูล HN ชื่อ-นามสกุล เพศ เข้าไปในโปรแกรม 4. ให้ผู้ป่วยนั่งเก้าอี หน้าตรง วางคางบนแป้นและให้ หน้าผากชิดแผ่นกั นโค้งด้านหน้าที่เครื่อง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 73-74 ของ : 87 เรื่อง : การคัดกรองเบาหวานขึ นจอตา Diabetic Retinopathy วันที่เริ่มใช้:1ตค65 วันที่แก้ไข :- ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 44 ผู้จัดท้า: งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


74 5. ให้ผู้ป่วยมองตรงเข้าไปในเครื่อง จะเห็นเป็นไฟกระพริบ ให้จ้องไว้ 6. ท้าการวัดโดยเลื่อนปรับโฟกัสโดยเคลื่อน join stickให้คมชัด และภ่ายภาพ Fundus 7. อ่านผลภาพภ่ายจอตา และบันทึกข้อมูลการตรวจในHosXP 8.ท้าความสะอาดบริเวณแป้นรองคางและแผ่นกั นหน้าผากด้วยส้าลี 70% alcohol หลังการวัดผู้ป่วยทุก ราย 9.ในกรณีที่อ่านภาพไม่ชัด หรือมีความผิดปกติของเบาหวานขึ นจอตาตั งแต่ระดับ Moderate NPDR ขึ นไป ให้วัด VA Tn ขยายม่านตา และส่งต่อจักษุแพทย์เพื่อประเมินต่อ 10.ปฏิบัติแนวทางการคัดกรองผู้ป่วย Diabetic Retinopathy (DR)โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัด แม่ฮ่องสอน( Guideline for DR screening) 5.แหล่งอ้างอิง ศักดิ์ชัย วงศ์กิตติรักษ์. (2561). จักษุวิชาการเล่ม2 (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.


75 1.วัตถุประสงค์ -เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่จอตา -เพื่อเป็นแนวทางในการดูแล รักษา และติดตามผล 2. ค านิยามศัพท์ จอตาติดเชื อไซโตเมกะโลไวรัส Cytomegalovirus Retinitis (CMVR) คือ โรคที่เกิดจากเชื อไวรัส Cytomegalovirus (CMV) ซึ่งเชื อไวรัสที่ส้าคัญที่ก่อให้เกิดโรคในผู้ติดเชื อHIV โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีค่า CD4 น้อยกว่า 50 cells/mm3 และยังพบโรคนี ได้ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่้าจากสาเหตุต่างๆ ต้าแหน่งที่พบการติด เชื อได้บ่อยที่สุดคือ จอประสาทตา(Retina) การติดเชื อที่จอประสาทตามักท้าให้เกิดจอประสาทตาอักเสบ (CMV Retinitis) ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการตามัว เห็นจุดลอยขวางตา (floating) มองไม่เห็นจุดใดจุดหนึ่งของ ลานสายตา (visual field loss) ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการประเมินและตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ บางรายอาจมีอาการ ลุกลามจนท้าให้ตาบอด 3.หน้าที่รับผิดชอบ -แพทย์มีหน้าที่ ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษาและออกค้าสั่งในการรักษาผู้ป่วย -พยาบาล มีหน้าที่ รับค้าสั่งแพทย์ เตรียมผู้ป่วยและการดูแลตามแผนการรักษา และลงบันทึกไว้เป็นลาย ลักษณ์อักษร 4ขั้นตอนการปฏิบัติ อุปกรณ์ 1.อุปกรณ์ส้าหรับวัดสายตา 2.อุปกรณ์ส้าหรับขยายม่านตา 3.อุปกรณ์ส้าหรับตรวจจอตาด้วย Indirect ophthalmo scope ขั้นตอน 1. ตรวจสอบชื่อผู้ป่วยและข้อมูลผู้ป่วยถูกต้อง 2. ซักประวัติ ดูผล CD4 วัดสายตา และบันทึกผล โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส้าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : 75-76 ของ : 87 เรื่อง : การคัดกรองจอตาติดเชื อไซโตเม กะโลไวรัส Cytomegalovirus Retinitis (CMVR) วันที่เริ่มใช้:1ตค65 วันที่แก้ไข :- ทะเบียนเอกสาร:SOP EYE 45 ผู้จัดท้า:พยาบาลเวชปฏิบัติ ทางตา ผู้ทบทวน: พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา งานจักษุ , โสต-ศอ -นาสิก ผู้อนุมัติ: นางศรีทุม ค้าดา ต้าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล


76 3. อธิบายขั นตอนการตรวจให้ผู้ป่วยทราบ 4. หยอดยาขยายม่านตาด้วย Mydiamac ED 1หยด รอม่านตาขยาย20-30 นาที 5. แพทย์ตรวจจอตาด้วย Indirect ophthalmo scope 6. แพทย์แจ้งผลการตรวจแก่ผู้ป่วย บันทึกผล วินิจฉัยโรคและ ข้อมูลการตรวจในHosXP 8. พยาบาลแนะน้าการปฏิบัติตัวหลังหยอดยาขยายม่านตา/การรักษาโรคต่อเนื่องและการมาตรวจตา ตามนัด 9.ปฏิบัติแนวทางการคัดกรองผู้ป่วย Cytomegalovirus Retinitis (CMVR) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัด แม่ฮ่องสอน(Guideline for CMVR screening) 5.แหล่งอ้างอิง ศักดิ์ชัย วงศ์กิตติรักษ์. (2561). จักษุวิชาการเล่ม2 (พิมพ์ครั งที่1). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.


77 ภาคผนวก


78 แนวทางการคัดกรองผู้ป่วย Retinopathy of prematurity (ROP) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน อายุครรภ์คลอด (สัปดาห์) อายุส่งตรวจตา (สัปดาห์) Postmenstrual Chronologic 22a 23 a 24 25 26 27 28 29 30 Older gestational age, highrisk factors b 31 31 31 31 31 31 32 33 34 - 9 8 7 6 5 4 4 4 4 4 Guideline for ROP screening เกณฑ์การส่งตรวจ 1. คลอดก่อนก าหนด: Preterm GA < 30 weeks หรือ 2. น ้าหนักแรกคลอด < 1500 กรัม หรือ 3. ทารกมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิด ROP ดังต่อไปนี้ ภาวะความดันโลหิตต ่า ต้องได้รับ Inotropic support ได้รับ Oxygen supplement เป็ นระยะเวลาเกิน 2 วัน หรือ ไม่ได้รับการติดตามการรักษา โดยการวัด Oxygen saturation ได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะ ROP ช่วงอายุทสี่่งตรวจประเมิน ROP


79 วิธีการตรวจคัดกรอง 1. ขยายม่านตา 2 ข้าง ด้วย Mydriamac dilute 1:4 หยอดตาทุก 15 นาที 4 ครั ้ง 2. ระหว่างหยอดยา ควรติดตาม Heart rate และ Oxygen saturation กรณี Heart rate > beat/minute, Oxygen saturation < 95% แจ้งกุมารแพทย์เพื่อ ประเมินและให้การรักษา 3. กรณีตรวจผู้ป่ วยใน หากได้รับการ discharge ให้แนบผลการตรวจ ROP คร้ังล่าสุดพร้อมนดั คร้ังถดัไป ขอ้บ่งช้ีในการส่งต่อผปู้่วยรับการรักษา: Prethreshold, type 1 ROP มีCriteria ในการวินิจฉัยดังนี Zone I ROP: Any stage with plus disease Zone I ROP: Stage 3 without plus disease Zone II ROP: Stage 2 or 3 with plus disease ** ผู้ป่ วยควรได้รับการรักษาภายใน 3วันหลังได้รับการวินิจฉัย ** การส่งต่อผปู้่วยควรส่งภายในวนัพุธของแต่ละสัปดาห์ (ROP clinic โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มีทุกวันพฤหัสบดี) การติดตามการรักษา*** Zone of retinal findings Stage of retinal findings Follow-up interval Zone I Immature vascularization, no ROP < 1 week Stage 1-3 ROP Unequivocally regressing ROP 1-2 weeks Zone II Immature retina extending into posterior zone II, near the boundary of zone I-II < 1 week Stage 3 ROP Immature vascularization at posterior 1-2 weeks Stage 2 ROP Stage 1 ROP 2 weeks Unequivocally regressing ROP Zone III Stage 1 or 2 ROP 2-3 weels Regressing ROP Any zone Suspected presence of AP-ROP < 1 week


80 ขอ้บ่งช้ีในการหยดุการรักษา*** 1. Complete vascularization 2. Zone III vascularization without previous zone I or II ROP 3. PMA of 45 weeks and no prethreshold disease or worse ROP 4. Regression of ROP หมายเหตุ: ***ส าหรับจักษุแพทย์ เอกสารอ้างอิง: Retinopathy of prematurity screening, American Academy of Ophthalmology แนวทางการคดักรองผู้ป่วย Chloroquine Maculopathy โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน Retinopathy of Prematurity, Ophthalmologic Record Sri Sangwan Hospital, Mae Hong Son, Thailand HN No. Anterior segment: Normal RE LE Abnormal ……………………. RE LE


81 แนวทางการคัดกรองผู้ป่วย Chloroquine Maculopathy โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน Guideline for Chloroquine Maculopathy screening Medication: Chloroquine (CQ) 250 mg/tab Medication: Hydroxychloroquine (HCQ) 200 mg/tab ผู้ป่ วยทุกคนที่ทานยาทุกขนาด ควรส่งตรวจตาสม่า เสมอทุกปี น้า หนกันอ ้ ยกวา่ 40 กิโลกรัม , ทานยา > 1 เม็ด/วัน น้า หนกัมากกวา่ 80 กิโลกรัม, ทานยา > 2 เม็ด/วัน ทานยาเป็ นประจ านาน > 5 ปี (ไม่สามารถหยดุยาได)้ น้า หนกั 40 - 80 กิโลกรัม ทานยา1-2เม็ด/วัน ทานยา < 5 ปี (หยุด ยาได้) ตรวจตาทุก1 ปี ตรวจตาทุก1 ปี 1) Baseline screening ภายใน 1 ปี หลังเริ่มทานยา 2) หลังทานยาเกิน 5 ปี โดยไม่ สามารถหยุดยาได้ส่งตรวจตา ทุก1 ปี


82 วิธีการตรวจคัดกรอง (Clinical Examination techniques) 1. วัดระดับสายตา – Visual acuity 2. ตรวจการมองเห็นสี– Color vision 3. ตรวจวัดลานสายตา – Visual field (Humphrey) 24-2 4. ถ่ายรูปจอประสาทตา – Fundus photo หมายเหตุ: Dose recommendation – Chloroquine < 2.3 mg/kg, Hydroxychloroquine < 5.0 mg/kg (real body weigh) ปัจจุบนัการตรวจคดักรองที่ดีที่สุด สามารถบ่งช้ีผลขา้งเคียงจากการใหย้าได้เร็วและมี ประสิทธิภาพที่สุด คือการตรวจโดยใช้เครื่องตรวจ Spectral-domain optical coherence tomography (SD-OCT) เอกสารอ้างอิง: Chloroquine and Hydroxychloroquine retinopathy screening, American Academy of Ophthalmology


83 แนวทางการคดักรองผู้ป่วย Diabetic Retinopathy (DR) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน Guideline for DR screening ข้อบ่งชี้ในการส่งตรวจตา ชนิดของเบาหวาน ส่งตรวจครั้งแรก ตรวจคัดกรองครั้งต่อไป - เบาหวานชนิดที่ 1 - เบาหวานชนิดที่ 2 - หญิงต้งัครรรภท์ ี่ไดร้ับการ วนิิจฉยัเบาหวานก่อนต้งัครรภ์ - GDM ภายใน 5 ปี แรกหลังได้รับการวินิจฉัย และ หลงัเขา้สู่ช่วงวยัเจริญพนัธ์(Puberty) ภายใน 1เดือนหลังได้รับการวินิจฉัย ภายใน 3 เดือนแรกของการต้งัครรภ์ ไม่ตอ้งส่งตรวจระหวา่งการต้งัครรภ์ ตามค าแนะน าของจักษุแพทย์ ตามค าแนะน าของจักษุแพทย์ ติดตามอยา่งใกลช้ิดจนครบ 1 ปี หลังคลอด ติดตามนัดประเมินตามผลการตรวจและ ระดับน ้าตาลในเลือด FBS – ใกล้เคียงปกติ, HbA1c < 7.0% ใช่ ไม่ใช่ ไม่มีเบาหวาน ขึ้นตา มีเบาหวานขึ้น ตา มีเบาหวานขึ้น ตา ไม่มีเบาหวาน ขึ้นตา ตรวจตาตามจักษุแพทย์ เห็นสมควร ** พิจารณาตามแนวทางปฏิบัติกรณี ได้รับการวินิจฉัย อ้างอิงตามระดับความ รุนแรงของโรค ตรวจตาทุก2 ปี ตรวจตาทุก1 ปี


84 การวินิจฉยัภาวะเบาหวานข้ึ นตา การวินิจฉัย ลักษณะที่ตรวจพบจากจอประสาทตา Diabetic retinopathy No DR ไม่พบความผดิปกติที่จอประสาทตา Mild nonproliferative DR พบ Microaneurysms Moderate nonproliferative DR Microaneurysms, dot and blot hemorrhages, hard exudates, cotton wool spots Severe nonproliferative DR Intraretinal hemorrghages >20 on each quadrant, definite venous beading (in 2 quadrants), intraretinal microvascular abnormality (in 1 quadrant), and no sign of proliferative DR Proliferative DR Severe nonproliferative DR and >1 of the following: Neovascularization, vitreous/preretinal hemorrhage Diabetic macular edema Non-center-involving DME Retinal thickening in the macula that does not involve the central subfield zone that is 1 mm in diameter Center-involving DME Retinal thickening in the macular that involves the central subfield zone


85 การติดตามการรักษากรณีไดร้ับการวินิจฉยัภาวะเบาหวานข้ึนตา** หมายเหตุ: DR – Diabetic retinopathy NPDR – Nonproliferative diabetic retinopathy PDR – Proliferative diabetic retinopathy DME – Diabetic macular edema เอกสารอ้างอิง: Diabetic retinopathy screening, American Academy of Ophthalmology Center-involving DME ผู้ป่วยทไี่ด้รับการวนิิจฉัยภาวะเบาหวานขึน้ตา - มีภาวะจุดรับภาพชัดบวม (Diabetic macular edema: DME) ใช่ ไม่ใช่ Non-center-involving DME Stable DME Mild NPDR PDR ตรวจตาทุก3-6 เดือน ตรวจตาทุก1-3 เดือน พิจารณาส่งต่อเพื่อ Panretinal photocoagulation ตรวจตาทุก 1-3 เดือน พิจารณาส่งต่อเพื่อ Focal laser photocoagulation หรือ Anti –VEGF therapy Moderate NPDR Severe NPDR ตรวจตาทุก9 เดือน ตรวจตาทุก 6 เดือน


86 แนวทางการคดักรองผู้ป่วย Cytomegalovirus Retinitis (CMVR) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน วิธีการตรวจคัดกรอง 1. วัดระดับสายตา – Visual acuity 2. ขยายม่านตา2 ตา เพื่อตรวจจอประสาทตา (หลีกเลี่ยงการตรวจจอประสาทตาโดยการประเมิน จากภาพถ่ายจอประสาทตา) หมายเหตุ: กรณีตรวจพบหรือสงสัยภาวะ CMVR ควรส่งผปู้่วยตรวจรับรักษาต่อทนัที เอกสารอ้างอิง: 1. Ocieczek P, Grabska-Liberek I, et al, Cytomegalovirus Retinitis Screening and Treatment in Human Immunodeficiency Virus Patients in Malawi. Open Forum Infectious Disease, Oxford University, Infectious Disease Society of America 2019 2. Munro M, Lobo-Chan A, et al, Cytomegalovirus Retinitis in HIV and Non-HIV Individuals, Microorganisms 2020; 8(1): 55. 3. Review of Ophthalmology, CMV Retinitis: Reduced incidence, Still a threat, 2016: https://www.reviewofophthalmology.com/article/cmv-retinitis-reduced-incidence-still-a-threat 4. Ballard B, CMV Retinitis, American Academy of Ophthalmology: 2020: https://eyewiki.aao.org/CMV_Retinitis 5. แนวทางการปฏิบัติ เรื่อง CMVR clinic, Department of Ophthalmology, Chiang Mai hospital 2020 Guideline for CMVR screening CD4 count < 50 cells/uL ผู้ป่วยทไี่ด้รับการวนิิจฉัย HIV positive ทุกราย มหีรือไม่มอีาการทางตา ควรส่งตรวจ คดักรองภาวะทางตาทุกรายภายใน 1 เดือนหลังได้รับการวินิจฉัย ตรวจคัดกรอง CMVR ประเมินตาม ระดับ CD4 count CD4 count 50 - 99 cells/uL CD4 count 100 - 200 cells/uL CD4 count > 200 cells/uL ตรวจตาทุก3 เดือน ตรวจตาทุก6 เดือน ตรวจตาทุก1 ปี ตรวจตาตามจักษุ แพทย์เห็นสมควร


87 Last CMVR screening - ……………………………………………………………………………… Last CD4 count - ……………….... cells/uL (Date……………………………) Signature……………………………… CMV retinitis screening, Ophthalmologic Record Sri Sangwan Hospital, Mae Hong Son, Thailand VA OD - ……………….. OS - ………………… Diagnosis OD - no CMVR CMVR Inactive CMVR OS - no CMVR CMVR Inactive CMVR Treatment – F/U 3 months 6 months 1 year ………………………………………..


88 สารบัญ เรื่อง หน้า การล้างท่อน ้าตา (STERILE IRRIGATE SAC) 1-2 การล้างตา (EYE IRRIGATE ) 3-4 การหยอดยา, การป้ายตา 5-7 การขูดแผลที่กระจกตา (SCRAPE แผลที่ CORNEA) 8-9 การตรวจตาบอดสี (TEST OF COLOUR VISION) 10-12 การปิดตาแน่น (PRESSURE PATCH) 13-14 การระบายหนองจากตากุ้งยิง (INCISION and CURATTAGE) 15-16 การฉีดยา INTRA VITREOUS 17-18 การใส่และถอดตาปลอม 19-20 การวัดสายตา 21-24 การวัดค่าความดันลูกตาด้วย Schiotz Tonometry 25-26 การวัดค่าความดันลูกตาด้วยNon contact Tonometry 27-28 การวัดค่าความดันลูกตาด้วย iCare IC100 tonometry 29-30 การเช็ดตา STERILE 31-32 การตัดขนตา 33-34 การเตรียมผู้ป่วยยิงเลเซอร์ 35-36 การดูแลเครื่องมือแพทย์ INDIRECT OPHTHALMOSCOPE 37 การดูแลเครื่องมือแพทย์ DIRECT OPHTHALMOSCOPE 38 การดูแลเครื่องมือแพทย์ AUTOREF/KERATOMETER 39 การดูแลเครื่องมือแพทย์ A-SCAN 40 การดูแลเครื่องมือแพทย์ COMPUTERIZED STATIC PERIMETRY VISUAL FIELD (CTVF) 41 การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจตาด้วยล้าแสงแคบ( slit lamp) ตัวที่1/2 43 การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจตาด้วยล้าแสงแคบ( slit lamp,SL120) ตัวที่2/2 44-45 การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจตาด้วยล้าแสงแคบชนิดพกพา( slit lamp portable) 46 การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจจอประสาทตา( Fundus Camera AFC- 210) 47 การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจจอประสาทตา( Fundus Camera DRS) 48


89 เรื่อง หน้า การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียมแบบไม่สัมผัสลูกตา โดยใช้แสงเลเซอร์(IOLs master) 49-50 การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องวัดความดันตาแบบ Non contact รุ่น Reichert 7 51 การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องวัดความดันตาแบบ Non contact รุ่น NT-530 P 52 การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องวัดความดันลูกตาแบบพกพา รุ่น icare IC100 53 การดูแลเครื่องมือแพทย์ เครื่องยิงแสงเลเซอร์ YAG/SLT 54 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ HYPHEMA 55-56 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ EYE BURN 57-58 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ RADIATION BURN 59 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุRETAINED FORIGN BODY 60 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ CORNEAL ULCER 61 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ CORNEAL ABRASION 62 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ เปลือกตาบวมช ้าจากแรงกระแทก 63 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุ แผลฉีกขาดรอบดวงตา 64 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุตาแตก 65 ภาวะฉุกเฉินทางจักษุต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน 66-67 การคัดกรองภาวะจอตาผิดปกติในทารกคลอดก่อนก้าหนด (retinopathy of prematurity: ROP) 68-70 การคัดกรองภาวะจอตาเสื่อมจากยา Chloroquine (CQ) 71-72 การคัดกรองเบาหวานขึ นจอตา Diabetic Retinopathy 73-74 การคัดกรองจอตาติดเชื อไซโตเมกะโลไวรัส Cytomegalovirus Retinitis (CMVR) 75-76 Guideline for Retinopathy of prematurity (ROP) screening โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ 78-80 Guideline for Chloroquine Maculopathy screening โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ 81-82 Guideline for Diabetic Retinopathy (DR) screening โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ 83-85 Guideline for Cytomegalovirus Retinitis (CMVR) screening โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ 86-87


Click to View FlipBook Version