แผนการจัดการเรยี นรู
รายวิชาภาษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2
จดั ทำโดย
นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม เลขที่ 10
เสนอ
ผูชวยศาสตราจารย ดร.พัชรภี รณ บางเขยี ว
แผนการจดั การเรยี นรเู ลมน้เี ปน สว นหนง่ึ ของรายวชิ า
วิทยาการจดั การเรยี นรู (1190301)
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บานสมเด็จเจาพระยา
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 จัดทำขึ้นเพื่อใชเปนแนวทาง
ในการจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551
มาตรฐานการเรียนรูและตวั ชว้ี ดั จดุ ประสงคการเรยี นรู สาระสำคัญ สาระการเรียนรู คำอธิบายรายวชิ า
ตารางโครงสรางรายวิชา โครงสรางแผนการจัดการเรียนรูและแผนการจัดการเรียนรูรายหนวย 2 หนวย
เปนหนวยการเรียนรูที่ 1 ศิลปะการประพันธในวรรณคดีไทย หนวยการเรียนรูที่ 2 ศิลาจารึก หลักที่ 1
ทั้งหมด 9 แผนนอกจากนี้ยังมีใบงานและเกณฑการประเมินผล เพื่อเปนการวัดความสามารถของผูเรียน
วา ผเู รยี นมีความรู ความเขา ใจในระดับใด
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรูฉบับนี้สำเร็จลุลวงไปดวยดี ผูจัดทำตองขอขอบพระคุณ
ผูชวยศาสตราจารย ดร. พัชรีภรณ บางเขียว เปนอยางยิ่งที่ทานไดใหคำแนะนำ คอยใหคำปรึกษา ตลอด
ระยะเวลาในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู และหวังเปนอยางยิ่งวาแผนการจัดการเรียนรูเลมนี้
จะเปนประโยชนตอผูที่จะนำไปใชในการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 และสามารถ
พฒั นาใหผเู รียนเกิดการเรียนรอู ยางมีประสิทธิภาพ
ธนพรพรหม ระบือธรรม
ผูจัดทำ
สารบัญ หนา
เรอื่ ง 1-3
คำนำ 3-4
สารบัญ 4
แผนการจัดการเรยี นรูรายป 4
5-6
1. มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด 7
2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู 8-13
3. สาระสำคัญ
4. สาระการเรยี นรู 14
5. คำอธิบายรายวชิ า 14
ตารางโครงสรางรายวชิ า 14
โครงสรางแผนการจดั การเรยี นรู 15
แผนการจดั การเรยี นรรู ายชว่ั โมง หนว ยท่ี ๑ ศิลปะการประพนั ธใ นวรรณคดีไทย 15
เรอ่ื ง พนื้ ฐานศลิ ปะการประพันธ 15
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชีว้ ดั 15
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด 15
3. จดุ ประสงคการเรยี นรู 15
4. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค 16-19
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น 20-23
6. สาระการเรยี นรู
7. ภาระงาน/ช้นิ งานท่ีแสดงผลการเรยี นรู 24
8. กจิ กรรมการเรยี นรู 24
9. สื่อการเรียนรแู ละแหลง เรียนรู 24
10. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 25
กจิ กรรมที่มอบหมาย/แบบทดสอบกอนและหลังเรียน และใบความรูตาง ๆ 25
เร่ือง กลวธิ กี ารประพันธในวรรณคดไี ทย 25
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชี้วดั
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
3. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
4. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รียน
6. สาระการเรยี นรู
7. ภาระงาน/ช้ินงานทแ่ี สดงผลการเรียนรู 25
8. กจิ กรรมการเรยี นรู 25
25
9. สอื่ การเรียนรแู ละแหลง เรียนรู 26-30
31
10. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู
กิจกรรมท่ีมอบหมาย/แบบทดสอบกอนและหลังเรียน และใบความรูตาง ๆ 32
เรอ่ื ง คุณคา่ ของวรรณคดี 32
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชีว้ ัด 32
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด 33
33
3. จดุ ประสงคการเรยี นรู 33
33
4. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค 33
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน 33
34-38
6. สาระการเรยี นรู 39-42
7. ภาระงาน/ช้นิ งานทีแ่ สดงผลการเรียนรู 43
8. กิจกรรมการเรียนรู 43
43-44
9. สื่อการเรยี นรูและแหลงเรยี นรู 44
44
10. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู 44
กิจกรรมที่มอบหมาย/แบบทดสอบกอนและหลังเรยี น และใบความรูต าง ๆ 44
แผนการจดั การเรยี นรรู ายชวั่ โมง หนวยที่ 2 ศิลาจารึกหลกั ท่ี 1 44
เรอ่ื ง การอา นศิลาจารึกหลักที่ 1 44
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชวี้ ดั 45-48
49-53
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
54
3. จดุ ประสงคการเรียนรู 54
4. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน
6. สาระการเรยี นรู
7. ภาระงาน/ชนิ้ งานทแ่ี สดงผลการเรียนรู
8. กจิ กรรมการเรยี นรู
9. ส่ือการเรยี นรแู ละแหลงเรยี นรู
10. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู
กิจกรรมท่ีมอบหมาย/แบบทดสอบกอนและหลังเรียน และใบความรูตา ง ๆ
เรอื่ ง การอา นศิลาจารึกหลกั ที่ 1 (ตอ)
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวช้วี ดั
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
3. จุดประสงคก ารเรียนรู 54
4. คุณลักษณะอันพึงประสงค 55
5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น 55
6. สาระการเรยี นรู 55
7. ภาระงาน/ชน้ิ งานท่แี สดงผลการเรียนรู 55
8. กิจกรรมการเรยี นรู 55
9. สอ่ื การเรียนรแู ละแหลง เรยี นรู 55
10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู 56-59
เรื่อง การอานสรุปความ
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชีว้ ดั 60
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด 60
3. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู 60
4. คุณลักษณะอันพึงประสงค 61
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน 61
6. สาระการเรยี นรู 61
7. ภาระงาน/ชน้ิ งานทแ่ี สดงผลการเรียนรู 61
8. กิจกรรมการเรยี นรู 61
9. สือ่ การเรยี นรูและแหลง เรียนรู 61
10. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 62-65
กจิ กรรมท่ีมอบหมาย/แบบทดสอบกอนและหลังเรียน และใบความรูตาง ๆ 66
เรือ่ ง อกั ษรพอขนุ รามคำแหง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชวี้ ัด 67
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด 67
3. จุดประสงคการเรยี นรู 67
4. คุณลักษณะอันพึงประสงค 68
5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น 68
6. สาระการเรยี นรู 68
7. ภาระงาน/ช้นิ งานที่แสดงผลการเรียนรู 68
8. กจิ กรรมการเรียนรู 68
9. สือ่ การเรียนรูและแหลง เรยี นรู 68
10. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 69-73
กิจกรรมที่มอบหมาย/แบบทดสอบกอนและหลังเรียน และใบความรตู า ง ๆ 74
เรอ่ื ง คุณคาของศลิ าจารกึ หลักที่ 1 75
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชีว้ ดั 75
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด 75-76
76
3. จุดประสงคก ารเรียนรู 76
4. คุณลักษณะอนั พึงประสงค 76
76
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน 76
6. สาระการเรยี นรู 77
7. ภาระงาน/ชิ้นงานที่แสดงผลการเรยี นรู 77-81
8. กจิ กรรมการเรยี นรู
82
9. สอ่ื การเรยี นรูและแหลง เรยี นรู 82
10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู 82
83
เรื่อง คุณคาของศิลาจารกึ หลกั ท่ี 1 (ตอ ) 83
1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชีว้ ดั 83
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด 83
3. จดุ ประสงคการเรียนรู 83
83
4. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค 84-88
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น 89-93
6. สาระการเรียนรู 94
7. ภาระงาน/ชน้ิ งานที่แสดงผลการเรียนรู
8. กิจกรรมการเรียนรู
9. สอ่ื การเรียนรแู ละแหลงเรียนรู
10. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
กิจกรรมท่ีมอบหมาย/แบบทดสอบกอ นและหลังเรยี น และใบความรตู า ง ๆ
บรรณานุกรม
1
แผนการจัดการเรียนรู
สาระการเรยี นรูภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 ปก ารศกึ ษา 2564
ครูผูสอน นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม เวลา 120 ช่ัวโมง / 3 หนวยกติ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
1. มาตรฐานการเรียนรแู ละตวั ชีว้ ัด
สาระท่ี 1 การอาน
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก ระบวนการอานสรางความรูและความคิด เพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญ หาในการ
ดำเนินชวี ิตและมีนิสัยรกั การอาน
สาระที่ 2 การเขียน
มาตรฐาน ท 2.1 ใชก ระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอความ และเขยี นเรอ่ื งราว
ในรูปแบบตาง ๆ เขียนรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคันควาอยางมีประสทิ ธิภาพ
สาระที่ 3 การฟง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงและดอู ยางมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรคู วามคดิ
และความรสู กึ ในโอกาสตาง ๆ อยางมีวิจารณญาณและสรา งสรรค
สาระที่ 4 หลักการใชภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ิปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ
สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขาใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคณุ คา
และนำมาประยุกตใ ชในชวี ิตจริง
ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก ระบวนการอานสรา งความรูและความคดิ เพ่ือนำไปใชต ัดสินใจ แกปญหาในการ
ดำเนินชีวิตและมนี สิ ัยรกั การอาน
ท 1.1 ม. 2/1 อา นออกเสียงบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถ ูกตอ ง
ท 1.1 ม. 2/2 จบั ใจความสำคัญ สรุปความ และอธบิ ายรายละเอียดจากเรือ่ งท่ีอาน
ท 1.1 ม. 2/3 เขียนผังความคิดเพ่อื แสดงความเขาใจในบทเรียนตาง ๆ ที่อา น
ท 1.1 ม. 2/4 อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ และขอโตแยงเกี่ยวกบั เรอื่ งที่อา น
ท 1.1 ม. 2/5 วิเคราะหและจำแนกขอเทจ็ จริง ขอ มลู สนบั สนนุ และขอคดิ เห็นจากบทความที่อาน
ท 1.1 ม. 2/6 ระบุขอสงั เกตการชวนเช่อื การโนมนาวหรือความสมเหตสุ มผลของงานเขียน
ท 1.1 ม. 2/7 อา นหนังสอื บทความหรือคำประพันธอยางหลากหลาย และประเมินคุณคา หรอื
แนวคดิ ท่ไี ดจ ากการอานเพื่อนำไปใชแ กป ญหาในชีวติ
2
ท 1.1 ม. 2/8 มมี ารยาทในการอาน
มาตรฐาน ท 2.1 ใชกระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรยี งความ ยอ ความ และเขียนเรอ่ื งราวในรปู แบบ
ตา ง ๆ เขียนรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคันควา อยางมีประสทิ ธิภาพ
ท 2.1 ม. 2/1 คดั ลายมือตวั บรรจงครงึ่ บรรทดั
ท 2.1 ม. 2/2 เขียนบรรยายและพรรณนา
ท 2.1 ม. 2/3 เขยี นเรียงความ
ท 2.1 ม. 2/4 เขยี นยอความ
ท 2.1 ม. 2/5 เขียนรายงานการศกึ ษาคน ควา
ท 2.1 ม. 2/6 เขยี นจดหมายกิจธุระ
ท 2.1 ม. 2/7 เขียนวิเคราะห วจิ ารณแ ละแสดงความรคู วามคดิ เหน็ หรอื โตแ ยง ในเร่ืองท่ีอา น
อยางมีเหตผุ ล
ท 2.1 ม. 2/8. มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟง และดูอยางมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรคู วามคิด และความรสู ึกใน
โอกาสตาง ๆ อยางมีวจิ ารณญาณและสรางสรรค
ท 3.1 ม. 2/1 พูดสรปุ ใจความสำคญั ของเร่ืองที่ฟงและดู
ท 3.1 ม. 2/2 วเิ คราะหข อเท็จจริงขอ คิดเห็นและความนาเชื่อถือของขาวสารจากสื่อตา ง ๆ
ท 3.1 ม. 2/3 วิเคราะหและวจิ ารณเรอ่ื งทฟ่ี ง และดูอยา งมีเหตผุ ล เพ่ือนำขอคิดมาประยุกตใ ชใ นการ
ดำเนนิ ชวี ิต
ท 3.1 ม. 2/4 พดู ในโอกาสตา ง ๆ ไดตรงตามวตั ถุประสงค
ท 3.1 ม. 2/5 พดู รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคันควา จากการฟง การดู และการสนทนา
ท 3.1 ม. 2/6. มีมารยาทในการฟงการดู และการพดู
มาตรฐาน ท 4.1 เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา
ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ
ท 4.1 ม. 2/1 สรา งคำในภาษาไทย
ท 4.1 ม. 2/2 วเิ คราะหโครงสรางประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอน
ท 4.1 ม. 2/3 แตง บทรอยกรอง
ท 4.1 ม. 2/4 ใชค ำราชาศัพท
ท 4.1 ม. 2/5 รวบรวมและอธิบายความหมายของคำภาษาตางประเทศที่ใชในภาษาไทย
มาตรฐาน ท 5.1 เขา ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา งเห็นคณุ คาและนำมา
ประยุกตใชใ นชวี ติ จริง
ท 5.1 ม. 2/1 สรุปเน้อื หาวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีอ่ านในระดบั ทยี่ ากขนึ้
ท 5.1 ม. 2/2 วเิ คราะหแ ละวิจารณว รรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมทองถนิ่ ที่อา นพรอ มยก
เหตผุ ลประกอบ
3
ท 5.1 ม. 2/3 อธิบายคณุ คา ของวรรณคดี และวรรณกรรมท่ีอา น
ท 5.1 ม. 2/4 สรุปความรแู ละขอคดิ จากการอานไปประยุกตใ ชในชีวติ จริง
ท 5.1 ม. 2/5 ทองจำบทอาขยานตามที่กำหนด และบทรอยกรองท่มี คี ุณคาตามความสนใจ
2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
2.1 ความรู (K)
1. นกั เรยี นอธิบายความหมายของวรรณศลิ ปได (K)
2. นักเรยี นแยกประเภทของศิลปะคำประพันธไ ดอ ยา งถกู ตอง
3. นกั เรยี นอธบิ ายคุณคา และขอคิดจากเร่ืองท่ีอาน และสรุปเกย่ี วกับศลิ ปะการประพันธในวรรณคดี
ไทย (K)
4. นกั เรียนอา นออกเสยี งเนือ้ ความในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ไดถกู ตอง และสรปุ ใจความสำคญั วเิ คราะห
และแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับเรีอ่ งที่อานได (K)
5. นกั เรียนตอบคำถามและสรุปใจความสำคญั วิเคราะห และแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั เร่อี งท่ีอา นได
(K)
6. นกั เรยี นสรปุ ใจความสำคญั วิเคราะห และแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับเร่ีองที่อา นได (K)
7. นกั เรยี นบอกลักษณะ อานและเขยี นประโยคหรอื ขอความทีเ่ ขยี นดวยอักษรสมัยพอขนุ รามคำแหง
ได (K)
8. นกั เรียนพูดหรอื แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีอาน ฟง หรอื ดูไดอยางมีเหตผุ ล (K)
9. นกั เรียนสรปุ ใจความสำคญั วเิ คราะห และแสดงความคิดเหน็ บอกคุณคา และขอคิดจากเร่ืองทอ่ี า น
ได (K)
2.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. นักเรียนเกดิ กระบวนการแสวงหาขอ มูล (P)
2. นักเรยี นเกิดทักษะการส่ือสารและกระบวนการคิด (P)
3. นกั เรียนเกดิ ทักษะการอานออกเสยี ง กระบวนการคิด และทกั ษะการอา นสรุปความ (P)
4. นักเรยี นเกดิ กระบวนการคิดและทักษะการอา นสรปุ ความ (P)
5. นักเรียนเกิดกระบวนการคิดและทักษะการอานจับใจความ (P)
6. นกั เรยี นเกิดกระบวนการคิดและทักษะการเขียน (P)
7. นกั เรยี นเกดิ กระบวนการคิดและทักษะกระบวนการกลุม (P)
8. นักเรยี นเกิดกระบวนการคิดและทักษะการอา นวิเคราะห (P)
2.3 คณุ ธรรม จริยธรรมและคา นิยม (A)
1. นักเรยี นเห็นคณุ คาและซาบซ้ึงในวรรณคดีไทย (A)
2. นักเรยี นเหน็ คณุ คาของภมู ิปญ ญาทางภาษาและมมี ารยาทในการอา น (A)
3. นักเรยี นเหน็ คุณคาของภมู ิปญญาทางภาษา (A)
4
4. นกั เรียนมีมารยาทในการอานและมนี ิสยั รักการอา น (A)
5. นักเรียนเหน็ คณุ คาและซาบซึง้ ในการอานวรรณคดีและวรรณกรรมไทย (A)
3. สาระสำคญั
ภาษาไทยเปน เอกลักษณข องชาตเิ ปน สมบัตทิ างวฒั นธรรม อนั กอใหเกิดความเปน เอกภาพและ
เสริมสรางบคุ ลกิ ภาพของคนในชาติใหมีความเปน ไทย เปน เครือ่ งมือในการตดิ ตอสอ่ื สารเพ่ือสรางความเขา ใจ
และดวามสัมพันธท่ีดตี อกนั ทำใหสามารถประกอบกจิ ธุระ การงาน และดำรงชีวิตรว มกันในสงั คม
ประชาธิปไตยไดอยางสันติสุข และเปน เคร่ืองมือในการแสวงหาความรู ประสบการณจ ากแหลง ขอ มลู
สารสนเทศตา ง ๆ เพ่ือพฒั นาความรู กระบวนการคดิ วเิ คราะห วจิ ารณ และสรา งสรรค ใหท ันตอ การ
เปลย่ี นแปลงทางสังคมและความกา วหนาทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใชในการพัฒนาอาชีพให
มคี วามมัน่ คงทางเศรษฐกิจ นอกจากน้ียังเปนสื่อแสดงภูมิปญญาของบรรพบรุ ุษดานวัฒนธรรม ประเพณี
สนุ ทรียภาพ เปน สมบตั ิลำ้ คาควรแกก ารเรียนรู อนุรกั ษและสบื สานใหค งอยคู ชู าติไทยตลอดไป
4. สาระการเรยี นรู
ภาษาไทยเปน ทักษะทตี่ อ งฝกฝนจนเกิดความชำนาญในการใชภ าษาเพ่ือการส่ือสาร การเรียนรอู ยาง
มีประสทิ ธภิ าพ และเพ่ือนำไปใชใ นชีวิตจริง
การอาน การอา นออกเสยี งคำ ประโยค การอานบทรอ ยแกว คำประพนั ธช นดิ ตา ง ๆ การอา นในใจ
เพ่อื สรางความเขาใจ และการคิดวิเคราะห สังเคราะหความรจู ากสงิ่ ท่อี าน เพ่ือนำไปปรบั ใชในชีวติ ประจำวนั
การเขียน การเขยี นสะกดคำตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสารรูปแบบตาง ๆ การเขยี นเรียงความ
ยอ ความ เขยี นรายงานจากการศกึ ษาคันควา เขยี นตามจินตนาการเขยี นวิเคราะหวิจารณ และเขียนเชงิ
สรางสรรค
การฟง การดู และการพูด การฟงและดอู ยา งมีวจิ ารณญาณ การพูดแสดงความคิดเหน็ ความรูสกึ
พูดลำดับเรื่องราวตา ง ๆ อยา งเปน เหตเุ ปนผล การพดู ในโอกาสตาง ๆ ทัง้ เปนทางการและไมเปน ทางการและ
การพูดเพ่ือโนม นาวใจ
หลักการใชภ าษาไทย ศึกษาธรรมชาติและกฎเกณฑของภาษาไทยการใชภ าษาใหถูกตองเหมาะสม
กบั โอกาสและบคุ คล การแตงบทประพันธป ระเภทตาง ๆ และอทิ ธิพลของภาษาตา งประเทศในภาษาไทย
วรรณคดีและวรรณกรรม วเิ คราะหว รรณคดีและวรรณกรรมเพื่อศกึ ษาขอมูลแนวความคิด คุณคาของ
งานประพนั ธ และเพื่อความเพลดิ เพลนิ การเรยี หูรูและทำความเขา ใจ บทเห บทรองเลน ของเด็ก เพลงพน้ื บาน
ที่เปนภมู ปิ ญญาที่มคี ุณคาของไทย ซ่งึ ไดถายทอดความรสู กึ นึกคดิ คา นิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรือ่ งราว
ของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพอื่ ใหเ กิดความซาบซ้งึ และภูมใิ จในบรรพบรุ ุษที่ไดส ัง่ สมสบื ทอด
มาจนถงึ ปจ จบุ ัน
5
5. คำอธบิ ายรายวชิ า
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทยพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
อานออกเสียงรอยแกวประเภทบทบรรยาย พรรณนา และบทรอยกรองประเภทกลอนเสภากลอนบท
ละคร และกาพยหอโคลง จับใจความสำคัญจากวรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียน ใชผังความคิดสรุปความ
และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อาน อภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอโตแยง วิเคราะหและจำแนก
ขอเท็จจริง ขอมูล จากบทสนทนา บทความ ระบุขอสังเกตการณชวนเชื่อ การโนมนา วหรือความสมเหตุสมผล
และเลือกอานหนังสือ บทความหรือคำประพันธตามความสนใจ และประเมินคุณคาจากการอานเพื่อนำไปใช
แกปญหาในชีวิตและมีมารยาทในการอาน มีทักษะการเขียนบรรยาย พรรณนา เขียนยอความจากสื่อตาง ๆ
เขยี นจดหมายกิจธุระ และมมี ารยาทในการเขียน พูดสรุปใจความสำคัญ วเิ คราะหและวิจารณเร่ืองท่ีไดฟงและ
ดอู ยางมีเหตุผล พูดในโอกาสตาง ๆ ไดตรงตามวัตถปุ ระสงค การพดู รายงานการศึกษาคน ควาจากแหลงเรียนรู
ตาง ๆ และมีมารยาทในการดูการฟง และการพูด ศึกษาหลักการสรางคำในภาษาไทย แตงบทรอยกรอง
ประเภทกลอนสุภาพ ศึกษาหลักการการพินิจคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห วิจารณ อธิบาย
สรุปความรูและขอคิดจากการอานวรรณคดีและวรรณกรรม พรอมยกเหตุผลประกอบ เพื่อไปประยุกตใชใน
ชวี ติ จรงิ ทอ งจำบทอาขยานตามทีก่ ำหนดและบทรอ ยกรองที่มีคณุ คาตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการอานรอยแกวและรอยกรอง อธิบาย จับใจความสำคัญ สรุปความคิด อภิปราย
แสดงความคิดเห็น วิเคราะหจำแนกขอเท็จจริง ขอมูล จากบทสนทนา บทโฆษณา บทความ ระบุขอสังเกต
การณชวนเชื่อ การโนมนาว สรางคำในภาษาไทย เขียนตัวอักษรไทย เขียนบรรยาย พรรณนา เขียนยอความ
พูดในโอกาสตาง ๆ ไดตรงตามวัตถปุ ระสงค รหู ลักการสรางคำในภาษาไทย แตง บทรอ ยกรอง
เพือ่ ใหมีความสามารถในการสอื่ สาร การคดิ การแกปญ หา การใชท กั ษะชวี ติ ผลติ งานอยางสรา งสรรค
สามารถนำคุณคาไปประยุกตใชแกปญหาในชีวิตจริง มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู การพูด
และรกั ความเปนไทย
รหัสตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8
ท 2.1 ม.2/1 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/6 ม.2/8
ท 3.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/6
ท 4.1 ม.2/1 ม.2/3
ท 5.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4
รวมท้ังหมด 24 ตวั ชว้ี ดั
6
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทยพน้ื ฐาน คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2
กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย
เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
ศึกษาหลักการวิเคราะหจำแนกขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ระบุขอสังเกตการชวนเชื่อจากเรื่องที่อาน
อานหนังสือและประเมินคุณคาจากการอานเพื่อนำไปใชแกปญหาในชีวิต เขียนรายงานจากการศึกษาคนควา
จดหมายกิจธุระ วิเคราะหวิจารณแสดงความคิดเห็นเรื่องทีอ่ านอยางมีเหตุผล พูดในโอกาสตาง ๆ พูดรายงาน
จากการศึกษาคนควา แตงกลอนสุภาพ รวบรวมและอธิบายความหมายของคำภาษาตางประเทศที่ใชใน
ภาษาไทย อธิบายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อาน ทองจำบทอาขยานและบทรอยกรองที่มีคุณคา
ตามความสนใจ
โดยใชก ระบวนการทางภาษา กระบวนการกลมุ สมั พันธ จดั การเรยี นรูเ พ่ือพฒั นาความคิด เรียนรูแบบ
โครงงาน ใหรูวิธีการแกปญหาอยางเปนระบบ วางแผน คิดวิเคราะห ประเมินผล ฝกการเปนผูนำและผูตาม
มคี วามสามารถในการใชเ ทคโนโลยี สามารถสรางองคค วามรไู ปใชป ระโยชนใ นชีวติ ประจำวนั
มีคุณธรรม จริยธรรม และมีมารยาทในการใชภาษา เปนผูมีคุณลักษณะอันพึงประสงค มีมารยาทใน
การอาน การเขียน การฟง การดูและการพูด เห็นคุณคาภาษาไทยซึ่งเปนเอกลักษณของชาติ รักชาติ ศาสน
กษตั รยิ ซอื่ สัตยสจุ รติ มีวินยั เรยี นรู อยูอยางพอเพียง มุงมนั่ ในการทำงาน รกั ความเปนไทยและมีจิตสาธารณะ
เพ่ือใหเกิดการเรียนรูอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ ภาคภูมิใจในภาษาไทย และรกั ษาไวเปน สมบตั ิของชาติ
รหสั ตัวช้ีวดั
ท 1.1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8
ท 2.1 ม.2/2 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8
ท 3.1 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6
ท 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5
ท 5.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5
รวมทั้งหมด 24 ตัวช้วี ัด
7
ตารางโครงสรางรายวิชา
รายวชิ าพื้นฐาน รหัสวชิ า ท 22101 กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 2 ปการศึกษา 2564 เวลา 120 ชั่วโมง
หนวยท่ี ชื่อหนวยการเรยี นรู เวลา
(ช่ัวโมง)
อารัมภบทพจนารถ
1 ศิลปะการประพนั ธในวรรณคดีไทย 1
2 ศิลาจารึกหลกั ท่ี 1 3
3 โคลงภาพพระราชพงศาวดาร 6
4 อาน เขียน จบั ใจความสำคญั เพอื่ พดู แสดงความคดิ เหน็ อยางสรา งสรรค 9
5 คำราชาศัพท 6
6 รามเกยี รต์ิ ตอนนารายณป ราบนนทก 6
7 คำทม่ี าจากภาษาตางประเทศ 6
8 สรา งคำในภาษาไทย 6
9 การเขยี นเรยี งความ 5
10 เขียนรายงาน และพูดรายงานการศึกษาคนควา 6
6
สอบปลายภาคเรียนที่ 1 60
11 บทเสภาสามคั คเี สวก 9
12 วเิ คราะหโ ครงสรางประโยค 4
13 กลอนดอกสรอ ยรำพึงในปาชา 9
14 เขียนจดหมายกจิ ธุระ 4
15 กาพยห อโคลงประพาสธารทองแดง 9
16 เขยี นบรรยายและพรรณนา 5
17 โคลงสภุ าษติ 8
18 การพดู ในโอกาสตาง ๆ 7
19 แตง กลอนสภุ าพ 5
60
สอบปลายภาคเรียนที่ 2 120
รวม
8
วชิ าภาษาไทยพ้ืนฐาน โครงสรา งแผนการจัดการเรยี นรู 60 คาบเรียน
ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 2 รหสั วชิ า ท22101 ปการศกึ ษา 2564
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย
ภาคเรียนท่ี 1
โรงเรยี นวดั อนิ ทาราม
หนวยท่ี ชอ่ื หนวยการเรียนรู มาตรฐาน สาระสำคัญ คาบเรียน
1 อารมั ภบทพจนารถ การเรยี นรู (สาระการเรียนรูแกนกลาง 1
2 ศิลปะการประพนั ธ ตวั ชี้วัด และสาระการเรยี นรเู พิ่มเตมิ ) 3
3 ในวรรณคดไี ทย ผลการเรียนรู
ท 2.1 ม. 2/1 คดั ลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด 6
ศิลาจารกึ หลักที่ 1 - คัดลายมอื แบบอาลักษณและแบบตาง ๆ
ท 5.1 ม. 2/1 การพิจารณาวรรณคดีไทย 9
โคลงภาพพระราช ท 5.1 ม. 2/2 - พน้ื ฐานศลิ ปะการประพันธ
พงศาวดาร ท 5.1 ม. 2/3 - กลวธิ ีในการประพันธ
ท 5.1 ม. 2/4 - คุณคา ของวรรณคดี
ท 5.1 ม. 2/5
ท 1.1 ม. 2/1 วรรณคดีวิจักษเรื่อง ศลิ าจารกึ หลกั ที่ 1
ท 1.1 ม. 2/2 - ทมี่ าและความสำคญั เน้ือเร่ืองยอ ลกั ษณะสำคญั
ท 1.1 ม. 2/4 - ถอดคำประพนั ธ แปลความ ตีความ ขยายความ
ท 1.1 ม. 2/8 - วเิ คราะหภาษาและลีลาวรรณศลิ ป
ท 5.1 ม. 2/1 - วิเคราะหคุณคาทางภาษาและคุณคาทางสังคม
ท 5.1 ม. 2/2
ท 5.1 ม. 2/3 โคลงภาพพระราชพงศาวดาร
ท 5.1 ม. 2/4 - ท่ีมาและความสำคัญ เน้ือเรื่องยอ ลักษณะสำคญั
ท 1.1 ม.2/1 - ถอดคำประพนั ธ แปลความ ตคี วาม ขยายความ
ท 1.1 ม.2/2 - วิเคราะหโวหารภาพพจน รสวรรณคดี และ
ท 1.1 ม.2/4 สุนทรยี ภาพทางวรรณศิลป
ท 1.1 ม.2/8 - วิเคราะหคุณคา ทางสงั คม
ท 5.1 ม.2/1
ท 5.1 ม.2/2
ท 5.1 ม.2/3
ท 5.1 ม.2/4
9
อาน เขยี น จบั ท 1.1 ม.2/2 อาน เขยี น จบั ใจความสำคญั เพื่อพดู แสดงความ
ใจความสำคัญเพื่อ ท 1.1 ม.2/4 คิดเห็นอยางสรา งสรรค
พดู แสดงความ ท 1.1 ม.2/8 - เขียนสรปุ ความและเขียนยอความ
4 คดิ เหน็ อยา ง ท 2.1 ม.2/4 - การอา น เขียน เพื่อจับใจความสำคัญ 6
สรางสรรค ท 2.1 ม.2/7 - ตำแหนงของใจความสำคญั 6
6
(การอานจบั ใจความ ท 2.1 ม.2/8 - การเขียนยอ ความ 6
5
สำคัญ/การเขยี นยอ - การเขยี นแปลความ ตีความ ขยายความ และเขยี น
ความ) แสดงความคดิ อยา งสรางสรรค
ท 4.1 ม.2/4 ใชคำราชาศพั ท
5 ใชคำราชาศัพท - การสรางคำราชาศัพท
- การใชค ำราชาศพั ท
- การใชค ำราชาศพั ทต ามฐานะของบคุ คล
สอบกลางภาคเรียนที่ 1
ท 1.1 ม.2/1 รามเกยี รต์ิ ตอนนารายณป ราบนนทก
ท 1.1 ม.2/2 - แนะนำเร่ืองรามเกยี รติ์ ที่มาและความสำคัญ เนื้อ
รามเกยี รติ์ ตอน ท 1.1 ม.2/4 เร่อื งยอ ลักษณะของกลอนบทละคร
6 นารายณป ราบ ท 1.1 ม.2/8 - ถอดคำประพันธ แปลความ ตคี วาม ขยายความ
นนทก ท 5.1 ม.2/1 - วิเคราะหโ วหารภาพพจน รสวรรณคดี
ท 5.1 ม.2/2 สุนทรียภาพทางวรรณศลิ ป
ท 5.1 ม.2/3 - วิเคราะหตวั ละคร พฤติกรรมและนสิ ัยตัวละคร
ท 5.1 ม.2/4 - วิเคราะหค ณุ คาของเร่ืองกับชีวติ ประจำวัน
ท 4.1 ม.2/5 คำท่มี าจากภาษาตา งประเทศ
- อิทธพิ ล/เหตผุ ลของการนำคำภาษาตางประเทศ
7 คำท่ีมาจาก เขา มาใช
ภาษาตางประเทศ - รวบรวมและอธบิ ายความหมายของ คำ
ภาษาตางประเทศท่ีใชใ นภาษาไทย
- ลักษณะของคำภาษาตางประเทศ
ท 4.1 ม.2/1 สรา งคำในภาษาไทย (การสรา งคำสมาส)
- คำบาล/ี สันสกฤต
8 สรางคำในภาษาไทย - หลกั การสมาสคำ
- ชนดิ ของคำสมาส
- ความแตกตา งระหวางคำสมาส และคำสนธิ
10
ท 2.1 ม.2/3 การเขียนเรียงความ
ท 2.1 ม.2/8 - สวนประกอบของเรยี งความ
9 การเขียนเรยี งความ - การรอยเรียงความ 6
- เขยี นเรียงความเชงิ สรา งสรรค 6
- การเขยี นเรยี งความเกยี่ วกบั ประสบการณ
10 เขียนรายงาน และ ท 2.1 ม.2/5 เขียนรายงาน และพูดรายงานการศึกษาคน ควา
พูดรายงาน ท 3.1 ม.2/5 - ความสำคัญและขน้ั ตอนของรายงาน
ท 3.1 ม.2/6
การศึกษาคนควา - การเขียนรายงาน
- การนำเสนอรายงาน
สอบปลายภาคเรยี นที่ 1
รวม 10 หนวยการเรียน
วิชาภาษาไทยพนื้ ฐาน โครงสรา งแผนการจัดการเรยี นรู 11
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 2 รหสั วชิ า ท22101
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย 60 คาบเรยี น
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2564
โรงเรยี นวัดอินทาราม
หนว ยท่ี ชื่อหนวย มาตรฐานการ สาระสำคัญ คาบ
การเรยี นรู เรียนรู ตัวช้วี ดั (สาระการเรยี นรแู กนกลาง เรยี น
/ผลการเรียนรู และสาระการเรยี นรูเพ่ิมเติม)
ท 1.1 ม.2/1 บทเสภาสามัคคีเสวก
- ทองบทอาขยาน บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน
ท 1.1 ม.2/2 วิศวกรรมา
- ที่มาและความสำคัญ เนื้อเร่ืองยอ ลักษณะสำคญั
ท 1.1 ม.2/4 - ถอดคำประพนั ธ แปลความ ตคี วาม ขยายความ
- วิเคราะหโ วหารภาพพจน รสวรรณคดี และ
1 บทเสภาสามคั คี ท 1.1 ม.2/8 สุนทรยี ภาพทางวรรณศลิ ป 9
เสวก ท 5.1 ม.2/1 - วเิ คราะหคณุ คา ท่ีไดรับจากเรื่อง 4
ท 5.1 ม.2/2 9
วิเคราะหโครงสรา งประโยค
ท 5.1 ม.2/3 - วลี กลมุ คำ และประโยค
- ประโยคและประเภทของประโยค
ท 5.1 ม.2/4 - ประโยคความเดียว ความรวม ความซอ น
- ความแตกตา งของประโยคความเดียว ความรวม
ท 5.1 ม.2/5 ซอ น
กลอนดอกสรอยรำพึงในปา ชา
ท 4.1 ม.2/2 - ที่มาและความสำคญั เน้ือเร่ืองยอ ลกั ษณะสำคญั
- ถอดคำประพนั ธ แปลความ ตีความ ขยายความ
วิเคราะห - วิเคราะหโ วหารภาพพจน รสวรรณคดี และ
2 โครงสราง สุนทรียภาพทางวรรณศลิ ป
- วิเคราะหค ณุ คา ดานแนวคิดและดานอารมณ
ประโยค
ท 1.1 ม.2/1
ท 1.1 ม.2/2
ท 1.1 ม.2/4
3 กลอนดอกสรอย ท 1.1 ม.2/8
รำพึงในปา ชา ท 5.1 ม.2/1
ท 5.1 ม.2/2
ท 5.1 ม.2/3
ท 5.1 ม.2/4
12
ท 5.1 ม.2/5 เขียนจดหมายกิจธุระ 4
- ความสำคญั และขั้นตอนการเขียน
4 ท 2.1 ม.2/6
เขยี นจดหมาย - จดหมายเชญิ วิทยากร
กิจธุระ
- จดหมายขอความอนุเคราะห
สอบกลางภาคเรยี นที่ 29
ท 1.1 ม.2/1 กาพยห อโคลงประพาสธารทองแดง
ท 1.1 ม.2/2 - ทมี่ าและความสำคญั เนื้อเรื่องยอ ลกั ษณะสำคญั
5 กาพยหอโคลง ท 1.1 ม.2/4 - ถอดคำประพนั ธ แปลความ ตคี วาม ขยายความ 9
ประพาสธาร ท 1.1 ม.2/8 - วเิ คราะหโวหารภาพพจน รสวรรณคดี และ
ท 5.1 ม.2/1 สนุ ทรยี ภาพทางวรรณศลิ ป
ทองแดง ท 5.1 ม.2/2 - วเิ คราะหคุณคาทางอารมณและธรรมชาติ
ท 5.1 ม.2/3
ท 5.1 ม.2/4
ท 2.1 ม.2/2 เขียนบรรยายและพรรณนา
6 เขยี นบรรยาย - ลักษณะของการเขยี นบรรยายและพรรณนา 5
และพรรณนา - รปู แบบเฉพาะของการเขยี นบรรยายและพรรณนา
- กลวธิ กี ารเขียนบรรยายและพรรณนา
ท 1.1 ม.2/1 โคลงสภุ าษิต
ท 1.1 ม.2/2 - ทม่ี าและความสำคัญ เนื้อเรื่องยอ ลกั ษณะสำคัญ
ท 1.1 ม.2/4 ของโคลงสุภาษิต ทง้ั 3 เรื่อง
7 โคลงสุภาษิต ท 1.1 ม.2/8 - ถอดคำประพนั ธ แปลความ ตคี วาม ขยายความ 8
ท 5.1 ม.2/1 - วิเคราะหค ณุ คา ท่ีพบจากเรื่อง/แนวคดิ ขอคิด
ท 5.1 ม.2/2 คณุ คาของเรือ่ ง
ท 5.1 ม.2/3 - ตวั อยางนทิ านอสี ปเร่ืองอ่นื ๆ
ท 5.1 ม.2/4
ท 3.1 ม.2/4 การพดู ในโอกาสตางๆ
8 การพดู ในโอกาส ท 3.1 ม.2/5 เชน 7
ตาง ๆ ท 3.1 ม.2/6 - การพดู อวยพร
ท 1.1 ม.2/6 - การพดู โนม นา ว
ท 1.1 ม.2/7 - การพูดโฆษณา
9 แตง กลอนสุภาพ ท 4.1 ม.2/3 แตง กลอนสภุ าพ 5
13
- ลักษณะของกลอน
- การเรยี บเรียงเนื้อหาในกลอนสภุ าพ
- แตงกลอนสุภาพ
สอบปลายภาคเรยี นที่ 2
รวม 9 หนวยการเรยี น
14
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑ ชือ่ ศลิ ปะการประพันธใ นวรรณคดไี ทย
เรื่อง พนื้ ฐานศิลปะการประพันธ เวลาสอน ๕๐ นาที
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย วิชา ภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวชิ า ท ๒๒๑๐๑
ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ ปก ารศึกษา ๒๕๖๔
ผูส อน นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม ครพู เ่ี ลีย้ ง นางสาวพชั ราภรณ สมขาว
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาใน
การดำเนินชีวิต และมีนิสยั รักการอาน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางมีคุณคา
และนำมาประยุกตใชใ นชวี ิตจริง
ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ม.๒/๗ อานหนังสือ บทความ หรือคำประพันธอยางหลากหลาย และประเมินคุณคาหรือแนวคิด
ท่ไี ดจ ากการอาน เพอื่ นำไปใชแ กปญหาในชวี ิต
ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรปุ เน้อื หาวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ า นในระดับทยี่ ากขึ้น
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
วรรณคดีโบราณของไทยมีจุดมุงหมายหลักเพื่อการอานฟงเสียงและการขับลำนำประกอบการแสดง
มหรสพ นอกจากความไพเราะงดงาม วรรณคดีควรตองมีเนื้อหาที่สื่อความหมายทั้งเพื่อความบันเทิงและ
ความจรรโลงใจดวย กวีจึงตองคิดหากลวิธีการประพันธใหผลงานนั้นออกมาอยางเหมาะเจาะ ซึ่งเรียกวา
วรรณศลิ ป
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
ความรู (K)
นักเรียนอธิบายความหมายของวรรณศิลปได
ทักษะ/กระบวนการ (P)
นักเรียนเกดิ กระบวนการแสวงหาขอ มูล
คณุ ธรรม จริยธรรมและคา นยิ ม (A)
นักเรียนเห็นคุณคา และซาบซ้งึ ในวรรณคดีไทย
15
คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. ใฝเรยี นรู
๒. รักความเปนไทย
สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
สาระการเรียนรู
พ้นื ฐานศลิ ปะการประพันธ
ภาระงาน/ชนิ้ งานทีแ่ สดงผลการเรียนรู
- แบบทดสอบกอนเรียนเรื่อง ศลิ ปะการประพนั ธใ นวรรณคดีไทย
- ศึกษาใบความรูเร่ือง พืน้ ฐานศิลปะการประพันธ
กจิ กรรมการเรียนรู
ขนั้ นำ
- ครผู สู อนแนะนำตัวกับนักเรียน และต้ังคำถามเกีย่ วกบั ความรูพนื้ ฐานศิลปะการประพนั ธ
- นักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรยี นเร่ือง ศลิ ปะการประพนั ธใ นวรรณคดีไทย ในรูปแบบออนไลน
ผานชอ งทาง Google Form
ขัน้ สอน
- ครผู ูสอนแจกใบความรเู ร่ือง พืน้ ฐานศิลปะการประพันธ
- นกั เรยี นฟงบรรยายความรเู รื่อง พ้นื ฐานศิลปะการประพันธ
ข้นั สรปุ
- ครผู สู อนใหนักเรียนซักถามขอสงสยั เพิ่มเติม
- ครผู สู อนมอบหมายใหนกั เรยี นกลบั ไปทบทวนใบความรู
สือ่ การเรียนรแู ละแหลงเรียนรู
๑. แบบทดสอบกอนเรียนเรื่อง ศิลปะการประพันธใ นวรรณคดีไทย
๒. โปรแกรมนำเสนอภาพนิง่ เรอื่ ง พน้ื ฐานศลิ ปะการประพันธ
๓. ใบความรูเรื่อง พน้ื ฐานศิลปะการประพนั ธ
16
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู
ประเด็นการพิจารณา วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน
ความรู (K) แบบสังเกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดีมาก
นักเรียนสามารถอธิบาย การรว มกิจกรรมใน รายบคุ คล ๗-๘ ดี
ความหมายของวรรณศลิ ปไ ด ชน้ั เรยี น ๕-๖ พอใช
แบบสังเกตพฤติกรรม ๐-๔ ควรปรบั ปรุง
ทักษะ/กระบวนการ (P) การรวมกจิ กรรมใน รายบุคคล ๙-๑๐ ดีมาก
นกั เรียนเกดิ กระบวนการ ชน้ั เรียน ๗-๘ ดี
แสวงหาขอมลู แบบสังเกตพฤติกรรม ๕-๖ พอใช
รายบุคคล ๐-๔ ควรปรบั ปรงุ
คุณธรรม จริยธรรมและ การสงั เกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดมี าก
คานยิ ม (A) รายบคุ คล ๗-๘ ดี
นักเรียนเหน็ คุณคา และซาบซ้ึง ๕-๖ พอใช
ในวรรณคดไี ทย ๐-๔ ควรปรับปรุง
17
เกณฑก ารประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
เกณฑก ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช (๑)
๑. ความตงั้ ใจ ตั้งใจและมสี มาธิใน ตัง้ ใจเรียนดี อาจมี ตง้ั ใจเรยี น แต ไมต ง้ั ใจเรียน
ในการเรยี น การเรยี นตลอดเวลา บางครัง้ ท่ีสนใจสงิ่ อ่นื บอ ยครง้ั ท่สี นใจสิ่งอื่น
มีการถามตอบกบั ที่ไมเอือ้ ประโยชนตอ ท่ไี มเ ออ้ื ประโยชนต อ
ครูผูสอน การเรียน มกี ารถาม การเรยี น ไมมกี ารถาม
ตอบกบั ครูผูส อนบาง ตอบกับครผู สู อน
๒. การตอบคำถาม ใหความรวมมือ แสดง ใหค วามรว มมือ แสดง ใหความรวมมือ แสดง ไมแสดงความสนใจ
ในชน้ั เรยี น ความสนใจ มกี ารถาม ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มีการถาม ไมม ีการถามตอบหรือ
ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรอื แลกเปล่ียน แลกเปลี่ยนความคิด
ความคิดภายในชนั้ ความคดิ ภายในชน้ั ความคดิ ภายในช้นั ภายในช้นั เรียน
เรยี นอยางสม่ำเสมอ เรยี นอยางบอยคร้ัง เรยี นบาง
๓. การใหความ ใหความรวมมือในการ ใหความรวมมือในการ ใหความรว มมือในการ ไมใ หค วามรวมมือใน
รวมมือในการทำ ทำกิจกรรมอยา งดีทุก ทำกิจกรรมแตขาด ทำกิจกรรมแตข าด การทำกิจกรรมเลย
กจิ กรรม คร้ังดว ยความเต็มใจ ความกระตอื รือรน เตม็ ใจ ตอ งมกี ารย้ำ
และมีความ เตอื นมากกวา ๓ ครั้ง
กระตือรือรน
๔. การเขา ชัน้ เรยี น เขา ช้นั เรียน ไมเ ขา ชัน้ เรียน
เกณฑการประเมนิ ผล
คะแนน ผลการประเมิน
๙ - ๑๐ ดีมาก
๗ - ๘ ดี
๕ - ๖ พอใช
๐ - ๔ ควรปรับปรุง
(*เกณฑผ า นการประเมนิ ผล ตองไดผลการประเมนิ ระดับพอใชข ึน้ ไป)
ลงชอ่ื ..................................................ผสู อน ลงชอื่ ......................................................ผูส อน
(นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม) (นางสาวพชั ราภรณ สมขาว)
นักศกึ ษาฝกประสบการณวิชาชพี ครูพเ่ี ล้ยี ง
18
บันทกึ หลังสอน
๑. ผลการสอน
๒. ปญหาและอุปสรรค
๓. ขอ เสนอแนะ
ลงชอื่ ...................................................ผสู อน
()
19
ความเห็นของผูนเิ ทศ/ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา........................................รหสั .........................
ความเหน็ และขอเสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย
ลงช่อื ................................................................
()
..........................................................
........../...................../..................
20
แบบทดสอบกอนเรียนเรื่อง ศิลปะการประพนั ธในวรรณคดีไทย
https://forms.gle/7cUdpJZJAririGMW8
คำชี้แจง ๑. ใหน ักเรียนกรอกชอื่ -นามสกลุ เลขท่ี ช้นั เรยี น ใหถกู ตองกอนเรม่ิ ทำขอสอบ
๒. แบบทดสอบนี้เปน แบบปรนัยชนิดเลอื กตอบ ๔ ตัวเลือก คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
จำนวน ๑๐ ขอ ใชเวลาในการทำ ๑๕ นาที
๓. เมื่อกดสงขอสอบแลวจะไมสามารถแกไ ขคำตอบไดอีก
๑. ขอใดกลา วไมถ ูกตองเกี่ยวกับวรรณคดีไทย
ก. วรรณคดโี บราณของไทยมีจดุ มุง หมายหลกั เพ่ือการอานฟง เสียงและการขบั ลำนำประกอบการแสดง
มหรสพ
ข. วรรณคดี วรรณกรรมที่ไดร ับยกยอ งวามีคณุ คาเชิงวรรณศิลป
ค. วรรณคดี คอื บทประพันธที่มุงใหค วามเพลิดเพลิน ใหเ กิดความรสู ึกนกึ คิดและอารมณตาง ๆ
ตามผเู ขยี น
ง. วรรณคดี คือ งานเขยี นท่วั ไปทงั้ หมดทุกประเภท ทกุ รปู แบบทีส่ อื่ ความหมายใหผูอ านเขาใจได
๒. การเลน เสยี งในขอ ใดตา งจากขออ่ืน
ก. นกนอ ยนอนแนบน้ำ ในนา
ข. เมอ่ื ม่ังมมี ากมายมิตรหมายมอง
ค. เสียงซอออออออ เอ่ือยเพลง
ง. ลางลงิ ลงิ ลอดไม ลางลงิ
๓. ขอใดเปนการเลน เสยี งพยญั ชนะ
ก. ถึงบางพูดพูดดีเปน ศรีศักดิ์
ข. อนั ทจ่ี ริงหญงิ ชายยอมหมายรัก
ค. ครวญเครงครำ่ คร้ังคอนคืนเวลา
ง. เทพนมปฐมพรหมสี่หนา
21
๔. "เหน็ รอหกั เหมือนหน่งึ รกั พี่รอรา แตร อทารั่งทุกขมาตามทาง" จากบทประพนั ธข างตน เปนกลวธิ ีการ
ประพันธชนดิ ใด
ก. การเลน เสียงสระ
ข. การเลนเสียงวรรณยกุ ต
ค. การเลนคำซ้ำ
ง. การเลน คำพอง
๕. “คนเห็นคนเปน คนน่นั แหละคน คนเห็นคนใชค นใชค นไม เกดิ เปน คนตองเปนคนทกุ คนไป จนหรือมีผดู ี
ไพรไมพน คน" จากบทประพันธขางตนมีลักษณะเดนตามขอใด
ก. การเลนเสียงพยัญชนะ
ข. การเลนคำซำ้
ค. การเลนคำพอง
ง. การเลนคำเชงิ ถาม
๖. "แววกลองยำ่ คำ่ เสียงดังต้มั ต้มั ตุมตุม ควันไฟที่ลอยเปน กลุม นั้นแหละเขาสุมกองไฟไลยุง" เปนการใช
ภาพพจนใ นลกั ษณะใด
ก. การใชอปุ มา
ข. การใชอ ุปลักษณ
ค. การใชบคุ คลวัต
ง. การใชสัทพจน
๗. "เรียบรอยราวกับผาพับไว" เปนการใชภาพพจนในลักษณะใด
ก. การใชอ ุปมา
ข. การใชอ ปุ ลกั ษณ
ค. การใชบ คุ คลวัต
ง. การใชส ัทพจน
๘. "ดอกเอย เจา ดอกพยอม ถา วา คนเขาขอหอมแลวจะทำยงั ไง จะหลบไหม จะหลีกไหม จะเลี่ยงไหม ถา
เลยี่ งไมไดแ ลว เจาจะทำยังไงด"ี เปน การใชภ าพพจนในลกั ษณะใด
ก. การใชอุปมา
ข. การใชอ ปุ ลักษณ
ค. การใชบุคคลวตั
ง. การใชสัทพจน
22
๙. ขอใดไมใ ชการแสดงภาพพจนดว ยวิธอี ปุ ลักษณ
ก. แมเ นอ้ื เยน็ เปน หวงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสด์เิ ปนมัจฉา
ข. แมเปนบวั ตัวพเ่ี ปน ภมุ รา เชยผกาโกสุมประทุมทอง
ค. เจาเปน ถ้ำอำไพขอใหพ ี่ เปนราชสีหสิงสูเ ปน คสู อง
ง. จะตดิ ตามทรามสงวนนวลละออง เปน คูครองพศิ วาสทุกชาตไิ ป
๑๐. ขอใดไมใ ชคุณคาของวรรณคดไี ทย
ก. คุณคา ดานสติปญญา
ข. คุณคา ดานเนื้อหา
ค. คุณคา ดานวรรณศิลป
ง. คุณคา ดานสังคม
เฉลย
ขอ ท่ี ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐
ตอบ ง ค ค ง ข ง ก ค ง ก
23
ใบความรเู ร่ือง พน้ื ฐานศิลปะการประพันธ
24
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๒
หนวยการเรยี นรูท่ี ๑ ช่อื ศลิ ปะการประพันธในวรรณคดีไทย
เรอ่ื ง กลวธิ ีการประพันธในวรรณคดีไทย เวลาสอน ๕๐ นาที
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย วชิ า ภาษาไทยพ้นื ฐาน รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑
ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ ปการศึกษา ๒๕๖๔
ผสู อน นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม ครูพเี่ ลย้ี ง นางสาวพชั ราภรณ สมขาว
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราว
ในรปู แบบตาง ๆ เขยี นรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควา อยางมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางมีคุณคา
และนำมาประยุกตใชในชีวิตจริง
ตัวชวี้ ัด
ท ๒.๑ ม.๒/๗ เขียนวิเคราะห วิจารณ และแสดงความรู ความคิดเห็น หรือโตแยง ในเรื่องที่อาน
อยางมีเหตผุ ล
ท ๕.๑ ม.๒/๓ อธบิ ายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อา น
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ศิลปะการประพันธ คือ การใชถอยคำทำใหผูอานเกิดจินตภาพ และอารมณสรางบรรยากาศ
ใหกลมกลืนกับเนื้อเรื่องทำใหผูอานเกิดอารมณรวมไดเปนอยางดีโดยใชกลวิธีการประพันธเบื้องตน อันไดแก
การเลนเสียง การเลนคำ และการใชภาพพจน ซึ่งนับวาเปนคุณคาทางดานวรรณศิลปท่ีผูประพันธไดเรียงรอ ย
ออกมาอยา งเสนาะหู ควรคา แกการฟงและการอนรุ กั ษ
จุดประสงคก ารเรียนรู
ความรู (K)
นกั เรียนแยกประเภทของศิลปะคำประพนั ธไดอ ยางถูกตอ ง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนเกดิ ทักษะการคดิ และกระบวนการแสวงหาขอมลู
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา นิยม (A)
นกั เรยี นเห็นคณุ คา และซาบซึ้งในวรรณคดีไทย
25
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. ใฝเรียนรู
๒. มุงมัน่ ในการทำงาน
๓. รักความเปน ไทย
สมรรถนะสำคัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
สาระการเรยี นรู
กลวิธกี ารประพนั ธใ นวรรณคดไี ทย
ภาระงาน/ชน้ิ งานที่แสดงผลการเรยี นรู
- กิจกรรม ภาพพจนกำหนดสถานะ
กจิ กรรมการเรียนรู
ข้ันนำ
- ครูผูส อนระบุคำสำคญั (Keyword) เกี่ยวกบั เน้ือหาทจี่ ะเรียน คอื การเลน เสยี ง การเลนคำ และการใช
ภาพพจน และใหนกั เรยี นหาความหมายของคำจากการบรรยาย เพอื่ นำไปตอบคำถามทายคาบเรียน
ขัน้ สอน
- นกั เรยี นนำหนงั สอื เรียนวชิ าภาษาไทย วรรณคดีวจิ กั ษ ม.๒ ข้ึนมาเปดหนา ท่ี ๒
- นักเรียนฟงบรรยายความรูเร่ือง กลวธิ กี ารประพันธใ นวรรณคดไี ทย
ขน้ั สรปุ
- ครผู ูสอนสมุ นักเรียนอธบิ ายคำสำคญั ท่ีกำหนดไวใ นตนคาบเรียน
- ครูผสู อนมอบหมายการบา นและอธบิ ายกจิ กรรม ภาพพจนก ำหนดสถานะ
- ครผู สู อนใหนักเรยี นซักถามขอ สงสัยเพิ่มเตมิ
สอ่ื การเรียนรูและแหลงเรยี นรู
๑. หนังสือเรยี นวชิ าภาษาไทย วรรณคดวี ิจักษ ม.๒
๒. โปรแกรมนำเสนอภาพน่งิ เร่ือง กลวิธกี ารประพนั ธใ นวรรณคดีไทย
26
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
ประเด็นการพจิ ารณา วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑก ารประเมิน
ความรู (K) ๙-๑๐ ดีมาก
นักเรียนสามารถแยกประเภท การรว มกจิ กรรมใน แบบสงั เกตพฤติกรรม ๗-๘ ดี
ของศลิ ปะคำประพันธไ ดอยาง ชน้ั เรียน รายบคุ คล ๕-๖ พอใช
๐-๔ ควรปรบั ปรุง
ถกู ตอง ๙-๑๐ ดีมาก
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๗-๘ ดี
นกั เรียนเกิดทักษะการคดิ และ ประเมินผลงานนักเรยี น แบบประเมินผลงาน ๕-๖ พอใช
กระบวนการแสวงหาขอมูล จากกิจกรรมเรื่อง ๐-๔ ควรปรบั ปรงุ
ภาพพจนก ำหนด
สถานะ ๙-๑๐ ดีมาก
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ๗-๘ ดี
คานิยม (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ๕-๖ พอใช
นักเรยี นเห็นคณุ คาและซาบซ้ึง รายบุคคล รายบุคคล ๐-๔ ควรปรับปรุง
ในวรรณคดไี ทย
27
เกณฑก ารประเมิน เรอื่ ง ภาพพจนกำหนดสถานะ
ประเดน็ การประเมนิ เกณฑการใหค ะแนน
๑. ความถูกตอ งของ (๓) ดีมาก (๒) ดี (๑) พอใช (๐) ปรับปรงุ
เนอ้ื หา
เนอ้ื หาเปน ไปตามที่ เนื้อหาเปนไปตาม เน้อื หาเปน ไปตาม เนื้อหาไมเปน ไป
กำหนด รายละเอยี ด ท่กี ำหนด ทีก่ ำหนด ตามที่กำหนด
ครอบคลุมทกุ สวน รายละเอยี ด รายละเอยี ด รายละเอยี ด
ครอบคลุม ครอบคลุมบางสว น ไมครอบคลมุ
๒. ภาษาท่ีใช ไมม ีการสะกดคำผดิ การสะกดคำผดิ การสะกดคำผดิ การสะกดคำผิด
๓. ความตรงตอ เวลา ไมเกนิ ๒ แหง
สงงานภายในเวลาที่ ๓ แหง ๔ แหงขน้ึ ไป
กำหนด สงงานลาชา กวา
กำหนด ๑ วัน สงงานลา ชากวา สง งานลาชา กวา
กำหนด ๒ วัน กำหนดเกนิ
๓ วันข้นึ ไป
๔. ความคดิ สรางสรรค แสดงออกถึง ไมแ สดงแนวคิดใหม
ในการนำเสนอขอ มลู
ความคดิ สรางสรรค
แปลกใหม
เกณฑก ารประเมินผล
คะแนน ผลการประเมนิ
๙ - ๑๐ ดมี าก
๗ - ๘ ดี
๕ - ๖ พอใช
๐ - ๔ ควรปรับปรุง
(*เกณฑผา นการประเมินผล ตอ งไดผลการประเมนิ ระดับพอใชขึ้นไป)
28
เกณฑก ารประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
เกณฑก ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช (๑)
๑. ความตงั้ ใจ ตั้งใจและมสี มาธิใน ตัง้ ใจเรียนดี อาจมี ตง้ั ใจเรยี น แต ไมต ง้ั ใจเรียน
ในการเรยี น การเรยี นตลอดเวลา บางครัง้ ท่ีสนใจสงิ่ อ่นื บอ ยครัง้ ท่สี นใจสิ่งอื่น
มีการถามตอบกบั ที่ไมเอือ้ ประโยชนตอ ท่ไี มเออ้ื ประโยชนต อ
ครูผูสอน การเรียน มกี ารถาม การเรยี น ไมมกี ารถาม
ตอบกบั ครูผูส อนบาง ตอบกบั ครผู สู อน
๒. การตอบคำถาม ใหความรวมมือ แสดง ใหค วามรว มมือ แสดง ใหความรวมมือ แสดง ไมแสดงความสนใจ
ในชน้ั เรยี น ความสนใจ มกี ารถาม ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มีการถาม ไมม ีการถามตอบหรือ
ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรอื แลกเปล่ียน แลกเปลี่ยนความคิด
ความคิดภายในชนั้ ความคดิ ภายในชน้ั ความคดิ ภายในช้นั ภายในช้นั เรียน
เรยี นอยางสม่ำเสมอ เรยี นอยางบอยคร้ัง เรยี นบาง
๓. การใหความ ใหความรวมมือในการ ใหความรวมมือในการ ใหความรว มมือในการ ไมใ หค วามรวมมือใน
รวมมือในการทำ ทำกิจกรรมอยา งดีทุก ทำกิจกรรมแตขาด ทำกจิ กรรมแตข าด การทำกิจกรรมเลย
กจิ กรรม คร้ังดว ยความเต็มใจ ความกระตอื รือรน เตม็ ใจ ตองมกี ารย้ำ
และมีความ เตอื นมากกวา ๓ ครั้ง
กระตือรือรน
๔. การเขา ชัน้ เรยี น เขา ชั้นเรียน ไมเ ขา ชัน้ เรียน
เกณฑการประเมนิ ผล
คะแนน ผลการประเมิน
๙ - ๑๐ ดีมาก
๗ - ๘ ดี
๕ - ๖ พอใช
๐ - ๔ ควรปรับปรุง
(*เกณฑผ า นการประเมนิ ผล ตองไดผลการประเมนิ ระดับพอใชข ึน้ ไป)
ลงชอ่ื ..................................................ผสู อน ลงชอื่ ......................................................ผูส อน
(นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม) (นางสาวพชั ราภรณ สมขาว)
นักศกึ ษาฝกประสบการณวิชาชพี ครูพเ่ี ล้ยี ง
29
บันทกึ หลังสอน
๑. ผลการสอน
๒. ปญหาและอุปสรรค
๓. ขอ เสนอแนะ
ลงชอื่ ...................................................ผสู อน
()
30
ความเห็นของผูนเิ ทศ/ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา........................................รหสั .........................
ความเหน็ และขอเสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย
ลงช่อื ................................................................
()
..........................................................
........../...................../..................
31
กิจกรรม ภาพพจนกำหนดสถานะ
คำชีแ้ จง : ใหน ักเรยี นตัง้ สถานะผานทางเฟซบุก Facebook โดยใชวรรณศลิ ปป ระเภทตาง ๆ ทไ่ี ดเ รียนมาจาก
บทเรียนเรื่อง กลวิธีการประพันธในวรรณคดีไทย จากนั้นโพสตผานทางเฟซบุกกลุม ม.2 ภาษาไทยป 2564
และใสเครื่องหมายสี่เหลี่ยม (Hashtag) ตามดวย วรรณศิลปinfacebook และ ประเภทวรรณศิลป_ชนิดของ
วรรณศิลป
ยกตัวอยาง
ความรกั ของเรากเ็ ปรียบดั่งไฟเซอร อยากจะพบเจอ แตเ ธอบอกใหรอ
#วรรณศลิ ปi nfacebook #การใชภาพพจน_ อุปมา
32
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๓
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑ ชื่อ ศลิ ปะการประพันธใ นวรรณคดีไทย
เรือ่ ง คณุ คา ของวรรณคดี เวลาสอน ๕๐ นาที
กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย วชิ า ภาษาไทยพืน้ ฐาน รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ผสู อน นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม ครพู ่เี ล้ียง นางสาวพัชราภรณ สมขาว
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางมีคุณคา
และนำมาประยุกตใชในชวี ติ จริง
ตวั ชวี้ ดั
ท ๕.๑ ม.๒/๒ วิเคราะหและวิจารณวรรณคดวี รรณกรรม และวรรณกรรมทองถิน่ ท่ีอาน พรอมยกเหตุผล
ประกอบ
ท ๕.๑ ม.๒/๓ อธบิ ายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอาน
ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรแู ละขอคิดจากการอา น ไปประยกุ ตใชใ นชวี ติ จริง
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
หนังสือที่ไดรับการยกยองเปนวรรณคดีนั้นตองเปนหนังสือที่ดี คือ มีศิลปะในการนำเสนอเรื่อง
มีความงามของการใชถอยคำหรือที่เรียกวาสุนทรียภาพ ทำใหผูอานไดรับความสนุกสนานเพลิดเพลิน
จรรโลงจิตใจ สามารถยกระดับจิตใจ ไมชักนำใหประพฤติเสื่อมลง มีคุณคาทั้งดานเนื้อหา ดานวรรณศิลป
ดา นสงั คม และขอ คดิ ที่สามารถนำไปประยุกตใ ชในชีวิตประจำวันได
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
ความรู (K)
นักเรยี นอธิบายคณุ คาและขอคิดจากเร่ืองท่ีอา น และสรปุ เกี่ยวกบั ศิลปะการประพนั ธใ นวรรณคดไี ทย
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรยี นเกิดทกั ษะการสอ่ื สารและกระบวนการคดิ
คณุ ธรรม จริยธรรมและคานิยม (A)
นกั เรยี นเหน็ คณุ คา และซาบซึ้งในวรรณคดีไทย
33
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. ใฝเรียนรู
๒. มงุ มน่ั ในการทำงาน
๓. รกั ความเปนไทย
สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
สาระการเรียนรู
คณุ คา ของวรรณคดี
ภาระงาน/ชนิ้ งานที่แสดงผลการเรียนรู
- แบบทดสอบหลงั เรียนเรื่อง ศลิ ปะการประพันธในวรรณคดไี ทย
กจิ กรรมการเรียนรู
ข้นั นำ
- ครผู ูสอนซกั ถามเก่ียวกบั กิจกรรม ภาพพจนก ำหนดสถานะ ทีน่ ักเรยี นไดร ับมอบหมาย
- สมุ ผลงานของนักเรียน ๕ คน มานำเสนอในชัน้ เรยี น แลวใหเ พื่อนในชน้ั เรยี นวเิ คราะหความถกู ตอง
และวิจารณผ ลงาน
ขน้ั สอน
- นักเรียนฟงบรรยายความรูเรื่อง คณุ คา ของวรรณคดี
ขนั้ สรุป
- ครูผูสอนใหน กั เรียนซกั ถามขอสงสัยเพิ่มเติม
- นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี นเร่ือง ศิลปะการประพันธใ นวรรณคดีไทย ในรูปแบบออนไลน
ผา นชองทาง Google Form
สื่อการเรียนรแู ละแหลง เรียนรู
๑. ส่ือออนไลนจากกจิ กรรม ภาพพจนกำหนดสถานะ
๒. โปรแกรมนำเสนอภาพนิ่ง เรื่อง คุณคา ของวรรณคดี
๓. แบบทดสอบหลังเรียนเร่ือง ศิลปะการประพันธในวรรณคดไี ทย
34
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
ประเด็นการพจิ ารณา วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑก ารประเมิน
ความรู (K)
นักเรยี นอธบิ ายคุณคาและ ทดสอบหลังเรยี น แบบประเมนิ ผล คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
การทดสอบกอนเรยี น/ ๖ คะแนนขึ้นไป
ขอ คิดจากเรื่องที่อา น และสรุป หลงั เรยี นเรือ่ ง ศลิ ปะการ จึงผา นเกณฑ
เก่ยี วกับศลิ ปะการประพันธใน ประพันธในวรรณคดีไทย
วรรณคดไี ทย
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนเกดิ ทักษะการสอ่ื สาร การรวมกิจกรรมใน แบบสังเกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดีมาก
ชัน้ เรียน รายบุคคล ๗-๘ ดี
และกระบวนการคิด แบบสงั เกตพฤติกรรม ๕-๖ พอใช
รายบคุ คล ๐-๔ ควรปรับปรุง
คุณธรรม จริยธรรมและ การสงั เกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดมี าก
คานยิ ม (A) รายบุคคล ๗-๘ ดี
นกั เรยี นเห็นคณุ คาและซาบซึ้ง ๕-๖ พอใช
ในวรรณคดีไทย ๐-๔ ควรปรบั ปรุง
35
แบบประเมินผลการทดสอบกอนเรียน/หลังเรยี น
วชิ า ภาษาไทยพนื้ ฐาน รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑
หนวยการเรยี นรูท ี่ ๑ ศลิ ปะการประพันธใ นวรรณคดไี ทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ ๒
ชื่อ.....................................................................................................ชั้น ม.๒/............... เลขท.่ี ...............
ขอ เฉลย กอ นเรียน หลงั เรยี น หมายเหตุ
ถกู ผดิ ถูก ผดิ
ขอท่ี ๑ ตอบ ง เกณฑการใหคะแนน
ขอ ที่ ๒ ตอบ ค คะแนน ๙-๑๐ หมายถึง ดมี าก
ขอท่ี ๓ ตอบ ค คะแนน ๗-๘ หมายถงึ ดี
ขอที่ ๔ ตอบ ง คะแนน ๕-๖ หมายถึง พอใช
ขอ ท่ี ๕ ตอบ ข คะแนน ๐-๔ หมายถึง ปรบั ปรุง
ขอ ที่ ๖ ตอบ ง เกณฑการผาน
ขอ ท่ี ๗ ตอบ ก - ระดับคะแนนพอใชจ ึงผา นเกณฑ
ขอ ที่ ๘ ตอบ ค บนั ทกึ ผลการใชแ บบทดสอบ
ขอ ท่ี ๙ ตอบ ง .......................................................................
ขอท่ี ๑๐ ตอบ ก .......................................................................
.......................................................................
รวมคะแนน
36
เกณฑก ารประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
เกณฑก ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช (๑)
๑. ความตงั้ ใจ ตั้งใจและมสี มาธิใน ตัง้ ใจเรียนดี อาจมี ตง้ั ใจเรยี น แต ไมต ง้ั ใจเรียน
ในการเรยี น การเรยี นตลอดเวลา บางครัง้ ท่ีสนใจสงิ่ อ่นื บอ ยครัง้ ท่สี นใจสิ่งอื่น
มีการถามตอบกบั ที่ไมเอือ้ ประโยชนตอ ท่ไี มเออ้ื ประโยชนต อ
ครูผูสอน การเรียน มกี ารถาม การเรยี น ไมมกี ารถาม
ตอบกบั ครูผูส อนบาง ตอบกบั ครผู สู อน
๒. การตอบคำถาม ใหความรวมมือ แสดง ใหค วามรว มมือ แสดง ใหความรวมมือ แสดง ไมแสดงความสนใจ
ในชน้ั เรยี น ความสนใจ มกี ารถาม ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มีการถาม ไมม ีการถามตอบหรือ
ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรอื แลกเปล่ียน แลกเปลี่ยนความคิด
ความคิดภายในชนั้ ความคดิ ภายในชน้ั ความคดิ ภายในช้นั ภายในช้นั เรียน
เรยี นอยางสม่ำเสมอ เรยี นอยางบอยคร้ัง เรยี นบาง
๓. การใหความ ใหความรวมมือในการ ใหความรวมมือในการ ใหความรว มมือในการ ไมใ หค วามรวมมือใน
รวมมือในการทำ ทำกิจกรรมอยา งดีทุก ทำกิจกรรมแตขาด ทำกจิ กรรมแตข าด การทำกิจกรรมเลย
กจิ กรรม คร้ังดว ยความเต็มใจ ความกระตอื รือรน เตม็ ใจ ตองมกี ารย้ำ
และมีความ เตอื นมากกวา ๓ ครั้ง
กระตือรือรน
๔. การเขา ชัน้ เรยี น เขา ชั้นเรียน ไมเ ขา ชัน้ เรียน
เกณฑการประเมนิ ผล
คะแนน ผลการประเมิน
๙ - ๑๐ ดีมาก
๗ - ๘ ดี
๕ - ๖ พอใช
๐ - ๔ ควรปรับปรุง
(*เกณฑผ า นการประเมนิ ผล ตองไดผลการประเมนิ ระดับพอใชข ึน้ ไป)
ลงชอ่ื ..................................................ผสู อน ลงชอื่ ......................................................ผูส อน
(นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม) (นางสาวพชั ราภรณ สมขาว)
นักศกึ ษาฝกประสบการณวิชาชพี ครูพเ่ี ล้ยี ง
37
บันทกึ หลังสอน
๑. ผลการสอน
๒. ปญหาและอุปสรรค
๓. ขอ เสนอแนะ
ลงชอื่ ...................................................ผสู อน
()
38
ความเห็นของผูนเิ ทศ/ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา........................................รหสั .........................
ความเหน็ และขอเสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย
ลงช่อื ................................................................
()
..........................................................
........../...................../..................
39
สอื่ ออนไลนจ ากกิจกรรม ภาพพจนก ำหนดสถานะ
40
แบบทดสอบหลงั เรยี นเรอ่ื ง ศลิ ปะการประพันธใ นวรรณคดไี ทย
https://forms.gle/DjXWKjeFGZbKJNJ47
คำชี้แจง ๑. ใหนักเรยี นกรอกช่อื -นามสกลุ เลขท่ี ชั้นเรยี น ใหถูกตองกอนเริ่มทำขอสอบ
๒. แบบทดสอบน้ีเปนแบบปรนัยชนดิ เลอื กตอบ ๔ ตัวเลอื ก คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
จำนวน ๑๐ ขอ ใชเวลาในการทำ ๑๕ นาที
๓. เม่อื กดสงขอสอบแลวจะไมสามารถแกไ ขคำตอบไดอ ีก
๑. ขอ ใดกลาวไมถ กู ตอ งเกย่ี วกับวรรณคดไี ทย
ก. วรรณคดีโบราณของไทยมีจุดมุงหมายหลกั เพ่ือการอา นฟงเสยี งและการขบั ลำนำประกอบการแสดง
มหรสพ
ข. วรรณคดี วรรณกรรมที่ไดร ับยกยองวา มีคุณคาเชงิ วรรณศิลป
ค. วรรณคดี คือ บทประพนั ธท่มี ุงใหความเพลดิ เพลนิ ใหเกิดความรูสึกนกึ คดิ และอารมณตาง ๆ
ตามผูเขยี น
ง. วรรณคดี คือ งานเขียนทัว่ ไปทงั้ หมดทุกประเภท ทกุ รูปแบบที่สอ่ื ความหมายใหผ อู านเขา ใจได
๒. การเลนเสยี งในขอ ใดตางจากขออืน่
ก. นกนอยนอนแนบน้ำ ในนา
ข. เมื่อมัง่ มมี ากมายมิตรหมายมอง
ค. เสยี งซอออออออ เอื่อยเพลง
ง. ลางลิงลงิ ลอดไม ลางลิง
๓. ขอ ใดเปน การเลน เสยี งพยญั ชนะ
ก. ถงึ บางพูดพดู ดีเปน ศรีศักด์ิ
ข. อันทจ่ี รงิ หญิงชายยอมหมายรัก
ค. ครวญเครงครำ่ ครั้งคอนคืนเวลา
ง. เทพนมปฐมพรหมสี่หนา
41
๔. "เหน็ รอหกั เหมือนหน่งึ รกั พี่รอรา แตร อทารั่งทุกขมาตามทาง" จากบทประพนั ธข างตน เปนกลวธิ ีการ
ประพันธชนิดใด
ก. การเลนเสียงสระ
ข. การเลนเสียงวรรณยกุ ต
ค. การเลนคำซ้ำ
ง. การเลนคำพอง
๕. “คนเห็นคนเปน คนน่นั แหละคน คนเห็นคนใชค นใชค นไม เกดิ เปน คนตองเปนคนทกุ คนไป จนหรือมีผดู ี
ไพรไมพน คน" จากบทประพันธขางตนมีลักษณะเดนตามขอใด
ก. การเลน เสียงพยัญชนะ
ข. การเลนคำซำ้
ค. การเลน คำพอง
ง. การเลน คำเชงิ ถาม
๖. "แววกลองยำ่ ค่ำ เสียงดังต้มั ต้มั ตุมตุม ควันไฟที่ลอยเปน กลมุ นั้นแหละเขาสุมกองไฟไลยุง" เปนการใช
ภาพพจนใ นลกั ษณะใด
ก. การใชอปุ มา
ข. การใชอ ปุ ลักษณ
ค. การใชบคุ คลวัต
ง. การใชสัทพจน
๗. "เรียบรอยราวกับผาพับไว" เปนการใชภาพพจนในลักษณะใด
ก. การใชอ ุปมา
ข. การใชอ ุปลกั ษณ
ค. การใชบ ุคคลวัต
ง. การใชส ัทพจน
๘. "ดอกเอย เจา ดอกพยอม ถา วา คนเขาขอหอมแลวจะทำยงั ไง จะหลบไหม จะหลีกไหม จะเลี่ยงไหม ถา
เลยี่ งไมไดแ ลว เจาจะทำยังไงด"ี เปน การใชภ าพพจนในลกั ษณะใด
ก. การใชอ ุปมา
ข. การใชอุปลกั ษณ
ค. การใชบ ุคคลวตั
ง. การใชสัทพจน
42
๙. ขอใดไมใ ชการแสดงภาพพจนดว ยวิธอี ปุ ลักษณ
ก. แมเ นอ้ื เยน็ เปน หวงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสด์เิ ปนมัจฉา
ข. แมเปน บวั ตัวพเ่ี ปน ภมุ รา เชยผกาโกสุมประทุมทอง
ค. เจาเปน ถ้ำอำไพขอใหพ ี่ เปนราชสีหสิงสูเ ปน คสู อง
ง. จะตดิ ตามทรามสงวนนวลละออง เปน คูครองพศิ วาสทุกชาตไิ ป
๑๐. ขอ ใดไมใ ชคุณคาของวรรณคดไี ทย
ก. คณุ คา ดานสติปญญา
ข. คุณคา ดานเนื้อหา
ค. คุณคา ดานวรรณศิลป
ง. คณุ คา ดานสังคม
เฉลย
ขอ ที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐
ตอบ ง ค ค ง ข ง ก ค ง ก