The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ จัดทำโดย นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม เลขที่ 10 หมู่เรียน D7 รหัสนักศึกษา 6281124035

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by THNPRPM, 2022-05-16 03:37:05

แผนการจัดการเรียนรู้ (นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม เลขที่ 10 หมู่เรียน D7 รหัสนักศึกษา 6281124035)

แผนการจัดการเรียนรู้ จัดทำโดย นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม เลขที่ 10 หมู่เรียน D7 รหัสนักศึกษา 6281124035

43

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๔

หนวยการเรยี นรูท่ี ๓ ชอื่ ศลิ าจารึกหลักที่ ๑ เวลาสอน ๕๐ นาที

เรือ่ ง การอา นศลิ าจารึกหลักที่ ๑ วชิ า ภาษาไทยพ้นื ฐาน รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย
ภาคเรียนท่ี ๑ ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒
ผสู อน นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม ครพู ่ีเลย้ี ง นางสาวพัชราภรณ สมขาว

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาใน

การดำเนนิ ชีวติ และมีนสิ ยั รกั การอาน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางมีคุณคา

และนำมาประยุกตใชในชวี ิตจริง
ตัวชีว้ ัด

ท ๑.๑ ม.๒/๑ อานออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถ ูกตอง
ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความสำคญั สรุปความ และอธบิ ายรายละเอยี ดจากเรื่องที่อา น
ท ๑.๑ ม.๒/๘ มีมารยาทในการอาน
ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเนอ้ื หาวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อา นในระดับทยี่ ากขน้ึ
สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ศิลาจารกึ เปนหลักฐานทางประวัติศาสตรท ่ีบันทึกเหตุการณ สภาพบานเมือง และสงั คมใหชนรุนหลังได

รับรู ศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงที่นำมาใหนักเรียนศึกษานี้เปนเนื้อความดานที่ ๑ ตอนที่ ๑ บรรทัดที่ ๑-๑๘

นักเรียนจะไดเรียนรูถึงสภาพบานเมือง การปกครอง วัฒนธรรม ความกลาหาญ และพระจริยาวัตรของ

พระมหากษัตรยิ ในสมยั สุโขทยั จากศลิ าจารึกน้ี

จดุ ประสงคการเรยี นรู

ความรู (K)

นักเรียนอานออกเสียงเนื้อความในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ไดถูกตอง และสรุปใจความสำคัญ วิเคราะห
และแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั เรอี่ งทอ่ี านได

ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนเกดิ ทักษะการอา นออกเสียง กระบวนการคิด และทกั ษะการอานสรปุ ความ

44

คณุ ธรรม จริยธรรมและคา นิยม (A)
นักเรียนเห็นคุณคา ของภูมปิ ญญาทางภาษาและมีมารยาทในการอาน
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักชาติ ศาสน กษัตริย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. รกั ความเปนไทย
สมรรถนะสำคัญของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
สาระการเรยี นรู
๑. นำเรื่อง
๒. ศิลาจารกึ หลกั ที่ ๑
ภาระงาน/ชิ้นงานท่แี สดงผลการเรยี นรู
- แบบทดสอบกอนเรียนเรื่อง ศลิ าจารึกหลกั ที่ ๑
กิจกรรมการเรียนรู
ข้นั นำ
- นกั เรียนทำแบบทดสอบกอนเรยี น
- ครผู สู อนนำแผนภมู ติ ัวอักษรไทย ก-ฮ มาใหนักเรยี นดู แลว รว มสนทนาถงึ ความสำคัญของตัวอักษรไทย
- ครผู สู อนสนทนาโยงเขาเรอื่ ง พอขุนรามคำแหงมหาราชผูประดิษฐอ ักษรไทย
ขั้นสอน
- นักเรยี นอานในใจนำเรื่อง ศิลาจารึกหลักท่ี ๑ ในหนงั สือเรยี นวชิ าภาษาไทย วรรณคดีวิจกั ษ ม.๒
หนา ๔๕-๔๗
- ครูผสู อนสุมถามนกั เรียนเพ่ือทดสอบความรคู วามเขาใจตามแนวคำถามตอไปน้ี

๑) ศลิ าจารึกหลกั ท่ี ๑ ตอนที่ ๑ กลาวถึงเรอื่ งใด
๒) เพราะเหตุใดจงึ กลา ววา เนื้อความในศิลาจารึกตอนที่ ๒ และ ๓ ไมไดจ ารกึ ดว ย

พอ ขนุ รามคำแหงมหาราช
๓) ศลิ าจารึกพอขุนรามคำแหงมีความสำคัญอยา งไร
ขั้นสรุป
- ครูผสู อนสรปุ ท่ีมาและความสำคัญของศิลาจารึกหลักที่ ๑ ใหนักเรยี นฟง
- ครูผูสอนใหน กั เรยี นซกั ถามขอสงสยั เพิ่มเตมิ
ส่ือการเรียนรูและแหลง เรียนรู
๑. แบบทดสอบกอนเรียนเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ ๑
๒. หนงั สอื เรียนวชิ าภาษาไทย วรรณคดวี ิจักษ ม.๒
๓. โปรแกรมนำเสนอภาพนง่ิ เรอื่ ง ศลิ าจารกึ หลักท่ี ๑

45

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

ประเดน็ การพิจารณา วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑก ารประเมิน
ความรู (K) แบบสังเกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดีมาก
นักเรยี นอา นออกเสยี ง การรว มกจิ กรรมใน รายบคุ คล ๗-๘ ดี
เนือ้ ความในศลิ าจารึกหลักท่ี ๑ ชน้ั เรียน ๕-๖ พอใช
ไดถูกตอง และสรปุ ใจความ แบบสังเกตพฤติกรรม ๐-๔ ควรปรบั ปรุง
สำคัญ วิเคราะห รายบุคคล ๙-๑๐ ดมี าก
และแสดงความคดิ เห็น แบบสังเกตพฤติกรรม ๗-๘ ดี
เกยี่ วกบั เร่ีองที่อานได รายบคุ คล ๕-๖ พอใช
ทักษะ/กระบวนการ (P) ๐-๔ ควรปรบั ปรงุ
นกั เรียนเกิดทักษะการอาน การรวมกิจกรรมใน ๙-๑๐ ดมี าก
ออกเสยี ง กระบวนการคิด ชนั้ เรยี น ๗-๘ ดี
และทักษะการอา นสรุปความ ๕-๖ พอใช
คุณธรรม จริยธรรมและ ๐-๔ ควรปรับปรุง
คา นยิ ม (A) การสังเกตพฤติกรรม
นกั เรยี นเหน็ คุณคาของ รายบคุ คล
ภมู ปิ ญญาทางภาษา

46

เกณฑก ารประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

เกณฑก ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช (๑)

๑. ความตงั้ ใจ ตั้งใจและมสี มาธิใน ตัง้ ใจเรียนดี อาจมี ตง้ั ใจเรยี น แต ไมต ง้ั ใจเรียน

ในการเรยี น การเรยี นตลอดเวลา บางครัง้ ท่ีสนใจสงิ่ อ่นื บอ ยครง้ั ท่สี นใจสิ่งอื่น

มีการถามตอบกบั ที่ไมเอือ้ ประโยชนตอ ท่ไี มเ ออ้ื ประโยชนต อ

ครูผูสอน การเรียน มกี ารถาม การเรยี น ไมมกี ารถาม

ตอบกบั ครูผูส อนบาง ตอบกับครผู สู อน

๒. การตอบคำถาม ใหความรวมมือ แสดง ใหค วามรว มมือ แสดง ใหความรวมมือ แสดง ไมแสดงความสนใจ

ในชน้ั เรยี น ความสนใจ มกี ารถาม ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มีการถาม ไมม ีการถามตอบหรือ

ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรอื แลกเปล่ียน แลกเปลี่ยนความคิด

ความคิดภายในชนั้ ความคดิ ภายในชน้ั ความคดิ ภายในช้นั ภายในช้นั เรียน

เรยี นอยางสม่ำเสมอ เรยี นอยางบอยคร้ัง เรยี นบาง

๓. การใหความ ใหความรวมมือในการ ใหความรวมมือในการ ใหความรว มมือในการ ไมใ หค วามรวมมือใน

รวมมือในการทำ ทำกิจกรรมอยา งดีทุก ทำกิจกรรมแตขาด ทำกิจกรรมแตข าด การทำกิจกรรมเลย

กจิ กรรม คร้ังดว ยความเต็มใจ ความกระตอื รือรน เตม็ ใจ ตอ งมกี ารย้ำ

และมีความ เตอื นมากกวา ๓ ครั้ง

กระตือรือรน

๔. การเขา ชัน้ เรยี น เขา ช้นั เรียน ไมเ ขา ชัน้ เรียน

เกณฑการประเมนิ ผล

คะแนน ผลการประเมิน

๙ - ๑๐ ดีมาก

๗ - ๘ ดี

๕ - ๖ พอใช

๐ - ๔ ควรปรับปรุง

(*เกณฑผ า นการประเมนิ ผล ตองไดผลการประเมนิ ระดับพอใชข ึน้ ไป)

ลงชอ่ื ..................................................ผสู อน ลงชอื่ ......................................................ผูส อน
(นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม) (นางสาวพชั ราภรณ สมขาว)
นักศกึ ษาฝกประสบการณวิชาชพี ครูพเ่ี ล้ยี ง

47

บันทกึ หลังสอน
๑. ผลการสอน

๒. ปญหาและอุปสรรค

๓. ขอ เสนอแนะ

ลงชอื่ ...................................................ผสู อน
()

48

ความเห็นของผูนเิ ทศ/ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา........................................รหสั .........................
ความเหน็ และขอเสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย

ลงช่อื ................................................................

()
..........................................................

........../...................../..................

49

แบบทดสอบกอ นเรยี นเรื่อง ศิลาจารึกหลักท่ี ๑

https://forms.gle/Sg1JbfkdZUvmWgXy8

คำชแ้ี จง ๑. ใหน กั เรยี นกรอกช่ือ-นามสกุล เลขที่ ชน้ั เรยี น ใหถกู ตองกอนเริ่มทำขอสอบ
๒. แบบทดสอบนเี้ ปน แบบปรนัยชนดิ เลอื กตอบ ๔ ตวั เลอื ก คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน
จำนวน ๒๐ ขอ ใชเวลาในการทำ ๒๐ นาที
๓. เมอ่ื กดสง ขอสอบแลวจะไมส ามารถแกไขคำตอบไดอีก

๑. ผพู บศิลาจารกึ พอขนุ รามคำแหงคอื ใคร
ก. พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลาเจา อยูหัว
ข. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยูหัว
ค. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจาอยูหัว
ง. พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลาเจาอยหู วั

๒. หลกั ศิลาจารกึ ท่ี ๑ ดา นท่ี ๑ กลา วถึงเร่อื งใดเปนสำคัญ
ก. การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ข. การทำสงครามเพอื่ ขยายอาณาเขต
ค. สภาพบา นเมืองและชีวิตความเปนอยขู องคนในสมยั สโุ ขทัย
ง. พระราชกรณยี กจิ ของพอขนุ รามคำแหงมหาราช

๓. ศิลาจารึกหลกั ท่ี ๑ ประดิษฐข ึน้ เมื่อปใด
ก. พ.ศ.๑๖๒๘
ข. พ.ศ.๑๗๕๖
ค. พ.ศ.๑๘๒๖
ง. พ.ศ.๑๙๓๐

50

๔. พระบิดาของพอขนุ รามคำแหงมหาราชคือใคร
ก. พระยาศรจี นั ทราธิบดี
ข. พอขนุ ศรอี ินทราทิตย
ค. พอ ขุนศรีนาวนำถม
ง. พอขนุ บานเมือง

๕. ตวั อักษรที่พอขุนรามคำแหงมหาราชประดิษฐขึน้ มที ี่มาจากตัวอักษรใด
ก. ตวั อักษรขอมหวัด
ข. ตวั อักษรมอญโบราณ
ค. ตวั อกั ษรไทย
ง. ตัวอกั ษรไทยนอย

๖. ลักษณะการเขยี นในศลิ าจารึกหลกั ท่ี ๑ ขอใดกลา วไมถกู ตอ ง
ก. ตวั อกั ษรเขยี นจากขวาไปซาย
ข. พยัญชนะและสระเขียนอยูบนบรรทดั เดียวกนั
ค. สระเอยี ใช รูป ย เมือ่ มตี ัวสะกด
ง. ตัวสะกดเขยี นซอนกนั เมื่ออยูก บั สระอะ

๗. ขอ ใดไมใชล ักษณะเดนดานลกั ษณะคำประพนั ธใ นศลิ าจารึกหลกั ท่ี ๑
ก. เปน รอยแกวมีสมั ผัสเปนบางตอน
ข. ใชประโยคสน้ั ๆ และชัดเจน
ค. มกี ารซ้ำคำและเนน ย้ำความ
ง. ใชคำภาษาบาลแี ละสันสฤตเปนสวนมาก

๘. ขอใดอธิบายความในศลิ าจารึกตอ ไปนี้ไมถ ูกตอง
“พอกชู ื่อศรอี ินทราทติ ย แมกชู อื่ นางเสือง พ่ีกชู ่ือบานเมือง ตูมพี น่ี อ งทองเดยี วกนั หา คน

ผชู ายสาม ผหู ญงิ โสง พเี่ ผื่อผอู ายตาจากเผือเตรียมแตยงั เล็ก”
ก. พอขนุ รามคำแหงมีพ่นี อ งทอ งเดียวกนั ๕ คน
ข. มารดาของพอขนุ รามคำแหงมพี ระนามวา นางเสือง
ค. บิดาของพอขุนรามคำแหงมพี ระนามวาพอขนุ ศรีอนิ ทราทติ ย
ง. พอ ขุนรามคำแหงเปนบตุ รคนท่ี ๒ สว นพอขุนบานเมืองเปนคนโต

51

๙. ขอใดแสดงถึงวถิ ีชีวติ ของประชาชนในสมัยสโุ ขทัย ไดชดั เจนทีส่ ดุ
ก. คนในเมืองสุโขไทยน้ีมกั ทาน มักทรงศลี มักโอยทาน
ข. กลางเมืองสโุ ขทยั นี้มนี ำ้ ตระพังโพยสี ใสกนิ ด.ี .. ดัง่ กนิ นำ้ โขงเม่อื แลง
ค. คนใดข่ชี างมาหาพาเมืองมาสูชอ ยเหนอื เฟอกู มนั บม ีชา งบมมี า บมปี ว บมีนาง บมเี งือนบมีทอง

ใหแ กม ัน
ง. เพอื่ นจูงวัวไปคา ขมี่ า ไปขาย ใครจกั ใครคาชางคา ใครจกั ใครค า มาคา ใครจกั ใครค าเงือนคา ทองคา

๑๐. หลกั ศิลาจารกึ ที่ ๑ ดานที่ ๓ กลาวถึงสง่ิ ใดเปน สำคัญ

ก. การกลา วสรุปสรรเสริญ และยอพระเกียรตพิ อขนุ รามคำแหงมหาราช

ข. พระราชประวัติของพอขนุ รามคำแหง

ค. การพรรณนาถึงเมืองสุโขทัยสมยั พอขนุ รามคำแหง

ง. อาณาเขตของอาณาจักรเมืองสุโขทัย

๑๑. คำใดมคี วามหมายไมถูกตอ ง

ก. ขน้ึ ช่ือ หมายถึง เปน ทรี่ ูจ ัก

ข. เตียมแต หมายถงึ ตัง้ แต

ค. พุง หมายถึง รบ

ง. โสง หมายถงึ สอง

๑๒. ขอใดอธิบายความหมายของคำศพั ททีป่ รากฏในขอความขา งตนไมถ ูกตอง

ก. ไดป ว ไดน าง - ไดบ รวิ ารชายหญิง

ข. ตัวเนอื้ ตัวปลา - สัตวบ กสตั วน ำ้

ค. ตหี นงั วังชา ง - คลอ งชา ง

ง. หมากสมหมากหวาน - สมท่ีมีรสหวาน

๑๓. หลักศลิ าจารึกพอ ขนุ รามคำแหงมหาราชมคี ุณคา ในดานใดมากท่ีสดุ
ก. รฐั ศาสตรแ ละประวตั ศิ าสตร
ข. อักษรศาสตรและรฐั ศาสตร
ค. สงั คมศาสตรแ ละศึกษาศาสตร
ง. อักษรศาสตรและประวัตศิ าสตร

52

๑๔. ขอใดไมใชเ นอ้ื หาท่ีกลาวในศลิ าจารกึ
ก. สาเหตุของการคดิ ประดิษฐอักษร
ข. อธบิ ายขอบเขตอานาจักรสุโขทยั
ค. เหตกุ ารณแ ละสภาพความเปน อยู
ง. ประวตั ขิ องพอขุนรามคำแหงมหาราช

๑๕. สภาพความเปน อยูในสังคมสมยั สุโขทยั ตางจากสมยั ปจจุบนั ในเรอ่ื งใดมากท่ีสดุ
ก. คา นิยม ความเชื่อ
ข. การประกอบอาชพี
ค. การปกครอง
ง. ความสัมพันธภายในครอบครวั

๑๖. ศิลาจารึกหลกั ที่ ๑ ตอนที่ ๑ มลี กั ษณะการแตง อยา งไร
ก. อตั ชีวประวัติ
ข. ชีวประวตั ิ
ค. จดหมายเหตุ
ง. บทความ

๑๗. คณุ คา ทไ่ี ดร ับจากวรรณคดีเรอ่ื งศลิ าจารกึ หลักที่ ๑ ยกเวน ดานใด
ก. ดา นประวตั ศิ าสตร
ข. ดานสังคม
ค. ดา นภาษาและวฒั นธรรม
ง. ดานความรกั ความรูส ึก

๑๘. ขอ ใดเปน ความสำคัญท่ีสุดของศิลาจารกึ หลักที่ ๑
ก. เปน ตนแบบของการใชอ กั ษรไทย
ข. เปน การถายทอดเร่ืองราวบนแทงศลิ า
ค. เลา เหตุการณตา ง ๆ ทเ่ี กิดขึน้ ในสมัยสโุ ขทยั
ง. สะทอนสภาพบานเมืองและวถิ ีชีวิตของผูคนในสมยั สโุ ขทัย

๑๙. ขอใดเขาลกั ษณะเปน ภาษาวรรณศิลป
ก. ในน้ำมีปลา ในนามีขา ว
ข. พอกูไปรบขนุ สามชน
ค. กบู ำเรอแกพ อกู
ง. พีก่ ตู ายจึงไดเ มืองแกกูท้งั กลม

53

๒๐. “กบู หนกี ูขชี่ า งเบกพล กขู บั เขากอ นพอกู" ขอความนี้สะทอ นสะทอ นใหสะทอนใหเห็นสงิ่ ใด
ก. ความรัก
ข. ความอดทน
ค. ความกตัญู
ง. ความกลา หาญ

เฉลย
ขอที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐
ตอบ ข ค ค ข ก ก ง ง ง ค
ขอ ที่ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐
ตอบ ก ง ง ก ค ก ง ก ก ง

54

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๕

หนว ยการเรียนรูท่ี ๓ ชือ่ ศิลาจารกึ หลกั ที่ ๑ เวลาสอน ๕๐ นาที

เร่ือง การอานศิลาจารึกหลักท่ี ๑ (ตอ) วชิ า ภาษาไทยพนื้ ฐาน รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย
ภาคเรียนที่ ๑ ปการศึกษา ๒๕๖๔
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๒
ผสู อน นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม ครพู ่เี ลี้ยง นางสาวพชั ราภรณ สมขาว

มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาใน

การดำเนนิ ชวี ติ และมนี ิสยั รกั การอาน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางมีคุณคา

และนำมาประยุกตใชในชวี ติ จริง
ตวั ชี้วัด

ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอยี ดจากเรื่องที่อา น
ท ๑.๑ ม.๒/๔ อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ และขอโตแยงเกีย่ วกับเร่ืองท่ีอาน
ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเน้อื หาวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอานในระดบั ท่ยี ากข้ึน
สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ศิลาจารึก เปน หลักฐานทางประวัติศาสตรที่บันทึกเหตุการณ สภาพบานเมือง และสังคมใหชนรุนหลังได

รับรู ศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงที่นำมาใหนักเรียนศึกษานี้เปนเนื้อความดานที่ ๑ ตอนที่ ๑ บรรทัดที่ ๑-๑๘

นักเรียนจะไดเรียนรูถึงสภาพบานเมือง การปกครอง วัฒนธรรม ความกลาหาญ และพระจริยาวัตรของ

พระมหากษตั รยิ ในสมยั สโุ ขทยั จากศลิ าจารึกนี้

จดุ ประสงคการเรียนรู

ความรู (K)

นักเรียนตอบคำถามและสรปุ ใจความสำคญั วิเคราะห และแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั เร่ีองท่ีอานได
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรยี นเกดิ กระบวนการคิดและทักษะการอา นสรุปความ
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา นิยม (A)
นกั เรยี นเห็นคณุ คาของภมู ปิ ญ ญาทางภาษา

55

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. รกั ความเปน ไทย

สมรรถนะสำคญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ

สาระการเรยี นรู
- ศิลาจารึกหลกั ที่ ๑

ภาระงาน/ชิ้นงานทแี่ สดงผลการเรยี นรู
-

กิจกรรมการเรียนรู
ข้นั นำ
- ครผู ูส อนใหน ักเรยี นชวยกนั สรปุ ความสำคัญของศิลารึกหลักที่ ๑ เพ่ือเปนการทบทวน
- ครูผสู อนใหน ักเรียนสังเกตลกั ษณะพิเศษของตวั อกั ษรพอขนุ รามคำแหงวามีความแตกตางจาก

ตวั อกั ษรไทยในปจจบุ ันอยา งไร
ขั้นสอน
- ครูผูส อนสุมตัวแทนนักเรยี น ๙ คน อานศิลาจารกึ หลกั ท่ี ๑ ในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย

วรรณคดวี ิจักษ ม.๒ หนา ๕๐-๕๑
- นักเรยี นรว มทำกิจกรรม การอานศิลาจารึกหลักท่ี ๑ แลวชว ยกันตรวจสอบความถกู ตอง
ขน้ั สรปุ
- ครูผูสอนใหน กั เรียนคน หาขอมูลเก่ียวกับหลักการอานสรุปความ และสรุปความรู เปนการบาน

เพอื่ เตรียมจดั การเรียนรูในครั้งตอไป
สอ่ื การเรียนรแู ละแหลง เรียนรู

๑. หนงั สอื เรยี นวิชาภาษาไทย วรรณคดวี จิ ักษ ม.๒
๒. โปรแกรมนำเสนอกจิ กรรมการเรียนรู เร่อื ง การอานศลิ าจารึกหลักที่ ๑

56

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

ประเดน็ การพิจารณา วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑก ารประเมิน
ความรู (K) แบบสังเกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดีมาก
นักเรียนตอบคำถามและสรปุ การรวมกิจกรรมใน รายบคุ คล ๗-๘ ดี
ชนั้ เรยี น ๕-๖ พอใช
ใจความสำคัญ วิเคราะห แบบสงั เกตพฤติกรรม ๐-๔ ควรปรบั ปรุง
รายบคุ คล ๙-๑๐ ดีมาก
และแสดงความคดิ เห็น แบบสังเกตพฤติกรรม ๗-๘ ดี
รายบุคคล ๕-๖ พอใช
เกี่ยวกบั เรี่องที่อานได ๐-๔ ควรปรบั ปรงุ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๙-๑๐ ดีมาก
นกั เรยี นเกิดกระบวนการคดิ การรวมกจิ กรรมใน ๗-๘ ดี
และทักษะการอานสรุปความ ชั้นเรยี น ๕-๖ พอใช
๐-๔ ควรปรบั ปรุง
คุณธรรม จริยธรรมและ การสังเกตพฤติกรรม
คา นิยม (A) รายบุคคล
นักเรยี นเห็นคุณคาของ
ภูมิปญญาทางภาษา

57

เกณฑก ารประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

เกณฑก ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช (๑)

๑. ความตงั้ ใจ ตั้งใจและมสี มาธิใน ตัง้ ใจเรียนดี อาจมี ตง้ั ใจเรยี น แต ไมต ง้ั ใจเรียน

ในการเรยี น การเรยี นตลอดเวลา บางครัง้ ท่ีสนใจสงิ่ อ่นื บอ ยครง้ั ท่สี นใจสิ่งอื่น

มีการถามตอบกบั ที่ไมเอือ้ ประโยชนตอ ท่ไี มเ ออ้ื ประโยชนต อ

ครูผูสอน การเรียน มกี ารถาม การเรยี น ไมมกี ารถาม

ตอบกบั ครูผูส อนบาง ตอบกับครผู สู อน

๒. การตอบคำถาม ใหความรวมมือ แสดง ใหค วามรว มมือ แสดง ใหความรวมมือ แสดง ไมแสดงความสนใจ

ในชน้ั เรยี น ความสนใจ มกี ารถาม ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มีการถาม ไมม ีการถามตอบหรือ

ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรอื แลกเปล่ียน แลกเปลี่ยนความคิด

ความคิดภายในชนั้ ความคดิ ภายในชน้ั ความคดิ ภายในช้นั ภายในช้นั เรียน

เรยี นอยางสม่ำเสมอ เรยี นอยางบอยคร้ัง เรยี นบาง

๓. การใหความ ใหความรวมมือในการ ใหความรวมมือในการ ใหความรว มมือในการ ไมใ หค วามรวมมือใน

รวมมือในการทำ ทำกิจกรรมอยา งดีทุก ทำกิจกรรมแตขาด ทำกิจกรรมแตข าด การทำกิจกรรมเลย

กจิ กรรม คร้ังดว ยความเต็มใจ ความกระตอื รือรน เตม็ ใจ ตอ งมกี ารย้ำ

และมีความ เตอื นมากกวา ๓ ครั้ง

กระตือรือรน

๔. การเขา ชัน้ เรยี น เขา ช้นั เรียน ไมเ ขา ชัน้ เรียน

เกณฑการประเมนิ ผล

คะแนน ผลการประเมิน

๙ - ๑๐ ดีมาก

๗ - ๘ ดี

๕ - ๖ พอใช

๐ - ๔ ควรปรับปรุง

(*เกณฑผ า นการประเมนิ ผล ตองไดผลการประเมนิ ระดับพอใชข ึน้ ไป)

ลงชอ่ื ..................................................ผสู อน ลงชอื่ ......................................................ผูส อน
(นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม) (นางสาวพชั ราภรณ สมขาว)
นักศกึ ษาฝกประสบการณวิชาชพี ครูพเ่ี ล้ยี ง

58

บันทกึ หลังสอน
๑. ผลการสอน

๒. ปญหาและอุปสรรค

๓. ขอ เสนอแนะ

ลงชอื่ ...................................................ผสู อน
()

59

ความเห็นของผูนเิ ทศ/ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา........................................รหสั .........................
ความเหน็ และขอเสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย

ลงช่อื ................................................................

()
..........................................................

........../...................../..................

60

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๖

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๓ ช่ือ ศลิ าจารกึ หลักที่ ๑ เวลาสอน ๕๐ นาที

เร่ือง การอา นสรุปความ วชิ า ภาษาไทยพ้ืนฐาน รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย
ภาคเรยี นที่ ๑ ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี ๒
ผูสอน นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม ครพู เ่ี ล้ยี ง นางสาวพชั ราภรณ สมขาว

มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาใน

การดำเนินชีวติ และมนี สิ ยั รกั การอาน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางมีคุณคา

และนำมาประยุกตใชใ นชีวิตจริง
ตัวชีว้ ดั

ท ๑.๑ ม.๒/๒ จบั ใจความสำคัญ สรุปความ และอธบิ ายรายละเอยี ดจากเร่ืองที่อา น
ท ๑.๑ ม.๒/๘ มีมารยาทในการอาน
ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเนือ้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมทอี่ านในระดับท่ียากขึ้น
ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรูและขอ คดิ จากการอาน ไปประยุกตใชในชีวติ จรงิ
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอา นสรุปความ เปน การอา นเพ่ือสรปุ สาระสำคัญของเร่ืองท่ผี ูเขียนตองการส่ือมายังผูอา น สำหรบั การ

อา นวรรณคดนี ้นั จะตองเขาใจความหมายคำศัพท จบั ใจความสำคัญ และสรปุ ความ รวมถึงพิจารณาคุณคาของ

เรอ่ื งที่อานจึงจะเขา ใจเรอ่ื งทีอ่ า นไดอยางลกึ ซึ้ง

จดุ ประสงคการเรยี นรู

ความรู (K)

นกั เรียนสรุปใจความสำคญั วเิ คราะห และแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั เรีอ่ งท่ีอานได
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นักเรียนเกดิ กระบวนการคิดและทกั ษะการอานจบั ใจความ
คุณธรรม จริยธรรมและคานยิ ม (A)
นกั เรียนมมี ารยาทในการอานและมนี สิ ัยรกั การอา น

61

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. ใฝเ รียนรู
๒. มงุ มนั่ ในการทำงาน
๓. รักความเปน ไทย

สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการคิด
๒. ความสามารถในการใชชวี ิต

สาระการเรียนรู
- การอา นสรปุ ความ

ภาระงาน/ชนิ้ งานที่แสดงผลการเรียนรู
- อานจับใจความและสรุปความ

กจิ กรรมการเรียนรู
ขั้นนำ
- นกั เรียนอานและอธบิ ายความหมายของคำศัพทท ี่ครผู สู อนกำหนด
- ครผู ูส อนใหนักเรียนอาสาสมัคร ๑ คน เลาเร่ืองศลิ าจารึกหลักท่ี ๑ โดยใชค วามหมายจากคำศัพท

ประกอบการเลาเร่ือง
- ครูผสู อนสมุ นกั เรียน ๑ คน พูดสรุปความจากเรอ่ื งที่ฟง
ขน้ั สอน
- นักเรยี นชว ยกันบอกหลกั การอา นสรปุ ความและประโยชนของการอานสรุปความตามที่มอบหมายไว
- ครผู สู อนสรปุ หลักการอานสรปุ ความและประโยชนข องการอานสรปุ ความใหนักเรียนฟงอีกคร้ัง
- นกั เรียนศึกษาคำศัพทห รือขอความจากเร่อื งศิลาจารึกหลักท่ี ๑ เพม่ิ เติม
ขัน้ สรุป
- ครผู สู อนใหนกั เรียนสงั เกตรูปพยัญชนะ รปู สระ และรูปวรรณยุกตในศิลาจารึกหลักที่ ๑ เปนการบา น

เพื่อเตรยี มจดั การเรียนรูในคร้ังตอ ไป
ส่อื การเรียนรแู ละแหลง เรียนรู

๑. บตั รคำ
๒. โปรแกรมนำเสนอภาพน่ิง เรือ่ ง การเขยี นสรปุ ความ

62

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

ประเดน็ การพิจารณา วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน
ความรู (K) แบบสังเกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดมี าก
นกั เรยี นสรปุ ใจความสำคัญ การรว มกจิ กรรมใน รายบุคคล ๗-๘ ดี
วิเคราะห และแสดงความ ช้นั เรยี น ๕-๖ พอใช
แบบสงั เกตพฤติกรรม ๐-๔ ควรปรับปรุง
คิดเห็นเกีย่ วกับเรี่องท่ีอา นได รายบคุ คล ๙-๑๐ ดมี าก
ทักษะ/กระบวนการ (P) แบบสังเกตพฤติกรรม ๗-๘ ดี
นกั เรียนเกดิ กระบวนการคิด การรว มกจิ กรรมใน รายบุคคล ๕-๖ พอใช
และทกั ษะการอา นจบั ใจความ ช้นั เรียน ๐-๔ ควรปรับปรุง
๙-๑๐ ดมี าก
คุณธรรม จริยธรรมและ การสงั เกตพฤติกรรม ๗-๘ ดี
คา นยิ ม (A) รายบุคคล ๕-๖ พอใช
นักเรียนมีมารยาทในการอา น ๐-๔ ควรปรับปรงุ
และมนี สิ ัยรกั การอาน

63

เกณฑก ารประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

เกณฑก ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช (๑)

๑. ความตงั้ ใจ ตั้งใจและมสี มาธิใน ตัง้ ใจเรียนดี อาจมี ตง้ั ใจเรยี น แต ไมต ง้ั ใจเรียน

ในการเรยี น การเรยี นตลอดเวลา บางครัง้ ท่ีสนใจสงิ่ อ่นื บอ ยครง้ั ท่สี นใจสิ่งอื่น

มีการถามตอบกบั ที่ไมเอือ้ ประโยชนตอ ท่ไี มเ ออ้ื ประโยชนต อ

ครูผูสอน การเรียน มกี ารถาม การเรยี น ไมมกี ารถาม

ตอบกบั ครูผูส อนบาง ตอบกับครผู สู อน

๒. การตอบคำถาม ใหความรวมมือ แสดง ใหค วามรว มมือ แสดง ใหความรวมมือ แสดง ไมแสดงความสนใจ

ในชน้ั เรยี น ความสนใจ มกี ารถาม ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มีการถาม ไมม ีการถามตอบหรือ

ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรอื แลกเปล่ียน แลกเปลี่ยนความคิด

ความคิดภายในชนั้ ความคดิ ภายในชน้ั ความคดิ ภายในช้นั ภายในช้นั เรียน

เรยี นอยางสม่ำเสมอ เรยี นอยางบอยคร้ัง เรยี นบาง

๓. การใหความ ใหความรวมมือในการ ใหความรวมมือในการ ใหความรว มมือในการ ไมใ หค วามรวมมือใน

รวมมือในการทำ ทำกิจกรรมอยา งดีทุก ทำกิจกรรมแตขาด ทำกิจกรรมแตข าด การทำกิจกรรมเลย

กจิ กรรม คร้ังดว ยความเต็มใจ ความกระตอื รือรน เตม็ ใจ ตอ งมกี ารย้ำ

และมีความ เตอื นมากกวา ๓ ครั้ง

กระตือรือรน

๔. การเขา ชัน้ เรยี น เขา ช้นั เรียน ไมเ ขา ชัน้ เรียน

เกณฑการประเมนิ ผล

คะแนน ผลการประเมิน

๙ - ๑๐ ดีมาก

๗ - ๘ ดี

๕ - ๖ พอใช

๐ - ๔ ควรปรับปรุง

(*เกณฑผ า นการประเมนิ ผล ตองไดผลการประเมนิ ระดับพอใชข ึน้ ไป)

ลงชอ่ื ..................................................ผสู อน ลงชอื่ ......................................................ผูส อน
(นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม) (นางสาวพชั ราภรณ สมขาว)
นักศกึ ษาฝกประสบการณวิชาชพี ครูพเ่ี ล้ยี ง

64

บันทกึ หลังสอน
๑. ผลการสอน

๒. ปญหาและอุปสรรค

๓. ขอ เสนอแนะ

ลงชอื่ ...................................................ผสู อน
()

65

ความเห็นของผูนเิ ทศ/ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา........................................รหสั .........................
ความเหน็ และขอเสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย

ลงช่อื ................................................................

()
..........................................................

........../...................../..................

66

บัตรคำ กจิ กรรมเลา เรอื่ งศลิ าจารกึ หลักท่ี ๑

67

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๗

หนวยการเรียนรทู ี่ ๓ ชอื่ ศลิ าจารกึ หลกั ท่ี ๑ เวลาสอน ๕๐ นาที

เรื่อง อักษรพอขนุ รามคำแหง วชิ า ภาษาไทยพ้ืนฐาน รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย
ภาคเรยี นที่ ๑ ปก ารศึกษา ๒๕๖๔
ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี ๒
ผูสอน นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม ครูพี่เลี้ยง นางสาวพชั ราภรณ สมขาว

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาใน

การดำเนนิ ชีวิต และมนี ิสยั รักการอาน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางมีคุณคา

และนำมาประยุกตใชในชีวิตจริง
ตัวช้วี ัด

ท ๑.๑ ม.๒/๒ จบั ใจความสำคัญ สรุปความ และอธบิ ายรายละเอยี ดจากเร่ืองที่อาน
ท ๑.๑ ม.๒/๔ อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ และขอ โตแยงเก่ียวกบั เรอ่ื งท่ีอาน
ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรปุ ความรูแ ละขอคดิ จากการอา น ไปประยกุ ตใ ชในชวี ติ จริง
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
อักษรพอขุนรามคำแหง เปนตนแบบของตัวอักษรไทย พอขุนรามคำแหงมหาราชทรงคิดประดิษฐข้ึน

เมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๖ โดยทรงดัดแปลงตัวอักษรสวนใหญมาจากอักษรขอมหวัด และไดปรับปรุงหลายประการเพื่อให

คนไทยไดมีอักษรในการถายทอดภาษาของตนเอง ซึ่งสรางความภาคภูมิใจแกคนไทยและเปนเกียรติภูมิของ

ประเทศชาติ

จุดประสงคก ารเรยี นรู

ความรู (K)

นกั เรียนบอกลกั ษณะ อา นและเขยี นประโยคหรอื ขอ ความที่เขยี นดว ยอกั ษรสมัยพอขนุ รามคำแหงได
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนเกิดกระบวนการคดิ และทกั ษะการเขยี น
คุณธรรม จรยิ ธรรมและคานิยม (A)
นกั เรียนเหน็ คณุ คาของภูมิปญ ญาทางภาษา

68

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. ใฝเ รียนรู
๒. มุง มน่ั ในการทำงาน
๓. รักความเปนไทย

สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการคดิ
๒. ความสามารถในการใชช วี ติ
๓. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

สาระการเรยี นรู
- ลักษณะอักษรพอขุนราม

ภาระงาน/ช้นิ งานทีแ่ สดงผลการเรียนรู
- กิจกรรม นามไทยสมยั พอขุนราม

กจิ กรรมการเรียนรู
ขน้ั นำ
- ครผู สู อนนำแถบประโยคตวั อักษรสมัยพอขุนรามคำแหง แลวใหน ักเรยี นทกุ คนชวยกนั อาน
- ครผู สู อนซกั ถามนกั เรยี นเกีย่ วกับลักษณะของรูปพยัญชนะ รูปสระ และรูปวรรณยุกตในขอความ

ที่ครูผูสอนยกตวั อยา งวามลี ักษณะอยางไร
- ครูผูสอนสนทนาโยงเขา เร่ือง อกั ษรพอขนุ รามคำแหง
ขน้ั สอน
- ครูผูสอนบรรยายความรูเรื่อง ลักษณะอักษรพอขนุ รามคำแหง
ขน้ั สรปุ
- ครผู ูส อนมอบหมายการบา นและอธิบายกิจกรรม นามไทยสมัยพอ ขุนราม

สอื่ การเรียนรแู ละแหลง เรยี นรู
๑. แถบประโยคตัวอักษรสมยั พอขุนรามคำแหง
๒. ขอความที่เขียนดว ยตัวอักษรพอขนุ รามคำแหง
๓. โปรแกรมนำเสนอภาพนิ่ง เร่ือง ลักษณะอักษรพอขุนรามคำแหง

69

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

ประเด็นการพิจารณา วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑการประเมิน
ความรู (K)
นกั เรียนบอกลกั ษณะ การรว มกจิ กรรมใน แบบสังเกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดีมาก
อานและเขยี นประโยคหรอื ช้ันเรยี น รายบคุ คล ๗-๘ ดี
๕-๖ พอใช
ขอความทเี่ ขยี นดวยอกั ษร ๐-๔ ควรปรบั ปรุง
๙-๑๐ ดีมาก
สมัยพอ ขุนรามคำแหงได ๗-๘ ดี
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ประเมินผลงานนักเรียน แบบประเมินผลงาน ๕-๖ พอใช
นักเรยี นเกดิ กระบวนการคิด จากกิจกรรมเรอื่ ง นาม ๐-๔ ควรปรับปรงุ
และทกั ษะการเขียน ไทยสมยั พอ ขนุ ราม ๙-๑๐ ดมี าก
๗-๘ ดี
คุณธรรม จริยธรรมและ การสงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ๕-๖ พอใช
คา นิยม (A) รายบคุ คล รายบคุ คล ๐-๔ ควรปรับปรุง
นักเรยี นเหน็ คุณคาของ
ภมู ิปญ ญาทางภาษา

70

เกณฑการประเมนิ เร่ือง นามไทยสมัยพอ ขนุ ราม

ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก ารใหคะแนน

๑. ความถูกตองของ (๓) ดีมาก (๒) ดี (๑) พอใช (๐) ปรับปรงุ
เน้อื หา
เนอื้ หาเปน ไปตามท่ี เนอ้ื หาเปนไปตาม เนอื้ หาเปน ไปตาม เน้อื หาไมเปนไป
กำหนด รายละเอียด ทีก่ ำหนด ทก่ี ำหนด ตามทก่ี ำหนด
ครอบคลุมทกุ สวน รายละเอียด รายละเอียด รายละเอียด
ครอบคลุม ครอบคลุมบางสวน ไมค รอบคลุม

๒. ภาษาทใี่ ช ไมมีการสะกดคำผดิ การสะกดคำผดิ การสะกดคำผดิ การสะกดคำผดิ
๓. ความตรงตอเวลา ไมเกนิ ๒ แหง
สงงานภายในเวลาท่ี ๓ แหง ๔ แหง ข้ึนไป
กำหนด สงงานลา ชา กวา
กำหนด ๑ วัน สงงานลา ชากวา สงงานลา ชา กวา

กำหนด ๒ วัน กำหนดเกนิ

๓ วนั ขึน้ ไป

๔. ความคิดสรา งสรรค แสดงออกถึง ไมแ สดงแนวคิดใหม
ในการนำเสนอขอ มลู
ความคดิ สรางสรรค

แปลกใหม

เกณฑก ารประเมนิ ผล

คะแนน ผลการประเมิน

๙ - ๑๐ ดีมาก

๗ - ๘ ดี

๕ - ๖ พอใช

๐ - ๔ ควรปรบั ปรงุ

(*เกณฑผ า นการประเมนิ ผล ตอ งไดผลการประเมินระดับพอใชขึ้นไป)

71

เกณฑการประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล

เกณฑการประเมนิ ดีมาก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช (๑)

๑. ความตง้ั ใจ ตงั้ ใจและมีสมาธิใน ต้งั ใจเรยี นดี อาจมี ต้งั ใจเรยี น แต ไมต ง้ั ใจเรียน

ในการเรยี น การเรียนตลอดเวลา บางครงั้ ทส่ี นใจสิ่งอ่ืน บอ ยครง้ั ที่สนใจสิ่งอนื่

มีการถามตอบกับ ทีไ่ มเอือ้ ประโยชนตอ ทไี่ มเ อื้อประโยชนต อ

ครูผูส อน การเรยี น มกี ารถาม การเรยี น ไมมกี ารถาม

ตอบกบั ครูผสู อนบา ง ตอบกบั ครูผูสอน

๒. การตอบคำถาม ใหความรว มมือ แสดง ใหค วามรวมมือ แสดง ใหค วามรวมมือ แสดง ไมแสดงความสนใจ

ในชนั้ เรียน ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มกี ารถาม ไมม ีการถามตอบหรือ

ตอบหรือแลกเปลี่ยน ตอบหรือแลกเปล่ียน ตอบหรอื แลกเปลยี่ น แลกเปลี่ยนความคิด

ความคิดภายในชัน้ ความคดิ ภายในชั้น ความคดิ ภายในชน้ั ภายในช้นั เรียน

เรียนอยา งสม่ำเสมอ เรียนอยางบอยครงั้ เรียนบาง

๓. การใหความ ใหค วามรวมมือในการ ใหความรวมมือในการ ใหความรวมมือในการ ไมใ หค วามรวมมือใน

รวมมอื ในการทำ ทำกิจกรรมอยางดีทกุ ทำกจิ กรรมแตข าด ทำกจิ กรรมแตขาด การทำกิจกรรมเลย

กิจกรรม คร้ังดว ยความเต็มใจ ความกระตอื รือรน เตม็ ใจ ตองมกี ารย้ำ

และมคี วาม เตือนมากกวา ๓ คร้งั

กระตือรือรน

๔. การเขา ช้นั เรยี น เขาชนั้ เรยี น ไมเ ขา ชัน้ เรียน

เกณฑการประเมินผล

คะแนน ผลการประเมิน

๙ - ๑๐ ดมี าก

๗ - ๘ ดี

๕ - ๖ พอใช

๐ - ๔ ควรปรบั ปรงุ

(*เกณฑผา นการประเมินผล ตองไดผ ลการประเมนิ ระดับพอใชข้ึนไป)

ลงชือ่ ..................................................ผสู อน ลงชื่อ......................................................ผูส อน
(นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม) (นางสาวพชั ราภรณ สมขาว)
นักศึกษาฝกประสบการณวิชาชีพ ครูพเ่ี ล้ยี ง

72

บันทกึ หลังสอน
๑. ผลการสอน

๒. ปญหาและอุปสรรค

๓. ขอ เสนอแนะ

ลงชอื่ ...................................................ผสู อน
()

73

ความเห็นของผูนเิ ทศ/ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา........................................รหสั .........................
ความเหน็ และขอเสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย

ลงช่อื ................................................................

()
..........................................................

........../...................../..................

74

แถบประโยคตวั อกั ษรสมยั พอขุนรามคำแหง

ขอความท่ีเขียนดวยตวั อกั ษรพอ ขนุ รามคำแหง

75

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๘

หนว ยการเรียนรูที่ ๓ ชือ่ ศิลาจารึกหลกั ท่ี ๑ เวลาสอน ๕๐ นาที

เร่ือง คณุ คา ของศิลาจารกึ หลักท่ี ๑ วชิ า ภาษาไทยพ้ืนฐาน รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑
กลุม สาระการเรยี นรู ภาษาไทย
ภาคเรียนที่ ๑ ปการศึกษา ๒๕๖๔
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๒
ผูสอน นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม ครพู เ่ี ล้ียง นางสาวพชั ราภรณ สมขาว

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาใน

การดำเนินชีวติ และมนี สิ ยั รักการอาน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางมีคุณคา

และนำมาประยุกตใชในชวี ติ จริง
ตวั ช้ีวัด

ท ๑.๑ ม.๒/๔ อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นและขอโตแยงเกีย่ วกบั เรอื่ งท่ีอา น
ท ๕.๑ ม.๒/๒ วิเคราะหและวิจารณวรรณคดีวรรณกรรม และวรรณกรรมทองถ่ินทีอ่ าน พรอ มยกเหตุผล
ประกอบ
ท ๕.๑ ม.๒/๓ อธบิ ายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอา น
ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรปุ ความรูแ ละขอ คดิ จากการอาน ไปประยุกตใชใ นชวี ติ จรงิ
สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ศลิ าจารึก เปนหลกั ฐานทางประวัติศาสตรและทางภาษาไทยช้นิ แรกท่ีเปน หลักฐานสำคัญใหช นรุนหลังได

ศึกษาถึงวิวัฒนาการดานอักษรไทยและเห็นถึงวิถีชีวิต สภาพสังคม การเมือง การปกครอง และวัฒนธรรมซึ่งเปน

สงิ่ ที่กอใหเกิดความภาคภูมิใจในบรรพชนของไทยและเกยี รติภมู ิของชาติ

จดุ ประสงคการเรยี นรู

ความรู (K)

นกั เรียนพูดหรอื แสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับเรื่องที่อา น ฟง หรือดูไดอยางมีเหตุผล
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรยี นเกิดกระบวนการคิดและทกั ษะกระบวนการกลมุ

76

คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา นิยม (A)
นกั เรียนเห็นคุณคา และซาบซึง้ ในการอา นวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. ใฝเ รียนรู
๒. มงุ ม่ันในการทำงาน
๓. รกั ความเปน ไทย
สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการคิด
๒. ความสามารถในการใชช ีวติ
สาระการเรยี นรู
- แนวทางในการพจิ ารณาวรรณกรรม
ภาระงาน/ชิน้ งานทแ่ี สดงผลการเรยี นรู
- ผลงานกลมุ หวั ขอ คุณคาของศิลาจารึกหลักที่ ๑
กจิ กรรมการเรียนรู
ขัน้ นำ
- ครผู สู อนใหนกั เรยี นดภู าพพอขุนรามคำแหงมหาราชและภาพศลิ าจารึก ซักถามนักเรียนเก่ยี วกับคุณคา
ของศลิ าจารึก
- ครูผสู อนสมุ ถามนักเรยี น ๓-๕ คนเก่ยี วกับส่ิงท่ีไดร ับจากการศึกษาเร่อื งศลิ าจารกึ หลกั ท่ี ๑
ตามความคิดของนกั เรยี น
ขน้ั สอน
- ครผู ูสอนยกตัวอยางขอความแลว ใหนักเรียนรว มกนั พิจารณาแสดงความคิดเห็นวา มีคุณคา ในดานใดบา ง
- นกั เรียนรวมกันแสดงความคิดเหน็ ในประเด็นตาง ๆ เชน

๑) นักเรยี นคิดวาขอความในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ตอนนี้ แสดงถึงความรสู ึกใดของผบู นั ทึก
๒) นักเรียนคิดวา ลักษณะเดนของการใชสำนวนโวหารเร่ืองศิลาจารึกหลักที่ ๑ คืออะไร
๓) นักเรยี นจะนำขอคดิ และคำสอนจากเร่ืองศิลารึกหลักท่ี ๑ ไปใชเ ปนแนวทาง
ในชีวติ ประจำวนั อยางไร
ขั้นสรปุ
- ครผู สู อนสรปุ แนวทางในการพิจารณาวรรณกรรมจากเร่ืองศิลาจารกึ หลกั ที่ ๑
- มอบหมายการบา น โดยแบงนกั เรียนออกเปน ๔ กลมุ แลวใหแตละกลมุ พิจารณาคณุ คา ในดานตาง ๆ
ตามหัวขอ ทีก่ ำหนดให พรอมยกตัวอยางขอความในเร่ืองประกอบ เพื่อนำมาเสนอในคร้งั ถัดไป
๑) ดา นความรู
๒) ดานภาษา
๓) ดานประวัติศาสตร
๔) ดา นสงั คมและวฒั นธรรม

77

สอ่ื การเรียนรแู ละแหลง เรียนรู
๑. ภาพพอขนุ รามคำแหงมหาราช
๒. ภาพหลกั ศลิ าจารึก
๓. แผนปายขอความ
๔. โปรแกรมนำเสนอภาพนิง่ เรือ่ ง คุณคาของศิลาจารึกหลักที่ ๑

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู

ประเดน็ การพิจารณา วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑก ารประเมิน
ความรู (K)
นกั เรยี นพดู หรือแสดงความ การรวมกจิ กรรมใน แบบสังเกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดมี าก
คิดเหน็ เก่ียวกบั เรื่องที่อาน ฟง ชน้ั เรยี น รายบคุ คล ๗-๘ ดี
แบบประเมนิ ผลงานโดย ๕-๖ พอใช
หรือดไู ดอยา งมเี หตผุ ล ใชเ กณฑการประเมนิ ๐-๔ ควรปรบั ปรุง
แบบ RUBRIES SCORE ๑๖-๒๐ ดมี าก
ทักษะ/กระบวนการ (P) ประเมินกระบวนการ ๑๒-๑๕ ดี
นกั เรียนเกดิ กระบวนการคดิ กลมุ ๘-๑๑ พอใช
และทกั ษะกระบวนการกลุม ๐-๗ ควรปรบั ปรงุ

คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดมี าก
คานยิ ม (A) รายบคุ คล รายบุคคล ๗-๘ ดี
นักเรียนเห็นคุณคา และซาบซ้ึง ๕-๖ พอใช
ในการอานวรรณคดแี ละ ๐-๔ ควรปรบั ปรุง
วรรณกรรมไทย

78

แบบประเมินผลงานกลุม
เรอื่ ง คุณคาของศิลาจารกึ หลกั ท่ี ๑

ชน้ั ม.๒/..................... กลมุ ที่ .............................................
วันที่ ....................เดือน .....................................................พ.ศ. ..........................

รายการประเมิน

ที่ ชื่อ-สกลุ
ความ ูถกตองของงาน
( ๔ คะแนน)

ความ ิคดสรางสรร ค
( ๔ คะแนน)
วิธีการนำเสนอ
( ๔ คะแนน)
การนำไปใช
( ๔ คะแนน)

ความตรงตอเวลา
( ๔ คะแนน)

รวมคะแนน (๒๐ คะแนน)










๑๐

เกณฑการประเมิน

ไดคะแนนรอยละ ๖๐ ข้นึ ไปถือวา ผาน หรอื อาจใชเกณฑเปนระดับคุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั นี้

ระดับ ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖-๒๐ คะแนน

ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๒-๑๕ คะแนน

ระดบั ๒ พอใช คะแนน ๘-๑๑ คะแนน

ระดบั ๑ ปรบั ปรงุ คะแนน ๐-๗ คะแนน

79

เกณฑก ารประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

เกณฑก ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช (๑)

๑. ความตงั้ ใจ ตั้งใจและมสี มาธิใน ตัง้ ใจเรียนดี อาจมี ตง้ั ใจเรยี น แต ไมต ง้ั ใจเรียน

ในการเรยี น การเรยี นตลอดเวลา บางครัง้ ท่ีสนใจสงิ่ อ่นื บอ ยครง้ั ท่สี นใจสิ่งอื่น

มีการถามตอบกบั ที่ไมเอือ้ ประโยชนตอ ท่ไี มเ ออ้ื ประโยชนต อ

ครูผูสอน การเรียน มกี ารถาม การเรยี น ไมมกี ารถาม

ตอบกบั ครูผูส อนบาง ตอบกับครผู สู อน

๒. การตอบคำถาม ใหความรวมมือ แสดง ใหค วามรว มมือ แสดง ใหความรวมมือ แสดง ไมแสดงความสนใจ

ในชน้ั เรยี น ความสนใจ มกี ารถาม ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มีการถาม ไมม ีการถามตอบหรือ

ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรอื แลกเปล่ียน แลกเปลี่ยนความคิด

ความคิดภายในชนั้ ความคดิ ภายในชน้ั ความคดิ ภายในช้นั ภายในช้นั เรียน

เรยี นอยางสม่ำเสมอ เรยี นอยางบอยคร้ัง เรยี นบาง

๓. การใหความ ใหความรวมมือในการ ใหความรวมมือในการ ใหความรว มมือในการ ไมใ หค วามรวมมือใน

รวมมือในการทำ ทำกิจกรรมอยา งดีทุก ทำกิจกรรมแตขาด ทำกิจกรรมแตข าด การทำกิจกรรมเลย

กจิ กรรม คร้ังดว ยความเต็มใจ ความกระตอื รือรน เตม็ ใจ ตอ งมกี ารย้ำ

และมีความ เตอื นมากกวา ๓ ครั้ง

กระตือรือรน

๔. การเขา ชัน้ เรยี น เขา ช้นั เรียน ไมเ ขา ชัน้ เรียน

เกณฑการประเมนิ ผล

คะแนน ผลการประเมิน

๙ - ๑๐ ดีมาก

๗ - ๘ ดี

๕ - ๖ พอใช

๐ - ๔ ควรปรับปรุง

(*เกณฑผ า นการประเมนิ ผล ตองไดผลการประเมนิ ระดับพอใชข ึน้ ไป)

ลงชอ่ื ..................................................ผสู อน ลงชอื่ ......................................................ผูส อน
(นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม) (นางสาวพชั ราภรณ สมขาว)
นักศกึ ษาฝกประสบการณวิชาชพี ครูพเ่ี ล้ยี ง

80

บันทกึ หลังสอน
๑. ผลการสอน

๒. ปญหาและอุปสรรค

๓. ขอ เสนอแนะ

ลงชอื่ ...................................................ผสู อน
()

81

ความเห็นของผูนเิ ทศ/ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา........................................รหสั .........................
ความเหน็ และขอเสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย

ลงช่อื ................................................................

()
..........................................................

........../...................../..................

82

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๙

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๓ ชื่อ ศลิ าจารึกหลกั ที่ ๑ เวลาสอน ๕๐ นาที

เร่ือง คุณคาของศิลาจารึกหลักท่ี ๑ (ตอ) วชิ า ภาษาไทยพน้ื ฐาน รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑
กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย
ภาคเรียนท่ี ๑ ปการศึกษา ๒๕๖๔
ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ ๒
ผสู อน นางสาวธนพรพรหม ระบือธรรม ครพู เี่ ล้ียง นางสาวพัชราภรณ สมขาว

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาใน

การดำเนนิ ชวี ิต และมีนิสยั รักการอาน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางมีคุณคา

และนำมาประยุกตใชใ นชวี ติ จริง
ตวั ชี้วดั

ท ๑.๑ ม.๒/๔ อภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอโตแยงเกย่ี วกับเรือ่ งท่ีอา น
ท ๕.๑ ม.๒/๓ อธบิ ายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอาน
ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรแู ละขอคิดจากการอาน ไปประยกุ ตใชใ นชวี ติ จริง
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ศิลาจารึก เปนหลักฐานทางประวัติศาสตรและทางภาษาไทยชิ้นแรกที่เปนหลักฐานสำคัญใหชนรุนหลัง

ไดศึกษาถึงวิวัฒนาการดานอักษรไทยและเห็นถึงวิถีชีวิต สภาพสังคม การเมือง การปกครอง และวัฒนธรรม

ซึ่งเปนสิง่ ท่กี อใหเ กิดความภาคภูมิใจในบรรพชนของไทยและเกยี รติภมู ิของชาติ

จดุ ประสงคก ารเรียนรู

ความรู (K)

นักเรียนสรุปใจความสำคัญ วิเคราะห และแสดงความคดิ เหน็ บอกคุณคาและขอ คดิ จากเร่ืองที่อานได
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นักเรียนเกิดกระบวนการคิดและทกั ษะการอานวเิ คราะห
คุณธรรม จรยิ ธรรมและคานิยม (A)
นกั เรียนเห็นคณุ คา และซาบซง้ึ ในการอา นวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

83

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. ใฝเ รียนรู

๒. มุง มั่นในการทำงาน

๓. รักความเปนไทย
สมรรถนะสำคัญของผเู รียน

๑. ความสามารถในการสื่อสาร

๒. ความสามารถในการคดิ
สาระการเรียนรู

- คุณคาของศิลาจารกึ หลักที่ ๑

ภาระงาน/ชิ้นงานที่แสดงผลการเรียนรู
- แบบทดสอบหลงั เรยี นเร่ือง ศลิ ปะการประพันธในวรรณคดีไทย

กิจกรรมการเรียนรู
ขน้ั นำ
- ครผู ูส อนสนทนาซักถามเกี่ยวกบั งานกลมุ ที่ไดมอบหมาย
ขน้ั สอน
- ครผู ูส อนใหน กั เรยี นนำเสนองานกลุมหัวขอ คุณคาของศลิ าจารกึ หลักท่ี ๑ หนาช้นั เรยี น
ขัน้ สรุป
- ครูผูสอนสรปุ คุณคา ทไ่ี ดรบั จากศิลาจารึกหลักท่ี ๑
- นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเรื่อง ศลิ าจารึกหลักท่ี ๑ ในรูปแบบออนไลน

ผานชอ งทาง Google Form
ส่ือการเรียนรูและแหลง เรียนรู

๑. โปรแกรมนำเสนอภาพนงิ่ เรื่อง คุณคา ของศิลาจารกึ หลักท่ี ๑
๒. แบบทดสอบหลงั เรียนเร่ือง ศลิ าจารึกหลกั ท่ี ๑

84

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู

ประเดน็ การพิจารณา วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑก ารประเมิน
ความรู (K)
นักเรียนสรุปใจความสำคัญ ทดสอบหลงั เรียน แบบประเมินผล คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน
การทดสอบกอนเรียน/ ๑๒ คะแนนข้ึนไป
วิเคราะห และแสดงความ หลังเรียนเรือ่ ง ศลิ าจารึก จึงผา นเกณฑ
หลกั ที่ ๑
คดิ เห็น บอกคุณคา และขอคดิ

จากเร่อื งทอ่ี า นได
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๙-๑๐ ดีมาก
นกั เรยี นเกิดกระบวนการคิด การรว มกิจกรรมใน แบบสงั เกตพฤติกรรม ๗-๘ ดี
และทักษะการอา นวเิ คราะห ชั้นเรยี น รายบคุ คล ๕-๖ พอใช
๐-๔ ควรปรับปรุง
คณุ ธรรม จริยธรรมและ
คานิยม (A) การสงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ๙-๑๐ ดมี าก
นกั เรยี นเหน็ คุณคาและซาบซ้ึง รายบคุ คล รายบคุ คล ๗-๘ ดี
ในการอานวรรณคดีและ ๕-๖ พอใช
วรรณกรรมไทย ๐-๔ ควรปรบั ปรุง

85

แบบประเมินผลการทดสอบกอนเรยี น/หลังเรยี น
วิชา ภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวชิ า ท ๒๒๑๐๑

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๓ ศลิ าจารึกหลักท่ี ๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ ๒

ช่ือ.....................................................................................................ชน้ั ม.๒/............... เลขท่.ี ...............

ขอ เฉลย กอ นเรยี น หลังเรียน หมายเหตุ
ถูก ผิด ถูก ผดิ
ขอท่ี ๑ ตอบ ข เกณฑการใหค ะแนน
ขอ ที่ ๒ ตอบ ค  คะแนน ๑๖-๒๐ หมายถงึ ดมี าก
ขอ ที่ ๓ ตอบ ค  คะแนน ๑๒-๑๕ หมายถึง ดี
ขอ ที่ ๔ ตอบ ข  คะแนน ๘-๑๑ หมายถงึ พอใช
ขอที่ ๕ ตอบ ก  คะแนน ๐-๗ หมายถึง ปรบั ปรุง
ขอ ที่ ๖ ตอบ ก เกณฑก ารผาน
ขอท่ี ๗ ตอบ ง - ระดับคะแนนดีจึงผา นเกณฑ
ขอ ท่ี ๘ ตอบ ง บันทกึ ผลการใชแบบทดสอบ
ขอ ที่ ๙ ตอบ ง .......................................................................
ขอ ท่ี ๑๐ ตอบ ค .......................................................................
ขอ ที่ ๑๑ ตอบ ก .......................................................................
ขอ ที่ ๑๒ ตอบ ง
ขอ ที่ ๑๓ ตอบ ง
ขอ ที่ ๑๔ ตอบ ก
ขอ ท่ี ๑๕ ตอบ ค
ขอ ที่ ๑๖ ตอบ ก
ขอท่ี ๑๗ ตอบ ง
ขอท่ี ๑๘ ตอบ ก
ขอ ท่ี ๑๙ ตอบ ก
ขอที่ ๒๐ ตอบ ง

รวมคะแนน

86

เกณฑก ารประเมินการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล

เกณฑการประเมิน ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช (๑)

๑. ความตั้งใจ ต้ังใจและมสี มาธใิ น ตัง้ ใจเรยี นดี อาจมี ตั้งใจเรยี น แต ไมต ง้ั ใจเรียน

ในการเรยี น การเรียนตลอดเวลา บางครั้งท่สี นใจสงิ่ อ่นื บอยคร้งั ท่สี นใจสิ่งอื่น

มกี ารถามตอบกบั ที่ไมเอือ้ ประโยชนต อ ที่ไมเอื้อประโยชนตอ

ครผู สู อน การเรียน มีการถาม การเรียน ไมมกี ารถาม

ตอบกับครูผูสอนบาง ตอบกับครผู สู อน

๒. การตอบคำถาม ใหความรว มมือ แสดง ใหความรว มมือ แสดง ใหความรวมมือ แสดง ไมแสดงความสนใจ

ในช้นั เรยี น ความสนใจ มกี ารถาม ความสนใจ มีการถาม ความสนใจ มกี ารถาม ไมม ีการถามตอบหรือ

ตอบหรือแลกเปล่ยี น ตอบหรอื แลกเปล่ยี น ตอบหรือแลกเปลย่ี น แลกเปลี่ยนความคิด

ความคิดภายในชัน้ ความคิดภายในชัน้ ความคดิ ภายในชนั้ ภายในช้นั เรียน

เรยี นอยางสม่ำเสมอ เรยี นอยา งบอยครัง้ เรียนบา ง

๓. การใหความ ใหค วามรวมมือในการ ใหค วามรวมมือในการ ใหค วามรว มมือในการ ไมใ หค วามรวมมือใน

รวมมอื ในการทำ ทำกจิ กรรมอยางดที กุ ทำกิจกรรมแตข าด ทำกจิ กรรมแตข าด การทำกิจกรรมเลย

กจิ กรรม คร้งั ดว ยความเตม็ ใจ ความกระตือรือรน เตม็ ใจ ตอ งมีการย้ำ

และมคี วาม เตือนมากกวา ๓ ครง้ั

กระตือรอื รน

๔. การเขา ชนั้ เรียน เขาชน้ั เรียน ไมเ ขา ชัน้ เรียน

เกณฑการประเมนิ ผล

คะแนน ผลการประเมนิ

๙ - ๑๐ ดมี าก

๗ - ๘ ดี

๕ - ๖ พอใช

๐ - ๔ ควรปรบั ปรุง

(*เกณฑผา นการประเมินผล ตอ งไดผลการประเมนิ ระดับพอใชขึ้นไป)

ลงช่ือ..................................................ผสู อน ลงช่ือ......................................................ผูส อน
(นางสาวธนพรพรหม ระบอื ธรรม) (นางสาวพชั ราภรณ สมขาว)
นกั ศกึ ษาฝกประสบการณวิชาชพี ครูพเ่ี ล้ยี ง

87

บันทกึ หลังสอน
๑. ผลการสอน

๒. ปญหาและอุปสรรค

๓. ขอ เสนอแนะ

ลงชอื่ ...................................................ผสู อน
()

88

ความเห็นของผูนเิ ทศ/ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา........................................รหสั .........................
ความเหน็ และขอเสนอแนะของหัวหนา สถานศกึ ษาหรือผูท่ีไดรับมอบหมาย

ลงช่อื ................................................................

()
..........................................................

........../...................../..................

89

แบบทดสอบหลังเรียนเรอื่ ง ศิลาจารกึ หลักที่ ๑

https://forms.gle/eotir5hpmCCEuje99

คำช้ีแจง ๑. ใหน กั เรียนกรอกชอื่ -นามสกลุ เลขท่ี ชนั้ เรยี น ใหถูกตองกอนเริ่มทำขอสอบ
๒. แบบทดสอบนเี้ ปนแบบปรนยั ชนดิ เลอื กตอบ ๔ ตวั เลือก คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน
จำนวน ๒๐ ขอ ใชเ วลาในการทำ ๒๐ นาที
๓. เม่ือกดสงขอ สอบแลวจะไมสามารถแกไ ขคำตอบไดอีก

๑. ผพู บศิลาจารึกพอขนุ รามคำแหงคอื ใคร
ก. พระบาทสมเด็จพระน่งั เกลา เจาอยูหวั
ข. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยูหวั
ค. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจา อยูห วั
ง. พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยูหวั

๒. หลักศิลาจารกึ ท่ี ๑ ดา นที่ ๑ กลาวถึงเรอื่ งใดเปนสำคัญ
ก. การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ข. การทำสงครามเพอื่ ขยายอาณาเขต
ค. สภาพบา นเมอื งและชวี ิตความเปน อยขู องคนในสมัยสโุ ขทยั
ง. พระราชกรณียกจิ ของพอขนุ รามคำแหงมหาราช

๓. ศลิ าจารึกหลักที่ ๑ ประดิษฐขึ้นเมื่อปใด
ก. พ.ศ.๑๖๒๘
ข. พ.ศ.๑๗๕๖
ค. พ.ศ.๑๘๒๖
ง. พ.ศ.๑๙๓๐

90

๔. พระบิดาของพอขนุ รามคำแหงมหาราชคือใคร
ก. พระยาศรจี นั ทราธิบดี
ข. พอขนุ ศรอี ินทราทิตย
ค. พอ ขุนศรีนาวนำถม
ง. พอขนุ บานเมือง

๕. ตวั อักษรที่พอขุนรามคำแหงมหาราชประดิษฐขึน้ มที ี่มาจากตัวอักษรใด
ก. ตวั อักษรขอมหวัด
ข. ตวั อักษรมอญโบราณ
ค. ตวั อกั ษรไทย
ง. ตัวอกั ษรไทยนอย

๖. ลักษณะการเขยี นในศลิ าจารึกหลกั ท่ี ๑ ขอใดกลา วไมถกู ตอ ง
ก. ตวั อกั ษรเขยี นจากขวาไปซาย
ข. พยัญชนะและสระเขียนอยูบนบรรทดั เดียวกนั
ค. สระเอยี ใช รูป ย เมือ่ มตี ัวสะกด
ง. ตัวสะกดเขยี นซอนกนั เมื่ออยูก บั สระอะ

๗. ขอ ใดไมใชล ักษณะเดนดานลกั ษณะคำประพนั ธใ นศลิ าจารึกหลกั ท่ี ๑
ก. เปน รอยแกวมีสมั ผัสเปนบางตอน
ข. ใชประโยคสน้ั ๆ และชัดเจน
ค. มกี ารซ้ำคำและเนน ย้ำความ
ง. ใชคำภาษาบาลแี ละสันสฤตเปนสวนมาก

๘. ขอใดอธิบายความในศลิ าจารึกตอ ไปนี้ไมถ ูกตอง
“พอกชู ื่อศรอี ินทราทติ ย แมกชู อื่ นางเสือง พ่ีกชู ่ือบานเมือง ตูมพี น่ี อ งทองเดยี วกนั หา คน

ผชู ายสาม ผหู ญงิ โสง พเี่ ผื่อผอู ายตาจากเผือเตรียมแตยงั เล็ก”
ก. พอขนุ รามคำแหงมีพ่นี อ งทอ งเดียวกนั ๕ คน
ข. มารดาของพอขนุ รามคำแหงมพี ระนามวา นางเสือง
ค. บิดาของพอขุนรามคำแหงมพี ระนามวาพอขนุ ศรีอนิ ทราทติ ย
ง. พอ ขุนรามคำแหงเปนบตุ รคนท่ี ๒ สว นพอขุนบานเมืองเปนคนโต

91

๙. ขอใดแสดงถึงวถิ ีชีวติ ของประชาชนในสมัยสโุ ขทัย ไดชดั เจนทีส่ ดุ
ก. คนในเมืองสุโขไทยน้ีมกั ทาน มักทรงศลี มักโอยทาน
ข. กลางเมืองสโุ ขทยั นี้มนี ำ้ ตระพังโพยสี ใสกนิ ด.ี .. ดัง่ กนิ นำ้ โขงเม่อื แลง
ค. คนใดข่ชี างมาหาพาเมืองมาสูชอ ยเหนอื เฟอกู มนั บม ีชา งบมมี า บมปี ว บมีนาง บมเี งือนบมีทอง

ใหแ กม ัน
ง. เพอื่ นจูงวัวไปคา ขมี่ า ไปขาย ใครจกั ใครคาชางคา ใครจกั ใครค า มาคา ใครจกั ใครค าเงือนคา ทองคา

๑๐. หลกั ศิลาจารกึ ที่ ๑ ดานที่ ๓ กลาวถึงสง่ิ ใดเปน สำคัญ

ก. การกลา วสรุปสรรเสริญ และยอพระเกียรตพิ อขนุ รามคำแหงมหาราช

ข. พระราชประวัติของพอขนุ รามคำแหง

ค. การพรรณนาถึงเมืองสุโขทัยสมยั พอขนุ รามคำแหง

ง. อาณาเขตของอาณาจักรเมืองสุโขทัย

๑๑. คำใดมคี วามหมายไมถูกตอ ง

ก. ขน้ึ ช่ือ หมายถึง เปน ทรี่ ูจ ัก

ข. เตียมแต หมายถงึ ตัง้ แต

ค. พุง หมายถึง รบ

ง. โสง หมายถงึ สอง

๑๒. ขอใดอธิบายความหมายของคำศพั ททีป่ รากฏในขอความขา งตนไมถ ูกตอง

ก. ไดป ว ไดน าง - ไดบ รวิ ารชายหญิง

ข. ตัวเนอื้ ตัวปลา - สัตวบ กสตั วน ำ้

ค. ตหี นงั วังชา ง - คลอ งชา ง

ง. หมากสมหมากหวาน - สมท่ีมีรสหวาน

๑๓. หลักศลิ าจารึกพอ ขนุ รามคำแหงมหาราชมคี ุณคา ในดานใดมากท่ีสดุ
ก. รฐั ศาสตรแ ละประวตั ศิ าสตร
ข. อักษรศาสตรและรฐั ศาสตร
ค. สงั คมศาสตรแ ละศึกษาศาสตร
ง. อักษรศาสตรและประวัตศิ าสตร

92

๑๔. ขอใดไมใชเ นอ้ื หาท่ีกลาวในศลิ าจารกึ
ก. สาเหตุของการคดิ ประดิษฐอักษร
ข. อธบิ ายขอบเขตอานาจักรสุโขทยั
ค. เหตกุ ารณแ ละสภาพความเปน อยู
ง. ประวตั ขิ องพอขุนรามคำแหงมหาราช

๑๕. สภาพความเปน อยูในสังคมสมยั สุโขทยั ตางจากสมยั ปจจุบนั ในเรอ่ื งใดมากท่ีสดุ
ก. คา นิยม ความเชื่อ
ข. การประกอบอาชพี
ค. การปกครอง
ง. ความสัมพันธภายในครอบครวั

๑๖. ศิลาจารึกหลกั ที่ ๑ ตอนที่ ๑ มลี กั ษณะการแตง อยา งไร
ก. อตั ชีวประวัติ
ข. ชีวประวตั ิ
ค. จดหมายเหตุ
ง. บทความ

๑๗. คณุ คา ทไ่ี ดร ับจากวรรณคดีเรอ่ื งศลิ าจารกึ หลักที่ ๑ ยกเวน ดานใด
ก. ดา นประวตั ศิ าสตร
ข. ดานสังคม
ค. ดา นภาษาและวฒั นธรรม
ง. ดานความรกั ความรูส ึก

๑๘. ขอ ใดเปน ความสำคัญท่ีสุดของศิลาจารกึ หลักที่ ๑
ก. เปน ตนแบบของการใชอ กั ษรไทย
ข. เปน การถายทอดเร่ืองราวบนแทงศลิ า
ค. เลา เหตุการณตา ง ๆ ทเ่ี กิดขึน้ ในสมัยสโุ ขทยั
ง. สะทอนสภาพบานเมืองและวถิ ีชีวิตของผูคนในสมยั สโุ ขทัย

๑๙. ขอใดเขาลกั ษณะเปน ภาษาวรรณศิลป
ก. ในน้ำมีปลา ในนามีขา ว
ข. พอกูไปรบขนุ สามชน
ค. กบู ำเรอแกพ อกู
ง. พีก่ ตู ายจึงไดเ มืองแกกูท้งั กลม


Click to View FlipBook Version