สื่อรักษ์...ป่าพรุภูเก็ต
เล่ม 2
"เทคโนโลยีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติในป่าพรุจูด
ตำบลไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต"
จัดทำโดย
โครงการความหลากหลายทางชีวภาพของทรัพยากรชายฝั่ งภูเก็ต
เพื่อการฟื้ นฟูและอนุรักษ์สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2565
หนังสือ “สื่อรักษ์...ป่าพรุภูเก็ต” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาความ
หลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณ
ป่าพรุไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต ภายใต้โครงการความหลากหลายทางชีวภาพของ
ทรัพยากรชายฝั่ งภูเก็ต เพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ซึ่งจัดทำโดยคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตภูเก็ต หนังสือชุดนี้ประกอบด้วย
เล่ม 1 ป่าพรุผืนสุดท้าย...ไม้ขาวบ้านฉัน
เล่ม 2 เทคโนโลยีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติในป่าพรุจูด
ตำบลไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต
พื้นที่ป่าพรุบ้านไม้ขาวเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่า ควรแก่
การอนุรักษ์ ทางคณะผู้วิจัยจึงได้จัดทำหนังสือชุดนี้ขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อการ
เรียนรู้สำหรับเยาวชนและผู้ที่สนใจ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับป่าพรุผืนสุดท้าย
ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้จากการศึกษาและสำรวจทรัพยากรใน
พื้นที่ป่าพรุ ตำบลไม้ขาว รวมถึงการศึกษาการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์
ที่ดินรอบพื้นที่ป่าพรุจากอดีตถึงปัจจุบัน ด้วยวิธีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
ภูมิสารสนเทศและการรับรู้ระยะไกล ทั้งนี้ ทางคณะผู้วิจัยคาดหวังเป็นอย่าง
ยิ่งว่าหนังสือชุดนี้จะเป็นสื่อการเรียนรู้ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ ความ
เข้าใจ และสร้างความตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญของทรัพยากรป่าพรุ ซึ่ง
จะนำไปสู่การอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสืบไป
คณะผู้วิจัย
ศาสตร์พระราชา
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
(รัชกาลที่ 9)
พระองค์ทรงได้รับสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดยได้ทรงตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของ
ทรัพยากรป่าไม้ ด้วยพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถที่หลากหลาย
ทั้งทางด้านการคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง แก้ไขทฤษฎีและวิธีการต่าง ๆ
จึงมีพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม สำหรับการฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ ดิน และป่าไม้ รวมทั้งทฤษฎี
ในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าพรุ และทรงมีหลักการดำเนินงาน
ที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในประเทศอย่างคุ้มค่า
และยั่งยืน ด้วยวิธีการปรับปรุงสภาพพื้นที่ป่าไม้ให้เกิดความสมดุลใน
ระบบนิเวศ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของพสกนิกรโดย
รอบ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
สารบัญ หน้า
1
เรื่อง 1
1. ความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ป่าพรุจูด 2
2
1.1 สภาพทั่วไปของป่าพรุจูด 9
1.2 ทรัพยากรระบบนิเวศป่าบก 11
1.2.1 ชนิดและการแพร่กระจายของพรรณไม้ป่าบก 13
1.2.2 ชนิดและการแพร่กระจายของนก 15
1.2.3 ชนิดและการแพร่กระจายของแมลง 16
1.2.4 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่น ๆ 21
1.3 ทรัพยากรระบบนิเวศในน้ำ 25
1.3.1 ชนิดและความชุกชุมของแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ 27
1.3.2 ชนิดของสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ 31
1.3.3 ชนิดและการแพร่กระจายของสาหร่ายและพรรณไม้น้ำ 37
1.3.4 ชนิดและการแพร่กระจายของสัตว์ว่ายน้ำ 37
1.4 ปัจจัยสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศป่าพรุ
2. การศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดิน 38
2.1 การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อศึกษาการประโยชน์ 44
ที่ดินป่าพรุ 54
2.1.1 เทคโนโลยีการสำรวจ 60
2.1.2 ฐานข้อมูลพื้นที่ป่าพรุไม้ขาว 68
2.1.3 การศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดินจากข้อมูลเชิงพื้นที่ 68
2.1.4 การศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดินจากภาพถ่ายดาวเทียม 69
2.2 การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในป่าพรุ
2.2.1 การใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ในอดีต
2.2.2 ผ้ามัดย้อม
1. ความหลากหลายทางชีวภาพ
ของพื้นที่ป่าพรุจูด
การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าพรุจูดโดยการ
สำรวจสภาพพื้นที่ป่าพรุเพื่อจัดทำฐานข้อมูลตำบลไม้ขาวให้เป็นปัจจุบัน
โดยแบ่ง ออกเป็น 4 ส่วน คือ
1.1 สภาพทั่วไปของป่าพรุจูด
ป่าพรุจูด เป็นหนึ่งในป่าพรุบ้านไม้ขาวที่ยังคงสภาพความเป็นป่า
พรุตามธรรมชาติ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลไม้ขาว มีเนื้อที่ประมาณ 127 ไร่ มี
สภาพป่าพรุที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ในฤดูแล้งปริมาณน้ำจะลดลง จึงทำให้
สามารถเดินเข้าไปในพื้นที่บางส่วนได้ นอกจากนี้มีการขุดคันดินเพื่อกั้น
น้ำ โดยชาวบ้านเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่โดยการเก็บพืช และจับปลาไว้
สำหรับการบริโภค สำหรับพรรณไม้เด่นที่พบ คือ เสม็ดขาว ส่วนพรรณ
ไม้ที่พบบริเวณโดยรอบ เช่น กระจูด กก หว้า มะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น
อีกทั้งมีพืชสมุนไพรหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังพบสัตว์อื่น ๆ อีก
หลายชนิด เช่น แมลง นก นาก งู กุ้ง และปลา เป็นต้น จะเห็นได้ว่าป่าพรุ
เป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตทั้งบนบก
และในน้ำ
~1~
1.2 ทรัพยากรระบบนิเวศป่าบก
ทรัพยากรธรรมชาติที่พบในพื้นที่ป่าพรุจูด มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หลายชนิด
ทั้งพืชและสัตว์ ดังนั้นการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่จึงมีวิธี
การและอุปกรณ์ที่ใช้สำรวจที่แตกต่างกัน เพื่อให้มีความเหมาะสม ปรับเปลี่ยน
ตามประเภทการดำรงชีพ และสภาวะของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด โดยสามารถแยก
การสำรวจได้ดังนี้
1.2.1 ชนิดและการแพร่กระจายของพรรณไม้ป่าบก
การลงพื้นที่สำรวจข้อมูลพรรณไม้ ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลพิกัดทาง
ภูมิศาสตร์ เพื่อให้ทราบถึงตำแหน่งการกระจายตัวของชนิดพันธุ์ไม้ และถ่าย
รูปบันทึกภาพใบ ดอก ผล ลำต้นและลักษณะวิสัยของต้นไม้ เพื่อนำข้อมูลไป
ตรวจสอบชนิดพันธุ์ทางพฤกษศาสตร์ และจัดทำเป็นฐานข้อมูลชนิดพันธุ์ไม้
พร้อมทั้งวัดเส้นรอบวงและความสูงของต้นไม้ในแปลงตัวอย่าง เพื่อติดตาม
การเจริญเติบโต
~ 2~
สถานีเก็บข้อมูลตัวอย่าง
สำหรับการติดตามการเจริญเติบโตของต้นไม้ ได้ดำเนินการเก็บ
ข้อมูล จำนวน 4 สถานี โดยแต่ละสถานีทำการตีแปลงเก็บข้อมูลหลัก
ขนาด 10x10 เมตร จำนวน 2-3 แปลง บนแนวเส้นสำรวจ (Line
transect) ดังรูป
สถานีที่ 4
สถานีที่ 3
สถานีที่ 1
สถานีที่ 2
คำอธิบายสัญลักษณ์ แนวเส้นสำรวจ
แปลงขนาด 10x10 เมตร
~3~
การวัดเส้นรอบวงต้นไม้
การวัดเส้นรอบวงต้นไม้ ได้กำหนดการวัดขนาดเส้นรอบวงต้นไม้ใน
แปลงตัวอย่างที่ความสูงประมาณ 130 เซนติเมตร จากพื้นดิน ซึ่งลักษณะ
การวัดเส้นรอบวงต้นไม้มีความแตกต่างกันตามลักษณะการเจริญเติบโต
ของต้นไม้ ดังรูป
130 ซม. 130 ซม. 130 ซม. 5-10 ซม.
130 ซม.
130 ซม. 130 ซม. 50 ซม.
130 ซม.
การวัดความสูงของต้นไม้
การวัดความสูงของต้นไม้โดยใช้เครื่องวัดระยะแบบดิจิทัล โดยกำหนด
จุดอ้างอิงบนต้นไม้จำนวน 2 จุด ซึ่งบริเวณโคนต้นไม้เป็นจุดเล็งที่ 1 และ
ยอดต้นไม้เป็นจุดเล็งที่ 2 จากนั้นทำการจดบันทึกค่าความสูงของต้นไม้ที่
อ่านได้จากเครื่องวัดระยะแบบดิจิทัล ดังรูป
วิธีการวัดความสูงต้นไม้โดยใช้เครื่องวัดระยะ เครื่องวัดระยะแบบดิจิทัล
และกำหนดจุดอ้างอิงต้นไม้ 2 จุด Nikon Forestry Pro II
~ 4~
วัดคว การสำรวจชนิดและการแพร่กระจาย
วั ของพรรณไม้ป่าบก
ดเส้นรอบวงต้นไม้
ามสูงต้นไม้ วัดเส้นรอบวงต้นไม้
เก็บพิกัดทางภูมิ
ศาสตร์
ติดป้ายกำกับ
ติดป้ายกำกับ
~5~
ผลการสำรวจชนิดและการแพร่กระจาย
ของพรรณไม้ป่าบก
จากการสำรวจพรรณไม้ในแปลงตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่พบต้นเสม็ดขาว
เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่ลุ่มมีน้ำขัง ซึ่งมีความสอดคล้อง
กับการสำรวจในปี พ.ศ. 2545 ของสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น ต้นเสม็ดขาว จึงเป็นพรรณไม้เด่นในพื้นที่ป่าพรุจูด นอกจากนี้ ยังพบ
พรรณไม้อื่น ๆ ได้แก่ ตะขบน้ำ กระถินเทพา รามใหญ่ และมะม่วงหิมพานต์
ทั้งนี้ จากการสำรวจการกระจายของชนิดพันธุ์ไม้บริเวณรอบ ๆ พื้นที่ป่า
พรุจูด พบว่าชนิดของพรรณไม้ส่วนใหญ่ที่พบ คือ กระถินเทพา และรามใหญ่
เสม็ดขาว ตะขบน้ำ มะม่วงหิมพานต์
(Melaleuca leucadendra) (Scolopia macrophylla) (Anacardium occidentale)
กระถินเทพา รามใหญ่ โคลงเคลง
(Acacia mangium) (Ardisia elliptica) (Melastoma malabathricum )
~6~
เกมทายภาพปริศนา
คำอธิบาย: ทายภาพปริศนาที่ให้ว่าเป็นชื่อของพรรณไม้ใด
2 พยางค์
1)
4 พยางค์ เเลง
2)
5 พยางค์
3)
3 พยางค์
4)
~7~
เกมทายภาพปริศนา
คำอธิบาย: ทายภาพปริศนาที่ให้ว่าเป็นชื่อของพรรณไม้ใด
5 พยางค์
5)
3 พยางค์
6)
4 พยางค์
7)
3 พยางค์
8)
~8~
1.2.2 ชนิดและการแพร่กระจายของนก
สำรวจโดยอาศัยการสังเกต และฟังเสียงในบริเวณโดยรอบป่าพรุจูด
สำหรับการระบุชนิดของนก โดยใช้คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล
นกเมืองไทย (จารุจินต์ นภีตภัฏ และคณะ, 2555) มีสถานีเก็บตัวอย่าง 2 สถานี
จากการสำรวจพบนกส่วนใหญ่ คือ นกกระแตแต้แว้ด นกเขาใหญ่ นกอีกา
นกแอ่นบ้าน นกกระปูดใหญ่ นกกระเต็นอกขาว และนกเอี้ยงสาริกา โดยพบ
กระจายทั่วพื้นที่ป่าพรุจูด นอกจากนี้ยังพบนกแต้วแล้วธรรมดา ซึ่งเป็นนก
อพยพของไทย จะพบได้ในช่วงฤดูร้อนก่อนถึงฤดูน้ำหลากหรือประมาณช่วง
เดือนเมษายนถึงกันยายน
สถานีที่ 2
สถานีที่ 1
สถานีเก็บตัวอย่างข้อมูลนกและแมลง
~9~
คาหัวสีส้ม (Merops leschen ชนิดของนกที่พบใน
พื้นที่ป่าพรุจูด
จาบ phia) หว่า (Eudynamys scolopa cus) dis)
ขมิ้น ault)
กาเ
น้อยธรรมดา (Aegithina ti
พิราบป่า (Columba livia) งหงอน (Acridotheres gran
กร
เอี้ย
ะแตแต้แว้ด (Vanellus indic us)
~ 10 ~
1.2.3 ชนิดและการแพร่กระจายของแมลง
การสำรวจแมลงโดยใช้สวิงดักแมลง (Sweep nets) และใช้การสังเกตใน
สถานีเก็บตัวอย่าง จำนวน 2 สถานี ทำการดักจับแมลงและตัวอ่อนของแมลงที่
เกาะตามพื้นดิน พุ่มไม้ ลําต้น กิ่ง ใบไม้ และบริเวณอื่น ๆ จากนั้นทำการบันทึก
และถ่ายรูปแมลง แล้วจึงปล่อยคืนสู่แหล่งที่อยู่อาศัยเดิม และดำเนินการ
จำแนกชนิดโดยอาศัยคู่มือ Thailand insect guide (เกรียงไกร สุวรรณภักดิ์,
2559) และคู่มือ Thailand butterfly guide (เกรียงไกร สุวรรณภักดิ์, 2556) ซึ่ง
จากการสำรวจสามารถแยกชนิดของแมลงที่พบออกเป็น ผีเสื้อและผีเสื้อกลาง
คืนจำนวน 29 ชนิด แมลงปอจำนวน 10 ชนิด หนอนจำนวน 11 ชนิด แมงมุม
จำนวน 7 ชนิด ตั๊กแตนจำนวน 9 ชนิด และแมลงอื่น ๆ (มอธ แมลงวัน ตัวต่อ
ฯลฯ) จำนวน 27 ชนิด
~ 11 ~
ชนิดของแมลงที่พบในพื้นที่ป่าพรุจูด
ผีเสื้อลายเสือฟ้าสีจาง ผีเสื้อขาวแคระ
(Ideopsis similis) (Psyche leptosis nina)
แมลงปอบ้านเอเชีย แมงมุมกระโดดหัวทับทิม
(Lathrecista asiat) (Telamonia dimidiata)
หนอนผีเสื้อลายขี้เมี่ยง เพลี้ยกระโดดดำ
(Cupha erymanthi) (Callitettix versicolor)
~ 12 ~
1.2.4 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่น ๆ
เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสังเกตในช่วงเวลากลางวัน และสัมภาษณ์
ชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์และอาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบบริเวณป่าพรุจูด
จากการสำรวจพบกระรอกและนาก สำหรับสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่น ๆ ที่
พบระหว่างการดำเนินการสำรวจป่าพรุจูด ได้แก่ งูเขียวบอน
~ 13 ~
เกมจับคู่ภาพกับคำศัพท์
คำอธิบาย: วงกลมชื่อสัตว์จากภาพที่กำหนดให้
นกปรอดหน้านวล นกพิราบป่า นกตีทอง
นกโพระดกธรรมชาติ นกจาบคาหัวสีส้ม
นกเขาเปล้าคอสีม่วง
นกขมิ้นน้อยธรรมดา นกคัดคูเเซงเเซว
นกจับเเมลงสีน้ำตาล
มวนมะพร้าว เพลี้ยกระโดดดำ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
แมลงปอบ้านก้นกระเปาะ แมลงปอบ้านเอเชีย
แมลงปอบ้านบ่อ
ผีเสื้อเณร ผีเสื้อหนอนใบกุ้มเส้นดำ ผีเสื้อลายขี้เมี่ยง
เฟอร์เร็ต นาก พอสซัม
~ 14 ~
1.3 ทรัพยากรระบบนิเวศในน้ำ
ระบบนิเวศในน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของพื้นที่ป่าพรุ ซึ่งมีลักษณะ
เฉพาะ และมีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชและสัตว์ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
ในแต่ละช่วงเวลา เนื่องจากระดับน้ำที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล จึงต้องมี
การสำรวจด้วยอุปกรณ์ และวิธีการที่แตกต่างกัน ซึ่งจะดำเนินการสำรวจ
ตามสถานีเก็บตัวอย่าง จำนวน 2 สถานี ดังรูป
สถานีที่ 2
สถานีที่ 1
คำอธิบายสัญลักษณ์ สาหร่ายและพรรณไม้น้ำ
สัตว์หน้าดินและสัตว์ว่ายน้ำ
สถานีเก็บตัวอย่างทรัพยากรระบบนิเวศในน้ำ
~ 15 ~
1.3.1 ชนิดและความชุกชุมของแพลงก์ตอนพืชและสัตว์
การสำรวจชนิด และความชุกชุมของแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ โดยดำเนิน
การตักน้ำที่บริเวณผิวน้ำ ปริมาตร 20 ลิตร กรองด้วยถุงแพลงก์ตอน
(Plankton net) ขนาดตาข่าย 20 ไมโครเมตร นำตัวอย่างที่กรองได้ใส่ในขวด
ปริมาตร 500 มิลลิลิตร ทำการเก็บรักษาสภาพตัวอย่างด้วยฟอร์มาลดีไฮด์
(Formaldehyde) ที่ความเข้มข้น 4 เปอร์เซ็นต์ แล้วจำแนกชนิด และหาความ
หนาแน่นของประชากรในห้องปฏิบัติการ
~ 16 ~
ผลการสำรวจชนิดและความชุกชุมของแพลงก์ตอนพืช
องค์ประกอบชนิดของแพลงก์ตอนพืชจากน้ำตัวอย่างบริเวณพื้นที่ป่าพรุจูด
พบแพลงก์ตอนพืชทั้งหมด 3 ดิวิชั่น (Division) จำนวน 7 กลุ่ม (Class) ได้แก่
(1) Cyanophyceae (กลุ่มสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน)
(2) Chlorophyceae (กลุ่มสาหร่ายสีเขียว)
(3) Euglenophyceae (กลุ่มสาหร่ายยูกลีนา)
(4) Prasinophyceae (กลุ่มพราซิโนไฟท์)
(5) Bacillariophyceae (กลุ่มไดอะตอม)
(6) Chrysophyceae (กลุ่มคริสโซไฟท์)
(7) Dinophyceae (กลุ่มไดโนแฟลกเจลเลท)
โดยกลุ่มที่พบองค์ประกอบชนิดมากที่สุดคือ กลุ่มยูกลีนา และกลุ่มที่พบ
ความชุกชุมสูงที่สุดคือ กลุ่มสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินและกลุ่มสาหร่ายสีเขียว
โดยมีแพลงก์ตอนพืชชนิดเด่น ได้แก่ Oscillatoria spp., Microcystis aeruginosa
และ Closterium spp.
~ 17 ~
แพลงก์ตอนพืชที่พบบริเวณพื้นที่ป่าพรุจูด
Closterium kuetzingii Oscillatoria tenuisi
Scenedesmus arcuatus Spirogyra sp.
Phacus circulatus Euglena fusca
~ 18 ~
ผลการสำรวจชนิดและความชุกชุมของแพลงก์ตอนสัตว์
การสำรวจชนิดแพลงก์ตอนสัตว์จากน้ำตัวอย่างในบริเวณป่าพรุจูด พบ
แพลงก์ตอนสัตว์จำนวน 3 ไฟลัม (Phylum) คือ Nematoda, Rotifera และ
Arthropoda แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
(1) Adenophorea (กลุ่มหนอนตัวกลม)
(2) Monogononta (กลุ่มโรติเฟอร์)
(3) Crustacean (กลุ่มสัตว์มีข้อปล้อง)
แพลงก์ตอนสัตว์ชนิดเด่นส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโรติเฟอร์และโปรโตซัว โดย
มีชนิดเด่น ได้แก่ Lecane papuana, Centropyxis aculeata stein และ
Testudinella patina
~ 19 ~
แพลงก์ตอนสัตว์ที่พบบริเวณพื้นที่ป่าพรุจูด
Alona sp. Monommata sp.
Trichotria sp. Lecane stenroosi
Nauplius Mytilina sp.
~ 20 ~
1.3.2 ชนิดของสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่
ดำเนินการเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินโดยใช้กระบอกเก็บตัวอย่าง (Core)
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.0314 ตารางเมตร ขุดลึก 5-10 เซนติเมตร จากนั้นนำ
ดินมาร่อนด้วยตะแกรงร่อน ขนาดตาข่าย 2 มิลลิเมตร และ 1 มิลลิเมตร ตาม
ลำดับ เก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่ติดอยู่บนตะแกรงมารักษาสภาพด้วย
ฟอร์มาลดีไฮด์ที่ความเข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์ จากการสำรวจพบสัตว์หน้าดิน
แพร่กระจายหนาแน่นบริเวณรากและลำต้นของพืชน้ำ กลุ่มที่เจอความชุกชุม
มากที่สุด คือ กลุ่มแมลงและตัวอ่อนแมลง สัตว์หน้าดินชนิดเด่น ได้แก่ แมลง
ดาสวน มวนแมงป่องน้ำ ด้วงดิ่ง และหอยทากน้ำจืด
~ 21 ~
สัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่าพรุจูด
Filopaludina martensi Physella acuta
Abedus sp. กิ้งกือ
(Fam. Belostomatidae) (Millipede)
ลูกอ๊อด กบ
(Tadpole) (Frog)
~ 22 ~
เกมความสัมพันธ์
คำอธิบาย: โยงเส้นให้สัมพันธ์กัน
สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน
สาหร่ายสีเขียว
สาหร่ายยูกลีนา
ไดอะตอม
หนอนตัวกลม
โรติเฟอร์
สัตว์มีข้อปล้อง
~ 23 ~
เกมครอสเวิร์ด
คำอธิบาย: เติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง
สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายยูกลีนา
พราซิโนไฟท์ ไดอะตอม คริสโซไฟท์
ไดโนแฟลกเจลเลท หนอนตัวกลม โรติเฟอร์
า ยเ ว
า
โ เอ
ว
อ ตั
ะอ
ริ เ
า ย ลี
ซ ลเ เท
โ
ร น ท์
~ 24 ~
1.3.3 ชนิดและการแพร่กระจายของสาหร่ายและพรรณไม้น้ำ
ดำเนินการเก็บข้อมูลสาหร่ายและพรรณไม้น้ำ โดยในแต่ละสถานีทำการสุ่ม
ลากแนวเส้นสำรวจ (Line transect) ความยาว 50 เมตร จากนั้นวางกรอบเก็บ
ข้อมูล (Quadrat) ขนาด 0.5x0.5 เมตร ที่ระยะ 0, 10, 20, 30, 40 และ 50 เมตร
บนแนวเส้นสำรวจ ทำการประเมินร้อยละของการปกคลุม และจำแนกชนิด
พันธุ์ไม้น้ำที่อยู่ในกรอบเก็บข้อมูล พร้อมบันทึกรูปภาพ ซึ่งผลจากการสำรวจ
พบว่า ในช่วงฤดูมรสุมมีร้อยละการปกคลุมของพืชน้ำมากกว่าในช่วงฤดูแล้ง
ซึ่งมีพรรณไม้น้ำชนิดเด่น ได้แก่ ผักตบชวา บัวหลวง ธูปฤาษี ผักกะเฉด
กระจูด และผักบุ้งแดง
~ 25 ~
พรรณไม้น้ำในบริเวณพื้นที่ป่าพรุจูด
ผักกะเฉด
(Neptunia oleracea)
ผักบุ้งแดง
(Ipomoea aquatica)
ผักตบชวา
(Eichhornia crassipes)
บัวสาย
(Nymphaea pubescens Willd)
~ 26 ~
1.3.4 ชนิดและการแพร่กระจายของสัตว์ว่ายน้ำ
ดำเนินการเก็บข้อมูลสัตว์ว่ายน้ำ โดยใช้วิธีสำรวจข้อมูลจากการสัมภาษณ์
ชาวประมงพื้นบ้าน และเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำบริเวณริมน้ำด้วยการดักสวิง
(Nets) ตามแนวเส้นสำรวจ (Line transect) สถานีละ 1 แนวสำรวจ จากนั้น
ทำการจำแนกชนิด พร้อมบันทึกขนาด ลักษณะที่อยู่อาศัย และถ่ายรูปสัตว์
น้ำที่พบ แล้วจึงปล่อยคืนสู่แหล่งที่อยู่อาศัยเดิม จากการสำรวจสัตว์ว่ายน้ำ
ส่วนใหญ่ที่พบมีจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ ปลากริมควาย ปลาหัวตะกั่ว ปลาซิว
ข้าวสาร และกุ้งฝอย
~ 27~
สัตว์ว่ายน้ำที่พบบริเวณพื้นที่ป่าพรุจูด
กุ้งฝอย ปลาสลิด
(Macrobrachium lanchesteri) (Trichopodus pectoralis)
ปลาหัวตะกั่ว ปลาหมอ
(Aplocheilus panchax) (Anabas testudineus)
ปลาซิวควาย ปลานิล
(Rasbora tawarensis) (Oreochromis niloticus)
~ 28 ~
~ 29 ~
เกมจับคู่ภาพ
คำอธิบาย: เติมคำศัพท์/ชื่อวิทยาศาสตร์ในช่องว่างให้สอดคล้องกับภาพ
Anabas testudineus Macrobrachium lanchesteri Millipede
(ปลาหมอ) (กุ้งฝอย) (กิ้งกือ)
Ipomoea aquatica Eichharia crassipes Oreochromis niloticus
(ผักบุ้งแดง) (ผักตบชวา) (ปลานิล)
Frog (กบ) Tadpole (ลูกอ๊อด)
~ 30 ~
1.4 ปัจจัยสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศป่าพรุ
การเก็บข้อมูลคุณภาพสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นโดยการตรวจวัดคุณภาพน้ำ
ด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดภาคสนาม เพื่อวัดคุณสมบัติทางเคมีในแหล่งน้ำ ได้แก่
ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อุณหภูมิผิวน้ำ (Temperature) ความเค็ม
(Salinity) และปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (Dissolved Oxygen: DO) จำนวน
2 สถานี สถานีละ 3 ซ้ำ
สถานีที่ 2
สถานีที่ 1
สถานีเก็บตัวอย่างปัจจัยสิ่งแวดล้อม
~ 31 ~
ผลการเก็บข้อมูลคุณภาพสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
การตรวจวัดคุณภาพน้ำในพื้นที่ป่าพรุจูด จำนวน 2 สถานีตรวจวัด พบว่า
คุณภาพน้ำเบื้องต้นทั้ง 2 สถานี มีค่าใกล้เคียงกัน โดยมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง
27.10-32.20 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ในช่วง 6.4-7.1 ปริมาณ
ออกซิเจนละลายน้ำมีค่าค่อนข้างต่ำ อาจเนื่องมาจากบริเวณด้านล่างมีการ
ทับถมของซากพืชค่อนข้างหนาแน่น ทำให้กระบวนการย่อยสลายโดยใช้
ออกซิเจนเกิดขึ้นได้สูง
ปัจจัยสิ่ งแวดล้อม สถานี 1 สถานี 2
อุณหภูมิ (ฺ ํ C) 27.40-32.20 27.10-28.10
ค่าความเป็นกรด-ด่าง 6.40-7.10 6.40-6.80
ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (mg/L) 2.01-2.07 1.71-2.02
ความเค็ม (ppt) 00
~ 32 ~
เกมบันไดงู
ระบบนิเวศป่าพรุ
คำอธิบาย
1. ให้ผู้เล่นทอยลูกเต๋าครั้งแรก เพื่อเรียงลำดับการเล่นก่อน-
หลัง ตามลำดับแต้มมากไปน้อย
2. ผู้เล่นทอยลูกเต๋า 1 ครั้ง เพื่อสุ่มชุดคำถามข้อ 1 - 6 ตามแต้ม
ของลูกเต๋า
3. ถ้าผู้เล่นตอบถูกจะได้สิทธิ์ทอยลูกเต๋าเพื่อเดินในช่องได้ 1
ครั้ง
4. ถ้าผู้เล่นตอบผิดจะไม่ได้สิทธิ์ทอยลูกเต๋า
~ 33 ~
คำถาม
1 ยกตัวอย่างชนิ ดนกที่พบในระบบนิ เวศบกป่า
พรุ จูดมา 1 ชนิ ด
2 ยกตัวอย่างชนิ ดแมลงที่พบในระบบนิ เวศบก
ป่าพรุ จูดมา 1 ชนิ ด
3 ยกตัวอย่างชนิ ดสั ตว์หน้ าดินขนาดใหญ่ที่พบ
ในระบบนิ เวศบกป่าพรุ จูดมา 1 ชนิ ด
4 ยกตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชหรือสั ตว์ที่พบใน
บริเวณพื้นที่ป่าพรุ จูดมา 1 ชนิ ด
5 ยกตัวอย่างพรรณไม้น้ำและสั ตว์ว่ายน้ำที่พบ
ในบริเวณพื้นที่ป่าพรุ จูดมา 1 ชนิ ด
6 ยกตัวอย่างพรรณไม้บกที่พบในบริเวณพื้นที่
ป่าพรุ จูดมา 1 ชนิ ด
หมายเหตุ: คำตอบห้ามซ้ำกับคนก่อนหน้า
~ 34 ~
61 62 63 64 65
60 59 58 57 56
40 41 42 43 44
39 38 37 36 35
20 21 22 23 24
19 18 17 16 15
Start 1 2 3 4
~ 35 ~
66 67 68 69 Finish
55 54 53 52 51
45 46 47 48 50
34 33 32 31 30
25 26 27 28 29
14 13 12 11 10
56 789
~ 36 ~
2. การศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดิน
และการใช้ทรัพยากรในป่าพรุ
การศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดินและการใช้ทรัพยากรในป่าพรุ เพื่อจัด
ทำฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ในบริเวณป่าพรุ ตำบลไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต และนำ
ทรัพยากรในป่าพรุมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
ศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ศึกษาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในป่าพรุ
2.1 การศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดิน
การศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลเชิงพื้นที่
บริเวณพื้นที่ป่าพรุไม้ขาวให้มีความถูกต้องตามเอกสารอ้างอิงการจดทะเบียน
หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) และจัดทำข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบข้อมูล
เชิงพื้นที่ นอกจากนี้ได้มีการวิเคราะห์การใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้
ประโยชน์ที่ดินในบริเวณตำบลไม้ขาว และบริเวณรอบพื้นที่ป่าพรุบ้านไม้ขาว
~ 37 ~
2.1.1 เทคโนโลยีการสำรวจ
ปัจจุบันเทคโนโลยีการสำรวจ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการได้มาซึ่งข้อมูล
ที่รวดเร็วและเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ข้อมูลดังกล่าวในการศึกษาหรือแก้ปัญหาเชิง
พื้นที่ ทั้งนี้ เทคโนโลยีการสำรวจมีหลากหลายรูปแบบ โดยมีตัวอย่างดังนี้
โดรน
โดรน (Drone) หรือ อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicles:
UAVs) คือ อากาศยานหรือเครื่องบินชนิดหนึ่งที่สามารถบินได้ด้วยระบบ
อัตโนมัติโดยไม่ใช้นักบิน ในอดีตโดรนถูกพัฒนาขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการ
ทหาร ซึ่งใช้สำหรับบินสอดแนมในพื้นที่ฝ่ายตรงข้ามหรือข้าศึก และต่อมาใน
ปัจจุบันมีการพัฒนาโดรนเพื่อใช้ในการถ่ายภาพหรือวิดีโอ สำหรับการเกษตร
การขนส่งสินค้า การรายงานสถานการณ์ การรักษาความปลอดภัย รวมถึงใช้
ในการสำรวจและทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศได้อีกด้วย
ปัจจุบันมีการใช้โดรนกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งผู้บังคับโดรนควรคำนึงถึงกฎ
การใช้งานอย่างถูกต้องและความปลอดภัย โดยไม่ควรบินโดรนเข้าในพื้นที่
หวงห้ามหรือพื้นที่ส่วนบุคคล รวมถึงพื้นที่ชุมชน โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ผู้
บังคับโดรนต้องขึ้นทะเบียนการครอบครอง และขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนให้
ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
~~328~~
โดรนกับการสำรวจ
การใช้โดรนในการสำรวจจะต้องวางแผนเส้นทางการบิน พร้อมทั้งกำหนด
ค่าความสูงของการบิน และร้อยละของส่วนซ้อนทับในแต่ละภาพ โดยโดรนจะ
บินตามเส้นทางที่ได้กำหนดไว้แบบอัตโนมัติ และถ่ายภาพพร้อมบันทึกพิกัด
ด้วยดาวเทียม เมื่อถ่ายภาพเสร็จเรียบร้อย นำข้อมูลภาพเข้าสู่โปรแกรมเพื่อ
ประมวลผลและสร้างแผนที่มีความละเอียดสูงได้
วางแผนเส้นทางการบิน ควบคุมการบินแบบอัตโนมัติ ประมวลผลและสร้างแผนที่
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน
สำรวจชายหาดและการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ ง สำรวจแนวหญ้าทะเล
สำรวจแหล่งน้ำผิวดิน สำรวจแนวปะการัง
~ 39 ~
ดาวเทียม
ดาวเทียม (Satellite) เป็นเครื่องมือสำหรับบันทึกข้อมูลสัญญาณชนิดหนึ่ง
ที่ตกกระทบไปยังวัตถุต่าง ๆ บนพื้นผิวโลก และสะท้อนกลับมายังอุปกรณ์
บันทึกบนดาวเทียม ในรูปแบบของสัญญาณ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทั้งนี้ระบบ
จะทำการบันทึกสัญญาณด้วยกล้องที่ติดตั้งตามแหล่งกำเนิดพลังงานของ
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ
1. ระบบพาสซีฟ (Passive System) มีแหล่งกำเนิดจากธรรมชาติ คือ ดวง
อาทิตย์ เช่น ดาวเทียม THEOS
2. ระบบแอกทีฟ (Active System) มีการสร้างขึ้นจากตัวดาวเทียมเอง เช่น
ดาวเทียม RADARSAT
อ้างอิง: สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
~ 40 ~
ประเภทของดาวเทียม
ดาวเทียมสามารถแบ่งได้ 2 รูปแบบ คือแบ่งตามประเภทการใช้งาน และ
ตามวงโคจร ดังรูป
อ้างอิง: สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน
1. ด้านป่าไม้
สามารถนำข้อมูลดาวเทียมมาประยุกต์ใช้ศึกษาจำแนกชนิดป่าไม้ พรรณไม้
ความอุดมสมบูรณ์ และติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าไม้
~ 41 ~
2. ด้านการเกษตร
การศึกษาพื้นที่เพาะปลูก การประเมินความเสียหายจากภัยธรรมชาติ
การวางแผนกำหนดเขตเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ
3. ด้านการใช้ที่ดิน
ใช้ในการทำแผนที่การใช้ที่ดิน/สิ่งปกคลุมดินที่เป็นปัจจุบัน เพื่อ
เป็นข้อมูลในการวางแผนการจัดการการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม
4. ด้านภัยธรรมชาติ
นำมาใช้ในการศึกษาประเมินความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และวางแผน
ลดความสูญเสียจากภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินถล่ม
~ 42 ~
เกม
เติมคำ
คำอธิบาย: เติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง
โ_ _น ภ_ _ถ่_ _ _า_
_ _ _า_
ภ_ _ถ่_ _
_า_ _ _ี _ _ _
ด_ _เที_มส_ร_ _
ทรั_ _า_ร
_ _รใช้ป_ะโ_ _น์ _
ด้าน_ _ _เ_ _ต_ แ_ _ที่_ _ร_ช้ที่_น
~ 43 ~
2.1.2 ฐานข้อมูลพื้นที่ป่าพรุไม้ขาว
ป่าพรุไม้ขาวตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัด
ภูเก็ต ซึ่งอยู่ตอนเหนือทางทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ต ป่าพรุผืนนี้อยู่ขนาน
ชายฝั่ งทะเล สันนิษฐานว่ากระแสน้ำตามธรรมชาติบริเวณชายฝั่ ง อาจพัดพา
ตะกอนมา ทำให้เกิดสันทรายขนานกับชายฝั่ งเดิมและปิดกั้นเกิดเป็นแอ่ง จึง
เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทั้งสภาพธรณีวิทยาและนิเวศวิทยา ป่าพรุเป็นพื้นที่
ชุ่มน้ำ (Wetland) ประเภทหนึ่ง หมายถึง พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ราบลุ่ม ทั้งที่มีน้ำขัง
หรือท่วมอยู่ถาวรและชั่วคราว ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล ทั้งที่เป็นน้ำจืด
น้ำกร่อยและน้ำเค็ม รวมไปถึงพื้นที่ชายฝั่ งทะเล และพื้นที่ของทะเล ตำบลไม้
ขาวมีป่าพรุทั้งหมด 8 แห่ง ได้แก่ ป่าพรุเจ๊ะสัน ป่าพรุจิก ป่าพรุแหลมหยุด ป่า
พรุยาว ป่าพรุจูด/พรุจวด ป่าพรุหลังวัดไม้ขาว ป่าพรุทุ่งเตียน และป่าพรุยาย
รัตน์ มีเนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ 532 ไร่
วิธีการศึกษา
การสร้างฐานข้อมูลขอบเขตพื้นที่ป่าพรุไม้ขาวในรูปแบบข้อมูลเชิงพื้นที่
โดยวิธีการดิจิไทซ์ (Digitizing) ซึ่งเป็นการสร้างข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยวิธีการคัด
ลอกลายไปตามขอบเขตของเนื้อภาพจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม และแผนที่
หนังสือสำคัญที่หลวง ให้อยู่ในระบบข้อมูลเวกเตอร์ (Vector) ซึ่งข้อมูลที่ได้
สามารถอ้างอิงกับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ได้ จากนั้นลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ
ความถูกต้องอีกครั้ง
ในการดำเนินการสร้างฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ พบว่าข้อมูลที่ได้มีการจัดเก็บ
ของหน่วยงานภาครัฐอยู่ในรูปแบบ Indian 1975 ซึ่งเป็นระบบพิกัด (Datum)
แบบเก่า ในปัจจุบันประเทศไทยได้เปลี่ยนมาใช้ระบบพิกัด WGS 1984 จึง
จำเป็นต้องแปลงระบบพิกัดเพื่อให้เป็นรูปแบบมาตรฐานเดียวกัน
~ 44 ~
แผนที่ป่าพรุภูเก็ต
~ 45 ~