รถนะ คุณธรรมจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณครู ในการการทำงานซึง่ แยกได ดงั นี้
การพัฒนาตนเอง การทำงานเปน ทีม
1. ความสามารถในการวเิ คราะหตนเอง 1. ความสามารถในการวางแผนเพ่ือการ
1.1 การวเิ คราะหจดุ เดนจดุ ดอยของตนเอง ปฏิบัติงานเปน ทีม
1.2 การเลอื กวธิ พี ัฒนาตนเองใหเหมาะสมกับ 1.1การมีสวนรวมในการวางแผนรวมกบั
จดุ เดน จดุ ดอ ย ผูอ่ืน
2. ความสามารถในการใชภาษาไทยเพื่อการ 1.2 การรบั ฟง ความคิดเหน็ ของผอู นื่
สือ่ สาร 1.3 การยอมรบั ขอตกลงของทมี งาน
2.1 การจบั ใจความการสรุปจากการอานและ 2. ความสามารถในการปฏบิ ตั ิงานรว มกัน
การฟง 2.1 ความเต็มใจใหความรวมมอื ในการ
2.2 ความชัดเจนในการอธิบายและ ปฏิบัตงิ าน
ยกตวั อยาง 2.2 ความรับผิดชอบในการปฏบิ ตั งิ านตาม
2.3 การตัง้ คำถามไดต รงประเดน็ บทบาทหนาที่ของตน
3. ความสามารถในการใชภ าษาอังกฤษเพ่ือ 2.3 การปฏบิ ตั ิตนเปน ผนู ำหรือผูต ามได
การแสวงหาความรู เหมาะสมกบั บทบาท
3.1 การจับใจความและการสรปุ จากการอาน 2.4 ความรว มมอื กับทีมงานในการ
และการฟง แกป ญหาการปฏบิ ัติงาน
1. สมรรถนะหลัก (ตอ) การบริการทด่ี ี
การมุงผลสัมฤทธิ์ 3.2
2.6 การปรบั ปรุงแกไขการปฏิบตั ิงาน 3.3
เพ่อื ใหบรรลเุ ปา หมาย 4. ค
3. ผลการปฏิบัติงาน เคล
3.1 ความถกู ตองของผลการปฏบิ ตั งิ าน 4.1
3.2 ความครบถวนสมบูรณข องผลการ 4.2
ปฏิบัติงาน 4.3
4.4
4.5
4.6
5. ค
ควา
5.1
เพือ่
5.2
เทค
การพัฒนาตนเอง การทำงานเปน ทีม
2 ความชดั เจนในการอธิบายและยกตัวอยา ง 2.5 การสนบั สนนุ ใหกำลังใจยกยองให
3 ต้ังคำถามไดตรงประเดน็ เกียรตผิ ูอืน่ ในโอกาสทเ่ี หมาะสม
ความสามารถในการตดิ ตามความ
ล่อื นไหวทางวชิ าการและวิชาชพี
1 การใช Computer เบ้ืองตน
2 การใช Internet
3 การใช e – mail
4 การเลือกใชแหลง การเรยี นรูท่ีหลากหลาย
5 การเลือกใชแหลงการเรียนรทู ่ีเหมาะสม
6 การแลกเปล่ียนเรียนรกู บั เพื่อนรวมงาน
ความสามารถในการประมวลความรูแ ละนำ
ามรไู ปใช
1 การวเิ คราะหและสังเคราะหองคความรู
อนำไปใชพฒั นางาน
2 การนำและการผลิตนวัตกรรมและ
คโนโลยีใหมๆมาใชใ นการพัฒนางาน
2. สมรรถนะประจำสายงาน
การจดั การเรยี นรู การพัฒนาผูเรยี น
1. ความสามารถในการสรา งและพัฒนา 1. ความสามารถในการปลกู ฝง
หลักสูตร คุณธรรมจรยิ ธรรม
1.1 การดำเนินการสราง / พัฒนาหลักสตู ร 1.1 การจดั กิจกรรมได
สถานศึกษาและหลักสูตรทอ งถ่ิน. หลากหลายเหมาะสมกบั
1.2 การนำหลกั สตู รสถานศึกษาหรือหลกั สตู ร ธรรมชาตขิ องผูเรยี น
ทองถน่ิ ไปใชใ หบ รรลุจดุ ประสงค 1.2 การจัดหรือสอดแทรก
1.3 การนำผลการประเมินการจดั การเรียนรู คณุ ธรรมจรยิ ธรรมไดสอดคลอง
มาใชใ นการปรบั ปรุงและพฒั นาหลักสตู ร กับสาระการเรยี นรู
2. ความสามารถในเน้ือหาสาระทสี่ อน 2. ความสามารถในการพัฒนา
( ) ภาษาไทย ทักษะชีวิตสขุ ภาพกายและ
( ) คณติ ศาสตร สุขภาพจิต
( ) วทิ ยาศาสตร 2.1 การจดั กจิ กรรมใหผเู รียนดแู ล
( ) สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ตนเองดา นสุขภาพกายเพ่ือการ
( ) สุขศึกษา และพลศึกษา ดำรงชีวติ ที่ดี
( ) ศลิ ปะ
การบริหาร การวเิ คราะห การสราง
จัดการช้ันเรียน สงั เคราะหและการวิจัย ความรวมมือกับชมุ ชน
1. ความสามารถในการจัด 1. ความสามารถในการ 1. ความสามารถในการ
บรรยากาศการเรยี นรู วเิ คราะห นำชุมชนมีสว นรว มใน
1.1 การจดั กิจกรรมหรอื 1.1 การวเิ คราะหส ภาพปจจุบนั กิจกรรมสถานศกึ ษา
สนบั สนุนใหน ักเรยี นกลา ปญหาจุดแขง็ จุดออนของ 1.1 การประสานให
แสดงความคดิ เห็นพูดคุย สถานศึกษา ชุมชนมสี วนรว มใน
โตต อบในสิ่งทเี่ กย่ี วของกบั 1.2การวิเคราะหแผนการ กจิ กรรมตางๆของ
บทเรียน จัดการเรียนรู สถานศกึ ษา
1.2 การจดั กิจกรรมให 2. ความสามารถในการ 1.2 การจดั กจิ กรรมเพ่ือ
ผูเรียนปฏิบตั งิ านรว มกนั สังเคราะห บริการชุมชนใหเขา มาใช
1.3 การจัดมมุ ประสบการณ 2.1 การจัดทำแผนงาน/ สถานศกึ ษาเปนแหลง
และสื่อท่เี อ้ือตอการเรียนรู โครงการเพ่ือการจดั การเรียนรู การเรียนรแู ละสันทนา
ใหแกผ ูเรียน 2.2 การบูรณาการความรทู ้ัง การ
1.4 การจดั กจิ กรรมเพ่ือ ภายในและระหวา งกลุมสาระ 2 ความสามารถในการ
สง เสริมใหผ ูเรียนเรียนรู การเรียนรู เขา รวมกิจกรรมของ
อยา งมีความสุข ชุมชน
2. สมรรถนะประจำสายงาน (ตอ)
การจดั การเรยี นรู การพฒั นาผเู รียน
( ) การงานอาชพี และเทคโนโลยี 2.2 การจัดกิจกรรมใหผ ูเ รยี นได 2
( ) ภาษาตางประเทศ พัฒนาสขุ ภาพจติ เพ่อื การดำรงชีวติ ข
( ) อนื่ ๆ (ระบุ) ที่ดี ป
สาระทีส่ อนในระดบั ปฐมวัย (3 – 5 ป) 2.3 การจัดกิจกรรมใหผ เู รยี นไดฝ ก 2
( ) ประสบการณสำคัญที่สง เสรมิ แกป ญ หาชีวิตประจำวัน ส
พัฒนาการดา นรางกาย 2.4 การจดั กิจกรรมใหผ เู รยี นอยู ร
( ) ประสบการณส ำคัญที่สง เสริม รว มกับผูอืน่ ในสงั คมไดอยางมี 2
พฒั นาการดา นอารมณจ ติ ใจ ความสุข ไป
( ) ประสบการณสำคญั ที่สงเสรมิ 2.5 การสง เสรมิ ใหผ ูเรยี นติดตาม เร
พัฒนาการดา นสังคม ความเคลื่อนไหวของเหตกุ ารณใน 2
( ) ประสบการณส ำคัญทส่ี ง เสริม สังคม ฐ
พัฒนาการดา นสติปญ ญา 3. ความสามารถในการปลกู ฝงความ ก
( ) เรือ่ งราวเก่ยี วกับตวั เดก็ เปน ประชาธปิ ไตย 3
( ) เรอ่ื งราวเกยี่ วกับบุคคล และสถานที่ 3.1 การจัดกิจกรรมใหผเู รียนรูจกั รบั ด
แวดลอมเด็ก ฟงความคดิ เห็นของผูอนื่ และ
การบริหาร การวิเคราะห การสราง
จัดการช้ันเรยี น
2. ความสามารถในการจัดทำ สงั เคราะหแ ละการวจิ ัย ความรว มมือกับชุมชน
ขอ มูลสารสนเทศและเอกสาร
ประจำชน้ั เรยี น/ประจำวชิ า 2.3 การบรู ณาการสาระการ 2.1 การรวมมอื กบั ชมุ ชน
2.1 การจดั ทำขอมลู
สารสนเทศของนักเรียนเปน เรยี นรู ใหสอดคลอ งกบั วิถี เพอื่ ปองกนั และแกป ญ หา
รายบุคคล
2.2 การนำขอมูลสารสนเทศ ชีวิตประจำวัน. เก่ยี วกบั การอนุรกั ษ
ปใชในการบรหิ ารจัดการชัน้
รยี น 3. ความสามารถในการ สิ่งแวดลอม
2.3 การนำขอมลู จาก
ฐานขอมลู ไปใชประโยชนใน เขียนเอกสารทางวชิ าการ 2.2 การรวมมอื กบั ชมุ ชน
การบริหารจดั การชน้ั เรียน.
3. ความสามารถในการกำกบั 3.1บทความ เพือ่ ปองกันและแกป ญหา
ดแู ลชั้นเรยี น
3.2 คูม อื การเรยี นการสอน เกีย่ วกบั เยาวชน
3.3 ตำรา
3.4 หนงั สือ
3.5 รายงานทางวิชาการ
4. ความสามารถในการวิจยั
4.1 ความรู ความเขา ใจใน
ระเบียบวธิ วี จิ ยั
4.2 การวจิ ัยในช้นั เรียน
4.3 การวิจัยและพฒั นา
2. สมรรถนะประจำสายงาน (ตอ)
การจัดการเรยี นรู การพัฒนาผเู รียน
( ) ธรรมชาติรอบตัว 3.2 การจัดกิจกรรมใหผูเรียนมีสว น
( ) สิง่ ตา งๆ รอบตัวเด็ก รวมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
3. ความสามารถในการจัดกระบวนการ และ ในการปฏิบัติกจิ กรรมของกลมุ
เรียนรูท ี่เนน ผเู รียนเปนสำคญั 3.3 การจดั กิจกรรมใหผ ูเรียนรจู กั ใช
3.1 การจัดทำแผนการจดั การเรยี นรูได เหตุผล ไตรตรองในการตัดสนิ ใจ
อยางมีระบบ โดยมีองคประกอบท่ี 3.4 การจัดกิจกรรมใหผูเรียนมคี วาม
สอดคลอ งกนั ตระหนกั ในเรื่องสทิ ธิมนุษยชน
3.2 การจัดกจิ กรรมการเรยี นรทู ี่เนนการ 4. ความสามารถในการปลูกฝงความ
ปฏบิ ตั ิจรงิ เพ่ือใหผเู รียนคิดเปน ทำเปน เปน ไทย
และแกปญหาได 4.1 การจัดกิจกรรมใหผูเรยี นเห็น
3.3 การจดั กจิ กรรมใหผเู รยี นเลอื กเรยี น คณุ คา ของวัฒนธรรมไทย คานิยม
ตามความสามารถและความสนใจ และ เอกลักษณข องชาติ
4.2 การสง เสรมิ ใหผเู รียนปฏิบตั ิตน
ตามวฒั นธรรม และคานยิ มไทย
การบรหิ าร การวเิ คราะห การสรา ง
จัดการช้ันเรียน สงั เคราะหและการวิจัย ความรว มมือกับชุมชน
3.1 การจดั กิจกรรมให
ผเู รียนมสี ว นรว มในการ
กำหนดกฎ กติกา
ขอตกลง สำหรับใชร วมกนั
ในช้นั เรียน
3.2 การแกป ญหา
พฤติกรรมดา นระเบยี บ
วนิ ยั ในช้นั เรียน
2. สมรรถนะประจำสายงาน (ตอ )
การจัดการเรียนรู การพฒั นาผูเรยี น
3.4 การใชส ่ือการเรยี นรู นวัตกรรม 5. ความสามารถในการจัดระบบดูแล
เทคโนโลยี และแหลงการเรียนรทู ีห่ ลากหลาย และชวยเหลอื ผเู รยี น
4. ความสามารถในการใชและพัฒนา 5.1 การวิเคราะหความแตกตาง
นวตั กรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ ระหวางบุคคลของผเู รียน
เพือ่ การจดั การเรยี นรู 5.2 การวิเคราะหปญหาเพ่ือหาทาง
4.1 การเลือกใชนวัตกรรมเทคโนโลยี ชว ยเหลือผูเรยี น
สารสนเทศ เพื่อการจดั การเรียนรู 5.3 การแนะแนว และใหคำปรกึ ษา
4.2 การออกแบบ และการสรางนวตั กรรม แกผ ูเ รยี นท้ังกลมุ ดี กลุมเส่ียง และ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่อื การจดั การเรียนรู กลมุ มีปญ หา
5. ความสามารถในการวดั และประเมินผล 5.4 การติดตามประเมินผลการแนะ
การเรียนรู แนว และใหค ำปรึกษาแกผูเรียน
5.1 การประเมนิ การเรียนรูต ามสภาพจริง 5.5 การจัดทำระบบเพื่อปองกัน
5.2 การนำผลการประเมินไปใชป รบั ปรงุ และ ปญ หาทอ่ี าจเกดิ ข้นึ กบั ผเู รยี น
พัฒนาการจดั การเรยี นรู
การบรหิ าร การวเิ คราะห การสรา ง
จัดการช้ันเรียน
สงั เคราะหแ ละการวจิ ัย ความรว มมือกับชมุ ชน
ล
3. ครูมคี ณุ ธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณครู
คณุ ธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณครู
1. ครตู อ งรักและเมตตาศิษย โดยใหความเอาใจใสชวยเหลอื สง เสรมิ ใหกำลังใจในการ
2. ครูตอ งอบรม ส่งั สอน ฝก ฝน สรางเสริมความรู ทักษะและนิสยั ท่ีถกู ตองดงี าม ใหเ
ความบริสทุ ธใ์ิ จ
3. ครตู อ งประพฤติ ปฏบิ ตั ิตนเปน แบบอยา งทีด่ แี กศิษยท งั้ ทางกาย วาจา จิตใจ
4. ครูตอ งไมก ระทำตนเปน ปฏปิ กษตอ ความเจริญทางกาย สติปญญา จิตใจ อารมณแ
5. ครูตองไมแ สวงหาประโยชนอ ันเปน อามสิ สนิ จางจากศษิ ย ในการปฏบิ ตั หิ นาทตี่ าม
เปนการหาผลประโยชนใหแกตนโดยมชิ อบ
6. ครูยอ มพฒั นาตนเองทัง้ ทางดา นวิชาชพี ดา นบคุ ลิกภาพและวสิ ัยทัศนใ หท ันตอ การ
และการเมอื งอยเู สมอ
7. ครยู อมรักและศรัทธาในวิชาชพี ครแู ละเปนสมาชกิ ที่ดีตอองคกรวิชาชีพครู
8. ครพู งึ ชวยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสรา งสรรค
9. ครพู งึ ประพฤติ ปฏิบตั ิตน เปน ผนู ำในการอนรุ ักษ และพัฒนาภมู ปิ ญ ญา และวัฒน
ขอ มูล/หลักฐาน/รองรอย
รศกึ ษาเลาเรยี นแกศิษยโดยเสมอหนา
เกิดแกศษิ ย อยางเต็มความสามารถ ดวย
และสังคมของศิษย
มปกติ และไมใชใ หศษิ ยกระทำการใดๆอัน
รพัฒนาทาง วิทยาการ เศรษฐกจิ สงั คม
นธรรมไทย
1.3 บทบาทหนา ทข่ี องนักเรียน
บทบาทหนาท่ใี นโรงเรยี น
1. ผูเ รียนมีคุณธรรมจรยิ ธรรมและคานยิ มอนั พึงประสงค
1.1 มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ
1.2 ซอ่ื สัตย เสียสละ อดทน
1.3 กตญั ูตอ พอแม ผปู กครอง ครบู าอาจารย
1.4 ใฝหาความรู หมน่ั ศึกษาเลาเรียน ท้ังทางตรงและทางออม
1.5 รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีไทย
1.6 มีศีลธรรม รกั ษาความสตั ย
1.7 เขา ใจเรยี นรู การเปนประชาธิปไตย
1.8 มีระเบยี บ วนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู อยรูจักการเคารพผใู หญ
1.9 มีสติ รูตัว รูค ดิ รูทำ
1.10 รูจักดำรงตนอยู โดยใชห ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1.11 มคี วามเขม แข็งท้ังรา งกายและจิตใจไมยอมแพต ออำนาจฝา ยต่ำ
1.12 คำนึงถงึ ผลประโยชนของสวนรวมมากกวา ผลประโยชนข องตนเอง
2. ผูเรียนมีสุขภาพกายและมีสุขภาพจติ ทีด่ ี
2.1 ผเู รยี นมีสุขภาพดมี ีนำ้ หนกั สว นสูงและสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ
รวมทง้ั รูจักดแู ลตนเองใหมคี วามปลอดภยั ไดแ สดงออก
2.2 ผูเรียนมีสขุ ภาพจติ ดีมมี นุษยส ัมพนั ธท ่ดี ีตอผูอ ่นื และมีสนุ ทรยี ภาพดี
บทบาทหนา ที่ในชุมชน
ผูเรยี นเปนสมาชกิ ท่ีดีของชมุ ชน โดยแสดงออกดงั นี้
1. ผเู รียนเปน ผนู บั ถือศาสนา และปฏิบตั ติ ามคำสอนของศาสนาทีต่ นนบั ถือ
2. ผูเรยี นมีสว นรวมในการรักษาขนบธรรมเนยี มประเพณีอันดงี ามของชุมชน
3. ผเู รยี นกระทำตนใหเปนประโยชน รจู กั บาปบุญคณุ โทษ อนรุ กั ษห วงแหนสมบัติ
ของชมุ ชน
1.3 บทบาทหนาที่ของนกั เรียน (ตอ)
บทบาทหนา ท่ีในโรงเรียน
3. ผเู รยี นมคี วามใฝรูใฝเ รียน
3.1 ผูเรยี นมนี สิ ัยรกั การอานแสวงหาความรจู ากแหลงตางๆสามารถเรยี นรูได
ดว ยตนเอง
3.2 ผูเรียนสามารถเรียนรเู ปนทมี
3.3 ผเู รยี นสามารถใชเ ทคโนโลยีในการเรยี นรู
4. ผเู รียนคดิ เปน ทำเปน และแกป ญ หาเปน
4.1 ผูเรียนมคี วามสามารถในการคิดเปนระบบ และการคิดสรา งสรรค
4.2 ผูเรยี นมคี วามสามรถในการลงมือปฏิบตั ใิ หเกิดผลงานทีเ่ ปนรูปธรรม
4.3 ผูเรยี นมีความสามารถในการคิดแกปญหาตา งๆไดดว ยตนเอง
บทบาทหนา ทีใ่ นชมุ ชน
2. บทบาทหนาท่แี ละแนวทางการมสี วนรว มของบดิ ามารดาและผูป กครองนกั เรยี น
2.1 บทบาทหนาทขี่ องบิดามารดาและผูปกครองนกั เรียน มดี ังนี้
บทบาทหนาทใี่ นโรงเรียน
1. การเขามามีสว นรวมในการตัดสินใจของโรงเรยี น
1.1 เขารวมประชมุ เสนอนโยบาย
1.2 ใหความรว มมือและใหก ารสนับสนนุ กจิ กรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น
1.3 ตดิ ตอกบั โรงเรียนอยา งสำ่ เสมอ
2. การเปนผปู ระสานงานในการระดมทรัพยากรทางการศึกษา
2.1 ใหความรว มมอื และใหก ารสนบั สนุนกิจกรรมทโ่ี รงเรยี นจัดข้ึน
3. การเขามามสี ว นรวมในการใหค วามชวยเหลือนักเรียน
3.1 รว มมือกับโรงเรียน กวดขนั ควบคมุ ความประพฤตแิ ละพฤติกรรม
ของนักเรยี นทัง้ ในและนอกโรงเรยี น ใหเ ปนไปตามระเบยี บขอ บงั คับหรือ
คำส่งั ของโรงเรียน
4. งานอาสาสมัครเพอื่ การศึกษา
4.1 ใหความรว มมือและใหก ารสนับสนนุ กจิ กรรมที่โรงเรียนจดั ขนึ้
นและคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
บทบาทหนา ทีใ่ นชมุ ชน
1. การอบรมเล้ียงดูในฐานะเปนพอแมค วรเลยี้ งดูอยางถูกตองและเหมาะสม
- นำหลกั การประชาธิปไตยมาบรู ณาการในการเลย้ี งลูก
- หลักการมีเหตผุ ล
2. การสื่อสารระหวางบา นและโรงเรยี น
- การออกเยย่ี มบา น
- การเขารวมกิจกรรมกบั ชุมชน
- การประชุมผูปกครองนกั เรยี น
3. การจดั ระบบการเรยี นการสอนทีบ่ า น
- ผูป กครองกวดขันนักเรยี นเพื่อทำการบาน
- ผูป กครองสง เสริมกจิ กรรมในการเรยี น
2.2 บทบาทหนา ทขี่ องคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน
ดานวชิ าการ การบรหิ ารงบประมาณ
1. มสี วนรวมกับสถานศึกษา จัดทำ 1. มีสวนรว มจัดทำแผนการใชเงนิ
หลกั สูตรสถานศึกษา งบประมาณของสถานศกึ ษา
2. มสี ว นรว มจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา 2. มสี ว นรวมจดั สรรการใชงบประมาณท่ี
ประจำปข องสถานศึกษา ไดรบั จากบุคคลภายนอกของสถานศกึ ษา
3. มีสว นรว มกำหนดนโยบายหรอื แนว 3. มีสวนรว มติดตามและรายงานผลการ
ทางการพฒั นาคุณภาพสถานศึกษา ใชง บประมาณในสถานศึกษา
4. มสี ว นรว มใหขอเสนอแนะในการ 4. มสี วนรว มเปน กรรมการจัดช้ือ-จดั จาง
กำหนดเกณฑมาตรฐานคุณภาพ พัสดคุ รภุ ณั ฑของสถานศึกษา
การศกึ ษาของสถานศึกษา 5. มสี ว นรวมเปน กรรมการตรวจรับพสั ดุ
5. ใหก ารสนับสนุนทนุ การศึกษา ครภุ ณั ฑข องสถานศกึ ษา
วิทยากร และแหลงการเรียนรูใ นทอ งถ่นิ 6. มีสว นรว มเปน กรรมการควบคุมการ
แกส ถานศึกษา กอ สรางของสถานศึกษา
6. มีสว นรว มในการจดั กิจกรรมการเรียน 7. มสี วนรวมจดั หางบประมาณสนบั สนุน
การสอนท่สี อดคลองกับความตอ งการ สถานศกึ ษา โดยระดมจากชมุ ชน
ของชุมชน
การบริหารงานบคุ คล การบรหิ ารทัว่ ไป
1. มสี ว นรว มใหขอเสนอแนะเก่ยี วกบั การ 1. มีสว นรว มใหความเหน็ ชอบรายงาน
จัดบคุ ลากรใหปฏบิ ัตงิ านในสวนตา งๆ ผลการดำเนินงานประจำปข อง
ของสถานศกึ ษา สถานศกึ ษากอนเสนอตอสาธารณชน
า 2. มสี วนรว มพิจารณาจัดหาวทิ ยากร 2. ใหคำปรกึ ษาแนะนำและสนบั สนนุ
ภายนอกตามความตองการของ การดำเนนิ งานในการพฒั นาสถานศึกษา
สถานศกึ ษา 3. ใหความรวมมอื เปนผูป ระสานงาน
ง 3. มีสว นรว มในการจัดหาเทคโนโลยีเพอ่ื ระหวางสถานศึกษาชมุ ชน หนวยงาน
พฒั นาระบบขอ มลู บุคลากรของ อื่นๆ
สถานศกึ ษา 4. มสี ว นรวมจดั สภาพแวดลอ มของ
4. มสี ว นรว มวางแผนการพฒั นาบุคลากร สถานศกึ ษาใหรมรื่นนา อยู
ของสถานศึกษา 5. ใหค ำแนะนำชว ยเหลอื ในการพัฒนา
5. รว มใหข อ เสนอแนะในการประเมนิ ผล อาคารสถานที่ของสถานศึกษาให
น การปฏิบตั ิงานของบุคลากรใน เหมาะสมกบั การจดั การเรียนการสอน
สถานศกึ ษา 6. มสี ว นรว มสนับสนุนใหส ถานศกึ ษา
เปน สถานที่ทำกิจกรรมของชุมชน
2.2 บทบาทหนา ท่ีของคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน(ตอ)
ดานวิชาการ การบริหารงบประมาณ
7. มสี ว นรว มในการจัดหาสอ่ื การเรยี น 8. มสี วนรวมรักษาความปลอดภัย
การสอนท่ีทันสมัย เกย่ี วกับทรัพยส ินทางราชการของ
8. มสี วนรว มเปนวทิ ยากรในการให สถานศึกษา
ความรูแ กน ักเรยี น 9. มีสวนรว มเสนอแนะแตง ตง้ั เจาหนาที่
9. มสี วนรวมสงเสริมใหมกี ารใชส อื่ รบั ผดิ ชอบงานการเงนิ พัสดุ
การเรยี นการสอน อยา งสม่ำเสมอ 10. มีสวนรวมในการกำกับติดตาม
10. มีสวนรวมประเมินผลการใช การทำบัญชกี ารเงนิ ไดถูกตองและ
หลักสตู ร เปน ปจ จบุ ัน
การบรหิ ารงานบคุ คล การบริหารทัว่ ไป
7. สนบั สนนุ การบรกิ ารดา นสุขภาพและ
อนามยั แกนกั เรียนของสถานศึกษา
8. สนับสนุนใหส ถานศกึ ษาใหมี
การเผยแพรความรตู างๆท่เี ปนประโยชน
แกชุมชนและเปน ศูนยบ รกิ ารดา น
วชิ าการ
9. สนบั สนนุ กิจกรรมงานบริการตางๆ
ของสถานศึกษาไดแก การแนะแนว
อาหารกลางวัน รา นตัดผม
10. มีสว นรวมสง เสริมกิจกรรม
ประชาธปิ ไตยทง้ั ในระดบั สถานศึกษา
และในระดับทองถิน่
11. สงเสริมการจดั กิจกรรมของ
สถานศกึ ษาทางดานศาสนา
ศิลปวฒั นธรรมในทองถ่ิน
2.2 บทบาทหนา ท่ขี องคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน(ตอ)
ดา นวชิ าการ การบรหิ ารงบประมาณ
การบริหารงานบคุ คล การบริหารทัว่ ไป
12. มีสว นรว มจดั ทำโครงการตางๆ เชน
การปอ งกันสารเสพติด สอื่ ลามก
การพนนั และการทะเลาะววิ าทใน
สถานศกึ ษา
13. มีสว นรวมระดมความรว มมอื ใน
ชุมชนเพือ่ การจัดการศึกษารวมทั้ง
การจดั หาทุนการศกึ ษาใหส ถานศึกษา
14. มสี วนรวมพฒั นาใหนกั เรียนมีวนิ ยั
คณุ ธรรมจรยิ ธรรมและรว มแกไ ข
พฤติกรรมท่ีไมเหมาะสมของนกั เรียน
ในสถานศึกษา
15. มสี ว นรว มในการประเมนิ ผลการใช
อาคารสถานทีเ่ พอื่ ใชใ นการพัฒนาและ
ปรบั ปรงุ
บทท่ี 5
การใชง บประมาณและทรพั ยากร
1. การคาดการณจำนวนนักเรยี นตามสำมะโนนกั เรียนและแผนการจดั ชนั้ เรยี น
จำนวนช้ันเรียน 2561 ปก ารศึกษา 2565
17 2562 2563 2564 22
1. อนุบาลปท ่ี 2 รวม 16 17 19 20 20
2. อนุบาลปท ี่ 3 17 17 19
รวม 33 42
3. ประถมศึกษาปที่ 1 รวม 20 34 36 39 19
4. ประถมศึกษาปที่ 2 รวมท้ังสิน้ 18 16 17 17 17
5. ประถมศึกษาปที่ 3 19 21 16 17 17
6. ประถมศึกษาปที่ 4 25 17 21 16 16
7. ประถมศึกษาปที่ 5 10 19 17 21 21
8. ประถมศึกษาปท่ี 6 12 25 19 17 17
10 25 19
9. มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 104 107
10. มัธยมศึกษาปที่ 2 32 108 115 107 27
11. มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 30 25 27 33 25
17 31 18 10 10
79 30 31 18 62
216 86 76 61 211
228 227 207
2. การคำนวณงบประมาณรายการคา จัดการเรยี นการสอน (รายหัว) ซึ่งเปนงบประมาณหลกั ทโี่ รงเรียน
นำมาใชว างแผนบรหิ ารจัดการศกึ ษาตามภารกจิ และเปาหมายที่กำหนด ดงั น้ี
1. ระดบั กอนประถมศึกษา จำนวนงบประมาณเกดิ จากจำนวนนกั เรยี น X 1,700 บาท
2. ระดับประถมศึกษา จำนวนงบประมาณเกิดจากจำนวนนกั เรียน X 1,900 บาท
3. ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน จำนวนงบประมาณเกดิ จากจำนวนนกั เรียน X 3,500 บาท
ทัง้ นไ้ี มค ดิ คำนวณรวมกบั งบประมาณที่จายเปน เงินเดือน คา จา งประจำคาจา งชั่วคราวและเงนิ อ่ืน
ทจี่ า ยพรอมกบั เงนิ เดือน คา จางประจำและคาตอบแทน งบดำเนนิ งานและงบลงทนุ ทเ่ี ปนปกติซ่งึ ไดรับจัดสรร
และอนุมตั ิจาก สพฐ. และงบเงนิ อุดหนุน เชน รายการคาอุดหนนุ ปจ จัยพ้นื ฐานนักเรียนยากจน ขาดแคลน
คา อาหารกลางวันสำหรับนกั เรยี น รายการเงนิ อดุ หนนุ อ่นื ๆ และเงินรายไดจ ากการบรจิ าคและระดมทรัพยากร
ทพ่ี งึ มีและพงึ ไดรับในภายหลงั ซึง่ จะไปปรากฏอยใู นแผนปฏิบตั ิการประจำปการศึกษา หรอื โครงการท่ีจัดทำ
รองรบั สำหรบั การบริหารงบประมาณรายการนนั้ ๆตอไป
ประมาณการงบประมาณรายการคา จัดการเรยี นการสอน (รายหัว)
จำนวนนักเรยี น 2561 ปก ารศกึ ษา 2565
(บาท) (บาท)
1. ชัน้ อนบุ าล....................คน x 1,700 บาท 2562 2563 2564
2. ช้ันประถมศึกษา...........คน x 1,900 บาท 56,100 (บาท) (บาท) (บาท) 71,400
3. ชนั้ มธั ยมศึกษา.............คน x 3,500 บาท 97,600 03,300
76,500 57,800 61,200 66,300 17,000
รวม 30,200 05,200 18,500 03,300 91,700
รวมทั้งสน้ิ 01,000 66,000 13,500
64,000 45,700 83,100
2,614,700
( สองลา นหกแสนหนง่ึ หมน่ื ส่พี ันเจด็ รอยบาทถวน )
3. การจัดสรรงบประมาณเพ่อื การบริหารและการจดั การ
แผนงานขบั เคลือ่ น 2561 2562 ปก ารศึกษา 2565
(บาท) (บาท) 2563 2564 (บาท)
1. บริหารงานวชิ าการ (บาท) (บาท)
2. บรหิ ารงานงบประมาณ 598,200 601,200 602,500
178,800 181,800 601,900 602,100 184,000
แยกเปน 4.1 คา วัสดุ 182,000 183,200
4.2 คาสาธารณูปโภค ** 108,000 109,500
4.3 คาครุภณั ฑ 79,000 108,500 109,000 82,800
4.4 คาซอ มแซมปรับปรงุ 106,000 81,000 82,500
77,000 970,000 978,800
3. บริหารงานบคุ คล 973,400 976,800
4. บริหารงานทว่ั ไป 960,000 4,859,000
แยกเปน 6.1 กิจการนกั เรียน
6.2 ภารกิจอืน่ ๆ
รวมทั้งส้ิน
รวม 4 ปการศกึ ษา
หมายเหตุ ** คา สาธารณูปโภค หมายถงึ คา บรกิ ารกระแสไฟฟา ประปา โทรศัพทประจำที่ คา บัตรเตมิ เงนิ
โทรศัพทเ คลื่อนที่ คาเชา สญั ญาณดาวเทยี ม เคเบิลทวี ี อนิ เตอรเ นต็ คา ไปรษณียแ ละแสตมป ตองกำหนดต้ัง
รายจา ยงบประมาณเทา กบั หรือมากกวา ยอดรายจายรวมประจำเดือนประมาณ 2-3% ทุกเดือนหรือทุกรอบ
ชำระคา ใชบ ริการ จำนวน 12 เดือน ทัง้ นี้เมื่อตง้ั จายเปนรายการในแผนการใชจ ายงบประมาณประจำป
การศกึ ษา และหามนำไปใชจ า ยหรอื ยมื ทดลองจา ยเพอื่ กิจกรรมหรอื โครงการอืน่ เวนแตเปนจำนวนเงนิ
คงเหลอื
บทที่ 6
แนวทางการตดิ ตาม วดั และประเมนิ ผล
เพอ่ื ใหแผนพัฒนาการจัดการศกึ ษาสัมฤทธผิ์ ลตามเปาหมาย พันธกิจ และวิสัยทัศนท่ีกำหนด
ควรมกี ารสรางเครื่องมือ กลไกบคุ คล/คณะบคุ คลติดตามวัดและประเมนิ ผลการดำเนนิ งาน ดงั นี้
1. การจัดใหม ีสวนรวมจากคณะครู ผูแทนนักเรยี น/ผูป กครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ในการรา งและจดั ทำแผนพัฒนาการจดั การศกึ ษาอยางทัว่ ถึงและครอบคลมุ ทกุ กลมุ คณะ
2. การจัดใหมีกลไกการประสานแผนงานและกลยุทธต างๆ ภายในแผน การกำหนด
บคุ คลหรือคณะบคุ คลรว มรบั ผดิ ชอบการดำเนินงานในแตละกลยทุ ธ
3. การสรางหรือทบทวนความรู การสรางความเขาใจในการวางแผน การจดั ทำแผน
การดำเนินงานตามแผนและการประเมินตนเอง พรอมท้ังรายงานผลการดำเนินงานในสว นท่รี ับผดิ ชอบ
แกคณะครู
4. การจดั ใหมีการประชาสัมพันธใหผูมีสวนเก่ียวของทุกฝายไดทราบสาระสำคัญอยาง
งา ยๆ ของแผน ตลอดทง้ั ภาพแนวทางการดำเนนิ งานที่ชัดเจน
5. การจดั ใหมีการพัฒนาระบบฐานขอมลู ใหเ ปนปจ จบุ นั เพื่อใชประโยชนในการ
ปรบั ปรุงกจิ กรรม โครงการ กิจกรรมหลกั เปาหมายและตัวชวี้ ัดความสำคัญ ใหสอดคลองและทนั กับสภาพ
ที่มอี ยูแลว จรงิ
6. มีการพัฒนาสมรรถนะและศกั ยภาพของคณะครูในการนำแผนสกู ารปฏิบัติ
7. มีเวทีหรอื จัดใหมีการประชุมทางวชิ าการหรอื ประชมุ ยอยที่มีการนำและเปดโอกาสให
มกี ารพูดคุยและแลกเปล่ยี นขอมูล ปญหา และแนวปฏิบตั ใิ นการแกไขปญ หาทเ่ี กิดขน้ึ ระหวา งการปฏิบัติงาน
ตามแผน
8. มีการปรบั ปรุงเช่ือมโยงกับนโยบายและแผนพฒั นาการศึกษาของหนว ยงานตน สงั กดั
หรือสว นราชการทเ่ี กีย่ วของรายปเสมอ
9. มกี ารปรับปรงุ พฤตกิ รรมของผูบริหาร ใหมีคุณลักษณะตามวิสัยทศั นท ่กี ำหนด และมี
ความเปนผูนำท่ีจะนำโรงเรยี นไปสูวิสัยทศั นไ ดจริง พรอ มทงั้ เปน ผูน ำการเปลีย่ นแปลงในรูปแบบการคิดริเริ่ม
ตวั อยา งงานหรือวิธกี ารทำงานอยางงายและเกิดผลดีในทางปฏบิ ตั แิ กคณะครูเสมอ
10. มคี วามพยายามหรือมีการปฏิบตั งิ านตามบทบาทหนาทีท่ ง้ั สว นของผูบ รหิ าร และ
คณะครูตามท่กี ำหนดไวใ นแผน
11. มคี วามพยายามหรือมีการชกั จูง กำกบั ใหน ักเรยี นเกิดการปฏิบตั หิ นา ทต่ี ามที่กำหนด
ไวในแผน
12. มกี ารประสาน การสนับสนุน การจดั การหวา นลอ มใหเกิดความรวมมือหรือขอตกลง
ในการปฏิบตั ติ ามบทบาทหนาท่ีของผูปกครอง ชมุ ชน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพนื้ ฐาน องคกรปกครอง
สว นทอ งถิ่นและองคก รสถาบันอ่นื ตามท่ีกำหนดไวใ นแผน
13. มกี ารติดตาม วดั และประเมนิ ผลแผนพฒั นาการจดั การศึกษา
ดงั นี้
(1) ตดิ ตามความกาวหนาประจำป เปน การตดิ ตามความกาวหนาของตวั ชีว้ ัดในแต
ละกลยุทธ เพ่ือตรวจสอบถึงผลงานทเ่ี กิดขน้ึ จริง เปรยี บเทยี บกับเปาหมายทกี่ ำหนด อนั จะนำไปสูการทบทวน
ปรบั ปรงุ แกไ ขเปา หมายและกลยทุ ธใ หม คี วามเหมาะสมตอไป
(2) การวัดและประเมนิ ผลในระยะครึง่ แผน เปนการประเมนิ ผลในชวง 2 ปการศกึ ษา
แรกของแผน คือ เมื่อสน้ิ สุดปการศึกษา 2560 เพ่ือทบทวนผลความกา วหนาและปญ หาอุปสรรค รวมทัง้
ทบทวนกลยุทธ ตัวช้ีวดั เปาหมาย หรอื เพ่ือการปรบั เปลย่ี นแผนปฏิบัติการประจำปการศึกษา 2562
(3) การประเมนิ ผลเมอื่ สน้ิ สดุ แผน เปนการประมวลผลแผนพฒั นาการจดั การศกึ ษา
4 ป เมือ่ สิ้นสุดปก ารศกึ ษา 2562 เพื่อสรุปผลการพฒั นาการจดั การศึกษา พจิ ารณาผลสมั ฤทธขิ์ องงานท่ี
เกดิ ขน้ึ ตลอดชว งเวลา 4 ปการศึกษา และเพ่ือใชเ ปน ฐานขอมลู หลกั ในการจดั ทำแผนพัฒนาการจดั การศึกษา
ประจำปก ารศึกษา 2559 – 2562
14. การจดั ทำรายงานผลการปฏิบัตงิ านประจำปการศึกษาตามแผนปฏิบตั ิการประจำ
ปก ารศกึ ษา
ภาคผนวก
- ผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกและขอเสนอแนะของ สมศ.
- คำสั่งแตงตงั้ คณะกรรมการจดั ทำแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา (แผนกลยทุ ธ)