88
แผนท่ีตําแหน่งผามพธิ ีฟอู นผมี ด-ผเี ม็ง
สำนกั หอสมุดกลาง
ขันตง้ั เครือ่ งสงั เวย ผา้ สําหรบั โหนเขา้ ผี
ท่นี ัง้ สาํ หรบั มา้ ข่ี
วงปูาดกอ้ ง
ภาพท่ี 41 แผนที่ตาํ แหนง่ ผาม ฟอู นผมี ด-ผีเม็ง
89
แผนที่ตําแหนง่ ผาม พธิ ีเหยา
สำนกั หอสมุดกลาง
หิง้ ผี เครอ่ื งคาย กระด้งเครอื่ งเลน่ ผี
หมอเหยา หมอม้า
ภาพท่ี 42 แผนท่ตี าํ แหนง่ ผาม พธิ ีเหยา
90
แผนทีต่ ําแหน่ง โรงครู โนราโรงครู
สำนกั หอสมุดกลาง
พาไล เทริด บายศรี
ลูกคู่ สาดคลา้ ผนัก
ภาพที่ 43 แผนที่ตาํ แหนง่ โรงครู
91
การประกอบพิธีกรรมไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมใดก็จะมีพื้นที่เฉพาะมีพื้นท่ีสําคัญในการ
ดาํ เนนิ กจิ กรรมและเชน่ เดียวกนั การประกอบพธิ ีกรรมฟูอนผีมด-ผเี ม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครู พบว่า
มพี ื้นทเี่ ฉพาะในการดาํ เนินกิจกรรมในการประกอบพิธีกรรม ซึ่งในการประกอบพิธีกรรมก็มีการปลูก
สรา้ งโรงพธิ ี ในการประกอบพิธีกรรมในรูปแบบตามวิถีชีวิตอย่างเรียบง่ายโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ในท้องที่ท่ตี นมีมาสร้างและโรงพิธีทัง้ สามพิธีก็มพี น้ื ท่เี ฉพาะที่แยกออกไปอกี ว่าสว่ นใดเป็นพนื้ ทอี่ ย่างไร
และการประกอบพิธีกรรมท้ังสามพิธีกรรมก็มีพื้นท่ีเฉพาะสําหรับ ห้ิงเพ่ือวางเครื่องพิธีต่างๆ พื้นที่
สําหรบั นักดนตรี สําหรับผู้ประกอบพธิ ีกรรม และบรเิ วณภายนอกสาํ หรับผ้ทู ี่มาร่วมพิธีกรรม
สำนกั หอสมุดกลางโอกาสในการประกอบพธิ กี รรม
การประกอบพิธีกรรมจะมีการกําหนดท่ีชัดเจนว่าจะต้องประกอบพิธีกรรมในโอกาสใด
และเช่นเดียวกนั กับการประกอบพิธีกรรมของฟูอนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยา และโนราโรงครูก็จะมีโอกาส
ในการประกอบพิธกี รรมดงั นี้
โอกาสในการประกอบพธิ กี รรมการฟ้อนผีมด-ผีเม็ง7
เลี้ยงตามประเพณี คือ การเลีย้ งตามวันเวลาที่ได้กําหนดไว้ เป็นประเพณีของตระกูลจะ
มีการเลยี้ งทกุ ปี หรือสองปคี ร้งั หรือสามปีครั้ง ในสมัยน้ีวันเล้ียงท่ีสะดวก คือ วันเสาร์หรือวันอาทิตย์
และจะมกี ารเริ่มตน้ ต้งั แต่เดือน 6 เหนอื หรือเดอื น 4 ไปจนเข้าพรรษา
เลีย้ งแก้บน เปน็ การเล้ียงตามสญั ญาทไี่ ด้ใหไ้ ว้เมื่อสําเร็จในสิ่งท่ีได้ปรารถนาไว้ หรือหาย
จากอาการเจ็บไข้ไมส่ บาย โดยวธิ กี ารแบบเลี้ยงดกั๊ หรือเล้ียงผีผาม แล้วแต่บนไว้กับเจ้าหรือผี สําหรับ
วันเวลาหรือเดือน สามารถทาํ ไดน้ อกฤดกู าลเลย้ี ง
เลย้ี งในโอกาสพิเศษ เช่น วนั สงกรานต์ งานแตง่ งาน ขึ้นบา้ นใหม่ งานบวช เป็นตน้ การ
เลย้ี งแบบน้ีจะไมจ่ ดั ใหญโ่ ตมาก จะจัดอาหารท่ีมอี ยูไ่ ว้เลย้ี งผู้มาร่วมงาน หรืออาจจะเพ่ิมอาหารพิเศษก็
สามารถทาํ ได้
โอกาสในการประกอบพิธกี รรมเหยา8
พธิ ีกรรมเหยาเล้ียง เป็นการไหว้ครูผีของชาวภูไทเหยาเลี้ยงผี จะทําพิธี 1 คืน กับอีก 1
วนั จะเรม่ิ ทําตัง้ แตต่ ะวนั ตกดินไปจนถงึ เวลาประมาณ 12.00 น. (หกทุ่ม) หรือว่าเสยี่ งทาย หมอเหยา
ก็จะทําการเสี่ยงทายว่าวันน้ีพอแล้วหรือยังผีพอใจแล้วหรือยัง ถ้าเส่ียงได้ก็จะทําการเส่ียงไข่ เส่ียง
7สาํ นักงานวัฒนธรรมจังหวดั ลาํ ปาง.ประเพณอี ารยธรรมลา้ นนาคณุ คา่ ศรทั ธาและความ
เช่ือ. เขา้ ถึงเม่อื 12 พฤษจิกายน 2557.เข้าถงึ ได้จากhttp://www.mculture.go.th/lampang
/index.php/submitarticle/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%
B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8% A3%E0%B8%B9%E0%
B9%89-3/2013-11-26-13-
8สัมภาษณ์ ปรวิ รรต ไวสสู้ ึก, อาจารย์โรงเรยี นมกุ ดาวทิ ยานกุ ูล, 24 พฤษภาคม 2558.
92
ข้าวสาร เสี่ยงง้าว เสี่ยงดาบ ถ้าพอใจแล้วก็จะหยุดทําการเส่ียงทาย วันถัดไปก็จะเร่ิมต้ังแต่ 6.00 น
หรอื 07.00 น. กเ็ ร่มิ ตามขัน้ ตอนสดุ ท้ายกเ็ สีย่ งดวู า่ ทําถูกต้องหรือปาุ ว ผีพอใจหรือปุาว ถ้าเรียบร้อยก็
จบพิธไี ป
พธิ กี รรมเหยารกั ษาโรค ถา้ เป็นเหยารักษาอาการเจ็บปุวยนจ้ี ะใช้หมอเหยาคนเดียว ก็จะ
มีเคร่ืองคาย หมอแคน คนปุวยหรือคนท่ีต้องการจะให้ทํานายทายทัก คนท่ีปุวยก็จะนอนส่วนหมอ
เหยากจ็ ะเหยา ถ้าเป็นเหยาปุวยหมอเหยาก็จะดูว่าปุวยเป็นอย่างไร ถามผีว่าวันนี้ผีต้องการอะไร เช่น
ถ้านอนปวุ ยอย่นู ้ีผมี าทาํ แน่ มีผีมาทําจํานวนมากตัวในหนง่ึ วนั สามารถทําได้แค่นั้นสื่อสารต่อรองกับผี
วา่ วันน้ที าํ ได้แค่นี้ก็จะปล่อยคายเอาไว้อีกสองวันสามวันก็จะมาเหยาอีกหมอเหยาจะเหยาจนกว่าคน
สำนกั หอสมุดกลางปุวยน้นั จะหาย จนกว่าจะร้ือคายอันนี้จะข้ึนอยู่กับอาการของคนปุวย เรียกว่า อ่มคาย ถ้าเหยาเสร็จ
แล้ว อาการของคนปุวยไม่ดีข้ึน หมดกําลังของหมอเหยาแล้ว ทําได้แค่น้ีหมอเหยาจะบอกว่าผีตนน้ี
ยากมากทํายงั ไงก็ไม่ยอมสักทจี ะเอาโน้นนนี้ น้ั ใหไ้ ด้ พดู ง่ายๆคอื เป็นการตดิ ต่อกับผีวา่ จะเอาหรือไม่เอา
หมอเหยาก็จะทาํ การเส่ียงทายโดยเสย่ี งขา้ วสาร หรอื เส่ยี งง้าวกแ็ ล้วแต่
พธิ กี รรมเหยาคมุ ผอี อก เปน็ พิธกี รรมท่ีต่อมาจากพธิ ีกรรมเหยารักษาโรค เม่ือผู้ปุวยหาย
ดีแล้ว จะรบั ปากกบั ผีว่าจะยอมเปน็ ร่างทรง ผู้ปุวยที่ตัดสินใจยอมรับให้ผีเข้ามาทรงร่างน้ันจะเรียกว่า
“หมอเหยา” และจะตอ้ งผา่ นพิธีเหยาคุมผอี อก และต้องเป็นเจ้าภาพเลย้ี งผตี ิดต่อกนั เป็นเวลา 3 ปี
พิธกี รรมเหยาฮปู เหยาฮอย จะประกอบพธิ ีกรรม 2 วนั ด้วยกนั วนั แรกจะทําการฝังฮูกจะ
มี 2 ฝาุ ย อีกฝัง่ หนึง่ จะเอาฮกู ฮกู คอื เหง้าของต้นกล้วยเอามาแกะสลักเป็นอวัยวะของเพศหญิง อันท่ี
สองก็จะเอาไม้มะเยาหรือไม้สบู่ดํามาแกะสลักเป็นอวัยวะเพศชายแล้วนํามามัดรวมกันเรียกว่า ฮูก
แลว้ นาํ ไปฝังดนิ ไว้ในวนั แรก วนั ที่ 2 ก็คอื วันทีท่ ําการเหยาหมอเหยาก็จะทําการเหยาที่ตามมุมที่ฝังฮูก
เอาไว้เพือ่ ทีจ่ ะเหยา เปน็ พิธีกรรมเหยาที่จัดขึ้นปีละคร้ังในช่วงของเดือน 5 หรือเดือนเมษาในงานบุญ
ผะเหวด ซึ่งเปน็ พิธกี ารเส่ียงทายนา้ํ ฝน
โอกาสในการประกอบพธิ ีกรรมโนราโรงครู9
พิธีกรรมบูชาครูหมอตายาย เป็นการไหว้ครูเพื่อท่ีแสดงถึงจงรักภักดีต่อบรรพบุรุษจะ
กาํ หนดจดั ทุกปี ทกุ สามปี หรอื ทกุ 9 ปี ขึ้นอย่กู ับการตกลงระหว่างลูกหลานกับครหู มอตายาย
เพื่อแก้บน ลูกหลานเม่ือมีความต้องการส่ิงใดส่ิงหนึ่งจึงทําการบนบานศาลกล่าวกับครู
หมอตายายให้ช่วยดลจิตดลใจให้ประสบความสําเร็จ ครูหมอตายายจะทําการช่วยเหลือหลังจาก
ลูกหลานประสบความสําเรจ็ ดัง่ ท่ีไดข้ อไว้ ก็จะทําการรับโนรามาทําการแสดงเพื่อแสดงความขอบคุณ
หรือบนบานเพราะถูกครหู มอโนราลงโทษดว้ ยสาเหตุต่างๆ
ทาเพ่ือผกู ผ้าตดั จุก พิธีกรรมท่สี งั เกตผูกผา้ ตัดจุกหรือพธิ ีครอบเชดิ ของโนรา เค้าจะทําใน
พิธกี รรมโรงครูเท่านัน้ การเหยียบเสนหรอื การรกั ษาโรคในโรงครจู ะมกี ารทาํ พธิ ีเหยยี บเสน เสนเกิดข้ึน
จากการกระทําของผเี จา้ เสน ผีโอกะแซง หรือครูหมอตายาย ทาํ สญั ลักษณว์ ่าต้องการให้เด็กคนนั้นท่ีมี
9สมั ภาษณ์ โอภาส อิสโม, ผอู้ ํานวยการศิลปะและวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสงขลา,
7 เมษายน 2558.
93
เสนมาทาํ การรําโนรา ในการที่จะรักษาเสนให้หายน้ันจะต้องให้โนราใหญ่ทําพิธีเหยียบเสนให้เท่าน้ัน
แตก่ ารทจ่ี ะรักษาโรคอ่นื ๆน้ันบางทีจะรักษาในโรงครูแต่บางทีครูหมอเค้าจะนัดหมายภายหลังในการ
รักษาคนเจบ็ ปุวย
จะเห็นได้วา่ พธิ ีกรรมฟอู นผีมด-ผีเม็ง มโี อกาสในการประกอบพธิ กี รรมดังน้ี
เล้ียงตามประเพณี
เล้ียงแก้บน
เลีย้ งในโอกาสพิเศษ
พิธเี หยา มีโอกาสในการประกอบพธิ กี รรม ดงั น้ี
พธิ ีกรรมเหยาเล้ยี ง
สำนกั หอสมุดกลางพธิ กี รรมเหยารกั ษาโรค
พิธกี รรมเหยาคมุ ผอี อก
พธิ ีกรรมเหยาฮูปเหยาฮอย
โนราโรงครู มโี อกาสในการประกอบพิธีกรรมดังนี้
พธิ ีกรรมบชู าครูหมอตายาย
เพื่อแก้บน
ทําเพ่ือผูกผ้าตดั จกุ
โอกาสในการประกอบพิธีกรรมของพิธีกรรมฟูอนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครู
พบว่า การประกอบพธิ กี รรมทง้ั สามพิธีกรรมมีความคล้ายคลึงกันในเร่ืองของ การรําลึกถึงบรรพบุรุษ
การแก้บนและการสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษที่ได้สร้างและสืบทอกเรื่องราวการเป็นอยู่ วิถี
ชีวิต ของตนในสมยั กอ่ นวา่ มีวิถชี วี ิตเป็นอยู่อย่างไร และมคี วามสอดคลอ้ งในเรอ่ื งราวของการรกั ษาโรค
ของทง้ั สามพิธีกรรม เนือ่ งจากในสมัยกอ่ นยงั ไม่มกี ารบริการในเร่ืองของการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ อย่าง
ทนั สมยั อยา่ งในปัจจุบนั
ช่วงเวลาในการประกอบพิธกี รรม
การประกอบพธิ กี รรมของพธิ ีกรรมฟอู นผมี ด-เมง็ พิธเี หยา และ โนราโรงครู จะมีช่วงเวลา
ในการประกอบพิธีกรรมอยา่ งชดั เจนว่าจะประกอบพิธกี รรมในชว่ งเวลาดงั ต่อไปนี้
ชว่ งเวลาในการประกอบพธิ กี รรมฟอ้ นผมี ด-เม็ง
ประเพณีฟูอนผีมด-ผีเม็งนิยมทํากันในช่วงเดือน5เหนือ(เดือน3ของภาคกลาง)หรือ
ประมาณเดอื นกุมภาพันธ์มีนาคม-มิถุนายนไปจนย่างเข้าฤดูฝนเป็นช่วงที่ชาวบ้านเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว
และยังวา่ งและเหมาะท่ีญาตพิ ่นี อ้ งจะมารวมตวั พบปะกันเพ่อื ชว่ ยกันจัดเตรียมงาน ถือเป็นโอกาสรวม
ญาติของคนในสายตระกูลบางตระกูลก็กําหนดไว้ปีละครั้ง บางตระกูลก็ 2 ปีคร้ัง บางตระกูลก็ไม่มี
94
กําหนดแน่นนอนแล้วแต่ความสะดวก บางครั้งก็เป็นการฟูอนแก้บนในกรณีท่ีลูกหลานเจ็บปุวย แล้ว
บนบานเอาไวเ้ มอ่ื หายกม็ ีการฟอู นราํ แกบ้ น10
ชว่ งเวลาในการประกอบพิธีกรรมพธิ เี หยา
เหยาไปรักษาเหยาได้ทั้งปีเว้นวันพระถ้าเลี้ยงผีเค้าจะเอาช่วงดอกไม้บานก็คือเดือนสอง
จนถึงเดือนส่ีแตถ่ า้ จาํ เป็นจริงๆกถ็ ึงเดือนหา้ เป็นเดือนสุดท้ายถา้ สิน้ เดือนหา้ ไม่ได้ขลํา แล้วก็เข้าพรรษา
เข้าพรรษาถ้าไม่จําเป็นจริงๆก็จะไม่คุมผีแต่ถ้าจําเป็นจริงๆก็จะคุมได้ นี้เป็นข้อกําหนดของฤดูกาล
เพราะดอกไม้บานในเดือนสองเดือนสาม เดือนสามเป็นเดือนที่มีความสําคัญกับชาวผู้ไท เป็นเดือน
ความเชือ่ เก่าเดือนสามออกใหม่สามคําภไู ทที่มีความเช่ือเก่าเก่ียวกับความอุดมสมบูรณ์วันดีจะอยู่ช่วง
สำนกั หอสมุดกลางนีถ้ า้ เลยี้ งผไี ม่เกินเดือนหา้ ตามปฏทิ ินตามทศั นคตติ ามเดือนไทยไม่ใช่เดือนสากล11
ชว่ งเวลาในการประกอบพธิ ีกรรมโนราโรงครู
ในการประกอบพิธีของโนราโรงครจู ะประกอบในช่วงของเดือน 3 เดือน 6 เดือน 9 หรือ
ช่วงเดือน มีนาคม พฤษภาคมไปจนถึงเดือนกันยายน และจะไม่ทําพิธีกรรมในช่วงของเดือน 5
เนือ่ งจากเปน็ เดือนรอ้ นและไม่เป็นสิริมงคลจึงไมน่ ิยมในการประกอบพิธีกรรม และจะจดั ในชว่ งของวัน
พุธ พฤหัสบดี และวนั ศกุ ร์12
ตารางท่ี 6 ตารางแสดงเดอื นทใ่ี ชใ้ นการประกอบพิธีกรรม
เ ดื อ น / ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
พธิ ีกรรม
ฟ้อนผี
พิธีเหยา
โนรา
สังเกตไดว้ า่ ในชว่ งเวลาของการประกอบพธิ กี รรมนัน้ ท้ังสามพิธีกรรมจะมีช่วงเวลาที่ใกล้เคียง
กันคือในช่วงของฤดูร้อนเน่ืองจากเป็นชว่ งหลงั การเก็บเกีย่ วและเปน็ ช่วงที่ไม่มปี ญั หาในเรื่องของฝนฟูา
อากาศจงึ สะดวกต่อการประกอบพิธีกรรม
10สัมภาษณ์ ณรงค์ สมิทธิธรรม, อาจารยพ์ เิ ศษมหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาํ ปาง, 31 มกราคม
2558.
11สัมภาษณ์ ปริวรรต ไวสู้สกึ , อาจารย์โรงเรียนมกุ ดาวทิ ยานุกลู , 24 พฤษภาคม 2558.
12สมั ภาษณ์ โอภาส อิสโม, ผู้อํานวยการศลิ ปะและวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ
สงขลา, 7 เมษายน 2558.
95
ตารางท่ี 7 ตารางช่วงเวลาในการประกอบพธิ กี รรมฟูอนผีมด-เม็งพิธเี หยาและโนราโรงครู
พธิ ีกรรม/ช่วงวนั /ชว่ งเวลา กลางวนั กลางคืน หมายเหตุ
ฟอ้ นผมี ด-เม็ง วนั ท่ี1 13.00 น.-16.00 น.
วนั ท่2ี 09.00 น.-16.00น.
พิธเี หยา วันท1่ี 18.00 น.-24.00น.
วนั ท2่ี 08.00 น.-16.00 น.
โนราโรงครู วนั ท1ี่ 17.00 น.-19.00 น. เว ล าปร ะ มา ณ
2 0 . 0 0 เ ป็ น ก า ร
สำนกั หอสมุดกลาง แสดงโนราภาค
บนั เทงิ
วนั ท2่ี 05.00 น.-06.00 น. 19.00 น.เป็นต้นไป ไ ม่ ส า ม า ร ถ
และ กําหนดการเสร็จ
09.00 น.-17.00 น. ส้ินของพิธีกรรม
ไ ด้ ข้ึ น อ ยู่ กั บ ค รู
หมอตายายท่ีมา
ประทบั ทรง
วันที่3 08.00 น.-17.00น.
หมายเหตุ ชว่ งเวลานเ้ี ปน็ ชว่ งเวลาโดยประมาณ
ตารางท่ี 8 ตารางเปรียบเทยี บระยะเวลาในการประกอบพิธกี รรม
หวั ข้อ ฟอ้ นผมี ด-ผเี มง็ พธิ ีเหยา โนราโรงครู หมายเหตุ
จานวนวันในการ 2 วนั 2วัน 3วนั
ประกอบพธิ กี รรม
ช่วงเวลา กลางวนั กลางวันและ กลางวนั และ
ประกอบพธิ ีกรรม กลางคนื กลางคืน
ช่วงเวลาพัก มกี ารหยดุ พักเป็น มีการหยุดพกั จะประกอบ
ชว่ ง(นักดนตรพี ัก) พิธกี รรมจนหมด
กระบวนการในแต่
ละวัน
ภาพรวม นอ้ ย ปานกลาง ยาวนาน
ระยะเวลาในการ
ประกอบพธิ กี รรม
96
การประกอบพิธีกรรมของแต่ละพิธีกรรมจะกําหนดวันชัดเจนว่าจะกําหนดวันไหนอย่างไร
และจาํ นวนวนั ของการประกอบพิธกี รรมซึ่งภาพรวมของระยะเวลาในการประกอบพิธกี รรมนั้นจะพบวา่
การประกอบพิธีกรรมของฟูอนผีมด-ผเี มง็ จะประกอบพิธกี รรมสองวันดว้ ยกันเวลาในการ
ประกอบพธิ กี รรมจะใช้เวลาในช่วงของกลางวันท้ังสองวันการประกอบพิธีกรรมฟูอนผีมด-ผีเม็งมีการ
หยุดพักเป็นช่วงเวลาโดยนักดนตรีจะเป็นผู้ทอดเพลงลงเป็นการหยุดพักของนักดนตรีเองในส่วน ผู้
ประกอบพิธีกรรม ม้าขี้ ก็จะพูดคุยทักทายลูกหลานหรือ ม้าข่ี ภายในผามและจะไม่มีการเข้าห้องน้ํา
หรืออย่างไร
พิธีเหยามีการประกอบพิธีกรรมสองวันด้วยกัน วันแรกจะเร่ิมประกอบพิธีกรรมในช่าง
สำนกั หอสมุดกลางเวลาทเ่ี รยี กว่าหนูออกจากรังหรือเป็นเวลาประมาณ 18.00 น.ถึงเวลาประมาณ 24.00 น. วันที่สองจะ
เป็นช่วงเวลากลางวันในการประกอบพิธีกรรมมีช่วงหยุดพักหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เช่าช้าง เพ่ือให้
หมอเหยาท่ีทําพิธีได้พักและเข้าห้องน้ํา ภาพรวมของความซับซ้อนของพิธีกรรมก็อยู่ในระดับที่ปาน
กลางซึง่ มีขัน้ ตอนในการประกอบพธิ กี รรมท่ีมากกวา่ พิธกี รรมฟูอนผมี ด-ผเี ม็ง
โนราโรงครู มีเวลาในการประกอบพธิ ีกรรม 3 วัน ดว้ ยกัน ซ่ึงมรี ะยะเวลาในการประกอบ
พิธกี รรมทย่ี าวกว่าการประกอบพิธีกรรมฟอู นผีมด-ผีเม็งและพิธีเหยา เน่ืองด้วยพิธีกรรมโนราโรงครูมี
ความหลากหลายของกิจกรรมในการประกอบพิธีกรรมและมีความซับซ้อนของพิธีกรรม โดยการมี
ประกอบพธิ ีกรรมท้งั กลางวันและกลางคนื มีการแสดงนอกเหนือจากพธิ กี รรมซึง่ เปน็ การแสดงรูปแบบ
บันเทิงในการประกอบพธิ ีกรรมดว้ ย
ดนตรปี ระกอบพธิ ีกรรม
ดนตรีเปน็ อกี หนึ่งองค์ประกอบในการดําเนินกิจกรรม การประกอบพิธีกรรมมีหน้าท่ีใน
การประกอบพิธกี รรมทางด้านส่อื กลางในการประกอบพธิ ีกรรม และเป็นส่ิงก่อให้เกิดความสนุกสนาน
ของความบันเทิงในช่วงของชีวิตหรือวิถีชีวิตของมนุษย์ต้ังแต่แรกเกิดจนถึงวันดับลง ในการบรรเลง
ดนตรีบรรเลงแบบเรียบง่าย ตรงไปตรงมาไม่มีความสลับซับซ้อน ไม่มีแบบแผนตายตัว ตามแนววิถี
ความเป็นอย่แู บบชาวบา้ นไมย่ ึดหลักการตีแบบราชสํานักหรือตามแบบแผนในระบบการศึกษา มีการ
สืบทอดในการบรรเลงแบบตัวต่อตัวหรือการเลียนแบบจากครูผู้สอน เป็นรูปแบบของการเรียนและ
การบรรเลงแบบความกลายกลนื สมั พันธก์ บั ความเปน็ ท้องถ่นิ ที่มีอยู่ เป็นดนตรีที่เกิดจากความรู้สึกนึก
คดิ ของนักดนตรีทเ่ี กดิ จากสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติ สภาพของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากร
ทางธรรมชาติ และในเรื่องของสภาพทางวัฒนธรรมที่แต่ละท้องที่มีในเร่ืองของความเชื่อ ค่านิยม
ขนบประเพณี และบทบาทหน้าท่ขี องพธิ กี รรมฟอู นผมี ด-เมง็ พีเหยา และโนราโรงครมู ดี งั ต่อไปนี้
ดนตรปี ระกอบพิธีกรรมฟอ้ นผีมด-ผีเมง็
ดนตรีในการประกอบการฟูอนผีมด-ผีเม็ง เป็นวงที่มีขนาดใหญ่ท่ีมีเครื่องดนตรีจํานวน
มากและจะมีจังหวะและเสียงท่ีหนักแน่นมีความแตกต่างจากวงดนตรีประเภท สะล้อ ซึง ท่ีมีเสียงที่
เบากวา่ มากท่ชี าวบา้ นเรยี กวงน้วี า่ วงปูาดกอ้ ง หรอื ทรี่ จู้ ักกนั ในวงปีพ่ าทยล์ า้ นนา
97
เครอ่ื งดนตรีประกอบในวงป้าดก้อง ประกอบดว้ ย
1. เครื่องดนตรปี ระเภทตีท่ีใหท้ านอง
1.1 ปูาดกอ้ ง
1.2 ปาู ดเอก
1.3 ปูาดทมุ้
2. เครอื่ งดนตรีประเภทตที ่ีใหจ้ ังหวะ
2.1 สง้ิ
2.2 สว่า
2.3 เตง่ ทิง้
สำนกั หอสมุดกลาง2.4 กลองรับ
2.5 เหบิ
2.6 ไม้กระทุ้ง
3. เคร่อื งดนตรปี ระเภทเป่า
3.1 แนหลวง
3.2 แนน้อย
นอกจากนีย้ ังมเี ครอื่ งดนตรพี เิ ศษท่ีใชร้ ่วมในการบรรเลงคือ เครอื่ งดนตรสี ากล กีตาร์ เบส
กลองชุด
ภาพท่ี 44 ปาู ดกอ้ ง
ปา้ ดกอ้ ง
ฆ้องวง หรือท่ีชาวบ้านเรียกว่า ปูาด มีลักษณะท่ัวไปมีความเหมือนกับฆ้องวงใหญ่ทาง
ภาคกลาง เปน็ ฆ้องวงท่ีใช้หวายขดเปน็ รูปรา่ งของวงฆอ้ ง มีจาํ นวนของลกู ฆอ้ งที่เทา่ กนั กค็ ือ 16 ลูก ทํา
จากทองเหลือง ซึ่งฆ้องทางภาคเหนือมีลักษณะแบนกว่าฆ้องวงภาคกลางและลักษณะของฉัตรหรือ
ขอบจะมคี วามยาวและงมุ้ กวา่
98
ฆ้องวงทใี่ ช้บรรเลงในวงปาู ดทางภาคเหนอื จะใชเ้ พยี งวงเดยี วไมเ่ หมือนกับการใช้ 2 วง ที่
ทางภาคกลางเรียกว่า ฆ้องวงใหญ่ และฆ้องวงเล็ก ที่ใช้ในการบรรเลงในวงปี่พาทย์ทางภาคกลาง
เนอื่ งจากปูาดมีการบรรเลงอย่างอสิ ระ เพราะเทคนคิ และหน้าท่ขี องการบรรเลงฆอ้ งวงใหญ่และฆ้องวง
เล็กมกี ารแบง่ หน้าท่ีในการบรรเลงอย่างชดั เจน13
สำนกั หอสมุดกลาง
ภาพท่ี 45 ปูาดท้มุ
ระนาด (ปา้ ด)
ระนาดที่ใช้ในการบรรเลงในวงปูาดเมืองน้ันจะประกอบไปด้วย ระนาดเอก (ปูาดเอก)
และระนาดทมุ้ (ปูาดทมุ้ ) ระนาดท้งั สองประเภททใี่ ช้ในการบรรเลงในวงปูาดเมืองนั้นส่วนมากแล้วจะ
ผลิตข้นึ ภายในท้องถิน่ ไมค่ ่อยนิยมระนาดทีน่ ํามาจากภาคกลาง สว่ นใหญ่แล้วผืนระนาดมักจะทําด้วย
ไม้เน้ือแข็ง เช่น ไม้มะค่า ไม้ชิงชัน ที่ชาวบ้านเรียกว่า ไม้เกร็ด ซึ่งผืนระนาดทั้งสองประเภทนี้จะไม่
นิยมถ่วงดว้ ยตะกัว่
ในการบรรเลงมักจะตีเป็นคู่แปด ในการตีของระนาดเอกจะไม่มีลูกเล่นมากมายเท่ากับ
การตรี ะนาดเอกแบบทางภาคกลาง ส่วนระนาดท้มุ น้นั กม็ ักจะตีแบบคแู่ ปด คู่ส่ี หรือตแี บบแยกมือและ
เช่นเดยี วกันกบั ระนาดเอกน้ันก็คือ ไม่มเี ทคนิคหรอื ลกู เล่นในการบรรเลงระนาดทุ้มแบบภาคกลาง
สิ้ง เป็นเพียงเคร่ืองประกอบจังหวะเพลงเท่านั้น บทบาทของสิ้งจึงไม่เหมือนฉ่ิง มี
ลักษณะคล้ายฉิง่ ของภาคกลาง สงิ้ น้ถี ้าพิจารณาดูแลว้ จะพบวา่ มีลักษณะผสมระหว่างฉ่ิงกับฉาบเล็ก มี
เสน้ ผา่ ศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร ลําตวั จะไมบ่ างอย่างฉาบหรอื หนาแบบฉงิ่ ดงั นน้ั เสยี งท่ีได้ มี
ความกงั วานพอสมควร ให้ความสดใสน่าฟังไปอกี แบบหนึ่ง14
13ณรงค์ สมิทธธิ รรม, ดนตรปี ระกอบพธิ ีฟอ้ นผใี นจงั หวัดลาปาง (ลาํ ปาง: ภาควิชา
ดนตรี คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ วทิ ยาลยั ครูลาํ ปาง, 2535), 63-67.
14เรือ่ งเดียวกนั , 2535), 76-77.
99
สว่า หรือฉาบใหญ่ สว่า เรียกตามเสียงท่ีได้ยินจากเสียงท่ีดังออกมาว่า...สว่า... สว่า...
เปน็ เครื่องตปี ระกอบจังหวะชนิดหนึ่ง สว่าแบบโบราณน้ัน ทําจากโลหะสัมฤทธ์ิ รูปร่างเป็นแผ่นกลม
คลา้ ยจาน แต่มีปมุ นนู ข้ึนตรงกลาง เจาะรูตรงกลางปุมไว้ร้อยเชือกหรือเส้นหนังสําหรับถือตี ลักษณะ
ของฉาบล้านนาเป็นฉาบขนาดกลาง ใช้ตีประกอบจังหวะคู่กับกลองเท่งท่ึง และกลองปุงโปูง เป็น
เครื่องดนตรที ี่ชว่ ยเพ่มิ สสี นั ในการบรรเลง ทาํ ให้ทํานองเพลงและเพลงทฟี่ งั ออกมามีความสง่างามตาม
บทเพลง ชว่ ยทาํ ให้เพลงนั้นสนุกสนาน15
สำนกั หอสมุดกลาง
ภาพท่ี 46 กลองเท่งทึง
กลองเท่งทงึ
กลองเทง่ ทงึ เรียกได้หลายช่ือ ตามเสียงที่ได้ยิน เช่น กลองปูุมผึ้ง กลองเท่งทิง กลองเต้
งทิง กลองท่ึงทึง จากจารึกวัดพระยืนจังหวัดลําพูน มีรูปร่างขนาดใหญ่ หุ่นกลอง กลึ่งเป็นรูป
ทรงกระบอกปูองตรงกลางคลา้ ยกับไม้ทมุ้ หนังสองหนา้ ด้วยหนังวัว มีหน้าดา้ นหน่ึงใหญ่ ด้านหนึ่งเล็ก
หนา้ กลองดา้ นเลก็ มเี ส้นผ่าศนู ยก์ ลางประมาณ 46 เซนตเิ มตร หน้ากลองด้านใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง
ประมาณ 51 เซนติเมตร ความยาวของหนุ่ กลองประมาณ 76 เซนติเมตร หน้าเล็กของกลองน้ันเสียง
ดัง “เต่ง” ส่วนหน้าใหญ่ของกลองน้ันเสียงดัง “ถิ้ง” มีเสียงดังกังวาน เป็นส่วนที่มาเสริมให้ดนตรี
พนื้ เมอื งท่ีมิค่อยจะประณีตนกั ดมู ีความกระชบั แนน่ และทาํ ใหท้ ุกสงิ่ ทกุ อย่างเกิดความสมบูรณ์ในตัว
ของมนั เอง16
15ณรงค์ สมทิ ธธิ รรม, ดนตรีประกอบพิธีฟอ้ นผีในจงั หวดั ลาปาง (ลาํ ปาง: ภาควิชา
ดนตรี คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ วิทยาลัยครูลาํ ปาง, 2535), 77-79.
16สนั่น ธรรมธิ, นาฏดุรยิ การลา้ นนา (เชยี งใหม่: สุเทพการพมิ พ,์ 2550), 61.
100
สำนกั หอสมุดกลางภาพท่ี 47 กลองปุงโปูง กลองรับ
กลองป่งโปง้
กลองปุงโปงู กลองรับ หรือกลองฮบั เปน็ กลองขนาดเลก็ รูปรา่ งคลา้ ยกลองเปิงมาง มีหน้าที่
ช่วยตะโพนมอญ ในการตีขัดให้เกิดจังหวะที่สนุกสนาน เกิดจังหวะที่กระชับ กลองรับจะตีดังเพียงหนึ่ง
เสียง คือ เสยี งตงิ กลองปุงโปงู จะมี 2 หนา้ มีหนา้ เล็กและหน้าใหญ่ เหมือนกับกลองเต่งถิ้ง หุ้มด้วยหนัง
ววั ทั้งสองหนา้ หน้ากลองด้านเลก็ มเี ส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร หน้ากลองหน้าใหญ่ จะมี
เส้นผ่าศูนย์กลาง 26 เซนติเมตร ความยาวของหุ่นกลองประมาณ 51 เซนติเมตร กลองปุงโปูงจะเรียก
จากเสยี งของกลองหนา้ กลองดา้ นใหญเ่ สยี งดัง “ปุง” ส่วนหน้ากลองด้านเลก็ เสียงดัง “โปูง”17
เหบิ เปน็ เคร่อื งดนตรีทใ่ี ชต้ บให้จังหวะ จะตบตามจังหวะเสียง “ฉับ” ของฉ่ิง ทําจากไม้
ไผ่ยาวประมาณ 76 เซนตเิ มตร จะใชไ้ ม้ไผ่สดหรือไม้ไผแ่ หง้ กไ็ ด้ เราสามารถปรบมือไปพรอ้ มกับเหิบได้
และชว่ ยทําจงั หวะให้กับผ้รู ว่ มสนุก เพื่อเสรมิ จงั หวะดนตรีมคี วามแนน่ ขน้ึ 18
ไมก้ ระทงุ้ เป็นเคร่ืองดนตรปี ระกอบจงั หวะ ใชไ้ ม้ไผ่ขนาดพอเหมาะจํานวน 2 อัน ความ
ยาวประมาณ 1.50 - 2.00 เมตร เปน็ เคร่ืองประกอบจงั หวะสําคัญสาํ หรบั พธิ กี ารฟอู นผีเม็ง เปน็ เคร่ือง
ดนตรสี ําหรับ “กําลัง” เชน่ เดียวกับเหิบ แต่ไมก้ ระทุ้งจะนัง่ บนมา้ นง่ั ขา้ งๆวงดนตรี คอยกระทุ้งจังหวะ
ให้ลงหวั หอ้ ง เช่นเดยี วกบั เหบิ 19
17ณรงค์ สมิทธิธรรม, ดนตรีประกอบพิธีฟอ้ นผใี นจงั หวดั ลาปาง (ลําปาง: ภาควชิ า
ดนตรี คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ วิทยาลยั ครลู าํ ปาง, 2535), 84.
18ณฐั พงศ์ ปันดอนตอง, “ดนตรปี ระกอบพิธีกรรมการฟอู นผีมด ผเี มง็ : กรณีศกึ ษาวง
ปาดเมืองคณะวัดเชยี งยนื อาํ เภอเมือง จังหวัดเชยี งใหม่” (วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบณั ฑิต สาขา
มานษุ ยดรุ ยิ างควทิ ยา บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ, 2553), 47.
19เรอ่ื งเดียวกนั , 86.
101
แน20
แน เป็นเคร่ืองดนตรีประเภทเคร่ืองเปุาของล้านนา หรือท่ีคนส่วนมากเรียกกันว่า ปี่แน
ซ่ึง แน จะไม่มีคําว่า ปี่ นําหน้าท่ีคนส่วนมากเรียกกันแล้วนั้น แนขนาดใหญ่หรือป่ีมอญ จะเรียกว่า
“แนหลวง” หรืออาจจะเรียกอีกอย่างว่าแนใหญ่ และแนที่มีขนาดรองลงมาเรียกกันว่า “แนน้อย”
ซึง่ แนนอ้ ยเป็นจดุ เรม่ิ ตน้ หรือสาเหตทุ ท่ี าํ ให้คนทัว่ ไปเรยี กว่า “ปแ่ี น”
ในการบรรเลงในวงปูาดเมืองหรือวงป่ีพาทย์แบบล้านนาแล้วน้ัน มักจะใช้แน 2 เลา คือ
แนนอ้ ยกับแนหลวงเปุาคกู่ นั
สำนกั หอสมุดกลาง
ภาพที่ 48 แนหลวง
แนหลวง
แนหลวง มีขนาดใหญ่กว่า แนน้อย เป็นเครื่องดนตรีประเภทป่ีเรียกว่า ป่ีแน มักเรียก
ส้ันๆว่า แน แนหลวงเป็นเคร่ืองลมประเภทปี่ล้ินคู่ แนหลวง มีรูปร่างลักษณะเหมือนกันกับแนน้อย
ต่างกนั เฉพาะขนาด โดยมขี นาดของเลายาวประมาณ 18 นิ้ว แน ประกอบด้วยรู 6 รู และมีรูนิ้วคํ้า 1
รู ลิ้นแนใช้ใบตาล 3 คู่ ไม่มกี ระบงั ป่ี ประกอบด้วยลําโพงทีต่ ้องใชเ้ ชอื กโยงไว้กับส่วนเลาป่ี เพราะปาก
ลาํ โพงของแนมขี นาดกว้าง ทําใหล้ าํ โพงไม่สามารถยึดติดกับเลาได้ เสียงของแนหลวงจะมีลักษณะทุ้ม
ใหญ่ ดูน่มุ นวล ซึ่งต่างจากเสียงของแนนอ้ ย
20ณรงค์ สมทิ ธธิ รรม, ดนตรีประกอบพธิ ีฟอ้ นผีในจงั หวัดลาปาง (ลําปาง: ภาควชิ า
ดนตรี คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ วิทยาลัยครลู าํ ปาง, 2535), 70-75.
102
ภาพท่ี 49 แนน้อย สำนกั หอสมุดกลาง
แนน้อย
เป็นเครื่องดนตรีอีกช้ินหน่ึงที่ทําหน้าท่ีเป็นเครื่องนําในการบรรเลงในวงปูาดเมือง เป็น
เครื่องดนตรีที่ผลติ จากไมเ้ นื้อแขง็ สว่ นมากแล้วจะกลงึ จากไม้ชงิ ชัน ไมป้ ระดู่ ไม้พยงู เป็นตน้ มีกําพวด
แบบลิ้นคู่ ปลายด้านหน่งึ มีขนาดโตและด้านหนง่ึ มีขนาดเล็ก ส่วนดา้ นโตของเลาป่ีจะเป็นส่วนของปาก
ลาํ โพงป่ี ซ่ึงปากลําโพงนีม้ ักจะทําด้วยทองเหลือง ส่วนทางด้านขนาดเล็กจะเป็นส่วนที่เสียบกําพวดปี่
ซึ่งกาํ พวดนีจ้ ะทาํ ดว้ ยทองเหลืองม้วน ซ่ึงส่วนของล้ินป่ีจะทําด้วยใบตาลสองช้ัน หรือสามช้ัน และผูก
ด้วยเชอื กมคี วามยาวประมาณ 14-15 นวิ้ ประกอบดว้ ย 6 รู กับรูนิ้วค้ําอีก 1 รู รวมทั้งหมดมี 7 รู ใน
หน่งึ เลาแน
เครือ่ งดนตรีประกอบพิธกี รรมพิธีเหยา
ดนตรีท่ีใช้ในการประกอบของพิธีเหยาของพี่น้องของชาวภูไทท่ีอยู่ทางภาคอีสาน (ภาค
ตะวันออกเฉียงใต)้ ก็จะมีพธิ กี รรมท่ีมคี วามเชือ่ ด้งั เดิมท่ีมีดนตรีมาประกอบพิธีกรรม ไม่ว่าจะเป็นการ
ประกอบการลํา การพูด ที่มีความแทรกเข้ากับทํานองดนตรี ซ่ึงยังเป็นส่วนหน่ึงของดนตรี บทบาท
ของการขบั หรือการลํา มคี วามเช่อื ว่าเป็นการตดิ ตอ่ สื่อสารกับผี
เคร่ืองดนตรีประกอบ พิธเี หยา ประกอบดว้ ย
1. เครอ่ื งดนตรปี ระเภทเปา่
1.1 แคน
1.2 ป่ภี ูไท
2. เคร่อื งดนตรปี ระเภทดีด
2.1 กระจบั ปี่ (พนิ )
103
สำนกั หอสมุดกลางภาพที่ 50 แคน
แคน21
แคน เป็นเครื่องดนตรีพ้ืนบ้านทางภาคอีสานท่ีมีมาแต่โบราณ เป็นเคร่ืองดนตรีในกลุ่ม
เคร่ืองลม ชนิดมีล้ินอิสระ เสียงที่ได้เกิดจากการเปุาและดูดให้ลมผ่านลิ้นท่ีเป็นโลหะท่ีฝังอยู่ในรูปาก
ข้างลําทอ่
แคน มีลักษณะนามว่า “เต้า” ซึ่งได้สันนิษฐานว่า น่ามาจากรูปร่างของแคน ส่วนท่ีอยู่
ตรงกลางของแคน ซง่ึ เป็นทีร่ วมลกู แคนทาํ ใหเ้ กิดเสียง โดยเสียงที่เกิดข้ึนเกิดจาการใช้ปากเปุาและดูด
ผ่านเข้าไปในรทู ี่อยูต่ รงกลางเต้าแคน ซ่ึงมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับเต้านมของสตรี จึงเป็นที่มาของคํา
วา่ “เตา้ ” สว่ นในประเทศลาวเรียกวา่ “ดวง”
ส่วนประกอบของแคน มีเต้าแคน กู่แคน ลิ้นแคน โดยส่วนประกอบท้ัง 3 น้ีเป็นส่วน
สําคัญท่ีจะต้องมีในแคน วัสดุสําหรับทําแคนมีอยู่ 4 อย่างท่ีสําคัญ คือ ไม้กู่แคน ไม้เต้าแคน หลาบ
โลหะ ข้สี ูด (ชันโรง)
ภาพที่ 51 ปี่ผู้ไท
21สัญชัย ดว้ งบ้งุ , “ดนตรีพิธกี รรม ของชาวผ้ไู ทในตาํ บลโนนยาง อาํ เภอหนองสงู จงั หวดั
มกุ ดาหาร” (วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบณั ฑิต สาขาวิชาดนตรีชาตพิ ันธุ์วิทยา ภาควิชาศิลปนิเทศ
บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร,์ 2550 ), 74-78.
104
ป่ีภไู ท เปน็ เคร่ืองดนตรใี นตระกลู เคร่ืองเปุา เกดิ จากการสัน่ สะเทือนของอากาศ ประเภท
ลิ้นอิสระ ตัวของป่ีทําจากไม้เฮี้ยหรือไม้กู่แคน เน่ืองจากป่ีชนิดน้ีทํามาจากไม้กู่แคน ซึ่งมีลักษณะ
เหมือนเป็นลูกของแคน จึงเรียกป่ีชนิดน้ีอีกอย่างว่า “ปี่ลูกแคน” แต่สําหรับชาวภูไทเรียกว่า “ป่ี”
เทา่ นน้ั สาเหตุทช่ี าวภไู ทเรยี กปช่ี นดิ นว้ี ่าปี่ มาจากเสียงทีไ่ ดย้ ินซง่ึ เป็นเสียงทีม่ ขี นาดเล็ก ซ่ึงวิธีการทําป่ี
ชาวภไู ทนํากไู่ มเ้ ฮ้ยี มาตัดออกเปน็ ท่อน คอื ตัดเอาเพียงปลอ้ งเดียว โดยตดั ด้านบนให้เหลือขังข้อเอาไว้
ส่วนด้านล่างให้ตัดข้อทิ้งเป็นปลายเปิด ใช้มีดปาดปลายกู่ด้านล่าง ด้านหน้า ให้เรียวแหลมยาว
ประมาณ 7 เซนติเมตร ความยาวตลอดตัวปี่ ประมาณ 35.5 เซนติเมตร ตรงด้านบนของกู่ใกล้กับข้อ
ใช้มีดปาดเจาะเป็นช่องส่ีเหลี่ยมผืนผ้าสําหรับเป็นท่ีสอดล้ินแคน เม่ือใส่ลิ้นแคนเข้าที่แล้วช่างจะปรับ
ระดับเสียงโดยขูดลิ้นแคนให้ได้เสียงเท่ากับเสียง “เสมอ” หรือเสียง “สะแนน”ของแคนเสียงซอล
สำนกั หอสมุดกลางสมัยก่อนล้นิ ปแ่ี ละลน้ิ แคนทาํ ดว้ ยผิวไมไ้ ผ่ ปจั จุบนั ล้ินปแ่ี ละลน้ิ แคนทําด้วยโลหะ ทองแดง ทองเหลือง
หรือโลหะผสมระหว่างทองแดงกบั เงนิ ซ่ึงมกั เรยี กสั้นๆว่า ลิน้ ทอง หรอื ลิ้นเงิน แต่เดิมนิยมใช้เย่ือไม้ไผ่
ปิด แต่ปจั จบุ ันใช้แผน่ ถงุ พลาสตกิ แทน
ปี่ผู้ไท แบง่ สว่ นประกอบออกเป็น 2 ส่วน คือ ตัวป่ี (หรือเลาป่ี) กับล้ินปี่ เม่ือลิ้นปี่ถูกลม
เปาุ ลิน้ จะส้นั ขึน้ -ลง ทําใหเ้ กดิ เป็นเสยี ง ป่ภี ไู ท มีรูนับได้ 5 รู สามารถทําเสียงได้ 6 เสียง จากต่ําไปสูง
โดยจะใชเ้ สยี งเพียง 5 เสยี ง คือ ซอล ลา โด เร มี การจับป่ีจะเอามือซ้ายหรือขวาไว้บนหรือล่างก็ได้
สว่ นมากนยิ มเอามือซ้ายไวบ้ น มือขวาไวล้ ่าง การวางน้ิวใชน้ ้ิวมือบนปดิ รูบนสดุ น้วิ กลางมือบนปิดรูถัด
ลงมา ส่วนรทู ี่เหลือถดั ลงมาก็ใช้นว้ิ ชี้ นิว้ กลาง และนวิ้ นางของมือล่าง22
ภาพท่ี 52 กระจบั ป่ี
กระจับป่ี
กระจับป่ี นยิ มทําจากไม้ขนุน เน่ืองจาก ให้เสียงกังวาน เกิดกําทอนดี และ ไม้ชนิดอ่ืนๆ
เช่น ไมม้ ะหาด ไมพ้ ยงู กใ็ ห้เสยี งไดด้ เี ชน่ กนั แตเ่ นอื้ ไม้ค่อนข้างแขง็ มาก และค่อนข้างหายาก กระจับปี่
มีหลายชนดิ แตกต่างตามทอ้ งทีใ่ นภาคอสี านของประเทศไทย กระจบั ปมี่ ชี ่อื เรียกแตกตา่ งกันไปตามแต่
22สัญชยั ด้วงบ้งุ , “ดนตรพี ิธีกรรม ของชาวผ้ไู ทในตาํ บลโนนยาง อําเภอหนองสงู จงั หวดั
มุกดาหาร” (วทิ ยานิพนธ์ปรญิ ญามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าดนตรชี าตพิ ันธว์ุ ิทยา ภาควิชาศิลปนเิ ทศ
บัณฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร,์ 2550 ), 79-88.
105
ละท้องถิ่น เช่น แถบอุบลราชธาณี เรียกว่า “ซุง” ชัยภูมิเรียกว่า “เต่ง” หรือ “อีเต่ง” หนองคาย
เรียกว่า “ขจับป่ี” เป็นต้น แต่ชื่อสามัญท่ีคนท่ัวไปใช้เรียก คือ “พิณ” กระจับปี่จัดเป็นเครื่องดนตรี
ประเภทเคร่ืองสาย23 โดยท่ัวไปมี 3 สาย
กระจับปีท่ ่ีชาวบา้ นเรียกนมี้ ีความแตกตา่ งจากกระจับปที่ างภาคกลางท่ีคนไทยรู้จักกันใน
ดนตรีราชสํานัก
เครอ่ื งดนตรปี ระกอบพธิ ีกรรมโนราโรงครู
เครอื่ งดนตรีทางภาคใตส้ ่วนมากแล้วเป็นเคร่อื งดนตรีประเภทเครือ่ งตี และมีเอกลักษณ์ที่
เดน่ ชดั ในเรอื่ งของจังหวะเปน็ หลกั สว่ นในเรอื่ งของทาํ นองเพลงเปน็ เพยี งส่วนทช่ี ่วยเสริมให้บทเพลงมี
สำนกั หอสมุดกลางจังหวะและทาํ นองเพลงน่าฟังมากขึ้น ดนตรีของภาคใต้มคี วามกระชับ หนกั แน่น ทําใหเ้ ขา้ กับทา่ รําท่ีมี
ความคมชัด หนักแน่น และเข้ากับลักษณะของอุปนิสัยของพี่น้องชาวใต้ท่ีมีความดุดัน มีความหนัก
แน่น แต่แฝงไปดว้ ยความอ่อนช้อยและงดงาม ซึ่งในการแสดงโนราถ้าไม่มีเสียงของเครื่องดนตรีก็จะ
ทําให้การแสดงไม่น่าดู และขาดอรรถรสในการชมการแสดงโนราอีกด้วย เคร่ืองดนตรีประกอบในวง
โนรา ประกอบดว้ ย
1. เครอ่ื งดนตรปี ระเภทตที ีใ่ หจ้ ังหวะ
1.1 ทับ
1.2 กลองตุ้ง
1.3 โหม่ง
1.4 ไม้แตระ
2. เครือ่ งดนตรีประเภทเป่า
2.1 ปีโ่ นรา
ภาพที่ 53 ทบั
23ชมรมศิลปวัฒนธรรมอสี าน จฬุ าลงกรมหาวทิ ยาลัย, ดนตรพี ้นื บ้านอสี าน, เข้าถึงเม่อื
7 พฤษภาคม 2558, ไดเ้ ขา้ ถึงจาก http://www.isan.clubs.chula.ac.th/dontri/?transaction=
pin.php
106
ทบั เป็นเครอ่ื งดนตรที ี่ใช้กาํ กับจังหวะท่ีสําคัญที่สุดในวงโนรา ถือว่าเป็นหัวใจสําคัญของ
ดนตรีโนรา เป็นตัวแปรในการรําและการขับร้องกลอน ให้ผู้รําได้แสดงอารมณ์ในการแสดงออกมา
ชดั เจน ทับ เป็นเครอ่ื งตีกํากับจังหวะและทาํ นอง มี 2 ลูก เสยี งแหลม เรียก “หน่วยฉบั ”หรือตัวผู้ เป็น
ตัวหลัก เสยี งท้มุ เรยี ก “หน่วยเทงิ ”หรือตัวเมียเปน็ ตัวเสรมิ
ลักษณะของทับท่ีใช้ประกอบการแสดงโนรา ประกอบดว้ ยสว่ นตา่ งๆดงั นี้
1. ตัวทับ นิยมทําด้วยไม้ขนุน ไม้ทัง ไม้มะปริง ไม้รัก สาเหตุที่ต้องใช้ไม้เน้ือแข็ง เพราะ
ตอ้ งการให้มีเสียงกระชับแน่น ขนาดหน้าทับเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12 เซนติเมตร ตัวทับประมาณ
สำนกั หอสมุดกลาง35 เซนตเิ มตร
2. หน้าทับ คือ ส่วนที่หุ้มหน้าทับ นิยมหุ้มด้วยหนังค่าง เป็นหนังบาง ทนทาน เสียงดัง
แน่นและฟังไพเราะ แต่ปัจจุบันหนังค่างหายาก จึงนําแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์ใช้ทําหน้าทับแทน ส่วน
คุณภาพเสยี งจะลดลง
3. ควิ้ นาง สว่ นทต่ี ิดอยกู่ ับสว่ นหนา้ ของทบั และมีลักษณะเป็นการสานเปน็ ลายด้วยเช้ือหรือหวาย
4. พวงทับ ตวั ทบั หรือหนุ่ ทบั ทเี่ ป็นไม้จะมีส่วนนูนออกมาเหมือนท้องช้าง เรียกว่า “พวง
ทบั ” พวงทบั มอี ยสู่ องตาํ แหน่ง คอื พวงทบั ด้านบนกบั พวงทับดา้ นลา่ ง มี 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแบบ
ปลีกลว้ ย ตรงกลางปุองเหมือนท้องช้าง ข้างๆท้ังสองนั้นมีขนาดเล็กกว่าตรงกลาง อีกแบบมีลักษณะ
แบบแข็งทู่เป็นรูปกรวย ส่วนตอนกลางใหญ่ ส่วนปลายมีขนาดเรียวเล็กตามส่วน นอกจาก
ส่วนประกอบของทับที่ไดก้ ล่าวมาแลว้ ขา้ งต้น ยงั มีส่วนประกอบอ่นื ๆอีก ได้แก่ พวงทับด้านบน ปลอก
คอทบั พวงทับดา้ นล่าง ขอบทบั เชอื ก ค้ิวนางทับ หางแลน คอทับ และปากทับ
ทับ เป็นตัวกําหนดจังหวะรวมท้ังรับและส่งจังหวะ จะตีให้สอดคล้องกับท่ารํา จะมีการ
เปล่ียนทา่ ราํ กจ็ ะตีเนน้ หรือตซี ํา้ เพิ่มให้โนราได้ เป็นดนตรที เี่ รา้ ใจ ตน่ื เตน้ น่าฟงั มีความไพเราะ ทับแต่
ละลูกตีให้เกิดเสยี งตา่ งกนั ได้ถึง 6 เสียง ทําได้มากน้อยเพียงใด ข้ึนอยู่กับความสามารถของผู้บรรเลง
คือ ต่ึง ทืด ทึด เทงิ ฉับ ฉ้ัม24
24สิราวุธ สุทธิ, “การศกึ ษาดนตรีโนราลงครู” (วทิ ยานิพนธป์ ริญญามหาบัณฑิต สาขา
มานษุ ยดุรยิ างควทิ ยา บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, 2546), 52-57.
107
ภาพท่ี 54 กลองตุง้
สำนกั หอสมุดกลางกลองตุง้ 25
กลองตุ้ง เป็นกลองประเภทเครอ่ื งตีใชไ้ มต้ ี 2 อนั รูปทรงของกลองคล้ายคลึงกับกลองทัด
แต่มีขนาดเล็กกว่าและมีนํ้าหนักท่ีเบากว่า ลักษณะทําด้วยไม้หุ้มด้วยหนังวัวหรือหนังควาย โดยหน้า
กลองจะกวา้ งประมาณ 8 นิว้ สูงประมาณ 10 นว้ิ โดยมที ้งั 2 หน้า ในการตีจะใช้ไม้สองอันตีกํากับให้
จงั หวะคอยรับและขดั จังหวะกับทบั เรยี กขัดลูกกลอง ซง่ึ กลองตงุ้ จะนิยมนํามาใช้บรรเลงกับการแสดง
โนรา และยังสามารถใช้เป็นเคร่อื งให้สัญญาณในขณะเดินทางของคณะโนราในสมัยก่อนอีกด้วย เพ่ือ
เป็นเครื่องบอกสัญญาณในระหว่างเดินทางเพ่ือให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่ากําลังมีโนราเดินผ่านมา แ ละ
ความสาํ คัญอีกประการหนึ่ง คือ ใช้เรียกลูกคู่มารับให้รับประทานอาหาร และยังใช้ตีเพ่ือแสดงความ
เคารพตอ่ ส่ิงศักดส์ิ ิทธ์ิ ในขณะท่ีโนราเดินทางผ่านสถานทต่ี ่างๆ อกี ดว้ ย
ภาพที่ 55 โหม่ง
25สริ าวุธ สทุ ธิ, “การศึกษาดนตรโี นราลงครู” (วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑติ สาขา
มานษุ ยดุรยิ างควทิ ยา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ, 2546), 57-59.
108
โหม่ง26
โหมง่ เปน็ เคร่อื งดนตรีทีใ่ ชก้ าํ กับจงั หวะ ซ่ึงทําด้วยโลหะ โหม่งนิยมนํามาใช้ในการแสดง
โนราของทางภาคใต้ เพราะเป็นตวั ทําหน้าที่ประสานเสียงระหว่างป่ีโนรากับกลอง จึงเรียกว่า “โหม่ง
โนรา” โหม่งโนรามีสองลูก ลูกเสียงแหลมเรียก “หน่วยจี้” ลูกเสียงทุ้มเรียก “หน่วยทุ้ม”
เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางยาวประมาณ 5.5น้วิ หนว่ ยจโ้ี หมง่ เปน็ ตัวยืน ส่วนหน่วยทมุ้ เป็นตัวเสริม โหม่งทั้งสอง
ใบจะรอ้ ยแขวนไวใ้ นราวโหมง่ ซง่ึ ทาํ ด้วยไมเ้ นื้ออ่อน หนาประมาณ 1 นิ้ว ทง้ั นีเ้ พ่อื ช่วยให้เกิดเสียงก้อง
กังวานย่ิงขึ้น ใต้รางจะเจาะรชู ่วยให้เสยี งลอดออกมาพอเหมาะ และโหมง่ ยังสามารถนํามาใช้ประกอบ
เสียงขบั รอ้ งกลอนเพอื่ ให้เกิดความไพเราะ โดยทาํ ใหเ้ สยี งผ้รู อ้ งกลมกลืนกับเสียงโหม่ง มีใยเสียงหวาน
กังวาน ชวนฟัง เรียกวา่ “เสียงเขา้ โหม่ง”
สำนกั หอสมุดกลาง
ภาพท่ี 56 แตระ
แตระ27
แตระ เปน็ เครื่องเคาะหรอื ตีเป็นจังหวะ ทาํ ด้วยแผ่นไม้ไผ่บางๆแตระมีความสําคัญในการ
บรรเลงคอื เปน็ ครูของดนตรีโนราเวลาทําพิธสี อดเครือ่ ง ประกอบการแสดงโนราโดยเฉพาะใช้สําหรับ
เล่นเพลงหน้าแตระและเพลงร่ายหน้าแตระ โดยไมต่ อ้ งใช้เครื่องดนตรีอื่นๆ แตระสามารถตีแบบกรับก็
ได้ หรอื จะร้อยเปน็ พวง
26พิทยา บุษรารัตน์, โนรา ฉบบั สถาบันทกั ษณิ คดีศึกษา (สงขลา, เอสปร้ิน(2004),
2556), 47.
27เร่อื งเดยี วกัน, 47.
109
สำนกั หอสมุดกลาง
ภาพท่ี 57 ปีโนรา
ปีโนรา
ปี เปน็ เครอ่ื งดนตรปี ระเภทเปาุ และเคร่อื งดนตรีทใ่ี ช้ประกอบการแสดงโนรา ใช้บรรเลง
เป็นหลกั ในรําชุดหนงึ่ คือ “รําเพลงปี่” หรือ “รําย่ัวปี่”28 ลักษณะของป่ีนิยมใช้ไม้เน้ือแข็ง เช่น แกน
มะม่วง แกนรักควน แก่นชิงชัน แก่งไม้ขาวดํา เป็นต้น มีรูปลักษณะตรงกลางปุองหัวท้ายบานออก
ข้างในเจาะกลวงตลอด เจาะด้านข้าง 6 รู เพ่ือใช้ปรับระดับเสียงเวลาเปุา ส่วนประกอบของป่ีที่ขาด
ไมไ่ ด้ คือ พรวดปี่ ทําด้วยโลหะหรือทองเหลือง ม้วนเป็นรูปกรวย ลิ้นปี่เป็นส่วนหน่ึงของพรวดปี่ ทํา
ด้วยใบตาลแหง้ นํามาซ้อนกันจํานวน 6 ชั้น แล้วนํามาผูกกับพรวดปี่ให้แน่น ในการเลือกระดับเสียง
ของปใ่ี ช้เสียงโหมง่ ตัวผู้เป็นเกณฑ์ ในการพิจารณาจะใช้เสียงหลักของปี่ คือ เสียง “ต่ี” สําหรับเทียบ
เสียง ป่ีเป็นแม่เพลงของเครื่องดนตรีโนราที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง เป็นตัวกําหนดลีลา ท่ารํา
ของผูแ้ สดง ทาํ ให้เกดิ ความไพเราะจับใจ และปลุกเร้าความสนใจแก่ผู้ชมการแสดงโนรา หากขาดป่ีก็
จะทาํ ใหก้ ารแสดงไม่สมบรู ณ์29
28พทิ ยา บษุ รารัตน์, โนรา ฉบับสถาบันทกั ษณิ คดีศึกษา (สงขลา, เอสปร้นิ (2004),
2556), 48.
29สิราวุธ สทุ ธิ, “การศึกษาดนตรีโนราลงครู” (วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญามหาบณั ฑิต สาขา
มานษุ ยดรุ ิยางควิทยา บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ, 2546), 61-69.
110
ตารางที่ 9 ตารางเปรยี บเทียบเครื่องดนตรี
ประเภท ฟ้อนผีมด-เม็ง พธิ ีเหยา โนราโรงครู หมายเหตุ
ประเภทดีด กระจับป่ี (พณิ )
ประเภทสี
ประเภทตี ระนาดเอก ทบั
ระนาดทมุ้ กลองตุ้ง
ฆอ้ งวง(กอ๊ ง) โหม่ง
กลองเท่งทงึ แตระ
สกส้วงิลา่องสติ้งเำทง้นกั หอสมุดกลาง
เหิบ
ไมก้ ระทุง้
ประเภทเปาุ แนนอ้ ย ป่ีภไู ท ปี่นอก
แนหลวง แคน
เครื่องดนตรีในการประกอบพิธีกรรมฟูอนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครูมีเครื่อง
ดนตรีทใ่ี ชใ้ นการประกอบพธิ ีกรรมท่เี หมือนกันคือ เครื่องดนตรปี ระเภทเปาุ ดังน้ี
พิธีฟ้อนผีมด-ผีเม็ง มี แนน้อย และแนหลวง เป็นเคร่ืองดําเนินทํานองและเป็นเครื่อง
ดนตรที ่เี ปน็ เคร่อื งนําในการเปล่ยี นบทเพลงในการประกอบพิธกี รรม
พิธีเหยา มี ปี่ผู้ไท และ แคน โดยเฉพาะแคนเป็นเคร่ืองดนตรีหลักในการประกอบ
พธิ กี รรมเหยาซ่งึ ไม่สามารถขาดเครอื่ งดนตรีช้ินน้ไี ด้เลย
โนราโรงครู มี ป่โี นรา เป็นเครอ่ื งดนตรที ่ีดําเนินทาํ นองในการประกอบพธิ กี รรมโนรา
เคร่ืองดนตรีที่ใช้ประกอบพิธีกรรมท่ีพบมากท่ีสุดในการประกอบพิธีกรรม ฟูอนผีมด-ผี
เมง็ และโนราโรงครูคือประเภทเครอ่ื งตี ได้แก่
พิธฟี ้อนผมี ด-ผีเมง็ ประกอบดว้ ย
ปาู ดเอก
ปูาดทุ้ม
ปูาดกอ้ ง
กลองเท่งทงึ
กลองตง้ิ เท้ง
ส้งิ
111
สว่า
เหบิ
ไมก้ ระทุ้ง
โนราโรงครู ประกอบดว้ ย
ทบั
กลองตุ้ง
โหมง่
แตระ
ล้วนเป็นเคร่ืองดนตรีที่มีท้ังเคร่ืองที่เป็นเครื่องท่ีดําเนินทํานองและเคร่ืองดนตรีท่ีให้
สำนกั หอสมุดกลางจงั หวะ ซ่ึงถ้าแยกเครื่องดนตรที ่เี ป็นเคร่อื งดาํ เนนิ ทํานองและเคร่ืองดนตรที ใ่ี ห้จงั หวะ จะพบวา่
ตารางท่ี 10 ตารางเปรยี บเทียบเครอ่ื งดนตรปี ระเภทตี
ประเภท/พิธกี รรม ฟ้อนผมี ด-ผเี มง็ โนราโรงครู
เครอ่ื งดนตรีประเภทตที ี่ดําเนินทาํ นอง ปาู ดก้อง
ปาู ดเอก
ปาู ดทุ้ม
เครอ่ื งดนตรีประเภทตีทีใ่ หจ้ งั หวะ สง้ิ ทับ
สว่า กลองตงุ้
เต่งท้งิ โหมง่
กลองรบั แตระ
เหบิ
ไม้กระทุ้ง
จากตารางจะเห็นว่า เครื่องดนตรีของวงปูาดก้อง มีเครื่องประเภทตี ทั้งเคร่ืองท่ีดําเนิน
ทํานองและเคร่อื งตที ใ่ี ห้จังหวะ ซึง่ โนราโรงครูจะมเี ฉพาะเครื่องดนตรที ี่เปน็ เครือ่ งประเภททเี่ ป็นเครื่อง
ตใี ห้จงั หวะเพยี งอยา่ งเดยี ว
เครอื่ งดนตรปี ระเภทดีดนั้นจะพบวา่ มเี พยี งในพิธีกรรมเดียวเท่าน้ันก็คือ พิธีกรรมเหยาท่ี
ใชก้ ระจับปี่ ในการบรรเลงรว่ มในการประกอบพิธกี รรม
เครื่องดนตรที ี่ไมพ่ บในการบรรเลงในการประกอบพิธีกรรมฟูอนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและ
โนราโรงครู เลยคอื เครอ่ื งดนตรปี ระเภท สี
112
ตารางท่ี 11 ตารางกลุ่มวัสดุท่นี าํ มาสร้างเครอ่ื งดนตรี
หวั ขอ้ /พิธกี รรม ฟอ้ นผีมด-เม็ง พิธเี หยา โนราโรงครู
ถาวร
รูปแบบเครื่องดนตรี ถาวร กึง่ ถาวร ไมเ้ นอ้ื แข็ง
ทองเหลือง
วั ส ดุ ใ น ก า ร ส ร้ า ง ไม้เนื้อแข็ง ไมไ้ ผ่ งา่ ยต่อการดูแล
เคร่อื งดนตรี ทองเหลือง ไมเ้ น้ือออ่ น
การรักษาดแู ล ง่ายตอ่ การดแู ล ยากตอ่ การดูแล
โดยส่วนมากแล้วการสร้างเคร่ืองดนตรีของแต่ละภูมิภาคก็จะเป็นเคร่ืองดนตรีท่ีต้องมี
สำนกั หอสมุดกลางความคงทนและสะดวกต่อการเคลอ่ื นยา้ ยไปในการประกอบพิธีกรรมเช่นเดียวกันกับการประกอบพิธี
กรรมการฟอู นผมี ด-ผเี มง็ พธิ ีเหยาและโนราโรงครู
เครอื่ งดนตรีในวงปาู ดก้องของวงดนตรีทีใ่ ช้ในการประกอบพธิ กี รรมจะเป็นเครื่องดนตรีที่
มีรูปทรงและการสรา้ งเคร่ืองดนตรที ถี่ าวรและคงทน
เคร่อื งดนตรที ใ่ี ช้ในการประกอบพิธีกรรมเหยานั้นเป็นเครอ่ื งดนตรีแบบกึ่งถาวร จะมีการ
ชํารดุ และยากต่อการรักษาและควรรกั ษาเป็นอย่างดกี ว่าเครื่องดนตรขี องกลุ่มพิธีกรรมฟูอนผีมด-ผีเม็ง
และโนราโรงครู
เครื่องดนตรขี องโนราโรงครูเป็นเครอ่ื งดนตรที ่มี ีรปู แบบการสร้างแบบถาวร โดยส่วนมาก
แล้วจะสร้างจากไม้เนือ้ แขง็ และมคี วามคงทน เชน่ เดยี วกบั เคร่ืองดนตรีทางพธิ กี รรมของฟอู นผีมด-ผีเม็ง
ตารางที่ 12 ตารางความเชือ่ ตอ่ เคร่อื งดนตรี
หัวขอ้ /พิธกี รรม ฟอ้ นผมี ด-เม็ง พธิ เี หยา โนราโรงครู หมายเหตุ
ค ว า ม เ ช่ื อ ต่ อ มคี วามเชื่อในเรอื่ ง มใี นเร่อื งของความ มีความเช่อื อยา่ ง
เคร่ืองดนตรี ของเครอื่ งดนตรีที่ เชื่อของทา่ วกาํ กา มากในเร่ืองของ
อยใู่ นระดับปาน ดําแตก่ ไ็ ม่มคี วาม เคร่ืองดนตรี
กลาง อย่างเครง่ ครดั มกี ารบรรเลง
มกี ารไหว้ครกู ่อน สว่ นมากจะเป็น ดนตรเี พอ่ื ออกมา
การบรรเลงและมี เร่อื งของความ ทําการแสดงจาก
การตั้งเครอื่ งเซ่น บันเทิงเสยี เป็น ที่บ้านของโนรา
ให้กับเครอ่ื งดนตรี สว่ นมาก และมกี ารตง้ั
เครื่องทาํ พธิ ีลงโรง
และเบกิ โรง
เรอื่ งของความเชื่อของเครื่องดนตรีน้ันก็พูดได้ว่าแต่ละภูมิภาคมีเรื่องของความเช่ือเรื่อง
ของครบู าอาจารย์ทส่ี ั่งสอนและเรอื่ งของการเรยี นขนบประเพณีท่ีปฏบิ ตั ิกันมากับเครื่องดนตรีหรือการ
ตอ่ เพลงขน้ั ตอนของการบรรเลงขัน้ ตอนก่อนการบรรเลงหรอื เรอ่ื งราวของการปฏิบัติต่อเคร่ืองดนตรีก็
ยงั คงอยู่และพึงปฏบิ ตั กิ ันมาตงั้ แตอ่ ดตี จนถึงปัจจุบันในการประกอบพิธกี รรมฟูอนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยา
113
และโนราโรงครูก็ยังมีขั้นตอนของการปฏิบัติต่อเครื่องดนตรีและขั้นตอนก่อนการบรรเลงดนตรีจาก
ตารางกจ็ ะพบวา่
เคร่อื งดนตรขี องทางภาคเหนอื เป็นกลุ่มเครื่องดนตรีที่มีเรื่องของความเช่ืออยู่และมีการ
ไหวค้ รเู คร่อื งดนตรแี ละเซน่ สงั เวยเครื่องดนตรดี ้วยเหล้าและอาหารก่อนการบรรเลงทุกคร้ังท่ีมีการตั้ง
วงปูาดก้องซงึ่ เป็นเรอ่ื งของการบูชาครู โดยทางเจ้าภาพจะต้องมีการเตรียมขันครูเพ่ือให้กับนักดนตรี
เพ่ือทําการไหวค้ รูและเตรยี มอาหารสําหรับเซ่นไหวเ้ ครือ่ งดนตรี
กลุ่มของวงดนตรีโนรา ท่ีมีความเช่ือเก่ียวกับเครื่องดนตรีโดยมีความเช่ือว่าเป็นเคร่ือง
ดนตรที เี่ ทพยดาเปน็ คนสรา้ งมาเพอ่ื ใชเ้ ปน็ เคร่ืองดนตรีในการบรรเลงและเป็นเคร่ืองดนตรีต้นแบบใน
หลายเคร่ืองดนตรีของภาคกลาง โดยสว่ นมากแลว้ เครื่องดนตรีโนราจะเป็นส่วนหน่ึงของการบูชาและ
สำนกั หอสมุดกลางใช้ในการประกอบพิธีกรรมแรกของการเบกิ โรงและมกี ารกราบไหว้บูชาเป็นครูของนักดนตรีและโนรา
จึงมีความเช่อื ในเรอื่ งของเครอ่ื งดนตรเี ปน็ อยา่ งสงู
กลมุ่ ของดนตรเี หยา เป็นกลุม่ ท่ีมคี วามเชอื่ แตโ่ ดยสว่ นมากแล้วคนจะถือเป็นเคร่ืองดนตรี
ในส่วนภาคบันเทิงมากกว่า ซ่ึงจากการลงพ้ืนที่ผู้วิจัยไม่เห็นไม่ค่อยมีพิธีเคร่งครัดในการบูชาเคร่ือง
ดนตรีอย่างในภมู ิภาคอน่ื ๆ
จากการเปรียบเทยี บในเร่ืองของความเช่ือในเคร่ืองดนตรีพบว่า ความเช่ือในเรื่องเครื่อง
ดนตรขี องทางภาคใตย้ งั มคี วามเชอ่ื ในเรือ่ งเคร่ืองดนตรี รองลงมาคือความเช่ือของเคร่ืองดนตรีวงปูาด
กอ้ งของทางภาคเหนอื และเหยา
ตารางที่ 13 ตารางรปู แบบการจดั วงดนตรี 114
หวั ขอ้ /พธิ ีกรรม ภาพวงดนตรี รูปแบบการจดั วง
มีรูปแบบวงชัดเจน
ฟอู นผีมด-ผีเมง็
พิธเี หยา สำนกั หอสมุดกลาง รูปแบบอสิ ระ
โนราโรงครู รปู แบบอิสระ
ที่มา: ภาพถ่ายโดย สุนิษา ศิริรักษ์ อาจารย์โปรแกรมวิชาดนตรีไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลยั ราชภฏั สงขลา ถา่ ยเมอ่ื 20 พฤษภาคม 2558.
115
ตารางท่ี 14 ตารางเปรียบเทยี บรูปแบบการจัดวง/พ้ืนทป่ี ฏิบัติงาน
หัวข้อ/พิธกี รรม ฟ้อนผมี ด-เม็ง พธิ ีเหยา โนราโรงครู
รูปแบบของการจัดวง มกี ารจัดวงดนตรที ่ี มเี ครอ่ื งดนตรีน้อยและ มีเครอ่ื งดนตรขี นาด
ชดั เจนมจี ํานวนเคร่ือง มขี นาดกะทัดรัด เล็กการจดั วงแบบกึ่ง
ดนตรจี ํานวนมากและ รปู แบบการจดั วงอสิ ระ อสิ ระ
สว่ นมากจะเป็นเครื่อง สงู นักดนตรีสามารถ
ดนตรีมีขนาดใหญ่ เคล่อื นยา้ ยได้
พื้ น ที่ ก า ร จั ด ต้ั ง ว ง มพี ื้นทีแ่ ยกออกไปเปน็ นัง่ บรรเลงในพน้ื ทขี่ อง นง่ั บรรเลงในพน้ื ทข่ี อง
ดนตรี ท่ีเฉพาะไม่ได้อยใู่ น พื้นท่ีศกั ดิส์ ิทธิ์ พื้นท่ีศักดิ์สิทธ์ิ
พนื้ ท่ศี กั ดิ์สทิ ธ์ิ
ใกล้ เสียงเบา ใกล้ เสยี งดงั
สำนกั หอสมุดกลาระยะในการต้ังวงดนตรี ไกล เสยี งดงัแคน ทบั
งเคร่อื งดนตรที ี่เป็นหลกั แน
รปู แบบของการจัดวง
วงปูาดก้อง มีรูปแบบของการจัดวงที่ตายตัวเน่ืองด้วยเครื่องดนตรีท่ีมีจํานวนมากและ
ขนาดใหญ่ จึงต้องมกี ารจดั วงทีม่ ีรปู แบบของการต้งั เครอื่ งดนตรที ่ีชดั เจน ในการน่ังบรรเลงของวงปูาด
กอ้ งมีจํานวนมากแล้วก็ต้องมีการน่ังที่ไม่บดบังกันเพราะเนื่องจากในการฟูอนจะต้องสังเกตว่าม้าข่ีมี
การทําอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้บรรเลงดนตรีได้ถูกต้องและตรงกับขั้นตอนในการประกอบพิธีซ่ึงจ่านํา
หรือผูบ้ รรเลงเครื่องดนตรีหลกั จะตอ้ งเหน็ ภาพรวมในผาม
หมอมา้ มีรปู แบบไมช่ ัดเจน วงดนตรีมีความอสิ ระสูงมากนักดนตรีสามารถเคลื่อนไหวได้
และเคร่ืองดนตรมี ขี นาดเล็กซึ่งหมอแคนจะมีบทบาทมากท่สี ดุ ในการบรรเลง
วงโนราหรือลูกคูก่ ็มีรูปแบบของการจัดวงดนตรีที่เป็นแบบกึ่งอิสระ สามารถเคล่ือนย้าย
ได้ตามความสมควรของตวั ลกู ค่เู อง ท่จี ะต้องมกี ารดูและสังเกตว่าโนราเองมกี ารรําท่าไหนเนื่องด้วยลูก
คู่ทีเ่ ปน็ นายทบั จะต้องสงั เกตและดทู า่ ราํ เพอื่ ใหน้ ายทับเองได้ตแี ละนําจังหวะทถี่ ูกตอ้ ง
พ้ืนท่ีการจดั ต้งั วงดนตรี
วงปูาดก้องซึ่งมีเครื่องดนตรีจํานวนมากและขนาดใหญ่ จึงต้องทําไห้มีการใช้พ้ืนท่ีในการจัด
วางเครือ่ งดนตรีในพืน้ ท่บี ริเวณกวา้ งและอยู่ในเขตของบริเวณพ้ืนท่ีของการทําพธิ กี รรมท่ีตอ่ เติมขน้ึ มาใหม่
หมอม้าเป็นผู้บรรเลงดนตรีให้กับหมอเหยาอยู่ในเขตของการทําพิธีเหยา ซึ่งเป็นพื้นที่ท่ี
หมอเหยาจะมาร่วมพิธีต่างๆในการเล่นเคร่ืองเล่นและจัดอยู่ในเขตของพื้นที่พิธีกรรม และในการทํา
พิธกี รรมบางครั้งหมอมา้ จะไปบรรเลงใกลก้ บั หมอเหยาโดยหมอแคนจะไปเปาุ บรรเลงคนเดียว
โนราโรงครู ลูกคู่จะอยู่ภายในโรงครูเลยเน่ืองด้วยลูกคู่จะต้องดูการร่ายรําหรือท่ารํา
เพราะการราํ โนราลูกคูจ่ ะตอ้ งบรรเลงดนตรีใหล้ งกบั ตัวโรรา และเคร่ืองดนตรีมีขนาดเล็กจึงสะดวกใน
การน่ังบรรเลง แต่ก็จะมีการนั่งบริเวณหน้าพาไลแต่ตําแหน่งการนั่งอาจจะไม่จัดเรียงตามรูปแบบที่
ทางกระทรวงศึกษาธกิ ารจดั ไว้จะนัง่ ท่ีมองเห็นทา่ ราํ ของโนราอยา่ งชดั เจน
116
ระยะพืน้ ทีใ่ นการจดั ตั้งเครอ่ื งดนตรี
ในการจัดต้ังเคร่ืองดนตรีก็จะมีพื้นที่ของวงดนตรีและเสียงท่ีออกมาจากเคร่ืองดนตรี
เช่นเดียวกนั กับวงดนตรตี อ่ ไปนี้
วงปูาดก้องเปน็ วงดนตรที ่มี ีจํานวนเครื่องดนตรที ี่มากและเสียงของเครื่องดนตรีท่ีออกมา
จะมีเสียงที่คอ่ นขา้ งดังจึงทาํ ให้การจัดวางของเคร่ืองดนตรีมีระยะไกลและง่ายต่อการสังเกตผู้ฟูอนได้
ง่ายและเห็นอย่างชัดเจนว่าอะไรกําลังอยู่ในพิธีกรรมเพราะในการประกอบพิธีกรรมจะไม่มีการบอก
กล่าวเพราะผฟู้ ูอนจะประกอบพิธีกรรมตามความค้นุ เคยของเหลา่ หมอมาเอง
การบรรเลงของหมอม้าจะต้องมีการบรรเลงใกล้กับเหล่าหมอเหยาเนื่องจากเสียงของ
สำนกั หอสมุดกลางเครื่องดนตรีเบาและจํานวนน้อยชิ้นจึงมีการบรรเลงใกล้กับหมอเหยาและในการบรรเลงของหมอม้า
และหมอเหยามกี ารลําประกอบการเปาุ แคนของหมอแคนจึงมคี วามจําเป็นทีต่ ้องใหห้ มอแคนหรือหมอ
มา้ อยู่ใกล้กบั หมอเหยาง่ายต่อการไดย้ นิ ซ่งึ กนั และกัน
การบรรเลงของลูกคู่จําเป็นท่ีต้องอยู่ในเขตของพ้ืนท่ีโรงครู เพื่อที่จะง่ายต่อการสังเกต
ของลกู คทู่ ค่ี อยบรรเลงดนตรใี หก้ บั โนราในการร่ายราํ แล้วกย็ งั ต้องเปน็ ลกู คคู่ อยรับการขับบทของโนรา
อีกด้วยซึ่งการบรรเลงของลูกค่มู ีเสียงที่ค้อนข้างจะดังและลูกคู่ก็เป็นองค์ประกอบสําคัญอีกอย่างหน่ึง
ของการประกอบพธิ ีกรรม หรอื ไมก่ เ็ ป็นส่วนหนึง่ หรอื ปจั จัยหนึ่งของการประกอบพิธีกรรม
ตารางท่ี 15 ตารางเปรยี บเทยี บผบู้ รรเลง (นักดนตรี)
หวั ขอ้ /พิธีกรรม ฟ้อนผมี ด-เม็ง พิธเี หยา โนราโรงครู หมายเหตุ
ลกู คู่
ชอื่ เรยี กวงดนตรี ปูาดกอ้ ง หมอม้า แทนคาํ ว่า(นาย) -หมอม้าขน้ึ อยู่กับ
ตามดว้ ยช่อื ของ เจา้ ภาพจะหาหมอมา้
ชอื่ เรยี กนักดนตรี แทนคาํ ว่า(จ่า) แทนคําว่า(หมอ) เครอื่ งดนตรี มาทําการบรรเลงคน
5คน -ในพธิ กี รรมโนราโรง
ตามดว้ ยช่อื ของ ตามดว้ ยช่ือของ ครอู าจจะมลี ูกค่ทู ่ีเป็น
ชาย ผหู้ ญิงแตโ่ ดยสวนมาก
เครอื่ งดนตรี เคร่ืองดนตรี แล้วจะเป็นลกู คู่ทีเ่ ปน็
อาชพี เสริม ผูช้ ายส่วนใหญ่
จานวนผู้บรรเลง 8 คน 3-4คน โดยส่วนมากแลว้ นกั
18-50ปี ดนตรจี ะมอี าชพี หลัก
เพศ ชาย ชาย อยแู่ ล้ว
อาชีพ อาชพี เสรมิ อาชีพเสรมิ
ชว่ งอายุ
30-60 ปี 30-60ปี
117
ผู้ร่วมพิธีกรรมอีกหนึ่งฝุายที่มีความสําคัญในการประกอบพิธีกรรมนั้นก็คือ นักดนตรีที่มี
ความสําคัญไม่แพ้กันกับเจ้าพิธีที่มีหน้าที่ส่ือสารกับวิญญาณต่างๆ นักดนตรีหรือผู้ที่บรรเลงบทเพลงใน
การประกอบพิธีกรรมฟูอนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครูนั้นเป็นอีกหนึ่งหัวหลักในการประกอบ
พิธีกรรม ซ่ึงถ้าไม่มีนักดนตรีก็ไม่เสียงของบทเพลงท่ีอยู่ในพิธีกรรม จะกล่าวได้ว่าผู้ท่ีมาบรรเลงดนตรี
หรอื บทเพลงนัน้ จะต้องมคี วามสามารถในการบรรเลงดนตรีซ่ึงจากการท่ีผู้วิจัยได้ลงพื้นท่ีทั้งสามพื้นที่ใน
การเก็บข้อมลู พธิ ีกรรมฟอู นผีมด-ผีเมง็ พธิ เี หยาและโนราโรงครูน้ันก็จะพบว่าผู้ที่มาทําการบรรเลงดนตรี
โดยส่วนมากแล้วกจ็ ะพบวา่ เป็นเพศชายโดยส่วนมากไม่พบผู้บรรเลงท่ีเป็นเพศหญิงเลย และ โดยที่รู้กัน
วา่ ถา้ เหน็ วงดนตรีหรอื นกั ดนตรจี ะเรียกกนั ดงั ตอ่ ไปนี้ ฟอู นผีมด-ผีเม็ง ชาวบ้านจะเรียกกันว่าวงปูาด พิธี
สำนกั หอสมุดกลางเหยาเรียกว่า หมอม้า และโนราโรงครูเรียกว่า ลูกคู่ ซ่ึงจะมีชื่อเรียกกันโดยเฉพาะ และจะมีช่ือเรียก
เฉพาะ นามนําหน้าของนักดนตรีแต่ละประเภทท่ีว่า พิธีฟูอนผีมด-เม็งเรียกว่า จ่า ตามด้วยชื่อของ
ตําแหน่งที่บรรเลงเครื่องดนตรี พิธีเหยาเรียกว่า หมอ ตามด้วยช่ือของตําแหน่งที่บรรเลงเคร่ืองดนตรี
และโนราโรงครเู รยี กว่า นาย ตามด้วยช่ือของตําแหน่งที่บรรเลงเคร่ืองดนตรี เช่นเดียวกัน และช่วงอายุ
ที่พบผู้บรรเลงดนตรีในการประกอบพิธีกรรมโดยส่วนมากแล้วก็จะพบว่าอยู่ในช่วงของวัยกลางคน ถึง
ผ้สู ูงอายุเหลา่ ผ้บู รรเลงดนตรเี หล่าน้กี บ็ รรเลงดนตรีเป็นอาชพี เสริมไม่มีผู้ไดมีอาชีพที่เป็นนักดนตรีจริงจัง
โดยส่วนมากแล้วการสืบทอดหรือการเรียนดนตรีท่ีใช้ในการประกอบพิธีกรรม แล้วนั้นนักดนตรีส่วน
ใหญ่จะมาบรรเลงดนตรีด้วยความช่ืนชอบส่วนบุคคลโดยเข้ามาเรียนต่อจากนักดนตรีท่ีได้บรรเลงอยู่
ก่อนหน้านี้แล้วมาฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนดนตรีหรือไม่นักดนตรีบางคนก็ฝึกฝนการเล่นดนตรีโดย
ตนเองซึง่ ในการบรรเลงดนตรีของนกั ดนตรีท่ีมาบรรเลงในการระกอบพิธีกรรมนี้โดยส่วยมากแล้วน้ันนัก
ดนตรีจะต่อเพลงโดนการจดจําจากผู้ท่ีต่อบทเพลงให้ แล้วฝึกจนเกิดความชํานาญโดยไม่มีหลักการต่อ
เพลงแบบแผนทางภาคกลางสักเท่าไร แต่จะยึดตามหลกั ท่ีต่อเพลงจากครผู ู้ทถ่ี ่ายทอดบทเพลง
บทเพลงประกอบพธิ กี รรม
การประกอบพธิ ีกรรมจะมีหลายองค์ประกอบในการจัดกิจกรรมทางด้านพิธีกรรม ซ่ึงใน
การประกอบพิธกี รรมก็มีเครอื่ งดนตรีทีม่ าบรรเลงดนตรี เพื่อที่จะเป็นสื่อกลางในการส่ือสารกับบรรพ
บุรุษหรือเหล่าผีท้ังหลายแล้วนั้นก็ยังมีบทเพลงซ่ึงเป็นบทเพลงสําคัญในการส่ือสารพูดคุย เมื่อได้ยิน
เพลงดงั กลา่ วแล้วจะทราบทนั ทวี า่ มกี ารติดต่อส่อื สารหรอื มีการประทบั ทรงหรือเข้าสู่ช่วงของพิธีกรรม
สําคญั น้นั ๆ ในพธิ กี รรมฟูอนผมี ด-เม็ง พิธเี หยา และโนราโรงครกู ม็ ีบทเพลงสําคัญหรือบทเพลงหลักใน
การประกอบพิธกี รรมนนั้ อีกด้วย
การศกึ ษาเกยี่ วกบั บทเพลงประกอบพิธีกรรมของการฟูอนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนรา
โรงครจู ะม่งุ แต่ศึกษาบทเพลงที่มีความสําคัญและเป็นบทเพลงหลักท่ีใช้ในการประกอบพิธีกรรมหรือ
บทเพลงท่ีใช้เฉพาะในพิธีกรรมฟูอนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครูซึ้งบทเพลงที่จะกล่าว
ดังต่อไปน้ีเป็นบทเพลงที่ขาดไม่ได้ในการประกอบพิธีกรรมถ้าขาดไปจะทําให้พิธีดังกล่าวไม่ประสบ
ความสําเร็จหรือไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของพิธีกรรมที่สืบทอดกันมาต้ังแต่โบราณ โดยมีบทเพลง
ดงั ต่อไปน้ี
118
1. บทเพลงประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง ประกอบด้วยบทเพลงที่สําคัญในการ
ประกอบพิธกี รรม 4 บทเพลงดังต่อไปนี้
1.1 เพลงมอญฟอู นผี
1.2 เพลงเกา๊ หา้
1.3 เพลงลกู กุยเวย
1.4 เพลงลกู กุยชา้
2. บทเพลงประกอบพธิ ีกรรม พิธีเหยา ประกอบด้วยบทเพลงสําคัญคอื
2.1 เพลงลายผู้ไทน้อย
3. บทเพลงประกอบพิธีกรรมโนราโรงครู ประกอบด้วยบทเพลงสําคญั คือ
สำนกั หอสมุดกลาง3.1 เพลงเชดิ
สําหรบั บทเพลงอ่ืนๆท่ีนํามาประกอบหรือบรรเลงในการประกอบพิธีกรรม ฟูอนผีมด-ผี
เม็ง พิธเี หยาและโนราโรงครู จะไม่กลา่ วถึงในงานวิจัยในครง้ั นี้
บทเพลงประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมดผีเมง็ 30
เพลงมอญฟอ้ นผี
เพลงมอญฟูอนผี เรียกง่ายๆว่า เพลงมอญ ส่วนเพลงมอญอ่ืนๆท่ีนิยมนํามาใช้ในการ
บรรเลงในวงปี่พาทย์พน้ื เมอื ง เชน่ มอญดูดาว มอญดํา มอญราํ ดาบ เป็นต้น เพลงมอญฟอู นผใี ชใ้ นการ
บรรเลงเปน็ เพลงหลักของพิธีกรรม ดังน้ัน จึงสอื่ กนั งา่ ยๆว่า “เพลงมอญ” กเ็ ปน็ อนั เข้าใจแลว้
เพลงมอญเป็นเพลงทมี่ ีท่วงทํานองเป็นท่ีคุน้ หูของชาวบา้ นทัว่ ไป นอกจากทํานองจะจําได้
ง่ายแลว้ ลลี าของเทง่ ทงึ้ ก็ยังเปน็ จุดเดน่ อย่างหนึง่ ที่บง่ บอกใหร้ ู้วา่ เปน็ เพลงมอญ นอกจากจะเป็นเบส
ให้กับวงแล้วทางเดินของเบส หรือลีลาของเท่งท้ึง จะมีทั้งรุกและรับ ประสานสัมพันธ์กับท่วงทํานอง
เพลง ชวนใหเ้ กดิ ความคกึ คัก มอี ารมณส์ นุก เชือ้ เชญิ ให้ฟอู นราํ
ความเร็วของจังหวะ สาํ หรบั การบรรเลงเพลงมอญนนั้ สามารถบรรเลงได้ทั้งแบบช้าและ
เรว็ ความเหมาะสมย่อมขน้ึ อยู่กับบรรยากาศหรอื สถานการณ์ เช่น บรรเลงเป็นเพลงเปิดผามและเช้ือ
เชิญผีเขา้ ผาม
เน่ืองจากเพลงมอญสามารถจะบรรเลงได้ท้ังแบบช้าและเร็ว ดังนั้นอารมณ์และรสของ
ดนตรีที่จะได้จึงย่อมแตกต่างกัน หากบรรเลงช้าทํานองเพลงก็จะเปิดโอกาสให้นักดนตรีได้ “พั่น”
(ปนั่ ) หรอื “เกบ็ ” ไดต้ ลอดเพลงหรือจะเกบ็ เป็นช่วงๆ คือใหโ้ อกาสไดเ้ ตมิ ลูกเล่นให้มสี ีสัน หากบรรเลง
เร็วข้นึ จังหวะก็จะกระชบั แน่นโอกาสที่จะเติมลกู เล่นมีนอ้ ย
1. ใช้เป็นเพลงเปดิ ผามหรอื โรงพธิ ี และในโอกาสอนั เดยี วกนั กถ็ อื เป็นเพลงเชิญผีเข้าผาม
ไปด้วย เมื่อเห็นวา่ “ผีเก๊า” และผีอ่ืนๆเข้าผามมาพอสมควรแล้ว จึงจะเปลี่ยนไปเป็นเพลง “เก๊าห้า”
พธิ ีการหรอื ประเพณีนยิ มแบบน้ใี ชท้ งั้ การฟอู นผมี ด และผเี ม็ง
30ณรงค์ สมทิ ธิธรรม, ดนตรีประกอบพธิ ฟี อ้ นผีในจงั หวดั ลาปาง (ลําปาง: ภาควิชา
ดนตรี คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ วิทยาลยั ครลู ําปาง, 2535), 89-140.
119
2. ใช้เป็นเพลงเร่มิ ต้นของการฟูอน หลังจากหยุดพักรับประทานอาหารมื้อกลางวันหรือ
พักช่วงสั้นๆระหว่างการฟอู น
3. ในกรณีที่อาจมีผีเข้าหรือผีออก ในระหว่างการฟูอนซึ่งต้องใช้เพลงอ่ืนบรรเลง
ประกอบ เม่อื วางเพลงหรอื ลงเพลงหรอื จบเพลงนัน้ แล้ว จะใชเ้ พลงมอญเร่ิมตน้ การฟูอนอีกทกุ คร้งั
4. บางครัง้ สถานการณอ์ าจเปลยี่ นไปมีการใช้เพลงอนื่ ๆมาประกอบการฟูอน เช่น การใช้
เพลงราํ วง เพลงลกู ทุ่ง หรือแม้กระทั่งเพลงยอดนิยมร่วมสมัย เมื่อต้องการพลิกบรรยากาศให้กลับมา
เปน็ การฟอู นแบบขนบประเพณี ดนตรีก็จะเปลี่ยนมาเปน็ เพลงมอญอีก
ดังน้ันเพลงมอญจึงเป็นเพลงหลักของพิธีการฟูอนผี ทั้งผีมดและผีเม็งในจังหวัดลําปาง
สำนกั หอสมุดกลางเปน็ สื่อซงึ่ เป็นที่เข้าใจกันอยา่ งดี ไม่วา่ จะเปน็ คน (ดู) หรือผี (คนฟูอน) แม้กระทั่งชาวบ้านท่ีคุ้นเคยกับ
ประเพณีนี้ และอาจจะเรียกไดว้ า่ เปน็ สญั ลักษณข์ องการฟูอนผกี ย็ อ่ มได้
โนต้ เพลง มอญ(ฟอ้ นผ)ี 31
- ร รร -ร-ม - ร รร -ม-ร ---- - ซ – ล - ซ – ล -ด-ร
- ล -ร -ด– ล - ฟ-ซ - ล -ด - ล -ด -ม-ร - ล -ด -ม - ร
-ด-ล - ซ – ล -ด-- -ด-ร - ซ – ล -ด-ร - ล มร -ด– ล
- ล -ล - ล -ล - ซ -ซ -ล-ซ - ฟ -ฟ -ซ-ฟ - ล -ล --ซฟ
- ฟ -ฟ --ซล - ร -ล -ล-ซ -ฟ-ล - ด -ร - ด -ฟ --ซล
- ด -ล - ด -ล - ร -ล -ล-ซ -ล– ร -ล-ซ -ฟ-ล --ซฟ
-ด-ร -ฟ-ซ -ล-ล -ล-ซ -ล– ด --รม -ล-ซ -ม-ร
ภาพที่ 58 โนต้ เพลง มอญ (ฟูอนผี)
เพลงเกา๊ ห้า
“เก๊า”ในที่นี้แปลว่า ต้น เก๊าไม้-ต้นไม้ เก๊าห้า คือ ต้นห้า หรือต้นมะห้า เป็นต้นไม้เคล็ด
พิธสี ําหรับการฟอู นผีเมง็ ทจ่ี ะต้องมีต้นมะห้าหรอื กง่ิ ของต้นมะห้าปักไว้ท่ีลานหน้าผาม เจ้าหรือผีจะมา
31ณรงค์ สมิทธิธรรม, ดนตรีประกอบพธิ ีฟอ้ นผใี นจงั หวดั ลาปาง (ลาํ ปาง: ภาควชิ า
ดนตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาลยั ครูลําปาง, 2535), 94.
120
ฟูอนดาบหรอื ราํ ดาบรอบต้นไม้ จะฟอู นเดย่ี ว หรอื ฟูอนคู่ กไ็ ด้ไมไ่ ด้จํากดั ดังนั้นจึงเรียกเพลงที่ใช้ฟูอน
ดาบทตี่ ้นมะห้าน้ีวา่ “เพลงเกา๊ หา้ ” สาํ หรบั ผีมดไม่มีต้นไม้เคล็ด แต่มีการฟูอนดาบและใช้เพลงเก๊าห้า
ประกอบการฟอู นเชน่ เดยี วกนั
เพลงเก๊าห้านอกจากจะนํามาใช้ในการฟูอนดาบแล้ว ยังใช้เพลงนี้คู่กันไปกับเพลงมอญ
ฟูอนผี และจะใช้ในโอกาสที่เจ้าหรือผีจะกินเครื่องเซ่นหรืออาหารท่ีจัดมาเล้ียง โดย “เก๊าผี” และผี
ระดับใหญ่จะถือดาบท่ีจุดเทียนท่ีปลายดาบชี้ไปยังอาหาร เดินวนรอบสําหรับอาหาร ผีอ่ืนๆก็จะเดิน
ตามหลัง ดนตรจี ะบรรเลงเพลงเก๊าห้าประกอบตลอดหรืออาจจะมีเพลงมอญฟูอนผีสลับบ้าง เดินวน
ประมาณ 3 รอบ กเ็ ป็นอันเสร็จพธิ ีการกินอาหารของผี
สำนกั หอสมุดกลางทํานองของเพลงเก๊าห้าจะใหอ้ ารมณ์ในทางอ่อนหวาน สอดคลอ้ งไปกับลีลาท่ารําของการ
ฟูอนดาบท่ีมีการเคล่ือนไหวท่ีค่อนข้างจะช้าและถึงกับช้ามากๆ แบบที่เรียกว่าค่อยๆเยื้องกราย คือ
การฟูอนดาบน้นั อาจมีการออกท่าเล่นเชิงประกอบด้วย เพลงจะมคี วามอ่อนหวานหยดย้อยย่อมข้ึนอยู่
กับฝีมอื ของผเู้ ปาุ แน่ให้คราํ่ ครวญ ออดอ้อน ให้เป็นทํานองที่ไหวหวานออกมาให้ได้ และก็น่าแปลกที่
เพลงเก๊าห้านี้ หากเลน่ ใหเ้ ร็วแล้ว ก็จะได้อารมณ์เพลงที่สนุกครึกครื้นก็ยังได้อีก เพียงแต่ว่ามีการปรุง
แต่งลีลาในการเล่นให้สนุก อารมณ์เพลงก็จะเปลยี่ นไปได้ โดยที่เครือ่ งประกอบจังหวะท้ังหลายไม่ต้อง
เปลีย่ นลลี าของหน้าทับเลย
โนต้ เพลงเกา๊ หา้ 32
---- - ล -ร - ล – ล --ดร -ฟ– ร -ล-ซ - ฟ ซล - ด -ร
-ม-ร - ล -ร - ล – ล -ด-ร -ฟ-ร - ด -ฟ --ซล -ซ-ล
-ล– ร -ล– ด - ร -ฟ --ซล -ล– ร - ด -ล - ร -ล --ซฟ
-ล– ร - ด -ล - ด -ล --ซฟ -ล– ร -ล-ซ - ฟ ซล - ด -ร
ภาพท่ี 59 โน้ตเพลงเกา๊ หา้
เพลงลกู กยุ เวย
ลูกกุย หมายถึง กําปัน้ และ เวย ก็คอื ไว บางถน่ิ จะออกเสยี งเวยเปน็ โวยก็มีบ้าง เพลงลูก
กยุ เวยมีอกี ช่อื หน่ึงเรียกง่ายๆสน้ั ๆว่า เพลงมวย
32ณรงค์ สมิทธธิ รรม, ดนตรปี ระกอบพธิ ีฟอ้ นผใี นจงั หวดั ลาปาง (ลําปาง: ภาควิชาดนตรี
คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ วิทยาลยั ครลู ําปาง, 2535), 115.
121
เพลงลูกกุยเวยมีทํานอง ลีลา และจังหวะท่ีให้ความคึกคัก เร้าใจ สามารถจะกระตุ้นให้
นักมวยตลอดจนผชู้ มเกดิ ความคึกคะนอง ฮกึ เหิม
เสียงดนตรีที่ให้บรรยากาศที่ดุเดือดนี้ จึงเหมาะท่ีจะนํามาใช้ในการฟูอนผีแบบ ผีเม็ง
ในชว่ งของการ โหนเชอื ก เพราะทาํ ให้เกดิ บรรยากาศเรา่ ร้อน ตืน่ เตน้ ของการฟูอนผี และถ้าในขณะที่
การฟูอนดําเนนิ อยู่นั้น หากว่าเกิดมรี า่ งทรงถูกเจ้าเข้าหรือเจ้าจะออกจากร่างจะสังเกตได้จากร่างทรง
จะจับเชือกเดินไปมา หรือกําลังทําท่าจะโหนเชือก นักดนตรีจะเปลี่ยนเพลงเป็น ลูกกุยเวย ทันที ไม่
ต้องรอให้เพลงมอญฟูอนผีจบกอ่ น เปน็ การหกั มุมความร้าวใจที่ดุดันทันที ความเร็วของจังหวะ ความ
ดดุ นั เร้าใจ จะได้รบั การบรรเลงดนตรีมากน้อยเพียงใดย่อมข้นึ อยกู่ บั ร่างทรงที่กําลังโหนเชือก ถ้าโหน
แบบใช้มือจับเชือกเดนิ ไปมาพอใหเ้ ชอื กตึง จากน้ันก็หมดสติค่อยๆรูดเชือกลงไปนอนกับพื้น ความเร้า
สำนกั หอสมุดกลางใจก็จะเพม่ิ มากขน้ึ และที่จัดว่ารนุ แรงเร้าใจคอื การโหนและห้อยตัวว่ิงไปมาพร้อมทงั้ กระทืบเท้ารวมไป
ถึงเกลือกกลิ้ง แกว่งตัวไปกับเชือกที่คลายเกลียวออก ดนตรีจะกระแทกโหมประโคมเข้าไป ให้ถึงขีด
สดุ จนเหน็ ว่า ร่างทรงระทดระทวยรูดตามเชือกลงมา ดนตรีจึงจะลงท่อนจบโดยค่อยๆโรยจังหวะให้
ช้าลงจนจบในท่ีสุด
ความรุนแรงจะมีขนาดไหนย่อมข้ึนอยู่กับสุขภาพ และวัยของร่างทรง อันเป็น
ลกั ษณะเฉพาะของร่างทรงดว้ ย
แมว้ า่ ผีมด จะไม่มกี ารโหนเชอื กแต่ผามผีมดทว่ั ไปจะมเี ชือกสําหรับโหนผูกไว้เพื่อรับแขก
ผีเมง็ ที่ได้ไป ขว่ ย ไว้แลว้
นักดนตรจี งึ ตอ้ งมคี วามพร้อมเสมอ ทีจ่ ะรบั หรือสรวมเขา้ จงั หวะ หากมใี ครนําเพลงน้ีข้นึ
คนนํา หรือ คนชัก จะตอ้ งสงั เกตบรรยากาศการฟอู นใหด้ ีวา่ มี การเข้าการออก หรือบางคร้ังก็เรียกว่า
“จะมาจะไป” ของผีหรอื เจ้า เพอ่ื ใหไ้ ด้บรรยากาศและอารมณ์เม่อื เห็นร่างทรงทําทา่ โหน คนชักเพลงก็
จะขน้ึ ทนั ท
122
โนต้ เพลงลูกกยุ เวย33
--ลซ ฟมรด -ล-ร ลล-ร
-ลฟซ ฟมรด -ล-ร ลล-ร
---ฟ -ซ-ล -รดล -ซ-ฟ
-ซ-ฟ
สำนกั หอสมุดกลาง---ล -ซ-ฟ ดรดล ---ร
-รดล -ซ-ฟ ---ม
ภาพที่ 60 โนต้ เพลงลกู กุยเวย
เพลงลูกกยุ ชา้
เพลงลูกกุยชา้ เปน็ เพลงท่ีจัดได้ว่ามคี วามไพเราะอยา่ งมากเพลงหนง่ึ ถงึ แม้จะออกไปทาง
เศรา้ บา้ งแต่กไ็ มถ่ ึงกับโหยหวน ครา่ํ ครวญสะอึกสะอื้นแต่อยา่ งใด ยังมคี วามออ่ นหวานแฝงอยู่ ในเวลา
เย็นใกลจ้ ะคํา่ ซึ่งเป็นเวลาอันสมควรจะยุติงานได้แล้ว เสียงเพลงท่ีบรรเลงอย่างเรียบๆไม่ผาดโผน ไม่
กระต้นุ ใหเ้ กิดความคึกคะนอง มีแต่ความไพเราะ อ่อนหวานระคนเศร้า จะทําให้บรรยากาศของงาน
เลย้ี งผีหรืองานฟูอนผีซ่ึงสนุกสนาน และเหน็ดเหน่ือยกันมาตลอดวันเกิดการผ่อนคลาย ประจวบกับ
เวลาเยน็ ดว้ ย จึงทําให้เกดิ ความวังเวง เยือกเย็น และผอ่ นคลาย ดังถูกมนต์สะกด
เพลงลกู กุยช้า เรียกได้อีกอย่างวา่ เพลงส่งผี ด้วยเหตุว่าเป็นเพลงที่ใช้สําหรับการปิดงาน
ซง่ึ เป็นชว่ งที่ เจ้าปูุ เจา้ ยา่ จะอาํ ลาลกู หลาน เพอื่ กลบั เมอื งบน จึงเป็นชื่อท่ีส่ือความหมายได้ดี สาเหตุ
ทไี่ ดช้ ่อื วา่ ลูกกุยช้า ได้มีการสอบถามนักดนตรีและผู้เฒ่าผู้แก่ จึงได้คําตอบว่า ด้วยความไพเราะของ
เพลงซ่ึงใหอ้ ารมณ์ออกไปทางหวานและเยือกเย็น จึงทําให้ลุกหลานบางคนซ่ึงได้กิน น้ําม่วน (สุรา) ท่ี
เจ้าพ่อได้เมตตาหยิบยน่ื ให้ หากจะใช้ กําป้ัน หรือ ลูกกุย กัน ท่ีเคยพลุกพล่าน ว่องไว มาก่อนก็จะได้
สงบเยอื กเยน็ ลง ตามความเข้าใจเชน่ น้ัน
33ณรงค์ สมิทธิธรรม, ดนตรีประกอบพิธฟี อ้ นผีในจงั หวัดลาปาง (ลาํ ปาง: ภาควชิ า
ดนตรี คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ วิทยาลัยครลู ําปาง, 2535), 127.
123
โนต้ เพลงลกู กยุ ชา้ 34
-ม-ร -ล-ร ลล ร ล ซ ล ดร -ฟซล ---ซ -ฟซล ด มรล
---- มรลร ลลรล ซลดร ฟซฟร ฟลดร -ม-ร ลทซล
---- -ฟซล ดรดล ดลซฟ ---ซ -ลซฟ ลซลฟ ฟฟซล
ลดลร ลดลล ลดลล -ฟ-ซ -ล-ร --ลซ -ฟซล -ดมร
สำนกั หอสมุดกลางภาพท่ี 61 โน้ตเพลงลกู กุยชา้
บทเพลงประกอบพธิ กี รรมพิธีเหยา
การประกอบพธิ กรรมเหยา เปน็ การประกอบพธิ กี รรมที่มีการประกอบพิธีกรรมท่ีเกิดขึ้น
มายาวนาน และเช่นเดียวกันในการประกอบพิธีกรรมเหยาก็มีบทเพลงในการประกอบพิธีกรรม
เชน่ เดียวกนั และในการประกอบพิธีกรรมเหยานั้นก็มีบทเพลงเฉพาะ และมีบทเพลงเดียวที่ใช้ในการ
ประกอบพิธกี รรมคือ ลายภไู ทนอ้ ย
เพลงเปน็ สือ่ กลางในการติดตอ่ กับเทพยดาและเหล่าบรรดาผีทั้งหลาย ซ่ึงบทเพลงท่ีใช้ใน
การติดต่อน้ันก็เป็นการบรรเลงจากมนุษย์ โดยใช้เคร่ืองดนตรีที่เป็นเคร่ืองดนตรีท่ีเป็นเคร่ืองดนตรี
พ้นื บ้านที่ร้จู ักกันทางภาคอีสาน คือ แคน ประกอบกับการลําของหมอเหยา เพลงท่ีใช้ในการบรรเลง
ในการประกอบพธิ ีกรรมของพิธีเหยา ประกอบด้วย สําหรับเชิญลง เส่ียงทาย เชิญกลับหรือลา35 ก็จะ
ใช้เพลงลายภูไทน้อย ในแต่ละคร้ังที่มีการบรรเลงเพลงอาจจะมีการเปล่ียนไปตามอารมณ์และ
จินตนาการของหมอแคนและหมอเหยา
34ณรงค์ สมทิ ธธิ รรม, ดนตรีประกอบพธิ ฟี อ้ นผใี นจงั หวดั ลาปาง (ลําปาง: ภาควิชา
ดนตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาลัยครลู าํ ปาง, 2535), 137.
35อนนั ต์ มีชัย, “พิธเี หยา: กรณีศกึ ษาดนตรที ่ีใช้บรรเลงประกอบพธิ ีเหยาเพ่ือรกั ษา
อาการเจบ๊ ปุวยของชาวผู้ไทยในหมบู่ า้ นหนองเมก็ ตาํ บลปาุ ไร่ อําเภอดอนตาล จงั หวดั มกุ ดาหาร”
(วทิ ยานพิ นยป์ ริญญามหาบณั ฑติ สาขาวิชามานุษยดรุ ิยางควิทยา บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ศรีนค
รนิ ทรวโิ รฒ, 2551), 78.
124
โนต้ ลายผไู้ ทน้อย36(ทางแคน)
---ร -ฟ-ล -ซ-ล -ดํ-รํ รํ-ฟล ซลดฟ -ซฟฟ -ด-ร
ภาพที่ 62 โนต้ ลายผ้ไู ทน้อย
โน้ตลายผู้ไทน้อย (ทางป่ีผู้ไท)37
-ดํ-รํ -ดํ-รํ ดลซล -รํดล -ลซล --ซล --ดร --ดด
สำนกั หอสมุดกลาง---- ---- -รดล -ซ-ล -ดํ-รํ -ด-ร --มล -ด-ร
ภาพท่ี 63 โนต้ ลายผไู้ ทน้อย (ทางปผี่ ู้ไท)
โนต้ ลายผู้ไทน้อย (ทางกระจับป่)ี 38
---ร -ฟ-ล -ซ-ล -ดํ-รํ รํ-ฟล ซลดฟ -ซฟฟ -ด-ร
ภาพท่ี 64 โนต้ ลายผู้ไทนอ้ ย (ทางกระจบั ป่ี)
บทเพลงประกอบพิธกี รรมโนราโรงครู
บทเพลงท่ีใช้ในการกระกอบพิธีกรรมโนราโรงครูน้ันก็มีหลากหลายบทเพลง บทเพลงที่
สาํ คัญและใช้ในการประกอบพธิ ีกรรมท่ีมีการประทับทรงหรือในการประกอบพิธีกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับ
พธิ ีกรรมท่จี ะต้องเป็นบทเพลงทเี่ ปน็ สอ่ื กลางระหว่างมนุษย์และเหล่าบรรพบุรุษแล้วน้ันจะพบว่ามีอยู่
บทเพลงหน่ึงท่ใี ชเ้ ป็นบทเพลงหลงั ในการประกอบพธิ ีกรรมน้ันก็คอื เพลงเชดิ
เพลงเชิด เพลงเชิดเป็นบทเพลงที่ใชใ้ นการประกอบพิธีกรรมในขณะอันเชิญส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ
มายงั พื้นท่ขี องการทําพธิ ี การบรกิ รรมคาถา เชิญและส่งครูหมอหรือเหล่าผีบรรพบุรุษ บทเพลงเชิดน้ี
ไม่คน้ พบผูแ้ ตง่ ว่ามาจากไหน ทาํ นองของเพลงเชดิ น้ันมหี ลายทํานองแต่มักพบทํานองเดียวที่มักจะพบ
บอ่ ยมากทส่ี ดุ ในการประกอบพิธกี รรมโนราโรงครู
การบรรเลงหรือการเดินทํานองของบทเพลงเชิด ลูกคู่จะต้องมีความเข้าใจข้ันตอนของ
การประกอบพิธีกรรม เน่ืองจากมีการเชิญครูหมอตายายหรือส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ จะต้องมีการบรรเลงบท
เพลงเชดิ ในการบรรเลงเพลงเชิดจะไม่สามารถกําหนดจํานวนครั้งในการบรรเลงได้เน่ืองจากจะต้อง
บรรเลงวนไปวนมาตลอดเวลา ในช่วงของการทําพิธีกรรมและเช่นเดียวกันในการทําพิธีกรรมก็ไม่
36สมั ภาษณ์ ปาริวรรต ไวสศู้ กึ , อาจารยโ์ รงเรียนมุกดาวิทยานุกูล, 23 มีนาคม 2558.
37เร่อื งเดยี วกัน.
38เร่อื งเดยี วกนั .
125
สามารถบอกได้ว่าพิธกี รรมเสร็จส้นิ แล้วหรือยัง ลูกคู่จะต้องสังเกตและต้องบรรเลงทอดลงจบเพลงให้
ทันกับการจบพธิ ีกรรมหรอื ไมก่ ็สามารถบรรเลงเพลงอนื่ ๆได้39
โน้ตเพลงเชิด40
---- ---ล ---ท ---ร ---ด -ร-ม -ร-ม -ล-ซ
-ร-ม -ซ-ท -ล-ซ -ล-ท -ร-ม -ร-ท -ล-ซ -ล-ซ
สำนกั หอสมุดกลาง-ร-ม -ร-ท -ล-ซ -ล-ท -ร-ม -ร-ท -ล-ซ -ท-ล
ภาพที่ 65 โนต้ เพลงเชดิ
บทเพลงที่ใชใ้ นการประกอบพธิ กี รรมฟูอนผีมด-ผเี มง็ เหยาและโนราโรงครู ก็จะเห็นว่าใน
การประกอบพิธีกรรมทงั้ สามพธิ กี รรม มบี ทเพลงท่ีใช้ในการประกอบพิธีกรรมท่ีชดั เจนทั้งสามพธิ กี รรม
การประกอบพิธีกรรมฟูอนผีมด-ผีเม็งจะมีบทเพลง 4บทเพลงด้วยกันในการประกอบ
พธิ ีกรรมซึง่ แตล่ ะบทเพลงก็จะมีหน้าที่ในการประกอยพธิ ีกรรมที่แตกต่างกนั ประกอบด้วย
1. เพลงมอญฟูอนผี .ใช้เปน็ เพลงโหมโรงในการประกอบพิธีกรรม ใช้เปิดผาม เชิญผีเข้า
ผาม และเป็นบทเพลงหลกั ในการประกอบพธิ ีกรรม
2. เพลงเก๊าห้า .ใช้ในการฟูอนดาบ และใช้ในการบรรเลงประกอบการรับสังเวย
เครื่องเซน่ สําหรบั เจ้า หรือ ผี
3. เพลงลูกกุยเวยใช้สาํ หรบั โหนผ้าของผเี มง็
4. เพลงลูกกุยชา้ เป็นบทเพลงลาในการประกอบพธิ กี รรมหรอื เพลงส่งผี
การประกอบพธิ ีกรรมเหยามบี ทเพลงประกอบพิธีกรรม พิธีเหยาเพียงบทเพลงเดียวท่ีใช้
ในการประกอบพิธีกรรมเหยาคือเพลงลายภูไทนอ้ ย ซง่ึ จะใช้บทเพลงนี้ทุกพธิ กี รรมท่ีเกิดข้นึ ในพธิ เี หยา
การประกอบพิธกี รรมโนราโรงครมู ีบทเพลงประกอบพิธีกรรมโนราโรงครู หลายบทเพลง
ที่บรรเลงในการประกอบพธิ ีกรรมแต่ในพิธีกรรมที่เปน็ พิธีกรรมสําคญั ทางโนรา ที่ประกอบพิธีกรรมใน
โรงครนู ั้นมเี พยี งบทเพลงเดยี ว คอื เพลงเชดิ เปน็ บทเพลงทจ่ี ะบรรเลงในชว่ งของการประกอบพธิ กี รรม
ของโนราโรงครูเป็นเพลงท่เี ปน็ สือ่ กลางระหว่างมนุษย์ และเหล่าครูหมอตายาย
39จารุวัฒน์ นวลใย, “ดนตรีพิธีกรรม: กรณีศึกษาพิธีกรรมโนราโรงครคู ณะพนมศิลป์
อาํ เภอเมอื ง จังหวัดสงขลา” (วิทยานิพนยป์ ริญญามหาบัณฑิต สาขาวชิ ามานุษยดรุ ยิ างควิทยา บณั ฑิต
วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ, 2552), 65-67.
40สมั ภาษณ์ นรนิ ทร พาหุรัตน,์ อาจารย์โรงเรยี บวดั ทุ่งหวังใน, 20 พฤษภาคม 2558.
126
พธิ กี รรมฟูอนผมี ด-ผเี มง็ เหยาและโนราโรงครู มีการบรรเลงดนตรีและเป็นองค์ประกอบ
สาํ คัญในการสอื่ สารระหวา่ ง มนุษยก์ ับเทพยดา บรรพบรุ ษุ ผี ต่างๆการประกอบพิธีกรรมจะเห็นได้ว่า
มีบทเพลงเป็นองค์ประกอบหลักและเป็นบทเพลงที่บรรเลงสดแต่อย่างไรก็ต ามในการประกอบ
พิธกี รรมเหยา เป็นพธิ กี รรมเดียวท่ีมีบทเพลงท่ีบรรเลงประกอบการลําซ่ึงมีความแตกต่างจากพิธีกรรม
ฟอู นผมี ด-ผเี มง็ และโนราโรงครู ท่ีมีบทเพลงที่บรรเลงเพยี งอย่างเดียวเพ่ือใช้ในการประกอบพธิ กี รรม
ตารางที่ 16 ตารางเปรยี บเทียบบทเพลงที่ประกอบในพธิ ีกรรม
หวั ข้อ ฟอ้ นผีมด-เม็ง พิธเี หยา โนราโรงครู
1. รปู แบบการบรรเลง บรรเลงดนตรีเพยี ง บรรเลง บรรเลงประกอบดว้ ย
สำนกั หอสมุดกลางของหมอเหยา การขบั บทและจะมลี กู
และการขับรอ้ ง อยา่ งเดยี ว ประกอบการลํา ครูทอยบททโ่ี นราเป็นผู้
ขบั บท
2.รูปแบบข้นั ตอนของ ไมม่ กี ารบรรยาย ไมม่ ีการบรรยาย จะมีการบรรยายของ
การบรรเลง ขัน้ ตอนของการ ขั้นตอนของ โนราใหญเ่ พอ่ื บอก
ประกอบพธิ ีกรรม พิธกี รรมเหยา กลา่ วของขัน้ ตอนใน
ทาํ ตามความคนุ้ เคย อาวุโสทสี่ ุดหรือ การประกอบพิธกี รรม
ของม้าข่ที งั้ ผามโดย ความตอ้ งการของ เพ่อื ทจ่ี ะให้เหล่าบรรดา
ไม่มผี ู้บอกกลา่ วของ หมอเหยาเจ้าภาพ ลูกหลานที่มาประกอบ
พธิ กี รรม พธิ ีกรรมทราบว่าถึง
ขนั้ ตอนอะไรบา้ ง
เนอื่ งจากขัน้ ตอนของ
การประกอบพธิ ีกรรมมี
ความซับซอ้ น
พอสมควร
3.กระบวนการบรรเลง นกั ดนตรีต้องเปน็ ผู้ หมอมา้ ตอ้ งมกี าร ลูกคูต่ ้องสงั เกตอยู่ทกุ
ดนตรี/บทเพลง สังเกตวา่ จะมีการ สงั เกตของหมอ ขั้นตอนของการ
โหนผา้ ของการฟอู น เหยา ประกอบพธิ กี รรม
หรอื ไมเ่ ป็นการ เน่อื งจากจะต้องดูท่าราํ
สังเกตเพอ่ื ทําการ ของโนราหรอื การว่าบท
บรรเลงตลอดเวลา ของโนรา
127
อภปิ ราย
การบรรเลงล้วนหรือการบรรเลงดนตรีเพียงอย่างเดียวนั้น เป็นภาษานามธรรม
(abstract)จะมสี ัญญะอย่ใู นตัวไม่อาจจะระบเุ ป็นถ้อยคําของบทร้องได้ มีอํานาจควบคุมกลไกทุกส่วน
ภายใต้ทํานองของจังหวะในการบรรเลงดนตรี
การบรรเลงทีม่ ีการขบั ร้อง เป็นภาษากึ่งนามธรรม เป็นเพลงร้อง (song) มีการพรรณนา
ด้วยถอ้ ยคําสาํ นวนบทร้องทสี่ บื ทอดมกี ารสอดแทรกบนั เทิงอยู่บา้ ง มกี ารสื่อสารท่เี ปน็ ผฟู้ งั ที่เป็นมนุษย์
ไปด้วย โดยการส่ือที่แบบการขับร้องแบบปากเปล่าและการส่ือด้วยไมโครโพนที่มีความเสียงดังเพ่ือ
สรา้ งพลังอาํ นาจเหนือทกุ คน
สำนกั หอสมุดกลางบทเพลงทป่ี ระกอบในพิธกี รรมในการฟอู นผีมด-ผีเม็ง พธิ เี หยา และโนราโรงครู มีขั้นตอน
ของกระบวนการบรรเลง/บทเพลง นักดนตรีหรือผู้บรรเลงจะต้องเป็นผู้สังเกตผู้กระกอบพิธีกรรม
เพ่ือท่จี ะไดท้ ําการบรรเลงบทเพลงให้ตรงและถูกต้องตามกระบวนการและขนบประเพณีท่ไี ด้กําหนดเอาไว้
รูปแบบการบรรเลงและการขับร้อง สังเกตจากตารางว่าจะมีความแตกต่างกันเนื่องจาก
ในการประกอบพธิ กี รรมการฟูอนผีมด-เม็งนั้นจะไม่มีส่วนของการขับร้องเลย มีแต่การบรรเลงดนตรี
เพียงอยา่ งเดียวซึง่ มีความแตกตา่ งกับการประกอบพธิ ีกรรมของ พิธีเหยา และโนราโรงครู จะมีการขับ
รอ้ งประกอบดนตรใี นการประกอบพธิ ีกรรม
รูปแบบขัน้ ตอนของการบรรเลง มีความเหมือนกันของการประกอบพิธีกรรมของฟูอนผี
มด-ผีเม็งและพธิ เี หยาท่ใี ชค้ วามคนุ้ เคยของผ้ทู ี่เป็นผนู้ ําในการประกอบพิธกี รรมแต่มีความแตกต่างจาก
ของโนราโรงครู ท่ผี ้นู ําในการประกอบพธิ ีกรรมจะมกี ารประกาศหรืออธิบายขั้นตอนของการประกอบ
พิธกี รรมนนั้ ๆ
ตารางท่ี 17 ตารางโอกาสของการประยุคกับสือ่ สมัยใหม่
ฟ้อนผีมด-เม็ง พิธีเหยา โนราโรงครู
มกี ารประยกุ ต์นาํ เคร่ืองดนตรี ไมส่ ามารถในการประยกุ ต์ได้ เริม่ มีการประยุกต์แต่ยังคงเดมิ
สากลและเพลงสมัยใหม่เข้ามา เลยเนือ่ งจากวา่ มคี วามเช่ือวา่ ถา้ ตามขนบประเพณีดง้ั เดิมท่ี
ประกอบพิธีกรรมในช่วงของ ทาํ ผิดกระบวนการท่ีทํามาจะผิด ปฏบิ ัติมา
การฟูอนผี ผี กลายเปน็ ปอบได้
ในปัจจุบันบันมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็วแต่อย่างไรก็ตามความเชื่อเร่ือง
ของพธิ ีกรรมฟอู นผมี ด-ผีเมง็ พธิ เี หยา และโนราโรงครู ก็ยังมีกลุ่มคนที่ยังสืบต่อเจตนารมณ์ของบรรพ
บุรุษมีการสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง ถ้ามองในความเป็นพิธีกรรมแล้วน้ันก็ยังคงปฏิบัติตาม
ขนบประเพณีทีส่ บื ต่อกันมา ด้วยสภาวะทางสังคมท่ีมีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทง้ั ด้านเทคโนโลยี ทางด้านสาธารณสุข และด้านอ่ืนๆอีกมากมาย ทําให้สังคมการเป็นอยู่ก็เปลี่ยนไป
ตามกาลเวลาเช่นเดียวกัน ในการประกอบพิธีกรรมก็ย่อมมีการเปล่ียนแปลงไปตามกาลเวลา
เช่นเดียวกนั จะเปล่ยี นมากเปล่ียนน้อยก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มของสังคมน้ันๆด้วย และพิธีกรรมฟูอนผีมด-ผีเม็ง
128
พธิ ีเหยา และโนราโรงครู กม็ กี ารเปล่ียนแปลงเชน่ เดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของฟูอนผีมด-ผีเม็งมีการ
เปลยี่ นแปลงทีค่ ่อนข้างเห็นได้ชัดเจนในเรื่องของการนําดนตรีสากลเข้ามามีส่วนร่วมในการประกอบ
พิธีกรรมนําบทเพลงสมัยใหม่มาประกอบการฟูอน และมีบทบาทท่ีข้อนข้างชัดเจนในประกอบ
พิธีกรรมแต่ก็ยังคงมีการประกอบพิธีกรรมแบบดั้งเดิมอยู่ พิธีเหยา เป็นพิธีกรรมท่ียังคงความเป็น
ดง้ั เดมิ ไวส้ ูงมากคงปฏบิ ตั อิ ยา่ งเดมิ มีการเปล่ียนแปลงที่น้อยท่ีสุดในสามพิธีกรรมเลยก็ว่าได้ โนราโรง
ครู ก็มีการเปล่ียนแปลงเช่นเดยี วกนั แต่การเปลี่ยนแปลงของโนราโรงครูนั้นจะมีเฉพาะการแสดงภาค
บันเทิงเท่าน้ันที่มีการนําเคร่ืองดนตรีสากลมาร่วมการบรรเลงแต่ ในช่วงของพิธีกรรมโรงครูที่เป็น
พธิ ีกรรมจรงิ ๆน้นั ไม่มกี ารเปล่ียนแปลงของตัวดนตรหี รอื บทเพลง
สำนกั หอสมุดกลาง
บทที่ 5
สรปุ อภิปรายผล ขอ้ เสนอแนะ
การวิจัยในคร้ังน้ีได้ทาการศึกษา เปรียบเทียบบทบาททางดนตรีในพิธีกรรมชาวบ้าน
กรณศี ึกษา ฟ้อนผมี ด-เม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครู โดยการศึกษาข้อมูลจากตาราหนังสือและการลง
ภาคสนามในการเก็บข้อมูลโดยแบบมีส่วนร่วม ในเขตพ้ืนท่ีจังหวัดลาปาง มุกดาหาร และสงขลา มา
สำนกั หอสมุดกลางทาการศกึ ษาเปรียบเทียบ ทางด้าน มานุษยวิทยาคดุริยางค์ และตีความท่ีได้จากข้อมูลที่ได้จากตารา
หนังสือและการศึกษาภาคสนามท่ีเกี่ยวข้อง ในบทนี้ผู้วิจัยจะนาเสนอสรุปผลการวิจัยและอภิปลาย
ผลการวิจยั รวมทัง้ ขอ้ เสนอแนะต่อไป
สรุปผลการวจิ ัย
ขั้นตอนการประกอบพธิ กี รรม
ขั้นตอนของการประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็งแล้วน้ัน จะเห็นได้ว่ามีขั้นตอนของ
พิธีกรรมท่ีค่องข้างน้อยและเป็นข้ันตอนที่ซ้าๆ ฟ้อนรา ด่ืมกินเหล้า พูดคุยกันระหว่างร่างทรงท่ีทาง
เจา้ ภาพเชญิ มา
กิจกรรมในการประกอบพิธีกรรมทเ่ี กิดข้นึ ในพธิ เี หยานั้นเป็นกิจกรรมท่ีเกิดขึ้นซ้ากันจาก
พิธีกรรมในวันแรกมีกจิ กรรมของพิธกี รรมทเี่ พมิ่ มาคอื กนิ ข้าวหวาน จับช้าง เล่นเรือ นอกจากนั้นเป็น
พธิ กี รรมที่ประกอบพิธีกรรมที่ซ้าจากวนั แรก
กิจกรรมทเี่ กดิ ข้ึนในพิธีกรรมโนราโรงครูนั้นเป็นกิจกรรมที่มีหลากหลายกิจกรรมมีเพียง
กจิ กรรมเดียวท่ีทาซ้าคอื กาดครู ทจี่ ะตอ้ งทาเป็นอนั ดบั แรกของการประกอบพิธกี รรมในแต่ละวัน
การประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครูนั้นก็จะพบว่า การ
ประกอบพธิ ีกรรมแต่ละพิธีกรรมก็จะมีข้นั ตอนและกระบวนการในการกาหนดจัดกิจรรมของพิธีกรรม
โดยแต่ละพิธีกรรมก็จะมีโครงสร้างและขั้นตอนในแต่ละวันและเวลาที่กาหนดว่ามี กิจกรรมหรือ
พิธีกรรมอะไรบา้ ง จากการเปรียบเทียบกิจกรรมทีเ่ กิดขึน้ ในพธิ ีกรรมของฟ้อนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและ
โนราโรงครู พบว่า ข้ันตอนของพิธีกรรมโนราโรงครูมีข้ันตอนและพิธีกรรมท่ีมากและยาวนานท่ีสุด
ประมาณ 34 ขั้นตอนพิธีกรรม และรองลงมาพบว่าพิธีเหยามีข้ันตอนในการประกอบพิธีกรรม
ประมาณ 25 ข้ันตอนพิธีกรรม และขั้นตอนกระบวนการในการประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็งมี
ขน้ั ตอนของพธิ ีกรรมนอ้ ยทสี่ ุดประมาณ 16 ขนั้ ตอนพิธีกรรม
ในการประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครู ก็สังเกตได้ว่าจะมี
ข้ันตอนวันและเวลาท่ีประกอบพิธีกรรมที่พบว่า ฟ้อนผีมด-ผีเม็ง มีการประกอบพิธีกรรม 2 วัน โดย
การประกอบพิธกี รรมจะเกิดข้ึนในช่วงของเวลากลางวันเพียงอย่างเดียวไม่มีการประกอบพิธีกรรมใน
ช่วงเวลาของกลางคืน พิธีเหยามีการประกอบพิธีกรรมเป็นเวลา 2 วันเช่นเดียวกันแต่มีการประกอบ
129
130
พธิ ีกรรมวันแรกในช่วงของเวลาในช่วงของกลางคืนและวันท่ีสองเป็นเวลากลางวัน โนราโรงครูมีการ
ประกอบพิธีกรรม 2 คืน 3 วัน มีการเริ่มพิธีกรรมในช่วงเย็นและมีการแสดงในส่วนของการแสดง
บันเทงิ วันท่ีสองเปน็ ชว่ งของพิธกี รรมทัง้ วนั และชว่ งของกลางคืนก็จะเปน็ พิธกี รรมของการเช้ือครูหมอ
หรือประทับทรง แต่ไม่สามารถกาหนดเวลาได้ว่าจะเสร็จพิธีกรรมช่วงเวลาใดและวันที่สามก็
เชน่ เดียวกันมพี ิธีกรรมทงั้ วนั
ความซับซ้อนของพิธีกรรม
การประกอบพธิ ีกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นการประกอบพิธกี รรมอะไรกต็ าม ตวั ของพธิ ีกรรม
ก็จะมีโครงสร้างหรือขั้นตอนกระบวนการในการดาเนินกิจกรรมประกอบพิธีกรรม เพ่ือเป็นขั้นตอน
สำนกั หอสมุดกลางและไปในทิศทางเดยี วกนั ระหว่างผทู้ ีป่ ระกอบพิธีเองหรือผู้ร่วมประกอบพิธี และแต่ละพิธีกรรมก็จะมี
ขัน้ ตอนหรอื โครงสร้างของพิธกี รรมท่ชี ัดเจนและจะขึน้ อยูก่ ับผู้ประกอบพิธีกรรม ว่าจะมีการประกอบ
พิธีกรรมอย่างไร
ในการประกอบพิธกี รรมฟอ้ นผมี ด-ผีเม็งนั้นเป็นการประกอบพิธีกรรมที่มีกระบวนการที่
ค่อนข้างเรียบง่ายโดยใช้ความคุ้นเคยของผู้ที่ประกอบพิธีกรรมว่ากระบวนการต่อไปคืออะไรและ
จะต้องทาอย่างไร โดยจะไม่มีผู้ทีค่ อยบอกกลา่ ววา่ ตอนน้ีเปน็ ข้ันตอนอะไร แต่อย่างไรก็ตามการฟ้อนผี
มด-ผีเมง็ นน้ั กม็ โี ครงสร้างทช่ี ัดเจนอยู่แต่โครงสร้างเหล่านน้ั สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้อยู่ตลอดเวลาในการ
เข้าประทับทรงของมา้ ข่ี
กระบวนการประกอบพิธีกรรมของหมอเหยาน้ันก็จะมีโครงสร้างท่ีชัดเจนว่าขั้นตอนมี
อะไรบ้างอยา่ งไรและมีกิจรรมของพิธีกรรมท่ีทาซ้ากันสองวันและมีกิจรรมนอกเหนือจากพิธีกรรมใน
วันแรกซึ่งจะมขี ้นั ตอนของกระบวนการท่ีค่อนข้างซับซ้อนอยู่บ้างแต่ก็จะไม่มากเท่ากับพิธีกรรมโนรา
โรงครู
โนราโรงครูเป็นอีกหน่งึ พิธีกรรมหน่ึงท่ีมีความซับซ้อน และกระบวนการของกิจกรรมใน
พิธีกรรมมมี ากมายหลายหลากแต่ ในการประกอบกจิ กรรมของโนราก็จะมีการอธิบายขั้นตอนของการ
ทาพิธีกรรมโดยโนราใหญ่เพื่อให้คนที่มาร่วมพิธีกรรมเกิดความเข้าใจและทราบว่า ข้ันตอนท่ีกาลัง
เกิดขน้ึ น้คี ือขัน้ ตอนอะไร และโครงสรา้ งของข้นั ตอนในพิธีกรรมกจ็ ะมโี ครงสร้างทช่ี ดั เจนอยา่ งมาก
อุปกรณ์ในการประกอบพธิ กี รรม
เคร่ืองบูชาท่ีจะต้องตระเตรียมเพ่ือนามาถวายแด่สิ่งศักดิ์สิทธ์ิท้ังหลาย เพื่อให้ท่าน
ทง้ั หลายเหล่าน้นั ไดร้ ับเครื่องสังเวยหรือเป็นอุปกรณ์ในการดาเนินกิจกรรมในพิธีกรรมทั้งหลาย และ
อีกอย่างที่บ่งบอกถึงอานาจและความน่าเกรงขามคือศาสตราวุธหรือเครื่องพิธีที่นามาประกอบ
พิธีกรรม อยา่ งไรก็ตามในการประกอบพิธีกรรมฟ้อนผมี ด-ผีเม็งพิธีเหยาและโนราโรงครูก็มีเคร่ืองบูชา
เช่นเดียวกัน ซ่ึงถ้าพูดถึงในการที่จะหาหรือนาเคร่ืองบูชาท้ังหลาย ขึ้นอยู่กับลักษณะทางภูมิศาสตร์
ของพ้ืนท่ีแต่ละท้องทว่ี ่ามวี ถิ ีชวี ิตความเป็นอยอู่ ย่างไร และส่งิ สาคัญอกี อย่างน้ันก็คือเร่ืองของปัจจัยใน
การซอ้ื เคร่ืองบูชาทั้งหลาย แต่ถ้าดูในภาพรวมแล้วจะพบว่าในการประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง
พิธีเหยาและโนราโรงครู กจ็ ะมเี ครือ่ งบชู า อาหารหวานคาวสาหรับถวาย เคร่ืองเล่น อาวุธ และที่ขาด
มิได้คอื เหล้า เปน็ สว่ นประกอบทม่ี อี ยทู่ ง้ั ในพิธกี รรมฟ้อนผีมด-ผเี ม็ง พธิ เี หยาและโนราโรงครู
131
ปะราพธิ ี
การประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครู พบว่ามีพื้นที่เฉพาะใน
การดาเนินกิจกรรมในการประกอบพิธีกรรม ซ่ึงในการประกอบพิธีกรรมก็มีการปลูกสร้างโรงพิธี ใน
การประกอบพิธกี รรมในรปู แบบตามวถิ ีชีวิตอย่างเรยี บง่ายโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ในท้องท่ีที่ตนมี
มาสร้างและโรงพิธีทั้งสามพิธีก็มีพ้ืนที่เฉพาะท่ีแยกออกไปอีกว่าส่วนใดเป็นพื้นท่ีอย่างไร และการ
ประกอบพิธีกรรมทั้งสามพิธีกรรมก็มีพ้ืนท่ีเฉพาะสาหรับ ห้ิงเพื่อวางเครื่องพิธีต่างๆ พ้ืนท่ีสาหรับนัก
ดนตรี สาหรบั ผปู้ ระกอบพธิ กี รรม และบรเิ วณภายนอกสาหรบั ผ้ทู ม่ี าร่วมพธิ กี รรม
โอกาสในการประกอบพิธกี รรม
สำนกั หอสมุดกลางจะเห็นไดว้ ่าพิธีกรรมฟอ้ นผีมด-ผีเมง็ มโี อกาสในการประกอบพิธีกรรมดงั น้ี
1. เลีย้ งตามประเพณี
2. เลี้ยงแก้บน
3 .เลย้ี งในโอกาสพิเศษ
พธิ ีเหยา มโี อกาสในการประกอบพธิ กี รรม ดังนี้
1. พิธีกรรมเหยาเล้ยี ง
2. พิธีกรรมเหยารักษาโรค
3. พธิ กี รรมเหยาคมุ ผีออก
4. พิธีกรรมเหยาฮปู เหยาฮอย
โนราโรงครู มีโอกาสในการประกอบพิธีกรรมดงั นี้
1. พธิ ีกรรมบชู าครหู มอตายาย
2. เพ่อื แกบ้ น
3. ทาเพ่อื ผกู ผา้ ตัดจุก
โอกาสในการประกอบพิธีกรรมของพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครู
พบว่า การประกอบพธิ กี รรมท้งั สามพธิ ีกรรมมีความคล้ายคลึงกันในเร่ืองของ การราลึกถึงบรรพบุรุษ
การแก้บนและการสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษที่ได้สร้างและสืบทอกเร่ืองราวการเป็นอยู่ วิถี
ชีวติ ของตนในสมัยกอ่ นว่ามีวิถีชวี ติ เปน็ อยอู่ ยา่ งไร และมีความสอดคลอ้ งในเรือ่ งราวของการรักษาโรค
ของทงั้ สามพิธีกรรม เน่อื งจากในสมยั ก่อนยังไมม่ กี ารบริการในเร่ืองของการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ อย่าง
ทันสมัยอย่างในปจั จบุ ัน
ชว่ งเวลาในการประกอบพธิ กี รรม
สังเกตได้ว่าในช่วงเวลาของการประกอบพิธีกรรมน้ันทั้งสามพิธีกรรมจะมีช่วงเวลาท่ี
ใกล้เคียงกันคอื ในชว่ งของฤดูรอ้ นเนอื่ งจากเป็นชว่ งหลังการเก็บเกี่ยวและเป็นช่วงท่ีไม่มีปัญหาในเรื่อง
ของฝนฟ้าอากาศจึงสะดวกต่อการประกอบพิธีกรรมตามตารางแสดงเดือนที่ใช้ในการประกอบ
พิธกี รรม
132
ตารางท่ี 18 ตารางแสดงเดอื นทีใ่ ช้ในการประกอบพิธกี รรม
เดือน/ ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
พธิ ีกรรม
ฟอ้ นผี
พิธีเหยา
โนรา
การประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็งประกอบพิธีกรรมช่วงเดือน กุมภาพันธ์ มีนาคม
สำนกั หอสมุดกลางเมษายน พฤษภาคม มถิ นุ ายน พธิ ีเหยาประกอบพิธีกรรมช่วงเดอื น มกราคม กมุ ภาพันธ์ มนี าคม
และพธิ ีกรรมโนราโรงครูประกอบพธิ ีกรรมชว่ งเดือน เดือน กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน
พฤษภาคม มิถุนายนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายนจะไม่ประกอบพิธีกรรมในช่วงเดือนเมษาท้ังสาม
พธิ กี รรม
ตารางที่ 19 ตารางชว่ งเวลาในการประกอบพธิ ีกรรมฟ้อนผีมด-เมง็ พธิ เี หยาและโนราโรงครู
พธิ กี รรม/ช่วงวนั /ช่วงเวลา กลางวนั กลางคืน หมายเหตุ
ฟ้อนผีมด-เม็ง วนั ท1่ี 13.00 น.-16.00 น.
วันท2่ี 09.00 น.-16.00น.
พิธเี หยา วนั ที1่ 18.00 น.-24.00น.
วันที่2 08.00 น.-16.00 น.
โนราโรงครู วันที่1 17.00 น.-19.00 น. เวลาประมาณ
20.00เปน็ การ
แสดงโนราภาค
บันเทงิ
วนั ที่2 05.00 น.-06.00 น. 19.00 น.เป็นต้นไป ไมส่ ามารถ
และ กาหนดการเสรจ็
09.00 น.-17.00 น. สิน้ ของพธิ กี รรม
ได้ข้ึนอยกู่ ับครู
หมอตายายที่มา
ประทบั ทรง
วนั ท3่ี 08.00 น.-17.00น.
หมายเหตุ ช่วงเวลาน้เี ปน็ ช่วงเวลาโดยประมาณ
การประกอบพิธีกรรมของแต่ละพิธีกรรมจะกาหนดวันชัดเจนว่าจะกาหนดวันไหน
อย่างไรและจานวนวันของการประกอบพิธีกรรม ซึ่งภาพรวมของระยะเวลาในการประกอบพิธีกรรม
นนั้ จะพบวา่
การประกอบพิธีกรรมของฟ้อนผีมด-ผีเม็งจะประกอบพิธีกรรมสองวันด้วยกัน เวลาใน
การประกอบพธิ ีกรรมจะใชเ้ วลาในช่วงของกลางวนั ท้งั สองวนั การประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็งมี
133
การหยุดพักเป็นชว่ งเวลาโดยนักดนตรีจะเปน็ ผูท้ อดเพลงลงเปน็ การหยุดพักของนักดนตรีเองในส่วน ผู้
ประกอบพิธีกรรม ม้าขี้ ก็จะพูดคุยทักทายลูกหลานหรือ ม้าขี่ ภายในผามและจะไม่มีการเข้าห้องน้า
หรอื อยา่ งไร
พิธีเหยามีการประกอบพิธีกรรมสองวันด้วยกัน วันแรกจะเร่ิมประกอบพิธีกรรมในช่าง
เวลาทเ่ี รียกวา่ หนอู อกจากรงั หรือเปน็ เวลาประมาณ 18.00 น.ถึงเวลาประมาณ 24.00 น. วันท่ีสองจะ
เป็นช่วงเวลากลางวันในการประกอบพิธีกรรมมีช่วงหยุดพักหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เช่าช้าง เพื่อให้
หมอเหยาที่ทาพิธีได้พักและเข้าห้องน้า ภาพรวมของความซับซ้อนของพิธีกรรมก็อยู่ในระดับที่ปาน
กลางซึ่งมขี นั้ ตอนในการประกอบพิธีกรรมทีม่ ากกวา่ พธิ กี รรมฟอ้ นผมี ด-ผีเมง็
โนราโรงครู มเี วลาในการประกอบพธิ ีกรรม 3 วัน ดว้ ยกัน ซึ่งมรี ะยะเวลาในการประกอบ
สำนกั หอสมุดกลางพธิ กี รรมที่ยาวกวา่ การประกอบพิธีกรรมฟ้อนผมี ด-ผเี ม็งและพิธีเหยา เนื่องด้วยพิธีกรรมโนราโรงครูมี
ความหลากหลายของกิจกรรมในการประกอบพิธีกรรมและมีความซับซ้อนของพิธีกรรม โดยการมี
ประกอบพธิ ีกรรมทง้ั กลางวนั และกลางคนื มีการแสดงนอกเหนือจากพิธกี รรมซึ่งเปน็ การแสดงรูปแบบ
บนั เทิงในการประกอบพิธกี รรมดว้ ย
ดนตรปี ระกอบพิธีกรรม
เคร่ืองดนตรีในการประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครูมีเครื่อง
ดนตรที ่ใี ช้ในการประกอบพิธีกรรมทเี่ หมอื นกันคอื เครื่องดนตรีประเภทเป่า ดังน้ี
พิธีฟ้อนผีมด-ผีเม็ง มี แนน้อย และแนหลวง เป็นเครื่องดาเนินทานองและเป็นเครื่อง
ดนตรที เ่ี ป็นเครือ่ งนาในการเปล่ียนบทเพลงในการประกอบพธิ ีกรรม
พิธีเหยา มี ปี่ผู้ไท และ แคน โดยเฉพาะแคนเป็นเคร่ืองดนตรีหลักในการประกอบ
พิธกี รรมเหยาซ่ึงไมส่ ามารถขาดเครอ่ื งดนตรีชิน้ น้ไี ด้เลย
โนราโรงครู มี ป่ีโนรา เปน็ เครอื่ งดนตรที ด่ี าเนนิ ทานองในการประกอบพธิ ีกรรมโนรา
เครื่องดนตรีท่ีใช้ประกอบพิธีกรรมท่ีพบมากท่ีสุดในการประกอบพิธีกรรม ฟ้อนผีมด-ผี
เมง็ และโนราโรงครูคอื ประเภทเครื่องตี ไดแ้ ก่
พธิ ีฟอ้ นผีมด-ผเี ม็ง ประกอบด้วย
ป้าดเอก
ปา้ ดท้มุ
ปา้ ดก้อง
กลองเทง่ ทึง
กลองติ้งเทง้
ส้งิ
สวา่
เหบิ
ไม้กระทุ้ง
โนราโรงครู ประกอบดว้ ย
ทับ
กลองตุ้ง
134
โหมง่
แตระ
ล้วนเป็นเคร่ืองดนตรีที่มีท้ังเคร่ืองที่เป็นเครื่องที่ดาเนินทานองและเคร่ืองดนตรีที่ให้
จงั หวะ ซง่ึ ถา้ แยกเครอ่ื งดนตรที ีเ่ ป็นเคร่ืองดาเนนิ ทานองและเคร่ืองดนตรีท่ีให้จังหวะ จะพบวา่
ตารางท่ี 20 ตารางเครอ่ื งดนตรปี ระเภทตี
ประเภท/พธิ กี รรม ฟอ้ นผีมด-ผเี มง็ โนราโรงครู
เครอ่ื งดนตรปี ระเภทตีทีด่ าเนินทานอง ป้าดก้อง ทับ
กลองตงุ้
ปา้ ดเอก โหม่ง
สำนกั หอสมุดกลางเคร่ืองดนตรีประเภทตีท่ใี ห้จังหวะ แตระ
ปา้ ดท้มุ
สิ้ง
สว่า
เต่งทิ้ง
กลองรับ
เหิบ
ไม้กระทุ้ง
จากตารางจะเห็นว่า เครื่องดนตรีของวงป้าดก้อง มีเครื่องประเภทตี ท้ังเคร่ืองที่ดาเนิน
ทานองและเครอ่ื งตีท่ีใหจ้ งั หวะ ซึ่งโนราโรงครจู ะมเี ฉพาะเครือ่ งดนตรีทเี่ ปน็ เครือ่ งประเภททีเ่ ป็นเคร่ือง
ตีให้จงั หวะเพยี งอยา่ งเดยี ว
เครือ่ งดนตรีประเภทดดี น้นั จะพบว่ามเี พยี งในพิธีกรรมเดียวเท่านั้นก็คือ พิธีกรรมเหยาที่
ใช้กระจบั ปี่ ในการบรรเลงรว่ มในการประกอบพธิ ีกรรม
เครือ่ งดนตรที ่ีไมพ่ บในการบรรเลงในการประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง พิธีเหยาและ
โนราโรงครู เลยคอื เครื่องดนตรปี ระเภท สี
การดูแลรักษาเครื่องดนตรี
ส่วนมากแล้วการสร้างเคร่ืองดนตรีของแต่ละภูมิภาคก็จะเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องมีความ
คงทนและสะดวกต่อการเคล่ือนย้ายไปในการประกอบพิธีกรรมเช่นเดียวกันกับการประกอบพิธี
กรรมการฟอ้ นผีมด-ผเี ม็ง พธิ เี หยาและโนราโรงครู
เคร่อื งดนตรใี นวงปา้ ดก้องของวงดนตรที ใี่ ช้ในการประกอบพิธกี รรมจะเป็นเคร่ืองดนตรีที่
มรี ูปทรงและการสร้างเครอื่ งดนตรีที่ถาวรและคงทน
เครื่องดนตรีทใี่ ชใ้ นการประกอบพธิ กี รรมเหยาน้ันเปน็ เคร่ืองดนตรีแบบก่ึงถาวร จะมีการ
ชารุดและยากต่อการรกั ษาและควรรักษาเปน็ อย่างดีกว่าเคร่อื งดนตรีของกลุ่มพธิ กี รรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง
และโนราโรงครู
เครื่องดนตรีของโนราโรงครูเป็นเครื่องดนตรีที่มีรูปแบบการสร้างแบบถาวร โดยส่วนมาก
แลว้ จะสร้างจากไม้เน้ือแข็งและมีความคงทน เช่นเดียวกับเครื่องดนตรที างพิธกี รรมของฟอ้ นผมี ด-ผีเม็ง
135
ความเช่อื เรื่องของเครือ่ งดนตรี
จากการเปรยี บเทยี บในเร่ืองของความเชื่อในเคร่ืองดนตรีพบว่า ความเชื่อในเรื่องเครื่อง
ดนตรีของทางภาคใต้ยงั มคี วามเชอ่ื ในเรือ่ งเคร่อื งดนตรี รองลงมาคือความเชื่อของเคร่ืองดนตรีวงป้าด
กอ้ งของทางภาคเหนือ และเหยา
รปู แบบของการจดั ว ง
วงป้าดก้อง มีรูปแบบของการจัดวงท่ีตายตัวเน่ืองด้วยเคร่ืองดนตรีท่ีมีจานวนมากและ
ขนาดใหญ่ จงึ ตอ้ งมกี ารจดั วงทม่ี รี ูปแบบของการตง้ั เครอ่ื งดนตรที ชี่ ัดเจน ในการน่ังบรรเลงของวงป้าด
ก้องมีจานวนมากแล้วก็ต้องมีการนั่งที่ไม่บดบังกันเพราะเน่ืองจากในการฟ้อนจะต้องสังเกตว่าม้าข่ีมี
การทาอะไรบ้าง เพื่อท่ีจะได้บรรเลงดนตรีได้ถูกต้องและตรงกับขั้นตอนในการประกอบพิธี ซึ่งจ่านา
สำนกั หอสมุดกลางหรือผบู้ รรเลงเคร่ืองดนตรหี ลักจะต้องเห็นภาพรวมในผาม
หมอมา้ มรี ูปแบบไมช่ ดั เจน วงดนตรีมคี วามอสิ ระสูงมากนักดนตรีสามารถเคลื่อนไหวได้
และเคร่ืองดนตรีมขี นาดเล็กซ่ึงหมอแคนจะมีบทบาทมากที่สดุ ในการบรรเลง
วงโนราหรือลกู คูก่ ็มีรูปแบบของการจัดวงดนตรีท่ีเป็นแบบกึ่งอิสระ สามารถเคลื่อนย้าย
ได้ตามความสมควรของตวั ลูกคเู่ อง ทจ่ี ะตอ้ งมกี ารดแู ละสงั เกตวา่ โนราเองมีการราท่าไหนเนื่องด้วยลูก
ค่ทู เ่ี ปน็ นายทับจะต้องสงั เกตและดูท่าราเพ่ือให้นายทบั เองได้ตแี ละนาจงั หวะทถ่ี ูกตอ้ ง
พ้นื ท่กี ารจดั ตง้ั วงดนตรี
วงปา้ ดก้องซ่งึ มเี คร่อื งดนตรีจานวนมากและขนาดใหญ่ จึงต้องทาไห้มีการใช้พ้ืนที่ในการ
จัดวางเคร่ืองดนตรีในพ้ืนที่บริเวณกว้างและอยู่ในเขตของบริเวณพื้นที่ของการทาพิธีกรรมที่ต่อเติม
ขึ้นมาใหม่
หมอม้าเป็นผู้บรรเลงดนตรีให้กับหมอเหยาอยู่ในเขตของการทาพิธีเหยา ซ่ึงเป็นพื้นท่ีท่ี
หมอเหยาจะมาร่วมพิธีต่างๆในการเล่นเครื่องเล่นและจัดอยู่ในเขตของพ้ืนที่พิธีกรรม และในการทา
พธิ ีกรรมบางครั้งหมอมา้ จะไปบรรเลงใกล้กบั หมอเหยาโดยหมอแคนจะไปเปา่ บรรเลงคนเดียว
โนราโรงครู ลูกคู่จะอยู่ภายในโรงครูเลยเนื่องด้วยลูกคู่จะต้องดูการร่ายราหรือท่ารา
เพราะการราโนราลูกคจู่ ะตอ้ งบรรเลงดนตรีใหล้ งกับตวั โรรา และเคร่ืองดนตรีมีขนาดเล็กจึงสะดวกใน
การนั่งบรรเลง แต่ก็จะมีการน่ังบริเวณหน้าพาไลแต่ตาแหน่งการนั่งอาจจะไม่จัดเรียงตามรูปแบบท่ี
ทางกระทรวงศกึ ษาธกิ ารจดั ไว้จะน่งั ที่มองเหน็ ทา่ ราของโนราอยา่ งชัดเจน
ระยะพ้นื ทีใ่ นการจดั ตงั้ เคร่อื งดนตรี
ในการจัดตั้งเคร่ืองดนตรีก็จะมีพ้ืนท่ีของวงดนตรีและเสียงท่ีออกมาจากเคร่ืองดนตรี
เช่นเดียวกันกบั วงดนตรีตอ่ ไปนี้
วงป้าดกอ้ งเปน็ วงดนตรีทมี่ จี านวนเครอ่ื งดนตรีทีม่ ากและเสียงของเครื่องดนตรีที่ออกมา
จะมีเสยี งทีค่ อ่ นขา้ งดงั จงึ ทาให้การจัดวางของเครื่องดนตรีมีระยะไกลและง่ายต่อการสังเกตผู้ฟ้อนได้
ง่ายและเห็นอย่างชัดเจนว่าอะไรกาลังอยู่ในพิธีกรรมเพราะในการประกอบพิธีกรรมจะไม่มีการบอก
กลา่ วเพราะผู้ฟ้อนจะประกอบพิธีกรรมตามความค้นุ เคยของเหลา่ หมอมาเอง
การบรรเลงของหมอม้าจะต้องมีการบรรเลงใกล้กับเหล่าหมอเหยาเนื่องจากเสียงของ
เครื่องดนตรีเบาและจานวนน้อยช้ินจึงมีการบรรเลงใกล้กับหมอเหยาและในการบรรเลงของหมอม้า
136
และหมอเหยามีการลาประกอบการเป่าแคนของหมอแคนจงึ มคี วามจาเปน็ ทต่ี ้องใหห้ มอแคนหรือหมอ
ม้าอยู่ใกล้กบั หมอเหยาง่ายตอ่ การได้ยินซง่ึ กนั และกนั
การบรรเลงของลูกคู่จาเป็นที่ต้องอยู่ในเขตของพ้ืนที่โรงครู เพื่อท่ีจะง่ายต่อการสังเกต
ของลูกคทู่ ่คี อยบรรเลงดนตรใี ห้กับโนราในการร่ายราแล้วกย็ ังตอ้ งเป็นลกู ค่คู อยรับการขับบทของโนรา
อกี ด้วยซงึ่ การบรรเลงของลูกคูม่ เี สยี งที่ค้อนข้างจะดังและลูกคู่ก็เป็นองค์ประกอบสาคัญอีกอย่างหน่ึง
ของการประกอบพิธีกรรม หรอื ไม่กเ็ ปน็ สว่ นหนึง่ หรอื ปัจจยั หนงึ่ ของการประกอบพธิ ีกรรม
ผรู้ ว่ มพธิ ีกรรมอกี หน่งึ ฝ่ายทีม่ ีความสาคัญในการประกอบพิธีกรรมน้ันก็คือ นักดนตรีท่ีมี
ความสาคญั ไม่แพก้ ันกับเจา้ พิธีท่ีมีหน้าทสี่ ่อื สารกบั วญิ ญาณต่างๆ นักดนตรีหรือผู้ท่ีบรรเลงบทเพลงใน
การประกอบพธิ ีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็ง พธิ ีเหยาและโนราโรงครูนั้นเป็นอีกหน่ึงหัวหลักในการประกอบ
สำนกั หอสมุดกลางพธิ กี รรม ซ่ึงถา้ ไม่มนี กั ดนตรีกไ็ ม่เสียงของบทเพลงที่อยู่ในพิธีกรรม จะกล่าวได้ว่าผู้ท่ีมาบรรเลงดนตรี
หรือบทเพลงนั้นจะตอ้ งมีความสามารถในการบรรเลงดนตรีซ่ึงจากการท่ีผู้วิจัยได้ลงพ้ืนท่ีทั้งสามพ้ืนที่
ในการเกบ็ ขอ้ มลู พิธกี รรมฟ้อนผมี ด-ผีเม็ง พิธีเหยาและโนราโรงครูนั้นก็จะพบว่าผู้ที่มาทาการบรรเลง
ดนตรี โดยส่วนมากแล้วก็จะพบว่าเป็นเพศชายโดยส่วนมากไม่พบผู้บรรเลงท่ีเป็นเพศหญิงเลย และ
โดยทีร่ กู้ นั ว่าถา้ เหน็ วงดนตรีหรือนักดนตรีจะเรียกกันดังต่อไปนี้ ฟ้อนผีมด-ผีเม็ง ชาวบ้านจะเรียกกัน
ว่าวงป้าด พธิ ีเหยาเรียกว่า หมอม้า และโนราโรงครูเรียกว่า ลูกคู่ ซ่ึงจะมีช่ือเรียกกันโดยเฉพาะ และ
จะมีช่ือเรียกเฉพาะ นามนาหน้าของนักดนตรีแต่ละประเภทท่ีว่า พิธีฟ้อนผีมด-เม็งเรียกว่า จ่า ตาม
ดว้ ยชือ่ ของตาแหน่งที่บรรเลงเครื่องดนตรี พิธีเหยาเรียกว่า หมอ ตามด้วยชื่อของตาแหน่งท่ีบรรเลง
เครอ่ื งดนตรี และโนราโรงครเู รยี กว่า นาย ตามดว้ ยช่ือของตาแหน่งทีบ่ รรเลงเครอ่ื งดนตรี เช่นเดียวกัน
และชว่ งอายุท่ีพบผู้บรรเลงดนตรีในการประกอบพิธกี รรมโดยสว่ นมากแล้วก็จะพบว่าอยู่ในช่วงของวัย
กลางคน ถงึ ผ้สู ูงอายุเหล่าผู้บรรเลงดนตรีเหล่าน้ีก็บรรเลงดนตรีเป็นอาชีพเสริมไม่มีผู้ไดมีอาชีพที่เป็น
นกั ดนตรีจริงจัง โดยส่วนมากแล้วการสืบทอดหรือการเรียนดนตรีท่ีใช้ในการประกอบพิธีกรรม แล้ว
นัน้ นักดนตรีสว่ นใหญ่จะมาบรรเลงดนตรีด้วยความชนื่ ชอบสว่ นบคุ คลโดยเขา้ มาเรียนต่อจากนักดนตรี
ทีไ่ ด้บรรเลงอยกู่ ่อนหน้าน้ีแล้วมาฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนดนตรีหรือไม่นักดนตรีบางคนก็ฝึกฝนการ
เล่นดนตรีโดยตนเองซ่ึงในการบรรเลงดนตรขี องนกั ดนตรีที่มาบรรเลงในการระกอบพธิ กี รรมน้ีโดยส่วย
มากแล้วนัน้ นกั ดนตรีจะต่อเพลงโดนการจดจาจากผู้ท่ีต่อบทเพลงให้ แล้วฝึกจนเกิดความชานาญโดย
ไมม่ ีหลกั การต่อเพลงแบบแผนทางภาคกลางสกั เทา่ ไร แตจ่ ะยึดตามหลักที่ต่อเพลงจากครูผู้ที่ถ่ายทอด
บทเพลง
บทเพลงทีใ่ ช้ในการประกอบพิธีกรรม
บทเพลงทใ่ี ชใ้ นการประกอบพิธกี รรมฟอ้ นผมี ด-ผีเมง็ เหยาและโนราโรงครู ก็จะเหน็ วา่ ใน
การประกอบพธิ กี รรมท้งั สามพธิ กี รรม มบี ทเพลงท่ใี ช้ในการประกอบพิธีกรรมที่ชดั เจนทง้ั สามพธิ ีกรรม
การประกอบพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผีเม็งจะมีบทเพลง 4 บทเพลงด้วยกันในการประกอบ
พธิ กี รรมซึ่งแตล่ ะบทเพลงก็จะมหี น้าที่ในการประกอยพิธกี รรมที่แตกตา่ งกัน ประกอบด้วย
1. เพลงมอญฟ้อนผี ใช้เป็นเพลงโหมโรงในการประกอบพิธีกรรม ใช้เปิดผาม เชิญผีเข้า
ผาม และเป็นบทเพลงหลักในการประกอบพิธกี รรม
2. เพลงเก๊าห้าใช้ในการฟอ้ นดาบ และใชใ้ นการบรรเลงประกอบการรับสังเวยเคร่ืองเซ่น
สาหรับเจา้ หรอื ผี
137
3. เพลงลูกกุยเวยใชส้ าหรบั โหนผา้ ของผีเมง็
4. เพลงลกู กุยชา้ เปน็ บทเพลงลาในการประกอบพิธีกรรมหรอื เพลงสง่ ผี
การประกอบพิธกี รรมเหยามีบทเพลงประกอบพิธีกรรม พิธีเหยาเพียงบทเพลงเดียวที่ใช้
ในการประกอบพธิ ีกรรมเหยาคือเพลงลายภูไทนอ้ ย ซ่ึงจะใช้บทเพลงน้ีทกุ พิธีกรรมทเี่ กิดข้นึ ในพธิ ีเหยา
การประกอบพิธีกรรมโนราโรงครมู บี ทเพลงประกอบพธิ กี รรมโนราโรงครู หลายบทเพลง
ท่บี รรเลงในการประกอบพธิ ีกรรมแตใ่ นพิธีกรรมทเ่ี ปน็ พิธีกรรมสาคญั ทางโนรา ท่ีประกอบพิธีกรรมใน
โรงครนู ้นั มีเพียงบทเพลงเดยี ว คือ เพลงเชดิ เปน็ บทเพลงท่ีจะบรรเลงในชว่ งของการประกอบพิธีกรรม
ของโนราโรงครูเป็นเพลงทเ่ี ปน็ สอื่ กลางระหว่างมนษุ ย์ และเหลา่ ครหู มอตายาย
พิธกี รรมฟอ้ นผมี ด-ผีเมง็ เหยาและโนราโรงครู มกี ารบรรเลงดนตรีและเป็นองค์ประกอบ
สำนกั หอสมุดกลางสาคญั ในการสือ่ สารระหวา่ ง มนุษยก์ ับเทพยดา บรรพบุรุษ ผี ตา่ งๆการประกอบพิธีกรรมจะเห็นได้ว่า
มีบทเพลงเป็นองค์ประกอบหลักและเป็นบทเพลงท่ีบรรเลงสดแต่อย่างไรก็ต ามในการประกอบ
พธิ ีกรรมเหยา เปน็ พิธกี รรมเดียวที่มบี ทเพลงท่บี รรเลงประกอบการลาซ่ึงมีความแตกต่างจากพิธีกรรม
ฟอ้ นผีมด-ผีเม็งและโนราโรงครู ทม่ี ีบทเพลงท่บี รรเลงเพยี งอย่างเดียวเพ่อื ใชใ้ นการประกอบพิธีกรรม
โอกาสของการประยุคส่อื ใหม่
ในปัจจุบันบันมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็วแต่อย่างไรก็ตามความเช่ือเร่ือง
ของพธิ กี รรมฟ้อนผีมด-ผเี ม็ง พธิ เี หยา และโนราโรงครู ก็ยังมีกลุ่มคนที่ยังสืบต่อเจตนารมณ์ของบรรพ
บุรุษมีการสืบทอดกันมาอย่างต่อเน่ือง ถ้ามองในความเป็นพิธีกรรมแล้วนั้นก็ยังคงปฏิบัติตาม
ขนบประเพณีที่สืบต่อกนั มา ดว้ ยสภาวะทางสังคมท่ีมีเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทงั้ ดา้ นเทคโนโลยี ทางด้านสาธารณสุข และด้านอ่ืนๆอีกมากมาย ทาให้สังคมการเป็นอยู่ก็เปล่ียนไป
ตามกาลเวลาเช่นเดียวกัน ในการประกอบพิธีกรรมก็ย่อมมีการเปล่ียนแปลงไปตามกาลเวลา
เช่นเดียวกันจะเปล่ียนมากเปล่ียนน้อยก็ข้ึนอยู่กับกลุ่มของสังคมน้ันๆด้วย และพิธีกรรมฟ้อนผีมด-ผี
เม็ง พธิ ีเหยา และโนราโรงครู ก็มีการเปลย่ี นแปลงเชน่ เดียวกัน การเปลย่ี นแปลงของฟ้อนผีมด-ผีเม็งมี
การเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างเห็นได้ชัดเจนในเร่ืองของการนาดนตรีสากลเข้ามามีส่วนร่วมในการ
ประกอบพิธีกรรมนาบทเพลงสมัยใหม่มาประกอบการฟ้อน และมีบทบาทท่ีข้อนข้างชัดเจนใน
ประกอบพิธกี รรมแต่กย็ งั คงมีการประกอบพธิ กี รรมแบบด้งั เดิมอยู่ พธิ ีเหยา เป็นพิธีกรรมท่ียังคงความ
เปน็ ดัง้ เดิมไว้สงู มากคงปฏบิ ตั ิอย่างเดมิ มีการเปล่ยี นแปลงทน่ี ้อยท่ีสุดในสามพิธีกรรมเลยก็ว่าได้ โนรา
โรงครู ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันแต่การเปลี่ยนแปลงของโนราโรงครูนั้นจะมีเฉพาะการแสดง
ภาคบนั เทงิ เท่าน้นั ทม่ี กี ารนาเครอ่ื งดนตรีสากลมาร่วมการบรรเลงแต่ในช่วงของพิธีกรรมโรงครูท่ีเป็น
พธิ ีกรรมจรงิ ๆนนั้ ไม่มีการเปลยี่ นแปลงของตัวดนตรีหรือบทเพลง