๔๕ มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จุดเน้น ครูจัดกิจกรรมมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่าน ผลการพิจารณา ตัวชี้วัด สรุปผลประเมิน ๑. ครูมีการวางแผนการจัดการเรียนรู้ครบทุกรายวิชาทุกชั้นปี O ปรับปรุง (๐-๓ ข้อ) O พอใช้ (๔ ข้อ) ✓ ดี (๕ ข้อ) ๒. ครูทุกคนมีการนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้ในการจัดการ เรียนการสอนโดยใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่ง เรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ๓. มีการตรวจสอบและประเมินผลการจัดการเรียนการสอน อย่างเป็นระบบ ๔. มีการนำผลการประเมินมาพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ของครูอย่างเป็นระบบ ๕. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อพัฒนา ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน ข้อเสนอแนะในการเขียน SAR ให้ได้ผลประเมินระดับสูงขึ้น สถานศึกษาควรระบุข้อมูลหรือกิจกรรมที่ได้ดำเนินการลงใน SAR อย่างชัดเจนในประเด็นครู จัดทำแผนการ จัดการเรียนรู้รายปีครบทุกรายวิชาและทุกชั้นปี ข้อมูลประเภทและการนำเสนอการเผยแพร่ การใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปเป็นข้อมูล พัฒนาผู้เรียนในรูปแบบกระบวนการ PLC รายละเอียดที่ระบุวิธีการ รูปแบบ และรายงาน ผลจากการพัฒนาการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ รวมถึงข้อมูลพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ๓ ปีการศึกษา ย้อนหลัง ข้อมูลการดำเนินกิจกรรม ชุมชน การเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) การรายงานผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และผลการให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อพัฒนา ปรับปรุงการออกแบบแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป ๑๓. ข้อเสนอแนะจากผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอก สถานศึกษาควรเขียน SAR ในครั้งต่อไปให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเพิ่มเติมในประเด็นบทสรุป ผู้บริหาร โครงสร้างการบริหาร ข้อมูลการสำเร็จการศึกษา ควรระบุให้ครบถ้วน ควรมีข้อมูลสรุปพัฒนาการของ สถานศึกษา อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย ๓ ปี เช่น ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน รางวัลต่าง ๆ ที่สถานศึกษาได้รับ ฯลฯ นำเสนอแบบอย่างที่ ดี (Best Practice) หรือนวัตกรรม (Innovation) ในทุกมาตรฐาน รวมถึงการระบุความชัดเจน ว่าได้เผยแพร่ SAR ให้ผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ ทั้งกรรมการสถานศึกษา ต้นสังกัด หรือผู้เกี่ยวข้องให้ได้รับทราบทั้งใน รูปแบบออนไลน์ และเอกสาร รวมทั้งมีช่องทางให้ผู้อ่านหรือผู้ที่ สนใจเข้าถึงข้อมูลรายงานการประเมินตนเอง และ หลักฐานอื่น ๆ ที่สถานศึกษาจัดทำได้สะดวกรวดเร็ว
๔๖ ทันสมัย เช่น การจัดทำลิงก์ หรือ QR Code ที่เชื่อมโยงกับ ฐานข้อมูลของการสรุปการปฏิบัติงานแต่ละ โครงการที่นำมาอ้างอิงในแต่ละมาตรฐาน เป็นต้น ๑๔. สรุปการรับรอง คณะผู้ประเมินขอรับรองว่าได้ทาการประเมิน SAR ตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกของ สำนักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ซึ่งตัดสินผลการประเมินคุณภาพ ภายนอกบน ฐานความโปร่งใส และยุติธรรมทุกประการ ลงนามโดยคณะผู้ประเมินดังนี้ ตำแหน่ง ชื่อ - นามสกล ลายมือชื่อ ประธาน นางสุลีพร บรรลือเขตร์ กรรมการ นายอัครวัฒน์ วงศ์ฐิติคุณ กรรมการและเลขานุการ นางวิไลวรรณ เทียนประนมกร วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔
๔๗ ๑๕. ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น (ป.๑-ป.๖) กลุ่มสาระการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ จำนวน นร.ที่ได้ ระดับ ๓ ขึ้นไป ร้อยละ นร.ที่ได้ ระดับ ๓ ขึ้นไป จำนวน ที่เข้า สอบ จำนวนนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ภาษาไทย ๕๐๖ ๐ ๐ ๑๑ ๘๙ ๕๔ ๘๕ ๗๖ ๑๙๑ ๓๕๒ ๖๙.๕๗ คณิตศาสตร์ ๕๐๖ ๐ ๐ ๖ ๕๗ ๕๗ ๑๒๕ ๖๑ ๒๐๒ ๓๘๘ ๗๖.๖๘ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๕๐๖ ๐ ๐ ๔ ๗๕ ๙๐ ๙๘ ๘๒ ๑๕๗ ๓๓๗ ๖๖.๖๐ สังคมศึกษา ฯ ๕๐๖ ๐ ๐ ๐ ๖๕ ๕๓ ๙๐ ๘๖ ๒๑๒ ๓๘๘ ๗๖.๖๘ สุขศึกษาและ พลศึกษา ๕๐๖ ๐ ๐ ๐ ๐ ๒ ๗ ๕๒ ๔๔๕ ๕๐๔ ๙๙.๖๐ ศิลปะ ๕๐๖ ๐ ๐ ๐ ๕ ๑๙ ๙๗ ๑๐๘ ๒๗๗ ๔๘๒ ๙๕.๒๖ การงานอาชีพ ๕๐๖ ๐ ๐ ๐ ๐ ๓๗ ๑๑๕ ๘๖ ๒๖๘ ๔๖๙ ๙๒.๖๙ ภาษาต่างประเทศ ๕๐๖ ๐ ๐ ๐ ๕ ๑๑๐ ๑๖๗ ๑๐๗ ๑๑๗ ๓๙๑ ๗๗.๒๗ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ (จำนวน ๗๘ คน) วิชา จำนวน คน คะแนน เฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน เฉลี่ย ร้อยละ จำนวนและร้อยละของนักเรียน ที่มีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ประเทศ ภาษาไทย ๗๘ ๗๐.๑๙ ๑๑.๑๘ ๗๐.๑๙ ๖๔ (๘๕.๓๓) ภาษาอังกฤษ ๗๘ ๔๕.๘๗ ๒๑.๘๕ ๔๕.๘๗ ๔๗ (๖๐.๐๐) คณิตศาสตร์ ๗๘ ๓๕.๒๓ ๑๙.๔๘ ๓๕.๒๓ ๔๓ (๖๐.๐๐) วิทยาศาสตร์ ๗๘ ๔๗.๕๖ ๑๓.๑๔ ๔๗.๕๖ ๔๘ (๖๔.๐๐) รวมเฉลี่ย ๔๙.๗๑
๔๘ ส่วนที่ ๒ ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก ประเด็น ระดับคุณภาพ ๑.๑ มีพัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัย ของตนเองได้ ยอดเยี่ยม ๑.๒ มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ ยอดเยี่ยม ๑.๓ มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ยอดเยี่ยม ๑.๔ มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐาน และ แสวงหาความรู้ได้ ยอดเยี่ยม ผลรวมมาตรฐานที่ ๑ ยอดเยี่ยม ๑. วิธีการพัฒนาและผลการพัฒนา โรงเรียนกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเด็กปฐมวัย “ภายในปีการศึกษา ๒๕๖๖ ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆจะสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งสามารถส่งเสริมพัฒนาการ ของเด็กปฐมวัยทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างเหมาะสมตามวัย และเต็มตาม ศักยภาพ เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้อย่างมีความสุข มีนิสัยรักการอ่าน สนใจใฝ่รู้และพัฒนาตนเอง มีความสามารถ พื้นฐานในการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ สามารถน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมกับวัย มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม” โรงเรียนกำหนดแนวทางในการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยโดยดำเนินการตามหลักสูตรสถานศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๑ อีกทั้งยังได้กำหนดภารกิจและเป้าหมายด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย เพื่อให้ สามารถดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้บรรลุผลได้ตามที่กำหนดวิสัยทัศน์ ดังนี้ ภารกิจที่ ๑ พัฒนาบุคลากรให้สามารถจัดประสบการณ์ในลักษณะของการอบรมเลี้ยงดูและ ให้การศึกษา เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กให้เต็มตามศักยภาพ โดยเน้นเด็กเป็น สำคัญ โดยมีเป้าหมายให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กปฐมวัยโดยเน้นเด็กเป็นสำคัญได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเอกลักษณ์เฉพาะของศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ภารกิจที่ ๒ จัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย ซึ่งตอบสนองต่อความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล และสอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองของเด็ก โดยมี เป้าหมายให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาเหมาะสมตามวัย และ เต็มตามศักยภาพ มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
๔๙ ภารกิจที่ ๓ จัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด และการใช้ภาษาผ่านประสบการณ์ที่สื่อความหมาย ต่อเด็ก โดยมีเป้าหมายให้เด็กปฐมวัยมีทักษะการคิด การใช้ภาษาสื่อสาร มีนิสัยรักการอ่าน มีความสนใจใฝ่รู้ และพัฒนาตนเอง และมีความสามารถพื้นฐานในการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ ภารกิจที่ ๔ จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีวินัย ส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดี สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเด็ก โดยมีเป้าหมายให้เด็กปฐมวัยมีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม สามารถน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมกับวัย ภารกิจที่ ๕ จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ทั้งทางกายภาพและจิตภาพเพื่อเสริมสร้าง ประสบการณ์และสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็ก โดยมีเป้าหมายให้สภาพแวดล้อมทางกายภาพและจิตภาพของ ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบโรงเรียนทุ่งมหาเมฆเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ภารกิจที่ ๖ จัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก โดยมีเป้าหมายให้ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก ทั้งนี้ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนได้กำหนดแผนปฏิบัติงานเพื่อรองรับภารกิจและเป้าหมาย ดังกล่าวไว้เป็นโครงการในระดับปฐมวัยรวมทั้งสิ้น ๑๐ โครงการ ได้แก่ โครงการการสนับสนุนคุณภาพการจัด ประสบการณ์ระดับการศึกษาปฐมวัย โครงการหนูน้อยนักอ่าน โครงการนวัตกรน้อยนักสร้างสรรค์ โครงการ หนูน้อยหัวใจไทย โครงการตามรอยพระราชา โครงการหนูน้อยสุขภาพดี โครงการหนูน้อยนักวิทยาศาสตร์ โครงการนิเทศภายในงานการศึกษาปฐมวัย โครงการเปิดประตูสู่โลกกว้าง และโครงการสายใยสัมพันธ์... บ้านและโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนได้ดำเนินการตามโครงการครบทั้ง ๑๐ โครงการ การดำเนินการต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย มีการดำเนินการดังนี้ โรงเรียนส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัย ของตนเองได้ ด้านการดูแลสุขภาพอนามัยของเด็กปฐมวัย จัดให้เด็กได้รับประทานอาหารกลางวันที่สะอาด เหมาะสมตามหลักโภชนาการ ดูแลให้ดื่มนมจืดทุกวัน และดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ จัดให้เด็กนอน พักผ่อนช่วงกลางวันเป็นประจำทุกวัน จัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวในกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ โดยเด็กจะได้เคลื่อนไหวอย่างหลากหลาย เช่น การเคลื่อนไหวตามบทเพลง การทำท่าทางกายบริหารประกอบ เพลงหรือคำคล้องจอง การแสดงท่าทางตามข้อตกลง การแสดงท่าทางเป็นผู้นำ ผู้ตาม ฯลฯ จัดให้ออกกำลัง กายในช่วงกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งเด็กจะมีโอกาสออกไปนอกห้องเรียนเพื่อเคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกาย และแสดงออกอย่างอิสระ เช่น เล่นเครื่องเล่นสนาม เล่นกับอุปกรณ์กีฬาสำหรับเด็ก เล่นเกมการละเล่น ฯลฯ อีกทั้งยังมีการจัดประสบการณ์หน่วยหนูน้อยน่ารัก หน่วยอิ่มอร่อย และหน่วยข้าว เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับ การดูแลสุขภาพของตน นอกจากนี้ยังจัดให้มีโครงการหนูน้อยสุขภาพดี เพื่อส่งเสริมในเรื่องการเติบโตตามวัย และการมีสุขนิสัยที่ดีจัดให้เด็กได้ออกกำลังกายด้วยการร่วมกิจกรรมกายบริหารประกอบเพลงและการบริหาร สมอง (Brain Gym) เป็นประจำทุกสัปดาห์ มีกิจกรรมส่งเสริมสุขนิสัย สอนวิธีการล้างมือ และดูแลให้เด็ก ทุกคนได้ล้างมือด้วยโฟมล้างมือทุกครั้งก่อนเข้าใช้พื้นที่บริเวณโรงเรียน ก่อนการรับประทานอาหาร หลังจาก การเล่น และหลังการใช้ห้องน้ำ สอนวิธีการแปรงฟัน และดูแลให้เด็กทุกคนแปรงฟันหลังการรับประทาน
๕๐ อาหารกลางวัน มีการประสานงานกับครูพยาบาลของโรงเรียน พยาบาล และนักจิตวิทยาจากศูนย์บริการ สาธารณสุข ๖๓ (สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย) ให้เด็กได้รับการตรวจสุขภาพ ได้รับการดูแลในเรื่อง การรับวัคซีน และได้รับการประเมินพัฒนาการ โดยมีการทำงานประสานกับผู้ปกครองให้ส่งเสริมสุขภาพ ให้แก่เด็กอย่างเหมาะสมควบคู่กันไป การปฏิบัติต่าง ๆ ดังกล่าวส่งผลให้เด็กมีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์ มาตรฐาน เคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว ทรงตัวได้ดี รู้จักดูแลรักษาสุขภาพอนามัยส่วนตนและปฏิบัติจน เป็นนิสัย ด้านการส่งเสริมให้เด็กสามารถใช้มือและตาอย่างประสานสัมพันธ์ ครูจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อ ส่งเสริมในเรื่องการใช้กล้ามเนื้อมือและตาอย่างหลากหลายเป็นประจำทุกวัน เช่น การวาดภาพระบายสี การขีดเขี่ย การปั้น การร้อย การประดิษฐ์ การฉีก ตัด ปะ ฯลฯ จัดให้เด็กได้เล่นตามมุมเล่นเป็นประจำทุกวัน ซึ่งเด็กจะได้ใช้มือหยิบจับสิ่งของขนาดต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ จัดให้เด็กได้เล่นน้ำเล่นทราย ท่อนไม้อย่างน้อย สัปดาห์ละ ๑ ครั้งในช่วงกิจกรรมกลางแจ้ง นอกจากนี้ยังจัดห้องส่งเสริมการใช้ผัสสะ (Sensory Lab) ให้เด็กได้เล่นกับอุปกรณ์และของเล่นที่ส่งเสริมการใช้ผัสสะ Loose Parts Play สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง โดยเล่น ทุกสัปดาห์ เด็กจึงมีโอกาสพัฒนาการใช้มือและตาอย่างประสานสัมพันธ์กัน ด้านความปลอดภัย ดูแลให้เด็กมีการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมตามวิถีปกติใหม่ ด้วยการจัดเตรียม สภาพแวดล้อมและแนวปฏิบัติที่ปลอดภัยตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ สร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองเรื่องแนวทางการปฏิบัติที่ปลอดภัย จำกัดพื้นที่ที่เข้ามาใช้บริการใน โรงเรียน บุคลากรและเด็กทุกคนตรวจการติดเชื้อโควิด-๑๙ โดยการใช้ Antigen test kit หรือ ATK และส่งผล การตรวจก่อนเปิดเรียนวันแรกของสัปดาห์ทุกเดือน และตรวจเมื่อมีภาวะเสี่ยงหรือมีอาการที่ควรระวัง จัดเตรียมให้ทุกคนได้ล้างมือก่อนเข้าใช้พื้นที่ในโรงเรียน ครูคอยดูแลให้เด็กปฏิบัติตนตามข้อตกลงเกี่ยวกับ ความปลอดภัยในชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด จัดให้เด็กมีของใช้ส่วนตัว เช่น ช้อนส้อม กระติกน้ำดื่ม แก้วแปรงฟัน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ซึ่งมีการดูแลในเรื่องความสะอาดอย่างดียิ่ง และมีการเปลี่ยนใหม่ อย่างเหมาะสมกับระยะเวลา โดยประสานงานกับผู้ปกครอง อีกทั้งยังมีการจัดประสบการณ์หน่วยปลอดภัย จากโควิด หน่วยหนูน้อยน่ารัก หน่วยฝน หน่วยอิ่มอร่อย หน่วยปลอดภัยไว้ก่อน หน่วยปลอดภัยจากฝุ่นพิษ หน่วยสัตว์เลี้ยงแสนรัก และหน่วยสัตว์โลกน่ารู้ จัดให้มีการซ้อมหนีภัยจากอัคคีภัยและภัยอันตรายอื่น ๆ โดยมีการประสานกับเจ้าหน้าที่จากสถานีกู้ภัยและดับเพลิงถนนจันทน์ การปฏิบัติต่าง ๆ ดังกล่าวส่งผลให้ เด็กได้เรียนรู้แนวทางหลีกเลี่ยงสภาวะที่เสี่ยงต่อโรค สิ่งเสพติด และระวังภัยจากสิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ ที่เสี่ยงอันตราย โรงเรียนส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ โดยจัดกิจวัตรประจำวันที่ยึดกิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรม เสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมการเล่นตามมุม กิจกรรมกลางแจ้ง และเกมการศึกษา ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ ดังนี้ ครูจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ โดยจัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างอิสระ ตามจังหวะ โดยใช้เสียงเพลง คำคล้องจอง เครื่องเคาะจังหวะ และอุปกรณ์อื่น ๆ ประกอบการเคลื่อนไหว
๕๑ ทำให้เด็กได้แสดงออกอย่างสนุกสนาน ผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ และมีความเชื่อมั่นใน ตนเอง อีกทั้งยังทำให้เกิดเกิดความซาบซึ้งและสุนทรียภาพจากเสียงเพลง ดนตรี การแสดงท่าทาง การเคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะ และดนตรีอีกด้วย ครูจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ โดยให้เด็กได้เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) อย่างหลากหลาย เช่น การสนทนาและอภิปราย การฟังนิทาน การสังเกต การเปรียบเทียบ การทดลอง การเพาะปลูก การประกอบอาหาร การเล่นเกม การศึกษานอกสถานที่ การเล่นบทบาทสมมติ การแสดงละครสร้างสรรค์ ฯลฯ ทำให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านวิธีการหรือแนวทางตามความถนัด จึงประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ เกิดความสุขและความภาคภูมิใจในตนเอง เด็กมีโอกาสฝึกมารยาทในการฟัง พูด มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าพูดกล้าแสดงออก ครูจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนากระบวนการคิด การรับรู้เกี่ยวกับความงาม และส่งเสริม กระตุ้นให้เด็กแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจินตนาการ โดยจัดกิจกรรม ศิลปะที่หลากหลาย ที่เหมาะสมกับพัฒนาการ ให้เด็กได้วาดภาพ ระบายสี เล่นกับสี พิมพ์ภาพ ปั้น ฉีก ตัด ปะ ประดิษฐ์ ร้อย สาน ฯลฯ เด็กจะมีโอกาสเลือกทำกิจกรรมที่ตนสนใจ รวมถึงเลือกใช้สื่ออุปกรณ์ และเลือก วิธีการตามความถนัดอีกด้วย จึงทำให้เด็กสนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศิลปะ เด็กจะได้ฝึกการรู้ หน้าที่และความรับผิดชอบที่จะทำงานศิลปะให้ครบตามที่ได้รับมอบหมาย เมื่อทำงานศิลปะแล้ว เด็กมีโอกาส หมุนเวียนกันนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน และครูมีการนำผลงานของเด็กทุกคนมาจัดแสดงอย่างสร้างสรรค์ ทำให้เด็กได้ชื่นชมผลงานของตนเอง และผลงานของเพื่อนอย่างสม่ำเสมอ ครูจัดกิจกรรมการเล่นตามมุม โดยจัดมุมเล่นในห้องเรียน ได้แก่ มุมบ้าน มุมหนังสือ มุมบล็อก มุมของเล่น มุมวิทยาศาสตร์ จัดให้เด็กได้เล่นตามมุมที่ครูเตรียมไว้อย่างอิสระ ทั้งการเลือกมุมที่จะเข้าไปเล่น ของเล่นที่เลือกเล่น รวมถึงเพื่อนที่จะเล่นด้วย ครูทุกห้องเรียนจัดให้เด็กได้เล่นตามมุมเล่นเมื่อมาถึงโรงเรียน ในช่วงเช้า และในช่วงกิจกรรมการเล่นตามมุมของทุกวัน โดยครูมีการปรับเปลี่ยนของเล่นให้เหมาะสมกับ หน่วยการเรียนรู้ ความสามารถ และความสนใจของเด็กเป็นระยะ ๆ มีการจัดมุมเล่นที่ห้องส่งเสริมการใช้ผัสสะ (Sensory Lab) ซึ่งจัดให้เด็กได้เข้าไปเลือกเล่นสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ระหว่างที่เด็กเล่นทำให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์ กับเพื่อน ครู และสิ่งแวดล้อม ได้ฝึกการอยู่ร่วมกับเพื่อน ได้ช่วยเหลือแบ่งปัน ได้ฝึกการอดทนอดกลั้น รู้จักยับยั้งชั่งใจ ความรับผิดชอบในการเล่นเสร็จแล้วต้องเก็บ และการแสดงอารมณ์ความรู้สึกอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังเรียนรู้การเคารพสิทธิ์ของผู้อื่นอีกด้วย ครูจัดกิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กมีโอกาสออกไปนอกห้องเรียนเพื่อเคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกาย และแสดงออกอย่างอิสระ เช่น จัดให้เด็กเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ เล่นเกมเบ็ดเตล็ด เล่นการละเล่นไทย ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เด็กจะได้ออกแรงเคลื่อนไหว และแสดงออกอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความสนุกสนาน และ ผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี ครูจัดให้เด็กเล่นเกมการศึกษาทั้งการเล่นร่วมกันเป็นกลุ่มและการเล่นเป็นรายบุคคล เมื่อเด็กเล่น ร่วมกันเป็นกลุ่ม จะมีการผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้นำและผู้ตาม ได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของ
๕๒ ผู้อื่น ฝึกความรับผิดชอบเล่นเกมจนสำเร็จ และเก็บเกมการศึกษาเข้าที่ให้เรียบร้อย เด็กจึงมีโอกาสฝึกลักษณะ นิสัยที่ดีในช่วงกิจกรรมนี้ด้วย นอกจากนี้ครูยังได้จัดประสบการณ์หน่วยพบกันสวัสดี หน่วยหนูน้อยน่ารัก และหน่วยเด็กเอ๋ยเด็กดี เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีลักษณะนิสัยที่ดี มีการดำเนินการตามโครงการตามรอยพระราชา ซึ่งประกอบไปด้วย กิจกรรมมีออม...ไม่มีอดอ่าน กิจกรรมเกษตรกรน้อย กิจกรรมของเล่นทำมือ และกิจกรรมหนูทำความดีด้วย หัวใจ เด็กได้ทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น เช็ดกระจก รดน้ำต้นไม้ เก็บเศษขยะ ฯลฯ แล้วทำบันทึกความดีที่ตนทำ ในสมุดบันทึกความดีอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา เพื่อให้เด็กเรียนรู้ที่จะทำความดีจนเกิด ความเคยชิน เด็กได้รับการปลูกฝังให้มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น ซื่อสัตย์สุจริต เมตตากรุณา ช่วยเหลือ แบ่งปัน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และมีความรับผิดชอบ ผ่านกิจกรรมประจำวันและการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ครู และบุคคลอื่น ครูยึดถือแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ตามที่ระบุในหลักสูตร สถานศึกษา กล่าวคือ การเป็นแบบอย่างที่ดี และ การดูแลและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก ประกอบกับการ ทำงานร่วมกับผู้ปกครองด้วยวิธีการที่หลากหลาย ได้แก่ การพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ การเขียนสื่อสารใน สมุดสายใยสัมพันธ์...บ้านและโรงเรียน การประชุมผู้ปกครอง ตลอดจนการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ แอพพลิเคชั่นไลน์ เฟซบุ๊คเพื่อการพัฒนาเด็กทั้งจากทางบ้านและทางโรงเรียนอย่างสอดคล้องกัน ทั้งนี้เพื่อให้เด็กเติบโตไปทิศทางที่มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ได้เรียนรู้ในบรรยากาศที่อบอุ่นและมีความสุข การปฏิบัติต่าง ๆ ดังกล่าวส่งผลให้เด็กร่าเริงแจ่มใส แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างเหมาะสม รู้จักยับยั้งชั่งใจ อดทนในการรอคอย ยอมรับและพอใจในความสามารถ และผลงานของตนเองและผู้อื่น มีจิตสำนึกและค่านิยมที่ดีมีความมั่นใจ กล้าพูด กล้าแสดงออก ช่วยเหลือแบ่งปัน เคารพสิทธิรู้หน้าที่ รับผิดชอบ อดทนอดกลั้น ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรมตามที่สถานศึกษากำหนด ชื่นชมและมีความสุข กับศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว โรงเรียนส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม โดย ให้เด็กได้ช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่การถือกระเป๋าเดินเข้าโรงเรียนด้วยตนเอง การเก็บของใช้ ส่วนตัว การใส่และถอดเสื้อกันเปื้อน การสวมรองเท้า การใช้ห้องน้ำห้องส้วม การรับประทานอาหาร การล้างมือ การแปรงฟัน การปูและเก็บที่นอน การเก็บผลงานของตนเข้าแฟ้ม การเก็บของใช้ส่วนตัวเพื่อ เตรียมตัวกลับบ้าน ฯลฯ ทำให้เด็กมีความสามารถในการช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน ครูมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กเพื่อสร้างวินัยเชิงบวก เด็กมีโอกาสฝึกเข้าแถวตามลำดับก่อนหลังในเวลา ที่เหมาะสม เช่น เมื่อนำผลงานมาส่งครู เมื่อต้องรอรับของจากผู้ใหญ่ เมื่อจะมากดสบู่โฟมล้างมือ เมื่อรอเข้า ห้องน้ำ ฯลฯ ครูจัดทำระบบสัญลักษณ์สำหรับการเก็บหนังสือและของเล่น เอื้อให้เด็กเก็บหนังสือ และของเล่น เข้าที่ด้วยตนเองเมื่อเลิกอ่านหรือเลิกเล่น เด็กมีกล่องเก็บกระเป๋าและตะกร้าเก็บของใช้ส่วนตัว เอื้อให้เก็บ ของใช้เข้าที่ด้วยตนเอง มีการจัดให้เด็กทำหน้าที่เวรประจำวันทำภารกิจต่าง ๆ ตามที่ตกลงกัน ทำให้เด็กมีวินัย ในตนเอง
๕๓ โรงเรียนจัดให้มีโครงการตามรอยพระราชาซึ่งเด็กจะได้ทำกิจกรรมมีออม...ไม่มีอดอ่าน เป็นการเก็บ ออมเงินหยอดกระปุกและนำมาสมัครสมาชิกนิทานเพื่อนรักซึ่งเป็นการฝึกการออมและนำเงินมาใช้อย่างคุ้มค่า เด็กได้ทำกิจกรรมเกษตรกรน้อย ได้ปลูกข้าว ปลูกผัก ดูแลรดน้ำ นำผักมาประกอบอาหารรับประทาน ได้ทำกิจกรรมของเล่นทำมือ เป็นการนำเศษวัสดุมาประดิษฐ์เป็นของเล่น และทำกิจกรรมหนูทำความดีด้วย หัวใจ เด็กได้ทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น เช็ดกระจก รดน้ำต้นไม้ เก็บเศษขยะ ฯลฯ แล้วทำบันทึกความดีที่ตนทำ ในสมุดบันทึกความดีอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมีการจัดหน่วยการจัดประสบการณ์หน่วยต้นไม้ที่รัก หน่วยธรรมชาติแสนงาม หน่วยหนูน้อยรักโลก กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เด็กมีคุณธรรม จริยธรรม รู้จักดูแลรักษา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเหมาะสมตามวัย โรงเรียนจัดให้มีโครงการหนูน้อยหัวใจไทย ซึ่งจัดให้เด็กฝึกปฏิบัติตามมารยาทพื้นฐาน โดยจัดใน ลักษณะกิจกรรมหน้าเสาธง และในชั้นเรียนอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง ประกอบกับการให้คำแนะนำและดูแล ให้เด็กปฏิบัติตามมารยาทพื้นฐานในชีวิตประจำวัน มารยาทที่ฝึก ได้แก่ การไหว้ในระดับต่าง ๆ การก้มหลัง เมื่อผ่านผู้ใหญ่ การรับของจากผู้ใหญ่ การกราบพระ และการกราบผู้ใหญ่ การถวายความเคารพ จัดให้เด็กได้ ร่วมกิจกรรมการละเล่นของเด็กไทยในช่วงกิจกรรมกลางแจ้ง อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง อีกทั้งยังมีการจัด กิจกรรมพิเศษเพิ่มเติมเป็นฐานกิจกรรมการละเล่นของเด็กไทยในช่วงเทศกาลลอยกระทง จัดให้เด็กเข้าแถว เคารพธงชาติทุกวัน โดยเด็กได้ผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้เชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา จัดให้เด็กได้ร่วมกิจกรรมวันสำคัญ ทางศาสนา มีการจัดประสบการณ์หน่วยหนูรักเมืองไทย กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เด็กมีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย และรักความเป็นไทย โรงเรียนจัดให้เด็กเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อน้อมรำลึกใน พระมหากรุณาธิคุณหน่วยการจัดประสบการณ์ เช่น หน่วยรักแม่ หน่วยหนูรักพ่อ หน่วยวันเฉลิมพระ ชนมพรรษาฯ จัดให้เด็กร่วมกิจกรรมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ วันสำคัญ เรียนรู้ความหมายของ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อให้ซาบซึ้งและรักสถาบันพระมหากษัตริย์ สามารถปฏิบัติตนได้เหมาะสมตาม โครงการพระราชดำริ เด็กระดับปฐมวัยของโรงเรียนมีเด็กเชื้อชาติอื่น ๆ มาเรียนร่วมกับเด็กไทย ซึ่งมีความแตกต่างทั้ง ศาสนา รูปร่าง ผิวพรรณ ภาษา ความสามารถ และศักยภาพของแต่ละบุคคล เด็กจึงได้เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับเด็กที่แตกต่างจากตนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการจัดประสบการณ์ในหน่วยหนูน้อยอาเซียน ทำให้เด็ก ได้เรียนรู้เรื่องการยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล ครูจัดประสบการณ์หน่วยครอบครัวที่รัก หน่วยหนูน้อยมหาเมฆ หน่วยหนูรักแม่ หน่วยหนูรักพ่อ หนูรักเมืองไทย และหนูน้อยอาเซียนเพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เด็กได้เล่นและทำงานแบบ ร่วมมือกับเพื่อน ฝึกการประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดยปราศจากการใช้ความรุนแรง ฝึกการเป็นผู้นำผู้ตามผ่าน กิจกรรมการเล่นตามมุม การทำกิจกรรมกลุ่ม และการทำศิลปะแบบร่วมมือ เด็กมีโอกาสได้เรียนรู้จาก ภูมิปัญญา จึงมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลต่าง ๆ ที่หลากหลาย เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดข้อตกลง เพื่อให้สามารถ ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ด้วยตนเองในที่สุด
๕๔ การปฏิบัติต่าง ๆ ดังกล่าวส่งผลให้เด็กช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน มีวินัยใน ตนเอง ประหยัดและพอเพียง มีส่วนร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในและนอกห้องเรียน มีมารยาทตาม วัฒนธรรมไทย ยอมรับหรือเคารพความแตกต่างระหว่างบุคคล เล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และรู้จักแก้ไข ข้อขัดแย้ง โดยปราศจากการใช้ความรุนแรง โรงเรียนส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้มีทักษะการคิดพื้นฐาน และแสวงหา ความรู้ได้ ครูจัดประสบการณ์เพื่อการพัฒนาเด็กตามแนวทางจัดประสบการณ์ในหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๑ โดยมีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางสติปัญญา ดังนี้ ด้านการส่งเสริมการใช้ภาษาสื่อสารอย่างเหมาะสมตามวัย ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษา แบบธรรมชาติ (Whole Language Approach) ประกอบด้วย ๑) การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ โดยให้เด็ก ได้เล่าเรื่อง หรือนำสิ่งของมาแสดงและเล่าเรื่องให้เพื่อนและครูฟัง และถามตอบหลังการเล่าเรื่อง เพื่อให้เด็ก ได้ยินแบบอย่างของการใช้ภาษาที่ถูกต้อง ได้ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อื่น ๒) การอ่านออกเสียงให้เด็กฟัง โดยครูจัดเวลาอ่านหนังสือให้เด็กฟังทุกวัน เพื่อให้เด็กมีความสุขและรู้สึกดีต่อ การอ่าน ๓) การอ่านร่วมกัน โดยใช้หนังสือเล่มใหญ่เป็นสื่อในการอ่านและทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก เพื่อให้เด็ก คุ้นเคยกับตัวหนังสือ คำ หรือข้อความ ๔) การให้เด็กเล่าเรื่องซ้ำ โดยครูเล่านิทานให้เด็กฟัง แล้วถามคำถาม เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดจับใจความสำคัญ เป็นแบบอย่างของการคาดคะเน แปลความ ตีความ และตรวจสอบ ความเข้าใจ จากนั้นจึงให้เด็กเล่าเรื่องให้ผู้อื่นฟัง ๕) การสอนอ่านแบบชี้แนะ โดยครูอ่านหนังสือภาพร่วมกับ เด็ก และสอดแทรกความรู้พื้นฐานในการอ่าน โดยเด็กยังคงสนุกกับการอ่าน ๖) การอ่านอิสระ โดยครูจัด หนังสือและสื่อการอ่านไว้ให้เด็กเลือกอ่านตามความสนใจอย่างอิสระ ๗) การเขียนร่วมกัน โดยครูแสดง แบบอย่างของการตัดสินใจถ่ายทอดความคิดเป็นข้อความหรือสัญลักษณ์ และ ๘) การเขียนอิสระ โดยครู เปิดโอกาสให้เด็กเขียนเพื่อสื่อความหมายตามความสนใจและความสมัครใจ นอกจากนี้ยังจัดโครงการหนูน้อยนักอ่าน ประกอบด้วยกิจกรรมนิทานเพื่อนรัก ซึ่งเด็กจะได้ทำ กิจกรรมการอ่านแบบชี้แนะร่วมกับครูโดยใช้นิทานเพื่อนรักเป็นสื่อ กิจกรรมยอดนักอ่าน ซึ่งเด็กจะทำบันทึก การอ่านหลังจากอ่านจบ เมื่อบันทึกจนจบเล่มจะได้เป็นยอดนักอ่าน และกิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน ซึ่งเด็กและผู้ใหญ่ทุกคนในห้องเรียนเลือกหนังสือมาอ่านในเวลาที่กำหนด กิจกรรมการอ่านออกเสียงให้เด็กฟัง (Reading Aloud) ครูอ่านออกเสียงให้เด็กฟังและจัดกิจกรรมต่อเนื่องจากเรื่องที่อ่านให้เด็กเลือกทำตาม ความสนใจ และกิจกรรมห้องสมุดปฐมวัย (Reading Café) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน ตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน โดยจัดให้เด็กได้เข้าใช้ห้องสมุดปฐมวัยอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาดังกล่าวข้างต้นนอกจากจะส่งเสริมการใช้ภาษาสื่อสารอย่างเหมาะสมตามวัย แล้วยังส่งเสริมการมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และนิสัยรักการอ่านได้อย่างดียิ่ง ด้านการส่งเสริมความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ การมีจินตนาการและความคิด สร้างสรรค์ การมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย ครูจัดประสบการณ์ในลักษณะของหน่วยการเรียนรู้ (Unit) โดยจัดให้เด็กได้เรียนรู้จากการลงมือกระทำตาม หน่วยการจัดประสบการณ์ที่หลากหลาย เด็กได้เรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้บอกตำแหน่ง
๕๕ แสดงทิศทาง เล่นกับสื่อต่าง ๆ ได้คัดแยก จัดกลุ่ม จำแนก สร้างแบบรูป จับคู่ เปรียบเทียบ เรียงลำดับ นับ รวม และแยกสิ่งต่าง ๆ สำรวจแหล่งเรียนรู้ ฯลฯ อีกทั้งยังจัดกิจกรรม Unplugged coding ซึ่งเป็นการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านเกมหรือกิจกรรมที่เด็ก ๆ สามารถมีส่วนร่วมได้แบบออฟไลน์ โรงเรียนจัดโครงการสนับสนุนคุณภาพการจัดประสบการณ์ระดับการศึกษาปฐมวัย โดยจัดใน ๒ ลักษณะ คือ ๑) การจัดประสบการณ์โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน (Literature based Approach) ครูนำนิทานที่เด็กชื่นชอบมาจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้ ให้เด็กได้เรียนรู้จากตัวละคร ฉาก โครงเรื่อง และ รายละเอียดของเรื่องที่เด็กสนใจ การจัดประสบการณ์แบบนี้เด็กจะได้สร้างผลงานตามความคิดของตน ได้เป็น ผู้ออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง อีกทั้งยังได้ร่วมกันจัดนิทรรศการนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วย และ ให้เด็กสร้างนิทานเล่มใหม่จากนิทานที่นำมาใช้ในการเรียนรู้ และนำไปจัดทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ด้วย ๒) การจัดประสบการณ์แบบโครงการ (Project Approach) เด็กเลือกหัวข้อโครงการตาม ความสนใจตั้งคำถามในสิ่งที่ตนเองสนใจหรือสงสัย และค้นหาคำตอบของข้อสงสัยโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย ด้วยตนเอง มีการนำเทคโนโลยีมาใช้แสวงหาความรู้ ค้นหาคำตอบจากแหล่งภูมิปัญญา และค้นหาคำตอบจาก การไปแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ฯลฯ เด็กจึงมีความสามารถในการสร้างชิ้นงาน และมีความกระตือรือร้นใน การเรียนรู้ โรงเรียนจัดโครงการ นวัตกรน้อยนักสร้างสรรค์การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีคุณสมบัติของนวัตกร โดย จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นนวัตกรให้แก่เด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมสตีม (STEAM) ซึ่งเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการศาสตร์ ๕ ศาสตร์ คือ S: Science วิทยาศาสตร์, T: Technology เทคโนโลยี, E: Engineering วิศวกรรมศาสตร์, M: Mathematics คณิตศาสตร์, และ A: Arts ศิลปะ เข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม ดังนี้ ครูให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้ผลัดเปลี่ยนกันเล่นน้ำ เล่นทราย เล่นกับ Loose Parts ประเภทวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ขอนไม้ ก้อนหิน เปลือกหอย ในสวนเด็กสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง จัดให้เด็กทุกคนได้เล่นเครื่องเล่นสัมผัสในห้องส่งเสริมการใช้ผัสสะ (Sensory Lab) เล่นกับ Loose Parts หลากหลายประเภท เช่น วัสดุจากธรรมชาติอุปกรณ์จากไม้ พลาสติก โลหะ ผ้า และบรรจุภัณฑ์ สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง จัดให้เด็กได้ทำกิจกรรม STEAM ที่สัมพันธ์กับหน่วยการจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กได้เล่นสร้างสรรค์ และจัดค่ายกลางวันให้เด็กได้เล่นตามฐานกิจกรรมภายใต้แนวคิด STEAM ที่เอื้อให้เด็กได้ใช้ทักษะต่างๆ และ ได้บูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และคณิตศาสตร์ที่เหมาะสมกับ พัฒนาการตามช่วงวัย นอกจากนี้ยังจัดโครงการหนูน้อยนักวิทยาศาสตร์ ครูจัดให้เด็กได้ทำกิจกรรมการทดลองตามโครงการ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ตามที่ได้วิเคราะห์ไว้ในหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัย หรือความสนใจของเด็ก และจัดให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ตาม ความสนใจของเด็ก ซึ่งเด็กจะมีโอกาสระบุปัญหา สร้างทางเลือก และเลือกวิธีแก้ปัญหา ได้คาดคะเนสิ่งที่อาจ เกิดขึ้น ร่วมลงความเห็นจากข้อมูล อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมกับวัย ครูจัดให้เด็กไปเรียนรู้ ณ แหล่งเรียนรู้ซีไลฟ์ แบงคอก กรุงเทพมหานคร ตามโครงการเปิดประตู สู่โลกกว้าง ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น และเกิดการใฝ่รู้
๕๖ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่ายเพื่อ ร่วมกันพัฒนาเด็กตามศักยภาพ การปฏิบัติต่าง ๆ ดังกล่าวส่งผลให้เด็กสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ ตั้งคำถามในสิ่งที่ ตนเองสนใจหรือสงสัย และพยายามค้นหาคำตอบ อ่านนิทานและเล่าเรื่องที่ตนเองอ่านได้เหมาะสมกับวัย มีความสามารถในการคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์การคิดแก้ปัญหาและ สามารถตัดสินใจในเรื่องง่าย ๆ ได้สร้างสรรค์ผลงานตามความคิดและจินตนาการ เช่น งานศิลปะ การเคลื่อนไหวท่าทาง การเล่นอิสระ เป็นต้น และใช้สื่อเทคโนโลยีเช่น แว่นขยาย แม่เหล็ก กล้องดิจิตอล เป็นต้น เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ได้ ผลการดำเนินการส่งเสริมคุณภาพเด็กในปีการศึกษา ๒๕๖๖ พบว่า เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการ ทั้ง ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญาอยู่ในระดับดีคิดเป็นร้อยละ ๙๖.๒๖, ๙๖.๒๖, ๙๖.๒๖, ๙๕.๓๓ ตามลำดับ โดยเมื่อนำผลการพัฒนาคุณภาพเด็กมาเทียบกับค่าเป้าหมาย ที่กำหนดไว้ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ ซึ่งกำหนดไว้ร้อยละ ๘๐ ทั้งด้านพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา พบว่าผลการพัฒนาคุณภาพเด็กสูงกว่าค่าเป้าหมาย ทั้งนี้ ผลการพัฒนาคุณภาพเด็กที่อยู่ในระดับดีของปีการศึกษา ๒๕๖๔ - ๒๕๖๖ พบว่า ผลการพัฒนาการด้านร่างกาย คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๑๓, ๙๖.๒๓ และ ๙๖.๒๖ ตามลำดับ ผลพัฒนาการ ด้านอารมณ์ จิตใจ คิดเป็นร้อยละ ๘๔.๓๘, ๙๕.๒๘ และ ๙๖.๒๖ ตามลำดับ ผลพัฒนาการด้านสังคม คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๔๖, ๙๖.๒๓ และ ๙๖.๒๖ ตามลำดับ ผลพัฒนาการด้านสติปัญญา คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๐๐, ๙๒.๔๕ และ ๙๕.๓๓ ตามลำดับ จากข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าผลพัฒนาการของเด็กทุกด้านสูงขึ้นตลอด ระยะเวลา ๓ ปีย้อนหลัง จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น แสดงว่า เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา บรรลุตามเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนด มีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตร มีแผนงาน โครงการและ กิจกรรมเสริมในการพัฒนาเด็กอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง อีกทั้งพ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ผลรวมมาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก จึงมีผล การประเมินคุณภาพอยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม ๒. หลักฐานและข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่สนับสนุนผลการประเมิน ๑) แบบบันทึกพัฒนาการ ๒) ภาพถ่ายกิจกรรม ๓) แผนการจัดประสบการณ์ ๔) แผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๕) รายงานโครงการระดับการศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๖) หลักฐานการจัดอาหารกลางวัน และการจัดอาหารเสริม (นม)
๕๗ ๗) เฟซบุ๊กศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ๘) พอร์ตโฟลิโอของเด็ก ๓. จุดเด่นและจุดควรพัฒนา จุดเด่น คือ เด็กปฐมวัยของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆมีพัฒนาการทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคมและด้านสติปัญญาในระดับดี สูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนด จุดควรพัฒนา คือ พัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ และด้านสติปัญญาของเด็กควรได้รับ การดูแลและส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาสูงขึ้นเต็มตามศักยภาพ ๔. แนวทางการพัฒนาในอนาคต โรงเรียนกำหนดแผนที่จะส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นนวัตกรให้แก่เด็กอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการจัด หน่วยการจัดประสบการณ์จากวรรณกรรม การจัดประสบการณ์แบบโครงการ กิจกรรมการเล่นกับ Loose Parts และกิจกรรมตามแนวคิด STEAM เพื่อวางรากฐานให้เด็กมีทักษะ มีความฉลาด และ เป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดี สามารถตอบสนองนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ Thailand ๔.๐ ซึ่งต้องขับเคลื่อนประเทศ ไปด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ๕. ความรับผิดชอบต่อสังคม โรงเรียนทุ่งมหาเมฆได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบเกี่ยวกับ คุณภาพเด็ก เช่น แจ้งผ่านจดหมายข่าว แจ้งผ่านไลน์ส่วนตัวของผู้ปกครอง แจ้งผ่านการประชุมผู้ปกครองของ แต่ละห้องเรียน แจ้งผ่านไลน์กลุ่มห้องเรียน ไลน์กลุ่มผู้ปกครองเครือข่ายโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ และเฟซบุ๊ก ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ โรงเรียนยังมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านการเปิดให้คณะที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานและร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ซึ่งในปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีคณะที่มาศึกษาดูงาน ได้แก่ คณะผู้บริหารและครูคณะศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครู จากชมรมครูปฐมวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต ๒ คณาจารย์ และนักศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช อาจารย์และนิสิต สาขาวรรณกรรมสำหรับเด็ก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนประตูชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้โรงเรียนยังได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลในระดับนานาชาติ โดยโรงเรียนได้รับคัดเลือกจาก มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยของปลัดกระทรวง ศึกษาธิการและคณะ จากประเทศบรูไนดารุสซาลาม ซึ่งการศึกษาดูงานครั้งนี้ส่งผลให้ทางคณะของ ป ลั ด ก ระ ท รว งศึ ก ษ าธิก าร จั ด โค รงก าร Learning Spaces to Progress Preschool Students’ Development ซึ่งนำโดย Mr. Mohamed Amir lrwan Bin Haji Moksin ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเทศบรูไนดารุสซาลาม และคณะ ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ และ
๕๘ ครูปฐมวัย ๒ คน จากประเทศบรูไนดารุสซาลามมาศึกษาสังเกตการจัดการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียน ทุ่งมหาเมฆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๑ สัปดาห์ โรงเรียนยังได้รับการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในการนำคณาจารย์ และนักศึกษา สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยจาก Ningbo Early Childhood College ประเทศจีน มาศึกษาดูงานด้านการจัด การศึกษาปฐมวัย ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆอีกด้วย มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ประเด็น ระดับคุณภาพ ๒.๑ มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน สอดคล้องกับบริบท ของท้องถิ่น ยอดเยี่ยม ๒.๒ จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน ยอดเยี่ยม ๒.๓ ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ ยอดเยี่ยม ๒.๔ จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัย และเพียงพอ ยอดเยี่ยม ๒.๕ ให้บริการสื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุน การจัดประสบการณ์ ยอดเยี่ยม ๒.๖ มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ยอดเยี่ยม ผลรวมมาตรฐานที่ ๒ ยอดเยี่ยม ๑. วิธีการพัฒนาและผลการพัฒนา โรงเรียนมีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น โรงเรียนใช้ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ยืดหยุ่น สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ตอบสนองความต้องการและ ความแตกต่างของเด็กปกติและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เป็นหลักสูตรที่ไม่เร่งรัดวิชาการ ออกแบบการจัด ประสบการณ์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา อย่างเป็นองค์รวม โรงเรียนกำหนดแผนการนำหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การปฏิบัติ โดยมีแผนส่งเสริมการใช้หลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัย ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ พุทธศักราช ๒๕๖๑ โดยการทำความเข้าใจ เรื่องหลักสูตรแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลักสูตร ทั้งครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง การสนับสนุนให้ครูสามารถ ใช้หลักสูตรสถานศึกษา กำหนดให้มีการประชุมครูเพื่อทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับ หน่วยที่จะสอนในแต่ละสัปดาห์ สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดประสบการณ์ และ จัดซื้อหรือจัดหาเพิ่มเติมให้เพียงพอ รวมถึงกำหนดการกำกับติดตามการใช้หลักสูตร โดยครูจัดทำแผนการจัด
๕๙ ประสบการณ์และส่งให้หัวหน้างานการศึกษาปฐมวัยตรวจสอบและให้คำแนะนำ และเสนอผู้บริหารต่อไป และ กำหนดให้ครูสลับกันเยี่ยมชั้นเรียน สังเกตการจัดประสบการณ์ของเพื่อนครู และอภิปรายร่วมกัน การสนับสนุนการนำหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การปฏิบัติ ดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ อีกทั้งยังมี การดำเนินโครงการนิเทศภายในงานการศึกษาปฐมวัยควบคู่ไปด้วยซึ่งทำให้การนำหลักสูตรไปใช้ ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ผลการประเมินหลักสูตรพบว่าผู้เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการใช้หลักสูตรใน ระดับมาก โรงเรียนจัดครูให้เพียงพอและเหมาะสมกับชั้นเรียน ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนเปิดห้องเรียน อนุบาลจำนวน ๔ ห้องเรียน โรงเรียนได้จัดครูที่มีวุฒิด้านการศึกษาปฐมวัย แบ่งเป็นวุฒิปริญญาตรี สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย จำนวน ๒ คน วุฒิปริญญาโท สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย จำนวน ๑ คน วุฒิปริญญาเอก สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย จำนวน ๑ คนเป็นครูประจำชั้นอนุบาลครบทุกห้องเรียน อีกทั้งยังจัดให้มีพี่เลี้ยง ช่วยดูแลเด็กจ้างด้วยเงินรายได้สถานศึกษา จำนวน ๔ คน มีนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู จำนวน ๗ คน จึงถือได้ว่ามีครูเพียงพอและเหมาะสมกับชั้นเรียน โรงเรียนส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ โรงเรียนได้ดำเนินการพัฒนาครู และบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา มีทักษะในการจัด ประสบการณ์และการประเมินพัฒนาการเด็ก ใช้ประสบการณ์สำคัญในการออกแบบกิจกรรม มีการสังเกตและ ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคล มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กและครอบครัว โดยโรงเรียนได้กำหนดโครงการ นิเทศภายในงานการศึกษาปฐมวัย ให้ครูทุกคนได้เข้าร่วมการประชุม สัมมนา และอบรมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การจัดการศึกษาปฐมวัย ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูระดับปฐมวัยมีชั่วโมงการพัฒนาตนเอง ระหว่าง ๓๓-๘๘ ชั่วโมง มีการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยมีการทบทวนแนวทางการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ประชุม กลุ่มครูระดับปฐมวัยเพื่อเสนอเค้าโครงงานวิจัย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในการทำวิจัยปฏิบัติการ ในชั้นเรียน ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูร้อยละ ๑๐๐ มีการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน นอกจากนี้ยังมี การติดตามการปฏิบัติงานของครูด้วยการตรวจแผนการจัดประสบการณ์รายสัปดาห์ มีการสลับกันเยี่ยม ชั้นเรียนและสังเกตการจัดประสบการณ์ของครูอย่างต่อเนื่อง มีการจัดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูระดับ ปฐมวัย ในส่วนของการปฏิบัติงานของพี่เลี้ยง ได้ดำเนินการสังเกตการปฏิบัติงานและนำมาอภิปรายร่วมกันเพื่อ การพัฒนางานให้ดีขึ้น ครูจึงได้รับการส่งเสริมให้มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ที่ส่งผลต่อคุณภาพ เด็กเป็นรายบุคคล ตรงความต้องการของครูและสถานศึกษา ทั้งนี้ ความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ของครูได้รับการยอมรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ งานการศึกษาปฐมวัย จึงได้รับการคัดเลือกเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ของสาขาวิชาการศึกษา ปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และยังเป็นแหล่ง ศึกษาดูงานด้านการศึกษาปฐมวัยของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้โรงเรียนทุ่งมหาเมฆยังได้รับ คัดเลือกจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จากประเทศบรูไนดารุสซาลาม และคณะ พร้อมด้วย ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า กรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีมาศึกษาดูงานการจัดการศึกษาปฐมวัย ณ ศูนย์เด็กปฐมวัย ต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ โดยมีนางวรางคณา ไชยเรือน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
๖๐ ประถมศึกษากรุงเทพมหานครและคณะร่วมให้การต้อนรับ อีกทั้งคณาจารย์ และนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษา ปฐมวัยจาก Ningbo Early Childhood College ประเทศจีน และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนัน ทา มาศึกษาดูงานด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ นอกจากนี้ Mohamed Amir lrwan Bin Haji Moksin ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี นักวิชาการศึกษา และครูปฐมวัย จากประเทศบรูไนดารุสซาลาม มาศึกษาดูงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “Learning Spaces to Progress Preschool Students’ Development” ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆอีกด้วย โรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างหลากหลาย ปลอดภัย และเพียงพอ ด้านสภาพแวดล้อมในห้องเรียนมีการจัดมุมเล่น ประกอบด้วยมุมหนังสือ มุมบ้าน มุมบล็อก มุมของเล่น มุมวิทยาศาสตร์ และมุมศิลปะ ทุกมุมในห้องเรียนได้รับการดูแลให้มีสื่อ ของเล่น วัสดุอุปกรณ์ ที่เหมาะสม เพียงพอ และปลอดภัย อีกทั้งยังมีการใช้ระบบสัญลักษณ์ซึ่งช่วยให้เด็กสามารถ “ค้นหา-ใช้-เก็บคืน” สื่อต่าง ๆ ด้วยตนเอง ทั้งนี้ได้คำนึงถึงความปลอดภัยด้วยการจัดซื้อจัดหาของเล่นและวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่เป็นอันตรายและ ตรวจสอบสภาพของเล่น และวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยอยู่เสมอ อีกทั้งยังเน้นความสะอาด เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และโรคมือ เท้า ปาก โรงเรียนจัดให้มีห้องพิเศษสำหรับเด็กปฐมวัย ประกอบด้วยห้องส่งเสริมการใช้ผัสสะ (Sensory Lab) ซึ่งจัดเป็นมุมเล่นเครื่องเล่นสัมผัส สื่อลูสพาร์ต (Loose Parts) ประเภทต่าง ๆ ซึ่งแตกต่างจากของเล่นใน ห้องเรียน ให้เด็กเข้ามาใช้บริการ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง และห้องสมุดปฐมวัย (Reading Café) ซึ่งเป็น ห้องสมุดที่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุ ๓-๕ ปี เด็กสามารถเลือกอ่านและทำกิจกรรมที่สืบเนื่องจากหนังสือที่อ่าน บรรยากาศอบอุ่น เป็นมิตร ดึงดูดความสนใจของเด็กได้ดี ให้เด็กเข้ามาใช้บริการ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ทั้ง ๒ ห้อง จัดโดยคำนึงถึงความปลอดภัย มีมุมประสบการณ์และสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ส่งเสริมให้เด็ก เรียนรู้ทั้งเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม สภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนสำหรับเด็กปฐมวัยประกอบด้วย ๑) สนามเด็กเล่น ซึ่งจัดให้มี เครื่องเล่นสนามที่ให้เด็กได้ปีน ไต่ โหน ลอด ลื่น แกว่งไกว พื้นที่มีความหลากหลายในด้านระดับความลาดชัน ความต่างของพื้นผิว โดยพื้นใต้เครื่องเล่นเป็นพื้นที่กันกระแทกในกรณีที่เด็กพลัดตกจากเครื่องเล่น มีรั้วรอบ ขอบชิด มีต้นไม้และไม้ประดับที่สวยงาม ๒) สวนเด็ก จัดให้มีวัสดุอุปกรณ์สำหรับเด็ก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ เกี่ยวกับธรรมชาติ เช่น กระบะทรายและของเล่นประกอบการเล่นทราย อ่างน้ำและและของเล่นประกอบการ เล่นน้ำ ดิน ท่อนไม้ หิน ฯลฯ มีไม้ประดับที่สวยงาม ๓) แปลงเกษตร จัดให้มีแปลงเกษตรสำหรับเด็ก รวมทั้งมี วัสดุอุปกรณ์สำหรับทำการเกษตร เช่น ช้อนตักดิน บัวรดน้ำ ฯลฯ ๔) ห้องน้ำอนุบาล จัดให้มีห้องน้ำที่มีขนาด เหมาะสม และปลอดภัยสำหรับเด็ก จัดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีก๊อกน้ำสำหรับเด็กในระดับที่เด็กใช้ได้ ด้วยตนเอง มีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอพร้อมให้บริการแก่เด็ก นอกจากนี้ยังมีแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ภายในโรงเรียนที่เด็กปฐมวัยสามารถใช้งาน ได้แก่ สนามโดม อเน ก ป ระส งค์ ห้ องเกี ย รติ ภู มิ ทุ่ งม ห าเม ฆ ส วน วรรณ ค ดี Rooftop Garden, Hidden Garden, Farm De Tung, Asian Hub ฯลฯ ได้รับการดูแลให้สะอาด และพร้อมใช้งานตลอดเวลา
๖๑ โรงเรียนให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ สำหรับครู โรงเรียนมีเครื่องคอมพิวเตอร์ และสัญญาณอินเทอร์เน็ตสำหรับบริการครูและบุคลากร ซึ่งสามารถ นำมาใช้ในการค้นคว้าข้อมูล ติดต่อประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนนำมาใช้ในการจัดประสบการณ์สำหรับ เด็ก มีห้องคอมพิวเตอร์ ห้อง Resource Center สำหรับบริการครูและนักเรียน แต่ละห้องเรียนมีสมาร์ททีวี สำหรับการใช้งาน ตลอดจนมีบุคลากรที่มีความชำนาญด้านเทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้ครูนำเทคโนโลยีที่ เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียนและช่วงวัยของเด็กมาปรับใช้ในการจัดประสบการณ์ โรงเรียนจัดทำเว็บไซต์ และเฟซบุ๊กของโรงเรียนซึ่งแสดงสารสนเทศที่สะดวกต่อการนำข้อมูลไปใช้ การจัดทำเฟซบุ๊กศูนย์เด็กปฐมวัย ต้นแบบโรงเรียนทุ่งมหาเมฆบริการสารสนเทศและนำเสนอข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ โรงเรียนให้บริการสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์อย่างเหมาะสมกับบริบทของ สถานศึกษา สื่อที่จัดเพื่อการเรียนรู้มีทั้งที่เป็นสื่อของจริง สื่อจากธรรมชาติ ของจำลอง รูปภาพ สิ่งพิมพ์ สื่อ เทคโนโลยี ฯลฯ เน้นการเลือกใช้สื่อที่มีความปลอดภัย เกิดประโยชน์คุ้มค่า ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง จัดให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการนำวัสดุเหลือใช้แล้วและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้มา มอบให้โรงเรียน โดยโรงเรียนจัดทำเป็นคลังสื่อ เพื่อให้เด็กนำมาใช้ในการทำงาน หรือให้ครูนำมาใช้ในการจัด ประสบการณ์ เป็นการอำนวยความสะดวก และให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ วัสดุ และอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์และพัฒนาครู โรงเรียนมีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โรงเรียนได้กำหนด มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยและอัตลักษณ์ของ สถานศึกษา โรงเรียนมีแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดรับกับมาตรฐานที่โรงเรียนกำหนด มีการดำเนินการตามแผน มีการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในโรงเรียน ติดตามผลการดำเนินงาน และจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองประจำปีนำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ สถานศึกษา โดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด มีระบบบริหารคุณภาพ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งในส่วนของครู ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา สมาคมผู้ปกครองและครูฯ รวมถึงชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้กระบวนการบริหารและการจัดการของโรงเรียนมีคุณภาพ ผลรวมมาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ จึงประเมินคุณภาพอยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม ๒. หลักฐานและข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่สนับสนุนผลการประเมิน ๑) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๑ ๒) รายงานการพัฒนาตนเองของครู ๓) พอร์ตโฟลิโอของครู ๔) รายงานการประชุมครูอนุบาล ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๕) รายงานการประชุมครูโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ
๖๒ ๖) แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ปีการศึกษา ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ๗) แผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๘) รายงานโครงการระดับการศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๙) บันทึกการนิเทศ / สมุดนิเทศ / สมุดเยี่ยม ๑๐) เว็บไซต์โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ๑๑) เฟซบุ๊กโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ๑๒) เฟซบุ๊กศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ๑๓) ภาพถ่ายกิจกรรม ๓. จุดเด่นและจุดควรพัฒนา จุดเด่น คือ โรงเรียนบริหารจัดการให้สามารถจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยได้ตรงตามหลักการ และทฤษฎีทางการศึกษาปฐมวัย และตรงตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อีกทั้งยังสามารถ ส่งเสริมอัตลักษณ์ของเด็กที่กำหนดไว้ คือ เด็กมีนิสัยรักการอ่านได้อย่างต่อเนื่อง จุดควรพัฒนา คือ โรงเรียนควรตรวจสอบและซ่อมบำรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และครุภัณฑ์ที่ใช้ มาเป็นเวลานานให้อยู่ในสภาพดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานในการพัฒนาคุณภาพเด็ก ๔. แนวทางการพัฒนาในอนาคต โรงเรียนดำเนินการตรวจสอบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และครุภัณฑ์ที่ใช้มาเป็นเวลานาน และ จัดสรรงบประมาณ เพื่อการซ่อมบำรุงให้อยู่ในสภาพดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งาน ในการพัฒนาคุณภาพเด็ก ๕. ความรับผิดชอบต่อสังคม โรงเรียนทุ่งมหาเมฆได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบเกี่ยวกับ กระบวนการบริหารและการจัดการ เช่น แจ้งผ่านจดหมายข่าว แจ้งผ่านไลน์ส่วนตัวของผู้ปกครอง แจ้งผ่าน การประชุมผู้ปกครองของแต่ละห้องเรียน แจ้งผ่านไลน์กลุ่มห้องเรียน ไลน์กลุ่มผู้ปกครองเครือข่ายโรงเรียน ทุ่งมหาเมฆ และเฟซบุ๊กศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ โรงเรียนยังมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านการเปิดให้คณะที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน และร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ซึ่งในปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีคณะที่มาศึกษาดูงาน ได้แก่ คณะผู้บริหารและครูคณะศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครู จากชมรมครูปฐมวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต ๒ คณาจารย์ และนักศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช อาจารย์และนิสิต สาขาวรรณกรรมสำหรับเด็ก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนประตูชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้โรงเรียนยังได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลในระดับนานาชาติ โดยโรงเรียนได้รับคัดเลือกจาก มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยของปลัดกระทรวง
๖๓ ศึกษาธิการและคณะ จากประเทศบรูไนดารุสซาลาม ซึ่งการศึกษาดูงานครั้งนี้ส่งผลให้ทางคณะของ ป ลั ด ก ระ ท รว งศึ ก ษ าธิก าร จั ด โค รงก าร Learning Spaces to Progress Preschool Students’ Development ซึ่งนำโดย Mr. Mohamed Amir lrwan Bin Haji Moksin ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเทศบรูไนดารุสซาลาม และคณะ ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ และ ครูปฐมวัย ๒ คน จากประเทศบรูไนดารุสซาลามมาศึกษาสังเกตการจัดการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียน ทุ่งมหาเมฆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๑ สัปดาห์ โรงเรียนยังได้รับการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในการนำคณาจารย์ และนักศึกษา สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยจาก Ningbo Early Childhood College ประเทศจีน มาศึกษาดูงานด้านการจัด การศึกษาปฐมวัย ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆอีกด้วย มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ประเด็น ระดับคุณภาพ ๓.๑ จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุล เต็มศักยภาพ ยอดเยี่ยม ๓.๒ สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข ยอดเยี่ยม ๓.๓ จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย ยอดเยี่ยม ๓.๔ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็ก ไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ยอดเยี่ยม ผลรวมมาตรฐานที่ ๓ ยอดเยี่ยม ๑. วิธีการพัฒนาและผลการพัฒนา โรงเรียนจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ครูจัด ประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ด้วยการออกแบบการจัดประสบการณ์ ๓ ลักษณะ คือ หน่วยการเรียนรู้ (Unit) การจัดประสบการณ์โดยใช้ วรรณ กรรม เป็ น ฐาน (Literature Based Approach) แล ะการจัด ป ระส บ การณ์ แบ บ โค รงก าร (Project Approach) ทั้งนี้ มีการบูรณาการการสอนภาษาแบบธรรมชาติ (Whole Language) ในการจัด ประสบการณ์ทั้ง ๓ ลักษณะดังกล่าว มีการจัดทำกำหนดการจัดประสบการณ์รายปี ครูวิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็น รายบุคคล จัดทำแผนการจัดประสบการณ์รายสัปดาห์ และแผนการจัดประสบการณ์รายวัน โดยการอบรม เลี้ยงดูและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่จัดสำหรับเด็กจะพัฒนาเด็กผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและ มีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การทดลอง การประกอบอาหาร การเล่านิทาน การสนทนา การอภิปราย การเพาะปลูก การเล่นบทบาทสมมติ การร้องเพลง การแสดงละคร การใช้สถานการณ์จำลอง ฯลฯ กิจกรรมประจำวันของโรงเรียนยึดกิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรม เสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมการเล่นตามมุม กิจกรรมกลางแจ้ง และเกมการศึกษา
๖๔ รวมถึงการดูแลเด็กในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วย จึงเป็นการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการ ทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กนี้ ได้จัดให้พ่อแม่และครอบครัว ชุมชน และผู้เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในหลายลักษณะ เช่น การจัดวัสดุหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับหน่วยการเรียนรู้ให้เด็กนำมาโรงเรียน การเป็นผู้ช่วยครู เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่เด็ก การจัดกิจกรรมในวันเด็ก การเป็นอาสาสมัครจัดฐานกิจกรรม ค่ายกลางวัน “วันเพลิน” การทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่บ้านตามแนวทางที่ประชาสัมพันธ์ในสมุดสายใยสัมพันธ์ ...บ้านและโรงเรียน ซึ่งส่งให้ทางครอบครัวทุกวันศุกร์ เป็นต้น การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆจึงถือเป็นแบบอย่างที่ดีด้าน การจัดการศึกษาปฐมวัยที่เหมาะสม ตรงตามปรัชญาและหลักการจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จะเห็นได้จากการที่โรงเรียนได้รับการคัดเลือกเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ครูของสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา และยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการศึกษาปฐมวัยของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้โรงเรียนยังได้รับคัดเลือกจากมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีให้เป็นแหล่งศึกษาดูงาน ด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยของปลัดกระทรวงศึกษาธิการและคณะ จากประเทศบรูไนดารุสซาลาม ซึ่งการศึกษาดูงานครั้งนี้ส่งผลให้ทางคณะของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการ Learning Spaces to Progress Preschool Students’ Development ซึ่ ง น ำ โ ด ย Mr. Mohamed Amir lrwan Bin Haji Moksin ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีประเทศบรูไนดารุสซาลาม และคณะ ซึ่งประกอบด้วย นักวิชาการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ และครูปฐมวัย ๒ คน จากประเทศบรูไนดารุสซาลามมาศึกษา สังเกตการจัดการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๑ สัปดาห์ และได้รับ การคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในการนำคณาจารย์ และนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย จาก Ningbo Early Childhood College ประเทศจีน มาศึกษาดูงานด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆอีกด้วย โรงเรียนสร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่น และปฏิบัติอย่างมีความสุข ครูออกแบบ และจัดประสบการณ์โดยให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ได้เล่น และปฏิบัติอย่างมีความสุขในหลากหลาย กิจกรรม เช่น ๑) ตัวอย่างการจัดประสบการณ์แบบหน่วย ในหน่วยต้นไม้ที่รัก/ธรรมชาติแสนงาม เด็กได้ไป สำรวจต้นไม้บริเวณรอบโรงเรียน Rooftop Garden, Hidden Garden ได้เห็นสัตว์หลากหลายชนิดที่อาศัยอยู่ บริเวณต้นไม้ในโรงเรียน เช่น กระรอก ผีเสื้อ นก ได้ชื่นชมความความสวยงามของสิ่งต่าง ๆ จากประสบการณ์ ตรง ฯลฯ หน่วยข้าว เด็กได้ทำอาหารจากข้าว ปลูกข้าว สังเกตต้นข้าว ฯลฯ ๒) ตัวอย่างการจัดประสบการณ์ โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน โดยใช้นิทานเรื่องเด็กหญิงผมทองกับหมีสามตัวที่เด็กเลือกมาใช้ในการจัดกิจกรรม เด็กได้ทำข้าวโอ๊ต สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ จำแนกขนาดของชาม เก้าอี้ เตียง เล่นละครสร้างสรรค์ เรื่องเด็กหญิงผมทองกับหมีสามตัว อีกทั้งยังได้สร้างสรรค์นิทานเล่มใหม่ร่วมกับเพื่อน ได้ออกแบบและ สร้างบ้านหมีในห้องเรียน ฯลฯ ๓) ตัวอย่างการจัดประสบการณ์แบบโครงการที่เด็กสนใจเรียนรู้โครงการสบู่ ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากความสนใจของเด็ก เด็กได้ตั้งคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับสบู่ได้สืบค้นวิธีการทำสบู่
๖๕ ขั้นตอนการทำสบู่ ได้ลงมือทำสบู่ มีวิทยากรมาสาธิตวิธีการทำสบู่ ได้ทดลองเปรียบเทียบสบู่ประเภทต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ฯลฯ ๔) ตัวอย่างกิจกรรมการเล่นตามมุม เด็กได้อ่านหนังสือหลากหลายประเภทใน มุมหนังสือ เด็กเล่นสมมติเขียนใบสั่งซื้ออาหาร ใบสั่งยา ฯลฯ ในมุมบ้าน เด็กได้สร้างสนามบิน สร้างปราสาท สร้างสวนสัตว์ สร้างเมือง ในมุมบล็อก เด็กใช้เลโก้ต่อเป็นรถหลากหลายประเภทในมุมของเล่น เด็กเล่นกับวัสดุ ธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งเมล็ดพืช ก้อนหิน เปลือกหอย ฯลฯ ในมุมวิทยาศาสตร์ ๕) ตัวอย่างกิจกรรมเล่นน้ำ เล่นทราย เด็กเล่นก่อปราสาททราย เล่นขุดหาไดโนเสาร์เล่นต่อท่อนไม้ตามจินตนาการ เล่นกรอกน้ำใส่ขวด เล่นช้อนตัวอักษรลอยน้ำ ฯลฯ ในสวนเด็ก ๖) ตัวอย่างกิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง เด็กได้เล่นกระดานลื่น ชิงช้า ลอดอุโมงค์ ปีนป่าย เดินทรงตัว ฯลฯ ในสนามเด็กเล่น ครูจัดประสบการณ์ดังตัวอย่างกิจกรรมข้างต้นตลอดทั้งปีการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรมเรียนรู้เชิงรุก ได้ลงมือปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างมี ความสุข โรงเรียนจัดบ รรยากาศที่เอื้อต่อก ารเรียน รู้ใช้สื่อ แล ะเทคโนโลยีที่เหม าะสมกับ วัย ครูจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยแบ่งห้องเรียนออกเป็น ๔ ส่วน คือ ๑) พื้นที่สำหรับมุมเล่น แบ่งเป็นมุมหนังสือ มุมบล็อก มุมบ้าน มุมของเล่น มุมศิลปะ และมุมวิทยาศาสตร์ ๒) พื้นที่อเนกประสงค์ เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันทั้งชั้นเรียน ทำกิจกรรมกลุ่มย่อย รับประทาน อาหาร และนอนพักผ่อน ๓) พื้นที่เก็บของใช้ส่วนตัวเด็ก มีตะกร้าส่วนบุคคลสำหรับเก็บผ้ากันเปื้อน ผ้าเช็ดหน้า แปรงสีฟัน แก้วสำหรับแปรงฟัน กระติกน้ำ กล่องสำหรับเก็บผลงาน ๔) พื้นที่เก็บของใช้ส่วนตัวครูซึ่งจัดให้ สะอาดและมีระเบียบเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก พื้นที่สำหรับเด็กจะเน้นให้เด็กค้นหา ใช้ และเก็บคืนได้ด้วย ตนเองโดยใช้ระบบสัญลักษณ์ จัดวางในระดับที่ไม่สูงเกินที่เด็กจะหยิบใช้และเก็บได้ด้วยตนเอง สะอาด และ มีระเบียบอยู่เสมอ โดยให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดเก็บ ทำความสะอาด มีการนำผลงานของเด็กมาจัดแสดง อย่างหลากหลายวิธี นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อเทคโนโลยี ทั้งในด้านภาพและเสียงที่เหมาะสมกับวัยด้วย สภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนจะมีพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ใช้ร่วมกับเด็กระดับประถมศึกษา และจัดพื้นที่ สำหรับเด็กปฐมวัยโดยเฉพาะ ประกอบด้วยห้องส่งเสริมการใช้ผัสสะ (Sensory Lab) จัดให้มีวัสดุอุปกรณ์ และ ของเล่น เพื่อให้เด็กเรียนรู้โดยการใช้ประสาทสัมผัส ในลักษณะของมุมเล่น โดยจัดให้แตกต่างจากของเล่นที่จัด ไว้ในห้องเรียน สนามเด็กเล่น จัดให้มีเครื่องเล่นสนามที่ให้เด็กได้ปีน ไต่ โหน ลอด ลื่น แกว่งไกว พื้นที่ มีความหลากหลายในด้านระดับความลาดชัน ความต่างของพื้นผิว โดยพื้นใต้เครื่องเล่นเป็นพื้นที่กันกระแทก ในกรณีที่เด็กพลัดตกจากเครื่องเล่น มีรั้วรอบขอบชิด มีต้นไม้และไม้ประดับที่สวยงาม สวนเด็ก จัดให้มีวัสดุ อุปกรณ์สำหรับเด็ก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ เช่น กระบะทรายและของเล่นประกอบการเล่น ทราย อ่างน้ำ และของเล่นประกอบการเล่นน้ำ ดิน ท่อนไม้ หิน ฯลฯ มีไม้ประดับที่สวยงาม แปลงเกษตร จัดให้มีแปลงเกษตรสำหรับเด็ก รวมทั้งมีวัสดุอุปกรณ์สำหรับทำการเกษตร เช่น ช้อนตักดิน บัวรดน้ำ ฯลฯ และ ห้องน้ำอนุบาล จัดให้มีห้องน้ำที่มีขนาดเหมาะสม และปลอดภัยสำหรับเด็ก จัดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีก๊อกน้ำสำหรับเด็กในระดับที่เด็กใช้ได้ด้วยตนเอง มีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
๖๖ ด้านการสร้างบรรยากาศด้านจิตภาพ ครูยึดถือแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี การดูแลและสร้างความสัมพันธ์กับเด็กปฐมวัยให้เติบโตไปทิศทางที่มี ความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง โดยการแสดงให้เด็กรู้ว่าครูรักและห่วงใย การปฏิบัติต่อเด็กด้วยความยอมรับนับถือ การสร้างข้อตกลงที่มีความหมายต่อเด็ก และการตอบสนองต่อเด็กอย่างเหมาะสมเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ เป็นที่ยอมรับหรือไม่เป็นที่ยอมรับ โดยคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็ก มากกว่าการคำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด นอกจากนี้ยังมีการจัดทำและใช้สื่อเทคโนโลยี ทั้งในด้านภาพและเสียงที่เหมาะสมกับวัย เช่น การใช้ วีดิทัศน์สำหรับการจัดประสบการณ์ การใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล ใช้แท็บเล็ตในการดูภาพแทน บัตรภาพ ใช้เครื่องเสียงเพื่อฝึกการนำเสนอและการกล้าแสดงออกของเด็ก เป็นต้น การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นสะท้อนว่าโรงเรียนจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เอื้อ ต่อการเรียนรู้โดยเด็กมีส่วนร่วม และมีการใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย โรงเรียนประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง และนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุง การจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ครูประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กจากกิจกรรมและกิจวัตรประจำวันด้วยเครื่องมือและ วิธีการที่หลากหลาย เป็นการประเมินตามสภาพจริง เช่น การสังเกตและบันทึก การสัมภาษณ์และจดบันทึก คำพูดของเด็ก การเก็บตัวอย่างผลงานการวาดภาพ การตัดกระดาษ การเขียน ฯลฯ มีการจัดทำพอร์ตโฟลิโอ ของเด็กโดยเด็กมีส่วนร่วมในการเลือกชิ้นงาน และผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการประเมินเด็ก อย่างสม่ำเสมอ มีการจัดทำแบบประเมินของโรงเรียนอย่างสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๑ มีการนำผลการประเมินมาพิจารณาและจัดทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนเพื่อปรับปรุง การจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก จัดให้มีกิจกรรมประชุมผู้ปกครองในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ในการพัฒนาเด็ก อีกทั้งตลอดปีการศึกษาโรงเรียนได้จัดให้คณะครูมีกระบวนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีกระบวนการวางแผน ลงมือ ตรวจสอบ และพัฒนาในแต่ละกิจกรรมอย่างเป็นพลวัต เสมอมา การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการจัดประสบการณ์ของโรงเรียนเป็นการจัด ประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ผลรวมมาตรฐานที่ ๓ จัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ จึงประเมิน คุณภาพอยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม ๒. หลักฐานและข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่สนับสนุนผลการประเมิน ๑) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๑ ๒) รายงานการใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๖ ๓) กำหนดการจัดประสบการณ์ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๔) แผนการจัดประสบการณ์ ๕) แบบบันทึกพัฒนาการ
๖๗ ๖) พอร์ตโฟลิโอเด็ก ๗) รายงานการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ๘) ภาพถ่ายกิจกรรม ๙) สมุดสายใยสัมพันธ์...บ้านและโรงเรียน ๑๐) สภาพแวดล้อมในห้องเรียน / ป้ายนิเทศ ๑๑) สมุดนิเทศ / สมุดเยี่ยม ๑๒) หนังสือราชการขอศึกษาดูงาน / ขอความร่วมมืองานการศึกษาปฐมวัย ๓. จุดเด่นและจุดควรพัฒนา จุดเด่น คือ โรงเรียนสามารถจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน อย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นแนวทางที่ สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อย่างเด่นชัด จุดควรพัฒนา คือ โรงเรียนควรจัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของผู้ปกครองใน การจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้าน หรือส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กที่บ้านอย่างสอดคล้องกับทางโรงเรียน อย่างต่อเนื่องจากเดิมซึ่งดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดผลการพัฒนาเด็กอย่างยั่งยืน ๔. แนวทางการพัฒนาในอนาคต โรงเรียนกำหนดแผนการจัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของผู้ปกครองในการจัดการ เรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้าน หรือส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กที่บ้านอย่างสอดคล้องกับทางโรงเรียน โดยมี การปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทของผู้ปกครองในแต่ละปีการศึกษา เพื่อให้เกิดผลการพัฒนาเด็ก อย่างยั่งยืน ๕. ความรับผิดชอบต่อสังคม โรงเรียนทุ่งมหาเมฆได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบเกี่ยวกับ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ เช่น แจ้งผ่านจดหมายข่าว แจ้งผ่านไลน์ส่วนตัวของผู้ปกครอง แจ้งผ่านการประชุมผู้ปกครองของแต่ละห้องเรียน แจ้งผ่านไลน์กลุ่มห้องเรียน ไลน์กลุ่มผู้ปกครองเครือข่าย โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ และเฟซบุ๊กศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ โรงเรียนยังมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านการเปิดให้คณะที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานและร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ซึ่งในปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีคณะที่มาศึกษาดูงาน ได้แก่ คณะผู้บริหารและครูคณะศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครู จากชมรมครูปฐมวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต ๒ คณาจารย์ และนักศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช อาจารย์และนิสิต สาขาวรรณกรรมสำหรับเด็ก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนประตูชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๖๘ นอกจากนี้โรงเรียนยังได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลในระดับนานาชาติ โดยโรงเรียนได้รับคัดเลือกจาก มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยของปลัดกระทรวง ศึกษาธิการและคณะ จากประเทศบรูไนดารุสซาลาม ซึ่งการศึกษาดูงานครั้งนี้ส่งผลให้ทางคณะของ ป ลั ด ก ระ ท รว งศึ ก ษ าธิก าร จั ด โค รงก าร Learning Spaces to Progress Preschool Students’ Development ซึ่งนำโดย Mr. Mohamed Amir lrwan Bin Haji Moksin ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเทศบรูไนดารุสซาลาม และคณะ ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ และ ครูปฐมวัย ๒ คน จากประเทศบรูไนดารุสซาลามมาศึกษาสังเกตการจัดการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียน ทุ่งมหาเมฆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๑ สัปดาห์ โรงเรียนยังได้รับการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในการนำคณาจารย์ และนักศึกษา สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยจาก Ningbo Early Childhood College ประเทศจีน มาศึกษาดูงานด้านการจัด การศึกษาปฐมวัย ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆอีกด้วย มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ประเด็น ระดับคุณภาพ ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ ยอดเยี่ยม ๒) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา ยอดเยี่ยม ๓) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ยอดเยี่ยม ๔) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ยอดเยี่ยม ๕) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ยอดเยี่ยม ๖) มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ยอดเยี่ยม ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานที่กำหนด ยอดเยี่ยม ๒) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ยอดเยี่ยม ๓) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ยอดเยี่ยม ๔) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม ยอดเยี่ยม ผลรวมมาตรฐานที่ ๑ ยอดเยี่ยม
๖๙ ๑. วิธีการพัฒนาและผลการพัฒนา สถานศึกษามีกระบวนการพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย ครูจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตาม ศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรมีการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ เหมาะสมกับผู้เรียน โดยมีการจัดการเรียนรู้ทั้งรูปแบบการระดมสมอง แบบลงมือปฏิบัติจริง แบบร่วมมือกัน เรียนรู้ แบบใช้กระบวนการคิดกระบวนการใช้ปัญหาเป็นหลัก โดยใช้กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนปัจจุบัน และเน้นเรื่องการอ่านของผู้เรียนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดโดยมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนทุกคนอ่านออกและเขียนได้ ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ พัฒนาครูผู้สอนทุกคนได้มีการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ เทคนิควิธีสอนให้ตรงตามศักยภาพผู้เรียน ใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน มีแหล่งเรียนรู้และ แหล่งสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้แก่ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้อง Resourse centre เว็บไซต์ ต่าง ๆ เป็นต้น ครูในระดับชั้นเดียวกันร่วมกัน กำหนดแผนการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลแบบ บูรณาการ ครูเน้นการใช้คำถามเพื่อพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียน และจัดการเรียนการสอนแบบแลกเปลี่ยน เรียนรู้ นอกจากนี้สถานศึกษาได้มีการดำเนินการเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของผู้เรียน เพื่อให้อยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุข เน้นการพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน โดยการจัดกิจกรรม ๓ ศาสนา ทุกระดับชั้น เน้นให้ผู้เรียนมีวินัย ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ และมีจิตสาธารณะ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมา ร่วมกันวางแผนการจัดการเรียนการสอนและมีการเรียนรู้ในโลกกว้าง การเข้าไปศึกษากับภูมิปัญญาในชุมชน รอบๆ สถานศึกษาจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ โดยยึดเป้าหมายเชิงคุณภาพ ๔ ด้าน ( ๔ H ) เช่น กิจกรรมชุมนุมเสริมทักษะทางวิชาการ กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมกีฬา และกิจกรรมศาสนา เป็นต้น ในด้านผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ผู้เรียนสามารถอ่านออกและอ่านคล่องตามมาตรฐาน การอ่านในแต่ละระดับชั้น สามารถเขียนสื่อสารได้ดี รู้จักการวางแผนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีตามหลัก ประชาธิปไตย กล้าแสดงออก และแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์ได้อย่างสร้างสรรค์สืบค้นข้อมูลหรือแสวงหา ความรู้จากสื่อ เทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง รวมทั้งสามารถวิเคราะห์ จำแนก แยกแยะได้ว่าสิ่งไหนดี สำคัญ จำเป็น รวมทั้งรู้เท่าทันสื่อและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วผู้เรียนรู้และตระหนักถึงโทษและพิษภัยของสิ่งเสพติด ต่างๆ เลือกรับประทานอาหารที่สะอาด และมีประโยชน์ รักการออกกำลังกาย นักเรียนทุกคนสามารถเล่นกีฬา ได้อย่างน้อยคนละประเภท ยอมรับในกฎกติกาของกลุ่มของสถานศึกษาของสังคม มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต รวมถึงมีความเข้าใจเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคลและระหว่างวัย ทั้งนี้ มีผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์จาก การประเมินในด้านต่าง ๆ ดังนี้
๗๐ ประเด็น ผลการประเมิน มีความสามารถ ใ น ก า ร อ่ า น การเขียน ความสามารถ ในการสื่อสาร ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๙๖.๓ ๙๘.๙ ๑๐๐ ๐ ๐ ๐ ๓.๗ ๑.๒๓ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่มีความสามารถในการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ จ าแนกตามระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม ดีมาก ผ่าน
๗๑ ประเด็น ผลการประเมิน ความสามารถ ในการคิดคำนวณ ความสามารถใน การคิดวิเคราะห์ คิ ด อ ย่ า ง มี วิ จ า ร ณ ญ า ณ อ ภิ ป ร า ย แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น และแก้ปัญหา ความสามารถใน การสร้างนวัตกรรม แ ล ะ ก า ร ใ ช้ เ ท ค โ น โ ล ยี สารสนเทศ และการสื่อสาร ๑๐๐ ๙๘.๕๗ ๘๗.๙๕ ๗๙.๐๑ ๙๐.๑๑ ๘๙.๔๗ ๐ ๑.๔๓๑๒.๐๕ ๒๐.๙๙ ๑.๑๑๐.๕๓ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ แผนภูมิความสามารถในการคิดค านวณ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ๑๐๐ ๑๐๐ ๙๓.๙๘ ๙๗.๕๓ ๙๖.๗ ๘๙.๔๗ ๐ ๐ ๖.๐๒ ๑๑.๑๑ ๓.๓๑๐.๕๓ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ จ าแนกตามระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม ดีมาก ผ่าน ๙๗.๖๗ ๙๕.๗๑ ๙๖.๓๙ ๙๖.๓ ๙๕.๖ ๙๖.๘๔ ๒.๓๓ ๔.๒๙ ๓.๖๑ ๓.๗ ๔.๔ ๓.๑๖ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและการ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ จ าแนกตามระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม ดีมาก ผ่าน
๗๒ ประเด็น ผลการประเมิน ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนตามหลักสูตร สถานศึกษา ผลการทดสอบทาง ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้นฐานระดับชาติ (O-NET) ค ว า ม รู้ ทั ก ษ ะ พื้นฐานและเจตคติ ที่ดีต่องานอาชีพ ๖๙.๕๗ ๗๖.๖๘ ๖๖.๖ ๗๖.๖๘๙๙.๖ ๙๕.๒๖ ๙๒.๖๙ ๗๗.๒๗ ๗๑.๕๔ ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ ๓ ขึ้นไป ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ จ าแนกตามระดับคุณภาพ ๗๐.๑๙ ๔๕.๘๗ ๓๕.๒๓๔๗.๕๖ ๔๙.๗๒ ๕๖.๒๓๓.๖๕๒๘.๗๓๙.๖๙ ๓๙.๕๖๕๗.๓๓๗.๓๒๒๙.๙๖ ๔๐.๗๕ ๔๑.๓๓ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เฉลี่ยรวม แผนภูมิผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับชาติ (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ระดับโรงเรียน ระดับสังกัด ระดับประเทศ ๓๐.๒๓ ๒๗.๑๔๔๐.๖๙ ๔๖.๙๑ ๔๐.๖๖ ๒๘.๔๒ ๖๓.๙๕ ๖๑.๔๓ ๕๔.๒๒ ๔๔.๔๔ ๔๙.๔๕ ๕๔.๗๔ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ แผนภูมิความรู้ ทักษะพื้นฐานและเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ดีเยี่ยม ดีมาก ผ่าน
๗๓ ประเด็น ผลการประเมิน คุณลักษณะที่พึง ประสงค์ของผู้เรียน ก า ร ศึ ก ษ า ต่ อ ร ะ ดั บ ชั้ น มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ของนักเรียน ที่สำเร็จการศึกษา ปี ก า ร ศึ ก ษ า ๒๕๖๖ ทั้งนี้ โรงเรียนใช้หลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) เพื่อการพัฒนาผู้เรียนด้วย การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย จัดกิจกรรมตามโครงการอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา โดยจัด การเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning เสริมสมรรถนะ อีกทั้งตลอดปีการศึกษาโรงเรียนได้จัดให้ คณะครูมีกระบวนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีกระบวนการวางแผนลงมือ ตรวจสอบ และพัฒนาในการเรียนการสอน ซึ่งส่งผลให้ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในด้านต่าง ๆ อยู่ในระดับดี ซึ่งยังคงบรรลุตามค่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด ผลรวมมาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน จึงประเมิน คุณภาพอยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ แผนภูมิผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดีเยี่ยม ดี
๗๔ ๒. หลักฐานและข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่สนับสนุนผลการประเมิน ๑) สมุดบันทึกผลการเรียน ๒) แบบแสดงผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ปพ.๕ ๓) ระเบียนสะสม ๔) บันทึกสุขภาพประจำตัวผู้เรียน ๕) แผนการจัดการเรียนรู้ ๖) แผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๗) รายงานโครงการระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๘) รายงานผลการทดสอบการประเมินความสามารถด้านการอ่านผู้เรียน ชั้นป.๑ (Reading Test:RT) ๙) รายงานผลการทดสอบการประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้น ป.๓ (National Test : NT) ๑๐) รายงานผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน ชั้น ป.๖ (O–NET) ๓. จุดเด่นและจุดควรพัฒนา จุดเด่น คือ ผู้เรียนอ่านหนังสือออกและอ่านคล่อง รวมทั้งสามารถเขียนเพื่อการสื่อสารได้ทุกคน สามารถใช้เทคโนโลยีในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอยู่ใน ระดั บ ดี เยี่ย ม มี ค ะแ น น เฉ ลี่ ย ผล ก ารท ด ส อ บ ท างก ารศึ กษ าระดั บ ช าติ ขั้ น พื้ น ฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ สูงกว่าระดับชาติทั้ง ๔ วิชา ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่าน ตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน มีลายมือที่เป็นเอกลักษณ์คือ ลายมือแบบ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมีสมรรถภาพทางกายและน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์ และ มีระเบียบวินัย เคารพกฎกติกา มารยาทของสังคม จุดควรพัฒ นา คือ ผู้เรียนในระดับชั้น ป.๑ – ป.๓ ยังต้องเร่งพัฒ นาด้านการนำเสนอ การอภิปรายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสมเหตุสมผล และต้องพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาตามสถานการณ์ได้ อย่างเหมาะสม ผู้เรียนในระดับชั้น ป.๔ - ป.๖ ยังต้องได้รับการส่งเสริมในด้านทัศนคติที่ดีต่อการใฝ่รู้ใฝ่เรียน และการกล้าแสดงออกในการสื่อสารกับชาวต่างชาติ ๔. แนวทางการพัฒนาในอนาคต โรงเรียนวางแผนการดำเนินการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง มีการประเมินผล และนำผลการประเมินมา พัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม และอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ๕. ความรับผิดชอบต่อสังคม โรงเรียนทุ่งมหาเมฆมีการใช้หลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) อีกทั้ง
๗๕ มีการเผยแพร่ข้อมูลการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ เช่น แจ้งผ่านจดหมายข่าว การแจ้งผ่านการประชุม ผู้ปกครอง ไลน์กลุ่มห้องเรียน ไลน์กลุ่มสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ และไลน์กลุ่มผู้ปกครอง เครือข่ายโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ เป็นต้น เว็บไซต์ของทาโรงเรียน คือ https://www.tms.ac.th และเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/Tungmahamek School โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ซึ่งทางโรงเรียนได้เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอตลอดปีการศึกษา มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ประเด็น ระดับคุณภาพ ๒.๑ มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน ยอดเยี่ยม ๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ยอดเยี่ยม ๒.๓ ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตร สถานศึกษา และทุกกลุ่มเป้าหมาย ยอดเยี่ยม ๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ยอดเยี่ยม ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่าง มีคุณภาพ ยอดเยี่ยม ๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการ จัดการเรียนรู้ ยอดเยี่ยม ผลรวมมาตรฐานที่ ๒ ยอดเยี่ยม ๑. วิธีการพัฒนาและผลการพัฒนา สถานศึกษาได้ดำเนินการวิเคราะห์สภาพปัญหาผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมา โดยการศึกษาข้อมูล สารสนเทศจากผลการนิเทศ ติดตาม ประเมิน การจัดการศึกษาตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษา และ จัดประชุมระดมความคิดเห็น จากบุคลากรในสถานศึกษา เพื่อวางแผนร่วมกัน ในการกำหนดเป้าหมายปรับ วิสัยทัศน์ กำหนดพันธกิจกลยุทธ์ ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีการปรับ แผนพัฒนาคุณภาพจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปีที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการพัฒนา และนโยบายการปฏิรูปการศึกษา พร้อมทั้งจัดหาทรัพยากร จัดสรรงบประมาณมอบหมายงานให้ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการพัฒนาตามแผนงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้มีการดำเนินการนิเทศ กำกับติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานและจัดทำรายงานผลการจัดการศึกษา
๗๖ โรงเรียนให้บริการสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมกับบริบท ของ สถานศึกษา โดยกำหนดกรอบแนวคิดในการบริหารจัดการโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ Tungmahamek SWOT Analysis เป็นรูปแบบการบริหารงานสถานศึกษา TMS Model กำหนดขั้นตอนการนำไปสู่การปฏิบัติ การติดตามและประเมินผล นอกจากนี้ทางโรงเรียนทุ่งมหาเมฆได้กำหนดกรอบการบริหารจัดการโรงเรียนรูปแบบ TMS Model ไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดไว้ในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และมอบหมายให้ครู และบุคลากรนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน จากที่ได้นำเสนอกรอบการบริหารจัดการโรงเรียนรูปแบบ TMS Model ไปสู่การปฏิบัติส่งผลทำให้ นางสุดารัตน์ พลแพงพา ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งมหาเมฆได้รับการคัดเลือกผลงานรูปแบบ/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ของผู้บริหารปฐมวัย โดยผลการคัดเลือก คือระดับดีเยี่ยม ในโครงการขับเคลื่อนการ พัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย ในระดับพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ Tungmahamek School SWOT TQA PDCA C TMS Model T คือ Transparency ความโปร่งใส M คือ Management การบริหารจัดการ S คือ Smart Kids การพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ Skill ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ และมีทักษะชีวิต Manner ผู้เรียนมีมารยาทงดงาม Achievement ผู้เรียนประสบความสำเร็จ ในการเรียนรู้ Reading habit ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่าน Technology Literacy ผู้เรียนมีความรู้ด้าน เทคโนโลยี C
๗๗ ได้นำรูปแบบ/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) มาพัฒนาและขยายผลในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ใช้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ทางโรงเรียนได้จัดทำข้อมูลสารสนเทศและนำเสนอข้อมูลให้ ผู้เกี่ยวข้องทราบในช่องทางที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารกับ ผู้ปกครองผ่าน Application Facebook และ Line เพื่อนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ โรงเรียน การใช้สื่อเทคโนโลยีนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาในช่องทางต่าง ๆ โรงเรียนก็ได้พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆอย่างเหมาะสมกับพัฒนาการของผู้เรียน เพื่อทำงานร่วมกับผู้ปกครองในช่องทางที่ หลากหลาย และช่วงเวลาที่ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก โดยใช้ได้ทั้ง Application Facebook และ Line เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินชีวิตของผู้ปกครอง และครูได้ติดต่อเพื่อให้ความช่วยเหลือ แนะนำ การทบทวนบทเรียนของผู้เรียนเมื่ออยู่ที่บ้านทุกคนอย่างสม่ำเสมอ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ของ โรงเรียนได้รับการส่งเสริมพัฒนาการอย่างต่อเนื่องเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ตามหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ทางโรงเรียนได้ มีการเยี่ยมบ้านนักเรียน ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเป็นการทำ ความรู้จักนักเรียนรายบุคคล คัดกรองนักเรียน การส่งเสริมพัฒนาป้องกันและแก้ไขปัญหาของนักเรียนและ ผู้ปกครอง โดยมีผู้บริหารและครูประจำชั้นและครูในสายชั้นลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อสำรวจความพร้อม ของนักเรียนในเบื้องต้น นอกจากนี้ทางโรงเรียนได้สนับสนุนและช่วยเหลือนักเรียน และผู้ปกครองเพิ่มเติมใน ด้านของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการจัดเรียนรู้ และมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่คลาดแคลน ทุนทรัพย์ เพื่อนำไปใช้ในจ่ายเกี่ยวกับการเรียนการรู้ของนักเรียน นอกจากนี้โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการคุณภาพมีการนิเทศ กำกับ ติดตามการปฏิบัติงานเพื่อ การชี้แนะระหว่างการปฏิบัติงานซึ่งส่งผลต่อคุณภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา ดำเนินการนิเทศตามกรอบ การบริหารจัดการโรงเรียนรูปแบบ TMS Model ไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดไว้ในแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และมอบหมายให้ครูและบุคลากรนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน อีกทั้งตลอดปีการศึกษาโรงเรียนได้จัดให้คณะครูมี กระบวนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีกระบวนการวางแผน ลงมือ ตรวจสอบและ พัฒนาในแต่ละกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้กระบวนการบริหารและการจัดการของโรงเรียนมีคุณภาพ ส่งผลดีต่อเด็กและผู้เกี่ยวข้อง ผลรวมมาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ จึงประเมินคุณภาพ อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม
๗๘ ๒. หลักฐานและข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่สนับสนุนผลการประเมิน ๒.๑ สถานศึกษามีการกำหนดเป้าหมายวิสัยทัศน์ และพันธกิจสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการพัฒนาของสถานศึกษา นโยบายการปฏิรูปการศึกษาความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น และ สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปตามแผนการศึกษาชาติ ๒.๒ แผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปีสอดคล้องกับการพัฒนาผู้เรียน ทุกกลุ่มเป้าหมาย มีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญตามมาตรฐานตำแหน่ง ข้อมูลสารสนเทศมีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย นำไปประยุกต์ใช้ได้ มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ และ มีกิจกรรมจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่กระตุ้นผู้เรียนให้ใฝ่เรียนรู้ ๒.๓ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษามีส่วนร่วมในการร่วมวางแผน พัฒนาคุณภาพการศึกษา และรับทราบรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา ๒.๔ สถานศึกษามีการนิเทศ กำกับติดตาม และประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษา ที่เหมาะสมเป็นระบบและต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ๒.๕ สถานศึกษาจัดทำกรอบการบริหารจัดการโรงเรียนรูปแบบ TMS Model ไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดไว้ในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี ๒.๖ สถานศึกษามีการระดมทรัพยากรเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากเครือข่ายอุปถัมภ์ ส่งผลให้สถานศึกษามีสื่อ และแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ๓. จุดเด่นและจุดควรพัฒนา จุดเด่น คือ สถานศึกษามีการบริหารและการจัดการอย่างเป็นระบบโดยยึดหลักการบริหารตามกรอบ การบริหารจัดการโรงเรียนรูปแบบ TMS Model มีการพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาภายใต้วงจรคุณภาพ PDCA ด้วยการบริหารที่มีระบบ ยึดหลักการของความร่วมมือเป็รวงจร PDCA มีการประสานความร่วมมือจาก ทุกฝ่ายทุกขั้นตอนของกระบวนการ ดำเนินงานโดยวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหาของการจัดการศึกษาที่ ผ่านมา (Swot Analysis) จัดให้มีการประชุมแบบมีส่วนร่วม การประชุมระดมสมอง การประชุมกลุ่ม ทุกฝ่ายมี ส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย ที่ชัดเจน มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี ที่สอดคล้องกับผลการจัดการศึกษา สภาพปัญหา ความต้องการพัฒนา และนโยบาย การปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ มีการดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล การดำเนินงาน และจัดทำรายงานผลการจัดการศึกษา รวมทั้งโรงเรียนใช้กระบวนวิจัยในการรวบรวมข้อมูล เพื่อใช้เป็นฐานในการวางแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา จุดควรพัฒนา ๑. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจนถูกต้องและเป็นปัจจุบันการเปิดโอกาสให้ ผู้ปกครองได้มีส่วนในการเสนอความคิดเห็นในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน และสร้างเครือข่าย
๗๙ ความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มีความเข้มแข็งมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อ ผลการจัดการศึกษา การขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษาและระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้เพียงพอ ทันสมัยยิ่งขึ้น ๒. การนำสื่อเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน ๔. แนวทางการพัฒนาในอนาคต โรงเรียนวางแผนการดำเนินการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง มีการประเมินผล และนำผลการประเมินมา พัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม และอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ๕. ความรับผิดชอบต่อสังคม โรงเรียนทุ่งมหาเมฆได้มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ตามกรอบการบริหาร จัดการโรงเรียนรูปแบบ TMS Model ไปสู่การปฏิบัติดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษา พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพจัดสภาพแวดล้อมทาง กายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ เช่น การพัฒนาห้องเรียน การจัดอบรมครู การนิเทศการสอนของครู อีกทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ เช่น แจ้งผ่าน จดหมายข่าว การแจ้งผ่านการประชุมผู้ปกครอง , ไลน์กลุ่มห้องเรียน , ไลน์กลุ่มสมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ , ไลน์กลุ่มผู้ปกครองเครือข่ายโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ เป็นต้น เว็บไซต์ของทางโรงเรียน คือ https://www.tms.ac.th แ ล ะ เพ จ เฟ ซ บุ๊ ก https://www.facebook.com/Tungmahamek School โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ซึ่งทางโรงเรียนได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอตลอดปีการศึกษา มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ประเด็น ระดับคุณภาพ ๓.๑ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไป ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ ยอดเยี่ยม ๓.๒ ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ยอดเยี่ยม ๓.๓ มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ยอดเยี่ยม ๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน ยอดเยี่ยม ๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุง การจัดการเรียนรู้ ยอดเยี่ยม ผลรวมมาตรฐานที่ ๓ ยอดเยี่ยม
๘๐ ๑. วิธีการพัฒนาและผลการพัฒนา สถานศึกษาดำเนินการส่งเสริมให้ผู้สอนจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยการดำเนินงาน/กิจกรรมอย่างหลากหลาย มีการประชุมปฏิบัติการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา โดยบูรณาการภาระงาน ปรับโครงสร้างรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ สนับสนุนให้ผู้สอนจัดการเรียนการสอนที่สร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วม ได้ลงมือปฏิบัติจริงจนสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง จัดการเรียนการสอนที่เน้นทักษะการคิดมากยิ่งขึ้น และได้ เสริมสร้างบรรยากาศทั้งภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ใช้สื่อการเรียนการสอน นวัตกรรมที่ผู้สอนได้ สร้างขึ้น และเทคโนโลยีมีการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของสื่อการสอนที่ใช้ ผู้สอนทุกคนจัดทำ นวัตกรรมและวิจัยในชั้นเรียนตามกรอบแนวการบริหาร TMS Model อย่างน้อยปีการศึกษาละ ๑ เรื่อง โดยผู้สอนทุกคนจัดทำนวัตกรรมภายใต้โครงการ One Teacher One Innovation : OTOI ได้รับการตรวจ และรับคำแนะนำจากศึกษานิเทศก์ของเขตพื้นที่ ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ผู้สอนได้ยึดหลักการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามแนวคิด Active Leaning จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการรู้เขา รู้เรา เพื่อแลกเปลี่ยนทางการศึกษา ศิลปวัฒนธรรมระหว่างผู้เรียนโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ กับผู้เรียนโรงเรียนอื่น ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้ง ดำเนินงาน/โครงการ/การสร้างนวัตกรรมของผู้สอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนในรูปแบบกระบวนการ PLC และพัฒนา ให้มีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งผลให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนมากยิ่งขึ้น ก้าวทันเทคโนโลยี ซึ่งผู้สอนได้มีการสะท้อน ผลผู้เรียนย้อนกลับอย่างต่อเนื่อง ผู้สอนมีการติดตามช่วยเหลือผู้เรียน ร่วมกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อ พัฒนาผู้เรียนและนำผลไปปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนให้มีประสิทฺธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ การประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ ๓ อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม ๒. หลักฐานและข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่สนับสนุนผลการประเมิน ๑) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐) ๒) แผนปฏิบัติการของสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๓) แผนการจัดการเรียนรู้ ๔) แบบรายงานผลการเรียน ๕) รายงานการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ๖) รายงานการใช้นวัตกรรม One Teacher One Innovation : OTOI ๗) ภาพถ่ายกิจกรรม ๘) สภาพแวดล้อมในห้องเรียน / ป้ายนิเทศ ๙) แบบบันทึกการนิเทศภายใน ๑๐) สมุดนิเทศ / สมุดเยี่ยม
๘๑ ๓. จุดเด่นและจุดควรพัฒนา จุดเด่น คือ ผู้สอนมีความตั้งใจ มุ่งมั่นในการพัฒนาการสอน โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ ผู้สอนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ครบทุกรายวิชาและทุกชั้นปี จัดทำสื่อการเรียนการสอนโดยใช้ วีดิทัศน์ประกอบการสอน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สอดคล้องกับ แผนการจัดการเรียนรู้ปกติในห้องเรียน นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง แสวงหาความรู้จากสื่อเทคโนโลยีด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ผู้เรียนมี ส่วนร่วมในการจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ นวัตกรรมและผลงานวิจัยในชั้นเรียนของ ผู้สอนทุกคน ได้รับการตรวจประเมินพร้อมทั้งได้รับคำแนะนำจากศึกษานิเทศก์ของเขตพื้นที่ ผู้บริหาร และ ผู้เชี่ยวชาญ จุดควรพัฒนา คือ การจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสนำเสนองานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแสดงความคิดเห็น โดยผู้สอนเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนทันทีเพื่อ นำไปใช้พัฒนาตนเอง ๔. แนวทางการพัฒนาในอนาคต โรงเรียนวางแผนการดำเนินการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง มีการประเมินผล และนำผลการประเมินมา พัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม และอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ๕. ความรับผิดชอบต่อสังคม โรงเรียนทุ่งมหาเมฆได้จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิด และการปฏิบัติจริง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในการดำเนินชีวิตได้การใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้และมีการตรวจสอบ และประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนำผลมาพัฒนาผู้เรียน เช่น การทำนวัตกรรม/วิจัยในชั้นเรียน อีกทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ เช่น แจ้งผ่านจดหมายข่าว การแจ้งผ่าน การประชุมผู้ปกครอง, ไลน์กลุ่มห้องเรียน, ไลน์กลุ่มสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ, ไลน์กลุ่ม ผู้ปกครองเครือข่ายโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ เป็นต้น เว็บไซต์ของทางโรงเรียน คือ https://www.tms.ac.th และ เพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/Tungmahamek School โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ซึ่งทางโรงเรียน ได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอตลอดปีการศึกษา
๘๒ การปฏิบัติที่ดีเลิศของสถานศึกษาหรือนวัตกรรมของสถานศึกษาที่โดดเด่น (ระบุ ๑ ผลงาน) นวัตกรรมของสถานศึกษาที่โดดเด่น ได้แก่ นวัตกรรม “โรงเรียนต้นแบบด้านการจัดกิจกรรมการ ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ความสำคัญของนวัตกรรม โรงเรียนทุ่งมหาเมฆกำหนดอัตลักษณ์ของโรงเรียน คือ ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่าน ด้วยโรงเรียนตระหนัก ในความสำคัญของนิสัยรักการอ่านว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนามนุษย์ให้เป็นผู้เรียนที่เรียนรู้ตลอดชีวิต การบริหารจัดการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนดำเนินการโดยจัดทำแผนปฏิบัติงานส่งเสริมนิสัยรัก การอ่าน ตามโครงการหนูน้อยนักอ่านในระดับปฐมวัย และโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่ผู้เรียน จุดประสงค์ - เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน รู้จักแสวงหาความรู้และศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง เป้าหมายของการดำเนินงาน ๑. เชิงปริมาณ - นักเรียนโรงเรียนทุ่งมหาเมฆทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ๒. เชิงคุณภาพ - นักเรียนโรงเรียนทุ่งมหาเมฆมีนิสัยรักการอ่าน รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติม ขั้นตอนการดำเนินงาน - โรงเรียนมีแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และวิธีการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ๑. มีแผนงานโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน การดำเนินการ : โรงเรียนได้จัดทำแผนงานส่งเสริมนิสัยรักการในโรงเรียน ดังนี้ วิธีการดำเนินการ/ ขั้นตอนการดำเนินงาน ๑.๑ ขออนุมัติโครงการต่อผู้บริหารและชี้แจงผู้เกี่ยวข้อง ๑.๒ ประชุมชี้แจงครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการ ดำเนินงานตามโครงการ ๑.๓ ดำเนินงานตามกิจกรรมโครงการ ๑.๓.๑ กิจกรรมรักการอ่าน ( ป.๑-ป.๖ สัปดาห์ละ ๑ ชั่งโมง ) - โรงเรียนได้จัดตารางสอนในรายวิชารักการสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมง/ห้องเรียน โดยคุณครู ที่รับผิดชอบในรายวิชารักการอ่านนจะจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีนิสัยนิสัยรักการให้แก่นักเรียน เช่น การรู้จัก หนังสือ ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง การอ่านจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน ข้อคิดที่ได้จากเรื่องที่อ่าน และการทำ กิจกรรมที่สอดคล้องกับหนังสือที่อ่าน
๘๓ ๑.๓.๒ กิจกรรม รู้รักษ์ ภาษาไทย (ทุกวันอังคารกิจกรรมหน้าเสาธง) - ครูในกลุ่มสาระภาษาไทยและคณะกรรมการนักเรียนของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆจะเป็น ผู้รับผิดชอบในกิจกรรมนี้ เป็นการนำเสนอคำศัพท์ คำอ่าน และความหมายของคำที่ได้อ่านหรือนำเสนอสำนวน ไทย และความหมายของสำนวน กิจกรรมจะจัดขึ้นในทุกเช้าวันอังคารหลังเครพธงชาติเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ นักเรียนทุกคนได้อ่านและรับความรู้ของคำศัพท์หรือสำนวนไทยเพิ่มเติม ๑.๓.๓ กิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน ( เวลา ๑๒.๐๐-๑๒.๒๐ ) - ในช่วงเวลา ๑๒.๐๐-๑๒.๒๐ หลังจากที่นักเรียนรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อย แล้ว ก่อนเข้าชั่งโมงเรียนแรกในช่วงตอนบ่าย นักเรียนจะได้ทำกิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน โดยจะเลือก หนังสือที่นักเรียนชื่นชอบมาอ่าน เพื่อหาความรู้เพิ่มเติมและมีสมาธิก่อนเข้าชั่งโมงเรียนในช่วงตอนบ่าย ๑.๓.๔ กิจกรรมส่งเสริมการอ่านในวันสำคัญ - วันสุนทรภู่ - วันภาษาไทย/สัปดาห์ห้องสมุด ในกิจกรรมวันสำคัญจะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน เช่น การแข่งขันการเขียน ตามคำ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ , การแข่งขันเปิดพจนานุกรม ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ และกิจกรรมครอบครัวรักการอ่าน พาใจสุขสันต์ โดยกิจกรรมนี้ผู้ปกครองจะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมนิสัยรัก การอ่านให้แก่นักเรียน เป็นการส่งรูปภาพประกวดพร้อมกับเขียนบรรยายเนื้อหาของหนังสือที่ได้อ่าน ๑.๓.๕ กิจกรรมห้องสมุดของฉัน - นักเรียนแต่ละระดับจะมีการเข้าไปใช้ห้องสมุดสายชั้นละ ๑ ชั่งโมง/สัปดาห์ ๑.๓.๖ ท่องบทอาขยานสืบสานวัฒนธรรมทางภาษา - ในแต่ละระดับชั้นจะมีการท่องบทอาขยานบทหลักของแต่ละระดับชั้นก่อนเข้าเรียน วิชาภาษาไทย ทั้งนี้ยังมีป้ายนิเทศบทอาขยานติดไว้ที่มุมตึกตรงทางขึ้น-ลงของบันได เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกท่อง ๑.๓.๗ จัดนิทรรศการรักการอ่าน - เมื่อจบปีการศึกษาจะมีการนำเสนอผลงานที่นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาของแต่ละระดับชั้น เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับครูผู้สอนและนักเรียนในแต่ละระดับชั้นนำไป พัฒนาให้ดีขึ้น ๑.๔ การกำกับติดตามการดำเนินงาน ๑.๔.๑ นิเทศ กำกับ ติดตามงานตามกิจกรรมโครงการ ๑.๕ ประเมินผล สรุปผล และรายงานโครงการ - โรงเรียนมีพื้นที่/สถานที่ให้เอื้อต่อการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโดยนักเรียนสามารถเข้าถึง ทรัพยากรการอ่านได้ การดำเนินการ : โรงเรียนได้จัดหาทรัพยากรส่งเสริมการอ่าน การส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรัก การอ่าน โดยครูสร้างและพัฒนาสื่อการอ่าน พร้อมทั้งสนับสนุนและจัดหาพื้นที่ที่เอื้อต่อการอ่าน ดังนี้ ห้องสมุด ประจำโรงเรียน, ห้องสมุดReading Lounge, ต้นไม้พูดได้, ป้ายนิเทศหน้าห้องเรียน, มุมรักการอ่านใน
๘๔ ห้องเรียน, ป้ายนิเทศบทอาขยานสืบสานวัฒนธรรมทางภาษา และป้ายนิเทศประจำสวนของแต่ละกลุ่มสาระ การเรียนรู้ - โรงเรียนมีการดำเนินการจัดหาทรัพยากรอย่างหลายหลาย เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมส่งเริม การดำเนินการ : โรงเรียนได้จัดหาทรัพยากรอย่างหลายหลาย เช่น หนังสือนิทานประจำแต่ละ ระดับชั้น เพื่อให้ครูผู้สอนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โดยแต่ละระดับชั้นได้มีการจัดกิจกรรมตาม ความเหมาะสมของแต่ละช่วงวัย หนังสือนิทานที่แต่ละระดับชั้นได้จะดูตามความเหมาะสม ความสนใจ ในเนื้อหาของหนังสือนิทานแต่ละเล่ม ทั้งนี้ในการเลือกหนังสือนิทานทางโรงเรียนจะเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ชื่อหนังสือนิทานประจำแต่ละระดับชั้น ดังนี้ อนุบาล เรื่อง ต้นถั่ววิเศษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เรื่อง กระต่ายกับเต่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เรื่อง ตามรอยไดโนเสาร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เรื่อง ชาร์ล็อตต์ แมงมุม เพื่อรัก ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เรื่อง สีเทาเจ้าตัวจิ๋ว ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เรื่อง ความสุขของกะทิ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เรื่อง มอม - โรงเรียนมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูสามารถสร้างและพัฒนาสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อ ใช้จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียน การดำเนินการ : โรงเรียนได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูสามารถสร้างและพัฒนาสื่อใน รูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียน เช่น มีการจัดอบรมบุคลากรในการทำ สื่อโดยใช้เทคโนโลยี เพื่อให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ ๒๑ - โรงเรียนมีการนิเทศ กำกับ ติดตาม และการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงาน โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ รวมถึงการนำผลการวางแผนพัฒนาการบริหาร จัดการโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียน การดำเนินการ : โรงเรียนได้มีการประชุม วางแผนพัฒนาการบริหารจัดการโครงการส่งเสริม นิสัยรักการอ่านของโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ โดยมีท่านผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้างาน และคณะคุณครูแต่ระดับชั้น มีการแลกเปลี่ยนความรู้โดยการจัดนิทรรศการรักการอ่าน เพื่อหาแนวทางในการ จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการให้มีประสิทธิภาพต่อนักเรียนและสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรียน ทุ่งมหาเมฆ - ครูดำเนินการตามแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน การดำเนินการ : ครูได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านตาม นโยบายของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน จัดกิจกรรมตามแผนของโครงการเพื่อให้นักเรียนได้ ตระหนักในการมีนิสัยรักการอ่านตามกิจกรรม ดังนี้
๘๕ ๑. กิจกรรมรักการอ่าน ( ป.๑-ป.๖ สัปดาห์ละ ๑ ชั่งโมง ) ๒. กิจกรรม รู้รักษ์ ภาษาไทย (ทุกวันอังคารกิจกรรมหน้าเสาธง) ๓. กิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน ( เวลา ๑๒.๐๐-๑๒.๒๐ ) ๔. กิจกรรมส่งเสริมการอ่านในวันสำคัญ - วันสุนทรภู่/วันภาษาไทย/สัปดาห์ห้องสมุด ๕. กิจกรรมห้องสมุดของฉัน ๖. ท่องบทอาขยานสืบสานวัฒนธรรมทางภาษา ๗. จัดนิทรรศการรักการอ่าน - ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียน การดำเนินการ : ครูได้จัดกิจกรรมส่งเสริมโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการบรูณาการการอ่านใน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกระดับชั้น - ครูจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนครบทุกชั้น การดำเนินการ : เนื่องจากทางโรงเรียนได้จัดตารางเรียนให้มีวิชารักการอ่านสัปดาห์ละ ๑ ชั่งโมง ครบทุกชั้น จึงมั่นใจได้ว่าครูได้จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้กับนักเรียนครบทุกชั้น ซึ่งครูทุก ระดับชั้นจะมีการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับหนังสือนิทานประจำชั้น - ครูมีความถี่ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียน การดำเนินการ : ครูได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียนเป็นประจำ เช่น กิจกรรม วางทุกงานอ่านทุกคน ซึ่งนักเรียนจะได้อ่านหนังสือเป็นประจำทุกวันในช่วง ๑๒.๐๐-๑๒.๒๐ น. กิจกรรมรู้รักษ์ ภาษาไทย ครูจะจัดในทุกเช้าวันอังคารก่อนเข้าเรียน เพื่อให้นักเรียนได้คำ สำนวน หรือหลักการการใช้ ภาษาไทยไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้ - ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านในรูปแบบที่หลากหลาย การดำเนินการ : ครูได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการมีนิสัยรักการอ่านในรูปแบบที่หลากหลายให้ เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละระดับชั้นและช่วงวัยของนักเรียน - ครูจัดพื้นที่/สภาพแวดล้อมเพื่อให้นักเรียนเกิดการอ่าน การดำเนินการ : ครูมีการจัดพื้นที่/สถานที่อย่างหลากหลายในการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรัก การอ่าน เช่น ต้นไม้พูดได้, ป้ายนิเทศหน้าห้องเรียน, มุมรักการอ่านในห้องเรียน, ป้ายนิเทศบทอาขยานสืบสาน วัฒนธรรมทางภาษา และป้ายนิเทศประจำสวนของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ - ครูผลิตสื่อการอ่านเพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การดำเนินการ : ครูได้ผลิตสื่อการอ่านเพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน เช่น หนังสือนิทาน เล่มเล็ก และหนังสือนิทานอิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
๘๖ ผลการดำเนินการ ๑. นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่โรงเรียนจัดตามแผนการส่งเสริมการอ่านที่โรงเรียนจัด ตามแผนการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของโรงเรียนทุกคนคิดเป็นร้อยละ ๘๙.๑๒ ซึ่งประเมินผลจากการที่ นักเรียนส่งผลงานและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ๒ นักเรียนแต่ละระดับชั้นมีการเข้าใช้ห้องสมุดประจำโรงเรียน ๑ ชั่งโมงต่อสัปดาห์ ,ห้องสมุด Reading Lounge ที่นักเรียนและผู้ปกครองสามารถเข้าใช้และเข้าถึงหนังได้อยู่ตลอดเวลา และในห้องเรียนมี มุมรักการอ่านของแต่ละห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ๓. นักเรียนได้รับความรู้จากการอ่าน เพื่อสร้างสรรค์สื่อการอ่าน เช่น การวาดภาพ ,การปั้น, การแต่ง เนื้อเรื่องตามจินตนาการ, การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง. การสรุปใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน, การแสดง บทบาทสมมติและหนังสือนิทานเล่มเล็ก ๔. นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติทำสื่อมัลติมีเดียในรายวิชาคอมพิวเตอร์ซึ่งมีการบรูณาการการเรียนให้ สอดคล้องกับเนื้อหาความรู้จากหนังสือที่ได้อ่าน ๕. โรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการจัดกิจกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และโล่เกียรติคุณโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ด้าน โรงเรียนต้นแบบด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร ปัจจัยความสำเร็จ ผู้ที่มีส่วนในการทำให้นวัตกรรมครั้งนี้ประสบผลสำเร็จได้นั้นไม่ใช่ขึ้นอยู่กับผู้จัดทำนวัตกรรมเพียงเดียว แต่เพราะได้รับความเข้าใจ และความร่วมมือจากบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ นักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน และ ผู้ปกครอง ซึ่งแต่ละฝ่ายมีบทบาทและความสำคัญดังนี้ ๑. บทบาทของนักเรียน
๘๗ นักเรียนให้ความร่วมมือในการใช้นวัตกรรมครั้งนี้ โดยเป็นผู้ลงมือปฏิบัติในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทุกขั้นตอนของการใช้ชุดนวัตกรรม ดังนี้ ๑.๑ นักเรียนมีความกระตือรือร้น ใส่ใจ และรับผิดชอบในการอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ ๑.๒ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูจัดขึ้นเกี่ยวกับกิจกรรมที่ส่งเสริมรักการอ่าน ๒. บทบาทของผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนการทำนวัตกรรมเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนมีบทบาท ดังนี้ ๒.๑ ผู้บริหารโรงเรียนส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างนิสัย รักการอ่าน ๒.๒ ผู้บริหารโรงเรียนการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาจัดอบรมปฏิบัติการให้แก่ครูภายใน โรงเรียน รวมถึงมีการจัดการเรียนรู้จากชุมชนวิชาชีพภายในโรงเรียน ๓. บทบาทของผู้ปกครอง ผู้ปกครองมีบทบาทต่อการจัดทำนวัตกรรมครั้งนี้ ดังนี้ - ผู้ปกครองให้ความสนใจ และให้กำลังใจแก่นักเรียน ตลอดจนให้คำแนะนำ และเป็นที่ ปรึกษาของนักเรียน จากบทบาทของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำนวัตกรรมในครั้งนี้ สรุปได้ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ การทำนวัตกรรมล้วนมีส่วนในการช่วยเหลือ และผลักดันให้งานวิจัยสำเร็จลงได้ด้วยดีไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง หรือตัวนักเรียนเองต่างก็มีบทบาทแตกต่างกันในแต่ละขั้นตอนของการทำนวัตกรรม
๘๘ ประเด็นที่ต้องการให้ สมศ. ประเมินและติดตามตรวจสอบตามนโยบาย (ระบุ ๑-๓ เรื่อง) - อัตลักษณ์ของโรงเรียนคือเด็กมีนิสัยรักการอ่าน ผลการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัย ผลพัฒนาการเด็ก ชั้นอนุบาลปีที่ ๑-๓ (แยกระดับชั้น อ.๑ อ.๒ และ อ.๓) ชั้นอนุบาลปีที่ ๑ พัฒนาการด้าน จำนวนเด็ก ที่ประเมิน จำนวน(ร้อยละ)ของเด็กตามระดับคุณภาพ ดี พอใช้ ปรับปรุง ๑. ด้านร่างกาย ๓๑ ๓๐ (๙๖.๗๗) ๑ (๓.๒๓) - ๒. ด้านอารมณ์ จิตใจ ๓๑ ๒๙ (๙๓.๕๕) ๒ (๖.๔๕) - ๓. ด้านสังคม ๓๑ ๒๙ (๙๓.๕๕) ๒ (๖.๔๕) - ๔. ด้านสติปัญญา ๓๑ ๓๐ (๙๖.๗๗) ๑ (๓.๒๓) - แผนภูมิแสดงผลพัฒนาการเด็ก ชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ๙๖.๗๗ ๙๓.๕๕ ๙๓.๕๕ ๙๖.๗๗ ๑.๒๓ ๖.๔๕ ๖.๔๕ ๓.๒๓ ๐ ๐ ๐ ๐ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา ผลพัฒนาการเด็ก ระดับชั้นชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ดี พอใช้ ปรับปรุง
๘๙ ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ พัฒนาการด้าน จำนวนเด็ก ที่ประเมิน จำนวน(ร้อยละ)ของเด็กตามระดับคุณภาพ ดี พอใช้ ปรับปรุง ๑. ด้านร่างกาย ๔๔ ๔๓ (๙๗.๗๓) ๑ (๒.๒๗) - ๒. ด้านอารมณ์ จิตใจ ๔๔ ๔๓ (๙๗.๗๓) ๑ (๒.๒๗) - ๓. ด้านสังคม ๔๔ ๔๓ (๙๗.๗๓) ๑ (๒.๒๗) - ๔. ด้านสติปัญญา ๔๔ ๔๑ (๙๓.๑๘) ๒ (๔.๕๕) ๑ (๒.๒๗) แผนภูมิแสดงผลพัฒนาการเด็ก ชั้นอนุบาลปีที่ ๒๙๗.๗๓๙๗.๗๓ ๙๗.๗๓ ๙๓.๑๘ ๒.๒๗ ๒.๒๗ ๒.๒๗ ๔.๕๕ ๐ ๐ ๐ ๒.๒๗ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา ผลพัฒนาการเด็ก ระดับชั้นชั้นอนุบาลปีที่ ๒ ดี พอใช้ ปรับปรุง
๙๐ ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ พัฒนาการด้าน จำนวนเด็ก ที่ประเมิน จำนวน(ร้อยละ)ของเด็กตามระดับคุณภาพ ดี พอใช้ ปรับปรุง ๑. ด้านร่างกาย ๓๒ ๓๐ (๙๓.๗๕) ๒ (๖.๒๕) - ๒. ด้านอารมณ์ จิตใจ ๓๒ ๓๑ (๙๖.๘๘) ๑ (๓.๑๒) - ๓. ด้านสังคม ๓๒ ๓๑ (๙๖.๘๘) ๑ (๓.๑๒) - ๔. ด้านสติปัญญา ๓๒ ๓๑ (๙๖.๘๘) ๑ (๓.๑๒) - แผนภูมิแสดงผลพัฒนาการเด็ก ชั้นอนุบาลปีที่ ๓๙๓.๗๕ ๙๖.๘๘ ๙๖.๘๘ ๙๖.๘๘ ๖.๒๕ ๓.๑๒ ๓.๑๒ ๓.๑๒ ๐ ๐ ๐ ๐ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา ผลพัฒนาการเด็ก ระดับชั้นชั้นอนุบาลปีที่ ๓ ดี พอใช้ ปรับปรุง
๙๑ สรุปผลพัฒนาการเด็ก ชั้นอนุบาลปีที่ ๑-๓ พัฒนาการด้าน จำนวนเด็ก ที่ประเมิน จำนวน(ร้อยละ)ของเด็กตามระดับคุณภาพ ดี พอใช้ ปรับปรุง ๑. ด้านร่างกาย ๑๐๗ ๑๐๓ (๙๖.๒๖) ๔ (๓.๗๔) - ๒. ด้านอารมณ์ จิตใจ ๑๐๗ ๑๐๓ (๙๖.๒๖) ๔ (๓.๗๔) - ๓. ด้านสังคม ๑๐๗ ๑๐๓ (๙๖.๒๖) ๔ (๓.๗๔) - ๔. ด้านสติปัญญา ๑๐๗ ๑๐๒ (๙๕.๓๓) ๔ (๓.๗๔) ๑ (๐.๙๓) แผนภูมิแสดงผลพัฒนาการเด็ก ชั้นอนุบาลปีที่ ๑ – ๓๙๖.๒๖๙๖.๒๖ ๙๖.๒๖ ๙๕.๓๓ ๓.๗๔ ๓.๗๔ ๓.๗๔ ๓.๗๔ ๐. ๐ ๐ ๐.๙๓ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา สรุปผลพัฒนาการเด็ก ระดับชั้นชั้นอนุบาลปีที่ ๑ - ๓ ดี พอใช้ ปรับปรุง
๙๒ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับท้องถิ่น ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน Reading Test:RT ปีการศึกษา ๒๕๖๖ สาระวิชา จำนวน คน คะแนน เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน เฉลี่ย ร้อยละ จำนวน(ร้อยละ)ของนักเรียนที่ได้ระดับ ปรับปรุง พอใช้ ดี ดีมาก การอ่านออกเสียง ๘๖ ๗๖.๙๐ ๑๒.๒๙ ๗๖.๙๐ - ๒๐.๙๓ ๑๒.๗๙ ๖๖.๒๗ การอ่านรู้เรื่อง ๘๖ ๘๑.๔๕ ๖.๙๘ ๘๑.๔๕ - ๓.๔๘ ๒๒.๐๙ ๗๔.๔๑ รวม ๒ สมรรถนะ ๘๖ ๗๙.๒๐ ๑๗.๓๕ ๗๙.๒๐ - ๘.๑๓ ๒๖.๗๔ ๖๕.๑๑ แผนภูมิแสดงผลประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน Reading Test:RT ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๖๖.๒๗ ๗๔.๔๑ ๖๕.๑๑ ๑๒.๗๙ ๒๒.๐๙ ๒๖.๒๔ ๒๐.๙๓ ๓.๔๘ ๘.๑๓ ๐ ๐ ๐ ๐. ๑๐. ๒๐. ๓๐. ๔๐. ๕๐. ๖๐. ๗๐. ๘๐. การอ่านออกเสียง การอ่านรู้เรื่อง รวม 2 สมรรถนะ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
๙๓ ผลการทดสอบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ สาระวิชา จำนวน คน คะแนน เฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน เฉลี่ย ร้อยละ จำนวน(ร้อยละ)ของนักเรียนที่ได้ระดับ ปรับปรุง พอใช้ ดี ดีมาก ด้านคณิตศาสตร์ ๘๒ ๕๐.๑๕ ๒๒.๑๖ ๕๐.๑๕ ๗.๓๑ ๓๒.๙๒ ๒๔.๓๙ ๓๕.๓๖ ด้านภาษาไทย ๘๒ ๗๐.๗๓ ๒๐.๑๗ ๗๐.๗๓ ๓.๖๕ ๑๐.๙๗ ๒๐.๗๓ ๖๔.๖๓ รวม ๒ ด้าน ๘๒ ๖๐.๔๔ ๑๙.๔๒ ๖๐.๔๔ ๖.๐๙ ๑๘.๒๙ ๓๕.๓๖ ๔๐.๒๔ แผนภูมิแสดงผลการทดสอบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test : NT) ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๓๕.๓๖ ๖๔.๖๓ ๔๐.๒๔ ๒๔.๓๙ ๒๐.๗๓ ๓๕.๓๖ ๓๒.๙๒ ๑๐.๙๗ ๑๘.๒๙ ๗.๓๑ ๓.๖๕ 6.09 ๐. ๑๐. ๒๐. ๓๐. ๔๐. ๕๐. ๖๐. ๗๐. การอ่านออกเสียง การอ่านรู้เรื่อง รวม 2 สมรรถนะ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
๙๔ ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับชั้น จำนวนคน ทั้งหมด จำนวน(ร้อยละ)ของนักเรียนตามระดับคุณภาพ (คุณลักษณะอันพึงประสงค์) ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ประถมศึกษาปีที่ ๑ ๘๖ ๑๐๐ - - - ประถมศึกษาปีที่ ๒ ๗๐ ๑๐๐ - - - ประถมศึกษาปีที่ ๓ ๘๓ ๑๐๐ - - - ประถมศึกษาปีที่ ๔ ๘๑ ๑๐๐ - - - ประถมศึกษาปีที่ ๕ ๙๑ ๑๐๐ - - - ประถมศึกษาปีที่ ๖ ๙๕ ๑๐๐ - - - รวม ๕๐๖ ๑๐๐ - - - เฉลี่ยร้อยละ ๑๐๐ - - - แผนภูมิแสดงผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ แผนภูมิผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดีเยี่ยม ดี