แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 หน่วยที่ 10 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 13 ชื่อหน่วย ทฤษฎีการวางซ้อน เวลา 4 ชั่วโมง วิธีทา 1. ขั้นที่ 1 สมมติและก าหนดทิศทางกระแสไฟฟ้าที่ไหลในแต่ละสาขาของวงจร 2. ขั้นที่ 2 เลือกแหล่งจ่ายพลังงานหนึ่งตัว ส่วนพลังงานตัวอื่น ๆ ที่เหลือทั้งหมดพิจารณา คือ ถ้าแหล่งก าเนิดแรงดันให้ลัดวงจร แต่ถ้าแหล่งก าเนิดกระแสให้เปิดวงจร ดังรูป 3. ขั้นที่ 3 ค านวณหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทานแต่ละตัวในวงจร
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 หน่วยที่ 10 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 13 ชื่อหน่วย ทฤษฎีการวางซ้อน เวลา 4 ชั่วโมง 4. ขั้นที่ 4 เลือกแหล่งจ่ายพลังงานตัวที่สอง คือ ถ้าแหล่งก าเนิดแรงดันให้ลัดวงจร แต่ถ้าแหล่งก าเนิดกระแส ให้เปิดวงจร ดังรูป จากรูป เลือกแหล่งจ่ายพลังงานตัวที่สองและทิศทางกระแสไฟฟ้าที่ไหลในแต่ละ สาขาของวงจร ตามตัวอย่างที่ 15.1 5. ขั้นที่ 5 ค านวณหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทานแต่ละตัวในวงจร
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 หน่วยที่ 10 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 13 ชื่อหน่วย ทฤษฎีการวางซ้อน เวลา 4 ชั่วโมง 6. ขั้นที่ 6 นาค่าของกระแสที่ได้ในแต่ละครั้งมารวมกันทางพีชคณิต ก็จะได้ค่าของกระแสที่ แท้จริงที่ไหลในวงจร กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน 1 R = R1I = 1 I = 0.358 แอมแปร์ ตอบ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน 2R = R2I = 2I = 0.286 แอมแปร์ ตอบ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน 3 R = R3 I = 3I = 0.072 แอมแปร์ ตอบ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 หน่วยที่ 11 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 14 ชื่อหน่วย ทฤษฎีเทวินิน เวลา 4 ชั่วโมง 1. หัวข้อเรื่องและงานที่ปฏิบัติ 11.1 ทฤษฏีของเทวินิน 11.2 ขั้นตอนการใช้ทฤษฏีของเทวินิน 2. สาระส าคัญ ทฤษฎีของเทเวนิน เรียกว่า เทเวนิน ซีโอ'รี่ เป็นวิศวกร ซาวฝรั่งเศส ได้ค้นพบทฤษฎีที่สามารถ แก้ปัญหาวงจรไฟฟ้า ที่จะต้องสร้างสมการที่ยุ่งยาก ต้องใช้เมทริกและดีเทอร์มิแนนท์แก้สมการ ทฤษฎีของ เทวินินเหมาะส าหรับการหาค่ากระแสไหลผ่านตัวต้านทานตัวใดตัวหนึ่งที่ค่าความต้านทานเปลี่ยนไปแต่ก็ยัง สามารถหาค่ากระแสไหลผ่านความต้านทานนั้นได้โดยไม่ต้องตั้งสมการใหม่เหมือนกฎของเคอร์ซอฟฟ์ 3.สมรรถนะย่อย แสดงความรู้เกี่ยวกับความรู้การค านวณและการแก้ปัญหาโดยใช้ทฤษฎีการวางซ้อนได้ 4.จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. อธิบายหลักการของเทวินินได้ 2. บอกล าดับขั้นตอนในการใช้ทฤษฏีเทวินินได้ ด้านทักษะ 1. ค านวณหาค่าต่างๆ โดยใช้ทฤษฏีของเทวินินได้ 2. เขียนวงจรเทียบเท่าเทวินินได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แสดงออกด้านความสนใจใฝ่รู้ การตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้ าใจและแบ่งบัน ความร่วมมือ/ยอมรับความคิดเห็นส่วนใหญ่
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 หน่วยที่ 11 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 14 ชื่อหน่วย ทฤษฎีเทวินิน เวลา 4 ชั่วโมง 11.1 ทฤษฎีของเทวินิน ( Thevenin’s Theorem ) กล่าวไว้ว่า ในวงจรไฟฟ้าใดๆเราสามรถยุบหรือรวมวงจรให้อยู่ในรูปของแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้า (Voltage ) หนึ่งตัว และตัวต้านทานหนึ่งตัวได้ ซึ่งเรียกว่า วงจรสมมูลของเทวินิน ( Thevenin Equivalent Circuit) ( Thevenin Equivalent Circuit ) เมื่อ VTH = แรงดันเทเวนิน RTH = ความต้านทานเทวินิน หลักการทฤษฎีของเทวินิน ( Thevenin’s Theorem ) จากวงจรรูปที่ 2 สามารถนาเอาหลักการทฤษฎีของเทเวนิน ( Thevenin’s Theorem ) มาใช้เป็น ขั้นๆดังนี้ 1. ปลดโหลด RL ออกจากจุด A – B 2. หาค่าแรงดันเทเวนิน VTH ซึ่งเป็นแรงดันระหว่างจุด A- B นั่นคือแรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อม ตัว ต้านทาน R2 นั่นเอง ดังแสดงในวงจรรูปที่ 2
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 หน่วยที่ 11 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 14 ชื่อหน่วย ทฤษฎีเทวินิน เวลา 4 ชั่วโมง จากวงจรรูปที่ 3 พิจารณาเห็นว่า แรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อม ตัวต้านทาน R2 เท่ากับกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัว ต้านทาน R2 คูณด้วย ค่าความต้านทาน R2 นั่นเอง ดังนั้นแรงดันเทเวนิน 1.ลัดวงจรแหล่งจ่ายแรงดันหรือเปิดวงจรแหล่งจ่ายกระแสแล้วแต่กรณี 2.หาค่าความต้านทานเทเวนิน RTH โดยมองเข้าไปที่จุด A- B ดังแสดงในรูปที่ 3 จากวงจรรูปที่ 4 เมื่อมอง เข้าจุด A-B จะเห็นตัวต้านทาน R1 ขนานกับ R2 ได้ค่าความต้านทานเทเวนิน RTH ดังนี้ 3. น าค่าแรงดันไฟฟ้าเทเวนิน VTH และค่าความต้านทานเทเวนิน RTH มาเขียนวงจรสมมูลของว เทเวนิน แล้วนาโหลด RL ที่ปลดออกในตอนแรกมาต่ออีกครั้งหนึ่ง ดังแสดงในรูปที่ 5 เพื่อหา ค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน RL ตามที่ต้องการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 หน่วยที่ 11 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 14 ชื่อหน่วย ทฤษฎีเทวินิน เวลา 4 ชั่วโมง จากวงจรรูปที่ 5 จะค านวณหาค่ากระแสไหลผ่าน RL ได้จากสูตร ตัวอย่างที่ 11.1 จากวงจรรูปที่ 6 จงค านวณหาค่า RTH ,VTH และ IL วิธีทา 1.ปลด RL ออกจากวงจรแล้วหาค่าแรงดันเทเวนิน VTH ดังรูปที่ 7
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 หน่วยที่ 11 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 14 ชื่อหน่วย ทฤษฎีเทวินิน เวลา 4 ชั่วโมง 2.หาความต้านทานเทเวนิน โดยลัดวงจร ( Short Circuit ) ที่แหล่งจ่ายแรงดัน E1 และ E2 ดังรูปที่ 8 3.นาค่า VTH และ RTH มาเขียนวงจรสมมูลของเทเวนิน (Thevenin Equivalent Circuits ) แล้วนพโหลด RL ที่ปลดออกมาต่อ ดังแสดงในรูปที่ 9
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 หน่วยที่ 12 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 15 ชื่อหน่วย ทฤษฎีนอร์ตัน เวลา 4 ชั่วโมง 1. หัวข้อเรื่องและงานที่ปฏิบัติ 12.1 ทฤษฎีของนอร์ตัน 12.2 ขั้นตอนการใช้ทฤษฏีของนอร์ตัน 2. สาระส าคัญ การหาค่าสมการ หรือค่าตัวแปรในวงจรไฟฟ้าที่มีความซับซ้อน จ าเป็นต้องปรับเปลี่ยนค่าความ ต้านทานตัวใดตัวหนึ่งในวงจรมากกว่าหนึ่งค่า สามารถหาค่าได้ด้วยวิธีทฤษฎีเทวินิน ดังได้กล่าวมาแล้วในบท ที่ 13 ยังมีวิธียุบวงจรที่ซับซ้อนให้อยู่ในรูปวงจรสมมูลอีกวิธีหนึ่ง ที่มีหลักการคล้ายกับวิธีทฤษฎีเทวินิน ได้แก่ วิธีทฤษฎีนอร์ตัน (Norton’s Theorem) 3.สมรรถนะย่อย แสดงความรู้เกี่ยวกับความรู้การค านวณและการแก้ปัญหาโดยใช้ทฤษฏีของนอร์ตันได้ 4.จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. อธิบายหลักการของนอร์ตันได้ 2. บอกล าดับขั้นตอนในการใช้ทฤษฏีเนอร์ตันได้ ด้านทักษะ 1. ค านวณหาค่าต่างๆ โดยใช้ทฤษฏีของนอร์ตันได้ 2. เขียนวงจรเทียบเท่าทฤษฏีของนอร์ตันได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แสดงออกด้านความสนใจใฝ่รู้ การตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้ าใจและแบ่งบัน ความร่วมมือ/ยอมรับความคิดเห็นส่วนใหญ่
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 หน่วยที่ 12 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 15 ชื่อหน่วย ทฤษฎีนอร์ตัน เวลา 4 ชั่วโมง 12.1 ทฤษฎีของนอร์ตัน( Norton’s Theores ) ทฤษฎีของนอร์ตัน( Norton’s Theores ) กล่าวไว้ว่า ในวงจรไฟฟ้าใดๆ เราสามารถยุบหรือรวมวงจรให้อยู่ ในรูปของแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าหนึ่งตัว ขนานกับตัวต้านทาน หนึ่งตัวได้ ซึ่งเรียกว่า วงจรสมมูลของนอร์ตัน (Norton Equivalent Circuit) เมื่อ IN = กระแสไฟฟ้านอร์ตัน RN = ความต้านทานนอร์ตัน จากวงจรรูปที่ 1 สามารถนาเอาหลักการทฤษฎีของนอร์ตัน ( Norton’s Theores ) มาใช้เป็นขั้นๆดังนี้ 1.ปลดโหลด RL ออกแล้วลัดวงจร (Short Circuit) ที่จุด A- B 2.หาค่ากระแสนอร์ตัน IN ซึ่งเป็นกระแสไฟฟ้าที่ไหลระหว่างจุด A – B ในขณะลัดวงจรที่จุด A-B ดังแสดงใน รูปที่ 2 จากวงจรรูปที่ 2 กระแสนอร์ตัน (Norton Equivalent Current) ก็คือกระแสไฟฟ้าที่ ไหลผ่านตัวต้านทาน R3 นั่นเอง ซึ่งจะหาค่าได้ดังนี้คือ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 หน่วยที่ 12 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 15 ชื่อหน่วย ทฤษฎีนอร์ตัน เวลา 4 ชั่วโมง ดังนั้นจากหลักการของการแบ่งกระแสจะได้ว่า นั่นคือ กระแสนอร์ตัน 1.กาค่าความต้านทาน RN ซึ่งเป็นค่าความต้านทานรวมทั้งหมดของวงจร ที่มองเข้าที่จุด A-B และ การหาค่าความต้านทานนอร์ตัน RN จะต้องปลดโหลด (RL) ออกจากจุด A-B และปลดแหล่งจ่าย แรงดันไฟฟ้าในวงจรออกแล้งลัดวงจร ที่จุดปลดแหล่งจ่าย ดังแสดงในรูปที่ 3 จากวงจรในรูปที่ 3 เมื่อมองเข้าที่จุด A-B จะได้ค่าความต้านทานนอร์ตัน 2.นาค่ากระแสนอร์ตัน และความต้านทาทที่ได้ มาเขียนเป็นวงจรสมมูลนอร์ตัน (Norton Equivalent Circuit) ดังแสดงในรูปที่ 4 แล้วจึงนาโหลด ( RL) มาต่อที่จุด A – B เพื่อค านวณหา ค่ากระแสไฟฟ้า ที่ไหลผ่านโหลด ( RL )
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 หน่วยที่ 12 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 15 ชื่อหน่วย ทฤษฎีนอร์ตัน เวลา 4 ชั่วโมง จากวงจรรูปที่ 4 จากหลักการแบ่งกระแสจะได้ ตัวอย่างที่ 12.1 จากวงจรรูปที่ 5 จงหาค่า IN,RN และ IL วิธีทา หาค่า IN โดยปลด RL ออกแล้วลัดวงจร(Short Circuit) ดังรูปที่ 6 หาค่า RN โดยการเปิดวงจร แล้วลัดวงจรที่แหล่งจ่ายแรงดันไฟตรง E1และ E2 ดังรูปที่ 7
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 หน่วยที่ 12 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 15 ชื่อหน่วย ทฤษฎีนอร์ตัน เวลา 4 ชั่วโมง นาค่า IN และ RN ที่ได้มาเขียนเป็นวงจรสมมูลนอร์ตัน (Norton Equivalent Circuit) ดังแสดง ในรูปที่ 8 แล้วจึงนาโหลด ( RL ) มาต่อที่จุด A-B อีกครั้งหนึ่ง เพื่อค านวณหาค่ากระแสไฟฟ้า ที่ไหลผ่าน โหลด (RL) จากการแบ่งกระแสจะได้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 หน่วยที่ 13 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 16 ชื่อหน่วย เมชเคอร์เรนต์ เวลา 4 ชั่วโมง 1. หัวข้อเรื่องและงานที่ปฏิบัติ 13.1 เมชเคอร์เรนต์ 13.2 เขียนสมการโดยวิธีเมชเคอร์เรนต์ 13.3 ค านวณวงจรไฟฟ้าโดยใช้วิธีเมชเคอร์เรนต์ 2. สาระส าคัญ เมชเคอร์เรนต์ (Mesh Current) หรือ ลูปเคอร์เรนต์ (Loop Current) เป็นขบวนการหรือวิธีการ อีกรูปแบบหนึ่งที่น ามาแก้ปัญหาของวงจรทางไฟฟ้า ค้นคิดขึ้นมาโดยนักฟิสิกส์ ชาวอังกฤษ ชื่อ เจมส์ คลาค แมกซิเวลล์ ที่พัฒนาขึ้นมากจากกฎของเคอร์ชอฟฟ์ โดยการสมมุติให้มีกระแสไหลวนอยู่ในวงจรปิด มี กระแสไฟฟ้าที่ไหลแยกเป็นอิสระต่อกัน และจะก าหนดทิศทางกระแสให้ไหลในลักษณะใดก็ได้ 3.สมรรถนะย่อย แสดงความรู้เกี่ยวกับความรู้การค านวณและการแก้ปัญหาโดยใช้เมชเคอร์เรนต์ได้ 4.จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. อธิบายหลักการของเมชเคอร์เรนต์ได้ 2. บอกวิธีการหาจ านวนสมการของเมชเคอร์เรนต์ได้ ด้านทักษะ 1. ค านวณหาค่าต่างๆ โดยใช้เมชเคอร์เรนต์ได้ 2. เขียนสมาการโดยวิธีของเมชเคอร์เรนต์ได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แสดงออกด้านความสนใจใฝ่รู้ การตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้ าใจและแบ่งบัน ความร่วมมือ/ยอมรับความคิดเห็นส่วนใหญ่43
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 หน่วยที่ 13 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 16 ชื่อหน่วย เมชเคอร์เรนต์ เวลา 4 ชั่วโมง 13.1 เมชเคอร์เรนต์ (Mesh Current) หรือ ลูปเคอร์เรนต์ (Loop Current) เป็นขบวนการหรือวิธีการอีก รูปแบบหนึ่ง ค้นคิดขึ้นมาโดยนักฟิสิกส์ ชาวอังกฤษ ชื่อ เจมส์ คลาค แมกซิเวลล์ ที่พัฒนาขึ้นมากจากกฎ ของเคอร์ชอฟฟ์ โดยการสมมุติให้มีกระแสไหลวนอยู่ในวงจรปิด มีกระแสไฟฟ้าที่ไหลแยกเป็นอิสระต่อกัน และจะก าหนดทิศทางกระแสให้ไหลในลักษณะใดก็ได้ ตัวอย่างการก าหนดทิศทางกระแสเมช ดังรูป รูปที่ 13.1 ตัวอย่างการก าหนดทิศทางกระแสเมช 13.2 ล าดับขั้นตอนในการน าเมชเคอร์เรนต์มาแก้ปัญหาของวงจรไฟฟ้า การน าวิธีเมชเคอร์เรนต์ หรือ ลูปเคอร์เรนต์ ((Loop Current) มาแก้ปัญหาในวงจรไฟฟ้ามีล าดับ ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. ให้ก าหนดทิศทางการไหลของกระแสโดยให้ไหลครบวงรอบหรือครบลูปโดยทิศทางกระแสให้ ก าหนดเองตามความเหมาะสม 2. ตั้งสมการโดยใช้กฎแรงเคลื่อนของเคอร์ชอฟฟ์ให้ค านึงถึงทิศทางของกระแสที่ไหลเป็นหลัก กระแสที่ไหลเข้าภาระให้เป็นบวกไหลออกให้เป็นลบ 3. แก้สมการโดยใช้เมตริกซ์และดีเทอร์มิแนนต์ 13.3 การน าวิธีเมชเคอร์เรนต์ไปใช้ในการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า ตัวอย่างที่ 13.1 จากวงจรต่อไปนี้ จงค านวณหากระไฟฟ้าที่ไหลผ่านภาระทางไฟฟ้าแต่ละตัว
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 หน่วยที่ 13 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 16 ชื่อหน่วย เมชเคอร์เรนต์ เวลา 4 ชั่วโมง E1=9 V R3=30 W R1=10 W R2=20 W E2=4.50 Vรูปที่ 13.2 ตัวอย่างวงจรไฟฟ้า 1 วิธีท ำ รูปที่ 13.3 การก าหนดทิศทางของกระแสเมช 1. ก ำหนดทิศทำงกระแสให้ไหลครบวงรอบหรือครบลูป 2. ตั้งสมกำรโดยใช้กฎแรงเคลื่อนของเคอร์ชอฟฟ์ Loopที่1 ได้ แทนค่ำ Loopที่2 ได้ แทนค่ำ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 หน่วยที่ 13 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 16 ชื่อหน่วย เมชเคอร์เรนต์ เวลา 4 ชั่วโมง 3. แก้สมการโดยใช้เมทริกซ์และดีเทอร์มิแนนต์ น าสมการมาเขียนในรูปเมทริกซ์ กระแสที่ไหลผ่านมีค่าเท่ากับ แอมแปร์ กระแสที่ไหลผ่าน มีค่าเท่ากับ แอมแปร์ และกระแสที่ไหลผ่าน มีค่าเท่ากับ แอมแปร์ ซึ่งกระแส ที่ติดลบก็เป็นเพราะว่าทิศทางที่สมมุติขึ้นสวนทางกับความเป็นจริง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 หน่วยที่ 13 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 16 ชื่อหน่วย เมชเคอร์เรนต์ เวลา 4 ชั่วโมง ตัวอย่างที่ 13. 2 จากวงจรต่อไปนี้ จงค านวณหาค่าแรงเคลื่อนตกคร่อมภาระแต่ละตัว R1=2 W R4=4 W E=4 V R2=4 W R3=2 W E=6 V E=4 Vรูปที่ 17.4 ตัวอย่างวงจรไฟฟ้า 2 วิธีท า R1=2 W R4=4 W E=4 V R2=4 W R3=2 W E=6 V I1 E=4 V I2 I3 + + + + + - - - - - 1 2 3 1. ก าหนดทิศทางกระแสให้ไหลครบวงรอบหรือครบลูป 2. ตั้งสมการโดยให้กฎแรงเคลื่อนของเคอร์ชอฟฟ์ Loopที่ 1 ได้ แทนค่า Loopที่ 2 ได้ แทนค่า Loopที่ 3 ได้ แทนค่า
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 หน่วยที่ 13 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 16 ชื่อหน่วย เมชเคอร์เรนต์ เวลา 4 ชั่วโมง 3. แก้สมการโดยใช้เมทริกซ์และดีเทอร์มิแนนต์ น าสมการมาเขียนในรูปของเมทริกซ์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 หน่วยที่ 13 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 16 ชื่อหน่วย เมชเคอร์เรนต์ เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 หน่วยที่ 13 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 16 ชื่อหน่วย เมชเคอร์เรนต์ เวลา 4 ชั่วโมง แรงเคลื่อนที่ตกคร่อม และ มีค่าเท่ากับ 0.2 โวลต์, 2.5 โวลต์, 0.5 โวลต์ และ3.5 โวลต์ ตามล าดับ ส่วนค่ากระแส ที่ติดค่าลบเกิดจากการก าหนดทิศทางกระแสที่ส่วนทางกับความเป็นจริง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง 1. หัวข้อเรื่องและงานที่ปฏิบัติ 14.1 หลักการโนดโวลเตจ 14.2 หลักการโนดโวลเตจ 14.3 การแก้หาโจทย์วงจรไฟฟ้าโดยใช้โนดโวลเตจ 2. สาระส าคัญ จุดต่อ หรือโนด คือ จุดเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆ ของวงจรไฟฟ้า ในการเรียกจุดใดว่าเป็น จุดเชื่อมต่อในวงจรไฟฟ้า จะต้องเกิดจากการเชื่อมต่อกันของวงจรตั้งแต่ 2 สาขาขึ้นไป แต่ถ้าจุดเชื่อมต่อมี ตั้งแต่ 3 สาขาขึ้นไป จะถูกเรียกว่าจุดต่อหลัก (Principle Node) จุดต่อแต่ละจุดสามารถก าหนดต าแหน่ง ด้วยตัวเลขหรือตัวอักษรใดๆ ก็ได้ตามต้องการ เช่น 1, 2, 3, A, B, C และ V เป็นต้น 3.สมรรถนะย่อย แสดงความรู้เกี่ยวกับความรู้การค านวณและการแก้ปัญหาโดยใช้โนดโวลต์เตจได้ 4.จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. อธิบายหลักการของโนดโวลต์เตจได้ 2. บอกวิธีการหาจ านวนสมการของโนดโวลต์เตจได้ ด้านทักษะ 1. ค านวณหาค่าต่างๆ โดยใช้โนดโวลต์เตจได้ 2. เขียนสมาการโดยวิธีของโนดโวลต์เตจได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แสดงออกด้านความสนใจใฝ่รู้ การตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้ าใจและแบ่งบัน ความร่วมมือ/ยอมรับความคิดเห็นส่วนใหญ่
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง ในการแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าโดยใช้เมซเคอร์เรน เราใช้สมมติให้กระแสไฟฟ้าไหลสามารถ ไหลวน ในวงจรรอบปัด ๆ แล้วใช้กฎแรงดันไฟฟ้าของเคอร์ซอฟฟ์(KVL) มาเขียนสมการ ล้าใน วงจรไฟฟ้ามีหลาย ๆ สาขา จะท าให้!ด้สมการหลายสมการ ตัวแปรก็จะมากขึ้นด้วย ยังมีอีกวิธีหนึ่ง มาแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ วิธี โนดโวลเตล อาศัยกฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ซอฟฟ์(KCL) มาเขียน สมการ ท าให้จ านวนสมการจะน้อยว่า เมซเคอร์เรน 14.1 หลักการโนดโวลเตจ การแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าด้วยหลักการโนดโวลเตจ โดยจะอาศัยกฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ซอฟฟ์(KCL) เป็น หลักในการแก้ปัญหา โนดโวลเตจเป็นวิธีเปรียบเทียบแรงดันไฟฟ้าระหว่างจุดที่มี ความต่างศักย์ไฟฟ้า ดังรูป ที่ 14.1 รูปที่ 14.1 แสดงการก าหนดจุดโนดโวลเตจ โนดโวลเตจ คือ จุดต่อในวงจรไฟฟ้าระหว่างส่วนประกอบของวงจร ดังรูปที่ 14.3 โนดโวลเตจ หลัก คือ จุดต่อในวงจรที่มีสาขาอย่างน้อย 2 สาขาขึ้นไป จากรูปที่ 14.3 (ข) โนด โวลเตจหลัก ได้แก่ โนด A และโนด B ก าหนดซื่อโนดหลักเป็น yA และ VB หรือใช้ตัวเลขก็ได้ โนดโวลเตจอ้างอิง คือ โนดหลักที่ถูก ก าหนดให้แรงดันไฟฟ้ามีค่าเท่ากับศูนย์ ซึ่งเป็น จุดอ้างอิงในวงจรท าหน้าที่เป็นกราวด์ จากรูปที่ 14.3 (ข) โนดโวลเตจอ้างอิง คือ Vc 14.2 ขั้นตอนการแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าด้วยโนดโวลเตจ การน่าหลักการโนดโวลเตจมาใช้แก้ปัญหาวงจรไฟฟ้า มีขั้นตอนดังนี้ 1. ก าหนดโนดโวลเตจหลักในวงจรและเลือกโนดโวลเตจหลักโนดใดโนดหนึ่งใช้เป็นโนด 2. โวลเตจอ้างอิง 3. ก าหนดทิศทางกระแสไฟฟ้าไหลเช้าหรือไหลออกที่จุดโนดโวลเตจหลักทุกจุด ยกเว้นโนด โวลเตจ อ้างอิง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง 4. แทนค่าในสมการตามข้อ 3 และแก้สมการหาค่าแรงดันโนดโวลเตจที่ไม่ทราบค่า 5. ผลที่ได้จากข้อ 4 สามารถหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน แรงดันไฟฟ้าตกคร่อม ตัวต้านทานแต่ ละตัวและค่าอื่นที่ต้องการทราบได้ การเขียนสมการโนดโวลเตจ จะต้องอาศัยตามกฎกระแส'ไฟฟ้า'ของเคอร์ซอฟฟ์(KCL) ดูรูปประกอบการ อธิบายและใช้ฃั้นตอนการแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าด้วยหลักการโนดโวลเตจ ดังนี้ ฃั้นที่ 1 ก าหนดโนดโวลเตจหลัก คือ VA และ โนดโวลเตจอ้างอิง คือ VB ขั้นที่ 2 ก าหนดทิศทางกระแสไฟฟ้าที่โนดโวลเตจหลัก คือ VA ขั้นที่ 3 เขียนสมการกระแสไฟฟ้าตามกฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ซอฟฟ์(KCL) จะได้ เมื่อแทน / ด้วย — และเขียนสมการโนดโวลเตจตามสมการกระแสไฟฟ้าอธิบายได้ ดังนั้น R รูปที 14.2 ทิศทางของกระแส /1 ตามรูปที 14.4
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง รูปที่14.6 ทิศทางของกระแส /2 ตามรูปที่ 14.4 รูปที 14.6 ทิศทางของกระแส /2 ตามรูปที่ 14.4 น่าสมการที่ 14.3 , 14.4 และ 14.5 แทนในสมการที่ 14.2 จะได้สมการโนดโวลเตจจ านวน 1 สมการ จากสมการที่ 14.2 จะได้ /1+!2+/3 = 0 แทนด้วยสมการโนดโวลเตจจะได้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง ขั้นที่ 4 คือ แทนค่าแรงดันไฟฟ้าและค่าความต้านทาน และแก้สมการหาค่าแรงดันโนด โวลเตจที่ไม่ทราบ ค่าต่อไป ขั้นที่ 5 หาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน แรงดันไฟฟ้าตกคร่อมตัวต้านทานแต่ละตัว หรือค่าอื่นที่ ต้องการทราบค่าได้ 14.3 การแก้ปัญหาโจทย์วงจรไฟฟ้าโดยใช้โนดโวลเตจ จากขั้นตอนการแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าในหัวฃ้อที่ผ่านมา สามารถน ามาแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าดัง ตัวอย่าง ต่อไปนี้ ตัวอย่างที่ 14.1 จากวงจรไฟฟ้า ในรูปที่ 14.8 จงค านวณหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัว ต้านทานตัวแต่ละ ตัว ; lR1, lR2 , lR3 วิธีท า 1. ขั้นที่ 1 ก าหนดจุดโนดโวลเตจหลัก คือ \/ และ โนดโวลเตจอ้างอิง คือ VB ดังรูปที่ 14.9 2. ขั้นที่ 2 ก าหนดทิศทางกระแสฟ้าที่โนดโวลเตจหลัก โดยใช้กฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ซอฟฟ์(KCL) ดังรูป ที่ 14.9 รูปที่ 14.9 ก าหนดทิศทางของกระแส I1 , I2 , I3 ตามรูปที่ 14.8 3. ขั้นที่ 3 เขียนสมการกระแสไฟฟ้าตามกฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ซอฟฟ์(KCL) จะได้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง ขั้นที่ 4 คือ แทนค่าแรงดันไฟฟ้าและค่าความต้านทานลงในสมการที่ (2) และแก้สมการ หาค่าแรงดันโนด โวลเตจที่ไม่ทราบค่า 5. ขั้นที่ 5 หาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง หมายเหตุ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านความต้านทาน R1 ที่แท้จริงถูกต้อง แสดงว่า ทิศ ทางการไหลของ กระแสไฟฟ้าที่แท้จริงตรงข้ามกับทิศทางของกระแสไฟฟ้าที่สมมติขึ้นมา กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน R1 = IR1= 11 =-0.357 แอมแปร์ตอบ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัว ต้านทาน R2 = lR2 = 12 = 0.286 แอมแปร์ ตอบ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน R3 = lR3 = <3= 0.071 แอมแปร์ ตอบ ตัวอย่างที่ 14.2 จากวงจรไฟฟ้า ในรูปที่ 14.10 จงค านวณหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัว ต้านทานตัวแต่ ละตัว ; lR1, lR2 ’<R3’IR4’IR5 รูปที่ 14.10 วงจรไฟฟ้า ตามตัวอย่างที่ 14.2
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง วิธีท า 1. ขั้นที่ 1 ก าหนดจุดโนดโวลเตจหลัก คือ VA, VB และ โนดโวลเตจอ้างอิง คือ VC ดังรูปที่ 14.11 2. ขั้นที่ 2 ก าหนดทิศทางกระแสฟ้าที่โนดโวลเตจหลัก โดยใช้กฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ซอฟฟ์(KCL) ดังรูปที่ 14.11 3. ขั้นที่ 3 เขียนสมการกระแสไฟฟ้าตามกฎกระแสไฟฟ้าของเคอร์ซอฟฟ์(KCL) จะได้ 4. ขั้นที่ 4 คือ แทนค่าแรงดันไฟฟ้าและค่าความต้านทานลงในสมการที่ (2) และ (4) แก้ สมการหาค่า แรงดันโนดโวลเตจที่ไม่ทราบค่าด้วยคือดิเทอร์มิแนนท์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยที่ 14 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย โนดโวลต์เตจ เวลา 4 ชั่วโมง กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน R1 = lR1 = <1 = 1.246 แอมแปร์ ตอบ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน R2 = lR2 = เ2 = 1.755แอมแปร์ ตอบ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน R3 = lR3= 13 = 0.508แอมแปร์ ตอบ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน R4 = lR4= 14 = 1.386แอมแปร์ ตอบ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน R5 = lR5= <5 =1.892 แอมแปร์ตอบ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 หน่วยที่ 15 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 18 ชื่อหน่วย ทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุด เวลา 4 ชั่วโมง 1. หัวข้อเรื่องและงานที่ปฏิบัติ 15.1 ทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุด 2. สาระส าคัญ ในการส่งข่าวสารข้อมูลไปยังจุดหมายปลายทาง เป็นสิ่งที่มีความจ าเป็นต่อระบบสื่อสาร โทรคมนาคมในยุคปัจจุบัน มีทั้งประโยชน์และมีบทบาทส าคัญต่อระบบการติดต่อสื่อสาร ทั้งการส่งข่าวสาร และข้อมูลต่างๆ ดังนั้นการจะท าให้ข่าวสารและข้อมูลเหล่านั้นเดินทางไปได้ไกลมากที่สุดถือเป็นสิ่งส าคัญ และจ าเป็นต่อการท างานในระบบสื่อสารโทรคมนาคม จึงมีการคิดค้นหาวิธีการท าให้เกิดผลที่ต้องการ ดังกล่าว ท าให้เกิดการคิดทฤษฎีขึ้นมาใช้งาน เรียกว่า ทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Power Transfer Theorem) 3.สมรรถนะย่อย แสดงความรู้เกี่ยวกับความรู้การค านวณทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุดได้ 4.จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ด้านความรู้ 1. อธิบายหลักการทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุดได้ ด้านทักษะ 1. ค านวณหาค่าต่างๆ โดยทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุดได้ 2. เขียนสมาการโดยวิธีของทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุดได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แสดงออกด้านความสนใจใฝ่รู้ การตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้ าใจและแบ่งบัน ความร่วมมือ/ยอมรับความคิดเห็นส่วนใหญ่
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 หน่วยที่ 15 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 18 ชื่อหน่วย ทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุด เวลา 4 ชั่วโมง ในหน่วยนี้จะกล่าวถึงหลักการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไปยังโหลด ซึ่งเป็นเป้าหมาย ให้ ได้รับก าลังไฟฟ้าสูงสุด ทฤษฎีนี้จะน าไปใช้งานมากในด้านระบบการสื่อสาร การโทรคมนาคม และ เครื่องขยายเสียงไปยังล าโพง เป็นต้น หลักการคือการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุดไปยังโหลดนั้นจะ เกิดขึ้น สูงสุด เมื่อความต้านทานภายในของแหล่งจ่ายมีค่าเท่ากับค่าความต้านทานของโหลด 15.1 หลักการทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุด ทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุด กล่าวไว้ว่า ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ที่มีแหล่งจ่าย พลังงานต่ออยู่ด้วยนั้น จะเกิดการส่งผ่านก าลังสูงสุดจากแหล่งจ่ายไปยังโหลดได้นั้นก็ต่อเมื่อโหลดมี ความต้านทานเท่ากับความต้านทานภายในของแหล่งจ่ายที่จ่ายให้โหลดอันนั้น ในบางครั้งการ ส่งผ่าน ก าลังจากแหล่งจ่ายพลังงานจะต้องผ่านความต้านทานต่าง ๆ หลายตัว แต่เรายังสามารถที่จะ หาค่า ก าลังสูงสุดที่ปรากฏขึ้นที่โหลดนั้นได้ โดยการน าเอาหลักการทฤษฎีของเทวินินมาใช้การ วิเคราะห์วงจร ดังกล่าว เมื่อได้วงจรเทียบเท่าเทวินินแล้ว เราก็สามารถที่จะหาค่าขนาดของโหลดได้ ซึ่งจะมีค่าเท่ากับ ความต้านทานเทียบเท่าเทวินินนั่นเองและเมื่อเราน าเช้ามาต่อกับวงจรเทียบเท่าเทวินิน รูปที่ 15.1 วงจรไฟฟ้า ส าหรับการวิเคราะห์หลักการทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุด จากหลักการที่กล่าวมาแล้ว จะให้เห็นซัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาดูในรูปที่ 16.3 เราพบว่า เมื่อปรับความต้านทานโหลดจากค่าน้อยไปหาค่ามากทีละค่าแล้ว จะพบว่า เมื่อปรับความต้านทาน โหลดให้มีค่าเท่ากับความต้านทานเทียบเท่าเทวิบิน เราก็จะได้ก าลังสูงสุดที่ปรากฏขึ้นความต้านทาน โหลดพอดีและเราสามารถค านวณหาค่าได้ดังนั้น คือ จากรูปที่ 15.1 สามารถหาความสัมพันธ์ของกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า ก าลังไฟฟ้ากับตัว ต้านทานที่ โหลด (RL) ได้สมการ ดังนี้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 หน่วยที่ 15 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 18 ชื่อหน่วย ทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุด เวลา 4 ชั่วโมง การหาค่าก าลังที่เกิดฃึ้นที่โหลด RLm ๆ ค่าที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับค่าของโหลด RL ที่เปลี่ยนไปนั้น จะแสดงให้เห็นดังในตารางที่ 16.1 ตารางที่ 16.1 การหาค่าก าลังที่เกิดฃึ้นที่โหลด RLm ๆ ค่าที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับค่าของ โหลด RL ที่ เปลี่ยน'ไปนั้น จากตารางที่ 15.1 มาเขียนกราฟ โดยให้ค่าของโหลด R. อยู่ในแกนแนวนอนหรือแกน X และให้ค่าของ PLอยู่'โนแกนแนวตั้งหรือแกน y ก็จะได้เส้นกราฟดังแสดงในรูปที่ 16.4 ซึ่งจะเห็นได้ว่า ค่า ของก าลังที่ปรากฏขึ้นที่โหลด R, จะมีค่าก าลังสูงสุดเมื่อความต้านทานของโหลดมีค่าเท่ากับความ ต้านทาน เทียบเท่าเทวินิน คือ 6 fi เพียงค่าเดียวเท่านั้น และในขณะที่โหลด RL มีค่าน้อยกว่าหรือ มากกว่า PL ก็จะ ลดน้อยลงมากขึ้นเท่ากัน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 หน่วยที่ 15 ชื่อวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 20104-2002 สอนครั้งที่ 18 ชื่อหน่วย ทฤษฎีการส่งถ่ายก าลังไฟฟ้าสูงสุด เวลา 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ก าลังไฟฟ้าที่โหลดได้รับยังมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการส่งผ่านของ วงจรไฟฟ้านั้นด้วย เซ่น ก าลังไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายมีค่า 100 วัตต์ แต่เมื่อเราน าไปใช้งาน ผลปรากฏ ว่าโหลดได้รับก าลังไฟฟ้า 90 วัตต์ แสดงว่าค่าก าลังไฟฟ้าลดลง ซึ่งเราสามารถดูได้จากค่า ประสิทธิภาพในการส่งผ่านก าลังไฟฟ้า ดัง สมการ เมื่อ P . คือ ก าลังไฟฟ้าที่ถกจ่ายไปยังโหลด out Pin คือ ก าลังไฟฟ้าที่จ่ายออกไปจากแหล่งจ่าย ส าหรับประสิทธิภาพการส่งผ่านก าลังไฟฟ้าที่โหลด RL มีค่าเท่ากับความต้านทานเทียบเท่า เทวินิน ดังนั้น เราสามารถหาประสิทธิภาพการส่งผ่านก าลังไฟฟ้าได้ ดังสมการที่ 16-5 หากเราต้องการให้ประสิทธิภาพการส่งผ่านก าลังไฟฟ้ามีค่าสูง เราจะต้องให้โหลดมีค่าความ ต้านทาน มากกว่าความต้านทานเทียบเท่าเทวินินมาก แต่ถ้าความต้านทานเทียบเท่าเทวินินมากกว่า ความต้านทาน ของโหลดมาก ๆ จะท าให้ประสิทธิภาพการส่งผ่านก าลังไฟฟ้าต ่าและค่าก าลังไฟฟ้าที่ โหลดได้รับก็จะมีค่าต ่า ไปด้วย