ช่ัวโมงท่ี 4
วธิ ีการ
ทางประวัติศาสตร์
90
ประวตั ศิ าสตร์ไทย ม. 4–6
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1
เวลา ยคุ สมยั และวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2
หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
เวลา 1 ช่ัวโมง
91
ลองคดิ ลองตอบ
1. จากภาพ หมอ้ สามขาอยใู่ นยคุ ใด
และพบที่จงั หวดั อะไร
2. เป็นหลกั ฐานประเภทใด
1. ยคุ หินใหม่ พบที่จงั หวดั กาญจนบุรี
2. เป็นหลกั ฐานที่ไม่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
92
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
• ร่องรอยท่ีมนุษยไ์ ดก้ ระทาไวใ้ นอดีตและหลงเหลืออยจู่ นถึงปัจจุบนั เรียกวา่
“หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์”
• วธิ ีการในการแสวงหาขอ้ เทจ็ จริงหรือเรื่องราวในอดีต เรียกวา่
“วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์”
การสืบคน้ เรื่องราวของมนุษยใ์ นอดีต
ตอ้ งอาศยั หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
และใชว้ ิธีการทางประวตั ิศาสตร์
93
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
• คือ ร่องรอยการกระทาของมนุษยห์ รือร่องรอยของอดีต
• ในการศึกษาประวตั ิศาสตร์จาเป็นตอ้ งอาศยั หลกั ฐานหรือร่องรอย
ต่าง ๆ เก่ียวกบั เร่ืองน้นั ๆ มาศึกษา วเิ คราะห์ ตีความขอ้ มูลที่ได้
และตรวจสอบความถูกตอ้ งของเร่ืองราวน้นั ๆ
94
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 95
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
การจาแนกประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
จาแนกไดห้ ลายลกั ษณะแลว้ แต่วา่ จะใชอ้ ะไรเป็นเกณฑ์ เช่น
จาแนกตามยุคสมยั
หลกั ฐานสมยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์ คือ
ร่องรอยการกระทาของมนุษยต์ ้งั แต่
สมยั ที่ชุมชนยงั ไม่มีตวั อกั ษรใช้ เช่น
โครงกระดูกมนุษย์ ซากกระดูกสัตว์
เมลด็ พชื ร่องรอยการต้งั ถิ่นฐาน
เคร่ืองมือเคร่ืองใช้
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ จาแนกตามยุคสมัย
หลกั ฐานสมัยประวตั ิศาสตร์ คือ ร่องรอยการกระทาของมนุษย์
ในสมยั ที่ชุมชนน้นั รู้จกั ใชต้ วั อกั ษรบนั ทึกเรื่องราวแลว้
จารึก โบราณสถาน
จดหมายเหตุ โบราณวตั ถุ
96
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ จาแนกตามลกั ษณะ
หลกั ฐานที่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร เป็นหลกั ฐานจาพวกจารึกในแผน่ ศิลา
แผน่ โลหะ ใบลาน หรือวสั ดุอื่นที่ทาข้ึนในสมยั ประวตั ิศาสตร์
จดหมายเหตุบญั ชีน้าฝนของ พระราชพงศาวดาร
สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่ี 1 97
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ จาแนกตามลกั ษณะ
หลกั ฐานท่เี ป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร เป็นหลกั ฐานจาพวกจารึกในแผน่ ศิลา
แผน่ โลหะ ใบลาน หรือวสั ดุอื่นท่ีทาข้ึนในสมยั ประวตั ิศาสตร์
ศิลาจารึก หนงั สือเรียนประวตั ิศาสตร์ไทย
98
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ จาแนกตามลกั ษณะ
หลกั ฐานทีไ่ ม่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร คือ หลกั ฐานจาพวก
โบราณสถาน โบราณวตั ถุ ศิลปกรรม คาบอกเล่า
เจดียท์ องวดั พระแกว้ อนุสาวรียช์ ยั สมรภูมิ จิตรกรรมฝาผนงั วดั พระแกว้ 99
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ จาแนกตามความสาคญั
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
หลกั ฐานช้ันต้น หลกั ฐานที่บนั ทึก หลักฐานช้ันรอง หลักฐานที่ผู้บันทึก
ไวโ้ ดยผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งในเหตุการณ์หรือ รับทราบเหตุการณ์มาจากคาบอกเล่า
รู้เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง รวมท้ัง หรือขอ้ เขียนของผอู้ ่ืน
โบราณสถานและโบราณวตั ถุ
100
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ หลกั ฐานที่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย
เป็นหลกั ฐานท่ีเก่าแก่ท่ีสุดของไทย มีความคงทน
ถาวร ขอ้ ความที่จารึกไวไ้ ม่มีการแกไ้ ข เน่ืองจาก
บนั ทึกลงบนวสั ดุที่คงทน เช่น แผน่ ศิลา โลหะ
• จารึกที่เก่าแก่ที่สุดใชอ้ กั ษรปัลลวะ
• ยคุ ต่อ ๆ มาใชอ้ กั ษรขอมโบราณ อกั ษรมอญ
จารึก โบราณ อกั ษรธรรม และอกั ษรไทย
• จารึกส่วนใหญ่เกี่ยวขอ้ งกบั พระพทุ ธศาสนา
101
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ หลกั ฐานท่ีเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในประเทศไทย
ตานาน มีที่มาจากการบอกเล่าสืบตอ่ กนั มาแลว้ นามา
บนั ทึกภายหลงั อาจผดิ เพ้ียนไปจากเดิม
102
• ตานานมีในทอ้ งถิ่นทวั่ ทุกภาคของประเทศไทย
• ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกบั พระพทุ ธศาสนา
และกาเนิดบา้ นเมือง เช่น
– ตานานมูลศาสนา
– ตานานพระแกว้ มรกต
– ตานานสิงหนวตั ิ
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ หลกั ฐานทเี่ ป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย
พระราชพงศาวดาร เป็นบนั ทึกเรื่องราวเก่ียวกบั
รัชกาลท่ี 5 พระมหากษตั ริยต์ ามลาดบั เหตุการณ์
เช่น
• พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบบั หลวงประเสริฐฯ
• พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยธุ ยาฉบบั พนั จนั ทนุ-
มาศ (เจิม)
• พระราชพงศาวดารกรุงสยามฉบบั บริติชมิวเซียม
• พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่ี 1–4
103
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ หลกั ฐานทีเ่ ป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย
จดหมายเหตุ เป็นบนั ทึกคลา้ ยพระราชพงศาวดาร
กรุงรัตนโกสินทร์ แต่บนั ทึกเร่ืองราวทีละเหตุการณ์
รัชกาลที่ 3 จึงใหค้ วามถูกตอ้ งดา้ นเวลา
• จดหมายเหตุของหลวง เช่น จดหมายเหตุ 104
กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่ี 3
• จดหมายเหตุโหร บนั ทึกเหตุการณ์สาคญั เป็นรายวนั
ตามลาดบั ท้งั ปี
• จดหมายเหตุของชาวต่างชาติ เช่น หยวนซ่ือ
จดหมายเหตุวนั วลิต จดหมายเหตุลาลแู บร์
เรื่องน่ารู้: จดหมายเหตุ
จดหมายเหตุของโยสต์ สเคาเตน็ เขียนเม่ือ พ.ศ. 2179 ผเู้ ขียนคือ โยสต์ สเคาเตน็
(Joost Schouten) ผจู้ ดั การบริษทั อินเดียตะวนั ออกของฮอลนั ดา เขา้ มาอยกู่ รุงศรีอยธุ ยา
ในสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ทรงธรรมและสมเดจ็ พระเจา้ ปราสาททอง
จดหมายเหตุวนั วลติ เขียนเม่ือ พ.ศ. 2183 โดย เยเรเมยี ส ฟาน ฟลตี หรือวนั วลติ
(Jeremias Van Vliet) เขา้ มาอยใู่ นกรุงศรีอยธุ ยาสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ปราสาททอง
เป็นผชู้ ่วยของโยสต์ สเคาเตน็ ต่อมาเมื่อสเคาเตน็ พน้ จากตาแหน่งกไ็ ดเ้ ลื่อนเป็นผจู้ ดั การ
บริษทั อินเดียตะวนั ออกของฮอลนั ดาแทน
จดหมายเหตุลาลูแบร์ เขียนโดย ซิมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de la Loubère) ราชทูต
ฝร่ังเศสที่พระเจา้ หลุยส์ท่ี 14 ส่งเขา้ มาเจริญสัมพนั ธไมตรีกบั ราชสานกั กรุงศรีอยธุ ยา
สมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช
105
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ หลกั ฐานที่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย
เอกสาร เป็ นเอกสารเก่ียวกบั
ราชการ การบริหารราชการดา้ นการปกครอง
เรื่องการ
ปกครอง • ใบบอก – รายงานจากหวั เมือง
• สารตรา – หนงั สือของเสนาบดีไปถึงเจา้ เมือง
• ศุภอกั ษร – หนงั สือจากเมืองประเทศราช
• หนงั สือราชการระหวา่ งกระทรวง กรม กอง
• รายงานการประชุม
106
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ หลกั ฐานท่ีเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในประเทศไทย
บนั ทึกของ บนั ทึกของบุคคลเป็นบนั ทึกเหตุการณ์ที่ผูบ้ นั ทึก
บุคคลและ มีส่วนเกี่ยวขอ้ งหรืออยรู่ ่วมในเหตุการณ์
จดหมาย ส่วนจดหมายส่วนตวั เป็นบนั ทึกส่วนตวั
ส่วนตวั
ที่มกั แสดงอารมณ์และความรู้สึกของผบู้ นั ทึก
• บนั ทึกของบุคคล เช่น
– ความทรงจา – บนั ทึกพระยาทรงสุรเดช
• จดหมายส่วนตวั เช่น
–ไกลบา้ น – สาส์นสมเดจ็
107
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ หลกั ฐานที่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย
เป็นหนงั สือท่ีเล่าประวตั ิและผลงานของบุคคล
ตลอดจนเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ท่ีเกิดข้ึนกบั บุคคลน้นั
ชีวประวัติ
• มีท้งั ที่พมิ พแ์ จกในงานศพหรือ
แจกในวาระสาคญั ของชีวิต
และพิมพอ์ อกจาหน่าย
108
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ หลกั ฐานทเ่ี ป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในประเทศไทย
กฎหมาย เป็นหลกั ฐานท่ีทาใหท้ ราบ
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งพลเมืองกบั รัฐ และระหวา่ ง
พลเมืองดว้ ยกนั เอง รวมท้งั สภาพสังคมที่เป็นอยู่
เช่น
• มงั รายศาสตร์
• พระธรรมศาสตร์
• พระราชศาสตร์
• กฎหมายตราสามดวง
• รัฐธรรมนูญ
109
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ หลกั ฐานทีเ่ ป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย
วรรณกรรม เป็นเร่ืองท่ีแต่งข้ึน แต่อาจแทรก
ขอ้ เทจ็ จริงที่เป็นประโยชน์
ในการศึกษาประวตั ิศาสตร์
เช่น
• ลิลิตยวนพา่ ย
• นิราศภูเขาทอง
110
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ หลกั ฐานที่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในประเทศไทย
หนังสือพมิ พ์ เป็นหลกั ฐานท่ีใหข้ อ้ มูลท้งั ดา้ นการปกครอง
วารสาร และ เศรษฐกิจ สงั คม ฯลฯ มกั ใหข้ อ้ มูลใหม่ ๆ
นิตยสาร
หรือตีความในแง่มุมใหม่
เช่น
• หนงั สือพิมพร์ ายวนั
• ศิลปวฒั นธรรม
• โลกประวตั ิศาสตร์
111
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ หลกั ฐานทเี่ ป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย
หนังสือ เป็นงานเขียนท่ีมีการอา้ งอิงหลกั ฐานช้นั ตน้
ประวตั ิศาสตร์ จานวนมากสะดวกในการศึกษาเพิม่ เติม
วทิ ยานิพนธ์
และงานวจิ ยั เช่น
ทางประวตั ิศาสตร์
• เจา้ ชีวติ
• เบ้ืองหลงั การปฏิวตั ิ 2475
• ตามรอยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช
112
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ หลกั ฐานทเี่ ป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย
เวบ็ ไซต์ การศึกษาขอ้ มูลทางประวตั ิศาสตร์จากเวบ็ ไซต์
ควรเลือกเวบ็ ไซตท์ ี่บุคคล หน่วยงาน หรือองคก์ ร
ท่ีมีความน่าเชื่อถือเป็นผจู้ ดั ทา
เช่น
• http://www.finearts.go.th
• http://www.cabinet.thaigov.go.th
113
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในประเทศไทย หลกั ฐานทไี่ ม่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
หลกั ฐานทางโบราณคดี
ร่องรอยท่ีเป็นวตั ถุซ่ึงเป็นสิ่งที่มนุษยโ์ บราณ
สร้างหรือทิ้งไวใ้ นอดีต
สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์
สมยั ประวตั ิศาสตร์
114
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย หลกั ฐานท่ไี ม่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์
หินทุบเปลือกไมเ้ พอ่ื ทาผา้ หมอ้ สามขา พบที่บา้ นเก่า
พบที่ถ้าเบ้ืองแบบ จงั หวดั กาญจนบุรี
จงั หวดั สุราษฎร์ธานี
115
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย หลกั ฐานทีไ่ ม่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
สมยั ประวตั ิศาสตร์
นางตาราสาริด พบที่ ประติมากรรมดินเผาภิกษุสาวก
เมืองสทิงพระ จงั หวดั สงขลา 3 รูปถือบาตร พบท่ีเมืองอูท่ อง
ปัจจุบนั อยทู่ ่ีพพิ ธิ ภณั ฑสถาน จงั หวดั สุพรรณบุรี ปัจจุบนั อยทู่ ี่
พิพธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
แห่งชาติ สงขลา
จงั หวดั สุพรรณบุรี 116
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในประเทศไทย หลกั ฐานท่ไี ม่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
หลกั ฐานทางดา้ นศิลปกรรม
ไดแ้ ก่ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม
และจิตรกรรม
พระบรมธาตุไชยา พระพทุ ธชินราช
จงั หวดั สุราษฎร์ธานี วดั พระศรีรัตนมหาธาตุ
จงั หวดั พิษณุโลก
117
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย หลกั ฐานท่ไี ม่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
หลกั ฐานทางดา้ นนาฏศิลป์
ดนตรี และเพลงพ้นื บา้ น
เป็นศิลปะที่ถ่ายทอดสืบต่อกนั มา
จึงตอ้ งอาศยั การตีความของ
ผเู้ ช่ียวชาญก่อนนามาใชป้ ระโยชน์
ผตี าโขน จงั หวดั เลย
118
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในประเทศไทย หลกั ฐานท่ีไม่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
หลกั ฐานประเภทคาบอกเล่า
เป็นหลกั ฐานที่ถ่ายทอดดว้ ยคาพดู สืบต่อกนั มา
มกั เปลี่ยนแปลงไปตามผเู้ ล่าและกาลเวลา
จึงตอ้ งใชห้ ลกั ฐานประเภทอื่นประกอบการศึกษา
หลกั ฐานประเภทน้ีเหมาะสาหรับศึกษาประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถ่ิน
119
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย หลกั ฐานท่ไี ม่เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
หลกั ฐานประเภทโสตทศั น์
เช่น ภาพถ่าย แผนที่ แผนผงั
แถบบนั ทึกเสียง แถบวีดิทศั น์
ภาพยนตร์ ส่ือคอมพวิ เตอร์
ท่ีใหข้ อ้ มูลทางประวตั ิศาสตร์
120
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.2 วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
เป็นวธิ ีการสืบคน้ เร่ืองราวในอดีตอยา่ งเป็นระบบ
โดยจะใหค้ วามสาคญั ในเร่ืองการตรวจสอบหลกั ฐาน
การประเมินความน่าเชื่อถือ และคุณคา่ ของหลกั ฐาน
รวมท้งั การวเิ คราะห์ตีความขอ้ มูลทางประวตั ิศาสตร์
ท้งั น้ีเพือ่ ใหไ้ ดม้ าซ่ึงองคค์ วามรู้ใหม่
บนพ้นื ฐานความเป็นเหตุเป็นผล
121
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.2 วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
วธิ ีการที่ใชใ้ นการศึกษาประวตั ิศาสตร์ประกอบดว้ ย 5 ข้นั ตอน ดงั น้ี
การรวบรวม การตีความ การเรียบเรียง
หลกั ฐาน หลกั ฐาน และนาเสนอ
การกาหนด การตรวจสอบ
ปัญหา และประเมิน 122
หลกั ฐาน
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
3.2 วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
วิธีการท่ีใชใ้ นการศึกษาประวตั ิศาสตร์ประกอบดว้ ย 5 ข้นั ตอน ดงั น้ี
การกาหนดปัญหา • เป็นข้นั ตอนของการตดั สินใจวา่ จะศึกษา
คน้ ควา้ เร่ืองอะไร เรื่องน้นั เกิดข้ึนที่ไหน
เกิดข้ึนเม่ือไร สมยั ใด มีใครเก่ียวขอ้ งบา้ ง
ส่ิงท่ีเกิดข้ึนคืออะไร ฯลฯ
• เป็นข้นั ตอนของการคน้ ควา้ หลกั ฐาน
การรวบรวมหลกั ฐาน ทางประวตั ิศาสตร์ท้งั ทเี่ ป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
และไม่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษรที่เก่ียวขอ้ ง
ใหไ้ ดม้ ากท่ีสุด 123
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.2 วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
วธิ ีการท่ีใชใ้ นการศึกษาประวตั ิศาสตร์ประกอบดว้ ย 5 ข้นั ตอน ดงั น้ี
การตรวจสอบ • การตรวจสอบหลกั ฐาน เป็นการพจิ ารณาลกั ษณะ
และประเมนิ หลกั ฐาน ภายนอกของหลกั ฐาน ซ่ึงไดแ้ ก่ อายขุ องหลกั ฐาน
ผสู้ ร้างหรือผเู้ ขียนหลกั ฐาน จุดมุ่งหมายของการ
สร้างหลกั ฐาน
• การประเมินหลกั ฐาน เป็นการพิจารณาขอ้ มูล
ในหลกั ฐานวา่ น่าเชื่อถือเพยี งใด ซ่ึงไดแ้ ก่
ช่วงเวลาระหวา่ งเหตุการณ์กบั การบนั ทึกขอ้ มูล
ผเู้ ขียนหรือผสู้ ร้างหลกั ฐาน จุดมุ่งหมายของ
หลกั ฐาน
124
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.2 วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
วธิ ีการท่ีใชใ้ นการศึกษาประวตั ิศาสตร์ประกอบดว้ ย 5 ข้นั ตอน ดงั น้ี
การตีความหลกั ฐาน เป็นข้นั ตอนของการทาความเขา้ ใจวา่ หลกั ฐานมีความหมาย
วา่ อยา่ งไร หรือใหข้ อ้ มูลอะไร มี 2 ระดบั คือ
1. การตีความข้นั ตน้ คือ การตีความตามตวั อกั ษรหรือ
ลกั ษณะภายนอก
2. การตีความข้นั ลึก คือ การตีความส่ิงท่ีผูเ้ ขียนหรือ
ผสู้ ร้างไม่ไดบ้ อกไว้ เช่น ทศั นคติ จุดมุ่งหมายที่แอบแฝง
การเรียบเรียงและนาเสนอ • เป็นข้นั ตอนของการนาขอ้ มูลท่ีตีความแลว้ มา
สังเคราะห์เป็นเร่ืองเดียวกนั เพอ่ื ตอบปัญหาใน
ข้นั ตอนท่ี 1 จากน้นั นาเสนอขอ้ มูลดว้ ยวธิ ีการท่ี
เหมาะสม เช่น บทความ หนงั สือ การบรรยาย
125
3. หลกั ฐานและวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
3.2 วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
ช่วยใหเ้ กิดความรู้สึกภูมิใจและกระตุน้ ความรักชาติ
ทาใหต้ ระหนกั ถึงคุณค่าของมรดกที่บรรพบุรุษสั่งสมไว้
ประโยชน์ของ ทาใหเ้ กิดการเรียนรู้จากอดีต เขา้ ใจถึงปัญหา สาเหตุ
วธิ ีการทาง และผลท่ีตามมา เพอ่ื เป็นบทเรียนใหก้ บั ปัจจุบนั
ประวตั ศิ าสตร์
ต่อการศึกษา ทาใหเ้ กิดองคค์ วามรู้ต่าง ๆ ท่ีสามารถนาไปใชใ้ หเ้ กิด
ประวตั ิศาสตร์ ประโยชนไ์ ดท้ ้งั ในปัจจุบนั และอนาคต
ทาใหเ้ กิดทกั ษะดา้ นการวเิ คราะห์และการแกป้ ัญหา
ซ่ึงสามารถนาไปใชไ้ ดก้ บั การศึกษาดา้ นอื่น ๆ
126
รู้ไหม... คือภาพอะไร
หม้อลายเขยี นสี บ้านเชียง จงั หวดั อุดรธานี ขวานหินขดั จงั หวดั ชลบุรี
127
รู้ไหม... คือภาพอะไร
หม้อสามขา ตะเกยี งโรมันสาริด
ทบี่ ้านเก่า จังหวดั กาญจนบุรี เมืองโบราณพงตึก
จงั หวดั กาญจนบุรี
128
รู้ไหม... คือภาพอะไร
พระบรมธาตุไชยา พระพุทธชินราช
จังหวดั สุราษฎร์ธานี วดั พระศรีรัตนมหาธาตุ
จังหวดั พษิ ณุโลก 129
รู้ไหม... คือภาพอะไร
กฎหมาเยฉตลรายสามดวง
130
ตอบคาถาม
ถา้ ไม่ใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
ศึกษาเร่ืองราวของมนุษยใ์ นอดีต
จะมีผลเป็นอยา่ งไร
ทาใหก้ ารศึกษาขอ้ มูลทางประวตั ิศาสตร์
ไม่ครบถว้ น ขาดความถูกตอ้ ง ไม่น่าเช่ือถือ
ทาใหค้ านวณเรื่องราวท่ีเกิดข้ึนผดิ พลาดได้
131
ตอบคาถาม
การใชว้ ิธีการทางประวตั ิศาสตร์
สามารถสลบั ข้นั ตอนไดห้ รือไม่
เพราะอะไร
ไม่ได้ เพราะจะทาใหเ้ สียเวลาและทาใหข้ อ้ มูลสบั สน เช่น
จะตรวจสอบขอ้ มูลก่อนการกาหนดปัญหาหรือการรวบรวม
หลกั ฐานไม่ได้ แต่บางข้นั ตอนอาจทาควบคู่ไปเลยกไ็ ด้ เช่น
การรวบรวมหลกั ฐานกบั การตรวจสอบและประเมินหลกั ฐาน
132
บนั ทกึ ทผ่ี ู้ก่อการเปลยี่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 คนใดคนหนง่ึ
เขยี นขนึ้ เป็ นหลกั ฐานช้ันต้นหรือหลกั ฐานช้ันรอง เพราะเหตุใด
เป็ นหลกั ฐานชั้นต้น
เพราะเขียนในสมยั ทเี่ กดิ เหตกุ ารณ์
133
เพราะเหตุใดจงึ กล่าวว่า พระราชพงศาวดารเป็ นหลกั ฐานทใ่ี ห้ความรู้
เกยี่ วกบั ประวตั ิศาสตร์พระราชวงศ์ได้มากกว่าหลกั ฐานอื่น
เพราะเป็ นบนั ทกึ เรื่องราวเกยี่ วกบั
พระมหากษตั ริย์ตามลาดบั เหตุการณ์
ซ่ึงจะไม่กล่าวถงึ เร่ืองราวของประชาชนเลย
134
จดหมายเหตุของชาวตะวนั ตกทเ่ี ขยี นเกย่ี วกบั ประเทศไทย
มกั มขี ้อบกพร่องอย่างไร
แนวคาตอบ
ข้อบกพร่องจากความเข้าใจผดิ เพราะอาจไม่เข้าใจเหตกุ ารณ์
หรือเรื่องราวได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ วฒั นธรรมท่ีแตกต่างกนั
ย่อมมสี ่วนสาคัญทที่ าให้มองปัญหาผดิ แผกไป
หรือบางคร้ังอาจหลงลมื ได้
135
ผลการศึกษาค้นคว้าทางโบราณคดแี ละประวตั ิศาสตร์ศิลปะ
เป็ นประโยชน์ต่อการศึกษาประวตั ศิ าสตร์อย่างไร
แนวคาตอบ
ทาให้ผ้ทู ศ่ี ึกษาประวตั ศิ าสตร์
ทาความเข้าใจข้อมลู ความรู้ได้ง่ายขน้ึ
136
วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ประกอบด้วยข้นั ตอนอะไรบ้าง
1) การกาหนดปัญหา
2) การรวบรวมหลักฐาน
3) การตรวจสอบและประเมินหลักฐาน
4) การตคี วามหลกั ฐาน
5) การเรียบเรียงและนาเสนอ
137
การตคี วามข้นั ต้นจากหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ 138
ผู้ตคี วามต้องมคี วามรู้ในเร่ืองอะไรบ้าง
แนวคาตอบ
ผ้ตู ีความจะต้องเข้าใจความหมายของคาและสานวนโวหาร
ซ่ึงเป็ นสิ่งทเี่ ปลยี่ นแปลงไปตามกาลเวลา ถ้าเป็ นหลกั ฐานที่ไม่เป็ น
ลายลกั ษณ์อักษร ผ้ตู คี วามจะต้องบอกได้ว่าช้ินส่วนวัตถุหรือร่องรอย
สถานทที่ พี่ บเป็ นส่วนหนึ่งของอะไร มลี วดลายหรือลกั ษณะสาคญั
อย่างไร นอกจากนี้ ผ้ตู คี วามประวตั ศิ าสตร์จะต้องมีความรู้เกย่ี วกบั
สภาพแวดล้อมทมี่ ีอทิ ธิพลต่อผ้เู ขยี นหรือผ้สู ร้างหลักฐาน เช่น จารีต
ประเพณี ทศั นคติ ค่านิยมของยคุ สมัยน้ัน ๆ ด้วยจึงจะตีความได้ถูกต้อง
สรุปความรู้
❖ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์เป็นร่องรอยการกระทาของมนุษยใ์ นอดีต
และหลงเหลืออยจู่ นถึงปัจจุบนั หรือร่องรอยของอดีต ในการศึกษา
ประวตั ิศาสตร์จาเป็นตอ้ งอาศยั หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์และ
วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
❖ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์มีท้งั หลกั ฐานที่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
และหลกั ฐานท่ีไม่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร ท้งั หลกั ฐานช้นั ตน้ และ
หลกั ฐานช้นั รอง การศึกษาประวตั ิศาสตร์ของไทยนิยมใชห้ ลกั ฐาน
ที่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษรและหลกั ฐานช้นั ตน้
139