บทน�ำ
ความเปน็ มาของพระพทุ ธศาสนา คอื คำ� สงั่ สอนของพระพทุ ธเจา้
นนั้ พระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงธรรมทรงบญั ญตั พิ ระวนิ ยั ดว้ ยพระโอษฐ์
พระสาวกผู้ฟังหรือบุคคลผู้ฟังก็ฟังด้วยหูและก็ทรงจ�ำเอาไว้ ยังไม่
ได้เขียนเป็นอักษร เม่ือทรงจ�ำไว้จึงมีการบอกกล่าวกันสืบต่อมา
ส�ำหรับการสาธยายคือการสวดข้ึน เป็นสังคายนาหรือสังคีติ คือ
การสวดขึ้นพร้อมกันน้ี ก็น่าจะมีข้ึนต้ังแต่ในสมัยท่ีพระพุทธเจ้า
ยังด�ำรงพระชนม์อยู่แล้ว พระเถระบางรูปได้ทรงจ�ำข้อธรรมท่ี
พระพทุ ธเจา้ ไดท้ รงสง่ั สอนเอาไวไ้ ด้ และกไ็ ดส้ วดถวายพระพทุ ธเจา้
กค็ อื สวดมนตค์ ำ� สัง่ สอนทีพ่ ระพุทธเจา้ ทรงสง่ั สอนไว้ พระพทุ ธเจา้
เมื่อทรงสดับแล้วก็ทรงสาธุการว่าถูกต้องแล้ว ต่อมาท่านผู้ทรงจ�ำ
คำ� สง่ั สอนของพระพทุ ธเจา้ ไดต้ ลอดจนถงึ พยญั ชนะคอื ถอ้ ยคำ� คงจะ
มกี ารสวดทำ� นองพรอ้ มๆ กนั เปน็ หมู่ สว่ นผทู้ ท่ี รงจำ� ไดท้ เ่ี ปน็ อาจารย์
กส็ งั่ สอนศษิ ยใ์ นหมวดธรรมทตี่ นจำ� ได้ และเมอ่ื ศษิ ยจ์ ำ� ไดแ้ ลว้ กใ็ ห้
ศษิ ยม์ าสวดพรอ้ มๆ กนั กเ็ ปน็ ดงั่ นจ้ี นถงึ คราวทพ่ี ระวนิ ยั พระธรรม
ปรากฏเปน็ ตัวอักษร
เมื่อพระพุทธศาสนาได้แผ่ออกไป ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนา
ต้องการมงคลต่างๆ เพราะว่ายังคงเป็นสามัญชน และเม่ือนับถือ
พุทธศาสนาก็ต้องการมงคลจากพระพุทธศาสนา ก็นิมนต์พระไป
สวดมนตเ์ พอ่ื เปน็ มงคล กเ็ ปน็ เหตใุ หม้ กี ารเลอื กบทสวดมนตท์ เี่ ปน็
มงคลตา่ งๆ จากพระไตรปิฎกน่ันแหละ ในประเทศไทยเราน้ีได้รบั
พระพทุ ธศาสนา ได้มีความสมั พนั ธใ์ กลช้ ิดกบั ลงั กา ก็ไดต้ ำ� ราจาก
ลังกาน้นั มาใช้ในเมอื งไทย ดงั ที่ได้ใช้สวดกนั อยใู่ นปจั จบุ ันน้ี จงึ ใคร่
ที่�จะแสดงอธิบิ ายเรื่�องการสวดมนต์ต์ ่า่ งๆ ซึ่ง่� คนไทยทั้�งหลายใช้ก้ ันั อยู่�
การสวดมนต์์ การฟัังสวดมนต์์ การพิิจารณาธรรมที่่�มีีอยู่�ในบท
สวดมนต์์ ในขณะที่่�ฟัังในขณะที่�สวดก็็เป็็นการทำำ�ใจให้้สงบ และ
ทำำ�ให้้ได้้ปััญญาก็็เป็็นการทำำ�กรรมฐานอย่่างหนึ่�ง เรื่�องสวดมนต์์
คำำ�ว่า่ “มนต์”์ ถ้า้ แปลตามศัพั ท์ท์ี่�ใช้เ้ ป็น็ ภาษาพูดู ทั่�วไปแปลว่า่ ปรึกึ ษา
หารือื แต่ว่ ่า่ นำำ�มาใช้เ้ ป็น็ บทสวดก็ห็ มายความว่า่ เป็น็ บทสวดที่�บริสิ ุทุ ธิ์�
หรืือที่่�ศัักดิ์์�สิิทธิ์� เราใช้้กัันในภาษาไทยเป็็นที่�เข้้าใจกััน ธรรมเนีียม
สวดมนต์ข์ องพระสงฆ์ไ์ ด้ม้ ีธี รรมเนียี มสวดในเวลาเช้า้ กับั ในเวลาเย็น็
หรือื ค่ำำ�� ทำำ�วัตั รเช้า้ นั้�นก็ก็ ำำ�หนดเวลาต่า่ งๆ กันั แม้ว้ ่า่ จะกำำ�หนดเวลา
ต่า่ งกันั ก็ค็ งใช้ป้ ระชุมุ กันั สวดมนต์เ์ วลาเช้า้ เวลาหนึ่�ง เวลาเย็น็ และ
เวลาค่ำำ�� อีกี เวลาหนึ่�ง
บทสวดประจ�ำทกุ วนั ท่เี รียกว่าทำ� วัตร คอื ท�ำวัตรเชา้ ทำ� วัตรค�่ำ
เป็นธรรมเนียมท่ีสืบเนื่องมาแต่ครั้งพุทธกาล เม่ือพระพุทธเจ้ายัง
ทรงพระชนมอ์ ยู่ พระสงฆส์ าวกกเ็ ข้าเฝา้ พระพทุ ธเจ้า ในเวลาเชา้
ก็ท�ำวัตร ท�ำวัตรก็คือการปฏิบัติ เช่นถวายน�้ำส�ำหรับท่ีจะบ้วน
พระโอษฐ์์ สรงพระพักั ตร์์ และกิจิ อื่�นๆ ในครั้�งพุทุ ธกาลนั้�นพระภิกิ ษุุ
ก็ม็ ีธี รรมเนียี มเข้า้ เฝ้า้ พระพุทุ ธเจ้า้ ทำำ�วัตั ร คือื ทำำ�การปฏิบิ ัตั ิพิ ระองค์์
ในเวลาเช้้า แต่่ว่่าก็็ปรากฏว่่าได้้มีีพระภิิกษุุที่�เป็็นพุุทธอุุปััฏฐาก
ประจำำ�พระองค์์ มักั จะองค์ห์ นึ่�ง แต่่ว่า่ ในตอนแรกนั้�นก็ค็ งจะมีีการ
ผลััดเปลี่�ยนกันั ไม่ม่ ีีองค์ไ์ หนอยู่�ประจำำ�ตลอดเวลานาน จนถึึงท่า่ น
พระอานนท์เถระได้รับหน้าท่ีเปน็ พุทธอปุ ฏั ฐากคือพระภิกษผุ ู้บ�ำรงุ
พระพทุ ธเจา้ พระอานนทท์ า่ นกไ็ ดท้ ำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ พทุ ธอปุ ฏั ฐากประจำ�
พระองค์มาจนถึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน ท่านก็ได้ท�ำการปฏิบัติ
บำ� รุงพระพทุ ธเจา้ เป็นพุทธอปุ ฏั ฐากประจ�ำพระองคต์ ลอดมา
กิจของพระพุทธเจ้าท่านแสดงไว้ในการบอกวัตรของโบราณ
วนั หน่งึ ๆ ท่เี ป็นกจิ ประจ�ำวา่ มี ๕ อยา่ ง คอื
หนงึ่ เวลาเชา้ เสด็จออกบณิ ฑบาต
สอง เวลาเยน็ ทรงแสดงธรรม กค็ อื ทรงแสดงธรรมแกป่ ระชาชน
ทม่ี าเฝ้าเปน็ ประจำ� ทุกวัน
สาม เวลาคำ�่ ประทานโอวาทแกภ่ กิ ษุ
ส่ี เวลาเท่ยี งคืนทรงแสดงธรรมแก้ปญั หาเทวดาทมี่ าเฝ้า
ห้า เวลาย่�ำรุ่งทรงพจิ ารณาหมสู่ ตั ว์ คอื หมขู่ องบุคคลทสี่ มควร
และไม่สมควร ที่จะเสดจ็ ไปทรงแสดงธรรมโปรด
อันแสดงว่ากิจ ๕ อย่างน้ีได้ทรงปฏิบัติอยู่เป็นประจ�ำ และ
การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในเวลาเชา้ ทำ� วัตร คอื การปฏบิ ตั อิ ุปฏั ฐาก
บ�ำรงุ จงึ เป็นกิจของพระภิกษอุ งค์หนงึ่ บ้าง หลายองค์บา้ ง ทีไ่ ปเฝา้
ทำ� พุทธอุปฏั ฐาก เมื่อมพี ระภิกษุอุปัฏฐากประจ�ำ การท่ีพระภิกษุ
ท่ัวไปจะเขา้ เฝ้าเป็นพทุ ธอปุ ัฏฐาก จงึ เปน็ อันไมต่ อ้ งไปท�ำ แต่ก็ชื่อ
ว่าเป็นหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์อย่างน้อยก็องค์ใดองค์หน่ึงผลัด
เปลยี่ นกนั เขา้ ไปเฝา้ ทำ� พทุ ธอปุ ฏั ฐาก เพราะฉะนน้ั เมอื่ พระพทุ ธเจา้
ทรงเสดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พานแลว้ จงึ ไดม้ ธี รรมเนยี มทพ่ี ระภกิ ษทุ อี่ ยู่
วัดหน่ึงๆ ประชุมกันในอุโบสถคือในโบสถ์ ในวิหาร หรือใน
หอสวดมนต์ท่ีก�ำหนดข้ึน ท�ำการสักการะบูชาพระพุทธปฏิมาซึ่ง
ประดษิ ฐานอยใู่ นทน่ี นั้ แทนการทเี่ ขา้ ไปเฝา้ อปุ ฏั ฐากบำ� รงุ พระพทุ ธเจา้
ในเวลาเช้า จึงสวดมนต์ และบทสวดน้ันก็เป็นบทสรรเสริญคุณ
พระรตั นตรยั คอื พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ เปน็ หลกั จงึ เรยี ก
บทสวดมนต์นี้ว่า สวดท�ำวัตร แปลตามศัพท์ก็คือว่า สวดท�ำการ
ปฏิบัติบ�ำรุง แต่เม่ือไม่มีองค์พระพุทธเจ้าที่จะปฏิบัติบ�ำรุงจึง
สวดสรรเสรญิ คุณพระพุทธเจ้า พร้อมท้ังพระธรรม พระสงฆ์ แทน
จงึ ได้เรียกว่า สวดทำ� วัตร
ส่วนในเวลาเย็นนน้ั ได้ปรากฏอยู่ในพทุ ธกิจทั้ง ๕ ดงั ที่กลา่ วมา
แล้วว่า เวลาย่�ำค่�ำทรงแสดงโอวาทแก่ภิกษุ จึงได้มีธรรมเนียมที่
พระภิกษุประชุมกันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในเวลาย�่ำค�่ำถัดจากเวลา
เยน็ ทท่ี รงแสดงธรรมโปรดประชาชนทวั่ ไป เพราะฉะนนั้ ในการเขา้
เฝา้ ในเวลาคำ�่ นนั้ กจ็ ะมธี รรมเนยี มการทำ� วตั รปฏบิ ตั อิ ปุ ฏั ฐากบำ� รงุ
พระพุทธเจ้า เชน่ ตง้ั น�้ำฉัน น้�ำใช้ อะไรไวใ้ นกุฏทิ ีท่ รงประทับ เชน่
เดยี วกนั กเ็ ปน็ หนา้ ทขี่ องพระภกิ ษสุ งฆจ์ ะจดั สบั เปลยี่ นกนั ไป หรอื
มีประจ�ำแล้วก็ไปเข้าเฝ้าฟังพุทธโอวาท และเมื่อไม่มีพระองค์ท่ีจะ
ปฏิบัติบ�ำรุง การประชุมกันในเวลาค�่ำหรือในเวลาเย็น จึงได้มี
การสวดบทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย จึงได้เรียกบทสวดแม้ใน
เวลาค�ำ่ ว่าสวดทำ� วตั ร อนั เปน็ การแสดงถึงการท�ำวตั รปฏิบตั ิ
อนง่ึ ในเวลาเยน็ คำ�่ นน้ั เปน็ เวลาทท่ี รงแสดงธรรมดว้ ย ดงั ปรากฏ
ในพุทธกิจประจ�ำวันดงั กล่าวมา เมอ่ื สวดบทท�ำวตั รแลว้ จงึ ไดม้ กี าร
สวดบทพุทธพจน์อันเป็นพระธรรมค�ำส่ังสอนของพระพุทธเจ้า
พระสตู รใดพระสตู รหนง่ึ หรอื บทใดบทหนง่ึ ตอ่ จากทำ� วตั รคำ�่ เทา่ กบั
วา่ เปน็ การฟงั ธรรมคำ� สง่ั สอนทท่ี รงแสดง หรอื วา่ ฟงั พระโอวาทของ
พ ร ะ พุุ ท ธ เ จ้ ้ า ใ น เ ว ล า เ ย็็ น ใ น เ ว ล า ค่ำำ�� ต า ม พุุ ท ธ กิิ จ ที่ � ป ร า ก ฏ นั้ � น
การสวดมนต์ก์ ็ค็ ือื สวดพระสูตู รใดพระสูตู รหนึ่�งดังั กล่า่ วนั้�น จึงึ เท่า่ กับั
ว่่าพระพุุทธเจ้้าได้้ทรงแสดงธรรม หรืือประทานโอวาทให้้ฟัังกััน
เพราะฉะนั้�น หลัังจากทำำ�วััตรเย็็นหรืือทำำ�วััตรค่ำำ��แล้้ว จึึงมีีการ
สวดมนตต์ อ่ กเ็ ทา่ กบั วา่ เปน็ การฟงั ธรรมของพระพทุ ธเจา้ ทที่ รงแสดง
หรือื ที่�ทรงประทานพุทุ ธโอวาท นี้�เป็น็ ธรรมเนียี มการสวดมนต์ท์ ำำ�วัตั รเช้า้
ทำำ�วััตรค่ำำ�� และเมื่�อทำำ�วััตรค่ำำ��แล้้วก็็มีีธรรมเนีียมสวดมนต์์คืือ
สวดพระสููตร เป็น็ ต้้น อัันเป็น็ คำำ�สั่่�งสอนต่่อไป
สารบาญ หนา้
๑
ทำำ�วััตรเช้้า ๑๙
ทำำ�วััตรค่ำำ��
อตีีตปจฺฺจเวกฺฺขณ ๓๕
พฺรฺ หฺมฺ วิิหาร ๓๘
คาถากรวดน้ำำ�� ๓๙
รตนสุตุ ฺตฺ ํํ ๔๑
รตนตฺฺตยปฺฺปภาวาภิิยาจนคาถา ๔๖
สุุขาภิยิ าจนคาถา ๔๙
รตนตฺตฺ ยปฺปฺ ภาวสิทิ ฺฺธิคิ าถา ๕๒
คำำ�ประกาศอุโุ บสถ ๕๖
คำำ�อาราธนาศีลี อุโุ บสถ ๕๘
คำำ�อาราธนาธรรมในวันั ธรรมสวนะ ๖๐
ปตฺฺติทิ านคาถา ๖๑
คำำ�สาธุกุ าร ๖๓
คำำ�ขอขมาพระรััตนตรััย ๖๓
คำำ�ลาพระ ๖๓
คำำ�ถวายสัังฆทาน ๖๔
คำำ�อาราธนาพระปริิตร ๖๔
คำำ�ถวายข้้าวพระพุุทธ ๖๔
คำำ�กล่า่ วลาข้้าวพระพุทุ ธ ๖๔
เครอ่ื งหมายทีใ่ ชใ้ นภาษาบาลี
ภาษาบาลีมเี ครอ่ื งหมายทใ่ี ชเ้ ฉพาะต่างกับภาษาไทย มดี งั นี้
๑. เครื่�องหมาย “ . ” เป็็นจุดุ อยู่�ใต้้ตััวอัักษร มีคี วามหมายเป็น็
๒ นััย คืือ
๑.๑ มสี ำ� เนียงเปน็ ไมห้ นั อากาศ “ ั ”
หากอักั ษรตัวั ใดมีีเครื่�องหมายจุดุ อยู่่�ข้้างใต้้ ให้อ้ ่่านออกเสีียง
อักั ษรตัวั นั้�นเป็น็ ตัวั สะกดและมีสี ำำ�เนียี งเป็น็ ไม้ห้ ันั อากาศ เช่น่ คำำ�ว่า่
“ธมฺฺโม” อ่า่ นว่า่ “ธััม-โม”, คำำ�ว่า่ “สทฺฺธา” อ่า่ นว่่า “สัทั -ธา”, คำำ�ว่่า
“ปญฺญฺ า” อ่า่ นว่า่ “ปัญั -ญา” เป็น็ ต้น้
๑.๒ มีสำ� เนยี งตามสระอื่นทมี่ าคมุ
หากอัักษรตััวหน้้าอัักษรที่่�มีีเครื่�องหมายจุุดอยู่่�ข้้างใต้้มีีสระ
อื่�นคุมุ อยู่่�ด้้วย ให้้อ่า่ นออกเสีียงอัักษรที่่�มีีจุดุ อยู่่�ข้า้ งใต้เ้ ป็น็ ตััวสะกด
และมีีสำำ�เนีียงตามสระที่�มาคุุมนั้�น เช่่น คำำ�ว่่า “ปุุคฺฺคโล” อ่่านว่่า
“ปุคุ -คะ-โล”, คำำ�ว่่า “สิกิ ฺฺโข” อ่่านว่า่ “สิิก-โข” เป็น็ ต้น้
๒. เครื่�องหมาย “ ํํ” เป็็นจุดุ โปร่่งอยู่�เหนืือตััวอัักษรเรีียกตาม
ภาษาบาลีีว่า่ ตัวั นิิคคหิติ เวลาอ่่านให้อ้ อกเสีียงเป็น็ “สระอังั ” เช่่น
คำำ�ว่่า “พุุทฺฺธํํ” อ่่านว่า่ “บุดุ -ธััง”,คำำ�ว่่า “ธมฺมฺ ํํ” อ่า่ นว่่า “ธัมั -มััง”,
คำำ�ว่า่ “มยํํ” อ่า่ นว่่า “มะ-ยััง” เป็็นต้น้
แต่ถ่ ้า้ เครื่�องหมายนิคิ คหิติ อยู่่�กับั อักั ษรที่่�มีสี ระอยู่่�ด้ว้ ย เวลาอ่า่ น
ให้อ้ อกเสียี งเป็็น “ง” ตามสระนั้�น เช่่น คำำ�ว่่า “วิสิ ุํํ�” อ่า่ นว่า่ “วิ-ิ สุุง”,
คำำ�ว่า่ “วิหิ ึึสุปุ รติิยา” อ่า่ นว่า่ “วิิ-หิงิ -สุุ-ปะ-ระ-ติิ-ยา” เป็็นต้น้
ภาษาบาลีมีก�ำหนดวิธีอา่ นอยา่ งงา่ ย ๆ ตามท่ีไดก้ ล่าวมาน้ี
๒
ทำำ�วััตรเช้้า
(พึึงนั่�งคุกุ เข่า่ และหััวหน้า้ นำำ�)
อรหํํ สมฺฺมาสมฺพฺ ุทุ ฺโฺ ธ พระผู้้�มีพี ระภาคเจ้า้ ทรง
ภควา, เป็น็ พระอรหันั ต์์ ตรัสั รู้้�ถูกถ้ว้ นแล้ว้
พุุทฺฺธํํ ภควนฺฺตํํ อภิวิ าเทมิิ. ข้า้ พระเจ้า้ อภิวิ าทซึ่ง�่ พระผู้้�มีพี ระ
ภาคเจ้้า ผู้�ตรััสรู้้�ดีแี ล้้ว,
(พึงึ กราบลงหนหนึ่�ง)
สฺวฺ ากฺฺขาโต ภควตา พระธรรม อันั พระผู้้�มีพี ระ
ธมฺโฺ ม, ภาคเจ้า้ ตรัสั ดีแี ล้ว้
ธมฺฺมํํ นมสฺฺสามิิ. ข้า้ พระเจ้า้ นมัสั การ ซึ่ง่� พระธรรม.
(พึึงกราบลงหนหนึ่ �ง)
สุปุ ฏิปิ นฺโฺ น ภควโต พระสงฆ์ส์ าวกของพระผู้�
สาวกสงฺฺโฆ, มีพี ระภาคเจ้้า ปฏิบิ ััติดิ ีแี ล้ว้
สงฺฺฆํํ นมามิิ. ข้า้ พระเจ้า้ นอบน้อ้ ม ซึ่ง่� พระสงฆ์.์
(พึึงกราบลงหนหนึ่ �ง)
๓
ยมมฺฺห โข มยํํ (หััวหน้า้ ว่่าบููชา)
ภควนฺตฺ ํํ สรณํํ คตา
เราเป็น็ ผู้้�ถึงึ พระผู้้�มีพี ระภาค
เจ้า้ พระองค์์ใด เป็น็ สรณะ
โย โน ภควา สตฺฺถา พระผู้้�มีพี ระภาคเจ้า้ พระองค์์
ใดเป็น็ ศาสดาของเรา
ยสฺฺส จ มยํํ ภควโต และเราย่่อมชอบใจธรรม
ธ มฺฺมํํ โรเจม ของพระผู้้�มีพี ระภาคเจ้า้ พระองค์ใ์ ด
อิเิ มหิิ สกฺกฺ าเรหิิ ตํํ เราตั้�งใจบูชู า ซึ่ง�่ พระผู้้�มีพี ระ
ภควนฺตฺ ํํ สธมฺฺมํํ สสงฺฆฺ ํํ ภาคเจ้า้ พระองค์น์ั้�น พร้อ้ มทั้�งพระธรรม
อภิิปููชยาม. พร้อ้ มทั้�งพระสงฆ์์ ด้ว้ ยสักั การะเหล่า่ นี้�.
(หััวหน้้านำำ�)
หนฺฺท มยํํ พุทุ ฺธฺ สฺฺส
ภควโต ปุพุ ฺฺพภาคนมการํํ เชิญิ เถิดิ เราจงทำำ�การนอบ
กโรม เส. น้อ้ มแด่พ่ ระผู้้�มีพี ระภาคเจ้า้ ก่อ่ น.
(ว่า่ พร้อ้ มกันั )
ขอนอบน้้อมแด่่พระผู้้�มีี
นโม ตสฺฺส ภควโต พระภาคอรหันั ตสัมั มาสัมั พุทุ ธเจ้า้
อรหโต สมฺมฺ าสมฺพฺ ุทุ ฺธฺ สฺฺส. พระองค์น์ ั้ �น.
(๓ หน)
๔
พุุทฺธฺ าภิิถุตุ ิิ
คำำ�สรรเสริิญพระพุุทธเจ้้า
หนฺฺท มยํํ (หััวหน้า้ นำำ�)
พุุทฺฺธาภิิถุตุ ึึ กโรม เส.
เชิญิ เถิดิ เราจงทำำ�การสรรเสริญิ
พระพุทุ ธเจ้้า.
(ว่่าพร้อ้ มกันั )
โย โส ตถาคโต พระตถาคตเจ้า้ พระองค์ใ์ ดนั้�น
อรหํ เป็็นพระอรหัันต์์
สมฺมาสมพฺ ุทฺโธ, เป็็นผู้�ตรัสั รู้้�ถูกู ถ้ว้ นแล้้ว
วิชชฺ าจรณสมปฺ นโฺ น ทรงประกอบด้ว้ ยวิชิ ชา (๓-๘)
และจรณะ (๑๕)
สคุ โต เสด็็จไปดีแี ล้ว้
โลกวิทู, เป็็นผู้�รู้�จักโลก
อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ เป็น็ สารถีีฝึึกคนที่�ควรฝึึก ไม่ม่ ีี
ผู้ �อื่ �นยิ่ �งกว่า่
สตฺถา เทวมนสุ สฺ านํ เป็็นครููสอนของเทวดา และ
มนุุษย์ท์ ั้ �งหลาย
พุทฺโธ เป็น็ ผู้�รู้�แล้ว้
ภควา, เป็็นผู้้�มีีโชค
๕
โย อิมํ โลกํ สเทวกํ พระตถาคตเจ้า้ พระองค์ใ์ ด
สมารกํ สพฺรหฺมกํ, ทรงรู้ �ยิ่ �งเองทำำ�ให้้แจ้้งชััดแล้้ว
จึึงทรงยัังโลกนี้� กัับทั้�งเทวโลก
ทั้�งมารโลก ทั้�งพรหมโลก
สสสฺ มณพฺราหมฺ ณึ ปชํ และหมู่่�สััตว์์ กัับทั้�งสมณ-
สเทวมนุสฺสํ สยํ อภิญฺญา พราหมณ์์ ทั้�งสมมติิเทพและ
สจฺฉกิ ตวฺ า ปเวเทสิ, มวลมนุษุ ย์ใ์ ห้รู้้�ทั่�วกันั
โย พระองค์์ใด
ธมฺมํ เทเสสิ ทรงแสดงซึ่�่งธรรม
อาทกิ ลยฺ าณํ ไพเราะในเบื้�องต้น้
มชฺเฌกลยฺ าณํ ไพเราะในท่า่ มกลาง
ปริโยสานกลยฺ าณํ, ไพเราะในที่่�สุดุ
สาตฺถํ สพยฺ ญฺชนํ พร้อ้ มทั้�งเนื้�อความ พร้อ้ มทั้�ง
พยัญั ชนะ
เกวลปรปิ ุณฺณํ ปริสทุ ฺธํ ทรงประกาศซึ่ง�่ พรหมจรรย์์
พฺรหฺมจริยํ ปกาเสสิ, บริสิ ุทุ ธิ์�บริบิ ููรณ์์สิ้�นเชิงิ
ตมหํ ภควนตฺ ํ อภปิ ูชยามิ ข้า้ พระเจ้า้ ตั้�งใจบูชู าซึ่ง�่ พระ
ผู้้�มีีพระภาคพระองค์น์ ั้ �น
ตมหํ ภควนฺตํ สิรสา นมามิ. ข้า้ พระเจ้า้ นอบน้อ้ ม ซึ่ง�่ พระผู้�
มีพี ระภาคเจ้า้ พระองค์น์ั้�น ด้ว้ ย
เศีียรเกล้า้ .
(พึงึ กราบลงหนหนึ่�ง)
๖
ธมฺฺมาภิิถุุติิ
คำำ�สรรเสริญิ พระธรรม
หนฺฺท มยํํ (หััวหน้า้ นำำ�)
ธมฺมฺ าภิิถุตุ ึึ กโรม เส.
เชิญิ เถิดิ เราจงทำำ�การสรรเสริญิ
พระธรรม.
(ว่า่ พร้้อมกััน)
โย โส สวฺ ากฺขาโต พระธรรมใด อัันพระผู้้�มีีพระ
ภควตา ธมฺโม, ภาคเจ้า้ ตรััสดีแี ล้้วนั้�น.
สนฺทิฏฐฺ โิ ก
อกาลโิ ก อันั ผู้้�ฟัังเห็น็ ตามได้้แล้้ว
เอหิปสฺสโิ ก, ไม่่จำำ�กััดกาล
โอปนยิโก เป็น็ ธรรมชวนชม
เป็น็ ธรรมนำำ�เข้า้ ไป
ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ อัันผู้�รู้� พึงึ รู้�ได้จ้ ำำ�เพาะตน
วญิ ญฺ ูห,ิ
ตมหํ ธมฺมํ อภิปชู ยามิ ข้า้ พระเจ้า้ ตั้�งใจบูชู าซึ่ง�่ พระธรรม
นั้ �น
ตมหํ ธมมฺ ํ สริ สา นมามิ. ข้า้ พระเจ้า้ นอบน้อ้ ม ซึ่ง่� พระธรรม
นั้�น ด้้วยเศีียรเกล้้า.
(พึึงกราบลงหนหนึ่ �ง)
๗
สงฺฆฺ าภิถิ ุุติิ
คำำ�สรรเสริิญพระสงฆ์์
(หััวหน้้านำำ�)
หนฺทฺ มยํํ สงฺฆฺ าภิถิ ุุตึึ เชิญิ เถิดิ เราจงทำำ�การสรรเสริญิ
กโรม เส. พระสงฆ์.์
(ว่่าพร้อ้ มกันั )
โย โส สปุ ฏปิ นโฺ น พระสงฆ์ส์ าวกใด ของพระผู้้�มีี
ภควโต สาวกสงฺโฆ, พระภาคเจ้้า ปฏิบิ ััติิดีีแล้ว้
อชุ ุปฏิปนโฺ น ภควโต .....ปฏิบิ ัตั ิิซื่�อตรง
สาวกสงฺโฆ,
ญายปฏปิ นโฺ น ภควโต .....ปฏิบิ ััติเิ ป็็นธรรม
สาวกสงฺโฆ,
สามีจิปฏปิ นโฺ น ภควโต .....ปฏิบิ ัตั ิชิ อบยิ่�ง
สาวกสงโฺ ฆ,
ยทิทํ คือื
จตฺตาริ ปุรสิ ยคุ านิ จัดั เป็น็ สี่�คู่�
อฏฐฺ ปุรสิ ปุคคฺ ลา, เป็น็ บุุรุษุ บุคุ คลแปด
เอส ภควโต สาวกสงโฺ ฆ, นี่่�พระสงฆ์์สาวกของพระผู้้�มีี
พระภาคเจ้้า
อาหุเนยโฺ ย ควรนับั ถืือ
ปาหเุ นยโฺ ย ควรต้อ้ นรัับ
๘
ทกฺขเิ ณยโฺ ย ควรทักั ษิิณา
อญฺชลิกรณีโย, ควรทำำ�อััญชลีี
อนตุ ตฺ รํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ เป็็นเนื้�อนาบุุญของโลก
โลกสสฺ ,
ตมหํ สงฆฺ ํ อภปิ ูชยามิ ไม่ม่ ีีนาอื่�นยิ่�งกว่่า
ข้้าพระเจ้้าตั้�งใจบููชา ซึ่�่ง
ตมหํ สงฆฺ ํ สริ สา นมามิ.
พระสงฆ์น์ ั้ �น
ข้้าพระเจ้้านอบน้้อม ซึ่่�ง
พระสงฆ์น์ั้�น ด้ว้ ยเศียี รเกล้า้ .
(พึงึ กราบลงหนหนึ่�งแล้้วนั่�งราบ)
๙
รตนตฺฺตยปฺปฺ ณามคาถา
คาถานอบน้้อมพระรััตนตรััย
(หััวหน้า้ นำำ�)
หนฺทฺ มยํํ เชิิญเถิิด เราจงสวดคาถา
รตนตฺตฺ ยปฺปฺ ณามคาถาโย นอบน้้อมพระรััตนตรััย และ
เจว สํํเวคปริทิ ีีปกปาฐญฺจฺ พระบาลีแี สดงความสลดใจ.
ภณาม เส.
(ว่่าพร้อ้ มกันั )
พุทโฺ ธ สสุ ุทโฺ ธ พระพุุทธเจ้้า เป็็นผู้�บริสิ ุทุ ธิ์�
กรณุ ามหณฺณโว,
มีพี ระกรุณุ าดังั ห้ว้ งมหรรณพ
โยจจฺ นตฺ สทุ ธฺ พพฺ รญาณโลจโน, มีพี ระเนตรคือื ปรีชี าญาณอันั
บริสิ ุทุ ธิ์อ� ย่่างที่่�สุดุ
โลกสฺส ปาปูปกิเลสฆาตโก, เป็น็ ผู้้�กำำ�จัดั ความชั่�ว อันั เป็็น
เครื่�องเศร้า้ หมองของโลก
วนฺทามิ พทุ ธฺ ํ อหมาทเรน ตํ. ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้ซ้ ึ่ง�่ พระพุทุ ธเจ้า้
พระองค์น์ ั้ �นโดยเอื้ �อเฟื้้�อ.
ธมโฺ ม ปทโี ป วยิ ตสสฺ พระธรรมของพระศาสดานั้�น
สตฺถโุ น, เหมืือนดวงประทีีป
โย มคฺคปากามตเภทภนิ นฺ โก, ต่า่ งโดยประเภท คือื มรรคผล
และนิิพพาน
โลกตุ ตฺ โร โย จ เป็น็ โลกุตุ ตรธรรม และเป็น็
ตทตถฺ ทปี โน, เครื่ �องแสดงเนื้ �อความนั้ �น
๑๐
วนฺทามิ ธมมฺ ํ อหมาทเรน ตํ. ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้ซ้ ึ่ง�่ พระธรรม
นั้�น โดยเอื้�อเฟื้้�อ.
สงโฺ ฆ พระสงฆ์์
สเุ ขตฺตาภฺยตเิ ขตฺตสญญฺ ิโต, ปรากฏเป็น็ เขตดียีิ่�งกว่า่ นาดีี
โย ทิฏฺฐสนโฺ ต เห็็นธรรมอัันสงบแล้ว้
สุคตานโุ พธโก,
ตรััสรู้�ตามพระสุุคตเจ้้า
โลลปปฺ หโี น ละความโลเลได้้แล้้ว
อรโิ ย เป็น็ ผู้�ประเสริิฐ
สุเมธโส, มีปี ััญญาดีี
วนฺทามิ สงฆฺ ํ อหมาทเรน ตํ. ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้ซ้ ึ่ง�่ พระสงฆ์น์ั้�น
โดยเอื้�อเฟื้อ�้ .
อิจฺเจวเมกนตฺ ภิปชู เนยฺยกํ, ข้้าพระเจ้้าไหว้้ที่�พึ่�งทั้�ง ๓
วตฺถุตตฺ ยํ วนฺทยตาภิสงฺขตํ, สมควรบูชู าอย่า่ งยิ่�ง โดยส่ว่ นเดียี ว
ปุญญฺ ํ มยา ยํ มม ดังั กล่า่ วมาแล้ว้ อย่า่ งนี้� ได้ก้ ่อ่ สร้า้ ง
สพพฺ ปุ ททฺ วา, มา โหนฺตุ เว บุุญใดแล้้ว ขออุปุ ััทวะทั้�งปวงจง
อย่่ามีแี ก่ข่ ้้าพระเจ้้า
ตสฺส ปภาวสิทฺธิยา. เพราะความศักั ดิ์์ส� ิทิ ธิ์ข� องอานุภุ าพ
แห่ง่ บุญุ นั้�น.
๑๑
สํํเวคปริทิ ีปี กปาฐ
คำำ�แสดงสังั เวช
อิธ ตถาคโต โลเก พระตถาคตเจ้า้ บังั เกิดิ ในโลกนี้�
อปุ ปฺ นโฺ น
อรหํ เป็น็ พระอรหัันต์์
สมมฺ าสมฺพุทโฺ ธ, ตรััสรู้้�ถููกถ้้วนแล้ว้
ธมฺโม จ เทสโิ ต และพระธรรม อัันพระองค์์
ทรงแสดงแล้้ว
นยิ ยฺ านิโก เป็็นเครื่�องนำำ�สััตว์์ออก
อุปสมโิ ก เป็็นเครื่�องสงบระงับั
ปรินพิ พฺ านิโก เป็็นเครื่�องดัับ
สมโฺ พธคามี ให้้ถึงึ ความตรัสั รู้�
สุคตปฺปเวทโิ ต, อันั พระสุคุ ตทรงประกาศแล้ว้
มยนฺตํ ธมฺมํ สุตฺวา เราทั้�งหลายได้ฟ้ ังั ธรรมนั้�นแล้ว้
เอวํ ชานาม, จึงึ รู้�อย่่างนี้้�ว่่า
ชาติปิ ทุกฺขา ความเกิิดก็็เป็น็ ทุกุ ข์์
ชราปิ ทกุ ฺขา ความแก่ก่ ็็เป็็นทุกุ ข์์
มรณมปฺ ิ ทุกขฺ ํ, ความตายก็เ็ ป็็นทุุกข์์
โสกปริเทวทุกฺข- ความโศก และความร่ำำ��ไห้้ ความ
โทมนสสฺ ปุ ายาสาปิ ทุกขฺ า, ทุุกข์์ ความเสีียใจ ความแค้น้ ใจ
ก็็เป็็นทุุกข์์
๑๒
อปปฺ เิ ยหิ สมปฺ โยโค ความประสบสิ่�งอันั ไม่เ่ ป็น็
ทุกโฺ ข ที่่�รักั เป็น็ ทุกุ ข์์
ปิเยหิ วปิ ปฺ โยโค ทกุ โฺ ข ความพลััดพรากจากสิ่�ง
อันั เป็็นที่่�รัักเป็น็ ทุุกข์์
ยมปฺ ิจฉฺ ํ น ลภติ
ตมฺปิ ทุกขฺ ,ํ ปรารถนาอัันใดไม่ไ่ ด้้
อัันนั้�นก็เ็ ป็็นทุกุ ข์์
สงฺขิตเฺ ตน โดยย่่อ
ปญจฺ ปุ าทานกขฺ นฺธา อุปุ าทานขันั ธ์์ ๕ เป็น็ ทุกุ ข์์
ทุกฺขา,
เสยยฺ ถีทํ, กล่่าวคือื
รปู ูปาทานกฺขนฺโธ, อุปุ าทานขัันธ์ค์ ืือรููป
เวทนูปาทานกฺขนฺโธ, อุปุ าทานขันั ธ์ค์ ือื เวทนา
สญฺญูปาทานกฺขนฺโธ, อุุปาทานขัันธ์ค์ ืือสััญญา
สงขฺ ารปู าทานกฺขนโฺ ธ, อุุปาทานขันั ธ์์คืือสังั ขาร
วญิ ญฺ าณปู าทานกฺขนฺโธ, อุปุ าทานขันั ธ์ค์ ือื วิญิ ญาณ
เยสํ ปรญิ ญฺ าย, เพื่�อความกำำ�หนดรู้�อุปาทาน
ขัันธ์ท์ั้�ง ๕ เหล่่าใด
ธรมาโน โส ภควา, พระผู้้�มีพี ระภาคนั้�น เมื่�อ
ทรงพระชนม์อ์ ยู่�
เอวํ พหุลํ สาวเก วเิ นต,ิ ย่อ่ มทรงแนะนำำ�สาวกทั้�ง
หลายโดยมากอย่่างนี้�
๑๓
เอวํ ภาคา จ ปนสฺส ก็็แลอนุุสาสนีีของพระผู้้�มีี
ภควโต สาวเกสุ อนุสาสนี, พระภาคเจ้า้ นั้�น มีีส่่วนอย่่างนี้�
พหุลา ปวตฺตติ, ย่่อมเป็็นไปมากในสาวก
รูปํ อนจิ ฺจ,ํ ทั้ �งหลายว่า่
เวทนา อนิจจฺ า, รูปู ไม่่เที่�ยง
เวทนาไม่่เที่�ยง
สญญฺ า อนจิ ฺจา, สัญั ญาไม่่เที่�ยง
สงฺขารา อนจิ ฺจา, สัังขารทั้�งหลายไม่่เที่�ยง
วญิ ฺญาณํ อนิจฺจ,ํ วิญิ ญาณไม่เ่ ที่�ยง
รูปํ อนตตฺ า, รูปู ไม่่ใช่ต่ น
เวทนา อนตตฺ า, เวทนาไม่ใ่ ช่่ตน
สญฺญา อนตฺตา, สัญั ญาไม่ใ่ ช่่ตน
สงฺขารา อนตฺตา, สังั ขารทั้�งหลายไม่่ใช่ต่ น
วิญญฺ าณํ อนตตฺ า, วิญิ ญาณไม่่ใช่่ตน
สพฺเพ สงขฺ ารา สัังขารทั้ �งปวงไม่่เที่ �ยง
อนิจจฺ า, ธรรมทั้�งปวงไม่ใ่ ช่ต่ น ดังั นี้�.
สพเฺ พ ธมฺมา
อนตฺตาติ.
เต มย,ํ เรานั้�น
โอตณิ ณฺ ามหฺ ชาตยิ า เป็น็ ผู้้�อันั ความเกิดิ ความแก่่
ชรามรเณน, โสเกหิ ปรเิ ทเวหิ ความตาย ความโศก ความร่ำำ��ไห้้
ทกุ เฺ ขหิ โทมนสเฺ สหิ อปุ ายาเสห,ิ ความทุกุ ข์์ ความเสียี ใจ ความแค้น้ ใจ
ครอบงำ�� แล้้ว,
๑๔
ทกุ ฺโขตณิ ณฺ า ชื่่�อว่า่ มีคี วามทุกุ ข์ค์ รอบงำ�� แล้ว้
ทกุ ฺขปเรตา,
ชื่่�อว่่ามีีทุุกข์์เป็็นไปในเบื้ �อง
หน้า้ แล้ว้
อปเฺ ปวนามมิ สฺส แม้้ไฉน ความทำำ�ที่่�สุุดแห่่ง
เกวลสฺส ทุกขฺ กขฺ นฺธสสฺ กองทุกุ ข์ท์ั้�งหมดนี้� จะพึงึ ปรากฏ
อนตฺ กิรยิ า ปญฺญาเยถาติ. ดัังนี้�.
จริ ปรินพิ ฺพตุ มฺปิ ตํ เราทั้�งหลาย ถึงึ แล้ว้ ซึ่ง่� พระผู้�
ภควนตฺ ํ สรณํ คตา, มีีพระภาคเจ้้า แม้้ปริินิิพพาน
ธมมฺ ญจฺ ภิกฺขุสงฺฆญจฺ , นานแล้้วนั้�น กัับทั้�งพระธรรม
และพระสงฆ์์เป็็นสรณะที่ �พึ่ �ง
ตสสฺ ภควโต สาสน,ํ เราทั้�งหลาย จะทำำ�คำำ�สั่่�งสอนของ
ยถาสติ ยถาพลํ มนสิกโรม, พระผู้้�มีีพระภาคนั้�นไว้้ในใจ
ตามสติกิ ำำ�ลังั
อนุปฏิปชชฺ าม, เราทั้�งหลาย จะปฏิิบััติิตาม
คำำ�สั่่�งสอนของพระผู้้�มีีพระภาค
นั้�นตามสติกิ ำำ�ลััง,
สา สา โน ปฏปิ ตฺต,ิ ขอความปฏิบิ ัตั ิขิ องเราทั้�งหลาย
นั้�นๆ
อมิ สสฺ เกวลสฺส จงเป็น็ ไปเพื่�อความทำำ�ที่่�สุดุ แห่ง่
ทกุ ฺขกฺขนฺธสสฺ อนตฺ กิริยาย กองทุุกข์ท์ั้�งสิ้�น เทอญ.
สวํ ตฺตตุ.
(จบทำำ�วััตรเช้้า)
๑๕
ตงฺฺขณิิกปจฺฺจเวกฺฺขณ
(หัวั หน้า้ นำำ�)
หนทฺ มยํ เชิญิ เถิดิ เราจงสวดบาลีสี ำำ�หรับั
ตงขฺ ณกิ ปจฺจเวกฺขณปาฐํ พิจิ ารณาปัจั จัยั ๔ ในขณะบริโิ ภค.
ภณาม เส.
(ว่า่ พร้้อมกันั )
๑.ปฏสิ งขฺ า โยนโิ ส เราพิจิ ารณาโดยแยบคายแล้ว้
จีวรํ ปฏเิ สวามิ, เสพจีีวร,
ยาวเทว สีตสฺส เพียี งเพื่�อบำำ�บััดหนาว,
ปฏฆิ าตาย,อณุ หฺ สฺส เพื่�อบำำ�บััดร้้อน,
ปฏิฆาตาย, ฑสํ มกสวา- เพื่�อบำำ�บัดั สัมั ผัสั จากเหลือื บ
ตาตปสริ สึ ปสมผฺ สฺสานํ
ปฏฆิ าตาย, ยุุง ลม แดด สััตว์์เลื้�อยคลาน
ทั้ �งหลาย,
ยาวเทว เพีียงเพื่�อปกปิิดอวััยวะที่�
หริ โิ กปินปฏจิ ฺฉาทนตถฺ ํ. น่่าละอาย.
๒.ปฏิสงขฺ า โยนิโส เราพิจิ ารณาโดยแยบคายแล้ว้
ปณิ ฑฺ ปาตํ ปฏเิ สวามิ, เสพบิิณฑบาต,
เนว ทวาย น มทาย ไม่เ่ พื่�อเล่น่ ไม่เ่ พื่�อเมา ไม่เ่ พื่�อ
น มณฺฑนาย น วิภสู นาย, สดใส ไม่่เพื่�อเปล่่งปลั่�ง,
๑๖
ยาวเทว อิมสฺส กายสสฺ เพีียงเพื่�อตั้�งอยู่�แห่่งกายนี้�
ฐิตยิ า ยาปนาย วหิ สึ ปุ รติยา เพื่�อให้้ชีีวิิตเป็็นไป เพื่�อระงัับ
พฺรหมฺ จรยิ านุคคฺ หาย, ความลำำ�บาก เพื่�ออนุเุ คราะห์์
พรหมจรรย์์
อิติ ปรุ าณญจฺ เวทนํ ด้้วยคิิดว่่าเราย่่อมระงัับ
ปฏหิ งฺขามิ นวญจฺ เวทนํ น เวทนาเก่า่ เสียี ได้ด้ ้ว้ ย จักั ไม่ย่ ังั
อปุ ปฺ าเทสสฺ ามิ, ยาตฺรา จ เวทนาใหม่่ให้้เกิิดขึ้ �นได้้ด้้วย,
เม ภวิสฺสติ อนวชชฺ ตา จ ความเป็น็ ไป ความหาโทษมิไิ ด้้
ผาสวุ ิหาโร จาติ. ความอยู่�ผาสุุกของเรา จัักมีี
ด้้วย เพราะอย่่างนี้�.
๓.ปฏิสงฺขา โยนโิ ส เราพิิจารณาโดยแยบคาย
เสนาสนํ ปฏเิ สวามิ. แล้้วเสพเสนาสนะ,
ยาวเทว สตี สสฺ ปฏฆิ าตาย, เพีียงเพื่�อบำำ�บััดหนาว
อณุ หฺ สสฺ ปฏฆิ าตาย, เพื่�อบำำ�บัดั ร้อ้ น
ฑสํ มกสวาตาตปสริ สึ ป เพื่�อบำำ�บััดสััมผััส เหลืือบ
สมผฺ สสฺ านํ ปฏิฆาตาย, ยุุง ลม แดด สัตั ว์์ เลื้�อยคลาน
ทั้ �งหลาย,
ยาวเทว อตุ ปุ รสิ สฺ ยวโิ นทน ํ เพียี งเพื่�อบรรเทาอันั ตราย
ปฏสิ ลลฺ านารามตฺถํ. แต่ฤ่ ดูเู สียี และชอบในอันั หลีกี เร้น้
๑๗
๔.ปฏสิ งขฺ า โยนโิ ส เราพิิจารณาโดยแยบคาย
คลิ านปจฺจยเภสชชฺ ปรกิ ฺขารํ แล้ว้ เสพยาปรุงุ เป็น็ ปัจั จัยั สำำ�หรับั
ปฏิเสวามิ, คนไข้,้
ยาวเทว อปุ ฺปนนฺ านํ เพีียงเพื่�อบำำ�บััดเวทนา
เวยฺยาพาธกิ านํ เวทนานํ มีอี าพาธต่า่ งๆ เป็น็ มูลู อันั เกิดิ ขึ้�น
ปฏฆิ าตาย, แล้ว้ , เพื่�อเป็น็ ผู้�หาความลำำ�บาก
อพยฺ าปชฌฺ ปรมตายาต.ิ มิไิ ด้้ เป็น็ อย่า่ งยิ่�งแล.
๑๘
อภิิณฺหฺ ปจฺฺจเวกฺขฺ ณ
(หัวั หน้้านำำ�)
หนทฺ มยํ อภณิ หฺ ปจจฺ - เชิิญเถิิด เราจงสวดบาลีี
เวกขฺ ณปาฐํ ภณาม เส. สำำ�หรับั พิจิ ารณาสิ่�งที่�ควรพิจิ ารณา
เนืืองๆ ๕ ประการ
(ว่่าพร้้อมกััน)
ชราธมฺโมมหฺ ิ เรามีีความแก่่เป็น็ ธรรมดา
ชรํ อนตีโต ล่่วงความแก่่ไปไม่ไ่ ด้้
พฺยาธธิ มโฺ มมฺห ิ เรามีีความเจ็บ็ ไข้เ้ ป็็นธรรมดา
พยฺ าธึ อนตโี ต ล่่วงความเจ็็บไข้ไ้ ปไม่่ได้้
มรณธมฺโมมหฺ ิ เรามีีความตายเป็น็ ธรรมดา
มรณํ อนตีโต ล่่วงความตายไปไม่่ได้้
สพเฺ พหิ เม ปิเยหิ มนาเปห ิ เราละเว้้นเป็็นต่่าง ๆ คืือว่่า
นานาภาโว วนิ าภาโว พลัดั พรากจากของรักั ของเจริญิ
ใจทั้�งหลายทั้�งปวง
กมมฺ สสฺ โกมหฺ ิ เราเป็็นผู้้�มีีกรรมเป็็นของๆ ตน
กมฺมทายาโท เป็็นผู้้�รับั ผลของกรรม
กมมฺ โยน ิ เป็น็ ผู้้�มีกี รรมเป็็นกำำ�เนิดิ
กมฺมพนธฺ ุ เป็น็ ผู้้�มีีกรรมเป็น็ เผ่า่ พัันธุ์�
กมฺมปฏิสรโณ เป็น็ ผู้้�มีีกรรมเป็น็ ที่�พึ่�งอาศัยั
ยํ กมมฺ ํ กรสิ ฺสาม ิ จัักทำำ�กรรมอัันใดไว้้
กลยฺ าณํ วา ปาปกํ วา ดีีหรืือชั่�ว
ตสฺส ทายาโท ภวสิ สฺ ามิ จักั เป็็นผู้้�รัับผลของกรรมนั้�น
เอวํ อมฺเหหิ อภิณฺหํ เราทั้�งหลายพึงึ พิจิ ารณาเนือื ง ๆ
ปจฺจเวกขฺ ติ พพฺ ํ. อย่า่ งนี้�แล.
๒๐
ทำำ�วััตรค่ำำ��
(พึงึ นั่�งคุุกเข่า่ และหัวั หน้า้ นำำ�)
อรหํํ สมฺมฺ าสมฺฺพุทุ ฺฺโธ พระผู้้�มีพี ระภาคเจ้า้ ทรงเป็น็
ภควา, พระอรหัันต์์ ตรัสั รู้้�ถููกถ้้วนแล้ว้ ,
พุุทฺฺธํํ ภควนฺฺตํํ ข้้าพระเจ้้าอภิิวาทซึ่่�งพระ
อภิวิ าเทมิ.ิ ผู้้�มีพี ระภาคเจ้า้ ผู้�ตรััสรู้�แล้้ว.
(พึงึ กราบลงหนหนึ่�ง)
สฺฺวากฺฺขาโต ภควตา พระธรรมอัันพระผู้้�มีีพระ
ธมฺโฺ ม, ภาคเจ้า้ ตรััสดีีแล้้ว,
ธมฺฺมํํ นมสฺฺสามิิ. ข้้าพระเจ้้านมััสการ ซึ่�่ง
พระธรรม.
(พึงึ กราบลงหนหนึ่�ง)
สุุปฏิปิ นฺฺโน ภควโต พระสงฆ์์สาวกของพระผู้�
สาวกสงฺฺโฆ, มีพี ระภาคเจ้า้ ปฏิบิ ััติดิ ีีแล้้ว,
สงฺฆฺ ํํ นมามิิ. ข้้าพระเจ้้านอบน้้อม ซึ่�่ง
พระสงฆ์์.
(พึึงกราบลงหนหนึ่ �ง)
๒๑
ยมมฺหฺ โข มยํํ (หัวั หน้้าว่่าบูชู า)
ภควนฺตฺ ํํ สรณํํ คตา
เราเป็น็ ผู้้�ถึงึ ซึ่ง่� พระผู้้�มีพี ระ
ภาคเจ้า้ พระองค์์ใดว่า่ เป็็นสรณะ
โย โน ภควา สตฺฺถา พ ร ะ ผู้้�มีี พ ร ะ ภ า ค เ จ้ ้ า
พระองค์์ใดเป็น็ ศาสดาของเรา
ยสฺสฺ จ มยํํ ภควโต และเราย่่อมชอบใจธรรม
ธมฺฺมํํ โรเจม ของพระผู้้�มีพี ระภาคเจ้า้ พระองค์ใ์ ด
อิิเมหิิ สกฺกฺ าเรหิิ ตํํ เราตั้�งใจบูชู า ซึ่ง่� พระผู้้�มีพี ระ
ภควนฺฺตํํ สธมฺฺมํํ สสงฺฆฺ ํํ ภาคเจ้า้ พระองค์น์ั้�น พร้อ้ มทั้�งพระธรรม
อภิิปููชยาม. พร้อ้ มทั้�งพระสงฆ์์ ด้ว้ ยสักั การะเหล่า่ นี้�
(หัวั หน้้านำำ�)
หนฺทฺ ทานิิ มยนฺตฺ ํํ
ภควนฺฺตํํ วาจาย อภิิคายิติ ุํํ� บัดั นี้�เชิญิ เถิดิ เราจงทำำ�การ
ปุุพฺฺพภาคนมการญฺฺเจว นอบน้อ้ ม พระผู้้�มีพี ระภาคเจ้า้ นั้�น
เป็็นส่่วนเบื้�องต้้น และทำำ�นััยอััน
พฺฺุ�ทฺธฺ านุสุ ฺสฺ ตินิ ยญฺจฺ กโรม เส. เป็็นเครื่�องระลึึกถึึงพระพุุทธคุุณ
เพื่�อขับั สรรเสริิญด้้วยวาจา.
((ว่หา่ ัวัพหร้น้อ้ม้านกำัำัน�))
นโม ตสฺสฺ ภควโต ขอนอบน้้อมแด่่พระผู้้�มีี
อรหโต สมฺฺมาสมฺพฺ ุุทฺฺธสฺฺส. พระภาคอรหันั ตสัมั มาสัมั พุทุ ธเจ้า้
(๓ หน) นั้ �น.
๒๒
พุุทฺธฺ านุสุ ฺฺสติิ
คำำ�ระลึกึ ถึงึ พระพุุทธเจ้้า
ตํ โข ปน ภควนตฺ ํ ก็แ็ ลพระกิติ ติศิ ัพั ท์อ์ ันั งาม
เอวํ กลฺยาโณ กติ ฺตสิ ทฺโท อย่า่ งนี้�ของพระผู้้�มีพี ระภาคเจ้า้
อพฺภคุ คฺ โต,
อิตปิ ิ โส ภควา พระองค์น์ั้�นเฟื่่อ� งฟุ้�งไปว่า่
แม้้เพราะอย่่างนี้� พระผู้้�มีี
อรหํ พระภาคเจ้า้ พระองค์น์ั้�น
เป็น็ พระอรหันั ต์์
สมฺมาสมพฺ ทุ ฺโธ, เป็น็ ผู้�ตรัสั รู้้�ถูกถ้ว้ นแล้ว้
วชิ ชฺ าจรณสมปฺ นโฺ น ทรงประกอบด้้วยวิิชชา
(๓-๘) และจรณะ (๑๕)
สคุ โต เสด็จ็ ไปดีีแล้ว้
โลกวทิ ู, เป็น็ ผู้�รู้�จักโลก
อนตุ ฺตโร ปุรสิ ทมฺมสารถ ิ เป็็นสารถีีฝึึกคนที่�ควรฝึึก
ไม่ม่ ีีผู้�อื่�นยิ่�งกว่่า
สตถฺ า เทวมนสุ สฺ านํ เป็น็ ครูสู อนของเทวดา และ
มนุุษย์ท์ั้�งหลาย
พุทฺโธ เป็น็ ผู้�รู้�แล้้ว
ภควาติ. เป็็นผู้้�มีีโชค ดังั นี้�.
(หยุุดระลึกึ ถึงึ พระพุุทธคุุณ)
๒๓
พุุทฺฺธาภิิคีตี ิิ
คำำ�สรรเสริิญพระพุุทธเจ้า้
(หััวหน้า้ นำำ�)
หนฺฺท มยํํ พุทุ ฺธฺ าภิิคีีตึึ เชิญิ เถิดิ เราจงทำำ�การขับั สรร-
กโรม เส. เสริิญพระพุทุ ธเจ้า้ .
(ว่่าพร้อ้ มกันั )
พทุ ธฺ วฺ ารหนตฺ วรตาทคิ ณุ า- พระพุทุ ธเจ้า้ ทรงประกอบ
ภิยตุ ฺโต, ด้้วยพระคุุณ มีีความเป็็น
พระอรหัันต์์เป็็นต้้น
สทุ ธฺ าภญิ าณกรุณาหิ มีพี ระองค์ป์ ระกอบด้ว้ ยพระ
สมาคตตโฺ ต, บริิสุุทธิ์�คุุณ พระปััญญาคุุณ
และพระกรุณุ าคุุณ
โพเธสิ โย สชุ นตํ พระองค์ใ์ ด ยังั หมู่�สาธุชุ นให้้
เบิกิ บานแล้ว้
กมลํว สโู ร, ดังั พระอาทิติ ย์์ ยังั ดอกบัวั
ให้บ้ านฉะนั้�น,
วนทฺ ามหํ ตมรณํ สิรสา ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้พ้ ระพุทุ ธเจ้า้
ชิเนนฺท.ํ ผู้�ไม่ม่ ีขี ้า้ ศึึก เป็็นจอมชิินะนั้�น
ด้ว้ ยเศียี รเกล้า้ .
พุทโฺ ธ โย สพพฺ ปาณนี ํ พระพุุทธเจ้้าพระองค์์ใด
สรณํ เขมมุตฺตม,ํ เป็น็ สรณะอันั เกษมสูงู สุดุ ของ
สรรพสัตั ว์์ทั้�งหลาย
๒๔
ปฐมานุสฺสติฏฺฐานํ ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้พ้ ระพุทุ ธเจ้า้
วนฺทามิ ตํ สเิ รนหํ. ผู้�เป็็นที่�ตั้�งแห่่งอนุุสสติิที่� ๑
นั้�น ด้้วยเศียี รเกล้า้ .
พทุ ธฺ สฺสาหสฺมิ ทาโส ข้า้ พระเจ้า้ เป็น็ ข้า้ ทาสของ
(ทาสี) ว พระพุุทธเจ้้า
พุทโฺ ธ เม สามกิ สิ ฺสโร, พระพุุทธเจ้้าเป็็นเจ้้านาย
ของข้้าพระเจ้้า,
พทุ โฺ ธ ทกุ ขฺ สสฺ ฆาตา จ พระพุทุ ธเจ้า้ เป็น็ ผู้้�กำำ�จัดั ทุกุ ข์์
วธิ าตา จ หติ สฺส เม. และดำำ�รงประโยชน์ข์ องข้า้
พระเจ้า้ .
พุทฺธสฺสาหํ นยิ ฺยาเทมิ ข้า้ พระเจ้า้ ขอมอบกายและ
สรีรญฺชีวิตญฺจิทํ, ถวายชีวี ิิตนี้�แด่่พระพุุทธเจ้้า
วนฺทนฺโตหํ (ตหี )ํ ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้อ้ ยู่�จักประพฤติิ
จริสสฺ ามิ
พทุ ธฺ สฺเสว สุโพธิตํ. ตามความตรััสรู้้�ดีี ของ
พระพุุทธเจ้า้ .
นตถฺ ิ เม สรณํ อญญฺ ํ สรณะอื่�นของข้า้ พระเจ้า้ ไม่ม่ ีี
พทุ โฺ ธ เม สรณํ วรํ พระพุุทธเจ้้า เป็็นสรณะ
อันั ประเสริฐิ ของข้้าพระเจ้้า
เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน ด้้วยการกล่า่ วคำำ�สััตย์์นี้�
วฑเฺ ฒยฺยํ สตถฺ ุ สาสเน. ขอข้้าพระเจ้้าพึึงเจริิญใน
พระศาสนาของพระศาสดา.
๒๕
พทุ ธฺ ํ เม วนฺทมาเนน ข้า้ พเจ้า้ ไหว้พ้ ระพุทุ ธเจ้า้ อยู่�
(นาย)
ยํ ปุญฺญํ ปสตุ ํ อธิ , ได้้ก่อ่ สร้า้ งบุุญใดไว้้ในที่�นี้�
สพฺเพปิ อนฺตรายา เม ขออันั ตรายแม้ท้ั้�งหมด อย่า่
มาเหสํุ ตสสฺ เตชสา. ได้ม้ ีีแก่่ข้า้ พระเจ้้า ด้ว้ ยเดชของ
บุญุ นั้�น.
(พึึงหมอบกราบว่า่ )
กาเยน วาจาย ว กรรมชั่�วอันั ใด อันั ข้า้ พระเจ้า้
เจตสา วา, พุทฺเธ กกุ มฺมํ ทำำ�แล้ว้ ในพระพุทุ ธเจ้า้ ด้้วยกาย
ปกตํ มยา ย,ํ หรืือวาจาใจ
พุทโฺ ธ ปฏคิ คฺ ณหฺ ตุ
อจจฺ ยนฺตํ, ขอพระพุุทธเจ้้าจงทรงรัับ
กาลนฺตเร สวํ ริตุํ ว โทษนั้ �น
พุทฺเธ.
เพื่�อจะระวัังต่่อไป ในพระ-
พุุทธเจ้า้ .
*สตรีีพึึงเปลี่ �ยนตามข้้อความใน()
๒๖
ธมฺฺมานุุสฺสฺ ติิ
คำำ�ระลึึกถึึงพระธรรมคุณุ
(หัวั หน้า้ นำำ�)
หนฺฺท มยํํ เชิญิ เถิดิ เราจงทำำ�นัยั อันั เป็็น
ธมฺมฺ านุุสฺสฺ ตินิ ยํํ กโรม เส. เครื่�องระลึกึ ถึึงพระธรรมคุณุ .
(ว่่าพร้้อมกันั )
สวฺ ากฺขาโต ภควตา พระธรรมอันั พระผู้้�มีพี ระภาค
ธมโฺ ม, เจ้้าตรัสั ดีแี ล้้ว,
สนฺทฏิ ฐฺ ิโก อัันผู้้�ฟังั เห็น็ ตามได้้แล้้ว
อกาลิโก
เอหิปสฺสโิ ก, ไม่่จำำ�กัดั กาล
โอปนยิโก เป็็นธรรมชวนชม
เป็น็ ธรรมนำำ�เข้้าไป
ปจฺจตตฺ ํ เวทติ พโฺ พ อันั ผู้้�รู้้�พึงรู้�ได้จ้ ำำ�เพาะตน ดังั นี้�.
วิญฺญหู ีติ.
(หยุุดระลึึกถึงึ พระธรรมคุุณ)
๒๗
ธมฺมฺ าภิิคีตี ิิ
คำำ�ขัับสรรเสริญิ พระธรรม
(หััวหน้้านำำ�)
หนฺฺท มยํํ ธมฺมฺ าภิคิ ีีตึิ� เชิิญเถิิด เราจงทำำ�การขัับ
กโรม เส. สรรเสริญิ พระธรรม.
(ว่่าพร้อ้ มกันั )
สฺวฺ ากฺฺขาตตาทิคิ ุุณ- พระธรรมประเสริฐิ ด้ว้ ยอำำ�นาจ
โยควเสน เสยฺโฺ ย, ที่�ประกอบด้ว้ ยคุณุ มีคี วามเป็น็ ธรรม
ที่�ตรััสดีีแล้้วเป็น็ ต้น้
โย มคฺคฺ ปากปริิยตฺตฺ ิ-ิ พระธรรมใด ต่า่ งโดยมรรคผล
วิโิ มกฺฺขเภโท, และนิพิ พาน,
ธมฺฺโม กุุโลกปตนา ป้อ้ งกันั ผู้�ประพฤติธิ รรม ไม่ใ่ ห้้
ตทธาริธิ ารีี, ตกไปในโลกที่ �ชั่ �ว
วนฺฺทามหํํ ตมหรํํ ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้พ้ ระธรรมเครื่�อง
วรธมฺฺมเมตํํ. ขจััดความมืดื นั้�น
ธมฺฺโม โย สพฺพฺ ปาณีนี ํํ พระธรรมใด เป็น็ สรณะอันั เกษม
สรณํํ เขมมุุตฺตฺ มํํ, สูงู สุุด ของสรรพสัตั ว์ท์ั้�งหลาย
ทุุติยิ านุสุ ฺฺสติิฏฺฐฺ านํํ ข้้าพระเจ้้าไหว้้พระธรรมเป็็น
วนฺฺทามิิ ตํํ สิิเรนหํํ. ที่�ตั้�งแห่ง่ อนุุสสติิที่� ๒ นั้�น ด้ว้ ย
เศีียรเกล้า้ .
ธมฺฺมสฺฺสาหสฺมฺ ิิ ข้้าพระเจ้้า เป็็นข้้าทาสของ
ทาโส(ทาสี)ี ว พระธรรม
๒๘
ธมโฺ ม เม สามกิ ิสสฺ โร, พระธรรม เป็น็ เจ้า้ นายของ
ข้้าพเจ้้า,
ธมฺโม ทกุ ขฺ สสฺ ฆาตา จ พระธรรมเป็น็ เครื่�องกำำ�จัดั
ทุุกข์์
วิธาตา จ หิตสสฺ เม. และดำำ�รงประโยชน์์ของ
ข้า้ พระเจ้้า.
ธมฺมสฺสาหํ นิยฺยาเทมิ ข้า้ พระเจ้า้ ขอมอบกายและ
สรีรญฺชีวิตญฺจิท,ํ ถวายชีวี ิิตนี้�แด่่พระธรรม,
วนฺทนโฺ ตหํ(ตีหํ)
จรสิ ฺสามิ ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้อ้ ยู่�จักประพฤติิ
ธมมฺ สฺเสว สุธมมฺ ตํ. ตามความที่�พระธรรม เป็น็
ธรรมดีี.
นตถฺ ิ เม สรณํ อญญฺ ํ สรณะอื่�นของข้า้ พระเจ้า้ ไม่ม่ ีี
ธมโฺ ม เม สรณํ วร,ํ พระธรรม เป็็นสรณะอััน
ประเสริฐิ ของข้า้ พระเจ้้า
เอเตน สจจฺ วชฺเชน ด้ว้ ยการกล่า่ วคำำ�สัตั ย์์นี้�
วฑเฺ ฒยฺยํ สตฺถุ สาสเน. ขอข้า้ พระเจ้า้ พึงึ เจริญิ ในพระ
ศาสนาของพระศาสดา.
ธมฺมํ เม วนฺทมาเนน ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้พ้ ระธรรมอยู่�
(นาย)
ยํ ปญุ ญฺ ํ ปสตุ ํ อธิ , ได้้ก่่อสร้า้ งบุุญใดไว้้ในที่�นี้�
๒๙
สพเฺ พปิ อนฺตรายา เม ขออัันตรายแม้้ทั้�งหมด
มาเหสุํ ตสสฺ เตชสา. อย่่าได้้มีีแก่่ข้้าพระเจ้้า ด้้วย
เดชของบุญุ นั้�น.
(พึึงหมอบกราบลงว่่า)
กาเยน วาจาย ว เจตสา กรรมชั่�วใด อันั ข้้าพระเจ้้า
วา, ธมฺเม กุกมมฺ ํ ปกตํ มยา ทำำ�แล้้วในพระธรรมด้้วยกาย
ย,ํ หรือื วาจาใจ
ธมฺโม ปฏิคคฺ ณหฺ ตุ ขอพระธรรมจงรับั โทษนั้�น
อจฺจยนตฺ ํ,
กาลนฺตเร สวํ รติ ํุ ว เพื่�อจะระวัังต่่อไปใน
ธมฺเม. พระธรรม.
*สตรีพี ึึงเปลี่�ยนตามข้้อความใน()
๓๐
สงฺฆฺ านุุสฺสฺ ติิ
คำำ�ระลึกึ ถึงึ พระสงฆ์์
(หััวหน้้านำำ�)
หนฺฺท มยํํ เชิิญเถิิด เราจงทำำ�นััยอันั เป็น็
สงฆานุุสฺฺสติินยํํ กโรม เส. เครื่�องระลึึกถึึงพระสัังฆคุณุ .
(ว่่าพร้้อมกันั )
สปุ ฏิปนโฺ น ภควโต พระสงฆ์์สาวกของพระผู้้�มีี
สาวกสงโฺ ฆ, พระภาคเจ้้า ปฏิบิ ัตั ิดิ ีแี ล้ว้
อุชปุ ฏิปนโฺ น ภควโต .....ปฏิิบััติิซื่�อตรง
สาวกสงโฺ ฆ,
ญายปฏิปนฺโน
ภควโต สาวกสงโฺ ฆ, .....ปฏิบิ ัตั ิิเป็น็ ธรรม
สามจี ปิ ฏิปนฺโน .....ปฏิิบัตั ิิชอบยิ่�ง
ภควโต สาวกสงโฺ ฆ,
ยทิทํ
คือื
จตฺตาริ ปุรสิ ยคุ านิ จัดั เป็น็ สี่�คู่�
อฏฺฐ ปรุ สิ ปคุ คฺ ลา, เป็น็ บุุรุษุ บุุคคลแปด
เอส ภควโต นี่่�พระสงฆ์์สาวกของพระผู้้�มีี
สาวกสงโฺ ฆ,
อาหุเนยฺโย พระภาคเจ้า้
ปาหเุ นยฺโย ควรนัับถืือ
ควรต้้อนรับั
๓๑
ทกขฺ ิเณยโฺ ย ควรทักั ษิิณา
อญชฺ ลิกรณีโย,
ควรทำำ�อััญชลีี
อนตุ ตฺ รํ ปญุ ฺญกเฺ ขตฺตํ เป็น็ เนื้�อนาบุญุ ของโลก ไม่ม่ ีี
โลกสฺสาต.ิ นาอื่ �นยิ่ �งกว่่าดัังนี้ �.
(หยุดุ ระลึกึ ถึงึ พระสัังฆคุุณ)
๓๒
สงฺฆฺ าภิิคีตี ิิ
คำำ�ขับั สรรเสริญิ พระสงฆ์์
(หััวหน้า้ นำำ�)
หนฺฺท มยํํ สงฺฆฺ าภิคิ ีีตึึ เชิิญเถิิด เราจงทำำ�การขัับ
กโรม เส. สรรเสริญิ พระสงฆ์์.
(ว่่าพร้้อมกััน)
สทธฺ มมฺ โช พระสงฆ์เ์ กิดิ จากพระสัทั ธรรม
สุปฏิปตตฺ ิคณุ าทิยุตฺโต,
ประกอบด้้วยคุุณ มีีปฏิิบััติิดีี
โยฏฐฺ พฺพิโธ เป็น็ ต้้น
อริยปุคฺคลสงฆฺ เสฏโฺ ฐ, เป็็นหมู่่�พระอริิยบุุคคลผู้�
ประเสริฐิ แปดจำำ�พวก
สลี าทิธมมฺ ปวราสยกาย - มีกี ายและจิติ อาศัยั พระธรรม
จิตโฺ ต. มีศี ีีลเป็น็ ต้น้ .
วนทฺ ามหํ ตมริยานคณํ ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้ซ้ ึ่ง่� พระอริยิ สงฆ์์
สุสทุ ธฺ ํ ผู้�บริสิ ุุทธิ์ด� ีีแล้ว้ นั้�น
สงฺโฆ โย สพฺพปาณีน ํ พระสงฆ์ใ์ ด เป็น็ สรณะอันั เกษม
สรณํ เขมมตุ ฺตมํ สููงสุดุ ของสรรพสัตั ว์ท์ั้�งหลาย
ตติยานุสสฺ ติฏฺฐานํ ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้พ้ ระสงฆ์์ เป็็น
วนทฺ ามิ ตํ สิเรนห,ํ ที่�ตั้�งแห่่งอนุุสสติิที่� ๓ นั้�น ด้ว้ ย
เศียี รเกล้้า.
สงฆฺ สสฺ าหสมฺ ิ ข้้าพระเจ้้า เป็็นข้้าทาสของ
ทาโส(ทาส)ี ว พระสงฆ์์
๓๓
สงฺโฆ เม พระสงฆ์์ เป็็นเจ้้านายของ
สามิกสิ ฺสโร,
ข้า้ พระเจ้า้
สงโฺ ฆ ทุกฺขสสฺ ฆาตา พระสงฆ์์ เป็็นผู้้�กำำ�จััดทุุกข์์
จ วิธาตา จ หติ สฺส เม. และดำำ�รงประโยชน์ข์ องข้า้ พระเจ้า้ .
สงฆฺ สสฺ าหํ นิยยฺ าเทมิ ข้า้ พระเจ้า้ ขอมอบกายและ
สรรี ญชฺ ีวติ ญจฺ ิทํ, ถวายชีวี ิิตนี้�แด่พ่ ระสงฆ์์
วนทฺ นฺโตห(ํ ตีหํ) ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้อ้ ยู่� จักั ประพฤติิ
จริสสฺ ามิ สงฺฆสฺโสปฏปิ นนฺ ตํ. ตามความที่�พระสงฆ์ป์ ฏิบิ ัตั ิดิ ีแี ล้ว้ .
นตถฺ ิ เม สรณํ อญญฺ ํ สรณะอื่�นของข้า้ พระเจ้า้ ไม่ม่ ีี
สงโฺ ฆ เม สรณํ วร,ํ พระสงฆ์์ เป็น็ สรณะอันั ประเสริฐิ
ของข้้าพระเจ้า้
เอเตน สจจฺ วชฺเชน ด้้วยกล่่าวคำำ�สััตย์์นี้� ขอ
วฑเฺ ฒยยฺ ํ สตฺถุ สาสเน, ข้า้ พระเจ้า้ พึงึ เจริญิ ในพระศาสนา
ของพระศาสดา.
สงฆํ เม ข้า้ พระเจ้า้ ไหว้พ้ ระสงฆ์อ์ ยู่�ได้้
วนทฺ มาเนน(นาย) ยํ ปญุ ฺญํ ก่อ่ สร้า้ งบุญุ ใดไว้ใ้ นที่�นี้�
ปสตุ ํ อธิ ,
สพเฺ พปิ อนตฺ รายา เม ขออันั ตรายแม้ท้ั้�งหมด อย่า่
มาเหสุํ ตสสฺ เตชสา. ได้ม้ ีแี ก่ข่ ้า้ พระเจ้า้ เพราะเดชของ
บุุญนั้ �น.
(พึงึ หมอบกราบลงว่่า)
๓๔
กาเยน วาจาย ว เจตสา กรรมชั่�วใด อันั ข้า้ พระเจ้า้
วา, สงฺเฆ กกุ มฺมํ ปกตํ มยา ยํ, ทำำ�แล้้วในพระสงฆ์์ ด้้วยกาย
หรืือวาจาใจ
สงฺโฆ ปฏิคคฺ ณฺหตุ ขอพระสงฆ์์จงรัับโทษนั้�น
อจจฺ ยนฺตํ,
กาลนฺตเร สํวริตุํ ว เพื่�อจะระวังั ต่อ่ ไปในพระสงฆ์.์
สงฺเฆ.
(จบทำำ�วััตรค่ำำ��)
*สตรีพี ึงึ เปลี่�ยนตามข้อ้ ความใน ()
สวดจบแล้้วพึงึ นั่�งราบ ต่่อจากนี้�จะเป็น็ การสวดมนต์์บทพิิเศษอื่�น ๆ
(ให้้ดููบทสวดมนต์์พิิเศษหลัังทำำ�วััตรคํ่�าหน้้าที่�..........) เมื่�อจบแล้้ว
จึงึ สวดอตีีตปจฺฺจเวกฺขฺ ณ ฯลฯ
๓๕
อตีีตปจฺจฺ เวกฺขฺ ณ
หนทฺ มยํ (หัวั หน้า้ นำำ�) เชิิญเถิิด เราจงสวดบาลีี
อตตี ปจจฺ เวกขฺ ณปาฐํ ภณาม เส. สำำ�หรัับพิิจารณาปััยจัยั ๔ ที่�
บริิโภคแล้้ว.
(ว่่าพร้้อมกันั )
๑.อชชฺ มยา อปจจฺ เวกขฺ ติ วฺ า จีวี รใด อันั เราไม่ไ่ ด้พ้ ิจิ ารณา
ยํ จวี รํ ปรภิ ุตฺตํ, แล้้ว บริโิ ภคแล้ว้ ในวันั นี้�.
ตํ ยาวเทว สตี สฺส จีวี รนั้�น เราบริโิ ภคแล้ว้ เพียี ง
ปฏิฆาตาย, อณุ ฺหสสฺ ปฏฆิ าตาย, เพื่�อบำำ�บัดั หนาว, เพื่�อบำำ�บัดั ร้อ้ น,
ฑสํ มกสวาตาตปสริ สึ ปสมผฺ สสฺ านํ เพื่�อบำำ�บััดสััมผััสจาก เหลือื บ
ปฏฆิ าตาย, ยุุง ลม แดด สัตั ว์เ์ ลื้�อยคลาน
ทั้ �งหลาย,
ยาวเทว หริ ิโกปนิ ปฏจิ ฺฉา - เพีียงเพื่�อปกปิดิ อวััยวะที่�
ทนตถฺ ํ. น่่าละอาย.
๒.อชฺช มยา บิิณฑบาตใด อันั เราไม่่ได้้
อปจฺจเวกฺขติ ฺวา โย ปณิ ฑฺ ปาโต พิิจารณาแล้้ว บริิโภคแล้้ว
ปรภิ ุตฺโต, ในวัันนี้ �,
โส เนว ทวาย น มทาย น บิณิ ฑบาตนั้�น อันั เราบริโิ ภค
มณฺฑนาย น วภิ สู นาย, แล้ว้ ไม่่เพื่�อเล่่น ไม่เ่ พื่�อเมา
ไม่เ่ พื่�อสดใส ไม่เ่ พื่�อเปล่ง่ ปลั่�ง,
๓๖
ยาวเทว อมิ สฺส กายสฺส เพียี งเพื่�อตั้�งอยู่� แห่ง่ กายนี้�
ฐติ ยิ า ยาปนาย วหิ สึ ปุ รตยิ า เพื่�อให้ช้ ีวี ิิตเป็็นไป เพื่�อระงัับ
พฺรหฺมจรยิ านคุ คฺ หาย, ความลำำ�บาก เพื่�ออนุเุ คราะห์์
พรหมจรรย์์,
อติ ิ ปรุ าณญจฺ เวทนํ ด้้วยคิิดว่่าเราย่่อมระงัับ
ปฏหิ งฺขามิ นวญฺจ เวทนํ น เวทนาเก่า่ เสียี ได้ด้ ้ว้ ย จักั ไม่ย่ ังั
อปุ ปฺ าเทสสฺ าม,ิ ยาตฺรา จ เม เวทนาใหม่่ให้้เกิิดขึ้�นได้้ด้้วย,
ภวสิ สฺ ติ อนวชชฺ ตา จ ผาสวุ หิ าโร ความเป็น็ ไป ความหาโทษมิไิ ด้้
จาต.ิ ความอยู่�ผาสุกุ ของเรา จักั มีดี ้ว้ ย
เพราะอย่า่ งนี้�.
๓.อชชฺ มยา อปจจฺ เวกขฺ ติ วฺ า เสนาสนะใด อันั เราไม่ไ่ ด้้
ยํ เสนาสนํ ปรภิ ุตฺตํ, พิิจารณาแล้้ว บริิโภคแล้้ว
ในวัันนี้ �,
ตํ ยาวเทว สีตสสฺ เสนาสนะนั้�น อันั เราบริโิ ภค
ปฏฆิ าตาย, อณุ หฺ สสฺ ปฏฆิ าตาย, แล้ว้ เพียี งเพื่�อบำำ�บัดั หนาว,เพื่�อ
ฑสํ มกสวาตาตปสริ สึ ปสมผฺ สสฺ านํ บำำ�บัดั ร้้อน, เพื่�อบำำ�บััดสัมั ผััส
ปฏฆิ าตาย. เหลืือบ ยุงุ ลม แดด สัตั ว์์
เลื้ �อยคลานทั้ �งหลาย,
๓๗
ยาวเทว อุตปุ ริสฺสยวิโนทนํ เพียี งเพื่�อบรรเทาอันั ตราย
ปฏิสลลฺ านารามตถฺ ํ. แต่่ฤดููเสีีย และชอบในอััน
หลีกี เร้้น.
๔.อชชฺ มยา อปจจฺ เวกขฺ ติ วฺ า ยาปรุุงเป็็นปััจจััยสำำ�หรัับ
โย คิลานปจจฺ ยเภสชฺชปรกิ ฺขาโร คนไข้ใ้ ด อันั เรามิไิ ด้พ้ ิจิ ารณาแล้ว้
ปรภิ ตุ โฺ ต, บริโิ ภคแล้ว้ ในวันั นี้�,
โส ยาวเทว อุปปฺ นนฺ านํ ยาปรุงุ ...นั้�นเราบริโิ ภคแล้ว้
เวยยฺ าพาธิกานํ เวทนานํ เพื่�อบำำ�บัดั เวทนา มีอี าพาธต่า่ งๆ
ปฏิฆาตาย, อพยฺ าปชฺฌปรม- เป็็นมููล อัันเกิิดขึ้�นแล้้ว
ตายาติ. เพื่�อเป็น็ ผู้�หาความลำำ�บากมิไิ ด้้
เป็น็ อย่่างยิ่�งแล.
๓๘
พฺรฺ หฺฺมวิิหาร
(หััวหน้้านำำ�)
หนฺท มยํ พฺรหฺมวหิ าร เชิญิ เถิดิ เราจงทำำ�การแผ่่
ผรณํ กโรม เส. พรหมวิิหารธรรม.
(ว่่าพร้้อมกันั )
(เมตตา) สพฺเพ สตฺตา สััตว์ท์ั้�งหลายทั้�งปวง
อเวรา โหนตฺ ุ
อพยฺ าปชฌฺ า โหนฺตุ จงเป็น็ ผู้�ไม่ม่ ีเี วรเถิิด
อนฆี า โหนตฺ ุ จงเป็น็ ผู้�ไม่เ่ บียี ดเบีียนกันั เถิดิ
จงเป็น็ ผู้�ไม่ม่ ีที ุกุ ข์ก์ ายทุกุ ข์ใ์ จเถิดิ
สขุ ี อตฺตานํ ปรหิ รนตฺ ุ จงเป็็นผู้้�มีสี ุุขรัักษาตนเถิิด
(กรุณา) สพเฺ พ สตฺตา สัตั ว์ท์ั้�งหลายทั้�งปวง
ทกุ ขฺ า ปมจุ ฺจนตฺ ุ จงพ้น้ จากทุกุ ข์์เถิดิ
(มุทติ า) สพเฺ พ สตตฺ า สัตั ว์ท์ั้�งหลายทั้�งปวง
มา ลทฺธสมปฺ ตตฺ โิ ต วิคจฺฉนฺตุ จงอย่่าไปปราศจากสมบััติิ
อัันได้้แล้ว้ เถิิด
(อเุ บกขา) สพฺเพ สตตฺ า สััตว์ท์ั้�งหลายทั้�งปวง
กมมฺ สสฺ กา เป็็นผู้้�มีกี รรมเป็น็ ของ ของตน
กมมฺ ทายาทา เป็น็ ผู้้�รับั ผลของกรรม
กมฺมโยน ี เป็น็ ผู้้�มีกี รรมเป็น็ กำำ�เนิดิ
กมฺมพนธฺ ู
กมฺมปฏิสรณา เป็น็ ผู้้�มีกี รรมเป็็นเผ่า่ พัันธุ์�
เป็น็ ผู้้�มีีกรรมเป็น็ ที่�พึ่�งอาศััย
ยํ กมฺมํ กรสิ สฺ นฺต ิ จัักทำำ�กรรมอัันใดไว้้
กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา ดีีหรืือชั่ �ว
ตสสฺ ทายาทา ภวิสฺสนตฺ .ิ จัักเป็น็ ผู้้�รับั ผลของกรรมนั้�น.
๓๙
คาถากรวดน้ำำ��
( พระราชนิพิ นธ์ใ์ นรัชั กาลที่� ๔ )
(หััวหน้้านำำ�)
หนฺท มยํ ปตฺติทานํ เชิิญเถิิด เราจงทำำ�การให้้
กโรม เส. ส่่วนบุญุ .
(ว่่าพร้้อมกันั )
ปุญฺญสฺสทิ านิ กตสสฺ ขอสัตั ว์ท์ั้�งหลายไม่ม่ ีที ี่่�สุดุ
ยานญญฺ านิ กตานิ เม,
เตสญฺจ ภาคโิ น โหนฺตุ ไม่ม่ ีปี ระมาณ จงเป็น็ ผู้้�มีสี ่ว่ นแห่ง่
สตฺตานนตฺ าปปฺ มาณกา, บุุญที่่�ข้้าพเจ้้าได้้ทำำ�ในบััดนี้�, แล
แห่ง่ บุญุ ทั้�งหลายอื่�น ที่่�ข้าพเจ้า้ ได้ท้ ำำ�
แล้้ว.
เย ปิยา คณุ วนฺตา จ, คือื ชนเหล่่าใดเป็น็ ที่่�รััก ผู้้�มีคี ุณุ
มยหฺ ํ มาตาปติ าทโย, มีีมารดาและบิิดาของข้้าพเจ้้า
เป็น็ ต้น้ ,
ทฏิ ฺฐา เม จาปยฺ ทิฏฺฐา วา, ที่่�ข้า้ พเจ้า้ ได้เ้ ห็น็ หรือื แม้ไ้ ม่ไ่ ด้เ้ ห็น็ .
อญเฺ ญ มชฺฌตฺตเวรโิ น แลสััตว์์ทั้�งหลายอื่�น ที่�เป็็น
สตฺตา ติฏฐฺ นตฺ ิ โลกสมฺ ,ึ กลางแลมีีเวรกันั ตั้�งอยู่�ในโลก,
เตภมุ ฺมา จตุโยนิกา, เกิดิ ในภูมู ิิ ๓ เกิิดในกำำ�เนิดิ ๔,
ปญฺเจกจตุโวการา, มีขี ันั ธ์์ ๕ แลขันั ธ์์ ๑ แลขันั ธ์์ ๔,
สํสรนตฺ า ภวาภเว, ท่อ่ งเที่�ยวอยู่�ในภพน้อ้ ยแลภพใหญ่.่
ญาตํ เย ปตฺติทานมเฺ ม, สัตั ว์เ์ หล่า่ ใด ทราบการให้ส้ ่ว่ นบุญุ
ของข้า้ พเจ้า้ แล้ว้ .
อนุโมทนตฺ ุ เต สยํ. ๔๐
เย จิมํ นปปฺ ชานนฺต,ิ
เทวา เตสํ นเิ วทยํุ. ขอสัตั ว์เ์ หล่า่ นั้�นจงอนุโุ มทนาเองเถิดิ .
ก็ส็ ัตั ว์เ์ หล่า่ ใด ย่อ่ มไม่ท่ ราบการให้้
มยา ทินนฺ าน ปุญฺญานํ ส่่วนบุุญของข้า้ พเจ้้านี้�.
อนุโมทนเหตนุ า, ขอเทพทั้ �งหลายพึึงแจ้้งแก่่สััตว์์
สพฺเพ สตฺตา สทา โหนตฺ ุ เหล่่านั้ �น.
อเวรา สุขชวี ิโน,
เขมปฺปทญจฺ ปปโฺ ปนตฺ ุ, เพราะเหตุุ คืืออนุุโมทนาบุุญทั้�ง
เตสาสา สชิ ฺฌตํ สภุ า. หลายที่่�ข้า้ พเจ้า้ ให้้แล้ว้ .
ขอสััตว์์ทั้ �งปวงจงอย่่ามีีเวรอยู่ �เป็็น
สุุขเสมอเถิดิ .
แลจงถึึงทางอัันเกษมเถิดิ .
ขอความหวังั อันั ดีขี องสัตั ว์เ์ หล่า่ นั้�น
จงสำำ�เร็็จ เทอญ.