คู่มือปฐมนิเทศ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ลพบุรี ปี 2566
2 คู่มือปฐมนิเทศกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช หน้า : 77 หน้า แนวทางปฏิบัติการพยาบาลเลขที่ : SM – NUR - 004 ทบทวน : ทุกปี เรื่อง : คู่มือปฐมนิเทศ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล วันบังคับใช้ : 9 มกราคม 2566 วันที่ปรับปรุง : 5 มกราคม 2566 แผนก : กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล แผนกที่เกี่ยวข้อง : ทุกหน่วยงานสังกัด กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ผู้จัดทำ : (นางสาวพรทิพย์ จันทาทิพย์) ผช.หัวหน้าพยาบาลด้าน QA ผู้ทบทวน ( นางธารกมล อนุสิทธิ์ศุภการ ) รองหัวหน้าพยาบาลด้านบริการ ผู้อนุมัติ ......................................................... ( นางมารยาท รัตนประทีป ) หัวหน้าพยาบาล
3 คำนำ พยาบาลที่เข้าปฏิบัติงานใหม่จําเป็นต้องนําความรู้ที่ได้รับจากสถาบันการศึกษามาใช้การ ปฏิบัติงาน ต้องมีความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นวิชาชีพที่ให้บริการต่อสังคม มีหน้าที่ให้บริการรักษา พยาบาล ส่งเสริม ป้องกันโรค ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานราชการ จึงจําเป็นต้อง ปฏิบัติตามกฎระเบียบ วินัยข้าราชการ ต้องมีความเข้าใจปรัชญา จุดมุ่งหมาย ทิศทาง เป้าหมาย นโยบาย ของหน่วยงานที่สังกัด กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ได้ตระหนักถึงความจําเป็นในการเตรียมความพร้อมด้านการปฏิบัติ งาน สําหรับพยาบาลที่เข้าปฏิบัติงานใหม่จึงจัดทําคู่มือการปฐมนิเทศพยาบาล ที่เข้าปฏิบัติงานใหม่ ขึ้นทั้งนี้เพื่อให้พยาบาลที่เข้าปฏิบัติงานใหม่ได้รับการเตรียมความพร้อม สามารถปฏิบัติงานตามนโยบาย และแนวทางการปฏิบัติงานของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม สอดคล้องเป็นไป ในทางเดียวกัน เพื่อก่อให้เกิดผลดีต่อผู้รับบริการ วิชาชีพการพยาบาล โรงพยาบาล และสังกัดโดยรวม กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช มกราคม 2566
4 สารบัญ หน้า ประวัติ / ความเป็นมาขององค์กร 5 ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 5 โครงสร้างการบริหารและขอบเขตความรับผิดชอบขององค์กรพยาบาล 7 ขอบเขตการจัดบริการของหน่วยงานต่าง ๆ 10 ปรัชญาทางการพยาบาล 23 ปฏิญญาทางการพยาบาล 23 นโยบายและวิธีปฏิบัติด้านการบริหารจัดการ 24 ทีมการพยาบาล 26 การจัดอัตรากำลังทางการพยาบาล 27 ระเบียบการปฏิบัติงานของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 30 ระเบียบการแต่งกายของบุคลากรทางการพยาบาล 39 สวัสดิการโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช 45 สวัสดิการหอพักพยาบาล/บ้านพักโรงพยาบาล 45 ระเบียบการลาประเภทต่างๆของลูกจ้างชั่วคราว 48 ระเบียบปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยโดยรถพยาบาล 49 พฤติกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ 50 แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ 59 ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยพนักงานกระทรวงสาธารณสุข 66
5 ประวัติความเป็นมาขององค์กร ข้อมูลทั่วไปของโรงพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช เดิมชื่อ โรงพยาบาลลพบุรี เป็นโรงพยาบาลในสังกัด กระทรวงสาธารณสุขประเภทโรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 536 เตียง เขตสาธารณสุขที่ 4 สังกัด สำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่เลขที่ 260 ถนนพหลโยธิน หมู่ 1 ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โทรศัพท์ 036 -785444 มีเนื้อที่ 39 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2496 เปิดให้บริการเมื่อ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ชื่อโรงพยาบาลพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม โรงพยาบาลลพบุรีใหม่เป็น “โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช” เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระ มหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ทรงนำความเจริญด้านการแพทย์มาสู่ประเทศไทย และ จังหวัดลพบุรีตั้งเป้าพัฒนาให้เป็น โรงพยาบาลทั่วไปชั้นนำด้านอุบัติเหตุ – ฉุกเฉิน และศูนย์ส่องกล้อง ทางการแพทย์ในปี 2565 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย เดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อโรงพยาบาลลพบุรีใหม่ ว่า “โรงพยาบาล พระนารายณ์มหาราช” ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 536 เตียง ตั้งอยู่ในอำเภอ เมืองจังหวัดลพบุรี เปิดบริการมาแล้ว 65 ปี ปัจจุบันมีบุคลากรให้บริการ 1,462 คน โดยมีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญครบทุกสาขารวม 83 คน ทันตแพทย์ 20 คน เภสัชกร 33 คน พยาบาลวิชาชีพ 451 คน พยาบาลเทคนิค 1 คน ผู้ช่วยพยาบาล 39 คน พนักงานช่วยเหลือคนไข้ 200 คน พนักงานประจำตึก/ แม่บ้าน 38 คน สภาพพื้นที่ตั้งของจังหวัดลพบุรี จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทย บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำลพบุรี มีระยะทางห่างจาก กรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือตามเส้นทางถนนพหลโยธิน 153 กิโลเมตรหรือตามเส้นทางรถไฟ ประมาณ 133 กิโลเมตร มีพื้นที่ 6,199.72 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 3,874,846 ไร่ จำนวน ประชากร 757,111 คน ชาย 379,887 คน หญิง 377,224 คน เขตการปกครอง จังหวัดลพบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 121 ตำบล 1,122 หมู่บ้าน โครงสร้างบริหารส่วนราชการส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย (1) ส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาค จำนวน 33 หน่วยงาน (2) ส่วนราชการส่วนกลาง จำนวน 55 หน่วยงาน (3) ส่วนราชการส่วนท้องถิ่น จำนวน 126 หน่วย แบ่งเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 23 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล 102 แห่ง สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ เชื้อชาติ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนไทยภาคกลาง มีเชื้อสายมอญ ในท้องที่ ต.บางขันหมาก อ. เมือง มีเชื้อสายลาวพวนใน อ.บ้านหมี่ และเชื้อสายจีนปะปนอยู่ทั่วไป
6 ศาสนา ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธนอกนั้นมีอิสลาม คริสต์และลัทธิเต๋า ตามลำดับ มีวัดไทย 688 แห่ง สำนักสงฆ์ 40 แห่ง โบสถ์คริสต์ 3 แห่ง มัสยิด 2 แห่ง อาชีพ ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม สำหรับพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด พืชผักต่าง ๆ ผลไม้บางชนิด ได้แก่ น้อยหน่า มะม่วง ขนุน นอกจากนี้ ยังมีการประกอบอาชีพ เจียรไนพลอย และการทอผ้ามัดหมี่ในอำเภอบ้านหมี่ การทำดินสอพองในอำเภอเมืองและอีกส่วนหนึ่ง รับราชการทหาร ซึ่งประกอบด้วยทหารเกณฑ์จากจังหวัดอื่นๆ จึงทำให้จังหวัดลพบุรี มีสถิติย้ายเข้า ออกมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ด้านสาธารณสุข ในปี พ.ศ.2565 จังหวัดลพบุรี มีสถานบริการสาธารณสุขครอบคลุมพื้นที่ตั้ง 11 อำเภอ มีสถานพยาบาลทั้งสิ้น 149 แห่งดังนี้ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข คือ โรงพยาบาลทั่วไป 2 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 9 แห่ง สถานีอนามัยทั่วไป 133 แห่ง สาธารณสุขอื่นๆ คือ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม 2 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี 1 แห่ง ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช มีหัวหน้าพยาบาล ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 16 คน ตามลำดับดังนี้ หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลลพบุรี 1. นางกรองทอง ตยัคคานนท์ พ.ศ. 2499 – พ.ศ. 2501 2. นางระวิ ศรีเจริญ พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2503 3. นางสุภา สอยเหลือง พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2512 4. นางประคอง วรุตตมางกูร พ.ศ. 2512 – พ.ศ. 2527 5. นางประพันธ์ โพธิ์พฤกษาวงศ์ พ.ศ. 2527 – พ.ศ. 2542 6. นางจินตนา กางกรณ์ พ.ศ. 2542 – พ.ศ. 2543 7. นางสมสุข กำเนิดทอง พ.ศ. 2543 – พ.ศ. 2547 8. นางบุญศรี ศิลปสมบูรณ์ พ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2551 9. นางวลัย บุญพลอย พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2552 หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช 10. นางวลีรัตน์ สุธนนันท พ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2558 11. นางราณี อรรณพานุรักษ์ พ.ศ. 2558 – พ.ศ. 2559 12. นางวรรณทนี ลีฬหาพงศธร พ.ศ. 2559 – พ.ศ. 2560 13. นางกรรณิกา ฉ่ำพึ่ง พ.ศ. 2560 – พ.ศ. 2563
7 14. นางสมหวัง โรจนะ พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2564 15. นางสาวรินนิภา สวนสุข พ.ศ. 2564 – พ.ศ. 2565 16. นางมารยาท รัตนประทีป พ.ศ. 2566 – ปัจจุบัน โครงสร้างการบริหารและขอบเขตความรับผิดชอบขององค์กรพยาบาล โครงสร้างการบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ลพบุรี มีการกำหนดโครงสร้างการบริหารตามสายบังคับบัญชา โดยกำหนดบทบาทหน้าที่และขอบเขตของงานการพยาบาลสอดคล้องตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยมีหัวหน้า พยาบาลเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร มีการแบ่งสายงานตามโครงสร้างออกเป็น 16 กลุ่มงานการพยาบาล (แผนภูมิที่ 1) นอกจากนี้มีการกำหนดโครงสร้างเพื่อการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลซึ่งเป็นการบริหาร แบบมีส่วนร่วม มีรองหัวหน้าพยาบาลให้การดูแล กำกับ 4 ด้าน ดังนี้ 1) รองหัวหน้าพยาบาลด้านบริหาร 2) รองหัวหน้าพยาบาลด้านบริการ 3) รองหัวหน้าพยาบาลด้านวิชาการ 4) รองหัวหน้าพยาบาลด้านกิจการ พิเศษ นอกจากนี้มีผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล 12 คน ครอบคลุมงานด้านบริหาร บริการ วิชาการ ได้แก่ 1) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านทรัพยากรบุคคล 2) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านแผนและนโยบาย 3) ผู้ช่วย หัวหน้าพยาบาลด้านอัตรากำลังและสารสนเทศทางการพยาบาล 4) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้าน QA 5) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านบริหารความเสี่ยง 6) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณ วิชาชีพ 7) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านจัดการข้อร้องเรียน 8) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านกิจการนักศึกษา วิจัย และนวัตกรรม 9) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้าน APN, NCM 10) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้าน KM 11) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านสวัสดิการ และ 5 ส. 12) ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านงานพิธีและงานพิเศษ ดัง แผนภูมิที่ 2 และเพื่อให้การดำเนินงานของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลมีประสิทธิภาพ มีการประสาน แนวราบ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการ และอนุกรรมการทั้งหมด 9 คณะ ดังนี้ 1) คณะกรรมการบริหารกลุ่ม ภารกิจด้านการพยาบาล 2) คณะกรรมการพัฒนางานบริการพยาบาล (QA) 3) คณะอนุกรรมการพัฒนา ทรัพยากรบุคคลทางการพยาบาล 4) คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงทางการพยาบาล 6) คณะอนุกรรมการวิจัยทางการพยาบาล 7) คณะอนุกรรมการด้านพยาบาลผู้ชำนาญการขั้นสูง (APN) และ ผู้จัดการรายกรณี (NCM) 8) คณะอนุกรรมการด้านบริการการศึกษา 9) คณะอนุกรรมการสารสนเทศ ทางการพยาบาล 10) คณะอนุกรรมการสวัสดิการและบ้านพักกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ซึ่งคณะ กรรมการ และอนุกรรมการดังกล่าวมีรองหัวหน้าพยาบาล/ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล เป็นประธานอนุกรรมการ รับผิดชอบในการกำหนดแผนงาน โครงการต่างๆ และดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ของกลุ่มภารกิจด้านการ พยาบาล ดังแผนภูมิ
8 แผนภูมิที่ 1 โครงสร้างการบริหารงานตามสายการบังคับบัญชา แผนภูมิที่ 2 โครงสร้างเพื่อการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาล จำนวนบุคลากรทางการพยาบาล ณ 3 มกราคม 2566
9 ตำแหน่ง ข้าราชการ ลูกจ้าง ประจำ พนักงาน ราชการ พนักงาน กระทรวง สาธารณสุข ลูกจ้าง ชั่วคราว (รายวัน) รวม พยาบาลวิชาชีพ 431 2 18 451 พยาบาลเทคนิค 1 1 ผู้ช่วยพยาบาล 1 27 11 39 พนักงานช่วยเหลือคนไข้ 14 14 106 66 200 พนักงานประจำตึก/แม่บ้าน 2/27 9 38 รวม 432 14 15 164 104 702 ข้อมูลบุคลากรทางการพยาบาล แบ่งตามกลุ่มอายุ ประสบการณ์ของพยาบาลวิชาชีพ อายุเฉลี่ย 38 ปี ข้อมูลบุคลากร พยาบาล จำนวน อายุ เฉลี่ย Baby Boomer (๕๘ ปีขึ้นไป) Generation X (๔๓-๕๗) Generation Y (๒๕-๔๒) Generation Z (น้อยกว่า ๒๕ ปี) จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ หนก./หนต. 45 55 14 31.1 30 66.6 1 2.3 0 0.00 RN ปฏิบัติ 426 28 10 2.34 127 29.81 267 62.7 21 4.93 ภาพรวม 471 38.58 24 5.09 157 33.33 268 56.90 21 4.46 การศึกษา ระดับการศึกษา จำนวน (คน) กำลังศึกษา (คน) ระดับปริญญาเอก 1 - ระดับปริญญาโท 42 - หลักสูตรเฉพาะทาง 110 3 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา (APN) 8 ขอบเขตการบริการ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล มีการจัดบริการพยาบาลและผดุงครรภ์ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ อย่างต่อเนื่องแบบองค์รวม มีคุณภาพครอบคลุมหน่วยงานบริการ ดังต่อไปนี้ 1. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 2. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก 3. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด 4. กลุ่มงานการพยาบาลวิสัญญี 5. กลุ่มงานการพยาบาลผู้คลอด 6. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก
10 7. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยอายุรกรรม 8. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยกุมารเวชกรรม 9. กลุ่มงานการพยาบาลสูติ-นรีเวชกรรม 10. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยศัลยกรรม 11. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ 12. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยจักษุ โสต ศอ นาสิก 13. กลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษ 14. กลุ่มงานการพยาบาลด้านการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ 15. กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาการพยาบาล 16. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยจิตเวช ขอบเขตการจัดบริการพยาบาลของหน่วยงานต่างๆ 1. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เป็นการจัดบริการเพี่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉินป่วยวิกฤตที่มี ภาวะคุกคามต่อชีวิตทั้งด้านร่างกายและทางจิตใจที่ต้องให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยการให้บริการ ด้วย ความถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัยและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน สถานที่ตั้ง : อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น1 ขอบเขต 1. คัดกรองผู้ป่วยเพื่อการจัดการระบบการให้บริการผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน 2. รักษาพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัย 2.1 ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและแก้ไขภาวะคุกคามต่อชีวิต 2.2 เก็บสิ่งส่งตรวจเพื่อการวินิจฉัย 2.3 ส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรังสีวินิจฉัย 2.4 หัตถการต่างๆ 3. สังเกตอาการ 3.1 ผู้ป่วยอุบัติเหตุ 3.2 ผู้ป่วยฉุกเฉินทั่วไป 4. งานนิติเวชวิทยา 5. ให้บริการผู้ป่วย ณ.จุดเกิดเหตุ (Emergency Medical Service : EMS)โดยเครื่องมือสื่อสารที่ ใช้ได้แก่ โทรศัพท์หมายเลข 1669, 044 - 615001 ต่อ 4111 และวิทยุคลื่นความถี่ 154.925 mHz 6. ออกหน่วยปฐมพยาบาล 7. รักษาพยาบาลทางวิทยุคลื่นความถี่ 154.925 mHzโดยรับปรึกษาผู้ป่วยที่อยู่ไกลและให้บริการ รับ-ส่งข่าวทางวิทยุ 8. เป็นแหล่งความรู้ให้กับนักศึกษาฝึกงานในคลินิกได้แก่ นักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาล นักเรียน มัธยมในโครงการสอบเรียนต่อทางด้านสาธารณสุข
11 9.ให้บริการสุขภาพเชิงรุก เช่น ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ร่วมกับโรงพยาบาล สอน และให้ความรู้ แก่ประชาชน พนักงานในโรงงาน โรงเรียนต่างๆในเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยฟื้นคืนชีพขั้น พื้นฐาน โดยจัดเจ้าหน้าที่เป็นวิทยากรร่วมกับทีมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 10. ให้บริการช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง 11. ศูนย์รับ- ส่งต่อ (Refer) เป็นศูนย์ประสานระหว่างโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชและโรงพยาบาลในเครือ ข่าย ในการรับ-ส่งต่อผู้ป่วย เพื่อการรักษาและวินิจฉัยโรค สถานที่ตั้ง : อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 1 เป็นจุดรับผู้ป่วยที่ส่งต่อเพื่อเข้ารับการรักษาและจุดประสานเพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูง กว่า (Refer in / out ) และจุดรับประสานเพื่อ ส่งต่อผู้ป่วยกลับไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลชุมชน (Refer back) ขอบเขต : ให้บริการประสานส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า ประสานส่งผู้ป่วยกลับไป รักษาต่อที่โรงพยาบาลชุมชน ส่งผู้ป่วยไปตรวจพิเศษ ประสานรับผู้ป่วยกลับจากโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ สูงกว่า ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรับ-ส่งต่อผู้ป่วย ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรับ-ส่งต่อผู้ป่วย ติดตามผลการ รักษา 2. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก งานผู้ป่วยนอกให้บริการด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และการ ฟื้นฟูสุขภาพแบบไม่ต้องพักค้างคืนในโรงพยาบาล รับการส่งต่อจากโรงพยาบาลภายในจังหวัด และ เขตรอยต่อ โดยมีเป้าหมายในการให้บริการที่ถูกต้อง ปลอดภัย มีความรู้ในการปฏิบัติตัวและพึงพอใจ สถานที่ตั้ง อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 1 จุดคัดกรองผู้ป่วย ห้องตรวจศัลยกรรมกระดูก ชั้น 2 ห้องตรวจอายุรกรรม ห้องตรวจพิเศษโรคหัวใจ ห้องตรวจศัลยกรรม ห้องตรวจประกันสังคม ชั้น 3 ห้องตรวจกุมารเวชกรรม คลินิกสุขภาพเด็กดี ห้องตรวจกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ห้องตรวจ ผิวหนัง ห้องตรวจตา ห้องตรวจหู คอ จมูก ห้องฝากครรภ์ ห้องตรวจนรีเวช ชั้นที่ 4 ห้องส่องกล้อง อาคารผู้ป่วยนอกเก่า : ห้องตรวจโรคทั่วไป คลินิกผู้สูงอายุ • คลินิกตรวจรักษาโรคทั่วไป จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. • คลินิกนอกเวลาราชการ ตรวจรักษาโรคทั่วไป จันทร์ถึงศุกร์ (เวลา 16.30 – 20.30 น.) • คลินิกนอกเวลา ตรวจรักษาโรคทั่วไป วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (เช้า เวลา 08.00 – 12.00 น. และเย็นเวลา 18.00 – 20.30 น.) • คลินิกยาต้านไวรัส วันพุธ เวลา 08.30 – 12.00 น. และวันศุกร์ เวลา 13.30 – 16.00 น. • ห้องให้คำปรึกษาสุขภาพอนามัย ให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพทั่วไป โรคเรื้อรัง ทั้งแบบกลุ่มและรายบุคคล ปรึกษาผู้ถูกล่วงละเมิด ทางเพศปรึกษาก่อนสมรสและก่อนมีบุตร บริการปรึกษาทางโทรศัพท์ บริการก่อนและหลังตรวจเลือด
12 หาการติดเชื้อ HIV • งานคลินิกวัณโรคและเอดส์ เป็นคลินิกพิเศษที่ให้บริการผู้ป่วยวัณโรคและเอดส์และให้บริการปรึกษาเมื่อ เกิดอุบัติการณ์ ความเสี่ยงสำหรับบุคลากร ให้บริการผู้ป่วยวัณโรค และเอดส์ ให้บริการปรึกษาบุคลากร กรณีเกิดอุบัติเหตุ ถูกเข็ม/ ของมีคมทิ่มตำในโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช และเครือข่ายโรงพยาบาลพระนารายณ์ มหาราช สาขา 1 (บริเวณอำเภอเมืองลพบุรี) • แผนกตรวจโรคทั่วไป จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. คลินิกเฉพาะสาขา 2.1 ห้องตรวจอายุรกรรม สถานที่ตั้ง อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 2 ให้บริการตรวจรักษาโรคทางอายุรกรรม ทุกวันราชการ เวลา 8.00 น.-16.00 น. และคลินิกพิเศษทางอายุรกรรม จันทร์ คลินิกอายุรกรรม เวลา 8.30 - 12.00 น. คลินิกโรคปอด เวลา 13.30 - 16.00 น. คลินิกโรคผิวหนัง เวลา 8.30 - 12.00 น. อังคาร คลินิกอายุรกรรม เวลา 8.30 - 12.00 น. คลินิกอายุรกรรมระบบประสาท เวลา 8.30 - 16.00 น. คลินิกโรคไต เวลา 8.30 - 16.00 น. พุธ คลินิกอายุรกรรม เวลา 8.30 - 12.00 น. คลินิกโรคไต เวลา 8.30 - 16.00 น. คลินิกโรคเลือด เวลา 8.00 - 16.00 น. คลินิกโรคผิวหนัง เวลา 8.30 - 12.00 น. พฤหัสบดี คลินิกอายุรกรรม เวลา 8.30 - 12.00 น. คลินิกโรคเลือด เวลา 8.00 - 16.00 น. คลินิกโรคผิวหนัง เวลา 8.30 - 12.00 น. ศุกร์ คลินิกอายุรกรรม เวลา 8.30 - 12.00 น. คลินิกอายุรกรรมระบบประสาท เวลา 8.00 - 16.00 น. 2.2 ห้องตรวจกุมารเวชกรรม สถานที่ตั้ง อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 2 ให้บริการตรวจรักษาโรคทางกุมารเวชกรรม ทุกวันราชการเวลา 8.00 น. - 16.00 น. และคลินิกพิเศษทาง กุมารเวชกรรม ดังนี้ จันทร์-ศุกร์ คลินิกกุมารเวชกรรม เวลา 8.00 - 16.00 น. จันทร์-ศุกร์ คลินิกกระตุ้นพัฒนาการ เวลา 8.00 - 16.00 น อังคารและศุกร์คลินิกสุขภาพเด็กดีและฉีดวัคซีน เวลา 8.00 - 12.00 น
13 จันทร์-ศุกร์ คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น เวลา 8.00 - 16.00 น ให้คำปรึกษาและจิตบำบัด พุธ-พฤหัสบดี คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น เวลา 8.00 - 12.00 น ตรวจรักษาโดยแพทย์ พุธ คลินิกนัดน้อง เวลา 8.00 - 12.00 น. พฤหัสบดี คลินิกโรคหอบหืด เวลา 8.00 - 15.00 น. 2.3 ห้องตรวจสูตินรีเวชกรรม สถานที่ตั้ง อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 3 • ให้บริการตรวจรักษาโรคทางสูตินรีเวชกรรม ทุกวันราชการเวลา 8.00 น. - 16.00 น. • งานฝากครรภ์ วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี เวลา 08.00-16.00 น. ให้บริการดังนี้ รับบริการฝากครรภ์รายใหม่และเก่า โดยมีกิจกรรมดังนี้ 1. ซักประวัติทั่วไปและประวัติทางสูตินรีเวช ตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์ 2. คัดกรองความเสี่ยง 3. วางแผนการให้การพยาบาล และตรวจรักษา 4. ตรวจครรภ์ 5. ให้คำปรึกษาแบบคู่ (couple counselling) และแบบเดี่ยว (individual counselling) 6. คัดกรองโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น ดาวน์ซินโดรม ธาลัสซีเมีย 7. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก ไข้หวัดใหญ่ 8. ตรวจคลื่นหัวใจทารกในครรภ์ 9. ตรวจภายในดูความก้าวหน้าของการคลอด 10. ช่วยตรวจ Pap smear 11. รับส่งต่อจาก รพช รพสต 12. ตรวจคัดกรองภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ 13. Health Education ใน รร พ่อแม่ 14. Health Literacy ในการป้องกัน preterm 15. ให้คำปรึกษาแบบMotivation Interviewingในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นเพื่อวางแผนคุมกำเนิด โดยใช้ยาคุมชนิดฝัง 16. ช่วยตรวจ amniocentesis วันศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น. ให้บริการดังนี้ นัดรายเก่า รับสมุดฝากครรภ์และฟังผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ รับส่งต่อหรือมีภาวะแทรกซ้อน ฉุกเฉิน โดยมีกิจกรรมดังนี้ 1. ซักประวัติ 2. คัดกรองความเสี่ยง 3. วางแผนการให้การพยาบาล และตรวจรักษา
14 4. ตรวจครรภ์ 5. ให้คำปรึกษาแบบคู่ (couple counselling) และแบบเดี่ยว (individual counselling) 6. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก ไข้หวัดใหญ่ 7. ตรวจคลื่นหัวใจทารกในครรภ์ 8. ตรวจภายในดูความก้าวหน้าของการคลอด 9. รับส่งต่อจาก รพช รพสต 10. ตรวจคัดกรองภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ 11. ช่วยตรวจ amniocentesis 2.4 ห้องตรวจศัลยกรรม ให้บริการตรวจรักษาโรคทางศัลยกรรม ทุกวันราชการเวลา 8.00 น. - 16.00 น. และคลินิกพิเศษทาง ศัลยกรรม ดังนี้ จันทร์ คลินิกศัลยกรรมทั่วไป เวลา 8.00 - 12.00 น. คลินิกศัลยกรรมประสาท เวลา 8.00 - 12.00 น. อังคาร คลินิกศัลยกรรมทั่วไป เวลา 8.00 - 12.00 น. คลินิกศัลยกรรมระบบปัสสาวะ เวลา 13.30 - 16.00 น. พุธ คลินิกศัลยกรรมทั่วไป เวลา 8.00 - 12.00 น. คลินิกศัลยกรรมประสาท เวลา 8.00 - 12.00 น. พฤหัสบดี คลินิกศัลยกรรมทั่วไป เวลา 8.00 - 12.00 น. คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง เวลา 8.00 - 12.00 น. ศุกร์ คลินิกศัลยกรรมทั่วไป เวลา 8.00 - 12.00 น. คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง เวลา 8.00 - 12.00 น. จันทร์-ศุกร์ สลายนิ่ว เวลา 8.00 - 12.00 น. 2.5 ห้องตรวจกระดูกและข้อ ให้บริการตรวจรักษาโรคทางกระดูกและข้อ ทุกวันราชการเวลา 8.00 น. - 16.00 น. 2.6 ห้องตรวจตา • ให้บริการตรวจรักษาโรคทางตา ทุกวันราชการเวลา 8.30 น. - 16.00 น. • ให้บริการรักษาโรคตาด้วยเลเซอร์ทุกวันราชการเวลา 8.30 น. - 12.00 น. 2.7 ห้องตรวจหู คอ จมูก • ให้บริการตรวจรักษาโรคทางหู คอ จมูก ทุกวันราชการเวลา 8.30 -16.00 น. 3. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด ให้บริการตรวจวินิจฉัยและ/หรือรักษาโรคโดยการผ่าตัดแก่ผู้ป่วยทุกประเภทที่จำป็น ยึดหลักการ
15 ให้การพยาบาลทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยให้ผู้ป่วยกลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด ปราศจากโรค แทรกซ้อน และ เกิดการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด สถานที่ตั้ง : อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 5 ขอบเขต : 1. งานบริการผ่าตัดจำแนกตามสาขา 1.1 ศัลยกรรมทั่วไป 1.2 ศัลยกรรมกระดูกและข้อ 1.3 ศัลยกรรมตกแต่งและทันตกรรม 1.4 ศัลยกรรมประสาท 1.5 ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ 1.6 สูติ - นรีเวชกรรม 1.7 กุมารเวชกรรม 1.8 ตา 1.9 หู คอ จมูก 1.10 งานฉุกเฉินทุกสาขา 1.11 งานผ่าตัดเล็ก 2.งานบริการด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยรักษาและผ่าตัดด้วย เครื่องมือเฉพาะเช่น การผ่าตัดด้วยกล้องวิดีโอ การสลายนิ่ว 4. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยวิสัญญี สถานที่ตั้ง : อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 5 เป็นงานบริการพยาบาลด้านการระงับความรู้สึกเพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยการผ่าตัดแก่ผู้ ป่วย/ ผู้ใช้บริการ โดยยึดหลักผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการเป็นจุดศูนย์กลาง บริการวิสัญญีให้ครอบคลุมทั้ง ร่างกาย จิตวิญญาณ อารมณ์ สังคม เศรษฐานะ ครอบครัว สิ่งแวดล้อม พิทักษ์สิทธิ คุณธรรม และจริยธรรม ด้วยศาสตร์และศิลป์พร้อมทั้งใช้ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย เพื่อให้ผู้ป่วย /ผู้ใช้บริการ ปลอดภัยกลับสู่สภาพปกติได้รวดเร็วและปราศจากภาวะแทรกซ้อน ขอบเขต : การระงับความรู้สึก แบ่งเป็น 1. แบบทั่วไป (General Anesthesia) 2. แบบเฉพาะส่วน (Regional Anesthesia) 3. แบบเฉพาะที่ (Local Anesthesia ) โดยเฝ้าระวังสัญญาณชีพ (Monitoring Anesthesia Care ) สาขาที่ให้บริการ 1. ศัลยกรรม - ศัลยกรรมทั่วไป - ศัลยกรรมกระดูกและข้อ
16 - ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ 2. ศัลยกรรมกระดูกและข้อ 3. ศัลยกรรมตกแต่งและทันตกรรม 4. กุมารเวชกรรม 5. สูติ- นรีเวชกรรม 6. ตา หู คอ จมูก 7. ผู้ป่วยฉุกเฉินทุกสาขา 8. งานห้องพักฟื้น 9. งานบริการเครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องดมยาสลบและเครื่องช่วยหายใจ 5. กลุ่มงานการพยาบาลผู้คลอด ให้บริการแก่ หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 26 สัปดาห์ขึ้นไปหรือคาดคะเนน้ำหนักทารกตั้งแต่ 1,000 กรัม ขึ้นไป ที่มีอาการเจ็บครรภ์คลอด มีภาวะแทรกซ้อนและแพทย์นัดมากระตุ้นคลอด (Induction of labour) สถานที่ตั้ง : ตึกผู้ป่วยในสูติกรรม ขอบเขต : บริการทำคลอดนอกหน่วยงานกรณีมีคลอดฉุกเฉินที่หอผู้ป่วยต่างๆ เช่น ตึกอุบัติเหตุฉุกเฉินหรือหอผู้ป่วย อายุรกรรม เป็นต้น ให้บริการตรวจพิเศษได้แก่ NST (Non stress test) ,CST (Contraction stress test) Ultrasound ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก รับปรึกษาผู้ป่วยทีมีภาวะ แทรกซ้อนทางสูติกรรมทั้งในและนอกเวลาราชการ พร้อมทั้งดูแลผู้คลอดที่อายุครรภ์ก่อนกำหนดที่ได้ รับยายับยั้งคลอด เป็นสถานที่ศึกษาและฝึกปฏิบัติของนักศึกษา แพทย์ นักศึกษาพยาบาล นักศึกษาเวชกิจ ฉุกเฉิน พยาบาลจากโรงพยาบาลชุมชน และแพทย์ใช้ทุน และให้ความร่วมมือ กับหน่วยงานอื่น เปิดให้บริการ 3 ห้อง ได้แก่ ห้องรับใหม่มีเตียงรับใหม่ 1 เตียง ห้องรอคลอดจำนวน 13 เตียง ห้องคลอด จำนวน 6 เตียงและเตียงพักฟื้นหลังคลอดจำนวน 3 เตียง 6. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก 6.1 ห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรม ให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตทางด้านศัลยกรรม แบบองค์รวม ครอบคลุม 4 มิติ ตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ผู้รับบริการปลอดภัย และมีความพึงพอใจ บุคลากร มีความสุข และมีความพึงพอใจในการทำงาน สถานที่ตั้ง : ตึกผู้ป่วยหนัก ชั้น 2 ขอบเขต : ให้บริการผู้ป่วยหนัก /วิกฤตทั้งผู้ป่วยที่รับใหม่และรับย้ายทางด้านศัลยกรรม ทุกระบบที่มี ปัญหาซับซ้อนรุนแรง มีความยุ่งยากในการดูแลรักษาพยาบาลและเป็นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ทั้งก่อน และหลังผ่าตัด ที่ต้องการการเฝ้าระวัง การดูแลอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง สม่ำเสมอตลอดเวลา จำเป็นต้องใช้ เทคโนโลยี อุปกรณ์ช่วยชีวิตและเครื่องมือพิเศษต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่มีคุณภาพ และมี ประสิทธิภาพสูงสุด
17 6.2 ห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุและศัลยกรรมประสาท สถานที่ตั้ง : ตึกผู้ป่วยหนัก ชั้น 1 ขอบเขต : ให้บริการผู้ป่วยหนัก /วิกฤตทั้งผู้ป่วยที่รับใหม่และรับย้ายทางด้านศัลยกรรมอุบัติเหตุและ ศัลยกรรมประสาท ที่มีปัญหาซับซ้อนรุนแรง มีความยุ่งยากในการดูแลรักษาพยาบาล และเป็นผู้ป่วย ที่มีอาการรุนแรง ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด ที่ต้องการการเฝ้าระวัง การดูแลอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง สม่ำเสมอตลอดเวลา จำเป็นต้องใช้ เทคโนโลยี อุปกรณ์ช่วยชีวิตและเครื่องมือพิเศษต่างๆ เพื่อให้ ผู้ป่วยได้รับบริการที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด 6.3. ห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม ให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตทางด้านอายุรกรรมทั้งหญิงและชายโดยให้บริการรักษา พยาบาล ผู้ป่วยครบถ้วนแบบองค์รวมเพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะวิกฤตและภาวะแทรกซ้อน ที่ป้องกันได้ รวมทั้ง ได้รับการส่งเสริมสุขภาพและเตรียมความพร้อมก่อนจำหน่าย ถูกต้องตามมาตรฐาน วิชาชีพ สถานที่ตั้ง : ตึกผู้ป่วยหนักอายุรกรรม ขอบเขต : ให้บริการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตทางอายุรกรรมทุกระบบทั้งหญิงและชาย ที่มีปัญหาซับซ้อนรุนแรงมีความยุ่งยากในการดูแลรักษาพยาบาลที่ต้องการการเฝ้าระวัง การดูแล อย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง สม่ำเสมอตลอดเวลา จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีอุปกรณ์ช่วยชีวิต และเครื่องมือพิเศษ ต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพสูงสุด และปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน 6.4 ห้องผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด ให้บริการตรวจวินิจฉัย รักษา ส่งเสริมและฟื้นฟูสภาพ ทารกแรกเกิดที่มีภาวะวิกฤต และทารก แรกเกิดป่วยอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่รวดเร็ว ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ปราศจาก ภาวะแทรกซ้อนโดยให้การดูแล แบบองค์รวมครอบคลุม 4 มิติ ขอบเขต : 1. ให้บริการทารกแรกเกิดป่วยอายุแรกเกิด – 1 เดือน ที่มีภาวะวิกฤตและฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง 2. ให้บริการทารกแรกเกิดป่วย ที่คลอดในโรงพยาบาล ที่บ้าน และรับส่งต่อจากสถานบริการในเขต จังหวัดใกล้เคียง ที่ต้องให้การดูแลรักษาและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบการส่งต่อ ไปยังสถานบริการที่มีศักยภาพสูงกว่า เพื่อการวินิจฉัย รักษาที่ถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งมีการส่งเสริม สุขภาพ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ตลอดจนฟื้นฟูสภาพทารกแรกเกิดและครอบครัว ครอบคลุมด้านกาย จิต อารมณ์ สังคมและเศรษฐกิจ 3. เป็นสถานฝึกอบรม ศึกษาดูงานของบุคลากรทางด้านสาธารณสุข 7. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยอายุรกรรม ให้บริการผู้ป่วยให้ได้รับการตรวจวินิจฉัย รักษาพยาบาล ตามแบบแผน และส่งเสริม ฟื้นฟู สุขภาพผู้ป่วย ด้านอายุรกรรม เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่ป้องกันได้และพึงพอใจ
18 สถานที่ตั้ง : อาคารอายุรศาสตร์ 8 ชั้น หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย1 อาคารอายุรศาสตร์ ชั้น 1 หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 2 อาคารอายุรศาสตร์ ชั้น 2 หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง 3 อาคารอายุรศาสตร์ ชั้น 3 หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง 4 อาคารอายุรศาสตร์ชั้น 4 หอผู้ป่วยพิเศษอายุรกรรม 5 อาคารอายุรศาสตร์ ชั้น 5 หอผู้ป่วยพิเศษอายุรกรรม 7 อาคารอายุรศาสตร์ ชั้น 7 หอผู้ป่วยพิเศษอายุรกรรม 8 อาคารอายุรศาสตร์ ชั้น 8 หอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ หอผู้ป่วย COVID-19 ขอบเขต : กลุ่มงานการพยาบาลอายุรกรรม ประกอบด้วย หอผู้ป่วย 9 หอผู้ป่วย ให้บริการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับการตรวจ วินิจฉัยรักษาพยาบาลตามแผนและส่งเสริมฟื้นฟู ผู้ป่วยที่อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะวิกฤตและโรคเรื้อรัง ให้บริการด้านหลอดเลือดสมองและหัวใจ ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางจิตเวช โรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ เป็นสถานศึกษาและฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาล นักศึกษาเภสัชกร นักศึกษาเวชศาสตร์ฟื้นฟูและให้ความร่วมมือ กับสหสาขาวิชาชีพ / หน่วยงานอื่นในการพัฒนาระบบบริการ 8. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยกุมารเวชกรรม ให้บริการพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 14 ปี ที่ป่วยด้วยโรคทางอายุรกรรม ทาง ศัลยกรรม ทั้งเพศหญิงและชาย โดยยึดหลักการให้การพยาบาลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม เพื่อให้ ผู้ป่วย กลับคืนสภาพ ปกติโดยเร็วที่สุด ปราศจากโรคแทรกซ้อน ประกอบด้วย 2 หอผู้ป่วย 1.หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม 2.หอผู้ป่วยพิเศษกุมารเวชกรรม 9. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยสูติ – นรีเวชกรรม ให้บริการผู้ป่วยสูติ – นรีเวชกรรมอย่างมีคุณภาพโดยยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้รับบริการพึงพอใจ และเจ้าหน้าที่ทุกระดับมีความสุขในการทำงาน สถานที่ตั้ง : อาคารสูติกรรม ประกอบด้วย 2 หอผู้ป่วย และ 1 คลินิกพิเศษ 1. หอผู้ป่วยสูติ- นรีเวชกรรม 2. หอผู้ป่วยหลังคลอด 3. คลินิกนมแม่ ขอบเขต : ให้บริการพยาบาลแก่มารดาหลังคลอด ทารกแรกเกิด สตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยนรีเวช และมะเร็งนรีเวช ทั้งการวินิจฉัยระยะเริ่มแรกและการรักษาแบบประคับประคอง โดยเน้นให้บริการตามมาตรฐาน วิชาชีพแบบองค์รวม ครอบคลุม 4 มิติ สอดคล้อง กับแนวทาง
19 การดูแลรักษาของทีมสหสาขาวิชาชีพ บริการให้ คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาวัยรุ่น การตั้งครรภ์ไม่พร้อม และปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รับส่งต่อจากโรงพยาบาล ที่มีศักยภาพต่ำกว่า พัฒนาเครือข่าย รวมทั้งสนับสนุนการศึกษาวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นแหล่งศึกษาดูงาน ฝึกปฏิบัติงาน แก่บุคลากร ทั้งภายใน และภายนอกโรงพยาบาล 10. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยศัลยกรรม ให้บริการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและ/หรือรักษาโดยการผ่าตัดอวัยวะที่ไม่เกี่ยวกับ กระดูกและข้อ ทั้งในระยะก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัด ผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไปโดยยึดหลักการให้การ พยาบาลแบบองค์รวม ครอบคลุม 4 มิติ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับคืนสภาพปกติโดยเร็วที่สุด ปราศจากโรคแทรก ซ้อนตามมา สถานที่ตั้ง : อาคารศัลยกรรม 5 ชั้น ประกอบด้วย 1. ศัลยกรรมชาย 1 อาคารศัลยกรรม ชั้น 2 2. ศัลยกรรมชาย 2 3. ศัลยกรรมหญิง 3 อาคารศัลยกรรม ชั้น 3 4. พิเศษศัลยกรรม อาคารศัลยกรรม ชั้น 4 ขอบเขต : 1. งานศัลยกรรมระบบประสาท 2. งานศัลยกรรมตกแต่ง 3. งานศัลยกรรมทั่วไป 4. งานศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ 5. งานผู้ป่วยไฟไหม้น้ าร้อนลวก 11. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ ให้บริการพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อโดยไม่กำหนดอายุ เพศ ทั้งในและ นอกเวลา ราชการ โดยยึดหลักให้การพยาบาลทั้งด้านร่างกายจิตใจและสังคมเพื่อให้ผู้ป่วยกลับคืนสภาพ ปกติโดยเร็วที่สุด ปราศจากโรคแทรกซ้อนตามมา สถานที่ตั้ง : อาคารศัลยกรรม ชั้น 1 ประกอบด้วย 1. ศัลยกรรมกระดูกชาย อาคารศัลยกรรม ชั้น 1 2. ศัลยกรรมกระดูกหญิง 3. พิเศษศัลยกรรมกระดูก อาคารศัลยกรรม ชั้น 5 ขอบเขต : 1. งานบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
20 2. งานขอรับปรึกษาด้านกระดูกและข้อ 3. งานผ่าตัดทั้งในและนอกเวลาราชการ 4. งานหัตถการเกี่ยวกับกระดูกและข้อ 5. งานฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยและผู้ใช้บริการกระดูกและข้อ ภายหลังผ่าตัดและ/หรือดามเฝือก 12. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยจักษุ โสต ศอ นาสิก 12.1 ผู้ป่วยจักษุ ให้บริการพยาบาลผู้ป่วยที่มารับการตรวจวินิจฉัยและ/หรือรักษาด้วยโรคทางตา การผ่าตัด การ รักษาด้วยแสงเลเซอร์หรือรักษาด้วยยา โดยให้การพยาบาลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ เศรษฐานะ เพื่อให้กลับสู่สภาพปกติได้เร็วที่สุด และไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางตา สถานที่ตั้ง : ชั้น 1 และชั้น 2 ตึกพิเศษ 5 ชั้น ประกอบด้วย 1. หอผู้ป่วยตา หู คอ จมูก 2. หอผู้ป่วยพิเศษตา หู คอ จมูก ขอบเขต : 1. งานบริการผู้ป่วยใน 2. งานตรวจรักษาและผ่าตัดทางตา 3. งานตรวจวัดความสามารถในการมองเห็น 4. ศูนย์ตรวจรักษาโรคต้อหินจังหวัดลพบุรี 5. ศูนย์ตรวจรักษาโรคจอตาจังหวัดลพบุรี 6. หน่วยปลูกถ่ายกระจกตาจังหวัดลพบุรี 7. ศูนย์ตรวจรักษาโรคกล้ามเนื้อตาเด็กจังหวัดลพบุรี 12.2 ผู้ป่วยหู คอ จมูก ให้บริการพยาบาลด้านหู คอ จมูก และลาริงซ์ตั้งแต่อายุ 1 เดือนเป็นต้นไปทั้งเพศชายและ หญิง ครอบคลุมด้านส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟู โดยมีเป้าหมายให้บริการด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย พึงพอใจ และสามารถปฏิบัติตัว ได้ถูกต้องเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน ประกอบด้วย 1. หอผู้ป่วยตา หู คอ จมูก 2. หอผู้ป่วยพิเศษตา หู คอ จมูก ขอบเขต : 1. งานบริการผู้ป่วยใน และดูแลแบบประคับประคองผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอ 2. งานตรวจรักษาโรคเฉพาะทางหู คอ จมูก และลาริงซ์ 3. งานบริการผ่าตัด ทางหู คอ จมูก และลาริงซ์ 13. กลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษ 13.1 หน่วยไตเทียม
21 ให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ตลอดจนผู้ที่มีภาวะน้ำเกิน ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษหรือมีสารบางอย่างคั่งในเลือดมากกว่าปกติที่สามารถ บำบัดได้โดย การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและการล้างไตทางช่องท้อง สถานที่ตั้ง : หน่วยไตเทียม ขอบเขต : 1. ให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแก่ผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเฉียบพลันและผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ระยะสุดท้ายที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 2. ให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแก่ผู้ป่วยที่มีภาวะสารน้ำในเลือดคั่ง ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษ หรือมีสารบางอย่างคั่งในเลือดมากกว่าปกติที่สามารถบำบัดได้โดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม 3. ให้บริการการล้างไตทางช่องท้องแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 4. คัดกรองและประสานส่งต่อผู้ป่วยเพื่อเข้าคิวเปลี่ยนไต 13.2 งานล้างไตทางช่องท้อง ให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ตลอดจนผู้ที่มีภาวะน้ำเกิน ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษหรือมีสารบางอย่างคั่งในเลือดมากกว่าปกติที่สามารถ บำบัดได้โดยการล้างไตทางช่องท้อง สถานที่ตั้ง : ห้องล้างไตทางช่องท้อง ขอบเขต : ให้บริการการล้างไตทางช่องท้องแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 13.3 งานตรวจพิเศษโรคหัวใจ สถานที่ตั้ง : อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 2 ขอบเขต : ให้บริการผู้ป่วยในการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือพิเศษ ดังนี้ 1. ตรวจคลื่นไฟฟ้าด้วยคลื่นความถี่สูง (Echocardiogram) 2. เครื่องตรวจคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้า (EKG) 3. เครื่องตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจขณะเดินสายพาน (Exercise stress test) 4. เครื่องติดตามบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitor) 13.4 ห้องส่องกล้อง สถานที่ตั้ง : อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 4 ขอบเขต : ให้บริการส่องกล้องเพื่อการตรวจวินิจฉัยในระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ สำหรับผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก 14. กลุ่มงานการพยาบาลด้านควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ 14.1 งานควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ
22 เป็นหน่วยงานที่จัดเก็บ รวบรวม วิเคราะห์และรายงานข้อมูลของโรงพยาบาล เกี่ยวกับงานป้องกัน ควบคุมโรคและระบาดวิทยา สถานที่ตั้ง : อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 4 ขอบเขต : การให้บริการพยาบาลป้องกันและควบคุมการติดเชื้อมีหน้าที่ในการพยาบาลผู้ป่วยในด้านโรคติด เชื้อ มีความรับผิดชอบการให้คำแนะนำผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ในเรื่องโรคติดเชื้อ โดยประยุกต์หลักการ และ แนวคิดใหม่ๆ วิธีการที่ใช้เทคนิควิชาชีพการพยาบาล รวมทั้งพิจารณาแนวคิดและข้อเท็จจริง ที่มีประเด็น การพิจารณา หลากหลาย เพื่อแก้ไขปัญหา รวมทั้งมีการสำรวจ วิเคราะห์หาปริมาณความต้องการทาง การพยาบาลผู้ป่วยในโรคที่อาจเกิดการแพร่กระจายเชื้ออย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังต้องติดตาม สถานการณ์ทางการพยาบาล ผู้ป่วยในทุกด้าน เพื่อให้ทราบแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงสำหรับใช้ใน การวางแผนติดตามควบคุม กำกับและประเมินผล การให้การบริการ พยาบาลผู้ป่วยที่จะนำไปสู่การพัฒนา เกี่ยวกับการหากลยุทธ์ในการให้การพยาบาลใหม่ๆ และระบบการบริการ พยาบาลผู้ป่วยที่มีคุณภาพ ตลอดจนการนิเทศ และ พัฒนางานวิชาการพยาบาล สาขางานการพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อแก่ ผู้ปฏิบัติงาน ระดับรองลงมา ตลอดจนร่วมในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ 14.2 งานหน่วยจ่ายกลาง เป็นงานบริการที่ให้การสนับสนุนการรักษาพยาบาลในการจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ให้สะอาดปราศจากเชื้อ ลักษณะงานต้องมีความละเอียดประณีต มีการบำรุงรักษาเพื่อให้เครื่องมือ ต่างๆมีสภาพดีพร้อมใช้งานได้คุณภาพ มีปริมาณเพียงพอกับผู้ใช้บริการผู้ปฏิบัติงานใน หน่วยงาน ต้องมี ความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้บริการ สถานที่ตั้ง : อาคารจ่ายกลาง ชั้น 2 ขอบเขต : 1. งานสำรวจและใช้บริการอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ 2. งานแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ 15. กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยจิตเวช ให้บริการพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านจิตเวชไม่กำหนดอายุ เพศ ทั้งในและนอกเวลา ราชการ โดยยึดหลักให้การพยาบาลทั้งด้านร่างกาย จิตใจและสังคมเพื่อให้ผู้ป่วยกลับคืนสภาพปกติโดยเร็วที่สุด ปราศจากโรคแทรกซ้อนตามมา สถานที่ตั้ง : ตึกเมตตา ชั้น 1 ประกอบด้วย หอผู้ป่วยเมตตาจิต ขอบเขต : 1. งานบริการผู้ป่วยในจิตเวช 2. งานขอรับปรึกษาด้านจิตเวช 3. งานหัตถการเกี่ยวกับจิตเวช 4. งานฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยจิตเวช
23 ปรัชญาการพยาบาล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช มีความเชื่อว่า บริการพยาบาลที่ มีคุณภาพจะต้องใช้กระบวนการพยาบาลในการปฏิบัติงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการและ ระบบงานให้ครอบคลุมครบทั้งด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรคการฟื้นฟูสภาพ กับการพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลให้เกิดการพัฒนาตนเองจนสามารถให้บริการพยาบาลในรูปของทีม การพยาบาลที่มุ่งเน้นตัวบุคคลที่มีภาวะเจ็บป่วยหรือภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพด้วยจรรยาวิชาชีพ มีความเมตตา กรุณา ความเอื้ออาทร ให้คำปรึกษาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนสามารถ ดูแลสุขภาพตนเองให้มีพฤติกรรมอนามัยที่เอื้ออำนวยให้บุคคล ครอบครัวมีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ ปรับตัวและดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขเกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ปฏิญญาการพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการพยาบาลที่มีคุณภาพ ด้วยความเอื้ออาทรบนพื้นฐานแห่งความเข้าใจ อันดีเป็นที่ไว้วางใจ เชื่อถือและศรัทธา พยาบาลจึงร่วมกันประกาศรับรองปฏิญญาการพยาบาลไว้ ดังต่อไปนี้ จัดบริการพยาบาลที่มีคุณภาพ เน้นการพยาบาลแบบองค์รวมและมีความต่อเนื่องระหว่าง สถานพยาบาล ชุมชน และครอบครัว โดยคำนึงถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้ใช้บริการ และ มุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง และครอบครัวได้ พัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการพยาบาลให้มีความรู้ความสามารถในการศึกษาวิจัยและนำ ผลการวิจัยมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการพยาบาล รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความชำนาญการ พยาบาลเฉพาะทางหรือเฉพาะสาขา เพื่อตอบสนองปัญหา และความต้องการของสังคมในแต่ละพื้นที่ เสริมสร้างจิตสำนึกในการให้บริการพยาบาล รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบ วิชาชีพ เพื่อการพิทักษ์สิทธิของผู้ใช้บริการ เร่งรัดพัฒนาคุณภาพการพยาบาลให้ได้มาตรฐาน ทั้งระบบการบริการและระบบการบริหาร จัดการ เพื่อรองรับการประกันคุณภาพ โดยความร่วมมือในระบบเครือข่ายขององค์กรวิชาชีพทั้งภาครัฐ และเอกชน ประสาน และให้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทางการพยาบาล แพทย์ การสาธารณสุข และสถาบันอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ
24 นโยบายและวิธีปฏิบัติด้านการบริหารจัดการ นโยบายด้านบริหาร จัดองค์กรให้เป็นระบบมีประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของผู้เจ็บป่วยและประชาชน อย่างเป็นองค์รวมครบ 4 มิติ การพยาบาลได้มาตรฐานโดยใช้ศาสตร์และศิลปะแห่งวิชาชีพภายใต้ สิ่งแวดล้อม สถานการณ์ที่มีความพร้อมและปลอดภัย พยายามหาทางปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อ ธำรงไว้ซึ่งระดับคุณภาพที่ดีที่สุดของบริการพยาบาลที่จะมอบแก่ประชาชนและผู้เจ็บป่วย - ดำเนินการประกันคุณภาพการพยาบาลในทุกหน่วยงานพยาบาล - มีส่วนร่วมในกิจกรรมขององค์กรวิชาชีพในการพัฒนาความก้าวหน้าวิชาชีพ - ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติแห่งวิชาชีพ นโยบายด้านบุคคล - พยาบาลและบุคลากรทางการพยาบาลมีเสรีภาพในการให้ข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาองค์กรมี ความมั่นคงและมีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย มีโอกาสเท่าเทียมกันในการทำงาน การพัฒนา การอบรม ได้รับค่าตอบแทนที่เพียงพอและยุติธรรม รวมทั้งความก้าวหน้าในงานสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม - พัฒนาผู้บริหารการพยาบาลให้มีภาวะผู้นำ มีความสามารถทางการบริหารจัดการ เป็นผู้นำการ เปลี่ยนแปลงและสามารถบริหารงานอย่างถูกต้องบนพื้นฐานของคุณธรรมและจริยธรรม - พัฒนาพยาบาลวิชาชีพให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการปฏิบัติวิชาชีพอย่าง แท้จริง มีการพัฒนาตนเองและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีวิจารณญาณในการตัดสินใจและปฏิบัติงานอย่าง ถูกต้องตามกรอบมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ ให้ความร่วมมือและสร้างสรรค์การทำงานเป็นทีม ในสหวิชาชีพและร่วมรับผิดชอบต่อภารกิจกลุ่มการพยาบาล/โรงพยาบาลอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดย ยึดผู้ป่วยและผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง นโยบายด้านบริการพยาบาล พยาบาลทุกคนต้องให้บริการพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โดยใช้ศาสตร์และศิลปะแห่งวิชาชีพภายใต้ สถานการณ์ที่มีความพร้อมและปลอดภัย และต้องพยายามหาทางปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อธำรง ไว้ซึ่งระดับคุณภาพที่ดีที่สุดของบริการพยาบาลที่จะมอบแก่ประชาชนและผู้เจ็บป่วย
25 หน้าที่ความรับผิดชอบ 1. หัวหน้าพยาบาล มีหน้าที่กำหนดนโยบาย สรรหาบุคลากรพยาบาลตามที่ต้องการ มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ อำนวยการ ควบคุมกำกับการจัดอัตรากำลังขึ้นปฏิบัติงานของบุคลากร พยาบาล ประสานความร่วมมือระหว่าง สหสาขาวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบการจัดตาราง เวร และเสนอตารางเวรต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อออกคำสั่ง 2. คณะกรรมการบริหารกลุ่มการพยาบาล มีหน้าที่ 2.1พิจารณาระดับของบุคลากรพยาบาลที่จะให้บริการที่ต้องการว่าควรเป็นระดับใด จำนวนเท่าใดจึงจะเพียงพอกับการให้บริการพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ 2.2 จัดบุคลากรไปตามหน่วยต่าง ๆ ตามโครงสร้าง และติดตามประเมินผล 3. หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล ผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพยาบาล มีหน้าที่ 3.1. จัดตารางเวรพยาบาลปฏิบัติงานคลินิกนอกเวลา/พยาบาลตรวจการ/พยาบาลนอก เวลาราชการ 3.2. ตรวจสอบการขึ้นปฏิบัติงานประจำวัน การอนุญาตให้แลกเปลี่ยนเวร และแก้ตาราง เวรให้ตรงกับการขึ้นปฏิบัติงาน ตรวจสอบใบลา ใบแลกเวร 3.3 จัดพยาบาลเสริม/สำรอง 3.4 แก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ในสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบและบันทึกรายงานทุกวัน 4. หัวหน้าหอผู้ป่วย / หัวหน้าหน่วยงาน มีหน้าที่จัดเวร และส่งตารางเวรล่วงหน้าถึงหัวหน้า พยาบาล ภายในวันที่25 มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบงานประจำวัน อนุญาตการลา การแลกเปลี่ยน เวร แก้ตารางเวร จัดอัตรากำลังสำรอง ทดแทน บันทึกรายงานทางการพยาบาลต่าง ๆ รวมทั้งการบันทึก ประวัติและพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในความรับผิดชอบ และขอเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานในหน่วย งานของตน 5. พยาบาลตรวจการนอกเวลาราชการ มีหน้าที่ ในการอนุญาตการลาฉุกเฉิน จัดอัตรากำลัง เสริม จัดอัตรากำลังทดแทน ในกรณีฉุกเฉินในเวรนั้น ๆ ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และแก้ไข ปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ 6. พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่เป็นหัวหน้าเวรหรือหัวหน้าทีมการพยาบาล และให้การพยาบาลแก่ ผู้ป่วยหนัก หรือในภาวะวิกฤต หรือปฏิบัติการพยาบาลที่ยุ่งยากซับซ้อนต่าง ๆ แยกประเภท และจำนวน ผู้ป่วยที่ต้องให้บริการพยาบาล รวมทั้ง - จัดเก็บข้อมูลรายเวร ซึ่งในการจัดเก็บข้อมูลในการประเมินผู้ป่วยเมื่อแรกรับ/เมื่อแรกรับ ใน กรณีที่ขณะปฏิบัติงานในเวรมีผู้ป่วยที่อาการทรุดหนักลงหรืออาการดีขึ้น ให้เปลี่ยนตัวเลขประเภทผู้ป่วย ใหม่ เพราะจะต้องเพิ่มหรือลดกิจกรรมการพยาบาลมากขึ้นหรือน้อยลง - บันทึกทางการพยาบาลลงในแบบฟอร์มต่าง ๆ รวมทั้งแบบฟอร์มยอดผู้ป่วยประจำวัน - บันทึกรายงานเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติ 7. ผู้ช่วยพยาบาล มีหน้าที่ให้บริการพยาบาลในผู้ป่วยที่ไม่หนัก ไม่ซับซ้อน หรือปฏิบัติการ พยาบาลขั้นต้นที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือภายใต้การนิเทศของพยาบาลวิชาชีพ
26 ทีมการพยาบาล การจัดกำลังคนในกลุ่มการพยาบาล จัดเป็นทีมการพยาบาล ประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วย พยาบาล ให้บริการพยาบาลที่มีคุณภาพตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน (ระเบียบปฏิบัติงาน เรื่องการจัดอัตรากำลังพยาบาล รหัสเอกสาร HA – NUR – 002) ทีมให้บริการพยาบาล ทีมให้บริการพยาบาล/พยาบาลประจำการแต่ละหอผู้ป่วย/หน่วยงาน มีพยาบาลวิชาชีพเป็นหัวหน้าทีม การพยาบาล (ผ่านการฝึกประสบการณ์อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป) และปฏิบัติการพยาบาลที่ยุ่งยากซับซ้อน มี ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยเหลือคนไข้ เป็นสมาชิกทีมการพยาบาลและปฏิบัติการพยาบาลขั้นที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือ ภายใต้การนิเทศของพยาบาลวิชาชีพ การจัดอัตรากำลังขึ้นปฏิบัติงานในแต่ละรอบเวร มุ่งให้ผู้ป่วยได้รับการบริการอย่างมีคุณภาพตามเกณฑ์ชี้ วัดคุณภาพการพยาบาล โดยพิจารณาถึง 1. สัดส่วนของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลแต่ละประเภทต่อจำนวนผู้ป่วยในการปฏิบัติงานแต่ละรอบเวร อย่างน้อยควรมีอัตรากำลังตามมาตรฐานขั้นต่ำ ดังนี้ ประเภท สัดส่วนพยาบาลวิชาชีพ : ผู้ป่วย ผู้ป่วยนอก 1 : 100 ผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 1 : 10 หอผู้ป่วยสามัญ - กุมารเวชกรรม 1 : 4 - สูติกรรม 1 : 6 - นรีเวชกรรม 1 : 6 - อายุรกรรม 1 : 4 - ศัลยกรรม/ศัลยกรรมกระดูก 1 : 5 - ตา หู คอ จมูก 1 : 6 - ศัลยกรรมอุบัติเหตุ/ศัลยกรรมประสาท 1 : 4 - จิตเวช 1 : 4 ไตเทียม 1 : 2 ห้องผ่าตัด 3 : 1 พยาบาลวิสัญญี 2 : 1 หอผู้ป่วยพิเศษ 1 : 4 หอผู้ป่วยหนัก (ผู้ใหญ่) 1 : 2 หอผู้ป่วยหนัก (เด็ก) 1 : 1.5 ห้องคลอด 2 : 1 การบริการปรึกษาสุขภาพ 1 : 250 เตียง การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล 1 : 200 เตียง ที่มา : มาตรฐานบริการพยาบาลและผดุงครรภ์ระดับทุติยภูมิและระดับตติยภูมิ พ.ศ.2548 ของสภาการพยาบาล
27 2. การจัดจำนวนชั่วโมงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน/เวร/ คน และไม่เกิน 40 ชั่วโมง/สัปดาห์/คน 3. มีพยาบาลวิชาชีพเป็นหัวหน้าเวร/หัวหน้าทีมในการปฏิบัติงานทุกเวร 4. ทุกหอผู้ป่วย/หน่วยงาน จัดอัตรากำลังสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉินชัดเจน การจัดอัตรากำลังทางการพยาบาล ปรัชญาในการจัดอัตรากำลังทางการพยาบาล ในงานบริการพยาบาล ซึ่งเป็นบริการที่กระทำโดยตรงต่อมนุษย์ เราเชื่อว่าความ เพียงพอ ทั้งปริมาณ และคุณภาพของบุคลากรพยาบาล เป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่บริการสุขภาพที่มี คุณภาพ และถือว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรพยาบาลทุกระดับ ที่ต้องดำเนินการให้มีความ เพียงพอของอัตรากำลังพยาบาล ทั้งปริมาณ และคุณภาพ เพื่อพร้อมให้บริการตลอดเวลา นโยบายการจัดอัตรากำลัง เพื่อให้การบริการพยาบาลเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และบรรลุผลลัพธ์ในระดับที่พึง ประสงค์ กลุ่มการพยาบาลโรงพยาบาลลพบุรี จึงมีนโยบายการจัดอัตรากำลัง โดยการวิเคราะห์ความ ต้องการพยาบาลทั้งหมดของหน่วยงานในแต่ละปีงบประมาณว่าต้องการพยาบาลระดับใด และจำนวน เท่าใด จึงจะสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้น ๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องคิดคำนวณหาอัตรากำลังคนตามจำนวนผู้ป่วย และความต้องการการพยาบาลของ ผู้ป่วยแต่ละประเภท เกณฑ์การจัดสรรอัตรากำลังให้กับหน่วยงานในความรับผิดชอบ 1. งานบริการพยาบาลผู้ป่วยใน / ผู้ป่วยหนัก ใช้เกณฑ์การแบ่งประเภทและความต้องการการพยาบาลของวาร์สเลอร์ ( Warsler, 1974 ) ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้.- ประเภทผู้ป่วย ชั่วโมงความต้องการการพยาบาล ต่อราย / วัน ประเภทวิกฤต - ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับการรักษาใน ICU 12 ชั่วโมง/ราย/วัน - ผู้ป่วย Need ICU 10 ชั่วโมง/ราย/วัน ประเภทที่ 1 ผู้ป่วยหนัก ( Critical Ill ) 7.5 ชั่วโมง/ราย/วัน ประเภทที่ 2 ผู้ป่วยกึ่งหนัก 5.5 ชั่วโมง/ราย/วัน ประเภทที่ 3 ผู้ป่วยระดับปานกลาง 3.5 ชั่วโมง/ราย/วัน ประเภทที่ 4 ผู้ป่วยระยะพักฟื้น 1.5 ชั่วโมง/ราย/วัน
28 สัดส่วนการผสมผสานของอัตรากำลังทางการพยาบาลแต่ละประเภท พยาบาลวิชาชีพ : ผู้ช่วยพยาบาล : ผู้ช่วยเหลือคนไข้= 65 % : 25 % : 10 % สัดส่วนการกระจายอัตรากำลังในแต่ละผลัดเวร เวรเช้า : เวรบ่าย : เวรดึก = 40 % : 35 % : 25 % 2. งานบริการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุ/ฉุกเฉิน ประเภทผู้ป่วย ชั่วโมงความต้องการการพยาบาลเฉลี่ย ประเภท 1 ผู้ป่วยฉุกเฉินมาก ( Emergent ) 3.2 ชั่วโมง ประเภท 2 ผู้ป่วยฉุกเฉิน ( Urgent ) 2.5 ชั่วโมง ประเภท 3 ผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน ( Non - Urgent ) ประเภท 4 กลุ่มที่มีการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ไม่เร่งด่วน 1.0 ชั่วโมง ( Acute illness - Non Urgent ) ประเภท 5 กลุ่มที่ไม่มีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน ไม่เร่งด่วน 0.5 ชั่วโมง ( Non Acute - Non Urgent ) การคำนวณ จำนวนทีม ดังนี้ 1 ทีม = พยาบาลวิชาชีพ 2 คน : ผู้ช่วยพยาบาล 2 คน หรือ RN 3 คน : PN 1 คน จำนวนทีม = 1 วันอาจ มีได้ 5 ทีม โดยพิจารณาจำนวนทีม ในแต่ละเวรตามความจำเป็น 3. งานบริการพยาบาลห้องคลอด ชั่วโมงความต้องการการพยาบาลเฉลี่ย = 6 ชั่วโมง สูตรการคำนวณ สูตรที่ 1 และสูตรที่ 2 เช่นเดียวกับผู้ป่วยในส่วนการคำนวณจำนวนทีมดังนี้ 1 ทีม = พยาบาลวิชาชีพ 3 คน จำนวนทีม = จำนวนเตียงคลอด + 2 ทีม การพิจารณาจำนวนเตียง ดูจากปริมาณงานร่วมด้วย คือ 1 เตียงคลอดควรทำคลอดได้ วันละ 7 ราย จึงให้คิดจำนวนเตียง เท่ากับจำนวนผู้คลอดต่อวัน และให้นับเศษของจำนวนเตียงเป็น 1 เตียง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้คล่องตัว ประกอบกับระยะเวลาคลอดของผู้คลอดไม่อาจกำหนดเวลาได้ แน่นอนเหมือนกรณีการผ่าตัด
29 4. งานบริการพยาบาลผ่าตัด สูตรการคำนวณปริมาณอัตรากำลังที่ต้องการ (Ide, etal, 1992) = (อัตรากำลังเพื่อการดูแล ผป.โดยตรง + อัตรากำลังเพื่อการดูแลผป.โดยอ้อม) x อัตรากำลัง ทดแทน ชม.ที่ไม่ได้งาน จำนวนผู้ป่วยผ่าตัดใน 1 ปีx 2.5 ชม. X 2.25 FTE + จำนวนผู้ป่วยผ่าตัดใน 1 ปี จำนวนผู้ป่วยผ่าตัดทั้งหมด 2 ราย/ห้อง x 365 วัน 1 ทีม = พยาบาลวิชาชีพ 3 คน จำนวนทีม = จำนวนเตียงผ่าตัด + 2 ทีม 5. งานบริการวิสัญญีพยาบาล สูตรเดียวกับงานบริการพยาบาลผ่าตัด 1 ทีม = พยาบาลวิชาชีพ 2 คน จำนวนทีม = พยาบาลวิชาชีพ 2 คน ต่อเตียงผ่าตัดที่เพิ่มขึ้น 1 เตียง 6. งานบริการพยาบาลผู้ป่วยนอก อัตรากำลังพยาบาลที่ต้องการ (รวมอัตรากำลังทดแทนชั่วโมงที่ไม่ได้งาน) สูตร = จำนวนผู้ป่วยนอกเฉลี่ย/วัน x 0.50 (0.50 หมายถึง ชั่วโมงความต้องการพยาบาล เฉลี่ย 50 นาทีต่อผู้ป่วย 1 คน) มาตรฐานขั้นต่ำในการจัดอัตรากำลังแต่ละรอบเวร งาน พยาบาลวิชาชีพ : PN/NA : ผู้ป่วย ผู้ป่วยนอก 1 : 1.5 - 2 : 100 ผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 3 : 1 : 10 หอผู้ป่วยสามัญ 1 : 1.5 - 2 : 10 หอผู้ป่วยพิเศษ 2 : 1.5 - 2 : 10 ผู้ป่วยหนัก 4 : 1 : 4 ห้องคลอด 2 : 1 : 2 ห้องผ่าตัด 3 : 1 : 2 วิสัญญีพยาบาล 2 : 0 : 2 ไตเทียม 1 : 0 : 2 X 1.12 FTE
30 ระเบียบการปฏิบัติงานของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 1. การลงนามปฏิบัติงานประจำวัน วัตถุประสงค์ : เพื่อให้เป็นหลักฐานการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ขอบเขต : เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับและทุกหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบ : เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับและทุกหน่วยงาน ระเบียบการปฏิบัติ : 1. การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ ตามปกติกําหนดให้มาปฏิบัติงานก่อน เวลา อย่างน้อย 15 นาที และให้สแกนนิ้วมือ ณ จุดที่โรงพยาบาลจัดไว้รวมทั้งลงนามใน สมุดเวลา การทํางานที่หอผู้ป่วย/หน่วยงานที่สังกัด ลงนามตรวจสอบโดยหัวหน้าหอผู้ป่วยทุกวันราชการ และโดย หัวหน้าทีมการพยาบาลทุกเวรนอกเวลาราชการ 2. ให้เซ็นชื่อโดยเขียนชัดเจน อ่านออก เพื่อความสะดวกสําหรับผู้ตรวจสอบ ลงเวลาขึ้น ปฏิบัติงาน และลงปฏิบัติงานให้ครบถ้วน 3. หากตรวจสอบพบว่า ไม่มาลงนามก่อนปฏิบัติงาน ถือว่าไม่ได้มาปฏิบัติงาน 2. การมอบหมายงาน วัตถุประสงค์ : เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง สามารถสื่อสารประสานงานได้ชัดเจน ขอบเขต : เป็นหลักปฏิบัติสําหรับเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ ผู้รับผิดชอบ : ผู้บริหารทีมการพยาบาลทุกระดับ ระเบียบการปฏิบัติ : 1. การมอบหมายงานเป็นลายลักษณ์อักษรตามภาระหน้าที่รับผิดชอบในทีมงาน เหมาะสมตามความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ 2. มอบหมายผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้บริหารของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล และในหอ ผู้ป่วยตั้งแต่หัวหน้างาน / หัวหน้าหอผู้ป่วย / หัวหน้าหน่วยงาน กรณีไม่อยู่หรือไม่สามารถ ปฏิบัติงานได้ เช่น ลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อน ไปประชุม 3. จัดพยาบาลวิชาชีพเป็นหัวหน้าทีมการพยาบาลในแต่ละผลัด โดยต้องผ่านการฝึก ปฏิบัติงานมาแล้ว อย่างน้อย 6 เดือน หรือตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกําหนด 4.การมอบหมายงานแก่เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล และผดุงครรภ์ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพยาบาลวิชาชีพ (ยึดตามที่สภาการพยาบาลกําหนดไว้) 5. นักศึกษาพยาบาลหรือผู้ฝึกปฏิบัติ ให้อยู่ภายใต้การนิเทศของอาจารย์พยาบาล /พยาบาลวิชาชีพ 6. การมอบหมายงานให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับและปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมกับสภาพ และปริมาณงาน 7. หัวหน้าทีมงานแต่ละเวรเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหน้าที่ 8. ให้มีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนหน้าที่อย่างเหมาะสม 3. การจัดตารางปฏิบัติงาน วัตถุประสงค์ : เพื่อจัดผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานให้ต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทุกคนทราบกําหนดหน้าที่รับผิดชอบที่ จัด หมุนเวียนตลอด 24 ชั่วโมง
31 1. เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจํานวนเพียงพอในแต่ละเวรอย่างเท่าเทียมกัน 2. เป็นคู่มือในการมอบหมายงาน ขอบเขต : ใช้เป็นหลักฐานกํากับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ผู้รับผิดชอบ : หัวหน้าพยาบาล หัวหน้างานหอผู้ป่วย /หัวหน้าหน่วยงาน ระเบียบการปฏิบัติ : แบบแผนการกระจายอัตรากำลัง ปฏิบัติใน 3 ลักษณะ คือ 1. การจัดตารางการปฏิบัติงานโดยการหมุนเวียน (rotating shift scheduling ) ไม่เกิน 8 ชั่วโมง / วัน / เวร / คน และไม่เกิน 40 ชั่วโมง / สัปดาห์/ คน 2. การจัดตารางการปฏิบัติงานแบบรอบ ( cyclical scheduling ) โดยจัดให้มีวันหยุดคงที่ในแต่ละสัปดาห์ ของรอบหนึ่ง ๆ และให้มีการหมุนเวียนต่อเนื่องกันในตารางการทำงานของแต่ละคน เช่น เช้า ดึก ดึก บ่าย บ่าย หยุด หยุด ( ช ด ด บ บ O O ) การจัดบุคลากรทำงานบางเวลา (part time staff ) จัดจากผู้ที่มีความสมัครใจที่จะปฏิบัติงานในหอ ผู้ป่วยพิเศษ , คลินิกนอกเวลา , ออกหน่วยต่าง ๆ และการจัดทำงานแบบลอย ( float assignment ) จัดจากผู้ที่เวรหยุด เพื่อเป็นเวรสำรองภายในหอผู้ป่วย / หน่วยงาน หรือเป็นเวรเสริมในหอผู้ป่วย หรือ หน่วยงานที่มีปริมาณงานมากเกิน (Overload) 3. การจัดตารางเวรแบบคงที่ (fix shift scheduling ) โดยจัดแบบไม่มีการหมุนเวียนช่วงเวลาการทำงาน บุคลากรแต่ละคนจะปฏิบัติงานเฉพาะเวรใดเวรหนึ่งตลอดไปในระยะเวลาที่กำหนด เช่น หัวหน้าหอ ผู้ป่วย , พนักงานช่วยเหลือคนไข้ที่ทำหน้าที่เสมียนวอร์ด เวรเช้าวันจันทร์ถึงวันศุกร์หยุดติดต่อกัน 2 วัน วันเสาร์ วันอาทิตย์ นโยบายการจัดตารางการปฏิบัติงาน 1. กระจายวันหยุดสุดสัปดาห์ให้ทุกคนมีวันหยุดครบตามจำนวนวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ครบทุกเดือน และให้ทุกคนมีโอกาสได้หยุดในวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างเสมอภาค 2. แบบแผนการจัดชั่วโมงการทำงานต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน 2.1 จัดจำนวนชั่วโมงการปฏิบัติงานไม่เกิน 8 ชั่วโมง / วัน / เวร / คน - เวลาปฏิบัติงาน เวรดึก 24.00 – 08.00 น. ( ตามวันที่ เช่น เวรดึกวันที่2 ก.พ.66 ขึ้นปฏิบัติงาน เวลา 00.00 น. ของวันที่ 2 ก.พ 46 ) เวรเช้า 08.00 – 16.00 น. โดยให้พักรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง เวรบ่าย 16.00 – 24.00 น. โดยให้พักรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง 2.2 จัดรอบเวรให้มีอัตรากำลังในรอบเวรไม่น้อยกว่าและไม่มากกว่าตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดย พิจารณาตามปริมาณงาน(Work load) ของแต่ละหอผู้ป่วย / หน่วยงาน 2.3 จัดรอบเวรให้มีเวรดึก 2 วัน เวรบ่าย 2 วัน ติดต่อกันไม่เกิน 4 วัน และให้มีวันหยุดได้ไม่เกิน 4 วัน ต่อรอบเวรติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน อย่างมากไม่เกิน 7 วัน เช่น ช ดด บบ OO หรือ ชช ดด บบ OO โดยจัดให้มีวันหยุดในแต่ละเดือนครบตามจำนวนวันหยุดราชการ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามสิทธิ 2.4 การขอวันหยุด ขอในวันที่เวรเช้า และต้องไม่เกิดผลเสียหายต่อราชการ
32 2.5 การแลกเวร ขอแลกได้ในระดับเดียวกัน ขอแลกได้ เดือนละ 4 ครั้ง และรับแลกเวรได้ เดือนละ 4 ครั้ง ไม่แลกเวรข้ามเดือน และจะต้องชดใช้กันให้เสร็จสิ้นในเดือนเดียวกัน และใช้ แบบฟอร์ม SOP - NUR - 044 โดยลงลายมือชื่อ - สกุล ของผู้ขอและผู้ให้แลกเวร ทั้ง 2 คน 2.6 การลาอบรม ถือว่าเป็นวันปฏิบัติงาน การจัดผู้ขึ้นปฏิบัติงานแทน คือ การแทนเวรไม่ใช่เวร เสริม 2.7 การจัดตารางเวร ให้ใช้สัญญลักษณ์และหมึกสีดังนี้ ใช้อักษรย่อ ด = เวรดึก บ = เวรบ่าย ช = เวรเช้า ด้วยหมึกสีน้ำเงิน หรือสีดำ O = เวรหยุด ด้วยหมึกสีแดง ก = ลากิจ ด้วยหมึกสีแดง ป = ลาป่วย ด้วยหมึกสีแดง V = ลาพักผ่อน ด้วยหมึกสีแดง X = ขาด ด้วยหมึกสีแดง + = เวรสำรอง แต่ละทีม 1 2 3 ด้วยหมึกสีแดง ช/0, บ/0 = เวร EMS ด้วยหมึกสีน้ำเงิน ถ้าไปประชุม / อบรม/ดูงาน หรือลาคลอด ขีดฆ่าทับตัวอักษรสัญลักษณ์เวรนั้นด้วยหมึก สีแดง และเขียนไปประชุม / อบรม / ดูงาน ลาคลอด กำกับไว้เหนือเส้นด้วยหมึกสีแดง เช่น อ ลาคลอด ช ช ด ด บ บ หรือ ช ชช ดด บบ OO ถ้าลาป่วย ลากิจ แลกเวร ขีดฆ่าทับตัวอักษรสัญลักษณ์เวรนั้นด้วยหมึกสีแดง และ เขียน ป หรือ ก กำกับไว้เหนือสัญลักษณ์เวรนั้น ๆ ด้วยหมึกสีแดง เช่น ด ด บ บ หรือ ด ด บ บ ถ้าจัดขึ้นเวรเสริม , เวรสำรอง ให้เขียนสัญลักษณ์เวรนั้น ๆ ด้วยหมึกสีแดง เช่น ช ถ้าแลกเวร เขียนเวรที่แลกด้วยหมึกสีน้ำเงิน ด บ ช เช่น เวรหยุด เขียน ช เวรอื่น ๆ ขีดฆ่าและเขียน เช่น ช ด บ 3. มีพยาบาลวิชาชีพเป็นหัวหน้าเวร / หัวหน้าทีมในการปฏิบัติงานทุกเวรสัดส่วนของเจ้าหน้าที่ประจำ(Full time staff ) ต่อเจ้าหน้าที่ทำงานบางเวลา ( Part time staff ) = 1: 1 หรือ 2 : 1 4. มีการจ้างงานล่วงเวลา ( Over time ) ที่คลินิกนอกเวลา , การส่งต่อผู้ป่วย , ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ , ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต , ออกหน่วยปฐมพยาบาล มีการจ้างงานบางเวลา (Part time ) ที่หอผู้ป่วย ไปอบรม
33 พิเศษ ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลที่ได้รับมอบหมาย รับผิดชอบจัดตารางเวรพยาบาลที่มีวันหยุดจากทุกสาขา ตามความสมัครใจไว้ล่วงหน้า 1. จัดให้มีอัตรากำลังสำรองไว้ล่วงหน้า หัวหน้าหอผู้ป่วย / หน่วยงาน เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อแทนเวรใน กรณีมีการลาป่วย ลากิจ หรือขาดงานฉุกเฉิน ถ้าเป็นนอกเวลาราชการ พยาบาลตรวจการเป็น ผู้รับผิดชอบในการเกลี่ยอัตรากำลัง การตามอัตรากำลังสำรอง ,อัตรากำลังเสริม ตามลำดับการตาม ดังนี้ 1. จากตารางอัตรากำลังสำรองภายในหอผู้ป่วยนั้น 2. จากตารางเวรเสริม 2. จัดให้มีอัตรากำลังเสริมจากผู้ที่เวรหยุดไว้ล่วงหน้า ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้า พยาบาลรับผิดชอบจัดตารางเวร และจัดพยาบาลเสริมในทุกหน่วยงาน เพื่อเสริมหอผู้ป่วยที่มีภาระงาน มากเกิน 80 % เช่น หอผู้ป่วยสามัญ มีผู้ป่วย 24 คน และ มีผู้ป่วย ประเภท Need ICU 4 คน เป็นต้น ตารางปฏิบัติงานของพนักงานช่วยเหลือคนไข้และพนักงานแม่บ้าน 1. หัวหน้าหอผู้ป่วยเป็นผู้รับผิดชอบจัดและหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเป็นผู้ลงนามกํากับ 2. จัดหมุนเวียนอยู่เวรบ่าย – ดึก ตามลําดับคิวต่อเนื่องกัน จํานวนวันอยู่เวรแล้วแต่จํานวนของผู้อยู่เวร 3. ปฏิบัติงานเวรดึก 2 วัน และเวรบ่าย 2 วัน ต่อเนื่องกัน 4. การจัดวันหยุดจะเวียนตามรอบการปฏิบัติงานเวรบ่าย – ดึก แต่จะเฉลี่ยให้ได้หยุดวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์อย่างเหมาะสมเท่าเทียมกัน 5. ตารางการปฏิบัติงาน จัดไว้เฉพาะที่หอผู้ป่วย 6. อื่น ๆ ตามระเบียบการจัดตารางปฏิบัติงานของพยาบาล การเบิกเงินค่าตอบแทน • หัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้าหน่วยงาน จัดส่งหลักฐานการเบิกเงิน ภายในวันที่ 5 ของเดือน ถัดไป • ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ตรวจสอบเอกสาร หลักฐานขั้นต้น ในการขอเบิก เงินก่อนรวบรวมส่งให้ฝ่ายการเงิน ภายในวันที่ 10 ของเดือน เพื่อให้ฝ่ายการเงินสามารถ เบิกจ่ายได้ทันสามารถรับเงินได้ในวันที่ 25 ของเดือน นั้น 4. การขอแลกเวร 1. การเปลี่ยนเวรรอบเวรปกติ ไม่ควรอยู่เวรเกิน 18 เวร/เดือน 2. การอยู่เวรเช้า/บ่าย ติดต่อกันได้ 2 วัน/สัปดาห์นอกจากได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ หน้าที่แทนเมื่อขาดคน 3. มีใบขอแลกเวร ลงนามทั้ง 2 ฝ่าย 4. ขออนุญาตต่อหัวหน้าหอผู้ป่วย / หัวหน้างาน หรือหัวหน้าหน่วยงาน โดยหัวหน้า ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมว่าจําเป็นเพียงใด อัตรากําลังและปริมาณงานขณะนั้นอยู่ใน สภาพใดสมควรอนุญาตหรือไม่ 5. อนุญาตให้แลกเฉพาะที่มีความจําเป็นกะทันหันเท่านั้น ถ้าอยู่ในช่วงวันราชการและ ไม่ฉุกเฉิน ให้ รอขออนุญาตกับหัวหน้าหอผู้ป่วย / หัวหน้างาน ในวันถัดไป 6. พนักงานช่วยเหลือคนไข้ และพนักงานบริการ ขออนุญาตกับหัวหน้าหอผู้ป่วย /
34 หัวหน้างาน ถ้านอกเวลาราชการและวันหยุดขออนุญาตกับหัวหน้าเวร 9. เวรพยาบาลตรวจการ ก่อนแลกเวรให้ขออนุญาตผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลประจำเดือนของ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เปิดทําการเฉพาะวันราชการ 5. การแลกเวรเพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเวรเช้า ปกติเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยทุกคนจะต้องปฏิบัติงานผลัดดึก – บ่าย หมุนเวียนกันตามคิว แต่เนื่องจากบาง คนมีความจําเป็นส่วนตัว จะพยายามแลกให้คนอื่นปฏิบัติงานผลัดดึก – บ่าย แทนตนเองอาจจะให้ผลตอบแทน เป็นการส่วนตัว ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบที่กลุ่มงานการพยาบาล กําหนดไว้ โดยทุกคนต้องผลัดเปลี่ยนอยู่เวร บ่าย – ดึก หมุนเวียนกันสลับกับการปฏิบัติหน้าที่ เวรเช้า ตามวงรอบของตารางการปฏิบัติงาน เพราะการอยู่เวร บ่าย – ดึกต่อเนื่องยาวนาน ย่อมเกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและทางอารมณ์ – จิตใจ และมีผลกระทบต่อคุณภาพงาน บริการพยาบาลไม่ได้ตามมาตรฐาน อีกทั้งบุคคลที่แลกให้ผู้อื่นอยู่แทนประจํา นับเป็นการหลีกเลี่ยง ภาระหน้าที่ของตนเองเกิดการเหลื่อมล้ำในระหว่างผู้ร่วมงาน ถูกมองว่าเป็นผู้มีสิทธิพิเศษ ได้รับการยกเว้นโดย ผู้บริหารรองรับ มีผลต่อการบังคับบัญชา แม้จะเป็นการยินยอมสองฝ่ายก็ตาม หากการแลกเปลี่ยนเช่นนี้นาน ๆ ครั้งหรือมีกิจธุระจําเป็นจริง ๆ ก็ควรอนุโลมได้ จึงควรมีผู้บริหารของหน่วยงานต้องพิจารณาตามความเหมาะสม เท่าที่จําเป็นจริง ๆ 6. การขอหยุดต่อเนื่อง 1. อนุญาตให้หยุดติดต่อกัน 5 วัน ถึง 7 วัน เกิน 7 วัน ขออนุมัติตามขั้นตอน (ไม่นับรวมวัน พักร้อน) 2. ถ้าเกินจากนี้ให้ทําบันทึกเสนอเพื่อพิจารณา ถึงหัวหน้าหอผู้ป่วย / หัวหน้างานหรือ หัวหน้าพยาบาล ตามความเหมาะสม 7. การจัดวันหยุดชดเชย 1. ถ้าไปในเวลาราชการ ไม่มีการชดเชย 2. ถ้าเป็นวันหยุดเดิมและหน่วยงานให้ไปปฏิบัติหน้าที่โดยกะทันหัน จัดชดเชยให้ 3. ถ้าเข้ารับการอบรมที่โรงพยาบาลจัด ไม่จัดชดเชยให้ 4. ถ้าสมัครไปรับการอบรมหรือสมัครไปฟังบรรยายวิชาการด้วยตนเอง ไม่จัดชดเชย ให้ 5. การไปร่วมกิจกรรมพิเศษในฐานะผู้แทนหน่วยงาน ไม่จัดชดเชยให้ 6. การร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ไม่จัดชดเชยให้ 8. การใช้เวลาราชการปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ในวันราชการ โดยปกติจะมีการขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเป็นลําดับ ออกไปเมื่อได้รับ อนุญาตจะ ออกไปทําธุระได้ แต่ในวันหยุดปรากฏว่าหลายคนออกไปนอกโรงพยาบาลเพื่อทําธุระในช่วงเวลาปฏิบัติงาน เช่น ไปรับ – ส่งลูกเรียนพิเศษ ไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้า โดยชุดปฏิบัติงานทําให้เป็นจุดสนใจแก่ ประชาชน ผู้พบเห็นและได้รับการร้องเรียนว่าละทิ้งหน้าที่ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล จึงมีมติให้ ผู้ตรวจการ เวรเป็นผู้ตรวจสอบและอนุญาตตามความจําเป็นและให้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน รายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อประกอบการพิจารณาความดีความชอบในแต่ละครั้งการขออนุญาต ให้ผู้บังคับ บัญชาพิจารณาตามความ จําเป็นอย่างเหมาะสม ไม่ใช่อนุญาตเป็นประจําหรือถือวิสาสะปฏิบัติเป็นปกติวิสัย โดยเฉพาะระดับผู้บริหารทางการพยาบาลและหัวหน้าทีมการพยาบาล ซึ่งถือว่าไม่รักษาระเบียบวินัย เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่บุคคลอื่น และผู้ใต้บังคับบัญชา
35 9. การขอย้ายหน่วยงาน 1. ควรมีอายุการทํางานในหน่วยงานปัจจุบันอย่างน้อย 1 ปี 2. เหตุผลของการขอย้ายที่สมควรพิจารณา ได้แก่ - ด้านสุขภาพ หากยังปฏิบัติหน้าที่เดิมอาจเกิดผลกระทบด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น - ปัญหาครอบครัวที่วิกฤต - หากยังปฏิบัติหน้าที่เดิม จะเกิดผลเสียต่อหน่วยงาน - งานที่ขอย้ายไปรับผิดชอบ เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ - หน่วยงานเห็นความจําเป็นต้องย้าย 3. หากหน่วยงานนั้นมีปัญหาด้านอัตรากําลังให้ชะลอไว้ก่อน 4. กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลพิจารณาการย้ายหน่วยงานปีละ 2 ครั้ง เดือนมีนาคมและกันยายน 10. การงดเว้นปฏิบัติหน้าที่ดึก – บ่าย ของเจ้าหน้าที่ที่ตั้งครรภ์และลาคลอด 1. งดเว้นปฏิบัติเวรดึก-บ่าย ก่อนครบกําหนดคลอด 1 เดือน 2. ลาคลอด 3 เดือน ตามระเบียบของทางราชการ 3. เมื่อครบกําหนด กลับมาทํางานหน้าที่เวรเช้า 1 สัปดาห์ แล้วจัดให้อยู่เวรได้ 11. การเกษียณเวรผู้ตรวจการพยาบาลนอกเวลาราชการ - เวรบ่ายดึก อายุครบ 45 ปี - เวรเช้าวันหยุด อายุครบ 50 ปี 12. การประชุมของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อวางแผนการปฏิบัติงานและเตรียมความพร้อมตามกําหนดเวลาและกําหนดตัว ผู้เข้าประชุม 2. เพื่อการรับ – ส่งข่าวสาร ปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ 3. เพื่อร่วมปรึกษาหารือ ร่วมพิจารณาเรื่องราชการที่สําคัญหรือเร่งด่วน ขอบเขต : เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ / ทุกหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบ : ผู้บริหารทางการพยาบาลทุกระดับ ระเบียบการปฏิบัติ : 1. หัวหน้าพยาบาลและผู้ช่วยหัวหน้าด้านบริหารบริการและด้านวิชาการรับฟัง รายงานสรุป เหตุการณ์จากพยาบาลตรวจการเวรดึก ทุกเช้า รับราชการ เวลา 08.00 น. 2. ประชุมหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล เพื่อการสื่อสารแจ้งข่าวสาร และติดตาม ผลการปฏิบัติ งานทุกวันพฤหัสบดีเวลา 10.00 – 12.00 น. 3. ประชุมหัวหน้างานและหัวหน้าหอผู้ป่วยผู้ป่วยทุกวันอังคารที่ 3 ของเดือน (ยกเว้นวันพุธที่ 3 ของเดือน) เพื่อแจ้งนโยบาย ข่าวสาร ความรู้ใหม่ ๆจากการประชุม/อบรมวิชาการภายนอก แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสนอและร่วมแก้ปัญหาต่าง ๆ 4. ประชุมพยาบาล ทุก 3 เดือน คือเดือน มกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม 5. ประชุมพนักงานช่วยเหลือคนไข้และพนักงานบริการ (แม่บ้าน) ทุก 4 เดือนคือเดือน มีนาคม กรกฎาคม และ พฤศจิกายน 6. คณะทํางานอื่น ๆ ตามที่กําหนดวาระ 7. หากมีเรื่องด่วนจําเป็นต้องดําเนินการทันจะกําหนดการประชุมตามความเหมาะสม
36 13. การสื่อสาร – ข่าวสารแจ้งเวียน วัตถุประสงค์ : เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ทราบ ขอบเขต : 1. เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับที่เกี่ยวข้อง 2. ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ข่าวสารเพื่อทราบ คําสั่งหรือระเบียบเพื่อการปฏิบัติ ผู้รับผิดชอบ : ผู้บริหารทางการพยาบาลทุกระดับ ระเบียบการปฏิบัติ : 1. เมื่อรับแจ้งข่าวสารจากกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลให้ผู้รับแจ้งนําไปถ่ายทอดให้ เจ้าหน้าที่ใน หน่วยงานรับทราบด้านขอบเขตของแต่ละข่าวสารนั้นด้วยวาจาและ/หรือลายลักษณ์ อักษรทันที และให้ผู้รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานจดบันทึกไว้เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง อ่านทุกคน 2. หากเป็นคําสั่งหรือระเบียบที่ต้องทราบ ต้องปฏิบัติ ต้องให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับใน หน่วยงานอ่าน ข่าวสารนั้นด้วยตนเองและลงนามรับทราบเพื่อเป็นหลักฐาน 3. ให้ติดประกาศคําสั่งหรือข่าวสารนั้นไว้ที่ป้ายประกาศหรือในที่ที่กําหนดไว้ตามเวลาที่ กําหนดแล้ว เก็บคําสั่งใส่แฟ้มที่กําหนดเพื่อใช้เป็นหลักฐานเมื่อต้องการ 4. หากไม่ใช่คําสั่งแต่เป็นข่าวสารที่ต้องดําเนินการเพื่อส่งต่อให้บันทึกเป็นลาย ลักษณ์อักษร ให้ ผู้เกี่ยวข้องอ่านด้วยตนเองและมอบหมายให้ผู้รับผิดชอบดําเนินการให้สําเร็จ 5. หากเป็นเรื่องด่วนแจ้งโดยการโทรศัพท์และ/หรือแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบทันทีโดยส่ง หนังสือต้นเรื่อง ให้เจ้าตัวทราบและลงนามรับทราบ 6. พยาบาลตรวจการเวรดึก รายงานผลการปฏิบัติงาน อุบัติเหตุ อุบัติการณ์ หรือเหตุการณ์ พิเศษ โดยบันทึกลงใน Google sheet และรายงานเป็น One page แก่หัวหน้าพยาบาล และส่งเวร ให้กับผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลประจำเดือน เวลา 8.20 น. ที่ห้องประชุมกาสะลอง สำนักงานกลุ่ม ภารกิจด้านการพยาบาล เพื่อให้ผู้บริหาร ได้พิจารณาดําเนินการตามความเหมาะสมต่อไป 14. การเขียนใบลา วัตถุประสงค์ : เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเขียนใบลาได้อย่างถูกต้อง ขอบเขต : ใช้เป็นแนวทางในการเขียนใบลาทุกประเภท ผู้รับผิดชอบ : เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ เอกสารที่เกี่ยวข้อง : ใบลาของโรงพยาบาลมี หลายประเภท เช่น แบบใบลาพักผ่อน แบบใบลาป่วย แบบใบลาคลอดบุตร แบบใบลากิจส่วนตัว ระเบียบการปฏิบัติ : กรอกข้อความลงในช่องว่างในแบบใบลาที่กําหนดไว้ ดังนี้ 1. เขียนที่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 2. วันที่ ระบุวันที่เขียนใบลา 3. ชื่อผู้ลา ตําแหน่ง พยาบาล พนักงานผู้ช่วยเหลือคนไข้ พนักงานทําความสะอาดหรือพนักงาน ทั่วไป(พนักงานเปล) 4. ระบุว่าเป็น ข้าราชการ หรือลูกจ้าง 5. สังกัด สาขาการพยาบาลแต่ละสาขา ตามด้วย กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 6. สาเหตุการลาระบุตามที่ต้องการลา ให้เหตุผลประกอบในส่วนท้ายของเนื่องจาก…… 7. ระบุวันลาตั้งแต่วันที่…………………..ถึงวันที่…………………………………….
37 8. ระบุวันลาครั้งก่อนให้ชัดเจน ระบุสถานที่อยู่ปัจจุบันที่หน่วยงานสามารถติดต่อได้ ลงนามให้ ถูกต้องครบถ้วน 9. สถิติการลา หัวหน้าหอผู้ป่วยเป็นผู้ตรวจสอบลงข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน และลงนาม ลงวันที่ที่ ตรวจสอบ 10. ความเห็นของผู้บังคับบัญชา หัวหน้างานเป็นผู้ลงความเห็นและลงนามผู้อนุญาต โดยส่งหัวหน้า พยาบาลเป็นผู้ลงนาม 11. ทุกหอผู้ป่วย / หน่วยงานต้องลงบันทึกวันลาทุกประเภทของเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นข้อมูลด้าน บุคลากรไว้ทุกครั้ง ก่อนส่งใบลาไปยังกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 12. การลากิจ ส่งใบลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันได้รับอนุญาตแล้วจึงลาหยุดได้ 13. การลาป่วย ส่งใบลาในวันแรกที่กลับมาทํางาน (ในกรณีฉุกเฉินกะทันหัน) หมายเหตุ : กรณีการลาของลูกจ้างชั่วคราว พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และพนักงานราชการ ทั้งลาป่วย ลากิจ ส่วนตัว หรือลาคลอด ให้หอผู้ป่วย/หน่วยงานส่งใบลาโดยเร็วเพื่อกลุ่มภารกิจด้าน การ พยาบาล จะได้ดําเนินการ และส่งต่อให้การเจ้าหน้าที่เพื่อให้ลูกจ้างสามารถเบิกเงินทดแทนจาก ประกันสังคมจังหวัดได้ ระเบียบการลา (คู่มือการลา การได้รับเงินเดือน และการเลื่อนเงินเดือนระหว่างลาส าหรับข้าราชการ ปี 2560) การลาแบ่งเป็น 11 ประเภท (ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ.2555) ได้แก่ 1. การลาป่วย เป็นการลาหยุดเพื่อรักษาตัวเมื่อมีอาการหรือเข้ารับการรักษาตัวกับแพทย์ หลักเกณฑ์ 1.1 แนบใบลา การลาป่วยติดต่อกันตั้งแต่ 30 วันขึ้นไปต้องมีใบรับรองแพทย์ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ ประกอบวิชาชีพเวชกรรม 1.2 การลาป่วยไม่ถึง 30 วันไม่ว่าจะเป็นการลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งติดต่อกัน ถ้าผู้มีอำนาจ เห็นสมควรอนุญาตลาจะสั่งให้มีใบรับรองแพทย์ประกอบใบลาเพื่อประกอบพิจารณาอนุญาตก็ได้ การเสนอหรือจัดส่งใบลา 1. ส่งใบลาก่อนหรือในวันที่ลา แต่ในกรณีจ าเป็นจะส่งใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการก็ได้ แต่ในทาง ปฏิบัติควรแจ้ง ผู้บังคับบัญชารับทราบล่วงหน้าก่อน เช่น ทางโทรศัพท์ ทางไลน์ เป็นต้น 2. กรณีป่วยจนไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้สามารถให้ผู้อื่นลาแทนได้แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้วต้อง เสนอหรือจัดส่งใบลาโดยเร็ว 3. กรณีลาแบบอิเล็กทรอนิกส์ กรณีป่วยจนไม่สามารถจะด าเนินการลาในระบบได้ เมื่อผู้บังคับบัญชา พิจารณาแล้วเห็นว่าป่วยจนไม่สามารถมาปฏิบัติราชการและเสนอใบลาด้วยตนเองได้จริง สามารถมอบหมายเจ้าหน้าที่อื่นดำเนินการบันทึกขออนุญาตลาทางระบบการลาแทนและผู้บังคับบัญชา พิจารณา อนุญาตการลาในระบบได้ 2. การลาคลอดบุตร เป็นการลาหยุดราชการของสตรีซึ่งมีครรภ์ในช่วงก่อนคลอดวันคลอดและหลังคลอด หลักเกณฑ์ 1. สิทธิ์ลาคลอดครั้งหนึ่งได้ 90 วัน จะลาในวันที่คลอด ก่อนหรือหลังคลอดก็ได้แต่รวมแล้วไม่เกิน
38 ระยะเวลา 90 วัน (นับต่อเนื่องรวมวันหยุดราชการ) 2. ต้องมีใบรับรองแพทย์แนบท้ายการยื่นใบลา 3. กรณีที่ได้รับอนุญาตลาคลอดแล้วแต่ไม่ได้คลอดบุตรตามก าหนด หากประสงค์จะยกเลิกวันลา ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตหรือพิจารณายกเลิกได้โดยให้ถือว่าวันที่ได้หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจ ส่วนตัว 17. การพิจารณาให้ไปประชุม/อบรม/ศึกษาดูงาน วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การประชุม อบรม ศึกษาดูงาน เป็นมาตรฐานเดียวกัน ขอบเขต : เป็นหลักฐานสําหรับพยาบาลทุกระดับ ผู้รับผิดชอบ : หัวหน้าหน่วยงานทุกระดับ และรองหัวหน้าพยาบาลด้านวิชาการ ระเบียบการปฏิบัติ : ใช้ระเบียบของโรงพยาบาลเป็นหลักปฏิบัติ คือ 1.ปฏิบัติงานภายใน 1 ปีแรกของการปฏิบัติงาน มีสิทธิอบรมระยะสั้น ภายในโรงพยาบาล ปฏิบัติงาน 1 ปี ขึ้นไปมีสิทธิอบรมระยะสั้น ภายนอกโรงพยาบาล ปฏิบัติงาน 3 ปีขึ้นไปมีสิทธิ อบรมระยะยาว ภายนอกโรงพยาบาลตามแผน การส่งบุคลากรเข้าอบรมในแต่ละปี สําหรับเกณฑ์สําหรับ หน่วยงาน ในการ พิจารณาอนุมัติให้ บุคลากร ไปประชุมอบรม นอกจากจะใช้ ระยะเวลาของการมาปฏิบัติงานแล้วจะมีการพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆร่วมด้วย ดังนี้ 1. ความสอดคล้องของเนื้อหาการจัดประชุม/อบรม กับสายงานที่ปฏิบัติงาน 2. ความมีประโยชน์ต่อหน่วยงานหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 3. ความจําเป็นในการประชุมหรืออบรม 4. ระยะเวลา สถานที่จัดประชุม/อบรม 5. ประวัติการอบรมในรอบปีที่ผ่านมา 6. ผลกระทบต่ออัตรากําลังของหน่วยหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม /อบรมให้สรุปรายงาน การประชุม/อบรมตามระเบียบของ โรงพยาบาลหลังการอบรม 2 สัปดาห์ เสนอหัวหน้าพยาบาล ลลงนามรับทราบ และส่งกลุ่มงานพัฒนา ระบบบริการสุขภาพ (พรส.) พร้อมกับเผยแพร่ความรู้ตาม ความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ต่อผู้ร่วมงาน และหน่วยงาน
39 ระเบียบการแต่งกายของบุคลากรทางการพยาบาล วัตถุประสงค์ : เพื่อให้บุคลากรทุกคนทุกระดับแต่งกายถูกระเบียบตามที่หน่วยงานและกระทรวงกําหนดไว้ ขอบเขต : บุคลากรทางการพยาบาลทุกกลุ่ม ทุกระดับ ที่ขึ้นตรงต่อสายการบังคับบัญชาของกลุ่ม ภารกิจด้านการพยาบาล ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล พนักงานช่วยเหลือคนไข้ พนักงานทั่วไป พนักงาน EMS ผู้รับผิดชอบ : กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล และผู้บริการทางการพยาบาลทุกระดับ การแต่งกายของพยาบาล 1. ชุดปฏิบัติงานสำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในสถานบริการสุขภาพ ให้ แต่งกาย ดังนี้ 1.1 พยาบาลวิชาชีพหญิง 1.1.1 ชุดติดกันสีขาวทั้งชุด เสื้อผ่าหน้าติดกระดุม ปกฮาวาย แขนสั้นปลายแขนพับตลบ ขึ้นด้านบน มีจีบบริเวณเอวด้านละ 2 จีบ ตัวเสื้อด้านหลังจะมีรอยต่อเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือไม่ก็ได้ กระโปรงทรงเอ ความยาวคลุมเข่า กระโปรงแยกชิ้นด้านหน้า 2 ชิ้น ด้านหลัง3 ชิ้น ด้านหน้ามีสาบกลาง ขนาดกว้าง 1 นิ้ว จากเอวถึงชายกระโปรง มีซิปด้านหน้าใต้สาบกระเป๋าเจาะเว้าด้านซ้าย - ขวา มีเข็มขัดผ้า ขนาดกว้าง 1 นิ้ว คาดเอว หรือป็นชุดติดกันหรือชุดคนละท่อนสีขาวทั้งชุด แบบตามที่สถาบันกำหนด โดย เป็นเสื้อมีปกหรือคอปิดมิดชิด กระโปรงทรงสุภาพ ความยาวคลุมเข่า หากเป็นกางเกงต้องเป็นกางเกงทรง สุภาพ ปลายขาตรงยาวคลุมข้อเท้า สะดวกแก่การปฏิบัติงานและคำนึงถึงหลักการป้องกันและควบคุมการ ติดเชื้อ 1.1.2 ชุดกระโปรงปฏิบัติงานแบบคนละท่อน มีลักษณะดังนี้ - เสื้อแขนสั้นปกปีกนก ปกฮาวาย หรือปกเทเลอร์ ตัวเสื้อแยกชิ้นด้านหน้า 4 ชิ้น ด้านหลัง 3 ชิ้น ติดกระดุม 4 – 5 เม็ด ไม่ต้องมีเกร็ด ปลายแขนตรงกลางผ่าเป็นรูปสามเหลี่ยม พับตลบขึ้นด้านบน ติด กระเป๋าด้านหน้าตรงชายเสื้อทั้งสองข้าง และกระเป๋าเจาะอกเสื้อด้านซ้าย 1 ใบ ตัวเสื้อยาวคลุมสะโพก ชุดกระโปรงติดกันสีขาว และชุดกระโปรงคนละท่อนสีขาว
40 1.1.3 ชุดเสื้อกางเกงคนละท่อนสีขาว ต้องเป็นกางเกงทรงสุภาพ ปลายขาตรงยาวคลุมข้อเท้า สะดวกแก่การปฏิบัติงานและคำนึงถึงหลักการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ชุดเสื้อกางเกงคนละท่อนสีขาว 1.1.4 ชุดปฏิบัติงานสําหรับหญิงตั้งครรภ์ ไม่ต้องมีสายคาดเอว ชุดปฏิบัติงานสําหรับหญิงตั้งครรภ์ 1.2 การแต่งกายสําหรับชาย ให้แต่งด้วยชุดสีขาว เฉพาะชุดปฏิบัติงานดังนี้ 1.2.1 เสื้อแขนสั้นปกฮาวาย ตัวเสื้อผ่าหน้าติดกระดุม 4-5 เม็ด มีกระเป๋าที่หน้าอก และกระเป๋าด้านล่าง ด้านซ้ายและขวา ด้านละ 1 ใบ ตัวเสื้อด้านหลังเย็บซ้อนตะเข็บ กลางหลังปล่อยชาย แขนประมาณ 6 นิ้ว 1.2.2 กางเกงขายาวทรงสุภาพปลายขาตรงยาวคลุมข้อเท้า
41 ชุดฟอร์มพยาบาลชาย 1.3 ชุดปฏิบัติงานบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ที่ออก ปฏิบัติการฉุกเฉินนอกสถานพยาบาล พยาบาลวิชาชีพหญิงและพยาบาลวิชาชีพชาย ให้แต่งกายเป็นเสื้อ และกางเกงคนละท่อน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ • เสื้อสีขาว ปักด้านหลังเสื้อว่า “พยาบาล ” ใช้ผ้าเนื้อหนา เสื้อเชิ้ต ปกแหลม ความยาว ตัวเสื้อ คลุมสะโพก มีกระเป๋าเสื้อด้านบนบริเวณหน้าอกและด้านล่างบริเวณเอวทั้งสองข้าง มีกระเป๋า ติดที่แขน ซ้าย ติดอินทรธนูที่บ่าทั้งสองข้าง แขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ด้านหลังตีเกร็ดซ้ายขวา ผ่าด้านล่าง ตรง กลาง แล้วป้ายทับรอยผ่ายาว ๕ นิ้ว โดยเสื้อมีรายละเอียด ดังนี้ - ติดแถบผ้าสีเงินเรืองแสง ขนาดความ กว้างประมาณ ๒ นิ้ว จ านวน ๑ เส้น คาดเอวด้านหน้า และคาดที่บ่าด้านหลัง ส่วนบริเวณรอบแขนสอง ข้าง ติดแถบผ้าสีเงินเรืองแสง ขนาดความกว้าง ประมาณ ๑ นิ้ว จ านวน ๑ เส้น - ปักชื่อ ขึ้นต้นว่า “พว.” และตามด้วยชื่อ นามสกุล ที่บริเวณหน้าอกซ้ายเหนือ กระเป๋าเสื้อ ด้วยตัวหนังสือขนาด ๑ ซม. ปักด้วยด้าย สีกรมท่า - ปักตราสัญลักษณ์ (Logo) ของสถานพยาบาลที่สังกัด ตรงกลางกระเป๋าเสื้อหน้าอก ด้านขวา หรือ ปักชื่อโรงพยาบาลที่แขนเสื้อ - ด้านหลังปักตัวอักษรบริเวณใต้แถบเรืองแสง ค าว่า “พยาบาล” ด้วยตัวหนังสือขนาด ซม. ปักด้วยด้ายสีกรมท่า (2) กางเกงขายาว - ทรงสุภาพ ไม่คับหรือหลวมเกินไป ขากางเกงไม่กว้างหรือแคบเกินไป ใช้ผ้าสีน้ำเงินเข้มปานกลาง (medium blue) ชนิดหนา ลักษณะผ้ายืดเล็กน้อย กระเป๋าบนเฉียง มีกระเป๋า ข้างเข่าซ้ายและขวา และกระเป๋าหลัง ๒ ใบ มีฝาปิด ติดกระดุมเป๊ก ติดแถบเรืองแสงสีเงิน ขนาดความกว้าง ประมาณ ๒ นิ้ว คาดบริเวณใต้เข่า ๒ เส้น บริเวณเข่าบุฟองน้ ารองด้านในเพื่อความสะดวก ในการ ปฏิบัติงาน
42 ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินนอกสถานพยาบาล 2. หมวกพยาบาล - หมวกพยาบาลวิชาชีพ ติดแถบกํามะหยี่ดําขนาด 1.5 ซม. ห่างจากขอบหมวก ไม่เกิน 0.5 ซม. ตามแนวยาว - การติดปลายแถบให้พอดีกับหมวกไม่พับเลยไปอยู่ด้านข้างของหมวก ไม่ใช้ลวด MAX เย็บแถบ – การติดกิ๊บใช้กิ๊บสีขาวหนีบติดสายหรือตัวหนอนซ่อนอยู่ใต้หมวกไม่ใช้กิ๊บ ปากเป็ดติดอยู่ด้านหลังหมวก หมวกพยาบาล
43 3. เข็ม และกระดุมกระทรวงสาธารณสุข 4. เครื่องประดับ - สร้อยคอยาวอยู่ภายในเสื้อ ไม่สั้นติดคอจนมองเห็น - ต่างหู ชนิดติดหู ขนาดไม่โตเกินติ่งหู - โบว์ติดผมสีดําหรือสีน้ําตาล - นาฬิกาข้อมือสายด้าน ไม่ประดับเพชร-พลอย ที่ส่งประกายเมื่อต้องแสง - ไม่สวมแหวนและกําไลข้อมือ 5. รองเท้า/ถุงเท้า - พยาบาลชาย: รองเท้าคัชชูสีดํา สวมหุ้มส้น ถุงเท้าดํา - พยาบาลหญิง: รองเท้าสีขาว สวมหุ้มส้น ถุงเท้าขาวล้วน ไม่มีจีบระบายติดขอบ ซึ่งทั้งสองแบบ ส้นรองเท้าจะต้องเป็นส้นหนาตัน พื้นควรนิ่ม เวลาเดินไม่ส่งเสียงดังรบกวน สวมใส่สบาย เหมาะในการเดินทํางาน ไม่สวมรองเท้ารัดส้น ไม่สวมรองเท้าแตะ นอกจากหน่วยงานที่ ต้องเปลี่ยนรองเท้า ลักษณะรองเท้าพยาบาลชาย และลักษณะรองเท้าพยาบาลหญิง 6. ชุดปฏิบัติงานผู้ช่วยพยาบาล เป็นชุดติดกันหรือชุดคนละท่อนสีขาวทั้งชุด โดยเป็นเสื้อปกคอบัว แบบติดคอ แขน สั้นปลายแขนพับตลบขึ้นด้านบน สะดวกแก่การเคลื่อนไหว (เสื้อยาวคลุมสะโพก) กระโปรง ทรงสุภาพ ความยาว คลุมเข่า หากเป็นกางเกงต้องเป็นกางเกงทรงสุภาพ ปลายขาตรง ยาว คลุมข้อเท้า ชุดปฏิบัติงานนี้สามารถใช้ได้สำหรับผู้ช่วยพยาบาลตั้งครรภ์
44 ชุดปฏิบัติงานผู้ช่วยพยาบาล โดยแบบการแต่งกายให้มีเครื่องหมายและสิ่งประกอบอื่น ดังนี้ (1) หมวกสีขาว ให้ติดแถบกำมะหยี่สีดำจำนวน 1 แถบ ขนาด 1 เซนติเมตร ติด เฉียงจากปลายขอบหมวก ด้านซ้าย 5 เซนติเมตร (2) รองเท้าสีขาวส้นหนาสูง 1 นิ้ว ถึง 1 นิ้วครึ่ง ชนิดหุ้มส้น และปิดปลายเท้า (3) ป้ายชื่อ ระบุชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ที่สามารถเห็นได้ชัดเจน หมวกผู้ช่วยพยาบาล 7. ชุดปฏิบัติงานพนักงานช่วยเหลือคนไข้(Nurses’ aides /Care givers) เป็นชุดติดกันสีเหลือง ทั้งชุด ตัดด้วยผ้าเนื้อหนา แขนสั้น ปลายแขนพับตลบขึ้นด้านบน ห้ามไม่ให้แต่งกายด้วยชุดสีขาวทั้งชุด และ ห้ามสวมหมวก ชุดปฏิบัติงานแบบมีผ้าคลุมศีรษะ ให้ใช้ผ้าคลุมสีขาว เก็บชายผ้าไว้ในคอเสื้อ แขนเสื้อสั้น เหนือข้อศอก ชายกระโปรงสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว โดยแบบการแต่งกายให้มีเครื่องหมายและสิ่งประกอบอื่น ดังนี้ (1) รองเท้าสีดำ ชนิดหุ้มส้น และปิดปลายเท้า (2) ป้ายชื่อ ระบุชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ที่สามารถเห็นได้ชัดเจน
45 ชุดปฏิบัติงานพนักงานช่วยเหลือคนไข้ สวัสดิการโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช 1. ให้บุคลากรทางการพยาบาลพักในบ้านพักที่ทางโรงพยาบาลจัดให้(เฉพาะพยาบาลโสด) 2. สําหรับข้าราชการบิดาหรือมารดา ของข้าราชการที่ถึงแก่กรรม โรงพยาบาลเป็นเจ้าภาพสวด อภิธรรมศพให้ 1 คืน โดยจ่ายเงิน 3,000 บาท 4. สวัสดิการจากกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 4.1 เยี่ยมพยาบาลวิชาชีพและผู้ช่วยพยาบาลที่เจ็บป่วยพักรักษาตัวในโรงพยาบาลรายละ 300 บาท/ครั้ง 4.2 สําหรับบิดา มารดา และญาติสายตรงของพยาบาลที่ถึงแก่กรรมให้พวงหรีดเคารพ ศพ ราคา 500 บาท 4.3 ส่งเสริมการหารายได้เพิ่มโดยการจัดบริการเฝ้าไข้พิเศษ สวัสดิการหอพักพยาบาล/บ้านพักโรงพยาบาล ผู้มีสิทธิ์ขอรับสวัสดิการบ้านพัก 1. เป็นพยาบาล/เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ER ทั้งข้าราชการ ลูกจ้าวชั่วคราว นักเรียนทุน และพนักงาน ราชการที่เดิมเป็นนักเรียนทุนรวมถึงบุคลากร ที่ได้รับการพิจารณา จากคณะกรรมการสวัสดิการ บ้านพัก 2. สถานภาพโสด กรณีสถานภาพสมรสเข้าพักได้เฉพาะตนเองเท่านั้น และ 3. เป็นผู้ที่ต้องอยู่เวรปฏิบัติงาน หรือมีหน้าที่ที่ต้องติตามตัวได้ทันที และ 4. เป็นผู้ที่มีภูมิลําเนาอยู่นอกเขตเทศบาล ต่างอําเภอ ต่างจังหวัด และ 5. เป็นผู้ไม่เบิกค่าเช่าบ้านตาม พรบ. ค่าเช้าบ้านข้าราชการ 6. กรณีจะขอเข้าพักเป็นครอบครัว ทําบันทึกเสนอคณะกรรมการสวัสดิการบ้านพักเพื่อนําเข้า พิจารณา ในคณะกรรมการสวัสดิการบ้านพัก 7. กรณีนอกเหนือจากนี้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการสวัสดิการบ้านพัก/หัวหน้ากลุ่มภารกิจ
46 ด้านการพยาบาล/ผู้อํานวยการโรงพยาบาล หลักเกณฑ์การจัดที่พักอาศัย 1. ห้องพักเดี่ยวจัดให้พักอย่างน้อยห้องละ 2 คน 2. ห้องพักครอบครัวจัดให้พักอย่างน้อยห้องละ 4 คน 3. ผู้มีสิทธิพักเดี่ยวได้แก่ หัวหน้างานการพยาบาลเฉพาะสาขา/หัวหน้าหอผู้ป่วยผู้ป่วย นอกจาก นี้ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการสวัสดิการบ้านพัก 4. เป็นผู้ยื่นขอรับสวัสดิการบ้านพักต่อคณะกรรมการสวัสดิการบ้านพัก ที่ฝ่ายสนับสนุนการพยาบาล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 5. กรณีเข้าพักโดยไม่ยื่นแบบฟอร์มขอรับสวัสดิการบ้านพัก คณะกรรมการสวัสดิการบ้านพักจะ พิจารณาตัดสิทธิการรับสวัสดิการบ้านพักเป็นเวลา 3 ปี 6. การโอนบ้านพักหรือให้กุญแจผู้อื่น เพื่อเข้าอยู่อาศัยโดยพลการจะกระทําไม่ได้ นอกจากจะได้รับ อนุญาตจากคณะกรรมการบ้านพักแล้ว หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ขอรับสวัสดิการบ้านพัก 1. ต้องเป็นผู้ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการบ้านพัก 2. ต้องรับฟังคําชี้แจง ตักเตือนจากหัวหน้าหอผู้ป่วยพักและคระกรรมการสวัสดิการบ้านพัก 3. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของหอพัก 4. ตรวจสอบของใช้ในห้องพัก (ถ้ามี) ก่อนเข้าพัก หากภายหลังพบการชํารุดเสียหาย ผู้พักต้อง ดําเนินการซ่อมแซมหรือชดใช้ค่าเสียหาย 5. ผู้พักต้องชําระค่าส่วนกลางกับหัวหน้าหอผู้ป่วย/ผู้ที่ได้รับมอบหมายตามวัน เวลาที่กําหนด และเข้าร่วม ประชุมหอพักตามวัน เวลาที่กําหนด 6. รักษาความสะอาดในบริเวณห้องและรอบ ๆ ห้องพัก ให้ทิ้งเศษอาหารหรือขยะในที่ ที่จัดไว้ให้ และสามารถให้คณะกรรมการตรวจเยี่ยมได้ 7. ไม่ส่งเสียงดัง หรือทําเสียงรบกวนข้างห้อง เช่น เปิดวิทยุ ทีวี หรือตะโกนข้ามตึก 8. ห้ามนําบุคคลภายนอกมาค้างในห้องพัก ยกเว้นบิดา มารดา พี่น้องเพศหญิงที่ต้องพักอาศัยชั่วคราว ต้องแจ้งหัวหน้าบ้านพักทราบก่อน และดูแลให้บุคคลที่พักอาศัยปฏิบัติตามระเบียบของหอพัก 9. ไม่เล่นการพนัน สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือกระทําการใด ๆ ที่ผิดกฎหมายและต้องไม่นําสิ่งผิดกฎหมาย มาไว้ในหอพักหรือบริเวณโรงพยาบาล 10. ไม่เลี้ยงสัตว์/ให้อาหารสัตว์ในหอพัก หรือกระทําการใดๆที่เป็นอันตรายต่อผู้พักอาศัยอื่น 11. การย้ายออกจากหอพักต้องแจ้งให้หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลและหัวหน้าหอผู้ป่วย พักทราบ เพื่อคืนกุญแจห้องและแจ้งคืนสิ่งของเครื่องใช้ที่อยู่ในห้องตามรายการที่เขียนไว้เมื่อแรกเข้า ภายใน 30 วัน กรณีถูกยกเลิกสิทธิการอยู่หอพักต้องส่งคืนกุญแจห้องและแจ้งคืนสิ่งของเครื่องใช้ที่ อยู่ในห้องภายใน 15 วัน 12. ช่วยกันประหยัดในการใช้กระแสไฟฟูาและน้ําประปาหากใช้เกินสิทธิให้รับผิดชอบจ่าย ส่วนเกินเอง การยกเลิกสิทธิอยู่หอพัก 1. ผู้ขอรับสวัสดิการไม่เข้าพักอาศัยภายใน 10 วันหลังได้รับการอนุมัติให้เข้าพักอาศัย 2. นําบุคคลภายนอก เช่น สามี/เพื่อนชาย เข้าหอพักโดยไม่มีเหตุอันควรหรือไม่ได้รับอนุญาต 3. เข้าพักในหอพักน้อยกว่า 3 วัน/สัปดาห์ 4. ออกจากราชการหรือย้ายออกจากโรงพยาบาล
47 5. แต่งงาน 6. ลาศึกษาต่อ ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป 7. ฝ่าฝืนกฎระเบียบของบ้านพัก หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ขอรับสวัสดิการบ้านพัก 1. ต้องเป็นผู้ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการบ้านพัก 2. ต้องรับฟังคําชี้แจง ตักเตือนจากหัวหน้าหอผู้ป่วยพักและคณะกรรมการสวัสดิการบ้านพัก 3. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของหอพัก 4. ตรวจสอบของใช้ในห้องพัก (ถ้ามี) ก่อนเข้าพัก หากภายหลังพบการชํารุดเสียหาย ผู้พักต้อง ดําเนินการซ่อมแซมหรือชดใช้ค่าเสียหาย 5. ผู้พักต้องชําระค่าส่วนกลางกับหัวหน้าหอผู้ป่วย/ผู้ที่ได้รับมอบหมายตามวัน เวลาที่กําหนด และเข้าร่วม ประชุมหอพักตามวัน เวลาที่กําหนด 6. รักษาความสะอาดในบริเวณห้องและรอบ ๆ ห้องพัก ให้ทิ้งเศษอาหารหรือขยะในที่ที่จัด ไว้ให้ และสามารถให้คณะกรรมการตรวจเยี่ยมได้ 7. ไม่ส่งเสียงดัง หรือทําเสียงรบกวนข้างห้อง เช่น เปิดวิทยุ ทีวี หรือตะโกนข้ามตึก 8. ห้ามนําบุคคลภายนอกมาค้างในห้องพัก ยกเว้นบิดา มารดา พี่น้องเพศหญิงที่ต้องพักอาศัย ชั่วคราว ต้องแจ้งหัวหน้าบ้านพักทราบก่อน และดูแลให้บุคคลที่พักอาศัยปฏิบัติตามระเบียบ ของหอพัก 9. ไม่เล่นการพนัน สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือกระทําการใดๆที่ผิดกฎหมาย และต้องไม่นําสิ่งผิดกฎหมาย มาไว้ในหอพักหรือบริเวณโรงพยาบาล 10. ไม่เลี้ยงสัตว์/ให้อาหารสัตว์ในหอพัก หรือกระทําการใดๆที่เป็นอันตรายต่อผู้พักอาศัยอื่น 11. การย้ายออกจากหอพักต้องแจ้งให้หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลและหัวหน้าหอผู้ป่วยทราบ เพื่อคืนกุญแจห้อง และแจ้งคืนสิ่งของเครื่องใช้ที่อยู่ในห้องตามรายการที่เขียนไว้เมื่อแรกเข้าภายใน 30 วัน กรณีถูกยกเลิกสิทธิการอยู่หอพักต้องส่งคืนกุญแจห้องและแจ้งคืนสิ่งของเครื่องใช้ ที่อยู่ในห้องภายใน15 วัน การยกเลิกสิทธิอยู่หอพัก 1. ผู้ขอรับสวัสดิการไม่เข้าพักอาศัยภายใน 10 วันหลังได้รับการอนุมัติให้เข้าพักอาศัย 2. นําบุคคลภายนอก เช่น สามี/เพื่อนชาย เข้าหอพักโดยไม่มีเหตุอันควรหรือไม่ได้รับอนุญาต 3. เข้าพักในหอพักน้อยกว่า 3 วัน/สัปดาห์ 4. ออกจากราชการหรือย้ายออกจากโรงพยาบาล 5. แต่งงาน 6. ลาศึกษาต่อตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป 7. ฝ่าฝืนกฎระเบียบของบ้านพัก หลักเกณฑ์การพิจารณาขอเข้าพักอาศัยในอาคารบ้านพักของโรงพยาบาล 1. ผู้มีสิทธิขอบ้านพัก มีคู่สมรสและคู่สมรสมีสิทธิขอบ้านพักด้วย ให้ใช้สิทธิสูงสุดได้ 1 คน 2. สําหรับคะแนนระยะเวลารับราชการในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ให้คูณด้วย 3 3. สําหรับคะแนนอายุราชการ ให้คูณ ด้วย 2 (ใช้เกณฑ์ข้อ 2 และข้อ 3 พิจารณาคะแนนตัดสิน คะแนนเท่ากันให้ใช้ข้อต่อไปประกอบ) กรณีคู่สมรส ถ้าคู่สมรสมีสิทธิขอบ้านพักด้วย ให้มีสิทธิ ก่อน (แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร)
48 4. กรณี ข้อ 2 – 3 คะแนน คะแนนเท่ากัน ให้คณะกรรมการเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดสําหรับผู้ที่มีบ้านพัก อาศัยอยู่ในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาแล้ว ประสงค์จะขอย้ายไปอยู่ที่บ้านใหม่ต้องปฏิบัติ ดังนี้ ให้ผู้ขอย้ายบันทึกเสนอเป็นเฉพาะรายแจ้งเหตุผลความจําเป็นและข้อด้อยของบ้านพัก เดิม โดยมี หัวหน้าหอผู้ป่วยผู้ป่วย/ หัวหน้าหน่วยและหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลสาขาลงชื่อรับรอง เพื่อส่งให้คณะกรรมการ พิจารณา การพิจารณา ให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการอาคาร-บ้านพักฯ เป็นเกณฑ์ตัดสิน โดยในที่ประชุมนั้น จะต้องมีผู้เข้าร่วมเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงถือว่าครบองค์ประชุม ในกรณีที่คะแนนเท่ากันให้ประธาน กรรมการหรือประธานที่ประชุมออกเสียงชี้ขาดได้อีก 1 คะแนน ความข้างต้นยกเว้นได้ตามข้อ 10.7 แห่งระเบียบสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยกาเข้าพักอาศัยในบ้านพักของโรงพยาบาล พ.ศ. 2538 (บุคคลที่ผู้อํานวยการเห็นสมควร) การแจ้งบ้านพักที่ว่าง ให้คณะกรรมการประกาศแจ้งบ้านพักที่ว่าง และจะพิจารณาจัดสรรให้ทราบโดยทั่วกัน เพื่อเปิด โอกาสให้ผู้ที่ประสงค์จะขอแลกเปลี่ยนที่พักได้มีโอกาสยื่นความจํานงด้วยได้ ประเภทของบ้านพัก บ้านพักของโรงพยาบาลมี 4 ประเภท คือ 1) บ้านเป็นหลัง/บ้านเดี่ยว 2) บ้านแถว (Town house) 3) อาคารชุด (Flat) และ 4) หอพักภายนอกโรงพยาบาลที่ประชุมได้พิจารณาการจัดอาคารพัก เนื่องจาก ขณะนี้ที่พักจํากัดโดยสงวนห้องพักไว้เพื่อบุคลากรที่ ปฏิบัติงานประจําของโรงพยาบาลเท่านั้น ส่วนผู้ที่กําลังศึกษาต่อไม่ได้จัดสรรบ้านพักให้เนื่องจากมีข้อจํากัดด้าน ปริมาณของบ้านพัก ระเบียบการลาประเภทต่าง ๆ ของลูกจ้างชั่วคราว ระเบียบว่าด้วยการจ่ายค่าจ้าง (ลูกจ้างชั่วคราว) ของส่วนราชการ พ.ศ. 2545 พอสรุปได้ดังนี้ การลาโดยได้รับค่าจ้างระหว่างลา การลาป่วย 1. ในกรณีเริ่มเข้าปฏิบัติงาน 2. ในปีแรกลูกจ้างชั่วคราวมีสิทธิลาปุวยโดยได้รับค่าจ้างอัตราปกติปีหนึ่งไม่ เกิน 8 วันทําการ เว้นแต่ในกรณีที่ระยะเวลาปฏิบัติงานในปีแรก ไม่ครบ 6 เดือน ไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว (ลาป่วยได้แต่ไม่ได้รับค่าจ้าง) 2. ในปีถัดไปลูกจ้างชั่วคราวซึ่งจ้างไว้ปฏิบัติงานต่อเนื่อง มีสิทธิ์ลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างอัตราปกติ ระหว่างลา ปีหนึ่งไม่เกิน 15 วันทําการ การลาคลอดบุตร 1. ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนที่จ้างปฏิบัติงานต่อเนื่อง มีสิทธิการลาเนื่องจากคลอดบุตร ปีหนึ่งไม่ เกิน 90 วัน โดยมีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างการลาจากส่วนราชการไม่เกิน 45 วัน 2. เว้นแต่ในกรณีเริ่มเข้าปฏิบัติงานในปีแรกไม่ครบ 7 เดือน ไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว (กรณีการจ่ายเงิน ระหว่างลาคลอดบุตรนั้น ลูกจ้างจะได้ส่วนที่ขาดรายได้จากการประกันสังคม ซึ่งประกันสังคมจะเหมาจ่ายรวม ให้ในการจ่ายค่าคลอดบุตรอยู่แล้ว การลาพักผ่อน
49 ลูกจ้างรายเดือนที่จ้างปฏิบัติงานต่อเนื่อง 1 ปีงบประมาณ มีสิทธิลาพักผ่อนได้ 10 วันต่อ 1 ปีงบประมาณ การลาเข้ารับการระดมพลหรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อม 1. ลาโดยได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน 2. การลาเข้ารับการฝึกวิชาทหาร ลาโดยได้รับค่าจ้างอัตราปกติไม่เกิน 2 เดือน 3. การลาไปรับการตรวจคัดเลือกเพื่อรับราชการทหาร ลาโดยได้รับค่าจ้างอัตราปกติในวันนั้น หรือ ตามเท่าที่จําเป็น โดยแจ้งจํานวนวันลาเท่าที่จําเป็นในการลาเพื่อรับการตรวจเลือกดังกล่าว การลากรณีพิเศษ ลาเพราะเหตุได้รับอันตรายหรือการเจ็บป่วยเพราะเหตุปฏิบัติราชการ (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ หัวหน้าส่วนราชการ) ลาโดยไม่ได้รับค่าจ้างระหว่างลา 1. การลากิจส่วนตัว 2. การลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตร 3. การลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ 4. การลาที่ไม่ได้ระบุไว้ในเรื่องการลาโดยได้รับค่าจ้างระหว่างลา ระเบียบปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยโดยรถพยาบาล แนวทางการประสานส่งต่อผู้ป่วย 1. ในกรณีส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า ต้องมีพยาบาลเจ้าของหอผู้ป่วย เป็นหัวหน้าทีม ในการส่งต่อ 2. บุคลากรในการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า ประกอบด้วย พยาบาลเวร เวร refer พยาบาลเจ้าของหอผู้ป่วย ในกรณีไม่มีพยาบาลเวร refer หอผู้ป่วยต้องเตรียมเจ้าหน้าที่ 2 คน ประกอบด้วย พยาบาล 2 คน หรือ พยาบาล 1 คน ผู้ช่วยเหลือคนไข้/ผู้ช่วยพยาบาล 1 คน ( ตามระดับ ความรุนแรงของผู้ป่วย ) ระเบียบปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยโดยรถพยาบาล 1. ในกรณีที่หอผู้ป่วยหาเจ้าหน้าที่ไป refer ไม่ได้ให้เอาเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเวรวันนั้นไป refer เมื่อ โรงพยาบาลปลายทางรับ refer รถพยาบาลสามารถออก refer ได้ภายใน 30 นาที 2. เวร refer ได้ค่าตอบแทนเวรคิดเป็นชั่วโมง ชั่วโมงละ 80 บาท
50 พฤติกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คณะอนุกรรมการจริยธรรม สภาการพยาบาล (วาระ พ.ศ. 2541-2545) ได้กําหนดเกณฑ์ของ จรรยาบรรณวิชาชีพไว้ดังนี้ ด้านจริยธรรมทั่วไป 1. ดําเนินชีวิตโดยปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ 2. ดํารงตนเป็นคนดี มีคุณธรรม มีมนุษยสัมพันธ์ มารยาทงาม 3. รักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของตน 4. ปฏิบัติตนด้วยการใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ 5. ปฏิบัติงานตนตามกฎหมายบ้านเมือง 6. อนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของธรรมชาติ 7. เคารพในสิทธิหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น 8. มีส่วนร่วมในกิจกรรมการส่งเสริม ยกย่อง สนับสนุนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 9. ปฏิบัติงานด้วยความยุติธรรม ไม่มีอคติ 10. ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ด้านจริยธรรมวิชาชีพ 1. ประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต 2. ไม่ใช้หรือไม่ยินยอมให้ผู้อื่นประกอบวิชาชีพเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้ 3. ปฏิบัติตนตามกฎหมายวิชาชีพและข้อบังคับของวิชาชีพ 4. ยอมรับความเชื่อและค่านิยมของผู้อื่น 5. ตระหนักในคุณค่าของตนเองและภูมิใจในวิชาชีพ 6. พัฒนาตนเองให้มีความยึดมั่นในคุณงามความดีและความถูกต้องชอบธรรม 7. พัฒนาตนเองให้มีความรู้ ทักษะในการปฏิบัติงานที่ทันสมัยอยู่เสมอ 8. สามารถปรับตัวให้มีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม 9. ปฏิบัติวิชาชีพด้วยเจตนาดีไม่คํานึงถึงความแตกต่างด้านฐานะ ศาสนา เชื้อชาติ สังคม และ การเมือง 10. ประกอบวิชาชีพโดยไม่มุ่งหวังประโยชน์ส่วนตนเกินกว่าที่พึงได้รับ 11. ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อการเลือกใช้บริการของผู้รับบริการ 12. ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้รับบริการตามสิทธิ 13. ให้บริการโดยคํานึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการ 14. ไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้รับบริการเว้นแต่เป็นการรักษาพยาบาลหรือต้องปฏิบัติตามกฎหมาย 15. เป็นตัวแทนผู้รับบริการที่สื่อความต้องการด้วยตนเองไม่ได้ 16. ปกปูองการละเมิดสิทธิของผู้รับบริการในการรักษาพยาบาล 17. ประกอบวิชาชีพโดยคํานึงถึงความถูกต้อง ปลอดภัย และรวดเร็วต่อผู้รับบริการ 18. ปฏิบัติการพยาบาลตามขอบเขตวิชาชีพพยาบาลเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้รับบริการ 19. ส่งเสริมสนับสนุนการประกอบวิชาชีพของผู้ร่วมงาน ไม่ทับถมให้ร้าย หรือกลั่นแกล้งกัน 20. ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นและความต้องการพื้นฐานของแต่ละคน