41 ตารางที่ 3 คะแนนที่ได้ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก เป็นรายบุคคลและภาพรวม เลขที่ คะแนนสอบก่อนเรียน คะแนนสอบหลังเรียน คะแนนที่ได้ (20) ร้อยละ คะแนนที่ได้ (20) ร้อยละ 1 8 40 14 70 2 6 30 14 70 3 4 40 15 75 4 10 50 20 100 5 5 25 15 75 6 4 20 17 85 7 9 45 16 80 8 6 30 20 100 9 8 40 18 90 10 7 35 20 100 11 6 30 16 80 12 9 45 15 75 13 8 40 20 100 14 8 40 13 65 15 4 20 14 70 16 4 20 16 80 17 5 25 14 70 18 11 55 17 85 19 5 25 16 80 20 9 45 19 95 21 5 25 14 70 22 6 30 18 90 23 7 35 15 75 24 8 40 18 90
42 ตารางที่ 3 (ต่อ) คะแนนที่ได้ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบนิร นัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก เป็นรายบุคคลและภาพรวม เลขที่ คะแนนสอบก่อนเรียน คะแนนสอบหลังเรียน คะแนนที่ได้ (20) ร้อยละ คะแนนที่ได้ (20) ร้อยละ 25 6 30 14 70 26 8 40 14 70 27 8 40 18 90 28 10 50 15 75 29 3 15 14 70 30 6 30 14 70 31 6 30 16 80 32 7 35 15 75 33 10 50 18 90 34 9 30 20 100 35 6 30 13 65 36 8 40 20 100 37 6 30 14 70 38 3 15 13 65 39 9 45 18 90 40 10 50 19 95 41 11 55 20 100 42 6 30 14 70 43 3 15 12 70 44 6 30 15 75 45 6 30 14 70 46 4 20 13 65 47 4 20 18 90 48 5 25 14 70
43 ตารางที่ 3 (ต่อ) คะแนนที่ได้ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก เป็นรายบุคคลและภาพรวม เลขที่ คะแนนสอบก่อนเรียน คะแนนสอบหลังเรียน คะแนนที่ได้ (20) ร้อยละ คะแนนที่ได้ (20) ร้อยละ x̅ 6.71 33.65 16.02 80.31 S.D. 2.19 - 2.40 - จากตารางที่ 3 พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 6.71 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 33.65 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.02 คะแนน คิด เป็นร้อยละ 80.31 2. ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ระหว่างหลังเรียนกับเกณฑ์ ร้อยละ 75 ดังแสดงในตารางที่ 4 ตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ระหว่างหลังเรียนกับเกณฑ์ ร้อยละ 75 กลุ่มทดลอง n x̅ S.D. ร้อยละ t หลังเรียน 48 16.02 2.19 80.31 2.60** ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 4 พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ได้คะแนนเฉลี่ยหลัง เรียนเท่ากับ 16.02 คิดเป็นร้อยละ 80.31 ทำให้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ระหว่าง ก่อนเรียนกับหลังเรียน ดังแสดงในตารางที่ 5
44 ตารางที่ 5 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ระหว่างก่อนเรียน กับหลังเรียน กลุ่มทดลอง N x̅ S.D. ร้อยละ t ก่อนเรียน หลังเรียน 48 48 6.71 16.02 2.25 2.16 33.65 80.31 14.01** ** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 5 พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 6.71 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 33.65 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.02 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 80.31 ทำให้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
45 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ปริซึมและ ทรงกระบอก โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยนำเสนอ การสรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2. สมมติฐานของการวิจัย 3. สรุปผลการวิจัย 4. อภิปรายผลการวิจัย 5. ข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนการ สอนวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้วิธีการสอนแบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน สมมติฐานของการวิจัย ผู้วิจัยได้กำหนดสมมติฐานของการวิจัยดังนี้ 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยวิธีการ สอนแบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยวิธีการ สอนแบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก มีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
46 สรุปผลการวิจัย 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วย การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 6.71 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 33.65 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.02 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 80.31 ทำให้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วย การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อภิปรายผลการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ปริซึมและ ทรงกระบอก โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยมีประเด็นที่ จะอภิปรายผลการวิจัย ดังนี้ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.02 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 80.31 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเกณฑ์กับคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนของนักเรียน พบว่า คะแนน เฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมานั้นเป็นการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้ผ่านขั้นตอนการจัดทำอย่างเป็นระบบ และเขียนแผน การจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม นอกจากนี้การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัยเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอน ต้องมีการนำเสนอตัวอย่างหลายๆ ตัวอย่างที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ หลักการหรือทฤษฎีต่าง ๆ ของ บทเรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในกฎเกณฑ์ หลักการหรือทฤษฎีนั้นๆ อย่างลึกซึ้งและผู้เรียน สามารถสรุปกฎเกณฑ์ หลักการหรือทฤษฎีต่างๆ ที่เรียนได้ด้วยตนเองสอดคล้องงานวิจัยของธีณรันต์ สังหรณ์ (2556) ได้ทำการศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ความสามารถในการให้เหตุผลและความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ แบบนิรนัย เรื่อง สถิติ สูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สูงกว่า เกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง สถิติ สูงกว่าเกณฑ์ร้อย ละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก มีค่าเฉลี่ยคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า
47 ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัยที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจ เป็นเพราะการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นวิธีการ จัดการเรียนรู้ที่มีความน่าสนใจ และเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ดำเนินการให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ หลักการหรือข้อสรุปตามจุดประสงค์การเรียนรู้ของบทเรียน แล้วฝึก ตามตัวอย่างหลาย ๆ ตัวอย่างที่เป็นรายละเอียด ทำให้การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัยเหมาะสมกับ เนื้อหา เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก และส่งผลให้นักเรียนที่เรียนตามแนวคิดนี้มีความรู้เพิ่มขึ้นและ คงทนในการเรียนรู้ ทั้งนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของรัชนี ภู่พัชรกุล (2551) ได้ศึกษาการเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างวิธีสอนแบบนิรนัย ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคเพื่อนคู่คิดและวิธีสอนแบบปกติผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังใช้วิธีสอนแบบนิรนัยร่วมกับการ เรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคเพื่อนคู่คิดสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 และสูงกว่า นักเรียนที่ใช้วิธีสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้และข้อเสนอแนะสำหรับ การทำวิจัยครั้งต่อไปดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ผู้สอนควรคำนึงถึงระยะเวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบนิรนัย ซึ่ง อาจมีการคลาดเคลื่อนจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่วางไว้ ทั้งนี้อาจปปรับเปลี่ยนเวลาได้ตามความ เหมาะสม และควรหากิจกรรมเพิ่มเติมให้ผู้เรียนที่ทำงานเสร็จก่อนเวลา 1.2 ขั้นอธิบายปัญหาของการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย ในการระบุสิ่งที่สอนในแง่ของ ปัญหาควรเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน และเหมาะสมกับวุฒิภาวะของ ผู้เรียน 1.3 ขั้นฝึกปฏิบัติของการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย เมื่อผู้เรียนเกิดความเข้าใจใน กฎเกณฑ์ หลักการหรือทฤษฎีต่างๆ พอสมควรแล้ว ผู้สอนควรนำเสนอสถานการณ์ใหม่ให้ผู้เรียนฝึก นำความรู้มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่หลากหลาย
48 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัยไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในเนื้อหาอื่นๆ และกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ที่เห็นว่าเหมาะสม 2.2 ควรนำวิธีการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัยไปใช้ในกับผู้เรียนช่วงชั้นอื่น ๆ หรือระดับ อื่นๆ 2.3 ควรทำการศึกษาค้นคว้าผลการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัยกับตัวแปรอื่น ๆ เช่น ความคงทนในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ความสนใจในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ความสามารถใน การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ เป็นต้น เพื่อนำมาพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
49 เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. . (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2553 (ฉบับที่ 3). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. . (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. ชมนาด เชื้อสุวรรณทวี. (2552). ความสำคัญของคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. ชวาลัย ชมดี. (2551). ผลการพัฒนาการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การหา ค่าเฉลี่ย เลขคณิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยวิธีสอนแบบอุปนัยและแบบนิรนัย. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัย มหาสารคาม ดุษฎี ชายภักตร์. (2553). รายงานการสร้างและพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. รายงานการวิจัยกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ โรงเรียนสิชลคุณาธารวิทยา. ทิศนา แขมมณี. (2555). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีณรันต์ สังหรณ์. (2556). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ ความสามารถในการให้เหตุผลและความสามารถในการสื่อสารทาง คณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการมัธยมศึกษา, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. นันทพร ระภักดี. (2551). การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียโดยเทคนิคการสอนแบบอุปนัย นิรนัย เรื่อง ความคล้าย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3, สารนิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต (การมัธยมศึกษา), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บรรดล สุขปิติ. (2552). การประเมินผลและการสร้างแบบทดสอบ. กรุงเทพฯ: กรุงสยามการพิมพ์.
50 เอกสารอ้างอิง (ต่อ) ปราณี กองจินดา. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และทักษะการคิด เลขในใจของนักเรียนที่ได้รับการสอนตามรูปแบบซิปปาโดยใช้แบบฝึกหัดที่เน้น ทักษะการคิดเลขในใจกับนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้คู่มือครู. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. ยุพิน พิพิธกุล. (2557). การสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เยาวดี วิบูลย์ศรี. (2540). การวัดผลและการสร้างแบบสอบสัมฤทธิ์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. รัชนี ภู่พัชรกุล. (2551). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างวิธีสอนแบบนิรนัยร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิคเพื่อนคู่คิดและวิธีสอนแบบปกติ, วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชา หลักสูตรและการสอน), มหาวิทยาลัยทักษิณ. ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. วศิน เกิดดี. (2557). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง ทฤษฎีบทพีทาโกรัส กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 ระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบอุปนัยกับการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย .วิทยานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, สาชาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี/ลพบุรี. วัชรี กาญจน์กีรติ. (2554). การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์. (เอกสารประกอบการสอน). เพชรบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). การวัดผลประเมินผลคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น. สมนึก ภัททิยธณี (2551). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์. สิริพร ทิพย์คง. (2554). การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว
51 เอกสารอ้างอิง (ต่อ) สุพัตรา ภูหงส์สูง. (2550). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง จำนวนเชิงซ้อน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยการสอนแบบอุปนัยและนิรนัย ประกอบการใช้เทคนิค STAD. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา หลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. อนุรักษ์ วภักดิ์เพชร. (2558). ผลการใช้ชุดการสอนแบบนิรนัยและอุปนัยร่วมกับการเรียน แบบร่วมมือเทคนิค STAD ที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหา เจตคติและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัย ราชภัฏสกลนคร. อัญชนา โพธิพลากร. (2555). การพัฒนาชุดการเรียนคณิตศาสตร์, สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การมัธยมศึกษา), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ. อัมพร ม้าคะนอง. (2554). ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์: การพัฒนาเพื่อพัฒนาการ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Eggen, Paul D., Donald P. Kauchak and Robert J. Harder. (1979). Strategies for Teacher Information Processing Models in the Classroom. New Jersey: Englewood Cliffs Prentice – Hill. Fandreyer, Ernest Egon. “Concept Information in Mathematics Using Definition”, Dissertation Abstracts International. 45 (4) (October, 1984): 1061-A. Ford, M. “Inductive versus Deductive Methods of Teaching Area by Programmed Instruction”, Educational Reviews. 16 (2) (February, 1966): 120-121. Heinmiller, Louis E. (1925). A First Book in Education. New York: The Century Co. Lardizabal, Amparo S. and others. (1970). Methods and Principles of Teaching. Quezon City: Alemar – Phoenix. Marine, James A. “An Experimental Comparison of Example-Only VS. Example and Non-Example Strategies of Presenting Concepts from School Geometry”, Dissertation Abstracts International. 37 (10) (April, 1977): 6326-A. Prescott, B. A. (1961). Report of Conference on Child Student. Education Bulletin. Bangkok: Faculty of Education. Chulalongkorn University.
52 เอกสารอ้างอิง (ต่อ) Sidhu, Kulbir Singh. (2009). The Teaching of Mathematics. Third Revised. India: Sterling Printers. Wilson, J. W. (1971). Evaluation of Learning in Secondary School Mathematics. In Handbook on Formative and Summative Evaluation of Student Learning. New York : McGraw-Hill.
53 ภาคผนวก
54 ภาคผนวก ก รายช ื่อผ ู้เช ี่ยวชาญ
55 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ 1. นางสาววรางค์ศิริ คูณชัยรุ่งเรื่อง ครูชำนาญการพิเศษ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล 2. นางพิสมัย เจริญรักษ์ ครูชำนาญการพิเศษ สาขาวิขาคณิตศาสตร์ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล 3. นางสุภาภรณ์ โรมเมือง ครูชำนาญการพิเศษ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล
56 บันทึกข้อความ ส่วนราชการ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่ วันที่ 13 ตุลาคม 2565 เรื่อง ขออนุญาตแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ เรียน คณบดีคณะครุศาสตร์ สิ่งที่ส่งมาด้วย รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 1 ชุด ด้วยรายวิชา การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ให้นางสาวผกามาศ บุราณเดช รหัสประจำตัว 61100140124 นักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชา คณิตศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ทำการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง “การศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบนิรนัยเรื่อง ปริซึมและ ทรงกระบอก ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2” ในการศึกษาครั้งนี้ จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบและพิจารณาเนื้อหาของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งเป็น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยก่อนนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำวิจัย ในการนี้ เพื่อทำการวิจัยในชั้นเรียนให้บรรลุวัตถุประสงค์ จึงขอความอนุเคราะห์ คณะครุศาสตร์ ออกหนังสือราชการในการขออนุญาตแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ณ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล เพื่อตรวจสอบและพิจารณาเครื่องมือดังกล่าว ................................................... ( นางสาวผกามาศ บุราณเดช ) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
57 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
58 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค22101 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 ภาคเรียนที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก เวลาเรียน 8 ชั่วโมง เรื่อง ปริซึม เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวผกามาศ บุราณเดช วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ............ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ ต้องการวัด และนำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 2.1 ม.2/1 ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องพื้นที่ผิวของปริซึม และทรงกระบอกในการแก้ปัญหา คณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง ค 2.1 ม.2/2 ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องปริมาตรของปริซึม และทรงกระบอกในการแก้ปัญหา คณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง สาระสำคัญ 1. รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานทั้งสองเป็นรูปเหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการ ฐานทั้งสองอยู่บน ระนาบที่ขนานกัน และด้านข้างแต่ละด้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน เรียกว่า ปริซึม 2. การเรียกชื่อปริซึม จะเรียกตามฐานของปริซึม เช่น ฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรียกว่า ปริซึม สี่เหลี่ยมจัตุรัส ฐานเป็นสามเหลี่ยม เรียกว่า ปริซึมสามเหลี่ยม เป็นต้น สาระการเรียนรู้ ปริซึม
59 จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบบทเรียนนี้แล้ว นักเรียนสามารถ 1. ด้านความรู้ (K) 1.1 อธิบายลักษณะของปริซึมได้ถูกต้อง 2. ด้านทักษะและกระบวนการ (P) 2.1 จำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึมได้ถูกต้อง 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 3.1. มีความมุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้(รูปแบบการสอนแบบนิรนัย) ขั้นเตรียม 1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้เชิงพฤติกรรมให้นักเรียบรับทราบ 2. ครูทบทวนการหาพื้นที่ของรูปเรขาคณิตสองมิติ และการหาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุม ฉาก การหาพื้นที่ของรูปเรขาคณิตสองมิติ
60 การหาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ขั้นอธิบายหลักเกณฑ์หรือกฎ 3. ครูอธิบายความหมายและส่วนต่าง ๆ ของปริซึม โดยนำเสนอสื่อปริซึมประกอบการ อธิบาย ดังนี้
61 รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานทั้งสองเป็นรูปเหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการ ฐานทั้งสองอยู่บน ระนาบที่ขนานกัน และด้านข้างแต่ละด้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน เรียกว่า ปริซึม 4. ครูอธิบายว่าการเรียกชื่อปริซึม จะเรียกตามฐานของปริซึม เช่น ฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรียกว่า ปริซึมสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฐานเป็นสามเหลี่ยม เรียกว่า ปริซึมสามเหลี่ยม เป็นต้น และนำเสนอสื่อ รูปปริซึมต่าง ๆ ประกอบการอธิบาย ดังนี้ ขั้นใช้ทฤษฎี 5. ครูนำเสนอตัวอย่างการจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึม โดยใช้ ความหมายของปริซึม ดังนี้ ตัวอย่างที่ 1 จงจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึม 1. 2. 3. 4. รูปในข้อ 1 และข้อ 4 เป็นปริซึม ซึ่งสามารถระบายสีฐานของปริซึมทั้งสองได้ดังรูป 6. จากตัวอย่างที่ 1 นักเรียนช่วยกันสรุปเกี่ยวกับการจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึม และที่ไม่เป็นปริซึม โดยใช้ความหมายของปริซึม ตามความเข้าใจของนักเรียน
62 7. นักเรียนทำใบงานที่ 1 เรื่อง รูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึม 8. นักเรียนออกมานำเสนอใบงานที่ 1 เรื่อง รูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็น ปริซึม หน้าชั้นเรียนและร่วมกันเฉลย ขั้นสรุป 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับปริซึม ดังนี้ 1. รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานทั้งสองเป็นรูปเหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการ ฐานทั้งสองอยู่บน ระนาบที่ขนานกัน และด้านข้างแต่ละด้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน เรียกว่า ปริซึม 2. การเรียกชื่อปริซึม จะเรียกตามฐานของปริซึม เช่น ฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรียกว่า ปริซึม สี่เหลี่ยมจัตุรัส ฐานเป็นสามเหลี่ยม เรียกว่า ปริซึมสามเหลี่ยม เป็นต้น ขั้นนำไปใช้ 10. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3.1 ข้อ 1 ในหนังสือเรียนวิชาคณิตศาสตร์
63 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ 1.1 รูปเรขาคณิตสองมิติ 1.2 ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก 1.3 รูปปริซิมต่างๆ 1.4 ใบงานที่ 1 เรื่อง รูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึม 1.5 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุ่ง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดทำโดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ (สสวท). 2. แหล่งการเรียนรู้ 2.1 ห้องสมุดโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล 2.2 google : ปริซึม กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือ วิธีการ เกณฑ์ การประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) 1.1 อธิบายลักษณะของ ปริซึมได้ถูกต้อง ใบงานที่ 1 เรื่อง รูปเรขาคณิตสาม มิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่ เป็นปริซึม ตรวจคำตอบใบงาน ที่ 1 เรื่อง รูป เรขาคณิตสามมิติที่ เป็นปริซึมและที่ไม่ เป็นปริซึม ถูกต้องร้อย ละ 70 ขึ้นไป 2. ด้านทักษะและกระบวนการ (P) 2.1 จำแนกรูปเรขาคณิต สามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็น ปริซึมได้ถูกต้อง ใบงานที่ 1 เรื่อง รูปเรขาคณิตสาม มิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่ เป็นปริซึม ตรวจคำตอบใบงาน ที่ 1 เรื่อง รูป เรขาคณิตสามมิติที่ เป็นปริซึมและที่ไม่ เป็นปริซึม ถูกต้องร้อย ละ 70 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 3.1 มีความมุ่งมั่นในการ ทำงาน แบบประเมินพฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดีขึ้นไป
64 1. จงอธิบายลักษณะของปริซึม ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... 2. จงจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึม ถ้ารูปใดเป็นปริซึมจงระบายฐานของ ปริซึม 1. ตอบ............................................................... 2. ตอบ............................................................... 3. ตอบ............................................................... 4. ตอบ............................................................... 5. ตอบ............................................................... 6. ตอบ............................................................... ชื่อ-สกุล.......................................................ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/............เลขที่.............. ใบงานที่ 1 เรื่อง รูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึม
65 1. จงอธิบายลักษณะของปริซึม (3 คะแนน) รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานทั้งสองเป็นรูปเหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการ ฐานทั้งสองอยู่บน ระนาบที่ขนานกัน และด้านข้างแต่ละด้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน เรียกว่า ปริซึม 2. จงจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึม ถ้ารูปใดเป็นปริซึมจงระบายฐานของ ปริซึม 1. ตอบ......................ไม่เป็นปริซึม......................... 2. ตอบ...........................เป็นปริซึม...................... 3. ตอบ...........................เป็นปริซึม......................... 4. ตอบ...........................เป็นปริซึม....................... 5. ตอบ...........................เป็นปริซึม......................... 6. ตอบ......................ไม่เป็นปริซึม..................... เฉลยใบงานที่ 1 เรื่อง รูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึม ชื่อ-สกุล...........................................................ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/............เลขที่..............
66 แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้ ด้านทักษะ/กระบวนการ และด้านคุณลักษณะที่พึ่งประสงค์ แผนการเรียนเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ปริซึม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ รายการประเมิน ด้านความรู้ (K) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ด้านคุณลักษณะที่พึ่ง ประสงค์(A) 3 ผลการประเมิน 3 ผลการประเมิน 3 ผลการประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
67 สรุปผลการประเมิน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 32 เรื่อง ปริซึม ด้านความรู้ นักเรียนจำนวน …………… คน ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ …………… นักเรียนจำนวน …………… คน ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ …………… ด้านทักษะ/กระบวนการ นักเรียนจำนวน …………… คน ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ …………… นักเรียนจำนวน …………… คน ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ …………… ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ นักเรียนจำนวน …………… คน ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ …………… นักเรียนจำนวน …………… คน ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ …………… ลงชื่อ ………………………………………...... ผู้ประเมิน ( นางสาวผกามาศ บุราณเดช) วันที่ ............ เดือน ...................... พ.ศ..............
68 เกณฑ์การให้คะแนนด้านความรู้ (K) คะแนน เกณฑ์การพิจารณา 3 อธิบายลักษณะของปริซึมได้ครบถ้วน และถูกต้องทั้งหมด 2 อธิบายลักษณะของปริซึมได้ไม่ครบถ้วน แต่ถูกต้องทั้งหมด หรืออธิบายลักษณะของ ปริซึมได้ครบถ้วน และถูกต้องเป็นส่วนมาก 1 อธิบายลักษณะของปริซึมไม่ได้ครบถ้วน และถูกต้องเป็นบางส่วน 0 ไม่อธิบายลักษณะของปริซึม หมายเหตุ ผ่าน หมายถึง นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ไม่ผ่าน หมายถึง นักเรียนได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 70 เกณฑ์การให้คะแนนด้านทักษะ/กระบวนการ (P) คะแนน เกณฑ์การพิจารณา 3 เขียนแสดงการจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึมได้ถูกต้อง ทั้งหมด 2 เขียนแสดงการจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึมได้ถูกต้อง เป็นส่วนมาก 1 เขียนแสดงการจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึมได้ถูกต้อง เป็นบางส่วน 0 เขียนแสดงการจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติที่เป็นปริซึมและที่ไม่เป็นปริซึมได้ถูกต้อง เล็กน้อย หรือไม่ถูกต้องเลย หมายเหตุ ผ่าน หมายถึง นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ไม่ผ่าน หมายถึง นักเรียนได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 70
69 เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณลัณลักษณะอันประสงค์ (A) คะแนน เกณฑ์การพิจารณา 3 มีความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างรอบคอบ จนงานประสบผลสำเร็จเรียบร้อย ครบถ้วนสมบูรณ์ 2 มีความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างรอบคอบ จนงานประสบผลสำเร็จเรียบร้อยส่วน ใหญ่ 1 มีความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างรอบคอบ จนงานประสบผลสำเร็จเรียบร้อยส่วน น้อย 0 มีความมุ่งมั่นในการทำงานแต่ไม่มีความรอบคอบ ส่งผลให้งานไม่ประสบผลสำเร็จ อย่างที่ควร เกณฑ์การให้คะแนน 3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถึง ปานกลาง 1 คะแนน หมายถึง พอใช้ 0 คะแนน หมายถึง ต่ำกว่าเกณฑ์ หมายเหตุ ผ่าน หมายถึง นักเรียนได้คะแนนระดับปานกลางขึ้นไป ไม่ผ่าน หมายถึง นักเรียนได้คะแนนต่ำกว่าระดับปานกลาง
70 บันทึกผลหลังการสอน หน่วยที่4 เรื่อง ปริซึมและทรงกระบอก เรื่องที่สอน ปริซึม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ผลการจัดการเรียนการสอน .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ปัญหา/อุปสรรค .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไข .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงชื่อ ..............................................ผู้บันทึก ( นางสาวผกามาศ บุราณเดช ) ............./............/.............
71 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง 1. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ◻ ดีมาก ◻ ดี ◻ พอใช้ ◻ ควรปรับปรุง ◻ สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ◻ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 2. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ลงชื่อ................................................................... (นางสาววรางค์ศิริ คูณชัยรุ่งเรือง) ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ◻ ดีมาก ◻ ดี ◻ พอใช้ ◻ ควรปรับปรุง ◻ สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ◻ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 2. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ............................................................. (นายสมมาตร เป้าป่าเถื่อน)
72 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ 1. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ◻ ดีมาก ◻ ดี ◻ พอใช้ ◻ ควรปรับปรุง ◻ สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ◻ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 2. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................ ................................ ลงชื่อ......................................................... (นายธีรพล ทะวาปี) ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา 1. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ◻ ดีมาก ◻ ดี ◻ พอใช้ ◻ ควรปรับปรุง ◻ สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ◻ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 2. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................ ................................ ลงชื่อ......................................................... (นายธวัช ทุมมนตรี)
73 แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปริซึมและทรงกระบอก จุดประสงค์การเรียนรู้เชิงพฤติกรรม นักเรียนสามารถ 1. บอกลักษณะของปริซึมได้ถูกต้อง 2. คำนวณหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของปริซึมได้ถูกต้อง 3. ประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ผิวและปริมาตรของปริซึมได้ 4. บอกลักษณะของทรงกระบอกได้ถูกต้อง 5. . คำนวณหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของทรงกระบอกได้ถูกต้อง 6. ประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ผิวและปริมาตรของทรงกระบอกได้ถูกต้อง คำชี้แจง 1. ข้อสอบทั้งหมดเป็นข้อสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ คะแนนเต็ม 20 คะแนน 2. ใช้เวลาทดสอบ 50 นาที 3. จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดในแต่ละข้อเพียงคำตอบเดียว โดยทำเครื่องหมาย ( x ) ลงใน ช่องว่าง ก, ข, ค หรือ ง 4. ตรวจสอบความเรียบร้อยของแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ กรณีที่แบบทดสอบสอบ หรือกระดาษคำตอบมีปัญหาให้แจ้งผู้คุมสอบเพื่อขอรับแบบบทดสอบหรือกระดาษคำตอบใหม่ 5. ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบก่อนหมดเวลา ห้ามขีดเขียนข้อความใดๆ ลงในแบบทดสอบ
74 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปริซึมและทรงกระบอก คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท × ในช่องตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุดแต่ละข้อในกระดาษคำตอบ 1. ปริซึมมีลักษณะดังข้อใด ก. รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานเป็นรูปเหลี่ยม ข. รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานสองฐานอยู่ใน ระนาบที่ขนานกัน ค. รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานสองฐานเป็นรูป สี่เหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการ ง. รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานสองฐานเป็นรูป สี่เหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการและฐานทั้งสองอยู่ใน ระนาบที่ขนานกัน 2. รูปในข้อใดเป็นปริซึม ก. ข. ค. ง. จากรูป จงตอบคำถามข้อ 3-5 3. ปริซึมมีพื้นที่ฐานทั้งสองเท่ากับเท่าใด ก. 18 ตารางนิ้ว ข. 24 ตารางนิ้ว ค. 48 ตารางนิ้ว ง. 72 ตารางนิ้ว 4. ปริซึมมีพื้นที่ผิวเท่ากับเท่าใด ก. 72 ตารางนิ้ว ข. 108 ตารางนิ้ว ค. 144 ตารางนิ้ว ง. 216 ตารางนิ้ว 5. ปริซึมมีปริมาตรท่ากับเท่าใด ก. 24 ลูกบาศก์หน่วย ข. 72 ลูกบาศก์หน่วย ค. 108 ลูกบาศก์หน่วย ง. 144 ลูกบาศก์หน่วย 6. กล่องทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีด้านยาวด้านละ 4 เซนติเมตร จะมีพื้นที่ผิวเท่าใด ก. 16 ตร.ซม. ข. 25 ตร.ซม. ค. 36 ตร.ซม. ง. 96 ตร.ซม. จากรูป จงตอบคำถามข้อ 7-8 7. ปริซึมมีพื้นที่ผิวข้างกี่ตารางหน่วย ก. 50 ตารางหน่วย ข. 100 ตารางหน่วย ค. 150 ตารางหน่วย ง. 200 ตารางหน่วย 8. ปริซึมมีปริมาตรกี่ลูกบาศก์หน่วย ก. 6 ลูกบาศก์หน่วย ข. 60 ลูกบาศก์หน่วย ค. 7.5 ลูกบาศก์หน่วย ง. 30 ลูกบาศก์หน่วย 9. ปริซึมหกเหลี่ยมด้านเท่า มีความยาวด้านยาว 8 เซนติเมตร ปริซึมมีพื้นที่ผิวเท่าใด ก. 192√3 + 384 ตร.ซม. ข. 96√3 + 384 ตร.ซม. ค. 96√3 ตร.ซม. ง. 192√3 ตร.ซม. 10. จงหาปริมาตรของปริซึมต่อไปนี้ ก. 25 ลูกบาศก์เมตร ข. 50 ลูกบาศก์เมตร ค. 75 ลูกบาศก์เมตร ง. 100 ลูกบาศก์เมตร
75 11. ปริซึมสี่เหลี่ยมด้านขนาน มีความยาวด้านยาว 7 เซนติเมตร 5 เซนติเมตรและมีความสูง 12 เซนติเมตร ดังรูป ปริซึมมีปริมาตรเท่าใด ก. 252 ลบ.ซม. ข. 288 ลบ.ซม. ค. 340 ลบ.ซม. ง. 432 ลบ.ซม. 12. เสาคอนกรีตตันต้นหนึ่ง ฐานเป็นรูปหกเหลี่ยม ด้านเท่ามุมเท่ายาวด้านละ 8 ฟุต เสาตันนี้สูง 24 ฟุต ถ้าต้องการทาสีด้านข้างของเสา จะเสียค่าจ้างเท่าใด ถ้าค่าจ้างทาสีตารางฟุตละ 2 บาท ก. 224 บาท ข. 384 บาท ค. 2,304 บาท ง. 23,040 บาท 13. เสาไฟฟ้าต้นหนึ่ง มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งยาวด้านละ 40 เซนติเมตร สูง 12 เมตร ถ้า เสาไฟฟ้าทำด้วยคอนกรีต จะต้องใช้คอนกรีต ปริมาตรเท่าใด ก. 192 ลูกบาศก์เมตร ข. 92 ลูกบาศก์เมตร ค. 0.92 ลูกบาศก์เมตร ง. 1.92 ลูกบาศก์เมตร 14. ฐานของทรงกระบอกเป็นรูปใด ก. สามเหลี่ยม ข. สี่เหลี่ยม ค. วงกลม ง. วงรี จากรูป จงตอบคำถามข้อ 15-16 15. พื้นที่ผิวของทรงกระบอกเท่ากับเท่าใด ก. 400 ตารางฟุต ข. 628 ตารางฟุต ค. 1,256 ตารางฟุต ง. 1,884 ตารางฟุต 16. ปริมาตรของทรงกระบอกเท่ากับเท่าใด ก. 314 ลูกบาศก์ฟุต ข. 628 ลูกบาศก์ฟุต ค. 3,140 ลูกบาศก์ฟุต ง. 6,280 ลูกบาศก์ฟุต 17. ทรงกระบอกรูปหนึ่ง มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 14 เซนติเมตร และสูง 5 เซนติเมตร ทรงกระบอกมี พื้นที่ผิวเท่าใด ก. 308 ตร.ซม. ข. 352 ตร.ซม. ค. 528 ตร.ซม. ง. 582 ตร.ซม. 18. ทรงกระบอกรูปหนึ่ง มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.4 เซนติเมตร และสูง 2เซนติเมตร ทรงกระบอกมี ปริมาตรเท่าใด ก. 3.08 ลบ.ซม. ข. 4.4 ลบ.ซม. ค. 8.8 ลบ.ซม. ง. 12.32 ลบ.ซม. 19. วงแหวนโลหะมีลักษณะเป็นทรงกระบอกกลวง มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในวงแหวนยาว 4 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกวงแหวนยาว 6 เซนติเมตร และมีความสูง 2 เซนติเมตร ถ้านำวง แวนไปชุบสี พื้นที่ผิวของวงแหวนที่เคลือบสีจะเป็น เท่าใด ก. 94.2 ตร.ซม. ข. 94.4 ตร.ซม. ค. 104.2 ตร.ซม. ง. 104.4 ตร.ซม. 20. ทรงกระบอกกลวงเส้นผ่านศูนย์กลางภายในยาว 44 เซนติเมตร หนา 2 เซนติเมตร ยาว 25 เซนติเมตร จงหาผิวข้างภายในกับภายนอกต่างกัน เท่าไร ก. 157 ตารางเซนติเมตร ข. 314 ตารางเซนติเมตร ค. 384 ตารางเซนติเมตร ง. 370 ตารางเซนติเมตร
76 ชื่อ......................................................................................... ชั้น................... เลขที่.................. กระดาษคำตอบ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปริซึมและทรงกระบอก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 คำชี้แจง : จงทำเครื่องหมายกากบาท × ในช่องตัวเลือกที่ถูกที่สุด (20 คะแนน) ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง 1 11 2 12 3 13 4 14 5 15 6 16 7 17 8 18 9 19 10 20
77 เฉลยแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปริซึมและทรงกระบอก ข้อ คำตอบ 1 ง. รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานสองฐานเป็น รูปสี่เหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการและฐานทั้ง สองอยู่ในระนาบที่ขนานกัน 2 ข. 3 ค. 48 ตารางนิ้ว 4 ข. 108 ตารางนิ้ว 5 ข. 72 ลูกบาศก์หน่วย 6 ง. 96 ตร.ซม. 7 ค. 120 ตารางหน่วย 8 ข. 60 ลูกบาศก์หน่วย 9 ก. 192√3 + 384 ตร.ซม. 10 ง. 100 ลูกบาศก์เมตร 11 ก. 252 ลบ.ซม. 12 ค. 2,304 บาท 13 ง. 1.92 ลูกบาศก์เมตร 14 ค. วงกลม 15 ง. 1,884 ตารางฟุต 16 ง. 6,280 ลูกบาศก์ฟุต 17 ค. 528 ตร.ซม. 18 ก. 3.08 ลบ.ซม. 19 ค. 104.2 ตร.ซม. 20 ข. 314 ตารางเซนติเมตร
78 ภาคผนวก ค การหาประสิทธิภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
79 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ปริซึม คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแผนการจัดการเรียน โดยใส่เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณา มี ดังนี้ +1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ 0 หมายถึง เมื่อไม่แน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ -1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความไม่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนและ สัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมและสอดคล้องกับความสามารถ ผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือ ปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และ ความสามารถผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ กิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ
80 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)...........................................................ผู้ประเมิน (……..……………………………………………)
81 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง พื้นที่ผิวของปริซึม คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแผนการจัดการเรียน โดยใส่เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณา มี ดังนี้ +1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ 0 หมายถึง เมื่อไม่แน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ -1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความไม่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนและ สัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมและสอดคล้องกับความสามารถ ผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือ ปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และ ความสามารถผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ กิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ
82 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)...........................................................ผู้ประเมิน (……..……………………………………………)
83 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ปริมาตรของปริซึม(1) คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแผนการจัดการเรียน โดยใส่เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณา มี ดังนี้ +1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ 0 หมายถึง เมื่อไม่แน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ -1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความไม่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนและ สัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมและสอดคล้องกับความสามารถ ผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือ ปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และ ความสามารถผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ กิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ
84 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)...........................................................ผู้ประเมิน (……..……………………………………………)
85 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ปริมาตรของปริซึม(2) คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแผนการจัดการเรียน โดยใส่เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณา มี ดังนี้ +1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ 0 หมายถึง เมื่อไม่แน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ -1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความไม่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนและ สัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมและสอดคล้องกับความสามารถ ผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือ ปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และ ความสามารถผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ กิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ
86 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)...........................................................ผู้ประเมิน (……..……………………………………………)
87 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ทรงกระบอก คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแผนการจัดการเรียน โดยใส่เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณา มี ดังนี้ +1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ 0 หมายถึง เมื่อไม่แน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ -1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความไม่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนและ สัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมและสอดคล้องกับความสามารถ ผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือ ปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และ ความสามารถผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ กิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ
88 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)...........................................................ผู้ประเมิน (……..……………………………………………)
89 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง พื้นที่ผิวของทรงกระบอก คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแผนการจัดการเรียน โดยใส่เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณา มี ดังนี้ +1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ 0 หมายถึง เมื่อไม่แน่ใจว่าประเด็นข้อความสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ -1 หมายถึง เมื่อแน่ใจว่าประเด็นข้อความไม่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนและ สัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมและสอดคล้องกับความสามารถ ผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือ ปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และ ความสามารถผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ กิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ
90 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ................................................................................................................................................................ (ลงชื่อ)...........................................................ผู้ประเมิน (……..……………………………………………)