The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนกฎหมายรัฐธรรมนูญ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by มงคล สุขีลักษณ์, 2022-03-15 03:41:47

เอกสารประกอบการเรียนกฎหมายรัฐธรรมนูญ

เอกสารประกอบการเรียนกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ชอ่ื -สกลุ ................................................ ชัน้ ........ เลขที.่ .......

[Date] 1

คำนำ

เอกสารประกอบการเรียนรายวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ ส 30221 ผู้จัดทำได้จัดทำขึ้น
เพ่ือใช้พัฒนาการเรียนการสอน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนวัชรวิทยา เน่ืองจากในรายวิชานี้ไม่มีสำนักพิมพ์ใด
จัดทำหนังสือเรียนที่มีเน้ือหาตรงตามหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอนจึงจัดทำเอกสารประกอบการเรียน
ในรายวิชานี้ข้ึนกโดยการศึกษาหลักสูตร ค้นคว้า จากเอกสาร ตำราความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย
รัฐธรรมนูญ และเอกสารอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้อง เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจท่ีชัดเจนถูกต้อง
ตรงตามหลกั สูตร และตรงตามหลักวิชาเกี่ยวกบั เอกสารประกอบการเรียน

เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา กฎหมายรัฐธรรมนูญ ส 30221 ที่จัดทำขึ้น มีเนื้อหา
ท้ังหมด 4 บท ประกอบด้วย ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ สำรวจกฎหมาย
รฐั ธรรมนูญของไทย แนวคดิ โครงสร้างของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเจาะลึกเก่ียวกับรฐั ธรรมนญู

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
ได้เรียนรู้อย่างมีความสุข เต็มศักยภาพของผู้เรียน และสามารถพัฒนาการเรยี นการสอนให้มีคุณภาพ
ตามวตั ถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร

ก | ห น้ า

สารบญั

หน้า
คำนำ .................................................................................................................. ก
สารบัญ............................................................................................................... ข
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 ความรูเ้ บื้องต้นเก่ยี วกบั กฎหมายรัฐธรรมนูญ.............................1

สำรวจความรู้เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ............................................................. 2
กวา่ จะมาเป็นกฎหมายรัฐธรรมนญู ...........................................................................4
ทีม่ าของกฎหมายรัฐธรรมนูญ.................................................................................. 6
การได้มาซึง่ กฎหมายรฐั ธรรมนูญ............................................................................12
ประเภทของกฎหมายรฐั ธรรมนญู ...........................................................................16
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 สำรวจกฎหมายรฐั ธรรมนูญของไทย....................................... 19
สง่ิ ทีไ่ ด้จากกฎหมายรฐั ธรรมนูญ 2560 .................................................................. 20
การมีส่วนรว่ มในกฎหมายรฐั ธรรมนูญ 2560.......................................................... 26
รวบรัดรัฐธรรมนญู ไทยในแตล่ ะฉบบั ...................................................................... 29
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 แนวคิดและโครงสรา้ งกฎหมายรฐั ธรรมนญู ............................ 37
อำนาจอธิปไตย (Sovereignty) ............................................................................... 38
แนวคิดทีป่ รากฏในกฎหมายรัฐธรรมนูญ .................................................................41
โครงสร้างของกฎหมายรฐั ธรรมนญู ........................................................................44
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 เจาะลึกเกย่ี วกบั รฐั ธรรมนูญ 2560 .........................................48
สาระสำคัญของกฎหมายรัฐธรรมนญู ฉบบั 2560...................................................49
เปิดเงอ่ื นไขกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ 2560........................................................ 66
การออกกฎหมายตามรัฐธรรมนญู 2560............................................................... 68
เปรียบเทียบระบบเลือกต้ังแต่ 2540 ถึงปัจจบุ นั .......................................................75
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมอื ง .............................................. 89
Short Note.........................................................................................................95
ตารางบันทึกคะแนนการทำกิจกรรม......................................................................99
บรรณานกุ รม.....................................................................................................101

ข | ห น้ า

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1

ความรูเ้ บ้ืองตน้ เกีย่ วกบั กฎหมายรัฐธรรมนูญ

สารวจความรู้ กวา่ จะมาเป็น ทมี่ าของกฎหมาย การได้มาซึง่ ประเภทของ
เกี่ยวกับกฎหมาย กฎหมาย รัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎหมาย
รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ
1 | ห น้ า

-สารวจความรู้เก่ียวกบั กฎหมายรัฐธรรมนูญ--

คำชีแ้ จง : ให้นกั เรียนทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องตารางทกี่ ำหนดให้ และหากพบวา่ ข้อความ
นนั้ ผดิ ใหน้ ักเรียนแก้ไขให้ถกู ตอ้ ง

ประเด็น ถูก ผิด แกไ้ ข

1. ห าก ป ระเท ศน้ั นใช้รัฐธรรม นูญ เป็ น ห ลั ก
ในการปกครองประเทศ รัฐธรรมนูญจะมีสถานะ
เป็นกฎหมายสูงสุดเพยี งกฎหมายเดียวเทา่ น้ัน
2. กฎหมายอื่น ๆ จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบ
ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ยกเว้นกฎหมายที่ออก
โดยท้องถิ่น
3. กฎหมายรัฐธรรมนูญของไทย ในปัจจุบันบังคับ
ใช้ในปี 2560 นับเปน็ ฉบับที่ 18
4. โค รงส ร้างอ ำน าจ ภ าย ใน ข อ งก ฎ ห ม าย
รัฐธรรมนูญ แบ่งออกเป็น ฝ่ายนิติบั ญ ญั ติ
บริหาร และตุลาการ
5. จุดกำเนิดของกฎหมายรัฐธรรมนูญเริ่มมาจาก
ก า ร ป ร ะ ก า ศ ใช้ ข้ อ บั ง คั บ สั น ติ ภ า พ โล ก
หลังสงครามโลกคร้ังที่ 2
6. ในรัฐธรรมนูญ ไทย จะกำหนดไว้เสมอว่า
อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน
7.ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทยให้อำนาจ
ประชาชนเปน็ ผเู้ ลอื กต้ัง สรรหานายกโดยตรง
8.รัฐธรรมนูญฉบับปจั จบุ ันของไทยกำหนดให้ ส.ส.
และ ส.ว. มาจากการเลอื กตั้ง
9 .รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ไท ย ใน ปั จ จุ บั น อ อ ก โด ย
ฝา่ ยนิตบิ ัญญัติ และฝ่ายบริหาร
10.จุดเริ่มต้นของการใช้รัฐธรรมนูญ มาเป็น
กฎหมายสูงสดุ ในการปกครองประเทศ เกิดขึ้นหลงั
ปี 2474

2 | ห น้ า

ถ้า “รัฐธรรมนญู ” ไม่ใช่คำตอบหลักในการปกครองประเทศ
นักเรียนคิดวา่ อะไรทีจ่ ะเขา้ มาแทนที่ ได้ดที ี่สดุ ?

3 | ห น้ า

-กว่าจะมาเป็นกฎหมายรัฐธรรมนญู -

คำชีแ้ จง : ให้นักเรียนรับชมวิดที ศั น์และตอบคำถามจากสิ่งทคี่ รูกำหนดให้

1. กฎบัตรดังกล่าว มชี ื่อวา่ ………………………………………………………………………….

2. สาเหตทุ ่นี ำไปสูก่ ารเกิดมหากฎบัตรมีสาเหตุมาจาก ………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จุดประสงคข์ องมหากฎบัตรนส้ี ร้างขึ้นเพื่อ ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. มหากฎบัตรทเ่ี กดิ ข้นึ ถูกนำไปใช้ในเหตุการณใ์ ดบา้ ง ………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. สาระของมหากฎบตั รทีส่ ำคัญอันนำไปสู่แนวคิดพืน้ ฐานมีอะไรบา้ ง ………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. จงบอกประโยชน์ของมหากฎบตั รมาอยา่ งนอ้ ย 3 ข้อ ……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4 | ห น้ า

Magna Carta หลักศลิ าประชาธิปไตย

ปฐมบทปฏริ ปู สถาบนั กษตั รยิ อ์ งั กฤษ

กษตั ริยจ์ อห์นแหง่ ราชวงศอ์ งั กฤษลงนามในกฎบตั รแมกนา คาร์ตา กฎบัตรแมกนา คาร์ตา (Magna Carta)
ยอมรับหลกั การที่วา่ “ไมม่ ีผู้ใดอยู่เหรือกฎหมาย” เป็นกฎบัตรที่ได้ชื่อว่าเป็น “ต้นแบบรัฐธรรมนูญ”
ในหลายประเทศทั่วโลกนี้ ถูกลงนามเมื่อวันที่
15 มิ ถุ น า ย น ค .ศ .1215 ริ ม ฝ่ั งแ ม่ น้ ำ เท ม ส์
เพื่อทำหน้าที่เป็นข้อตกลงระหว่างพระเจ้าจอห์น
แห่งอังกฤษ และขุนนางชั้นสูงผู้ซึ่งไม่สามารถทน
ต่อพฤติกรรมในการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม
และการขูดรีดภาษีจากประชาชน

พระเจ้าจอห์นจึงได้ยื่นข้อเสนอให้เกิดการปฏิรูปการใช้อำนาจของพระมหากษัตริย์ และขอให้
อำนาจของกษัตริย์อยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งก็คือ “กฎบัตรแมกนาคาร์ตา” และกฎบัตรฉบับนี้ได้ผ่าน
การเปล่ียนแปลงหลายคร้ัง จนกระทั่งปี ค.ศ.1225 เกิดเป็นฉบับที่รู้จักกันทุกวันนี้ และกลายเป็น
สัญ ลักษณ์ และจารีตทางการเมืองการปกครอง ซึ่งลอร์ดเดนนิง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ของสหราชอาณาจักรเคยกล่าวไว้ว่าเป็น “เอกสารด้านรัฐธรรมนูญท่ียิ่งใหญ่ท่ีสุดตลอดกาล
เป็นรากฐานแหง่ แนวคิดว่าเสรีภาพของปจั เจกอยูเ่ หนืออำนาจตามอำเภอใจของเผดจ็ การ”

-3 ข้อตอ้ งร้เู กีย่ วกบั แมกนา คาร์ตา-

แมกนา คารต์ าระบุถึงสิทธิข้ันพืน้ ฐานโดยมีหลักการวา่ ไมม่ ผี ู้ใดอยเู่ หนือกฎหมาย แม้แต่กษัตริยก์ ต็ าม

ในกฎบัตรระบุถึงสิทธิในการได้รับการไต่สวนคดีอย่างยุติธรรม และจำกัด “การต้องจ่ายภาษี
โดยไม่มีสิทธิออกเสียงในการปกครอง” (Taxation without representation)

แมกนา คาร์ตาเป็นต้นแบบของเอกสารเกี่ยวกับประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนหลายฉบับ
รวมถึงรัฐธรรมนญู ของสหรฐั อเมริกาและปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธิมนษุ ยชน

5 | ห น้ า

-ท่ีมาของกฎหมายรัฐธรรมนญู -

รัฐธรรมนูญ “รัฐธรรมนูญ” หมายความถึง กฎหมายข้ันมูลฐาน
ของรัฐ ซ่ึงกลา่ วถึงกฎเกณฑ์ท่ีจดั วางระเบียบความสัมพันธ์
ระหว่างผู้ปกครองกับผู้อยู่ใต้การปกครอง เป็นกฎหมายท่ี
อยู่ในฐานะสูงกว่ากฎหมายอื่น ๆ ทั้งปวง ซึ่งกฎหมายอ่ืน ๆ
จะมีวิธีการจัดทำ หรือมีข้อความที่ขัด หรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ
ไม่ได้ รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายที่กำหนดถึงกฎเกณ ฑ์
การปกครองท างด้านการเมืองอย่างกว้าง ๆ กำหนด
รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดรูปบริหารในทางการเมืองของรัฐ
หรือประเทศ

การวิวัฒนาการรัฐธรรมนญู

รัฐธรรมนูญ ของอังกฤษซึ่งเป็นแม่บทการปกครองระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน
และเป็นรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีน้ัน เป็นตัวอย่างที่ดีของรัฐธรรมนูญที่มีประวัติความเป็นมา
โดยการวิวฒั นาการ กล่าวคือ อำนาจอธิปไตยในสมัยแรก ๆ ของประเทศองั กฤษที่องค์พระมหากษัตริย์
ต่อมาได้ก่อเกิดการวิวัฒนาการของรัฐธรรมนูญอังกฤษนั้นพร้อม ๆ กันกับการวิวัฒนาการของระบอบ
ประชาธิปไตย และได้ใช้เวลาหลายร้อยปีโดยเริ่มจากกฎบัตรแม็กนาคาร์ตา (Magna Cata)
ซึ่งกระทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1215 กล่าวได้ว่ากฎบัตรนี้เป็นสัญญาระหว่างพระเจ้าจอห์น
และพวกบารอนซึ่งพระเจ้าจอห์นได้ยอมลงพระปรมาภิไธยภายหลังที่พระองค์ทรงพ่ายแพ้ในการรบพุ่ง
กฎบัตรแม็กนาคาร์ตาได้กำหนดถึงองค์การและอำนาจของสภาใหญ่ หลังจากนั้นเป็นต้นมา
อำนาจของพระมหากษัตริย์อังกฤษก็ค่อย ๆ ถูกจำกัดลง จนในที่สุดอังกฤษก็ได้มีรัฐธรรมนูญขึ้นมาใช้
ในการปกครองประเทศ โดยที่พระมหากษตั ริยอ์ ย่ภู ายใต้กฎหมายรัฐธรรมนญู

6 | ห น้ า

การวิวฒั นาการรัฐธรรมนญู ไทย

สมัยพอ่ ขนุ รามคำแหงมหาราช

ศิ ล า จ า รึ ก ห ลั ก อ า จ ถื อ ว่ า เป็ น ก ฎ ห ม า ย รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ เที ย บ ได้ กั บ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ฉ บั บ แ ร ก
ของอังกฤษ มีการกำหนดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และรักษาสิทธิมนุษยชน เห็นได้จากข้อความ
ที่กล่าวถึง มีการคุ้มครองเชลยศึก นอกจากนี้ยังมีข้อความเสมือนเป็นบทบัญญัติในกฎมณเฑียรบาล
บทบัญญัติในกฎหมายแพ่งลักษณะครอบครัวและมรดก ตลอดจนการพิจารณาความแพ่ง
และอาญา แตก่ ฎหมายเหล่านั้นกระจัดกระจายอยู่ในหลายแห่งไม่เป็นหมวดหมู่เรียบร้อย ซึง่ กฎหมาย
ดังกล่าวมีลักษณะเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ การปกครองแผ่นดิน พระราชอำนาจในการตรา
กฎหมาย อาทิ กฎหมายเกี่ยวกับขุนศาลตระลาการมากกว่าจะมีลักษณะเป็นรัฐธรรมนูญตามความ
เข้าใจในปจั จุบนั คือ ไม่มบี ทจำกัดพระราชอำนาจของพระมหากษตั ริยไ์ ว้

สมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว (รัชกาลที่ 5)

สบื เน่ืองมาจากเหตุการณท์ ี่กองกำลังของอังกฤษเข้ายึดเมืองมณั ฑะเลย์ของพม่า เพ่ือป้องกัน
อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้
พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ อัครราชทูตประจำกรุงปารีส ถวายรายงานและความเห็นต่อ
ประเด็นปัญหานี้ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ได้เรียกประชุมพระบรมวงศานุวงศ์
และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสถานทูตในกรุงลอนดอนและกรุงปารีสเพื่อระดมความเห็น และได้จัดทำ
คำกราบบังคมทูลโดยมีเนื้อหาว่า ประเทศไทยควรเปล่ียนหลักการพื้นฐานของการปกครองจาก
“แอโสลูดโมนากี” มาเป็น “คอนสติตูชาแนลโมนากี” ควรสร้างระบบคาบิเนต คือ คณะรัฐบาลที่
ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้รัฐบาลมีประสทิ ธิภาพในการรักษากฎหมาย
ให้เกิดความสงบเรียบร้อย ควรปรับปรุงกฎหมายบ้านเมอื ง และให้มเี สรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงคณ ะผู้จัดทำ
คำกราบบังคมทูลว่า ทรงขอบพระราชหฤทัย การท้ังหลายที่ได้กราบบังคมทูลมาน้ันล้วนแต่เป็นส่ิงที่
ทรงมีพระราชดำริแล้วทั้งส้ินแต่ยังไม่อาจดำเนินการให้ลุล่วงได้ เนื่องมาจากความไม่พร้อม
ของบคุ คลกรทีจ่ ะเขา้ มารับภารกิจตา่ ง ๆ

สมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หวั (รชั กาลที่ 6)

ได้ทรงจัดให้มีการต้ังดุสิตธานีขึ้นเพื่อทดลองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ในระดับท้องถิ่น ซึ่งเทียบได้กับการปกครองจังหวัด โดยได้ทรงประกาศใช้ธรรมนูญลักษณะปกครอง
คณะนคราภิบาล (ดุสติ ธานี) พระพทุ ธศักราช 2461 ขนึ้ ใช้บงั คับในเขตจงั หวดั ดสุ ติ ธานีด

7 | ห น้ า

สมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยู่หวั (รัชกาลที่ 7)

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานอยู่แต่เดิมที่จะพระราชทาน
รัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนชาวไทยในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2475 แต่เมื่อถึงเวลาก็มิได้พระราชทาน
เนื่องจากอภิรัฐมนตรีสภากราบบังคมทูลทัดทานไว้ว่ายังไม่ถึงเวลาอันสมควร ซึ่งต่อมาในวันที่
24 มิถุนายน พ.ศ.2475 คณะราษฎรจึงได้ทำการปฏิวัติเปล่ียนแปลงการปกครองประเทศจากระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รฐั ธรรมนูญ และได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ
ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2475
ถอื เป็นรัฐธรรมนญู ฉบับแรกของประเทศไทย ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 พระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475
ซึ่งถือเป็นรฐั ธรรมนญู ฉบับถาวรฉบบั แรกของประเทศไทย

นับจากวันที่มีการเปล่ียนแปลงการปกครองแล้ว ประเทศไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
มาแลว้ ท้ังสิน้ 20 ฉบบั ดงั นี้

ฉบับท่ี 1 คือ พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองสยามช่ัวคราว พุทธศักราช 2475
ประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2475 และถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475
ด้วยสาเหตุประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับถาวร สาระสำคัญ เป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับเดียว
ทใ่ี ชค้ ำนำหน้าว่า “พระราชบญั ญัติ” เหมือนกฎหมายสามญั ท่วั ไป

ฉบับท่ี 2 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ประกาศใช้เมื่อวันที่
10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2489 ด้วยสาเหตุประกาศใช้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2489 สาระสำคัญเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรท่ีมี
ระยะเวลาใช้บังคบั นานท่สี ุด 13 ปี 4 เดอื น 29 วนั ต่อมามีการแก้ไขเพิม่ เติมรฐั ธรรมนูญ 3 คร้ัง

ครั้งที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยนามประเทศ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2482
โดยเปลย่ี นนามประเทศจาก “สยาม” เป็น “ประเทศไทย” และใช้ประเทศไทยต้ังแต่นั้นมา

คร้ังที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยบทเฉพาะกาล เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2483
ขย าย เวล าจาก 10 ปี เป็ น 20 ปี ที่ ก ำห น ด ให้ ส ม าชิก ป ระเภ ท ที่ 2 (แ ต่ งตั้ ง) ห ม ด ไป
เหลอื สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทีม่ าจากการเลือกต้ังประเภทเดียว

ครั้งที่ 3 แก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 3
ธันวาคม พ.ศ.2485 ขยายเวลา ส.ส. ออกไปอีกคราวละไม่เกิน 2 ปี โดยขยายเวลาออกไป 2 ครั้ง
ใน พ.ศ.2485 และ พ.ศ.2487

8 | ห น้ า

ฉบับท่ี 3 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9
พฤษภาคม พ.ศ.2489 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 ด้วยสาเหตุรัฐประหารโดย
พลโทผิน ชุณหะวัณ สาระสำคัญรัฐสภาประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่ พฤฒสภา และสภา
ผแู้ ทนราษฎร รัฐธรรมนูญฉบบั น้มี ีการใชค้ ำพฤฒสภาแทนวุฒิสภา เพยี งฉบับเดียว

ฉบับท่ี 4 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490
ประกาศใช้เมื่อวนั ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 ถกู ยกเลิก เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2492 ดว้ ยสาเหตุ
ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร สาระสำคัญ เป็นรัฐธรรมนูญท่ีคณะรัฐประหารรา่ งไว้ล่วงหน้า
โดยเอาตมุ่ แดงทับไว้ จงึ เรียกวา่ “รฐั ธรรมนญู ใตต้ มุ่ ”

ฉบับท่ี 5 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 ประกาศใช้เมื่อวันที่
23 มี น าค ม พ .ศ .2492 ถู กย ก เลิ ก เมื่ อ วัน ที่ 29 พ ฤศ จิก าย น พ .ศ .249 4 ด้ วย ส าเห ตุ
พลเอกผิน ชุณหะวณั ยึดอำนาจการปกครองครั้งที่ 2 สาระสำคญั ยกรา่ งโดยสภารา่ งรัฐธรรมนูญ
รัฐสภาประกอบด้วยวุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎร และมิได้กำหนดว่านายกรัฐมนตรีต้องมา
จากการเลือกตงั้

ฉบับท่ี 6 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศักราช 2495 ประกาศใช้เมื่อ 8 มีนาคม พ.ศ.2495 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501
ด้วยสาเหตุการปฏิวัติภายใต้การนำของ จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ สาระสำคัญได้นำรัฐธรรมนูญ
ฉ บั บ ท่ี 2 ซ่ึ งป ระก าศ ใช้ เมื่ อ วัน ท่ี 10 ธั น วาค ม 2475 ม าใช้ บั งคั บ ไป พ ล างก่ อ น
เพื่อรา่ งรฐั ธรรมนญู ฉบับใหม่

ฉบับท่ี 7 คือ ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 ประกาศใช้เมื่อวันที่
28 มกราคม พ.ศ.2502 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2511 ด้วยสาเหตุประกาศใช้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 สาระสำคัญ มีการใช้อำนาจเด็ดขาด
ของนายกรัฐมนตรี สั่งประหารชีวิต จำคุก หรือยึดทรัพย์สิน ตามมาตรา 17 ของรัฐธรรมนูญ
ฉบับน้ี

ฉบับท่ี 8 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 20
มิถุนายน พ.ศ.2511 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2514 ด้วยสาเหตุปฏิวัติภายใต้การนำ
ของ จอมพลถนอม กิตติขจร สาระสำคัญ มีการถ่วงดุลอำนาจระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ
และอำนาจบริหาร โดยนายกรฐั มนตรี หรือรฐั มนตรีจะเปน็ สมาชิกรัฐสภาในขณะเดียวกันมิได้

9 | ห น้ า

ฉบับท่ี 9 คือ ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 ประกาศใช้เมื่อวันที่
15 ธันวาคม พ.ศ.2515 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2517 ด้วยสาเหตุประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
ฉบับใหม่ สาระสำคัญรัฐสภามีสภาเดียว ได้แก่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และมีการใช้อำนาจ
เด็ดขาด จนเกดิ การเรยี กรอ้ งประชาธิปไตย เมือ่ วนั ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516

ฉบับท่ี 10 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 ประกาศใช้เมื่อวันที่
7 ตุลาคม พ.ศ.2517 ถูกยกเลิกเม่ือวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 ด้วยสาเหตุยึดอำนาจโดยคณะปฏิรูป
การปกครองแผ่นดิน จากการนำของพลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ สาระสำคัญมีการใช้คำว่า
“ปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน” เปน็ คร้ังแรกในการยึดอำนาจ

ฉบับท่ี 11 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 ประกาศใช้เมื่อวันที่
2 ตุลาคม พ.ศ.2519 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2520 ด้วยสาเหตุปฏิวัติโดย
พลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ สาระสำคัญ มีการยึดอำนาจซ้ำ และรัฐสภามีสภาเดียว ได้แก่
สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดนิ

ฉบับท่ี 12 คือ ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520 ประกาศใช้เม่ือวันที่
9 พฤศจิกายน พ.ศ.2520 ถูกยกเลิก เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2521 ด้วยสาเหตุปฏิวัติซ้ำ
โดยพลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ สาระสำคญั ยังคงมีสภาเดียว ได้แก่ สภานติ ิบญั ญัติแหง่ ชาติ

ฉบับท่ี 13 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 ประกาศใช้เมื่อวันที่
22 ธันวาคม พ.ศ.2521 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534 ด้วยสาเหตุยึดอำนาจโดย
คณะรกั ษาความสงบเรียบร้อยแหง่ ชาติ (รสช.) นำโดยพลเอกสุนทร คงสมพงษ์

ฉบับท่ี 14 คือ ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 ประกาศใช้เมื่อวันที่
1 มีนาคม พ.ศ.2534 ถูกยกเลิก เม่ือวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2534 ด้วยสาเหตุประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณ าจักรไทย พุทธศักราช 2534 สาระสำคัญ เป็นการปกครองด้วยอำนาจ
ของคณะรักษาความสงบเรยี บรอ้ ยแห่งชาติ (รสช.)

ฉบับท่ี 15 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ประกาศใช้เมื่อวันที่
9 ธันวาคม พ.ศ.2534 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2540 ด้วยสาเหตุประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 สาระสำคัญมีความเป็นประชาธิปไตยมากฉบับหน่ึง
โดยมี 2 สภา ไดแ้ ก่ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงมีการแกไ้ ขเพม่ิ เติมทั้งหมด 6 ฉบับ

10 | ห น้ า

ฉบับท่ี 16 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ประกาศใช้เมื่อวันที่
11 ตุลาคม พ.ศ.2540 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ด้วยสาเหตุปฏิวัติภายใต้การนำ
ของ พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน สาระสำคัญเป็นรัฐธรรมนูญท่ีประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับ
การคุ้มครองสิทธเิ สรีภาพมากที่สดุ ฉบับหนึ่ง

ฉบับท่ี 17 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่ัวคราว) พุทธศักราช 2549
ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2549 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2550 ด้วยสาเหตุ
ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สาระสำคัญเป็นการใช้อำนาจโดยคณะปฏิรูปการปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข (คปค.)

ฉบับท่ี 18 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ประกาศใช้เมื่อวันที่
24 สิงหาคม พ.ศ.2550 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2557 ด้วยสาเหตุการยึดอำนาจก
ารปกครองโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สาระสำคัญเป็นการยกร่างโดยคณะ
ผู้ยึดอำนาจ และมีการออกเสยี งประชามติ

ฉบับท่ี 19 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557
ประกาศใช้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2557 ถูกยกเลิกเม่ือวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2560 ด้วยสาเหตุ
มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สาระสำคัญเป็นการใช้อำนาจเด็ดขาดตาม มาตรา 44
และมาตรา 48

ฉบับท่ี 20 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกาศใช้เมื่อวันที่
6 เมษายน พ.ศ.2560 และยังใช้อยู่ในปัจจุบัน สาระสำคัญเป็นการจัดระเบียบการปกครอง
การตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ และมีกลไกปฏิรปู ประเทศในดา้ นตา่ ง ๆ

...รัฐธรรมนูญไทยเปน็ หลกั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยมาต้ังแต่เปลีย่ นแปลงการปกครอง
เมื่อวนั ที่ 24 มถิ นุ ายน พ.ศ.2475 ไดผ้ ่านปญั หาและอปุ สรรคมาหลายประการ โดยมกี ารยกเลิก

และประกาศใช้รฐั ธรรมนูญถึง 20 ฉบบั แสดงถงึ การขาดความรู้ความเข้าใจในความสำคัญ
ของรัฐธรรมนูญ โดยมงุ่ ผลประโยชน์มากกวา่ การรกั ษาหลกั การของรฐั ธรรมนญู

จึงเป็นหนา้ ที่ของประชาชนชาวไทย ควรศึกษา และสร้างรัฐธรรมนูญที่คมุ้ ครองสิทธเิ สรีภาพอยา่ งแท้จริง…

11 | ห น้ า

-การได้มาซ่ึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ-

1. อำนาจการจัดให้มีรฐั ธรรมนูญ (pouvoir constituent

อำนาจการจัดให้มีรัฐธรรมนูญ (Pouvoir constituent) หรืออำนาจสูงสุดในการก่อต้ัง
องค์กรทางการเมือง ในปัจจุบนั นี้อาจได้มาใน 5 วิธีด้วยกนั คือ ผู้ที่มีอำนาจในการจัดใหม้ ีรัฐธรรมนูญ
มีดังนี้

❖ ประมุขของรัฐเป็นผูจ้ ดั ใหม้ ี

เกิดขึ้นโดยการแสดงเจตนาของพระมหากษัตริย์แต่ฝ่ายเดียว พระมหากษัตริย์
ทรงยอมจำกัดพระราชอำนาจของพระองค์ลงโดยจัดให้มีสภานิติบัญญัติขนึ้ ซึ่งรฐั ธรรมนูญนี้
ถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจเหนือราษฎรอยู่ และไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย
อย่างสมบูรณ์ เช่น รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นซึ่งจัดขึ้นเมื่อ ค.ศ.1989 รัฐธรรมนูญของโมนาโค
ซง่ึ จัดใหม้ ขี นึ้ เม่ือ ค.ศ.1911 และของประเทศเอธิโอเปยี ซง่ึ จดั ให้มีขึน้ เม่อื ค.ศ.1931 เป็นต้น

❖ ผ้กู อ่ การปฎิวตั หิ รือรฐั ประหารเป็นผู้จดั ใหม้ ี

ในกรณีที่คณะบุคคลจะกระทำการปฏิวัติ หรือรัฐประหาร หากกระทำการได้สำเร็จ
ผู้ทำการปฏิวัติ หรือรัฐประหารจะเป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญขึ้น และในบางครั้งก็จะเป็นผู้จัดทำ
กฎเกณฑก์ ารปกครองประเทศเป็นการช่ัวคราวในรปู ของประกาศคณะปฏิวัติ และในภายหลัง
กอ็ าจจดั ใหม้ ีกฎเกณฑ์การปกครองประเทศในรูปของรัฐธรรมนญู ตอ่ ไป

ประเทศท่ีจัดให้มีรัฐธรรมนูญประเภทน้ี เช่น รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ.1789
ซึง่ เป็นผลมาจากชาวอเมริกาปฏวิ ัตแิ ยกตัวจากอังกฤษในปี 1776 รฐั ธรรมนูญของรัสเซยี ค.ศ.1918
ซ่ึงเป็นผลมาจากชาวรัสเซียปฏิวัติยึดอำนาจจากพระเจ้า นิโครลัสในปี 1917 และรัฐธรรมนูญ
ของฝรั่งเศส ค.ศ.1791 ซึ่งเป็นผลมาจากชาวฝร่ังเศสปฏิบัติยึดอำนาจจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
ในปี 1789 เป็นตน้

12 | ห น้ า

❖ ราษฎรเป็นผจู้ ัดใหม้ ี

เกิดขนึ้ เม่อื ราษฎรร่วมกนั ก่อการปฏิวัติและเปลย่ี นแปลงระบอบการปกครองได้สำเร็จ
อำนาจสูงสุดในการปกครอง ย่อมเป็นอำนาจของราษฎรอย่างแท้จริง การจัดทำรัฐธรรมนูญ
ของประเทศเหล่านี้จะไม่มีประมุขของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ราษฎร หรือผู้แทนของราษฎรที่
ได้ รั บ ก า ร เลื อ ก ต้ั ง เข้ า ม า จ ะ เป็ น ผู้ มี อ ำ น า จ เด็ ด ข า ด ใน ก า ร ที่ จ ะ วิ นิ จ ฉั ย ว่ า จ ะ ให้ ใค ร
หรือองค์กรใดเปน็ ผู้รับมอบหน้าที่จดั ทำรฐั ธรรมนูญ

โดยทั่วไปราษฎรจะจัดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนซึ่งราษฎร
ทำการเลือกต้ัง เพื่อมาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญแทนราษฎรโดยเฉพาะ หรือราษฎเป็นผู้ให้
ความยินยอมให้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรใดองค์หนึ่งร่างขึ้นโดยวิธีลงคะแนนเสียง
ประชามติ (Referendum)

ประเท ศที่จัดให้มีรัฐธรรมนูญ ประเภทนี้ เช่น รัฐธรรมนูญ สหรัฐอเมริกา
เมื่อ ค.ศ.1789 ซึ่งเป็นผลมาจากชาวอเมริกาปฏิวัติแยกตัวจากอังกฤษในปี 1776
รัฐธรรมนูญของรัสเซีย ค.ศ.1918 ซึ่งเป็นผลมาจากชาวรัสเซียปฏิวัติยึดอำนาจจากพระเจ้า
นิโครลัสในปี 1917 และรัฐธรรมนูญของฝร่ังเศส ค.ศ.1791 ซึ่งเป็นผลมาจากชาวฝรั่งเศส
ปฏิบตั ิยึดอำนาจจากพระเจา้ หลุยส์ที่ 16 ในปี 1789 เป็นต้น

❖ ประมุขของรฐั และราษฎรหรือคณะบุคคลมีอำนาจรว่ มกนั จัดให้มี

รัฐธรรมนูญชนิดนี้ คือ ข้อตกลงระหว่างกษัตริย์กับราษฎรหรือคณะบุคคลคณะหนึ่ง
ซึ่งกระทำหรือถือกันว่ากระทำในนามของราษฎรจัดการร่วมกันให้มีขึ้น จึงมีลักษณะ
เป็นประชาธิปไตยค่อนข้างมาก มักเกิดจากการปฏิวัติ หรือรัฐประหารซึ่งเห็นความสำคัญ
และค วามจำเป็น ที่จะต้องมีพ ระมหากษั ตริย์เป็ นป ระมุขต่อไป เพื่ อความ เจริญ
และความสงบสุขของประเทศชาติ แต่จำกัดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ให้อยู่ภายใต้
รัฐธรรมนูญ และพระมหากษัตริย์ทรงยอมรับรองรัฐธรรมนูญนั้น สำหรับประเทศไทย
ก า ร จั ด ท ำ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ฉ บั บ ให ม่ เพื่ อ ใช้ บั งคั บ นั้ น จ ะ ต้ อ ง ถื อ ว่ า เป็ น ค ว า ม ต ก ล ง ร่ ว ม กั น
ระหวา่ งประมุขของรฐั กับคณะผู้กอ่ การปฏิวัติหรือรฐั ประหารเสมอ

13 | ห น้ า

❖ ผมู้ อี ำนาจจากองคก์ รภายนอกในฐานะผู้มีอำนาจจัดให้มี

ภายหลังสงครามโลกคร้ังที่ 2 เป็นต้นมา ได้มีประเทศเกิดใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่เพิ่งได้รับเอกราชและต้องการที่จะมีรัฐธรรมนูญเพื่อแสดงฐานะ
ในทางระหว่างประเทศของตน โดยรัฐเจ้าอาณานิคมที่จะให้เอกราชคืนแก่รฐั ใต้อาณานิคมนั้น
จะตกลงเป็นเงื่อนไขประการหนึ่งกับรัฐใต้อาณ านิคมก่อนคืนเอกราชให้เสมอว่า
...รัฐใต้อาณ านิคมจะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐเจ้าอาณ านิคมให้การรับรอง
เพ่อื บงั คบั ใช้ภายในรัฐใต้อาณานิคมภายหลังที่ไดร้ ับเอกราชแล้ว...

2. วิธีการได้มาซึ่งกฎหมายรฐั ธรรมนญู

จากประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า รัฐต่าง ๆ อาจจะได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการต่าง ๆ
คือ โดยประมุขของรัฐมอบให้โดยการร่าง หรือโดยการกระทำของราษฎรโดยตรงด้วยการปฏิวัติ
ภายใน และโดยการวิวัฒนาการประชาชน

❖ ประมขุ ของรัฐมอบให้ (By Grant)

การได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญโดยวิธีนอี้ าจจะเป็นเพราะวา่ พระมหากษัตริย์ทรงเห็นวา่ ควร
จะจำกัดอำนาจการปกครองของพระองค์เองซึ่งไม่มีขอบเขตจำกัด และไม่มีวิธีการอนั แน่นอน
ลงเสียบ้าง หรือมิฉะนั้นก็เพราะประชาชนทูลขอร้อง ขอให้กษัตริย์พระราชทานให้
หรือเพราะพระมหากษัตริย์ทรงเกรงว่าจะเกิดการปฏิวัติขึ้น ถ้าไม่พระราชทานรัฐธรรมนูญ
ตัวอย่างของการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญโดยวิธีการเช่นนี้ ได้แก่ รัฐธรรมนูญของญ่ีปุ่น
ที่จกั รพรรดิแ์ ห่งราชวงศเ์ มจิ (Meji) พระราชทาน ฯลฯ เป็นต้น

❖ การร่างหรือโดยการกระทำของราษฎรโดยตรง (By Deliberate Creation)
รัฐธรรมนูญของหลายประเทศ ได้รับการประกาศใช้หลังจากที่มีการเกิดรัฐใหม่ขึ้น

ตัวอย่างที่ดีที่สุด คือ รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาสำหรับโปแลนด์ และเชคโกสโลวาเกีย
ได้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้น ประกาศใช้ภายหลังจากที่ได้รับการรับรองหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
ว่าเป็นเอกราช ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐธรรมนูญที่ได้มาโดยวิธีการเช่นนี้มักจะเหมาะสมกับ
ประเทศที่ประชาชนมีประสบการณ์ในทางการเมอื งมามากพอ

14 | ห น้ า

❖ การปฏิวตั ิภายใน (By Internal Revolution)

ในประเทศที่ราษฎรส่วนใหญ่ไม่พอใจในระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ และไม่อาจจะ
เปล่ียนแปลงระบอบการปกครองด้วยวิธีธรรมดาได้ จึงต้องพร้อมใจกันยึดอำนาจทางการ
ปกครองตวั อยา่ งประเทศที่ได้รัฐธรรมนูญมาดว้ ยวิธีนี้ เช่น ฝรั่งเศส

❖ โดยการวิวฒั นาการ (By Gradual Evolution)

ประเทศที่ได้รัฐธรรมนูญมาโดยวิธีนี้ ระยะแรกจะปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย
และต่อมาอำนาจการปกครองถูกเปล่ียนมือจากกษัตริย์ไปยังกลุ่มตัวแทนของปวงชน
ตามลำดับ โดยการปฏิบัติเช่นนี้นาน ๆ และติดต่อกันมา อำนาจการปกครองที่แท้จริงจึงตกอยู่
กับกลุ่มผู้แทนของปวงชน รัฐธรรมนูญประเภทนี้ถือเอาการปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นลักษณะ
สำคัญยิ่ง ซึ่งอาจไม่ได้บัญญัติลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ เช่น รัฐธรรมนูญของอังกฤษ
ก็เกิดจากวิวัฒนาการทางการเมืองที่เปล่ียนแปลงไปอย่างช้า ๆ โดยอำนาจทางการปกครอง
ค่อย ๆ เปล่ียนจากกษัตริย์ไปสู่ประชาชน โดยเริ่มจาก Magna Carta เมื่อปี ค.ศ.1215 ซึ่งเป็น
บทบัญญัติที่พระเจ้า จอห์น (John) ยอมรับสิทธิบางอย่างของขุนนางและเอกชน ซึ่งจัดเป็น
บทบัญญัติที่เกี่ยวกับสิทธิประชาชนฉบับแรกของโลก และถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรก
ของโลก และต่อจากนั้นมาก็มีบทบัญญัติสิทธิด้านอ่ืน ๆ ตามมา เช่น Petition of Right
ค.ศ.1629, Bill of Rig ht ค.ศ.1689, Act of Settlement ค.ศ.1701 ซ่ึงบทบัญญัติเหล่านี้ทั้งหมด
จัดเปน็ รฐั ธรรมนญู ขององั กฤษ

15 | ห น้ า

-ประเภทของกฎหมายรฐั ธรรมนูญ-

รัฐธรรมนูญนน้ั สามารถแบ่งแยกประเภทได้ในหลายลักษณะ
ขนึ้ อยกู่ ับหลกั เกณฑท์ ี่ใช้ในการแบง่ ประเภท ซงึ่ วตั ถุประสงค์
ในการจำแนกประเภทของรฐั ธรรมนญู นั้นกเ็ พื่อที่จะศึกษา

เปรียบเทียบรัฐธรรมนญู เปน็ สำคัญ

แบ่งแยกตามวธิ กี ารบญั ญตั ิ

รัฐธรรมนญู ทีเ่ ปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษร รัฐธรรมนญู ที่ไม่เปน็ ลายลักษณ์อักษร

แบ่งแยกตามเน้อื หาและตามแบบพิธี

รัฐธรรมนูญตามเนือ้ หา รฐั ธรรมนญู ตามแบบพิธี

แบง่ แยกตามวธิ กี ารแก้ไข

รัฐธรรมนูญที่แก้ไขยาก รฐั ธรรมนญู ทีแ่ ก้ไขง่าย

แบ่งแยกตามกาหนดเวลาในการบงั คับใช้

รฐั ธรรมนูญฉบบั ช่ัวคราว รฐั ธรรมนูญฉบบั ถาวร

16 | ห น้ า

ประเภทรฐั ธรรมนูญ

1. แบ่งแยกตามวิธีการบัญญัติ การแบ่งแยกโดยหลักเกณฑ์นี้สามารถแบ่งแยกรัฐธรรมนูญ

เป็น 2 ประเภท คือ

1.1 รัฐธรรมนูญท่ีเป็น หมายความถึง รัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติ

รวมอยู่ในเอกสารฉบับ หนึ่งหรือหลายฉบับ กำหนดถึงระเบียบแห่งอำนาจสูงสุดในรัฐ

และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอำนาจในรฐั ตอ่ กนั และกัน กฎเกณฑ์การปกครองประเทศ และได้จัดทำดว้ ย

วิธีการทีแ่ ตกต่างจากการจัดทำกฎหมายธรรมดา

1.2 รัฐธรรมนูญ ท่ีไม่เป็น ห รื อ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ จ า รี ต ป ร ะ เพ ณี

หมายความถึง ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี คำพิพากษาของศาลยุติธรรม กฎหมายที่เกี่ยวกับ

กฎเกณฑ์การปกครองประเทศทางด้านการเมือง ธรรมเนียมปฏิบัติต่าง ๆ ที่ยึดถือติดต่อกันมา

รวมกันเขา้ เป็นบทบัญญตั ิทีม่ ีอำนาจเปน็ กฎหมายสูงสุด กำหนดรปู แบบการปกครองของรฐั ท้ังที่ไม่ได้

เขียนรวบรวมไว้เป็นรูปเล่ม ตัวอย่างทีส่ ำคญั มดี งั นี้

1.2.1 แมกนาคาตา (Magna Carta 1215) เป็นเอกสารทีพ่ ระเจา้ จอหน์ กษัตริย์อังกฤษ

ได้ทรงลงพระนาม ภายหลังจากที่พวกบวกรอนได้ก่อการยึดอำนาจ ซึ่งเอกสารฉบับนี้ได้ชื่อว่าเป็น

รากเหงา้ ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย

1.2.2 Petition of Right 1628 เป็นเอกสารที่วางพื้นฐานให้ประชาชนสามารถประท้วง

กษัตริย์ในเรื่องของการเก็บภาษีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากรัฐสภาก่อน การจับกุมตามอำเภอใจ

และกรณีอ่นื ๆ ที่ส่งผลกระทบถึงเสรีภาพของประชาชน

1.2.3 Bill of Right 1689 เป็นการยุติพระราชอำนาจของกษัตริย์ที่สามารถบัญญัติ

กฎหมายโดยไมจ่ ำเปน็ ต้องได้รบั ความยินยอมจากรฐั สภา

1.2.4 Act of Settlement 1701 เป็นเอกสารที่บัญญัติในเรื่องของการสืบสันตติวงศ์

และการวางหลักความเป็นอิสระในการพิพากษาคดีของศาล ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขของหลักการ

การปกครองแบบกษตั ริยภ์ ายใต้รฐั ธรรมนญู

1.2.5 คำวินิจฉัยของศาล หมายถึง กฎหมายที่เกิดจากคำวินิจฉัยของศาล

และกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของกฎหมาย เช่น คำวินิจฉัยในคดีที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจของกษัตริย์

การเยียวยาที่ได้มาโดยคำสั่งศาล ปัญหาในเรื่องสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งพิจารณาได้ว่ามี

ความสำคัญทางรฐั ธรรมนญู

1.2.6 ธรรมเนียมปฏิบัติในระบอบการปกครองที่กำลังพัฒนา ไม่มีกฎข้อบังคับใด

ในทางกฎหมายอันใดที่จะครอบคลุมทุกกรณี ดังน้ัน จึงสร้างหลักปฏิบัติเพื่อที่ให้ระบอบน้ันสามารถ

ดำเนินไปโดยราบรืน่ เมอ่ื หลักปฏิบตั ิน้ันหยัง่ รากลึกก็จะเปน็ ที่รู้จกั กนั ในนามธรรมเนียม

17 | ห น้ า

1.2.7 กฎหมายและจารีตประเพณีของรัฐสภา เนื่องจากสภามีสิทธิที่จะกำหนด
กระบวนการของสภาด้วยตนเอง และสิทธิในด้านต่าง ๆ และข้อยกเว้นบางประการ เช่น สภาสามัญ
มีอำนาจสทิ ธิพิเศษในบางเรือ่ งซึ่งสิ่งเหลา่ นี้ถอื เป็นสว่ นประกอบสว่ นหนึง่ ของรัฐธรรมนูญ

2. แบ่งแยกตามเนื้อหาและตามแบบพิธี การแบ่งแยกโดยหลักเกณฑ์นี้สามารถแบ่งแยก

รัฐธรรมนูญออกได้เปน็ 2 ประเภท คือ

2.1 รัฐธรรมนูญ หมายความถึง รัฐธรรมนูญซึ่งมีบทบัญญัติบัญญัติถึง

ข้อความทีเ่ ป็นเรื่องของรฐั ธรรมนญู โดยตรง ซึ่งไมต่ ้องคำนึงวา่ เรียกชื่อกฎหมายนั้นว่าเปน็ รฐั ธรรมนูญ

หรือไม่ เช่น Parliament Act 1911 ของสหราชอาณาจักร ซึ่งรูปแบบและลักษณะของกฎหมายฉบับนี้

เปน็ พระราชบญั ญัติ แตแ่ ท้ที่จริงแล้วเป็นรัฐธรรมนญู

2.2 รัฐธรรมนูญ หมายถึง รัฐธรรมนูญซึ่งได้บัญญัติโดยวิธีการบัญญัติ

รฐั ธรรมนญู โดยไมต่ ้องคำนึงถึงวา่ เนือ้ หาของบทบัญญัตินั้นเปน็ เรอ่ื งของรฐั ธรรมนญู หรือไม่

3.แบ่งแยกตามวิธีการแก้ไข การแบ่งแยกโดยหลักเกณฑ์นี้สามารถแบ่งแยกรัฐธรรมนูญ

ออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท คือ

3.1 รัฐธรรมนูญ หมายถึง รัฐธรรมนูญที่การแก้ไขเพิ่มเติมกระทำได้ยากกว่า

การบัญญัติกฎหมายธรรมดา กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมมีความซับซ้อนกว่าการแก้ไขเพิ่มเติม

กฎหมายธรรมดา เช่น รฐั ธรรมนญู ของสหรัฐอเมริกา และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นต้น

3.2 รัฐธรรมนูญ หมายถึง รัฐธรรมนูญที่การแก้ไขเพิ่มเติมกระทำได้โดย

วิธีการเดยี วกบั การแก้ไขกฎหมายธรรมดา กลา่ วคือ การแก้ไขเพิ่มเติมรฐั ธรรมนูญสามารถกระทำได้

โดยการตราพระราชบัญญัติ เช่น รัฐธรรมนูญของสหราชอาณาจักร รัฐธรรมนูญของอิสราเอล

และรฐั ธรรมนูญของนิวซีแลนด์ เปน็ ต้น

4. แบ่งแยกตามกำหนดเวลาในการบงั คับใช้ การแบ่งแยกโดยหลกั เกณฑ์นี้สามารถแบ่งแยก

รัฐธรรมนูญออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท คือ

4.1 รัฐธรรมนูญ เป็ น รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ที่ ป ร ะ ก า ศ ใช้ เป็ น ก า ร ฉุ ก เฉิ น

หรือเป็นการล่วงหน้าในบางสถานการณ์ เช่น ภายหลังจากที่มีการปฎิวัติรัฐประหาร มักมีข้อความ

น้อยมาตราหรือไม่มบี ทประกนั สิทธเิ สรีภาพของประชาชน

4.2 รัฐธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นให้มีความสมบูรณ์ที่สุด

เพ่อื ใหบ้ งั คับใช้ไดต้ ลอดไป

18 | ห น้ า

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2

สารวจกฎหมายรฐั ธรรมนญู ของไทย

• สิง่ ทีไ่ ด้จากกฎหมายรฐั ธรรมนูญ 2560
• การมีสว่ นรว่ มในกฎหมายรฐั ธรรมนูญ 2560
• รวบรดั รฐั ธรรมนูญไทยในแตล่ ะฉบบั

19 | ห น้ า

-สงิ่ ทไ่ี ด้จากกฎหมายรฐั ธรรมนูญ 2560 -

พลเอกประยุทธ์ จนั ทร์โอชา
ลงุ ตู่เป็นนายก

รฐั บาลเสียงปร่มิ นา้
คือคะแนนเสียงเกินครึง่ หนึ่งแบบเฉยี ดฉิว

หรือเกินแตไ่ ม่มาก

สว. 250 คน
ทีป่ ระชาชนไม่ได้เลือก

ระบบเลอื กตง้ั แบบผสม

ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี
พ.ศ. 2561-2580

20 | ห น้ า

❖ พลเอกประยุทธ์ จนั ทร์โอชา เปน็ นายกรัฐมนตรี

เส้นทางนายกรัฐมนตรี ในรัฐธรรมนูญ 2560 เปิดให้คนนอกที่ไม่ได้เป็น ส.ส.
สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ลงสมัคร
รับเลือกต้ัง ไม่ได้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นนายก ฯ ได้โดยอาศัย
กฎหมายให้พรรคพลังประชารัฐเสนอรายชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่ง
นายกรฐั มนตรี

มาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 บัญญัติไว้ว่า ให้พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อ
บุคคลที่จะเสนอให้สภา ฯ พิจารณาเห็นชอบ ไม่เกิน 3 รายชื่อ ต่อคณะกรรมการการเลือกต้ัง
(กกต.) ก่อนปิดการรบั สมคั รรบั เลือกตั้ง เพื่อประกาศรายชื่อบคุ คลดงั กล่าวให้ประชาชนทราบ

❖ สมาชิกวฒุ ิสภา (ส.ว. 250 คน)

ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ไดก้ ำหนดให้มีสมาชิกวฒุ ิสภา 250 คน โดยแบ่งที่มาเป็น 3 กลุ่ม
ได้แก่

1. กลุ่มที่เป็นวฒุ ิสภาโดยตำแหน่ง 6 คน
รัฐธรรมนูญปี 2560 ในมาตรา 269 ได้ระบุถึงองค์ประกอบของสมาชิก

วุฒิสภา ทั้ง 250 คนเอาไว้ โดยได้กำหนดให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้ 6 คน
เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหาร
สูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการทหารเรือ
และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

2.กลุม่ ที่เลอื กกันเอง (แล้ว คสช. เลือกอีกครั้งในข้ันตอนสดุ ทา้ ย) จำนวน 50 คน
บทเฉพาะกาลในมาตรา 90 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

(พ.ร.ป.) การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ได้กำหนดให้คณะกรรมการการเลอื กตั้งเป็นผู้จัด
ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วประเทศขึ้น โดยผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาจะเป็น
ผู้เลือกกันเองจากกลุ่มบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญซึ่งถูกกำหนดไว้ 10 กลุ่มใน
มาตรา 91 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน โดยในกระบวนการเลือกกันเองนี้ จะได้รายชื่อ
มาทั้งส้ิน 200 คน หลังจากน้ันคณะกรรมการการเลือกตั้งจะนำรายชื่อทั้ง 200 คนนี้
ส่งให้ คสช. และ คสช. จะเป็นผู้เลือกในขั้นตอนสุดท้าย จำนวนทั้งส้ิน 50 คนให้ดำรง
ตำแหนง่ วฒุ ิสมาชิก

21 | ห น้ า

3. กล่มุ ที่ คสช. เลือกทัง้ กระบวนการ ทงั้ สิ้น 194 คน
ตามอำนาจจากมาตรา 90 (1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

(พ.ร.ป.) การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่ง คสช. จะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 9 ถึง 12 คน
ให้มาทำหน้าที่สรรหาบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่ง โดยผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มนี้จะจัดทำ
รายชื่อผู้ที่สมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภาท้ังส้ิน 400 คน และส่งรายชื่อดังกล่าวให้ คสช.
เพ่อื เลอื ก 194 คนสดุ ท้ายเป็นสมาชิกวุฒิสภา

ดังนั้น จึงอาจพูดได้ว่าสมาชิกวุฒิสภา 194 คน มีต้นธารมาจาก คสช.
อยา่ งแท้จริง เนือ่ งจาก คสช. เป็นทั้งคนเลือก “ผู้ทรงคุณวฒุ ิ” ที่จัดทำรายชื่อผคู้ วรเป็น
สมาชิกวุฒิสภาเบ้ืองต้น และเป็นผู้เลอื กสมาชิกวุฒิสภา 194 ตวั จริงดว้ ยตัวเอง

❖ ระบบเลือกตั้งระบบผสม

หลักการใหม่ของ “แบบจัดสรรปันส่วนผสม” ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 คือ กำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 500 คน แบ่งเป็น
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง 350 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน ใช้บัตรเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง 1 ใบ เมื่อประกาศผล
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบ 350 เขต

ในการคำนวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง
ให้คำนวณตามวิธีการ ดงั ต่อไปนี้

(1) นำคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชี
รายชื่อได้รับจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหารด้วยห้าร้อยอันเป็นจำนวน
สมาชิกท้ังหมดของสภาผู้แทนราษฎร

(2) นำผลลัพธ์ตาม (1) ไปหารจำนวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรค
การเมืองแต่ละพรรคที่รับการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ังทุกเขต จำนวนที่ได้รับถือ
เป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทีพ่ รรคการเมอื งน้ันจะพึงมีไดเ้ บ้ืองต้น

(3) นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (2)
ลบด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมด ที่พรรค
การเมืองน้ัน ได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้งผลลัพธ์ คือจำนวนสมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับเบื้องต้นการพิจารณา
คำนวณจำนวนที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมือง หากพรรค ก.
ชนะเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ังได้ 200 เขต และถ้าคำนวณจากคะแนนความนิยมท่ัว
ประเทศของพรรค ก. คำนวณได้ที่นั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท้ังหมด 250 ที่นั่ง
ในสภา ดังน้ัน พรรค ก.ก็จะได้ที่นั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ

22 | ห น้ า

เพิ่มเข้าไปให้ได้ตามสิทธิที่พรรคควรได้ และการพิจารณาคำนวณจำนวนที่น่ัง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคในรูปแบบเดียวกนั ทั้งหมด นับว่าเปน็ การเปิด
โอกาสใหพ้ รรคเลก็ ได้มที ี่นัง่ มากขนึ้ ตามแบบจัดสรรปันสว่ นผสมดังกลา่ ว

**เพิม่ เติม ทีม่ าของบตั รใบเดยี ว

การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวน้ัน เป็นวิธีการที่ทำใหน้ ับคะแนนได้งา่ ย ในบัตรเลือกตั้งจะมี
เพียงชื่อพรรคและตัวผู้สมัครในเขตเลือกตั้งน้ัน ซึ่งกฎหมายเดิมกำหนดให้ต้องมีบัตร 2 ใบ
เพ ร า ะ ก ฎ ห ม า ย เลื อ ก ต้ั ง ส ม า ชิ ก ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร เขี ย น ให้ พ ร ร ค ก า ร เมื อ ง ส า ม า ร ถ ส่ ง
ส ม า ชิ ก ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร แ บ บ บั ญ ชี ร า ย ชื่ อ ได้ โด ย ไม่ ต้ อ ง ส่ ง ส ม า ชิ ก ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร
แบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ทำให้ต้องมีบตั ร 2 ใบ

แต่รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 กำหนดว่าจะส่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อได้
ต้องส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ังดว้ ย จึงใช้บัตรเลือกต้ัง
เพียงใบเดียว เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไม่ต้องเลือกเนื่องจากมีลำดับ
รายชื่ออยู่ในบัญชีแล้ว ซึ่งจะได้กี่ที่นั่งน้ันขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่ได้ไปใช้สิทธิ
เลือกต้ัง โดยจะนับทกุ คะแนนเสียงและไม่ทำใหท้ กุ คะแนนเสียงสญู เปลา่ อย่างที่ผ่านมา

❖ รฐั บาลเสียงปริม่ นำ้

สืบเนื่องจากระบบการเลือกต้ังแบบใหม่ในระบบผสม ได้สร้างปัญหาต่อเสถียรภาพ
ของรัฐบาล เพราะทำให้ไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา กติกามีแนวโน้ม
ทำให้พรรคที่ได้ที่น่ัง ส.ส. แบบแบ่งเขตมากจะได้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อน้อยหรืออาจไม่ได้เลย
อย่างพรรคเพ่อื ไทย

ระบบเลือกตั้งยังทำให้มีพรรคการเมืองจำนวนมากในสภา การจัดต้ังรัฐบาลจะต้อง
พึ่งพาพรรคร่วมรัฐบาลจำนวนมาก มีโอกาสที่รัฐบาลจะเป็น “รัฐบาลผสม” ที่ไร้เสถียรภาพ
เสี่ยงต่อการถูกอภปิ รายและลงมติไม่ไว้วางใจ หรือไม่ไดร้ ับการสนับสนนุ การออกกฎหมาย

ผลการเลือกต้ังเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพรรคพลังประชารัฐ
ไม่ได้เป็นพรรคที่คว้าที่นั่ง ส.ส.ได้มากที่สุดในสภา ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วพรรคที่ได้ ส.ส.
มากที่สุดจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ด้วยอานุภาพพลังของพรรคพลังประชารัฐสามารถรวบรวม
พรรคต่าง ๆ รว่ มจัดตั้งรัฐบาลไดส้ ำเรจ็ เป็นรฐั บาลผสม 19 พรรค แต่ก็เป็นรฐั บาลเสียงปริม่ น้ำ
จึงเห็นปรากฏการณ์แพ้โหวตของรัฐบาล พรรคเล็กน้อยใจประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระ
การแจกกล้วยให้ลิงเพื่อให้ได้คะแนนโหวต และงูเห่าฝ่ายค้าน ต้ังแต่จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ
จนถึงบัดนี้ ทำให้ได้แต่สงสัยว่าปรากฏการณ์ทางการเมืองเช่นนี้เป็นการปฏิรูปการเมือง
อย่างที่ประชาชนต้องการจริงหรือไม่

23 | ห น้ า

❖ ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (2561 – 2580)

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 เป็นแผนการพัฒนาประเทศ ที่กำหนดกรอบ
และแนวทางการพัฒนาให้หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนต้องทำตาม เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์
ประเทศไทยที่ว่า “ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการ
พัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “ม่ันคง มั่งค่ัง
ย่งั ยืน” เพ่อื สนองตอบตอ่ ผลประโยชนแ์ ห่งชาติ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 65 กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มี
ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างย่ังยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็น
กรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน เพื่อให้เกิดพลังผลักดันร่วมกัน
ไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติ
ฉบับแรกของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติ
เพอ่ื ใหป้ ระเทศไทยบรรลวุ ิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความม่ันคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนา
ดว้ ยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง” เพือ่ ความสุขของคนไทยทุกคน

เพ่ือให้ประเทศสามารถยกระดับการพัฒนาใหบ้ รรลุวิสัยทัศน์และเป้าหมายการพัฒนา
ประเทศ จึงจำเปน็ ต้องกำหนดยทุ ธศาสตร์การพัฒนาประเทศระยะยาวทีม่ ุ่งเน้นการสร้างสมดุล
ระหว่างการพัฒนา ความมน่ั คง เศรษฐกิจ สงั คม และสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 6 ยทุ ธศาสตร์
ได้แก่

1. ยทุ ธศาสตรช์ าติด้านความม่ันคง
2. ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นการสร้างความสามารถในการแข่งขนั
3. ยุทธศาสตรช์ าติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์
4. ยทุ ธศาสตรช์ าติดา้ นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
5. ยุทธศาสตรช์ าติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตทีเ่ ปน็ มิตรตอ่ สิง่ แวดล้อม
6. ยทุ ธศาสตรช์ าติดา้ นการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

24 | ห น้ า

ACTIVITY
มมุ มองตอ่ กฎหมาย

คำชีแ้ จง : ให้นกั เรียนพิจารณาข้อความดังกลา่ ววา่ เปน็ จริง หรือ ไมจ่ ริง จากน้ันอธิบายเหตผุ ลประกอบวา่

เหตุใดจึงเปน็ เช่นนนั้

ประเด็น จริง ไม่จริง ไมเ่ สมอไป เพราะ
1.รฐั ธรรมนญู ที่ดี จะทำให้การ
ปกครองภายในประเทศดดี ว้ ย
2.การมีรัฐธรรมนญู หลายฉบบั
กำลังสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสงั คม
ทีม่ ีปัญหาและความไมแ่ นน่ อนของ
กระบวนการใช้กฎหมาย

3. ประชาชน ควรเปน็ เจ้าของ
อำนาจในรฐั ธรรมนูญ จงึ จะสะท้อน
ออกมาไดว้ ่า รัฐธรรมนญู น้ันเปน็
รฐั ธรรมนญู ที่ดี

4.ต่อใหม้ ีรฐั ธรรมนญู ทดี่ ี แต่เรามี
นักการเมอื งที่แสนเลว รัฐธรรมนูญ
กม็ ีปญั หา

25 | ห น้ า

- การมีสว่ นรว่ มในกฎหมายรัฐธรรมนญู 2560 -

รฐั ธรรมนญู 2560 กำหนดช่องทางทป่ี ระชาชนสามารถมสี ว่ นร่วม
โดยการใชส้ ิทธิทางตรง มีดังน้ี

1. ตามมาตรา 43 บุคคลและชุมชนมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานรัฐ
ให้ดำเนินการที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือชุมชน หรืองดเว้นไม่ดำเนินการส่ิงที่ทำให้
เกิดผลเสีย และหน่วยงานรัฐต้องพิจารณาข้อเสนอน้ันโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ
พิจารณาดว้ ย

2. ตามมาตรา 133 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่า 10,000 คนสามารถเข้าชื่อกัน
เพอ่ื เสนอกฎหมายเกย่ี วกบั สทิ ธิเสรีภาพของประชาชนและหน้าทีข่ องรัฐตอ่ สภาผู้แทนราษฎรได้

3. ตามมาตรา 254 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ
เข้าชื่อกันเพ่ือเสนอข้อบัญญัติหรือเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นได้ โดยรัฐธรรมนูญยังไม่ได้
กำหนดจำนวนรายชื่อที่ต้องใช้ไว้ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น และจะต้องมีกฎหมาย
ออกมากำหนดหลกั เกณฑ์ตอ่ ไป

4. ตามมาตรา 256 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังจํานวนไม่น้อยกว่า 50,000 คนสามารถ
เข้าเชือ่ กนั เพ่อื เสนอแก้ไขรัฐธรรมนญู ได้

รฐั ธรรมนูญ 2560 กำหนดให้รฐั มีหนา้ ที่ต้องจัดใหป้ ระชาชนมีส่วนร่วม
ในการตดั สินใจอีกหลายเรื่องหลายประเดน็ ดังน้ี

1. ตามมาตรา 57 (1) รัฐต้องอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ
วฒั นธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงาม จัดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับการทำ
กิจกรรม โดยต้องสง่ เสริมให้ประชาชน ชุมชน และองคก์ รท้องถิ่นมีสว่ นร่วมดว้ ย

2. ตามมาตรา 57 (2) รฐั ต้องอนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟืน้ ฟู ทรพั ยากรธรรมชาติ
ส่ิงแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยต้องให้ประชาชน และชุมชนท้องถิ่น
มีส่วนร่วมดำเนินการและได้รบั ประโยชนด์ ว้ ย

3. ตามมาตรา 63 รัฐต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริต
และประพฤติมิชอบ รวมทั้งกลไกส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์
ต่อต้าน หรอื ชีเ้ บาะแสการทุจริต

4. ตามมาตรา 65 ในกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ต้องมีบทบัญญัติ
เกี่ยวกับการมีสว่ นร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทกุ ภาคสว่ น

26 | ห น้ า

5. ตามมาตรา 68 รัฐต้องอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ส่งเสริมสนับสนุน
การศึกษาและเผยแพร่หลักธรรม ต้องมีมาตรการป้องกันการบ่อนทำลาย และต้องส่งเสริมให้
พุทธศาสนิกชนมีสว่ นร่วมดำเนินการดงั กล่าวดว้ ย

6. ตามมาตรา 74 รัฐต้องจัดให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ หรือระบบความสัมพันธ์
ระหว่างสหภาพลกู จ้างและนายจ้างทีท่ กุ ฝ่ายมีส่วนร่วม

7. ตามมาตรา 78 รัฐต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ
การจัดทำบริการสาธารณะ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การต่อต้านการทุจริต
รวมทั้งการตัดสินใจทางการเมือง และการอน่ื ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชน

8. ตามมาตรา 178 รฐั ต้องออกกฎหมายที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น
และได้รับการเยียวยาจากผลกระทบของการทำหนงั สอื สญั ญาระหว่างประเทศ

9. ตามมาตรา 252 ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
มาจาการเลือกตั้ง หรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น หรือวิธีอ่ืนก็ได้แต่ต้องให้
ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย

10. ตามมาตรา 253 ในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เปิดเผย
ข้อมลู และรายงานผลใหป้ ระชาชนทราบ และมกี ลไกให้ประชาชนในท้องถิ่นมีสว่ นรว่ มดว้ ย

11. ตามมาตรา 257(3) การปฏิรูปประเทศต้องทำเพื่อให้ประชาชนมีความสุข
มีคุณ ภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒ นาประเทศและการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

12. ตามมาตรา 259 กฎหมายว่าด้วยขั้นตอนและแผนการปฏิรูปประเทศ ต้องระบุถึง
การมีสว่ นรว่ มของประชาชนและหน่วยงานที่เกีย่ วข้อง

รฐั ธรรมนูญ 2560 กำหนดให้รฐั มีหน้าทีต่ อ้ งเปิดรบั ฟังความคดิ เหน็
ของประชาชน อีกอย่างน้อย 4 ประเด็นสำคัญ ดงั น้ี

1. ตามมาตรา 58 การดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพ
ส่ิงแวดล้อม สุขภาพอนามัย ฯลฯ รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย
ประชาชน และชมุ ชนทีเ่ กี่ยวข้องกอ่ น เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการ

2. ตามมาตรา 65 ในกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ต้องมีบทบัญญัติ
เกีย่ วกบั การมีส่วนรว่ มและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน

3. ตามมาตรา 77 ก่อนการออกกฎหมายทุกฉบับ รัฐต้องจัดรับฟังความคิดเห็น
ของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟัง
ความคิดเห็นตอ่ ประชาชน

27 | ห น้ า

4. ตามมาตรา 178 รัฐต้องออกกฎหมายทีจ่ ะให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น
และได้รบั การเยียวยาจากผลกระทบของการทำหนังสอื สัญญาระหวา่ งประเทศ

28 | ห น้ า

-รวบรัดรฐั ธรรมนญู ไทยในแต่ละฉบับ-

1. พระราชบญั ญัติธรรมนูญการปกครองสยามชัว่ คราว พุทธศกั ราช 2475

(รธน.2475/1 ฉบับฉับพลัน)
รัฐธรรมนูญฉบับ “ชั่วคราว” คือ ข้อความที่ถูกเติมโดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า

เจ้าอยู่หัว หลังจากที่คณะราษฎรทำการเปล่ียนแปลงการปกครอง ก่อนจะทูลเกล้าถวายแก่
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หวั เพ่อื ทรงลงพระปรมาภิไธย

รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีตัวบทอยู่เพียง 30 กว่ามาตรา อีกทั้งยังมีอายุสั้นที่สุด
เพียง 5 เดอื น หัวใจสำคัญ คือ การพยายามวางรากฐาน เร่ือง ความเสมอภาคทางการเมืองไว้
เปน็ ลำดบั สำคัญ หากใครทีช่ ื่นชมกบั รัฐธรรมนูญฉบบั นี้ ตีความได้วา่ คุณต้องเป็นคนทีช่ อบการ
เปล่ียนแปลงอย่างฉับพลัน และมีความเชื่ออย่างแน่วแน่ว่า ความเสมอภาคทางการเมือง
สามารถเกิดขนึ้ ได้โดยที่ “อำนาจสงู สดุ ต้องอยทู่ ี่ราษฎรทั้งหลาย”

2. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รสยาม พทุ ธศักราช 2475

(รธน. 2475/2 ฉบบั รอมชอม)
รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอายุยาวนานกว่า 14 ปี เป็นรัฐธรรมนูญที่มีอายุยืนยาวที่สุด

และวันประกาศใช้ยังถูกทำให้เป็นวันรัฐธรรมนูญ (10 ธันวาคม) จนถึงปัจจุบัน สาระสำคัญ
ขอ งรั ฐธ รรม นู ญ ฉ บั บ นี้ คื อ ก าร รอ ม ช อ ม ท างอ ำน าจ กั น ระห ว่ างค ณ ะราษ ฎ ร
และฝ่ายอนุรักษนิยม ภายหลังการเปล่ียนแปลงการปกครองในเดือนมิถุนายน 2475 โดยสร้าง
กลไกให้มผี ู้แทน 2 ประเภท คือ 1. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และ 2. มาจากการแตง่ ตั้ง
ของพระมหากษัตริย์ แสดงให้เห็นการรอมชอมเพื่อหาจุดสมดุลทางการเมืองระหว่าง
ฝา่ ยประชาธิปไตยกบั ฝ่ายอนรุ กั ษนิยม

3. รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2489

(รธน. 2489 ฉบับสามัคคีธรรม)
รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขนึ้ หลังสงครามโลกคร้ังที่ 2 ที่ขบวนการเสรีไทยขึ้นมามีบทบาท

อย่างมาก โดยเฉพาะปรีดี พนมยงค์ ผู้นำคนสำคัญ โดยมีวลีที่ว่า “สามัคคีธรรม” ที่ปรีดีย้ำใน
การเขียนเนื้อหารัฐธรรมนูญ โดยออกแบบให้รัฐสภามีอำนาจสูงสุด มีท้ังสภาผู้แทนราษฎร
และพฤฒิสภา (คล้ายกับ สว. ที่เราเข้าใจกัน) ให้มีที่มาจากการเลือกต้ังทางอ้อมจากประชาชน
เปน็ คร้ังแรก อกี ท้ังยงั ห้ามขา้ ราชการประจำเป็นข้าราชการการเมือง

29 | ห น้ า

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอายุขัยเพียง 1 ปี 5 เดือน 28 วันเท่าน้ัน หลังจาก
ส้นิ สุดลงดว้ ยการทำรฐั ประหารในปี 2490 ซึ่งถอื ไดว้ ่ารฐั ธรรมนญู ฉบบั นี้สะท้อนภาพการขยาย
พืน้ ทีร่ ะบอบประชาธิปไตยออกไปอย่างกว้างขวาง

4. รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย (ฉบับชวั่ คราว) พทุ ธศักราช 2490

(รธน. 2490 ฉบับใต้ตุ่มแดง)
ที่เรียกกันว่า “รัฐธรรมนูญใต้ตุ่มแดง” เพราะหนึ่งในผู้ก่อการรัฐประหารในปี 2490

คือ หลวงกาจสงคราม เอากระดาษหนา ๆ นี้ไปซ่อนไว้ใต้ตุ่มแดง เพื่อไม่ให้แผนยึดอำนาจ
รว่ั ไหล ถือเป็นครั้งแรกที่เน้ือหารัฐธรรมนูญสไตล์อนุรักษนิยมมาปรากฏในยุคทีม่ ีรัฐธรรมนูญถ
เป็นกติกา จุดเด่นสำคัญ คือ การสร้างกลไกที่เรียกว่า “คณะอภิรัฐมนตรี” ขึ้นมาทำหน้าที่
และให้อำนาจนายกรัฐมนตรีที่ไม่ต้องมาจากการเลือกต้ังไว้สูงมาก รวมถึงการให้อำนาจ
พระมหากษัตริย์ในการแต่งตั้ง สว. ถึงกระน้ันรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ก็มีอายุไม่ยืนยาว
เน่อื งจากกลมุ่ อนุรักษนิยมต้องปรับตัวใหเ้ ข้าสู่อารยประเทศอยา่ งชาติตะวันตก

5. รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2492

(รธน. 2492 ฉบับประชาธิปตั ย์ผลัดแรก)
การผลกั ดนั รัฐธรรมนูญฉบับใหมเ่ กิดขึ้นโดยพรรคอนรุ ักษนิยมอยา่ งพรรคประชาธิปตั ย์

ที่มีนายควง อภัยวงศ์ เปน็ หัวเรือใหญ่ เนือ้ หาแสดงให้เหน็ การปรบั ตัวของฝ่ายอนุรักษนิยมเข้าสู่
โหมดประชาธิปไตย โดยมีการบรรจุ “องคมนตรี” เข้ามาไว้ในรัฐธรรมนูญ แทนอภิรัฐมนตรี
สภา โดยให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในการแต่งตั้ง สว.
พร้อมกบั กำหนดบทบัญญัติ เร่ือง สทิ ธิเสรีภาพให้ชัดเจนขนึ้ โดยรัฐสภาให้มี สว. ที่ยังคงแต่งต้ัง
จากพระมหากษัตริย์และสภาผู้แทนราษฎร โดยมีส่วนที่ก้าวหน้าน่ัน คือ ฝ่ายบริหาร
หา้ มรัฐมนตรีเป็นข้าราชการประจำ ถอื เป็นการก้าวขนึ้ มามีบทบาทนำของความคิดอนรุ ักษ์นิยม
สายปฏิรปู

6. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศักราช 2495 (รธน. 2495 เวอรช์ ัน่ จอมพล ป.)

เมอ่ื นายกรัฐมนตรีอย่างจอมพล ป. พิบูลสงคราม (แปลก พิบูลสงคราม) พยายามหวน
กลับไปหาอุดมการณ์แบบ “คณะราษฎร” อีกคร้ัง จึงนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2475 ครั้งที่ 2
กลับมาใช้ใหม่ โดยเลือกระบบสองสภาของรัฐธรรมนูญ 2492 มาใช้ แต่นำระบบเลือกต้ัง
และแต่งต้ังแบบรัฐธรรมนูญ 2475 คร้ังที่ 2 มาใช้ใหม่ เพื่อให้สะดวกต่อการกำหนดทิศทาง
โดยฝา่ ยบริหาร

30 | ห น้ า

หลังจากนั้นได้มีการปรับตัวเป็นประชาธิปไตยขึ้นเรื่อย ๆ เช่น การจัดเลือกต้ัง
การอนุ ญ าตชุมนุ มท างการเมือง ท่ าม กลางการแก่งแย่งอำนาจกันระหว่างฝ่าย
พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ และจอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ แต่นั่นก็นับว่าเป็นส่ิงที่สายเกินไป
เพราะเพียงไม่นานก็เกิดการรัฐประหารขึ้นในต้นทศวรรษที่ 2500 จึงนำมาสู่การส้ินสุดอำนาจ
ของจอมพล ป. และรฐั ธรรมนูญเวอร์ชนั่ จอมพล ป. ในที่สุด

7. รฐั ธรรมนญู การปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502

(รธน. 2502 เผดจ็ การเบด็ เสรจ็ )
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มี “จอมพลผ้าขาวม้าแดง” จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ ขึ้นมามี

อำนาจเปน็ คณะผู้รักษาพระนคร ท่านก็ใหห้ ลวงวิจิตรวาทการเขียนกฎหมายสักมาตราหนึง่ ที่ให้
ทา่ นจอมพลสามารถใช้อำนาจไดอ้ ยา่ งเบด็ เสร็จ โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ ทัดทาน เพียงท่าน
ผู้นำบอกวา่ ‘นั่นเป็นเรื่องความมัน่ คงและศีลธรรมของชาติ’

รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีท้ังส้ินเพียง 20 มาตรา เนื่องจากจอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ขึ้นมามี
อำนาจเป็นคณะผู้รักษาพระนคร และได้ส่ังการให้หลวงวิจิตรวาทการเขียนกฎหมายขึ้นโดยมี
มาตราที่สำคัญที่สุด คือ มาตรา 17 ที่ให้อำนาจของนายกรัฐมนตรีสามารถใช้อำนาจได้อย่าง
เบ็ดเสร็จ โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ ทัดทาน เพียงท่านผู้นำบอกว่า “นั่นเป็นเรื่องความม่ันคง
และศีลธรรมของชาติ” ทั้งในทางบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ซึ่งทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้
เป็นต้นแบบให้กับรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารในยุคหลัง ๆ หลายฉบับ เช่น ในปี 2515
2519 2520 และรัฐธรรมนูญของ คสช. ในปี 2557

8. รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2511

(รธน. 2511 ฉบับยืดยาว)
ถือเป็นฉบับที่ใช้เวลาการเขียนยาวนานที่สุดกว่า 9 ปี รัฐธรรมนูญฉบับนี้เริ่มต้นขึ้นเม่ือ

ระบอบเผด็จการทหารต้องการปรับตัวใหม่อีกคร้ัง โดยให้ สว. มีจำนวน 3 ใน 4 ของจำนวน
สมาชิกท้ังหมดของ สส. โดยที่มาของ สว. คือ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งต้ังจำนวน 120 คน
เมื่อเลือกตั้ง สส. แล้วก็ให้เพิ่มหรือลด สว. ให้ได้ 3 ใน 4 ของจำนวน สส. ซึ่งจะเห็นได้ว่า สว.
มีอำนาจสูง โดยนอกจากมีสิทธิร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เองได้ ยังมีอำนาจควบคุม
ราชการแผ่นดินได้ เช่น สามารถเปิดอภิปรายท่ัวไป ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายตัว
หรือค ณ ะได้ ถึงกระนั้นรัฐธรรมนูญ ฉบับ นี้ก็ส้ิน สุดลงด้วยการรัฐป ระหารตัวเอง
ของจอมพลถนอม กิตติขจร

31 | ห น้ า

9. ธรรมนญู การปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515

(รธน. 2515 ถนอมเปน็ ใหญแ่ ต่ไมน่ าน)
หลังจากที่จอมพลถนอม กิตติขจร ทำการยึดอำนาจรัฐประหารตัวเองในเดือน

พฤศจิกายน 2514 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ถูกร่างออกมาทั้งส้ิน 23 มาตรา โดยมีเนื้อหาใกล้เคียง
กับรัฐธรรมนูญที่บังคับใช้ในสมัยจอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ โดยให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ
เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และหนึ่งในเหตุการณ์ สำคัญ คือ การออกคำสั่งตามมาตรา 17
ของรัฐธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502 ยึดทรัพย์สินในกองมรดกของ
จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ และทรัพย์สินของท่านผู้หญิงวิจิตรา ธนะรัชต์ให้ตกเป็นของ “รัฐ”
โดยปรากฏแจ้งชัดปราศจากข้อสงสัยว่า จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ ขณะยังมีชีวิตอยู่ได้ใช้อำนาจ
หน้าที่ในราชการมิชอบกระทำการเบียดบังและยักยอกทรัพย์สินของรัฐไปหลายคร้ังหลายหน
มีจำนวนมากมายถึง 604,551,276 บาท 62 สตางค์ และโดยที่ท่านผู้หญิงวิจิตรา ธนะรัชต์
เป็นภรรยาของจอมพลสฤษด์ิ ธนะรชั ต์ ได้ร่วมรบั ผลประโยชน์ในการนี้ด้วยการกระทำดังกล่าว
มีผลเป็นการบ่อนทำลายความม่ันคงของราชอาณาจักร ลงนามโดยจอมพลถนอม กิตติขจร
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2507 ซึ่งท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องส้ินสุดลงในเมื่อวันที่
14 ตุลาคม 2516 วันมหาวิปโยค เป็นเหตุการณ์ การปราบปรามผู้ประท้วงบริเวณ
ถนนราชดำเนินอย่างรุนแรงโดยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีจอมพลถนอม กิตติขจร จนมีผู้เสียชีวิต
บาดเจบ็ และมีผู้สญู หายเป็นจำนวนมาก

10. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517

(รธน. 2517 ฉบับหลงั 14 ตุลา ฯ )
หลงั เหตุการณ์ 14 ตลุ าคม 2516 ที่ขบวนการนิสติ นักศึกษา ประชาชนลงถนนประท้วง

เพื่อขับไล่รัฐบาลทหารออกจากตำแหน่ง ประเทศไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย
และมีการร่างรัฐธรรมนญู ขนึ้ ใหม่ โดยฉบับนปี้ ระกอบด้วย 2 สภา คือ สส. และ สว.

โดย สว. มีจำนวน 100 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งต้ังจากผู้ทรงคุณวุฒิ
ขณะที่ สส. มาจากการเลอื กต้ัง มีจำนวนไม่น้อยกว่า 240 คน แต่ไม่เกิน 300 คน และยังมีการ
ตราบทบัญญัติที่ก้าวหน้าในหลายจุด เช่น การห้ามข้าราชการประจำดำรงตำแหน่ง
ทางการเมือง มีบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ และให้การรับรองการรวมกลุ่มทางการเมือง
และการชมุ นุมทางการเมอื ง

32 | ห น้ า

11. รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2519

(รธน. 2519 ฉบบั ‘guide democracy’)
ผลจากการรัฐประหารในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 หลังการปราบปรามนักศึกษา

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้าน้ันส้ินสุดลง คณะรัฐประหารได้
ออกรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีเพียงสภาเดียว คือ สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
จำนวน 300 - 400 คน มาจากการแต่งต้ังโดยพระมหากษัตริย์ ทำหน้าที่ออกกฎหมาย
โดยมีลักษณะเด่น คือ กำหนดข้ันตอนการปกครองระบอบประชาธิปไตยไว้ 3 ระยะ ๆ ละ 4 ปี
หรือเรียกกันอีกอย่างว่า ประชาธิปไตยที่ต้องการการจูง หรือ “Guide democracy” และมีการ
เอาแบ บอย่างอำนาจเบ็ดเสร็จเลียนแบบเผด็จการ ในยุคก่อนหน้าด้วยมาตรา 21
ที่ให้นายกรฐั มนตรีมอี ำนาจเดด็ ขาด ทั้งการปิดหนงั สอื พมิ พ์ กวาดจบั ประชาชนผู้เห็นตา่ ง เป็น

12. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พทุ ธศักราช 2520

(รธน. 2520 ฉบบั กระชับอำนาจใหม่)
เม่ือคณะรัฐประหารชุดเดิมที่นำโดยพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ กลับมารัฐประหารอีกครั้ง

ในปี 2520 จึงเขียนรัฐธรรมนูญให้ประธานสภานโยบายแห่งชาติมีอำนาจในการแต่งตั้ง ครม.
แ ล ะ ส น ช . โด ย ยั งค งก ำ ห น ด ให้ มี ส ภ า เดี ย ว คื อ ส น ช . มี ส ม า ชิ ก 300-400 ค น
ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำกราบบังคมทูลของประธานสภานโยบายแห่งชาติ หรือ
สนช. ขณะที่ฝ่ายบริหาร ได้แก่ คณะรัฐมนตรี และสภานโยบายแห่งชาติ เป็นบุคคลในคณะ
รัฐประหารทั้งหมด แม้จะมีลักษณะเผด็จการเช่นเดียวกันกับรัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 9 และ 11
แต่ยังมีความกระมิดกระเมีย้ นอยู่บ้าง คือ ให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่นายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 27
แต่ต้องขอความเหน็ ชอบจากคณะรฐั มนตรี และยงั เปิดให้มกี ารร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในปี 2521

13. รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2521

(รธน. 2521 ฉบับประชาธิปไตยคร่งึ ใบ)
ที่เรียกกันว่า “ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ” หรือ “เผด็จการครึ่งตัว” ล้วนเป็นผลมาจาก

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากให้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งถือป็นการผสานประโยชน์ระหว่างนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มทุน กับกองทัพที่มีอำนาจสูง
บางคนอาจจะสงสัยว่า “พรรคประชาธิปัตย์เคยชนะเลือกต้ังบ้างหรือเปล่า ? ” คำตอบที่ได้ คือ
“ก็ชนะในยุคนี้นี่แหละ” แต่น่าเสียดายที่หัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นนายก ฯ เพราะต้องยกตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรีให้แก่ผู้นำกองทัพ กล่าวโดยสรุป คือ แม้จะมีการเลือกต้ังแต่สมาชิกรัฐสภา
สว่ นหนึ่งต้องมาจากการแตง่ ต้ัง

33 | ห น้ า

14. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พทุ ธศกั ราช 2534

(รธน. 2534/1 ฉบับ จปร.5)
การรัฐประหารหวนกลับมาอีกคร้ังในกลางทศวรรษ 2530 คณะรักษาความสงบ

เรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ที่ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อย จปร. รุ่น 5 ได้ร่วมกัน
ยึดอำนาจและออกแบบรฐั ธรรมนญู ทีใ่ ห้อำนาจแกค่ ณะรัฐประหารอย่างมาก

รสช. แต่งตั้งให้มี สนช. เพื่อเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญและออกกฎหมาย พร้อมกับมีการ
แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงให้นายกรัฐมนตรีร่างรัฐธรรมนูญฉบับต่อไปได้ด้วยในกรณีที่
สนช. ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับที่ 15 ที่สร้างปม
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในเวลาต่ อมา น่ันคือ เหตุการณ์ นองเลือดคร้ังสำคัญ
ของประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทย ระหว่างวันที่ 17-20 พฤษภาคม พ.ศ.2535
หรือทีไ่ ด้รับการขนานนามวา่ เหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ”

15. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534

(รธน. 2534/2 ฉบบั หมกเม็ด)
ที่เรียกรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นนี้ก็เนื่องมาจากตัวบทที่ซ่อนเร้นการสืบทอดอำนาจ

ของคณะรัฐประหารชุด รสช. ในเวลานั้นเอาไว้ โดยให้คณะรัฐประหารมีอำนาจต่อไป
แม้ภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว นี่จึงเป็นที่มาของวลีอันโด่งดังว่า “เสียสัตย์เพื่อชาติ”
ของพลเอกสุจินดา คราประยูร ก่อนที่จะสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมาก
จนนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งสำคัญอีกคร้ังของสังคมไทย คือ เหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ”
นอกจากนี้ ยังมีการเปลีย่ นแปลงถอ้ ยคำในหมวดสำคญั ของรัฐธรรมนญู อยา่ งที่ไมเ่ คยเปน็ มา

16. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2540

(รธน. 2540 ฉบบั ฮีโร่คนช้ันกลาง)
เป็นรัฐธรรมนญู ฉบับที่ให้ความสำคัญกับประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่ง จากเน้ือหาที่เป็น

ประชาธิปไตยหลายเรื่อง เช่น นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกต้ังวุฒิสภาต้องมาจาก
การเลือกตั้ง แต่ก็แฝงไปด้วยการให้คุณค่าแบบคนช้ันกลาง เช่น สส. ต้องจบปริญญาตรี หรือ
การแบ่งเขตเลือกต้ังโดยใช้เขตประเทศเป็นตัวคำนวณ ที่เรียกกันว่า “ปาร์ตี้ลิสต์” มีการให้
อำนาจฝ่ายบริหารที่สูง ขณะเดียวกันก็มีการออกแบบกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลจาก
ผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น การให้มีองค์กรอิสระจำนวนมาก การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพในด้านต่าง ๆ
ไว้อย่างครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้อยู่ได้เพียง 9 ปีเท่านั้น
กถ็ ูกฉีกอีกครั้ง

34 | ห น้ า

17. รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย (ฉบบั ช่วั คราว) พทุ ธศกั ราช 2549

(รธน. 2549 ฉบบั คมช.เกยี ร์ว่าง)
หลังรัฐประหารในปี 2549 คณะรัฐประหารที่เรียกตัวเองว่า คณะมนตรีความม่ันคง

แห่งชาติ (คมช.) ก็เขียนรัฐธรรมนญู ที่คล้าย ๆ กบั รสช. ในปี 2534 นัน่ คือ มีภารกิจในการร่าง
กติกาใหม่ภายใน 1 ปี มีจำนวนท้ังส้ิน 39 มาตรา โดยให้มี สนช. ทำหน้าที่แทนรัฐสภา
ต้ังคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นมาทำหน้าที่แทนศาลรัฐธรรมนูญ ให้มี ส.ส.ร. ทำหน้าที่
รา่ งรฐั ธรรมนญู ฉบบั ถาวร และมีคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่กอ่ ให้เกิดความเสียหาย
แก่รัฐ (คตส.) ทำหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินอดีตคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่
ครองอำนาจในกลางทศวรรษที่ 2540 ท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เป็นไปตามภารกิจ
เพราะหลงั จากทีม่ ีการประชามติ รัฐธรรมนญู 2550 ฉบับนี้กส็ นิ้ สุดไปตามเง่ือนไข

18. รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2550

(รธน. 2550 ฉบับตลุ าการเป็นใหญ่)
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศกั ราช 2550 รา่ งขนึ้ บนสถานการณ์ทีต่ ้องการ

ให้มีการปรับปรุงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 ที่ก่อให้เกิดปัญหากับ
ระบบการเมืองหลายประการ โดยเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเดน่ ชัดว่าผู้ร่าง
รัฐธรรมนูญต้องการสถาปนาระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยให้มีความย่ังยืนขึ้นใน
ประเทศไทย ขจัดจุดอ่อนทีเ่ กิดขึ้นในรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2540 ทีม่ ี
อยู่หลายข้อ โดยเฉพาะการที่ให้ฝา่ ยบริหารเข้มแข็งมากเกินไปจนมีผลข้างเคียงทำลายสมดุลใน
ระบบการเมืองท้ังหมด ก่อให้เกิดวิกฤตทำให้กลไกการตรวจสอบการใช้อำนาจเป็นอัมพาต
รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงให้อำนาจแก่ฝ่ายตุลาการอย่างกว้างขวาง ในการคัดเลือกบุคคลเข้าไปมี
อำนาจในการองค์กรอสิ ระและตำแหน่งทางการเมืองอ่ืน และขยายอำนาจชี้ขาดและวินิจฉัยคดี
สำคัญหลายคดี เป็นการมุ่งหน้าสู่ทศวรรษใหม่ของการเมืองการปกครองไทย ทศวรรษที่สิทธิ
เสรีภาพของประชาชนจะได้รับการรับรองคุ้มครองอย่างแน่นหนา ทศวรรษที่ประชาชนมีส่วน
ร่วมในทางการเมืองมากขึ้น ทศวรรษที่นักการเมืองต้องปรับเปล่ียนพฤติกรรม ปรับเปล่ียน
ระบบคุณธรรมและจริยธรรมของตนเองเพ่อื ความเจริญก้าวหน้าของประเทศสบื ไป

19. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย (ฉบับช่วั คราว) พทุ ธศกั ราช 2557

(รธน. 2557 ฉบบั อะไรก็ไดใ้ ห้ ม.44)
ประกาศใช้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560

ด้วยสาเหตุมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตรงกับสมัยยุค คสช. ซึ่งคงคุ้นเคยกันดีกับ
รัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหารในปี 2557 ซึ่งมีมาตราหนึ่งที่สำคัญ คือ มาตรา 44

35 | ห น้ า

ที่ให้อำนาจแก่หัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจเด็ดขาดตาม
มาตรา 44 เป็นอำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญช่ัวคราว 2557 ที่เขียนขึ้นโดยคณะรักษาความ
สงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้อำนาจกับหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติออกคำสั่งที่มีผล
ในทางบริหาร นิติบญั ญัติ และตุลาการ และมาตรา 48 บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งไดก้ ระทำ
เนื่องในการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
ของหัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมทั้งการกระทำของบุคคลที่เกีย่ วเนื่องกับการ
กระทำดังกล่าว หรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
หรือของผู้ซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
อันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทำดังกล่าวมาท้ังหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการ
กระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางรัฐธรรมนูญ ในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทาง
ตุลาการ รวมท้ังการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอ่ืน ไม่ว่ากระทำใน
ฐานะตวั การ ผู้สนบั สนนุ ผู้ใช้ให้กระทำ หรอื ผถู้ ูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวนั ที่กลา่ วน้ัน
หรือก่อน หรือหลังวันที่กล่าวน้ัน หากการกระท ำน้ันผิดต่อกฎ หมาย ให้ผู้กระท ำ
พ้นจากความผิดและความรบั ผิดโดยสนิ้ เชิง

20. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2560

(รธน. 2560 ฉบบั ปจั จบุ นั )
เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 20 จัดร่างโดยคณะกรรมการ

ร่างรัฐธรรมนูญ ในระหว่าง พ.ศ. 2557–2560 ภายหลังการรัฐประหารในประเทศ
โดยคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ เม่อื วนั ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร-
เทพยวรางกูร ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2560 ณ พระที่นั่ง
อนันตสมาคม พระราชวงั ดุสิต กรุงเทพมหานคร มีพลเอกประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
เป็นผู้รับสนองพระราชโองการมี 16 หมวด 279 มาตรา สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้
คือ การจัดให้มีการเลือกตั้งที่มนี ายกรฐั มนตรีไมจ่ ำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง เพ่ือเป็นการจัด
ระเบียบการปกครอง การตรวจสอบโดยองคก์ รอสิ ระ และมีกลไกปฏิรูปประเทศในดา้ นตา่ ง ๆ

36 | ห น้ า

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3

แนวคิดและโครงสรา้ งกฎหมายรฐั ธรรมนญู

• อำนาจอธิปไตย (Sovereignty)
• แนวคดิ ทป่ี รากฎในกฎหมายรัฐธรรมนญู
• โครงสร้างของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

37 | ห น้ า

- อานาจอธปิ ไตย (Sovereignty) -

ฌอง โบแดง (Jean Bodin) เป็นนักปรัชญาการเมืองของโลกตะวันตก ชาวฝรัง่ เศส ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 หรือ
ประมาณ พ.ศ.2100 และเปน็ คนแรกทรี่ ิเริม่ ใช้คำว่า “อำนาจอธิปไตย” ในความหมายที่เข้าใจได้ในปจั จบุ ัน กลา่ วคอื

อำนาจอธิปไตยน้ันเปน็ อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ซงึ่ ฌอง โบแดง ไดเ้ สนอปรชั ญาเกีย่ วกบั ทฤษฎี
อำนาจอธิปไตยในหนังสือเรือ่ ง “Six Books” ไว้วา่ “อำนาจเปน็ เครื่องหมายทบี่ อกถึงความแตกต่างระหวา่ งรฐั

กบั สงั คมอื่น ๆ ทีค่ รอบครวั หลายครอบครวั อยู่รว่ มกนั และพรรณนาว่าครอบครัวเป็นพลเมอื งของรัฐ
ซึง่ ต้องยอมอยู่ภายใต้อำนาจปกครอง และการยอมรบั ในอำนาจปกครองของพลเมอื งผอู้ ย่ใู ต้การปกครองของรฐั นั้น

วา่ ดว้ ยเรื่อง “อำนาจอธิปไตย”

อำนาจอธิปไตย (Sovereignty) หมายถึง อำนาจที่แสดงความเป็นใหญ่ ความเป็นอิสระ
ไม่ขึ้นต่อใคร หรือต้องเชื่อฟังคำสั่งคำบัญชาของผู้ใดที่เหนือตนโดยปราศจากความยินยอมของตน
อำนาจอธิปไตย ย่อมมีความแตกตา่ งกันไปในแต่ละระบอบการปกครองของประเทศน้ัน ๆ

➢ การปกครองในระบบคณาธิปไตย อำนาจจะเป็นของคณะบคุ คลทป่ี กครอง
➢ การปกครองในระบอบสมบรู ณาญาสิทธริ าชย์ อำนาจอธิปไตยเปน็ ของ

พระมหากษัตริย์ กล่าวคือ กษัตริย์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ
และเป็นผู้เดยี วที่ใช้อำนาจดงั กลา่ ว
➢ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยจะเปน็ ของประชาชน
กล่าวคือ ประชาชนคือผู้มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ โดยผ่านตัวแทน คือ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ดังนั้น อำนาจอธิปไตย จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของความเป็นรัฐ เพราะการจะเป็น
รัฐได้นั้น นอกจากประกอบด้วย อาณาเขตหรือดินแดน ประชากรที่อยู่รวมกัน อย่างถาวร
และรัฐบาลแล้ว ย่อมต้องมีอำนาจอธิปไตยดว้ ย ท้ังนี้ประเทศนั้นต้องเป็นประเทศที่สามารถมีอำนาจ
สงู สดุ (อำนาจอธิปไตย) ในการปกครองตนเอง จงึ จะสามารถเรียกว่า “รฐั ” ได้

38 | ห น้ า

ความเป็นอำนาจอธิปไตยแบบสมบูรณ์

1. มีความสมบูรณ์เด็ดขาด คือ ต้องไม่ถูกจำกัดจากส่ิงใด ๆ ถือเป็นอำนาจที่เด็ดขาด
และบริบรู ณ์ในตัวเอง โดยไมม่ ีอำนาจใดมาลบลา้ งได้

2. ความครอบคลมุ ทั่วไปรอบดา้ น คือ การแผ่ขยายไปยงั ทุกคน ทกุ กลุม่ คนภายในรฐั
3. ความยืนยงถาวร คือ จะต้องอยู่ตลอดไปคู่กับรัฐเสมอโดยไม่สูญสลาย ตราบเท่าที่ยังมี
ความเปน็ รฐั อยู่
4. ความไมอ่ าจถูกแบง่ แยกได้ เนอ่ื งจากเปน็ อำนาจสูงสดุ เปน็ หนึ่งเดยี ว ซ่งึ เป็นอำนาจทาง
นามธรรม แต่สามารถแบ่งแยกตามหน้าที่ (Separation of Power) ซึ่งประเทศไทยได้จัดรูปแบบ
การใช้อำนาจอธิปไตยตามระบบรัฐสภา โดยแยกองค์กรเป็น 3 องค์กร คือ องค์กรนิติบัญญัติ
องค์กรบริหาร และองค์กรตุลาการ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกัน หรือที่เรียกว่า “ระบบรัฐสภา”
เช่น ประเทศอังกฤษ และญี่ปนุ่ เปน็ ต้น
ดังจะเห็นได้จากอำนาจอธิปไตยโดยหลักสากลแต่ละรัฐหรือแต่ละประเทศ จะมีองค์กรที่ใช้
อำนาจอธิปไตยอยู่ 3 องค์กร ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ซึ่งหลัก
ของการแบง่ แยกอำนาจ (Separation of Power) เป็นหลักการในการปกครอง

นกั ปรัชญาทีม่ อี ิทธพิ ล คือ มงเตสกิเออ ไดอ้ ธบิ ายไวใ้ นหนังสือ
เจตนารมณแ์ ห่งกฎหมาย ไดอ้ ธบิ ายถึง อำนาจนิติบญั ญัติ คือ อำนาจ

เกี่ยวกบั การวางระเบียบบงั คบั ทั่วไปในรัฐ เช่น
ออกกฎหมายพิจารณาเงินงบประมาณและตรวจสอบการทำงานของ

รฐั บาล โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้อำนาจ อำนาจบริหาร
เปน็ อำนาจปฏบิ ัติการซงึ่ ขนึ้ อยู่กบั กฎหมายมหาชน เชน่
การนำกฎหมายมาบงั คับใช้หรือออกกฎหมายบางส่วน
ทีม่ คี วามสำคญั นอ้ ยกวา่ นิตบิ ญั ญตั ิ โดยมรี ัฐบาลและ

คณะรฐั มนตรี เป็นผู้ใช้อำนาจ และอำนาจตลุ าการ เปน็ อำนาจ
ปฏิบตั ิการตา่ ง ๆ ซงึ่ ขึ้นอยกู่ บั กฎหมายแพ่ง คือ อำนาจในการวนิ ิจฉัย
อรรถคดี เชน่ ในการตีความตวั บทกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง
ตัดสินพิจารณาคดีตา่ ง ๆ โดยมีหน่วยงานศาลและกระทรวงยตุ ิธรรม

เป็นหนว่ ยงานที่ใชอ้ ำนาจนี้ เป็นตน้

สรปุ รฐั จะมีองคก์ รทีใ่ ช้อำนาจอธิปไตยอยู่ 3 องคก์ ร

ได้แก่ อำนาจบริหาร อำนาจนิตบิ ญั ญตั ิ และอำนาจตลุ าการ

39 | ห น้ า

หลกั การแบง่ แยกอำนาจ (Separation of powers)

แนวค วามคิดความเชื่อในเรื่องหลักการแบ่ งแยกอำนาจ (Seperation of Powers)
เนื่องมาจากความกลัวของผู้ร่างรัฐธรรมนูญว่าอำนาจจะอยู่ที่คนๆ เดียว ดังน้ันจะสร้างระบบการ
ปกครองแบบใหม่โดยแยกอำนาจออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝา่ ยนิติบญั ญัติ ฝ่ายบริหาร และฝา่ ยตุลาการ
ในความรับผิดชอบเบื้องต้น ฝ่ายนิติบัญญัติจะรับผิดชอบในการบัญญัติกฎหมายฝ่ายบริหาร
รับผิดชอบในการทำให้กฎหมายเหล่านั้นมีผลบังคับใช้ และฝ่ายตุลาการรับผิดชอบในการตีความ
กฎหมาย หลักการดังกล่าวเป็นการกำหนดให้แยกการทำงานออกเป็นฝ่ายๆ ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและ
กัน เพื่อไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป แนวความคิดเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลแบบนี้
ได้รับอิทธิพลมาจาก นักปรัชญาการการเมืองชาวฝรั่งเศส ชื่อ มองเตสกิเออ ( Baron De
Montesquieu ) ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าอำนาจนิติบัญญัติและ อำนาจบริหารอยู่ที่บุคคลคนเดียวหรือมี
ผู้ปกครองคนเดียวจะทำให้การเมอื งไม่มีเสถียรภาพ

แนวความคิดของการแบง่ แยกอำนาจนี้มีหลักเกณฑ์ และจดุ ประสงคท์ ี่สาคญั

➢ ประการแรก เน้นเร่ืองโครงสร้างหน่วยงาน (Structural Features) ของแต่ละฝ่าย
เพ่ือป้องกันการรวมอำนาจของฝ่ายหน่ึงฝ่ายใดโดยการกำหนดคุณสมบัติชองผู้สมัคร
เข้ารับการเลือกตั้งและกำหนดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งของสมาชิกแต่ละฝ่ายให้
แตกตา่ งกนั

➢ ประการท่ีสอง โดยการจัดสรรอำนาจของแต่ละฝ่าย (Allocation of Powers) ไม่ให้
ก้าวก่ายขอบเขตของอำนาจอื่นและป้องกันการรวมอำนาจทั้งสาม ได้แก่ อำนาจนิติ
บัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการมิให้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของอำนาจใด
อำนาจหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียวความประสงค์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญน้ันต้องการให้อำนาจ
ท้ังสามนี้มีบทบาทในการบริหารงานร่วมกันในบางส่วนและขณะเดียวกันอำนาจแต่ละฝ่ายก็
เป็นอิสระไมข่ ึน้ ตอ่ กนั และกนั

40 | ห น้ า

- แนวคดิ ท่ปี รากฏในกฎหมายรฐั ธรรมนูญ -

1. หลักนติ ิรฐั (Legal State)

คำว่า “นิติรัฐ” เป็นคำท่ีแปลมาจากภาษาเยอรมนีว่า “Rechtsstaat” คำว่า “Rechtsstaat”
ประกอบขึ้นจากคำสองคำคือคำว่า Recht ท่ีแปลว่า กฎหมาย (ในภาษาเยอรมนีคำ ๆ นี้สามารถแปลว่า
“สิทธิ” ได้ด้วย) และคำว่า Staat ท่ีแปลว่า รัฐ แต่คำสองคำนี้เม่ือมารวมกันแล้วได้กลายเป็นคำศัพท์ทาง
นิติศาสตรใ์ นระบบกฎหมายองั กฤษ แปลคำว่า Rechtsstaat ว่า rule of law หรอื state-under-law

แก่นแท้ของหลักการน้ี กล่าวคือ การปกครองใน Rechtsstaat หรือนิติรัฐน้ัน กฎหมายจะต้องไม่
เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองใช้อำนาจตามอำเภอใจ ภายใต้กฎหมายบุคคลทุกคนต้องเสมอภาคกัน และบุคคล
จะต้องสามารถทราบก่อนล่วงหน้าว่ากฎหมายมุ่งประสงค์จะบังคับให้ตนท ำอะไรหรือไม่ให้ตนทำอะไร
ผลร้ายอันเกิดจากการฝ่าฝืนกฎหมายคืออะไร ทั้งน้ีเพื่อท่ีจะบุคคลได้ปฏิบัติตนให้ถูกต้องสอดคล้องกับ
กฎหมาย

สรุปแนวความคิดพื้นฐานของนิติรัฐ ก็คือ การจำกัดอำนาจของรัฐโดยกฎหมาย การทำให้รัฐ
ต้องผูกพันอยู่กับหลักการพื้นฐานและคุณคา่ ทางกฎหมายโดยไม่อาจบิดพลิ้วได้ ด้วยเหตุน้ีหลักนิติรัฐจึงไม่มี
ความหมายแค่เพียงการบังคับให้รัฐต้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลเท่าน้ัน แต่ยังเรียกร้องให้รัฐต้อง
ดำเนนิ การในดา้ นต่าง ๆ เพื่อใหเ้ กิดความเป็นธรรมข้นึ อย่างแทจ้ รงิ ในสงั คมดว้ ย

2. หลักนติ ิธรรม (Rule of Law)

หลักนิติธรรม หมายถึง “หลักพื้นฐานแห่งกฎหมาย” ที่กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจะต้อง
ไม่ฝ่าฝืนหรือขัดแย้งต่อหลักนิติธรรม และหลักนิติธรรมน้ีจะถูกล่วงละเมิดไม่ได้ ผลของการฝ่าฝืนหลักนิติ
ธรรม คือ ใช้บังคับไมไ่ ด้

สาระสำคัญของหลักนิติธรรม ไดแ้ ก่ หลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา กฎหมายไมม่ ีผลยอ้ นหลัง
เปน็ โทษ กฎหมายตอ้ งประกาศใชใ้ ห้ประชาชนทราบ กฎหมายต้องใชบ้ ังคบั เปน็ การท่วั ไป เจา้ หนา้ ทร่ี ัฐจะใช้
อำนาจได้ ภายใตก้ ารใหอ้ ำนาจโดยกฎหมาย และหา้ มยกเว้นความผิดใหแ้ ก่การกระทำในอนาคต

สรุปคือ การจะมีหลักนิติธรรมที่สมบูรณ์ได้นั้น จะต้องประกอบด้วย “รัฐบาลที่มีอำนาจจำกัด”
“กฎหมายที่ออกโดยผู้แทนอับชอบธรรมของประชาชน เพ่ือจำกัดอำนาจรัฐ และพิทักษ์ไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพ
ของประชาชน” และ “ตลุ าการทเ่ี ป็นเป็นอสิ ระ โดยปราศจากการครอบงำจากอำนาจใด ๆ ทั้งปวง”

41 | ห น้ า

3. หลักการแบ่งแยกอำนาจ” (Separation of Powers )

Pow“eหrลsัก)การแบ่งแยกอำนาจ” (Separation of Powers ) จะแยกการใช้อำนาจรัฐ หรือ

การกระจายหน้าที่ตามความสามารถเฉพาะด้านและดูแลให้เกิดการคานและดุลกัน (Check and
Balance) เพ่อื มิให้เกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ และในความเป็นจริงของการจัดกลไกการปกครองกับ
ปรากฏให้เหน็ ถึงการรว่ มมือและการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกนั และกนั กล่าวคือ

1. “อำนาจนิติบัญญัติ” เป็นอำนาจอธิปไตยในการจัดทำกฎหมาย (Law-Adjudication)
คือ พระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนูญ พระราชบัญญตั ิ เป็นต้น

2. “อำนาจบริหาร” เป็นอำนาจอธิปไตยในการใช้บังคับกฎหมาย (Law-Application)
อำนาจบริหารเขา้ ใจในเบือ้ งต้นว่าเปน็ อำนาจของรัฐบาล (ฝา่ ยบริหาร)

3. “อำนาจตุลาการ” เป็นการอำนาจอธิปไตยในการตัดสินตามกฎหมาย (Law-Adjudication)
อำนาจตลุ าการเป็นอำนาจที่ทุกคนเห็นตรงกันวา่ ต้องใช้โดยบคุ คลทีม่ ีความเปน็ กลางและต้องมีความ
เป็นอิสระเพ่ือค้ำประกันความเปน็ กลางนั้นด้วย อำนาจวินิจฉยั คดี มอบหมายให้ศาล (ฝ่ายตุลาการ)
เปน็ ผู้ใช้อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาด

อำนาจนิตบิ ญั ญตั ิ อำนาจตุลาการ

อำนาจบริหาร

42 | ห น้ า

4. หลกั ความชอบดว้ ยกฎหมาย

หลักความชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหมายถึงรัฐที่ปกครองโดยกฎหมาย (ประชาชน)
และทุกคนในรัฐต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐ โดยเคารพต่อกฎหมายและจะไม่กระทำการใด ๆ
นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดหรือละเมิดต่อกฎหมาย การที่ทุก ๆ คนในรัฐต้องเคารพต่อ
กฎหมายของรัฐก็คือการที่ทุก ๆ คนกระทำการโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งก็คือ “หลักความชอบด้วย
กฎหมาย” ในบทบาทของรฐั องค์กรรัฐ หน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหลายน้ันเป็นผู้ที่ ใช้อำนาจ
รัฐตามกฎหมายซึ่งหมายความว่าต้องปฏิบัติหน้าที่โดยเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัดและไม่ใช้
อำนาจ รัฐตามกฎหมายไปละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่เช่นน้ันแล้วอาจถือได้ว่าเป็นการ
ใช้อำนาจโดยไม่ ชอบและไม่เคารพตอ่ หลักความชอบด้วยกฎหมาย

5. หลักความเปน็ กฎหมายสูงสดุ

ห ลั ก ค วาม เป็ น ก ฎ ห ม าย สู งสุ ด ขอ งรัฐธรรม นู ญ (Supremacy of the Constitution)
ซึ่งเป็นผลของ รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยอันเป็นกฎเกณฑ์สูงสุดในการปกครองประเทศ
เนื่องจากหากได้พิเคราะห์ โดยทฤษฎีบริสุทธิ์แห่งกฎหมายที่ว่ากฎเกณ ฑ์ ที่ให้อำนาจ
ออกกฎเกณฑ์อ่ืน ย่อมสูงกว่ากฎเกณฑ์ที่ออกมาและจากการที่รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร
เป็นกฎเกณฑ์ที่มีที่มาจากอำนาจสูงสุดในการก่อต้ังองค์กรทางการเมือง (Pouvoir constituent)
และเป็ น กฎเกณ ฑ์ ที่ก่อตั้งระบ บ กฎ หม ายขึ้น ทั้ งระบ บ โดยรัฐธรรม นู ญ ได้กำหน ดถึง
องค์กรทีใ่ ช้อำนาจทางการเมืองในการปกครองรัฐและความสัมพันธร์ ะหว่างองค์กรต่าง ๆ ตลอดจน
กำหนด รับรองและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงส่งผลให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎเกณฑ์ที่อยู่
เหนือกฎเกณฑ์ ท้ังหลายที่รัฐธรรมนูญสร้างขึ้น กล่าวคือรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด
กฎหมายที่ออกตามอำนาจแห่ง รัฐธรรมนญู หรือมีลำดับศกั ด์ิตำ่ กว่ารัฐธรรมนูญไม่สามารถขัด หรือ
แย้งกบั รัฐธรรมนูญได้

43 | ห น้ า

- โครงสร้างของกฎหมายรัฐธรรมนญู -

โครงสร้างกฎหมายรฐั ธรรมนญู ประเภทลายลักษณ์อกั ษรน้ัน
มกั จะมีสาระสำคญั 5 ประการ ดงั น้ี

สาระสำคัญ คำอธบิ าย
1. บทนำหรืออารัมภบท หรือ กล่าวถึงสาเหตุและอำนาจในการประกาศใช้ธรรมนูญ
คำปรารภ (Preamble) ข้อความจะอยู่ในตอนต้นของรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงให้เห็นถึง
สาเหตุแหง่ เจตนารมณ์ และที่มาแหง่ อำนาจในการประกาศใช้
2. โครงสร้างของรฐั บาล เปน็ การระบุโครงสร้างของ รฐั บาลว่าเป็นอย่างไร และกลไก
(Framework of government) หลักของรัฐบาลเป็นอย่างไร โครงสร้างสำคัญที่มักจะอยู่ใน
รัฐธรรมนญู
ได้แก่

1) รูปแบบของรัฐ ไดแ้ ก่ รัฐเดี่ยวหรือรัฐคู่
2) รูปแบบของรฐั บาล อาจแบง่ เปน็ 3 รปู แบบ
ใหญ่ คือรูปแบบรฐั สภา รปู แบบ ประธานาธบิ ดี รปู แบบกึ่ง
ประธานาธบิ ดี – กึ่งรฐั สภา
3) องคก์ รของรัฐบาล เชน่ การกำหนดว่าอะไร
เป็นฝา่ ยบริหาร ฝ่ายนติ ิบัญญตั ิ ฝา่ ยตลุ าการและองค์การ
ปกครองระดบั ชาติและระดับท้องถิน่ เปน็ ต้น
4) เจา้ หน้าที่ของรัฐ ไดแ้ ก่ การการระบบุ คุ คล
ผู้รับหน้าที่ในองค์การตา่ ง ๆ เช่น ผู้ที่เปน็ ประมขุ ฝ่ายบริหาร
ประมขุ ฝ่ายนิติบัญญตั ิ ประมขุ ฝ่ายตุลาการซึง่ ประมขุ ฝ่าย
บริหารอาจเปน็ ประธานาธิบดี เช่น สหรัฐอเมริกา หรอื เปน็
นายกรฐั มนตรีเชน่ ไทย
5) การได้มาและพ้นจากตำแหน่ง มกี ารระบุโดย
การแต่งตั้ง การเลื่อนช้ัน และให้พ้นชดั เจน
6) ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร มีการระบุ
ความสัมพันธ์ขององค์กรที่ประกอบเป็นโครงสร้าง ของระบบ
การเมืองการปกครอง คือฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญ ญั ติ
และตุลาการ

44 | ห น้ า

สาระสำคัญ คำอธิบาย
3. การให้และการกำหนด ได้แก่ ให้อำนาจและกำหนดขอบเขตอำนาจ ให้กับฝ่าย
ขอบเขตแห่งอำนาจ บริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการหรือองค์กรที่ถูกจัดตั้งตาม
รัฐธรรมนูญ เป็นต้น
4. สิทธบิ ุคคลและพันธะกรณี ได้แก่ สิทธิบุคคล พันธะที่รัฐต้องให้การประกันดูแล ความ
ของรฐั คุ้มครอง การบริการการศึกษา การรักษาความมั่นคง เป็นต้น
5. การแก้ไขและเปลี่ยน
รัฐธรรมนูญ ประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญแบบจารีตประเพณีการแก้ไข ก็
กระทำได้ง่าย แต่ประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญประเภทลายลักษณ์
6. บทเฉพาะกาล อักษรจะทำได้ยากกว่า เพราะกระบวนการแก้ไขมีหลายวิธี เช่น
รัฐสภา ประชามติ การปฏิวัติรฐั ประหาร เป็นต้น

ในการสถาปนารัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ก็จะมีบทเฉพาะกาล
บญั ญัติไว้เสมอ บทบัญญตั ิของกฎหมายที่บญั ญตั ิให้ใช้เฉพาะใน
ช่วงเวลาหนึ่งหรือกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นก่อนวันใช้ บังคับ
กฎหมายน้ัน เช่น รัฐธรรม นูญ แห่งราชอาณ าจักรไท ย
พ.ศ.2560 ที่ได้บัญญัติไว้มาตรา 262-279 เพื่อ คณะบุคคลได้
ทำหน้าทีต่ อ่ ไปตามเงือ่ นไขทีร่ ฐั ธรรมนญู กำหนด

45 | ห น้ า

ACTIVITY

สืบค้นความรทู้ ี่เก่ยี วกบั โครงสรา้ งกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2560

1) รฐั ธรรมนูญฉบบั 2560 ประกาศใชเ้มอ่ื วนั ท.่ี ......................................................มที ง้ั ส้นิ ...........มาตรา
ประกอบไปดว้ ย........... หมวด ไดแ้ ก่..................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

2) รฐั ธรรมนูญ 2560 จดั ทาโดยองคก์ ร....................................................................................................
3) สาเหตขุ องการประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญ 2560 คือ..................................................................................

.........................................................................................................................................................
4) เจตนารมณข์ องรฐั ธรรมนูญ 2560 คอื ...............................................................................................

.........................................................................................................................................................
5) รูปแบบของรฐั ทร่ี ะบตุ ามรฐั ธรรมนูญ 2560 เป็นแบบใด......................................................................

เหตผุ ลเพราะ....................................................................................................................................
6) รูปแบบของรฐั บาลตามรฐั ธรรมนูญ 2560 เป็นแบบใด........................................................................

เหตผุ ลเพราะ....................................................................................................................................
7) ฝ่ายบรหิ าร ตามรฐั ธรรมนูญ 2560 คอื ใคร........................................................................................

ประกอบไปดว้ ย...............................................................................................................................
8) ฝ่ายนิตบิ ญั ญตั ิ ตามรฐั ธรรมนูญ 2560 คอื ใคร.................................................................................

ประกอบไปดว้ ย...............................................................................................................................
9) ฝ่ายตลุ าการ ตามรฐั ธรรมนูญ 2560 คือใคร........................................................................................

ประกอบไปดว้ ย.................................................................................................................................
10) ประมขุ ฝ่ายบรหิ าร คอื ใคร..................................................................................................................
11) ประมขุ ฝ่ายนิตบิ ญั ญตั ิ คือใคร............................................................................................................
12) ประมขุ ฝ่ายตลุ าการ คอื ใคร.................................................................................................................

46 | ห น้ า

13) การไดม้ าของประมขุ ฝ่ายบรหิ ารมาจากวธิ ใี ด.................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
14) การไดม้ าของประมขุ ฝ่ายนิตบิ ญั ญตั ิ ไดม้ าโดยวธิ ีใด.....................................................................................
........................................................................................................................................................................
15) การไดม้ าของประมขุ ฝ่ายตลุ าการ ไดม้ าโดยวธิ ีใด.........................................................................................
........................................................................................................................................................................
16) ฝ่ายนิตบิ ญั ญตั มิ หี นา้ ทอ่ี ะไรบา้ ง..................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
17) ฝ่ายบรหิ ารมหี นา้ ทอ่ี ะไรบา้ ง.........................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
18) ฝ่ายตลุ าการมหี นา้ ทอ่ี ะไรบา้ ง.......................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
19) องคก์ รทถ่ี กู จดั ตง้ั ตามรฐั ธรรมนูญ 2560ไดแ้ ก่.............................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
20) การแกไ้ ขรฐั ธรรมนูญ 2560 โดยประชาชนสามารถกระทาไดโ้ ดย..................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
21) ผูม้ สี ทิ ธใิ นการแกไ้ ขรฐั ธรรมนูญประกอบไปดว้ ยใครบา้ ง...............................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
22) บทเฉพาะกาลตามรฐั ธรรมนูญ 2560 มลี กั ษณะทส่ี าคญั อย่างไร....................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

47 | ห น้ า


Click to View FlipBook Version