รูปแบบการจดั การขยะมลู ฝอยแบบมีสว่ นรว่ มของชมุ ชนยายชา
อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม
THE PARTICIPATORY SOLID WASTE MANAGEMENT MODEL OF YAICHA
COMMUNITY SAM PHRAN DISTRICT NAKHON PATHOM PROVINCE
พระวสพุ ล วชริ ปโิ ย (ทำสวน)
วทิ ยานพิ นธ์นเี้ ป็นสว่ นหน่งึ ของการศึกษา
ตามหลกั สูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต
สาขาวิชาการพฒั นาสงั คม
บัณฑติ วทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
รปู แบบการจดั การขยะมลู ฝอยแบบมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนยายชา
อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม
พระวสุพล วชริ ปโิ ย (ทำสวน)
วทิ ยานพิ นธ์น้เี ปน็ สว่ นหนึ่งของการศกึ ษา
ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต
สาขาวิชาการพฒั นาสังคม
บัณฑิตวิทยาลยั
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ลิขสิทธเ์ิ ปน็ ของมหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย)
The Participatory Solid Waste Management Model of Yaicha
Community Sam Phran District Nakhon Pathom Province
Phra Wasuphon Vajirapiyo (Tamsuan)
A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of
the Requirements for the Degree of
Master of Arts
(Social Development)
Graduate School
Mahachulalongkornrajavidyalaya University
C.E. 2021
(Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University)
ก
ชือ่ วทิ ยานพิ นธ์ : รูปแบบการจัดการขยะมลู ฝอยแบบมีส่วนรว่ มของชุมชนยายชา
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
ผวู้ ิจยั : พระวสุพล วชิรปิโย (ทำสวน)
ปรญิ ญา : พุทธศาสตรมหาบณั ฑติ (การพัฒนาสังคม)
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์
: พระมหาประกาศิต สิริเมโธ, ดร., ป.ธ.๘, พธ.บ. (การจดั การเชิงพทุ ธ),
พธ.ม. (การพัฒนาสังคม), พธ.ด. (การพฒั นาสังคม)
: พระมหาบุญเลิศ อนิ ฺทปญฺโ , ศ. ดร., ป.ธ.๗, พธ.บ. (รฐั ศาสตร)์ , ศศ.ม.
(การพฒั นาสังคม), รป.ม. (การจดั การความขัดแยง้ ), ปร.ด. (รฐั ประศาสนศาสตร)์
วันสำเร็จการศึกษา : ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔
บทคดั ยอ่
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วม
ของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ๒) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอย
แบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ๓) เพื่อเสนอรูปแบบการจัดการ
ขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นการวิจัย
เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ
๑๖ ท่าน และการสนทนากลุ่มเฉพาะร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๐ ท่าน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการ
วเิ คราะห์เนอื้ หา โดยใชเ้ ทคนคิ วิเคราะหข์ อ้ มลู แบบสามเส้า
ผลการวจิ ัยพบว่า
๑. การจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา พบวา่ เน่ืองจากชมุ ชนยายชา
มีการพัฒนาสู่ความเป็นชุมชนเมือง จำนวนประชากรจึงเพ่ิมข้ึน ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยเพ่ิมมากขึ้น
ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน องค์การบริหาร
สว่ นตำบลยายชา จึงไดน้ ำรูปแบบ ๓Rs มาใชใ้ นการจดั การขยะมลู ฝอย โดยมีการสง่ เสรมิ การคัดแยกขยะ
มูลฝอยต้นทางจากครัวเรือน และการรณรงค์เพ่ือสร้างจิตสำนึกในการจัดการขยะมูลฝอย
๒. การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา พบว่า
ในโครงการวิจัยนี้ใช้กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การส่งเสริมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือน
ตน้ แบบ ณ แหล่งกำเนิด” เปน็ กจิ กรรมต้นแบบโดยการประยุกต์ใชร้ ูปแบบ ๗Rs เพ่ือส่งเสริมการจัดการ
ขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วม โดยร่วมมือกับ องค์การบริหารส่วนตำบลยายชา กลุ่มอาสาสมัครท้องถ่ิน
รักษ์โลก (อถล.) และ กลุ่มเยาวชนจิตอาสา ผลท่ีเกิดข้ึนสรุปได้ว่า ๑) เกิดการคิดใหม่ คือ การส่งเสริม
ให้ประชาชน มีจิตสำนึกที่ดีในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม สอดคล้องกับหลักเมตตา
มโนกรรม ๒) การลดการใช้ คือความเข้าใจลักษณะการพ่ึงพาอาศัยซ่ึงกันและกันระหว่างชุมชน
กับส่งิ แวดลอ้ ม เชน่ การใช้ภาชนะใสอ่ าหาร เพอื่ ลดปริมาณขยะมูลฝอย สอดคล้องกบั หลกั สาธารณโภคี
ข
๓) การใช้ซ้ำ เป็นการสร้างนิสัยด้วยการสร้างข้อตกลงในชุมชนเพ่ือให้ทุกคนปฏิบัติติตาม เช่น การตกลง
ท่ีจะนำถุงพลาสติกท่ีใช้แล้วมาเป็นถุงใส่ขยะภายในบ้าน สอดคล้องกับหลักสีลสามัญญตา ๔) การนำกลับมา
ใช้ใหม่ คือ ความเข้าใจลักษณะการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างชุมชนกับสิ่งแวดล้อม เช่น
การนำยางรถยนต์เก่ามาทำเป็นกระถางใส่ต้นไม้ สอดคล้องกับหลักสาธารณโภคี ๕) การซ่อมแซม
เป็นการสร้างนิสัยด้วยการสร้างข้อตกลงในชุมชนเพื่อให้ทุกคนปฏิบัติติตาม เช่น การช่วยกัน
ซ่อมแซมห้องน้ำวัด แทนที่จะรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่เป็นการลดขยะ สอดคล้องกับหลักสีลสามัญญตา
๖) การปฏิเสธ คือ การไม่เห็นด้วยกับการทำลายสภาพแวดล้อม เช่น ปฏิเสธการใช้ปุ๋ยจากสารเคมี
และมาใช้ปยุ๋ อินทรยี ์ทเ่ี กิดจาก การจัดการขยะแทน สอดคลอ้ งกับหลักทฏิ ฐิสามัญญตา ๗) การตอบแทน
คือ ความเข้าใจในการพึ่งพาอาศัยกันและกัน เช่น การไม่ทิ้งขยะมูลฝอยลงในแม่น้ำเพราะชุมชน
นำน้ำมาใช้อุปโภค บริโภค สอดคล้องกับหลักเมตตากายกรรม
๓. เสนอรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา พบว่า ผลจาก
การวเิ คราะหข์ ้อมูลเกี่ยวกบั การพัฒนารปู แบบการจดั การขยะมลู ฝอยแบบมีสว่ นร่วมของชุมชนยายชา
ได้สรุปเป็นรูปแบบ “PIN Model” ประกอบด้วย P = Participation คือ การมีส่วนร่วมของคน
ในชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดการขยะมูลฝอย I = Idols คือ การมีต้นแบบในการจัดการ
ขยะมูลฝอยจากครัวเรือน สามารถถ่ายทอดทักษะความรู้ในการคัดแยกประเภทขยะมูลฝอย
สู่ชุมชนได้ N = Network คือ การสร้างเครือข่ายร่วมกันในการบริหารจัดการขยะมูลฝอย
ค
Thesis Title : The Participatory Solid Waste Management Model of Yaicha
Community Sam Phran District Nakhon Pathom Province
Researcher : Phra Wasuphon Vajirapiyo (Tamsuan)
Degree : Master of Arts (Social Development)
Thesis Supervisory Committee
: Phramaha Prakasit Sirimedho, Dr., Pali VIII, B.A. (Buddhist
Management), M.A. (Social Development), Ph.D. (Social
Development)
: Phramaha Boonlert Inthapanyo, Prof. Dr., Pali VII, B.A.
(Public Administration), M.A. (Social Development), M.P.A.
(Conflict Management), Ph.D. (Public Administration)
Date of Graduation : July 6, 2021
Abstract
This research aimed to study 1) the community participatory solid waste
management of Yaicha community, Samphran district, Nakhonpathom province.
2) to develop the participatory solid waste management Yaicha community, Samphran
district, Nakhonpathom province. 3) to propose the participatory solid waste
management model of Yaicha community, Samphran district, Nakhonpathom
province. The research was used participation action research and further data were
collected by the questionnaire with 16 keys preferment in-depth interviews and
10 experts for focus group discussions. Data were analyzed by the Triangulation
technique.
The research results were as follows;
1. Regarding the participatory solid waste management of the Yaicha
community, the urban development of and the increasing number of populations
within Yaicha community cause a larger amount of solid waste. This has negative
impacts on environment, living conditions as well as quality of life. The Yaicha
Sub-district Administrative Organization, therefore, has brought the 3Rs concept to
manage solid waste by promoting waste sorting at the household and driving the
awareness of doing as such.
2. With regards to the development of the participatory solid waste
management model of Yaicha community, with collaboration of The Yaicha
Sub-district Administrative Organization, Local Environment Volunteer and Youth of
ง
Volunteer Spirit, this research used the workshop “Promotion of the household solid
waste management model in situ”, and applied the 7Rs principle as a model to
stimulate participatory solid waste management. It can be concluded from the
workshop that 1) Rethink: encouraging people to reconsider protecting natural
resources and environment, which is correlated with Mettâmanokamma (mental
loving kindness), 2) Reduce: the understanding of reliance between the community
and the environment, such as using the food container, rather than plastic bag, which
is correlated with Sàdhàranabhogi (to share any lawful gains with virtuous fellows),
3) Reuse: directing and constituting new behavior by setting an agreement within
a community, such as everyone agrees on reusing a plastic bag as a garbage bag
within a household, which is correlated with Sãlasàmannatà (to keep without
blemish the rules of conduct along with one’s fellows, openly and in private),
4) Recycle: the understanding of reliance between the community and the
environment, such as an old car tire can be recycled as a tree pot which is
correlated with Sàdhàranabhogi, 5) Repair: directing and constituting new behavior by
setting an agreement within a community, such as in stead of building a new monk
toilet, the community should agree on repairing it, which is correlated with
Sãlasàmannatà (to keep without blemish the rules of conduct along with one’s
fellows, openly and in private), 6) Reject: denying all behaviors that could pollute
the environment, such as rejecting using a chemical fertilizer, which is correlated with
Ditthisàmannatà: to be endowed with right views along with one’s fellows, openly
and in private, 7) Return: the understanding of reliance between the community and
the environment, such as refraining from throwing waste into the river from where
water is consumed and used within a community, which is correlated with
Mettàkàyakamma (to be amiable in deed, openly and in private).
3. The model of solid waste management with Yaicha community
participation is suggested as “PIN Model” composing of Participation (P) from the
within and outside the community in managing solid waste, Idols (I) referring the
model of solid waste management at the household which skills could be
transferred to the community and Network (N), referring to building a collaboration for
managing solid waste.
จ
กติ ติกรรมประกาศ
วิทยานิพนธ์เรื่อง “รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จังหวดั นครปฐม” ฉบับนสี้ ำเร็จไดด้ ้วยความเมตตานุเคราะหจ์ าก พระมหาบุญเลิศ อนิ ทฺ ปญฺโ , ศ. ดร.
ผู้อำนวยการหลักสูตรบัณฑิตศึกษา พระมหาประกาศิต สิริเมโธ, ดร. ประธานท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์
ผศ. ดร.ภูริวัจน์ ปุณยวุฒิปรีดา ประธานหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม
ที่ได้เสียสละให้การแนะนำและคำปรึกษา พร้อมทั้งตรวจสอบแก้ไขวิทยานิพนธ์เร่ือยมาจนสมบูรณ์
ขออนุโมทนาขอบคุณ รศ. ดร.โกนิฏฐ์ ศรีทอง ประธานสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ รศ. ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์
กรรมการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ตลอดจนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ที่ให้คำช้ีแนะทำให้
วิทยานิพนธฉ์ บับนี้มีความสมบูรณม์ ากยงิ่ ข้ึน
ขอกราบขอบพระคุณ พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์
ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระเดชพระคุณ พระเทพมหาเจติยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม
รองเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม ท่ีให้ความเมตตาสนันบสนุน
ส่งเสริมด้านการศึกษาแก่ข้าพเจ้า พระเดชพระคุณ พระเทพศาสนาภิบาล ผู้อำนวยการวทิ ยาลัยสงฆ์พุทธ
ปัญญาศรีทวารวดี วัดไร่ขิง พระอารามหลวง จังหวดั นครปฐม ทใี่ หค้ วามเมตตาสง่ เสริมด้านการจัดการศึกษา
ขอกราบขอบพระคุณ คณาจารย์ผู้ประสิทธ์ิประสาทความรู้ และคำชี้แนะอันเป็นประโยชน์
แก่การศึกษาต้ังแตเ่ ร่ิมตน้ เพ่ือนสหธรรมมิก สาขาวิชาการพัฒนาสังคม ที่เป็นกัลยาณมิตร ให้กำลังใจ
และขออนโุ มทนาขอบคณุ ผ้ใู หข้ ้อมูลการสมั ภาษณ์เชิงลึก ผู้ร่วมสนทนากลมุ่ เฉพาะทกุ ท่าน รวมถึงผูท้ ่ี
ได้ให้คำชแ้ี นะ ท่ีเปน็ ประโยชนแ์ ก่การทำวิทยานิพนธฉ์ บบั นไี้ ดจ้ นเสรจ็ สมบรู ณ์
ขอกราบขอบพระคุณ บรรพบรุ ุษชาติไทยท่ีรกั ษาแผ่นดินไวใ้ หไ้ ดเ้ กดิ มาอยอู่ าศัย ขอกราบขอบคุณ
ความมานะอดทน ความขยันหมั่นเพียรท่ีเป็นบทพิสูจน์ในการพัฒนาตน คุณงามความดี และประโยชน์
อันใดท่ีจะบังเกิดขึ้นจากวิทยานิพนธ์ฉบับน้ี ขอถวายผลนั้นเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
อาจาริยบูชา ขอวิทยาทานท้ังมวลอันจะบังเกิดจากวิทยานิพนธ์ฉบับน้ี จงส่งผลเป็นบุญกุศลแก่
คุณบิดา มารดา ผใู้ หก้ ำเนิด ครบู าอาจารย์ และผ้มู อี ปุ การคุณแก่ข้าพเจ้าทุกทา่ น เทอญ
พระวสพุ ล วชริ ปิโย
๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
สารบญั ฉ
เรอ่ื ง หน้า
บทคดั ย่อภาษาไทย ก
บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ข
กติ ตกิ รรมประกาศ จ
สารบัญ ฉ
สารบญั ตาราง ฌ
สารบญั แผนภาพ ญ
สารบญั แผนภมู ิ ฎ
กติ ตกิ รรมประกาศ จ
สารบญั ฉ
คำอธบิ ายสัญลกั ษณแ์ ละคำยอ่ ฎ
บทท่ี ๑ บทนำ ๑
๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ๑
๑.๒ คำถามวจิ ยั ๓
๑.๓ วัตถปุ ระสงค์ของการวิจัย ๓
๑.๔ ขอบเขตการวจิ ยั ๔
๑.๕ นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะท่ีใชใ้ นการวจิ ยั ๖
๑.๖ ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะไดร้ ับ ๖
บทท่ี ๒ แนวคิด ทฤษฎี และเอกสารงานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง ๗
๒.๑ แนวคดิ เกย่ี วกบั การจัดการขยะมลู ฝอย ๗
๒.๒ แนวคดิ เกย่ี วกับหลักสาราณียธรรม ๖ ๑๑
๒.๓ แนวคดิ และทฤษฎีเก่ียวกบั การมีส่วนรว่ ม ๑๓
๒.๔ แนวคิดและทฤษฎเี กี่ยวกับการบรหิ ารจัดการ ๒๑
๒.๕ ข้อมลู พนื้ ที่วจิ ัย (ชุมชนยายชา) ๒๖
๒.๖ งานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วข้อง ๓๒
๒.๗ กรอบแนวคิดในการวจิ ัย ๓๗
บทที่ ๓ วิธดี ำเนนิ การวจิ ยั ๓๘
๓.๑ รูปแบบการวิจัย ๓๘
๓.๒ ผู้ใหข้ อ้ มลู สำคัญการศึกษาเชงิ คุณภาพ (Key Informants) ๓๙
๓.๓ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวิจยั และการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ๔๐
ช
๓.๔ การรวบรวมข้อมลู ๔๕
๓.๕ การวเิ คราะหข์ อ้ มูล ๔๖
๓.๖ สรปุ ขนั้ ตอนการดำเนนิ การวิจยั ๔๗
๔๘
บทที่ ๔ ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
๔.๑ ผลการศกึ ษาสภาพการจดั การขยะมูลฝอยแบบมีสว่ นรว่ มของชุมชนยายชา ๔๘
อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม
๔.๒ ผลการศกึ ษาการพัฒนารปู แบบการจดั การขยะมูลฝอยแบบมีสว่ นร่วม ๕๗
ของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม
๔.๓ รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนยายชา อำเภอสามพราน ๗๔
จังหวัดนครปฐม ๗๙
๔.๔ องคค์ วามรทู้ ่ไี ด้จากการวจิ ยั ๘๓
๘๓
บทที่ ๕ สรปุ อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ๘๗
๕.๑ สรุปผลการวจิ ัย ๙๐
๕.๒ อภปิ รายผล ๙๑
๕.๓ ข้อเสนอแนะ ๙๕
๙๖
บรรณานุกรม ๑๑๓
๑๒๐
ภาคผนวก ๑๓๓
ภาคผนวก ก สรุปรายชื่อผู้ใหก้ ารสัมภาษณ์ และหนงั สือขอความรว่ มมอื ๑๔๔
ภาคผนวก ข ตวั อยา่ งแบบสัมภาษณ์
ภาคผนวก ค รายนามผู้เชี่ยวชาญ
ภาคผนวก ง ภาพการลงพน้ื ที่เก็บขอ้ มลู การวจิ ยั
ประวตั ิผวู้ จิ ัย
ซ
สารบัญตาราง
ตารางที่ หน้า
๔.๑ แสดงสภาพการจดั การขยะมลู ฝอยแบบมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนยายชา อำเภอสามพราน
จังหวัดนครปฐม ๕๖
๔.๒ แสดงการพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมลู ฝอยแบบมีสว่ นรว่ มของชมุ ชนยายชา อำเภอสามพราน
จังหวดั นครปฐม ๗๓
สารบัญภาพ ฌ
ภาพท่ี หน้า
๒.๑ แสดงพน้ื ท่เี ขตตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ๒๘
สารบญั แผนภมู ิ ญ
แผนภูมทิ ี่ หน้า
๒.๑ แสดงองค์กรชุมชนดา้ นการการจัดการขยะมลู ฝอยแบบมีสว่ นรว่ มของชมุ ชนยายชา
อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม ๓๐
๒.๒ แสดงขยะมูลฝอยในพืน้ ทีต่ ำบลยายชาทจี่ ดั เก็บไดใ้ นแตล่ ะวนั ๓๑
๒.๓ แสดงกรอบแนวคิดในการวจิ ัย ๓๗
๓.๑ สรุปขั้นตอนการดำเนนิ การวิจัย ๔๗
๔.๑ แสดงการเสนอรูปแบบการจดั การขยะมลู ฝอย “PIN Model” ๗๘
๔.๒ แสดงองคค์ วามรทู้ ไี่ ดจ้ ากการวจิ ยั ๘๐
ฎ
คำอธบิ ายสัญลักษณแ์ ละคำยอ่
๑. คำย่อชอ่ื คมั ภรี พ์ ระไตรปฎิ ก
ในวิทยานิพนธ์ฉบับน้ี ได้ใช้พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ ๒๕๐๐ และ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๓๙ เป็นหลัก โดยใช้ระบบย่อคำ
ดงั ต่อไปนี้
พระสตุ ตันตปฎิ ก
ท.ี ปา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทฆี นกิ าย ปาฏกิ วรรค (ภาษาไทย)
๒. การระบคุ ำยอ่ ชือ่ คัมภีร์ในพระไตรปฎิ ก
ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ได้ใช้ได้ใช้พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ ๒๕๐๐
และ พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๓๙ เป็นหลักในการอ้างอิง
ซึ่งจะระบุเล่ม/ข้อ/หน้า หลังอักษรย่อชื่อคัมภีร์ เช่น องฺ.ทุก.(ไทย) ๒๐/๔๓๖/๑๐๙. หมายความว่า
ระบุถงึ สตุ ตนั ตปฎิ ก องั คุตตรนกิ าย ทกุ นบิ าต ฉบบั ภาษาไทย เล่มท่ี ๒๐ ข้อที่ ๔๓๖ หนา้ ที่ ๑๐๙
๑๐๑
บทท่ี ๑
บทนำ
๑.๑ ความเปน็ มาและความสำคญั ของปญั หา
แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ในการประชุมคณะรัฐมนตรี
เม่ือวันท่ี ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอย
ของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๔ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเสนอ เพ่ือใช้
เป็นกรอบและทิศทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย และขยะอันตราย
ของประเทศ ซึ่งมีสาระสำคัญให้เกิดการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจร โดยการมีส่วนร่วมจาก
ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม มุ่งสู่การแก้ไขปญั หาขยะอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบปัญหา
ด้านส่ิงแวดล้อม ซ่ึงมีวิธีการสำคัญ ได้แก่ การลดการเกิดขยะมูลฝอยหรือขยะอันตรายท่ีแหล่งกำเนิด
การนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ซ้ำและใช้ประโยชน์ใหม่ การเก็บขนขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ
การกำจัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ การส่งเสริมภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม
ในการแปรรูปขยะมลู ฝอยเป็นพลังงานหรือเชอ้ื เพลิง โดยมีเป้าหมายของแผนแม่บทการบริหารจัดการ
ขยะมูลฝอยของประเทศ ประกอบด้วย ๑) ขยะมูลฝอยชุมชนได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตาม
หลักวิชาการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕ ของปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น ภายในปี ๒๕๖๔ ๒) ขยะมูลฝอย
ตกค้างได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ร้อยละ ๑๐๐ ของปริมาณขยะมูลฝอยตกค้าง
ของปี ๒๕๕๘ ภายในปี ๒๕๖๒ ๓) ของเสียอันตรายชุมชนได้รับการรวบรวมและส่งไปกำจัดถูกต้อง
ตามหลักวชิ าการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ของปริมาณของเสียอันตรายชุมชนเกดิ ข้ึน ภายในปี ๒๕๖๔
๔) มูลฝอยตดิ เช้ือได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ร้อยละ ๑๐๐ ของปริมาณขยะมูลฝอย
ติดเชื้อที่เกิดขึ้น ภายในปี ๒๕๖๓ ๕) กากอุตสาหกรรมท่ีเป็นอันตรายเข้าสู่ระบบการจัดการท่ีถูกต้อง
ร้อยละ ๑๐๐ ของปริมาณกากอุตสาหกรรมท่ีเป็นอันตรายที่เกิดข้ึนภายในปี ๒๕๖๓ ๖) องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินมีการคัดแยกขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายชุมชนท่ีต้นทางไม่น้อยกว่า
รอ้ ยละ ๕๐ ของจำนวนองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นท่ัวประเทศภายในปี ๒๕๖๔๑
จากการสำรวจข้อมูลเก่ียวกับปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดข้ึนทั่วประเทศในปี พ.ศ. ๒๕๕๙
ประเทศไทยมีปริมาณขยะทั่วประเทศ ๒๗.๐๖ ล้านตัน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีปริมาณขยะทั่วประเทศ
๑ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔, (กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและ
สงั คมแห่งชาติ, ๒๕๕๙), หนา้ ๑๑ - ๑๒.
๒
เพิ่มข้ึนเป็น ๒๗.๔๐ ล้านตัน จากอัตราการเกิดขยะมูลฝอยต่อคนอยู่ท่ี ๑.๑๓ กิโลกรัมต่อคนต่อวัน
นบั วันปญั หาขยะมีแนวโนม้ เพิ่มขนึ้ การแก้ไขปญั หาขยะขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ถือเป็นปัญหา
ท่ีสำคัญและสะสมมายาวนาน รัฐบาลถือว่าเป็นวาระแห่งชาติท่ีจะต้องแก้ไข โดยกำหนดแผนแม่บท
การบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ (พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๔) และแผนปฏิบัติการจัดการขยะ
มูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะ
ในภาพรวมทั้งประเทศ เช่น เร่ืองของการประกวดจังหวัดสะอาด การจัดกลุ่มพื้นที่การจัดการมูลฝอย
(Clusters) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประเทศไทยมีขยะ
อิเล็กทรอนิกส์ตกค้างเพื่อรอการกำจัดอยู่ในประเทศกว่า ๕ แสนตัน และขยะครัวเรือนตกค้างกว่า
๒๐ ล้านตัน แนวทางการจัดการขยะให้ใช้หลัก ๓ช คือ ใช้น้อย (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำ
กลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ๓Rs ปัญหาจากขยะมูลฝอยจึงเป็นเรื่องท่ีมีความสำคัญเนื่องจากขยะ
มูลฝอยส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอย่างเห็นได้ชัด เพื่อลดปัญหาการเพิ่มขึ้นของปริมาณ
ขยะและขยะตกค้างจึงต้องมีการคัดแยกขยะ ให้ถูกประเภทเพ่ือสะดวกในการจัดการ เช่น ขยะ
ย่อยสลายได้ นำไปทำปุย๋ หมัก ขยะอันตรายนำเขา้ สู่ระบบการทำลายท่ีปลอดภัย ส่วนขยะท่ีรีไซเคิลได้
ก็จะรวบรวมเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล การคัดแยกขยะก่อนท้ิงในครัวเรือน จะช่วยลดปริมาณขยะ
ในครัวเรือนและลดปัญหาขยะท่ีตกค้างตามชุมชน ทำให้ส่ิงแวดล้อมสะอาดได้เป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็น
การลดการใชท้ รัพยากรธรรมชาติลดการใชพ้ ลงั งานและลดมลพิษท่ีจะเกิดผลกระทบตอ่ ส่งิ แวดล้อม๒
ชุมชนยายชา ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีพื้นที่
๗.๔๘๕ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๔,๖๗๘ ไร่ เป็นราชการส่วนท้องถิ่นสังกัดกระทรวงมหาดไทย
ที่ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าท่ีตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และพระราชบัญญัติ
กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
เรื่อง การกำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสีย ถือเป็นอำนาจหน้าท่ีที่จะต้องดำเนินการ รวมถึง
การรณรงค์สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ และจิตสำนึกให้กับประชาชนในท้องถิ่น มีส่วนร่วม
ในการลดปริมาณขยะและรู้จักคัดแยกขยะมูลฝอย เพ่ือนำกลับไปใช้ใหม่ มีความตระหนักรู้
และรับผิดชอบในการจัดการขยะมูลฝอย ณ แหล่งกำเนิดขยะมูลฝอย ปัจจุบัน ตำบลยายชา มีจำนวน
ประชากรทั้งส้ิน ๘,๑๑๑ คน จำนวนครัวเรือน ๕,๐๙๐ ครัวเรือน๓ การประกอบอาชีพส่วนใหญ่
อาชีพหลักคือ ค้าขาย และรับจ้างในโรงงานอุตสาหกรรม อาชีพรองคือ เกษตรกรรม ซ่ึงจำนวน
ประชากรมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนทุกปี เนื่องจากมีโครงการหมู่บ้านจัดสรรหลายโครงการ ก่อตั้งในเขตพ้ืนท่ี
องค์การบริหารส่วนตำบลยายชา ส่งผลให้มีขยะมูลฝอยเพ่ิมข้ึนไปด้วย จากสถิติปริมาณขยะมูลฝอย
รวมตำบลยายชา ในปีพ.ศ. ๒๕๖๒ มีจำนวนกว่า ๕,๕๓๑.๘๒ ตัน ซ่ึงปริมาณขยะเฉลี่ยต่อเดือน
๒ สันชัย พรมสิทธ์ิ (และคณะ), “รูปแบบการจัดการขยะกับความเหมาะสมของพื้นที่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน”, วารสารบณั ฑิตศกึ ษามหาจฬุ าขอนแก่น, ปที ่ี ๖ ฉบบั ที่ ๒ (เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๒), หน้า ๔๕๙ - ๕๘๓.
๓ แผนพัฒนาแผนพัฒนาท้องถิ่น ๔ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔) ขององค์การบริหารส่วนตำบลยายชา
อำเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม, (อัดสำเนา).
๓
๔๖๐.๙๙ ตัน และปริมาณขยะเฉลี่ยต่อวัน ๒๑.๔๖ ตัน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการฝังกลบรายปีจำนวน
๓,๗๘๙,๒๙๗ บาท๔ จึงเป็นภาระหนักขององค์การบริหารส่วนตำบลยายชา ในการบริหารจัดการ
กำจัดขยะเหล่าน้ัน ปริมาณขยะท่ีเกิดข้ึนมากมายทุกวัน ส่งผลให้ปัญหาขยะมูลฝอยกลายเป็นปัญหา
สำคัญท่ีมผี ลกระทบตอ่ สงิ่ แวดล้อม คุณภาพชีวิต และสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในชมุ ชน
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการศึกษาวิจัย เรื่องรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอย
แบบมีส่วนร่วม โดยมุ่งศึกษาถึงสภาพการจัดการขยะมูลฝอย พัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอย
และเสนอรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา จนสามารถนำไปสู่
การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชาได้ โดยมุ่งเน้นรูปแบบ
ในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน เพื่อรองรับการเพ่ิมข้ึนของจำนวนประชากรในชุมชนและ
การขยายตัวทางเศรษฐกิจของชุมชน และเพ่ือพัฒนาเป็นชุมชนตัวอย่างในการจัดการขยะมูลฝอย
อนุรกั ษ์คณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ ม ตอบสนองตอ่ การพฒั นาคุณภาพส่งิ แวดล้อม อนุรักษ์ทรพั ยากรของชุมชน
ใหเ้ กดิ ความย่งั ยืนตอ่ ไป
๑.๒ คำถามวิจัย
๑.๒.๑ สภาพการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จงั หวดั นครปฐม เป็นอย่างไร
๑.๒.๒ การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา
อำเภอสามพราน จงั หวัดนครปฐม เป็นอยา่ งไร
๑.๒.๓ รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จงั หวัดนครปฐม เป็นอย่างไร
๑.๓ วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย
๑.๓.๑ เพื่อศึกษาสภาพการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา
อำเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม
๑.๓.๒ เพ่ือพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา
อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม
๑.๓.๓ เพื่อเสนอรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
๔ กองสาธารณสุขและส่ิงแวดล้อม, “ค่าใช้จ่ายในการฝังกลบขยะมูลฝอย ประจำปีงบประมาณ
๒๕๖๒”, เอกสารงานรักษาความสะอาด กองสาธารณสุขและส่ิงแวดล้อม, องค์การบริหารส่วนตำบลยายชา:
อำเภอสามพราน จงั หวัดนครปฐม, (อัดสำเนา).
๔
๑.๔ ขอบเขตการวจิ ัย
การทำวิจัยในคร้ังน้ีผู้ทำวิจัยได้มุ่งศึกษาถึงรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วม
ของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
(Participation Action Research-PAR) ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก
(In-depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ๑๖ ท่าน และการสนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group
Discussion) ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๐ ท่าน และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
(Content Analysis) โดยใช้เทคนิควิเคราะห์ข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation Technique)
เพื่อใหไ้ ดข้ ้อมลู ตามวตั ถุประสงค์การวจิ ัย โดยมีขอบเขตการวจิ ัย ดังตอ่ ไปน้ี
๑.๔.๑ ขอบเขตดา้ นเนอื้ หา
๑) การศึกษาแนวคิดการจัดการขยะมูลฝอย ลักษณะของขยะมูลฝอยแต่ละชนิด
การวางแผนจัดการขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธภิ าพสูงสุด การลดอัตราการเกิดขยะด้วยวิธีการต่าง ๆ
รวมถึงกระบวนการจัดการขยะท่ีผ่านมาการจัดการขยะที่เป็นระบบอย่างครบวงจร วิธีการท่ีดีที่สุด
ในการลดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมท่ีเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ การลดปริมาณขยะก่อนเข้าสู่
กระบวนการจัดการขยะ การป้องกันและควบคุมการเพ่ิมขึ้นของปริมาณขยะท่ีสำคัญ และวิธีที่
ประชาชนต้องการให้เป็นจัดรูปแบบในการจัดการขยะของชุมชน เพ่ือการสร้างการมีส่วนร่วม
ของประชาชนในการจดั การขยะมลู ฝอย
๒) ทำการศึกษาข้ันตอนการมีส่วนร่วมในระดับต่าง ๆ และการจัดกระบวนการมีส่วนร่วม
ปัจจัยท่ีมีผลกระทบต่อความร่วมมือ เช่น ความกระตือรือร้นของสมาชิก การกระจายข้อมูลข่าวสาร
และบรรยากาศท่ีเอ้ืออำนวยต่อการทำงาน และปัจจัยลักษณะส่วนบุคคลท่ีมีผลต่อการจัดการขยะ
มลู ฝอยในชมุ ชน
๓) การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการพัฒนาท่ียั่งยืน ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
และทรัพยากรทางธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดเพื่อให้เกิดผลดีที่สุด เพ่ือประโยชน์
ส่วนรวมโดยผู้วิจัยมุ่งศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชน
โดยศึกษากระบวนการพัฒนาการมีส่วนร่วม รวมถึงวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไข ขณะเดียวกัน
ได้พัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนแบบส่วนร่วมของประชาชน ในชุมชนยายชา
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
๑.๔.๒ ขอบเขตดา้ นผ้ใู ห้ข้อมลู สำคัญ (Key Informants)
๑) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) เพื่อยืนยันร่วมกัน
ถอดบทเรียนการพัฒนารูปแบบการจดั การขยะมูลฝอยแบบมีสว่ นรว่ มของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จังหวัดนครปฐม และร่วมกันยืนยันความถูกต้องของข้อมูลด้านผลสัมฤทธิ์ท่ีเกิดจากกิจกรรม รวมถึง
การให้ข้อเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมต่อไป โดยผู้วิจัยทำการคัดเลือกด้วยวิธีเจาะจง
(Purposive Sampling) จำนวน ๑๖ คน โดยแบ่งออกเปน็ ๓ กลุ่ม ดงั น้ี
กลุม่ ที่ ๑ กลุ่มผนู้ ำชุมชนทเี่ กี่ยวกบั กับการจัดการขยะมลู ฝอย จำนวน ๙ คน
๕
กล่มุ ท่ี ๒ กลุม่ ผแู้ ทนหนว่ ยงานรฐั ดา้ นการจัดการขยะมลู ฝอย จำนวน ๕ คน
กลมุ่ ท่ี ๓ กลุ่มเยาวชนจติ อาสาดา้ นอนุรักษ์สง่ิ แวดลอ้ ม จำนวน ๒ คน
๒) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการสนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group Discussion) ในการ
ถอดบทเรียนจากการพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพ่ือร่วมกันวิเคราะห์เสนอรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอย
แบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ผู้วิจัยได้ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง
รวมจำนวน ๑๐ คน โดยแบ่งออกเปน็ ๕ กล่มุ ดังนี้
กลมุ่ ที่ ๑ นักวิชาการดา้ นการส่งเสริมการมีสว่ นร่วม จำนวน ๑ คน
กลุ่มที่ ๒ กลมุ่ นกั วิชาการด้านการจดั การขยะมลู ฝอย จำนวน ๒ คน
กลมุ่ ท่ี ๓ กลุ่มอาสาสมคั รทอ้ งถ่นิ รกั ษ์โลก (อถล.) จำนวน ๓ คน
กลมุ่ ท่ี ๔ กลุ่มนกั วชิ าการดา้ นสงิ่ แวดล้อม จำนวน ๒ คน
กลมุ่ ท่ี ๕ กลุม่ ตวั แทนเยาวชนจติ อาสาอนรุ ักษ์สง่ิ แวดลอ้ ม จำนวน ๒ คน
๑.๔.๓ ขอบเขตดา้ นพืน้ ท่ี
ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตพน้ื ที่การศึกษา คือ ตำบลยายชา จังหวัดนครปฐม ท่ีประกอบไปด้วย
๖ หมู่บ้าน คือ ๑) หมู่บ้านภาษีจาก ๒) หมู่บ้านโรงหีบ ๓) หมู่บ้านสวนส้ม ๔) หมู่บ้านยายชา
๕) หมู่บา้ นใต้วดั ๖) หม่บู า้ นคลองสรรเพชญ
ตามท่ีผู้วิจัยได้กำหนดกิจกรรมในเชิงปฏิบัติการเพ่ือเก็บรวบรวมข้อมูลโดยจากกลุ่ม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ๑) กลุ่มผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มองค์กรชุมชน ๒) กลุ่มผู้แทนหน่วยงาน
ภาครัฐด้านการจัดการขยะมูลฝอย ๓) กลุ่มเยาวชนจิตอาสาด้านอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม โดยงานวิจัยน้ีใช้
โครงการอบรมเชิงปฏิบัตกิ าร “การส่งเสริมการจัดการขยะมลู ฝอยครวั เรือนตน้ แบบ ณ แหล่งกำเนิด”
เป็นกิจกรรมต้นแบบ การสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนยายชา โดยความ
รว่ มมือของ องค์การบริหารสว่ นตำบลยายชา กล่มุ อาสาสมคั รท้องถิน่ รักษ์โลก (อถล.) กลุ่มเยาวชนจิตอาสา
๑.๔.๔ ขอบเขตดา้ นระยะเวลา
ผู้วิจัยกำหนดช่วงเวลาในการทำวิจัยระหว่างเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ถึง มกราคม ๒๕๖๔
รวมระยะเวลา ๘ เดอื น
๖
๑.๕ นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะท่ใี ชใ้ นการวิจัย
ขยะมูลฝอย หมายถึง เศษวัสดุเหลือทิ้งจากการจากการอุปโภค บริโภค ในครัวเรือน
ของประชาชน ในงานวิจัยนี้ คือ ขยะมูลฝอย ๔ ประเภท คือ ๑) ขยะทั่วไป เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม
กล่องนม ๒) ขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร เปลือกผลไม้ เศษใบไม้ วัชพืชต่าง ๆ ๓) ขยะรีไซเคิล เช่น
ขวดแก้ว ขวดพลาสตกิ กระดาษ ยางรถยนต์ ๔) ขยะอันตราย เชน่ ถ่านไฟฉาย หลอดฟลูออเรสเซนต์
กระป๋องสเปรย์บรรจุสี หรอื สารเคมี
รูปแบบ หมายถึง กระบวนการทำงานเก่ียวกับการจัดการขยะมูลฝอยโดยการมีส่วนร่วม
ของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม
การจัดการ หมายถึง กระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยของชุมชน
ในงานวิจัยนี้คือ การพัฒนากิจกรรมเพ่ือการจัดการขยะมูลฝอย โดยใช้เทคนิคแบบ ๗ Rs กับหลัก
สาราณียธรรม ๖ เพอ่ื ส่งเสริมการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จังหวดั นครปฐม
การมีส่วนร่วม หมายถึง กระบวนการการร่วมมือกันในการจัดการขยะมูลฝอย ของชุมชน
ยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ในงานวิจัยน้ี การมีส่วนรว่ มของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรชุมชน
ประชาชน และเยาวชน ในการจัดการขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จงั หวดั นครปฐม
๑.๖ ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รบั
๑.๖.๑ การจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จงั หวัดนครปฐม มรี ปู แบบท่ชี ุมชนกำหนดและสามารถลดปรมิ าณการเกดิ ขยะในชมุ ชนได้
๑.๖.๒ รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จงั หวัดนครปฐม สามารถนำไปปรับใชใ้ นการลดปริมาณขยะในชมุ ชนได้
๑.๖.๓ นำเสนอรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จงั หวดั นครปฐม เพ่อื เปน็ แนวทางในการจดั การขยะมูลฝอยชมุ ชนยายชาแบบมีสว่ นรว่ มของประชาชน
ในชมุ ชนอยา่ งยัง่ ยืนได้
๑๐๑
บทท่ี ๒
แนวคิด ทฤษฎี และเอกสารงานวิจัยท่ีเกย่ี วข้อง
การวิจัยเรื่อง “รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม” ผู้วิจัยได้ทำการศึกษา ค้นคว้าเอกสารรายงานการวิจัย ทบทวน
แนวคดิ ทฤษฎี และวรรณกรรมต่าง ๆ ที่เกยี่ วข้อง เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการศึกษาคน้ คว้านำเสนอ
เนื้อหาตามลำดบั ดงั ตอ่ ไปนี้
๒.๑ แนวคิดเกี่ยวกับการจดั การขยะมูลฝอย
๒.๒ แนวคิดเกี่ยวกับการจดั การขยะมูลฝอยตามหลักสาราณยี ธรรม ๖
๒.๓ แนวคิดเกย่ี วกบั การมสี ่วนรว่ ม
๒.๔ แนวคดิ และทฤษฎเี ก่ยี วกับการบรหิ ารจดั การ
๒.๕ ขอ้ มลู พ้ืนทวี่ จิ ัย
๒.๖ งานวิจยั ทเี่ กยี่ วขอ้ ง
๒.๗ กรอบแนวคิดในการวิจัย
๒.๑ แนวคิดเกีย่ วกับการจดั การขยะมลู ฝอย
จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลแนวคิดเก่ียวกับการจัดการขยะมูลฝอย ผู้ทำวิจัยได้มีประเด็น
ทีเ่ กยี่ วข้องดังนี้
๒.๑.๑ ความหมายของขยะมลู ฝอย
พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕๑ ให้คำจำกัดความของ คำว่า “มูลฝอย”
ไว้ดังนี้ มูลฝอย (Waste) หมายถึง ส่ิงของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต และอุปโภค ซึ่งเส่ือมสภาพ
จนใช้การไม่ได้หรือไม่ต้องการใช้แล้วบางชนิดเป็นของแข็งหรือกากของเสีย (solid waste) มีผลเสีย
ต่อสุขภาพทางกาย และจิตใจ เนื่องจากความสกปรกเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค ทำให้เกิดมลพิษ
และทัศนอุจาด ขยะมูลฝอย (Solid Waste) หมายความว่า เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า
ถุงพลาสติก ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์ หรือซากสัตว์ รวมตลอดถึงสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน
๑ กระทรวงสาธารณสุข, พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕, [ออนไลน์], แหล่งที่มา:
http://www.moph.go.th/law.pdf/page/9. [๒๓ มิถนุ ายน, ๒๕๖๓].
๘
ตลาดที่เล้ียงสัตว์หรือท่ีอื่น หรือ หมายความถึง ขยะมูลฝอยที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน เช่น
บา้ นพักอาศัย ธุรกิจร้านค้า สถานประกอบการ ตลาดสด สถาบันตา่ ง ๆ รวมท้ังเศษวสั ดกุ ่อสร้าง ท้ังน้ี
ไมร่ วมของเสยี อนั ตรายและมลู ฝอยติดเชอื้
ของเสียอันตราย (hazardous waste) หมายความถึง ของเสียที่มีองค์ประกอบของวัตถุ
อันตราย ได้แก่ วัตถุระเบดิ ได้ วัตถุไวไฟ วัตถุออกซิไดซ์ และวัตถุเพอร์ออกไซด์ วัตถุมีพิษ วตั ถุท่ีทำให้
เกิดโรค วตั ถุกัมมันตรังสี วัตถุท่ีก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพนั ธุกรรม วัตถุกัดกร่อน วัตถุท่ีก่อให้เกิด
การระคายเคือง วัตถอุ ยา่ งอ่ืนไม่ว่าจะเปน็ เคมีภัณฑ์ หรอื ส่ิงอ่ืนใดที่อาจทำให้เกิดอนั ตราย แก่บคุ คล สัตว์
พืช ทรพั ยส์ ิน หรือสิ่งแวดลอ้ ม
มูลฝอยติดเช้อื (infectious waste) หมายความถึง ขยะมูลฝอยท่เี ปน็ ผลมาจากกระบวนการ
ให้การรักษาพยาบาล การตรวจวินิจฉัย การให้ภูมิคุ้มกันโรค การศึกษาวิจัยที่ดำเนินการท้ังในคน
และสตั ว์ ซงึ่ มีเหตุอนั ควรสงสัยว่าหรืออาจมีเช้อื โรค ไดแ้ ก่
๑. ซากหรือช้ินส่วนของคน หรือสัตว์ท่ีเป็นผลมาจากการผ่าตัด การตรวจชันสูตรศพ
รวมถงึ การใชส้ ัตว์ทดลองเกย่ี วกบั โรคตดิ ตอ่
๒. วัสดุมีคม หรือวัสดุท่ีใช้ในการให้บริการทางการแพทย์ การวิจัยในห้องปฏิบัติการ เช่น
เข็ม ใบมีด กระบอกฉีดยา สำลี ผ้าก๊อต ผ้าต่าง ๆ ท่อยาง และอ่ืน ๆ ซึ่งสัมผัสหรือสงสัยว่าจะสัมผัส
กับเลือด ส่วนประกอบของเลือด หรือผลิตภัณฑ์ท่ีได้จากเลือด หรือสารน้ำจากร่างกาย หรือวัคซีน
ท่ีทำจากเชอื้ โรคที่มชี ีวติ
๓. ขยะมูลฝอยอื่น ๆ ทุกประเภทท่ีมาจากห้องติดเชื้อร้ายแรง ห้องปฏิบัติการท่ีทำงาน
เกี่ยวกับเช้ือทม่ี อี ันตรายสูง
จาการศึกษาทบทวนเอกสาร ผู้ศึกษาสรุปได้วา่ ความหมายของขยะมูลฝอยสามารถนำมาใช้
ในบริบทของชุมชนยายชา หมายถึง ขยะมูลฝอยท่ีประกอบด้วย ๑) ขยะทั่วไป เช่น ห่อพลาสติก
ใส่ขนม ถุงพลาสติกบรรจุผงซักฟอก กล่องโฟมเปื้อนอาหาร ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ๒) ขยะอินทรีย์
เช่น เศษอาหาร เศษพืชผัก ผลไม้ ๓) ขยะรีไซเคิล เช่น ลังกระดาษ ขวดแก้ว เศษกระดาษ ขวดน้ำ
พลาสตกิ กระป๋องกาแฟ กระป๋องเบียร์ ๔) ขยะอนั ตราย เช่น ภาชนะบรรจุสารเคมี วัตถุไวไฟ ถ่านไฟฉาย
กระป๋องสเปรยบ์ รรจสุ หี รือสารเคมี
๒.๑.๒ รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอย
การวางรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถลดปริมาณขยะ
มูลฝอยที่จะต้องส่งเข้าไปทำลายด้วยระบบต่าง ๆ ให้น้อยที่สุด สามารถนำขยะมูลฝอยมาใช้ประโยชน์
ทั้งในส่วนของการใชซ้ ำ้ และแปรรูปเพ่อื ใช้ใหม่ (reuse and recycle) รวมถึงการกำจัดที่ได้ เป็นผลพลอยได้
๙
เช่น ปุ๋ยหมัก หรือ พลังงาน โดยสรุปวิธกี ารดำเนินการตามแนวทางของกรมส่งเสริมคณุ ภาพส่ิงแวดล้อม
ดงั น้ี คอื ๒
๑. การลดปรมิ าณขยะมูลฝอย (Reduce) การลดปรมิ าณขยะมลู ฝอยสามารถทำได้ ดงั น้ี
๑.๑ การพยายามลดปริมาณขยะมูลฝอยที่อาจเกิดขึ้น เช่น ใช้สินค้าที่มีความคงทน
ถาวร และมีอายกุ ารใชง้ านนาน หรือ เลือกใชส้ นิ ค้าชนดิ เติม
๑.๒ การลดปริมาณวัสดุเป็นการพยายามเลือกใช้สินค้าที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มี
ขนาดใหญแ่ ทนบรรจุภณั ฑ์ที่มีขนาดเล็ก เพื่อลดปรมิ าณของบรรจุภัณฑท์ จี่ ะกลายเป็นขยะมูลฝอย
๒. การนำมาใช้ซ้ำ (Reuse) โดยการนำขยะมูลฝอยเศษวัสดุมาใช้ใหม่อีก หรือเป็นการ
ใช้ซ้ำ ใช้แล้วใช้อีก ๆ เช่น ขวดน้ำหวาน นำมาบรรจุน้ำดื่ม ขวดกาแฟที่หมดแล้ว นำมาใส่น้ำตาล
นัน่ คอื เป็นการพยายามใช้สิ่งของต่าง ๆ หลาย ๆ คร้งั กอ่ นท่ีจะท้งิ หรอื เลือกใชข้ องใหม่
๓. การแปรรูปใชใ้ หม่ (Recycle) การแปรสภาพและหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ โดยการ
นำวัสดุมาผ่านกระบวนการเพื่อผลิตเป็นสินค้าใหม่ น่ันคือการนำขยะมูลฝอยมาแปรรูปตาม
กระบวนการของแต่ละประเภท เพ่ือนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ หรือเปล่ียนแปลงสภาพจากเดิมแล้ว
นำกลับมาใช้ใหม่ เช่น พลาสติก กระดาษ ขวด โลหะตา่ ง ๆ นำกลบั มาหลอมใหม่
ปจั จุบันมีปริมาณขยะมูลฝอยท่ีเพ่ิมข้ึนทุกวัน ส่งผลกระทบตอ่ สภาพแวดล้อมและสุขภาพ
อนามัยของประชาชน ดังน้ัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สร้างรูปแบบแนวคิด
๗Rs ข้นึ เพอ่ื จดั การและลดปริมาณขยะมูลฝอยทเ่ี พ่ิมขน้ึ ในชุมชน โดยรูปแบบแนวคิด ๗Rs ไดเ้ พิม่ เติม
มาจาก รูปแบบแนวคดิ ๓Rs ทม่ี กี ารรณรงคอ์ ยูเ่ ดิม ซ่งึ จะกลา่ วรวมรูปแบบ ๓Rs ไปด้วย ดงั น๓ี้
๑. คิดใหม่ (Rethink) เป็นการเปลี่ยนความคิดเร่ืองการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง
ถูกต้องเหมาะสม การคิดใหม่ ไม่เพียงแต่การทำตามกระแสอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากจิตสำนึกท่ีดี
หรือเกิดข้ึนจากใจจริง เช่น การซื้อสินค้าท่ีผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม การเลือกใช้
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ที่ของเสียหรือเศษท่ีทิ้งไปแล้วสามารถย่อยสลาย ได้เองตามธรรมชาติ
และไมเ่ กดิ ผลเสียตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม
๒. ลดการใช้ (Reduce) เป็นการลดการใช้ทรัพยากร หรือใช้เท่าท่ีจำเป็น หรือใช้
ทรัพยากรทมี่ อี ยใู่ หค้ ุ้มค่า และเกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ปจั จุบนั มกี ารรณรงคใ์ นเรอื่ งนกี้ นั มาก เช่น
๒.๑ การใช้ถงุ ผ้าหรือตะกร้าหวาย แทนการใช้ถุงพลาสติก
๒.๒ การใช้ปน่ิ โต หรอื กล่องข้าว แทนการใชก้ ลอ่ งโฟม หรือ ถงุ พลาสตกิ บรรจอุ าหาร
๒ กรมควบคุมมลพิษ, คู่มือประชาชนเพ่ือการลด คัดแยกและใช้ประโยชน์ขยะมูลฝอยชุมชน,
พิมพ์ครงั้ ท่ี ๒, กรงุ เทพมหานคร, (หา้ งหุน้ ส่วนจำกดั กชกร พบั ลิชชิง, ๒๕๕๐), หนา้ ๗.
๓ กรมควบคุมมลพษิ , (อา้ งแลว้ ).
๑๐
๒.๓ การใชแ้ ก้วน้ำส่วนตัว แทนการใช้แกว้ ท่ใี ชค้ รัง้ เดียวทิง้
๒.๔ การใชก้ ระดาษ ๒ หน้า แทนการใชก้ ระดาษหน้าเดยี วแล้วทง้ิ
๒.๕ การลดเวน้ ขอบกระดาษลงจากมาตรฐาน เช่น การลดขอบเอกสารด้านซ้ายจาก
๓.๑๗๕ เซนติเมตร เปน็ ๒.๕ เซนตเิ มตร และขอบขวาจาก ๓.๑๗๕ เซนติเมตรเป็น ๑.๒๕ เซนติเมตร
สามารถใช้พื้นทก่ี ระดาษเพิ่มขน้ึ ถงึ ๒๗ %
๒.๖ ลดปรมิ าณน้ำในถงั ชักโครก ดว้ ยการใส่ก้อนอฐิ หรอื ขวดน้ำไปแทนทีน่ ้ำ
๒.๗ ปิดน้ำเมื่อเลิกใช้งานและร่วมกันสอดส่องไม่ให้เปิดน้ำไหลท้ิงก่อนจะออกจาก
หอ้ งน้ำ และหมั่นตรวจสภาพทอ่ น้ำประปาหากพบรอยร่วั ซึมใหร้ บี ซ่อมแซมใหด้ ีอยเู่ สมอ
๒.๘ รินน้ำด่ืมให้พอดีและดื่มน้ำให้หมดทุกครั้ง หากด่ืมน้ำเหลือให้นำมารดต้นไม้
หรอื รวบรวมเพ่อื นำไปทำความสะอาดสง่ิ ตา่ ง ๆ
๒.๙ ใช้แก้วน้ำตอนแปรงฟันแทนการเปดิ น้ำก๊อกขณะแปรงฟนั เน่ืองจากการแปรงฟัน
โดยใช้น้ำจากแก้ว จะใช้น้ำเพียง ๐.๕ - ๑ ลิตร แต่หากปล่อยน้ำไหลจากก๊อกตลอดเวลาจะใช้น้ำถึง
๒๐ - ๓๐ ลติ ร
๒.๑๐ เลือกใช้ฝักบัวอาบน้ำและปิดฝักบัวขณะท่ีถูสบู่ จะใช้น้ำเพียง ๓๐ ลิตร
หากไมป่ ดิ อาจใชน้ ำ้ ถงึ ๙๐ ลิตร แต่ถ้าใช้อา่ งอาบนำ้ ตอ้ งใช้น้ำถงึ ๑๑๐ - ๒๐๐ ลติ ร
๒.๑๑ ล้างผัก และผลไม้ในอ่าง หรือภาชนะท่ีมีการกักเก็บน้ำเพียงพอดีกว่าการล้าง
โดยตรงจากก๊อก ประหยดั นำ้ ไดม้ ากกวา่ ๕๐%
๒.๑๒ ทานอาหารให้เต็มอิ่ม แต่อย่าเหลือท้ิง เพราะกว่าจะเป็นอาหารต้องใช้
พลงั งานมากมายในการผลิต
๒.๑๓ สนับสนนุ ให้ซอื้ สินคา้ ท้องถ่ินช่วยลดเชือ้ เพลงิ ในการขนส่ง และช่วยพ่อค้า แมค่ ้า
ในทอ้ งถิน่ ใหม้ รี ายได้ ช่วยให้แรงงานทอ้ งถ่นิ มางานทำ
๓. การใชซ้ ้ำ (Reuse) เป็นการนำกลบั มาใช้ใหม่หรือใช้อีกครัง้ หรือหลายครงั้ เช่น
๓.๑ แยกประเภทกระดาษที่ใช้แล้วเพ่ือนำกลับมาใช้ใหม่อย่างเหมาะสม กระดาษดี
นำมาใช้พิมพ์ใหม่เป็นกระดาษ ๒ หน้า สำหรับเอกสารร่างกระดาษยับนำมาตัดเป็นกระดาษโน้ต
กระดาษ ๒ หนา้ นำมาทำเป็นถงุ ใส่ของ
๓.๒ บริจาคสงิ่ ของท่ีเลิกใช้แล้วแต่มีสภาพดใี ห้แก่ผ้ทู ีข่ าดแคลน
๓.๓ จัดกิจกรรมประกวดนวัตกรรมการนำขยะกลับมาใช้ซ้ำ เช่น การนำกระดาษ
มาเป็นซองใส่ยา ฯลฯ
๓.๔ ใชถ้ งุ พลาสติกซ้ำหลาย ๆ ครงั้ ตามสภาพความเหมาะสม
๔. การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เป็นการนำวัสดุที่หมดสภาพแล้วหรือท่ีใช้แล้ว
มาแปรสภาพด้วยกระบวนการตา่ ง ๆ เพ่อื นำกลบั มาใช้หรือแปรรปู เปน็ ผลติ ภัณฑ์ใหม่ ดังน้ี
๑๑
๔.๑ คิดก่อนท้ิงขยะ ช่วยกันแยกประเภทขยะ เพื่อให้ได้ขยะรีไซเคิลมากที่สุด
และเพื่อช่วยลดข้ันตอน และลดพลังงานในการกำจัดขยะ เน่ืองจากขยะแต่ละชนิดมีวิธีการกำจัด
ท่ีไม่เหมือนกัน
๔.๒ สร้างธนาคารขยะที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน เพื่อการหมุนเวียนทรัพยากร
กลบั มาใช้ให้เกดิ ประโยชน์สงู สดุ
๔.๓ คัดแยกขยะประเภทกระดาษ แกว้ โลหะ เพื่อการนำกลบั ไปรไี ซเคลิ ได้
๔.๔ คดั แยกขยะประเภทกลอ่ งนม เพอื่ บริจาคนำไปผลิตแผน่ กรนี บอรด์
๕. ซ่อมแซม (Repair) เป็นการซ่อมแซมให้ใช้การได้ใหม่ เช่น กระปอ๋ งพลาสติกท่ีแตกร้าว
หรือเป็นรูให้ใช้กาวประสานหรืออุดรูเหล่านั้น มันก็ยังใช้ได้เหมือนเดิม ทำให้อายุการใช้งานนานข้ึน
การกลายเป็นขยะกย็ ืดเวลาออกไป
๖. ปฏเิ สธ (Reject) เป็นการปฏิเสธการใช้ทรัพยากรแบบครัง้ เดยี วทิง้ หรือการนำเขา้ ขยะ
มูลฝอยจากต่างประเทศ หรือการปฏิเสธใช้สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ท่ีทำลายโลก เช่น พลาสติก
กลอ่ งโฟมบรรจอุ าหาร
๗. ตอบแทน (Return) เป็นการตอบแทนส่ิงท่ีพวกเราได้ทำลายไปคืนสู่โลก เช่น การปลูกต้นไม้
เพื่อเพ่ิมพ้ืนท่ีสเี ขียว ลดก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ ลดปัญหาโลกรอ้ น เป็นตน้
จาการศึกษาทบทวนเอกสาร ผู้ศึกษาสรุปได้ว่า แนวคิดรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอย
สามารถนำมาใช้ในการจดั การขยะมลู ฝอยของชุมชนยายชา ไดด้ ังนี้ ๑. การสง่ เสริมการจดั การคดั แยก
ขยะต้นทางจากครัวเรือน ประกอบด้วย ๑) ลดการใช้ (Reduce) คิดก่อนใช้ หลีกเล่ียงการใช้อย่าง
ฟุ่มเฟือยทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยลดลง เช่น ส่งเสริมการใช้ถุงผ้า ตะกร้า เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก
การใช้ปิ่นโต การใช้กล่องข้าว ใส่อาหารแทนการใส่กล่องโฟม ๒) นำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) การใช้
ทรัพยากรอย่างคุ้มคา่ ที่สุด เชน่ การทำกระถางตน้ ไม้ จากยางรถยนต์ การประดิษฐ์หมวกจากกระป๋อง
น้ำอัดลม ๓) นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) คัดแยกขยะมูลฝอยแต่ละประเภทท่ีสามารถนำกลับมา
แปรรูปใหม่ หมุนเวียนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตของแต่ละประเภท เช่น การนำขยะเศษอาหาร
กลบั มาใช้ประโยชน์ โดยการ ทำป๋ยุ และดนิ พร้อมปลูก การทำน้ำหมักจุลนิ ทรยี ์
๒.๒ แนวคิดเกยี่ วกับหลกั สาราณียธรรม ๖
จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลแนวคิดเก่ียวกับหลักสาราณียธรรม ๖ ผู้ทำวิจัยได้มีประเด็น
ท่ีเก่ยี วขอ้ ง ดังนี้
ความหมายหลักสาราณียธรรม ๖
๑๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย๔ กล่าวถึง
หลักสาราณียธรรม ๖ ไว้ว่า สาราณียธรรม ๖ ธรรมเป็นท่ีต้ังแห่งความให้ระลึกถึง, ธรรมเป็นเหตุที่
ระลกึ ถงึ กัน, หลกั การอยรู่ ่วมกัน สาราณียธรรม ๖ คือ
๑) เมตตากายกรรม ต้ังเมตตา กายกรรมในเพ่ือนพรหมจรรย์ท้ังต่อหน้าและลับหลัง คือ
ชว่ ยเหลือกิจธุระของผู้ร่วมคณะด้วยความเตม็ ใจ แสดงกิริยาอาการสุภาพ เคารพนับถือกัน ท้ังต่อหน้า
และลับหลงั
๒) เมตตาวจีกรรม ต้ังเมตตา วจีกรรมในเพื่อนพรหมจรรย์ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง คือ
ช่วยบอกแจ้งส่ิงท่ีเป็นประโยชน์ ส่ังสอน แนะนำตกั เตือนด้วยความหวงั ดี กล่าววาจาสุภาพ การแสดง
ความเคารพนับถอื กัน ทัง้ ตอ่ หน้าและลับหลงั
๓) เมตตามโนกรรม ตั้งเมตตา มโนกรรมในเพ่ือนพรหมจรรย์ท้ังต่อหน้าและลับหลัง คือ
ต้งั จติ ปรารถนาดีคดิ ทำสิง่ ที่เปน็ ประโยชนแ์ กกัน มองกนั ในแง่ดีมีหนา้ ตายมิ้ แย้มแจ่มใสต่อกัน
๔) สาธารณโภคี ไดข้ องสิง่ ใดมากแ็ บง่ ปันกัน คือ เมือ่ ได้สงิ่ ใดมาโดยชอบธรรม แม้เปน็ ของ
เล็กน้อย ก็ไม่หวงไว้ผู้เดียวนำมาแบ่งปันเฉลี่ยเจือจาน ให้ได้มีส่วนร่วมใช้สอยบริโภคท่ัวกัน ข้อนี้ใช้
อปั ปฏวิ ตั ตโภคี กไ็ ด้
๕) สีลสามัญญตา มีศีลบริสุทธิ์เสมอกันกับเพ่ือนพรหมจรรย์ท้ังต่อหน้าและลับหลัง คือ
มีความประพฤติสจุ รติ ดีงาม ถกู ตอ้ งตามระเบยี บวนิ ัย ไม่ทำตนใหเ้ ปน็ ผูน้ ่ารังเกยี จของหมคู่ ณะ
๖) ทิฏฐิสามัญญตา มีทิฏฐิงามเสมอกันกับเพ่ือนพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง คือ
มีความเห็นชอบร่วมกัน ในข้อที่เป็นหลักการสำคัญท่ีจะนำไปสู่ความหลุดพ้นสิ้นทุกข์หรือขจัดปัญหา
ธรรม ๖ ประการนี้มีคุณ คือ เป็น สารณียะ ทำให้เป็นที่ระลึกถึง เป็น ปยกรณ ทำให้เป็นที่รัก
เป็น ครุกรณ ทำให้เป็นท่ีระลึกเคารพ เป็นไปเพื่อความสงเคราะห์ความกลมกลืนเข้าหากัน เพ่ือความ
ไม่ววิ าท เพือ่ ความสามัคคแี ละเอกภาพความเปน็ อันหนึ่งอนั เดียวกัน
พระพรหมคุณ าภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)๕ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “ธรรมนูญชีวิต”
ว่าหลกั การอยู่ร่วมกันท่ีเรยี กว่า สาราณยี ธรรม ๖ (ธรรมเป็นเหตทุ ี่ระลึกถึงกัน) ๖ ประการ คือ
๑) เมตตากายกรรม ทำต่อกันดว้ ยเมตตา คือ แสดงไมตรีและความหวังดีตอ่ เพอ่ื นร่วมงาน
ร่วมกิจการ ร่วมชุมชน ด้วยการช่วยเหลือกิจธุระต่าง ๆ โดย เต็มใจแสดงกิริยาอาการสุภาพ เคารพ
นบั ถือกันทัง้ ต่อหน้าและลับหลงั
๒) เมตตาวจีกรรม พูดต่อกันด้วยเมตตา คือ ช่วยบอกแจ้งส่ิงท่ีเป็นประโยชน์ ส่ังสอน
แนะนำตกั เตอื นด้วยความหวังดี กล่าว วาจาสภุ าพ แสดงความเคารพนับถือกัน ท้ังตอ่ หนา้ และลบั หลัง
๔ ท.ี ปา.(ไทย) ๑๑/๓๑๗/๒๕๗.
๕ พระพรหมคุณากรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต), ธรรมนูญชีวิต, (กรุงเทพ : โรงพิมพ์ การศาสนา สำนักงาน
พระพทุ ธศาสนาแหง่ ชาติ, ๒๕๔๗), หนา้ ๒๓ - ๒๔.
๑๓
๓) เมตตามโนกรรม ติดต่อกันด้วยเมตตา คือ ต้ังจิตปรารถนาดีคิดทำสิ่งที่เป็นประโยชน์
แก่กนั มองกนั ในแงด่ ีมีหน้าตาย้ิมแย้มแจม่ ใสตอ่ กัน
๔) สาธารณโภคี ได้มาแบ่งกันกินกันใช้ คือ แบ่งปันลาภผลที่ได้มาโดยชอบธรรมแม้เป็น
ของเล็กนอ้ ยก็แจกจ่ายให้ไดม้ ีสว่ นรว่ มใชส้ อยบริโภคทัว่ กนั
๕) สีลสามัญญตา ประพฤติให้ดีเหมือนเขา คือ มคี วามประพฤติสุจรติ ดีงาม รกั ษาระเบยี บ
วินยั ของส่วนรวม ไม่ทำตนให้เป็นท่นี ่ารังเกียจหรือเสอ่ื มเสยี แกห่ มู่คณะ
๖) ทิฏฐิสามัญญตา ปรับตัวให้เข้ากันได้ คือ เคารพรับฟังความคิดเห็นกันมีความเห็นชอบ
รว่ มกัน ตกลงกันได้ในหลกั การสำคัญยดึ ถอื อดุ มคติ หลักแหง่ ความดงี ามหรอื จดุ หมายสูงสุดอนั เดียวกนั
จากการศึกษาทบทวนเอกสาร ผู้ศึกษาสรุปได้ว่าแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอย
ตามหลักสาราณียธรรม ๖ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของ
ชุมชนยายชา ได้ดังนี้ ๑) เมตตากายกรรม คือ การพ่ึงพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างชุมชน
กับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เช่น การไม่ท้ิง
ขยะมูลฝอยหรือน้ำเสียลงในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ การไม่เผาขยะมูลฝอยท่ีเป็นมลพิษกับสิ่งแวดล้อม
๒) เมตตาวจีกรรม คือ อบรมให้ความรู้เก่ียวกับหน้าท่ีของพลเมือง ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม ๓) เมตตามโนกรรม คือ รณรงค์ปลกู ฝังจิตสำนึกและตระหนกั ในการคัดแยก
ขยะมูลฝอยต้นทางจากครัวเรือน มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม ๔) สาธารณโภคี คือ การใช้
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกันอย่างหมาะสม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากท่ีสุด
เช่น นำวัชพืชมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ เพ่ือใช้บำบัดน้ำเสียในแม่น้ำ การนำขยะมูลฝอยมาแปรรูป
เปน็ ผลิตภณั ฑต์ ่าง ๆ เพอ่ื สรา้ งมลู คา่ เพ่ิม ๕) สีลสามัญญตา คอื การรว่ มมือกนั ในการคดั แยกขยะมลู ฝอย
ตน้ ทางจากครัวเรือน ทำให้ปัญหาขยะมูลฝอยในชมุ ชนลดลง ๖) ทิฏฐิสามัญญตา คือ การมีความเห็น
รว่ มกนั ในการจัดการขยะมูลฝอย การเคารพกฎกตกิ ารว่ มกันจนนำไปสูผ่ ลสำเรจ็ ที่ตง้ั ไว้
๒.๓ แนวคดิ และทฤษฎีเกยี่ วกับการมสี ว่ นรว่ ม
จากการศึกษาค้นควา้ ข้อมลู แนวคิดเก่ยี วกับการมีส่วนรว่ มผู้ทำวิจัยไดม้ ีประเด็นท่เี ก่ียวขอ้ ง
ดังนี้
๒.๓.๑ ความหมายของการมสี ่วนรว่ ม
อนันต์ ขัมภรัตน์๖ ให้ความหมายของการมีส่วนร่วมว่า เป็นกระบวนการส่งเสรมิ สนับสนุน
ชักนำ และสร้างโอกาสให้ชาวบ้านในรูปของบุคคล หรือกลุ่มคนต่าง ๆ ให้มีส่วนร่วมในการเข้ามาทำ
กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งหรือหลายกิจกรรม ด้วยความสมัครใจมิใช่เข้ามาร่วมเพราะหวังผลตอบแทน
๖ อนันต์ ขัมภรัตน์,“การพฒั นารูปแบบการจัดการป่าบุ่งป่าทามของชุมชนบริเวณพ้ืนที่ลุ่มแม่น้ำมูล
ตอนล่างในเขตจังหวดั ศรีสะเกษและจังหวดั อุบลราชธานี”, ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาสิ่งแวดล้อมศึกษา,
(มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๕๔), หนา้ ๔๗.
๑๔
และการมีส่วนรว่ มต้องมีความสอดคล้องกบั วถิ ีชวี ติ ความจำเป็น ความต้องการ วฒั นธรรม นอกจากน้ี
สมาชิกทุกคนต้องมีโอกาสในการดำเนินกิจกรรมเพ่ือการพัฒนาต่าง ๆ และต้องได้รับผลจากการ
พัฒนาอย่างสม่ำเสมออีกด้วย และ อนันต์ ขัมภรัตน์๗ ยังกล่าวอีกกล่าวว่า การที่จะพัฒนาชนบทให้
ประสบผลสำเรจ็ ต้องให้ชาวชนบทไดม้ ีสว่ นร่วมในการแกป้ ญั หาของตนเองโดยตนเอง รู้จักวเิ คราะห์ถึง
สภาวการณ์ที่ตนเองเป็นอยู่ และพร้อมท่ีจะเปลี่ยนแปลงเม่ือจำเป็น เมื่อคนเกิดสำนึก และมีความ
ปรารถนาท่ีจะเปล่ียนแปลงแลว้ กระบวนการพัฒนาก็จะเกิดจากความสมัครใจ และมีความเปน็ ตัวของ
ตัวเอง ผลแห่งการพัฒนาจะตกอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพฒั นาชนบทนั้น
ชมุ ชนควรมีบทบาทในการมีสว่ นร่วมอยู่ ๔ ลกั ษณะ คือ
๑. มสี ่วนร่วมในการตัดสินใจ
๒. มสี ่วนรว่ มในการดำเนินงาน
๓. มีส่วนรว่ มในผลประโยชน์
๔. มสี ว่ นร่วมในการประเมนิ ผล
กิติชัย รัตนะ๘ ให้ความหมายการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า หมายถึง กระบวนการให้
ประชาชนเข้ามามีส่วนเก่ียวข้องในการดำเนินงานพัฒนาด้านต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
โดยเฉพาะบริบทของกระบวนการวางแผนดำเนินงานในเร่ืองหน่ึงเร่ืองใด อันเป็นการส่งเสริมให้
ประชาชนมีบทบาทในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจแก้ปัญหาของตนเองอย่างแข็งขัน ร่วมใช้ความคิด
สร้างสรรค์ ความรู้และความชำนาญร่วมกับวิทยากรท่ีเหมาะสม ตลอดจนสนับสนุนติดตามผลการ
ปฏิบัติงานขององค์กรและเจ้าหน้าท่ี ที่เกี่ยวข้องกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ยังครอบคลุม
ไปถึงการที่ประชาชน หรือชุมชนพัฒนาขีดความสามารถของตนเองในการจัดการ และควบคุมการใช้
ทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในสังคม ต้ังแต่เร่ิมคิดเห็นปญั หาจนกระท่ังถึงข้ันตอน การตดิ ตาม
ตรวจสอบทุกข้ันตอนเพ่ือประโยชน์ต่อการดำรงชีพทางเศรษฐกิจและสังคมตามความจำเป็นในฐานะ
ทเี่ ปน็ ส่วนหนึ่งของสมาชิกในชมุ ชน รวมท้ังไดม้ ีโอกาสในการวางแผน กำหนดรูปแบบ การบริหารและ
ประเมินผลตลอดจนการตัดสินใจในการกำหนดอนาคตของตนเอง และชุมชนให้มีความเป็นอยู่ท่ีดีขึ้น
ส่วนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมน้ันต้องเป็นกระบวนการท่ีให้ประชาชนเข้ามามีส่วนในการดำเนินงาน
การพัฒนา มีส่วนในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ แก้ปัญหาด้วยตนเอง เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน
โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญา และความชำนาญของชุมชน แก้ไขปัญหาร่วมกับการใช้
วิทยาการท่ีเหมาะสม และสนบั สนนุ ตดิ ตามผลการปฏิบตั ิงานขององค์การ และเจา้ หน้าทผ่ี เู้ ก่ียวขอ้ ง
๗ อนันต์ ขมั ภรตั น,์ เรอ่ื งเดยี วกนั , หน้า ๒๗.
๘ กิติชัย รัตนะ, การมีส่วนร่วมในการจัดการลุ่มน้ำ, (กรุงเทพมหานคร : คณะวนศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร,์ ๒๕๔๙), หนา้ ๑๖๘ - ๑๖๙.
๑๕
เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ๙ กล่าวว่า การมีส่วนร่วมเก่ียวข้องกับศาสตร์หลายแขนง
ท้ังทางด้านจิตวิทยาสังคม ซึ่งได้อธบิ ายถึงความหมายของการมีส่วนร่วมว่า การมีส่วนร่วมเป็นเร่ืองท่ี
เก่ียวข้องทางจิตใจและอารมณ์ของบุคคลหน่ึงในสถานการณ์กลุ่มการเข้าไปมีส่วนเก่ียวข้องกับ
กจิ กรรมของสังคม ทางดา้ นการเมืองให้ทัศนะว่าการมีส่วนร่วมเป็นการกระจายอำนาจในการตัดสินใจ
ให้แก่สมาชิกในสังคม สร้างความเท่าเทียมกันและเพ่ิมพลังอำนาจให้แก่สมาชิกทุกคนทางด้านการ
พัฒนายังให้ความหมายของการมีส่วนร่วมว่าเป็นกระบวนการท่ีผู้มีส่วนได้เสียในการพัฒนาได้เข้ามา
มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกแนวทางในการพัฒนาด้วยตัวเอง พร้อมท้ังมีส่วนรับผลประโยชน์
และผลเสียที่เกยี่ วขอ้ งจากการพัฒนา
ถวิลวดี บุรีกุล และคณะ๑๐ กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของประชาชน หมายถึงการเปิดโอกาส
ให้ประชาชนมีสิทธิในกระบวนการนโยบายสาธารณะทั้งในด้านการให้และรับรู้ข้อมูลข่าวสารก ารให้
ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะการร่วมตัดสินใจท้ังในขั้นตอนการริเริ่มนโยบายการจัดทำแผนงาน
โครงการหรือกิจกรรมท่ีอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคม การจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งการปฏิบัติการติดตาม และประเมินผล
ตามนโยบายแผนงานโครงการหรือกจิ กรรมนนั้
พระมหาประกาศิต ฐิติปสิทธิกร๑๑ ให้ความหมายการมีส่วนร่วมของประชาชน
ว่าในสังคมเมือง การส่งเสริมสนับสนุนในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมตรวจสอบ
ร่วมรับผิดชอบ ร่วมรับผลท่ีเกิดขึ้น คือ มีการรว่ มใช้ความคิดสร้างสรรค์ องค์ความรู้ และความชำนาญ
ร่วมกับวิทยาการที่เหมาะสม สนับสนุนติดตามผลการปฏิบัติงานขององค์กรและผู้ท่ีเกี่ยวข้อง
ในลักษณะการทำงานเป็นทีม (Team work) อีกท้ัง กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
จึงครอบคลุมไปถึงการท่ีประชาชนหรือชุมชนพัฒนาขีดความสามารถของตนเองในการจัดการ และ
ควบคุมการใช้ทรัพยากรหรือปจั จัยการผลติ ท่ีมอี ยู่ในสังคม ตั้งแต่เริ่มคิดเห็นปัญหาจนกระทั่งถึงขั้นตอน
การติดตามตรวจสอบทุกข้ันตอนเพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีพทางเศรษฐกิจและสังคม ตามความ
จำเป็นในฐานะท่ีเป็นส่วนหน่ึงของสมาชิกในชุมชน รวมทั้งได้มีโอกาสในการวางแผน กำหนดรูปแบบ
การบริหาร และประเมินผลตลอดจนการตัดสินใจในการกำหนดอนาคตของตนเอง และชุมชนให้มคี วาม
เป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้น การพัฒนาแบบมีส่วนร่วมจึงเป็นกระบวนการที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนในการ
ดำเนินงาน การพัฒนา มีส่วนในการรว่ มคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยเน้นการ
มีส่วนร่วมของประชาชน ในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ องค์ความรู้ ภูมิปัญญา และความชำนาญของ
๙ เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ, “การวิจัยการมีส่วนร่วมทางส่งเสริมการเกษตร”, ประมวลสาระชุด
วิชาการวิจัยเพื่อการพัฒนาการส่งเสริมการเกษตรหน่วยที่ ๙, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,
๒๕๔๔), หนา้ ๑๕๐.
๑๐ ถวิลวดี บุรีกุล และคณะ,“การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ”,
รายงานการศกึ ษา, (นนทบุรี: มูลนิธิเอเชีย สถาบันพระปกเกล้า, ๒๕๕๒), หน้า ๑๘ .
๑๑ พระมหาประกาศิต ฐิติปสิทธิกร, “แนวคิดพ้ืนฐานเพ่ือการบริหารและการพัฒนา”, พิม์ครั้งท่ี ๒,
(พระนครศรอี ยธุ ยา : โรงพมิ พม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๖๓), หนา้ ๑๐๒ - ๑๐๔.
๑๖
ชมุ ชนร่วมกันกับการใช้วิทยาการที่เหมาะสม คุ้มค่า และเกิดประโยชน์แก่ชุมชนส่วนรวมอย่างเหมาะสม
สูงสุด และ พระมหาประกาศิต ฐิติปสิทธิกร๑๒ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการมีส่วนร่วมว่านอกจาก
จะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน และมีปฏิกิริยาเชิงสร้างสรรค์ จิตสำนึกร่วมของประชาชน และ
ผู้เกี่ยวข้องแลว้ ยงั สามารถตอบสนองต่อวัตถปุ ระสงคต์ า่ ง ๆในการขบั เคลอื่ นงานพฒั นา ดงั นี้
๑. หลักการและแนวคิดพ้ืนฐานของการมีส่วนร่วม เป็นการเก่ียวข้องกันทางด้านสังคม
จิตใจ และอารมณ์ของบุคคลหนึ่งใดในสถานการณ์กลุ่ม ซ่ึงเป็นเหตุจูงใจให้กระทำสิ่งใดให้บรรลุ
จุดมุ่งหมายของกลุ่มนั้น ๆ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคิด ริเร่ิม
วางแผน วเิ คราะห์ ตดั สินใจ ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมรับผลในเรื่องตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวกับส่ิงที่จะทำ
เช่น การทำงานรว่ มกนั การพัฒนาร่วมกัน
๒. การมีส่วนร่วมทำให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ กระบวนการ
มสี ว่ นรว่ มเป็นสว่ นหนึ่งของการส่งผา่ นขอ้ มลู ขา่ วสารจากบคุ คลหนง่ึ ไปยงั อกี บุคคลหน่ึง
๓. การมีส่วนร่วมทำให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความราบรื่น สร้างสรรค์
สร้างสามัคคี เน่ืองจากการดำเนินกิจกรรมมักเกี่ยวข้องกับบุคคลหมู่มาก และอาจรวมถึงสาธารณชน
ทั่วไป การสรา้ งกิจกรรมการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง จะเป็นการสรา้ งความเข้าใจร่วมกัน ทำให้การดำเนิน
กจิ กรรมเปน็ ไปโดยสะดวก และจะเปน็ การสนับสนุนให้เกดิ แนวร่วมการดำเนินกจิ กรรมมากขึ้นอีกดว้ ย
๔. การมีส่วนร่วมเป็นเคร่ืองมือหรือกลไกในการพัฒนาชุมชนในเชิงพ้ืนที่ ทั้งทางด้าน
เศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมท้ังการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพราะปัจจุบัน
ประชาชนมีการต่ืนตัวในเร่ืองบทบาทและสิทธิของตนเองในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้เกิดเวที
การระดมความคิดเห็นอยา่ งกวา้ งขวาง ส่งผลดีต่อความตนื่ ตัวต่อกระบวนการพฒั นาชุมชนในด้านต่าง ๆ
จาการศึกษาทบทวนเอกสาร ผู้ศึกษาสรุปได้ว่า ความหมายของการมีส่วนร่วมสามารถ
นำมาใช้ในบริบทของชุมชนยายชา หมายถึง การส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วม โดยให้ประชาชน
ร่วมคิด ร่วมตดั สินใจ รว่ มวางแผน ร่วมลงมอื ทำ และรว่ มตดิ ตามผลการดำเนนิ งานในการแกไ้ ขปัญหา
ร่วมกัน เช่น ร่วมมือกันในการคัดแยกขยะมูลฝอย นำขยะมูลไปใช้ประโยชน์ ลดปริมาณขยะมูลฝอย
จากครัวเรือน การปกป้องและรักษาส่ิงแวดล้อมในท้องถ่ินของตนเอง การอนุรักษ์และฟ้ืนฟู
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม การท่องเทย่ี วเชงิ นิเวศท่ีไมท่ ำลายสงิ่ แวดลอ้ ม
๒.๓.๒ ทฤษฎีการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
มนตรี กรรพุมมาลย์๑๓ ได้สรุปแนวคิดของ Norman & Uphoff ท่ีได้อธิบายกรอบ
ความคดิ เบอื้ งต้นในการวเิ คราะห์การมสี ว่ นร่วมในการพฒั นาชนบทไว้ว่า มี ๓ มิติ (Dimensions) และ
๑๒ พระมหาประกาศติ ฐิติปสิทธกิ ร, อา้ งแล้ว.
๑๓ Norman & Uphoff, อ้างใน มนตรี กรรพุมมาลย์, รายงานวิจัย: “ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการ
บริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จังหวัดเชียงใหม่” (เชียงใหม่ : คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
๒๕๔๖), หน้า ๖๑.
๑๗
๒ บริบท (Contexts) ท้ังน้ี ในมิติของการมีส่วนร่วม ได้แก่ มิติท่ี ๑ การมีส่วนร่วมอะไร (What)
แบง่ เปน็ ๑) การมสี ว่ นร่วมในการตัดสนิ ใจ ๒) การมสี ่วนร่วมในการดำเนนิ งาน ๓) การมสี ่วนรว่ มไดร้ ับ
ผลประโยชน์ และ ๔) การมีส่วนร่วมในการประเมินผลการดำเนินงาน โดย Uphoff อธิบายอีกว่า
การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการตัดสินใจเพียงอย่างเดียว ยังใช้การ
ตดั สินใจควบคู่ไปกับการดำเนินงานดว้ ย เชน่ ในการจัดองค์กรการกำหนดกิจกรรมการพัฒนา เป็นต้น
และการตัดสินใจยังมีความเกี่ยวข้องกับประชาชนในเรื่องผลประโยชน์และการประเมินผล สำหรับ
บริบทของการมีส่วนร่วมนั้น หมายถึง ลักษณะของโครงการ โดยพิจารณาจากลักษณะของสิ่งนำเข้า
ประโยชน์ทไี่ ด้รับ และรปู แบบทตี่ อ้ งกำหนด รวมทั้งสภาพแวดลอ้ มของงาน หรอื กิจกรรมตามโครงการ
เช่น ปัจจัยทางด้านกายภาพและธรรมชาติ และปัจจัยทางสังคม ดังน้ัน การมีส่วนร่วมในความหมาย
ของการบริหารจัดการจะมีความเช่อื มโยงอย่างใกล้ชิดกับ “การตดั สินใจ” น่ันคือ การมีสว่ นร่วมนัน้ ๆ
ได้นำไปสู่การตัดสินใจใด ๆ อย่างมีคุณค่าและอย่างชอบธรรมหรือไม่ ซ่ึงในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า
“Meaningful Participations” คือ การมีส่วนร่วมน้ัน ๆ ทำข้ึนหรือวางระบบขึ้น ไม่ใช่เพียงเพื่อว่า
ได้จัดทำให้มีแล้วเท่าน้ัน แต่การมีส่วนร่วมนั้น ๆ ได้นำไปสู่การพิจารณา ตัดสินใจ หากสมเหตุสมผล
ต้องมีความชอบธรรมก็นำไปปฏิบัติ หากผู้มีอำนาจคิดว่าไม่เหมาะสมก็ต้องอธิบายได้โดยมีมาตรฐาน
แห่งความชอบธรรม (Legitimacy) ในการตัดสินใจน้ัน ๆท่ีสังคมส่วนใหญ่ยอมรับได้ ซึ่งอาจจะขัดกับ
ผลของการมีสว่ นร่วม๑๔
กระบวนการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในประเทศไทยไดถ้ ูกบัญญัติไวต้ ามกรอบรฐั ธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน และการบริหาร
ราชการแบบมีส่วนร่วมกำหนดให้ส่วนราชการจัดหา หรือสนับสนุนกลไกในการเปิดโอกาสให้
ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานของภาครัฐมากขึ้นดังความในมาตรา ๗๘ (๕) ซึ่งบัญญัติ
ให้รัฐต้อง “จัดระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่นเพ่ือให้การจัดทำและการให้บริการ
สาธารณะเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วม
ของประชาชน” และในมาตรา ๘๗ กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วม
ประชาชน โดยตอ้ งส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในเรื่องต่าง ๆ อย่างครบวงจรเร่ิมตั้งแต่การกำหนด
นโยบาย การตัดสินใจ จนถึงการติดตามตรวจสอบ โดยเห็นถึงประโยชน์จากแนวคิดการบริหาร
ราชการแบบ มีสว่ นร่วมตามเจตนารมณข์ องรฐั ธรรมนญู แผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาระบบราชการไทย
(พ.ศ. ๒๕๕๑ - ๒๕๕๕) จึงทำให้หนว่ ยงานในภาครฐั องค์กรต่าง ๆ ได้ดำเนินการส่งเสริมการมีส่วนร่วม
ของประชาชน เพ่ือให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมผ่านช่องทางหรือกลไกในการให้ข้อมูลข่าวสารและ
รับฟังความคิดเห็น และ ให้หน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ศึกษาเรียนรู้การบริหาร
ราชการแบบมีส่วนร่วมหรือการบริหารราชการในระบบเปิดจากการปฏิบัติจริง และพัฒนาระดับการ
เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐมากขึ้น เพ่ือกระตุ้นการปรับเปล่ียนสู่การบริหาร
ราชการท่ีเปิดเผย โปร่งใส เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน และพัฒนาระบบราชการเพ่ือตอบสนอง
๑๔ ถวิลวดี บุรีกุล และคณะ, “การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ”,
รายงานการศกึ ษา, (มลู นธิ เิ อเชยี สถาบนั พระปกเกลา้ : นนทบุรี, ๒๕๕๒), หน้า ๑๙.
๑๘
ความตอ้ งการ และเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับ ถวลิ วดี บุรีกุล และคณะ
ท่ีไดม้ ีการนำเสนอกระบวนการมสี ว่ นร่วม สามารถจัดแบ่งขัน้ ตอนต่าง ๆ ดังนี้
กระบวนการท่ี ๑ การมีส่วนร่วมในการวางแผน ได้แก่ การรับรู้เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับ
การวางแผน และรว่ มวางแผนกิจกรรม
กระบวนการที่ ๒ การมีส่วนรว่ มในการปฏิบตั /ิ ดำเนนิ การ ไดแ้ ก่การเก่ียวข้องกับการ
ดำเนินการในกจิ กรรมต่าง ๆ และการตดั สินใจ
กระบวนการที่ ๓ มีส่วนร่วมในการจัดสรรผลประโยชน์ เป็นการมีส่วนร่วมในการ
จัดสรรประโยชน์ หรอื ผลของกิจกรรม หรอื ผลของการตดั สนิ ใจทีเ่ กิดข้ึน
กระบวนการที่ ๔ มีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล ได้แก่ความพยายามท่ีจะ
ประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ และพิจารณาวิธีการดำเนินการ
ต่อเนือ่ งต่อไป ผลการประเมินน้ี ก็จะกลายเป็นปัจจัยนำเขา้ ในประบวนการมีส่วนรว่ มในแต่ละขน้ั ตอน
ซงึ่ เป็นขัน้ ตอนของการวางแผนตอ่ ไป
กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนท้ัง ๔ ประการ ได้ลงลึกไปยังรายละเอียด
ให้เห็นรปู ธรรมโดยการแบ่งออกเป็น ๔ แบบ คอื
๑. แบบการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision making) เป็นการมีส่วนร่วมที่เป็นการ
แสดงออกดา้ นความคิดเกี่ยวกับการจัดระบบ หรือกำหนดระบบของโครงการ เปน็ การประเมินปัญหา
หรือทางเลือกท่ีจะสามารถเป็นไปได้ท่ีจะนำไปปฏิบัติเพื่อการพัฒนาโดยการประเมินสภาพที่เป็นอยู่
และสาเหตุของปัญหา ซง่ึ ในขนั้ ตอนน้ยี งั แบง่ ยอ่ ยออกเปน็ ๓ สว่ น ไดแ้ ก่
๑.๑ การมีส่วนร่วมในขั้นต้น (Initial Decision) เป็นการค้นหาความต้องการ
ทีแ่ ท้จรงิ ซ่ึงเปน็ วิธีการทีจ่ ะเข้าไปมีสว่ นร่วมของโครงการ
๑.๒ การมีส่วนร่วมในข้ันตอนเตรียมการ (Ongoing Decision) เป็นการหาโอกาส
หรอื ช่องทางในการแกป้ ญั หารวมท้งั ลำดับความสำคัญของโครงการทีจ่ ะต้องดำเนนิ การ
๑.๓ การมีส่วนร่วมในข้ันการตัดสินใจปฏิบัติการ (Operation Decision) เป็นการ
สรรหาบคุ ลากรเข้ามาปฏิบตั กิ าร ไดแ้ ก่ อาสาสมคั ร ผู้ประสานงาน หรอื กลุ่มท่ีรวมตัวกนั ตามประเพณี
เช่น กลุ่มสตรี หรือ กลุ่มหนุ่มสาว เพ่ือการมีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยการเป็นสมาชิกร่วมดำเนินการ
คัดเลอื กผนู้ ำและการสรา้ งกำลังอำนาจใหแ้ กอ่ งค์กร
๒. แบบการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ (Implementation) เป็นการดำเนินงานตาม
โครงการและแผนงานและเป็นการก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของกิจกรรมและผลงาน
ท่ีปรากฏในข้ันตอนน้ีและยงั แบ่งออกมาให้เปน็ ๓ สว่ น คือ
๒.๑ การมีส่วนร่วมในการสละทรัพยากร (Resource Contribution) ได้แก่ การมี
ส่วนร่วมสละแรงกาย การสละเงิน การให้วสั ดอุ ุปกรณ์ และการให้คำแนะนำซ่งึ ทรัพยากรเหล่าน้จี ะให้
ดว้ ยความเตม็ ใจ
๑๙
๒.๒ การมีส่วนร่วมในการบริหารและการประสานงาน (Administration and
Coordination) จะมีส่วนรว่ มด้วยวธิ กี ารจา้ งบุคคลเขา้ มามีส่วนร่วมดำเนนิ การ การฝกึ อบรมผู้ทีจ่ ะเข้า
ปฏิบัติในโครงการหรือการให้คำปรึกษาในการตัดสินใจเก่ียวกับโครงการและเป็นผู้ประสานงาน
ในโครงการดว้ ย
๒.๓ การมีส่วนร่วมในการเข้าเป็นผู้ปฏิบัติในโครงการ มักพบว่ามีลักษณะเป็นการ
บังคับให้เข้ามาปฏิบัติในโครงการมากที่สุด การมีส่วนร่วมในการบังคับให้ปฏิบัติจะต่างจากการให้
ความร่วมมือเพราะความบังคับให้ทำนั้น ผลประโยชน์ (Benefits) จะไม่ใช่เป็นส่ิงที่สำคัญแต่ถ้าเป็น
การมีส่วนร่วมด้วยความเตม็ ใจนัน้ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ท่ีจะไดร้ ับหลงั เกดิ การมสี ว่ นรว่ มดว้ ย
๓. แบบการมสี ว่ นร่วมในผลประโยชน์ (Benefits) ยงั แบง่ ออกได้ ๓ ส่วน คือ
๓.๑ การมีส่วนร่วมรับผลประโยชน์ (Material Benefits) ได้แก่ การมีส่วนร่วม
ในการเพม่ิ ผลผลติ รายได้ หรอื ทรัพย์สนิ
๓.๒ การมีส่วนร่วมรับผลประโยชน์ในด้านสังคม (Social Benefits) ได้แก่ ผลประโยชน์
ที่เกิดข้ึนแก่สังคมเช่น โรงเรียน สถานที่สาธารณะ หรือส่วนกลางของชุมชน เช่น การเพิ่มคุณภาพชีวิต
การเกดิ ระบบนำ้ ประปา
๓.๓ การมีส่วนร่วมรับผลประโยชน์ในด้านบุคคล (Personal Benefits) ได้แก่
ความนับถือตนเอง (Self-Esteem) พลังอำนาจทางการเมือง (Political Power) ความคุ้มค่าของ
ผลประโยชน์ (Sense of Efficacy)
การมีส่วนร่วมในลักษณะท่ีเป็นกระบวนการของการพัฒนา โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม
ในกระบวนการพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดโครงการ เช่น การร่วมกันค้นหาปัญหา การวางแผนการ
ตัดสินใจ การระดมทรัพยากรและเทคโนโลยีท้องถ่ิน การบริหารจัดการ การติดตามประเมินผล
รวมถงึ การรับผลประโยชน์ทีเ่ กิดข้นึ จากโครงการ โดยท่ีโครงการพัฒนาดงั กล่าวจะต้องมีความสอดคล้อง
กบั วิถีชีวติ และวัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งสามารถจำแนกไดเ้ ปน็ สองประเภท คือ
๑. การส่งเสริมสิทธิและพลังอำนาจของพลเมือง โดยประชาชนหรือชุมชน เพื่อพัฒนา
ขีดความสามารถในการจัดการเพ่ือรักษาผลประโยชน์ของกลุ่ม ควบคุมการใช้และการกระจาย
ทรัพยากรของชุมชน อันจะก่อให้เกิดกระบวนการและโครงสร้างท่ีประชาชนในชนบทสามารถ
แสดงออกซงึ่ ความสามารถของตน และไดร้ ับผลประโยชนจ์ ากการพฒั นา
๒. การเปล่ียนแปลงกลไกการพัฒนาโดยรัฐ มาเป็นการพัฒนาที่ประชาชนมีบทบาทหลัก
โดยการกระจายอำนาจในการวางแผนจากส่วนกลางมาสู่ส่วนภูมิภาค เพ่ือให้ภูมิภาคมีลักษณะ
เป็นเอกเทศ ให้มีอำนาจทางการเมือง การบริหาร มีอำนาจต่อรองในการจัดการทรัพยากรโดยอยู่ใน
มาตรฐานเดียวกันและประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นการคืนอำนาจในการ
พฒั นาใหแ้ กป่ ระชาชนเพือ่ ให้มีส่วนรว่ มในการกำหนดอนาคตของตนเอง”
จาการศกึ ษาทบทวนเอกสาร ผู้ศกึ ษาสรปุ ได้วา่ ทฤษฎกี ารมีส่วนร่วมของประชาชนสามารถ
นำมาใช้ในการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนยายชา ได้ดังน้ี ๑) ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วม
๒๐
โดยให้ประชาชนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมลงมือทำ ร่วมติดตามผลการดำเนินงานในการ
แกไ้ ปปัญหาร่วมกัน และติดตามประเมินผล ๒) เปิดโอกาสให้ประชาชนในพ้ืนท่ีสามารถเข้าร่วมประชุม
ประชาคม รับทราบโครงการ หรือกิจกรรมที่จัดข้ึน รวมถึงการประชาสัมพันธ์และแจ้งให้ประชาชน
ไดร้ ับทราบด้านงบประมาณ ค่าใชจ้ า่ ยต่าง ๆ ในการจดั โครงการ หรือจัดกจิ กรรม
๒.๓.๓ การสรา้ งเครอื ขา่ ยการมสี ่วนร่วม
เครอื ข่ายเป็นความสัมพนั ธเ์ ชิงกระบวนระบบที่เช่ือมโยงสง่ิ ตา่ ง ๆ เข้าดว้ ยกนั โดยไม่ละท้ิง
สาเหตุ ผลลัพธ์ และบริบทที่เก่ียวข้องเป็นการมองสรรพส่ิงอย่างเป็นองค์รวม และเป็นระบบเปิด
ท่ีสามารถจะเช่ือมโยงกับสิ่งอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องและสุดท้ายคือความเป็นกระบวนการท่ีทำหน้าท่ี
ระหวา่ งกันหรือการมีปฏิกิริยาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง๑๕ ซึ่งสอดคล้องกับ เสรี พงษ์พิศ ให้คำนิยามของ
“เครือข่าย” ไว้ว่า เป็นการรวมกลุ่มของบุคคลในชุมชนระหว่างชุมชน กลุ่มกับกลุ่ม ชุมชนกับชุมชน
โดยมีหลักยึดตามขอบเขตพ้ืนที่ ประเด็นเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้เป็นหนึ่งเดียว กระบวนการ
ดังกล่าวเกิดจากท้องถ่ิน เหมาะสมกับท้องถ่ินที่จะช่วยให้บุคคลและชุมชนสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้
ด้วยองค์ประกอบท่ีสำคัญ คือ ภูมิปัญญาพ้ืนบ้าน การปฏิบัติ แบบอย่างของผู้รู้ การอบรมส่ังสอน
ในบริบททางสังคม คมนาคม แบบการติดต่อท่ีสะดวกย่ิงขึ้นทำให้การไปมาหาสู่ดูงาน การร่วมกันทำ
ขา้ มเขตแดนของชมุ ชน อำเภอ จงั หวดั และภาคเป็นไปไดง้ ่าย
พระมหาสุทิตย์ อาภากโร๑๖ ได้กล่าวถึงประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการจัดการ
เครือข่าย ประกอบดว้ ย
๑. จุดมุ่งหมายร่วม การทำงานเครือข่ายจะเกิดประสิทธิภาพสูงหากทุกฝ่ายสามารถ
กำหนดจุดหมายร่วมกันได้ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งจดุ หมายทีท่ กุ ฝ่ายเหน็ และตอ้ งการให้เกิดขึน้
๒. บุคคล ในการทำงานของเครือข่ายนั้น บุคคลในเครือข่ายจะต้องมีจิตสํานึกร่วม
มีความถนัดในงานท่ีทำและมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงาน รวมทั้งได้รับผลประโยชน์จากความเป็น
สมาชกิ ในเครือขา่ ย
๓. การเชื่อมโยง การทำงานของเครือข่ายจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยง
ท่ีเหมาะสม โดยอาจเช่ือมต่อกันผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ การเชื่อมต่อโดยมีศูนย์ประสานงาน
และการเชือ่ มต่อโดยเทคโนโลยี
๔. การสร้างความรู้สึกร่วม หลังจากการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายแล้ว ทุกฝ่ายจะต้องมี
ความรสู้ ึกร่วมกับกระบวนการทำงานของเครอื ขา่ ย เพ่อื ใหเ้ กดิ พลังในการผลักดนั เป้าหมาย
๑๕ พระมหาสุทิตย์ อาภากโร, เครือข่าย : ธรรมชาติ ความรู้ และการจัดการ, (กรุงเทพฯ: พิสิษฐ์ไทย
ออฟเซต, ๒๕๔๘), หน้า ๑๗.
๑๖ พระมหาสุทิตย์ อาภากโร, เครือข่าย : ธรรมชาติ ความรู้ และการจัดการ, พิมพ์คร้ังที่ ๒,
(กรงุ เทพมหานคร : โครงการเสรมิ สรา้ งการเรยี นรู้เพอ่ื ชมุ ชนเปน็ สุข, ๒๕๔๘) หนา้ ๑๑๘.
๒๑
๕. การพัฒนาที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ระบบการทำงานของเครือข่ายจะต้องสามารถ
และพัฒนาให้เกิดระบบการบริหารจัดการท่ีโปร่งใสและตรวจสอบได้จากทุกฝ่าย ซึ่งจะเป็นการสร้าง
ความรสู้ ึกทด่ี ีตอ่ ทุกฝา่ ยและผู้ทจ่ี ะเขา้ มารว่ มเป็นสว่ นหนึ่งของเครือขา่ ย
๖. การจัดระบบขอ้ มูลข่าวสาร ระบบการตดิ ตอ่ ส่ือสาร และ สารสนเทศเป็นส่ิงท่มี ีความสำคัญ
ยิ่งต่อความย่ังยืนของเครือข่าย เพราะจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทราบถึงกิจกรรม
ความเคล่ือนไหวของเครอื ขา่ ย
จาการศึกษาทบทวนเอกสาร ผู้ศึกษาสรุปได้ว่าแนวคิดการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม
สามารถนำมาใช้ในการสร้างเครือข่ายแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา ได้ดังนี้คือ รูปแบบการสร้าง
เครือข่ายแบบมีส่วนร่วม แบ่งออกเป็น ๒ รูปแบบ ประกอบด้วย ๑) รูปแบบเครือข่ายองค์กรชุมชน
เป็นเครือข่ายตามพื้นท่ีดำเนินงาน ให้การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซด์ เอกสาร
แผ่นพับ และทำป้ายรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ๒) รูปแบบเครือข่ายกลุ่มผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ
เป็นเครือข่ายตามรูปแบบโครงสร้างหรือความสัมพันธ์ เป็นเครือข่ายที่ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร
ภายในเครือข่ายมีความเท่าเทียมกัน ลักษณะการแลกเปล่ียนเป็นไปโดยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
การติดต่อภายในเครือข่าย เป็นการติดต่อระหว่างบุคคลหรือ องค์กรหรืออาจจะมีองค์กรทำหน้าที่
ประสานงานระหว่างเครือข่าย เช่น การจัดประชุม กระจายข่าวสารข้อมูล หรือเป็นแกนกลาง
เม่ือต้องการมีการปฏิบัติการร่วมกัน เป็นเครือข่ายให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ เช่น องค์ความรู้
ทางวิชาการการประเมินคณุ ภาพทางวิชาการ สถานที่ทำกจิ กรรม งบประมาณ
๒.๔ แนวคิดและทฤษฎีเกยี่ วกบั การบริหารจัดการ
จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลแนวคิดเก่ียวกับการบริหารจัดการ ผู้ทำวิจัยได้มีประเด็น
ทเี่ กีย่ วขอ้ งดงั นี้
๒.๔.๑ ความหมายเกี่ยวกับการบรหิ ารจัดการ
การบริหาร (Administration) เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของ
องค์การ เพราะเปน็ เคร่ืองมือสำคัญที่จะช้ีให้เห็นความสำเร็จ หรือความล้มเหลว ความมีประสิทธภิ าพ
หรือความไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงาน การบริหารเป็นเคร่ืองบ่งชี้ให้ทราบถึงความเจริญก้าวหน้า
ของสังคม ความก้าวหน้าของวิทยาการต่าง ๆ การบริหารเป็นมรรคที่สำคัญจะนำไปสู่ความก้าวหน้า
ก า รบ ริห า รเป็ น ลั ก ษ ณ ะ ก า รท ำงา น ร่ว ม กั น ข อ งก ลุ่ ม บุ ค ค ล ใน อ งค์ ก าร ซ่ึ งมี ก าร วิ นิ จ ฉั ย สั่ งก า ร
นักบริหารจะต้องคำนึงถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ การวินิจฉัยสั่งการเป็นเคร่ืองแสดงให้ทราบถึง
ความสามารถของนักบริหาร และความเจริญเติบโตของการบริหารชีวิตประจำวันของมนุษย์ไม่ว่า
ในครอบครัวหรือองค์การใดย่อมเกี่ยวข้องกับการบริหารอยู่เสมอ ดังน้ัน การบริหารจึงเป็นเรื่องที่
นา่ สนใจ และจำเป็นต่อการท่จี ะดำรงชวี ติ ของมนษุ ยใ์ นสังคม
มีนักบรหิ าร นกั วิชาการ ผูท้ รงความรู้ ทรงคุณวุฒิ และนักการศึกษามากมายหลายท่านได้
ให้ความหมายของการบรหิ ารไวห้ ลายทศั นะ ซ่ึงพอสรุปได้ ดงั น้ี
๒๒
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) ได้กล่าวว่า การบริหาร หมายถึง การทำงาน
ให้สำเร็จโดยอาศัยคนอ่ืน (Getting things done through other people) เมื่อว่าตามคำนิยามนี้
การบริหารพระพทุ ธศาสนาเริม่ มีอันเป็นรูปธรรมสองเดือนนบั จากวันท่ีพระพุทธเจา้ ตรัสรู้ นั้นคือในวนั
อาสาฬหบชู า เม่ือพระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาเป็นคร้ังแรกแก่พระปัญจวัคคีย์ ซ่ึงทำให้เกิด
พระสังฆรัตนะขึ้น เมื่อมีพระสังฆรัตนะเป็นสมาชิกใหม่เกิดข้ึนในพระพุทธศาสนาอย่างน้ี พระพุทธเจ้า
ก็ต้องบริหารคณะสงฆ์ และวิธีการที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ซ่ึงดำรง
สืบต่อมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๒,๕๐๐ ปี เป็นข้อมูลให้เราได้ศึกษาเรื่องพุทธวิธีบริหาร
นอกจากน้ียังมีพุทธพจน์ที่เก่ียวเน่ืองกับการบริหารกระจายอยู่ในพระไตรปิฎก การศึกษาพุทธพจน์
เหล่านัน้ ก็จะทำให้ทราบถงึ พุทธวธิ ีบริหาร๑๗
สิรภพ เหล่าลาภะ ได้ให้ความหมายเกี่ยวกับการบริหารไว้ ๒ นัย คือ ๑) คำว่า บริหาร
มาจากภาษาบาลีวา่ ปรหิ าร มาจากศัพท์วา่ ปริ แปลว่า รอบ และ หร ธาตใุ นความนำไป ดังน้นั คำว่า
บริหาร จึงแปลว่า นำไปโดยรอบ อีกสำนวนหนึ่ง คำว่า บริหาร แปลว่า อ้อมหนี, หลีกหนี, หลบหนี
ดังในประโยคภาษาบาลีว่า “ปญฺหํ ปริหริต สมตฺโถ” แปลว่า ผู้สามารถเพ่ือการอ้อมหนี หลีกหนี
หลบซ่ึงปัญหา หรือแปลว่า ผู้สามารถบริหารปัญหา และนำปัญหาไปโดยรอบ หรอื กำจัดปัญหาให้หมด
สิ้นไป ๒) คำว่า บริหาร แปลมาจากภาษาอังกฤษ ว่า Administer และ Administration
แปลความหมาย คือ การปกครอง ดำเนินการ อำนวยการ จัดการ จัดให้วาง ส่งเสริม และบำรงุ ๑๘
สมคิด บางโม ได้สรุปว่า การบริหารหรือการจัดการ หมายถึง ศิลปะ ในการใช้คน เงิน
วสั ดอุ ปุ กรณ์ขององค์การและนอกองค์การ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสทิ ธภิ าพ๑๙
เฮอร์เบริ ์ต เอ ไซมอน (Herbert A. Simon) กล่าววา่ การบริหาร หมายถึง ศิลปะในการ
ทำให้สิ่งต่าง ๆ ได้รับการกระทำจนเป็นผลสำเร็จ โดยท่ีผู้บริหารมักไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ แต่ผู้บริหาร
เปน็ ผู้ใช้ศลิ ปะทำใหผ้ ู้ปฏบิ ัตไิ ดท้ ำงานจนสำเร็จ ตามจุดมุ่งหมายทีผ่ ู้บรหิ ารตัดสินใจเลอื ก๒๐
จาการศึกษาทบทวนเอกสาร ผู้ศึกษาสรุปได้ว่าความหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการ
สามารถนำมาใช้ในบริบทของชุมชนยายชา หมายถึง เป็นวิธีการหรือขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ
หรือกิจกรรมต่าง ๆ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ขั้นตอนที่ ๑ ดำเนินการ
๑๗ พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต), พุทธวิธีบริหาร, (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๔๙), หนา้ ๔.
๑๘ สิรภพ เหลา่ ลาภะ, พทุ ธศาสตร์การเมือง, (กรุงเทพมหานคร : สหธรรมกิ , ๒๕๔๕), หนา้ ๑๔๐.
๑๙ สมคิด บางโม, การบรหิ าร, (กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๔๕), หนา้ ๖๑.
๒๐ เฮอร์เบิร์ต เอ ไซมอน (Herbert A. Simon) อ้างถึงในเติมศักดิ์ ทองอินทร์ ผศ. ดร., ความรู้
เบ้อื งต้นทางการบริหารรัฐกิจ, (กรงุ เทพมหานคร: มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗), หนา้ ๓.
๒๓
ฝึกอบรมให้ความรู้ภาควิชาการหรือทฤษฎี ขั้นตอนท่ี ๒ ศึกษาดูงานเพื่อเพ่ิมพูนความรู้ และสร้าง
แรงจูงใจ ขั้นตอนท่ี ๓ ฝกึ เชงิ ปฏิบตั กิ าร
๒.๔.๒ แนวคดิ และทฤษฎเี กย่ี วกบั การบริหารจัดการ
การบริหารโดยท่ัว ๆ ไป จะมีลักษณะเป็นกระบวนวิธี หรือเป็นการกำหนดขั้นตอนในการ
ปฏิบัติงาน หรือเป็นลำดับรายการในการบริหาร ซ่ึงในการบริหารนั้น จะต้องมีลำดับรายการก่อนหลัง
ว่าจะต้องทำสิ่งใดก่อนและต่อ ๆ ไปจะทำอะไร ซึ่งจัดว่าเป็นหลักเกณฑ์วิธีการทางวิทยาศาสตร์
(Scientific Management) กระบวนการบริหารจะกำหนดขอบเขต และหน้าที่ตามขั้นตอนต่าง ๆ
ไว้อย่างชัดเจน ในงานการบริหารนั้น มีนักปราชญ์ นักวิชาการ และนักบริหารทั้งในประเทศ
และตา่ งประเทศตลอดจนนกั การศึกษา ไดใ้ ห้แนวคดิ เก่ียวกับกระบวนการบรหิ าร ไว้ดังนี้
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) กล่าวถึง การบริหารเป็นวิธีการทำให้งาน
สำเร็จโดยอาศัยผู้อื่น (Getting things done through other people) และกล่าวว่าหน้าที่ของ
ผู้บริหารเป็นกรอบในการพิจารณาของผู้บริหารให้สำเร็จ มี ๕ ประการ ตามคำย่อภาษาอังกฤษว่า
“POSDC” ดงั น้ี คือ๒๑
๑. P คือ Planning หมายถึง การวางแผน เป็นการกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพ่ือ
ความสำเร็จท่ีจะตามมาในอนาคต ผู้บริหารทีดีต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เพื่อกำหนดทิศทางของ
องคก์ ร
๒. O คือ Organizing หมายถึง คอื การจัดองค์กร เป็นการกำหนดโครงสร้างความสัมพันธ์
ของสมาชิกและสายบังคับบญั ชาภายในองคก์ ร มกี ารแบง่ งานกนั ทำและการกระจายอำนาจ
๓. S คือ Staffing หมายถึง งานบุคลากร เป็นการสรรหาบุคลากรใหม่ การพัฒนา
บุคลากรและการใช้คนให้เหมาะสมกับงาน
๔. D คือ Directing หมายถึง การอำนวยการ เป็นการสื่อสารเพ่ือให้เกิดการดำเนินการ
ตามแผน ผูบ้ รหิ ารต้องมีมนุษยส์ มั พันธ์ทดี่ แี ละต้องมีภาวะผูน้ ำ
๕. C คือ Controlling หมายถึง การกำกับดูแล เป็นการควบคุมคุณภาพของการ
ปฏิบัตงิ านภายในองคก์ ร รวมท้ังกระบวนการแกป้ ญั หาภายในองคก์ ร
สมคิด บางโม ได้อธิบายองค์ประกอบของการบริหารที่สำคัญ และมีความจำเป็น
ตอ่ องค์การ ดงั นี้
๑. วัตถุประสงค์ที่แน่นอน กล่าวคือ จะต้องรู้ว่า จะดำเนินการไปทำไม เพื่ออะไร และ
ต้องการอะไรจากการดำเนินการ เช่น ต้องมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการ หรือในการผลิตต้องรู้ว่า
๒๑ พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมมฺจิตตฺโต), พุทธวิธีในการบริหาร, พิมพ์คร้ังท่ี ๔, (กรุงเทพมหานคร :
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๙), หน้า ๓ - ๕.
๒๔
จะผลิตเพ่ือใคร ต้องการผลตอบแทนเช่นใด ถ้าหากไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แล้วก็ไม่มี
ประโยชนท์ ีจ่ ะบริหารการดำเนินงานตา่ ง ๆ จะไม่มผี ลสำเรจ็ เพราะไมม่ ีเป้าหมายกำหนดไวแ้ น่นอน
๒. ทรัพยากรในการบรหิ าร ได้แก่ วัตถแุ ละเครื่องใชเ้ พื่อประกอบการดำเนินงานรวมไปถึง
ความสามารถในการจัดการ ทรัพยากรในการบริหาร ได้แก่ ๔ Ms คือ มนุษย์ (Man) เงิน (Money)
วัสดอุ ุปกรณ์ (Material) และความสามารถในการจัดการ (Management) หรือ ๖ Ms ที่มีเครอ่ื งจักร
(Machine) และตลาด (Market) เพม่ิ เข้ามาซง่ึ ในปจั จุบนั มคี วามจำเปน็ มากขึน้
๓. มีการประสานงานระหว่างกนั หรอื เรียกได้ว่ามีปฏกิ ิริยาระหวา่ งกนั กล่าวคอื เป้าหมาย
และวตั ถุประสงคร์ วมทงั้ ทรพั ยากรในการบรหิ ารท้งั ๔ Ms หรือ ๖ Ms ดังกลา่ ว จะต้องมีความสัมพนั ธ์
ซึ่งกันและเกิดปฏกิ ิริยาระหว่างกัน หรือกล่าวได้วา่ จะต้องมีระบบของการทำงานร่วมกัน และที่เกิดข้ึนจริง
การนำปัจจัยทั้งหลายเบื้องต้นมาไวร้ ่วมกันแล้ว ไม่เกิดปฏิกิริยาระหวา่ งกัน ไม่เกิดความสัมพนั ธ์ ระหวา่ งกัน
การบริหารก็จะไม่เกดิ ข้นึ
๔. ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในการบริหารงานนั้นสิ่งที่วัดผลสำเร็จของงานว่า
บรรลุเป้าหมายของวัตถุประสงค์ขององค์การก็คือ ประสิทธิผลขององค์การ หมายถึง ความสามารถ
ขององค์การ ในอันทจ่ี ะบริหารงานให้บรรลุวตั ถุประสงค์ขององคก์ ารในการใช้ทรัพยากรขององค์การท่ี
มีอย่รู ะยะสน้ั โดยเปรียบเทยี บกับปจั จัยนำเข้าและคา่ ใช้จา่ ยกบั ปัจจยั นำออกและรายไดข้ ององค์การ๒๒
สมยศ นาวีการ ได้กล่าวถึง แนวคิดการบริหารไว้ว่า การบริหารงานไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ
ผู้นำโครงสร้างระบบราชการและหน้าท่ีของผู้บริหารในองค์การแห่งหน่ึงสามารถนำมาประยุกต์ไปใช้
กับองค์การ เรียกว่า วิธีดีท่ีสุด (One best way) อย่างไรก็ตามผู้บริหารในแต่ละองค์การจะเผชิญกับ
สถานการณ์เฉพาะทมี่ เี อกลกั ษณข์ องตวั เอง ไม่มีหลักสากลใดท่ีสามารถใช้ไดก้ ับทกุ ปญั หาผู้บริหารต้อง
ศึกษาการบริหาร โดยมีประสบการณ์จากกรณีศึกษา (Case study) จำนวนมาก และวิเคราะห์ว่า
วธิ ีการใดท่สี ามารถใช้ในสถานการณใ์ หม่ ๆ๒๓
สุพิณ เกชาคุปต์ ได้กล่าวถึง การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participation Management)
เป็นแนวทางการบริหาร ที่เปิดโอกาสให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด การวางแผน และการ
ตดั สินใจในงานต่าง ๆ ที่เขามีส่วนรับผิดชอบอยู่ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมขององค์การทำให้พนักงาน
เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ มีส่วนได้ส่วนเสียกับการดำเนินงานต่าง ๆ ขององค์กรใด ท่ีใช้นโยบาย
การบริหารแบบน้ี เป็นการแสดงให้พนักงานได้รู้วา่ ฝ่ายบริหารเห็นความสำคญั ของพนักงาน ท่ีมีผลต่อ
ความสำเร็จขององค์การ ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี มีความภูมิใจ และรับผิดชอบต่องานอย่างเต็มที่
ซ่งึ เป็นการจูงใจในการทำงานทดี่ วี ิธหี นง่ึ ๒๔
๒๒ สมคดิ บางโม, การบริหาร, (กรงุ เทพมหานคร :ไทยวฒั นาพานชิ , ๒๕๔๕), หนา้ ๖๒ - ๖๓.
๒๓ สมยศ นาวีการ, การบรหิ ารตามสถานการณ์, (กรงุ เทพมหานคร : บรรณกิจ, ๒๕๔๕), หน้า ๔๙.
๒๔ สุพิณ เกชาคุปต์, การจัดการปฏิบัติงาน, (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,
๒๕๔๔), หนา้ ๙๒ - ๙๓.
๒๕
คณาจารย์ภาควิชาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้กล่าวถึงแนวคิดของ
อองริ ฟาโย (Henry Fayol) นักวิชาการเหมืองแร่ชาวฝร่ังเศส ผู้เป็นต้นกำเนิดในการเสนอ
องคป์ ระกอบมลู ฐานของการบรหิ ารแบบกระบวนการ ๕ ประการ ที่เรียกวา่ POCCC ไว้ดงั น๒้ี ๕
๑. การวางแผน (Planning) หมายถึง การสร้างทางเลือกหรือแนวทางดำเนินการไว้
ล่วงหน้าเพอ่ื ใชใ้ นการตัดสนิ ใจในอนาคต
๒. การจัดองค์การ (Organizing) หมายถึง การกำหนดโครงสร้างหน่วยงาน และระบุหน้าท่ี
โดยการผสมผสานระหวา่ งวัตถุ คน และ เงิน
๓. การบังคับบัญชา (Commanding) หมายถึง การทำให้เกิดการดำเนินงานตามท่ีได้มี
การกำหนดไว้ ซึ่งการบังคับบัญชาท่ีดีนั้นจะต้องมีการติดต่อส่ือสาร ๒ ทาง กล่าวคือ การยอมให้
ผใู้ ต้บงั คบั บัญชาสามารถแสดงความคดิ เห็นได้
๔. การประสานงาน (Coordinating) หมายถึง การรวมความพยายามของผู้ปฏิบัติงาน
และช่วยสนับสนนุ ให้เกดิ การติดตอ่ สอ่ื สารระหวา่ งกัน เพื่อให้การทำงานสำเร็จ
๕. การควบคุม (Controlling) การตดิ ตามการดำเนินงานใหบ้ รรลุตามวัตถปุ ระสงค์
เสนาะ ตเิ ยาว์ ไดก้ ลา่ วถงึ หลกั สำคญั ของการบริหาร ๕ ลักษณะ๒๖ คือ
๑. การบริหารเป็นการทำงานกับคนและโดยอาศัยคน หมายความว่า การบริหารเป็น
กระบวนการทางสังคม คือ อาศัยกลุ่มคนท่ีรวมกันทำงานเพ่ือบรรลุเป้าหมายขององค์การ ผู้บริหาร
จะต้องรับผิดชอบให้สำเร็จโดยอาศัยความร่วมมือของบุคคลอ่ืน มิฉะนั้นจะทำงานไม่สำเร็จ
สาระสำคัญของการบริหารในข้อน้ีแสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารท่ีประสบความสำเร็จจะต้องมีสิ่งต่าง ๆ
เหล่าน้ี คือ มีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลท่ีดี มีความเป็นผู้นำ และสามารทำงานเป็นทีมได้มี
ความสามารถในการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้หากมีการเปล่ียนแปลงในสถานการณ์
และมีความสามารถทำให้งานบรรลเุ ปา้ หมายได้
๒. การบริหารทำให้งานบรรลุเป้าหมายขององค์การ เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของ
องค์การต้องอาศัยความร่วมมือกันของคนทุกคนจึงจะทำให้สำเร็จลงได้ เป้าหมายเป็นสิ่งท่ีทำให้
ผู้บรหิ ารจะต้องทำให้บรรลุไดน้ ้นั จะตอ้ งมลี ักษณะสำคญั ๓ ประการ คือ เปา้ หมายต้องสูงแล้วสามารถ
ทำให้สำเรจ็ เป้าหมายสูงเกินไปกท็ ำให้สำเร็จไม่ได้ เปา้ หมายต่ำไปก็ไม่ท้าทายไม่มคี ุณค่า ประการที่สอง
การจะไปถึงเปา้ หมายจะตอ้ งมรี ะบบงานที่ดมี แี ผนงานทีม่ ปี ระสิทธภิ าพ ประการสุดท้าย จะตอ้ งระบเุ วลา
ทจ่ี ะทำให้บรรลุเป้าหมายนัน้
๒๕ คณาจารย์ภาควิชาบริหารรัฐกิจ, สรุปเนื้อหาวิชาทฤษฎีองค์การ, (กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ๒๕๔๙), หนา้ ๙.
๒๖ เสนาะ ติเยาว,์ หลกั การบรหิ าร, (กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, ๒๕๔๔), หน้า ๑ - ๒.
๒๖
๓. การบริหารเป็นการสมดุลระหว่างประสิทธิผลและประสิทธิภาพ คำว่า ประสิทธิผล
หมายความว่า ทำงานบรรลุผลสำเร็จตามท่ีกำหนด ส่วนคำว่า ประสิทธิภาพ หมายความว่า ทำงาน
โดยใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดหรอื เสียค่าใชจ้ า่ ยตำ่ สดุ การทำงานให้สำเรจ็ อยา่ งเดยี วไม่พอแต่จะต้อง
คำนึงถึงค่าใชจ้ ่ายท่ีประหยัดอีกด้วย การทำให้ได้ทั้งสองอย่างคือ งานบรรลุผลตามที่ตอ้ งการ และการ
ใชท้ รัพยากรตำ่ สุดจงึ เปน็ ความสมดลุ ระหวา่ งประสิทธผิ ลและประสทิ ธิภาพ
๔. การบริหารเป็นการใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นท่ีรู้กัน
โดยทั่วไปว่าเราอาศัยในโลกท่ีมีทรัพยากรจำกัดการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ จึงต้องตระหนัก ๒ ข้อใหญ่
คือ เม่ือใช้ทรัพยากรใดไปแล้วทรัพยากรนั้นจะหมดส้ินไปไม่สามารถกลับคืนมาใหม่ได้ และจะต้อง
เลือกใช้ทรัพยากรให้เหมาะสม อย่าให้เกิดส้ินเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ ดังน้ัน การบริหารกับ
เศรษฐศาสตร์ จึงมีความสัมพนั ธ์อย่างใกล้ชดิ เศรษฐศาสตร์ จึงเปน็ การศึกษาถึงเร่ืองการกระจายการ
ใช้ทรัพยากร ท่ีมีอยู่จำกัดอย่างไร ส่วนผู้บริหารในองค์การจะต้องผลิตสินค้าและบริหารให้เกิด
ประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล
๕. การบริหารจะต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริหารท่ีประสบ
ความสำเรจ็ จะต้องสามารถคาดคะเนเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นอยา่ งถกู ตอ้ ง และสามารถปรบั ตัวเองให้เข้า
กับการเปลย่ี นแปลงนนั้
จาการศึกษาทบทวนเอกสาร ผู้ศึกษาสรุปได้ว่า แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหาร
จัดการ สามารถนำมาใช้บริหารจัดการของชุมชนยายชา คือ รูปแบบการจัดการองค์การภายในชมุ ชน
ประกอบด้วย ๑) ประธาน มีบทบาทหน้าท่ีกำหนดแผนการประชุม เพ่ือให้ได้ มติ นโยบาย แผนงาน
วิธีการ ข้ันตอนของการปฏิบัติงาน ๒) รองประธาน มีบทบาทหน้าที่ติดต่อประสานงาน และร่วมกับ
ประธานในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ๓) เลขานุการ มีบทบาทหน้าที่จัดทำรายงานการประชุม และ จดบันทึก
ในการดำเนินงานของคณะกรรมการ ติดต่อประสานงานกับคณะกรรมการ และสมาชิก ๔) ปฏิคม
มีบทบาทหน้าที่ ดำเนินการที่เก่ียวข้องกับการต้อนรับ การประสานงาน การอำนวยความสะดวก
๕) ประชาสมั พันธ์ มีบทบาทหน้าที่ ติดต่อประสานงาน และเผยแพร่ขา่ วสาร หรอื แจ้งเรอ่ื งราวต่าง ๆ
ซึง่ ทป่ี ระชุมไดล้ งมติไวแ้ ลว้ ใหค้ ณะกรรมการกล่มุ ไดร้ บั ทราบ
๒.๕ ขอ้ มูลพ้นื ทีว่ ิจัย (ชุมชนยายชา)
๒.๕.๑ สภาพทว่ั ไปและข้อมลู พ้นื ฐาน
องค์การบริหารส่วนตำบลยายชา๒๗ ต้ังอยู่ที่ ๖๑/๒ หมู่ท่ี ๖ บ้านใต้วัด ตำบลยายชา
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พิกัด UTM ๖๓๓๓๗๐ N ๑๕๑๑๘๗๑๐ E ระยะห่างจากท่ีว่าการ
อำเภอสามพราน ประมาณ ๒ กิโลเมตร เน้ือที่ (แสดงเป็นตารางกิโลเมตรและไร่โดยประมาณ)
ตำบลยายชา มเี นอ้ื ท่ที ง้ั หมด ๗.๔๘๕ ตารางกโิ ลเมตร หรือ ๔,๖๗๘ ไร่
๒๗ แผนพัฒนาทอ้ งถน่ิ ๔ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔, ขององค์การบริหารส่วนตำบลยายชา อำเภอสามพราน
จังหวดั นครปฐม, (อัดสำเนา).
๒๗
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลท่าตลาดและตำบลไร่ขิง โดยมีแนวเขตเริ่มต้นจากถนน
เพชรเกษม บริเวณพกิ ดั PR ๓๑๓๑๙๔ ไปทางทิศตะวันออก อ้อมดา้ นหลังสำนกั งานไฟฟา้ ไปตามซอย
ยง่ิ เจรญิ จนถงึ พกิ ดั PR ๓๑๗๑๙๐ ไปทางทศิ ตะวนั ออก ขนานถนนเพชรเกษม ตามแนวหลักไมแ้ กน่ ถึง
คลองสรรเพชญไปตามแนวก่ึงกลางคลองสรรเพชรจนถึงแม่น้ำท่าจีน บริเวณพิกัด PR ๓๓๔๑๙๐
ไปทางทิศตะวันออกตามแนวหลักไม้แก่นจนถึงถนนเพชรเกษม พิกัด PR ๓๔๒๑๙๒ ไปทางทิศ
ตะวันออก ตามแนวหลักไม้แก่นจนถึงถนนเข้าวัดไร่ขิงบริเวณ พิกัด PR ๓๔๖๑๙๒ ไปทางทิศ
ตะวันออกตามแนวหลักไม้แก่นขนานกับถนน เพชรเกษม ๑๐๐ เมตร ไปถึงบริเวณตึกแถวตรงข้าม
สวนสามพราน บริเวณพิกัด PR ๓๕๒๑๘๔ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวก่ึงกลางคลอง
สนิ้ สุดทศิ เหนือทบ่ี รเิ วณพิกัด PR ๓๖๒๑๘๐ รวมระยะทางด้านทิศเหนือประมาณ ๖.๕ กโิ ลเมตร
ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลท่าข้าม มีแนวเขตเริ่มต้นด้านทางทิศตะวันตกของโรงเรียนยอแซฟ
อุปถัมภ์ ฝ่ังตรงข้ามทางเข้าวัดนักบุญเปโตร ห่างถนนเพชรเกษมประมาณ ๖๕๐ เมตร บริเวณพิกัด
PR ๓๖๔๑๗๓ แลว้ ข้ามถนนเพชรเกษมไปทางทิศใต้ บรเิ วณปากซอยโรมัน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลไร่ขิง โดยมีแนวเขตเร่ิมต้นจากบริเวณพิกัด PR ๓๖๒๑๘๐
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวหลักไม้แก่น จนถึงบริเวณพิกัด PR ๓๖๓๑๘๑ ไปทาง
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวหลักไม้แก่น จนถึง บริเวณพิกัด PR ๓๖๔๑๗๗ ไปทางทิศตะวันตก
ของโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ ฝ่ังตรงข้ามทางเข้าวัดนักบุญเปโตรไปตามแนวหลัก ไม้แก่นจนสิ้นสุด
ทศิ ตะวันออกที่บริเวณพกิ ัด PR ๓๖๔๑๗๓ รวมระยะทางดา้ นตะวนั ออกประมาณ ๑ กโิ ลเมตร
ทิศตะวันตก ติดตอ่ กับตำบลสามพรานและตำบลคลองใหม่ มีแนวเขตเร่ิมต้นท่ีบริเวณพิกัด
PR ๓๔๐๑๖๙ ไปทาง ทิศเหนือตามแนวหลักไม้แก่น ผ่านแนวสวนถึงบริเวณสำนักงานไฟฟ้าย่อย
สามพราน ๒ แล้วข้ึนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวหลักไม้แก่นผ่านหอถัง ไปตามแนวถนน
เทศบาลสามพราน ๗ ขึ้นไปทางทศิ ตะวันตกเฉยี งเหนือจนถงึ ซอยย่งิ เจริญ ไปทางทศิ ตะวันตกเฉียงเหนือ
ตามแนวหลักไม้แก่นส้ินสุดทิศเหนือที่ถนนเพชรเกษม บริเวณพิกัด PR ๓๑๓๑๙๔ รวมระยะทางด้าน
ทิศตะวนั ตก ประมาณ ๔.๕ กโิ ลเมตร
ลักษณะภูมิประเทศ
ตั้งอยู่บนท่ีราบภาคกลางตอนล่าง หรือที่ราบบริเวณสามเหล่ียมปากแม่น้ำท่าจีน พื้นดิน
คอ่ นข้างเรยี บ พ้นื ทสี่ องฝ่งั แม่น้ำเป็นทรี่ าบ นำ้ ท่วมถงึ
ลกั ษณะของแหลง่ น้ำ
ลักษณะของน้ำเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน มีคลองธรรมชาติ และคลองซอยท่ีขุดขึ้น
เพื่อการเกษตร และคมนาคม
๒๘
๒.๕.๒ ด้านการเมือง/การปกครอง
จำนวนหมู่บา้ นมที ั้งสน้ิ ๖ หมบู่ ้าน
- จำนวนหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลยายชาเต็มทั้งหมู่บ้าน จำนวน ๖ หมู่บ้าน
ได้แก่ หมู่ท่ี ๑ บ้านภาษีจาก หมู่ท่ี ๒ บ้านโรงหีบ หมู่ที่ ๓ บ้านสวนส้ม หมู่ที่ ๔ บ้านยายชา
และ หมูท่ ่ี ๖ บา้ นใตว้ ดั
- จำนวนหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลยายชาบางส่วน จำนวน ๑ หมู่บ้าน
ไดแ้ ก่ หมู่ที่ ๕ บา้ นคลองสรรเพชญ
๒.๕.๓ ขอ้ มูลเก่ยี วกบั จำนวนประชากร
- ประชากรท้งั ส้นิ ๘,๐๕๖ คน แยกเป็นชาย ๓,๗๕๗ คน หญิง ๔,๒๙๙ คน
- ครวั เรอื นท้ังสิน้ ๔,๗๕๖ ครัวเรอื น
๒.๕.๔ ข้อมูลทั่วไปด้านการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา
อำเภอสามพราน จงั หวัดนครปฐม
จากการศึกษาข้อมูลในพ้ืนท่ี ได้ทราบถึงการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของ
ชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีการจัดการขยะใน ๒ รูปแบบ คือ ขยะที่สามารถ
นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และขยะอันตรายมีสารพิษ โดยการจัดการมีองค์กรชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ
ท้ังในพ้ืนที่และนอกพนื้ ทเี่ ขา้ มามีสว่ นรว่ มในการจดั การ ดงั น้ี
๑. การจดั การโดยองคก์ รหรอื หน่วยงานในพื้นทข่ี องชมุ ชนยายชา อำเภอสามพราน
แผนภาพที่ ๒.๑ แสดงพืน้ ที่เขตตำบลยายชา จังหวดั นครปฐม
ที่มา: แผนพฒั นาท้องถ่นิ ๔ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔ ขององคก์ ารบริหารสว่ นตำบลยายชา
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม, (อัดสำเนา).
๒๙
จังหวัดนครปฐม โดยองค์การบริหารส่วนตำบล มีการจัดตั้งกลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก
(อถล.) ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย จากแนวทาง
หนังสืออำเภอสามพราน ที่ นฐ ๐๐๒๓.๑๒ / ๑๗๕๘ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ เร่ือง โครงการ
อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปิดรับสมัครบุคคลที่มี
ความสนใจ มีความสมัครใจ มีความเสียสละและอุทิศตนในการทำงานด้านการจัดการส่ิงปฏิกูลและ
มูลฝอย การปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตนเองร่วมเป็นอาสาสมัครท้องถ่ินรักษ์โลก
ใช้ชื่อย่อว่า “อถล.” และให้แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก
เพื่อจัดกิจกรรมปฐมนิเทศ ฝึกอบรม ประชุม สัมมนา เพ่ือพัฒนา (อถล.) ให้เข้าใจบทบาทหน้าท่ีของ
ตนเองและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมส่งเสริม สนับสนุน (อถล.) ในการเข้าร่วม
หรือจัดกิจกรรมด้านการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย การปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อม
ได้กำห นดแนวท างการบริห ารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายของชุม ชนที่ มุ้งเน้นให้
ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน มีหน้าท่ีตามกฎหมายในการจัดการสิ่งปฏิกูล
และขยะมูลฝอย รวมทั้งการคุ้มครองดูแลสิ่งแวดล้อม เพ่ือลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
ด้วยการบริหารจัดการส่ิงปฏิกูลและขยะมูลฝอยอย่างเป็นระบบ โดยใช้หลัก ๓Rs : Reduce Reuse
และ Recycle (ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่) และช่วยปกป้อง รักษาส่ิงแวดล้อม เพื่อสร้าง
ความสมดุลและการใชป้ ระโยชน์อยา่ งย่ังยืนและเป็นธรรม๒๘ มวี ตั ถุประสงค์ ดงั นี้
๑) เพ่ือให้ความรู้การคัดแยกประเภทขยะมูลฝอย และส่งเสริม สนับสนุนให้อาสาสมัคร
ทอ้ งถ่ินรักษโ์ ลก (อถล.) ดำเนนิ การคดั แยกขยะมลู ฝอยในครัวเรอื นตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง
๒) เพ่ือสร้างครัวเรือนต้นแบบในการจัดการขยะมูลฝอย ที่เกิดจากการพัฒนาโดยกลุ่ม
อาสาสมัครท้องถ่ินรักษ์โลก (อถล.) ที่อยู่อาศัยในพื้นท่ีเอง เพ่ือประโยชน์ต่อประชาชนในพ้ืนท่ีเอง
และสามารถใชเ้ ปน็ ตน้ แบบการพฒั นาในพ้นื ที่อื่น ๆ
๓) เพ่ือใหค้ รวั เรอื นต้นแบบสามารถลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจดั ลงได้
๔) เพ่ือสร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการ
ขยะชมุ ชนอยา่ งย่งั ยืน
๕) เพ่ือตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนท้องถิ่น
และร่วมกันรักษาฟ้ืนฟทู รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มในชุมชนทอ้ งถน่ิ เพอื่ ลูกหลานต่อไป
ทั้งนี้ กลุม่ เครือขา่ ยอาสาสมคั รทอ้ งถิ่นรกั ษโ์ ลก (อถล.) มีบทบาทและหนา้ ท่ี ดังต่อไปน้ี
๑) ประพฤติตนเป็นแบบอย่างในการจัดการส่ิงปฏิกูลและมูลฝอย การปกป้อง และรักษา
สงิ่ แวดลอ้ ม
๒๘ ประกาศระเบียบกระทรวงมหาดไทย, เร่ืองว่าด้วยอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก พ.ศ. ๒๕๖๑,
(๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑), ราชกิจจานเุ บกษา, เล่ม ๑๓๕, (ตอนพิเศษ ๑๗๗ ง), (อัดสำเนา).
๓๐
๒) เฝ้าระวัง สอดส่อง ดูแล รวมทั้งรายงานสถานการณ์การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูล
และมลู ฝอยการปกป้องและรักษาสง่ิ แวดลอ้ มในพ้นื ทใี่ ห้องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ทราบ
๓) สื่อสาร เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร และกิจกรรมเพ่ือเสริมสร้าง
จิตสำนกึ ดา้ นการบรหิ ารจัดการสง่ิ ปฏกิ ลู และมลู ฝอย การปกป้องและรกั ษาสง่ิ แวดล้อม
๔) เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการบริหารจัดการส่ิงปฏกิ ูลและมูลฝอย การปกปอ้ ง และรกั ษา
สง่ิ แวดล้อมท่ีองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นจัดขน้ึ
๕) ส่งเสริมให้ความรู้เร่ืองการจัดการขยะมูลฝอยต้นทางจากครัวเรือนรวมท้ังการสร้าง
มูลค่าเพม่ิ จากขยะมูลฝอยเพ่อื สรา้ งรายไดแ้ ละอาชพี เสรมิ
กลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัด
นครปฐม มีการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วม ส่งเสริมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนต้นแบบ
ณ แหล่งกำเนิด เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ให้ช่วยกันร่วมมือในการคัดแยกขยะมูลฝอย นำขยะไปใช้
ประโยชน์ ลดปริมาณขยะมูลฝอยจากครัวเรือน การปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมในท้องถ่ินของ
ตนเอง การอนุรักษ์และฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การท่องเท่ียวเชิงนิเวศท่ีไม่ทำลาย
ส่ิงแวดล้อม ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วม โดยให้ประชาชนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน
ร่วมลงมือทำ และร่วมติดตามผลการดำเนินงานในการแก้ไปปัญหาร่วมกันอย่างเป็นระบบโดยใช้
หลัก ๓Rs ดังมตี ำแหนง่ ต่อไปน้ี
แผนภูมิที่ ๒.๑ แสดงองค์กรชุมชนด้านการการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของ
ชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม
๒. การจัดการโดยองค์กรหรือหน่วยงานนอกพื้นที่ของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จังหวดั นครปฐม ประกอบด้วย
รปู แบบในการจัดการขยะมูลฝอยโดยหนว่ ยงานนอกพนื้ ท่ขี องชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จังหวดั นครปฐม แบ่งออกเปน็ ๓ กลุ่ม ดงั น้ี
๑) กลุม่ ผู้คัดแยกวสั ดรุ ีไซเคิล เป็นกลุ่มท่ีคัดแยกขยะมูลฝอยที่แหล่งกำเนดิ เชน่ ผคู้ ัดแยกขยะ
แม่บ้าน พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้คุ้ยเข่ียขยะ พนักงานเก็บขยะ เม่ือคัดแยกแล้วนำไป
จำหนา่ ยใหร้ า้ นรับซอ้ื ขยะรไี ซเคิลรายย่อย
๓๑
๒) กลุ่มพ่อค้าคนกลางรับซื้อวสั ดุรีไซเคิล เป็นกลุ่มที่รับซ้ือขยะรีไซเคิลจากกลุ่มท่ี ๑ หรือ
กลุ่มจำพวกรับซ้ือขยะรีไซเคิลจากแหล่งกำเนิด ประกอบด้วย ซาเล้ง รถเร่รับซ้ือขยะรีไซเคิล
รถกระบะรับซื้อขยะรีไซเคิล ร้านรับซื้อขยะรีไซเคิลรายย่อย เช่น ร้านวงษ์พาณิชย์ แล้วนำไปจำหน่าย
ต่อยังกลุ่มร้านรับซ้ือวัสดุรีไซเคิลท่ีมีขนาดร้านรายย่อย ขนาดกลางและขนาดรายใหญ่ จากน้ันมีการ
คดั แยกประเภทชนิดขยะรีไซเคิลจงึ สง่ ไปยงั กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเพือ่ แปรสภาพ รีไซเคลิ ให้กลับมา
ใชป้ ระโยชนไ์ ดใ้ หม่
๓) กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เป็นกลุ่มที่ใช้วัสดุท่ีคัดแยกแล้วนำไปรีไซเคิลผลิตสินค้า
มีการนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีมาใชใ้ นการผลิต ซ่ึงโรงงานเหล่านี้จะทำเฉพาะอย่าง โดยร้านรับซื้อ
ขยะรีไซเคิลทำการแยกเพ่ือส่งต่อไปยังโรงงานอุตสาหกรรมเพ่ือทำการรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ เช่น
หจก.รกั ษ์พลาสติก โรงงานผลติ เมด็ พลาสตกิ จากเกลด็ พลาสติกรไี ซเคลิ
ขยะท่ัวไป
ขยะอนิ ทรีย์ ขยะมลู ฝอย ขยะรไี ซเคลิ
๒๒ ตัน/วัน
ขยะอันตราย
แผนภูมิที่ ๒.๒ แสดงขยะมลู ฝอยในพน้ื ทตี่ ำบลยายชาทีจ่ ดั เกบ็ ไดใ้ นแตล่ ะเดอื น
จากแผนภูมิท่ี ๒.๒ แสดงการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอ
สามพราน จังหวัดนครปฐม โดยหน่วยงานนอกพ้ืนที่ของชุมชนยายชา ประกอบดว้ ย กลุ่มคัดแยกขยะ
มูลฝอยจากแหล่งกำเนิด กลุ่มพ่อค้าคนกลางรับซ้ือวัสดุรีไซเคิล และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม พบว่า
พื้นที่ในชุมชนยายชา แต่ละวันมีการจัดเก็บขยะมูลฝอยเฉล่ียประมาณ ๒๒ ตัน/วัน ประกอบไปด้วย
ขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย ทุกวันท่ี ๒๐ ของแต่ละเดือนจะมีร้านรับซื้อขยะ
รีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ มารับซ้ือขยะในชุมชนยายชา เพ่ือนำไปจำหน่ายต่อยังแหล่งกลุ่มโรงงาน
อุตสาหกรรมเพ่ือแปรสภาพให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ โดยกำหนดราคาซ้ือขาย ลังกระดาษ ๒ บาท/
กิโลกรมั ขวดแก้ว ๑ บาท/กโิ ลกรมั เศษกระดาษ ๑ บาท/กโิ ลกรัม ขวด PET ๖ บาท/กิโลกรัม ขวดน้ำ
พลาสติกแยกสี ๑๐ บาท/กิโลกรัม กระป๋องกาแฟ ๑๐ บาท/กิโลกรัม พลาสติกรวม ๒ บาท/กิโลกรัม
๓๒
พลาสติกขุ่น ๑๐ บาท/กิโลกรัม เหล็กหนา ๖ บาท/กิโลกรัม เหล็กบาง ๕ บาท/กิโลกรัม กระป๋อง
เบียร์ ๒๐ บาท/กิโลกรมั
ดังน้ัน จึงสรุปการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน
จังหวัดนครปฐม มีการจัดการขยะใน ๒ รูปแบบ คือ ขยะมูลฝอยท่ีสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ได้
และขยะมูลฝอยอันตราย โดยการจัดการมอี งค์กรชมุ ชนและภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในพ้นื ท่ี และนอกพน้ื ที่
เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ ได้ดังน้ี ๑) การจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่ของชุมชนยายชา โดยกลุ่ม
อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีการจัดการขยะ
มูลฝอยแบบมีส่วนรว่ มเพ่ือให้ความรู้แก่ประชาชนให้ช่วยกันร่วมมือในการคัดแยกขยะมูลฝอย นำขยะ
ไปใช้ประโยชน์ ลดปริมาณขยะ มูลฝอยจากครัวเรือนการปกป้องและรักษาส่ิงแวดล้อมในท้องถ่ินของ
ตนเอง การอนุรักษ์และฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ไม่ทำลาย
ส่ิงแวดล้อม ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วม โดยให้ประชาชน ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน
ร่วมลงมือทำ และร่วมติดตามผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นระบบโดยใช้
หลักการจัดการขยะมูลฝอยแบบ ๓Rs และการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกในการจัดการขยะมูลฝอย
๒) การจัดการขยะมูลฝอยนอกพื้นที่ของชุมชนยายชา โดยกลุ่มผู้แยกวัสดุรีไซเคิล เป็นกลุ่มท่ีคัดแยก
ขยะมูลฝอยท่แี หลง่ กำเนดิ เมอ่ื คดั แยกแล้วนำไปจำหน่ายให้ร้านรับซ้ือขยะรีไซเคิลรายยอ่ ย กลุ่มพอ่ คา้
คนกลางรับซื้อวัสดุรีไซเคิล เป็นกลุ่มท่ีรับซ้ือขยะรีไซเคิลจากชุมชนยายชา แล้วนำไปจำหน่ายต่อ
ยังแหล่งกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเพ่ือแปรสภาพ (รีไซเคิล) ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก ซ่ึงกลุ่มนี้
จะเป็นร้านรับซื้อขยะรีไซเคิล เชน่ รา้ นรับซ้ือขยะรไี ซเคลิ วงษ์พาณชิ ย์ โดยกำหนดราคาซื้อขายปจั จุบนั
ลังกระดาษ ๒ บาท/กิโลกรัม ขวดแก้ว ๑ บาท/กิโลกรัม เศษกระดาษ ๑ บาท/กิโลกรัม ขวด PET
๖ บาท/กิโลกรัม ขวดน้ำพลาสติกแยกสี ๑๐ บาท/กิโลกรัม กระป๋องกาแฟ ๑๐ บาท/กิโลกรัม
พลาสติกรวม ๒ บาท/กิโลกรัม ส่วนขยะอันตรายมีสารพิษ จะส่งต่อให้บริษัทเอกชนในการกำจัดตาม
หลักสุขาภิบาลตอ่ ไป
๒.๖ งานวิจยั ทเ่ี กี่ยวข้อง
จากการศกึ ษางานวิจัยท่ีเกยี่ วขอ้ งกับรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วม พบว่า
มผี ูศ้ กึ ษาวิจัยไว้หลากหลาย ดังน้ี
กรรณิการ์ บุตรเอก สุวิมลแก้วเงา และปิยะดาว ชิระวงศกร๒๙ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง
สถานการณ์การจัดการขยะมูลฝอยของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
ปริมาณและองคป์ ระกอบของขยะมูลฝอย ระบบการจัดการขยะมลู ฝอย ปญั หาการจดั การขยะมลู ฝอย
และการมีส่วนร่วมในการลดปัญหาขยะมูลฝอยของประชาชนในมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
(ส่วนทะเลแก้ว) จังหวัดพิษณุโลก พบว่าขยะมูลฝอยท้ังหมดมีปริมาณเฉล่ีย ๖๘๔.๘๕ กิโลกรัม/วัน
๒๙ กรรณิการ์ บุตรเอก สุวิมล แก้วเงา และ ปิยะดา วชิระวงศกร, สถานการณ์การจัดการขยะมูลฝอย
ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, วารสาร. Rajabhat Journalof Science, Humanities & Social Sciences
๒๕๕๔ ; ๑๒ (๒), หน้า ๗๔ - ๙๐.
๓๓
โดยหอพักนักศึกษาทะเลแก้วนิเวศมีขยะมูลฝอยเกิดข้ึนมากท่ีสุดเฉลี่ย ๑๖๘.๒๐ กิโลกรัม/วัน สำหรับ
องค์ประกอบขยะมูลฝอยที่พบมากที่สุด คือ ขยะอินทรีย์ มีปริมาณเฉล่ีย ๒๙๓.๐๗ กิโลกรัม/วัน หรือ
คิดเป็นร้อยละ ๔๒.๗๙ รองลงมา ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะติดเชื้อและขยะอันตรายคิดเป็น
ร้อยละ ๓๗.๕๕ ๑๕.๑๕ ๓.๔๑ และ ๑.๑๐ ตามลำดับ สำหรับระบบการเก็บรวบรวมขยะมูลฝอย
จะใช้ระบบถังใบเดียวในการรองรับขยะมูลฝอยจึงทำให้ไม่มีการคัดแยกขยะมูลฝอยก่อนนำไปกำจัด
แต่ได้มีการแยกขยะรีไซเคิลภายในตัวอาคารก่อนรวบรวมนำไปกำจัดทิ้ง ปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดข้ึน
มผี ลมาจากขาดประสิทธิภาพในการจัดการทั้งในเรื่องของปริมาณ และคุณภาพถังรองรับขยะ การเก็บ
รวบรวมและการกำจัดขยะ สำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการลดปัญหาขยะมูลฝอย พบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่อยากมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะในมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม คิดเป็น
ร้อยละ ๙๒.๒ และ เห็นด้วยกับการนำขยะที่เคยใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์อีกคร้ัง และการใช้ของใช้
ท่ีทำจากวสั ดุธรรมชาตจิ ะช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ย่อยสลายยาก คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๒ และ ๙๑.๐
ตามลำดับ และการให้ประชาชน ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะ โดยทำให้
เกิดความสำนึก และตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดข้ึนด้วยการเสริมสร้างกิจกรรมส่งเสริมและปลูก
จติ สำนึกให้ดูแลรักษาสงิ่ แวดล้อม และการจัดการขยะมูลฝอย เชน่ กิจกรรมการท้ิงขยะลงถัง กิจกรรม
ขยะรีไซเคิลเป็นการช่วยให้ปัญหาขยะมูลฝอย และการจัดการขยะภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏ
พบิ ลู สงคราม มีประสิทธภิ าพมากขน้ึ
ทวิช ยะปะนันท์๓๐ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง การสร้างรูปแบบการจัดการขยะของเทศบาล
ตำบลสอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ พบว่า การวิจัยคร้ังนี้ได้เปิดโอกาสให้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน
ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร วิเคราะห์ปัญหา และแสดงความคิดเห็น และการสร้างรูปแบบการจัดการขยะ
มูลฝอย ซ่ึงได้รูปแบบ ๓ รูปแบบ คือ การจัดตัง้ ธนาคารขยะชุมชน การจัดต้งั กล่มุ น้ำหมักชีวภาพ และ
การเปล่ียนแปลงรูปแบบการรวบรวมขยะจากถังเป็นการใช้ถุงขยะ โดยปริมาณขยะที่เกิดข้ึนใน
ครัวเรือนประมาณวนั ละ ๑.๐๐ - ๒.๐๐ กิโลกรัม มีการคัดแยกขยะ ก่อนนำไปท้ิงถังขยะ ปฏิบัติเป็นประจำ
ร้อยละ ๓๖.๕๐ โดยประเภทขยะต่าง ๆ เช่น กระป๋อง/พลาสติก/ขวดแก้ว/กระดาษ/เศษอาหาร
ปฏิบัติเป็นประจำ ร้อยละ ๕๑.๒๐ การจัดต้ังธนาคารขยะในรูปแบบของคณะทำงานเพ่ือเป็น
แกนกลาง ในการประสานกับชุมชนในแต่ละครัวเรือนเพื่อนัดนำขยะท่ีคัดแยกแล้วมาขายท่ีวดั จากนั้น
ประสานงานกับร้านรับซ้ือของเก่าเพื่อมารับซื้อขยะจากทำงกลุ่ม การแยกขยะท่ีสามารถขายได้นำไป
ขายทกุ เดอื น สว่ นประเภทขยะทยี่ อ่ ยสลายไดใ้ ห้นำไปทำนำ้ หมักชีวภาพ
๓๐ ทวิช ยะปะนันท์, การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการสร้างรูปแบบการจัดการขยะ
ของเทศบาลตำบลสอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่, การศึกษาด้วยตนเองสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิตพะเยา,
(บัณฑติ วทิ ยาลัย : มหาวิทยาลัยพะเยา, ๒๕๕๕) หนา้ ๓๘.
๓๔
ปภาวรินท์ นาจำปา๓๑ ได้ศึกษาเร่ืองการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการจัดการขยะ
มูลฝอยของเทศบาลตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราดพบว่าระดับการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนต่อการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในรายละเอียด สรุปได้ว่า ประชาชนมีส่วนร่วมต่อการ
จดั การขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในด้านการมีส่วนรว่ ม
ในการรับผลประโยชน์อยู่ในระดับมากประชาชนให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมเป็นอันดับแรก
รองลงมา คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการปฏิบัตกิ ารอยู่ในระดับมาก ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
อยู่ในระดับมาก และอันดับสุดท้าย คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการประเมินผลอยู่ในระดับน้อยผลการ
ทดสอบสมมติฐาน จำแนกตามข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ประชาชนท่ีมีเพศต่างกัน
มีส่วนร่วมต่อการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลคลองใหญ่ ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมตฐิ าน
การวิจัยส่วนประชาชนที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และระยะเวลาอาศัยอยู่
ในตำบลต่างกัน มีส่วนร่วมต่อการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลคลองใหญ่ แตกต่างกันอย่าง
มีนัยสำคัญทางสถติ ิที่ระดบั .๐๕ จึงยอมรบั สมมตฐิ านการวิจยั
ดวงสมร ฟักสังข์๓๒ ได้ศึกษาเรื่อง หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการขยะ
มูลฝอยของครัวเรือนในชุมชนเขตดุสิตของกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยพบว่าหัวหน้าครัวเรือน
มีระดับการปฏิบัติของการจัดการขยะมูลฝอยของครัวเรือนตามหลักการ ๕R ในด้านการลดปริมาณ
ขยะ (Reduce) การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) การนำวัสดุท่ีชำรุดมาซ่อมแซมใช้ใหม่ (Repair)
และการนำวัสดุหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) อยู่ในระดับปานกลาง ขณะท่ีด้านการหลีกเลี่ยง
วัสดุที่ย่อยสลายยาก (Reject) อยู่ในระดับมาก โดยการวิเคราะห์พบว่าเพศ อายุ ระดับการศึกษา
อาชีพ รายได้ขนาดครัวเรือน การมีส่วนร่วม ความรู้เก่ียวกับการจัดการขยะ และความเข้าใจหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความสัมพันธ์กับการนำหลักการ ๕R มาใช้ในการแก้ไขปัญหาขยะ
มูลฝอยของครัวเรือนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .๐๕ นอกจากน้ีผลการวิจัยพบว่าการจัดการ
ขยะตามหลักการ ๕R มีความสัมพนั ธ์กับผลการดำเนินงานในการลดปริมาณขยะอย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิตทิ ร่ี ะดบั .๐๕ โดยครัวเรอื นส่วนใหญ่ตอ้ งการให้ชุมชนดำเนินโครงการรีไซเคิลขยะอย่างเป็นรูปธรรม
รวมทั้งปลูกจิตสำนึกและเผยแพร่ความรู้ให้เยาวชนและคนในชุมชน ได้ตระหนักถึงการคัดแยกขยะ
การใช้ประโยชน์จากขยะ และโทษของขยะมูลฝอยในครัวเรือน รวมทั้งต้องการให้ชุมชนจัดกิจกรรม
ประกวดหน้าบ้านสะอาดปลอดขยะเพ่ือเป็นการเสริมสร้างแรงจูงใจให้กับครัวเรือนในการพัฒนา
ครวั เรอื นของตนให้สะอาดอย่เู สมออันสง่ ผลต่อสุขภาพของคนในชมุ ชนให้ดขี ้นึ
๓๑ ปภาวรินท์ นาจำปา, การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบล
คลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด, วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ : รฐั ประศาสนศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชา
การจัดการภาครัฐและภาคเอกชน มหาวทิ ยาลัยบูรพา, ๒๕๕๗, หนา้ ๔๗.
๓๒ ดวงสมร ฟักสังข์, “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการขยะมูลฝอยของครัวเรอื นในชุมชน
เขตดุสิตของกรุงเทพมหานคร”, รายงานการวิจัย, (กรุงเทพฯ: คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา,
๒๕๕๕ ), หน้า ๑.
๓๕
ณัฐธิดา แดงงาม๓๓ ได้ศึกษาเร่ืองการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการบริหารจัดการ
ขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี พบว่าระดับการมีส่วนร่วม
ของประชาชน ในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง
จังหวัดชลบุรี ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากทุกประเด็น
ซ่ึงสามารถเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านวางแผนและตัดสินใจ ด้านการรับรู้สถานการณ์
และสภาพปัญหาด้านการตรวจสอบและประเมินผลและด้านทำกิจกรรมโครงการ ตามลำดับ และ
พบว่า ประชาชนที่มี เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่างกัน จะมีส่วนร่วมของประชาชน
ในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี
แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .๐๕ ซึ่งเป็นไปตามตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้แต่ประชาชน
ที่มีอายุแตกตา่ งกันจะมีส่วนร่วมของประชาชน ในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบล
เกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรีไม่แตกต่างกัน ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ ๓ พบว่า ข้อเสนอแนะ
ของประชากรกลุ่มตัวอย่างอันดับที่ ๑ ตองการให้มีการจัดทำโครงการรณรงค์ปลูกฝังจิตสำนึกให้กับ
ชาวเกาะสีชงั จำนวน ๙ คน อนั ดบั ที่ ๒ อยากให้มีการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานด้านการจัดการขยะ
ของเทศบาลให้ท่ัวถึง จำนวน ๘ คน และอันดับที่ ๓ อยากให้ผู้นำท้องถ่ินเข้ามามีบทบาทในการ
ดำเนินการกำจัดขยะของชุมชนมากข้ึน จำนวน ๕ คน ตามลำดับ ขอเสนอแนะ ๑. ควรรณรงค์
ให้ประชาชนไดร้ ว่ มสนับสนุนทรัพยากรสว่ นตวั ให้แก่เทศบาลเพื่อนำไปพัฒนาท้องถิน่ และควรส่งเสริม
ให้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดการขยะของชุมชนซึ่งอาจจะดำเนินการ
โดยภาครัฐ/ภาคเอกชน และควรให้ประชาชนได้เข้าร่วมตรวจสอบความโปร่งใสการบริหารจัดการ
ขยะมูลฝอยของเทศบาล ๒. เทศบาลควรเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบ การดำเนินงาน
ด้านการกำจัดขยะมูลฝอยตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาตำบล ๓. ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้
ประชาชนได้มีโอกาสรับทราบถึงปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยในชุมชน ตลอดจนให้ประชาชนได้มี
โอกาสรับทราบความเปล่ียนแปลงและบทบาทในการดำเนินการจัดการขยะของภาครัฐบาล เอกชน
และเทศบาลตำบล และ ๔. ควรให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของ
เทศบาลมากน้อยเพียงใด และเทศบาลควรทำการสำรวจความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับ
การกำจดั ขยะของเทศบาล
ปริญญา ตรีธัญญา๓๔ ได้ศึกษาเรื่อง การมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาขยะมูลฝอย
ของชุมชนตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑. เพ่ือศึกษาการ
จดั การปญั หาขยะมูลฝอยของชมุ ชนตำบลงิ้วราย อำเภอนครชยั ศรี จังหวัดนครปฐม ๒. เพอ่ื ศึกษาการ
๓๓ ณัฐธิดา แดงงาม, การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาล
ตำบลเกาะสีชงั อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี, คณะรฐั ศาสตรแ์ ละนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, รัฐศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวชิ าการเมืองการปกครอง, (๒๕๕๘), หนา้ ๔๑.
๓๔ ปริญญา ตรีธัญญา, การมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาขยะมูลฝอยของชุมชนตำบลงิ้วราย อำเภอ
นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม, วารสารวิชาการแสงอีสาน มมร.อส, ปีที่ ๑๖ ฉบับท่ี ๒ กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๒,
หน้า ๔๙๙.