The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาทักษะภาวะผู้นำของครูในสถานศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phubet8008, 2024-03-01 09:54:45

ครุนิพนธ์

การพัฒนาทักษะภาวะผู้นำของครูในสถานศึกษา

Keywords: ทักษะภาวะผู้นำของครู,สถานศึกษา

ครุนิพนธ์ การพัฒนาทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา จัดท าโดย นายภูเบศร บุริวัฒน์ รหัสนักศึกษา 6311303157 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครุนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการรวบรวมผลการสะท้อนกลับการฝึกปฏิบัติงาน สู่การปรับปรุง/พัฒนาคุณลักษณะความเป็นครูของนักศึกษา หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ภาคการศึกษาที่2 ปีการศึกษา 2566


ครุนิพนธ์ จัดท าโดย นายภูเบศร บุริวัฒน์ รหัสนักศึกษา 6311303157 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครุนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการรวบรวมผลการสะท้อนกลับการฝึกปฏิบัติงาน สู่การปรับปรุง/พัฒนาคุณลักษณะความเป็นครูของนักศึกษา หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ภาคการศึกษาที่2 ปีการศึกษา


ก กิตติกรรมประกาศ ครุนิพนธ์ฉบับนี้คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากการสนับสนุนของท่านอาจารย์ประจ ารายวิชา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุกานดา สารน้อย คณะผู้บริหาร คณาจารย์ ชี้แนะแนวทางเพื่อให้ครุนิพนธ์ฉบับนี้ ออกมาสมบูรณ์ ขอขอบพระคุณ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หัวหน้าภาควิชาสังคมศาสตร์ ประธานหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา คณาจารย์ในสาขาวิชา และเจ้าหน้าที่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ทุก ๆ ท่านที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุน ในทางวิชาการและทางจิตใจ งานชิ้นนี้ ส าเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจากการประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” กิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น า นักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 กิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปีการศึกษา 2565 โครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชด าริของส านักงาน กปร. (Rdpb Camp รุ่นที่12) และชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร ที่ให้การต้อนรับ ที่พักพิง มิตรภาพ และแหล่งข้อมูลน ามาท าครุนิพนธ์เล่มนี้จนส าเร็จลุล่วงไปได้ นักศึกษาขอกราบขอบพระคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ครูอาจารย์ของข้าพเจ้า ขอขอบพระคุณ โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร ที่ให้ความกรุณาให้กระผมได้ฝึกปฏิบัติวิชาชีพครู ขอบคุณครูพี่เลี้ยงทั้งสองท่าน คุณครูมาริสา นุงอาหลี และ คุณครูขวัญฤทัย แสงโพธิ์ที่ให้ค าปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ ที่คอยห่วงใยและเอาใจใส่ ให้ก าลังใจในทุกการเติบโตของศิษย์เสมอ อบรมสั่งสอน แนะน าในหนทางที่ถูกต้องให้โอกาสในการจัดกิจกรรม ต่าง ๆ สะท้อนคิดให้เข้าใจถึงคุณค่าของการศึกษา และเป็นผู้สนับสนุนที่ดีมาโดยตลอด ถือเป็นอีกหนึ่งก าลัง หลักจนท าให้นักศึกษาประสบความส าเร็จในทุกวันนี้ ภูเบศร บุริวัฒน์ ผู้จัดท า


ข ค าน า รายงานครุนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา EDUC4901 ทางกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นให้ครูและ บุคลากรทางการศึกษา พัฒนาตนเองโดยยึดหลักการประเมินสมรรถนะ ( Competency Based Approach ) จะท าให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถรู้จุดเด่น จุดด้อยของความสามารถในการปฏิบัติงานของตนเอง และสามารถ พัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงาน และของตนเองอย่างแท้จริง รวมไปถึงเสริมสร้าง ภาวะผู้น า ในการตัดสินใจและลงมือปฏิบัติงานในสถานศึกษาและสังคมโลก ตามหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 4 ปี) มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมได้ก าหนดให้นักศึกษาต้อง น าเสนอและเข้าร่วม กิจกรรมสัมมนาหลังฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน/ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตลอด ระยะเวลาการศึกษา 4 ปี เพื่อให้นักศึกษาน าเสนอประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในสถานศึกษา (AAR) และรับฟังข้อเสนอแนะจากคณาจารย์ประจ าสาขาวิชา และจากคณะกรรมการประเมินผล ทั้งในระดับ สาขาวิชาและในระดับคณะ จัดโดยศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ จันทรเกษม หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานครุนิพนธ์นี้จะเป็นประโยชน์ในการน าไปพัฒนาศักยภาพและปรับปรุง ตนเอง จนเกิดภาวะผู้น าในตนเอง เป็นแบบอย่างให้กับผู้เรียนก่อประโยชน์และเป็นแนวทางในการเป็น แบบอย่างให้ผู้ที่สนใจ ภูเบศร บุริวัฒน์ ผู้จัดท า


ค สารบัญ หน้า กิตติกรรมประกาศ ก ค าน า ข สารบัญ ค สารบัญตาราง จ สารบัญรูปภาพ ฉ บทที่ 1 ความเป็นมาและความส าคัญ 1 1.1 อธิบายความส าคัญของคุณลักษณะความเป็นครู ตามกรอบค าอธิบายรายวิชา 1 1.2 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน/ฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 3 1.3 อธิบายผลการสะท้อนกลับการฝึกปฏิบัติ 9 1.4 อธิบายหลักการ/แนวคิด/ทฤษฎี/งานวิจัย ที่ใช้ในการปรับปรุง/พัฒนา 10 1.5 เสนอขั้นตอนการปรับปรุง/พัฒนา 11 1.6 สรุปผลการปรับปรุง/พัฒนาในรายงานครุนิพนธ์ 12 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 13 2.1 สรุปคุณลักษณะความเป็นครูที่ตั้งวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุง/พัฒนา 13 2.2 สรุปหลักการ/แนวคิด/ทฤษฎี/หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะความเป็นครู ที่น ามาใช้ปรับปรุง/พัฒนา 13 บทที่ 3 วิธีการด าเนินการ 20 3.1 สะท้อนกลับหลังการฝึกปฏิบัติงาน 20 3.2 คัดเลือกประเด็นปรับปรุง/พัฒนา 21 3.3 จัดท าแผน/โครงการ ปรับปรุง/พัฒนา 23 3.4 ด าเนินการปรับปรุง/พัฒนา 25 บทที่ 4 น าเสนอผลการปรับปรุงพัฒนา 26 4.1 กรอบวัตถุประสงค์ของโครงการ น าเสนอตามวัตถุประสงค์แต่ละข้อ 26 4.2 กิจกรรมปรับปรุง/พัฒนาตามกิจกรรมของแผน/โครงการปรับปรุง/พัฒนา 26 4.3 ภาพถ่าย 26 4.4 ผลของการปรับปรุง/พัฒนา 39 บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล 40 5.1 สรุปผลตามวัตถุประสงค์แผน/โครงการ พัฒนา 40 5.2 น าผลการปรับปรุง/พัฒนา ที่เกิดขึ้นอภิปรายเหตุผลประกอบผลการพัฒนา โดยใช้ หลักการ/แนวคิด/ทฤษฎี/งานวิจัยจากบทที่ 2 มาสนับสนุน 41


ง สารบัญ (ต่อ) 5.3 น าความคิดเห็นเชิงเหตุผลของนักศึกษาอภิปรายให้เหตุผลต่อผลที่เกิดขึ้นจากแผน/ โครงการ 43 5.4 ข้อเสนอแนะการน าผลการปรับปรุง/พัฒนาไปใช้เสนอแนะการน าผลการปฏิบัติ ตามแผน/โครงการไปใช้ประโยชน์ต่อไป 44 บรรณานุกรม 45 ภาคผนวก ภาคผนวก ก ใบประกาศนียบัตรผ่านการอบรม 47 ภาคผนวก ข เอกสาร/หลักฐานการอบรมจัดโครงการพัฒนาผู้เรียน 50 ประวัติผู้จัดท า 57


จ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 1.1 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน และฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ข้อมูลรายวิชาและระดับชั้นที่ได้รับผิดชอบในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู รหัสวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 9 ตารางที่ 3.1 แผนกิจกรรมการปรับปรุง/พัฒนาตนเอง 24 ตารางที่ 3.2 ระยะเวลาด าเนินการปรับปรุง/พัฒนา 25


ฉ สารบัญรูปภาพ ตารางที่ หน้า ภาพที่ 3.1 กรอบแนวคิดประเด็นปรับปรุงพัฒนา 22 ภาพที่ 4.1 ลงทะเบียนประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) 27 ภาพที่ 4.2 เข้าร่วมประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” 27 ภาพที่ 4.3 เข้าร่วมกิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น านักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) 28 ภาพที่ 4.4 เข้าร่วมกิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปีการศึกษา 2565 (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) 29 ภาพที่ 4.5 ส่งโครงการจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชน บ้านท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร เพื่อเข้าร่วมค่ายเยาวชนRdpb Camp ครั้งที่ 12 30 ภาพที่ 4.6 รายชื่อ 20 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมค่ายเยาวชนRdpb Camp ครั้งที่ 12 30 ภาพที่ 4.7 ศึกษาข้อมูลพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ าปากพนังฯ จังหวัด นครศรีธรรมราช 31 ภาพที่ 4.8 กิจกรรมกลุ่มสีชมพู โพสท่าตามภารกิจ 32 ภาพที่ 4.9 กิจกรรมกลุ่มสีชมพู น าเสนองาน 32 ภาพที่ 4.10 กิจกรรมกลุ่มสีชมพู ศึกษาฐานปุ๋ยมูลไส้เดือน 33 ภาพที่ 4.11 กิจกรรมกลุ่มสีชมพู ศึกษาฐาน ที่สถานีควบคุมไฟปุาพรุควนเคร็ง ต าบล การะเกด อ าเภอ เชียรใหญ่ นครศรีธรรมรา 34 ภาพที่ 4.12 มอบเกียรติบัตรค่ายเยาวชน Rdpb Camp 35 ภาพที่ 4.13 จัดท าโครงการ การจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับ วิถีชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร 36


ช สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ภาพที่ 4.14 พูดคุยกับผู้อ านวยการโรงเรียนวัดท้องตม 37 ภาพที่ 4.15 ร่วมประเพณีบวชทะเล 37 ภาพที่ 4.16 การร่วมสร้างความตระหนักโดยการเก็บขยะริมทะเล 38 ภาพที่ 4.17 เยาวชน คือ อนาคตของชาติ 38


1 บทที่1 ความเป็นมาและความส าคัญ 1.1 อธิบายความส าคัญของคุณลักษณะความเป็นครูตามกรอบค าอธิบายรายวิชา ผู้ที่เป็นครูต้องมีหน้าที่ในการให้การศึกษาคือสั่งสอนอบรมผู้เรียนให้ได้ผลแท้จริงทั้งในด้านวิชาความรู้ ทั้งในด้านจิตใจและความประพฤติ ต้องคิดว่างานที่แต่ละคนปฏิบัติอยู่คือสิ่งที่จะเป็นก าลังหลักในการพัฒนา ประเทศเพราะผู้เรียนที่มีความรู้มีความดีเท่านั้นที่จะสร้างคุณประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง ตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 มีบทบัญญัติหมวด 5 เกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐมาตรา 54 ความว่ารัฐต้อง ด าเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมี คุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ทางรัฐต้องด าเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา ตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัยโดยส่งเสริมและ สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการด าเนินการด้วย รัฐต้องด าเนินการ ให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่างๆรวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตและจัดให้ มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมี หน้าที่ด าเนินการก ากับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล (ราชกิจจานุเบกษา, 2560 : 14) สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 บัญญัติในหมวดที่ 4 ว่าด้วยแนวทางการจัดการศึกษามาตรา 22 ความว่าการจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมี ความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความส าคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้อง ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ (ราชกิจจานุเบกษา, 2542 : 18) ครูจึงเป็นบุคคลที่มีความส าคัญอย่างมากในการให้การศึกษาเรียนรู้ทั้งในด้านวิชาการ ประสบการณ์ ตลอดเป็นผู้มีความเสียสละ ดูแลเอาใจใส่สั่งสอนอบรมให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา อันเป็นหนทาง แห่งการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเอง รวมทั้งน าพาสังคมประเทศชาติก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง (ประชิด สกุณะพัฒน์ และอุดม เชยกีวงศ์, 2549) ครูผู้สอนจึงจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ และเรียนรู้เทคนิควิธีการที่จะ พัฒนาการสอนให้ผู้เรียนมีโอกาสที่จะเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุขและมีความเป็นไทย (ไกศิษฏ์เปลรินทร์, 2552) การจัดการเรียนรู้ต้องเน้นการจัดประสบการณ์ให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยครูมีหน้าที่เอื้ออ านวยในการสร้างบรรยากาศ แห่งการเรียนรู้ส่งเสริมสนับสนุน ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ครูจึงถือเป็นปัจจัยที่ ส าคัญที่สุดของการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ (เอียน สมิธและอนงค์วิเศษสุวรรณ์, 2550) การพัฒนาครูจึงจ าเป็นอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบันที่กระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และข้อมูลข่าวสารไหลผ่านข้ามพรมแดนมาถึงกันอย่างรวดเร็ว ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ย่อมส่งผลต่อระบบและคุณภาพการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ท่ามกลางสภาวะเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งท้าทายอย่างยิ่ง ส าหรับครู ในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ครูจึงจ าเป็นต้องพัฒนาตนเอง ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ดังกล่าว เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานหรือด าเนินกิจกรรมในวิชาชีพครูได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามความ ต้องการของหน่วยงานการศึกษาตั้งแต่โรงเรียนเขตพื้นที่การศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ (ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2551) ภาวะผู้น าครู (Teacher Leadership) หมายถึง คุณลักษณะและพฤติกรรมของครูที่แสดงถึงความ เกี่ยวข้องสัมพันธ์ส่วนบุคคลและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน โดย ปราศจากการใช้อิทธิพลของผู้บริหารสถานศึกษา ก่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้ มีคุณภาพ (ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2553, หน้า 13) บทบาทความเป็นผู้น าและความ


2 รับผิดชอบของครูว่ามีทักษะภาวะผู้น า 6 ประการ คือ มีวิสัยทัศน์ ความมีจริยธรรมและความซื่อสัตย์ ทักษะ ด้านหลักสูตรและการสอน กลยุทธ์การเรียนการสอนที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน มีทักษะการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มประสิทธิภาพของครู (Overholser, 1992, pp. 5 - 6) โดยสมรรถนะหลัก (Core Competency) ประกอบด้วย 5 สมรรถนะ คือ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการ ปฏิบัติงาน การบริการที่ดี การพัฒนาตนเองการท างานเป็นทีม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครูในขณะที่ สมรรถนะประจ าสายงาน (Functional Competency) ประกอบด้วย 6 สมรรถนะ คือ การบริหารหลักสูตร และการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผู้เรียน การบริหารจัดการชั้นเรียน การวิเคราะห์ สังเคราะห์และการวิจัยเพื่อ พัฒนาผู้เรียน ภาวะผู้น าครูและการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้ (ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2553, หน้า 1 - 2) ซึ่งสมรรถนะประจ าสายงานของครูในสมรรถนะที่ 5 ภาวะผู้น าครูประกอบด้วย 5 ด้าน คือ 1) วุฒิ ภาวะความเป็นผู้ใหญ่ที่เหมาะสมกับความเป็นครู (Adult Development) 2) การสนทนาอย่างสร้างสรรค์ (Dialogue) 3) การเป็นบุคคลแห่งการเปลี่ยนแปลง (Change Agency) 4) การปฏิบัติงานอย่างไตร่ตรอง (Reflective Practice) 5) การมุ่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน (Concern for improving pupil achievement) (ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2553, หน้า 13 - 14) ภาวะผู้น าในการจัดการเรียนรู้ของครู จะท าให้ครูต้องคิดและสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นในโรงเรียนและใน ชุมชน ครูต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ รวมทั้งมีความสามารถด้านการวิจัย ครูจึงจ าเป็นต้องปรับตัว พัฒนาและ ส่งเสริมความก้าวหน้าของตนเอง (ไพฑูรย์สินลารัตน์, 2549 : 5-6) สอดคล้องกับฐิติมา ไชยมหา (2556 : 32) ที่ชี้ให้เห็นถึงความส าคัญและความจ าเป็นที่ครูจะต้องมีภาวะผู้น าด้านการจัดการเรียนรู้ เพราะครูที่มีภาวะผู้น า ในการจัดการเรียนรู้ จะปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับบทบาทและต าแหน่งหน้าที่การงานของตน และจะต้องมี การพัฒนาตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงครูต้องเป็นผู้บริหารชั้นเรียนด้วยประสบการณ์อันช านาญ ซึ่งจะ ส่งผลให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถพัฒนาวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับ และเป็นครูผู้น าแห่งการเรียนรู้ แนวการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถ เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความ สนใจและความถนัดของผู้เรียน ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้แก้ปัญหาการเรียน จากประสบการณ์จริงผ่านกระบวนการ คิดและปฏิบัติจริง และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้โรงเรียนจึงจ าเป็นต้องจัดการเรียนการสอน ด้วยการ บริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก มีการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและน าผลมาพัฒนาผู้เรียน และจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ซึ่งจะ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนในการศึกษาของโรงเรียนต่อไป ซึ่งคุณครูที่ผ่านการอบรมภาวะผู้น ามาจะต้องร่วมมือกับโรงเรียน ด าเนินการวิเคราะห์สภาพปัญหา ผล การจัดการศึกษาที่ผ่านมา โดยการศึกษาข้อมูลสารสนเทศจากผลการนิเทศ ติดตาม ประเมินการจัดการศึกษา ให้เป็นไปตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษา และจัดประชุมระดมความคิดเห็น จากบุคลากรในสถานศึกษาเพื่อ วางแผนร่วมกันก าหนดเปูาหมาย ปรับวิสัยทัศน์ ก าหนดพันธกิจ กลยุทธ์ ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจ าปี ให้สอดคล้อง กับสภาพปัญหา ความต้องการพัฒนา และนโยบายการปฏิรูปการศึกษา พร้อมทั้งจัดหาทรัพยากร จัดสรร งบประมาณ มอบหมายงานให้ผู้รับผิดชอบ ด าเนินการพัฒนาตามแผนงานเพื่อให้บรรลุเปูาหมายที่ก าหนดไว้


3 มีการด าเนินการนิเทศ ก ากับ ติดตาม ประเมินผลการด าเนินงานและสรุปผลการด าเนินงาน โดยในปีการศึกษา นี้โรงเรียนได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล ดังนั้นจึงมีโครงการและกิจกรรมพัฒนา ทักษะต่างๆให้กับครูเพื่อให้ครูได้พัฒนาศักยภาพและมีความพร้อมในการเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล จากเหตุผลดังกล่าว ผู้รายงานจึงสนใจและต้องการพัฒนาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา เพื่อเป็น แนวทางในการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน น าไปสู่การจัดกิจกรรมโครงการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ให้เกิดเป็น ทักษะเกี่ยวกับภาวะผู้น า โดยเริ่มจากครูที่มีภาวะผู้น าเป็นต้นแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับประชาคมโลกที่ เปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ และสามารถน ามาใช้เป็นเครื่องมือส าคัญในพัฒนาประเทศชาติสืบต่อไป 1.2 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน/ฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา จากแนวทางในการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา เพื่อสร้างสมรรถนะนักศึกษาวิชาชีพครู หลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จึงได้ก าหนดจุดมุ่งหมายไว้ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษา ตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่ส านักงาน เลขาธิการคุรุสภาก าหนด ในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตามประกาศของคุรุสภา ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562 โดยการร่วมการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา SIL (School Integrated Learning) (สถานศึกษา ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครูพี่เลี้ยง ผู้ปกครอง ชุมชน) 2. เพื่อให้นักศึกษาเป็นผู้ที่รักความเป็นครู รอบรู้ศาสตร์การศึกษา น้อมน าศาสตร์พระราชา สู่การ พัฒนาท้องถิ่น 3. เพื่อให้นักศึกษาเกิดสมรรถนะนักศึกษาวิชาชีพครูในการเป็นผู้รอบรู้ในงานครู ผู้ช่วยครู ผู้ช่วยสอน และครูที่ดี 4. เพื่อให้นักศึกษาน าผลการเรียนรู้ในสถานศึกษาไปประเมินสะท้อนกลับ AAR (After Action Review) เป็นรายบุคคลและพัฒนาตนเอง และร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ PLC (Professional Learning Community) จุดประสงค์ของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 1. นักศึกษาเกิดความรัก ความศรัทธาในวิชาชีพครูและมีจิตวิญญาณในความเป็นครู 2. นักศึกษาอธิบายและสามารถปฏิบัติบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของครู 3. นักศึกษาอธิบายบริบทความร่วมมือของชุมชน และผู้ปกครองที่มีต่อการพัฒนาการจัดกิจกรรมใน โรงเรียน และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครองและชุมชน 4. นักศึกษาสามารถรายงานผลการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ 5. นักศึกษาเกิดประสิทธิผลในวิชาชีพครู รอบรู้ในงานครู ผู้ช่วยครู ผู้ช่วยสอน และครู หลักการ เป้าประสงค์และโครงสร้างของรายวิชาการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา มีเปูาหมายและหลัการในรูปแบบของ Work Integrated Learning: WIL ส าหรับสาขาวิชาชีพครู เรียกว่า School Integrated Learning : SIL โดยมีแนวทางการด าเนินงานประกอบด้วย 1. จัดการปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ที่เกิดจากสถานการณ์จริงในบริบทของ สถานศึกษา 2.จัดการปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์วิชาชีพที่ร่วมกันรับผิดชอบการพัฒนานักศึกษาระหว่าง มหาวิทยาลัยกับสถานศึกษา โดยอาจารย์มหาวิทยาลัย สอนและโค้ชการสอน (Coaching) ในชั้นเรียนคู่กับ ครูผู้ร่วมสอนในสถานศึกษา


4 3. พัฒนาสถานศึกษาที่เข้าร่วมกระบวนการ SIL เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา รวมถึงสมรรถนะของครู โดยความร่วมมือของผู้บริหารสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อีกทั้งยก ย่อง เชิดชูเป็น “โรงเรียน SIL “ 4. จัดการเรียนรู้เชิงสมรรถนะโดยใช้สถานการณ์จริงในสถานศึกษา SIL ที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาสามารถ พัฒนานวัตกรรม เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหา หรือพัฒนายกระดับการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน 5. ก าหนดรายวิชาปฏิบัติการสอนและฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในทุกชั้นปีโดยใช้กระบวนการจัดการ เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในสถานศึกษา และกลับมาสะท้อนผลและพัฒนาปรับปรุงคุณภาพนักศึกษาอย่าง ระบบที่ชัดเจนและระยะเวลาเพียงพอ กล่าวคือ หลังจากการร่วมจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา SIL และใช้ความ พยายามเต็มศักยภาพ เพื่อแก้ไขจุดอ่อน ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของนักศึกษา อีกทั้งนักศึกษาจะใช้เวลา ในการถอดบทเรียนจากการเรียนรู้ในสถานศึกษาและจัดท าผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง เพื่อประกอบการจัดท า คุรุนิพนธ์ให้เสร็จสมบูรณ์และพร้อมจะไปท างาน องค์ประกอบของการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา องค์ประกอบของการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา School Integrated Learning : SIL ประกอบด้วย ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ อาจารย์นิเทศ มหาวิทยาลัย โรงเรียนร่วมผลิต ครูพี่เลี้ยง และ นักศึกษา 1. นักศึกษา นักศึกษาวิชาชีพครูมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เป็นผู้ที่พร้อมส าหรับการประกอบวิชาชีพครู มุ่งเน้นให้นักศึกษาเป็นผู้ที่ “รักความเป็นครู รอบรู้ศาสตร์การศึกษา น้อมน าศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนา ท้องถิ่น” โดยมีคุณลักษณะ ประกอบด้วย 1.1 มีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ มีจิตวิญญาณความเป็นครูตามมาตรฐานวิชาชีพครู และ จรรยาบรรณวิชาชีพครู 1.2 มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี ทักษะในการพัฒนา EF และภาษาในการจัดการเรียนรู้ 1.3 มี Generic Skills และทักษะในศตวรรษที่ 21 1.4 มีคุณลักษณะคนไทยที่พึงประสงค์ 4 ประการ (พระบรมราโชบายเกี่ยวข้องกับการศึกษา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา) 1.5 เข้าถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและมีจิตอาสา 1.6 มีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์ทีดีกับผู้ปกครองและชุมชน 1.7 มีอัตลักษณ์ตามบริบทของแต่ละมหาวิทยาลัยก าหนด 2. อาจารย์ และอาจารย์นิเทศก์ อาจารย์ และอาจารย์นิเทศก์ เป็นผู้ที่เป็น “ต้นแบบ แม่พิมพ์แห่งชาติ รอบรู้ศาสตร์สมัยใหม่ สร้างแรง บันดาลใจ ศรัทธาในวิชาชีพครู” หรือ 3S Supervisor “Smart Strong Sensible” โดยมีคุณลักษณะ ประกอบด้วย 2.1 เป็นที่ปรึกษาร่วมผลิตและพัฒนานักศึกษาวิชาชีพครู 2.2 พัฒนาหลักสูตรการผลิตครู 2.3 ร่วมพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา ปฏิบัติหน้าที่การเป็นอาจารย์นิเทศ มี สมรรถนะที่เหมาะสม อย่างน้อยเทียบเท่าคุณสมบัติอาจารย์ผู้สอนตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตร์และสาขาศึกษาศาสตร์ (หลักสูตรสี่ปี) พ.ศ. 2562 2.4 ผ่านการอบรม และผ่านการประเมินศาสตร์ วิชาชีพครูตามที่ก าหนด เช่น คุณธรรม


5 จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2.5 มีความรู้และทักษะด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ 2.6 มีจิตวิยาพัฒนาการและการแนะแนว 2.7 มีทักษะด้านสื่อเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้ตามกรอบ TPCK หรือ STEM 2.8 มีทักษะด้านการวัดและประเมินผล 2.9 มีความรู้ในกระบวนการ PLC 2.10 มีทักษะทางเทคโนโลยี และสื่อดิจิทัล 2.11 มีทักษะการท างานวิจัยและวัดประเมิน 2.12 มีทักษะการร่วมมือสร้างสรรค์ 2.13 มีทักษะการนิเทศและการสอนงาน 2.14 มีทักษะอื่นๆ ที่สถาบันผลิตครูเห็นสมควร 3. ครูพี่เลี้ยง / อาจารย์นิเทศประจ าโรงเรียน ครูพี่เลี้ยงเป็นผู้ที่เป็น “ต้นแบบ ที่เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา น าพาครูดีสู่สังคม” โดยมีคุณลักษณะ ประกอบด้วย ด้านความรู้ (Knowledge) 3.1 มีความรู้ความเข้าใจความเป็นครู การจัดการเรียนรู้ (Competency Base, Coaching และ Mentoring) 3.2 มีความรู้ในการพัฒนาสื่อ / นวัตกรรม / วิจัย 3.3 มีความรู้ในการท างาน เชื่อมโยงกับท้องถิ่น 3.4 รู้ และเข้าใจบทบาทครูพี่เลี้ยงในระบบ SIL ด้านทักษะ (Psychomotor) 3.6 มีทักษะการจัดการเรียนรู้ / สื่อ / นวัตกรรม / วิจัย 3.7 มีทักษะ Coaching / Mentoring 3.8 มีทักษะในศตวรรษที่ 21 3.9 มีทักษะการท างานเชื่อมโยงท้องถิ่น คุณลักษณะ / ทัศนคติ (Attitude) 3.10 เป็นต้นแบบกับนักศึกษา (คุณลักษณะครู / การจัดการเรียนรู้) 3.11 ตระหนัก / เห็นคุณค่า ความส าคัญในการผลิตครู / วิชาชีพครู / จิตวิญญาณครู 3.12 มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองและนักศึกษา 4. โรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู มหาวิทยาลัยขอความร่วมมือโรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ครูเพื่อเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูโรงเรียนจึงมีบทบาทดังต่อไปนี้ 4.1 พิจารณารับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพในจ านวนที่สามารถรับได้ เพื่อให้นักศึกษา มีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียนและฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูตาม ข้อก าหนด และระเบียบที่ มหาวิทยาลัยก าหนด 4.2 ปฐมนิเทศนักศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจสามารถปฏิบัติตนและปฏิบัติงานใน โรงเรียนได้ถูกต้อง


6 4.3 ด าเนินการจัดครูพี่เลี้ยงวิชาจ านวนชั่วโมงที่สอนและงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฝึก ปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียนและฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาให้นักศึกษา 5. การรายงานตัวนักศึกษา 5.1 การรายงานตัวนักศึกษาออกไปฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน และออกฝึกปฏิบัติการ สอนในสถานศึกษา ณ โรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้นักศึกษาติดต่อรับหนังสือส่งตัวจากศูนย์ฝึก ประสบการณ์วิชาชีพครูนักศึกษาทุกคนในแต่ละโรงเรียนนัดหมายไปรายงานตัวกับ ผู้บริหารโรงเรียนโดยพร้อม เพียงกันในวันที่ก าหนดประสานงานอาจารย์นิเทศที่จะไปส่งตัวนักศึกษา ณ โรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ครู 5.2 ศึกษาระเบียบปฏิบัติหน้าที่และภารกิจที่ต้องปฏิบัติจากคู่มือฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 5.3 เข้ารับการปฐมนิเทศจากผู้บริหารโรงเรียน 5.4 เข้าพบหัวหน้าฝุายและครูพี่เลี้ยงตามที่ผู้บริหารโรงเรียนจัดให้ 5.5ศึกษาสังเกตและมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานของครูประจ าชั้นและงานหน้าที่อื่น ๆ ของครู ตามที่ได้รับมอบหมายจากครูพี่เลี้ยงและจัดท าภาระงานอื่นตามที่ฝุายฝึกประสบการณ์วิชาชีพมอบหมาย ตามหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 4 ปี) ได้ก าหนดให้นักศึกษาต้องทะเบียนเรียนรายวิชาฝึกปฏิบัติ วิชาชีพระหว่างเรียน และรายวิชาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา จ านวน 4 รายวิชาได้แก่ EDUC1801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 (Teaching Practicum 1) EDUC2801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 2 (Teaching Practicum 2) EDUC3801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 3 (Teaching Practicum 3) EDUC4801 ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา (Teaching Internship) นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมได้ก าหนดให้นักศึกษาต้องน าเสนอและเข้าร่วม กิจกรรม สัมมนาหลังฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน/ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตลอดระยะเวลาการศึกษา 4 ปี เพื่อให้นักศึกษาน าเสนอประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในสถานศึกษา (After Action Review : AAR) และสะท้อนกลับหลังการฝึกปฏิบัติงานทั้ง 4 รายวิชา ได้ดังนี้ 1. EDUC1801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 (Teaching Practicum 1) ในภาคเรียนที่ 2 ชั้นปีที่ 1 จ านวน 15 วัน เป็นการสังเกตรอบรู้ในงานครูอาคาร สถานที่ของโรงเรียน ห้องอ านวยความสะดวกแก่ผู้เรียน อาทิ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องดนตรี ห้องพยาบาล สวน พฤกษศาสตร์ เป็นต้น ได้มีการสังเกตการณ์การสอนของครู เทคนิคในช่วงการจัดการเรียนการสอนใน สถานการณ์โควิด-19 ซึมซับมารยาททางสังคม และการวางแผนปฏิบัติงานในองค์กร พร้อมวางกฎเกณฑ์ใน การท างานอย่างถูกต้อง รวมไปถึงสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน โรงเรียนจันทร์หุ่นบ าเพ็ญ ซึ่งในเวลานั้นได้ รับผิดชอบในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และจัดการเรียนรู้ผ่านแอป Zoom, Google Meet, Google Classroom ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ในคลาสเรียนออนไลน์น้อย เพราะไม่มีความกล้าแสดงออก และปิดกล้องขณะ สอน ท าให้ไม่สามารถสังเกตได้อย่างครบถ้วน ทางผู้รายงานได้ท าความเข้าใจบริบทชุมชนร่วมมือกับผู้ปกครอง ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการพัฒนา ดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน โดยการจัดท าการศึกษารายกรณี (Case Study) โดยการประยุกต์ใช้ความรู้ทางจิตวิทยา เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อ พัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ และน ามาสรุปแนวทางและลักษณะกิจกรรมการพัฒนาวิชาชีพของครูทั้งในและ นอกสถานศึกษา ผ่านกระบวนการสังเกตและวิเคราะห์การปฏิบัติหน้าที่ครูจนเห็นเทคนิคการจัดการเรียนการ สอนแบบออนไลน์ของครูพี่เลี้ยง โดยการพยายามตั้งค าถามปลายเปิด หรือใช้ปัญหาใกล้ตัวผู้เรียนมาตั้งเป็น


7 ค าถาม ให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ โต้ตอบกับคุณครูผู้สอน พร้อมมีเทคนิคจูงใจ ด้วยการเพิ่มคะแนนหรือให้ท า ชิ้นงานที่เป็นการให้ผู้เรียนใช้จินตนาการอย่างเต็มประสิทธิภาพ 2. EDUC2801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 2 (Teaching Practicum 2) ในภาคเรียนที่ 2 ชั้นปีที่ 2 จ านวน 15 วัน เป็นการสังเกตท าหน้าที่ผู้ช่วยครู ฝึกปฏิบัติวิชาชีพที่ โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร ได้รับมอบหมายให้ฝึกระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในรายวิชาพระพุทธศาสนา ได้ปฏิบัติงานผู้ช่วยครู่ร่วมกับครูพี่เลี้ยงโดยการวางแผนออกแบบเนื้อหาเรื่องอริยสัจ 4 ฝึกเขียนแผนการจัดการ เรียนรู้ และได้ทดลองสอน 1 คาบ พร้อมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่อและเทคโนโลยี การวัดและ ประเมินผลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ มีเกณฑ์การให้คะแนนชัดเจน น าไปบูรณาการองค์ความรู้กับวิชาอื่นๆ อาทิ การพูดน าเสนองานหน้าชั้นเรียนของวิชาภาษาไทย และยังสังเกตการด าเนินการเกี่ยวกับการบริหาร สถานศึกษาที่เอื้อต่อผู้เรียน โดยยึดนโยบายที่ทางฝุายบริหารแสดงวิสัยทัศน์อย่างเด่นชัด สร้างบรรยากาศการ เรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน ร่วมมือกับคุณครูฝุายปกครอง ประชุมแผนการด าเนินการเลือกตั้งสภา นักเรียน วางนโยบาย มีบทบาทในการควบคุมงานเลือกตั้งและจัดสถานที่ เพื่อเสริมสร้างภาวะพลเมืองดี ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องสิทธิ โดยการประชาสัมพันธ์หน้าเวทีช่วงหลังเคารพธงชาติ 3. EDUC3801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 3 (Teaching Practicum 3) ในภาคเรียนที่ 2 ชั้นปีที่ 3 จ านวน 15 วัน เป็นการสังเกตท าหน้าที่ผู้ช่วยสอน ฝึกปฏิบัติวิชาชีพที่ โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร ได้รับมอบหมายให้ฝึกระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ได้ปฏิบัติงานผู้ช่วยครู่ร่วมกับครูพี่เลี้ยงโดยการวางแผนออกแบบเนื้อหา เรื่อง เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น โดย ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้3 แผน ริเริ่มเขียนโครงร่างวิจัยในชั้นเรียน 3 บท ส่งให้กับอาจารย์นิเทศก์และ ครูพี่เลี้ยงตรวจสอบ เรื่องที่แก้ปัญหาคือการสรุปความคิดรวบยอด ซึ่งเป็นปัญหาที่พบเจอในทุกระดับชั้น โครงการพัฒนาผู้เรียนโดยการจัดสรรงบประมาณไปสร้างบรรยากาศในชั้นเรียน ทาสีและตกแต่งห้องเรียน ให้ เกิดแรงจูงใจแก่ผู้เรียน ร่วมมือกับผู้ปกครองในการพัฒนาและมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาผู้เรียน จัดท าสังคมมิติ ให้ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ส ารวจ และตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของผู้เรียน 4. EDUC4801 ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา (Teaching Internship) ฝึกปฏิบัติงานในหน้าที่ครู ในสถานศึกษาเป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา ฝึกปฏิบัติวิชาชีพที่โรงเรียนวิมุต ยารามพิทยากร ได้รับมอบหมายให้ฝึกระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ปัญหาที่พบ คือ ขณะท าการสอน ผู้เรียน ไม่สามารถสรุปความคิดรวบยอด และน าเสนอหน้าชั้นเรียนได้ เนื่องจากมีความเขินอาย ในคาบเรียน นักเรียน ไม่มีแรงจูงในในการเรียน เนื่องจากเนื้อหาวิชาการที่แน่นจนเกินไป เลยต้องการพักหรือเล่นกิจกรรมให้เกิด ความสนุก ศึกษาออกแบบแผนการเรียนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับครูพี่เลี้ยงที่ผู้เรียนมีความสุข ศึกษา บริบทชุมชนและบูรณาการบริบทชุมชนเข้ากับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน สร้าง เครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชนในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนในการร่วมประชุม ผู้ปกครอง พูดคุยในประเด็นต่างๆ เพื่อ 1 ให้ผู้ปกครองได้รู้และเข้าใจถึงกฎระเบียบของทางโรงเรียนสามารถน าไปอบรม นักเรียนในปกครองได้ 2 เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะกับครูประจ าชั้น และ รับทราบพฤติกรรมด้านการ เรียน ความประพฤติการปรับตัวตามศักยภาพ และอื่น ๆ ของนักเรียน 3)เพื่อให้ผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาท หน้าที่ในการดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน และร่วมกันหาแนวทางในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4) เพื่อให้ผู้ปกครอง ได้มีโอกาสเสนอแนะแนวทางการมีส่วนร่วมในการด าเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีความร่วมมือระหว่างบ้านกับโรงเรียนในการปูองกันแก้ไขพัฒนาผู้เรียน จัดท าวิจัยที่ถูกต้อง ตามระเบียบวิธีวิจัยทดลองท าวิจัยในชั้นเรียน เรื่องที่แก้ปัญหาคือการสรุปความคิดรวบยอดของผู้เรียนการ โดย การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่ม “เทคนิคแผนผังความคิด (Mind Map)” การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1)


8 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทวีปยุโรป โดยการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่ม “เทคนิคแผนผัง ความคิด (Mind Map) ในวิชาภูมิศาสตร์ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร จังหวัดกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของ นักเรียนที่มีต่อเรียน เรื่อง ทวีปยุโรป โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิด ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียน วิมุตยารามพิทยากร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ วิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 จ านวนนักเรียน 35 คน และ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 จ านวนนักเรียน 34 คน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร แขวง บางอ้อ เขต บางพลัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 ได้มาจากการสุ่ม อย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่มผลวิจัยพบว่า 1)ผลการวิเคราะห์การ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภูมิศาสตร์ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2566 โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร โดยการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่ม “เทคนิคแผนผังความคิด (Mind Map)” พบว่า ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ เทคนิคแผนผังความคิด (Mind Map) เรื่องภูมิศาสตร์ทวีปยุโรป รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง และเมื่อเปรียบเทียบกันสองห้อง ห้องที่ใช้เทคนิคแผนผังความคิด มี คะแนนที่สูงกว่า 2)ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค แผนผังความคิด (Mind Map) เรื่อง ภูมิศาสตร์ทวีปยุโรป รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้แบบเทคนิคแผนผังความคิด (Mind Map) เรื่อง ภูมิศาสตร์ทวีปยุโรปภูมิศาสตร์ทวีปยุโรป รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.75,S.D. = 0.43) และเมื่อเปรียบเทียบกันสองห้อง ห้องที่ใช้เทคนิคแผนผังความคิด มีคะแนนที่สูงกว่า และมีการวิเคราะห์ผู้เรียนเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส าหรับศึกษา วิเคราะห์ แยกแยะผู้เรียน เพื่อหาความ แตกต่างระหว่างบุคคล เกี่ยวกับความพร้อมด้านความรู้พื้นฐาน และประสบการณ์เดิมที่มีอยู่ก่อนที่จะให้ ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้ใดๆในระดับชั้น ตลอดทั้งศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับความพร้อมด้านพฤติกรรมและ องค์ประกอบความพร้อมด้านต่างๆทั้งด้านความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ ด้านสติปัญญา ด้าน พฤติกรรม ด้านร่างกาย ด้านสังคมโดยเริ่มจากการเก็บรวบรวมข้อมูลในวิชาที่ต้องการวิเคราะห์จากครูคนเดิม ที่ได้จากการเรียนรู้ในปีการศึกษาที่ผ่านมา หรือ จัดสร้างเครื่องมือแบบทดสอบวิชานั้นๆ ขึ้นใหม่ แล้ว น ามาใช้ทดสอบผู้เรียนทุกคน หลังจากนั้นน าข้อมูลมาศึกษาวิเคราะห์ หรือแยกแยะตามความเป็นจริง พร้อม จัดกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง (หรือผ่านเกณฑ์) และกลุ่มที่ต้องปรับปรุงแก้ไข การวิเคราะห์ผู้เรียน ควรพิจารณาทั้งความพร้อมด้านความรู้ ความสามารถ สติปัญญา และความพร้อมด้าน อื่นๆ ของผู้เรียน ควบคู่ไปด้วย ผู้เรียนที่มีความพร้อมต่ ากว่าเกณฑ์ที่ก าหนด ผู้สอนได้รีบด าเนินการปรับปรุง แก้ไขให้มีความพร้อมดีขึ้นก่อน จึงค่อยด าเนินการจัดการเรียนรู้ ในระดับชั้นที่จะท าการสอน ส่วนความพร้อม อื่นๆ ให้พยายามปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นในล าดับต่อไป จนท าโครงการวันอาเซียน เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียน ให้เกิดทักษะด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาเซียน และประชาคมโลก สุดท้ายนี้ยังน า ผลจากการเรียนรู้ในสถานศึกษาไปประเมินสะท้อนกลับ (AAR) เป็นรายบุคคลและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) เพื่อน าไปใช้ในการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ และเกิดทักษะภาวะผู้น าไป พัฒนาสถานศึกษาต่อไป


9 ตารางที่ 1.1 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน และฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาข้อมูลรายวิชาและระดับชั้น ที่ได้รับผิดชอบในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูรหัสวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู รหัสวิชาการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพ รายวิชาที่ได้รับผิดชอบ ระดับชั้นที่ได้รับผิดชอบ EDUC1801 พระพุทธศาสนา มัธยมศึกษาปีที่ 2 EDUC2801 พระพุทธศาสนา มัธยมศึกษาปีที่ 3 EDUC3801 เศรษฐศาสตร์ มัธยมศึกษาปีที่ 5 EDUC4801 ประวัติศาสตร์ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภูมิศาสตร์ มัธยมศึกษาปีที่ 2 พระพุทธศาสนา มัธยมศึกษาปีที่ 2 รายวิชาดังกล่าวนับเป็นรายวิชาที่มีความส าคัญยิ่งนักศึกษาทุกคนจะต้องผ่านการประเมินผลใน รายวิชาดังกล่าวตามล าดับตามระเบียบและการวัดผลประเมินผลของ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมในการ นับเวลาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูนักศึกษาจะต้องมีเวลาใน การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูแต่ละปีดังต่อไปนี้ 1. รายวิชา EDUC1801 ฝึกประสบการณ์วิชาชีพระหว่างเรียน 1 รายวิชา EDUC2801ฝึก ประสบการณ์วิชาชีพระหว่างเรียน 2 และรายวิชา EDUC3801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 3 นักศึกษาต้อง ฝึกปฏิบัติในสถานศึกษาอย่างน้อยรายวิชาละ 90 ชั่วโมง (ผู้บริหารก าหนดไว้อย่างน้อย 120 ชั่วโมง) ในภาค เรียนที่ 2 ของชั้นปีที่ 1 ชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 1 ตามล าดับ 2. รายวิชา EDUC4801 ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษานักศึกษาจะต้องปฏิบัติการสอนเป็นเวลาใน รายวิชาที่ต้องกลับสาขาวิชาของตนเองไม่น้อยกว่า 8 คาบ/สัปดาห์เป็นเวลาติดต่อกัน 5 วัน/สัปดาห์อย่างน้อย 290 ชั่วโมง/ภาคเรียน (ผู้บริหารก าหนดไว้อย่างน้อย 320 ชั่วโมง) ทั้งนี้ ให้รวมการปฏิบัติงานอื่นใน สถานศึกษาตามที่สถานศึกษาก าหนดรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 16 สัปดาห์ อธิบายผลการสะท้อนกลับการฝึกปฏิบัติ การถอดบทเรียน (Lesson Learned) เป็นแนวคิดและเครื่องมือ เพื่อสร้างการเรียนรู้ ซึ่งเป็น วิธีการ หนึ่งของการจัดการความรู้ ที่เน้นเสริมสร้างการเรียนรู้ในกลุ่มอย่างเป็นระบบ เพื่อสกัดความรู้จาก ประสบการณ์การท างานที่มีอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) ภูมิปัญญาของท้องถิ่น องค์ความรู้ขององค์กร และกลุ่มออกมาเป็นบทเรียน/ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) สามารถน้ า ไปสรุปและสังเคราะห์เป็น ชุดความรู้ คู่มือ หรือสื่อรูปแบบต่าง ๆ และเกิดการเรียนรู้ร่วมกันของผู้เข้าร่วมกระบวนการ อันน า มาซึ่งการ ปรับวิธีคิด อีกทั้งเปลี่ยนแปลงวิธีการท างานที่สร้างสรรค์และมีคุณภาพ ยิ่งขึ้น ตามหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 4 ปี) มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมได้ก าหนดให้นักศึกษา ต้องน าเสนอและเข้าร่วม กิจกรรมสัมมนาหลังฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน/ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตลอดระยะเวลาการศึกษา 4 ปี เพื่อให้นักศึกษาน าเสนอประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ใน สถานศึกษา (AAR) และรับฟังข้อเสนอแนะจากคณาจารย์ประจ าสาขาวิชา และจากคณะกรรมการประเมินผล ทั้งในระดับสาขาวิชาและในระดับคณะ จัดโดยศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จุดประสงค์ของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูและการสะท้อนกลับการฝึกปฏิบัติ 1. นักศึกษาเกิดความรัก ความศรัทธาในวิชาชีพครูและมีจิตวิญญาณในความเป็นครู 2. นักศึกษาอธิบายและสามารถปฏิบัติบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของครู


10 3. นักศึกษาอธิบายบริบทความร่วมมือของชุมชน และผู้ปกครองที่มีต่อการพัฒนาการจัด กิจกรรมใน โรงเรียน และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครองและชุมชน 4. นักศึกษาสามารถรายงานผลการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ 5. นักศึกษาเกิดประสิทธิผลในวิชาชีพครู รอบรู้ในงานครู ผู้ช่วยครู ผู้ช่วยสอนและครูการทบทวนหลัง ปฏิบัติงาน ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน/ฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา (After Action Review : AAR) ในระดับหลักสูตร/ครูพี่เลี่ยง/คณะ 1. EDUC1801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 (Teaching Practicum 1) 1.1 ศึกษารูปแบบของการศึกษารายกรณี (Case Study) 1.2 ศึกษาการบริหารงานในสถานศึกษา 1.3 ศึกษาอาคาร สถานที่ของโรงเรียน 1.4 ศึกษาเทคนิคการจัดการเรียนการสอน 2. EDUC2801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 2 (Teaching Practicum 2) 2.1 พัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย 2.2 ปรับบุคลิกภาพในการสอนหน้าชั้นเรียน 2.3 สื่อการน าเสนอการสอนสวยงาม 3. EDUC3801 ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 3 (Teaching Practicum 3) 3.1 ศึกษาเนื้อหาให้แม่นย าก่อนการจัดการเรียนรู้ 3.2 รูปแบบกิจกรรมมีความหน้าสนใจ สร้างแรงจูงใจแก่ผู้เรียน 4. EDUC4801 ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา (Teaching Internship) 4.1 ศึกษาเกร็ดความรู้ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 4.2 สร้างสื่อที่ผู้เรียนร่วมกันออกแบบ 4.3 มีความใส่ใจ และเป็นที่ปรึกษาแก่ผู้เรียน 4.4 มีจิตอาสาในการท ากิจกรรมร่วมกับทางโรงเรียน และจัดโครงการพัฒนาผู้เรียน 4.5 ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน เครือข่ายผู้ปกครอง อธิบายหลักการ/แนวคิด/ทฤษฎี/งานวิจัย ที่ใช้ในการปรับปรุง/พัฒนา แนวคิดเกี่ยวกับทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา ส านักงานพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (2553, หน้า 2) ได้ให้นิยาม ภาวะผู้น าครู (Teacher Leadership) หมายถึง คุณลักษณะและ พฤติกรรมของครูที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ส่วนบุคคล และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้ง ภายในและภายนอกห้องเรียนโดยปราศจากการใช้อิทธิพลของผู้บริหารสถานศึกษา ก่อให้เกิดพลังแห่งการ เรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ วิโรจน์ สารรัตนะ (2555, หน้า 90) ได้ให้ความหมายภาวะผู้น าไว้ว่าเป็นกระบวนการที่ผู้บริหารจะให้มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้อื่นมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุจุดมุ่งหมายขององค์การ Katzenmeyer and Moller (2001, p. 6) กล่าวว่า ภาวะผู้น าครูคือ ครูผู้ที่เป็นผู้น าโดยน าทั้งภายใน ห้องเรียนและภายนอกห้องเรียน เชื่อมโยงกับชุมชนและช่วยเหลือกลุ่มของครูผู้เรียนและผู้น ามีอิทธิพลต่อผู้อื่น ไปสู่การพัฒนาการด าเนินงานทางการศึกษา ซึ่งภาวะผู้น าครูเป็นกระบวนการที่ครูใช้รูปแบบของอิทธิพลระหว่างผู้น าและสมาชิกในกลุ่ม หรือใช้ อิทธิพลต าแหน่งให้สมาชิกในกลุ่มปฏิบัติตามเพื่อน าไปสูการบรรลุ เปูาหมายของกลุ่ม ซึ่งนับว่าเป็นกลไกที่


11 ส าคัญยิ่งตอการพัฒนาการเรียนรูในสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้น พื้นฐานโดยส านักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ด าเนินการประเมินสมรรถนะครูในดานคุณลักษณะ ของบุคคลเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานประกอบด้วย ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) ความสามารถ (Ability) และคุณลักษณะอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติงาน (Other Characteristics) ซึ่งเป็นคุณลักษณะ เชิงพฤติกรรมที่ท าให้บุคลากรในองค์การหรือหน่วยงานปฏิบัติงานได้ผลงานที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ จาก ความส าคัญของครูดังกล่าวข้างต้น ครูจึงเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้การปรับกระบวนทัศน์ ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้ให้สอดคลองกับวิสัยทัศน์และเปูาหมายของโรงเรียน ซึ่งหมายถึงจะต้อง ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนจากการบอก ความรู้ การจ าความรู้สู่การเป็น วัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่โดยมีผู้ให้ความส าคัญของภาวะผู้น าครู ไว้ดังนี้ ประภาดา คนคล่อง (2560, หน้า 72) ได้สรุปความส าคัญของภาวะผู้น าครูว่ามีความส าคัญจ าเป็น อย่างยิ่งในการปฏิบัติงาน ครูทุกคนต้องพัฒนาตนเองให้ มีความเป็นผู้น าและมีภาวะผู้น าทั้งในการปฏิบัติงาน ในหน้าที่และที่ส าคัญต้องพัฒนาตนเองให้พร้อมเท่าทันการเปลี่ยนแปลง อันจะส่งผลให้ครูจัดการเรียนรู้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถพัฒนาวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับเป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณภาพ สิริกร ไชยราช (2562, หน้า 89) ความส าคัญของภาวะผู้น า คือ พฤติกรรมหรือกระบวนการของความ เป็นผู้น าที่มีความส าคัญต่อการขับเคลื่อนองค์การไปสู่ความส าเร็จ ภายใต้กฎพื้นฐานของการเป็นผู้น าที่มี ประสิทธิภาพประกอบด้วย 1) การสร้างแรงจูงใจกระตุ้นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้คิดและแสดงออกในการ ปฏิบัติงานหรือด าเนินกิจกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์การเป็นส าคัญ 2) การบริหารองค์การให้ความส าคัญ ต่อการตัดสินใจต่อสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกขององค์การซึ่งการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมและ ถูกเวลาจะท าให้องค์การขับเคลื่อนไปสู่ความส าเร็จ 3) การโน้มน้าวบุคลากรหรือกลุ่มในองค์การให้ท างาน ร่วมกันเพื่อบรรลุเปูาหมายขององค์การ 4) ทักษะทางด้านมนุษยสัมพันธ์ มีความส าคัญต่อการพัฒนาความเป็น ผู้น าองค์การและ5) ทักษะความเป็นผู้น าสามารถ ช่วยองค์การต่อการบรรลุเปูาหมายและน าองค์การไปสู่ ความส าเร็จได้ จากแนวคิดทฤษฎีชี้ให้เห็นถึงความส าคัญของภาวะผู้น าครูในการพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพใน ระบบการศึกษาที่มีผลต่อผู้เรียนและองค์การทั้งหมด ดังนั้นทักษะภาวะผู้น าของครูมีบทบาทส าคัญในการเป็น แรงผลักดันสู่การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระบบการศึกษา เสนอขั้นตอนการปรับปรุง/พัฒนา ในการจัดท าครุนิพนธ์นักศึกษาใช้วิธีการปรับปรุง/พัฒนาตนเองจากการท ากิจกรรมนอกห้องเรียน มี ขั้นตอนในการสะท้อนกลับหลังการปฏิบัติงานและเลือกการปรับปรุง/พัฒนาตนเอง ดังนี้ เข้าร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาทักษะภาวะผู้น า 1. ประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การ พัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) 2. กิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น านักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ด้วยระบบ ZOOM) 3. กิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปีการศึกษา 2565 4. เข้าร่วม โครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชด าริของส านักงาน กปร. (Rdpb Campรุ่นที่12) 5. จัดท าโครงการ การจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชนบ้าน ท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร


12 นักศึกษาใช้วิธีการปรับปรุง/พัฒนาตนเองจากการท ากิจกรรมในห้องเรียนมีขั้นตอนในการสะท้อนกลับ หลังการปฏิบัติงานและเลือกการปรับปรุง/พัฒนาตนเองผ่านกิจกรรมการสะท้อนกลับหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) เป็น กิจกรรมสะท้อนคิดคุณลักษณะความเป็นครูหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติ วิชาชีพระหว่างเรียน 1-3 ชั้นปีที่ 1 - 3 ภาคเรียนที่ 2 และการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ชั้นปีที่ 4 ภาค เรียนที่ 2 ของนักศึกษาหลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต 4 ปี ทุกสาขาวิชา จากนั้นจึงได้ปรับปรุงบทบาทครูและ สถานศึกษา โดยการจัดท าโครงการพัฒนาผู้เรียน สรุปผลการปรับปรุง/พัฒนาในรายงานครุนิพนธ์ จากการที่อบรมจากการประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) กิจกรรม อบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น านักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) กิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปีการศึกษา 2565 และลงมือ ปฏิบัติในการเข้าร่วม โครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชด าริของส านักงาน กปร. (Rdpb Camp รุ่นที่ 12) จนลองจัดท าโครงการ การจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชนบ้าน ท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร มาทดลองผนวกกับกิจกรรมสะท้อนคิดคุณลักษณะความ เป็นครูหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1-3 ชั้นปีที่ 1 - 3 และการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ชั้นปีที่ 4 ของนักศึกษาหลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต 4 ปี จะได้ประเด็น ดังนี้ 1. การน าทีม (Team Leadership) 2. การบริหารและวางแผน (Management and Planning) 3. การสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหา (Creativity and Problem Solving) 4. การสื่อสาร (Communication) 5. ความรับผิดชอบ (Responsibility)


13 บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ ได้ศึกษาแนวคิดหลักการในการพัฒนาตนเองและได้น าเสนอ ตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. สรุปคุณลักษณะความเป็นครูที่ตั้งวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุง/พัฒนา 2. สรุปหลักการ/แนวคิด/ทฤษฎี/หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะความเป็นครูที่น ามาใช้ ปรับปรุง/พัฒนา 3. แนวคิดเกี่ยวกับทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา 4. แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับกระบวนการและองค์ประกอบของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ 5. ทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านการท าโครงการ (Project-Based Learning) 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สรุปคุณลักษณะความเป็นครูที่ตั้งวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุง/พัฒนา 1. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยของการพัฒนาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา 2. เพื่อสร้างโครงการพัฒนาผู้เรียน เรื่อง ภาวะผู้น า สรุปหลักการ/แนวคิด/ทฤษฎี/หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะความเป็นครูที่น ามาใช้ปรับปรุง/ พัฒนา ส านักงานพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2553, หน้า 8) ได้ให้ความหมายของภาวะ ผู้น าครูว่า หมายถึง คุณลักษณะและพฤติกรรมของครูที่แสดง ถึงความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ส่วนบุคคลและการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน โดยปราศจากการใช้อิทธิพลของผู้บริหาร สถานศึกษา ก่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ แนวคิดเกี่ยวกับทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา ปิยณัฐ วงศ์เครือศร (2562, หน้า 52) กล่าวว่าภาวะผู้น าครู หมายถึง คุณลักษณะและพฤติกรรมที่ แสดงออกถึงความเป็นผู้น าของครูที่มีส่วนสัมพันธ์เกี่ยวข้อง กันกับความสามารถในการสื่อสาร รับผิดชอบ หน้าที่ การตระหนักถึงความส าคัญและ จุดมุ่งหมายของงานเพื่อที่จะน านักเรียนและโรงเรียนไปสู่การพัฒนาที่ดี ขึ้น รวมถึงครูยังต้องเป็นผู้ที่มีความเป็นผู้น าและมีบทบาทในการบริหารงานต่าง ๆ ภายในโรงเรียนด้วย Silrs, H. and Mulford, B. (2002, p. 2) เสนอว่า ผู้น าครูเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการ เรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงและการเรียนการสอนในโรงเรียนยันดับแรกแต่หลักการที่ส าคัญจะมุ่งเน้นปรับปรุงการ เรียนรู้และเป็นรูปแบบของการเป็นผู้น าที่เน้นหลักความร่วมมือระดับมืออาชีพการพัฒนาและการเจริญเติบโต ภาวะผู้น าครูไม่ได้มีบทบาทอย่างเป็นทางการ ความรับผิดชอบหรือภาระงานประจ าแต่จะรวมถึงรูปแบบของ หน่วยงาน ที่ครูได้รับการเสริมอ านาจที่จะน าไปสู่การพัฒนางานที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับคุณภาพของการ เรียนการสอนผู้น าครูนั้นมีทั้งในและนอกห้องเรียน และน าไปสู่ชุมชนของครูและ อิทธิพลอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการ ปรับปรุงการศึกษา Danielson (2006, อ้างถึงใน ศรีอุษา กมลธรรมรักษ์, 2557, หน้า 72)ได้เสนอว่า ภาวะผู้น าครู คือ การแสดงบทบาทบางสิ่งบางอย่างตามคุณลักษณะต่อไปนี้คือ 1) เตรียมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในห้องเรียน 2) ช่วยเหลือและสนับสนุนครูคนอื่น ๆ 3) มีเสน่ห์ในการท างานร่วมกับคนอื่น ๆ และ 4) ซาบซึ้งหรือให้ ความส าคัญกับพันธกิจของโรงเรียน Stephe (2012, อ้างถึงใน วิโรจน์ สารรัตนะ, 2557, หน้า 81 - 82) กล่าวถึงภาวะผู้น าของครูว่าเป็น เรื่องเกี่ยวกับการกระท าของครูที่มีผลกระทบต่อวัฒนธรรมการเรียนรู้และการท าหน้าที่เป็นเช่น ตัวการ


14 เปลี่ยนแปลง (change agent) ในห้องเรียนหรือในเขตพื้นที่ ภาวะผู้น าของครูมีความส าคัญต่อความเติบโต และมีวัฒนาการของเขตพื้นที่การศึกษา มีบทบาทส าคัญในการเป็นผู้น าการเรียนการสอนของระบบภาวะผู้น า ของครูไม่ได้หมายถึง อ านาจของครู (leacher power) แต่หมายถึงการแสวงหาอย่างกระตือรือร้น ถึงการ กระท าและความคิดที่ดีทีสุด ด้วยการตั้งค าถามอย่างสึกซึ้งเกี่ยวกับการเรียนรู้การแลกเปลี่ยนแบ่งปันและ ทัศนคติการท างานแบบรวมพลัง Katzenmeyer and Moller (2001, p. 24) ให้ทัศนะเกี่ยวกับพฤติกรรมของภาวะผู้น าครูไว้ว่า ภาวะ ผู้น าครู คือ การที่ครูมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการบริหารจัดการศึกษาในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1) การเลือก หนังสือเรียนและสื่อทางวิชาการ 2) การสร้างและพัฒนาหลักสูตร 3) ก าหนดมาตรฐานในด้านพฤติกรรม นักเรียน 4) การตรวจสอบข้อมูลในการตัดสินใจ 5) การออกแบบและพัฒนาทีมงาน 6) การก าหนดนโยบาย และแผนงานโรงเรียน 7) การตัดสินใจด้านงบประมาณของโรงเรียน 8) การประเมินผลการปฏิบัติงานของครู 9) การเลือกสรรครูใหม่ 10) การเลือกสรรผู้บริหารใหม่ York-Barr and Duke (2004, p. 260) ได้สังเคราะห์การวิจัยเกี่ยวกับภาวะผู้น าครูที่พบในงานวิจัย ไว้ ดังนี้ 1) ภาวะผู้น าครูในแง่ผู้น าการเปลี่ยนแปลง คือ ครูที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอน ใช้ บทบาทของผู้น าเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ท่ามกลางครู และครูผู้น าเพื่อให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาการ เรียนการสอนในชั้นเรียนโดยมุ่งเน้นความส าเร็จในการเรียนรู้ของผู้เรียน 2) ภาวะผู้น าของครูในแง่ของการใช้ พฤติกรรมผู้น า คือ การที่ครูผู้น าใช้พฤติกรรมครูผู้น าทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ 4 ลักษณะ ได้แก่ ภาวะผู้น าแบบมีส่วนร่วมภาวะผู้น าแบบมุ่งคุณภาพขององค์กร ภาวะผู้น าตามภารกิจที่ปฏิบัติและภาวะผู้น า แบบใช้บทบาทคู่ขนานและเห็นว่าการพัฒนาครูให้เป็นครูผู้น าและใช้ภาวะผู้น าเพื่อการปรับปรุงคุณภาพการ เรียนการสอนจะก่อประโยชน์ให้แก่สถานศึกษา สรุปได้ว่าภาวะผู้น าครูมีความส าคัญส าคัญในการส่งเสริมการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพในระบบ การศึกษา และมีบทบาทส าคัญในการเป็นแรงบันดาลใจและน าทางการเรียนการสอนของครูและระบบ การศึกษา เป็นผู้เปลี่ยนแปลงสังคมอย่างมาก พัฒนาหลักสูตร เป็นต้นแบบพฤติกรรม ส่งเสริมศักยภาพของต้น ในบทบาทของผู้สอนในชั้นเรียน จัดหากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะผู้น าไปในตนเอง รวมทั้งดูแลจัดการ บริหารสถานศึกษาให้เป็นระบบ จากการอบรมเพิ่มทักษะภาวะผู้น าในแต่ละค่าย จนเกิดเป็นทักษะ 5 ประการ ที่คุณครูควรจะต้องมีในสถานศึกษา แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับกระบวนการและองค์ประกอบของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ แนวคิดของ Dewey (2005: 34) กล่าวถึงรูปแบบการเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าเป็นกระบวนการที่ เกี่ยวข้องกับการจาระไนเหตุผลและการบูรณาการระหว่างประสบการณ์กับความคิดรวบยอด การสังเกตและ การปฏิบัติ ส่งผลให้เกิดความคิดและความคิดนั้นก่อให้เกิดแรงกระตุ้นในการเรียนรู้ต่อไป โดยที่ Dewey เชื่อว่า การเรียนรู้จะเกิดจากการปฏิบัติจริง การเรียนรู้จากประสบการณ์เกิดขึ้น เมื่อได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมใด กิจกรรมหนึ่งแล้วสามารถมองย้อนกลับไปเพื่อประเมินผลและตัดสินว่าอะไรที่มีประโยชน์หรือมีความส าคัญ กระบวนการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Dewey ประกอบด้วยกระบวนการที่เป็นวงจรหมุนวนเป็นวงจรลูกโซ่ไป อย่าต่อเนื่อง 3 ขั้นตอน คือร่วมปฏิบัติจริง (Impulse) ซึ่งเป็นขั้นที่ท าให้ผู้เรียนเกิดแนวคิดหรือแรงบันดาลใจ ขั้นใคร่ครวญไตร่ตรอง (Observation) ที่ส่งผลให้เกิดการสรุปเป็นความรู้ (Knowledge) และขั้นวินิจฉัยเพื่อ น าไปประยุกต์ใช้ (Judgment) เป็นขั้นที่น าขั้นการสังเกตหรือความรู้ที่สรุปได้มาใช้วินิจฉัยสถานการณ์ใหม่ แนวคิดของ Lewin (2005: 32) ได้ใช้มุมมองของ Dewey มาพัฒนารูปแบบการเข้าถึงการเรียนรู้ Lewin มีความคิดคล้ายกับ Deweyคือ มีความเชื่อว่าประสบการณ์จะน าไปสู่การเรียนรู้ที่มากขึ้น เราจะเข้าใจ


15 ความหมายของประสบการณ์นั้น และสามารถน าไปใช้พัฒนาตนเองหรือกลุ่ม Lewin มีมุมมองเกี่ยวกับรูปแบบ การเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ส าคัญ 2 ประการ ได้แก่ ประการแรก คือ การเรียนรู้เป็นเป็นรูปธรรมของการน า ประสบการณ์ที่เป็นนามธรรมมาใช้ในสถานการณ์เฉพาะหน้า ประสบการณ์ของบุคคลนับเป็นจุดเน้นของการ เรียนรู้อย่างมีความหมาย เพื่อน าไปสู่การความคิดรวบยอดที่เป็นนามธรรม ในขณะที่ส่วนที่เป็นรูปธรรมคือ การแบ่งปันรูปธรรมเชิงประจักษ์เพื่อการทดสอบความหมายหมาย และความถูกต้องของความคิดสร้างสรรค์ที่ เกิดขึ้นในกระบกวนการเรียนรู้ ประการที่สอง คือ การเรียนรู้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการและการทดลองการ ฝึกอบรมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกระบวนการสะท้อนกลับ Lewin เน้นถึงความส าคัญของการกระตือรือร้น มี ส่วนร่วมเพื่อเรียนรู้ทักษะและทัศนคติใหม่ ๆ ซึ่งจะท าให้รูปแบบพฤติกรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การ เรียนรู้จะสัมฤทธิ์ผลมากที่สุดในกลุ่มที่มีปฏิสัมพันธ์กัน และสะท้อนออกมาเป็นประสบการณ์ร่วมกัน กระบวนการเรียนรู้ของ Lewin ประกอบด้วยวงจร 4 ขั้นตอน คือ ขั้นประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม (Concrete Experience) ขั้นการสังเกตและสะท้อนผลการสังเกต (Observation) ขั้นการก่อตัวของแนวคิดเชิงนามธรม และหลักการทั่วไป (Forming abstract) และขั้นการทดสอบความหมายของแนวคิดในสถานการณ์ใหม่ๆ (Testing in new situation) แนวคิดของ Kolb (2005: 21) ได้นาเสนอกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าประกอบ ด้วย ขั้นตอนดังต่อไปนี้ คือ 1) ขั้นสร้างประสบการณ์ (Concrete Experience) เป็นขั้นที่คนได้รับประสบการณ์ที่ เป็นรูปธรรม 2) ขั้นสังเกตปฏิกิริยาตอบสนอง (Reflective Observation) เป็นขั้นการเรียนรู้ที่ท าให้สามารถ มองเห็นความแตกต่าง มุมมองอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับสภาพการณ์ขณะนั้น แล้วสะท้อนแนวคิดออกมาด้วย มุมมองที่หลากหลาย 3) ขั้นสร้างมโนทัศน์เชิงนามธรรม (Abstract Conceptualization) เป็นขั้นที่สรุป ความรู้จากการสังเกตและการสะท้อนความคิด บูรณาการสิ่งต่าง ๆ ที่รับรู้เข้าเป็นทฤษฎีอย่างเป็นเหตุเป็นผล และ 4) ขั้นทดลอง (Active Experimentation) เป็นขั้นที่น าหลักการที่สรุปได้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ ใหม่ คุณลักษณะของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ตามแนวความคิดของ Kolb (2005: 25-38) มีหลักการต่าง ๆ ดังนี้ 1) เป็นกระบวนการไม่ใช่ผลลัพธ์ 2) เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องที่มีรากฐานจากประสบการณ์ 3) เป็น กระบวนแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกันของการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ 4) เป็นกระบวนการ โดยรวมของการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ 5) การเรียนรู้เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนกันระหว่างบุคคลและ สิ่งแวดล้อม และ 6) เป็นกระบวนการของการสร้างความรู้ สรุปได้ว่าการจะเกิดทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษานั้น จะต้องอาศัยประสบการณ์ทั้งชีวิตที่ได้ จากการปฏิบัติ ทั้งในการด ารงชีวิตประจ าวัน และการท างานในสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอน การจัด กิจกรรมในสถานศึกษา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ร่วมองค์กรหรือสังคมภายนอก การแก้ไขปัญหา การ สร้างสรรค์วัตรกรรม การอบรมเพิ่มความรู้ในทักษะนั้นๆ และเมื่อได้ลงมือแล้วก็น าความรู้ ประสบการณ์ที่เคย ปฏิบัติมาถอดบทเรียนควบคู่กับทฤษฎี ได้เป็นทักษะ 5 ประการ และสังเคราะห์ออกมาใช้กับสถานการณ์ใหม่ๆ สร้างเป็นโครงการส่งเสริมทักษะภาวะผู้เรียน ทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านการท าโครงงาน (Project-Based Learning) การเรียนรู้แบบโครงงานนั้น มีแนวคิดสอดคล้องกับ John Dewey เรื่อง “learning by doing” ซึ่ง ได้กล่าวว่า “Education is a process of living and not a preparation for future living.” (Dewey John, 1897: 79 cite in Douladeli Efstratia, 2014) ซึ่งเป็นการเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้รับ ประสบการณ์ชีวิตขณะที่เรียน เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับหลักพัฒนาการคิดของ Bloom ทั้ง 6 ขั้น คือ ความรู้ความจ า (Remembering) ความเข้าใจ (understanding) การประยุกต์ใช้ (Applying) การวิเคราะห์ (Analyzing) การประเมินค่า (Evaluating) และ การคิดสร้างสรรค์ (Creating) ซึ่ง


16 การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน นั้นจึงเป็นเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ถือได้ว่าเป็น การจัดการเรียนรู้ที่ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ เนื่องจากผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะต่างๆด้วยตนเองทุกขั้นตอน โดยมีครูเป็นผู้ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงการหรือโครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning) เป็นแนวทาง เลือกหนึ่งที่นักการศึกษาหลายท่านยอมรับว่าจ าเป็นอย่างยิ่งที่ ครูผู้สอนทุกระดับการศึกษาทั้งระดับ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ควรน าไปใช้เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความสามารถ ของผู้เรียน โดยการค้นหาความรู้ด้วยตนเองด้วยการท าโครงการ (ลัดดา ศิลาน้อย และอังคณา ตุงคะสมิต, 2553) โดยการเรียนการสอนแบบโครงงานเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้ด้วยตนเองตามแนวคิดการเรียนที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความคิด โดย เริ่มต้นที่ปัญหา และใช้กระบวนการท าโครงงานมาสร้างความรู้หรือแก้ปัญหานั้น โดยได้ผลงานที่ผ่านการ ท างาน เรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เรียน โดยมีขั้นตอนโดยเริ่มต้นจากการก าหนดหัวข้อโครงงาน การวางแผนท า โครงงานการศึกษาค้นคว้าข้อมูล การลงมือปฏิบัติท าโครงงาน สรุปผลงานและน าเสนอโครงงาน (สุวัฒน์ นิยม ไทย, 2554) ลัดดา ภู่เกียรติ (2544) กล่าวว่า กิจกรรมโครงงานเป็นกิจกรรมที่นักการศึกษาหลายคนยอมรับว่าเป็น สิ่งจ าเป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนในทุกระดับการศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและคณาจารย์ใน ระดับอุดมศึกษา ควรจะต้องน าไปใช้เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความสามารถของนักเรียน ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือแม้แต่นิสิตนักศึกษาในการค้นหาความรู้ด้วยตนเองโดยการท าโครงงาน เพราะ กิจกรรมโครงงานเป็นกิจกรรมที่ตอบสนองต่อกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญได้เป็นอย่างดี สามารถประยุกต์กับการเรียนการสอนทุกสาระการเรียนรู้ โครงงานเป็นกิจกรรมที่สามารถพัฒนาเด็กยุคใหม่ที่ อยู่ในสังคมแหล่งข่าวสารข้อมูลที่หลากหลาย และมากมายซึ่งต้องมีความสามารถในการเลือกสรรให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับระดับและวัยของผู้เรียนเอง รวมถึงความสามารถที่จะน าความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับ ชีวิตจริงได้เป็นอย่างดี สามารถปฏิรูปเด็กยุคใหม่ในสังคมไทยให้รู้จักสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่าง ต่อเนื่องและยั่งยืนที่เรียกว่าการศึกษาตลอดชีวิต ลัดดา ภู่เกียรติ (2544) กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมโครงงานตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อ และหลักการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ คือเชื่อมั่นในศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนภายใต้หลักการจัดการ เรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นส าคัญและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในท้องถิ่น กล่าวคือ 1. ผู้เรียนได้เลือกเรื่อง/ประเด็น/ปัญหาที่ต้องการศึกษาเอง 2. ผู้เรียนเลือกและหาวิธีการตลอดจนแหล่งข้อมูลที่หลากหลายด้วยตนเอง 3. ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ (เรียนรู้) ด้วยตนเอง 4. ผู้เรียนได้บูรณาการทักษะ/ประสบการณ์/ความรู้/สิ่งแวดล้อมรอบตัวตามสภาพจริง 5. ผู้เรียนได้เป็นผู้สรุป (สร้างองค์ความรู้) ด้วยตนเอง 6. ผู้เรียนผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น 7. ผู้เรียนได้น าความรู้ไปใช้จริง ลัดดา (2552 : 28) กล่าวว่า ในการท าโครงงานผู้สอนจะต้องเป็นพี่เลี้ยงให้ค าแนะน าช่วยเหลือและฝึกทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นการปูพื้นฐานก่อนประกอบไปด้วยขั้นตอน 7 ขั้นดังนี้ ขั้นที่ 1 การหาหัวข้อและการเลือกหัวเรื่องที่จะท าโครงงาน หัวข้อเรื่องต้องเป็นหัวข้อที่ผู้เรียนสนใจ จริงๆ ในระยะแรกจึงไม่ควรก าหนดเป็นรายวิชาแต่เป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่ผู้เรียนสนใจอยากค้นคว้าหาค าตอบ


17 ผู้สอนจะต้องพิจารณาข้อมูลต่างๆ ประกอบเสียก่อนว่ามีข้อมูล ตลอดจนแหล่งเรียนรู้เพียงพอหรือไม่ในการทา โครงงานนั้น ขั้นที่ 2 การวางแผนในการท าโครงงาน ผู้เรียนต้องคิดวางแผนล่วงหน้าว่าจะท าอย่างไรช่วงเวลาใด จากการเขียนเค้าโครงการท าโครงงานเสนอผู้สอน โดยทั่วไปจะเป็นการตอบค าถามว่าจะท าอะไร ท าไมต้องท า ใครบ้างเป็นผู้กระท า กระท าเมื่อใด ท าที่ไหน และจะท าอย่างไร ดังนั้นรายละเอียดในเค้าโครงการท าโครงงาน จะเป็นเค้าโครงของสิ่งที่คาดหวังว่าจะต้องปฏิบัติ ก าหนดวิธีท างาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และรายละเอียด ในการท างานที่จะช่วยให้การปฏิบัติลุล่วงไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นที่ 3 การลงมือท าโครงงาน เป็นการปฏิบัติการตามแผนที่วางไว้ที่ได้รับการเห็นชอบจากผู้สอน ขั้นที่ 4 การบันทึกผลการปฏิบัติงาน เมื่อได้ข้อมูลจากการบันทึกแล้วผู้เรียนจะต้องแปลผลและสรุปผล การทดลองพร้อมทั้งอภิปรายผลของการศึกษาค้นคว้า หากไม่ตรงตามสมมติฐานที่ตั้งไว้จะต้องบอกข้อบกพร่อง ที่เกิดขึ้นได้ ขั้นที่ 5 การเขียนรายงาน เป็นการเสนอผลจากการศึกษาค้นคว้าในรูปแบบของรายงานเพื่อให้ผู้อื่นได้ ทราบและเข้าใจถึงแนวคิด วิธีการศึกษาค้นคว้าและสิ่งที่ท าการศึกษาว่ามีผลเป็นอย่างไรด้วยการใช้ภาษาที่อ่าน เข้าใจง่าย ชัดเจน สั้น ตรงไปตรงมา และครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน ขั้นที่ 6 การน าเสนอโครงงาน หลังจากที่ได้ศึกษาและหาวิธีการในการแก้ปัญหาได้ผลออกมาแล้ว จะต้องนาความรู้ที่ได้มาเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับทราบในรูปของรายงานหรือเอกสาร หรือรายงานปากเปล่าด้วย สื่อเพาว์เวอร์พอยต์ (Power Point) หรือ นิทรรศการเป็นต้น ขั้นที่ 7 การประเมินผลโครงงาน ควรประเมินให้ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการเตรียมการด าเนินงาน ด้านการด าเนินงาน และด้านผลของโครงการ สรุปได้ว่าการจะจัดโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้น าในสถานศึกษาต่อผู้เรียน จะต้องค านึงถึงปัญหา ของผู้เรียนที่ขาดทักษะนี้ จนน าไปสู่การจัดโครงการ ที่จะต้องสะท้อน แนวคิด และมุมมองของผู้เรียนในการ แก้ปัญหาสังคม ด้วยวิธีที่หลากหลาย วิเคราะห์ และสังเคราะห์ออกมาเป็นความคิดของตน น าไปใช้ในการ ด ารงชีวิตต่อไป งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จรุณี แสงหวัง และ ธีร หฤทัยธนาสันติ์ (2563) ภาวะผู้น าครูเป็นแนวคิดที่หลายประเทศในแถบ ตะวันตกให้ความส าคัญ โดยมีการศึกษาและพัฒนาแนวคิดนี้มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานส่วนแนวคิดภาวะ ผู้น าครูในประเทศไทยนั้นเป็นแนวคิดใหม่ที่ยังไม่แพร่หลายในบริบทการศึกษาไทย แต่อย่างไรก็ตาม ภาวะผู้น า ครูเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษา เพราะการปฏิรูปที่ยั่งยืนและเห็นผลจริงคือการปฏิรูปครู บทความวิชาการฉบับนี้เป็นการน าเสนอให้เห็นถึงความเป็นมาของแนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้น าครู และ องค์ประกอบของภาวะผู้น าครู เพื่อให้เห็นถึงการพัฒนาแนวคิดจากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีการน าเสนอรูปแบบ ภาวะผู้น าครูไทยที่ปรับแนวคิดตะวันตกให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาไทย รวมไปถึงข้อเสนอแนะในการ พัฒนาครูไทยให้มีภาวะผู้น าอันจะน าไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สูงขึ้น เชษฐศักดิ์ ค ามะวาปีและปรีชา คัมภีรปกรณ์ และสายันต์ บุญใบ (2563) การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่ง หมาย เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบภาวะผู้น าของคณะกรรมการสภานักเรียน 2) สร้างและพัฒนาโปรแกรม เสริมสร้างภาวะผู้น าของคณะกรรมการสภานักเรียน 3) ตรวจสอบและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรม เสริมสร้างภาวะผู้น าของคณะกรรมการสภานักเรียน ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1) ศึกษาองค์ประกอบภาวะผู้น าของคณะกรรมการสภานักเรียน 2)สร้างและพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้น า ของคณะกรรมการสภานักเรียน 3)ตรวจสอบและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมโดยการทดลองใช้ ตัวอย่าง


18 ในการทดลองใช้โปรแกรม ประกอบด้วย คณะกรรมการสภานักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 และ 23 ประจ าปีการศึกษา 2563 จ านวน 24 คน เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย คือ แบบประเมินความรู้ และทักษะภาวะผู้น าก่อน และหลังการเข้าร่วมโปรแกรม และแบบประเมิน ความพึงพอใจโปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าทดสอบ ทีผลการวิจัยพบว่า1)องค์ประกอบภาวะผู้น าคณะกรรมการสภานักเรียนมี 4 องค์ประกอบ คือ (1) มนุษย สัมพันธ์ (2) ความรับผิดชอบ (3) การตัดสินใจ และ (4) การสร้างทีมงาน 2)โปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้น าของ คณะกรรมการสภานักเรียนมี 6 องค์ประกอบ คือ (1) หลักการและเหตุผล (2) วัตถุประสงค์ (3) รูปแบบวิธีการ เสริมสร้างภาวะผู้น า (4) เนื้อหาสาระ (5) กิจกรรมการพัฒนา และ (6) การวัดและประเมินผล 3)ผลการ ประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมโดยการทดลองใช้ พบว่า (1) ความรู้ และ ทักษะภาวะผู้น าของ คณะกรรมการสภานักเรียนหลังการเข้าร่วมโปรแกรม สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ .01 และ (2) ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโปรแกรม และผู้สังเกตการณ์อยู่ในระดับมากที่สุด ฐาปกรณ์ อ่วมสถิตย์ (2564) มนุษย์ในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากสังคมที่ซับซ้อน มีเรื่องราวที่ หลากหลายเกิดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว อาจท าให้สติปัญญา จิตวิญาณ และพฤติกรรมมีปัญหาหรือ ขาดประสิทธิภาพ ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นซึ่งจ าเป็นต้องพัฒนาทักษะทางสังคมหรือที่เรียกว่า ซอฟต์สกิล (Soft Skill) ผู้เขียนจึงน าเสนอการพัฒนาทักษะซอฟต์สกิล (Soft Skills) ด้วยการด าเนินโครงการจิตอาสาตาม แนวทางจิตตปัญญาศึกษาอันเป็นกระบวนการที่มีลักษณะคล้ายกงล้อ โดยมี 3 ชั้น ชั้นที่ 1 แกนกลาง คือ กิจกรรมที่เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนา ชั้นที่ 2 กงล้อชั้นใน คือการตระหนักรู้ตัวตนท าให้เกิด ความเปลี่ยนแปลงภายใน และชั้นที่ 3 กงล้อชั้นนอกคือการเปลี่ยนแปลงภายนอกเพื่อการท างานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงอันมีคุณค่าต่อสังคมผ่านความเข้าใจในตนเองจนเกิดความเปลี่ยนแปลง ภายในและน าไปสู่การเข้าใจผู้อื่นจนเกิดการพัฒนาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายนอกและสามารถท างานร่วมกัน กับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข สุพิศ ศรีบัวและจุฬาพรรณภรณ์ ธนะแพทย์ (2564) ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารการเปลี่ยนแปลงองค์การ มีประสิทธิผลตามเปูาหมายขององค์การซึ่งมีเทคนิคส าคัญในการเปลี่ยนแปลงองค์การ ได้แก่ 1)การจัดการ เชิงกลยุทธ์ (Strategic Vision Management) 2)การจัดการระบบงาน (Process Reengineering) 3)การ ค านวณต้นทุนฐานกิจกรรม (Activity-Based Costing) 4)การบริหารวงรอบของระยะเวลา (Cycle-Time Management) 5)การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Management) 6)การ บริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์การ (Total Quality Management) และ 7)การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) อีกทั้ง ภาวะผู้น าจะต้องไปสู่การสร้างสัมพันธภาพในองค์กรรัฐมากยิ่งขึ้นเพราะ การมุ่งผลสัมฤทธิ์มากเกินจะท าให้เกิดภาวะความเครียดแก่บุคลากรจะท าให้การการปฏิบัติงานด้อยคุณภาพไป ด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับการวางวิสัยทัศน์ของภาวะผู้น าที่ปรับโครงสร้างการบริหารที่เอื้อต่อการสร้างการช่วยเหลือ ผู้กระท าความดี ท าประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่องค์กรรัฐรวมทั้งการเปิดช่องทางส าหรับการช่วยเหลือระหว่างกันได้ เพราะการปฏิบัติงานร่วมกันหากไม่มีช่วยเหลือจะท าให้บุคลากรมีความเห็นแก่ตัว ไม่ก่อให้เกิดความเหนียว แน่นในเชิงของการด าเนินชีวิตที่เป็นจริง การพัฒนาสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพทุกฝุายเป็นกระบวนการ ของผู้บริหารร่วมกัน ใช้การวางแผนจัดองค์การ และด าเนินนโยบายเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรขององค์การ ได้อย่างเหมาะสม เพื่อบรรลุวัตถุตามประสงค์ที่วางไว้ให้ส าเร็จทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะผู้น าของผู้บริหารสถานศึกษา จะน ามาประยุกต์ให้ในการบริหารงานภายในองค์กรของตนเองได้อย่างเหมาะสมหรือไม่อย่างไร จารุวรรณบุญช่วย และ วิรัลพัชร วงษ์วัฒน์เกษม และสุวัฒนพงษ์ ร่มศรี (2565) การศึกษาภาวะผู้น า ของบุคลากรในโรงเรียนสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธรมีวัตถุประสงค์ เพื่อ


19 ศึกษาและเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของบุคลากรต่อภาวะผู้น าของบุคลากรในโรงเรียนสังกัดส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธรจ าแนกตามเพศขนาดโรงเรียน และประสบการณ์ในการท างาน ประชากรเป็นบุคลากรของโรงเรียน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธรปี การศึกษา 2563มีกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 344 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็น แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 สถิติพื้นฐานที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ร้อยละค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานได้แก่ t-test และ F-test ผลการวิจัย 1. ความคิดเห็นของบุคลากรเกี่ยวกับภาวะผู้น าของบุคลากรในโรงเรียนสังกัดส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธรโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ภาวะ ผู้น าของบุคลากร อยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยเรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (CreativitySkill) ทักษะวิสัยทัศน์ (VisionarySkill) ทักษะความร่วมมือ (CollaborationSkill) ตามล าดับ2.ความคิดเห็นของบุคลากรเกี่ยวกับภาวะผู้น าของ บุคลากรในโรงเรียน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร จ าแนกตามเพศโดยรวม และรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จ าแนกตามขนาดโรงเรียนโดยรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกันจ าแนกตามประสบการณ์ในการท างานโดยรวมไม่ต่างกัน พรพรรณี ค าทอนและอนุชา กอนพ่วง (2566) การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์1)เพื่อศึกษาภาวะผู้น า การเปลี่ยนแปลงกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 2)เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงกับทักษะใน ศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 กลุ่ม ตัวอย่างได้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 จ านวน 306 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามชนิดมาตรประมาณค่า 5 ระดับการเก็บรวบรวม ข้อมูลด้วยตนเองการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1)ภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงด้านการสร้างแรง บันดาลใจมีค่าเฉลี่ยสูงสุดรองลงมาคือด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ าสุดคือการ กระตุ้นทางปัญญาทักษะในศตวรรษที่ 21 พบว่าทักษะการท างานเป็นทีมและทักษะการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศเพื่อการสื่อสารมีค่าเฉลี่ยสูงสุดรองลงมาคือทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์และด้าน ที่มีค่าเฉลี่ยต่ าสุดคือทักษะการสื่อสาร2)ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 มีความสัมพันธ์ กันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01


20 บทที่3 วิธีการด าเนินการ สะท้อนกลับหลังการฝึกปฏิบัติงาน การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 ชั้นปีที่ 1 ประเด็นที่สะท้อนกลับมาเป็นเทคนิคในช่วงการจัดการ เรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19 เพราะการมีปฏิสัมพันธ์ในคลาสเรียนออนไลน์น้อย เพราะไม่มีความกล้า แสดงออก และปิดกล้องขณะสอน ท าให้ไม่สามารถสังเกตได้อย่างครบถ้วน โดยผู้สอนต้องพยายามตั้งค าถาม ปลายเปิด หรือใช้ปัญหาใกล้ตัวผู้เรียนมาตั้งเป็นค าถาม ให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ โต้ตอบกับคุณครูผู้สอน พร้อมมี เทคนิคจูงใจ ด้วยการเพิ่มคะแนนหรือให้ท าชิ้นงานที่เป็นการให้ผู้เรียนใช้จินตนาการอย่างเต็มประสิทธิภาพ เรียนรู้มารยาททางสังคม และการวางแผนปฏิบัติงานในองค์กร พร้อมวางกฎเกณฑ์ในการท างานอย่างถูกต้อง รวมไปถึงสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 2 ชั้นปีที่ 2 ประเด็นที่สะท้อนกลับเรื่องการวางแผนออกแบบ เนื้อหาการสอน ฝึกเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ พร้อมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่อและเทคโนโลยี การวัด และประเมินผลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ มีเกณฑ์การให้คะแนนชัดเจน น าไปบูรณาการองค์ความรู้กับวิชา อื่นๆ การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน ร่วมมือกับคุณครูฝุายปกครอง ประชุม แผนการด าเนินการส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องสิทธิ หน้าที่ และการแสดงออก การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 3 ชั้นปีที่ 3 ประเด็นที่สะท้อนกลับคือแก้ปัญหาคือการสรุป ความคิดรวบยอดและการน าเสนอหน้าชั้นเรียน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบเจอในทุกระดับชั้น โครงการพัฒนาผู้เรียน โดยการจัดสรรงบประมาณไปสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนให้เกิดแรงจูงใจแก่ผู้เรียน การร่วมมือกับผู้ปกครองใน การพัฒนาและมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาผู้เรียน จัดท าสังคมมิติสะท้อนความสัมพันธ์ของผู้เรียน การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 ภาคการศึกษา ชั้นปีที่ 4 ประเด็นที่สะท้อนกลับ ขณะท าการ สอน ผู้เรียนไม่สามารถสรุปความคิดรวบยอด และน าเสนอหน้าชั้นเรียนได้ เนื่องจากมีขาดทักษะภาวะผู้น า และการท างานเป็นกลุ่มในคาบเรียน นักเรียนไม่มีแรงจูงในในการเรียน เนื่องจากเนื้อหาวิชาการที่แน่น จนเกินไป สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชนในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนในการร่วม ประชุม ผู้ปกครองพูดคุยในประเด็นต่างๆ จัดท าโครงการวันอาเซียน เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนให้เกิดทักษะ ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาเซียน และประชาคมโลก จากการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 ถึงการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 3 จนถึงการฝึก ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษามีประเด็นที่สะท้อนกลับหลากหลายประเด็น ที่สามารถน ามาพัฒนาปรับปรุงให้ดี ขึ้น น าไปต่อยอดในการประกอบอาชีพและถ่ายทอดให้แก่ผู้เรียนในการจัดท าโครงการพัฒนา


21 คัดเลือกประเด็นปรับปรุง/พัฒนา จากการอบรมพัฒนาภาวะผู้น าของครู ไปจนถึงฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน และปฏิบัติการสอนใน สถานศึกษาและยังน าผลจากการเรียนรู้ในสถานศึกษาไปประเมินสะท้อนกลับ และกิจกรรมการสะท้อนกลับ หลังการปฏิบัติงาน (AfterAction Review : AAR) เป็นกิจกรรมสะท้อนคิดคุณลักษณะความเป็นครูหลังเสร็จ สิ้นการปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1-3 ชั้นปีที่ 1 - 3 ภาคเรียนที่ 2 และการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ชั้นปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 4 ปี ทุกสาขาวิชา เป็นรายบุคคลและร่วม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) สามารถจ าแนกประเด็นได้ ดังนี้ 1. การน าทีม (Team Leadership) 2. การบริหารและวางแผน (Management and Planning) 3. การสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหา (Creativity and Problem Solving) 4. การสื่อสาร (Communication) 5. ความรับผิดชอบ (Responsibility) จากทักษะและประเด็นดังกล่าวในข้างต้นที่ผู้รายงานอยากจะพัฒนาตนเองเนื่องจากหลังจากการ อบรมการพัฒนาภาวะผู้น าของครูและฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษาตลอดระยะเวลา 1 เทอมช่วย เสริมสร้างความสามารถ ภูมิคุ้มกันในตนเองของผู้รายงาน ไม่เพียงแต่ตัวผู้รายงานที่จะได้ทักษะแต่จักต้อง พัฒนาผู้เรียน สถานศึกษา และสังคมประเทศไปพร้อมๆกัน จึงอยากที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีผ่านออกมาใน รูปของโครงการพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีศักยภาพในเรื่องภาวะผู้น า และเกิดความคิดที่จะริเริ่มสร้าง นวัตกรรมเพื่อพัฒนา แก้ไข สังคมในประเทศได้


22 ภาพที่ 3.1 กรอบแนวคิดประเด็นปรับปรุงพัฒนา จากภาพที่ 3.1 แสดงให้เห็นว่าการที่จะพัฒนาทักษะภาวะผู้น าครูในสถานศึกษา ต้องอาศัย กิจกรรมสะท้อนคิดจากการปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1-3 และการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา รวมไป ถึงการอบรมวิชาการเพื่อพัฒนาภาวะผู้น า มาผ่านกระบวนการทางทฤษฏีและแนวคิดต่างๆจนตกผลึกเป็น ทักษะภาวะผู้น าในสถานศึกษา อันจะน าไปสู่การต่อยอดการสร้างโครงการเพื่อพัฒนาผู้เรียนต่อไป 1. ประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” 2. กิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น านักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 3. กิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปีการศึกษา 2565 4. เข้าร่วม โครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชด าริของส านักงาน กปร. (Rdpb Campรุ่นที่12) 5. จัดท าโครงการ การจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของ ทะเลกับวิถีชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวีจังหวัดชุมพรชุมพร ทักษะภาวะผู้น าของครู ในสถานศึกษา 1. แนวคิดเกี่ยวกับทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา 2. แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับกระบวนการและองค์ประกอบของการเรียนรู้เชิง ประสบการณ์ 3. ทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านการท าโครงการ (Project-Based Learning) โครงการพัฒนาผู้เรียน


23 จัดท าแผน/โครงการปรับปรุง/พัฒนา 1. ชื่อโครงการ การพัฒนาทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา 2. หลักการและเหตุผล ภาวะผู้น าครู (Teacher Leadership) หมายถึง คุณลักษณะและพฤติกรรมของครูที่แสดงถึงความ เกี่ยวข้องสัมพันธ์ส่วนบุคคลและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน โดย ปราศจากการใช้อิทธิพลของผู้บริหารสถานศึกษา ก่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้ มีคุณภาพ (ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2553, หน้า 13) บทบาทความเป็นผู้น าและความ รับผิดชอบของครูว่ามีทักษะภาวะผู้น า 6 ประการ คือ มีวิสัยทัศน์ ความมีจริยธรรมและความซื่อสัตย์ ทักษะ ด้านหลักสูตรและการสอน กลยุทธ์การเรียนการสอนที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน มีทักษะการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มประสิทธิภาพของครู (Overholser, 1992, pp. 5 - 6) ภาวะผู้น าในการจัดการเรียนรู้ของครู จะท าให้ครูต้องคิดและสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นในโรงเรียนและใน ชุมชน ครูต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ รวมทั้งมีความสามารถด้านการวิจัย ครูจึงจ าเป็นต้องปรับตัว พัฒนาและ ส่งเสริมความก้าวหน้าของตนเอง (ไพฑูรย์สินลารัตน์, 2549 : 5-6) สอดคล้องกับฐิติมา ไชยมหา (2556 : 32) ที่ชี้ให้เห็นถึงความส าคัญและความจ าเป็นที่ครูจะต้องมีภาวะผู้น าด้านการจัดการเรียนรู้ เพราะครูที่มีภาวะผู้น า ในการจัดการเรียนรู้ จะปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับบทบาทและต าแหน่งหน้าที่การงานของตน และจะต้องมี การพัฒนาตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงครูต้องเป็นผู้บริหารชั้นเรียนด้วยประสบการณ์อันช านาญ ซึ่งจะ ส่งผลให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถพัฒนาวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับ และเป็นครูผู้น าแห่งการเรียนรู้ แนวการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ผู้เรียนทุกคนมี ความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้อง ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้ สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้แก้ปัญหาการเรียน จาก ประสบการณ์จริงผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้โรงเรียนจึง จ าเป็นต้องจัดการเรียนการสอน ด้วยการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก มีการตรวจสอบและประเมินผู้เรียน อย่างเป็นระบบและน าผลมาพัฒนาผู้เรียนและจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อ พัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนในการศึกษาของโรงเรียน ต่อไป 3. วัตถุประสงค์ของแผน/โครงการ 1. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยของการพัฒนาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา 2. เพื่อสร้างโครงการพัฒนาผู้เรียน เรื่อง ภาวะผู้น า


24 4. แนวคิดทฤษฎีที่ใช้ในการพัฒนา ส านักงานพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (2553, หน้า 2) ได้ให้นิยาม ภาวะผู้น าครู (Teacher Leadership) หมายถึง คุณลักษณะและ พฤติกรรมของครูที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ส่วนบุคคล และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้ง ภายในและภายนอกห้องเรียนโดยปราศจากการใช้อิทธิพลของผู้บริหารสถานศึกษา ก่อให้เกิดพลังแห่งการ เรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ วิโรจน์ สารรัตนะ (2555, หน้า 90) ได้ให้ความหมายภาวะผู้น าไว้ว่าเป็นกระบวนการที่ ผู้บริหารจะให้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้อื่นมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุจุดมุ่งหมายขององค์การ Katzenmeyer and Moller (2001, p. 6) กล่าวว่า ภาวะผู้น าครูคือ ครูผู้ที่เป็นผู้น าโดยน า ทั้งภายในห้องเรียนและภายนอกห้องเรียน เชื่อมโยงกับชุมชนและช่วยเหลือกลุ่มของครูผู้เรียนและผู้น ามี อิทธิพลต่อผู้อื่นไปสู่การพัฒนาการด าเนินงานทางการศึกษา 5. แผนกิจกรรม เสนอแนวกิจกรรมให้มีรายละเอียดการด าเนินกิจกรรมปรับปรุงพัฒนาตนเอง ดังนี้ ตารางที่3.1 แผนกิจกรรมการปรับปรุง/พัฒนาตนเอง ล าดับ กิจกรรม กิจกรรม อุปกรณ์ ระยะเวลา ผลการด าเนิน กิจกรรม 1 1. ประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนา บัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนา นักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิต ใหม่” - โทรศัพท์ และ คอมพิวเตอร์ - ZOOM 1 วัน (25 สิงหาคม 2564) ทักษะด้านการปรับตัว ในโลกยุคปัจจุบันและ ความคิดสร้างสรรค์ 2 กิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น า นักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 - โทรศัพท์ และ คอมพิวเตอร์ - ZOOM 1 วัน (27 ตุลาคม 2564) 5 ทักษะของภาวะ ผู้น า 3 กิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกร สังคม” ประจ าปีการศึกษา 2565 - โทรศัพท์ และ คอมพิวเตอร์ - ZOOM 1 วัน (12 มกราคม 2565) การพัฒนาและ ปรับปรุงสภาพความ เป็นอยู่ของมนุษย์ที่มี ผลกระทบต่อสังคม และชุมชน 4 โครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสาน พระราชด าริของส านักงาน กปร. (Rdpb Campรุ่นที่12) - สมุดบันทึก - โทรศัพท์ และ คอมพิวเตอร์ 1 สัปดาห์ (4-10 เมษายน 2565) 5 ทักษะของภาวะ ผู้น าและศาสตร์ พระราชา 5 โครงการ การจัดท าสื่อ ประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชน บ้านท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร - โทรศัพท์ และ คอมพิวเตอร์ - Microsoft Word - แอพตัดต่อ 1 สัปดาห์ (25-31 กรกฎาคม 2565) เทคนิคการจัดท าสื่อ และความสัมพันธ์ ชุมชน


25 ด าเนินการปรับปรุง/พัฒนา ตารางที่3.2 ระยะเวลาด าเนินการปรับปรุง/พัฒนา ล าดับ รายการกิจกรรม ระยะเวลาด าเนินการปรับปรุง/พัฒนา สิงหาคม – ตุลาคม 2564 มกราคม – กรกฎาคม 2565 มกราคม 2567 กุมภาพันธ์ 2567 มีนาคม 2567 1 ประชุมวิชาการและ อบรมวิชาการทักษะ ภาวะผู้น า 2 เข้าร่วมโครงการ ทักษะภาวะผู้น า 3 ตั้งประเด็นปัญหา/การ พัฒนาทักษะภาวะ ผู้น าของครู 4 สังเคราะห์ประเด็น ปัญหา/การพัฒนา ทักษะภาวะผู้น าของ ครู 5 น าเสนอผลงาน การวัดผลและประเมินผลการปรับปรุง/พัฒนา การปรับปรุงตนเองในด้านการพัฒนาทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา โดยใช้เวลา 1 เทอม สามารถวัดประเมิลผลจากการอบรมวิชาการและการเข้าร่วมโครงการต่างๆ โดยมีการออกประกาศนียบัตร รับรอง เพื่อน ามาพัฒนาตนเอง เพื่อมาวิเคราะห์ประเด็นทั้ง 5 ทักษะของภาวะผู้น าที่ควรจะมี มาสังเคราะห์ และอธิบายเชิงคุณภาพ โดยผ่านตัวทฤษฎีแนวคิดเกี่ยวกับทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา ทฤษฎีการ เรียนรู้ของ Dewey ทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านการท าโครงการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่ตั้ง และน าไปพัฒนา ถ่ายทอดแก่ผู้เรียนต่อโดยการจัดโครงการพัฒนาผู้เรียน เกิดเป็นทักษะติดตัว และ สามารถน าไปต่อยอดในชีวิตประจ าวันได้


26 บทที่ 4 น าเสนอผลการปรับปรุงพัฒนา กรอบวัตถุประสงค์ของโครงการ น าเสนอตามวัตถุประสงค์แต่ละข้อ การพัฒนาทักษะภาวะผู้น าในสถานศึกษา มีกรอบวัตถุประสงค์ของโครงการ ดังนี้ 1. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยของการพัฒนาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา 2. เพื่อสร้างโครงการพัฒนาผู้เรียน เรื่อง ภาวะผู้น า กิจกรรมปรับปรุง/พัฒนาตามกิจกรรมของแผน/โครงการปรับปรุง/พัฒนา 1. เข้าร่วมประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) 2. เข้าร่วมกิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น านักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 (ผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) 3. เข้าร่วมกิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปี การศึกษา 2565 (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) 4. เข้าร่วม โครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชด าริของส านักงาน กปร. (Rdpb Campรุ่นที่12) 5. จัดท าโครงการ การจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชนบ้าน ท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร ภาพถ่าย ในการที่จะพัฒนาตนเองในด้านทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยของการ พัฒนาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา จะต้องอบรมผ่านค่ายต่างๆ ตามกรอบระยะเวลาของค่าย จนได้รับ เกียรติบัตรรับรอง เพื่อน าไปสร้างโครงการพัฒนาผู้เรียน ในเรื่อง ภาวะผู้น า ต่อไป โดยมีภาพดังนี้


27 ภาพที่ 4.1 ลงทะเบียนประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) หมายเหตุ. จากระบบ ZOOM 25 /08/2564 การที่ได้เข้าร่วมประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เริ่ม จากการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ลิ้งค์ https://forms.gle/omHWmCXChAvURjEEA และรอเข้าร่วมใน วันที่ 25 สิงหาคม 2564 โดยแบ่งประเด็นหัวข้อ 1.การท ากิจกรรมนักศึกษาในสถานการณ์โรคระบาด 2. แตกต่างอย่างเข้าใจ อุดมศึกษาไทยไม่เหยียดกัน Stop Bullying Sow Respect 3.การประสานความสมดุล เด็ก Gen Z กับ ระบบการศึกษาปัจจุบัน 4.การใช้ปฏิบัติการเสมือนจริง และ Digital technology ใน สถานการณ์โรคระบาดกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษา ภาพที่ 4.2 เข้าร่วมประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) หมายเหตุ. จากระบบ ZOOM 25 /08/2564


28 ร่วมฟังประเด็น และถอดประเด็นได้ดังนี้ ในการใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบันกับคนที่ต่างช่วงอายุ มักจะ เกิดความไม่เข้าใจ ในเรื่องการปฏิบัติและวิธีคิด หรือประสบการณ์ที่ได้รับมาที่แตกต่างกัน ดังนั้นไม่ว่าจะช่วง อายุไหน ก็ควรเปิดใจยอมรับ และปรับให้เข้าใจกัน เลิกการบูลลี่รูปร่าง รสนิยม ของผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพื่อสังคมที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น รวมไปถึงการปรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังจากโรคระบาด โควิด-19 การเข้ามาของ เทคโนโลยีที่มีบทบาทต่อชีวิตของผู้คนในสังคม มีทั้งด้านดีและด้านเสีย หากใช้ในวิถีทางที่ถูกต้องก็จะท าให้ เกิดนวัตกรเพื่อไปสร้างนวัตกรรม โดยใช้ทรัพยากรในสังคมที่มีอยู่ไปปรับประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแต่ หากใช้ในทางที่ไม่ดี ก็อาจจะเป็นดาบสองคม อันน าไปสู่ความผิดทางกฎหมายได้ จึงควรมีความระมัดระวังกับ การใช้ชีวิตอยู่ทุกย่างก้าว และหลังจากอบรมเสร็จจะมีใบประกาศนียบัตรส่งไปทางอีเมล์ ภาพที่ 4.3 เข้าร่วมกิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น านักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 (ผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) หมายเหตุ. ภาพส่วนหนึ่งของคลิป https://youtu.be/jCFNnJahTlc?si=0KzOxDtMWA-Znain จากระบบ ZOOM 27 /10/2564 เริ่มจากการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และได้ร่วมเล่นกิจกรรมสันทนาการ เพื่อละลายพฤติกรรมและเข้า สู่กิจกรรมให้ความรู้ โดยถอดประเด็นได้ดังนี้ การด ารงอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย และบทบาทหน้าที่ของผู้น า นักศึกษาที่จะต้องเป็นผู้น าพาผู้ร่วมองค์กรให้ผ่านพ้นปัญหาและภารกิจที่ได้รับมอบหมายไปให้ได้ เริ่มจากการ วางแผนการจัดการท างานขององค์กรอย่างเป็นระบบ กระจายงานอย่างเท่าเทียม โดยทุกคนจะมีบทบาทหน้าที่ แตกต่างกัน แต่จะต้องท างานร่วมกันได้เพื่อลดปัญหาในการท างาน และช่วยกันแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากหลายความคิดของทุกส่วน รวมทั้งช่วยกันตรวจสอบข้อผิดพลาดจากตัวชิ้นงาน ทั้งนี้ ในการท างานจะต้องไม่ตึงเครียดจนเกินไป ควรมีมิตรไมตรีจิตต่อกัน ช่วยเหลือ และรู้จักแสดงพฤติกรรมที่ เหมาะสม เพื่อเป็นการสื่อสารทั้งทางค าพูด และอากัปกิริยา ต่อเพื่อนร่วมองค์กรและสังคมภายนอก นอกจากนี้แล้วยังมีการสอนในเรื่องการประกันคุณภาพสถานศึกษา เพื่อให้เข้าใจระบบการท างานของ มหาวิทยาลัย การขอทุน การใช้สิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาลในมหาวิทยาลัยอันเนื่องจากการเกิด อุบัติเหตุ การร้องเรียน ในการพบสิ่งที่ไม่พึ่งประสงค์ โดยทางมหาวิทยาลัยได้ท างานร่วมกับศาลอาญา เพื่อให้ องค์กรโปร่งใสและเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น การสอนจัดกิจกรรมสันทนาการ การเป็นพิธีกร และการแก้ปัญหา เฉพาะหน้า เพื่อน าไปใช้ประโยชน์ในการเป็นผู้น าแห่งสังคมประเทศในอนาคต หลังจากอบรมเสร็จจะมีใบ ประกาศนียบัตรส่งไปทางอีเมล์


29 ภาพที่ 4.4 เข้าร่วมกิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปี การศึกษา 2565 (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ ZOOM) หมายเหตุ. จากระบบ ZOOM 12 /01/2565 เริ่มจากการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และได้ร่วมเลกเปลี่ยนความคิด เพื่อละลายพฤติกรรมและเข้าสู่ กิจกรรมให้ความรู้ โดยถอดประเด็นได้ดังนี้ วิศวกรสังคม คือ การจัดระบบผลประโยชน์ต่างๆ ให้สมดุลโดย กลไกทางกฎหมายที่มุ่งสร้างโครงสร้างทางสังคมให้มีประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของ ประชาชน ซึ่งจะต้องสร้างผลลัพธ์ให้เกิดการร้าวฉานหรือสูญเสียน้อยที่สุด โดยมีกระบวนการพัฒนาทักษะ วิศวกรสังคมให้กับนักศึกษา เป็นการจัดการเรียนรู้ข้ามศาสตร์แบบลงมือปฏิบัติจริง (Multidisciplinary Active Learning) โดยใช้การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเป็นฐาน (Social Lab Based) ผ่านการ Coaching ของ คณาจารย์ต่างคณะต่างสาขา และปราชญ์ชาวบ้านเพื่อให้นักศึกษาต่างคณะต่างสาขาร่วมด าเนินกิจกรรมแก้ โจทย์ปัญหา Area based ด้วยตัวนักศึกษาเองตลอดกระบวนการ โดยมุ่งเปูาที่การสร้างนักศึกษาให้กลายเป็น บัณฑิตนักคิด นักสื่อสาร นักประสาน และ นวัตกรชุมชน เครื่องมือของวิศวกรสังคม มี5 อย่างด้วยกัน ได้แก่ 1.ฟูาประทาน เป็นการแยกแยะข้อเท็จจริง (Fact) ออกจากอารมณ์และความรู้สึก (Feeling) ยอมรับความเห็น ต่างและสามารถหาจุดร่วมเพื่อการพัฒนา ร่วมถึงเป็นนักสังเกต 2.นาฬิกาชีวิต คือความเข้าใจและเคารพวิถี ชีวิตของเพื่อนร่วมงานและคนในชุมชน เลือกเวลาและประเด็นการมีส่วนร่วมได้อย่างเหมาะสม (Put the right man to the right job) เป็นคนช่างซักอย่างสงสัยใคร่รู้เพื่อสืบสอบข้อมูล 3.Timeline พัฒนาการ เป็นตัว บอกให้รู้จักคุณค่า เข้าใจปัจจุบัน เพื่อวางแผนอนาคต จะต้องสืบสอบข้อมูลให้ได้ถึงพัฒนาการของชุมชน ผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการที่สนใจว่ามีความเป็นมาอย่างไร ได้ตระหนักถึงต้นทุนชุมชน ศักยภาพ ทรัพยากร ที่มีอยู่ ซึ่งจะท าให้สามารถวิเคราะห์ คาดการณ์อนาคตของเรื่องที่เราสนใจ 4.Timeline กระบวนการ เป็นตัว ท าให้รู้จักทุกขั้นตอนอย่างถ่องแท้ เพื่อเลือกพัฒนาตามศักยภาพอย่างตรงเปูาหมาย 5.MIC model เพื่อการ พัฒนาท้องถิ่น หมายถึง การปรับปรุง (Modify) ยกระดับ (Improve) สร้างเพิ่ม (Create) โดยมีลักษณะชวน เพื่อน จูงมอน้อง ขอร้องพี่ จนเกิดเป็นทักษะ 4 ประการ คือ ทักษะการสื่อสารองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหา ทักษะ การท างานร่วมกับผู้อื่นโดยปราศจากข้อขัดแย้ง ระดมสรรพก าลังและทรัพยากรในการแก้ไขปัญหา ทักษะคิด วิเคราะห์เชิงเหตุ-ผล เห็นปัญหาเป็นสิ่งท้าทาย ทักษะการสร้างนวัตกรรมชุมชน หลังจากอบรมเสร็จจะมีใบ ประกาศนียบัตรส่งไปทางอีเมล์


30 ภาพที่ 4.5 ส่งโครงการจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชนบ้านท้องตม ใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร เพื่อเข้าร่วมค่ายเยาวชนRdpb Camp ครั้งที่ 12 เริ่มจากการส่งโครงการจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชนบ้าน ท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร ชื่อทีม ท้องตมใหญ่ By GOHI เพื่อใช้ในการคัดเลือกเข้า ค่ายเยาวชนRdpb Camp ครั้งที่ 12 ภาพที่ 4.6 รายชื่อ 20 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมค่ายเยาวชนRdpb Camp ครั้งที่ 12 หมายเหตุ. จากเฟสบุ๊ค ค่ายเยาวชน Rdpb Camp ทีม ท้องตมใหญ่ By GOHI ติดอันดับที่ 5 จาก 20 ทีม ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมค่ายเยาวชน Rdpb Camp ครั้งที่ 12 ซึ่งจะต้องไปพักค้างแรมที่ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ าปากพนังฯ จังหวัด นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 4-10 เมษายน 2565


31 ภาพที่ 4.7 ศึกษาข้อมูลพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ าปากพนังฯ จังหวัด นครศรีธรรมราช หมายเหตุ. จาก ค่ายเยาวชน Rdpb Camp เริ่มศึกษาประวัติพื้นที่ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ าปากพนังฯ จังหวัด นครศรีธรรมราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ ด้วยพระเนตรพระกรรณทรงมี พระราชด าริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่อย่างต่อเนื่องยาวนานมาโดยล าดับถึง ๑๓ ครั้ง แนวพระราชด าริโดยสรุปคือ ทรงให้แก้ปัญหาด้านปริมาณ และคุณภาพน้ า ขจัดความขัดแย้ง โดยก่อสร้าง “ประตูระบายน้ าอุทกวิภาชประสิทธิ” เป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นให้ก่อสร้างประตูระบายน้ าและระบบระบายน้ า ระบบกักเก็บน้ า และระบบส่งน้ า อื่นๆเพิ่มเติมความสมบูรณ์ตามศักยภาพของพื้นที่ ให้รักษาฟื้นฟูพัฒนา สิ่งแวดล้อมและพัฒนาอาชีพส่งเสริมรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ควบคู่กันไปอย่างครบวงจร เพื่อความอยู่ดีกิน ดี ของ ราษฎรในพื้นที่ ได้อย่างยั่งยืนบนฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมดุล เพื่อเข้าใจถึงปัญหา ของคนในพื้นที่ และท ากิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆจากหลากหลายมหาวิทยาลัย แก้ไขปัญหา ทั้งนี้จะมีการกล่าวถึง ศาสตร์พระราชา หลักการและแนวคิดในการใช้ชีวิต โครงการหลวงต่างๆ เพื่อเข้าใจถึงพระประสงค์ของพระ เจ้าอยู่หัว ในแนวคิด รักษา สืบสาน ต่อยอด แก่เยาวชนรุ่นหลังต่อไป ปัจจัยสู่ความส าเร็จ คือ ทุกคน ทุก หน่วยงาน มีความ ” ตั้งใจ ทุ่มเท “ ที่จะท างานสนองพระราชด าริ ด้วยความ “ รู้รักสามัคคี” โดยความ “ ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ” เพื่อผลประโยชน์จะตกสู่ประชาชน ตามพระราชประสงค์ ต่อไป


32 ภาพที่ 4.8 กิจกรรมกลุ่มสีชมพู โพสท่าตามภารกิจ หมายเหตุ. จาก ค่ายเยาวชน Rdpb Camp ที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ าปากพนังฯ จังหวัด นครศรีธรรมราช ภารกิจโพสท่าให้เหมือนตามแบบที่ก าหนด โดยกิจกรรมนี้ต้องอาศัยทักษะการท างานเป็นทีม การแบ่ง หน้าที่ หรือบทบาทที่ตนได้รับมอบหมายให้ส าเร็จ โดยหัวหน้าทีมจะต้องร่วมกันแจกจ่ายงานให้กับลูกทีม เพื่อ ลดการถ่ายภาพผิดพลาดหลายรอบ และสร้างสรรค์ภาพให้ออกมาสวยงาม ภาพที่ 4.9 กิจกรรมกลุ่มสีชมพู น าเสนองาน หมายเหตุ. จาก ค่ายเยาวชน Rdpb Camp ที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ าปากพนังฯ จังหวัด นครศรีธรรมราช กิจกรรมออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ ที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ ในการจัดรูปแบบของสื่อ เนื้อหา สี และการน าเสนอที่น่าสนใจ ภายใต้หัวข้อ ปุ๋ยจากมูลไส้เดือน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจถึงคุณประโยชน์ ของปุ๋ยมูลไส้เดือน น าไปสร้างมูลค่า สร้างอาชีพให้กับเกษตรกรได้ โดยการน าเสนอได้มีการวางแผนกับทีม แบ่งหน้าที่ ในการพูดเนื้อหาตามล าดับ ในกระบวนการท างาน ได้แบ่งฝุายหาข้อมูล ฝุายตกแต่ง ฝุายน าเสนอ เพื่อท าให้การท างานส าเร็จได้อย่างรวดเร็ว


33 ภาพที่ 4.10 กิจกรรมกลุ่มสีชมพู ศึกษาฐานปุ๋ยมูลไส้เดือน หมายเหตุ. จาก ค่ายเยาวชน Rdpb Camp ที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ าปากพนังฯ จังหวัด นครศรีธรรมราช กิจกรรมศึกษาฐาน ปุ๋ยจากมูลไส้เดือน เพื่อศึกษาความเป็นมาของปุ๋ย ถอดประเด็นได้ดังนี้ ปุ๋ยมูล ไส้เดือน คือ ขี้ไส้เดือน ที่ไส้เดือนขับถ่ายออกมา จากการกินเศษผัก เศษอาหาร เศษซากอินทรียวัตถุต่าง ๆ ซึ่ง จากการที่ไส้เดือนมีจุลินทรีย์และน้ าย่อยในระบบย่อยอาหารจ านวนมาก ท าให้มูลไส้เดือนเต็มไปด้วยจุลินทรีย์ และธาตุอาหารหลายชนิด ส่งผลให้พืชสามารถดูดซึมและน าไปใช้ได้ง่าย โดยลักษณะทางกายภาพของปุ๋ยมูล ไส้เดือนนั้น จะมีลักษณะเป็นเม็ดร่วนละเอียด มีสีด าออกน้ าตาล มีความโปร่งเบา มีรูพรุน ระบายน้ า – อากาศ ได้ดี และ มีความจุความชื้นสูง ส าหรับสายพันธุ์ของไส้เดือน ที่นิยมน ามาผลิต มูลไส้เดือน คือ African Night Crawler เนื่องจากตัวใหญ่ เคลื่อนไหวเร็ว กินเก่ง และ ย่อยสลายอินทรียวัตถุได้เร็วกว่าชนิดอื่น หลังจากนั้น เกษตรกรจะน ามาผ่านกระบวนการ จนได้ดินปลูกผสมมูลไส้เดือน ซึ่งท าจากดินร่วนปนทราย ผสมมูลไส้เดือน และน้ าหมักมูลไส้เดือนดิน โดยดินร่วนปนทรายมีคุณสมบัติระบายน้ าดีคงตัวไม่ยุบตัวเร็ว ปุ๋ยหมักเป็นแหล่ง อาหารส ารองของพืช ส่วนน้ าหมักมูลไส้เดือนดินมีฮอร์โมนส่งเสริมการออกยอดและการแตกรากของพืช มี ความเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการใช้ปลูกพืช โดยเฉพาะไม้ดอกกระถาง แคคตัส หรือสนามหญ้า สร้างรายได้ต่อ เกษตรกรได้เป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็น ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ กว่าจะได้แต่ละกระสอบจะต้องใช้เวลา ใน ฐานนี้ทางกลุ่มสีชมพูได้ร่วมกัน ทดลองผสมปุ๋ย ทุกคนในทีมร่วมแรงร่วมใจกันด้วยความขยัน และมีไมตรีจิต ยิ้มแย้มขณะร่วมท ากิจกรรม หากท าไม่ถูกวิธี คนภายในกลุ่มพร้อมช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และในช่วงท้ายของฐาน ได้มีการตอบค าถามเพื่อวัดความเข้าใจทั้งเรื่องดินและปุ๋ย


34 ภาพที่ 4.11 กิจกรรมกลุ่มสีชมพู ศึกษาฐาน ที่สถานีควบคุมไฟปุาพรุควนเคร็ง ต าบล การะเกด อ าเภอ เชียรใหญ่ นครศรีธรรมราช หมายเหตุ. จาก ค่ายเยาวชน Rdpb Camp ในฐานนี้ ถอดประเด็นได้ดังนี้ ปุาพรุควนเคร็งถือเป็นปุาพรุผืนสุดท้ายของภาคใต้ตอนบน และเป็นปุา พรุที่อุดมสมบูรณ์เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ รองจากปุาพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส มีพื้นที่ครอบคลุมรอยต่อ 3 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ดังนั้นเมื่อเกิดไฟปุาก็ส่งผลกระทบต่อหลายส่วนเป็นวงกว้าง ทั้งดิน ต้นไม้และสัตว์ในพื้นที่ ชาวบ้านที่อยู่รอบพื้นที่ รวมถึงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนอกจากปุาพรุควนเคร็งจะ ครอบคลุมพื้นที่จ านวนมากแล้ว สถิติการเกิดไฟปุาในแต่ละปีก็มีตัวเลขที่สูงด้วย โดยเฉพาะในปี 2553 ที่เกิดไฟ ปุาสูงสุดคือ 330 ครั้ง หรือในปี 2555 ที่เกิดไฟไหม้ปุาพรุควนเคร็งถึง 120 ครั้ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปุา และพันธุ์พืช ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ปุาทะเลน้อยเขตห้ามล่าสัตว์ปุาบ่อล้อ จึงได้จัดท าการปูองกันไฟปุาเพื่อแก้ปัญหาไฟไหม้ปุาพรุควนเคร็ง ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนของทุกปี ซึ่ง มีสาเหตุมาจากปัญหาทางธรรมชาติคือความแห้งแล้งของพื้นที่ในช่วงที่มีฝนน้อย และจากปัญหาชาวบ้านบุกรุก เผาปุาเพื่อปรับเป็นที่ดินทากิน ล่าสัตว์ และตัดไม้ทั้งนี้ทางสถานีควบคุมไฟปุาพรุควนเคร็ง ได้มีการจัดอบรมให้ เข้าใจสภาพพื้นที่ และการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียมากไปกว่านี้ในเรื่องการเกิดโลกร้อน ท าให้ ตระหนักและหักกลับมาช่วยกันรักษาดินแดนของประเทศ และสังคมโลก รู้ถึงหน้าที่ของพลเมืองโลกในการ จัดการอย่างถูกวิธี


35 ภาพที่ 4.12 มอบเกียรติบัตรค่ายเยาวชน Rdpb Camp หมายเหตุ. จาก ค่ายเยาวชน Rdpb Camp สรุปกิจกรรมปิดค่ายเยาวชน Rdpb Camp ครั้งที่ 12 ในด้านข้อมูลเชิงเนื้อหาวิชาการ ได้ทราบถึง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด ารินั้นได้รับการริเริ่มขึ้นตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระยะแรกนั้น โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด าริ มีลักษณะการด าเนินการศึกษาค้นคว้าและทดลองเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อเตรียมพระองค์ด้านข้อมูลและความรู้ที่จะทรงน าไปประยุกต์ใช้ในการแก้ ปัญหาและเผยแพร่วิทยาการสู่ เกษตรกร โดยเริ่มโครงการจากในเขตพื้นที่รอบๆ ที่ประทับในส่วนภูมิภาคก่อน จากนั้นจึงขยายขอบเขตออก ไปสู่พื้นที่เกษตรกรรมที่กว้างขึ้น ภายใต้หลักการท างานที่ส าคัญคือ โครงการฯ ต้องสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะ หน้าที่ราษฎรก าลังประสบอยู่ได้อย่างรีบด่วนและมี ผลในระยะยาว โดยที่การพัฒนานั้นต้องเป็นไปตามล าดับ ขั้นตอนตามความจ าเป็นและประหยัด ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือ ประชาชนที่สามารถ "พึ่งพาตนเองได้" ในที่สุด ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาตินอกจากนี้แล้วในการปฏิบัติงานร่วมกับเพื่อนๆจากต่าง มหาวิทยาลัย สะท้อนให้เห็นถึง ความเป็นมิตรที่ดี มีเมตตา กรุณา มุทิตาต่อกันในการท างาน แสดงถึงภาวะ ผู้น าในแต่ละกิจกรรมจากการแสดงความคิดเห็นและกล้าตัดสินใจในการท างานต่างๆ มีการวางแผน วางระบบ ต าแหน่ง หน้าที่อย่างชัดเจน ท าให้งานออกมาได้ส าเร็จลุล่วง และสมบูรณ์แบบ มีการสื่อสารที่เป็นขั้นตอน เข้าใจง่าย ถึงแม้จะมาจากต่างท้องถิ่น ด้วยความแตกต่างทั้งการด ารงชีวิต และประสบการณ์นี้ จึงท าให้เวลา เสนอผลงาน หรือความคิดเห็นจนน าไปสู่การท าชิ้นงานนั้น ท าให้งานชิ้นนั้นมีความสร้างสรรค์และมองได้หลาย แง่มุม ว่าจริงๆแล้วยังมีอีกหลายวิธีที่งานชิ้นนี้จะเป็นไปได้


36 ภาพที่ 4.13 จัดท าโครงการ การจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชน บ้านท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยมีหลักการคือ หมู่บ้านท้องตมใหญ่เป็นชุมชนชาวประมงที่มีประวัติการค้นพบยาวนานไม่ต่ ากว่า 400 ปี คนในชุมชนยังให้ความส าคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ าด้วยการท าพิธี “บวชทะเลท้องตมใหญ่ สงวนรักษาร้อยล้านชีวิต” ซึ่งเป็นพิธีที่มีที่บ้านท้องตมใหญ่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย อาชีพส่วนใหญ่ของ บ้านท้องตมใหญ่ คือ ท าประมงด้วยเรือหางยาว ตกหมึก วางอวนปลา อวนกุ้ง อวนปู สวนยาง สวนปาล์ม และ การให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นอาชีพเสริม คณะผู้จัดท าจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและจัดท า “สื่อเพื่อการ เรียนรู้” เกี่ยวกับ ”พิธีบวชทะเล” ของคนในชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ เพื่อให้คนในชุมชนและนอกชุมชนทั้งรุ่น เก่ารุ่นใหม่หรือเยาวชนเข้าใจองค์ประกอบและรู้จักพิธีบวชทะเลมากยิ่งขึ้น จัดท าสื่อประชาสัมพันธ์ที่แสดงให้ เห็นถึงกระบวนการต่างๆของพิธีและความร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชนที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ตอบแทนธรรมชาติ เพราะชุมชนนี้เป็นชุมชนติดทะเล ท าให้การใช้ชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับทะเลโดยตรง เพราะ นอกจากจะเป็นพิธีกรรมเฉพาะของชุมชน เป็นพิธีกรรมที่มีความส าคัญและเป็นประโยชน์ต่อทรัพยากรทาง ทะเล ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ ทั้งในด้านของวิถีชีวิตของชาวบ้าน ชาวประมงและภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ประกอบพิธี ทั้งนี้การจัดท าโครงการได้มีการวางแผน โดยศึกษาข้อมูล เบื้องต้น ทั้งงานทางด้านเอกสาร แผนที่ สอบถามข้อมูลต่างๆจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และคนในพื้นที่ให้ได้ รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อจะได้วางแผนในการท าสื่อได้ตรงตามวัตถุประสงค์


37 ภาพที่ 4.14 พูดคุยกับผู้อ านวยการโรงเรียนวัดท้องตม หมายเหตุ. จากโรงเรียนวัดท้องตม ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร กิจกรรมต่าง ๆ เป็นความต้องการของคนในพื้นที่อยู่แล้วในการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล เพราะ เกิดการหมดไปของทรัพยากรสัตว์น้ า ซึ่งเป็นแหล่งอาชีพในการเลี้ยงปากท้องของคนในชุมชน ทีมผู้จัดท าสื่อได้ เข้ามาช่วยในการรวบรวมองค์ความรู้ให้กับชุมชน และพร้อมที่จะท าสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนในชุมชนและ นอกชุมชนรับทราบ จากการสัมภาษณ์ผู้อ านวยการ สรุปได้ว่า กิจกรรมการบวชทะเลของชุมชนบ้านท้องตม ใหญ่ เริ่มจากปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรทางทะเล ส่งผลให้คนในชุมชน จึงเริ่มมีการน าเอาภูมิปัญญาดั่ง เดิมของชุมชนมาประกอบกับความเชื่อของคนในท้องถิ่น และไม่เพียงแต่จะแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังท า ให้เกิดความสามัคคีขึ้นในชุมชน การท าโครงการครั้งนี้ มีหน่วยงานหลายภาคส่วน ทั้ง ผู้น าชุมชน ชาวบ้าน วัด และโรงเรียน ในนั้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล เพื่อน ามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาต่อไป ภาพที่ 4.15 ร่วมประเพณีบวชทะเล หมายเหตุ. จากชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร การสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกันของคนในชุมชน ที่จะรักและห่วงแหนทรัพยากรชายฝั่งทะเล โดย การท ากิจกรรมทั้งหมดที่นี่ ชาวบ้านไม่ได้หวังผลตอบแทนจากโครงการ แต่เพียงแต่ต้องการให้ชุมชนน่าอยู่ และรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติให้คงอยู่กับลูกหลานสืบไป ในกระบวนการท างาน แนวคิด ทฤษฎีต่าง ๆ เป็นกรอบในการศึกษาเพียงเท่านั้น แต่เมื่อลงมือท าโครงการต้องท างานด้วยความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนตาม สถานการณ์ คิดค้น หาวิธีร่วมกับชุมชน และลงมือปฏิบัติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม ซึ่งในการจัดท าพิธี บวชทะเล อุปกรณ์ที่ใช้ในการด าเนินการ จะเป็นวัสดุที่มีอยู่ในชุมชนทั้งสิ้น การแก้ไขปัญหาการขาดแคลน


38 ทรัพยากรธรรมชาติ คนในพื้นที่บ้านท้องตมใหญ่ใช้วิธีการฟื้นฟูธรรมชาติด้วยการที่มนุษย์ช่วยในการสร้างบ้าน ปลาในท้องทะเล และการก าหนดเขตพื้นที่จับปลาโดยมีระยะเวลา 6 เดือน ในการห้ามออกล่าสัตว์ทะเลใน บริเวณที่ท าซั้ง ซึ่งคนในพื้นที่บ้านท้องตมใหญ่ มีสัญญาใจที่ให้ต่อกันเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดย ไม่จ าเป็นต้องใช้เรื่องของกฎหมายเข้ามาควบคุม ภาพที่ 4.16 การร่วมสร้างความตระหนักโดยการเก็บขยะริมทะเล หมายเหตุ. จากชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร การปลูกจิตส านึกร่วมกันในการรักษาทรัพยากร เป็นสิ่งที่ส าคัญ เพื่อให้คนในชุมชนตระหนัก รักหวง แหนพื้นที่เลี้ยงชีพของตน ซึ่งในการท างานต้องมีความสุขด้วย ถ้าเราท าอย่างไม่มีความสุขเราจะแพ้ แต่ถ้าเรามี ความสุขเราจะชนะ สนุกกับการท างานเพียงเท่านั้น ถือว่าเราชนะแล้ว หรือจะท างานโดยค านึงถึงความสุขที่ เกิดจากการได้ท าประโยชน์ให้กับผู้อื่นก็สามารถท าได้ ในปลายทางของโครงการนี้ คือ ฝึกการท างานเป็นทีม ของผู้ร่วมโครงการ ส่วนชุมชนที่ได้เข้าไปท าโครงการต้องเกิดความรักและความสามัคคีขึ้นในชุมชน ไม่ ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ภาพที่ 4.17 เยาวชน คือ อนาคตของชาติ หมายเหตุ. จากชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร จากที่ผู้จัดท าสื่อได้ไปลงพื้นที่เพื่อไปรวบรวมองค์ความรู้ มาจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์ ก็ได้เห็นวิถีชีวิต ของชาวบ้านในชุมชนที่อยู่กันอย่างมีความสุข ตั้งอยู่ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เดินทางสายกลาง ในการ ใช้ชีวิตไม่ฟุุมเฟือย และยังมีการแบ่งปันอาหารจากการไปจับสัตว์ทะเลกับบ้านใกล้เรือนเคียง โดยไม่ต้องเสียเงิน


39 ทองเลยสักบาท ท าให้ชุมชนนี้ อยู่กันเหมือนครอบครัว สร้างความสามัคคี คนนอกที่จะเข้ามาหาทรัพยากร ภายในก็สามารถเข้ามาได้ แต่จะต้องไม่ละเมิดกฎของชุมชนที่วางไว้ในเรื่องการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์สัตว์น้ า ทาง ชุมชนยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้ามาเสมอ จุดเริ่มต้นจากการหวนแหนพื้นที่ท ามาหากิน จนน าไปสู่การสร้างเอกลักษณ์ของชุมชน เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่จะสร้างรายได้ของชุมชนต่อไปในอนาคต ปลูกจิตส านึกให้รักในถิ่นเกิดของตน ตั้งแต่เด็ก มีการปรับ บทเรียนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน เพื่อจะได้ รักษาทรัพยากรไว้ น าไปสืบสานให้คงอยู่ และต่อ ยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม ทีมผู้จัดท าสื่อต้องการท าให้สื่อนี้ เป็นทั้งสื่อประชาสัมพันธ์ในการท าให้ชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ เป็นที่ รู้จักกับคนภายนอก เพื่อเพิ่มรายได้และให้คนที่สนใจมาร่วมกันท ากิจกรรมส่งเสริมและดูแลรักษาทรัพยากร ทางทะเล และเป็นทั้งสื่อการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการรับรู้ กับคนในชุมชน สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตและการปฏิบัติ ของตน เพื่อจะได้เข้าใจถึงปัญหาของชุมชนและตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และให้ความรู้แก่คนภายนอกได้ทราบถึง ความเป็นมา เหตุและผล รวมไปถึงน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันของทุกคนได้ ผลของการปรับปรุง/พัฒนา ประเด็นในการพัฒนาทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา มีวัตถุประสงค์ของโครงการ คือ 1. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยของการพัฒนาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา และ2. เพื่อสร้างโครงการพัฒนาผู้เรียน เรื่อง ภาวะผู้น า จากการเข้าประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” กิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น านักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 กิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปี การศึกษา 2565 โครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชด าริของส านักงาน กปร. (Rdpb Campรุ่นที่12) และจัดท าโครงการ การจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชนบ้านท้องตม ใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร สะท้อนให้เห็นทักษะทั้ง 5 ด้านอันได้แก่ 1. การน าทีม (Team Leadership) คือหัวใจหลักที่จะต้องมองภาพรวมและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในการท างาน 2. การบริหารและ วางแผน (Management and Planning) คือ ในทุกการท างานจ าเป็นต้องวางแผนงานเพื่อลดปัญหาที่จะเกิด 3. การสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหา (Creativity and Problem Solving) คือ การแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อ รังสรรค์สิ่งใหม่ๆ พร้อมตรวจสอบข้อผิดพลาดในตัวงาน 4. การสื่อสาร (Communication) คือ การอธิบายให้ คนในองค์กรเข้าใจ ได้อย่างสั้น กระชับ และเข้าใจ ทั้งทางการพูดและพฤติกรรมที่แสดงออก 5. ความ รับผิดชอบ (Responsibility) คือ การท าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ส าเร็จ จากที่กล่าวมาเบื้องต้นนี้ ได้มีการ ออกประกาศนียบัตรรับรอง เพื่อจะได้จัดท าการสร้างโครงการพัฒนาผู้เรียน เรื่อง ภาวะผู้น า ต่อไป


40 บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล สรุปผลตามวัตถุประสงค์แผน/โครงการพัฒนา การพัฒนาทักษะภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษามีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยของการพัฒนาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา โดยสรุปปัจจัยได้ทั้งหมด 5 ทักษะ ได้แก่ 1.1. การน าทีม (Team Leadership) สะท้อนจากการร่วมกันท างานเป็นทีมในแต่ละค่าย อบรมได้ว่า ผู้น าในสถานศึกษาจะต้องเป็นผู้ที่สามารถสร้างความเข้าใจและความชัดเจนในวัตถุประสงค์และ วิสัยทัศน์ขององค์กรให้กับสมาชิก เพื่อให้ทุกคนมีการร่วมมือในการท างานในทิศทางเดียวกัน ต้องมี ความสามารถในการก าหนดเปูาหมายที่เหมาะสมและมีความท้าทายต่อองค์กร รวมถึงการวางแผนการ ด าเนินงานที่ชัดเจนขององค์กร สามารถสร้างบรรยากาศท างานที่กระตุ้นและสร้างสมาธิให้กับสมาชิกในองค์กร โดยการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในองค์กรสนับสนุนและพัฒนาทักษะและความสามารถของสมาชิก ในองค์กร โดยการให้ค าปรึกษา การเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และการให้ก าลังใจ รวมไปถึงสร้างความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร โดยการสื่อสารอย่างเปิดเผย การเชื่อมโยงระหว่างสมาชิกในองค์กร และการ สนับสนุนความร่วมมือ ซึ่งการน าทีมในค่ายอบรมภาวะผู้น าเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและส าคัญในการสร้าง ทีมที่มีประสิทธิภาพในการจัดการสถานศึกษา 1.2. การบริหารและวางแผน (Management and Planning) สะท้อนจากการร่วมกัน ท างานเป็นทีมในแต่ละค่ายอบรมได้ว่า ภาวะผู้น าในสถานศึกษา การจะบริหารและวางแผนที่ดีนั้น ต้องเริ่มต้น ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบก่อนการด าเนินการ ซึ่งรวมถึงการก าหนดเปูาหมาย การวิเคราะห์สถานการณ์ และการก าหนดแผนการท างานที่เหมาะสม ต้องพิจารณาการจัดการทรัพยากรที่มีอย่างดี เช่น การจัดการ ทรัพยากรบุคคล เงินทุน และเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของกิจกรรมต่างๆใน สถานศึกษา ต้องมีการก าหนดล าดับความส าคัญในกิจกรรมต่าง ๆ ในสถานศึกษา เพื่อให้ทรัพยากรสามารถ ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความส าคัญกับกิจกรรมที่มีผลต่อการบรรลุเปูาหมาย การติดตามและ ประเมินผลเพื่อทราบว่ากิจกรรมที่ด าเนินไปสามารถปฏิบัติตามแผนหรือไม่ และมีผลลัพธ์อย่างไร ซึ่งจะช่วยให้ สามารถปรับปรุงแผนการท างานในอนาคตได้ สุดท้ายการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เช่น เทคโนโลยี การ ฝึกฝน และการสร้างความเชื่อมั่นในทีมหรือองค์กร ซึ่งจะช่วยให้การด าเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมี ประสิทธิภาพ 1.3. การสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหา (Creativity and Problem Solving) สะท้อนจากการ ร่วมกันท างานเป็นทีมในแต่ละค่ายอบรมได้ว่า ภาวะผู้น าในสถานศึกษานั้นจะต้องส่งเสริมและสร้างบรรยากาศ ที่กระตุ้นให้สมาชิกในองค์กรมีความคิดสร้างสรรค์ โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกมีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็น และไอเดีย ควรสร้างโอกาสและพื้นที่ให้กับคนในองค์กรแก้ไขปัญหา โดยส่งเสริมการใช้เทคนิคและเครื่องมือ ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้สมาชิกสามารถตีความและแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม การสร้างองค์กรที่มีสมาชิกที่มี ความหลากหลายในด้านความสามารถ วัฒนธรรม สามารถช่วยสร้างการมองเห็นและวิธีการแก้ไขปัญหาที่ หลากหลายและนวัตกรรม การใช้เทคนิคและเครื่องมือใหม่ ๆ จะยิ่งส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์และการแก้ไข ปัญหาที่มีประสิทธิภาพขึ้น รวมทั้งการสนับสนุนและประสานงานในองค์กรมีความส าคัญในการสร้างสรรค์และ แก้ไขปัญหา ควรสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในองค์กรเพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรและความสามารถ ของทุกคนในองค์กรอย่างเต็มที่ การสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหาเป็นทักษะที่ส าคัญที่จะช่วยให้ภาวะผู้น าใน สถานศึกษาและคนในองค์กรมีความส าเร็จในการตัดสินใจและการด าเนินงานในสถานการณ์ที่ท้าทาย


Click to View FlipBook Version