The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาทักษะภาวะผู้นำของครูในสถานศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phubet8008, 2024-03-01 09:54:45

ครุนิพนธ์

การพัฒนาทักษะภาวะผู้นำของครูในสถานศึกษา

Keywords: ทักษะภาวะผู้นำของครู,สถานศึกษา

41 1.4. การสื่อสาร (Communication) สะท้อนจากการร่วมกันท างานเป็นทีมในแต่ละค่าย อบรมได้ว่า ภาวะผู้น าในสถานศึกษานั้นจะต้องเข้าใจประสาทสัญญาณและภาษาต่าง ๆ เป็นสิ่งส าคัญในการ สื่อสาร ต้องเรียนรู้ทักษะในการอ่านสัญญาณทางด้านภาษากาย ภาษาใบหน้า และการใช้ภาษาในการสื่อสาร หัดใช้ค าพูดและภาษาต่าง ๆ อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพสามารถช่วยให้ข้อความถูกเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น และ เลือกใช้ภาษาที่เหมาะสมกับประเด็นและผู้ฟัง แม้กระทั้งการฟังอย่างตั้งใจและเข้าใจเป็นทักษะส าคัญที่ภาวะ ผู้น าในสถานศึกษาควรพัฒนา เพื่อให้สามารถรับรู้และเข้าใจความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้อื่นได้อย่าง ถูกต้อง การใช้สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารออนไลน์ สามารถช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสุดท้ายการจัดการความขัดแย้ง และสร้างความเข้าใจในองค์กรเป็นสิ่งส าคัญในการสร้างบรรยากาศท างานที่ดีและเชื่อมโยงทีองค์กรไว้ใน ทิศทางเดียวกัน 1.5. ความรับผิดชอบ (Responsibility) สะท้อนจากการร่วมกันท างานเป็นทีมในแต่ละค่าย อบรมได้ว่า ภาวะผู้น าในสถานศึกษานั้นควรยอมรับความรับผิดชอบในการด าเนินงานและผลลัพธ์ขององค์กร โดยไม่หลีกเลี่ยงหรือโอนหน้าที่ให้ผู้อื่น และเป็นตัวอย่างในการท าตามกฎระเบียบและนโยบายที่ก าหนด ต้องท างานอย่างเต็มที่และตั้งใจเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดส าหรับองค์กร โดยให้ความส าคัญกับความรอบคอบและ การตั้งเปูาหมายที่เหมาะสม ควรสื่อสารอย่างชัดเจนเกี่ยวกับความก้าวหน้าของงานและรายงานผลการ ด าเนินงานตามที่ก าหนด โดยใช้ช่องทาง เวลาที่เหมาะสม และเมื่อเกิดความผิดพลาดหรือปัญหาขึ้น ผู้น าควร ยอมรับความผิดชอบและหาวิธีแก้ไขให้ทันท่วงที และไม่ปิดบังหรือโอนหน้าที่ให้ผู้อื่น แสดงพฤติกรรมที่ดีและ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสมาชิกในองค์กร เพื่อสร้างบรรยากาศท างานที่มีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นในการท างาน อย่างมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อสร้างโครงการพัฒนาผู้เรียน เรื่อง ภาวะผู้น า จากที่กล่าวมาในวัตถุประสงค์ที่ 1 ทักษะทั้ง 5 ของการมีภาวะผู้น าในสถานศึกษานั้น สามารถถ่ายทอดสู่ผู้เรียนได้ จากการจัดกิจกรรมโครงการพัฒนาผู้เรียน ให้เกิดทักษะทั้ง 5 และเป็นบุคคลที่มีคุณภาพในสังคมต่อไปได้ น าผลการปรับปรุง/พัฒนา ที่เกิดขึ้นอภิปรายเหตุผลประกอบผลการพัฒนา โดยใช้หลักการ/ แนวคิด/ทฤษฎี/งานวิจัยจากบทที่ 2 มาสนับสนุน จากการศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยของการพัฒนาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา โดยผ่านจากการเข้า ประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การพัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” กิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น านักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 กิจกรรม อบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปีการศึกษา 2565 โครงการค่าย เยาวชนรู้งานสืบสานพระราชด าริของส านักงาน กปร. (Rdpb Campรุ่นที่12) และจัดท าโครงการ การจัดท า สื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร จนเกิดทักษะทั้ง 5 ประการ สอดคล้องกับแนวคิดของปิยณัฐ วงศ์เครือศร (2562, หน้า 52) กล่าวว่าภาวะผู้น าครู หมายถึง คุณลักษณะและพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความเป็นผู้น าของครูที่มีส่วนสัมพันธ์ เกี่ยวข้อง กันกับความสามารถในการสื่อสาร รับผิดชอบหน้าที่ การตระหนักถึงความส าคัญและ จุดมุ่งหมาย ของงานเพื่อที่จะน านักเรียนและโรงเรียนไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น รวมถึงครูยังต้องเป็นผู้ที่มีความเป็นผู้น าและมี บทบาทในการบริหารงานต่าง ๆ ภายในโรงเรียนด้วย มีความสอดคล้องกับงานวิจัยของจารุวรรณบุญช่วย และ วิรัลพัชร วงษ์วัฒน์เกษม และสุวัฒนพงษ์ ร่มศรี (2565) การศึกษาภาวะผู้น าของบุคลากรในโรงเรียนสังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธรมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับ


42 ความคิดเห็นของบุคลากรต่อภาวะผู้น าของบุคลากรในโรงเรียนสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศรีสะเกษ ยโสธรจ าแนกตามเพศขนาดโรงเรียน และประสบการณ์ในการท างาน ประชากรเป็นบุคลากรของ โรงเรียน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธรปีการศึกษา 2563มีกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 344 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 สถิติพื้นฐานที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ร้อยละค่าเฉลี่ยส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานได้แก่ t-test และ F-test ผลการวิจัย 1. ความ คิดเห็นของบุคลากรเกี่ยวกับภาวะผู้น าของบุคลากรในโรงเรียนสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศรีสะเกษ ยโสธรโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ภาวะผู้น าของบุคลากร อยู่ในระดับ มากทุกข้อ โดยเรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (CreativitySkill) ทักษะวิสัยทัศน์ (VisionarySkill) ทักษะความร่วมมือ (CollaborationSkill) ตามล าดับ2.ความคิดเห็นของบุคลากรเกี่ยวกับภาวะผู้น าของบุคลากรในโรงเรียน สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร จ าแนกตามเพศโดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จ าแนกตามขนาดโรงเรียนโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกันจ าแนกตาม ประสบการณ์ในการท างานโดยรวมไม่ต่างกัน โดยอาศัยแนวคิดของ Dewey (2005: 34) ที่กล่าวถึงรูปแบบ การเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจาระไนเหตุผลและการบูรณาการระหว่าง ประสบการณ์กับความคิดรวบยอด การสังเกตและการปฏิบัติ ส่งผลให้เกิดความคิดและความคิดนั้นก่อให้เกิด แรงกระตุ้นในการเรียนรู้ต่อไป โดยที่ Dewey เชื่อว่าการเรียนรู้จะเกิดจากการปฏิบัติจริง การเรียนรู้จาก ประสบการณ์เกิดขึ้น เมื่อได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งแล้วสามารถมองย้อนกลับไปเพื่อ ประเมินผลและตัดสินว่าอะไรที่มีประโยชน์หรือมีความส าคัญ กระบวนการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Dewey ประกอบด้วยกระบวนการที่เป็นวงจรหมุนวนเป็นวงจรลูกโซ่ไปอย่าต่อเนื่อง 3 ขั้นตอน คือร่วมปฏิบัติจริง (Impulse) ซึ่งเป็นขั้นที่ท าให้ผู้เรียนเกิดแนวคิดหรือแรงบันดาลใจ ขั้นใคร่ครวญไตร่ตรอง (Observation) ที่ ส่งผลให้เกิดการสรุปเป็นความรู้ (Knowledge) และขั้นวินิจฉัยเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ (Judgment) เป็นขั้นที่น า ขั้นการสังเกตหรือความรู้ที่สรุปได้มาใช้วินิจฉัยสถานการณ์ใหม่ สรุปจากการอบรมค่ายทั้ง 5 ค่าย เพื่อน าไปจัดท าโครงการพัฒนาภาวะผู้น าของผู้เรียน จะสอดคล้อง กับ John Dewey เรื่อง “learning by doing” ซึ่งได้กล่าวว่า “Education is a process of living and not a preparation for future living.” (Dewey John, 1897: 79 cite in Douladeli Efstratia, 2014) ซึ่งเป็นการเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ชีวิตขณะที่เรียน เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนา ทักษะต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับหลักพัฒนาการคิดของ Bloom ทั้ง 6 ขั้น คือ ความรู้ความจ า (Remembering) ความเข้าใจ (understanding) การประยุกต์ใช้ (Applying) การวิเคราะห์ (Analyzing) การประเมินค่า (Evaluating) และ การคิดสร้างสรรค์ (Creating) ซึ่งการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน นั้นจึงเป็นเป็น อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ถือได้ว่าเป็น การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ เนื่องจากผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเพื่อฝึก ทักษะต่างๆด้วยตนเองทุกขั้นตอน โดยมีครูเป็นผู้จัดประสบการณ์การเรียนรู้การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงการ หรือโครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning) เป็นแนวทางเลือกหนึ่งที่นักการศึกษาหลายท่านยอมรับว่า จ าเป็นอย่างยิ่งที่ ครูผู้สอนทุกระดับการศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ควรน าไปใช้ เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความสามารถของผู้เรียน โดยการค้นหาความรู้ด้วยตนเองด้วยการท า โครงการ (ลัดดา ศิลาน้อย และอังคณา ตุงคะสมิต, 2553) โดยการเรียนการสอนแบบโครงงานเป็นการ ปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองตามแนวคิดการเรียนที่ให้ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความคิด โดยเริ่มต้นที่ปัญหา และใช้กระบวนการท าโครงงานมา


43 สร้างความรู้หรือแก้ปัญหานั้น โดยได้ผลงานที่ผ่านการท างาน เรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เรียน โดยมีขั้นตอนโดย เริ่มต้นจากการก าหนดหัวข้อโครงงาน การวางแผนท าโครงงานการศึกษาค้นคว้าข้อมูล การลงมือปฏิบัติท า โครงงาน สรุปผลงานและน าเสนอโครงงาน (สุวัฒน์ นิยมไทย, 2554) จะสอดคล้องกับงานวิจัยของเชษฐศักดิ์ ค ามะวาปีและปรีชา คัมภีรปกรณ์ และสายันต์ บุญใบ (2563) การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อ 1) ศึกษา องค์ประกอบภาวะผู้น าของคณะกรรมการสภานักเรียน 2) สร้างและพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้น าของ คณะกรรมการสภานักเรียน 3) ตรวจสอบและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้น าของ คณะกรรมการสภานักเรียน ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1)ศึกษาองค์ประกอบ ภาวะผู้น าของคณะกรรมการสภานักเรียน 2)สร้างและพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้น าของคณะกรรมการ สภานักเรียน 3)ตรวจสอบและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมโดยการทดลองใช้ ตัวอย่างในการทดลองใช้ โปรแกรม ประกอบด้วย คณะกรรมการสภานักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 และ 23 ประจ าปีการศึกษา 2563 จ านวน 24 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินความรู้ และทักษะภาวะผู้น าก่อน และหลังการเข้าร่วมโปรแกรม และแบบประเมินความพึงพอใจ โปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าทดสอบทีผลการวิจัย พบว่า1)องค์ประกอบภาวะผู้น าคณะกรรมการสภานักเรียนมี 4 องค์ประกอบ คือ (1) มนุษยสัมพันธ์ (2) ความ รับผิดชอบ (3) การตัดสินใจ และ (4) การสร้างทีมงาน 2)โปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้น าของคณะกรรมการสภา นักเรียนมี 6 องค์ประกอบ คือ (1) หลักการและเหตุผล (2) วัตถุประสงค์ (3) รูปแบบวิธีการเสริมสร้างภาวะ ผู้น า (4) เนื้อหาสาระ (5) กิจกรรมการพัฒนา และ (6) การวัดและประเมินผล 3)ผลการประเมินประสิทธิผล ของโปรแกรมโดยการทดลองใช้ พบว่า (1) ความรู้ และ ทักษะภาวะผู้น าของคณะกรรมการสภานักเรียนหลัง การเข้าร่วมโปรแกรม สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ .01 และ (2) ความพึงพอใจ ของผู้เข้าร่วมโปรแกรม และผู้สังเกตการณ์อยู่ในระดับมากที่สุด น าความคิดเห็นเชิงเหตุผลของนักศึกษาอภิปรายให้เหตุผลต่อผลที่เกิดขึ้นจากแผน/โครงการ จากการการถอดบทเรียนเพื่อเป็นแนวคิดและเครื่องมือ เพื่อสร้างการเรียนรู้ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งของ การจัดการความรู้ ที่เน้นเสริมสร้างการเรียนรู้ในกลุ่มอย่างเป็นระบบ เพื่อสกัดความรู้จากประสบการณ์การ ท างานที่มีอยู่ในตัวคน (Tacit Knowedge) ภูมิปัญญาของท้องถิ่น องค์ความรู้ขององค์กรและกลุ่มออกมาเป็น บทเรียนความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) สามารถน า ไปสรุปและ สังเคราะห์เป็นชุดความรู้ คู่มือ หรือ สื่อรูปแบบต่าง ๆ และเกิดการเรียนรู้ร่วมกันของผู้เข้าร่วมกระบวนการ อันน ามาซึ่งการปรับวิธีคิด อีกทั้ง เปลี่ยนแปลงวิธีการท างานที่สร้างสรรค์และมีคุณภาพยิ่งขึ้น กิจกรรมการสะท้อนกลับหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) เป็นกิจกรรมคิดสะท้อนคุณลักษณะความเป็นครูหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติ วิชาชีพระหว่างเรียน 1-3 ชั้นปีที่ 1 – 3 ภาคเรียนที่ 2 และการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ชั้นปีที่ 4 ภาค เรียนที่ 2 ของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 4 ปี ทุกสาขาวิชา อีกทั้งยังใช้กระบวนการในรายวิชาครุ นิพนธ์ ด้วยกระบวนการ การก าหนดจุดประเด็นปรับปรุง/พัฒนาและแสวงหาแนวทางตนเองและการสร้าง ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู (Professional Learning Community : PLC) น าไปสู่การพัฒนาตนเองให้มี การวิเคราะห์ปัจจัยของการพัฒนาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา และสร้างโครงการพัฒนาผู้เรียน เรื่อง ภาวะ ผู้น า โดยการเข้าประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย เขตภาคกลาง ประจ าปี 2564 เรื่อง “การ พัฒนานักศึกษา Gen Z ในฐานวิถีชีวิตใหม่” กิจกรรมอบรมฝึกทักษะการเป็นผู้น านักศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2564 กิจกรรมอบรม “การพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม” ประจ าปีการศึกษา 2565 โครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชด าริของส านักงาน กปร. (Rdpb Campรุ่นที่12) และจัดท าโครงการ การจัดท าสื่อประชาสัมพันธ์พิธีบวชทะเล: ความสัมพันธ์ของทะเลกับวิถีชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ ต าบลด่านสวี


44 อ าเภอสวี จังหวัดชุมพร สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาตนเอง เห็นทักษะทั้ง 5 ด้าน อันได้แก่ 1. การน าทีม (Team Leadership) คือหัวใจหลักที่จะต้องมองภาพรวมและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในการท างาน 2. การ บริหารและวางแผน (Management and Planning) คือ ในทุกการท างานจ าเป็นต้องวางแผนงานเพื่อลด ปัญหาที่จะเกิด 3. การสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหา (Creativity and Problem Solving) คือ การแลกเปลี่ยน ความคิดเพื่อรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ พร้อมตรวจสอบข้อผิดพลาดในตัวงาน 4. การสื่อสาร (Communication) คือ การอธิบายให้คนในองค์กรเข้าใจ ได้อย่างสั้น กระชับ และเข้าใจ ทั้งทางการพูดและพฤติกรรมที่แสดงออก 5. ความรับผิดชอบ (Responsibility) คือ การท าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ส าเร็จ บุคคลที่จะได้รับผลกระทบนี้เป็นส าคัญคือคุณครู ผู้บริหาร และนักเรียน การพัฒนาการทักษะภาวะ ผู้น าของครูในสถานศึกษา ไม่ได้หมายรวมเพียงแต่ครูอย่างเดียวเท่านั้น ในบทบาทของผู้บริหารก็มีส่วนส าคัญ หากขาดผู้น าองค์กรก็ไม่สามารถจะน าพาสถานศึกษาไปสู่ความส าเร็จได้ จึงจ าเป็นจะต้องสร้างทักษะภาวะผู้น า ในตัวบุคลากรทุกคน ให้พร้อมส าหรับทุกสถานการณ์และถ้าสามารถปลูกฝังได้ตั้งแต่วัยเรียน ก็จะสามารถต่อ ยอดองค์ความรู้เพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไปได้ ดังนั้นผู้เรียนจึงมีความส าคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นอกจากนี้แล้ว ลักษณะการจัดกิจกรรมพัฒนาตนเองในรูปแบบนี้มีการกล่าวถึงในแนวคิดของ John Dewey เรื่อง “learning by doing” ซึ่งเป็นการเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ชีวิต ขณะที่เรียน จึงสะท้อนในเรื่องของการลงมือท า ปฏิบัติด้วยตนเอง จนเกิดความรู้ด้วยตนเอง และหยิบมา ประยุกต์ใช้ในแต่ละสถานการณ์ด้วยตนเอง จึงสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีหลักแนวคิดหรืองานวิจัยรับรอง จึงสามารถกล่าวได้ว่าการอบรมผ่านค่ายทั้ง 5 นั้น เป็นส่วนส าคัญที่ท าให้เกิดทักษะภาวะผู้น าใน สถานศึกษา และท าให้เกิดประเด็นในการเขียนโครงการเพื่อสร้างภาวะผู้น าแก่ผู้เรียน น าไปพัฒนาต่อยอด และ สร้างสังคมที่น่าอยู่ในอนาคต เป็นนวัตกรของประเทศ ช่วยเหลือระบบการศึกษา ให้เป็นแบบแผนมากยิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะการน าผลการปรับปรุง/พัฒนาไปใช้ 1. ควรหาแหล่งอบรมที่มีการวัดประเมินผล ในเชิงตัวเลข เพื่อวัดความรู้ ความสามารถผ่าน แบบทดสอบ เพิ่มความแม่นย าในผลของการทดสอบ 2. การศึกษาภาวะผู้น าของครูในสถานศึกษา จ าเป็นต้องหมั่นลงมือปฏิบัติจริง และบริหารเวลาในการ เพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ ในการหาปัจจัยเพิ่มเติม ให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง 3. ครุนิพนธ์เล่มนี้ ได้ท าการศึกษาปัจจัยที่ท าให้เกิดทักษะภาวะผู้น า อันจะน าไปสู่การจักโครงการ พัฒนาผู้เรียน ในเรื่อง ภาวะผู้น า เท่านั้น จึงสมควรที่จะมีการศึกษาต่อในเรื่องการวัดประเมินผลหลังจาก ทดลองใช้โครงการนี้จริง


45 บรรณานุกรม Ann Badillo. (2013). 21st Century Leadership Skills: Ten Skills for future workforce. [Online]. http://buildingconfidentleader.com/tag/21st century leadership skills/. [5 April 2021] Broemmel, A. D., Jordan, J., & Whitsett, B. M. (2016). Learning to be teacher leaders a framework for assessment, planning, andinstruction. NewYork: Routled Chansongkroa, S. (2015).Academic Leadership of School Administrators in Chanthaburi Province Under the Office of Secondary Education Service Area 17. Chonburi: Burapha University. Dewey, J. (1997). How we think. New York: Dover. Dewey, J. (1997). Experience and Education. New York: Touchstone. Dewey, J. (2005). How we think: a restatement of the relation of reflective thinking and the educational process. NY: D. C Heath. Katzenmeyer, M., and Moller, G. (2001). Awakening the sleeping giant: Helping teachersdevelop as leaders. 2nd ed. Thousand Oaks, CA: Corwin Press. Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. New Jersey: Prentice-Hall. Lewis, A., & Smith, D. (1993). Defining higher order thinking. Theory into Practice, 32(3), 131-137. Silins, H., & Mulford, B. (2002). Schools as Learning Organizations: The Case for System, Teacher and Student Learning. Educational Administration, 40, 425-446. http://dx.doi.org/10.1108/09578230210440285 York-Barr,J.& Duke,K. (2004). “What do we Know about teacher leadership? Findings from Two decades of scholarship”. Review of Education Research.74(3), 260. กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค. ______. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ______. (2553). ความหมายของภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพฯ: ส านักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ. กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา. (2550). เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษพิธีเปิดการ อบรมครูผู้สอนสังคมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงแรมแม่น้ า. ชโลทร โชติกีรติเวช และวัลลภา อารีรัตน์. (2560). ความต้องการจ าเป็นในการพัฒนาทักษะ Soft Skills เพื่อการจัดการเรียนรู้ของครูในสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 25.วารสารวิจัยมหาวทิยาลัยขอนแก่น (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์, (5)1, 44-52. ปิยณัฐ วงศ์เครือศร. (2562). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้น าครูในการจัดการเรียนรู้ ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดส านักงานศึกษาธิการ


46 ภาค 11. วิทยานิพนธ์ ค.ด. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. ลัดดา ภู่เกียรติ. 2544.โครงงานเพื่อการเรียนรู้หลักการและแนวทางการจัดกิจกรรม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. _________..2552.การสอนแบบโครงงานและการสอนแบบใช้วิจัยเป็นฐาน :งานที่ ครูประถมทาได้.กรุงเทพฯ: บริษัท สาฮะแอนด์ซันพริ้นติ้ง จากัด. สุพรรณิการ์ ชนะนิล์, วิภา ชัยสวัสดิ์, พันธ์ทิพา คนฉลาด, และปิยะธิดา ชนะพันธ. (2563). การส ารวจ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะ Soft Skillsด้านบุคลิกภาพและศิลปะการพูดของนักศึกษา ครูในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 12(1), 19-36. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). คู่มือประเมินสมรรถนะครู (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2553). เข้าถึงได้จาก http://www.tmk.ac.th/teacher/capasity.pdf. 20 เมษายน 2564. _________. (2561). คู่มือการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รักษาการในต าแหน่งผู้อ านวยการสถานศึกษา.เข้าถึงได้จาก https://www.kroobannok.com/news_file/p17567671203.pdf. 20 เมษายน 2564. _________. (2550). แนวทางการกระจายอ านาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้ คณะกรรมการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาตามกฎกระทรวง ก าหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการกระจายอ านาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. _________. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: ส านักนายกรัฐมนตรี. ส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. (2554). คู่มือการประเมิน คุณภาพภายนอกรอบ 3 (พ.ศ. 2554 - 2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : บริษัท ออฟเซ็ท พลัส จ ากัด.


47 ภาคผนวก ก ใบประกาศนียบัตรผ่านการอบรม


48


49


50 ภาคผนวก ข เอกสาร/หลักฐานการอบรมจัดโครงการพัฒนาผู้เรียน


51


52


53


54


55


56


57 ประวัติผู้จัดท า ข้อมูลผู้จัดท า 1. ชื่อ-นามสกุล นายภูเบศร บุริวัฒน์ Phubet Buriwat 2. รหัสนักศึกษา 6311303157 3. ต าแหน่งปัจจุบัน นักศึกษา 4. หน่วยงานหรือสถานที่ติดต่อ ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มือถือ 080-0978008 E-mail: [email protected] 5. ประวัติการศึกษา โรงเรียนอนุบาลปราจีนบุรีอ าเภอ เมือง จังหวัดปราจีนบุรี (อนุบาล.1 - ประถมศึกษาปีที่ 6) โรงเรียนปราจิณราษฎรอ ารุง อ าเภอ เมือง จังหวัดปราจีนบุรี (มัธยมศึกษาปีที่ 1- มัธยมศึกษาปีที่ 6) ปริญญาตรี สาขาวิชาสังคมศึกษา (ค.บ) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


Click to View FlipBook Version