The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียน

94 แบบประเมินการน าเสนองาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์ ที่ ชื่อ – สกุล เกณฑ์การให้คะแนน รวม (๒๐) หมาย เหตุ เนื้อหาการ น าเสนอ (๔) การใช้ ภาษา (๔) เวลาใน การ น าเสนอ (๔) การมี ส่วนร่วม (๔) เห็น คุณค่า (๔) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ลงชื่อ........................................................ผู้ประเมิน ................../..................../...................


95 เกณฑ์ให้คะแนนการน าเสนอผลงาน รายละเอียด ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ เนื้อหา การน าเสนอ ชัดเจน ตรง ประเด็น เข้าใจ ง่ายและเป็น ประโยชน์ ชัดเจน ตรง ประเด็น เข้าใจง่าย ชัดเจน ไม่ตรง ประเด็น เล็กน้อย ไม่ชัดเจน ไม่ ตรงประเด็น และไม่เป็น ประโยชน์ เนื้อหาที่พูด ไม่มีสาระที่เป็น ประโยชน์ ใช้ภาษาได้ ถูกต้องและ สุภาพ ใช้ภาษาได้ ถูกต้องและ สุภาพ ใช้ภาษาผิด เล็กน้อยและ สุภาพ ใช้ภาษาผิด บางส่วนและ สุภาพ ใช้ภาษาผิดและ ไม่ค่อยสุภาพ ไม่แสดงความ คิดเห็นหรือใช้ ภาษาไม่ ถูกต้อง ไม่ สุภาพ เวลาในการ น าเสนอ ใช้เวลาได้ เหมาะสม กระชับ ใช้เวลาขาด หรือเกิน เล็กน้อยจากที่ ก าหนด ใช้เวลาขาด หรือเกิน ค่อนข้างมาก ใช้เวลาขาด หรือเกินมาก ไม่น าเสนอหรือ ใช้เวลาไม่ เหมาะสมเลย การมีส่วนร่วม ในการน าเสนอ ทุกคนมีส่วน ร่วมใน การท ากิจกรรม เอาใจใส่ ตั้งใจ พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๑ - ๒ คน พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๓ - ๔ คน พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๕ - ๖ คน ไม่ให้ ความร่วมมือ เลย บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษา บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษาได้ ชัดเจน บอกคุณค่า จากเรื่องที่ ศึกษาได้ บอกคุณค่า จากเรื่องที่ ศึกษาได้บ้าง บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษาได้ ไม่ชัดเจน ไม่บอกคุณค่า เกณฑ์การผ่าน ๒๐ - ๑๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๑๕ - ๑๒ คะแนน หมายถึง ดี ๑๑ - ๘ คะแนน หมายถึง พอใช้ ต่ ากว่า ๘ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดี ขึ้นไป


96 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ พระบรมราโชวาท เวลา ๒๖ ชั่วโมง เรื่อง การอ่านจับใจความส าคัญจากบทความ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจุติภรณ์ สิทธิศรี โรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์ วันที่สอน วันจันทร์ ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๒๕ - ๑๐.๑๕ น. ม. ๓/๓ วันจันทร์ ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๕ – ๑๔.๔๕ น. ม. ๓/๒ วันพุธ ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๕ – ๑๔.๔๕ น. ม. ๓/๑ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อน าไปใช้ ตัดสินใจแก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๓/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องและเหมาะสม กับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๓/๔ อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ผู้เรียนสามารถบอกใจความส าคัญจากบทความที่อ่านได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ ผู้เรียนสามารถเขียนแผนผังความคิดสรุปใจความส าคัญจากบทความที่อ่านได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการท างาน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการอ่าน ๕. สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ หมายถึง การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลัก ของข้อความหรือเรื่องที่อ่าน เป็นข้อความที่คลุมข้อความอื่น ๆ ในย่อหน้าหนึ่ง ๆ ไว้ทั้งหมด การอ่าน จับใจความจากบทความจะท าให้ผู้อ่านเข้าเนื้อหาและมีทักษะการคิดวิเคราะห์มากขึ้น โดยการ พิจารณาทีละย่อหน้า หาประโยคใจความส าคัญของแต่ละย่อหน้า ตัดส่วนที่เป็นรายละเอียดออกได้


97 เช่น ตัวอย่าง ส านวนโวหาร อุปมาอุปไมย (การเปรียบเทียบ) ตัวเลข สถิติ ตลอดจนค าถามหรือค าพูด ของผู้เขียนซึ่งเป็นส่วนขยาย ใจความส าคัญ และสุดท้ายสรุปใจความส าคัญด้วยส านวนภาษาของ ตนเอง การศึกษาเรื่องการอ่านจับใจความส าคัญจากบทความจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การอ่านจับใจความส าคัญจากบทความ ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ การเขียนแผนผังความคิดสรุปความรู้จากบทความ ๗.๒ ใบงานเรื่องการอ่านจับใจความส าคัญ KWL Plus ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๘.๑ ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอ่านบทความ ในประเด็น ดังต่อไปนี้ ๘.๑.๑ ผู้เรียนรู้จักบทความหรือไม่ บทความคืออะไร ๘.๑.๒ บทความมักจะปรากฏในสื่อชนิดใด ๘.๑.๓ บทความเหมาะกับผู้อ่านวัยใดและใช้ภาษาในระดับใด ๘.๑.๔ บทความกล่าวถึงเรื่องอะไรบ้าง ๘.๑.๕ ผู้เรียนอ่านบทความแล้วจับประเด็น เข้าใจเรื่องที่อ่านหรือไม่ ๘.๑.๖ ผู้เรียนชอบอ่านบทความหรือไม่เพราะเหตุใด ๘.๒ ผู้เรียนตอบค าถาม แสดงความคิดเห็นแล้วฟังสรุปจากผู้สอนว่า บทความเป็น สื่อชนิดหนึ่งที่อยู่ในรูปแบบของการเขียนหรือพิมพ์ด้วยตัวอักษร มีขนาดความยาวประมาณ ๑ - ๕ หน้ากระดาษ มักจะอยู่ในหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร หรือบทความบนอินเทอร์เน็ต บทความ กล่าวถึงเรื่องราวหรือเนื้อหาโดยทั่วไปทุกเรื่องบนโลกไม่มีจ ากัด ขึ้นอยู่กับว่าผู้เขียนจะเขียนบทความ เกี่ยวกับอะไร เช่น การเมือง สุขภาพ ชีวิต อาหาร ฯลฯ บทความมักจะใช้ภาษาในทุกระดับชั้นขึ้นอยู่ กับประเภทของเนื้อหาและผู้เขียน ตั้งแต่การใช้ภาษาปากไปจนถึงภาษาระดับพิธีการ ผู้เรียนจะได้ ฝึกฝนทักษะการอ่านจับใจความส าคัญเพิ่มขึ้น น าเข้าสู่บทเรียนเรื่องการอ่านจับใจความส าคัญจาก บทความ ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ ๑ ขั้นกิจกรรมก่อนการอ่าน ขั้น K (What you know) ๘.๓ ผู้เรียนแบ่งกลุ่มภายในชั้นเรียนกลุ่มละ ๓ คน จากนั้นผู้สอนแจกใบกิจกรรม KWL Plus ให้ผู้เรียน ๘.๔ ผู้เรียนทบทวนความรู้เรื่องการอ่านจับใจความส าคัญในชั่วโมงที่แล้ว และผู้สอน ทบทวนการอ่านจับใจความส าคัญโดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค KWL Plus ให้ผู้เรียนเข้าใจ อีกครั้ง


98 ๘.๕ ผู้เรียนดูข้อความที่ผู้สอนเขียนบนกระดานว่า “กิ้งก่าเปลี่ยนสีเพื่อ พรางตัว จริง หรือ?” ผู้สอนสนทนากับผู้เรียนว่า ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับหัวเรื่องที่ผู้สอนเขียนอย่างไร ให้ผู้เรียนแต่ ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิด โดยการพูดอภิปรายแสดงความคิดเห็น ผู้เรียนเขียนสิ่งที่รู้เกี่ยวกับหัวข้อ เรื่องที่ผู้สอนเขียนบนกระดานบันทึกข้อความลงในใบงาน KWL Plus ในช่อง K ขั้นที่ ๒ ขั้นกิจกรรมระหว่างการอ่าน ขั้น W (What we want to know) ๘.๖ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตั้งค าถามในสิ่งที่ต้องการรู้จากข้อความ “กิ้งก่าเปลี่ยน สีเพื่อ พรางตัว จริงหรือ ?” ให้บันทึกค าถามลงในใบงาน KWL Plus ในช่อง W ๘.๗ ผู้เรียนอ่านบทความเรื่อง “กิ้งก่าเปลี่ยนสีเพื่อ พรางตัว จริงหรือ?” แล้วหา ค าตอบจากค าถามที่ตั้งไว้ในช่อง W ถ้าผู้เรียนอ่านพบข้อมูลใหม่ ๆ ผู้เรียนสามารถตั้งค าถามเพิ่มเติม ในช่อง W ได้ ขั้น L (What you have learned) ๘.๘ ผู้เรียนบันทึกค าตอบที่ได้จากการตั้งค าถาม ลงในใบงาน KWL Plus ในช่อง L ๘.๙ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันอภิปรายสิ่งที่ได้เรียนรู้ทั้งหมดจากการอ่านบทความ เรื่อง “กิ้งก่าเปลี่ยนสีเพื่อ พรางตัว จริงหรือ?” เพื่อตรวจสอบค าตอบอีกครั้งหนึ่ง ขั้นที่ ๓ ขั้นกิจกรรมหลังการเรียน (Plus) ๘.๑๐ ผู้เรียนน าข้อมูลจากใบงาน KWL Plus มาเรียบเรียงข้อมูลและสรุปข้อมูลเป็น แผนผังความคิด ๘.๑๑ ผู้เรียนส่งตัวแทนของกลุ่มตัวเองออกมาน าเสนอแผนผังความคิดที่ผู้เรียนสรุป ข้อมูลจากเรื่องที่ศึกษา จากนั้นผู้เรียนรับฟังค าแนะน าหรือค าอธิบายเพิ่มจากผู้สอน ๘.๑๒ ผู้เรียนท ากิจกรรมทบทวนความเข้าใจจากการอ่านจับใจความจากบทความ โดยการท ากิจกรรมตอบค าถามผ่าน Quizizz ผู้เรียนคนไหนได้คะแนนเยอะที่สุดได้รับรางวัลพิเศษ ขั้นสรุป ๘.๑๓ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องการอ่านจับใจความส าคัญจาก บทความและสอบถามประเด็นที่ผู้เรียนสงสัย ๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ ใบงาน KWL Plus ๙.๒ Power Point การอ่านจับใจความ ๙.๓ บทความเรื่อง “กิ้งก่าเปลี่ยนสีเพื่อ พรางตัว จริงหรือ?” ๙.๔ กิจกรรมตอบค าถาม Quizizz ๑๐. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๑๐.๑ การสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนให้เป็นแบบกันเอง ๑๐.๒ ให้ค าแนะน านักเรียนอย่างทั่วถึงและใกล้ชิด ๑๐.๓ การให้ค าชมเชย รางวัลพิเศษ หรือคะแนนพิเศษ


99 ๑๑. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. ผู้เรียนสามารถบอก ใจความส าคัญจากบทความ ที่อ่านได้ถูกต้อง (K) การสังเกต พฤติกรรม แบบให้คะแนน การน าเสนองาน แบบกลุ่ม ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินแบบให้คะแนนการ น าเสนอผลงานแบบกลุ่มใน ระดับ ร้อยละ ๘๐ หรือ ดี ขึ้นไป ๒ . ผู้เ รี ยน ส าม า ร ถเ ขี ยน แผนผังความคิดสรุปใจความ ส าคัญจากบทความที่อ่านได้ ถูกต้อง (P) การตรวจแผนผัง ความคิด แบบให้คะแนน แผนผังความคิด ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินแบบให้คะแนน แผนผังความคิดในระดับ ดี ขึ้นไป หรือ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ๓. ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น ในการท างาน (A) การส่งงานที่ได้รับ มอบหมาย แผนผังความคิด ความรับผิดชอบงาน มี ๔ ระดับ ดีมาก = ๒ คะแนน ดี = ๑.๕ คะแนน ปานกลาง = ๑ คะแนน น้อย = ๐.๕ คะแนน


100 เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ากิ้งก่า (chameleon) นั้นสามารถเปลี่ยนสีเป็นสีต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะ เป็นสีที่ท าให้มันสามารถกลมกลืนกับธรรมชาติรอบ ๆ ตัว เพื่อการพรางตัว ซึ่งอาจจะเป็นการพรางตัว เพื่อล่าเหยื่อ หรืออาจจะเป็นการพรางตัวเพื่อหลีกหนีจากภัยอันตรายต่าง ๆ แต่ว่าการเปลี่ยนสีของ กิ้งก่านั้นมีจุดประสงค์อื่นอยู่ นั่นคือเพื่อการสื่อสารกันอีกด้วย ภาพ กิ้งก่าเปลี่ยนสี ที่มา https://pixabay.com/th , FrankWinkler การเปลี่ยนสีของกิ้งก่า การที่กิ้งก่าสามารถเปลี่ยนสีได้เป็นเพราะว่าพวกมันมีเซลล์สะท้อนแสงพิเศษบนผิวหนัง โดย ในเซลล์ดังกล่าว มีสิ่งที่เรียกว่า นาโนคริสตัล (Nanocrystal) อยู่ ซึ่งเจ้านาโนคริสตัลเหล่านี้ เปรียบเสมือนเป็นปริซึมสะท้อนแสงเล็ก ๆ ที่มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน โดยที่กิ้งก่า สามารถ จัดเรียงแก้ว คริสตัลเล็ก ๆ เหล่านี้ให้สะท้อนคลื่นแสงที่มีความยาวต่างกันได้ เราจึงเห็นเป็นสีที่ต่างกัน แล้วกิ้งก่าเปลี่ยนสีท าไม? แน่นอนว่าเมื่อพวกมันอยู่ในป่า ความสามารถนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่องของการอ าพราง ตัว แต่ว่าความสามารถนี้ก็มีจุดประสงค์อย่างอื่นอีก นั่นก็คือเพื่อสื่อสารถึงกันและกัน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อพวกกิ้งก่าตัวผู้ต้องการเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย ก็จะท าการเปลี่ยนสีตัวเองให้เป็นสีสันที่ สดใสและสวยงามอย่าง สีเหลือง สีแดง และสีส้ม แต่เมื่อพวกมันต้องท าการต่อสู้กัน เช่นเป็น การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขต พวกมันจะเปลี่ยนสีให้ตัวเองเป็นสีที่ดูแล้วน่ากลัว มีอ านาจ หรือเป็นสีที่ แสดงความเกรี้ยวโกรธใส่กัน เพราะฉะนั้น กิ้งก่าไม่ได้เพียงแต่เปลี่ยนสีของตัวเองเพื่อการอ าพรางตัว เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนสีเพื่อเป็นการสื่อสารถึงกันอีกด้วย และบางทีนี่อาจจะเป็นจุดประสงค์หลักของ การเปลี่ยนสีของกิ้งก่าก็เป็นได้ บทความเรื่อง กิ้งก่าเปลี่ยนสีเพื่อ พรางตัว จริงหรือ?


101 หุ่นยนต์กิ้งก่า ในตอนนี้มีงานวิจัยที่สามารถสร้างหุ่นยนต์ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนสีได้คล้ายกีบการ เปลี่ยนสีของกิ้งก่าได้แล้ว โดยพวกเค้าเป็นทีมวิศวกรที่มหาวิทยาลัยอู่ฮั่นในประเทศจีน ที่สามารถ ประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่สามารถเปลี่ยนสีผิวให้เหมือนกับสีพื้นหลังของสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกิ้งก่า โดยหวัง ว่าจะน ามาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการพรางตัวในอนาคต โดยหุ่นยนต์ดังกล่าวสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี การพิมพ์แบบ 3 มิติ โดยมีผิวเป็นจอพลาสมาที่ผลิตแสงสีต่าง ๆ ได้ด้วยไฟฟ้า การเปลี่ยนสีผิวนั้นใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) โดยเซ็นเซอร์ที่ผิวหุ่นยนต์จะตรวจจับ แสงสีในสภาพแวดล้อม แล้วน าข้อมูลมาประมวลผล เพื่อการเปลี่ยนโทนสีผิวให้ตรงกับสีที่ตรวจพบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หุ่นยนต์กิ้งก่าพรางตัวยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาขั้นต้น ท าให้เปลี่ยนสีได้ตาม ฉากพื้นหลังเพียง 3 สี คือแดง เขียว และน้ าเงินเท่านั้น แต่ในอนาคต เทคโนโลยีนี้จะสามารถใช้กับ สภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อน และอาจน าไปสู่การพัฒนาระบบตรวจจับขั้นสูงสามารถใช้ได้กับทุกสี แหล่งที่มา DMCTODAY. (2559, 17 กุมภาพันธ์). หุ่นยนต์กิ้งก่าพรางตัว. สืบค้นเมื่อ ๒๗ มิถุนายน 256๓, จาก http://dmctoday.blogspot.com/2016/02/blog-post_643.html BBCNEWS. (2561, 23 สิงหาคม). กิ้งก่าเปลี่ยนสีเพื่ออะไร? อ าพรางตัวหรือสื่อสารถึงกัน และกัน. สืบค้นเมื่อเมื่อ ๒๗ มิถุนายน 256๓ , จาก https://www.bbc.com/thai/international45287013


102


103


104 แบบประเมินแผนผังความคิด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์ ที่ ชื่อ – สกุล เกณฑ์การให้คะแนน รวม (๒๐) หมายเหตุ ความ ครบถ้วน ของเนื้อหา (๔) ความ ถูกต้องของ เนื้อหา (๔) การใช้ ภาษา (๔) ความ สวยงาม (๔) ความ สะอาด เรียบร้อย (๔) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ลงชื่อ........................................................ผู้ประเมิน ................../..................../...................


105 แบบให้คะแนนแผนผังความคิด รายละเอียด ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ ความครบถ้วน ของเนื้อหา เนื้อหา ครบถ้วน เนื้อหาไม่ครบ ๑ ส่วน เนื้อหาไม่ครบ ๒ ส่วน เนื้อหาไม่ครบ ๓ ส่วน เนื้อหาไม่ครบ มากกว่า ๔ ส่วน ความถูกต้อง ของเนื้อหา เนื้อหาถูกต้อง ตามหลักการ เนื้อหาไม่ ถูกต้อง ๑ ส่วน เนื้อหาไม่ ถูกต้อง ๒ ส่วน เนื้อหาไม่ ถูกต้อง ๓ ส่วน เนื้อหาไม่ ถูกต้อง มากกว่า ๔ ส่วน การใช้ภาษาที่ ถูกต้องตามหลัก ภาษา ใช้ภาษาได้ ถูกต้องตาม หลักภาษาไทย ใช้เนื้อหาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา ๑ จุด ใช้เนื้อหาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา ๒ จุด ใช้เนื้อหาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา ๓ จุด ใช้เนื้อหาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา มากกว่า ๔ จุด ความสวยงาม ตกแต่ง สวยงาม ใช้สี และรูปภาพ เหมาะสมมาก ตกแต่ง สวยงามใช้สี และรูปภาพ เหมาะสม ตกแต่ง สวยงามใช้สี และรูปภาพ พอใช้ ตกแต่ง สวยงามใช้สี และรูปภาพ ตกแต่งและ ใช้สีไม่ สวยงาม หรือไม่ ตกแต่ง ความสะอาด เรียบร้อย ไม่พบรอยลบ การขีดฆ่า สะอาด เรียบร้อย พบรอยลบ หรือการขีดฆ่า ๑ - ๒ จุด พบรอยลบ หรือการขีด ฆ่า ๓ - ๔ จุด พบรอยลบ หรือการขีด ฆ่า ๕ - ๖ จุด พบรอยลบ หรือการขีด ฆ่ามากกว่า ๖ จุด เกณฑ์การผ่าน ๑๖ - ๒๐ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๑๒ - ๑๕ คะแนน หมายถึง ดี ๖ - ๑๑ คะแนน หมายถึง พอใช้ ต่ ากว่า ๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดี ขึ้นไป


106 แบบประเมินการน าเสนองาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์ ที่ ชื่อ – สกุล เกณฑ์การให้คะแนน รวม (๒๐) หมาย เหตุ เนื้อหาการ น าเสนอ (๔) การใช้ ภาษา (๔) เวลาในการ น าเสนอ (๔) การมี ส่วนร่วม (๔) เห็นคุณค่า (๔) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ลงชื่อ........................................................ผู้ประเมิน ................../..................../...................


107 เกณฑ์ให้คะแนนการน าเสนอผลงาน รายละเอียด ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ เนื้อหา การน าเสนอ ชัดเจน ตรง ประเด็น เข้าใจ ง่ายและเป็น ประโยชน์ ชัดเจน ตรง ประเด็น เข้าใจง่าย ชัดเจน ไม่ตรง ประเด็น เล็กน้อย ไม่ชัดเจน ไม่ ตรงประเด็น และไม่เป็น ประโยชน์ เนื้อหาที่พูด ไม่มีสาระที่เป็น ประโยชน์ ใช้ภาษาได้ ถูกต้องและ สุภาพ ใช้ภาษาได้ ถูกต้องและ สุภาพ ใช้ภาษาผิด เล็กน้อยและ สุภาพ ใช้ภาษาผิด บางส่วนและ สุภาพ ใช้ภาษาผิดและ ไม่ค่อยสุภาพ ไม่แสดงความ คิดเห็นหรือใช้ ภาษาไม่ ถูกต้อง ไม่ สุภาพ เวลาในการ น าเสนอ ใช้เวลาได้ เหมาะสม กระชับ ใช้เวลาขาด หรือเกิน เล็กน้อยจากที่ ก าหนด ใช้เวลาขาด หรือเกิน ค่อนข้างมาก ใช้เวลาขาด หรือเกินมาก ไม่น าเสนอหรือ ใช้เวลาไม่ เหมาะสมเลย การมีส่วนร่วม ในการน าเสนอ ทุกคนมีส่วน ร่วมในการท า กิจกรรม เอาใจใส่ ตั้งใจ พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๑ - ๒ คน พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๓ - ๔ คน พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๕ - ๖ คน ไม่ให้ ความร่วมมือ เลย บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษา บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษาได้ ชัดเจน บอกคุณค่า จากเรื่องที่ ศึกษาได้ บอกคุณค่า จากเรื่องที่ ศึกษาได้บ้าง บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษาได้ ไม่ชัดเจน ไม่บอกคุณค่า เกณฑ์การผ่าน ๒๐ - ๑๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๑๕ - ๑๒ คะแนน หมายถึง ดี ๑๑ - ๘ คะแนน หมายถึง พอใช้ ต่ ากว่า ๘ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดี ขึ้นไป


108 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ พระบรมราโชวาท เวลา ๒๖ ชั่วโมง เรื่อง การอ่านจับใจความส าคัญจากบทร้อยกรอง เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวจุติภรณ์ สิทธิศรี โรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์ วันที่สอน วันอังคาร ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๒๕ - ๑๐.๑๕ น. ม. ๓/๒ วันอังคาร ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๒๐ - ๑๑.๑๐ น. ม. ๓/๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๒๐ - ๑๑.๑๐ น. ม. ๓/๑ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อน าไปใช้ ตัดสินใจแก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๓/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องและเหมาะสม กับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๓/๔ อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ผู้เรียนสามารถบอกใจความส าคัญจากบทร้อยกรองที่อ่านได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ ผู้เรียนสามารถเขียนแผนผังความคิดสรุปใจความส าคัญจากบทร้อยกรองที่อ่านได้ ถูกต้อง (P) ๒.๓ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการอ่าน ๕. สาระส าคัญ การอ่านจับใจความบทร้อยกรอง เป็นการอ่านที่ผู้อ่านต้องจับใจความส าคัญของเนื้อเรื่องหรือ ข้อความที่อ่าน ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อ ตลอดจนจุดมุ่งหมายของ ผู้แต่งได้ดีขึ้น บทร้อยกรองเป็นงานเขียนประเภทหนึ่งที่ต้องอาศัยทักษะการอ่านจับใจความ เพราะ


109 ผู้เขียนจะสอดแทรกแนวคิดทัศนคติไว้ เมื่อผู้อ่านมีทักษะในการอ่านจับใจความได้ดี ก็จะสามารถ เข้าใจเรื่องและแนวคิดของผู้เขียนได้ดียิ่งขึ้น ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การอ่านจับใจความส าคัญจากบทร้อยกรอง ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ การเขียนแผนผังความคิดสรุปความรู้จากบทร้อยกรอง ๗.๒ ใบงานเรื่องการอ่านจับใจความส าคัญ KWL Plus ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๘.๑ ผู้เรียนดูภาพของผู้หญิงประเภทสอง หรือผู้หญิงที่มีลักษณะของทอมบอย หรือ LGBTQ เช่น ภาพของครูลิลลี่ นางแบบสาวอรนภา กฤษฎี นักร้อง หรือนักแสดง ๓-๔ ภาพ จากนั้น ผู้สอนอ่านบทประพันธ์ข้างล่างให้ผู้เรียนฟัง แล้วให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น เกิดเป็นหญิงให้เห็นว่าเป็นหญิง อย่าทอดทิ้งกริยาอัชฌาศัย เป็นหญิงครึ่งชายครึ่งไม่พึงใจ ใครเขาไม่สรรเสริญเมินอารมณ์ (สวัสดิรักษา สุนทรภู่) ๘.๒ ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ - ผู้เรียนคิดว่าผู้แต่งมีจุดประสงค์ออย่างไร - ผู้เรียนเห็นว่าบทประพันธ์นี้ยังมีความทันสมัย หรือ เข้ากับสภาพการณ์ใน สังคมยุคปัจจุบันอยู่หรือไม่ - ผู้เรียนคิดว่าในสังคมยุคปัจจุบันนี้ยอมรับคนเหล่านี้หรือไม่ สังเกตจาก อะไร ๘.๓ ผู้เรียนภายในห้องร่วมกันแสดงความคิดเห็น จากนั้นฟังสรุปจากผู้สอนว่า บทประพันธ์ข้างต้นเป็นการกล่าวถึงการปฏิบัติตัวของผู้เรียน ซึ่งมีความแตกต่างจากปัจจุบันอยู่มาก เช่นกัน โดยส่วนใหญ่มักจะขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันออกไป จากนั้นผู้สอน น าเข้าสู่บทเรียนเรื่องการอ่านจับใจความส าคัญจากบทร้อยกรอง ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ ๑ ขั้นกิจกรรมก่อนการอ่าน ขั้น K (What you know) ๘.๔ ผู้เรียนแบ่งกลุ่มภายในชั้นเรียนกลุ่มละ ๓ คน จากนั้นผู้สอนแจกใบกิจกรรม KWL Plus ให้ผู้เรียน ๘.๕ ผู้เรียนทบทวนความรู้เรื่องการอ่านจับใจความส าคัญในชั่วโมงที่แล้ว และผู้สอน ทบทวนการอ่านจับใจความส าคัญโดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค KWL Plus ให้ผู้เรียนเข้าใจ อีกครั้ง ๘.๖ ผู้เรียนดูข้อความที่ผู้สอนเขียนบนกระดานว่า “จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า” ผู้สอน สนทนากับผู้เรียนว่า ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับหัวเรื่องที่ผู้สอนเขียนอย่างไร ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน


110 ระดมความคิด โดยการพูดอภิปรายแสดงความคิดเห็น ผู้เรียนเขียนสิ่งที่รู้เกี่ยวกับหัวข้อเรื่องที่ผู้สอน เขียนบนกระดาน บันทึกข้อความลงในใบงาน KWL Plus ในช่อง K ขั้นที่ ๒ ขั้นกิจกรรมระหว่างการอ่าน ขั้น W (What we want to know) ๘.๗ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตั้งค าถามในสิ่งที่ต้องการรู้จากข้อความ “จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า” ให้บันทึกค าถามลงในใบงาน KWL Plus ในช่อง W ๘.๘ ผู้เรียนอ่านบทความเรื่อง “จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า” แล้วผู้เรียนหาค าตอบจาก ค าถามที่ตั้งไว้ในช่อง W ถ้าผู้เรียนอ่านพบข้อมูลใหม่ ๆ ผู้เรียนสามารถตั้งค าถามเพิ่มเติมในช่อง W ได้ ขั้น L (What you have learned) ๘.๘ ผู้เรียนบันทึกค าตอบที่ได้จากการตั้งค าถาม ลงในใบงาน KWL Plus ในช่อง L ๘.๙ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันอภิปรายสิ่งที่ได้เรียนรู้ทั้งหมดจากการอ่านบทความ เรื่อง “จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า” เพื่อตรวจสอบค าตอบอีกครั้งหนึ่ง ขั้นที่ ๓ ขั้นกิจกรรมหลังการเรียน (Plus) ๘.๑๐ ผู้เรียนน าข้อมูลจากใบงาน KWL Plus มาเรียบเรียงข้อมูลและสรุปข้อมูลเป็น แผนผังความคิด ๘.๑๑ ผู้เรียนส่งตัวแทนของกลุ่มตัวเองออกมาน าเสนอแผนผังความคิดที่ผู้เรียนสรุป ข้อมูลจากเรื่องที่ศึกษา จากนั้นผู้เรียนฟังค าแนะน าหรือค าอธิบายเพิ่มจากผู้สอน ๘.๑๒ ผู้เรียนท าแบบทดสอบหลังเรียนเรื่องการอ่านจับใจความส าคัญ แบบปรนัย จ านวน ๔๐ ข้อ โดยใช้เวลา ๒๐ นาที ผ่าน Google form ขั้นสรุป ๘.๑๒ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องการอ่านจับใจความส าคัญจาก บทร้อยกรอง ๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ ใบงาน KWL Plus ๙.๒ Power Point การอ่านจับใจความ ๙.๓ บทร้อยกรองเรื่อง “จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า” ๑๐. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๑๐.๑ การสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนให้เป็นแบบกันเอง ๑๐.๒ ให้ค าแนะน านักเรียนอย่างทั่วถึงและใกล้ชิด


111 ๑๑. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. ผู้เรียนสามารถบอก ใจความส าคัญจากบท ร้อยกรองที่อ่านได้ถูกต้อง (K) การสังเกต พฤติกรรม แบบให้คะแนน การน าเสนองาน แบบกลุ่ม ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินแบบให้คะแนนการ น าเสนอผลงานแบบกลุ่มใน ระดับร้อยละ ๘๐ หรือ ดี ขึ้นไป ๒. ผู้เรียนสามารถเขียน แผนผังความคิดสรุป ใจความส าคัญจากบทร้อย กรองที่อ่านได้ถูกต้อง (P) การตรวจแผนผัง ความคิด แบบให้คะแนน แผนผังความคิด ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินแบบให้คะแนน แผนผังความคิดในระดับ ดี ขึ้นไป หรือ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ๓. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการ จัดกิจกรรมในชั้นเรียน (A) การสังเกต พฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรมผู้เรียน ผู้เรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินในระดับ ดี ขึ้นไป


112


113


114 แบบประเมินแผนผังความคิด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์ ที่ ชื่อ – สกุล เกณฑ์การให้คะแนน รวม (๒๐) หมาย เหตุ ความ ครบถ้วน ของเนื้อหา (๔) ความ ถูกต้องของ เนื้อหา (๔) การใช้ ภาษา (๔) ความ สวยงาม (๔) ความ สะอาด เรียบร้อย (๔) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ลงชื่อ........................................................ผู้ประเมิน ................../..................../...................


115 แบบให้คะแนนแผนผังความคิด รายละเอียด ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ ความครบถ้วน ของเนื้อหา เนื้อหา ครบถ้วน เนื้อหาไม่ครบ ๑ ส่วน เนื้อหาไม่ครบ ๒ ส่วน เนื้อหาไม่ครบ ๓ ส่วน เนื้อหาไม่ครบ มากกว่า ๔ ส่วน ความถูกต้อง ของเนื้อหา เนื้อหาถูกต้อง ตามหลักการ เนื้อหาไม่ ถูกต้อง ๑ ส่วน เนื้อหาไม่ ถูกต้อง ๒ ส่วน เนื้อหาไม่ ถูกต้อง ๓ ส่วน เนื้อหาไม่ ถูกต้อง มากกว่า ๔ ส่วน การใช้ภาษาที่ ถูกต้องตามหลัก ภาษา ใช้ภาษาได้ ถูกต้องตาม หลักภาษาไทย ใช้เนื้อหาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา ๑ จุด ใช้เนื้อหาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา ๒ จุด ใช้เนื้อหาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา ๓ จุด ใช้เนื้อหาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา มากกว่า ๔ จุด ความสวยงาม ตกแต่ง สวยงาม ใช้สี และรูปภาพ เหมาะสมมาก ตกแต่ง สวยงามใช้สี และรูปภาพ เหมาะสม ตกแต่ง สวยงามใช้สี และรูปภาพ พอใช้ ตกแต่ง สวยงามใช้สี และรูปภาพ ตกแต่งและ ใช้สีไม่ สวยงาม หรือไม่ ตกแต่ง ความสะอาด เรียบร้อย ไม่พบรอยลบ การขีดฆ่า สะอาด เรียบร้อย พบรอยลบ หรือการขีดฆ่า ๑ - ๒ จุด พบรอยลบ หรือการขีด ฆ่า ๓ - ๔ จุด พบรอยลบ หรือการขีด ฆ่า ๕ - ๖ จุด พบรอยลบ หรือการขีด ฆ่ามากกว่า ๖ จุด เกณฑ์การผ่าน ๑๖ - ๒๐ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๑๒ - ๑๕ คะแนน หมายถึง ดี ๖ - ๑๑ คะแนน หมายถึง พอใช้ ต่ ากว่า ๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดี ขึ้นไป


116 แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์ ที่ ชื่อ – สกุล เกณฑ์การให้คะแนน รวม (๑๖) หมาย เหตุ ความตั้งใจ ในการ เรียน (๔) ความสนใจ และการ ซักถาม (๔) การตอบ ค าถาม (๔) มีส่วนร่วม ในกิจกรรม (๔) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ลงชื่อ........................................................ผู้ประเมิน ................../..................../...................


117 เกณฑ์การประเมินในการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ดังนี้ เกณฑ์การวัดและประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคล การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑) ๑. ความตั้งใจ ในการเรียน สนใจการเรียน ไม่คุยหรือเล่นกัน ในขณะเรียน สนใจการเรียน คุยกันเล็กน้อย ในขณะเรียน สนใจการเรียน คุยกันและเล่นกัน ในขณะเรียนเป็น บางครั้ง ไม่สนใจการเรียน คุยและเล่นกัน ในขณะเรียน ๒. ความสนใจ และการซักถาม มีการถามในเรื่องที่ ตนไม่เข้าใจทุก เรื่องและกล้า แสดงออก มีการถามในเรื่องที่ ตนไม่เข้าใจเป็น ส่วนมากและกล้า แสดงออก มีการถามในเรื่องที่ตน ไม่เข้าใจเป็นบางครั้ง และไม่ค่อยกล้า แสดงออก ไม่ถามในเรื่องที่ตน ไม่เข้าใจและไม่ กล้าแสดงออก ๓. การตอบ ค าถาม ร่วมตอบค าถามใน เรื่องที่ครูถามและ ตอบค าถามถูกทุก ข้อ ร่วมตอบค าถามใน เรื่องที่ครูถามและ ตอบค าถาม ส่วนมากถูก ร่วมตอบค าถามใน เรื่องที่ครูถามเป็น บางครั้งและตอบ ค าถามถูกเป็นบางครั้ง ไม่ตอบค าถาม ๔. มีส่วนร่วมใน กิจกรรม ร่วมมือและ ช่วยเหลือเพื่อนใน การท ากิจกรรม ร่วมมือและ ช่วยเหลือเพื่อน บ่อยครั้งในการท า กิจกรรม ร่วมมือและช่วยเหลือ เพื่อนในการท า กิจกรรมเป็นบางครั้ง ไม่มีความร่วมมือ ในขณะท ากิจกรรม ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๖-๑๔ ดีมาก ๑๑-๑๓ ดี ๘-๑๐ พอใช้ ๐-๗ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพ ดี ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


118 “จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า” จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขา ฉันเกิดมาในเมืองหลวง จันทร์เด่นเห็นเต็มดวง โชติช่วงอยู่รูหลังคา จันทร์จ๋าจันทร์เจ้าเอ๋ย ฉันไม่เคยได้ศึกษา วันวันวิ่งไปมา ขายมาลัยให้รถยนต์ จันทร์เอ๋ยพระจันทร์เจ้า ฉันต้องเฝ้าอยู่บนถนน แดดร้อนไม่ร้อนรน เท่าร้อนใจไม่มีกิน จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขา ขอหลังคาคลุมแผ่นดิน ขอมุ้งกันยุงริ้น ขอผ้าห่มให้คลายหนาว จันทร์จ๋าจันทร์เจ้าเอ๋ย ฉันไม่เคยรู้เรื่องราว ก. ไก่ ข. ไข่ดาว ขอครูด้วยช่วยสอนฉัน จันทร์เอ๋ยพระจันทร์เจ้า ขอคนเรารักผูกพัน ขอสิทธิเท่าเทียมกัน ขอสักวันฉันมีกินฯ (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)


ภาคผนวก ข แบบทดสอบวัดประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน


120 แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านจับใจความส าคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “ใจความส าคัญ” ก. เป็นใจความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า ข. เป็นใจความที่สนับสนุนใจความอื่นๆ ค. เป็นใจความที่เป็นแก่นของย่อหน้านั้นๆ ง. หากขาดไปจะไม่เข้าใจความหมายทั้งย่อหน้าได้ 2. ใจความส าคัญ มีลักษณะอย่างไร ก. เป็นค า ข. เป็นวลี ค. เป็นย่อหน้า ง. เป็นประโยค 3. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของการอ่านจับใจความส าคัญ ก. อ่านแล้วสามารถเขียนตามได้ ข. อ่านแล้วสามารถจดจ าประโยคได้ ค. อ่านแล้วสามารถสรุปหรือย่อเรื่องได้ ง. อ่านแล้วสามารถแต่งค าประพันธ์ได้ 4. ข้อใดคือความหมายของการอ่านจับใจความส าคัญ ก. การอ่านเพื่อเก็บประสบการณ์ ข. การอ่านเพื่อความบันเทิง ค. การอ่านอย่างคร่าว ๆ พอเข้าใจ ง. การอ่านเพื่อเก็บสาระส าคัญของเรื่องที่อ่าน 5. ข้อใดไม่ใช่หลักการอ่านเพื่อจับใจความส าคัญ ก. ตั้งใจอ่าน มีสมาธิในการอ่าน ข. อ่านซ้ าๆ หลาย ๆ รอบเพื่อความเข้าใจ ค. พยายามเก็บความของแต่ละย่อหน้า ง. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ 6-7 6. ใจความส าคัญของข้อความนี้คืออะไร ก. ดอกไม้ไฟมีสีสันสวยงาม ข. ดอกไม้ไฟมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ค. ดอกไม้ไฟท าด้วยกระดาษไม้อ้อหรือไม้ไผ่ ง. ดอกไม้ไฟคือวัตถุส าหรับจุดในงานต่าง ๆ “ดอกไม้ไฟ คือ วัตถุส าหรับจุดในงานต่าง ๆ อาจท าด้วยกระดาษไม้อ้อหรือไม้ไผ่ ดอกไม้ไฟเหล่านี้ เมื่อจุดไฟแล้วจะพ่นไฟออกมาในลักษณะต่าง ๆ กันบ้างก็อยู่กับที่ บ้างก็เคลื่อนที่มีสีสันสวยงาม บ้างก็มี เสียงดังมาก เชื่อกันว่าประเพณีจุดดอกไม้ไฟนี้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นเมืองหลวงของไทย”


121 7. ข้อความนี้กล่าวเพื่อจุดมุ่งหมายใด ก. ให้ความรู้ ข. สั่งสอน ค. แสดงความคิดเห็น ง. ต าหนิ อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อที่ 8-9 8. ข้อความนี้กล่าวถึงเรื่องอะไร ก. อิฐเก่า ข. โบราณสถาน ค. การสร้างอาคาร ง. เอกราชของชาติ 9. ข้อความนี้กล่าวเพื่อจุดมุ่งหมายใด ก. ภูมิใจในความเป็นชาติไทย ข. ช่วยกันรักษาโบราณสถาน ค. เกียรติประวัติของคนสร้างอาคาร ง. อดีตและปัจจุบันส าคัญกว่าอนาคต อ่านบทความแล้วตอบค าถามข้อ 10-12 10. จากบทความที่ว่า “กิ้งก่าไม่ได้เพียงแต่เปลี่ยนสีของตัวเองเพื่อการอ าพรางตัวเท่านั้น” ค าที่ขีดเส้น ใต้หมายถึงข้อใด ก. ล่อลวง ข. เปลี่ยนแปลง ค. ปิดบัง ง. ขัดขวาง (1) การสร้างอาคารเหล่านี้ คงเป็นเกียรติส าหรับผู้สร้างคนเดียว (2) แต่เรื่องโบราณสถานนั้นเป็น เกียรติของชาติ (3) อิฐเก่า ๆ แผ่นเดียวมีค่าควรที่เราจะช่วยกันรักษา (4) ถ้าขาดสุโขทัย อยุธยา และ กรุงเทพฯ แล้ว ประเทศไทยก็ไม่มีความหมาย “กิ้งก่าเปลี่ยนสีท าไม? แน่นอนว่าเมื่อพวกมันอยู่ในป่า ความสามารถนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่องของ การอ าพรางตัว แต่ว่าความสามารถนี้ก็มีจุดประสงค์อย่างอื่นอีก นั่นก็คือเพื่อสื่อสารถึงกันและกัน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อพวกกิ้งก่าตัวผู้ต้องการเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย ก็จะท าการเปลี่ยนสีตัวเองให้ เป็นสีสันที่สดใสและสวยงามอย่างสีเหลือง สีแดง และสีส้ม แต่เมื่อพวกมันต้องท าการต่อสู้กัน เช่น เป็น การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขต พวกมันจะเปลี่ยนสีให้ตัวเองเป็นสีที่ดูแล้วน่ากลัว มีอ านาจ หรือเป็นสีที่ แสดงความเกรี้ยวโกรธใส่กัน เพราะฉะนั้น กิ้งก่าไม่ได้เพียงแต่เปลี่ยนสีของตัวเองเพื่อการอ าพรางตัว เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนสีเพื่อเป็นการสื่อสารถึงกันอีกด้วย และบางทีนี่อาจจะเป็นจุดประสงค์หลักของการ เปลี่ยนสีของกิ้งก่าก็เป็นได้”


122 11. จากบทความผู้เขียนมีวัตถุประสงค์ใด ก. บอกถึงจุดประสงค์ของการเปลี่ยนสีของกิ้งก่า ข. บอกถึงการต่อสู้กันของกิ้งก่าเพื่อแย่งชิงอาณาเขต ค. ต้องการให้ผู้อ่านสังเกตสีของกิ้งก่า ง. ต้องการให้ผู้อ่านเข้าใจชีวิตของกิ้งก่า 12. จากบทความ ข้อความใดคือจุดประสงค์หลักของการเปลี่ยนสีของกิ้งก่า ก. ช่วยให้มีสีสันสวยงาม ข. ช่วยให้มีอ านาจ ดูน่าเกรงขาม ค. เพื่อการสื่อสารถึงกัน ง. เพื่อลดการเกิดอันตรายจากสัตว์อื่น ๆ อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบค าถามข้อที่ 13-16 13. จากข้อความ ผู้เขียนต้องการสื่อถึงอะไร ก. การรักษาสุขภาพ ข. การใช้ชีวิตให้มีความสุข ค. การทุ่มเทแรงกายให้กับงาน ง. การออกไปสังสรรค์กับเพื่อน 14. บทความข้างต้น ควรตั้งชื่อว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสมมากที่สุด ก. สุขภาพส าคัญกว่าที่คิด ข. ความสัมพันธ์ของชีวิต ค. ความสุขคืออะไร ง. ชีวิตและสุขภาพ 15. จากข้อความ “คนที่พบว่ามีความสุขในบั้นปลาย มักจะเป็นคนที่รู้จักสร้างและรักษาความสัมพันธ์ ในครอบครัว” ค าที่ขีดเส้นใต้หมายความว่าอย่างไร ก. ปัจจุบัน ข. ตอนแรก ค. อดีต ง. ตอนท้าย 16. จากข้อความ “คนที่ยังยึดติดความบาดหมางมีแต่จะท าให้สุขภาพแย่ลง” ค าที่ขีดเส้นใต้ หมายความว่าอย่างไร ก. โกรธเคืองกัน ข. ถูกใจกัน ค. รู้ใจกัน ง. ขัดขวางกัน อ่านนิทานต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ 17-18 “...ชีวิตคนเราสั้น เราไม่มีเวลาให้กับการให้ร้ายแก่กันหรือการขัดแย้งและไม่พอใจซึ่งกันและกัน คนที่ ยังยึดติดความบาดหมางมีแต่จะท าให้สุขภาพแย่ลง เราควรจะเอาเวลาไปใช้ชีวิตไม่มีทางลัดที่จะน าเราไปสู่ ชีวิตที่ดีได้ การสร้างความสัมพันธ์ต้องการเวลา แรงกายและใจที่ทุ่มเท คนที่พบว่ามีความสุขในบั้นปลาย มักจะเป็นคนที่รู้จักสร้างและรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงเพื่อนและสังคม ให้เวลากับคนที่เรา รัก เข้าหาคนที่อยู่ใกล้เรา” “นักเดินทางสองคนเป็นเพื่อนกัน พวกเขาเดินทางไปท่องเที่ยวยังป่าแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นเองหมีตัวใหญ่ ปรากฏกายขึ้น นักเดินทางคนแรกวิ่งหนีและปีนขึ้นต้นไม้โดยล าพัง ปล่อยให้เพื่อนอีกคนเผชิญหมีอยู่ เมื่อหมีเข้ามาใกล้ เขาจึงล้มตัวนอน หมีเข้ามาก้มลงที่หูของเขาและดมดูรอบ ๆ นักเดินทางคนที่สอง กลั้นหายใจ หมีนึกว่าเขาตายจึงผละหนีไป เมื่อหมีไปไกลแล้วนักเดินทางคนแรกลงจากต้นไม้ ตรงรี่มาถาม ว่า เจ้าหมีพูดอะไรกับเขาขณะที่มาใกล้ นักเดินทางคนที่สองตอบว่า เจ้าหมีกระซิบบอก จ าไว้อย่าคบเพื่อน ที่ทิ้งเจ้าเมื่อยามมีอันตราย”


123 17. ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คือข้อใด ก. อุปสรรคท าให้เกิดพลัง ข. ยามคับขันพิสูจน์มิตรแท้ ค. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ง. ความพยายามอยู่ที่ไหนความส าเร็จอยู่ที่นั่น 18. นักเรียนคิดว่า นักเดินทางคนแรกมีลักษณะตรงกับข้อใด ก. มีความซื่อสัตย์ ข. มีน้ าใจ ค. เห็นแก่ตัว ง. มีความเสียสละ อ่านนิทานต่อไปนี้แล้วตอบค าถาม ข้อ 19-20 19. จากข้อความข้างต้น “นกกา” มีลักษณะตรงกับข้อใด ก. มีความฉลาด ข. มีความอดทน ค. มีความขยัน ง. มีความพยายาม 20. ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คือข้อใด ก. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ข. ช้าช้าได้พร้าเล่มงาม ค. อุปสรรคท าให้เกิดพลัง ง. ความพยายามอยู่ที่ไหนความส าเร็จอยู่ที่นั่น อ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อที่ 21-23 21. ข้อความในข้อใดเป็นใจความส าคัญของข่าว ก. เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด ข. สภาพอากาศที่ดอยอินทนนท์ ค. เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ง. ยอดนักท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ 2,645 คน “นกกาสีด าตัวใหญ่ตัวหนึ่งกระหายน้ า มันเห็นเหยือกน้ าขนาดใหญ่ใบหนึ่ง แต่มีน้ าอยู่เพียงตอนก้น ของเหยือก มันไม่สามารถจะเอาปากจิกลงไปกินน้ าในเหยือกได้ถึง มันจึงคิดหาวิธีกินน้ าโดยเอาหินใส่ลงใน เหยือก หลังจากที่นกกาเอาก้อนหินใส่ลงไปก้อนแรก น้ าก็เอ่อสูงขึ้นมาเล็กน้อยนกกาจึงหยอดก้อนหินใส่ เพิ่มลงไปในเหยือกเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ าในเหยือกล้นขึ้นมาถึงปากเหยือก นกกาจึงได้มีน้ าดื่มอยู่เป็น เวลานาน” หนาวขนลุก!!! ดอยอินทนนท์7 Cº เช้านี้ ดอยอินทนนท์หนาวมาก อุณหภูมิเช้านี้เหลือ 7 องศา นักท่องเที่ยวเเห่ปะทะหมอก กว่า 2,000 คน วันนี้ (21 ต.ค.65) แม้ประเทศไทยจะยังไม่เข้าสู่ ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ แต่สภาพอากาศที่ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หนาวเย็นลงอย่าง ต่อเนื่อง เช้าวันนี้ที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิลดลงอีก ต่ าสุดเหลือ 7.3 องศาเซลเซียส (ข้อมูลจากศูนย์ อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ) นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความหนาวเย็นยามเช้า จากปกติที่อุณหภูมิเลขตัวเดียว จะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงกลางกลางเดือนพฤศจิกายนโดยตลอดทั้งสัปดาห์ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวานนี้มียอดนักท่องเที่ยว จ านวน 2,645 คน ขณะที่อุทยานฯ ระบุว่า พร้อมเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย.65 นี้ หลังปิดพื้นที่เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวตลอดช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา (อีจัน 21 ต.ค. 2565)


124 22. “หนาวขนลุก!!! ดอยอินทนนท์7 Cº” ข้อความดังกล่าวเป็นส่วนใดของข่าว ก. พาดหัวข่าว ข. ความน า ค. ตัวข่าว ง. สรุปข่าว 23. หากนักเรียนต้องการศึกษาเกี่ยวกับสภาพอากาศ นักเรียนต้องศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานใดจึงจะ ถูกต้องที่สุด ก. กระทรวงการคลัง ข. กระทรวงสาธารณสุข ค. กรมการปกครอง ง. กรมอุตุนิยมวิทยา อ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อที่ 24-26 24. ข่าวข้างต้นเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องใด ก. ข่าวอาชกรรมกรรม ข. ข่าวเศรษฐกิจ ค. ข่าวทั่วไป ง. ข่าวการเมือง 25. ข้อใดคือสาเหตุของกองทัพแมลงวันที่มีจ านวนมหาศาลภายในหมู่บ้าน ก. เกิดจากฟาร์มเลี้ยงไก่ ข. เกิดจากความประมาทของชาวบ้าน ค. เกิดจากธรรมชาติของแมลงวัน ง. เกิดจากหน่วยงานไม่ช่วยเหลือชาวบ้าน 26. ข้อความใดเป็นใจความส าคัญของข่าว ก. ปัญหาแมลงวันส่งผลกระทบถึงลูกหลาน ข. แมลงวันเกิดจากฟาร์มเลี้ยงไก่แห่งหนึ่ง ค. ตัวแทนชาวบ้านร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือ ง. แมลงวันจ านวนมหาศาลสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน กองทัพบุกหมู่บ้าน ร้านอาหารเจ๊ง ถึงกับต้องกางมุ้งกินข้าว นางพิศมัย กล่าวอ้างว่า ที่เดินทางมา ร้องเรียนนั้น เพราะชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาแมลงวันตอมที่มี จ านวนมากมายมหาศาล มาสร้างความเดือดร้อนร าคาญ และท าให้สุขอนามัยภายในหมู่บ้านแย่ลง มีคน ท้องเสียท้องร่วงจากการกิน ชาวบ้านจึงได้ปรึกษากันมายื่นร้องทุกข์ “ครอบครัวเราจึงอาสาเป็นตัวแทนของคนในหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าร้องเรียนให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างจริงจัง แมลงวันที่บินว่อนอยู่ในหมู่บ้านนั้น มั่นใจว่ามา จากการเลี้ยงไก่ภายในฟาร์มไก่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน และสร้างความเดือดร้อนเพราะปัญหาแมลงวัน มานานกว่า 20 ปีแล้ว ร้องเรียนไปทางผู้น าชุมชนหรือหน่วยงานในท้องถิ่น ก็ไม่มีใครสามารถเข้ามา ช่วยเหลือได้ และมีหลายคนบอกว่าเจ้าของฟาร์มมีอิทธิพล มีเงิน มีอ านาจ อย่าไปยุ่ง แต่ตนเองมองว่าถ้า ปล่อยให้ปัญหานี้เป็นแบบนี้ต่อไปก็จะส่งผลกระทบถึงลูกหลาน จึงตัดสินใจเป็นตัวแทนชาวบ้านเข้า ร้องเรียน” ตัวแทนชาวบ้านโสกดังกล่าว (ไทยรัฐ 9 ต.ค. 2562)


125 อ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ 27 เกิดเป็นหญิงให้เห็นว่าเป็นหญิง อย่าทอดทิ้งกริยาอัชฌาศัย เป็นหญิงครึ่งชายครึ่งไม่พึงใจ ใครเขาไม่สรรเสริญเมินอารมณ์ (สุภาษิตสอนหญิง สุนทรภู่) 27. จากบทร้อยกรองข้างต้นกล่าวถึงเรื่องใด ก. การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ข. การปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับเพศสภาพ ค. การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ ง. การระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา อ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ 28-30 “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขา ฉันเกิดมาในเมืองหลวง จันทร์เด่นเห็นเต็มดวง โชติช่วงอยู่รูหลังคา จันทร์จ๋าจันทร์เจ้าเอ๋ย ฉันไม่เคยได้ศึกษา วันวันวิ่งไปมา ขายมาลัยให้รถยนต์ จันทร์เอ๋ยพระจันทร์เจ้า ฉันต้องเฝ้าอยู่บนถนน แดดร้อนไม่ร้อนรน เท่าร้อนใจไม่มีกิน จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขา ขอหลังคาคลุมแผ่นดิน ขอมุ้งกันยุงริ้น ขอผ้าห่มให้คลายหนาว จันทร์จ๋าจันทร์เจ้าเอ๋ย ฉันไม่เคยรู้เรื่องราว ก. ไก่ ข. ไข่ดาว ขอครูด้วยช่วยสอนฉัน จันทร์เอ๋ยพระจันทร์เจ้า ขอคนเรารักผูกพัน ขอสิทธิเท่าเทียมกัน ขอสักวันฉันมีกินฯ” (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) 28. จากบทร้อยกรอง “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขา ฉันเกิดมาในเมืองหลวง” ค าที่ขีดเส้นใต้คือข้อใด ก. พัทลุง ข. หนองคาย ค. แม่ฮ่องสอน ง. กรุงเทพฯ 29. จากบทร้อยกรองสะท้อนปัญหาในสังคม ยกเว้นข้อใด ก. ปัญหาความยากจน ข. ปัญหาการศึกษา ค. ปัญหาสุขภาพ ง. ปัญหาความเท่าเทียม 30. จากบทร้อยกรองผู้แต่งต้องการน าเสนอเรื่องใด ก. สะท้อนสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในสังคมปัจจุบัน ข. สะท้อนการเดินทางของพระจันทร์ ค. สะท้อนสังคมการเมืองในปัจจุบัน ง. สะท้อนสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน


126 เฉลยแบบทดสอบวัดทักษะการอ่านจับใจความส าคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ข้อที่ เฉลย 1 ก 2 ง 3 ค 4 ง 5 ข 6 ง 7 ก 8 ข 9 ข 10 ค 11 ก 12 ค 13 ข 14 ค 15 ง ข้อที่ เฉลย 16 ก 17 ข 18 ค 19 ก 20 ง 21 ข 22 ก 23 ง 24 ค 25 ก 26 ง 27 ข 28 ง 29 ค 30 ก


ภาคผนวก ค ภาพการเก็บรวบรวมข้อมูล


128 ภาพที่ 1 นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน ภาพที่ 2 นักเรียนระดมความคิดในขั้น K (What you know)


129 ภาพที่ 3 นักเรียนระดมความคิดตามตั้งค าถามในขั้น W (What we want to Know) ภาพที่ 4 นักเรียนท ากิจกรรมตอบค าถามผ่าน Blooket


130 ภาพที่ 5 นักเรียนท ากิจกรรมตอบค าถามผ่าน Blooket ภาพที่ 6 นักเรียนท ากิจกรรมตอบค าถามผ่าน Blooket


131 ภาพที่ 7 ผลงานนักเรียน ใบงาน KWL Plus แผนผังความคิดจากบทความและนิทาน ภาพที่ 8 ผลงานนักเรียน ใบงาน KWL Plus แผนผังความคิดจากนิทานและบทความ


ภาคผนวก ง แบบประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อค าถามกับจุดประสงค์ของ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยผู้เชี่ยวชาญ และตารางสรุปผลการประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบ โดยผู้เชี่ยวชาญ


แบบประเมินความสอดคล้อง ระหว่างข้อค าถามกับจุดประสงค์ของข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยผู้เชี่ยวชาญ สาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 พระบรมราโชวาท เรื่อง การอ่านจับใจความส าคัญ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ค าชี้แจง : ท าเครื่องหมาย ลงในช่องความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ +1 แน่ใจว่าข้อสอบนั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้จริง 0 ไม่แน่ใจว่าข้อสอบนั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้จริง -1 แน่ใจว่าข้อสอบนั้นไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้จริง จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ คะแนนของ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ความรู้ความจ า 1. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “ใจความส าคัญ” ก. เป็นใจความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า ข. เป็นใจความที่สนับสนุนใจความอื่นๆ ค. เป็นใจความที่เป็นแก่นของย่อหน้า นั้นๆ ง. หากขาดไปจะไม่เข้าใจความหมาย ทั้งย่อหน้าได้ ความรู้ความจ า 2. ใจความส าคัญ มีลักษณะอย่างไร ก. เป็นค า ข. เป็นวลี ค. เป็นย่อหน้า ง. เป็นประโยค ความรู้ความจ า 3. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของการอ่านจับใจความ ส าคัญ ก. อ่านแล้วสามารถเขียนตามได้ ข. อ่านแล้วสามารถจดจ าประโยคได้ ค. อ่านแล้วสามารถสรุปหรือย่อเรื่องได้ ง. อ่านแล้วสามารถแต่งค าประพันธ์ได้ ความรู้ความจ า 4. ข้อใดคือความหมายของการอ่านจับใจความ ส าคัญ ก. การอ่านเพื่อเก็บประสบการณ์ ข. การอ่านเพื่อความบันเทิง ค. การอ่านอย่างคร่าว ๆ พอเข้าใจ ง. การอ่านเพื่อเก็บสาระส าคัญของ เรื่องที่อ่าน


134 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ คะแนนของ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ความรู้ความจ า 5. ข้อใดไม่ใช่หลักการอ่านเพื่อจับใจความส าคัญ ก. ตั้งใจอ่าน มีสมาธิในการอ่าน ข. อ่านซ้ าๆ หลาย ๆ รอบเพื่อความเข้าใจ ค. พยายามเก็บความของแต่ละย่อหน้า ง. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน การวิเคราะห์ อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ 6-7 “ดอกไม้ไฟ คือ วัตถุส าหรับจุดในงานต่าง ๆ อาจท าด้วยกระดาษไม้อ้อหรือไม้ไผ่ ดอกไม้ไฟเหล่านี้ เมื่อจุดไฟแล้วจะพ่นไฟออกมาในลักษณะต่าง ๆ กัน บ้างก็อยู่กับที่ บ้างก็เคลื่อนที่มีสีสันสวยงาม บ้างก็มี เสียงดังมาก เชื่อกันว่าประเพณีจุดดอกไม้ไฟนี้มีมา ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นเมืองหลวงของไทย” 6. ใจความส าคัญของข้อความนี้คืออะไร ก. ดอกไม้ไฟมีสีสันสวยงาม ข. ดอกไม้ไฟมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ค. ดอกไม้ไฟท าด้วยกระดาษไม้อ้อหรือไม้ไผ่ ง. ดอกไม้ไฟคือวัตถุส าหรับจุดในงานต่าง ๆ ความเข้าใจ 7. ข้อความนี้กล่าวเพื่อจุดมุ่งหมายใด ก. ให้ความรู้ ข. สั่งสอน ค. แสดงความคิดเห็น ง. ต าหนิ ความเข้าใจ อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อที่ 8-9 (1) การสร้างอาคารเหล่านี้ คงเป็นเกียรติ ส าหรับผู้สร้างคนเดียว (2) แต่เรื่องโบราณสถานนั้น เป็นเกียรติของชาติ (3) อิฐเก่า ๆ แผ่นเดียวมีค่าควรที่ เราจะช่วยกันรักษา (4) ถ้าขาดสุโขทัย อยุธยา และ กรุงเทพฯ แล้ว ประเทศไทยก็ไม่มีความหมาย 8. ข้อความนี้กล่าวถึงเรื่องอะไร ก. อิฐเก่า ข. โบราณสถาน ค. การสร้างอาคาร ง. เอกราชของชาติ


135 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ คะแนนของ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ความเข้าใจ 9. ข้อความนี้กล่าวเพื่อจุดมุ่งหมายใด ก. ภูมิใจในความเป็นชาติไทย ข. ช่วยกันรักษาโบราณสถาน ค. เกียรติประวัติของคนสร้างอาคาร ง. อดีตและปัจจุบันส าคัญกว่าอนาคต ความเข้าใจ อ่านบทความแล้วตอบค าถามข้อ 10-12 “กิ้งก่าเปลี่ยนสีท าไม? แน่นอนว่าเมื่อพวกมันอยู่ ในป่า ความสามารถนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่องของ การอ าพรางตัว แต่ว่าความสามารถนี้ก็มีจุดประสงค์ อย่างอื่นอีก นั่นก็คือเพื่อสื่อสารถึงกันและกัน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อพวกกิ้งก่าตัวผู้ต้องการเรียกร้อง ความสนใจจากตัวเมีย ก็จะท าการเปลี่ยนสีตัวเองให้ เป็นสีสันที่สดใสและสวยงามอย่างสีเหลือง สีแดง และ สีส้ม แต่เมื่อพวกมันต้องท าการต่อสู้กัน เช่น เป็นการ ต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขต พวกมันจะเปลี่ยนสีให้ตัวเอง เป็นสีที่ดูแล้วน่ากลัว มีอ านาจ หรือเป็นสีที่แสดงความ เกรี้ยวโกรธใส่กันเพราะฉะนั้น กิ้งก่าไม่ได้เพียงแต่ เปลี่ยนสีของตัวเองเพื่อการอ าพรางตัวเท่านั้น แต่ยัง เปลี่ยนสีเพื่อเป็นการสื่อสารถึงกันอีกด้วย และบางทีนี่ อาจจะเป็นจุดประสงค์หลักของการเปลี่ยนสีของกิ้งก่า ก็เป็นได้” 10. จากบทความที่ว่า “กิ้งก่าไม่ได้เพียงแต่เปลี่ยนสี ของตัวเองเพื่อการอ าพรางตัวเท่านั้น” ค าที่ขีดเส้นใต้ หมายถึงข้อใด ก. ล่อลวง ข. เปลี่ยนแปลง ค. ปิดบัง ง. ขัดขวาง ความเข้าใจ 11. จากบทความผู้เขียนมีวัตถุประสงค์ใด ก. บอกถึงจุดประสงค์ของการเปลี่ยนสีของกิ้งก่า ข. บอกถึงการต่อสู้กันของกิ้งก่าเพื่อแย่งชิง อาณาเขต ค. ต้องการให้ผู้อ่านสังเกตสีของกิ้งก่า ง. ต้องการให้ผู้อ่านเข้าใจชีวิตของกิ้งก่า


136 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ คะแนนของ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ความเข้าใจ 12. จากบทความ ข้อความใดคือจุดประสงค์หลักของ การเปลี่ยนสีของกิ้งก่า ก. ช่วยให้มีสีสันสวยงาม ข. ช่วยให้มีอ านาจ ดูน่าเกรงขาม ค. เพื่อการสื่อสารถึงกัน ง. เพื่อลดการเกิดอันตรายจากสัตว์อื่น ๆ ความเข้าใจ อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบค าถามข้อที่ 13-16 “...ชีวิตคนเราสั้น เราไม่มีเวลาให้กับการให้ร้าย แก่กันหรือการขัดแย้งและไม่พอใจซึ่งกันและกัน คนที่ ยังยึดติดความบาดหมางมีแต่จะท าให้สุขภาพแย่ลง เราควรจะเอาเวลาไปใช้ชีวิตไม่มีทางลัดที่จะน าเราไปสู่ ชีวิตที่ดีได้ การสร้างความสัมพันธ์ต้องการเวลา แรงกายและใจที่ทุ่มเท คนที่พบว่ามีความสุขในบั้น ปลาย มักจะเป็นคนที่รู้จักสร้างและรักษาความสัมพันธ์ ในครอบครัว รวมถึงเพื่อนและสังคม ให้เวลากับคนที่ เรารัก เข้าหาคนที่อยู่ใกล้เรา” 13. จากข้อความ ผู้เขียนต้องการสื่อถึงอะไร ก. การรักษาสุขภาพ ข. การใช้ชีวิตให้มีความสุข ค. การทุ่มเทแรงกายให้กับงาน ง. การออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ความรู้ความจ า 14. บทความข้างต้น ควรตั้งชื่อว่าอย่างไรจึงจะ เหมาะสมมากที่สุด ก. สุขภาพส าคัญกว่าที่คิด ข. ความสัมพันธ์ของชีวิต ค. ความสุขคืออะไร ง. ชีวิตและสุขภาพ ความเข้าใจ 15. จากข้อความ “คนที่พบว่ามีความสุขในบั้นปลาย มักจะเป็นคนที่รู้จักสร้างและรักษาความสัมพันธ์ใน ครอบครัว” ค าที่ขีดเส้นใต้หมายความว่าอย่างไร ก. ปัจจุบัน ข. ตอนแรก ค. อดีต ง. ตอนท้าย


137 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ คะแนนของ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ความเข้าใจ 16. จากข้อความ “คนที่ยังยึดติดความบาดหมางมีแต่ จะท าให้สุขภาพแย่ลง” ค าที่ขีดเส้นใต้หมายความว่า อย่างไร ก. โกรธเคืองกัน ข. ถูกใจกัน ค. รู้ใจกัน ง. ขัดขวางกัน ความเข้าใจ อ่านนิทานต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ 17-18 “นักเดินทางสองคนเป็นเพื่อนกัน พวกเขาเดินทางไป ท่องเที่ยวยังป่าแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นเองหมีตัวใหญ่ ปรากฏกายขึ้น นักเดินทางคนแรกวิ่งหนีและปีนขึ้น ต้นไม้โดยล าพัง ปล่อยให้เพื่อนอีกคนเผชิญหมีอยู่ เมื่อหมีเข้ามาใกล้ เขาจึงล้มตัวนอน หมีเข้ามาก้มลงที่หู ของเขาและดมดูรอบ ๆ นักเดินทางคนที่สอง กลั้น หายใจ หมีนึกว่าเขาตายจึงผละหนีไป เมื่อหมีไปไกล แล้วนักเดินทางคนแรกลงจากต้นไม้ ตรงรี่มาถามว่า เจ้าหมีพูดอะไรกับเขาขณะที่มาใกล้ นักเดินทางคนที่ สองตอบว่า เจ้าหมีกระซิบบอก จ าไว้อย่าคบเพื่อนที่ทิ้ง เจ้าเมื่อยามมีอันตราย” 17. ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คือข้อใด ก. อุปสรรคท าให้เกิดพลัง ข. ยามคับขันพิสูจน์มิตรแท้ ค. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ง. ความพยายามอยู่ที่ไหนความส าเร็จอยู่ที่นั่น ความเข้าใจ 18. นักเรียนคิดว่า นักเดินทางคนแรกมีลักษณะตรง กับข้อใด ก. มีความซื่อสัตย์ ข. มีน้ าใจ ค. เห็นแก่ตัว ง. มีความเสียสละ ความเข้าใจ อ่านนิทานต่อไปนี้แล้วตอบค าถาม ข้อ 19-20 “นกกาสีด าตัวใหญ่ตัวหนึ่งกระหายน้ า มันเห็น เหยือกน้ าขนาดใหญ่ใบหนึ่ง แต่มีน้ าอยู่เพียงตอนก้น ของเหยือก มันไม่สามารถจะเอาปากจิกลงไปกินน้ าใน เหยือกได้ถึง มันจึงคิดหาวิธีกินน้ าโดยเอาหินใส่ลงใน เหยือก หลังจากที่นกกาเอาก้อนหินใส่ลงไปก้อนแรก น้ าก็เอ่อสูงขึ้นมาเล็กน้อยนกกาจึงหยอดก้อนหินใส่เพิ่ม


138 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ คะแนนของ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ลงไปในเหยือกเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ าในเหยือกล้นขึ้น มาถึงปากเหยือก นกกาจึงได้มีน้ าดื่มอยู่เป็นเวลานาน” 19. จากข้อความข้างต้น “นกกา” มีลักษณะตรงกับข้อ ใด ก. มีความฉลาด ข. มีความอดทน ค. มีความขยัน ง. มีความพยายาม ความเข้าใจ 20. ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คือข้อใด ก. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ข. ช้าช้าได้พร้าเล่มงาม ค. อุปสรรคท าให้เกิดพลัง ง. ความพยายามอยู่ที่ไหนความส าเร็จอยู่ที่นั่น อ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อที่ 21-23 หนาวขนลุก!!! ดอยอินทนนท์7 Cº เช้านี้ ดอย อินทนนท์หนาวมาก อุณหภูมิเช้านี้เหลือ 7 องศา นักท่องเที่ยวเเห่ปะทะหมอก กว่า 2,000 คน วันนี้ (21 ต.ค.65) แม้ประเทศไทยจะยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาวอย่าง เป็นท างกา ร แต่สภ าพอากาศที่ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง เช้า วันนี้ที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิลดลงอีก ต่ าสุด เหลือ 7.3 องศาเซลเซียส (ข้อมูลจากศูนย์ อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ) นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับ ความหนาวเย็นยามเช้า จากปกติที่อุณหภูมิเลขตัว เดียวจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงกลางกลางเดือนพฤศจิกายน โดยตลอดทั้งสัปดาห์ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อสัมผัสกับ ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวานนี้มียอดนักท่องเที่ยว จ านวน 2,645 คน ขณะที่อุทยานฯ ระบุว่า พร้อมเปิด เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย.65 นี้ หลังปิดพื้นที่เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวตลอด ช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา (อีจัน 21 ต.ค. 2565)


139 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ คะแนนของ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 การวิเคราะห์ 21. ข้อความในข้อใดเป็นใจความส าคัญของข่าว ก. เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด ข. สภาพอากาศที่ดอยอินทนนท์ ค. เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ง. ยอดนักท่องเที่ยวที่เชียงใหม่จ านวน 2,645 คน การวิเคราะห์ 22. “หนาวขนลุก!!! ดอยอินทนนท์7 Cº” ข้อความ ดังกล่าวเป็นส่วนใดของข่าว ก. พาดหัวข่าว ข. ความน า ค. ตัวข่าว ง. สรุปข่าว ความรู้ความจ า 23. หากนักเรียนต้องการศึกษาเกี่ยวกับสภาพอากาศ นักเรียนต้องศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานใดจึงจะถูกต้อง ที่สุด ก. กระทรวงการคลัง ข. กระทรวงสาธารณสุข ค. กรมการปกครอง ง. กรมอุตุนิยมวิทยา ความรู้ความจ า อ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อที่ 24-26 กองทัพบุกหมู่บ้าน ร้านอาหารเจ๊ง ถึงกับต้องกาง มุ้งกินข้าว นางพิสมัย กล่าวอ้างว่า ที่เดินทางมา ร้องเรียนนั้น เพราะชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านได้รับ ความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาแมลงวันตอมที่มี จ านวนมากมายมหาศาล มาสร้างความเดือดร้อน ร าคาญ และท าให้สุขอนามัยภายในหมู่บ้านแย่ลง มีคน ท้องเสียท้องร่วงจากการกิน ชาวบ้านจึงได้ปรึกษากัน มายื่นร้องทุกข์ “ครอบครัวเราจึงอาสาเป็นตัวแทนของคนใน หมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าร้องเรียนให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่าง จริงจัง แมลงวันที่บินว่อนอยู่ในหมู่บ้านนั้น มั่นใจว่ามา จากการเลี้ยงไก่ภายในฟาร์มไก่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน หมู่บ้าน และสร้างความเดือดร้อนเพราะปัญหา แมลงวันมานานกว่า 20 ปีแล้ว ร้องเรียนไปทางผู้น า ชุมชนหรือหน่วยงานในท้องถิ่น ก็ไม่มีใครสามารถเข้า มาช่วยเหลือได้ และมีหลายคนบอกว่าเจ้าของฟาร์มมี อิทธิพล มีเงิน มีอ านาจ อย่าไปยุ่ง แต่ตนเองมองว่า


140 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ คะแนนของ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ถ้าปล่อยให้ปัญหานี้เป็นแบบนี้ต่อไปก็จะส่งผลกระทบ ถึงลูกหลาน จึงตัดสินใจเป็นตัวแทนชาวบ้านเข้า ร้องเรียน” ตัวแทนชาวบ้านโสกดังกล่าว (ไทยรัฐ 9 ต.ค. 2562 ) 24. ข่าวข้างต้นเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องใด ก. ข่าวอาชกรรมกรรม ข. ข่าวเศรษฐกิจ ค. ข่าวทั่วไป ง. ข่าวการเมือง ความรู้ความจ า 25. ข้อใดคือสาเหตุของกองทัพแมลงวันที่มีจ านวน มหาศาลภายในหมู่บ้าน ก. เกิดจากฟาร์มเลี้ยงไก่ ข. เกิดจากความประมาทของชาวบ้าน ค. เกิดจากธรรมชาติของแมลงวัน ง. เกิดจากหน่วยงานไม่ช่วยเหลือชาวบ้าน การวิเคราะห์ 26. ข้อความใดเป็นใจความส าคัญของข่าว ก. ปัญหาแมลงวันส่งผลกระทบถึงลูกหลาน ข. แมลงวันเกิดจากฟาร์มเลี้ยงไก่แห่งหนึ่ง ค. ตัวแทนชาวบ้านร้องเรียนหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือ ง. แมลงวันจ านวนมหาศาลสร้างความ เดือดร้อนแก่ชาวบ้าน ความเข้าใจ อ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ 27 เกิดเป็นหญิงให้เห็นว่าเป็นหญิง อย่าทอดทิ้งกริยาอัชฌาศัย เป็นหญิงครึ่งชายครึ่งไม่พึงใจ ใครเขาไม่สรรเสริญเมินอารมณ์ (สุภาษิตสอนหญิง สุนทรภู่) 27. จากบทร้อยกรองข้างต้นกล่าวถึงเรื่องใด ก. การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ข. การปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับเพศสภาพ ค. การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ ง. การระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา


141 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ คะแนนของ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ความเข้าใจ อ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้แล้วตอบค าถามข้อ 28-30 “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขา ฉันเกิดมาในเมืองหลวง จันทร์เด่นเห็นเต็มดวง โชติช่วงอยู่รูหลังคา จันทร์จ๋าจันทร์เจ้าเอ๋ย ฉันไม่เคยได้ศึกษา วันวันวิ่งไปมา ขายมาลัยให้รถยนต์ จันทร์เอ๋ยพระจันทร์เจ้า ฉันต้องเฝ้าอยู่บนถนน แดดร้อนไม่ร้อนรน เท่าร้อนใจไม่มีกิน จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขา ขอหลังคาคลุมแผ่นดิน ขอมุ้งกันยุงริ้น ขอผ้าห่มให้คลายหนาว จันทร์จ๋าจันทร์เจ้าเอ๋ย ฉันไม่เคยรู้เรื่องราว ก. ไก่ ข. ไข่ดาว ขอครูด้วยช่วยสอนฉัน จันทร์เอ๋ยพระจันทร์เจ้า ขอคนเรารักผูกพัน ขอสิทธิเท่าเทียมกัน ขอสักวันฉันมีกินฯ” (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) 28. จากบทร้อยกรอง “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขา ฉันเกิด มาในเมืองหลวง” ค าที่ขีดเส้นใต้คือข้อใด ก. พัทลุง ข. หนองคาย ค. แม่ฮ่องสอน ง. กรุงเทพฯ การวิเคราะห์ 29. จากบทร้อยกรองสะท้อนปัญหาในสังคม ยกเว้น ข้อใด ก. ปัญหาความยากจน ข. ปัญหาการศึกษา ค. ปัญหาสุขภาพ ง. ปัญหาความเท่าเทียม การวิเคราะห์ 30. จากบทร้อยกรองผู้แต่งต้องการน าเสนอเรื่องใด ก. สะท้อนสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในสังคม ปัจจุบัน ข. สะท้อนการเดินทางของพระจันทร์ ค. สะท้อนสังคมการเมืองในปัจจุบัน ง. สะท้อนสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ลงชื่อ ............................................. ผู้เชี่ยวชาญ (........................................................) ................./....................../................


142 ตารางสรุปผลการประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบ โดยผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ พระบรมราโชวาท (ฉบับตามความเป็นจริง) ข้อสอบ ข้อที่ ผู้เชี่ยวชาญ ∑R IOC แปลค่า 1 2 3 1 +1 0 +1 2 0.67 ใช้ได้ 2 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 3 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 4 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 6 0 +1 0 1 0.33 ใช้ไม่ได้ 7 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 8 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 10 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 11 0 +1 0 1 0.33 ใช้ไม่ได้ 12 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 13 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 14 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 15 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 16 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 17 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 18 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 19 +1 +1 0 2 0.67 ใช้ได้ 20 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 21 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 22 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 23 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 24 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้


143 ข้อสอบ ข้อที่ ผู้เชี่ยวชาญ ∑R IOC แปลค่า 1 2 3 25 0 +1 0 1 0.33 ใช้ไม่ได้ 26 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 27 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 28 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 29 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 30 0 0 +1 1 0.33 ใช้ไม่ได้ 31 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 32 0 +1 0 1 0.33 ใช้ไม่ได้ 33 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 34 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 35 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ เกณฑ์การให้คะแนน +1 หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญ แน่ใจว่าข้อสอบนั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้จริง 0 หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญ ไม่แน่ใจว่าข้อสอบนั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้จริง -1 หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญ แน่ใจว่าข้อสอบนั้นไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้จริง ข้อสอบมีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 0.33 ถึง 1.00 ถ้าข้อใดได้คะแนนเฉลี่ยต่ ากว่า 0.50 ต้องน าไป ปรับปรุงแก้ไขเพราะว่ามีความสอดคล้องกันต่ า สรุป ข้อสอบที่ใช้ได้มีทั้งหมด 30 ข้อ คือข้อ1,2,3,5, 7,8,9,10,12,13,14,15,16,17,18,19,20,21,22,23,24,,26,27,28,29,31, ผู้วิจัยได้คัดเลือกข้อสอบ จ านวน 30 ข้อ คือข้อที่1,2,3,4,5,7,8,9,10,12,13,14,15,16,17,18,19,20,21,22,23,24,26,27,28, 29,31,33,34,35 เพื่อใช้ในการทดลอง


Click to View FlipBook Version