คานา
ค่มู อื การฝึกและการสอนกฬี าเทเบลิ เทนนสิ ฉบับนี้เปน็ สว่ นหนึง่ ของรายวิชา ทกั ษะและการสอนเทเบลิ
เทนนิส ( พล 032115 ) ในคู่มือนี้จะประกอบไปด้วย ประวัติกีฬาเทเบิลเทนนิส กติกากีฬาเทเบิลเทนนิส
การจับไม้ การตโี ฟรแ์ ฮนด์ การตีแบ๊คแฮนด์ ฯ ซ่ึงจัดได้รวบรวมข้อมูลต่างๆในเล่มน้ีเป็นที่เรียบร้อย จัดทาไว้
เพอ่ื การศกึ ษาของคณะศกึ ษาศาสตรห์ รือกบั ผู้ทส่ี นใจในการฝกึ ทกั ษะกีฬาเทเบิลเทนนสิ
ผูจ้ ดั ทาหวังว่า คมู่ อื การฝึกและการสอนกีฬาเทเบลิ เทนนิสฉบบั น้ีจะเป็นประโยชน์แกผ่ ทู้ มี่ าศกึ ษา
ตอ่ ไป หากมขี ้อมลู ทไี่ ม่ครบถว้ นหรือผิดพลาดประการใด ผจู้ ดั ทาขอภัยมา ณ ทีน่ ด้ี ว้ ย
ณัฐพงศ์ ใยมาก
ผจู้ ดั ทา
สารบัญ 1-3
4 – 28
ประวตั กิ ฬี าเทเบิลเทนนสิ 29 - 30
กตกิ ากฬี าเทเบลิ เทนนิส 31 - 33
การจบั ไม้เทเบิลเทนนสิ 34 - 36
การยืนเตรียมพร้อมทีจ่ ะเล่นเทเบลิ เทนนิส 37 - 39
การตีลกู โฟร์แฮนด์ ( Four hands ) 40 - 42
การตีลกู แบค็ แฮนด์ ( Backhand ) 43 - 45
การตีลกู ท๊อปสปนิ ด้านโฟรแ์ ฮนด์ (Forehand Top Spin) 46 - 47
การตลี กู ท๊อปสปนิ ดา้ นแบ๊คแฮนด์ (Backhand Top Spin) 48 - 49
การตลี กู ตัดดา้ นแบ๊คแฮนด์ ( Backhand Back Spin) 50 - 52
การตีลกู ตดั ดา้ นโฟร์แฮนด์ ( Forehand Back Spin) 53 - 55
การบลอ็ กลูกดา้ นโฟร์แฮนด์ ( Forehand blocking ) 56
การบล็อกลกู ดา้ นแบ็คแฮนด์ ( Backhand blocking )
บรรณานกุ รม
ประวตั ิกีฬาเทเบิลเทนนิส
เท่าท่ีมีหลักฐานบันทึกพอให้ค้นคว้า ทาให้เราได้ทราบว่ากีฬาเทเบิลเทนนิสได้เร่ิมขึ้นที่ประเทศ
อังกฤษ ในปี ค.ศ. 1890 ในครั้งน้ัน อุปกรณ์ที่ใช้เล่นประกอบด้วย ไม้ หนังสัตว์ ลักษณะคล้ายกับไม้
เทนนิสในปัจจุบันน้ี หากแต่ว่าแทนที่จะขึงด้วยเส้นเอ็นก็ใช้แผ่นหนังสัตว์หุ้มไว้แทน ลูกที่ใช้ตีเป็นลูก
เซลลลู อยด์ เวลาตกี ระทบถกู พืน้ โตะ๊ และไมก้ เ็ กิดเสียง “ปิก-ปฺอก” ดังนั้น กีฬานี้จึงถูกเรียกอีกช่ือหนึ่งตาม
เสยี งทีไดย้ นิ วา่ “ปิงปอง” (PINGPONG) ตอ่ มาก็ได้มกี ารวิวฒั นาการขนึ้ โดยไมห้ นงั สตั วไ์ ด้ถกู เปลีย่ นเป็นแผ่น
ไมแ้ ทน ซึง่ ได้เล่นแพรห่ ลายในกลุ่มประเทศยุโรปกอ่ น
วิธีการเล่นในสมัยยุโรปตอนต้นนี้เป็นการเล่นแบบยัน (BLOCKING) และแบบดันกด (PUSHING)
ซึง่ ต่อมาได้พัฒนามาเปน็ การเล่นแบบ BLOCKING และ CROP การเล่นถูกตัด ซึ่งวิธีนี้เองเป็นวิธีการเล่นท่ี
ส่วนใหญ่นิยมกันมากในยุโรป และแพร่หลายมากในประเทศต่าง ๆ ท่ัวยุโรป การจับไม้ก็มีการจับไม้อยู่
2 ลกั ษณะ คอื จับไมแ้ บบจบั มอื (SHAKEHAND)ซง่ึ เราเรยี กกันวา่ “จบั แบบยโุ รป” และการจับไม้แบบจบั
ปากกา (PEN-HOLDER) ซึง่ เราเรียกกันวา่ “จบั ไม้แบบจนี ” น่นั เอง
ในปี ค.ศ. 1900 เร่ิมปรากฏวา่ มีไม้ปิงปองท่ีติดยางเม็ดเข้ามาใช้เล่นกัน ดังน้ันวิธีการเล่นแบบรุก
หรอื แบบบุกโจมตี (ATTRACK หรือ OFFENSIVE) เร่ิมมีบทบาทมากยิ่งขนึ้
และยคุ นี้จงึ เปน็ ยุคของนายวิตเตอร์ บาร์นา่ (VICTOR BARNA) อย่างแท้จริง เป็นชาวฮังการีได้ตาแหน่งแช
มเปี้ยนโลกประเภททมี รวม 7 คร้งั และประเภทชายเดี่ยว 5 คร้ัง
ในปี ค.ศ. 1929-1935 ยกเว้นปี 1931 ท่ีได้ตาแหน่งรองเท่านั้น ในยุคนี้อุปกรณ์การเล่น
โดยเฉพาะไมม้ ลี ักษณะคล้าย ๆ กับไม้ในปัจจุบันนี้ วิธีการเล่นก็เช่นเดียวกัน คือมีทั้งการรุก (ATTRACK)และ
การรบั (DEFENDIVE) ท้ังด้าน FOREHAND และ BACKHAND การ จบั ไมก้ ็คงการจบั แบบ SHAKEHAND
เป็นหลัก ดงั นั้นเมื่อสว่ นใหญ่จับไมแ้ บบยโุ รป
แนวโนม้ การจบั ไม้แบบ PENHOLDER ซ่ึงเปล่ียนแปลงไปมีน้อยมากในยุโป ในระยะน้ันถือว่ายุโรป
เป็นศูนย์รวมของกฬี าปิงปองอยา่ งแท้จรงิ
ในปี ค.ศ. 1922 ไดม้ ีบริษทั ค้าเครอ่ื งกฬี า ไปจดทะเบียนเครือ่ งหมายการคา้ ว่า “PINGPONG” ด้วย
เหตนุ ี้กีฬานจ้ี ึงเปน็ ช่อื มาเปน็ “TABLE TENNIS” ไมส่ ามารถใช้ชื่อท่เี ขาจดทะเบียนไดป้ ระการหน่งึ และเพื่อ
ไม่ใช่เป็นการโฆษณาสนิ คา้ อกี ประการหน่งึ และแลว้ ในปี ค.ศ. 1926 จึงไดม้ ีการประชมุ กอ่ ตัง้
สหพนั ธเ์ ทเบลิ เทนนสิ นานาชาติ(INTERNATIONAL TABLETENNIS FEDERATION : ITTF) ข้ึนท่ีกรุง
ลอนดอนในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1926 ภายหลังจากการได้มีการปรึกษาหารือในขั้นต้นโดย DR. GEORG
LEHMANN แห่งประเทศเยอรมัน กรุงเบอร์ลิน เดือนมกราคม ค.ศ. 1926 ในปีนี้เองการแข่งขัน
เทเบิลเทนนิสแห่งโลกคร้ังที่ 1 ก็ได้เริ่มข้ึน พร้อมกับการก่อตั้งสหพันธ์ฯ โดยมีนายอีวอร์ มองตากู เป็น
ประธานคนแรก ในชว่ งปี ค.ศ. 1940 น้ี ยงั มกี ารเลน่ และจบั ไม้พอจาแนกออกเปน็ 3 ลกั ษณะดังนี้
1. การจบั ไม้ เป็นการจบั แบบจบั มือ
2. ไมต้ ้องติดยางเม็ด
3. วิธีการเล่นเปน็ วิธีพ้นื ฐาน คอื การรับเปน็ ส่วนใหญ่ ยุคนี้ยังจัดไดว้ า่ เป็น “ยคุ ของยุโรป” อีกเชน่ เคย
ในปี ค.ศ. 1950 จงึ เรม่ิ เปน็ ยุคของญีป่ ุนซงึ่ แทจ้ ริงมีลกั ษณะพิเศษประจาดังนีค้ ือ
1. การตบลกู แม่นยาและหนกั หนว่ ง
2. การใชจ้ งั หวะเต้นของปลายเทา้
ในปี ค.ศ. 1952 ญ่ีปุนได้เขา้ รว่ มการแขง่ ขนั เทเบิลเทนนสิ โลกเป็นคร้ังแรก ที่กรุงบอมเบย์ ประเทศ
อินเดีย และต่อมาปี ค.ศ. 1953 สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงได้เข้าร่วมการแข่งขันเป็นคร้ังแรกที่กรุง
บูคาเรสต์ ประเทศรมู าเนีย จึงนบั ได้วา่ กีฬาปงิ ปองเป็นกีฬาระดบั โลกท่ีแท้จริงปีนีน้ น่ั เอง
ในยุคนี้ญ่ปี ุนใชก้ ารจับไมแ้ บบจบั ปากกา ใชว้ ธิ ีการเล่นแบบรกุ โจมตีอยา่ งหนักหนว่ งและรุนแรง โดย
อาศัยอุปกรณเ์ ขา้ ชว่ ย เป็นยางเม็ดสอดไส้ด้วยฟองน้าเพิ่มเติมจากยางชนิดเม็ดเดิมที่ใช้กันทั่วโลกการเล่นรุก
ของยโุ รปใชค้ วามแม่นยาและช่วงตีวงสวิงส้ัน ๆ เท่านน้ั ซึง่ ส่วนใหญจ่ ะใช้บา่ ข้อศอก และข้อมือเท่าน้ัน ซ่ึง
เมื่อเปรียบเทียบกับญ่ีปุนซ่ึงใช้ปลายเท้าเป็นศูนย์กลางของการตีลูกแบบรุกเป็นการเล่นแบบ “รุกอย่าง
ต่อเนือ่ ง” ซงึ่ วธิ นี ้สี ามารถเอาชนะวธิ กี ารเล่นของยุโรปได้ การเล่นโจมตีแบบน้ีเป็นที่เกรงกลัวของชาวยุโรป
มาก เปรยี บเสมือนการโจมตแี บบ “KAMIKAZE” (การบินโจมตีของฝงู บินหนว่ ยกลา้ ตายของญี่ปุน) ซึ่งเป็นท่ี
กล่าวขวัญในญ่ปี ุนกันวา่ การเลน่ แบบนเี้ ป็นการเล่นทเ่ี สี่ยงและกล้าเกนิ ไปจนดูแลว้ รู้สึกว่าขาดความรอบคอบ
อยมู่ าก แตญ่ ป่ี ุนก็เลน่ วธิ ีนี้ได้ดี โดยอาศัยความสขุ มุ และ Foot work ทค่ี ล่องแคลว่ จนสามารถครองตาแหน่ง
ชนะเลิศถึง 7 ครั้ง โดยมี 5 คร้ังติดต่อกัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953-1959สาหรับในยุโรปน้ันยังจับไม้แบบ
SHAKEHAND และรับอยู่ จึงกลา่ วได้วา่ ในช่วงแรก ๆ ของปี ค.ศ. 1960 ยังคงเป็นจุดมืดของนักกีฬายุโรปอยู่
น่นั เอง
ในปี ค.ศ. 1960 เรม่ิ เปน็ ยคุ ของจีน ซ่ึงสามารถเอาชนะญี่ปุนได้โดยวิธีการเล่นท่ีโจมตีแบบรวดเร็ว
ผสมผสานกับการปูองกัน ในปี 1961 ได้จัดการแข่งขันเทเบิลเทนนิสชิงชนะเลิศ ครั้งท่ี 26 ที่กรุงปักกิ่ง
ประเทศจนี จีนเอาชนะญ่ีปนุ ทั้งนี้เพราะญี่ปนุ ยังใช้นกั กฬี าท่อี ายมุ าก ส่วนจนี ไดใ้ ช้นักกฬี าท่หี นมุ่ สามารถเลน่
ได้อย่างรวดเร็วปานสายฟูาทง้ั รุกและรบั การจบั ไม้ก็เป็นการจับแบบปากกา โดยจีนชนะทง้ั ประเภทเด่ียวและ
ทมี 3 ครั้งตดิ ต่อกนั ทง้ั นี้เพราะจีนได้ทุ่มเทกับการศึกษาการเล่นของญ่ีปุนท้ังภาพยนตร์ที่ได้บันทึกไว้และ
เอกสารต่าง ๆ โดยประยกุ ต์การเลน่ ของญป่ี ุน เข้ากบั การเล่นแบบสน้ั ๆ แบบทจ่ี ีนถนัดกลายเป็นวิธกี ารเล่นที่
กลมกลนื ของจนี ดังทเี่ ราเหน็ ในปัจจุบัน ยโุ รปเรม่ิ ฟื้นคนื ชพี ขึ้นมาอีกคร้ังหนงึ่ โดยนาวิธกี ารเลน่ ของชาวอินเดีย
มาปรบั ปรุง นาโดยนักกีฬาชาวสวีเดนและประเทศอื่น ๆ ซ่ึงมีหัวก้าวหน้าไม่มัวแต่แต่คิดจะรักษาหน้าของ
ตัวเองว่าไมเ่ รยี นแบบของชาตอิ ื่นๆ ดังนน้ั ชายยุโรปจึงเริ่มชนะชายคู่ ในปี 1967 และ 1969 ซงึ่ เป็นนักกีฬา
จากสวเี ดน ในช่วงนัน้ การเลน่ แบบรุกยังไม่เปน็ ท่แี พร่หลายท้ังนี้เพราะวธิ ีการเล่นแบบรบั ได้ฝังรากในยุโรป จน
มกี ารพูดกนั วา่ นกั กีฬายุโรปจะเรียนแบบการเลน่ ลกู ยาวแบบญี่ปุนน้นั คงจะไม่มีทางสาเร็จแตก่ ารทนี่ ักกฬี าของ
สวีเดนไดเ้ ปลยี่ นวิธีการเล่นแบบญ่ปี นุ ได้มผี ลสะทอ้ นตอ่ การเปลยี่ นแปลงของเยาวชนรนุ่ หลงั ของยโุ รปเปน็ อย่าง
มาก และแลว้ ในปี 1970 จงึ เป็นปีของการประจันหน้าระหวา่ งผู้เลน่ ชาวยุโรปและผ้เู ล่นชาวเอเชีย
ช่วงระยะเวลาได้ผ่านไปประมาณ 10 ปี ต้ังแต่ 1960-1970 นักกีฬาของญ่ีปุนได้แก่ตัวลงใน
ขณะทน่ี ักกีฬารุน่ ใหม่ของยุโรปไดเ้ รม่ิ ฉายแสงเก่งขึ้น และสามารถควา้ ตาแหน่ง ชนะเลิศชายเดี่ยวของโลกไป
ครองไดส้ าเร็จในการแขง่ ขนั เทเบลิ เทนนสิ เพื่อความชนะเลิศแหง่ โลก คร้งั ท่ี 31 ณ กรงุ นาโกน่า
ในปี 1971 โดยนกั เทเบิลเทนนิส ชาวสวีเดน ช่ือ สเตลัง เบนค์สัน เป็นผู้เปิดศักราชให้กับชาว
ยุโรป ภายหลังจากท่ีนกั กฬี าชาวยุโรปไดต้ กอับไปถงึ 18 ปี ในปี 1973 ทีมสวีเดนก็ได้คว้าแชมป์โลกได้จึง
ทาให้ชาวยุโรปมีความมนั่ ใจในวิธีการเลน่ ทต่ี นไดล้ อกเลียนแบบและปรังปรุงมา ดังน้ันนักกีฬาของยุโรปและ
นกั กีฬาของเอเชยี จงึ เปน็ ค่แู ข่งท่สี าคัญ ในขณะทน่ี กั กีฬาในกลุ่มชาติอาหรับและลาตินอเมริกา ก็เริ่มแรงข้ึน
ก้าวหน้ารวดเรว็ ข้นึ เริม่ มกี ารให้ความรว่ มมือช่วยเหลือทางด้านเทคนิคซ่ึงกันและกัน การเล่นแบบต้ังรับ ซ่ึง
หมดยุคไปแลว้ ต้งั แตป่ ี 1960 เริ่มจะมบี ทบาทมากยง่ิ ขนึ้ มาอีก โดยการใช้ความชานาญในการเปลี่ยนหน้าไม้
ในขณะเลน่ ลกู หน้าไมซ้ ง่ึ ตดิ ดว้ ยยางปงิ ปอง ซึ่งมีความยาวของเม็ดยางยาวกวา่ ปกติ การใช้ยาง ANTI – SPI
เพ่ือพยายามเปลยี่ นวิถีการหมุนและทศิ ทางของลกู เข้าช่วย ซง่ึ อปุ กรณ์ทใี่ ชน้ มี้ สี ว่ นช่วยอย่างมาก ในขณะน้กี ีฬา
เทเบลิ เทนนิสนบั วา่ เปน็ กฬี าท่แี พรห่ ลายไปท่ัวโลกมีวิธกี ารเล่นใหม่ ๆ เกดิ ข้ึนตลอดเวลา ซ่งึ ผูเ้ ล่นเยาวชนต่าง ๆ
เหลา่ นจ้ี ะเปน็ กาลงั สาคญั ในการพัฒนากฬี าเทเบลิ เทนนสิ ต่อไป ในอนาคตได้อย่างไม่มีที่วันส้ินสุดและขณะนี้
กีฬานกี้ ไ็ ด้เป็นกีฬาประเภทหน่ึงในกีฬาโอลิมปิก โดยเร่ิมมีการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกในปี 1988 ท่ีกรุงโซล
ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีเป็นครัง้ แรก
กตกิ ากีฬาเทเบิลเทนนสิ
1. โตะ๊ เทเบิลเทนนสิ
1.1 พน้ื หน้าด้านบนของโต๊ะเรียกว่า “พื้นผิวโต๊ะ” จะเป็นรูปส่ีเหล่ียมผืนผ้ามีความยาว 2.74 เมตร
( 9 ฟุต) ความกว้าง 1.525 เมตร ( 5 ฟตุ ) และจะตอ้ งสงู ได้ระดบั โดยวดั จากพ้ืนท่ตี ั้งขน้ึ มาถึงพ้ืนผิวโต๊ะสูง 76
เซนตเิ มตร ( 2 ฟุต 6 นว้ิ )
1.2 พื้นผวิ โตะ๊ ให้รวมถึงขอบบนสดุ ของโต๊ะ แต่ไม่รวมถึงด้านข้างของโต๊ะที่อยู่ต่ากว่าขอบบนสุดของ
โต๊ะลงมา
1.3 พนื้ ผิวโต๊ะอาจทาด้วยวัสดใุ ดๆ ก็ได้ แต่จะตอ้ งมีความกระดอนสมา่ เสมอ เม่ือเอาลูกเทเบิลเทนนิส
มาตรฐานทง้ิ ลงในระยะสงู 30 เซนตเิ มตร ลกู จะกระดอนขน้ึ มาประมาณ 23 เซนติเมตร
1.4 พื้นผิวโต๊ะจะต้องเป็นสีเข้มสม่าเสมอและเป็นสีด้านไม่สะท้อนแสง ขอบด้านบนของพื้นผิวโต๊ะ
ท้ัง 4 ด้านจะทางด้วยสีขาว มีความกว้าง 2 เซนติเมตร เส้นของพื้นผิวโต๊ะด้านยาว 2.74 เมตรท้ังสองข้าง
เรียกว่า “เส้นขา้ ง” เสน้ ของพืน้ ผวิ โตะ๊ ด้านกวา้ ง 1.525 เมตร ทั้งสองขา้ งเรียกว่า “เส้นสกดั ”
1.5 พ้ืนผิวโต๊ะจะถูกแบ่งออกเป็นสองแดนเท่าๆ กัน กั้นด้วยเน็ตซึ่งขึงตั้งฉากกับพื้นผิวโต๊ะ
และขนานกับเสน้ สกัดโดยตลอด
1.6 สาหรบั ประเภทคู่ ในแตล่ ะแดนจะถกู แบง่ ออกเปน็ สองส่วนเทา่ ๆ กันด้วยเส้นสีขาวขนาดกว้าง 3
มิลลิเมตร โดยขีดขนานกับเส้นข้างเรียกว่า “เส้นกลาง” และให้ถือว่าเส้นกลางนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
คอร์ตด้านขวาของโต๊ะด้วย
1.7 ในการแข่งขนั ระดบั มาตรฐานสากลโต๊ะเทเบลิ เทนนิสที่ใชส้ าหรบั แขง่ ขันจะตอ้ งเปน็ ยหี่ ้อและชนิด
ทไ่ี ดร้ บั การรับรองจากสหพนั ธเ์ ทเบิลเทนนสิ นานาชาติเท่าน้นั และในการจัดการแข่งขนั จะตอ้ งระบุสขี องโต๊ะท่ี
จะใช้แข่งขนั ลงในระเบียบการแข่งขันด้วยทุกคร้ัง
2. ส่วนประกอบของเน็ต
2.1 ส่วนประกอบของเน็ตจะประกอบไปด้วย ตาข่าย ที่แขวนและเสาตั้ง รวมไปถึงท่ีจับยึดกับโต๊ะ
เทเบิลเทนนสิ
2.2 ตาข่ายจะต้องขึงตึงและยึดด้วยเชือกซึ่งผูกติดปลายยอดเสา ซ่ึงต้ังตรงสูงจากพื้นผิวโต๊ะ 15.25
เซนตเิ มตร ( 6 นิ้ว) และยนื่ ออกไปจากเสน้ ข้างของโตะ๊ ถึงตวั เสาต้านละ 15.25 เซนติเมตร ( 6 นวิ้ )
2.3 สว่ นบนสดุ ของตาข่ายตลอดแนวยาว จะตอ้ งสงู จากพืน้ ผิวโตะ๊ 15.25 เซนตเิ มตร
2.4 สว่ นล่างสดุ ของตาขา่ ยตลอดแนวยาวจะตอ้ งอยู่ชิดกับพ้ืนผิวโต๊ะและส่วนปลายสุดของตาข่ายทั้ง
สองดา้ นจะตอ้ งอยชู่ ิดกบั เสาใหม้ ากทส่ี ุดเทา่ ทเี่ ป็นไปได้
2.5 ในการแข่งขนั ระดบั มาตรฐานสากล เน็ตท่ใี ชส้ าหรับแข่งขันจะต้องเป็นยี่ห้อและชนิดที่ได้รับการ
รบั รองจากสหพันธเ์ ทเบิลเทนนิสนานาชาตเิ ทา่ นัน้ และจะต้องเป็นสีเดยี วกนั กับโต๊ะทใ่ี ช้แขง่ ขนั
3. ลกู เทเบลิ เทนนิส
3.1 ลูกเทเบิลเทนนสิ จะตอ้ งกลมและมเี สน้ ผ่าศูนยก์ ลาง 40 มิลลเิ มตร
3.2 ลกู เทเบลิ เทนนิสจะตอ้ งมนี า้ หนัก 2.7 กรัม
3.3 ลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องทาด้วยเซลลูลอยด์หรือวัสดุพลาสติกอ่ืนใดท่ีคล้ายคลึงกัน มีสีขาว สี
เหลือง หรอื สสี ม้ และเป็นสีด้าน
3.4 ลูกเทเบิลเทนนิสท่ีใช้สาหรับแข่งขันจะต้องเป็นย่ีห้อและชนิดท่ีได้รับการรับรองจาก
สหพันธเ์ ทเบลิ เทนนสิ นานาชาติเทา่ น้ัน และจะต้องระบสุ ีของลูกท่จี ะใช้แข่งขันลงในระเบียบการแขง่ ขนั ทุกครง้ั
4. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
4.1 ไมเ้ ทเบลิ เทนนิสจะมีรูปร่าง ขนาด หรือนา้ หนักอยา่ งไรก็ได้ แตห่ น้าไมจ้ ะต้องแบนเรียบและแข็ง
4.2 อยา่ งน้อยท่ีสดุ 85% ของความหนาของไม้ จะตอ้ งทาด้วยไมธ้ รรมชาติ ชั้นที่อัดอยู่ติดภายในหน้า
ไม้ ซง่ึ ทาด้วยวสั ดุอื่นใด เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ , กลาสไฟเบอร์ หรือกระดาษอัดจะต้องมีความหนาไม่เกิน 7.5
% ของความหนาทง้ั หนา้ ไมห้ รือไมเ่ กิน 0.35 มลิ ลเิ มตร สุดแท้แตก่ รณีใดจะมคี า่ น้อยกว่า
4.3 หนา้ ไม้เทเบลิ เทนนสิ ด้านท่ีใชใ้ นการตลี ูกจะตอ้ งมีวัสดุปิดทบั วัสดนุ นั้ จะเปน็ ยางเม็ดธรรมดาแผ่น
เดียวกัน โดยหันเอาเม็ดออกมาด้านนอกและไมม่ ฟี องนา้ รองรับ แผ่นยางชนิดน้ีเม่ือปิดทับหน้าไม้และรวมกับ
กาวแล้วจะต้องมคี วามหนา้ ทงั้ สนิ้ ไม่เกนิ 2 มลิ ลิเมตร หรอื แผน่ ยางแผ่นเดียวกันชนิดมฟี องน้ารองรับโดยจะหัน
เอาเมด็ อย่ดู ้านในหรอื เอาเมด็ อยู่ด้านนอกก็ได้ ยางชนิดนีเ้ มอ่ื ปดิ ทับหน้าไม้และรวมกับกาวแล้วจะต้องมีความ
หนาทัง้ ส้ินไมเ่ กนิ 4 มลิ ลิเมตร
4.3.1 แผน่ ยางเมด็ ธรรมดา จะต้องเปน็ ชน้ิ เดียวและไม่มีฟองนา้ รองรับจะทาด้วยยางหรือยาง
สังเคราะห์ มีเม็ดกระจายอยู่อย่างสม่าเสมอไม่น้อยกว่า 10 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนติเมตร และไม่มากกว่า 50
เมด็ ต่อ 1 ตารางเซนตเิ มตร
4.3.2 แผ่นยางชนิดมีฟองนา้ ประกอบดว้ ยฟองน้าชนิ้ เดยี วปิดคลุมด้วยแผ่นยางเม็ดธรรมดา
ชน้ิ เดยี ว ซึ่งความหนาของแผ่นยางธรรมดานี้จะตอ้ งมีความหนาไมเ่ กิน 4 มิลลิเมตร
4.4 วสั ดุปิดทับหน้าไม้จะต้องปิดทับคลมุ หนา้ ไม้ด้านนั้นๆ และจะต้องไม่เกินขอบของหน้าไม้ออกไป
ยกเวน้ สว่ นทใ่ี กลก้ ับด้ามจบั ที่สดุ และท่ีวางนว้ิ อาจจะหุ้มหรอื ไมห่ ้มุ ด้วยวัสดุใดๆ ก็ได้ ซ่ึงอาจจะถูกพิจารณาว่า
เปน็ สว่ นหนง่ึ ของดา้ มจบั
4.5 หน้าไมเ้ ทเบิลเทนนสิ ชัน้ ภายในหน้าไมแ้ ละชั้นของวัสดุปิดทบั ตา่ งๆ หรอื กาวจะตอ้ งสมา่ เสมอและ
มีความหนาเทา่ กันตลอด
4.6 หนา้ ไม้เทเบิลเทนนสิ ด้านหนงึ่ จะตอ้ งเปน็ สแี ดงสว่าง และอีกด้านหนงึ่ จะต้องเป็นสีดา โดยไมค่ านึง
วา่ หนา้ ไม้นนั้ จะใช้ตีลกู เทเบลิ เทนนสิ หรือไม่ และจะต้องมีสีกลมกลืนอย่างสม่าเสมอไม่สะท้อนแสง ตามขอบ
ของไม้เทเบลิ เทนนิสจะตอ้ งไม่เป็นสสี ะทอ้ นแสงหรอื มสี ่วนหน่งึ ส่วนใดเปน็ สขี าว
4.7 วสั ดทุ ป่ี ิดทับหน้าไมส้ าหรบั ตีลกู เทเบลิ เทนนิสจะต้องมีเครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ ผผู้ ลิต ยหี่ ้อ
รุ่น และเคร่ืองหมาย ITTF แสดงไว้อย่างชัดเจนใกล้กับขอบของหน้าไม้ โดยจะต้องเป็นช่ือยี่ห้อและชนิด ที่
ไดร้ บั การรับรองจากสหพนั ธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ ครง้ั หลงั สุดเทา่ น้ัน
4.8 สาหรับกาวท่มี ีส่วนประกอบของสารพิษจะไม่อนุญาตให้ใช้ทาลงบนหน้าไม้เทเบิลเทนนิส ผู้เล่น
จะตอ้ งใช้กาวแผน่ สาเรจ็ รูป หรือกาวทไ่ี ดร้ ับการรับรองจากสหพันธ์เทเบลิ เทนนิสนานาชาติเทา่ นน้ั
4.9 การเปล่ยี นแปลงเล็กน้อยของความสม่าเสมอของผวิ หน้าไมห้ รอื วัสดปุ ดิ ทับหรือความไมส่ มา่ เสมอ
ของสหี รอื ขนาด เนือ่ งจากการเสยี หายจากอบุ ัตเิ หตุ การใชง้ านหรอื สีจาง อาจจะอนุญาตใหใ้ ชไ้ ด้ โดยมเี งอื่ นไข
ว่าเหตเุ หล่านน้ั ไม่ได้เปล่ยี นแปลงอยา่ งสาคัญต่อคณุ ลักษณะของผวิ หนา้ ไมห้ รอื ผวิ วสั ดุปิดทบั
4.10 เมอ่ื เร่ิมการแข่งขันและเม่ือใดก็ตามที่ผู้เล่นเปลี่ยนไม้เทเบิลเทนนิสระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่น
จะต้องแสดงไมเ้ ทเบิลเทนนิสท่เี ขาเปลย่ี นให้กบั คแู่ ขง่ ขันและกรรมการผู้ตัดสินตรวจสอบก่อนทุกคร้ัง
4.11 เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่นที่จะต้องม่ันใจว่าไม้เทเบิลเทนนิสน้ันถูกต้องตามระเบียบและ
กติกา
4.12 ในกรณที ีม่ ปี ัญหาเกี่ยวกับอปุ กรณก์ ารเลน่ ใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของผ้ชู ีข้ าด
5. คาจากัดความ
5.1 การตีโต้ หมายถงึ ระยะเวลาที่ลูกอยู่ในการเลน่
5.2 ลูกอยใู่ นการเล่น หมายถงึ เมอ่ื ลูกเทเบิลเทนนิสไดห้ ยุดนิ่งบนฝุามอื อิสระก่อนการสง่ ลกู ในจังหวะ
สุดท้าย จนกระทั่งลกู น้ันถูกสั่งให้เป็นเลท็ หรือได้คะแนน
5.3 การสง่ ใหม่ ( LET ) หมายถึง การตโี ตท้ ไี่ มม่ ผี ลได้คะแนน
5.4 การไดค้ ะแนน หมายถึง การตีโต้ท่ีมผี ลได้คะแนน
5.5 มอื ท่ถี อื ไม้ หมายถึง มอื ในขณะทถี่ อื ไม้เทเบิลเทนนิส
5.6 มืออสิ ระ หมายถึง มอื ในขณะทไ่ี มไ่ ดถ้ ือไม้เทเบลิ เทนนสิ
5.7 การตีลูก หมายถึง การท่ีผู้เล่นสัมผัสลูกด้วยไม้เทเบิลเทนนิสขณะท่ีถืออยู่หรือสัมผัสลูกตั้งแต่
ขอ้ มอื ของมือในขณะที่ถือไมล้ งไป
5.8 การขวางลกู หมายถึง ขณะทีล่ กู กาลังอยู่ในการเล่น และฝุายตรงข้ามตีลูกมาโดยลูกน้ันยังไม่ได้
กระทบแดนของอีกฝุายหนึ่ง ปรากฏวา่ ผ้เู ลน่ หรอื สง่ิ ใดๆ ทเ่ี ขาสวมใส่หรือถอึ อย่ขู องผเู้ ลน่ ฝุายนั้นได้สมั ผสั ถูกลูก
ขณะที่ลูกน้ันยงั ไมผ่ า่ นพ้นื ผิวโต๊ะและยงั ไมพ่ ้นเส้นสกดั หรือผา่ นพนื้ ผวิ โตะ๊ แล้ว แต่ลูกนน้ั ยงั อยูใ่ นพื้นที่บนโต๊ะ
5.9 ผสู้ ่ง หมายถึง ผูท้ ต่ี ีลกู เทเบลิ เทนนิสเปน็ ครง้ั แรกในการตโี ต้
5.10 ผรู้ บั หมายถึง ผทู้ ต่ี ีลกู เทเบลิ เทนนสิ เปน็ คร้ังที่สองในการตโี ต้
5.11 ผู้ตดั สิน หมายถึง ผู้ทีถ่ กู แต่งตั้งขนึ้ เพ่อื ควบคุมการแขง่ ขัน
5.12 ผู้ช่วยผู้ตัดสนิ หมายถงึ ผทู้ ีถ่ ูกแต่งต้ังข้ึนเพอ่ื ชว่ ยผูต้ ัดสนิ ในการตดั สิน
5.13 สิ่งใดๆ ที่ผเู้ ลน่ สวมใสห่ รอื ถอื อยูห่ มายถงึ ส่งิ ใดๆกต็ ามทผ่ี เู้ ลน่ สวมใส่หรือถอื อย่ตู งั้ แตเ่ รมิ่ การตีโต้
5.14 ลกู เทเบลิ เทนนสิ จะถูกพจิ ารณาว่าผ่านข้ามหรอื ออ้ มหรือลอดสว่ นประกอบของเน็ต ถา้ ลูกนนั้ ได้
ข้ามผ่านเน็ตไปแล้วและกระดอนกลับด้วยแรงหมุนของมันเอง หรือผ่านด้านข้างหรือด้านใต้ของ
สว่ นประกอบของเน็ตด้านนอกโตะ๊
5.15 เส้นสกดั หมายรวมถงึ เสน้ สมมุติทีล่ ากตอ่ ออกไปจากเสน้ สกัดทง้ั สองดา้ นดว้ ย
6. การส่งลกู ทถี่ ูกต้อง
6.1 เมอื่ เริม่ ส่งลูก ลูกเทเบิลเทนนิสต้องวางเป็นอิสระอยู่บนฝุามือของมืออิสระ โดยแบบฝุามือออก
และลูกตอ้ งหยุดน่ิง โดยลูกนั้นต้องอยหู่ ลงั เสน้ สกดั และอยเู่ หนอื ระดับพื้นผวิ โตะ๊
6.2 ในการส่งลูก ผ้สู ่งจะตอ้ งโยนลกู ขนึ้ ข้างบนด้วยมอื ใหใ้ กลเ้ คียงกับเสน้ ต้งั ฉากและให้สูงจากจุดท่ีลูก
ออกจากฝาุ มือไมน่ ้อยกว่า 16 เซนติเมตร โดยลูกทโ่ี ยนขนึ้ ไปนน้ั จะต้องไม่เปน็ ลกู ทถี่ ูกทาใหห้ มนุ ด้วยความต้ังใจ
6.3 ผสู้ ่งจะตีลูกไดข้ ณะทล่ี ูกเทเบลิ เทนนสิ ได้ลดระดบั ลงจากจดุ สงู สุดแลว้ เพอื่ ใหล้ ูกกระทบแดนของผู้
ส่งก่อนแล้วขา้ มหรือออ้ มตาขา่ ยไปกระทบแดนของฝุายรับ สาหรบั ประเภทคู่ ลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องกระทบ
คร่งึ แดนขวาของผ้สู ่งก่อนแล้วข้ามตาข่ายไปกระทบคร่ึงแดนขวาของฝุายรบั
6.4 ท้งั ลูกเทเบิลเทนนิสและไมเ้ ทเบิลเทนนิสจะตอ้ งอยู่เหรือพื้นผิวโต๊ะตลอดเวลาท่ีเร่ิมทาการส่งลูก
จนกระทั่งไม้ได้กระทบลูกแล้ว
6.5 ในการส่งลูก ขณะทลี่ กู กระทบหนา้ ไม้จะต้องอยู่นอกเสน้ สกัดทางดา้ นผ้สู ่งหรอื นอกอาณาเขตเส้น
สมมตุ ทิ ต่ี อ่ ออกไปจากเส้นสกัด และตอ้ งไมเ่ ลยส่วนท่ไี กลทส่ี ดุ ของลาตัวออกไปทางด้านหลงั โดยวดั จากเส้นสกดั
ยกเว้น แขน ศรีษะ หรือขา
6.6 เป็นความรับผิดชอบของเล่นท่ีจะต้องส่งลูกให้ผู้ตัดสินหรือผู้ช่วยผู้ตัดสินเห็น และตรวจสอบถึง
การสง่ ลูกน้นั ว่าถกู ต้องตามกตกิ าหรอื ไม่
6.6.1 ถ้าผตู้ ัดสนิ สงสยั ในลกั ษณะการสง่ ลกู แต่ทง้ั เขาและผชู้ ว่ ยผู้ตดั สนิ ไม่ม่ันใจวา่ ผสู้ ่งไดส้ ง่
ลูกถูกตามกตกิ า ในโอกาสแรกของแมทซน์ น้ั จะเตอื นผสู้ ่งโดยยังไม่ได้ตัดคะแนน
6.6.2 สาหรบั ในคร้งั ตอ่ ไปในแมทซ์เดยี วกันนนั้ หากผสู้ ง่ คนเดมิ ยงั คงส่งลูกท่ีเป็นข้อสงสัยใน
ทานองเดียวกัน หรือลกั ษณะนา่ สงสยั อ่ืนๆ อกี ผ้สู ง่ จะเสียคะแนนทันทโี ดยไม่มีการเตือน
6.6.3 หากผ้สู ง่ ไดส้ ่งลูกผิดกตกิ าอยา่ งชดั เจน ผ้สู ง่ จะเสียคะแนนทนั ทีโดยไม่มกี ารเตือน
6.7 ผ้สู ง่ ลกู อาจได้รบั การอนโุ ลมได้บ้าง หากผสู้ ง่ คนน้นั แจ้งให้ผูต้ ดั สินทราบถึงการหย่อนสมรรถภาพ
ทางร่างกาย จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถสง่ ลกู ไดถ้ กู ตอ้ งตามกติกา ทัง้ นี้ต้องแจง้ ให้ผู้ตัดสินทราบก่อนการแข่งขัน
ทุกครัง้
7. การรับทีถ่ ูกตอ้ ง
7.1 เมื่อลกู เทเบลิ เทนนสิ ได้ถูกส่งหรือตีโต้ไปตกลงในแดนฝุายครงข้ามถูกต้องแล้ว ฝุายรับตีลูกข้าม
หรอื ออ้ มตาข่ายกลับไปเพอ่ื ใหล้ กู กระทบอีกแดนหนึ่งโดยตรง หรือสมั ผัสส่วนใดสว่ นหน่ึงของเน็ตแล้วตกลงใน
แดนฝาุ ยตรงข้าม
8. ลาดับการเลน่
8.1 ประเภทเดี่ยว ฝาุ ยสง่ ได้ส่งลูกอยา่ งถูกต้อง ฝุายรบั จะตโี ตก้ ลบั ไป หลังจากนั้นฝุายส่งและฝุายรับ
จะผลดั กนั ตีโต้
8.2 ประเภทคู่ ผสู้ ่งลูกของฝาุ ยสง่ จะสง่ ลกู ไปยังฝุายรบั ผูร้ บั ของฝาุ ยรับจะตอ้ งตีลกู กลับแลว้ ค่ขู องฝุาย
สง่ จะตีลูกกลบั ไป จากน้นั คู่ของฝาุ ยรบั กจ็ ะตลี กู กลับไปเชน่ นส้ี ลับกนั ในการโต้ลกู
9. ลูกทใี่ หส้ ่งใหม่ LET
9.1 การตีโต้ซง่ึ ถอื ให้เปน็ การสง่ ใหม่ จะต้องมีลกั ษณะดงั น้ี
9.1.1 ถา้ ลูกทฝี่ ุายส่งได้สง่ ไปกระทบส่วนต่างๆ ของเน็ต แล้วข้ามไปในแดนของฝุายรับโดย
ถกู ตอ้ ง หรือส่งไปกระทบส่วนต่างๆ ของเน็ตแล้วผู้รับหรือคู่ฝุายรับขวางลูกหรือตีลูกก่อนที่ลูกจะตกกระทบ
แดนของเขาในเสน้ สกัด
9.1.2 ในความเห็นของผตู้ ัดสนิ ถา้ ลกู ทส่ี ง่ ออกไปแล้ว ฝุายรบั หรือคู่ของฝุายรบั ยงั ไมพ่ ร้อมที่
จะรบั โดยมขี ้อแม้วา่ ฝาุ ยรบั หรอื คขู่ องฝาุ ยรบั ไม่พยายามตลี ูก
9.1.3 ในความเห็นของผ้ตู ัดสิน หากมีเหตุรบกวนนอกเหนอื การควบคุมของผู้เลน่ จนทาให้
การสง่ การรับ หรือการเลน่ นัน้ เสยี ไป
9.1.4 ถา้ การเลน่ ถกู ยตุ โิ ดยผ้ตู ดั สนิ หรือผชู้ ่วยผูต้ ดั สนิ
9.1.5 ในประเภทคู่ ถา้ ผเู้ ลน่ ส่งลูกหรอื รับลกู ส่งผิดลาดบั
9.2 การเล่นอาจถกู ยุติลงในกรณตี ่อไปนี้
9.2.1 เพือ่ แกไ้ ขข้อผิดพลาดในลาดบั การสง่ ลกู การรบั ลกู หรือการเปลี่ยนแดน
9.2.2 เมื่อการแขง่ ขันได้ถกู กาหนดให้ใช้ระบบการแข่งขนั แบบเรง่ เวลา
9.2.3 เพือ่ เตือนหรือลงโทษผู้เลน่
9.2.4 ในความเหน็ ของผู้ตดั สิน หากเหน็ ว่าสภาพการเลน่ ถกู รบกวนอนั จะเปน็ ผลตอ่ การเล่น
10. ไดค้ ะแนน
10.1 นอกเหนอื จากการตโี ตจ้ ะถูกสัง่ ใหเ้ ป็นเลท็ LET ผู้เล่นจะได้คะแนนจากกรณดี ังต่อไปน้ี
10.1.1 ถา้ ผู้เล่นฝาุ ยตรงข้ามไมส่ ามารถส่งลกู ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
10.1.2 ถา้ ผเู้ ล่นฝุายตรงข้ามไม่สามารถรบั ลกู ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
10.1.3 ถ้าผู้เลน่ ฝุายตรงขา้ มตลี กู สัมผัสถูกส่งิ ใดๆ นอกเหนอื จากสว่ นประกอบของเนต็
10.1.4 ถ้าผู้เลน่ ฝาุ ยตรงขา้ มตีลูกขา้ มผา่ นเส้นสกดั ของเขาโดยไม่ไดส้ ัมผสั กบั พนื้ ผวิ โต๊ะ
10.1.5 ถ้าผู้เลน่ ฝาุ ยตรงขา้ มขวางลูก
10.1.6 ถา้ ผู้เลน่ ฝุายตรงข้ามตีลกู ติดต่อกันสองคร้ัง
10.1.7 ถ้าผู้เล่นฝุายตรงขา้ มตีลกู ด้วยหน้าไมท้ ไ่ี ม่ถูกตอ้ งตามกตกิ า
10.1.8 ถ้าผเู้ ล่นฝุายตรงข้ามหรือสิ่งใดๆ ท่ีผู้เล่นฝุายตรงข้ามสวมใส่หรือถืออยู่ทาให้พื้นผิว
โตะ๊ เคล่ือนท่ี
10.1.9 ถ้าผู้เล่นฝาุ ยตรงข้ามหรือสงิ่ ใดๆ ทผี่ ูเ้ ลน่ ฝุายตรงขา้ มสวมใส่หรือถืออยู่สัมผัสถูกส่วน
ต่างๆ ของเนต็
10.1.10 ถ้ามอื อสิ ระของผู้เลน่ ฝุายตรงข้ามสมั ผัสถูกพนื้ ผวิ โตะ๊
10.1.11 ในประเภทคู่ ถา้ ผเู้ ล่นฝุายตรงข้ามตลี กู ผิดลาดับ
10.1.12 ในระบบการแขง่ ขนั แบบเร่งเวลา ถา้ เขาหรือคู่ของเขาสามารถตีโต้กลับไปได้อย่าง
ถูกต้องครบ 13 คร้ัง
11. เกมการแข่งขนั
11.1 ผู้เล่นหรือคเู่ ล่นทีท่ าคะแนนได้ 11 คะแนนก่อน จะเป็นฝุายชนะ ยกเว้นถ้าผู้เล่นท้ังสองฝุายทา
คะแนนได้ 10 คะแนนเทา่ กนั จะต้องเล่นตอ่ ไป โดยฝุายใดทาคะแนนได้มากกว่าอีกฝุายหน่ึง 2 คะแนน จะเป็น
ฝุายชนะ
12. แมทซก์ ารแข่งขัน
12.1 ในหนง่ึ แมทซ์ประกอบด้วยผ้ชู นะ 3 ใน 5 เกม หรอื 4 ใน 7 เกม
12.2 การแข่งขนั จะต้องดาเนินไปอยา่ งต่อเนอ่ื ง ยกเวน้ ผูเ้ ลน่ ฝาุ ยหนง่ึ ฝุายใดหรือทงั้ สองฝาุ ยขอสทิ ธใิ น
การหยุดพักระหวา่ งจบเกม ซึง่ การพกั ระหว่างจบเกมจะพักไดไ้ มเ่ กนิ 1 นาที
13. ลาดบั การส่ง การรบั และแดน
13.1 สทิ ธิในการเลือกเสรฟิ เลือกรบั และเลอื กแดน จะใชว้ ิธีการเสยี่ งทาย โดยผู้ชนะในการเสี่ยงต้อง
เลอื กเสริฟ หรอื เลือกรับก่อน หรือเลอื กแดน
13.2 เมื่อผู้เล่นหรือคู่ของผเู้ ลน่ ไดเ้ ลือกอยา่ งหนึ่งอย่างใดแลว้ ผเู้ ลน่ หรือคู่เล่นอีกฝุายหนึ่งจะเป็นฝุาย
เลือกในหัวข้อทีเ่ หลืออยู่
13.3 เมอ่ื ผ้สู ่งไดส้ ง่ ลกู ครบ 2 ครง้ั ฝาุ ยรับจะกลายเป็นผู้ส่งบ้าง จากนั้นท้ังสองฝุายจะผลัดกันส่งลูก
ฝาุ ยละ 2 ครงั้ จนกระทง่ั จบเกมการแขง่ ขัน หรือจนกระท่ังท้ังสองฝุายทาคะแนนได้ 10 คะแนนเท่ากัน หรือ
เม่ือนาระบบการแขง่ ขนั แบบเร่งเวลามาใช้ การส่งจะผลัดกันสง่ ฝุายละ 1 ครงั้
13.4 ในเกมแรกของประเภทคู่ ฝุายซึ่งมีสิทธ์ิในการส่งลูกก่อนจะต้องเลือกว่าใครจะเป็นผู้ส่งก่อน
จากนั้นฝุายรับจะเลือกผู้ทจ่ี ะเปน็ ผรู้ บั สาหรบั ในเกมถดั ไปของแมทซน์ ั้นฝุายสง่ ในเกมสน์ ั้นจะเป็นผเู้ ลอื กส่งกอ่ น
บา้ ง โดยส่งให้กบั ผทู้ สี่ ่งให้เขาในเกมก่อนหน้าน้นั เอง
13.5 ในประเภทคู่ ลาดับการเปล่ยี นส่งคอื เมื่อผ้สู ง่ ได้สง่ ลกู ครบ 2 ครงั้ แลว้ ผ้รู บั จะกลายเป็นผู้สง่ บา้ ง
โดยสง่ ให้กบั คู่ของผ้ทู ่ีสง่ ลูกให้เขา
13.6 ผเู้ ล่นหรือคเู่ ล่นท่ีเปน็ ฝุายส่งลูกก่อนในเกมแรกจะเป็นฝุายรับลูกก่อนในเกมต่อไป สลับกันจน
จบแมทซ์ และในเกมสุดทา้ ยของประเภทคู่ ฝุายรบั จะต้องเปล่ียนเปน็ ผู้รบั ทันทีเมื่อฝุายใดฝุายหนึ่งทาคะแนน
ได้ 6 คะแนน
13.7 ผู้เล่นหรือคู่เล่นจะต้องเปลี่ยนแดนทันที เม่ือการแข่งขันในแต่ละเกมสิ้นสุดลง สลับกันจน
จบแมทซ์และในการแข่งขันเกมสุดท้ายผู้เล่นจะต้องเปล่ียนแดนทันทีเมื่อฝุายใดฝุายหนึ่งทาคะแนนได้ 6
คะแนน
14. การผดิ ลาดบั ในการส่ง การรบั และแดน
14.1 ถ้าผ้เู ล่นส่งหรือรบั ลูกผิดลาดับ กรรมการผู้ตัดสินจะยุตกิ ารเลน่ ทันทีทไี่ ดค้ ้นพบข้อผิดพลาดและ
ทาการเริม่ เล่นใหม่ โดยผเู้ ลน่ และผูร้ ับทค่ี วรจะเปน็ ผู้ส่งและผรู้ บั ตามลาดับท่ีได้จัดไว้ตั้งแต่เร่ิมการแข่งขันของ
แมทซน์ ้นั ตอ่ จากคะแนนทท่ี าได้ สาหรบั ในประเภทคู่หากไม่สามารถทราบถึงผู้ส่งและผู้รับที่ถูกต้อง ลาดับใน
การส่งจะถูกจัดให้ถกู ต้อง โดยคู่ท่ีมีสทิ ธสิ์ ง่ ในคร้ังแรกของเกมทีค่ น้ พบขอ้ ผิดพลาดน้ัน
14.2 ถา้ ผูเ้ ล่นไม่ได้เปลีย่ นแดนกันเมอ่ื ถึงคราวต้องเปล่ียนแดน กรรมการผตู้ ดั สินจะยตุ ิการเล่นทันทีท่ี
ทราบ และจะเรมิ่ เล่นใหม่โดยเปลยี่ นแดนกันให้ถกู ตอ้ งตามลาดับที่จัดไว้ตงั้ แตเ่ รม่ิ การแข่งขันของแมทซ์นั้นต่อ
จากคะแนนท่ไี ด้
14.3 กรณใี ดๆ กต็ าม คะแนนทงั้ หมดซงึ่ ทีท่ าไวก้ อ่ นทจี่ ะค้นพบขอ้ ผิดพลาดให้ถอื ว่าใช้ได้
15. ระบบการแข่งขันเรง่ เวลา
15.1 ระบบการแข่งเรง่ เวลาจะถกู นามาใชถ้ ้าเกมการแขง่ ขนั ในเกมนนั้ ไม่เสร็จสิน้ ภายในเวลา 10 นาที
ยกเว้นในกรณที ่ีผูเ้ ล่นหรือคเู่ ล่นทง้ั สองฝุายมคี ะแนนไมน่ ้อยกวา่ 9 คะแนน จะแข่งขันตามระบบเดิมหรือจะใช้
ระบบการแข่งขันเร่งเวลากอ่ นครบกาหนดเวลาก็ได้ ถา้ ผูเ้ ล่นหรอื คู่เล่นทั้งสองฝาุ ยต้องการ
15.1.1 ถ้าลกู อย่ใู นระหวา่ งการเล่น และครบกาหนดเวลาแข่งขันพอดี การเล่นนั้นจะถูกยุติ
ลงโดยกรรมการผตู้ ดั สนิ และจะเริ่มเลน่ ใหมด่ ว้ ยการส่งลกู โดยผู้เลน่ ซงึ่ เป็นผสู้ ง่ ลกู อยู่ก่อนทก่ี ารตโี ต้นั้นถูกยุติลง
15.1.2 ถ้าลูกไม่ได้อยใู่ นระหว่างการเล่น และครบกาหนดเวลาแข่งขันพอดี การเล่นนั้นจะ
เรม่ิ เลน่ ใหม่ดว้ ยการสง่ ลกู โดยผู้เล่นที่เป็นฝาุ ยรบั ลูกอยูก่ อ่ นทีเ่ วลานนั้ จะสนิ้ สดุ ลง
15.2 หลงั จากนัน้ ผู้เลน่ แต่ละคนจะเปล่ียนกันส่งลูกคนละคร้ัง จนกระทั่งจบเกมการแข่งขันและใน
การตโี ต้หากผู้รบั หรอื คเู่ ลน่ ฝุายรบั สามารถตโี ตก้ ลับมาอย่างถูกต้องครบ 13 คร้ัง ฝุายสง่ จะเสยี 1 คะแนน
15.3 เมอื่ ระบบการแขง่ ขันเรง่ เวลานามาใช้ในเกมใดแล้ว ในเกมที่เหลือของแมทซ์นั้นๆ ให้ใช้ปฎิบัติ
ต่อไปจนกระท่ังจบแมทซน์ ัน้
16. เครื่องแต่งกาย
16.1 เสอ้ื ผา้ ที่ใช้แข่งขัน ปกติจะประกอบไปด้วยเสอ้ื แขนส้ัน กางเกงขาส้ันหรือกระโปรง ถุงเท้าและ
รองเท้าแข่งขัน ส่วนเส้ือผ้าชนิดอ่ืนๆ เช่น บางส่วนหรือทั้งหมดของชุดวอร์ม จะไม่อนุญาตให้ใส่ในระหว่าง
แข่งขัน ยกเวน้ ได้รบั อนญุ าตจาผ้ชู ข้ี าด สาหรับในการแขง่ ขันระดับภายในประเทศให้ผู้เข้าแข่งขันสอดชายเสื้อ
ไวใ้ นกางเกงหรือกระโปรงทกุ ครั้ง และเสื้อแข่งขันจะตอ้ งมีปกเท่านัน้
16.2 นอกจากแขนเส้อื และปกของเสอ้ื แขง่ ขนั แล้ว สสี ่วนใหญ่ของเส้ือแข่งขัน กางเกง หรือกระโปรง
จะต้องเป็นสที ่แี ตกตา่ งกนั กับลูกเทเบิลเทนนสิ ท่ีใชใ้ นการแข่งขนั อยา่ งชัดเจน
16.3 บนเสอื้ แขง่ ขนั อาจมีเคร่อื งหมายใดๆ ไดด้ งั น้ี
16.3.1 เครอื่ งหมายหรอื ตัวอักษรท่แี สดงสงั กัดสโมสรที่มใิ ชเ่ ปน็ การโฆษณาบนด้านหน้า หรือ
ดา้ นข้างของเส้อื แขง่ ขนั บรรจุในพน้ื ทีไ่ ด้ไม่เกนิ 64 ตารางเซน็ ตเิ มตร
16.3.2 ด้านหลงั ของเสอ้ื แข่งขนั อาจมหี มายเลขหรอื ตัวอกั ษรแสดงสังกัดหรือแสดงถึงแมทซ์
การแขง่ ขนั
16.3.3 เส้ือผ้าอาจสามารถโฆษณาในขนาดท่ีกาหนพดไวต้ ามขอ้ 18.6
16.4 หมายเลขประจาตวั ของผเู้ ลน่ ท่ตี ิดบนหลังเสือ้ จะตอ้ งอยู่ตรงกลางของหลังเส้ือ โดยมีขนาดใหญ่
ได้ไมเ่ กิน 600 ตา-รางเซ็นตเิ มตร และมคี วามเด่นชดั เหนือโฆษณา
16.5 การทาเครื่องหมายหรือการเดนิ เส้นใดๆ บนด้านหน้าหรอื ด้านข้างของเสื้อผ้าหรือวัสดุใดๆ เช่น
เคร่อื งประดบั ที่สวมใสจ่ ะต้องไม่จับตาหรือสะทอ้ นแสงไปยงั สายตาของฝุายตรงขา้ ม
16.6 รปู แบบของเสอ้ื ผ้า ชุดแข่งขัน ตวั อักษรหรอื การออกแบบใดๆ จะตอ้ งเป็นรูปแบบทเ่ี รยี บร้อยไม่
ทาใหเ้ กมนนั้ เสอ่ื มเสีย
16.7 สาหรบั ปญั หาใดๆ ทเี่ กี่ยวกับระเบียบข้อบงั คบั ของชดุ แขง่ ขนั ให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของผู้ช้ีขาด
16.8 ในการแข่งขนั ประเภททีมและในการแข่งขันประเภทคู่ นักกีฬาที่มาจากสังกัดเดียวกันจะต้อง
แต่งกายให้มสี แี ละรปู แบบทเี่ หมอื นกันเท่าทีจ่ ะเป็นไปได้ ยกเวน้ ถุงเท้าและรองเท้า
16.9 ในการแข่งขันระดบั นานาชาติ นักกฬี าทัง้ 2 ฝุายจะต้องแต่งกายด้วยสีที่แตกต่างกันเพื่อง่ายต่อ
การสังเกตของผูช้ ม
16.10 หากผเู้ ล่นหรือทีมไม่สามารถตกลงกนั ได้ในกรณีชดุ แขง่ ขันท่ีเหมือนกัน จะใช้วธิ ีการจับฉลาก
17. สภาพของสนามแขง่ ขัน
17.1 มาตรฐานของพ้ืนที่แข่งขันจะต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 14 เมตร กว้างไม่น้อยกว่า 7 เมตร
และสูงไม่น้อยกว่า 4 เมตร
17.2 พ้ืนที่การแข่งขันจะถูกล้อมไว้โดยรอบ ซึ่งท่ีปิดล้อมหรือแผงก้ัน จะมีขนาดสูงประมาณ
75 เซนติเมตร แยกพื้นทกี่ ารแข่งขันออกจากผูช้ ม โดยแผงกัน้ ทงั้ หมดจะตอ้ งมสี ีพืน้ เดยี วกันและมสี เี ขม้
17.3 ในกาแขง่ ขันระดบั โลกหรอื โอลมิ ปิค ควาสวา่ งอขงแสงเม่ือวัดจากพื้นผิดโต๊ะแล้วจะต้องมีความ
เขม้ ของแสงโดยสมา่ เสมอไม่นอ้ ยกว่า 1000 ลักซ์ และแสงสว่างในส่วนอ่ืนๆ ของพื้นท่ีสนามแข่งขันจะต้องมี
ความเขม้ ของแสงไมน่ ้อยกวา่ 500 ลักซ์ สาหรบั การแขง่ ขนั ระดับอ่ืนๆ ความสวา่ งบนพื้นผิดโต๊ะจะต้องไม่น้อย
กว่า 600 ลักซ์ และพืน้ ที่สนามแขง่ ขันไม่นอ้ ยกว่า 400 ลักซ์
17.4 แหล่งกาเนิดแสงสวา่ งจะตอ้ งอย่สู ูงกวา่ พนื้ สนามไมน่ ้อยกว่า 4 เมตร
17.5 ฉากหลงั โดยทว่ั ๆ ไป จะต้องมืด ไมม่ ีแสงสวา่ งจากแหล่งกาเนดิ ไฟอ่ืนหรอื แสงจากธรรมชาติผ่าน
เขา้ มาตราช่อง
หรือหน้าตา่ ง
17.6 พื้นสนามแข่งขันจะต้องไมเ่ ปน็ สสี ว่างหรือสะท้อนแสง และจะต้องไม่เป็นอิฐ คอนกรีต หรือหิน
สาหรบั การแข่งขันระดับโลกหรอื ระดบั โอลิมปิค พนื้ สนามแข่งขนั จะต้องเป็นไม้หรือวสั ดยุ างสังเคราะห์ที่ได้รับ
การรับรองจากสหพนั ธ์เทเบิลเทนนสิ นานาชาติ ITTF เท่าน้ัน
18. การโฆษณา
18.1 การโฆษณาภายในพืน้ ทกี่ ารแข่งขันสามารถทาได้เฉพาะบนอปุ กรณก์ ารแขง่ ขนั โดยไมม่ กี ารตอ่
เติมออกมาเปน็ พเิ ศษ
18.2 การโฆษณาภายในพน้ื ทแ่ี ข่งขันตอ้ งไมใ่ ช้หลอดนอี อนหรือแสงสว่างสตี ่างๆ
18.3 ตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ภายในท่ีปิดล้อมหรือแผงกั้นลูกจะต้องไม่เป็นสีขาวห รือสีเหลือง
และจะต้องมีสีไม่มากกว่า 2 สี โดยมคี วามสูงไม่เกิน 40 เซนตเิ มตร
18.4 การโฆษณาบนโต๊ะแขง่ ขัน อนญุ าตใหเ้ ฉพาะด้านข้างและดา้ นหลงั ตรงขอบโต๊ะเท่าน้ัน ซ่ึงแต่ละ
โฆษณาจะมีขนาดใหญ่ไดไ้ ม่เกิน 200 ตารางเซน็ ตเิ มตร สาหรับการโฆษณาที่ติดเป็นการถาวรจะติดได้เฉพาะ
เคร่ืองหมายการค้า สัญลักษณ์ หรือชื่อของชนิด และรุ่น เท่าน้ัน คณะกรรมการจัดการแข่งขันอาจจะติด
โฆษณาชั่วคราวไดบ้ นขอบโตะ๊ ด้านหลงั และขอบโต๊ะด้านข้างแต่ละด้านๆ ละ 1 ชน้ิ
18.5 การโฆษณาบนเก้าอี้หรือโต๊ะผู้ตัดสินหรือบนเคร่ืองใช้อื่นๆ ภายในพ้ืนที่การแข่งขันจะต้องมี
ขนาดใหญไ่ ม่เกิน 750 ตารางเซ็นตเิ มตร
18.6 การโฆษณาบนเส้อื ผ้าของผเู้ ล่น มีข้อจากัดดงั นี้
18.6.1 สญั ลกั ษณห์ รอื ช่อื เครือ่ งหมายการค้า จะมขี นาดใหญไ่ ดไ้ มเ่ กนิ 24 ตารางเซนติเมตร
18.6.2 บนเสื้อแข่งขันสามารถมีการโฆษณาได้ไม่เกิน 3 ช้ิน โดยจะต้องแยกจากกันอย่าง
ชัดเจนบนด้านหน้าหรือด้านข้างของเสื้อแข่งขัน ซ่ึงการโฆษณาจะมีพื้นที่รวมกันแล้วไม่เกิน 160 ตาราง
เซนตเิ มตร
18.6.3 บนกางเกงหรือกระโปรงแข่งขันสามารถมีโฆษณาได้ไม่เกิน 2 ชิ้น โดยจะต้องแยก
ออกจากกนั อยา่ งชดั เจน ซ่งึ การโฆษณาจะมีพืน้ ท่ีรวมกันไมเ่ กนิ 80 ตารางเซนติเมตร
18.6.4 ดา้ นหลังของเสอื้ แข่งขัน สามารถมีโฆษณาได้ไมเ่ กิน 1 ช้นิ และมขี นาดใหญ่ได้ไม่เกิน
200 ตารางเซนตเิ มตร
18.7 การโฆษณาบนหมายเลขที่ติดบนด้านหลังของผู้เล่น จะมีขนาดใหญ่ได้ไม่เกิน 100 ตาราง
เซนตเิ มตร
18.8 การโฆษณาบนเสื้อผ้าของกรรมการผ้ตู ัดสิน จะมีขนาดใหญ่ได้ไม่เกิน 40 ตารางเซนติเมตร
18.9 ในการแข่งขันระดับนานาชาติ บนผู้เล่นจะต้องไม่มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์บุหรี่ เคร่ืองดื่มท่ีมี
แอลกอฮอล์ หรือยาท่ี เป็นอันตราย
19. เจ้าหนา้ ท่ที เี่ กยี่ วกับการตดั สนิ
19.1 ผชู้ ีข้ าด
19.1.1 ผู้ช้ีขาดจะต้องถูกแต่งต้ังขึ้นในการแข่งขันแต่ละคร้ังเพ่ือควบคุมการแข่งขัน โดยช่ือและที่
ตดิ ตอ่ จะต้องเป็นที่ทราบแกผ่ ู้เข้าร่วมการแข่งขันหรอื หวั หนา้ ทีมตา่ งๆ พอสมควร
19.1.2 ผชู้ ้ขี าดมหี นา้ ท่รี บั ผิดชอบดังนี้
19.1.2.1 มีหน้าท่ีเกีย่ วกบั การจับฉลากแบ่งสาย
19.1.2.2 จดั ทาตารางและกาหนดโต๊ะแข่งขัน
19.1.2.3 แตง่ ตงั้ เจ้าหนา้ ทีใ่ นการแข่งขนั เชน่ ผู้ตดั สิน ผู้ช่วยผู้ตดั สิน ฯลฯ
19.1.2.4 ตัดสินปัญหาในเร่ืองของการตีความตามกติกาหรือข้อบังคับต่างๆ รวมไปถึง
ขอ้ บงั คับเก่ียวกบั เสือ้ ผ้า อปุ กรณ์การแข่งขันและสภาพของสนามแขง่ ขนั
19.1.2.5 ตัดสินว่าผเู้ ล่นจะสวมชดุ วอร์มลงแขง่ ขนั ไดห้ รือไม่
19.1.2.6 ตดั สนิ วา่ จะยุติการเลน่ เปน็ การฉกุ เฉินได้หรือไม่
19.1.2.7 ตดั สนิ ว่าผ้เู ลน่ จะออกนอกพืน้ ทีก่ ารแข่งขนั ในระหว่างการแขง่ ขนั ได้หรอื ไม่
19.1.2.8 ตดั สนิ วา่ ผู้เลน่ จะฝึกซอ้ มได้เกนิ ตามเวลาตามทก่ี าหนดไว้ ไดห้ รอื ไม่
19.1.2.9 มีหน้าท่ีที่จะใช้มาตรการลงโทษสาหรับผู้ท่ีประพฤติผิดมารยาทหรือละเมิด
ขอ้ บังคบั อื่นๆ
19.1.2.10 มหี น้าท่ตี รวจสอนคณุ สมบตั ขิ องผ้เู ลน่ ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบการแขง่ ขนั
19.1.2.11 ตัดสินว่าจะให้ผู้เล่นฝึกซอ้ มทีใ่ ดขณะยตุ กิ ารเล่นฉกุ เฉนิ
19.1.2.12 มีหนา้ ทีใ่ นการอบรมเจ้าหนา้ ท่ผี ตู้ ดั สิน ฯลฯ
19.1.3 หากหน้าทตี่ ่างๆ ท่ีกลา่ วมา คณะกรรมการจัดการแข่งขนั ไดม้ อบหมายให้บุคคลใดบุคคลหน่ึง
ทาหน้าท่ีแทน หน้าท่ี ช่ือและท่ีติดต่อของบุคคลนั้นจะต้องเป็นทราบแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันหรือหัวหน้าทีม
ต่างๆ ตามสมควร
19.1.4 ผู้ช้ขี าดหรอื ผู้ท่มี หี น้าท่รี ับผดิ ชอบรองลงไป จะตอ้ งอยู่ ณ ที่แขง่ ขันตลอดเวลาการแขง่ ขนั
19.1.5 ผชู้ ี้ขาดสามารถที่จะลงทาหนา้ ทแ่ี ทนผตู้ ดั สิน ผู้ชว่ ยผู้ตัดสิน หรอื เจา้ หน้าทน่ี ับครง้ั ไดท้ ุกโอกาส
แต่จะไม่สามารถเปล่ียนแปลงคาตัดสินของผู้ตัดสินหรือผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ได้ตัดสินไปแล้วในปัญ หาที่เกิดข้ึน
เกยี่ วกับขอ้ เท็จจรงิ
19.2 ผตู้ ัดสิน
19.2.1 ผู้ตัดสินจะถูกแตง่ ตง้ั ขน้ึ ในแตล่ ะแมทซ์ โดยจะนั่งหรือยืนตรงด้านข้างของโต๊ะในแนวเดียวกัน
กับเน็ต และห่างจากโต๊ะประมาณ 2-3 เมตร
19.2.2 ผู้ตดั สินมหี น้าทรี่ บั ผดิ ชอบ ดงั น้ี
19.2.2.1 ตรวจอุปกรณแ์ ละดูแลสภาพความเรียบร้อยของสนามแข่งขันและรายงานต่อผู้ชี้
ขาดทนั ทีที่สภาพสนามบกพรอ่ ง
19.2.2.2 ทาหนา้ ทใี่ นการสมุ่ เพื่อเลอื กลกู เทเบลิ เทนนสิ ในกรณีทีผ่ เู้ ลน่ ไมส่ ามารถตกลงกนั ได้
19.2.2.3 ทาหนา้ ทใ่ี นการเสี่ยง เพ่ือใหผ้ ้เู ลน่ เลอื กส่ง เลอื กรับ หรือเลือกแดน
19.2.2.4 ตัดสินใจผ่อนผนั ในการส่งลูกของผู้เล่นทีห่ ยอ่ นสมรรถภาพทางรา่ งกาย
19.2.2.5 ควบคมุ ลาดับการสง่ การรบั การเปล่ียนแดน และแกไ้ ขในกรณที ี่ผดิ พลาด
19.2.2.6 ตดั สนิ ผลของการตโี ต้วา่ ไดค้ ะแนนหรอื เลท็
19.2.2.7 ทาหน้าที่ในการขานคะแนนและใชส้ ญั ญาณมือตามข้อ 19.2.3
19.2.2.8 เป็นผูแ้ นะนาระบบการแข่งขันแบบเร่งเวลา
19.2.2.9 ควบคุมการแขง่ ขนั ใหเ้ ป็นไปอย่างตอ่ เนอ่ื ง
19.2.2.10 ควบคมุ การแนะนาหรอื การสอนของผ้เู ล่น และมารยาทความประพฤติของผู้เล่น
ให้เป็นไปตามกตกิ า
19.2.3 ผู้ตดั สินจะใช้สญั ญาณมอื เพอ่ื ช่วยในการตัดสินควบค่ไู ปกับการขานคะแนน ดังน้ี
19.2.3.1 เม่ือไดค้ ะแนน ผู้ตัดสินจะกามือโดยหันหน้ามือออก ยกกาป้ันข้ึนมาระดับหัวไหล่
ดา้ นของฝุายทไี่ ดค้ ะแนน
19.2.3.2 ในตอนเริม่ เกมหรือในการเปล่ยี นสง่ ผ้ตู ดั สนิ จะผายมือไปยังแดนหรอื ฝุายนั้นๆ
19.2.3.3 เม่ือการแข่งขนั เป็นเลท็ ผู้ตัดสนิ จะยกมอื ไปข้างหน้าเหนอื ศรีษะ เพ่อื แสดงว่าการตี
นน้ั หยุดลง
19.2.3.4 เมื่อลูกถกู ขอบด้านบนโตะ๊ ผตู้ ดั สนิ จะชม้ี อื ไปยังจุดท่ีลกู สัมผัสถูกขอบโต๊ะ
19.2.3.5 ขณะเปล่ียนแดนในครงึ่ เกมสุดทา้ ย ผู้ตดั สินจะไขว้มือท้ัง 2 ขา้ งในระดบั อก เพ่ือให้
ผเู้ ล่นเปลย่ี นแดน
19.3 ผชู้ ว่ ยผ้ตู ัดสิน
19.3.1 ผชู้ ่วยผู้ตัดสินจะถูกแต่งต้ังขึน้ ในแต่ละแมทซ์ จานวน 1-2 คน โดยนั่งตรงข้ามกับผู้ตัดสิน ใน
กรณที ี่มผี ชู้ ่วยผตู้ ัดสิน 1 คน จะน่งั แนวเดียวกนั กบั เน็ต หากมผี ู้ช่วยผตู้ ัดสิน 2 คน แต่ละคนจะน่ังแนวเดียวกัน
กับเสน้ สกดั แตล่ ะดา้ น
19.3.2 ผู้ชว่ ยผู้ตัดสนิ มหี น้าท่ีตดั สนิ ว่าลูกเทเบลิ เทนนิสสัมผัสถกุ ขอบโตะ๊ หรือไม่ ในดา้ นที่ใกลท้ ส่ี ดุ กับ
ตนเอง
19.3.3 ทงั้ ผตู้ ัดสินและผู้ชว่ ยผ้ตู ัดสินอาจจะตดั สินใจดังน้ี
19.3.3.1 พิจารณาลักษณะการส่งลกู ของผเู้ ล่นว่าถกู ต้องตามกตกิ าหรอื ไม่
19.3.3.2 ในการส่งลกู ลกู นน้ั สัมผสั ถกู เน็ตหรือไม่
19.3.3.3 พจิ ารณาว่าผ้เู ล่นขวางลกู หรอื ไม่
19.3.3.4 ในขณะแขง่ ขนั มสี ่งท่ีเข้ามารบกวนอันจะมีผลตอ่ การแขง่ ขนั หรือไม่
19.3.3.5 รกั ษาเวลาในการฝกึ ซอ้ ม ในการเล่น หรอื ในขณะหยดุ พกั
19.3.4 การตดั สินใดๆ ของผู้ตดั สนิ และผ้ชู ่วยผตู้ ัดสนิ ตามข้อ 19.3.3) จะตอ้ งไม่กา้ วกา่ ยตอ่ หน้าท่ีของ
เจา้ หน้าทีอ่ น่ื ๆ ที่แต่งตัง้ ข้ึนอยา่ งเปน็ ทางการ
19.3.5 ถ้าแต่งต้ังผู้ช่วยผู้ตัดสิน 2 คน ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่จะทาหน้าท่ีตามข้อ 19.3.2 , 19.3.3.1 และ
19.3.3.3 และในการขานอน่ื ๆ ท่อี ยู่ใกลก้ ับโต๊ะและผ้เู ล่นในด้านของเขา
19.3.6 ในการแขง่ ขนั ระบบเร่งเวลา หากมผี ูช้ ่วยผตู้ ัดสิน 1 คน จะตอ้ งแตง่ ตง้ั เจ้าหน้าทนี่ ับจานวนครงั้
ขึ้นมาต่างหาก ถา้ มีผู้ช่วยผตู้ ดั สนิ 2 คน ผู้ช่วยผู้ตัดสินจะเป็นผู้นับจานวนคร้ัง โดยผู้นับคือผู้ช่วยผู้ตัดสินท่ีอยู่
ใกลก้ บั ผเู้ ลน่ ทเ่ี ป็นฝุายรบั
20. การประทว้ ง
20.1 จะไม่มีการตกลงกันเองของผู้เล่นหรือหัวหน้าทีมที่จะเปล่ียนแปลงคาตัดสินของผู้ตัดสินหรือ
เจ้าหนา้ ที่ ในกรณที ่เี กมการแข่งขันเกิดปญั หาข้นึ ตามขอ้ เท็จจริง หรือเปลี่ยนแปลงการตีความตามกติกาหรือ
กฎข้อบงั คับของผชู้ ขี้ าด หรอื เปลี่ยนแปลงการดาเนินการจดั ซงึ่ อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการจัดการ
แขง่ ขัน
20.2 การประท้วงจะต้องไม่คัดค้านต่อการตัดสินของผู้ตัดสินหรือเจ้าหน้าท่ีในกรณีปัญหาท่ีเกิดข้ึน
ตามขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื ประทว้ งในการตดั สนิ ของผู้ชขี้ าดในกรณที ีเ่ กีย่ วกับการตคี วามตามกตกิ าหรอื กฏขอ้ บงั คับ
20.3 การประท้วงเกยี่ วกบั การตดั สินของผตู้ ัดสินในกรณีเกีย่ วกับการตีความในปัญหาของกติกาหรือ
กฏข้อบงั คับ ใหท้ าการประท้วงตอ่ ผชู้ ี้ขาด และการตัดสินของผู้ชี้ขาดถือวา่ ส้ินสุด
20.4 การประท้วงเก่ียวกับการตัดสินของผู้ชี้ขาดในกรณีเกี่ยวกับปัญหาของการจัดการแข่งขัน
นอกเหนือจากกติกาหรอื กฎข้อบงั คับ ให้ทาการประท้วงต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และการตัดสินของ
คณะกรรมการจดั การแข่งขนั ถือว่าส้ินสดุ
20.5 การแข่งขนั ประเภทบุคคล การประท้วงจะทาได้เฉพาะผู้เล่นซ่ึงเป็นคู่กรณีในแมทซ์ที่ปัญหาได้
เกดิ ขึ้น และในการแข่งขนั ประเภททมี การประท้วงจะทาได้เฉพาะหัวหน้าทีมซึ่งเป็นคู่กรณีในแมทซ์ท่ีปัญหา
เกดิ ขึน้ เท่าน้ัน
20.6 ปัญหาการตีความตามกตกิ าหรือกฏข้อบังคับทเ่ี กิดจากการตัดสนิ ของผูช้ ้ีขาดหรอื ปญั หาของการ
จัดการแข่งขันหรือดาเนินการแข่งขันท่ีเกิดข้ึนจากการตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ผู้เล่นหรือ
หวั หน้าทีมอาจจะประท้วงผา่ นตน้ สงั กดั หรอื สโมสรของตนไปยังสมาคมกไ็ ด้ สาหรบั การพจิ ารณาของสมาคมจะ
พิจารณาหาข้อปฏบิ ัตสิ าหรบั การตัดสินตอ่ ไปในอนาคต แตท่ ง้ั นี้จะไม่มีผลต่อคาตัดสินในครั้งที่ผ่านมาใดๆ ซึ่ง
ได้ดาเนินการไปแล้วโดยผูช้ ้ีขาดหรือคณะกรรมการจัดการแขง่ ขนั ท่รี บั ผดิ ชอบ
21. การดาเนนิ การแขง่ ขนั
21.1 ผูเ้ ลน่ จะไดร้ ับอนญุ าตใหฝ้ ึกซ้อมบนโต๊ะแขง่ ขนั เป็นเวลาไมเ่ กิน 2 นาที กอ่ นการแข่งขัน สาหรับ
ในช่วงเวลาระหว่างการแขง่ ขนั จะไมส่ ามารถทาการฝกึ ซอ้ มได้ ซึ่งการฝึกซ้อมนอกเหนือจากที่กล่าวมาอาจจะ
ขยายออกไปไดโ้ ดยการอนญุ าตของผชู้ ีข้ าด
21.2 ถ้าแมทซ์การแข่งขันไม่สามารถเร่ิมได้เนื่องจากผู้เล่นไม่สามารถตกลงกันได้ในการเลือกลูก
แข่งขัน ผตู้ ัดสนิ จะเป็นผูเ้ ลือกใหโ้ ดยวิธกี ารสุ่มและถ้าผเู้ ลน่ ยงั ปฏเิ สธอยอู่ าจจะถกู ปรับเปน็ แพ้โดยผูช้ ขี้ าด
21.3 ในระหวา่ งการแขง่ ขัน ผูต้ ดั สินอาจจะอนุญาตให้หยุดเพื่อทาการเช็ดเหงื่อได้ในช่วงเวลาอันสั้น
ที่สดุ เท่าที่จาเป็นซงึ่ จะสามารถทาได้เมอ่ื ครบทกุ ๆ 5 คะแนนเทา่ น้นั และเมอื่ ขณะเปลยี่ นแดนกนั ในเกมสุดท้าย
21.4 ถา้ ไมเ้ ทเบิลเทนนสิ ของผเู้ ล่นหกั ในระหว่างการแขง่ ขนั ผ้เู ลน่ จะต้องเปลย่ี นไม้อนั ใหมท่ นั ทดี ว้ ยไม้
ของผู้เล่นที่นาติดตัวเขา้ มาในพ้นื ทกี่ ารแขง่ ขันหรอื ไมท้ ี่ถกู ส่งให้กบั ผู้เลน่ ในพ้ืนที่การแขง่ ขนั ก็ได้
21.5 ผู้เลน่ จะไดร้ ับอนญุ าตอยา่ งมีเหตุผลที่จะตรวจสอบอุปกรณ์ที่เปล่ียนใหม่อันเกิดจากการชารุด
เชน่ ไมเ้ ทเบลิ เทนนสิ หรือลูกเทเบิลเทนนสิ ท่ชี ารุด แต่กจ็ ะไม่มากไปกว่าการฝกึ ตโี ต้ 2-3 ครั้งกอ่ นการเล่นใหม่
21.6 ผู้เลน่ จะตอ้ งวางไมเ้ ทเบิลเทนนิสของเขาบนโต๊ะแข่งขนั ระหว่างช่วงหยดุ พกั ระหวา่ งเกม
21.7 ผู้เลน่ จะตอ้ งอยู่ในพ้ืนท่ีการแข่งขันหรือใกล้พื้นที่การแข่งขันตลอดเวลาการแข่งขันน้ัน โดยใน
การหยุดพักระหวา่ งเกมผเู้ ล่นจะต้องอยใู่ นระยะไมเ่ กิน 3 เมตร ของพ้นื ท่ีการแข่งขัน ภายใต้การควบคุมของผู้
ตดั สิน การออกนอกระยะดงั กล่าวสามารถทาได้โดยต้องไดร้ ับอนญุ าตจากผู้ชข้ี าด
22. การยตุ ิการเลน่ ฉุกเฉนิ
22.1 ผชู้ ้ขี าดอาจจะอนญุ าตให้ยุตกิ ารเล่นชั่วคราวในช่วงเวลาอันสั้นท่ีสุด ซึ่งจะไม่เกิน 10 นาที ถ้าผู้
เลน่ ไมส่ ามารถเล่นไดเ้ นือ่ งจากอบุ ัติเหตุ โดยมีเง่ือนไขวา่ ในความเห็นของผูช้ ้ขี าดการยุติการเล่นชั่วคราวนั้นไม่
น่าจะทาใหผ้ ้เู ล่นหรือคเู่ ลน่ ฝุายตรงขา้ มเสยี เปรยี บเกินควร
22.2 การยตุ กิ ารเล่นช่วั คราวจะไมอ่ นุญาตสาหรับความไมพ่ ร้อมของร่างกายที่เกิดข้ึนในขณะแข่งขัน
หรอื คาดวา่ จะเกิดข้ึนก่อนการแข่งขันจะเรม่ิ ข้ึน เช่น ความอ่อนเพลีย ตะคริว หรือความไม่สมบูรณ์ของผู้เล่น
เหลา่ นจี้ ะไมอ่ นญุ าตให้เปน็ การยุติการเล่นฉุกเฉิน การยุติการเล่นฉุกเฉินจะยุติในกรณีท่ีเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ
เทา่ น้ัน เชน่ การบาดเจ็บเนอ่ื งจากหกล้ม
22.3 ระหว่างการยุติการเลน่ ฉุกเฉิน ผชู้ ้ขี าดอาจจะอนญุ าตให้ผู้เล่นทาการฝึกซ้อมบนโต๊ะแข่งขันน้ัน
รวมไปถึงโตะ๊ แข่งขนั อ่ืนๆ ได้
23. การแนะนาผูเ้ ลน่ หรือการสอนผู้เลน่
23.1 ในการแขง่ ขนั ประเภททีม ผู้เลน่ จะไดร้ ับคาแนะนาหรือการสอนจากใครก็ได้ แต่ในการแข่งขัน
ประเภทบุคคลผเู้ ล่นหรอื คู่เล่นจะได้รบั การสอนจากบคุ คลใดบุคคลหนึ่งเทา่ น้นั ซงึ่ จะต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบ
กอ่ นการแข่งขัน ถา้ บคุ คลที่ไมม่ หี นา้ ท่ีที่ได้รบั การแต่งตั้งมาทาการสอน ผู้ตัดสินจะใช้ใบแดงไล่บุคคลน้ันออก
จากบรเิ วณพื้นท่แี ขง่ ขัน
23.2 ผู้เล่นจะได้รับการสอนในระหว่างหยุดพักระหว่างจบเกม หรือระหว่างช่วงหยุดพักการเล่น
ช่วั คราวที่ไดร้ บั อนญุ าตเท่านนั้ หากมีบคุ คลสอนผู้เล่นในขณะแข่งขัน ผู้ตัดสินจะใช้ใบเหลืองและเตือนบุคคล
น้ันไม่ให้กระทาเช่นน้นั อีก และแจง้ ให้ทราบว่าในครั้งตอ่ ไปจะให้ออกจากบรเิ วณพน้ื ที่แขง่ ขัน
23.3 หลังจากผู้ตดั สนิ ได้เตือนแล้ว หากมีบคุ คลในทีมหรอื บุคคลอ่ืนที่ทาการสอนอย่างผิดกติกาอีก ผู้
ตัดสนิ จะใชใ้ บแดงไลอ่ อกจากพื้นทก่ี ารแข่งขนั ไม่ว่าเขาจะเปน็ ผ้ถู ูกเตือนมาก่อนหนา้ นนั้ หรือไม่กต็ าม
23.4 ในการแข่งขันประเภททีม ผู้สอนที่ถูกไล่ออกจากพื้นท่ีแข่งขันจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก
จนกระท่ังจบการแข่งขันประเภททีม ยกเว้นเขาผู้นั้นต้องลงทาการแข่งขัน สาหรับประเภทบุคคลผู้สอนไม่
สามารถกลับเขา้ มาได้อีกจนกระทงั่ จบการแขง่ ขนั แมทซ์นัน้
23.5 ถ้าผู้สอนปฏิเสธท่ีจะออกจากพื้นท่ีการแข่งขัน หรือกลับเข้ามาในพ้ืนท่ีการแข่งขันก่อนท่ีการ
แข่งขนั จะเสร็จสิ้น ผตู้ ัดสินจะยุตกิ ารเล่นและรายงานต่อผชู้ ีข้ าดทันที
24. ความประพฤติ
24.1 ผู้เลน่ และผฝู้ กึ สอน จะต้องไม่ทากตกิ าหรือความประพฤติท่ีไม่ดีอันจะมีผลต่อฝุายตรงข้ามหรือ
ผชู้ ม หรือทาให้เกมการแขง่ ขนั เกิดความเสียหาย ความประพฤติดังกลา่ ว เชน่ จงใจทาใหล้ กู แตก,เคาะโต๊ะด้วย
ไม้เทเบลิ เทนนิส,พดู คาหยาบ หรอื จงใจตะโกนดว้ ยเสียงดังอันควร, แกล้งตีลูกเทเบิลเทนนิสให้ออกจากพื้นท่ี
แข่งขัน หรอื การไมเ่ คารพเชอ่ื ฟงั ผ้ตู ดั สนิ และเจา้ หนา้ ท่ี ตลอดจนละเมิดขอ้ บงั คับในการสอนผู้เล่นระหว่างการ
แขง่ ขัน
24.2 เมอื่ ผู้ตัดสนิ ได้พจิ ารณาแลว้ เห็นวา่ ผเู้ ล่นหรือผู้ฝกึ สอนทาความประพฤตไิ ม่ดีดังกล่าว ผู้ตัดสินจะ
ให้ใบเหลืองและเตอื นถึงการลงโทษหากยงั กระทาอยู่อกี สาหรับในประเภทคู่ การเตอื นผู้เล่นคนหนึ่งหมายถึงมี
ผลต่อท้ัง 2 คนดว้ ย
24.3 หลังจากท่ีได้รับการเตือนแล้ว ถ้าผู้เล่นยังกระทาลักษณะดังกล่าวอีกหรือลักษณะอื่นๆ อีก ผู้
ตัดสนิ จะให้ 1 คะแนนแกฝ่ ุายตรงขา้ ม หลังจากนน้ั หากยังกระทาอยู่อีกผู้ตัดสินจะให้คะแนน 2 คะแนนแก่ฝุาย
ตรงขา้ ม ซึง่ ในการให้คะแนนแต่ละครัง้ ผู้ตดั สินจะใช้ใบเหลืองและใบแดงชขู ้ึนพรอ้ มกัน ทัง้ นย้ี กเวน้ กรณี 24.5
24.4 หลังจากผแู้ นะนาหรือผู้สอนได้รับการเตือนแล้ว แต่ยังกระทาอยู่อีก ผู้ตัดสินจะไล่เขาออกจาก
พ้นื ที่โดยใช้ใบแดง ซง่ึ เขาจะกลับมาไมไ่ ด้จนกวา่ การแข่งขนั ในประเภททมี นั้นไดเ้ สรจ็ สิ้นลงหรือจบการแข่งขัน
ในคนู่ ้นั สาหรบั ประเภทบคุ คล ทง้ั นีย้ กเวน้ กรณีขอ้ 24.5
24.5 ถา้ ผเู้ ลน่ ไดถ้ กู ลงโทษในเร่อื งเก่ยี วกับความประพฤตโิ ดยให้คะแนนแก่ฝาุ ยตรงขา้ ม 2 ครั้งแล้วแต่
ยังกระทาอยู่อีก หรือเมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นหรือผู้สอนทาการละเมิดอย่างร้ายแรง ผู้ตัดสินจะยุติการเล่นและ
รายงานตอ่ ผู้ชข้ี าดทนั ที
24.6 ผู้ชี้ขาดอาจจะใชม้ าตรการทางวินยั แก่ผู้เล่นภายใต้ดุลยพินิจของเขาสาหรับความประพฤติท่ีไม่
สมควร ก้าวร้าว ฯลฯ โดยอาจจะไล่ผ้เู ล่นออกจากแมทซ์การแข่งขันในประเภทนั้นๆ หรือการแข่งขันทั้งหมด
โดยการใชใ้ บแดง แมว้ ่าผตู้ ัดสินจะรายงานใหท้ ราบหรอื ไม่กต็ าม
24.7 ถ้าผเู้ ล่นถกู ไลอ่ อก 2 ครั้งในประเภททมี หรือ 2 ครั้งในประเภทบุคคลในแมทซ์น้ัน ผู้เล่นจะถูก
ออกจากการแข่งขนั ในประเภททีมหรือประเภทบุคคลในแมทซ์นน้ั โดยอัตโนมตั ิ
24.8 ถ้าพบว่าผเู้ ล่นได้เปลย่ี นไม้เทเบลิ เทนนสิ ของเขาในระหว่างการเลน่ โดยไมแ่ จ้งให้ผตู้ ัดสินและฝาุ ย
ตรงข้ามทราบ ผูต้ ดั สินจะยุตกิ ารเล่นและรายงานต่อผู้ช้ีขาดทันที ในโอกาสแรกผู้ชี้ขาดจะเตือนผู้เล่น หากยัง
กระทาอกี จะถกู ปรับเป็นแพ้โดยผ้ชู ้ขี าด
25. การแข่งขันประเภททมี
25.1 ในการแข่งขันประเภททมี จะทาการแขง่ ขันแบบ SWAYTHLING CUP หรือ CORBILLON CUP
หรอื ระบบอน่ื ๆ ซึ่งจะตอ้ งระบุลงในระเบียบการแข่งขันน้ันๆ
25.2 การแข่งขันแบบ SWAYTHLING CUP จะต้องประกอบด้วยผู้เล่น 3 คน โดยก่อนการแข่งขัน
หัวหนา้ ทีมจะต้องมาจบั ฉลากเสี่ยงวา่ ทีมใดจะได้ทมี A,B,C หรือ X,Y,Z
25.2.1 ลาดับการแข่งขนั แบบ SWAYTHLING CUP มีดงั นี้
คทู่ ่ี 1 A - X
คู่ที่ 2ฺ B – Y
คู่ที่ 3 C – Z
คทู่ ี่ 4 A – Y
คทู่ ี่ 5 B – X
25.2.2 การแข่งขนั แต่ละค่จู ะแข่งขนั รผู้ ลแพ้ชนะ 2 ใน 3 เกม และทีมแมทซจ์ ะถอื ผลแพช้ นะ
3 ใน 5 คู่
25.3 การแข่งขันแบบ CORBILLION CUP จะประกอบด้วยผู้เล่น 2 , 3 หรือ 4 คน โดยก่อนการ
แข่งขนั หัวหน้าทมี จะต้องมาจบั ฉลากเสี่ยงว่าทมี ใดจะได้ทีม A,B,C หรอื X,Y,Z
25.3.1 ลาดบั การแข่งขันแบบ CORBILLION CUP มีดังน้ี
คทู่ ี่ 1 A – X
คูท่ ่ี 2 B – Y
คูท่ ี่ 3 ประเภทคู่
คทู่ ี่ 4 A – Y
คู่ที่ 5 B – X
25.3.2 การแขง่ ขนั แตล่ ะคู่จะเป็นการแข่งขันประเภทเด่ียว ยกเว้นในคู่ที่ 3 เป็นการแข่งขัน
ประเภทคู่ ซงึ่ ประเภทค่นู จ้ี ะสง่ รายช่ือหลงั จากการแข่งขนั ประเภทเดี่ยวคู่ท่ี 2 เสร็จสิ้นลงแล้วก็ได้ โดยจะต้อง
เป็นผูเ้ ลน่ ท่ีมชี ่ืออยู่ในทมี
25.3.3 การแข่งขนั แต่ละคู่จะแข่งขันร้ผู ลแพช้ นะ 2 ใน 3 เกม และทีมแมทซจ์ ะถอื ผลแพช้ นะ
3 ใน 5 คู่
25.3.4 เมอ่ื จบการแขง่ ขันในแตล่ ะคู่ ผูเ้ ล่นจะสามารถหยดุ พกั ได้ไม่เกนิ 5 นาที
26. การแข่งขันแบบแพ้คดั ออก
26.1 จานวนตาแหน่งของระบบการแขง่ ขันแพค้ ดั ออกจะตอ้ งมจี านวนเป็น 2 เท่า เช่น 2 , 4 , 8 , 16
, 32 เปน็ ตน้
26.2 ถ้าจานวนผเู้ ลน่ มนี อ้ ยกว่าตาแหน่ง ใหใ้ ส่ ชนะผา่ น (BYE) เพิ่มเข้าไปในรอบแรก
26.3 ถ้าจานวนผูเ้ ล่นมีมากกว่าตาแหนง่ ให้ใส่รอบคดั เลือก (QUALIFIERS)
26.4 การชนะผ่าน (BYE) หรือการคัดเลือก (QUALIFIERS) จะต้องกระจายอยู่อย่างสม่าเสมอ โดย
การชนะผ่าน (BYE) จะต้องอยูก่ ับมอื วางอันดบั แรก
26.5 การวางมืออนั ดบั
26.5.1 ผเู้ ล่นทม่ี ฝี มี ือดีตามอันดับจะต้องถูกวางตัวเพ่ือไม่ให้พบกันก่อนท่ีจะถึงรอบสุดท้าย
ของการแขง่ ขนั
26.5.2 ผเู้ ลน่ ท่ีมีจากสโมสรเดยี วกันจะถูกจับแยกกันใหแ้ ยกกนั ใหห้ ่างท่ีสดุ เท่าที่จะเป็นไปได้
เพอ่ื ไมไ่ หพ้ บกันกอ่ นทจี่ ะถึงรอบสดุ ท้ายของการแขง่ ขัน
26.5.3 ผ้เู ล่นมือวางอันดบั 1 จะถกู จดั ให้อยู่บนสุด ผู้เล่นมืออันดับ 2 ถูกจัดให้อยู่ล่างสุด ผู้
เลน่ มือวางอนั ดับ 3 - 4 จะจับฉลากระหวา่ งผูเ้ ลน่ มอื 1 - 2
26.5.4 ผูเ้ ลน่ มอื วางอันดับ 5 – 8 จะจับฉลากอยรู่ ะหว่างผูเ้ ล่นตามขอ้ 26.5.3
26.5.5) ผเู้ ล่นมอื วางอนั ดับ 9 – 16 จะจบั ฉลากอยูร่ ะหว่าง ผู้เล่นตามขอ้ 26.5.4 ตามลาดบั
27. กาหนดการแข่งขัน
27.1 ในการแข่งขันระดับภายในประเทศ ผู้เล่นจะต้องทาการแข่งขันตามท่ีกาหนด หากเลยเวลา
แขง่ ขันให้ปรบั เปน็ แพ้โดยผชู้ ข้ี าด ดงั น้ี
27.1.1 ประเภทบุคคล ให้เวลา 5 นาที นับจากกาหนดเวลาแข่งขนั หรือหากเลยกาหนดเวลา
แข่งขันแลว้ ใหน้ ับจากเวลาทเี่ รียกลงทาการแขง่ ขนั
27.1.2 ประเภททีม ใหเ้ วลา 15 นาที นับจากกาหนดเวลาแข่งขันหรือหากเลยกาหนดเวลา
แข่งขันแล้วนับจากเวลาท่ีเรียกมาจับฉลาก คือโดยจะต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 2 คนในการแข่งขันระบบ
CORBILLION CUP และจะตอ้ งมีผ้เู ล่นอย่างนอ้ ย 3 คน ในการแข่งขนั ระบบ SWAYTHLING CUP
27.2 เวลาท่รี ะบุไวต้ ามขอ้ 27.1.1 , 27.1.2 น้ี อาจอนญุ าตขยายออกไปไดโ้ ดยการอนญุ าตของผชู้ ้ีขาด
28. การคิดคะแนนในการแขง่ ขันแบบวนพบกันหมด
28.1 ในการแข่งขันแบบวนพบกันหมด ผู้เล่นหรือทีมภายในกลุ่มน้ันต้องแข่งขันพบกันทุกทีมโดยผู้
ชนะ จะได้ 2 คะแนน ผ้แู พ้จะได้ 1 คะแนน และผทู้ ไี่ มแ่ ขง่ ขันหรอื แขง่ ขนั ไม่เสรจ็ สน้ิ จะได้ 0 คะแนน และการ
จัดอันดบั จะดผู ลจากคะแนนแมทซน์ เ้ี ป็นอนั ดับแรก
28.2 ถ้าผู้เลน่ / ทมี ทม่ี ีคะแนนแมทซเ์ ท่ากนั ตัง้ แต่ 2 คน / ทมี ขนึ้ ไป การจัดอนั ดับให้ดูผลการแข่งขัน
เฉพาะคน / ทีม ทมี่ ีคะแนนเท่ากันเท่าน้นั โดยใชผ้ ลแพช้ นะของบุคคล (สาหรบั ประเภททีม) เกม หรอื คะแนน
ตามลาดบั จนกว่าจะได้ข้อยุติ ซง่ึ วิธีการคดิ คะแนนในแต่ละข้นั ตอนให้ใช้คะแนนได้ หารดว้ ยคะแนนเสีย
28.3 ในการคดิ คะแนนตามขน้ั ตอนหากมหี น่งึ หรือมีมากกว่าหนึ่งในกลุ่มน้ันแสดงผลต่างขณะที่ส่วน
อ่นื ๆ ยงั มคี ะแนนเท่ากนั อยู่ ผลการแขง่ ขันของผทู้ ่ีเท่ากันน้ันจะถูกคานวณย่อยต่อไปตามลาดับ คือ ผลบุคคล
(สาหรบั ประเภททมี )จานวนเกม คะแนนในเกม
28.4 หากคดิ คะแนนตามข้อ 28.1 , 28.2 และ 28.3 แล้วยงั มีคะแนนเทา่ กันอกี ใหใ้ ช้วิธกี ารจับฉลาก
กรแขง่ ขันประเภททมี
การแขง่ ขนั ประเภททมี
1 ในการแข่งขันประเภททีมจะทาการแข่งขันแบบ SWAYTHLING CUP หรือ CORBILLON CUP
หรือระบบอืน่ ๆ ซ่ึงจะต้องระบุลงในระเบียบการแข่งขนั นั้นๆ
2 การแขง่ ขนั แบบ SWAYTHLING CUP จะตอ้ งประกอบด้วยผ้เู ล่น 3 คน โดยก่อนการแข่งขนั หวั หนา้
ทีมจะต้องมาจับฉลากเสยี่ งวา่ ทีมใดจะไดท้ ีม A,B,C หรอื X,Y,Z
2.1 ลาดบั การแขง่ ขนั แบบ SWAYTHLING CUP มีดงั นี้
คู่ท่ี 1 A - X
คทู่ ี่ 2ฺ B – Y
คทู่ ่ี 3 C – Z
คู่ท่ี 4 A – Y
คู่ท่ี 5 B – X
2.2 การแข่งขันแตล่ ะคจู่ ะแขง่ ขันรู้ผลแพ้ชนะ 2 ใน 3 เกม และทีมแมทซ์จะถือผลแพ้ชนะ 3
ใน 5 คู่
3 การแขง่ ขนั แบบ CORBILLION CUP จะประกอบด้วยผ้เู ล่น 2 , 3 หรือ 4 คน โดยก่อนการแข่งขัน
หวั หนา้ ทมี จะตอ้ งมาจับฉลากเสยี่ งว่าทมี ใดจะไดท้ มี A,B,C หรือ X,Y,Z
3.1 ลาดับการแขง่ ขนั แบบ CORBILLION CUP มดี ังนี้
คทู่ ี่ 1 A – X
คทู่ ี่ 2 B – Y
คู่ที่ 3 ประเภทคู่
คู่ที่ 4 A – Y
คทู่ ี่ 5 B – X
3.2 การแข่งขันแต่ละคู่จะเป็นการแข่งขันประเภทเด่ียว ยกเว้นในคู่ที่ 3 เป็นการแข่งขัน
ประเภทคู่ ซ่ึงประเภทค่นู จ้ี ะสง่ รายชอ่ื หลังจากการแข่งขนั ประเภทเดี่ยวคู่ท่ี 2 เสร็จสิ้นลงแล้วก็ได้ โดยจะต้อง
เป็นผู้เล่นทีม่ ีชื่ออยูใ่ นทมี
3.3 การแข่งขนั แตล่ ะคู่จะแข่งขันรผู้ ลแพ้ชนะ 2 ใน 3 เกม และทมี แมทซ์จะถือผลแพ้ชนะ 3
ใน 5 คู่
3.4 เมือ่ จบการแขง่ ขันในแตล่ ะคู่ ผเู้ ล่นจะสามารถหยุดพักได้ไม่เกิน 5 นาที
การจบั ไม้เทเบิลเทนนสิ
การจับไม้ปงิ ปองโดยท่วั ไปจะมวี ิธกี ารจับแบ่งออกเปน็ 2 แบบ ดงั นี้
1. การจบั ไม้แบบสากล SHAKE HAND
โฟรแ์ ฮนด์ (หน้ามือ) แบค๊ แฮนด์ (หลังมือ)
การจับไมป้ งิ ปองวิธนี เี้ ป็นที่นิยมกนั ท่ัวโลก มีวิธีการจับไม้ทีค่ ล้ายกบั การจบั มอื ทักทายกันของชาวยโุ รป
สาหรับการจบั ไมแ้ บบนจ้ี ะเหมาะสาหรบั นักกฬี าที่ถนัดท้ังในการเลน่ ดา้ นโฟรแ์ ฮนด์ Fore hand (หนา้ มอื ) และ
ด้านแบ๊คแฮนด์ Back hand (หลังมือ) การจับไม้แบบสากลนี้จะเหมาะสาหรับการเล่นลูกต่างๆ ได้ง่าย
โดยเฉพาะลกู TOP SPIN , BACK SPIN , SIDE SPIN ซึ่งการตลี กู ต่างๆ นั้นจะไม่ฝืนธรรมชาติเหมอื นกบั การจบั
ไม้แบบไม้จีน แต่การจับไม้แบบน้มี กั จะมจี ุดออ่ นอยู่ทก่ี ลางลาตวั เพราะเมื่อคู่ตอ่ สตู้ เี ข้ากลางตัว หากฝึกมาไม่ดี
จะทาใหต้ ัดสนิ ใจได้ยากว่าจะใช้ดา้ นใดในการตลี ูก
2. การจับไม้แบบจับปากกา หรอื ทีเ่ รยี กกนั ติดปากวา่ “จบั แบบไมจ้ นี ” CHINESE STYLE
โฟรแ์ ฮนด์ (หน้ามอื ) แบค๊ แฮนด์ (หลังมือ)
การจับไม้แบบนี้จะเป็นที่นิยมกันมากในนักกีฬาแถบทวีปเอเซียของเรา ได้แก่ จีน , ญ่ีปุน , เกาหลี
สาหรับนักกีฬาท่ีใช้วิธีการจับไม้แบบน้ีจะถนัดในการเล่นด้านโฟร์แฮนด์ได้ดีเป็นพิเศษ อีกทั้งจะต้องมีการ
เคล่ือนท่ไี ดร้ วดเรว็ ซ่ึงชาวเอเซยี เราส่วนใหญต่ ัวเล็กและเคล่ือนทไี่ ด้รวดเรว็ การจบั ไมแ้ บบไม้จีน จึงเป็นที่นิยม
กันแถบเอเซีย สาหรับในยุโรปแล้วมีนักกีฬาท่ีใช้วิธีการจับไม้แบบนี้กันน้อยมาก เพราะนักกีฬายุโรปมักจะ
เคลือ่ นท่ีได้ชา้ และการจบั ไมแ้ บบไม้จีนจะมีจดุ ออ่ นอยูท่ ดี่ ้าน Back hand เพราะไม่สามารถเล่นลูก TOP SPIN
ไดส้ ะดวก แต่ปจั จบุ ันน้ปี ระเทศจีนได้คดิ คน้ วธิ ีการตแี บบใหม่ ซ่ึงทาให้วิธกี ารจบั ไมแ้ บบไม้จีนมียุทธวิธีในการตี
ลกู ไดร้ ุนแรงและหลากหลายมากย่ิงขึ้น คือการใชด้ ้านหลังมือตี ซ่งึ อดีตท่ีผ่านมาด้านนี้จะไม่ค่อยได้ใช้ในการตี
ลูก นกั กีฬาจนี ยคุ ใหมจ่ ะถนัดในการเลน่ ลูกหลังมอื นม้ี ากขึ้น เพราะสามารถเล่นได้ลูก TOP SPIN และ ลูกตบ
ไดด้ ีอีกดว้ ย นบั เปน็ อาวธุ ใหม่สาหรับนกั กีฬาจนี ไว้ปราบนักกีฬาทจี่ ับไม้แบบสากลโดยเฉพาะ
การยืนเตรยี มพรอ้ มท่จี ะเลน่ เทเบลิ เทนนสิ
ทา่ ทางการยืนเตรยี มพรอ้ มในการเลน่ เทเบลิ เทนนสิ นบั วา่ มสี ่วนสาคญั ต่อการเลน่ มาก เพราะการเลน่
เทเบิลเทนนิสนั้นจาเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย การอยู่ในท่ายืนที่ถูกต้องจะทาให้ตี
ลูกได้ถนัด ไม่ต้องเคล่ือนไหวมาก กลับตัวเอ้ียวตัวได้เร็ว และถ้าเป็นการเล่นประเภทคู่ ก็ทาให้ผู้เล่นฝุาย
เดยี วกนั เลน่ ได้โดยคล่องตัว ผเู้ ล่นท้งั สองสามารถเล่นประสานกนั ไดด้ แี ละไมช่ นกันเองซ่ึงมหี ลักการปฏบิ ัตใิ นทา่
ยืนเตรียมพรอ้ มทีถ่ ูกตอ้ งมดี ังนี้
1.ทา่ ทางการยืนเตรยี มพร้อม เมอ่ื เลน่ ประเภทเด่ยี ว
เท้า: ผู้เล่นควรยืนห่างจากโต๊ะประมาณ 1-2 ฟุต เท้าแยกห่างออกจากกันกว้างกว่า 1 ช่วงไหล่
เล็กนอ้ ยถ้าจับไม้ดว้ ยมือขวา ควรยนื ใหเ้ ท้าซ้ายอยู่หน้าเท้าขวาเล็กน้อย ส้นเท้ายกขึ้นเล็กน้อย น้าหนักตัวอยู่
บนปลายเทา้ ท้งั สองขา้ ง
ตา: ตามองทลี่ กู เทเบิลเทนนิสตลอดเวลา
คาง: ก้มหนา้ ลงเล็กนอ้ ย คางสามรถใช้บิดไปทางซ้ายและขวาได้ แต่ห้ามยากคางข้ึนเป็นอันขาด
หากคางหงายขนึ้ มมุ ของร่างกายและไมจ้ ะอยู่ในลกั ษณะมุมเงย เวลาตลี กู ลกู จะสงู ขนึ้ ดว้ ย
ศอก: ขอ้ ศอกท้ังสองข้างยกขึ้นปล่อยตามสบายแขนท้ังสองห่างลาตัวเลก็ นอ้ ย
ไหล่: ไหลอ่ ยู่ในทา่ สบาย ลดตา่ ลงไปข้างหน้า ไหลต่ อ้ งไมย่ กข้ึนหรือเกรง็ โล้ตวั ไปข้างหน้าเล็กนอ้ ย
เขา่ : ย่อเข่าลงเล็กนอ้ ย
มอื : มือถอื ไม้เทเบลิ เทนนสิ ยกข้นึ ในระดับสงู กวา่ เอวเลก็ นอ้ ย มือซ้ายยกขน้ึ มาอยู่ในระดับเดียวกัน
กบั มือขวา
2.ท่าทางการยืนเตรยี มพร้อม เม่ือเล่นประเภทคู่
ท่ายืนเตรียมพร้อมเม่ือเล่นประเภทคู่ เหมือนกันกับท่ายืนเตรียมพร้อมเมื่อเล่นประเภทเด่ียวทุก
ประการ จะมีข้อแตกต่างกันที่การเล่นประเภทคู่น้ัน ผู้เล่นจะต้องผลัดกันเล่นลูกคนละคร้ัง และการเล่น
ประเภทคนู่ น้ั ลกู แรกจะรับท่ีแดนขวาเสมอ ดงั นั้นผู้เลน่ คนแรกจะยืนเตรียมพร้อมอยู่ท่ีโต๊ะด้านแดนขวาและผู้
เล่นคนทสี่ องจะยนื เยื้องไปขา้ งหลงั ทางซา้ ยเลก็ น้อย เมื่อผเู้ ล่นคนแรกรบั ลกู แลว้ ลกู ตอ่ มาผู้เลน่ คนที่สองจะต้อง
เป็นผู้เล่น สลบั กนั ไปดงั นี้เสมอ ดงั นัน้ ปญั หาของการเล่นประเภทคู่จึงอยทู่ ก่ี ารเข้าและการออก เพอื่ รับลูกจาก
ฝุายตรงข้าม การฝกึ เพ่ือใหเ้ กิดความชานาญและมคี วามสมั พนั ธ์กันจึงเป็นส่งิ สาคญั มาก
พ้นื ฐานของการ Foot Work
ในกีฬาเทิเบิลเทนนิสนนั้ จงั หวะและการเคลอื่ นท่ถี ือวา่ เป็นปจั จยั ทิ่ีสาคัญมาก การทเี่ ราจะตีลูกปิงปอง
ในกรณีต่างๆ ไม่ว่า จะบุก หรอื รับ ต้องมกี ารทรงตวั เหรือการยนื ท่ดี เี ป็นส่วนช่วย แต่ในกรณีที่ตอ้ งตามลกู หรือ
ฉีกตัวเพอ่ื จะให้การตลี กู ของเราเปน็ ไปอยา่ งสมบณู ณน์ ้ันข้ึนอยกู่ ับการสไลด์
พน้ื ฐานของการ Foot work (อย่กู บั ท่)ี
1.ยนื ตัวตรง
2.นาเท้าซา้ ยหรือขวากไ็ ดก้ า้ วไปทางขา้ งประมาณครง่ึ กา้ ว (ตอนนเี้ ราจะยืนกลางขา)
3.นาเท้าซา้ ยหรือขวาท่ีกา้ วไปทางข้างกบั มาชดิ กบั เทา้ ทไ่ี มไ่ ด้ขยับ (ตอนน้ีเราจะยืนตรง)
4.ทาสลบั กันเอาเทา้ อกี ขา้ งกา้ วไปทางข้างแล้วกลับมาชิด
5.เร่งความเรว็ ข้นึ ก็ จะกลายเป็น เชน่ ซา้ ยกา้ วซ้ายชดิ - ขวาก้าวขวาชดิ
ถ้านึกภาพมา่ ยออกลองนกึ ถงึ ลกู ตุ้มของนาฬกิ าทม่ี ันจะแกว่งไปแกวง่ มา
การสไลด์ท่ไี ดม้ าจาก การ Foot Work
แทบจะไมม่ ีอารายทีแ่ ตกต่างจากการ Foot Work เพยี งแตว่ า่ คราวนี้เราไมไ่ ดท้ าแลว้ เราอย่กู บั ที่
แลว้ เพมิ่ สิง่ สาคญั ทส่ี ดุ ของการสไลดเ์ ข้ามาคอื การงอเข่าหรือการย่อตัว ซึ่งท้ัง 2 อย่างต่างกันตรงที่การ Foot
Work ใช้ ซ้ายกา้ วซ้ายชิด - ขวากา้ วขวาชิด แต่ สไลด์ เชน่
1.จงั หวะทัว่ ไปของการเล่นเทเบิลเทนนสิ เราต้องยอ่ ตวั งอเข่าเพื่อเตรยี มตีลูกเทเบิลเทนนิสซ่ึงการยืนนั้นปลาย
เท้าท้ังสองจะอยูห่ ่างกันประมาณครึ่งก้าว
2.ถ้าเราจะสไลด์ไปทางขวาของโต๊ะก็ก้าวเท้าขวาไปแล้วก้าวเท้าซ้ายตามแล้วก้าวเท้าขวาออกไปยืนในท่าที่
พรอ้ มเหมือนตอนรอลูกเทเบิลเทนนิส
3.ถ้าจะไปทางซ้ายก็แคก่ ับการเคลือ่ นไหวของเท้าเท่าน้ันทกุ คร้ังหลังจากที่สไลด์แล้วต้องอยู่ในท่าที่พร้อมการ
เล่นเสมอ
4.ปกติทวั่ ไปของการสไลด์แลว้ ส่วนย่ายจะสไลด์เพอ่ื เปดิ เกมส์บกุ มากกวา่ หรือ อีกกรณีนึงคือการสไลด์เพ่ือตัด
ลูกของมอื รบั
การตลี กู โฟรแ์ ฮนด์ ( Four hands )
เบสคิ การตลี กู ปิงปองให้ว่ิงออกไปแบบธรรมดาๆ ลูกน้ี เปน็ เบสคิ ขัน้ ต้นทีน่ ักกีฬาจะต้องเริ่มฝึกฝนกัน
ทกุ คน ลกั ษณะท่าทาง , วงแขนการตี
จังหวะการตีลูกปิงปอง
สาหรบั จงั หวะการตลี กู ปิงปองนนั้ ให้เร่มิ ตน้ จากการฝึกตีจงั หวะช้า (C) กอ่ น เม่อื ชานาญแล้วจึงค่อย
ปรับไปตจี ังหวะทีล่ กู กระดอนสงู สุด(B) และเมอ่ื ชานาญตลี ูกจังหวะน้แี ลว้ ก็ปรับใหต้ ีจังหวะเร็ว (A) ตามลาดับ
รวมถึงเม่ือนักกีฬาตีได้ทกุ จังหวะแล้ว ผฝู้ ึกสอนสามารถสร้างแบบฝึกให้นักกีฬาตีลูกจังหวะต่างๆ สลับกันได้
เชน่ จงั หวะ A 1 ครัง้ จงั หวะ C 1 ครับ สลับกันไปเร่อื ยๆ ก็ได้
ลกั ษณะสมั ผสั ของหนา้ ไมก้ บั ลกู ปิงปอง
ให้หนา้ ไม้สัมผสั ถูกลกู ในลกั ษณะตเี ต็มลกู
การถา่ ยนา้ หนักตวั
สาหรบั ผู้เลน่ มอื ขวา
1. ในจังหวะที่เหวี่ยงวงสวิงไปด้านข้าง เพื่อเตรียมจะตีลูก ให้
ถ่ายน้าหนกั ตวั ทง้ั หมด ไปไว้ทีเ่ ท้าขวา
2. ในจังหวะที่เหวย่ี งวงสวิงเข้าไปเพื่อตีลกู ปงิ ปอง ให้ถ่ายน้าหนัก
ตัวทงั้ หมด ไปไวท้ เ่ี ทา้ ซา้ ย
สาหรับผู้เล่นมอื ซ้าย ให้ทาตรงกันขา้ ม
แบบฝึกการตลี ูกโฟร์แฮนด์
แบบฝกึ ท่ี 1 ตลี ูกจากคนป้อนไปฝั่งตรงข้าม
หลกั การฝกึ 1. ยนื ในท่าเตรยี มพรอ้ มตามข้างทีท่ า่ นถนดั และถูกต้อง
2. รอรบั ลกู จากคนทป่ี ูอนใหจ้ ากฝั่งตรงขา้ ม
3. เม่ือลกู มาไดร้ ะยะ ใหต้ ลี ูกโฟร์แฮนดไ์ ปยงั ฝง่ั ตรงขา้ ม
ให้เข้าชอ่ งมาร์คท่ีตง้ั ไว้
4. จานวน 10 ลกู แล้วสลบั กับคนปอู นลกู
เน็ท
คนปอู น / คนตลี ูก
ทศิ ทางการตีลกู
แบบฝึกที่ 2 การโต้-ไปมา กบั คขู่ องตนเอง
หลกั การฝึก 1. ใหจ้ บั คกู่ บั เพื่อนตนเอง
2. ให้ยืนท่โี ตะ๊ เทเบิลเทนนสิ ยืนคนละฝงั่ โต๊ะ ยนื อยใู่ นทา่ ทางการตลี กู ทถี่ ูกตอ้ ง
3. เมื่อพรอ้ มใหเ้ รม่ิ การตลี ูกโฟรแ์ ฮนด์ไป – มา
4. ตลี กู ให้ได้มากทสี่ ดุ เพอื่ ให้เกิดความชานาญในการตีลกู
โฟรแ์ ฮนด์
เน็ท
คนปูอน / คนตลี ูก
ทิศทางการตลี กู
การตลี ูกแบค็ แฮนด์ ( Backhand )
เบสิคการตีลูกด้วยด้านแบ๊คแฮนด์น้ี นักกีฬามีความจาเป็นท่ีจะต้องฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
เช่นกนั เพราะหากเบสิคต่างๆ ทาไดไ้ ม่ดี ลว้ นแตผ่ ลถงึ การเล่นของเราในอนาคตข้างหน้าทั้งสิ้น ซ่ึงวิธีการตี
ลักษณะท่าทางการตี
จงั หวะการตีลูก
เริ่มฝึกจากตีลูกจังหวะ C ตามด้วยจังหวะ B และจังหวะ A ตามลาดับ ขอย้านะครับว่า จังหวะ
ตา่ งๆ เหล่าน้ี นักกฬี าจาเป็นตอ้ งฝกึ ตีใหไ้ ด้ เพราะจะส่งผลถึงการเล่นที่ได้เปรียบกว่าการตีลูกได้เพียงจังหวะ
เดียว
ลกั ษณะสัมผสั ของหนา้ ไม้กับลกู ปงิ ปอง
ให้หนา้ ไมส้ ัมผัสถกู ลกู ในลกั ษณะตเี ตม็ ลกู
การถา่ ยนา้ หนกั ตวั
สาหรบั ผูเ้ ลน่ มอื ขวา
1. ในจงั หวะทเี่ หวี่ยงวงสวงิ ไปดา้ นข้าง เพอ่ื เตรยี มจะตลี กู
ใหถ้ ่ายน้าหนกั ตวั ทง้ั หมด ไปไวท้ ่ีเท้าซ้าย
2. ในจังหวะทเ่ี หวย่ี งวงสวิงเข้าไปเพอ่ื ตลี ูกปงิ ปอง
ใหถ้ า่ ยน้าหนักตัวท้ังหมด ไปไว้ท่เี ท้าขวา
สาหรับผู้เลน่ มอื ซ้าย ให้ทาตรงกันข้าม
แบบฝกึ การตลี กู แบค๊ แฮนด์
แบบฝกึ ท่ี 1 ตลี กู จากคนป้อนไปฝ่ังตรงขา้ ม
หลกั การฝึก 1. ยืนในท่าเตรยี มพร้อมตามข้างทีท่ า่ นถนดั และถูกต้อง
2. รอรบั ลกู จากคนทป่ี ูอนใหจ้ ากฝั่งตรงขา้ ม
3. เม่ือลกู มาไดร้ ะยะ ใหต้ ลี ูกโฟร์แฮนดไ์ ปยงั ฝง่ั ตรงขา้ ม
ให้เข้าชอ่ งมาร์คท่ีตง้ั ไว้
4. จานวน 10 ลกู แล้วสลบั กับคนปอู นลกู
เน็ท
คนปอู น / คนตลี ูก
ทศิ ทางการตลี กู
แบบฝึกท่ี 2 การโต้-ไปมา กบั คู่ของตนเอง
หลกั การฝกึ 1. ใหจ้ บั คกู่ ับเพอ่ื นตนเอง
2. ให้ยนื ทีโ่ ต๊ะเทเบลิ เทนนสิ ยนื คนละฝ่งั โตะ๊ ยนื อยู่ในทา่ ทางการตลี กู ทถ่ี ูกต้อง
3. เมื่อพรอ้ มใหเ้ รมิ่ การตลี ูกโฟรแ์ ฮนดไ์ ป – มา
4. ตลี กู ให้ไดม้ ากทส่ี ุด เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความชานาญในการตลี กู
แบค๊ แฮนด์
เนท็
คนปูอน / คนตลี กู
ทิศทางการตีลกู
การตลี ูกทอ๊ ปสปนิ ด้านโฟรแ์ ฮนด์ (Forehand Top Spin)
การตีลูกดว้ ยความหมุนแบบ TOP SPIN (ลกู หมุนไปข้างหนา้ ) มีความสาคญั เปน็ อย่างยิง่ เพราะเกมส์
ปิงปองยุคปัจจุบันนี้ เมื่อลูกปิงปองพ้นนอกโต๊ะออกมา ไม่ว่าจะพ้นออกมามาก หรือ ออกมาเพียงเล็กน้อย
นักกีฬาจะตอ้ งชิงโอกาสบกุ โจมตใี สค่ ูต่ อ่ ส้ดู ว้ ยลูกความหมนุ แบบท๊อปสปนิ ทันที
ดังนน้ั การฝกี เบสคิ การตีด้วยความหมนุ แบบท๊อปสปิน จงึ มีความจาเปน็ ต้องฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่
วา่ จะพ่งึ เรม่ิ เล่น หรือเล่นจนเก่งแล้ว ก็ยังคงต้องฝึกตลอดไป ลองชมตัวอย่างการตีลูกด้วยความหมุนแบบ
TOP SPIN โดยใชด้ ้านโฟร์แฮนด์
ลักษณะการสมั ผัสระหว่างหน้าไมก้ บั ลกู ปิงปอง
การตลี กู ปงิ ปองให้เกิดความหมุน ลกั ษณะการสมั ผสั ระหวา่ งหน้าไม้กับลกู ปงิ ปอง จะตอ้ งสมั ผสั ใน
ลักษณะเสยี ดสผี วิ ลูกปิงปองเช่นกนั รวมถึงการตีลกู ดว้ ยความหมุนแบบ TOP SPIN นีด้ ้วยเช่นกัน
จงั หวะในการตีลกู ปงิ ปอง
ในเบ้ืองต้นสาหรับผเู้ ร่มิ เล่นใหม่ ให้เร่ิมฝึกตลี กู ปงิ ปองในจงั หวะที่ลกู ลอยตกลงจากจงั หวะสงู สดุ
เล็กนอ้ ย
ความเรว็ ของวงสวิง
ขณะทีเหวยี งไมเ้ ข้าสัมผสั ลกู ใหเ้ พ่มิ ความเร็ว การเพม่ิ ความเร็วจะทาใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพด้านความ
หมุนมากข้ึน และหลงั จากสัมผสั ลูกจนสุดวงสวิงแล้ว ใหด้ ึงไม้กลบั อย่างรวดเร็ว เพอ่ื ความพรอ้ มในการตีลกู
ตอ่ ไปอยา่ งรวดเร็ว
จดุ สมั ผัสบนลูกปิงปอง
ผูเ้ ร่มิ ฝึกใหม่ ให้ลากไม้สัมผัสพ้ืนทห่ี ลงั ลูก ท่ีตาแหน่ง B ก่อน เมื่อชานาญข้ึนก็เพิ่มการสัมผัสลูกที่
พื้นท่ีบริเวณ A และ C ตอ่ ไป
ผลของการตลี ูกปงิ ปองบนพนื้ ที่ตา่ งกนั
จะใหผ้ ลลัพธข์ องทศิ ทางลกู ท่ีตา่ งกนั ดงั น้ี
(สาหรบั ผูเ้ ล่นมือขวา)
ตลี กู ทพ่ี ื้นท่ี B เม่อื ลูกตกลงบนโต๊ะ ลูกจะวิง่ ไปขา้ งหน้า
ตลี ูกทพี่ ื้นท่ี C ลกู ปงิ ปองเม่อื ตกลงบนโตะ๊ ลูกจะเล้ยี วออกไปทางดา้ นซา้ ยของโต๊ะปิงปอง
ตีลกู ท่ีพน้ื ที่ A ลูกปงิ ปองเมอ่ื ตกลงบนโตะ๊ ลกู จะเลี้ยวออกไปทางดา้ นขวามือของโตะ๊ ปงิ ปอง
แบบฝึกการตีลกู ท๊อปสปนิ ด้านโฟรแ์ ฮนด์
แบบฝกึ ท่ี 1 ทา่ มอื เปล่า มีไม้เทเบลิ เทนนสิ
หลักการฝกึ 1. ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั ยิ นื ทโ่ี ตะ๊ เทเบลิ เทนนสิ
2. ยนื ในทา่ ทางพรอ้ มจะตลี กู ท็อบสปิน
3. ให้ทาท่าทองการตลี กู ทอ็ บสปิน โดยใชไ้ ม้เทเบลิ เทนนิส
4. ตีอากาศไปเรือ่ ยๆ ใหร้ กู้ ารตลี กู ท็อบสปนิ ทถี่ ูกต้อง
แบบฝึกที่ 2 การตีลกู ท็อบสปินดา้ นโฟรแ์ ฮนด์
หลกั การฝกึ 1. ให้ผูป้ ฏบิ ตั ิ โยนลูกขน้ึ ตามที่อธิบายไปขา้ งต้น
2. เมื่อลกู ลอยลงมา ใหต้ ีลกู ทอ็ บสปนิ ไปยังฝ่งั ตรงข้าม
3. ทาจนเกิดความชานาญ ในการตลี ูกท็อบสปิน
A
B
C
ผปู้ ฏิบัติ
ทศิ ทาง
ลูกเทเบิลเทนนสิ
การตลี ูกทอ๊ ปสปนิ ดา้ นแบค๊ แฮนด์ (Backhand Top Spin)
การตีลูกด้วยความหมุนแบบ TOP SPIN (ลูกหมุนไปขา้ งหน้า) มีความสาคัญเปน็ อย่างยิง่ เพราะเกมส์
ปิงปองยุคปัจจุบันนี้ เมื่อลูกปิงปองพ้นนอกโต๊ะออกมา ไม่ว่าจะพ้นออกมามาก หรือ ออกมาเพียงเล็กน้อย
นักกีฬาจะตอ้ งชิงโอกาสบุกโจมตีใสค่ ่ตู ่อสูด้ ว้ ยลูกความหมนุ แบบท๊อปสปนิ ทนั ที
ดังนน้ั การฝีกเบสิคการตดี ้วยความหมุนแบบทอ๊ ปสปิน จงึ มีความจาเปน็ ต้องฝกึ ซ้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่
วา่ จะพ่งึ เรม่ิ เล่น หรือเล่นจนเก่งแล้ว ก็ยังคงต้องฝึกตลอดไป ลองชมตัวอย่างการตีลูกด้วยความหมุนแบบ
TOP SPIN โดยใช้ด้านแบค๊ แฮนด์
ลักษณะการสมั ผสั ระหวา่ งหนา้ ไมก้ ับลูกปิงปอง
การตลี กู ปงิ ปองให้เกิดความหมนุ ลกั ษณะการสมั ผัสระหวา่ งหน้าไมก้ ับลูกปงิ ปอง จะตอ้ งสมั ผสั ใน
ลักษณะเสยี ดสผี วิ ลูกปิงปองเช่นกนั รวมถงึ การตีลกู ด้วยความหมนุ แบบ TOP SPIN นี้ดว้ ยเชน่ กนั
จงั หวะในการตีลูกปิงปอง
ในเบ้ืองต้นสาหรบั ผเู้ รมิ่ เล่นใหม่ ให้เรมิ่ ฝกึ ตลี กู ปงิ ปองในจงั หวะทล่ี กู ลอยตกลงจากจังหวะสงู สุด
เล็กนอ้ ย
ความเรว็ ของวงสวงิ
ขณะทีเหวียงไมเ้ ขา้ สัมผสั ลกู ใหเ้ พิ่มความเรว็ การเพม่ิ ความเร็วจะทาใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพด้านความ
หมุนมากข้ึน และหลงั จากสัมผสั ลูกจนสุดวงสวงิ แลว้ ให้ดึงไมก้ ลับอยา่ งรวดเรว็ เพือ่ ความพรอ้ มในการตีลกู
ตอ่ ไปอยา่ งรวดเร็ว
จดุ สมั ผัสบนลูกปิงปอง
ผูเ้ ร่มิ ฝึกใหม่ ใหล้ ากไมส้ มั ผสั พ้นื ที่หลังลูก ที่ตาแหน่ง B ก่อน เมื่อชานาญขึ้นก็เพ่ิมการสัมผัสลูกที่
พื้นท่ีบริเวณ A และ C ต่อไป
ผลของการตลี ูกปิงปองบนพน้ื ที่ต่างกนั
จะใหผ้ ลลัพธข์ องทศิ ทางลกู ที่ตา่ งกัน ดงั นี้
(สาหรบั ผูเ้ ล่นมือขวา)
ตลี กู ทพ่ี ื้นท่ี B เม่อื ลูกตกลงบนโต๊ะ ลกู จะวง่ิ ไปขา้ งหนา้
ตลี ูกทพี่ ื้นท่ี C ลกู ปงิ ปองเม่อื ตกลงบนโตะ๊ ลกู จะเล้ยี วออกไปทางดา้ นซา้ ยของโต๊ะปิงปอง
ตีลกู ท่ีพน้ื ที่ A ลูกปงิ ปองเมอ่ื ตกลงบนโตะ๊ ลกู จะเลี้ยวออกไปทางดา้ นขวามือของโต๊ะปงิ ปอง
แบบฝึกการตีลกู ท๊อปสปนิ ด้านแบค๊ แฮนด์
แบบฝกึ ท่ี 1 ท่ามอื เปล่า มไี ม้เทเบิลเทนนิส
หลักการฝึก 1. ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั ิยืนท่โี ตะ๊ เทเบลิ เทนนสิ
2. ยืนในท่าทางพรอ้ มจะตลี กู ท็อบสปิน
3. ใหท้ าทา่ ทองการตลี ูกทอ็ บสปิน โดยใชไ้ ม้เทเบลิ เทนนิส
4. ตีอากาศไปเรอ่ื ยๆ ให้รู้การตลี กู ท็อบสปนิ ทถี่ ูกต้อง
แบบฝึกที่ 2 การตลี กู ท็อบสปินด้านโฟร์แฮนด์
หลกั การฝกึ 1. ให้ผปู้ ฏบิ ตั ิ โยนลูกข้นึ ตามที่อธิบายไปขา้ งต้น
2. เมื่อลกู ลอยลงมา ให้ตลี กู ทอ็ บสปินไปยังฝ่งั ตรงข้าม
3. ทาจนเกิดความชานาญ ในการตลี กู ท็อบสปิน
A
B
C
ผปู้ ฏิบัติ
ทศิ ทาง
ลูกเทเบิลเทนนสิ
การตลี ูกตดั ด้านโฟร์แฮนด์ ( Forehand Back Spin)
การฝึกตีลกู เบสคิ ลูกตัดนี้ มวี ตั ถุประสงค์เพ่ือใหน้ ักกีฬาไดฝ้ กึ สรา้ งความหมนุ ให้กับลกู ปิงปอง และลูก
ตัดยังเป็นพ้ืนฐานของการฝึกกลยุทธ์ต่างๆ ในเกมส์ปิงปอง เพราะสามารถตีให้ลูกหมุนได้หลากหลายแบบ
ติดตามมา เพียงแต่เราต้องฝึกเบสิคพื้นฐานแบบง่ายๆ ในการสร้างความหมุนให้กับลูกปิงปอง โดยลองดู
ตวั อยา่ งท่าทางการตลี ูกตัดด้วยด้านโฟร์แฮนด์จากคลิ๊ปวีดีโอด้านบนนี้ เป็นแนวทางการฝึกได้ครับ ให้สังเกตุ
ลกั ษณะท่าทาง , จงั หวะ
ลกู ตดั คือ ลกั ษณะความหมุนของลูกแบบ Back Spin ซ่ึงลกู ตัดเป็น 1 ในเบสิคทน่ี กั กีฬาจะต้องฝกึ ให้
เปน็ และจะต้องนาไปใชใ้ นการแขง่ ขันอยา่ งแนน่ อน และ เพ่อื ใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพสงู สุด นักกีฬาจะต้องฝึกตีให้
เปน็ ทัง้ ด้านแบค๊ แฮนดแ์ ละด้านโฟรแ์ ฮนด์ อย่าให้ความสาคัญแต่การฝึกเฉพาะด้านใดด้านหน่ึง เพราะในการ
แข่งขนั แล้ว ดา้ นทเี่ ราไมถ่ นัด จะกลายเป็นจุดอ่อนของเราใหก้ บั คูต่ ่อสู้ทันที
จงั หวะการตีลกู
ผ้เู ร่มิ ฝึก ให้ฝกึ ตที ี่จังหวะ C ก่อน เมอื่ ชานาญแล้วก็เร่มิ ฝกึ ตใี นจังหวะที่เรว็ ขน้ึ และจะมีประสิทธภิ าพ
มากทสี่ ดุ หากผเู้ ลน่ สามารถตีลูกได้ทุกจังหวะ ทั้งจังหวะ A , B และ C
ลักษณะการสมั ผสั ของหนา้ ไม้ กบั ลกู เทเบิลเทนนิส
ให้หน้าไมป้ งิ ปอง สมั ผัสถูกลูกปงิ ปอง ในลักษณะ
เสียดสีกับผิวของลูกปิงปอง เพ่ือให้เกิดความหมุน
โดยให้หน้าไม้พุ่งเข้าหาเน็ตปิงปองและเม่ือมีความ
ชานาญแล้ว นักกีฬาสามารถพลิกแพลงลักษณะ
ของหน้าไม้ในการเข้าไปตัดข้างลูกเทเบิลเทนนิส
ทงั้ ดา้ นซา้ ยและขวาได้ ซึง่ จะทาใหก้ ารตัดลกู มี
ประสิทธิภาพทห่ี ลากหลายขึน้
การถ่ายน้าหนกั ตวั
สาหรับผู้เลน่ มือขวา ให้ก้าวท้าวขวาเข้าไปหาลูกปิงปอง พร้อมกับถ่ายน้าหนักตัวไปที่ปลายเท้าขวา
ด้วยทุกคร้งั (นักกฬี ามอื ซา้ ยให้ถา่ ยนา้ หนักตวั ไปทเี่ ทา้ ซา้ ย)
แบบฝกึ การตีลกู ตดั ด้านโฟรแ์ ฮนด์
แบบฝึกที่ 1 การตลี ูกตัดแบบพุ่ง
หลักการฝึก
1. ทศิ ทางของหนา้ ไมเ้ วลาตี ให้ทิศทางของหน้าไมพ้ ุง่ เขา้ หาเนต็
2. ตลี กู ดว้ ยความหมุนให้มากทส่ี ุด
3. ตีลูกใหเ้ ลยี ดเนตมากท่ีสุด
4. ตลี ูกให้พงุ่ ออกจากนอกโต๊ะ ด้วยความเร็วสงู
5. ทาจานวน 10 คร้ังแล้วสลับผู้ปฏบิ ตั ิ
แบบฝึกท่ี 2 การตลี ูกตัดแบบส้ัน
หลักการฝกึ
1. ทศิ ทางของหนา้ ไมเ้ วลาตี ใหท้ ิศทางของหน้าไมพ้ งุ่ เขา้ หาเน็ต
2. ตีลูกด้วยความหมุนใหม้ ากท่ีสดุ
3. ตลี กู ให้เลียดเน็ตมากที่สุด
4. ตลี กู จงั หวะท่ีลกู กาลงั กระดอนขึ้น กอ่ นถึงจงั หวะสงู สุด
5. ตีลูกใหก้ ระดอนอย่ใู นโตะ๊ ต้ังแต่ 2 ครั้งข้ึนไป
หมายเหตุ ผปู้ ูอนควรปอู นลกู ใหก้ ระดอนอยใู่ นโต๊ะดว้ ยเช่นกนั
การตลี กู ตดั ด้านแบค๊ แฮนด์ ( Backhand Back Spin)
การฝกึ ตลี กู เบสคิ ลูกตดั นี้ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ ใหน้ ักกฬี าไดฝ้ ึกสรา้ งความหมนุ ให้กบั ลกู ปงิ ปอง และลกู ตัดยังเปน็
พ้ืนฐานของการฝึกกลยุทธ์ต่างๆ ในเกมส์ปิงปอง เพราะสามารถตีให้ลูกหมุนได้หลากหลายแบบติดตามมา
เพยี งแต่เราตอ้ งฝึกเบสิคพนื้ ฐานแบบงา่ ยๆ ในการสร้างความหมุนให้กับลูกปิงปอง โดยลองดูตัวอย่างท่าทาง
การตลี ูกตัดดว้ ยด้านโฟรแ์ ฮนดจ์ ากคลปิ๊ วีดีโอด้านบนนี้ เป็นแนวทางการฝึกได้ครับ ให้สังเกตุลักษณะท่าทาง ,
จังหวะ
จังหวะการตีลกู
ผเู้ ริม่ ฝึก ใหฝ้ ึกตที จี่ งั หวะ C กอ่ น เมอื่ ชานาญแล้วกเ็ รม่ิ ฝกึ ตีในจังหวะทีเ่ ร็วขึ้น และจะมีประสทิ ธภิ าพ
มากทส่ี ุด หากผ้เู ลน่ สามารถตีลูกได้ทกุ จังหวะ ท้งั จังหวะ A , B และ C
ลักษณะการสัมผสั ของหนา้ ไม้ กบั ลูกเทเบิลเทนนิส
ให้หน้าไมป้ งิ ปอง สัมผัสถกู ลกู ปงิ ปอง ในลักษณะ
เสียดสีกับผิวของลูกปิงปอง เพื่อให้เกิดความหมุน
โดยให้หน้าไม้พุ่งเข้าหาเน็ตปิงปองและเม่ือมีความ
ชานาญแล้ว นักกีฬาสามารถพลิกแพลงลักษณะ
ของหน้าไม้ในการเข้าไปตัดข้างลูกเทเบิลเทนนิส
ท้ังดา้ นซ้ายและขวาได้ ซึง่ จะทาใหก้ ารตัดลกู มี
ประสทิ ธภิ าพทห่ี ลากหลายข้ึน
การถา่ ยน้าหนกั ตวั
สาหรบั ผเู้ ล่นมือขวา ให้ก้าวท้าวขวาเข้าไปหาลูกปิงปอง พร้อมกับถ่ายน้าหนักตัวไปที่ปลายเท้าขวา
ดว้ ยทกุ ครง้ั (นักกีฬามือซา้ ยใหถ้ า่ ยนา้ หนกั ตวั ไปท่เี ท้าซ้าย)